เอไอเอสโชว์เหนือ เปิดตัว 4.5จี เชิงพาณิชย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2559 เวลา 21:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/423321

เอไอเอสโชว์เหนือ เปิดตัว 4.5จี เชิงพาณิชย์

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแข่งขันในธุรกิจเครือข่ายโทรคมนาคมในปัจจุบัน ต่างให้ความสำคัญกับนวัตกรรมเครือข่ายที่เร็วที่สุด เพื่อชิงความเป็นผู้นำตลาดและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคคนเมืองที่นิยมเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ได้เปิดตัวบริการ 4.5จี เชิงพาณิชย์รายแรกของโลกด้วยความเร็วสูงถึง 1 Gbps ภายในเดือน เม.ย.นี้ โดยลูกค้าที่ใช้อุปกรณ์รองรับเทคโนโลยี LTE-U/LAA ย่อมาจาก LTE-Unlicensed /License Assisted Access สามารถใช้งานเครือข่าย 4.5จี ได้โดยอัตโนมัติ และไม่ต้องทำการสมัครหรือตั้งค่าใดๆ เพิ่ม เพียงใช้บริการแพ็กเกจ 4จี ของเอไอเอสและมีเครื่องที่รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว

ทั้งนี้ การพัฒนาโครงการข่ายดังกล่าวเป็นความสำเร็จจากศูนย์นวัตกรรมความร่วมมือ (Joint Innovation Center หรือ JIC) ระหว่างเอไอเอสและหัวเว่ย ได้ร่วมกันคิดค้นและผสมผสานนวัตกรรมเครือข่ายไร้สายอัจฉริยะ มาประยุกต์ใช้งานได้จริงเป็นรายแรกของโลก ด้วยจุดเด่นด้านนวัตกรรมที่แตกต่างและเหนือชั้นกว่า ประกอบด้วย MIMO 4×4, Carrier Aggregation บนคลื่น 1800 MHz และ 2100 MHz รวมถึงเทคโนโลยี LTE-U/LAA ซึ่งเป็นการรวมช่องสัญญาณบนคลื่นที่มีอยู่เข้ากับคลื่นความถี่สาธารณะที่ไม่ต้องขอใบอนุญาต ส่งผลให้เอไอเอส 4.5จี สามารถรับส่งข้อมูลได้ปริมาณมากขึ้นเร็วกว่า 4จี ถึง 2 เท่า และจะเพิ่มขึ้นอีก 30% ซึ่งจะพัฒนาให้เร็วสูงสุดถึง 1 Gbps

ฮุย เวง ชอง หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เอไอเอส กล่าวว่าเอไอเอส 4.5จี ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายบนคลื่นความถี่ ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทยและในโลก โดยปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในยุคของการที่มีหลายคลื่นให้บริการ จึงต้องมีการนำเทคโนโลยีเครือข่ายที่ก้าวล้ำมากขึ้นอย่าง CA (Carrier Aggregation) เทคโนโลยีการรวมคลื่นความถี่ ตลอดจน LTE-U/LAA หรือการรวมคลื่นความถี่ปัจจุบันเข้ากับคลื่นความถี่สาธารณะ

ทั้งนี้ ได้ออกแบบเครือข่าย 4.5จี รองรับเทคโนโลยีเครือข่ายชั้นสูงไม่ว่าจะเป็น Upload Carrier Aggregation (CA), Download MIMO 4×4 และ Download Modulation 256QAM/Upload Download 64 QAM เพื่อต่อยอดเครือข่ายอัจฉริยะให้ทวีคูณความสามารถในการรับส่งข้อมูลได้ในจำนวนมหาศาลพร้อมๆ กัน และรับส่งข้อมูลต่อครั้งได้ในปริมาณที่มากขึ้น

“เบื้องต้นวางแผนขยายพื้นที่ให้บริการ 4.5จี ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ บริเวณพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น ภายในอาคารและศูนย์การค้า อาทิ ย่านสยามสแควร์ ราชประสงค์ โดยมีเป้าหมายหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานดาต้าให้กับลูกค้า และเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่าย 4จี ของ
เอไอเอส” ฮุย กล่าว

ขณะที่ดีไวซ์ที่รองรับเทคโนโลยี LTE-U/LAA นั้น ผู้ผลิตอุปกรณ์ทั่วโลกต่างเริ่มบรรจุเทคโนโลยี LTE-U/LAA เข้าไปในตัวเครื่องแล้ว และจะทยอยออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้ ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ที่รองรับ 4.5จี ให้บริการแล้ว อาทิ Huawei Wireless Router และเอไอเอสได้เตรียมวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนที่รองรับ 4.5จี ภายในเดือน เม.ย. 2559 เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า การเกิดขึ้นของเครือข่ายเอไอเอส 4.5จี นั้นจะเป็นตัวหลักที่ช่วยผลักดันเทรนด์แห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT), Virtual Reality, Drone ในเมืองไทยให้เกิดเป็นรูปธรรมได้เร็วขึ้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ และคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกๆ ด้าน เพื่อเศรษฐกิจดิจิทัลที่แข็งแกร่งของประเทศไทย

 

โดนแล้ว!สื่อไอทีดังจวก’แอปเปิล’ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ชวนสับสน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2559 เวลา 11:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/423131

โดนแล้ว!สื่อไอทีดังจวก'แอปเปิล'ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ชวนสับสน

สื่อไอทีดังจวก’แอปเปิล’กำลังตั้งชื่อผลิตภัณฑ์สร้างความสับสนให้ลูกค้า

เว็บไซต์ข่าวไอทีดังอย่าง The Verge ได้เผยแพร่บทความโดยคอลัมนิสต์ดัง’นิค สแตท์’วิพากษ์วิจารณ์ว่า ขณะนี้การออกแบบและการตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ของ’แอปเปิล’กำลังสร้างความสับสนให้ลูกค้า หลังจากเริ่มเปิดตัว iPhone SE หน้าจอ 4 นิ้วและ iPad Pro รุ่น 9.7 นิ้ว

นายนิคแสดงความคิดเห็นว่า เป็นเรื่องดีที่ผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลมีความหลากหลายครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้การเลือกซื้อผลิตภัณฑ์กลายเป็นเรื่องยากขึ้นของลูกค้าด้วยการปล่อยมือถือ iPhone ทรงเก่าเมื่อ 4 ปีที่แล้วในชื่อใหม่ รวมถึง iPad Pro รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้วซึ่งเป็นชื่อเดียวกับรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 6 เดือนก่อนแถมหน้าตาเหมือน iPad Air ซึ่งเหมือนแอปเปิลกำลังทำผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยไอเดียเดิมๆ

ทั้งนี้ ยังรวมถึงคุณสมบัติหรือฟีเจอร์ในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วย เช่น iPad Pro รุ่นจอ 9.7 นิ้วมีกล้องที่ดีกว่า iPad Pro 12.9 นิ้ว หรือ iPhone SE ที่เพิ่งเปิดตัวไม่มีระบบ 3D Touch ในขณะที่ iPhone 6S นั้นมี

นายนิคจึงเสนอว่า ทางแอปเปิลควรหาทางจัดการกับปัญหาโดยการลดสายผลิตภัณฑ์ที่ซ้ำซ้อนลง ลดชื่อรุ่นของแท็ปเล็ตและสมาร์ทโฟนลงเหลือแค่ชื่อเดียวตามขนาดหน้าจอของผลิตภัณฑ์ เช่น อาจยกเลิกสาย iPad Air ออกไปเลย ยกเลิกการแบ่งแยกระหว่าง Apple Watch Sport และ Apple Watch รุ่นปกติ เป็นต้น

ที่มา The Verge

 

เปิดไทม์ไลน์ ประมูล คลื่น 900 MHz รอบใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2559 เวลา 09:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/423119

เปิดไทม์ไลน์ ประมูล คลื่น 900 MHz รอบใหม่

หลังคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีความชัดเจนในการเปิดประมูลคลื่น 900 MHz ใบอนุญาตที่สอง

ผู้ให้บริการ หรือโอเปอเรเตอร์ 3 ค่ายมือถือเดิม คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู ต่างแสดงท่าที โดยสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เปิดเผยว่า จะประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัท เพื่อพิจารณาตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ซึ่ง กสทช.จะนำมาประมูลใหม่หรือไม่

“ยอมรับว่าบริษัท เอไอเอส สนใจเป็นเจ้าของคลื่นความถี่เพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีอยู่ แต่ต้องดูเงื่อนไขและดุลพินิจของคณะกรรมการบริษัท ซึ่งจะมีการประชุมเมื่อทาง กสทช.มีความชัดเจนในเกณฑ์และกรอบเวลาในการเปิดประมูลใหม่” สมชัย กล่าว

สำหรับราคาประมูลใหม่นั้น เอไอเอสคาดว่าจะเริ่มต้นจากราคาที่ทางแจสประมูลได้ในรอบเดิมที่ 75,654 ล้านบาทนั้น แต่ขอไม่แสดงความคิดเห็นว่าเป็นราคาที่ถูกหรือแพง และเหมาะสมหรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของ กสทช. แต่การที่แจสไม่สามารถนำเงินมาจ่ายได้ น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีในการที่ กสทช.จะนำมาศึกษาเพื่อพัฒนารูปแบบการประมูลในรอบต่อๆ ไป เพราะแม้การประมูลแข่งขันเพื่อให้ผู้ชนะเสนอราคาที่สูงที่สุด จะทำให้รัฐได้เงินมาเป็นจำนวนกว่า 1 แสนล้านบาท แต่เมื่อผลประมูลออกมา เห็นได้ว่าหุ้นของบริษัทในกลุ่มสื่อสารและโทรคมนาคมมีการปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะแรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้มูลค่าตลาด (มาร์เก็ตแคป) หายไปกว่า 5 แสนล้านบาท อีกทั้งการที่แจสจ่ายเงินไม่ได้นั้น แสดงให้เห็นว่าสถาบันการเงินและพันธมิตรไม่เชื่อมั่นว่าด้วยมูลค่าของใบอนุญาตที่จะต้องจ่ายในระดับดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนได้

เมื่อถามว่าบริษัทมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องได้ใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 MHz เข้ามาอีก 1 ใบหรือไม่ สมชัย ระบุ ถ้าวัดจากจำนวนใบอนุญาตที่มีอยู่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นคลื่นความถี่ 1800 MHz  จำนวน 15 MHz คลื่นความถี่ 2100 MHz จำนวน 15 MHz และคลื่นของบริษัท ทีโอที  ซึ่งจะมีการเซ็นข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ได้ในช่วงปลายเดือนนี้อีก 15 MHz ทำให้บริษัทจะมีคลื่นความถี่อยู่ในมือไม่น้อยกว่า 45 MHz  เพียงพอต่อการใช้งานในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ โดยยอมรับว่าการมีคลื่นอยู่ในมือเยอะนั้น ทำให้บริหารจัดการได้ง่ายกว่าการมีคลื่นอยู่ในมือน้อย แต่ที่ผ่านมาบริษัทก็แสดงให้เห็นว่าสามารถบริหารจัดการได้ ตอนใช้สัญญาณ 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 MHz จำนวน 15 MHz ในการรองรับลูกค้า 40 ล้านคน

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างบริษัทกับทางทีโอทีนั้น คาดว่าประมาณสิ้นเดือนนี้จะมีการเซ็นเอ็มโอยูได้ ซึ่งขั้นตอนที่ล่าช้านั้น เพราะทีโอทีเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ การจะลงนามในสัญญาณแต่ละอย่าง จะต้องผ่านหน่วยงานราชการหลายแห่ง อาทิ อัยการ เป็นต้น

ส่วนการเยียวยาลูกค้าเดิมของบริษัทที่ใช้โครงข่าย 2จี ในระบบ 900 MHz  ที่จะถูกตัดสัญญาณ ตอนนี้เหลืออยู่ 4 แสนเลขหมาย และศาลได้ขยายระยะเวลาเพิ่มเติมให้อีก 30 วัน ซึ่งบริษัทได้มีทั้งการร่วมมือกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น  หรือดีแทค ในการโรมมิ่งเครือข่าย และมีการติดต่อกับลูกค้าทั้งส่งเบอร์ใหม่ไปให้และมีการแจ้งอยู่ตลอด ปัจจุบันบริษัทมีฐานลูกค้าทั้งหมด 38.5 ล้านเลขหมาย

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ส่วนตัวค่อนข้างประหลาดใจที่แจส โมบายฯ ไม่มาจ่ายเงิน และเชื่อว่าหลังจากนี้ทาง กสทช.จะตรวจสอบผู้เข้าประมูลให้รัดกุมกว่านี้ จะดูแค่ชื่อบริษัทอีกไม่ได้ อาจต้องพิจารณาความพร้อมก่อนการเข้าร่วมประมูล ถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญในอุตสาหกรรมนี้

“การเพิ่มเงินในการค้ำประกันหรือเงินทุนอาจไม่ใช่ทางออกที่ดี ซึ่งควรดูให้ครบรอบด้าน ทั้งเรื่องของเงินทุนในการทำโครงข่าย พาร์ตเนอร์ ความพร้อมในการเข้ามาทำธุรกิจและฐานลูกค้า ต่อไป กสทช.ต้องพิจารณาความพร้อมเหล่านี้ให้มากขึ้น ซึ่งไม่อยากโทษใคร ถือว่าเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายเรียนรู้ได้” ศุภชัย กล่าว

อย่างไรก็ตาม เรื่องการประมูลใบอนุญาตอีกใบนั้น ขอประชุมบอร์ดก่อนว่ามีความสนใจอยากได้คลื่นเพิ่มหรือไม่ เพราะตอนนี้ทรูมูฟก็มีในมือ 1 ใบแล้ว

และข้อเสนอเรื่องการลดราคาตั้งต้นนั้น ทาง กสทช.จะให้ความเป็นธรรมกับทุกค่าย หาก กสทช.จะปรับลดราคาลงก็ขอให้ลดราคาให้กับทางทรูมูฟด้วย

ขณะที่ดีแทคให้ความเห็นว่า หากจัดประมูลอีกครั้ง ควรจะต้องนำคลื่น 900 MHz ในราคาประมูลเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้านบาทเท่าเดิม

 

อาลีบาบาจับมือรัฐ-เอกชน ดันอุตสาหกรรมไทยไปนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มีนาคม 2559 เวลา 22:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/423107

อาลีบาบาจับมือรัฐ-เอกชน ดันอุตสาหกรรมไทยไปนอก

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

การผลักดันธุรกิจเอสเอ็มอีขนาดกลางและขนาดย่อมเข้าสู่ตลาดโลกนั้น ถือเป็นความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และตัวผู้ประกอบการเอง ซึ่ง อาลีบาบา (Alibaba) เบอร์หนึ่งในแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์แบบบีทูบีจากประเทศจีน ได้เล็งเห็นศักยภาพของตลาดเอเชีย 6 ประเทศหลัก ประกอบด้วย ไทย อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม และตุรกี เพราะมองว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพและมีโอกาสขยายช่องทางการซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ไปยังฝั่งยุโรปและทั่วโลกได้ไม่ยาก

อู๋เจ๋อ ผู้จัดการประจำประเทศไทย อาลีบาบาดอทคอม กล่าวว่า เว็บไซต์อาลีบาบาเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ มีผู้ใช้งานกว่า 240 ประเทศทั่วโลก จำนวนร้านค้าออนไลน์กว่า 2 ล้านราย มีลูกค้าผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านราย แปลภาษาได้อัตโนมัติกว่า 15 ภาษา และมีการใช้งานแล้วกว่า 40 ประเภทอุตสาหกรรม

“ผู้ใช้งานอาลีบาบาส่วนใหญ่จะมาจากสหรัฐกว่า 20 ล้านราย รัสเซีย 12 ล้านราย บราซิล 10 ล้านราย อินเดีย 5 ล้านราย เป็นต้น แต่จำนวนธุรกิจไทยที่เข้าไปทำธุรกิจในช่องทางของอาลีบาบายังมีไม่มากนัก เราจึงเข้ามาทำตลาดโดยร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนให้มากขึ้น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนเจ้าของกิจการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมด้านการส่งออกประมาณ 3-4 หมื่นราย ได้หันมาใช้งานแพลตฟอร์มของอาลีบาบามากขึ้น” อู๋เจ๋อ กล่าว

บุรินทร์ เกล็ดมณี ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต กล่าวว่า ไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 2.9 ล้านราย มีเอสเอ็มอีที่พร้อมใช้
งานออนไลนเพียง 1 ล้านราย และธุรกิจที่มีความพร้อมในเรื่องการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศแค่ 3-4 หมื่นรายเท่านั้น

“นโยบายหลักของอาลีบาบามองว่าอี-คอมเมิร์ซจะเป็นอนาคตของธุรกิจ การเข้ามาสนับสนุนเรื่องการค้าส่งออกจะช่วยให้เกิดการซื้อขายออนไลน์และเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ๆ ได้มากขึ้น แม้ว่าประเทศไทยจะยังไม่มีระบบเพย์เมนต์และโลจิสติกส์ที่ดีพอ แต่การมีคู่ค้าและเครื่องมือที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกให้ดีขึ้น ธุรกิจไทยจึงควรฉวยโอกาสครั้งนี้ไว้” บุรินทร์ กล่าว

การเข้าร่วมโครงการกิจกรรมส่งเสริมเอสเอ็มอีทำธุรกิจในรูปแบบบีทูบีผ่านเว็บไซต์อาลีบาบานั้น จะมีการคัดกรองบริษัทที่อยู่ในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมจำนวน 200 ราย จากนั้นจะคัดกรองบริษัทที่มีความพร้อมให้เหลือ 50 รายในการเข้าอบรม ซึ่งขั้นตอนการคัดเลือกรอบแรกจะไม่เสียค่าใช้จ่ายจนถึงขั้นสุดท้ายจะเสียค่าอบรมเริ่มต้นตั้งแต่ 50,896-218,244 บาท

“การคิดค่าบริการระดับนี้ไม่ได้ถือว่าสูงหากเปรียบเทียบกับการไปตั้งบูธที่ต่างประเทศที่ต้องจ่ายเงินไม่น้อยกว่าหลักแสน การเข้ามาทำตลาดร่วมกับอาลีบาบานอกจากจะช่วยสร้างโอกาสและความน่าเชื่อถือในระดับโลกแล้ว ยังสามารถโปรโมทสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างกูเกิล เฟซบุ๊ก ที่เรดดี้แพลนเน็ตให้คำปรึกษา รวมทั้งได้เข้าคอร์สอบรมต่างๆ พร้อมคำปรึกษาจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศให้ตีตลาดโลกได้อย่างแข็งแกร่ง” บุรินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็น 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้บริษัทและตนเอง อีเมลติดต่อควรเป็นในนามบริษัท ไม่ใช่อีเมลที่สร้างโดยผู้ให้บริการสาธารณะ 2.สินค้าต้องมีรายละเอียดครบถ้วน 3.รูปประกอบต้องน่าสนใจหรือทำเป็นคลิปวิดีโอแนะนำสินค้า คาดว่าในกลุ่มอุตสาหกรรมด้านการส่งออกทั้ง 3-4 หมื่นราย จะเข้ามาใช้ช่องทางออนไลน์ในการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศอย่างน้อย 10% ในระยะเวลา 1-2 ปี เพื่อสร้างโอกาสในการจับตลาดต่างประเทศให้มากขึ้น

 

กทค.คาดเปิดประมูลคลื่น900รอบใหม่มิ.ย.นี้ เพิ่มวงเงินประกัน-ราคาเริ่มต้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มีนาคม 2559 เวลา 18:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/423085

กทค.คาดเปิดประมูลคลื่น900รอบใหม่มิ.ย.นี้ เพิ่มวงเงินประกัน-ราคาเริ่มต้น

มติกทค.ให้เร่งเปิดประมูลคลื่นความถี่ 900 พร้อมให้ปรับเพิ่มวงเงินหลักประกัน และ ราคาเริ่มต้นประมูล ตั้งคณะทำงานตรวจสอบความเสียหายกรณีแจส

เมื่อวันที่ 23 มี.ค. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แถลงว่า ที่ประชุม คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค) มีมติให้เร่งเปิดประมูลคลื่นความถี่ 900MHz ชุดที่ 1 หลังจากที่บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ในกลุ่ม บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ไม่นำเงินค่าประมูลมาชำระตามกำหนด

ทั้งนี้ให้มีการปรับปรุงเงื่อนไขในการประมูลครั้งใหม่ โดยเพิ่มวงเงินหลักประกันจากเดิมกำหนดไว้ที่ 5% ของราคาเริ่มต้นประมูล ซึ่งในการประมูลครั้งที่แล้วคิดเป็นวงเงิน 644 ล้านบาท ก็อาจจะเพิ่มเป็น 10-30% ของราคาเริ่มต้นประมูลใหม่

นอกจากนี้จะมีการปรับราคาเริ่มต้นประมูล ซึ่ง กทค.คาดว่าจะใช้สมมติฐานราคาสุดท้ายที่ แจส โมบายฯ ประมูลได้ที่ 75,654 ล้านบาท รวมถึงปรับเงื่อนไขการชำระเงินให้เข้มงวดขึ้น และจะปรับปรุงประกาศเรื่องมาตรการเยียวยาเพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดประมูลคลื่น 900 MHz รอบใหม่ด้วย

นายฐากร กล่าวว่า หลังจากนี้ กทค.จะเสนิมติให้ กสทช.รับทราบ ในวันที่ 12 เม.ย. จากนั้นจะมีการเปิดรับฟังความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในช่วง 18 เม.ย.-23พ.ค.นี้ เมื่อได้ข้อสรุปก็จะนำเสนอ กสทช. เพื่ออนุมัติหลักเกณฑ์การประมูล และประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาราวสิ้นเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นคาดว่าจะเปิดขายซองประมูลในต้นเดือน มิ.ย.59 และให้มีการประมูลแทางอิเล็คทรอนิกส์ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.59

ทั้งนี้ราคาประมูลคลื่น 900MHz รอบใหม่ไม่น่าจะต่ำกว่า 7 หมื่นล้านบาท และคาดว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน 2-3 รายก็คงจะเข้ามาร่วมประมูล โดย กทค.ยังให้สิทธิ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลคลื่น 900 MHZ ในครั้งก่อนและมาชำระเงินแล้วสามารถเข้าร่วมประมูลในครั้งใหม่ได้ด้วย

คณะกรรมการ กทค. ยังมีมติแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบความเสียหายจากกรณี บริษัท แจส โมบายฯ ไม่มาชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 MHz โดยคณะทำงานมี 9 คนเป็นตัวแทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงการคลัง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และ สำนักงาน กสทช. คาดว่าจะสรุปความเสียหายภายใน 30 วัน

นอกจากนี้ กสทช.จะตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทในเครือ JAS ทั้งที่ประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม รวมถึงช่องโมโนทีวีภายใต้ บมจ.โมโน เทคโนโลยี ที่มีใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ซึ่งมีนายพิชญ์ โพธารามิก ผู้บริหาร JAS เป็นประธานกรรมการ และ บมจ.ทริปเปิลที บรอดแบนด์ ที่ให้บริการบรอดแบนด์ภายใต้ชื่อ 3BB

 

3 ค่ายมือถือให้ลูกค้าในเบลเยียมโทรฟรีช่วง22-25มี.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2559 เวลา 21:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422914

3 ค่ายมือถือให้ลูกค้าในเบลเยียมโทรฟรีช่วง22-25มี.ค.

3 ค่ายมือถือไทยร่วมแสดงความเสียใจเหตุโจมตีเบลเยียม พร้อมให้ลูกค้าโทรฟรีช่วงวันที่ 22-25มี.ค.

เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในไทยได้เปิดให้ลูกค้าที่พำนักและเดินทางอยู่ในประเทศเบลเยียม สามารถโทรออกและรับสายฟรี หลังจากเกิดเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์

เอไอเอสได้แจ้งว่า บริษัทขอแสดงความเสียใจกับโศกนาฏกรรมในเบลเยียม พร้อมแสดงความห่วงใยให้ลูกค้าเอไอเอสในกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้ที่หมายเลข (+32)470 859 667 พร้อมโทรกลับไทย และโทรภายในเบลเยียม ได้ฟรี ระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม 2559 (เวลาประเทศเบลเยียม) นอกจากนี้ลูกค้าเอไอเอสในประเทศไทยยังสามารถโทรไปประเทศเบลเยียมเพื่อส่งความห่วงใยถึงคนที่รัก ผ่านรหัส 003 ได้ฟรี ถึง 24.00 น. ของวันที่ 25 มีนาคม 2559 (เวลาประเทศไทย) อีกด้วย

ขณะที่ ดีแทค ระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ระเบิดรุนแรงในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม เช่นกัน และขอแสดงความห่วงใยมายังชาวเบลเยี่ยม และคนไทยที่พำนักและเดินทางอยู่ในประเทศเบลเยี่ยม ดีแทคตระหนักถึงการติดต่อสื่อสารในตอนนี้เป็นสิ่งจำเป็นและเร่งด่วนมาก จึงให้ลูกค้าดีแทคที่พำนักและเดินทางอยู่ในประเทศเบลเยี่ยมขณะนี้ สามารถโทรฟรีติดต่อหาครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนได้สะดวกโดย

– ให้โทรออก รับสาย รวมถึงการรับส่งข้อความ SMS ทั้งในประเทศเบลเยี่ยมและต่างประเทศ ฟรี ระหว่างวันที่ 22-24 มีนาคม 2559

– ให้โทรเช็คข้อมูล และแจ้งขอความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน ได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้ฟรี ที่หมายเลข +32 470 859 หรือโทรสอบถามข้อมูล และขอความช่วยเหลือ มาได้ที่ดีแทค คอลเซ็นเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ได้ฟรีที่หมายเลข +662 202 8100 ในช่วงเวลาดังกล่าว

ด้าน ทรูระบุว่า ขอแสดงความเสียใจต่อโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นในกรุงบรัสเซลส์ครั้งนี้  ลูกค้าทรูมูฟ เอช ที่เดินทางอยู่ในประเทศเบลเยียมสามารถโทรออกและรับสายฟรีทั้งในและต่างประเทศ  ระหว่างวันที่ 22-23 มีนาคม 2559  รวมทั้งลูกค้าทรูมูฟ เอชในไทยและเบลเยียม สามารถติดต่อขอข้อมูลหรือความช่วยเหลือฉุกเฉินจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ได้ฟรีที่หมายเลข +32 470 859 667 ในช่วงเวลาดังกล่าว

ภาพ…เอเอฟพี

 

วิจารณ์ชาวเน็ตไทย ใช้แอพ “Wakie” จีบฝรั่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2559 เวลา 12:56 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422775

วิจารณ์ชาวเน็ตไทย ใช้แอพ "Wakie" จีบฝรั่ง

ผู้ใช้แอพฯ “Wakie” วิจารณ์คนไทยใช้งานผิดวัตถุประสงค์ จากแอพฯนาฬิกาปลุกกลายเป็นการใช้หาคู่

เร็วๆ นี้ มีแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่พัฒนาโดยชาวต่างชาติชื่อว่า Wakie คือเป็นเสมือนชุมชนออนไลน์ที่ใช้ในการพูดคุยแชร์ประสบการณ์ชีวิต หรือให้กำลังใจคนที่เราเป็นเพื่อนด้วย ซึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นของเจ้าแอพนี้คือการทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุก ต่างจากนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์ตรงที่พอถึงเวลาที่เราตั้งไว้ จะมีคนจากทั่วทุกมุมโลกที่เราไม่รู้จักโทรมาปลุกถึงเตียงนอน ด้วยคุณสมบัตินี้เอง ทำให้คนไทยสนใจและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

แต่กลับมีผู้ใช้ชาวไทยบางรายที่นำแอพนี้มาใช้หาคู่ชาวต่างชาติ หรือบางรายมีการทิ้งไลน์ไอดี หรือแอคเคาท์เฟซบุ๊คไว้เพื่อให้ชายต่างชาติติดต่อกลับ จนถูกผู้ใช้ในต่างประเทศต่อว่าต่อขาน หรือแม้แต่ผู้ใช้ที่เป็นคนไทยด้วยกันเองยังออกอาการงงกับพฤติกรรมไร้มารยาท โดยผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า ถึงคนไทยที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษ ผมแนะนำให้ไปเรียนที่โรงเรียนแทนครับ

ร้อนถึงทีมงานผู้คิดค้นแอพโทรปลุกนี้ต้องโพสต์ข้อความในทำนองตักเตือนผู้ใช้คนไทยแบบอ้อมๆ และนิ่มนวล โดยอธิบายคุณสมบัติและวิธีใช้แอพอย่างละเอียด เพื่อให้คนไทยใช้แอพนี้ได้ตรงกับจุดประสงค์ของคนคิด

 

ข่าวดี!ลดราคานาฬิกา Apple Watch เริ่มต้น11,500บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2559 เวลา 12:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422773

ข่าวดี!ลดราคานาฬิกา Apple Watch เริ่มต้น11,500บาท

‘แอปเปิล’ประกาศลดราคานาฬิกา Apple Watch เริ่มต้น 11,500 บาท

ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังเล็งซื้อนาฬิกาอัจฉริยะ Apple Watch เพราะขณะนี้ค่ายมือถือ’แอปเปิล’ในประเทศไทยได้ประกาศปรับลดราคาวางจำหน่าย Apple Watch Sport ลงจากเดิมเริ่มต้นราคา 13,500 บาทเหลือ 11,500 บาท ทั้งนี้ยังมีพร้อมสายนาฬิกาไนลอนถักแบบใหม่มาให้เลือกอีกด้วย

สรุปแล้ว Apple Watch Sport ขนาด 38มม.สนนราคา 11,500 บาท (ราคาเดิม 13,500 บาท) และขนาด 42 มม.สนนราคา 13,500 บาท (ราคาเดิม 15,500 บาท)

สำหรับผู้สนใจสามารถเลือกชมสายนาฬิกาทั้งหมดได้ผ่านทาง http://www.apple.com/th/shop/buy-watch/apple-watch-sport

เปิดตัวiPad Proหน้าจอ9.7นิ้ว ราคาเริ่มต้น22,900บ.(คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2559 เวลา 11:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422742

เปิดตัวiPad Proหน้าจอ9.7นิ้ว ราคาเริ่มต้น22,900บ.(คลิป)

เปิดตัว iPad Pro หน้าจอ9.7นิ้วเท่า iPad Air2 ราคาเริ่มต้นที่22,900บ.

ในขณะที่เมื่อคืนที่ผ่านทาง’แอปเปิล’ได้เปิดตัวมือถือ iPhone SE ก็มีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจเปิดตัวอีกเช่นกันนั่นคือ iPad Pro หน้าจอ 9.7 นิ้ว สเปคเทียบเท่ารุ่นดั้งเดิมแต่มาในราคาที่ถูกกว่า!

– หน้าจอ 9.7 นิ้วความละเอียด 2048 x 2732 พิกเซล รองรับเทคโนโลยี True Tone Display ปรับการแสดงผลอุณหภูมิสีบนหน้าจอให้เข้ากับแสงในสภาพแวดล้อมภายนอกเพื่อความสบายตาในการรับชม
– ชิปเซ็ต A9X Dual Core CPU พร้อมหน่วยประมวลผลร่วม M9
– ความจุ 32GB / 128GB / 256GB
– กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว Live Photos บันทึกวิดีโอ 4K และวิดีโอสโลว์โมชั่นระดับ 240fps
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล รองรับระบบแฟลชหน้าจอ Retina Flash
– ลำโพงสเตอริโอ 4 ตัว
– รองรับการทำงานร่วมกับ Smart Keyboard และ Apple Pencil (ซื้อแยกทั้งคู่)
– มีให้เลือก 4 สีคือสีเงิน Silver, สีทอง Gold, สีเทาดำ Space Grey, สีทองกุหลาบ Rose Gold
– รองรับ WiFi 802.11ac และ Bluetooth 4.2
– รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID
– มีทั้งรุ่น WiFi และรุ่นรองรับ 4G LTE
– ระบบปฏิบัติการ iOS 9.3

ทั้งนี้ iPad Pro รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้วได้ประกาศราคาแล้วสำหรับรุ่น Wi-Fi ส่วนรุ่น 4G LTE กำลังรออนุมัติอยู่ และจะดำเนินการวางจำหน่ายในกลุ่มประเทศแรก (ไม่มีไทย) วันที่ 31 มี.ค.

iPad Pro Wi-Fi รุ่นความจุ 32GB ราคา 22,900 บาท, รุ่นความจุ 128GB ราคา 28,900 บาท, รุ่นความจุ 256GB ราคา 34,900 บาท

ที่มา http://www.apple.com/th/shop/buy-ipad/ipad-pro

เปิดตัว!’iPhone SE’หน้าจอ4นิ้ว-สเปคเทียบชั้น6S (คลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 มีนาคม 2559 เวลา 11:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422739

เปิดตัว!'iPhone SE'หน้าจอ4นิ้ว-สเปคเทียบชั้น6S (คลิป)

เปิดตัว’iPhone SE’หน้าจอเล็ก 4 นิ้ว สเปคแรงเทียบชั้น6S-ดีไซน์เหมือน5S

มาตามข่าวลือจนได้ เมื่อค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง’แอปเปิล’ได้เปิดตัว iPhone SE มือถือรุ่นใหม่หน้าจอเล็กเพียง 4 นิ้วดีไซน์เดียวกับ iPhone 5S เป๊ะๆ แต่ปรับสเปคจนแรงเร็วเทียบชั้น iPhone 6S ได้เลยทีเดียวในราคาที่ถูกกว่า!

iPhone SE ตัวเครื่องอลูมิเนียมเหมือนเดิม พร้อมคุณสมบัติถ่ายภาพเคลื่อนไหวแบบ Live Photos แม้ไม่ได้มาพร้อมฟีเจอร์ 3D Force และบันทึกวิดีโอระดับความคมชัด 4K สโลว์โมชั่นระดับ 240fps รวมไปจนถึงรองรับการใช้งานผ่านระบบ Apple Pay

– หน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียด 1136×640 พิกเซล
– ชิปเซ็ต Apple A9 Dual Core CPU ความเร็ว 1.85GHz พร้อมชิปประมวลผลร่วม M9 (แรงกว่า iPhone 5S 2 เท่า)
– ชิปประมวลกราฟิค PowerVR GT7600 (แรงกว่า iPhone 5S 3 เท่า)
– ความจุ 16GB หรือ 64GB
– กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล
– กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล รองรับแฟลชหน้าจอ Retina Flash
– ระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID
– รองรับ NFC และระบบApple Pay
– รองรับ 4G LTE
– รองรับ WiFi 802.11ac, Bluetooth 4.2
– ระบบปฏิบัติการ iOS 9.3
– รองรับ Siri แบบ Always On
– มีให้เลือก 4 สีคือสีเงิน Silver, สีทอง Gold, สีเทาดำ Space Grey, สีทองกุหลาบ Rose Gold

iPhone SE จะเริ่มวางจำหน่ายใน 12 ประเทศกลุ่มแรก (ไม่มีไทย) ในวันที่ 31 มี.ค.นี้ และประเทศอื่นๆ ในเดือนพ.ค. โดยรุ่น 16GB จะมีราคา 399 ดอลลาร์ (ประมาณ 13,900 บาท) และรุ่น 64GB จะมีราคา 499 ดอลลาร์ (ประมาณ 17,400 บาท) ทั้งนี้คาดว่าเมื่อเผยราคาวางจำหน่ายในไทยอาจมีราคาสูงถึง 15,000-18,000 บาท

ที่มา http://www.apple.com/th/iphone-se/