กทค.ยึดมัดจำ-เรียกค่าเสียหาย “แจส” พร้อมเตรียมเปิดประมูลใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 17:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422700

กทค.ยึดมัดจำ-เรียกค่าเสียหาย "แจส" พร้อมเตรียมเปิดประมูลใหม่

กทค.แถลงยึดเงินมัดจำ 644 ล้านบาท พร้อมเรียกค่าเสียหายเพิ่ม หลังแจสเบี้ยวจ่ายเงินประมูล 4 จี พร้อมเตรียมเปิดประมูลใหม่ในราคาเริ่มต้น 7.5 หมื่นล้านบาท

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) แถลงว่า บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ในเครือ บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ไม่ได้มาชำระเงินค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ภายในเวลาที่กำหนด 16.30 น.วันนี้ ดังนั้น กทค.จะมีหารือแนวทางดำเนินการต่อจากนี้ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ เพื่อนำเสนอกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อไป

เบื้องต้นนี้ กทค.ยังคงย้ำมติเดิมที่ได้กำหนดแนวทางไว้ว่า หากผู้ชนะประมูลไม่มาจ่ายค่าใบอนุญาตจะมีการเปิดประมูลใหม่โดยจะใช้ราคาที่ แจส ชนะประมูลราว 7.5 หมื่นล้านบาทเป็นราคาเริ่มต้นประมูล และจะตัดสิทธิ แจส ในการเข้าประมูลอีกครั้ง แต่ไม่ตัดสิทธิรายอื่นที่เข้าประมูลครั้งก่อน

ส่วนการดำเนินการกับแจส ในกรณีที่ไม่ชำระเงินตามกำหนดจะมีการยึดเงินค้ำประกัน 644 ล้านบาทที่เป็นเช็คเงินสดที่สามารถขึ้นเงินได้ทันที รวมทั้งจะเรียกค่าเสียหาย ทั้งที่กำหนดไว้เดิมและอาจมีประกาศฉบับใหม่ นอกจากนี้ยังจะทบทวนใบอนุญาตให้บริการอื่น ๆ ที่แจสได้รับจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้วย

ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะมีการหารือเรื่องนี้อีกครั้งในวันพุธที่ 23 มี.ค.นี้ แต่ในขณะนี้ยังคงยึดหลักการเดิม คือราคาประมูลจะเริ่มต้นที่ 7.5หมื่นล้านบาทและใช้เวลาในการดำเนินงานประมูลรอบใหม่อย่างน้อย 4 เดือน

“วันนี้ยังไม่อยากให้คำตอบ หากยังไม่ได้คุยรายละเอียดที่ชัดเจนกับฝ่ายกฎหมายที่ต้องใช้ความรอบคอบและระมัดระวังที่สุดเพราะถือว่าเป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ โดยทางกสทช.จะยึดหลักประกัน มูลค่า 644 ล้านบาท ของแจสที่สั่งจ่ายเป็นเช็คเงินสดทันที ส่วนค่าปรับอื่นๆ ต้องรอข้อสรุปจากที่ประชุมอีกครั้ง”นายฐากรกล่าว

นายฐากรกล่าวอีกว่า ต้องการให้ทางผู้บริหารแจสเป็นผู้ออกมาชี้แจงเอง เพราะเป็นบริษัทมหาชน ควรมีธรรมภิบาลในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์เองก็ได้พยายามติดต่อผู้บริหารแล้วแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้  จะจ่ายหรือไม่จ่าย ถือว่าเป็นเรื่องของกระบวนการ แต่ความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจเป็นสิ่งที่ต้องชี้แจงให้ประชาชนรับรู้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญและหลังจากที่มีผู้ประสานงานติดต่อมาในช่วงเช้า และก็ไม่ได้มีการพูดคุยกันอีก เพราะหากเกินเวลา 15.30 น ที่เป็นเวลาทำการของธนาคาร ทางกสทช.ก็ถือว่าไม่มีการมาจ่ายแล้ว

อย่างไรก็ตาม มติกทค.ที่พิจารณาแล้ว มี 5 ข้อ ดังนี้

1. หากมีการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ครั้งใหม่เกิดขึ้น ราคาเริ่มต้นการประมูลจะต้องถูกกำหนดไว้ในราคาที่ผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้ว

2.การประมูลคลื่นความถี่ครั้งใหม่จะไม่ตัดสิทธิผู้ชนะการประมูลครั้งที่แล้ว ที่ได้นำเงินมาชำระในการที่จะเข้าประมูลใหม่เพื่อให้การแข่งขันมีมากราย

3.หากมีการประมูลแล้วไม่มีผู้สนใจเข้าร่วม ทางกสทช.จะไม่นำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาประมูลในครั้งที่สองทันที โดยจะเก็บคลื่นไว้ไม่น้อยกว่า 1 ปี และหากมีการประมูลใหม่หลังจากนั้น ราคาเริ่มต้นก็จะต้องไม่น้อยกว่าราคาที่ผู้ชนะการประมูลชนะไปในครั้งที่แล้ว

4.ผู้ชนะการประมูลที่ไม่นำเงินมาชำระตามกำหนดเวลา นอกจากจะริบหลักประกันแล้ว ทางกสทช.ยังจะเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นตามกฏหมายหรือประกาศที่กำหนดไว้เพิ่มเติมอีก และจะตรวจสอบคุณสมบัติของการเป็นผู้ประกอบกิจการที่รับใบอนุญาตเดิมจากกสทช.ทั้งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม

5.เนื่องจากเรื่องนี้ยังเป็นสิทธิของผู้ชนะการประมูลที่จะนำเงินมาชำระได้จนถึงวันที่ 21 มี.ค. 2559 ดังนั้น ขอให้กทค.ทุกท่านรวมทั้งกสทช.หลีกเลี่ยงการให้ข่าวที่เป็นอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นในระหว่างนี้

 

“แจส” ไม่มาจ่ายเงินประมูล4จีหลังครบกำหนดเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 16:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422694

"แจส" ไม่มาจ่ายเงินประมูล4จีหลังครบกำหนดเวลา

“แจส โมบาย” ไม่มาจ่ายเงินค่าประมูล 4 จีให้กับ กสทช. หลังครบกำหนดเวลา

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.เวลา 16.40 น. หลังครบกำหนดเวลาที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด จะต้องนำเงินมาชำระค่าใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่ 900 MHz ต่อ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง. กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)ในเวลา 16.30 น. ปรากฏว่า ไม่มีตัวแทนของบริษัทแจส โมบายฯเดินทางมายังสถานที่ที่ กสทช. จัดเตรียมไว้แต่อย่างใด โดยกสทช.ได้เตรียมจัดแถลงแล้ว

ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า จากกระแสข่าวของสื่อบางสำนักที่รายงานไปว่าแจส ติดต่อเข้ามาเพื่อขอชำระเงินนั้น ไม่เป็นความจริง และยังขอยืนยันว่าไม่ได้มีใครติดต่อมา เป็นเพียงการสอบถามเรื่องการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่เท่านั้น

 

ดีแทคแนะเปิดประมูลคลื่น900ใหม่ในราคาเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 16:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422678

ดีแทคแนะเปิดประมูลคลื่น900ใหม่ในราคาเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้าน

ดีแทคออกแถลงการณ์แนะ กสทช. นำคลื่น 900 มาประมูลใหม่ในราคาเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้าน เพื่อสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ออกแถลงการณ์ระบุว่า ใกรณีที่ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ไม่สามารถมาชำระเงินค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิร์ซได้จะเป็นสถานการณ์ที่มีผลกระทบอย่างมากเป็นประวัติการณ์ของวงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ซึ่งต้องพิจารณาร่วมกันหาทางออกอย่างรอบคอบที่สุดเพื่อความยุติธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ในความเห็นของดีแทค หากมีการจัดการประมูลอีกครั้ง ควรจะต้องนำคลื่น 900MHz ช่วงที่ 1 มาประมูลใหม่ตามเงื่อนไขเดิมของกสทช. ซึ่งยังมีผลใช้บังคับ รวมทั้งกำหนดราคาประมูลเริ่มต้น 1.28 หมื่นล้านบาทเท่าเดิม ซึ่งจะเป็นราคาที่นำไปสู่การสะท้อนมูลค่าคลื่นความถี่ที่แท้จริง

 

กสทช.เผย “แจส” ยังไม่ประสานเข้าจ่ายเงิน 4 จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 13:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422637

กสทช.เผย "แจส" ยังไม่ประสานเข้าจ่ายเงิน 4 จี

เลขาธิการกสทช. เผย “แจส” ยังไม่มีการประสานว่าจะมาชำระเงินค่าใบอนุญาตหรือไม่

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เวลา 10.30 น. นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เดินทางมาตรวจสอบความเรียบร้อยสถานที่รับเงินชำระค่าใบอนุญาตคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ต พร้อมทั้งยืนยันว่า ยังไม่มีการประสานมาจากทาง บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ว่าจะเดินทางมาชำระเงินหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็จะรอจนถึงเวลา 16.30 น.ตามกำหนด

ต่อมาในเวลา 11.30 น. นายฐากรได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า จากกระแสข่าวของสื่อบางสำนักที่รายงานไปว่าแจส ติดต่อเข้ามาเพื่อขอชำระเงินนั้น ไม่เป็นความจริง และยังขอยืนยันว่าไม่ได้มีใครติดต่อมา เป็นเพียงการสอบถามเรื่องการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมสถานที่เท่านั้น

นายฐากรได้กล่าวถึงแผนที่เตรียมไว้หากแจสไม่เดินทางมาจ่ายเงินตามกำหนดไว้ว่า มี 2 ทางเลือก คือ จะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมหรือ กทค. เพื่อดำเนินการประมูลใหม่ภายใน 4 เดือน หรือจะให้สิทธิกับผู้เข้าประมูลที่เสนอราคาประมูลในลำดับถัดมา ว่าจะรับเงื่อนไขในราคาที่แจสประมูล 75,000 ล้านบาท ได้หรือไม่

แหล่งข่าวคนสนิทนายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยว่า การเจรจาระหว่างธนาคารกรุงเทพ และนายพิชญ์ เพื่อให้ธนาคารออกหนังสือค้ำประกันค่าใบอนุญาต 4จี มูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท ติดปัญหาเรื่องเดียวคือ การค้ำประกันส่วนตัวของนายพิชญ์ ที่ธนาคารกรุงเทพต้องการ แต่นายพิชญ์ปฏิเสธเป็นสาเหตุที่ธนาคารไม่ออกหนังสือค้ำประกันให้

“การเจรจาจบลงแล้ว ขณะนี้เตรียมเอกสารทุกอย่างเรียบร้อย แต่ติดปัญหาเดียวที่ไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา คือการค้ำประกันส่วนตัว สำหรับทางออกขณะนี้ไม่มี ขึ้นอยู่ที่การเจรจาระหว่างนายพิชญ์กับธนาคารเท่านั้น หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมถอยก็จบ ขณะนี้ยังตอบอะไรไม่ได้ หากใครคนหนึ่งยอมภายในเวลา 05.00 น. วันที่ 21 มี.ค.นี้ แจสก็จะสามารถวางหนังสือค้ำประกันได้” แหล่งข่าวเปิดเผย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ช่วงนี้เกิดข่าวลือของบริษัทมาก เช่น ข่าวการเสนอขายหุ้นของผู้ถือหุ้นใหญ่ให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจงนั้นไม่เป็นความจริง ส่วนกรณีที่แจสต้องทิ้งใบอนุญาต 4จี และจะกลับไปทำธุรกิจหลักบรอดแบนด์ ประกอบกับการซื้อหุ้นกลับคืนส่งผลให้จำนวนหุ้นลดลงทำให้ผลตอบแทนต่อหุ้นสูงขึ้น

ผู้บริหารธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า คณะกรรมการธนาคารคงพิจารณาเงินกู้นี้ไม่ทันในวันที่ 21 มี.ค.นี้แน่นอน

 

เคาะลดภาษี 524สินค้าไอที กระตุ้นลงทุน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มีนาคม 2559 เวลา 07:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422555

เคาะลดภาษี 524สินค้าไอที กระตุ้นลงทุน

สนช.ไฟเขียว ลดภาษีสินค้าไอทีใต้กรอบดับเบิ้ลยูทีโอ 524 รายการ คาดช่วยดันเศรษฐกิจไทยโต 0.66%

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลงมติเห็นชอบให้ไทยลดภาษีศุลกากรภายใต้ความตกลงว่าด้วยการค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศ (ITA Expansion) ซึ่งเป็นความตกลงฉบับใหม่ที่ขยายขอบเขตการลดภาษีภายใต้กรอบความร่วมมือองค์การการค้าโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) โดยไทยจะลดภาษีสินค้าไอทีจำนวน 524 รายการ เป็น 0% แต่จะมีระยะเวลาในการลดภาษีแตกต่างกัน และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในวันที่ 1 ก.ค. 2559

ทั้งนี้ การเข้าร่วมลดภาษีภายใต้ความตกลง ITA Expansion จะเป็นประโยชน์กับไทย ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 0.66% และประหยัดภาษีนำเข้าให้กับไทยประมาณ 4,700 ล้านบาท ทำให้สินค้าไอทีในไทยมีราคาถูกลง ขณะที่การลดภาษีสินค้าไอทีของสมาชิกดับเบิ้ลยูทีโอทั้ง 52 ประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศมีรายการลดภาษีสินค้าไอทีไม่เท่ากัน จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยเพิ่มขึ้นเพราะสามารถนำเข้าวัตถุดิบภายใต้ความตกลง ITA Expansion ทำให้สินค้าสำเร็จรูปมีต้นทุนต่ำลง

นอกจากนี้ ยังช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลผลักดันกลุ่มซูเปอร์คลัสเตอร์ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และดิจิทัล รวมทั้งทำให้มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในสาขาไอทีสูงขึ้น จากปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 7 หมื่นล้านบาท และมีการจ้างงาน 6.5 หมื่นคน

สำหรับการลดภาษีสินค้าทั้ง 524 รายการนั้น แบ่งเป็น 4 ช่วง ช่วงแรกลดภาษี 0% ทันที 324 รายการ เช่น อุปกรณ์ประกอบ เครื่องพิมพ์ ลดภาษี 0% ภายใน 3 ปี จำนวน94 รายการ เช่น สตาร์ทเตอร์ ลดภาษี 0% ภายใน 5 ปี 82 รายการ เช่น ชุดประกอบแผงวงจร และลดภาษี 0% ภายใน 7 ปี เช่น อินเวอร์เตอร์ เป็นต้น

 

ลุ้นเฮือกสุดท้ายแจสจ่ายเงิน4จี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มีนาคม 2559 เวลา 07:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422331

ลุ้นเฮือกสุดท้ายแจสจ่ายเงิน4จี

ลุ้นตัวโก่ง แจสฯ หาเงินจ่ายค่าประมูลงวดแรก 21 มี.ค. วงการหวั่นไม่ทันกำหนด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แจ้งผ่านทวิตเตอร์ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ หากได้รับหนังสือแจ้งแล้วจะนำเรียนทุกท่านผ่านทางทวิตเตอร์ต่อไป

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจาก บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ เปิดเผยว่า ได้ติดต่อหารือกับ กสทช.ในเบื้องต้น ว่าสามารถหาแบงก์การันตีได้แล้วจากสถาบันการเงินในต่างประเทศ แต่ปัญหาเกรงว่าจะไม่ทันกำหนดในวันที่ 21 มี.ค. เนื่องจากต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน

“ขณะนี้ไม่ใช่ไม่มีเงิน เงินมี พร้อมแบงก์การันตี แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะดำเนินการได้ทันเวลาหรือไม่ เพราะการจ่ายเงินค่าประมูลต้องมาพร้อมแบงก์การันตีด้วย” แหล่งข่าว ระบุ

สำหรับราคาหุ้น บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ยังพุ่งสูงมาปิดที่ 3.58 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ 4.07% มูลค่าการซื้อขาย 1,532 ล้านบาท ติดอันดับ 6 หุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด และปริมาณซื้อขายติดอันดับ 3 ของวัน

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน มองว่าการปรับขึ้นของราคาหุ้น JAS น่าจะเกิดจากการเก็งกำไรว่าบริษัทไม่ชำระค่าใบอนุญาตตามกำหนด และการประชุมคณะกรรมการเพื่อกำหนดราคาซื้อหุ้นคืน มี.ค.นี้ โดยเชื่อว่า JAS จะเดินหน้าลงทุนในธุรกิจใหม่โมบายบรอดแบนด์ เพื่อต่อยอดบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์และลดความเสี่ยงจากการถูกคู่แข่งคือ ทรู และเอไอเอส ไฟเบอร์ แย่งส่วนแบ่งตลาด เราประเมินการลงทุนในธุรกิจใหม่ จะทำให้ปีนี้บริษัทพลิกเป็นขาดทุน 2,281 ล้านบาท ส่วนปี 2560-2561 คาดจะขาดทุน 730 ล้านบาท และ 385 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ หาก JAS ไม่จ่ายเงินค่าใบอนุญาต ประเมินราคาเป้าหมาย 5.70 บาท (หักเงินประกัน 644 ล้านบาท) แต่มอง JAS มีความเสี่ยงถูก กสทช. ฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีจัดประมูลใหม่ และชนะประมูลที่ราคาต่ำกว่า 75,654 ล้านบาท

นายชาญ บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บรุ๊คเคอร์ กรุ๊ป ที่ปรึกษาทางการเงินของ JAS กล่าวว่า การเจรจากับธนาคารกรุงเทพเรื่องขอแบงก์การันตีจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ไม่มีข้อสรุป อยู่ระหว่างการต่อรอง

 

‘อินสตาแกรม’เตรียมปรับนิวฟีดใหม่-ไม่เรียงตามเวลา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2559 เวลา 15:07 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422271

'อินสตาแกรม'เตรียมปรับนิวฟีดใหม่-ไม่เรียงตามเวลา

‘อินสตาแกรม’เตรียมปรับนิวฟีดใหม่-ไม่เรียงตามเวลา เรียงภาพตามความสนใจ

เดิมทีจากที่หลายๆ คนจะเห็นว่านิวฟีด’อินสตาแกรม’จะเรียงภาพต่างๆ ตามเวลาโพสต์ ล่าสุดทางแอพฯ โซเชียลมีเดียยอดนิยมนี้จะเตรียมอัลกอริทึมใหม่ให้เรียงตามความน่าสนใจมากขึ้น

ข้อมูลจากอินสตาแกรมระบุว่า ผู้ใช้งานหลายคนมักพลาดพลาดโพสต์จากหน้านิวฟีดกว่าร้อยละ 70 นั่นทำให้ผู้ใช้เหล่านั้นอาจพลาดโพสต์ที่พวกเขาเหล่านั้นให้ความสนใจมากที่สุด โดยจะหันมาอิงผ่านการไลค์ การคอมเมนท์ และความสัมพันธ์

“หากศิลปินคนโปรดได้แชร์คลิปวีดีโอจากคอนเสิร์ตเมื่อคืนก่อน หรือเพื่อนสนิทโพสต์ภาพสุนัขตัวโปรด เมื่อคุณตื่นขึ้นมาอีกวัน คุณก็จะยังไม่พลาดโพสต์ดังกล่าว”

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เริ่มใช้งานภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

ผู้ใช้’iPhoneเฮ!ศูนย์ไทยเตรียมรับซ่อมหน้าจอแตก ราคาเริ่ม5,000บาท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2559 เวลา 11:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422235

ผู้ใช้'iPhoneเฮ!ศูนย์ไทยเตรียมรับซ่อมหน้าจอแตก ราคาเริ่ม5,000บาท

ศูนย์บริการ’แอปเปิล’ในไทยเตรียมเปิดให้รับซ่อมหรือเปลี่ยนจอแตกแล้ว เป็นอะไหล่แท้-ราคาเริ่มต้น5,000บาท

นับว่าเป็นหนึ่งเรื่องชวนเฮของผู้ใช้ iPhone ในประเทศไทยอีกหนึ่งเรื่อง เมื่อศูนย์บริการผลิตภัณฑ์แอปเปิลในประเทศไทยเตรียมเปิดรับซ่อมหรือเปลี่ยนหน้าจอสำหรับลูกค้าที่มีปัญหาหน้าจอแตกแล้วในราคาเริ่มที่ 5,000-5,500 บาทเท่านั้น แทนที่การเปลี่ยนทั้งตัวเครื่องที่ต้องสูญเงินหลักหมื่น แถมยังเป็นอะไหล่แท้พร้อมรับรองมาตรฐานโดยแอปเปิล

ทั้งนี้ iPhone รุ่นที่สามารรถรับบริการเปลี่ยนหน้าจอได้มีดังนี้ iPhone 5, iPhone 5c, iPhone 5s, iPhone 6, iPhone 6 plus, iPhone 6s, iPhone 6s plus

ทั้งนี้ ในกรณีที่ตัวเครื่องอยู่ในประกัน แต่หน้าจอเกิดการเสียหาย แตก หัก จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าซ่อมแซม และประกันตัวเครื่องจะยังคงเดินต่อจากที่มีอยู่

รายงานระบุว่า ลูกค้าติดต่อสอบถามได้ที่ iServe ศูนย์บริการบริการซ่อมแซมผลิตภัณฑ์แอปเปิลรองรับมาตรฐาน ACMT (Apple Certificate Macintosh Technician)
ทุกสาขา ดังเช่น iServe Amarin Plaza, iServe Park Ventures Ecoplex, iServe CentralWorld, iService Digital Gateway, Smart Bar โดยจะเริ่มให้บริการเร็วๆ นี้

ที่มา iServe
ภาพ cultofmac

 

คนแห่ช็อปออนไลน์’เว็บขายดี’โตเท่าตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2559 เวลา 07:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422201

คนแห่ช็อปออนไลน์'เว็บขายดี'โตเท่าตัว

แนวโน้มคนซื้อสินค้าผ่านออนไลน์พุ่ง เว็บขายดีคาดโตเท่าตัวปีนี้ แนะผู้ประกอบการเร่งทำตลาด

นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส ผู้บริหารเว็บไซต์ขายดี (kaidee.com) เปิดเผยว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พบว่าจำนวนผู้ใช้เว็บไซต์ขายดีเพิ่มขึ้น 40-50% ต่อปี แต่แนวโน้มในปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 100-200% จากพฤติกรรมผู้ใช้สมาร์ทโฟนของประเทศไทยที่มีมากขึ้น หรือคิดเป็นจำนวนผู้ใช้เว็บไซต์ในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 1 ล้านราย โดยปัจจุบันมีรายการสินค้าที่ลงจำหน่ายในเว็บไซต์ทั้งหมดกว่า 4 หมื่นรายการ

ทั้งนี้ ในปี 2015 ที่ผ่านมา มีผู้ลงประกาศขายสินค้าในเว็บไซต์กว่า 8.5 ล้านรายการ ในทั้งหมดกว่า 246 หมวดหมู่ ซึ่งมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเพื่อซื้อสินค้า 6.5 แสนราย/วัน

นอกจากนี้ ผู้ใช้เว็บไซต์ส่วนใหญ่ใช้งานผ่านมือถือกว่า 70% และมีผู้ลงประกาศขายสินค้าจากแอพพลิเคชั่นบนมือถือ กว่า 64% เพราะพฤติกรรมของคนไทยในการใช้อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนเปลี่ยนไป ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา มีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

ขณะที่ตัวเลขล่าสุดของคนไทยที่ใช้สมาร์ทโฟน ปัจจุบันมีกว่า 38 ล้านคน สำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมดทั่วประเทศกว่า 45 ล้านราย และมียอดขายสมาร์ทโฟนกว่า 20 ล้านเครื่อง ในปีที่ผ่านมา

“เว็บไซต์ขายดีเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถขายของได้ โดยเฉพาะธุรกิจ เอสเอ็มอีที่กำลังเริ่มต้น ให้เข้ามาโฆษณาสินค้าในเว็บไซต์และสามารถระบุราคาขายได้เอง” นายทิวา กล่าว

สำหรับคำค้นชื่อสินค้าที่ต้องการ ซื้อในเว็บไซต์ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ พระเครื่อง มอเตอร์ไซค์ กระเป๋า และของใช้ในบ้าน เป็นต้น

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจค้าปลีกทุนไทย กล่าวว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซ ในประเทศไทยเติบโตขึ้น 20-30% ต่อปี เป็นโอกาส ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ซึ่งผู้ประกอบการต้องควบคุมคุณภาพสินค้า สามารถผลิตได้อย่างต่อเนื่อง และต้องสำรวจตลาดก่อนวางจำหน่ายสินค้า จึงมีโอกาสสำเร็จ

 

จ่อผุดแอพบล็อกเบอร์ขายประกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2559 เวลา 06:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/422194

จ่อผุดแอพบล็อกเบอร์ขายประกัน

กสทช.ผุดแอพพลิเคชั่น Call Screen เลือกบล็อกเบอร์โทรขายประกันสินเชื่อ คาดแล้วเสร็จ ก.ย.-ต.ค.นี้

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า สำนักงาน กสทช. เตรียมจัดทำแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า “Call Screen” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ เพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้โทรศัพท์ใน การบล็อกการขายสินค้าและบริการทางโทรศัพท์ โดยถือเป็นหนึ่งในโครงการไฮไลต์ด้านคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุกของ กสทช. ในปีนี้

ทั้งนี้ หลักการทำงานของแอพพลิเคชั่นดังกล่าว กสทช.จะกำหนดให้กลุ่มธุรกิจที่มีการขายสินค้าและบริการทางโทรศัพท์ทั้งหมดมาลงทะเบียนกับ กสทช. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาจะมีวิธีการอย่างไรให้ธุรกิจเหล่านี้มาลงทะเบียน ขณะที่ผู้บริโภคจะต้องมาลงทะเบียนใช้แอพพลิเคชั่นนี้ด้วย จึงจะมีสิทธิเลือกว่าจะเลือกรับเทเลเซลบริการใดบ้าง โดยหากเป็นการขายสินค้าหรือบริการทางโทรศัพท์ที่ผู้บริโภคไม่ได้เลือกรับสายไว้ หมายเลขดังกล่าวจะถูกบล็อกทันที

นอกจากนี้ ในกรณีที่ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศแล้วถูกโทรมารบกวนและต้องเสียค่าโรมมิ่ง ก็จะได้มีหลักฐานไปชาร์จบริษัทที่โทรไปหาผู้บริโภคได้ เพราะถือเป็นการสร้างความเดือดร้อนรำคาญ

“สมมติว่าผมไปสมัคร Call Screen กสทช. ผมบอกไม่รับโทรศัพท์ประกัน ไม่รับสินเชื่อ โทรอีกกี่ชาติก็ไม่ติด แบบนี้แฟร์ทุกคน เพราะสิ่งที่สร้างความรำคาญมากตอนนี้ คือพวกโทรศัพท์ขายประกัน โทรมากินเวลาคุณ แต่ต่อไปคนพวกนี้ต้องลงทะเบียน ประชาชนจะได้เลือกได้ว่าจะรับสายหรือไม่ และถ้ามีการโทรมารบกวนจริง จะได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกกฎว่าห้ามโทรขายหลัง 1 ทุ่ม และห้ามโทรวันอาทิตย์ หากมีคนฝ่าฝืนจะได้มีหลักฐานเอาผิด” นายก่อกิจ กล่าว

นายก่อกิจ กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.กำลังอยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง และคาดว่าจะเปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น Call Screen ได้ในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้