พาชม “แอปเปิลสโตร์” แห่งแรกในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570213

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 21:42 น.

พาชม "แอปเปิลสโตร์" แห่งแรกในไทย

เผยโฉมร้าน แอปเปิล สโตร์ สาขาแรกในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ภายในไอคอนสยาม

ใกล้เปิดอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับร้าน แอปเปิล สโตร์ สาขาแรกในประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ภายใน ไอคอนสยาม ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่ใช้เม็ดเงินลงทุนสูงถึง 54,000 ล้านบาท ในทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเปิดตัวจริงวันที่ 10 พ.ย.

สำหรับร้าน แอปเปิล สโตร์ สาขาแรกในไทย ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ ไอคอนสยาม สาขานี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า แอปเปิล ไอคอนสยาม ส่วนดีไซน์การตกแต่งร้าน หากมองจากด้านนอกจะเป็นกระจกใสขนาดใหญ่ 38 x 11 เมตร ภายในร้านมีขนาดพื้นที่ 120-130 ตารางเมตร ตกแต่งด้วยต้นฟีกัสเรียงกัน 12 ต้น ที่เป็นคอนเซ็ปต์เดียวกันกับร้านอื่นทั่วเอเชีย

แต่ก่อนที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วันนี้วันนี้โพสต์ทูเดย์ขอพาสาวกแอปเปิล ไปชมบรรยากาศร้าน แอปเปิล ไอคอนสยาม กันก่อน

คนแห่งอนาคต (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570136

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 11:00 น.

คนแห่งอนาคต (1)

ชัชวาล สังคีตตระการ ผู้ช่วยวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)Logo

ผมมีโอกาสเข้าไปอยู่แวดวงการฝึกอบรมนักเรียนนักศึกษาคนรุ่นใหม่นานหลายปี ในหลากหลายบทบาทฐานะทั้งผู้สอน ผู้เรียน ผู้ให้คำปรึกษา ผู้ร่างและออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรม การฝึกเหล่านี้มีทั้งที่อยู่ในหลักสูตรการศึกษาตามสถานศึกษา และแยกออกมาจัดกันเองข้างนอกด้วยการสนับสนุนจากภาคธุรกิจหรือองค์กรอื่น

เหตุผลที่หลายหัวข้อแยกออกมา อาจเนื่องจากเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ยังไม่ได้ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรทางการศึกษา จึงต้องมาเรียนมาสอนกันข้างนอกตามความสนใจและความต้องการของแต่ละภาคส่วน

คงต้องฝากเป็นโจทย์สำหรับสถานศึกษา ว่าจะสามารถปรับปรุงหลักสูตรให้ทันและสอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการจริงของภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ ข้างนอกได้อย่างไร ซึ่งอันที่จริงก็เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของสถาบันการศึกษาหลายแห่งแล้วเช่นกัน

ไม่กี่วันก่อน ผมก็มีโอกาสได้พบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนความรู้กับหน่วยงานที่กำลังระดมสรรพกำลังจากคนหลากหลายสาขาอาชีพมาร่วมกันสร้างมาตรฐานแรงงานที่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ด้วยเล็งเห็นว่าโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป กอปรกับนโยบายในระยะยาวของประเทศนั้น จำเป็นต้องมีมาตรฐานที่เหมาะสมด้วย เนื่องจากตำแหน่งอาชีพใหม่เกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

สิ่งนี้ทำให้ผมนึกถึงนโยบาย “Vision Zero” ของหลายประเทศทางฝั่งยุโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นนโยบายระยะยาว (ส่วนใหญ่ก็ประมาณ 20 ปี) เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ ฟังดูอาจจะรู้สึกว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ยาวนานเหลือเกิน แต่ข้อสำคัญที่สุด หากมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะทำให้สำเร็จได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ต่อเนื่อง แผนระยะสั้นต้องสอดคล้องและเกื้อหนุนส่งเสริมให้แผนระยะยาวสำเร็จ และต้องมีการประเมินวัดผลอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม การที่เป้าหมายระยะยาวจะสำเร็จได้ อาจต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน ที่เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุเป้าหมาย เช่น การตั้งเป้าลดอุบัติเหตุบนท้องถนนให้เป็นศูนย์ภายใน 20 ปี อาจต้องมีการออกแบบถนน สาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง กฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ การให้ความรู้ บ่มเพาะบุคลากร เป็นต้น

ย้อนกลับมาที่ประเทศเรา หากมีการกำหนดยุทธศาสตร์ระยะยาว มีอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เราจะมุ่งไป สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่เราจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้อง นั่นคือลักษณะหรือคุณสมบัติของทรัพยากรบุคคลที่เหมาะสมกับความเจริญก้าวหน้าในอนาคตที่จะมาถึง

ประมูลคลื่นรอบหน้ามี.ค.ปี’62

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570110

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 07:54 น.

ประมูลคลื่นรอบหน้ามี.ค.ปี'62

“ฐากร” เตรียมเสนอบอร์ดคณะอนุฯ ด้านโทรคมนาคมอนุมัติร่างหลักเกณฑ์การเรียกคืนคลื่นความถี่ คาดประมูลรอบใหม่ มี.ค.-เม.ย.ปี’62

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองด้านโทรคมนาคม มีมติเห็นชอบร่างหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การเรียกคืนคลื่นความถี่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หรือนำมาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น โดยจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ในวันที่ 20 พ.ย.นี้ คาดประกาศได้ภายในวันที่ 30 พ.ย. 2561

สำหรับการสู่กระบวนการในการเรียกคืนคลื่น กสทช.จะทำบทวิเคราะห์ถึงผล กระทบและประโยชน์ที่จะได้จากการเรียกคืนคลื่นที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อให้บอร์ด กสทช.พิจารณา เมื่อผ่านความเห็นชอบแล้วจะจัดจ้างองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรที่ กสทช.กำหนดไว้ในระเบียบเพื่อประเมินมูลค่าคลื่นที่เหมาะสม ก่อนเสนอต่อคณะทำงานในการเรียกคืนคลื่น

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.คาดการณ์ว่า การประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2562 โดยจะนำคลื่นย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์, 2600 เมกะเฮิรตซ์ 3400-3500 เมกะเฮิรตซ์ และ 26-28 กิกะเฮิรตซ์ มาประมูล

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังเป็นห่วง ในการเกิดเทคโนโลยี 5จี คือ เอกชนจะต้องเป็นผู้ขับเคลื่อนและลงทุน ดังนั้น ก่อนการประมูลเกิดขึ้น กสทช.จะทบทวนหลักเกณฑ์ในการประมูลคลื่นความถี่รวมถึงมูลค่าคลื่นให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยอาจจะมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในส่วนของการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตที่จะมีการขยายเวลาออกไปให้มากขึ้น

นอกจากนี้ กสทช.อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อใช้งานเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม จากเดิมให้บริการ โทรคมนาคม

เฟซบุ๊กเปิดหาคู่ในไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570098

  • วันที่ 08 พ.ย. 2561 เวลา 05:45 น.

เฟซบุ๊กเปิดหาคู่ในไทย

เฟซบุ๊ก ลุยฟีเจอร์หาคู่ เดทติ้ง หวังสานวิชั่นสร้างพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ในโลกออนไลน์ มัดใจผู้ใช้งานคนโสด ระบุไม่มีนโยบายจัดเก็บค่าบริการ

นายนาธาน ชาร์ป ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์เฟซบุ๊ก เดทติ้ง และหัวหน้ากลุ่มพีเพิล ดิสคัฟเวอรี่ เฟซบุ๊ก ประเทศอเมริกา เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เฟซบุ๊ก เดทติ้ง (Facebook Dating) สำหรับหาคู่รัก โดยเป็นแพลตฟอร์มเปิดโอกาสให้ผู้คนที่มีความสนใจร่วมกันได้พบและพูดคุย สอดรับกับวิชั่นของเฟซบุ๊ก การสร้างพื้นที่ที่ดีที่สุดในการสร้างความสัมพันธ์ในโลกของออนไลน์ ซึ่งไทยเป็นประเทศที่ 2 ของโลกและแห่งแรกในเอเชียที่เปิดตัวบริการนี้ หลังจากก่อนหน้าได้เปิดตัวฟีเจอร์ดังกล่าวที่โคลัมเบีย เมื่อวันที่ 28 ก.ย.

ทั้งนี้ การเพิ่มฟีเจอร์เฟซบุ๊ก เดทติ้ง เนื่องจากพบว่าผู้ใช้งานบนเฟซบุ๊กมากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลกระบุสถานะโสด และ 1 ใน 3 ของชาวอเมริกันพบรักและแต่งงานผ่านจากทางช่องทางออนไลน์ สำหรับในไทยถือว่าเป็นตลาดที่มีความสำคัญของ เฟซบุ๊ก เพราะมีผู้ใช้งานบนเฟซบุ๊กราว 52 ล้านคน/เดือน โดยฟีเจอร์ได้กำหนดผู้ใช้งานต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และเป็นการสร้างความสัมพันธ์เฉพาะในแต่ประเทศเท่านั้น ซึ่งจะเริ่มใช้งานระบบแอนดรอยด์ ตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. และจะทยอยติดตั้งบนระบบไอโอเอสในเร็วๆ นี้

ขณะที่เฟซบุ๊ก เดทติ้ง มีหลักของการเลือกคู่ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.การจับคู่จากสิ่งที่สนใจตรงกัน ด้วยรายชื่อแนะนำที่คัดเลือกมาจากความชอบและความสนใจ 2.เลือกคนที่เห็นโปรไฟล์เดทติ้ง จะมีผู้ที่อยู่ในรายชื่อแนะนำและรายชื่อของผู้ใช้งานเท่านั้นที่สามารถดูโปรไฟล์เดทติ้งได้ โดยจะไม่แนะนำเพื่อนปัจจุบันผู้ที่อยู่ใน เฟซบุ๊ก 3.เลือกเข้าร่วมอีเวนต์หรือกลุ่ม เพื่อดูบุคคลที่ใช้งานเฟซบุ๊ก เดทติ้ง คนอื่นๆ ที่มีความสนใจในกิจกรรมเดียวกัน ซึ่งมีโอกาสที่ผู้ใช้งานได้พบปะกัน

นอกจากนี้ หลักที่ 4 การควบคุมความเป็นส่วนตัว สามารถเลือกระบบแสดงหรือซ่อนเพื่อนของเพื่อนจากรายชื่อแนะนำ และสามารถบล็อกโปรไฟล์อื่นๆ ได้ทุกเมื่อหากไม่สบายใจ โดยการเริ่มใช้งานสามารถส่งแตะปุ่มสนใจเพื่อส่งข้อความ โดยสามารถส่งได้เพียงหนึ่งข้อความเท่านั้นในการเริ่มสนทนา เมื่อคู่สนทนาตอบกลับจึงสามารถตอบโต้กันได้ หากไม่สนใจบุคคลดังกล่าวสามารถกดปุ่มผ่านได้

อย่างไรก็ดี ในด้านการสแกนความปลอดภัยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก เดทติ้ง ต้องมีชื่อของตัวเองและอายุที่สอดคล้องกับเฟซบุ๊ก และจะไม่สามารถส่งรูปได้ ผู้ใช้งานสามารถส่งแต่ข้อความได้เท่านั้น เพื่อป้องกันการหลอกลวงหรือการคุกคามทางเพศ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เซกกันด์ ลุค (Second Look) สำหรับการดูโปรไฟล์ผู้ที่ไม่สนใจได้อีกครั้ง และฟีเจอร์หยุดการหาคู่รัก (Pause Matching)

สำหรับนโยบายของเฟซบุ๊ก ยังไม่มีแผนจะเปิดฟีเจอร์เดทติ้งในประเทศอื่นๆ ในเร็วๆ นี้ และยังไม่วางแผนจะเก็บค่าบริการสำหรับผู้ที่เข้ามาใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว จากปัจจจุบันเฟซบุ๊กมีผู้ใช้งานทั่วโลกราว 2,000 ล้านคน

ภาพ รอยเตอร์ส

“อาลีบาบา”ตั้งเป้านำสินค้าจากต่างประเทศ2แสนล้านเข้าไปขายในจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570091

  • วันที่ 07 พ.ย. 2561 เวลา 19:43 น.

"อาลีบาบา"ตั้งเป้านำสินค้าจากต่างประเทศ2แสนล้านเข้าไปขายในจีน

อาลีบาบาเล็งขายสินค้านอก 2 แสนล้านดอลลาร์ ด้านรองประธานาธิบดีจีนแย้มพร้อมเจรจาสหรัฐ

อาลีบาบา ยักษ์อี-คอมเมิร์ซจีน เปิดเผยว่า จะนำสินค้า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.59 ล้านล้านบาท) จาก 120 ประเทศ เข้าไปขายในจีน ระหว่างปี 2019-2023 รองรับผู้บริโภคจีนที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูงมากขึ้น หลังประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ประกาศว่าจีนจะนำเข้าสินค้า 30 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 989 ล้านล้านบาท) ตลอด 15 ปีข้างหน้า ในงานไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล อิมพอร์ต เอ็กซ์โป (ซีไอไออี) ที่นครเซี่ยงไฮ้

ด้าน แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา กล่าวในงานซีไอไออีว่า สงครามการค้าเป็นสิ่งที่ไร้สาระที่สุดในโลก พร้อมระบุว่า ความพยายามปรับเปลี่ยนจีนให้กลายเป็นชาติผู้นำเข้าจะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของจีน และจะเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของโลก

ขณะที่ เจดี ดอทคอม คู่แข่งอาลีบาบา เปิดเผยว่า บริษัทจะซื้อสินค้าจากแบรนด์ต่างชาติเกือบ 1 แสนล้านหยวน (ราว 4.76 แสนล้านหยวน) แต่ยังไม่ได้ระบุระยะเวลา

ทั้งนี้ หวังฉีซาน รองประธานาธิบดีจีน เปิดเผยว่า จีนพร้อมเจรจาและร่วมมือกับสหรัฐ เพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้า ก่อนสีจะหารือกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ นอกรอบการประชุมสุดยอด จี20 ที่อาร์เจนตินาปลายเดือนนี้

“เราเชื่อมั่นว่าจีนและสหรัฐจะได้ประโยชน์ร่วมกันจากความร่วมมือ และลดข้อพิพาท ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ มีผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและการพัฒนาของโลก” หวัง กล่าวในงานบลูมเบิร์ก นิว อีโคโนมี ฟอรั่ม ที่สิงคโปร์

“โมโตโรล่า” ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ลุยตลาดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570088

  • วันที่ 07 พ.ย. 2561 เวลา 18:49 น.

"โมโตโรล่า" ส่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ลุยตลาดไทย

โมโตโรล่า เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ พร้อมผนึก ช้อปปี้ ประเทศไทย วางขายเฉพาะช่องทางออนไลน์รุ่นแรกแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ “โมโตโรล่า อี5 เพลย์” (moto e5 play) โดยได้ร่วมมือกับ ช้อปปี้ ประเทศไทย ในการเป็นช่องทางการจำหน่ายออนไลน์แบบ เอ็กซ์คลูซีฟ

นายศิวกร ดำรงภัทร ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย กลุ่มผลิตภัณฑ์ สมาร์ทโฟน เลอโนโว ประเทศไทย กล่าวว่า โมโตโรล่า ในตระกูล อี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทั่วโลกและในประเทศไทย ซึ่งมียอดขายเป็นอันดับ 2 รองจาก โมโตโรล่า ในตระกูล จี และในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ โมโตโรล่า ในตระกูล อี ภายหลังการเปิดตัวในช่วง 6 ไตรมาส ที่ผ่านมา

สำหรับ moto e5 play Android Go Edition มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android Go ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนามาจาก Android Oreo เพื่อให้ใช้งานได้ลื่นไหลบนสมาร์ทโฟนที่มีสเปกไม่แรงมาก อีกทั้งยังมีหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น โดยเป็นหน้าจอ Max Vision ขนาด 5.3 นิ้ว (อัตราส่วน 18:9 ความละเอียด FWVGA+) ช่วยให้ดูคอนเทนต์ได้ง่ายโดยไม่ต้องเลื่อนหน้าจอบ่อย ๆ แม้หน้าจอจะใหญ่และยาวขึ้น

ภายในมาพร้อมกับซีพียู Snapdragon 425 แรม 1GB หน่วยความจำตัวเครื่อง 16GB เพิ่มเมมได้สูงสุด 128GB มีที่สแกนนิ้วมือที่ด้านหลัง กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และมีไฟแฟลช LED ทั้งด้านหน้าและหลัง รองรับ 2 ซิม และแบตเตอรี่ความจุ 2100mAh โดยมีเฉพาะสีดำ ราคาวางจำหน่าย moto e5 playAndroid Go Edition อยู่ที่ 2,888 บาท

ซึ่ง moto e5 play จัดเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นราคาประหยัด สบายกระเป๋า เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย หลังจากวางจำหน่ายในละตินอเมริกัน และยุโรป โดยจับมือกับพาร์ทเนอร์ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ในการวางจำหน่าย moto e5 play Android Go Edition ผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่ช้อปปี้ ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย. นี้ เป็นต้นไป

โดเมนเนมกับยูอาร์แอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/570018

  • วันที่ 07 พ.ย. 2561 เวลา 13:00 น.

โดเมนเนมกับยูอาร์แอล

เว็บไซต์ทั้ง 3 เว็บข้างต้นนี้ มีสิ่งที่เหมือนกันคือเป็นเว็บไซต์บนโลกออนไลน์เหมือนกันทั้งหมด แต่ก็มีสิ่งที่แตกต่างกันกันออกไปด้วย นั่นก็คือชื่อและนามสกุลของเว็บไซต์ ซึ่งหลายๆ คนอาจเข้าใจว่ามันก็เหมือนๆ กัน จะใช้ชื่อ และตามหลังด้วย .com .net .co อะไรก็ได้ตามที่ต้องการ แต่แท้ที่จริงแล้วรายละเอียดทั้งหมดบนยูอาร์แอล (URL) นั้น มีความหมายในตัวมันเองทั้งสิ้น วันนี้เราจึงจะมาอธิบายเรื่องราวของโดเมนเนม (Domain Name) และรายละเอียดสำคัญที่คนทำเว็บต้องรู้ให้ทุกท่านได้รับชมกันครับ

โดเมนเนม (Domain Name)

คือชื่อเฉพาะของเว็บไซต์นั้นๆ ที่ถูกตั้งขึ้นเพื่อนำไปใช้งาน โดยปกติแล้วควรตั้งให้สั้น กระชับ และบ่งบอกความเป็นตัวเราได้ทันที และพึงระลึกเสมอว่าชื่อโดเมนเนมยิ่งสั้นยิ่งดี ถ้ายาวเกินไปจะทำให้ดูไม่น่าเชื่อถือ โดยกลุ่มธุรกิจส่วนใหญ่มักใช้ชื่อแบรนด์ของตนเองเป็นโดเมนเนมเพื่อการจดจำที่ง่ายขึ้น ตัวอย่างชื่อโดเมน เช่น “apple”.com,“fullrichbride”.com หรือ “makewebeasy”.com เป็นต้น

หลังจากเลือกชื่อโดเมนได้แล้ว สิ่งที่ควรรู้ต่อมาก็คือนามสกุล ที่สามารถดูได้จากส่วนขยายที่ต่อท้ายจากชื่อโดเมน ซึ่งก็คือบรรดา .com .net .co.th .org ฯลฯ ซึ่งนามสกุลเหล่านี้แม้ในทางเทคนิคจะไม่แตกต่างกันมาก และมีให้เลือกใช้กว่าพันแบบ แต่สกุลที่เราได้ยินกันบ่อยๆ อย่าง .com .net .ac .co .org นามสกุลเหล่านี้อยู่ในกลุ่มของ Top-Level Domains (TLDs) หรือสกุลที่เป็นที่รู้จักและคุ้นชินของผู้ใช้ทั่วโลกนั่นเอง ซึ่งนามสกุลแต่ละอันสามารถระบุประเภทของเว็บไซต์นั้นๆ ได้ในบางครั้งด้วย อันเนื่องมาจากการใช้งานส่วนใหญ่ของประเภทเว็บไซต์ที่ใช้งานกันมายาวนาน โดยอาจจำแนกเป็นประเภทได้ ดังนี้

.com – เว็บไซต์เชิงพาณิชย์ ร้านค้า หรือเว็บไซต์ทั่วไป .net – เว็บไซต์เกี่ยวกับระบบ Network, .org – เว็บไซต์องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร .ac.th – เว็บไซต์สถาบันการศึกษาในประเทศไทย .co.th – เว็บไซต์องค์กรธุรกิจที่จดทะเบียนพาณิชย์ในประเทศไทย .go.th – เว็บไซต์หน่วยงานของรัฐบาลไทย.or.th – เว็บไซต์ราชการ หรือองค์กรเอกชนไม่แสวงหาผลกำไรในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันนี้นามสกุลที่ตามหลังชื่อโดเมนมีให้เลือกมากมายกว่าพันแบบ ซึ่งนามสกุลกลุ่มใหม่ๆ นี้อาจไม่ได้ถูกจัดอยู่ในกรุ๊ป TLDs แต่เป็นกลุ่มใหม่ เช่น tv.line.me หรือ http://www.thinkparty.agency เป็นต้น

สาเหตุที่เว็บไซต์ส่วนใหญ่เลือกใช้นามสกุลเดิมๆ เป็นเพราะว่าชื่อเหล่านั้นคุ้นหูผู้ใช้อยู่แล้ว จดจำง่าย และภาพลักษณ์ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าหากลองเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่นที่ไม่คุ้นหู ผู้ใช้ก็อาจจะไม่เชื่อถือเว็บไซต์นั้นๆ ก็เป็นได้

ยูอาร์แอล URL (Universal Resource Locator)

ยูอาร์แอล คือ รายละเอียดที่อยู่ที่จะสามารถนำทางไปยังเว็บไซต์นั้นๆ ได้ สมมติง่ายๆ ให้เว็บไซต์เป็นบ้านที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง Domain Name คือชื่อบ้านหลังนั้น ส่วน URL คือเส้นทางที่จะพาไปยังบ้านหลังนั้นนั่นเอง โดย URL จะประกอบไปด้วย

ส่วนแรก – ระบบรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ที่เรียกว่า SSL ซึ่งเว็บไซต์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัยนี้จะมีชื่อ https อยู่ด้านหน้า URL

ส่วนที่สอง – ชื่อโดเมนของเรา เช่น http://www.makewebeasy ส่วนที่สาม – นามสกุลต่อท้าย เช่น .com .net .co.th เป็นต้น

ถ้ารวมข้อมูลทั้งสามส่วนเข้าด้วยกันจะได้ผลลัพธ์เป็น https://www.makewebeasy.com ซึ่งถ้าเรานำเอา URL ทั้งหมดไปใส่ในช่องกรอก URL ก็จะเป็นการนำทางไปยังเว็บไซต์ของเรานั่นเอง

เว็บไซต์ (Website)

แม้ว่าคุณจะซื้อชื่อโดเมนเรียบร้อยแล้ว มียูอาร์แอลแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณมีเว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว เพราะเว็บไซต์เป็นจุดหมายปลายทางในโลกออนไลน์ที่ต้องสร้างขึ้นมาอีกทีหนึ่ง ถ้าจะอธิบายง่ายๆ ก็คือ เปรียบเทียบเว็บไซต์เป็นร้านขายสินค้า ชื่อโดเมนคือชื่อร้านค้า ยูอาร์แอล คือ ที่อยู่ของร้าน ส่วนเว็บไซต์ คือ ตัวร้านจริงๆ ที่มีสินค้าให้เลือกซื้อ

นอกจากนี้ ภายในเว็บไซต์ยังจะต้องมีคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นบทความ บทสัมภาษณ์ รายละเอียดสินค้าหรือบริการ รูปภาพ หรือสื่ออื่นๆ ที่สามารถใส่ลงไปได้

รู้จักกับความแตกต่างของโดเมนเนม ยูอาร์แอล และเว็บไซต์กันไปแล้ว หวังว่าท่านผู้อ่านจะเข้าใจส่วนประกอบของเว็บไซต์มากขึ้นก่อนลงมือทำ แม้ว่ารายละเอียดของหลายๆ ส่วนนั้นจะดูยาก แต่ปัจจุบันการสร้างเว็บไซต์เรียกได้ว่ามีความง่ายมากๆ หากเทียบกับสมัยก่อน ซึ่งเจ้าของธุรกิจหลายรายหันมาทำเว็บไซต์เพื่อสู้กับคู่แข่งในโลกออนไลน์กันมากขึ้น และบางธุรกิจ การมีเว็บไซต์ก็ทำให้ผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดดด้วย

จับตาเจดีดอทคอม ฝ่าดงร้านค้าเจ้าถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/569923

  • วันที่ 06 พ.ย. 2561 เวลา 13:00 น.

จับตาเจดีดอทคอม ฝ่าดงร้านค้าเจ้าถิ่น

โดย…ขนิษฐา สาสะกุล ไอไพร์ซ

หลังจากการเปิดตัว เจดี เซ็นทรัล ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างเซ็นทรัลกรุ๊ป กับเจดี ดอทคอม เมื่อเดือน ก.ย. 2560 และเปิดร้านค้าออนไลน์เต็มรูปแบบ ภายใต้ชื่อ เจดี เซ็นทรัล อย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย. 2561 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 2 เดือน เป็นที่น่าจับตามองว่า ร้านค้าอี-คอมเมิร์ซน้องใหม่นี้จะฝ่าดงร้านค้าเจ้าถิ่นอย่างไร

ไอไพร์ซ (iPrice) แหล่งช็อปปิ้งเปรียบเทียบราคาออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้หยิบยกเอา Map of E-Commerce ที่ทำการอัพเดทข้อมูลสงครามอี-คอมเมิร์ซในแต่ละไตรมาสมาเผยกันให้ดูกันถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ เจดี เซ็นทรัล และพบข้อมูลที่น่าสนใจ ดังนี้

ในส่วนของการมีจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยเฉลี่ยในไตรมาส 3 อยู่ที่กว่า 2.7 ล้านคน ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดเกือบ 34 เท่าตัว หรือกว่า 3,200% นับจากการเปิดตัวซึ่งอยู่ที่ 8 หมื่นคน

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการที่ เจดี เซ็นทรัล ทำการโปรโมทอย่างหนักตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่เริ่มทดลองเปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วงเดือน ส.ค.ที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูงถึง 3.7 ล้านคน ถือเป็นจำนวนที่น่าลุ้นว่าในไตรมาสถัดไปจะเพิ่ม-ลดมากน้อยเพียงใด

ที่สำคัญคือ การเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมสินค้าอย่างมากดังกล่าว ทำให้ เจดี เซ็นทรัล ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 6 จากเดิมอยู่อันดับที่ 37 ใน Map of E-Commerce ของไอไพร์ซ

นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่น เจดี เซ็นทรัล ยังขยับอันดับขึ้นมาถึง 2-3 ช่วงตัว โดยจากช่วงเปิดตัวใหม่ๆ อยู่อันดับที่ 16 ของแอพสโตร์ และอันดับที่ 14 ของเพลย์สโตร์ แต่ในไตรมาส 3 นี้ขยับมาอยู่อันดับที่ 7 ของแอพสโตร์ และอันดับที่ 4 ของเพลย์สโตร์ จากการจัดอันดับร้านค้าอี-คอมเมิร์ซรายใหญ่ของไทยที่เก็บข้อมูลล่าสุดในเดือน ต.ค. 2561

ขณะที่การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดตามทางสื่อโซเชียลยอดนิยมของไทย เช่น ไลน์ อินสตาแกรม และเฟซบุ๊กเริ่มจากไลน์ ที่เมื่อไตรมาสที่ผ่านมา เจดี เซ็นทรัล ยังไม่มีการเปิดบัญชี แต่ในไตรมาส 3 นี้กลับมีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 3 ล้านกว่าคน

ตามด้วยผู้ติดตามทางอินสตาแกรม แอพพลิเคชั่นยอดนิยมจากเดิมมีประมาณ 800 คนในไตรมาส 2 แต่ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า หรือกว่า 234% จาก 814 คน มาเป็น 2,720 คน ตบท้ายด้วยจำนวนผู้ติดตามทางเฟซบุ๊กที่ขยับขึ้นมา 2 เท่า หรือกว่า 109% จาก 29,311 คน มาเป็น 61,200 คน

ดังนั้น แทบจะคาดเดาได้ว่าในอนาคต เจดี เซ็นทรัล อาจกลายเป็นร้านค้าอี-คอมเมิร์ซที่จับกลุ่มลูกค้าทางโซเชียลได้เป็นอันดับต้นๆ ก็เป็นได้

ขณะเดียวกันในแง่ของบุคลากร ยังพบว่า มีการรับพนักงานมากขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Linkedin สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กด้านอาชีพการงานที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบัน เจดี เซ็นทรัล มีจำนวนพนักงานที่ลงประวัติการทำงานในบริษัทจากเดิม 79 คน ในไตรมาส 2 ขยับขึ้นมาเป็น 107 คน หรือกว่า 35% ในไตรมาส 3 และเชื่อว่ายังมีกลุ่มพนักงานที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนอีกไม่น้อย ทั้งที่ เจดี เซ็นทรัล เป็นร้านค้าอี-คอมเมิร์ซที่เปิดตัวได้เพียงไตรมาสกว่าๆ แต่ดูจำนวนพนักงานแล้วอาณาจักรนี้คงกลายเป็นร้านค้าอี-คอมเมิร์ซที่ยิ่งใหญ่ในเร็ววัน

ทั้งหมดนี้ดูจะเป็นข้อมูลที่ช่วยเสริมให้ เจดี เซ็นทรัล กลายเป็นอีกหนึ่งร้านค้าที่น่าจับตามองในอนาคตได้ไม่ยาก แม้จำนวนการเพิ่มขึ้นของผู้เข้าใช้บริการและจำนวนผู้ติดตามทางสื่อโซเชียลออนไลน์จากไตรมาสนี้จะช่วยการันตีความสำเร็จของการร่วมมือกันระหว่าง เจดี ดอทคอม และเซ็นทรัล กรุ๊ป ได้เป็นอย่างดี

ต้องติดตามข้อมูลในอนาคตที่จะบ่งชี้ทิศทางของ เจดี ดอทคอม ต่อไป

อนาคตอี-คอมเมิร์ซผ่านแอพแชต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/569921

  • วันที่ 06 พ.ย. 2561 เวลา 13:00 น.

อนาคตอี-คอมเมิร์ซผ่านแอพแชต

โดย…ธนาวัฒน์

แชต อี-คอมเมิร์ซ (Chat Commerce) เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่มาแรงต่อจากโซเชียลคอมเมิร์ซและอี-คอมเมิร์ซ ปัจจุบันแพลตฟอร์มแชตต่างปรับตัว เพื่อรองรับการซื้อขายสินค้าผ่านแอพแชตให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการซื้อขายสินค้าได้มากขึ้น

การสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าออนไลน์ผ่านบนสนทนาหรือโปรแกรม Messaging แทนที่การให้ลูกค้าค้นหาข้อมูลสินค้าบนเว็บไซต์ Chat Commerce เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2543 ที่เป็นการขายสินค้าด้วยการคุยผ่านแอพพลิเคชั่นระหว่างลูกค้ากับเจ้าหน้าที่ที่เป็นมนุษย์ ผ่านเข้าสู่ยุคของวีแชตในจีนที่ขายสินค้าผ่านแอพพลิเคชั่นในมือถือ และ Social Feed จนมาถึงปี 2559 ที่นำเอไอเข้ามาช่วยตอบคำถามด้วย เฟซบุ๊ก แมสเซนเจอร์ แชตบอต แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นการสร้างบทสนทนาระหว่างลูกค้ากับแชตบอต

ด้วยจำนวนผู้บริโภคมากกว่า 2,000 ล้านคน ที่ใช้แอพเมสเซจจิ้ง ในเดือน ส.ค. 2560 มีธุรกิจมากกว่า 3.4 หมื่นราย ตัดสินใจเปิดร้านผ่านระบบเมสเซนเจอร์ ต่อมาการทำแชต อี-คอมเมิร์ซ ได้รับการพัฒนาไปในหลายๆ แพลตฟอร์ม เช่นเฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์, แอมะซอน อเล็กซ่า, กูเกิล โฮม, แอปเปิ้ล บิซิเนส แชต, วีแชต และไลน์ โดยสถิติกล่าวว่าการทำแชต อี-คอมเมิร์ซ ที่ถูกต้องสามารถเพิ่มรายได้ได้มากถึง 7-25%

การเติบโตของจำนวนการพูดคุยกันผ่านแชตบอต

การทำแชตบอตในปัจจุบันมีอยู่ในสองรูปแบบคือ การตั้งคำตอบสำหรับคำถามไว้ล่วงหน้าและการใช้เอไอเข้ามาเรียนรู้ และตอบคำถาม ซึ่งในรูปแบบหลังแชตบอตจะมีการเรียนรู้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การใช้งานแชตบอตเหมาะกับการตอบคำถาม และให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมา อาจจะยังไม่เหมาะกับบทสนทนาที่มีความซับซ้อน หรือต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ข้อดีของแชตบอตคือ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้จำนวนมากกว่า โดยสามารถให้บริการข้อมูลลูกค้าได้อย่างเฉพาะเจาะจง ทั้งยังให้บริการลูกค้าได้หลายรายพร้อมๆ กัน ในด้านธุรกิจการใช้แชตบอตเป็นการลดค่าใช้จ่ายในด้านแรงงานคน ทั้งยังลดปัญหาการจัดการแรงงานอีกด้วย

ส่วนข้อเสียนั้นแชตบอตอาจจะไม่สามารถตอบคำถามบางคำถามได้หากไม่มีการใส่ข้อมูลไว้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นจุดด้อยที่แรงงานมนุษย์ยังคงมีประสิทธิภาพเหนือเอไอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีการใช้ภาษาที่แตกต่างออกไป หรือใช้รูปประโยคที่คลุมเครือ กรณีดังกล่าวเอไออาจถามกลับด้วยประโยคซ้ำๆ ซึ่งอาจสร้างความน่ารำคาญใจให้กับผู้ใช้งานจนเลิกใช้งานไปเลยก็เป็นได้

ตัวอย่างการทำแชต อี-คอมเมิร์ซ เช่น อีเบย์ เริ่มใช้เฟซบุ๊ก เมสเซนเจอร์เพื่อการแจ้งเตือนเมื่อมีการเริ่มประมูลและแจ้งเตือนอีกครั้งเมื่อใกล้หมดเวลา จากนั้นอีเบย์ก็พัฒนาการใช้งานแชตบอตมากขึ้นและสร้างช็อปบอต ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการหาสินค้าตามราคาที่ต้องการ โดยช็อปบอตจะถามคำถามเพิ่มเติม เพื่อทำการค้นหาและแสดงผลที่ตรงตามความต้องการ ซึ่งพบว่าลูกค้ามีแนวโน้มที่จะถามคำถามมากกว่าจะค้นหาข้อมูลเหมือนในอดีตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า

ดังนั้น การใช้งานแชตบอตจึงอาจจะเหมาะสมกับธุรกิจที่มักจะมีบทสนทนาที่ชัดเจน เช่น การจัดส่งอาหาร จองห้องพัก ขายสินค้า แต่ยังไม่เหมาะกับธุรกิจที่มีความซับซ้อน หรือต้องใช้การเจรจาเพื่อต่อรอง นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถให้บริการชำระเงินได้บนแชต อี-คอมเมิร์ซ เช่น ในวีแชต เฟซบุ๊ก เป็นต้น

อีกเรื่องสำคัญในการทำแชต อี-คอมเมิร์ซ คือเรื่องของเพอร์ซันนัลไลซ์ และการทำออมนิชาแนล ที่ผู้ประกอบการควรนำมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ในการส่งเสริมการตลาด หรือการวางแผนธุรกิจ เพื่อรองรับลูกค้ารายใหม่และรายปัจจุบันจะช่วยให้ธุรกิจมีแนวโน้มในการเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

ยักษ์กล้องแห่ชิงไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/569812

  • วันที่ 05 พ.ย. 2561 เวลา 11:00 น.

บิ๊กคาเมร่าชี้หนุนตลาดค้าปลีกกล้องปีหน้าคึก หลังรายใหญ่ตลาดโลกลุยขยายธุรกิจในไทย

นายธนสิทธิ์ เธียรกาญจนวงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ในปี 2562 เชื่อว่าภาพรวมตลาดกล้องจะเติบโตได้จากปัจจัยหนุนที่เกิดขึ้น โดยมองว่าปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มสินค้ากล้อง โดยเฉพาะการทำโปรดักต์มิกซ์หรือนำสินค้าเข้ามาทำตลาดหลากหลายมากขึ้น หลังจากแบรนด์กล้องระดับโลกเข้ามาทำตลาดในไทยกันถ้วนหน้า

สำหรับบิ๊กคาเมร่าเอง ล่าสุดได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์โอลิมปัส เปิดตัว โอลิมปัส สโตร์ บาย บิ๊ก คาเมร่า แฟล็กชิปสโตร์แบรนด์โอลิมปัสแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของโอลิมปัส ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ใช้งบลงทุนกว่า 15 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด “Experience with Olympus” เพื่อเป็นคอมมูนิตี้ของคนรักการถ่ายภาพ และยังเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยสินค้าและบริการพิเศษเพื่อคนเล่นกล้อง

นายมิซึฮิโร ทานากะ กรรมการบริษัทและผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัท โอลิมปัส (ประเทศไทย) กล่าวเสริมว่า ภาพรวมของแบรนด์กล้องโอลิมปัสในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตเป็นไปตามทิศทางของตลาด โดยกล้องดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ กล้องกลุ่มมิร์เรอร์เลส ซึ่งโอลิมปัสเป็นที่ 3 ในตลาด

นอกจากนี้ ยังพบว่าตลาดรวมกล้องดิจิทัลในระดับโปรเฟสชั่นแนลทั้งในกลุ่มมิร์เรอร์เลส และดีเอสแอลอาร์ กำลังเป็นที่นิยมของลูกค้าเพิ่มมากขึ้นจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การได้รับอิทธิพลด้านการถ่ายภาพจากกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ส่งผลให้กลุ่มช่างภาพมือใหม่ที่ใช้กล้องระดับเริ่มต้นมองหากล้องดิจิทัลที่มีคุณภาพสูงขึ้นประกอบกับการขยายตัวของตลาดสมาร์ทโฟน ส่งผลให้ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวถ่ายภาพมากขึ้นและพัฒนาการถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลกันเพิ่มขึ้น

“ตั้งเป้าว่าในแต่ละปีจะมีกลุ่มลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 2 หมื่นคน/ปี และสามารถช่วยเพิ่มยอดขายให้กับโอลิมปัสได้มากกว่า 20% ต่อปี” นายทานากะ กล่าว

นายธนสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างความร่วมมือระหว่างแบรนด์จะทำให้ผู้บริโภคเกิดความประทับใจต่อแบรนด์ในการสร้างประสบการณ์การถ่ายภาพ ซึ่งบิ๊กคาเมร่าตั้งเป้าในอีก 1-3 ปี จะขยายโมเดลนี้ไปสู่แบรนด์กล้องดิจิทัลต่างๆ เพิ่มเติม