ซัมซุงส่งเอ7 เอ9 เจาะกลุ่มมิลเลนเนียล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567643

  • วันที่ 15 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

ซัมซุงส่งเอ7 เอ9 เจาะกลุ่มมิลเลนเนียล

โดย…วันเพ็ญ พุทธานนท์

เปิดตัวสมาร์ทโฟนที่จะเป็นไฮไลต์กระตุ้นยอดขายโค้งสุดท้ายของปีนี้ไปแล้วสำหรับค่ายซัมซุง กับการเปิดตัวนวัตกรรมสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่ เอ7 และ เอ9 โดยเลือกเปิดตัวที่มาเลเซียเป็นที่แรกของโลก โดยมีพันธมิตรและสื่อจากทั่วโลกเข้าร่วมงานจำนวนมาก

ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมสมาร์ทโฟน ทำให้มีความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคในโลกที่เร่งรีบซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยการสื่อสารผ่านภาพ ซัมซุงจึงนำเสนอนวัตกรรมของกล้องสมาร์ทโฟนบนกาแล็คซี่ เอ9 เพื่อให้สอดรับกับยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างล้วนเชื่อมต่อถึงกัน

ด้าน วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความพร้อมของซัมซุงในทุกด้านโดยเฉพาะด้านการวิจัยและพัฒนาจนถึงการผลิตและทำตลาด ทำให้ซัมซุงสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ทันความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน และเมื่อคิดค้นนวัตกรรมได้ก็สามารถผลิตเพื่อทำตลาดได้ทันที

“ปัจจุบันกลุ่มมิลเลนเนียลเป็นกลุ่มที่ใช้ดีไวซ์มากที่สุดเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิต โดยเฉพาะการยึดโยงอยู่กับโซเชียลมีเดีย อินไซต์ของคนกลุ่มนี้คือ การทำอะไรที่แตกต่าง เราจึงพบว่าคนกลุ่มนี้ต้องการกล้องที่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างความแตกต่างได้” วิชัย กล่าว

นอกจากนี้ ยังพบว่าการสแนปภาพเพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญต่างๆ และแบ่งปันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อและการสื่อสารของคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้จากความนิยมในการใช้แอพพลิเคชั่นอย่างอินสตาแกรมเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ 1,000 ล้านคน ส่วนประเทศไทยมีผู้ใช้งานมากกว่า 13.6 ล้านคน มากเป็นอันดับที่ 14 ของโลก

ทั้งนี้ อินไซต์ดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการพัฒนากาแล็คซี่ เอ9 และ กาแล็คซี่ เอ7 โดยกาแล็คซี่ เอ9 จะเป็นครั้งแรกของโลกกับสมาร์ทโฟนกล้องหลัง 4 ตัว โดยชุดเลนส์ทั้ง 4 ตัวประกอบด้วย เลนส์ออปติคอลซูม สำหรับถ่ายภาพระยะไกล เลนส์อัลตราไวด์สำหรับภาพมุมกว้างพิเศษ เลนส์หลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกสภาพแสง และเลนส์ Depth สำหรับเพิ่มมิติ หน้าชัดหลังเบลอ วางราคาจำหน่าย 19,990 บาท

ขณะที่ กาแล็คซี่ เอ7 เป็นสมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์อัลตราไวด์ เก็บภาพในมุมกว้างได้ 120 องศา กล้องหน้า-หลังเก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และยังมีฟีเจอร์ Scene Optimizer 19 รูปแบบ ราคา 10,990 บาท โดยทั้งสองรุ่นจะเปิดให้จองตั้งแต่วันที่ 18-25 ต.ค. 2561 และวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยวันที่ 26 ต.ค.นี้

วิชัย กล่าวว่า การแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง กาแล็คซี่ เอ ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซัมซุงในการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟนทุกระดับ ไม่ใช่แต่เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิปอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต

ขณะเดียวกันมองว่าตลาดสมาร์ทโฟนระดับราคา 7,000-8,000 บาทจะค่อยๆ หายไป เพราะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้จะขยับไปใช้ระดับราคาหมื่นต้นๆ ทำให้สมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาหมื่นต้นถึงหมื่นปลายจะแข่งขันรุนแรงเพิ่มมากขึ้น

“MobiLimb”นิ้วที่11ของคนใช้สมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567631

  • วันที่ 14 ต.ค. 2561 เวลา 18:13 น.

"MobiLimb"นิ้วที่11ของคนใช้สมาร์ทโฟน

นักศึกษาปริญญาเอกจาก ม.ฝรั่งเศสคิดค้น “MobiLimb” นิ้วมือสุดล้ำที่ช่วยให้การใช้งานสมาร์ทโฟนสะดวกมากยิ่งขึ้น

ในยุคปัจจุบันสมาร์ทโฟนกลายเป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ของเรา แต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่อาจจะยังตอบสนองผู้ใช้งานได้ไม่เต็มร้อย เพราะแม้ฟีเจอร์ต่างๆ จะทำให้การใช้ชีวิตของเราในทุกวันนี้สบายมากขึ้นแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสมาร์ทโฟนก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนได้ตามอย่างที่ใจเราต้องการ

ยกเว้นก็แต่ตอนที่ตกใส่หน้าเวลาที่เรากำลังเพลิดเพลินอยู่กับการท่องโลกไซเบอร์ชิลๆ บนเตียง เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีประสบการณ์ที่ว่านี้กันมาบ้างอย่างแน่นอน

มาร์ค เทเซียแอร์ นักศึกษาปริญญาเอก จาก ม.ฝรั่งเศส และทีมของเขา จึงได้คิดค้น “MobiLimb” นิ้วมือหุ่นยนต์ที่เป็นเหมือนนิ้วมหัศจรรย์ พัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้ได้รับความสะดวกสบายและง่ายมากยิ่งขึ้น โดย MobiLimb เป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟน รูปแบบ Micro USB วิธีการใช้งานก็ง่ายเพียงปลายนิ้ว แค่นำ USB มาเสียบเข้ากับสมาร์ทโฟนของเรา ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนมีผู้ช่วยขึ้นมาทันทีทันใดโดยการทำงานของ MobiLimb จะเน้นการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ อาทิ ทำให้สมาร์ทโฟนของคุณเคลื่อนที่ได้ไม่ว่าจะต้องการใช้งานได้รูปแบบไหน หากจะดูหนังเจ้านิ้วมือสุดล้ำนี้ก็จะกลายเป็นขาตั้งหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ หรือจะเล่นเกม นิ้วมือหุ่นยนต์ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นจอยสติ๊กที่คุณสามารถบังคับควบคุมได้

และแม้ว่า MobiLimb จะเป็นเพียงนิ้วมือหุ่นยนต์ แต่ผู้คิดค้นก็ได้พยายามทำให้ผิวสัมผัสของมันเหมือนผิวมนุษย์จริงๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับสัมผัสที่นุ่มนวล เพราะนอกจากจะช่วยตอบสนองเรื่องการใช้งานสมาร์ทโฟนให้ไหลลื่นยิ่งขึ้นแล้ว แล้วยังเทกแคร์ผู้ใช้งานด้วยนะ โดยเมื่อมีการส่งอีโมชั่นสื่ออารมณ์ผ่านแชทหรือข้อความ เจ้านิ้วที่ 11 นี้ก็จะสามารถรับรู้และสัมผัสมาที่มือของเราด้วยอารมณ์นั้นๆ ได้อีกด้วย

เทเซียแอร์ เจ้าของผลงาน เผยว่า โดยส่วนใหญ่แล้วผู้คิดค้นและพัฒนาหุ่นยนต์มักจะมีจุดมุ่งหมายเพื่อเอาชนะข้อจำกัดทางร่างกายของมนุษย์ แต่แนวคิดของเราถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะข้อจัดของอุปกรณ์เคลื่อนที่ MobiLimb จึงได้ถือกำเนิดขึ้นนั่นเอง

หลังจากได้ศึกษาคุณสมบัติของเจ้า MobiLimb คร่าวๆ แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยคุณสมบัติที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีการต่อยอดให้ออกมาเป็นรูปแบบที่สวยงามมากยิ่งขึ้น และพัฒนาออกมาให้เราได้ใช้งานกันจริงๆ ก็เป็นได้

 

ที่มา www.m2fnews.com

“ซัมซุง”เปิดตัว “กาแลคซี่ เอ 9” ชู กล้อง 4 ตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567364

  • วันที่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 09:46 น.

"ซัมซุง"เปิดตัว "กาแลคซี่ เอ 9" ชู กล้อง 4 ตัว

ซัมซุงเผยสุดยอดนวัตกรรมสมาร์ทโฟนตระกูลเอ กับเทคโนโลยีกล้องหลัง 4 ตัวครั้งแรกในโลก ราคาต่ำ 2 หมื่น และกล้องเลนส์ไวด์หมื่นต้น เปิดจอง 18-25 ต.ค.นี้

เปิดตัวครั้งแรกในโลกโดยเลือกประเทศมาเลเซีย ในการจัดงาน A Galaxy Event ภายใต้ธีม ‘4x Fun’ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย สำหรับสมาร์ทโฟนซัมซุง กาแลคซี่ เอ 9 (Galaxy A9) สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 4 ตัว (rear quad camera) ครั้งแรกของโลก ที่จะช่วยให้คุณบันทึกทุกความทรงจำมีค่าแบบครบทุกมุมมอง ยิ่งกว่าที่ตาเห็น และ กาแลคซี่ เอ 7 (Galaxy A7) สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว รุ่นแรกของซัมซุง ที่เพิ่มเลนส์ Ultra Wide เพื่อการเก็บภาพในมุมกว้างได้ดีกว่าใคร พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อภาพถ่ายที่ดีที่สุด สเปคจัดเต็ม ในราคาสุดคุ้มค่า

 

นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กรธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ซัมซุงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและนำเสนอนวัตกรรมที่มีความหมายและสร้างความแตกต่างให้กับการใช้ชีวิตของผู้คน ด้วยพื้นฐานความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม จึงทำให้เราครองความเป็นผู้นำในตลาดโลก ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของสมาร์ทโฟนทุกระดับตั้งแต่ไลน์พรีเมี่ยมอย่าง “กาแลคซี่ เอส” หรือ “กาแลคซี่ โน้ต” ไปจนถึงสมาร์ทโฟนระดับกลาง หรือระดับเริ่มต้น ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความสำคัญในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงประเทศไทย

 สำหรับซัมซุง กาแลคซี่ เอ เป็นสมาร์ทโฟนในระดับราคาที่คุ้มค่า และถูกออกแบบมาเพื่อคนกลุ่มมิลเลนเนียล รวมถึงผู้บริโภคที่มีรูปแบบการใช้ชีวิตยุคใหม่และรู้ความต้องการของตนเองอย่างชัดเจน สำหรับคนกลุ่มนี้สมาร์ทโฟนจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ แต่เป็นคู่หูที่ขาดไม่ได้ในชีวิตที่เร่งรีบและซับซ้อน ชีวิตที่ขับเคลื่อนไปด้วยความต้องการค้นหาสิ่งใหม่ๆ การริเริ่มและแบ่งปันให้กับคนรอบตัว  “การแนะนำนวัตกรรมใหม่ๆ บนสมาร์ทโฟนรุ่นกลาง อย่าง กาแลคซี่ เอ ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของซัมซุงในการนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุดให้กับสมาร์ทโฟนทุกระดับ ไม่ใช่แต่เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นแฟลกชิปอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต”นายวิชัยกล่าว

ท่ามกลางรูปแบบการดำเนินชีวิตที่รีบเร่งในปัจจุบัน การสแนปภาพเพื่อบันทึกช่วงเวลาสำคัญต่างๆ และแบ่งปันบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำลังกลายเป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อและการสื่อสารของคนรุ่นใหม่ จะเห็นได้จากความนิยมในการใช้แอพพลิเคชั่นอย่างอินสตาแกรมเพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ 1,000 ล้านคน โดยประเทศไทยมีผู้ใช้งานมากกว่า 13.6 ล้านคน มากเป็นอันดับที่ 14 ของโลก ซึ่งในแต่ละวันมีการโพสต์รูปมากกว่า 95 ล้านครั้งต่อวัน จะเห็นได้ว่าภาพถ่ายได้กลายเป็นสื่อที่ใช้ในการแสดงออกถึงตัวตนรวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตไปยังคนทั่วโลก ซัมซุงให้ความสำคัญกับกล้องสมาร์ทโฟนมาโดยตลอด และเป็นผู้นำเทคโนโลยีการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนในทุกยุค นับตั้งแต่ ฟีเจอร์ OIS บนกาแลคซี่ โน้ต 4 และ กาแลคซี่ เอส 6 ไปจนถึงเทคโนโลยีกล้องหลัง 4 ตัวในกาแลคซี่  เอ 9

ชุดเลนส์ทั้ง 4 ตัวประกอบด้วย เลนส์ออพทิคอลซูม สำหรับถ่ายภาพระยะไกล เลนส์ Ultra Wide สำหรับภาพมุมกว้างพิเศษ เลนส์หลักความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เพื่อการถ่ายภาพที่คมชัดในทุกสภาพแสง และเลนส์ Depth สำหรับเพิ่มมิติ “หน้าชัดหลังเบลอ” ช่วยให้ภาพถ่ายพอร์ทเทรตสวยงามยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังบรรจุเทคโนโลยี Scene Optimizer (19 รูปแบบ) เป็นต้น

ในส่วนของกาแลคซี่ เอ 7 เป็นสมาร์ทโฟนที่ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว พร้อมเลนส์ Ultra wide สามารถเก็บภาพในมุมกว้างได้ถึง 120 องศา กล้องหน้า-หลังเก็บภาพได้คมชัดด้วยความละเอียดสูงถึง 24 ล้านพิกเซล และยังมีฟีเจอร์ Scene optimizer (19 รูปแบบ) เช่นเดียวกับใน กาแลคซี่ โน้ต 9

กาแลคซี่ เอ 9 เปิดตัวด้วย 3 สี ได้แก่ สีดำ คาเวียร์ แบล็ค (Caviar Black) สีน้ำเงิน เลมอนเนด บลู (Lemonade Blue) และสีชมพู บับเบิ้ลกัม พิงค์ (Bubblegum) ราคา 19990 บาท และ กาแลคซี่ เอ 7 มีวางจำหน่าย 3 สี ได้แก่ สีฟ้า สีทอง และสีดำ ในราคา 10,990 บาท เตรียมเปิดจองในวันที่ 18-25 ตุลาคม 2561 เปพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฟรี Micro SD Card 64 GB ฟรี ประกันจอแตก 1 ปี รวมทั้งผ่อน 0%นาน 10 เดือน และมีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย 26 ตุลาคมนี้

เปิดฟังความเห็นกฎหมายคุมภัยไซเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567353

  • วันที่ 12 ต.ค. 2561 เวลา 08:40 น.

เปิดฟังความเห็นกฎหมายคุมภัยไซเบอร์

ดีอีเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกฎหมายความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แจงกฎหมายมีขึ้นเพื่อสร้างมาตรฐานสำคัญทางสารสนเทศ

นายชัยชนะ มิตรพันธ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็ก ทรอนิกส์  (เอ็ตด้า) หรือ สพธอ. เปิดเผยว่า เอ็ตด้าได้เปิดการรับฟังความคิดเห็น ร่าง พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งร่างกฎหมายมีขึ้นเพื่อเป็นมาตรการดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศ รวมถึงกำหนดการรับมือ ภัยคุกคามไซเบอร์ โดยมีคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ แห่งชาติ (กปช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกำหนดนโยบายแผนและแนวทางปฏิบัติ มีกรอบการทำงาน 8 ด้าน โดยงานหลักคือ สร้างมาตรการและกลไกเพื่อพัฒนาศักยภาพในการตอบสนอง ภัยคุกคามไซเบอร์และมีมาตรการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ

ทั้งนี้ ตัวแทนจากสมาคมความ มั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ หรือ TISA (ทีซ่า) แสดงความเป็นห่วงว่า สำนักงานที่ตั้งขึ้นใหม่จะมีอำนาจมากเกินไป หน่วยงานที่เข้ามาดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ควรเป็นหน่วยงานกลางที่เป็นอิสระและตรวจสอบได้ เอ็ตด้าไม่ควรเป็นผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลเสียเอง รวมทั้งมีผู้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของสำนักงาน สามารถยืมตัวบุคลากรจากหน่วยงานใดก็ได้มาทำงานไม่เกิน 2 ปีระหว่างจัดตั้ง

อย่างไรก็ดี เอ็ตด้าได้ชี้แจงว่า สำนักงานไม่ได้มีอำนาจมากเกินไป การใช้อำนาจอยู่ภายใต้การกำกับของนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ไม่ได้อยู่เหนือการตรวจสอบ ทั้งนี้ ร่างอยู่ในชั้น รับฟังความเห็นหลังจากผ่านการพิจารณาของสำนักงานกฤษฎีกา ยังต้องผ่านการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่ สนช.จึงสามารถปรับแก้ได้อีกหลายขั้นตอน

ภาพประกอบข่าว

นวัตกรรม ซัพพลายเชนพุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567249

  • วันที่ 11 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

นวัตกรรม ซัพพลายเชนพุ่ง

เวสเลย์ โคววาสกี หัวหน้าประจำภูมิภาคอาเซียน, อินโฟร์

ระบบซัพพลายเชนทั่วโลกกำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะชะลอตัว ซึ่งเป็นผลจากแรงขับเคลื่อนของนวัตกรรมที่เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งในทุกวงการ จากข้อมูลการจัดอันดับดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศของธนาคารโลก ปี 2561 พบว่า อยู่อันดับที่ 32 จาก 160 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเลื่อนขึ้นมาจากอันดับ 45 ในปี 2559 และนับเป็นอันดับ 2 ในอาเซียนรองจากสิงคโปร์

กองยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้กำหนดให้การพัฒนาเพิ่มมูลค่าซัพพลายเชนเป็น 1 ใน 3 ยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2560-2564) และการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของยุทธศาสตร์การพัฒนาปัจจัยสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ พบว่าต้นทุนด้านโลจิสติกส์ของไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ อันเนื่องจากภาครัฐให้การสนับสนุนให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์ด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยการพัฒนาระบบ NSW เป็นรูปธรรมมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการบริหารจัดการระบบซัพพลายเชน การวางแผนบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์อิเล็กทรอนิกส์ของภาคธุรกิจ (e-Logistics)

เทรนด์ด้านซัพพลายเชนที่จะเกิดขึ้นและต้องจับตามอง คือ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ตจะฝังรากลึกอยู่ในระบบซัพพลายเชนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรที่ใช้ในสายการผลิตใหม่ๆ รถบรรทุกคันใหม่ ศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ ไปจนถึงประตูรั้วเลยทีเดียว เครื่องจักรใหม่ๆ ต่างมีความพร้อมในการส่งข้อมูลสภาพความพร้อมในการทำงาน ซึ่งบริษัทใช้ติดตามตรวจสอบระบบซัพพลายเชนของตนได้

ในส่วนวงการซัพพลายเชน บล็อกเชนยังคงเป็นภาพจินตนาการในวงกว้าง และเราควรจะได้เห็นกรณีการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง แม้บล็อกเชนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และเป็นไปได้ แต่ยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะมีการใช้งานในวงกว้างในอุตสาหกรรมซัพพลายเชน ทั้งนี้ ฟอเรสเตอร์คาดการณ์ว่าเราจะยังไม่ได้เห็นโซลูชั่นที่จะนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์จนกว่าจะถึง พ.ศ. 2568

อย่างไรก็ตาม ซีไอโอขององค์กรต่างๆ ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ บริษัทบางแห่งจะทำโครงการร่วมกับเวนเดอร์ด้านไอที เพื่อหาทางว่าจะใช้บล็อกเชนให้เป็นประโยชน์กับระบบซัพพลายเชนของตนให้มากที่สุดได้อย่างไร คาดหวังได้ว่าจะมีแนวคิดด้านบล็อกเชนที่หลากหลายเกิดขึ้น เพราะบริษัทต่างๆ และสตาร์ทอัพที่เกิดขึ้นใหม่ต่างจะพยายามใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้

นอกจากนี้ ที่ต้องจับตาคือ โซลูชั่นที่เป็นแชร์ลิ่ง อีโคโนมี คาดกันว่าแนวคิดนี้จะขยายไปยังการใช้ยานพาหนะขนาดใหญ่ เช่น รถตู้และรถบรรทุกส่วนบุคคล

เทคโนโลยีซัพพลายเชน หากบริษัทต่างๆ ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดี๋ยวนี้ พวกเขาอาจพบว่าตัวเองกำลังเดินสู่ความล้มเหลว

ขู่ดีแทคไม่ยื่น900จ่ออุทธรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567237

  • วันที่ 11 ต.ค. 2561 เวลา 08:10 น.

ขู่ดีแทคไม่ยื่น900จ่ออุทธรณ์

กสทช.เตรียมยื่นอุทธรณ์หากดีแทคไม่ประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) มีมติให้ประธาน กสทช.เป็นผู้พิจารณาว่า สำนักงาน กสทช.จะยื่นอุทธรณ์ กรณีศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวบนคลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ของ ดีแทคหรือไม่ ซึ่งจะพิจารณาในวันที่ 16 ต.ค. 2561 นี้ ทั้งนี้หากดีแทคไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ จะดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางทันทีเช่นกัน

สำหรับกรณี พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการ กสทช. ยื่นลาออกจากสำนักงาน กสทช. มีผลในวันที่ 9 ต.ค. 2561 นั้น เนื่องจากต้องการลงสมัครทางการเมือง และไม่กระทบ ต่อการทำงาน เพราะมีคณะกรรมการ กสทช.ดำรงตำแหน่งอยู่อีก 6 ท่าน ซึ่งการลงมติหรือการเข้าประชุม มีเสียงส่วนใหญ่เข้าร่วมจาก 4 ใน 7 ก็เพียงพอแล้ว

นอกจากนี้ ที่ประชุม กสทช. ยังมีมติให้การสนับสนุนโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) จำนวน 18 โครงการ วงเงินรวม 116 ล้านบาท อาทิ โครงการถอดบทเรียนกรณีถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน : จริยธรรมของสื่อ รับผิดชอบโดยกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างจริยธรรมให้กับสื่อ โดยการถอดบทเรียนจากกรณีดังกล่าวในช่วงวิกฤตแบบนี้ ควรที่จะปฏิบัติตนอย่างไรบ้าง ในวงเงินงบประมาณ 6.6 ล้านบาท

โครงการชูใจ : หุ่นยนต์ดูแลสุขภาพใจ ผู้สูงอายุ รับผิดชอบโดยคณะวิศวกรรม ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วงเงิน 8.9 ล้านบาท และโครงการสมุดบันทึกสุขภาพและอาหารปลอดภัยบนเพอร์มิชชั่นบล็อกเชน รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ วงเงิน 4.6 ล้านบาท เป็นต้น

“โครงการส่วนใหญ่ที่ขอรับการสนับสนุน จาก กสทช. เป็นโครงการที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีและการรักษาสุขภาพผู้สูงอายุ จำนวนทั้งสิ้น 18 โครงการ ซึ่งต้องการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนในการพัฒนาเรื่องเหล่านี้” นายฐากร กล่าว

ไมโครซอฟท์ ทุ่ม6,500ล้าน ลงทุน”แกร็บ”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567213

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 22:10 น.

ไมโครซอฟท์ ทุ่ม6,500ล้าน ลงทุน"แกร็บ"

ไมโครซอฟท์ผนึกแกร็บ ลงทุนดันเทคโนโลยี ด้านแกร็บเตรียมเผยอีก 2 ผู้ลงทุนใหม่

ไฟแนนเชียล ไทมส์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า บริษัท ไมโครซอฟท์ ประกาศลงทุนในบริษัท แกร็บ ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่งจากสิงคโปร์ เป็นครั้งแรกในวงเงินราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,599 ล้านบาท) โดยไมโครซอฟท์จะเข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีให้กับแกร็บเป็นระยะเวลา 5 ปี ทั้งในด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) บิ๊กดาต้า และเทคโนโลยีคลาวด์

หมิง หม่า ประธานแกร็บ เปิดเผยว่า จะนำเงินลงทุนนี้มาปรับปรุงระบบความปลอดภัย ด้วยการร่วมกันพัฒนาวิธีการยืนยันตัวตนของผู้ขับขี่และผู้ใช้ผ่านเทคโนโลยีจดจำใบหน้าด้วยเอไอ และจะนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล การตรวจจับการโกง เครื่องมือเรียนรู้ และเทคโนโลยีประมวลภาพของไมโครซอฟท์ เข้ามาใช้ปรับปรุงการทำงานในแอพพลิเคชั่นแกร็บ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า แกร็บจะประกาศผู้ร่วมลงทุนรายใหม่อีก 2 บริษัท ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีรายใหญ่ในระดับโลกและระดับภูมิภาค ในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้การระดมทุนทั้งหมดในปีนี้ของแกร็บมีมูลค่าสูงเกิน 3,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 9.9 หมื่นล้านบาท)

ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่แกร็บปรับแผนขยายการให้บริการจากแอพพลิเคชั่นเรียกรถรับส่ง ไปเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการครบวงจร เช่น การส่งอาหาร การดูแลสุขภาพ และการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อรักษาตำแหน่งผู้นำในอาเซียน หลังจากโกเจ็กผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่นเรียกรถจากอินโดนีเซียกำลังขยายบริการในอาเซียน

เจาะลึกเพย์เมนต์เกตเวย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567080

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 11:30 น.

เจาะลึกเพย์เมนต์เกตเวย์

หากคุณเริ่มต้นทำธุรกิจออนไลน์ สิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องมี คือ เพย์เมนต์ เกตเวย์ (Payment Gateway) หรือช่องทางการรับเงินบนโลกออนไลน์ ซึ่งผู้ให้บริการก็มีอยู่หลายรายให้เราได้เลือกใช้ ทั้งในระดับสากล หรือแม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีบริการเหล่านี้ให้เลือกใช้เหมือนกัน หากคุณเป็นนักช็อปปิ้งคนหนึ่งคุณต้องเคยใช้บริการเหล่านี้ผ่านแอพพลิเคชั่นเพื่อซื้อสินค้าแน่นอน

เรามาทำความรู้จักกับผู้ให้บริการเพย์เมนต์ เกตเวย์ กันว่ามีใครบ้าง เพื่อเลือกแพลตฟอร์มที่ใช่สำหรับธุรกิจคุณ

เพย์พัล (PayPal) หนึ่งในผู้ให้บริการเพย์เมนต์ เกตเวย์ระดับโลก เป็นที่นิยม และมีคนใช้งานทั่วโลก รองรับการใช้งานมากกว่า 200 ประเทศ สามารถรับชำระเงินได้จากทุกช่องทางทั้ง บัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัญชีธนาคาร มีมาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง หากเกิดปัญหา สามารถติดต่อได้ทันที โดยมีพนักงานคนไทยคอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง อัตราค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 4.4% หรือน้อยกว่านั้น

(แอบบอกต่อ สำหรับลูกค้าที่เปิดเว็บไซต์ใหม่กับ MakeWebEasy จะได้สิทธิพิเศษ ลดค่าธรรมเนียมเหลือเพียง 3.2% +11 บาทเท่านั้น!) วันนี้-31 ต.ค. 2561 นี้

โอมิเซะ (Omise) อีกหนึ่งผู้ให้บริการเพย์เมนต์ เกตเวย์ ที่หลายประเทศทั่วโลกยอมรับ โอมิเซะ เกิดมาเพื่อเอาใจธุรกิจอี-คอมเมิร์ซแบบสุดๆ ด้วยค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่า! (ในระดับสากลนะ) และง่ายต่อการสมัครบัญชี ทำให้สตาร์ทอัพหลายธุรกิจตัดสินใจเลือกใช้งานโอมิเซะ อีกทั้งยังสามารถรับชำระเงินได้หลายรูปแบบ ทั้งผ่านบัตรเครดิต/เดบิต อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และบิลเพย์เมนต์

นอกจากนี้ โอมิเซะ ยังมีฟีเจอร์ Recipient ที่ทำสามารถโอนเงินได้หลายบัญชี เป็นการโอนเงินออกจากบัญชีโอมิเซะ ไปยังธนาคารต่างๆ เหมาะกับธุรกิจที่มีร้านค้ารายย่อยให้เราสามารถจัดการเงินได้สะดวกยิ่งขึ้น อัตราค่าธรรมเนียมของโอมิเซะ อยู่ที่ 3.65%

พร้อมเพย์ (Prompt Pay) บริการโอนเงิน จ่าย/รับ ที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐบาล สะดวก และง่ายต่อการโอนทั้งรับ/จ่าย เพียงแค่เชื่อมเบอร์โทรศัพท์มือถือ เลขบัตรประชาชน และบัญชีธนาคาร (อะไรก็ได้) เข้าด้วยกัน ก็สามารถใช้งานได้ทันที! ทำให้เราประหยัดค่าธรรมเนียมได้มาก

ค่าธรรมเนียมขึ้นอยู่กับการโอนเงินในแต่ละครั้ง ได้แก่ โอนไม่เกิน 5,000 บาท ไม่เสียค่าธรรมเนียม โอน 5,001-3 หมื่นบาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 2 บาท/รายการ โอน 30,001-1 แสนบาท คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 5 บาท/รายการ และโอน 1 แสนบาทขี้นไป คิดค่าธรรมเนียมไม่เกิน 10 บาท/รายการ

จีบีไพรม์เพย์ (GB Prime Pay) เพย์เมนต์ เกตเวย์ สายเลือดไทยแท้! มีระบบรับชำระเงินที่สามารถรองรับได้หลายแพลตฟอร์ม ทั้งเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น ระบบบุ๊กกิ้ง และโซเชียลคอมเมิร์ซ อำนวยความสะดวกด้านการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เพราะจีบีไพรม์เพย์สามารถรองรับได้ถึง 30 สกุลเงิน! หากมีปัญหาสามารถติดต่อได้ทันที มีทีมงานไทยคอยให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลการขาย รายงานข้อมูลการขายที่ผ่านมา เพื่อวางแผนการตลาดและพัฒนาต่อยอดธุรกิจได้อีกด้วย

การคิดค่าธรรมเนียมของจีบีไพรม์เพย์ โอนไม่เกิน 5 หมื่นบาท เสียค่าธรรมเนียม 20 บาท และโอนมากกว่า 5 หมื่นบาท ฟรีไม่เสียค่าธรรมเนียม

2C2P หลายคนอาจไม่ค่อยคุ้นชื่อนี้กัน แต่รู้หรือไม่ว่า 2C2P ถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ให้บริการประเทศไทย บริษัทใหญ่ๆ เกือบทั้งหมดในไทยล้วนใช้เพย์เมนต์ เกตเวย์ ของ 2C2P แม้แต่เฟซบุ๊กเองก็ยังเป็นพาร์ตเนอร์ กับ 2C2P ร่วมกันทำ Qwik ระบบที่ทำให้สามารถชำระเงินได้ทันที โดยไม่ต้องออกจากหน้าต่างข้อความ 2C2P ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากล ในเมื่อบริษัทใหญ่ๆ ใช้กัน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เราจะไม่ใช้ ทั้งนี้ อัตราค่าธรรมเนียมของ 2C2P อยู่ที่ 3.65%

หากคุณเป็นเจ้าของร้านออนไลน์ ไม่ควรพลาดเรื่องนี้ ปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี ติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ เลือกเพย์เมนต์ เกตเวย์ ที่ใช่ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าของคุณ

10 อย่างที่ต้องรู้ เมื่อเฟซบุ๊กถูกแฮ็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567079

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 11:00 น.

10 อย่างที่ต้องรู้ เมื่อเฟซบุ๊กถูกแฮ็ก

1.เฟซบุ๊กรู้ตัวเมื่อพบทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ-ทีมซีเคียวริตี้ของเฟซบุ๊ก พบปริมาณทราฟฟิกในเซิร์ฟเวอร์ที่ผิดปกติ และขโมยข้อมูลผู้ใช้นับล้านออกไป

2.แฮ็กเกอร์เจาะ 3 ช่องโหว่ของเฟซบุ๊ก ได้แก่ 2.1 ช่องโหว่ในระบบอัพโหลดวิดีโอในขณะใช้หน้า “View As” 2.2 ช่องโหว่ในตัวอัพโหลดวิดีโอที่สร้างโทเคนที่ใช้ล็อกอินได้ 2.3 ช่องโหว่ที่ทำให้ผู้ที่เข้ามาดูโปรไฟล์สามารถขโมยทรัพย์สินโทเคน (Acces Tokens) ออกไปได้

3.แฮ็กเกอร์ขโมย Acces Tokens ไปมากกว่า 50 ล้านบัญชี โดยแฮ็กเกอร์ขโมยทรัพย์สินโทเคนของผู้ใช้กว่าครึ่งของเฟซบุ๊กไป

4.แฮ็กเกอร์ไม่ได้รหัสผ่านของผู้ใช้ แต่แฮ็กเกอร์สามารถใช้ Acces Tokens เพื่อเข้าใช้บัญชีผู้ใช้ได้

5.แฮ็กเกอร์ดาวน์โหลดข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ผ่านแอพพลิเคชั่น โปรแกรม อินเทอร์เฟซของเฟซบุ๊ก

6.บัญชีของเฟซบุ๊ก ที่ผูกอยู่กับแอพพลิเคชั่นอื่นนอกเหนือจากเฟซบุ๊ก กำลังตกอยู่ในความเสี่ยงทำให้แฮ็กเกอร์สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นเหล่านั้นได้เหมือนคุณ

7.เฟซบุ๊กได้ดำเนินการรีเซต Tokens ให้กับผู้ใช้เฟซบุ๊กทั้งหมด 90 ล้านคน

8.คุณสามารถตรวจสอบประวัติการใช้งานบัญชีเพื่อเช็กว่าคุณโดนแฮ็กหรือไม่

9.การแฮ็กครั้งนี้ไม่ได้เป็นฝีมือของแฮ็กเกอร์ที่ขู่ว่าจะลบเพจของ มาร์ก ซัคเกอร์เบิร์ก

10.เฟซบุ๊กกำลังเผชิญกับการฟ้องร้องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ โดยหลังจากข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ศาลของแคลิฟอร์เนีย และเวอร์จิเนียได้รับคำร้องการผู้ใช้

กูเกิลรั่ว5แสนบัญชี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/567091

  • วันที่ 10 ต.ค. 2561 เวลา 06:45 น.

กูเกิลรั่ว5แสนบัญชี

ปิดบริการกูเกิลพลัส หลังข้อมูลผู้ใช้รั่วครึ่งล้าน วอลสตรีทเจอร์นัลระบุจงใจอำพรางข้อมูล

บริษัท กูเกิล อิงค์ ประกาศว่าจะยุติการให้บริการ กูเกิลพลัส ซึ่งเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ของกูเกิลอย่างถาวรสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ในอีก 10 เดือนข้างหน้า หลังพบการรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้ราว 5 แสนราย ตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และผู้ใช้มีจำนวนลดลงอย่างต่อเนื่อง

วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า การรั่วไหลของข้อมูลผู้ใช้กูเกิลพลัสเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2015 แต่ กูเกิลเพิ่งจะค้นพบในเดือน มี.ค.ปีนี้ และผู้บริหารระดับสูงซึ่งรวมถึง ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของกูเกิล จงใจปิดบังความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เนื่องจากเกรงว่าหน่วยงานรัฐอาจเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบริษัท

รายงานระบุว่า การรั่วไหลเกิดจากความผิดปกติของซอฟต์แวร์จนทำให้เกิดบั๊กหรือช่องโหว่ ส่งผลให้แอพพลิเคชั่นจากนักพัฒนาภายนอก 438 แอพ สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ได้ เช่น ชื่อ อีเมล รูปภาพโปร์ไฟล์ที่อยู่ อาชีพ และสถานะความสัมพันธ์

อย่างไรก็ดี วอลสตรีท เจอร์นัล เปิดเผยว่า กรณีข้อมูลรั่วล่าสุดของ กูเกิลอาจกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว ด้านการกำกับดูแลข้อมูลผู้ใช้มากยิ่งขึ้น และนำไปสู่การเปรียบเทียบกับกรณีข้อมูลผู้ใช้เฟซบุ๊กรั่วไหลไปยังเคมบริดจ์ อนาลิติกา บริษัทวิจัยในอังกฤษ

ภาพ รอยเตอร์ส