เมื่อระบบการศึกษาเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564658

  • วันที่ 18 ก.ย. 2561 เวลา 10:55 น.

เมื่อระบบการศึกษาเปลี่ยน

เรื่อง กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ

เราได้ยินนะครับว่า อนาคตมหาวิทยาลัยจะอยู่ไม่ได้ เพราะคนเรียนน้อย สาเหตุคือ

1.คนรุ่นหลังๆ มีจำนวนการเกิดน้อยลง 2.ยุคสมัยเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่หาทางเลือกทางการศึกษาที่เหมาะกับตัวเองมากขึ้น และสถานประกอบการจะไม่ได้ดูคนแค่วุฒิการศึกษาเท่านั้น แต่ดูถึงศักยภาพทางการเรียนรู้และความสนใจในงานของผู้สมัครงานมากขึ้น

3.สิ่งที่ต้องการเรียนรู้อยู่ในยูทูบและเฟซบุ๊กสามารถศึกษาเองได้ 4.แนวโน้มที่จะมีหัวข้อการเรียนรู้อยู่ในออนไลน์และขายคอร์สออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่จำเป็นต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัย 5.พฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่ เลือกที่จะเรียนเฉพาะสิ่งที่ตัวเองสนใจและเรียนรู้เองมากขึ้น และ 6.หลายๆ ครั้งอาจารย์ผู้สอนกำลังรู้น้อยกว่าผู้เรียน

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ข่าวว่ามหาวิทยาลัยหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศกำลังปิดตัวลงไป และหลายๆ มหาวิทยาลัยต้องปรับตัว ปรับหลักสูตรการสอนให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบันเยอะมาก

โลกยุคใหม่ คือโลกที่หาทุกอย่างอยู่แค่ปลายนิ้วแล้วครับ เรากำลังอยู่ในยุคของข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ “กำลังมีคนแข่งกันให้ข้อมูล” ย้ำว่าแข่งกันนะครับ นอกจากนี้ยังเป็นโลกที่ผู้เรียนสามารถที่จะเลือกเชื่อผู้ให้ข้อมูลคนไหนก็ได้ที่คิดว่าดีและเหมาะสมกับเขา

โลกยุคใหม่ แปลว่า คำว่า “อาจารย์” ไม่ได้ถูกทุกเรื่องอีกแล้ว อาจารย์ในโลกยุคใหม่ กำลังถูกท้าทายอย่างหนักจากผู้เรียน อาจารย์โลกยุคใหม่ต้องเก่งกว่าผู้เรียน เห็นอนาคตมากกว่า เล่าเรื่องที่น่าสนใจกว่า มีวิธีการนำเสนอที่ดีกว่า “เดิม”

ความยากคือ มหาวิทยาลัยจะต้องให้เวลาอาจารย์ทำการวิจัย ศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูล หรือกระทั่งออกไปทำงานให้รู้จริง และนั่นหมายถึงว่า เวลาอาจารย์สอนกำลังน้อยลง ทำให้ต้นทุนมหาวิทยาลัยสูงขึ้น อีกทั้งการลงทุนให้อาจารย์ไปทำวิจัย ศึกษา แปลว่ามหาวิทยาลัยต้องสนับสนุนเงินทุนอีกก้อนหนึ่งให้กับอาจารย์เหล่านั้น อนาคตหมายถึงว่า มหาวิทยาลัยต้องเก็บค่าเล่าเรียนมากขึ้น

แต่มองในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจะรู้ได้อย่างไรว่า อาจารย์ที่มีอยู่มีศักยภาพมากพอที่จะสามารถทำในสิ่งที่เป็นอนาคตได้ ในขณะที่มหาวิทยาลัยต้นทุนสูงขึ้น เก็บค่าเล่าเรียนมากขึ้น มหาวิทยาลัยกลับเจอคู่แข่งที่รู้จริงกว่า ที่อยู่ในยูทูบซึ่งเรียน “ฟรี”

วันนี้เราจึงไม่แปลกใจที่หลายๆ มหาวิทยาลัยปรับหลักสูตร และเชิญคนที่มีประสบการณ์จริงมาสอนมากขึ้น เราจะไม่แปลกใจที่อาจารย์ในบางมหาวิทยาลัยต้องออกมา ร้องแร็ป เต้นแร็ป เพื่อต้อนรับนักศึกษา

ความยากของมหาวิทยาลัยคือ ใบประกาศนียบัตรกำลังมีความสำคัญลดลง พ่อแม่รุ่นใหม่กำลังโอเคกับลูกตัวเอง ที่หางานที่ตัวเองรักได้ โดยไม่ต้องมีภาพการรับประกาศนียบัตร ส่วนโลกอนาคตจะเป็นอย่างไรหรือครับ อาจารย์ที่อยู่ได้ คืออาจารย์ที่เก่งกว่าคิดไกลกว่าผู้เรียนเท่านั้นครับ

กสทช.เคาะดีแทค19ก.ย.นี้ ลุ้นเยียวยา 1800 ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564643

  • วันที่ 18 ก.ย. 2561 เวลา 09:56 น.

กสทช.เคาะดีแทค19ก.ย.นี้ ลุ้นเยียวยา 1800 ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด

นักวิเคราะห์แนะเกาะติดดีแทค 3 เรื่อง 19 ก.ย.นี้ กสทช.ยื่นอุทธรณ์ศาลปกครองสูงสุด เยียวยาคลื่น 1800 สรุปประมูล 2 คลื่น ธ.ค.นี้ โบรกเกอร์เกาะติด3ประเด็น

นายพิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากศาลปกครองชั้นต้นคุ้มครองลูกค้าผู้ใช้บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) หรือดีแทค คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 9.5 หมื่นราย ได้ปรับราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 59.6 บาท จากเดิม 55.2 บาท

อย่างไรก็ตาม วันที่ 19 ก.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ดังนั้นมี 3 ประเด็นที่ต้องติดตาม เรื่องแรก กสทช.จะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ ซึ่งมองว่าถ้า กสทช.มีการยื่นอุทธรณ์จริง ศาลปกครองสูงสุดจะยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้นหรือไม่

สำหรับประเด็นที่ 2 การเยียวยาคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือเอไอเอส จะมาจ่ายค่าใบอนุญาต 5 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 6,500 ล้านบาท ที่เพิ่งประมูลไป โดยต้องดูว่าดีแทคจะคืนคลื่น 1800 จำนวน 5 เมกะเฮิรตซ์เมื่อไร และจากนั้นจะเหลือใช้ดำเนินงานทั้งหมดเท่าไร เพราะเดิมมี 25 เมกะเฮิรตซ์ จะเหลือ 20 เมกะเฮิรตซ์ เนื่องจากปัจจุบันดีแทคยังไม่ได้จ่ายค่าใบอนุญาตที่เพิ่งประมูลใหม่ โดยจะครบกำหนดถึงวันที่ 21 พ.ย. และน่าจะได้ ใบอนุญาต 26 พ.ย.นี้ มองว่าดีแทคจะได้รับการเยียวยา ซึ่ง กสทช.เคยมีมติเมื่อเดือน ก.ค. ถ้าผู้ประกอบการมีการเข้าประมูลคลื่นจะได้รับการเยียวยาจนกว่าคลื่นนั้นจะมีการใช้งาน

ขณะที่ประเด็นที่ 3 น่าจะมีการสรุปเรื่องประมูลใบอนุญาต 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเชื่อว่า กสทช.จะมีการเปิดให้ประมูลทั้งสองคลื่นนี้ภายในเดือน ธ.ค. 2561 โดยจะมีการจูงใจให้ขยายเวลาชำระใบอนุญาต 1800 เมกะเฮิรตซ์ จากเดิมจ่าย 3 ปี เป็น 6 ปี และ 900 เมกะเฮิรตซ์ จ่าย 4 ปี เป็น 8 ปี  ทั้งหมดนี้เพื่อจูงใจเพื่อให้ดีแทคได้เข้ามาร่วม ประมูล

ด้าน บล.ทิสโก้ ระบุหลังจากที่ กสทช.เยียวยาคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ให้ดีแทคตามคำสั่งศาลปกครองที่ให้คุ้มครองไปจนถึงสิ้นปี 2561 ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตามสำหรับการเยียวยาคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ จะตัดสินเรื่องการเยียวยาในอาทิตย์หน้า (มีโอกาสสูงที่ผลจะออกมาในเชิงลบ) และด้วยอายุการเยียวยาเพียง 3 เดือนของดีแทคคาดว่าราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นต่อได้จำกัดในอนาคต อย่างน้อยจนกว่าจะมีข่าวการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์

นอกจากนี้ บล.เอเชียเวลท์ ปรับ คำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “ซื้อ” อยู่บนสมมติฐานที่ดีแทคยังคงสามารถใช้คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์และ 1800  เมกะเฮิรตซ์ ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง โดยคาดว่าศาลจะให้ความคุ้มครองหากมีกรณีที่ กสทช.มีคำสั่ง ปฏิเสธมาตรการเยียวยาในคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ์ หลังจากนี้ แต่ยังคงคาดการณ์การว่าดีแทคยังคงเสียฐานลูกค้าให้คู่แข่งเช่นเดิม

ราคาหุ้นดีแทคปิดที่ 46.75 บาท เพิ่มขึ้น 2.25 บาท หรือคิดเป็น 5.06% มูลค่าการซื้อขาย 925.07 ล้านบาท

อี-คอมเมิร์ซระอุ ขาใหญ่สาดโปรดุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564629

  • วันที่ 18 ก.ย. 2561 เวลา 07:18 น.

อี-คอมเมิร์ซระอุ ขาใหญ่สาดโปรดุ

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไตรมาส 4 เป็นที่น่าจับตาเป็นพิเศษ สำหรับน้องใหม่อย่างเจดีเซ็นทรัล และอีเลฟเว่น สตรีทหลังเปลี่ยนมือมาอยู่ในกลุ่มเนสกาแฟกับการปัดฝุ่นโครงสร้างธุรกิจใหม่ แน่นอนว่าสมรภูมิการแข่งขันคงมีความร้อนแรงเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสงครามโปรโมชั่น เพื่อช่วงชิงฐานลูกค้า

ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้บริหารบริษัท ตลาดดอทคอม เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไตรมาส 4 จะมีความรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทำโปรโมชั่นหั่นเนื้อตัวเองลดราคา 90% สำหรับปีนี้ ช็อปปี้ และเจดีเซ็นทรัล เป็นค่ายแรกที่จัดมหกรรม 9.9 (วันที่ 9 เดือน 9) รวมทั้งคาดแคมเปญโปรโมชั่นจะมีอีกระลอกใหญ่ 11.11 หรือ 12.12 โดยเฉพาะยักษ์ลาซาด้า ซึ่งจัดวันช็อปปิ้งสำหรับคนโสด 11.11 คนไทยเริ่มรู้จักมากขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 4 ถือว่าเป็นไฮซีซั่นช่วงเวลา 3 เดือนมีสัดส่วนการขายถึง 40% ของทั้งปี นอกจากนี้แคมเปญต่างๆ ที่ออกมาถือว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่นอกจากกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าแล้วนั้น ยังมีส่วนสำคัญช่วยขยายฐานนักช็อปปิ้งหน้าใหม่ เมื่อคนเหล่านี้ซื้อสินค้าแล้วส่วนใหญ่ก็จะซื้อในเว็บไซต์ที่เคยซื้อเป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นถึงเริ่มไปซื้อสินค้าเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีข้อเสนอหรือโปรโมชั่นดีกว่า

นอกจากนี้ แต่ละค่ายอี-คอมเมิร์ซยังแข่งขันการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ทุกช่องทาง อาทิ สื่อทีวีเพื่อสร้างการรับรู้ไปสู่กลุ่มแมส รวมถึงการใช้กลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์ สำหรับภาพรวมธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในปีนี้คาดว่าเติบโต 20% จากเมื่อปีที่ผ่านมามีมูลค่า 2.8 ล้านล้านบาท

ด้านค่ายอี-คอมเมิร์ซอีเลฟเว่นสตรีทในเงื้อมมือกลุ่มเนสกาแฟ เฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ กล่าวว่า อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างธุรกิจอี-คอมเมิร์ซอีเลฟเว่น สตรีท และกำลังจะเปิดตัวธุรกิจในช่วงไตรมาส 4 โดยโพสิชันนิ่งของในกลุ่มสินค้าที่บริษัทมุ่งเน้นจะเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงสินค้าแฟชั่น เป็นหลัก ซึ่งมีทั้งสินค้าจากในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ

ขณะที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท อีเลฟเว่น สตรีท เบื้องต้นได้ย้ายสำนักงานไปจากภิรัชทาวเวอร์ แอท เอ็มควอเทียร์ มายังอาคารอรกานต์แล้ว ส่วนโครงสร้างของเว็บไซต์ได้ปรับเปลี่ยนบ้างแล้ว อาทิ การนำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มลำไยสกัดเข้มข้น P80 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ในเครือมาโฆษณาบนเว็บไซต์ ขณะเดียวกันได้เร่งทำการปรับเปลี่ยนชื่อเว็บไซต์ในเร็วๆ นี้

รวิศรา จิราธิวัฒน์ ประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เจดีเซ็นทรัล กล่าวว่า เทศกาลช็อปปิ้งออนไลน์ที่โดดเด่นเดือน ก.ย. 9.9 เจดีเซ็นทรัลตอบโจทย์นิสัยชอบลุ้นและชิงโชค จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์การเปิดกล่องเซอร์ไพรส์ บ็อกซ์ นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและดึงให้ลูกค้าเข้าไปช็อปที่เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ซึ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจากการทำแคมเปญ

สำหรับช็อปปี้จัดมหกรรม Shopee 9.9 Super Shopping Day มีร้านค้ากว่า 7 ล้านราย และกว่า 1 หมื่นแบรนด์ทั่วภูมิภาคเข้าร่วม มีไอเท็มสินค้ากว่า 15 ล้านชิ้น ถูกจำหน่ายออกไปภายใน 24 ชั่วโมง สินค้าจากทั่วทั้งภูมิภาคกว่า 99,999 ชิ้น สถิติด้วยยอดรวมคำสั่งซื้อรวมทั้งสิ้นกว่า 5.8 ล้านออร์เดอร์ หรือคิดเป็น 3 เท่าของการจับจ่ายในช่วงปกติ

ภาพรวมเกมการสาดโปรโมชั่นยังไม่จบง่ายๆ ท่ามกลางที่ทุกค่ายยังยอมขาดทุนเพื่อทุ่มซื้อตลาด ทั้งลาซาด้า ช้อปปี้ รวมถึงน้องใหม่เจดีเซ็นทรัล และกลุ่มเนสกาแฟ ซึ่งสายป่านยาวกันทั้งนั้น

บทเรียนจากแนนโน๊ะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564600

  • วันที่ 17 ก.ย. 2561 เวลา 18:20 น.

บทเรียนจากแนนโน๊ะ

เรื่อง CJ Worx

ซีรี่ส์เด็กใหม่ ออนแอร์มาเกินครึ่งทางจาก 13 ตอน ที่มาจากข่าวจริง 13 เรื่อง แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงความบันเทิง เพราะมีแง่มุมทางด้านการตลาดด้วยเช่นกัน ผู้สร้างสรรค์คือ SOUR BANGKOK เอเยนซีโฆษณา ได้สร้างแง่มุมที่แตกต่างออกไป และบทเรียนที่ได้จากคนทำโฆษณามาสู่การผลิตรายการบันเทิงเช่นกัน

ในฐานะเรียกว่าเป็น แม่แนนโน๊ะ ดมิสาฐ์ องค์ศิริวัฒนา Co-Founder & Executive Creative Director ของ SOUR SOUR BANGKOK แชร์ประสบการณ์ผลิตซีรี่ส์เรื่องนี้ไว้น่าสนใจ ดังนี้

  1. ผู้บริโภคยุคนี้มีความรู้และฉลาดมาก เนื่องจากซีรี่ส์เด็กใหม่ มีความอาร์ตสูงมาก ในช่วงแรกเกรงว่าคนดูจะงงกับเรื่องราว จึงใช้ดิจิทัลมีเดียเป็นตัวสร้างความเข้าใจ รวมถึงบอกกฎกติกาให้เข้าใจว่า ซีรี่ส์นี้เป็นอย่างไร ผลที่ออกมาคือ สถิติของโพสต์ ชื่อ เรื่องต้องรู้ก่อนดูแนนโน๊ะกลายเป็นโพสต์ที่มียอดเอนเกจเมนต์สูงสุด
  2. ไม่มีแบรนด์ในเนื้องาน ทำให้ผู้ชมเปิดใจในการชมมากขึ้น เพราะงานโฆษณาส่วนใหญ่เน้นการสร้างแบรนด์หรือสร้างยอดขาย หรือเห็นตัวสินค้า ทำให้ผู้ชมเหมือนมีกำแพงในการชมงานโฆษณาอยู่ระดับหนึ่ง
  3. ความเหมือนที่แตกต่างของศาสตร์การทำโฆษณากับรายการบันเทิง ชิ้นงานโฆษณาต้องบอกวัตถุประสงค์กับผู้ชมโดยทันทีว่า ต้องการสื่อสารอะไร แต่ในงานบันเทิงต้องเป็นแนวคำถามปลายเปิดเท่านั้น อาทิ ชวนคนมาวิจารณ์ วิพากษ์ ถึงจะเกิดพลังการมีส่วนร่วมจากผู้ชม
  4. ผู้บริโภคยอมรับรูปแบบของรายการบันเทิงมากกว่าโฆษณาบางครั้งชิ้นงานโฆษณาหากมีความหมิ่นเหม่ไปเชิงความรุนแรงหรือดาร์ก ก็อาจถูกโต้แย้งจากผู้บริโภคอย่างมาก ในขณะที่ในมุมของรายการบันเทิงแล้ว ตบจูบ หรือความรุนแรงอื่นๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ชมกลับยอมรับได้นั่นเป็นเพราะพฤติกรรมของผู้ชมต้องการปลดปล่อยจากสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ในชีวิตจริง

เพราะทุกการกระทำสร้างประสบการณ์ทำให้เกิดการเรียนรู้ หากเรียนรู้จากตัวเองว่ายากแล้ว การเรียนรู้ผู้อื่นเพื่อพิชิตใจพวกเขานั้นยากยิ่งกว่า แต่ไม่มีอะไรยากเกินความพยายาม

อ่านใจลูกค้ายุค 4.0 ไขกุญแจความสำเร็จ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564596

  • วันที่ 17 ก.ย. 2561 เวลา 17:35 น.

อ่านใจลูกค้ายุค 4.0 ไขกุญแจความสำเร็จ

เรื่อง กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

เมื่อผู้บริโภคยุค 4.0 ใช้อารมณ์ ความรู้สึกตัดสินใจเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น แบรนด์ต่างๆ หันให้ความสำคัญกับการนำเสนอสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคให้ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น การตลาดยุคดิจิทัลนั้น การ “อ่านใจผู้บริโภค” ให้ขาดคือประตูสู่ความสำเร็จ และสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของธุรกิจคือข้อมูลลูกค้า (Customer Data) ที่ถูกรวบรวมด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดบิ๊กดาต้า ที่รวดเร็ว แม่นยำ นำมาซึ่งข้อมูลที่สามารถอ่านใจลูกค้าได้ลึกซึ้งแบบรายบุคคล

ปาจรีย์ แสงคำ ประธานบริหารกลุ่มงานโซลูชั่นทางธุรกิจและบริการ กลุ่มบริษัท จีเอเบิล เปิดเผยว่า หัวใจในการทำมาร์เก็ตติ้งจากอดีตจนถึงปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญคือการจะทำอย่างไรให้ชนะใจผู้บริโภค และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันการเข้ามาของเทคโนโลยี ทำให้สิ่งต่างๆ รอบตัวเปลี่ยนไป การทำความเข้าใจและปรับตัวถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดในยุคดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น

หลักในการทำการตลาดที่ต้องทำความเข้าใจว่าความต้องการของมนุษย์ ยังคงอยู่ทุกยุคทุกสมัย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลาคือ อารมณ์ ความรู้สึกของผู้บริโภค โดยเฉพาะยุคดิจิทัล ผู้บริโภคใช้อารมณ์เข้ามาตัดสินใจในการเลือกบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ มากขึ้น นักการตลาดจึงต้องสรรหาเครื่องมือเพื่อศึกษาและเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายเพื่ออ่านใจผู้บริโภคให้ออก และนำข้อมูลมาใช้ในการคิดแผนการตลาดให้สามารถตอบโจทย์ ตรงใจผู้บริโภค นั่นเอง

การใช้เทคโนโลยีเพื่ออ่านใจผู้บริโภค 4.0 คือที่มาที่ทำให้สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดคือข้อมูลของลูกค้า ซึ่งการเข้ามาของเทคโนโลยีทำให้เกิดบิ๊กดาต้า นำมาซึ่งการรวบรวมข้อมูลจำนวนมหาศาลเข้าไว้ด้วยกัน มีความรวดเร็ว แม่นยำมากขึ้น และสามารถศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคและบันทึกเป็นข้อมูลและนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม เปรียบเสมือนการอ่านใจผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ทำให้องค์กรสามารถรู้ความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคได้และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การเก็บข้อมูลหรือดาต้าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้ธุรกิจ ช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย ตลอดจนช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย

นอกจากนี้ การสร้างความเชื่อมโยงทางการค้า (Connectivity) ยังถือเป็นกลไกสำคัญที่จะต่อยอดธุรกิจระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย และคนที่อยู่รอบๆ แพลตฟอร์ม ให้เข้ามาเชื่อมต่อการซื้อขายสินค้า ยิ่งเกิดความเชื่อมโยงมากขึ้นเท่าไร ก็จะช่วยสร้างมูลค่าให้กับกลุ่มธุรกิจที่เชื่อมโยงกันมากขึ้นเท่านั้น ส่งผลให้ความท้าทายในการทำธุรกิจในปัจจุบันเปลี่ยนไป ลูกค้ามีความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้น มีเงื่อนไขแตกต่างไปจากเดิม ทำให้การจัดเก็บข้อมูลมีความสำคัญ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาค้นหาความต้องการเชิงลึกของกลุ่มลูกค้าแบบรายคน และส่งต่อข้อมูลไปยังแมชีน เลิร์นนิ่งเพื่อประมวลผล ทำให้ธุรกิจสามารถส่งมอบสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแบบรายคนอย่างแท้จริง

ปัจจุบันมีบริษัทที่ให้บริการด้านบิ๊กดาต้าเพื่อต่อยอดให้ธุรกิจที่กำลังมองหาโอกาสเติบโตในยุคที่ผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่ซับซ้อน โดยกลุ่มบริษัทจีเอเบิลถือเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจด้านดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่นที่มีความเชี่ยวชาญ และการนำเสนอโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจให้เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้ธุรกิจในทุกภาคส่วนอุตสาหกรรม

ดีแทคอัดโปรโมชั่น เน็ตฟรีมัดใจลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564541

  • วันที่ 17 ก.ย. 2561 เวลา 07:40 น.

ดีแทคอัดโปรโมชั่น เน็ตฟรีมัดใจลูกค้า

ดีแทคเร่งสร้างความเชื่อมั่น เคาะโปรโมชั่นแจกอินเทอร์เน็ตฟรี 2GB นาน 30 วัน จ่อเปิดแคมเปญตลาดหวัง 9 หมื่นเปลี่ยนซิม

นางอเล็กซานดรา ไรซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองลูกค้าดีแทคกว่า 9 หมื่นราย ให้เข้าสู่มาตรการเยียวยา โดยสามารถใช้งานคลื่น 850 MHz ได้ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 หรือเป็นระยะเวลา 3 เดือน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ดีแทคได้เริ่มเปิดตัวแคมเปญการตลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเดิมที่มีอยู่ทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงินจำนวนกว่า 22 ล้านราย ล่าสุดระหว่างวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา ดีแทคส่งข้อความถึงลูกค้าเพื่อมอบแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตฟรี 2GB เป็นระยะเวลาเวลา 30 วัน สำหรับลูกค้าที่ยังใช้บริการต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่าง 3 เดือน (15 ก.ย.-15 ธ.ค.) จะมีแคมเปญโปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเปลี่ยนซิม

ขณะที่สถานการณ์การแข่งขันธุรกิจโทรคมนาคมมีความรุนแรงโดย ค่ายทรู มูฟ ส่งโปรโมชั่นย้ายค่ายมาทรู มีครบทุกคลื่น ใช้ได้ทุกเครื่อง ไม่ต้องกลัวซิมดับ พร้อมรับโบนัส 2.4 หมื่นบาท เป็นกลยุทธ์ช่วงชิงลูกค้า ซึ่งปัจจุบันทรูมีฐานลูกค้า 27ล้านราย เอไอเอสกว่า 40 ล้านราย

‘โกเจ็ก’รุกหนัก แข่งไรด์เฮลลิ่ง เล็งปักหมุดไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564322

  • วันที่ 15 ก.ย. 2561 เวลา 10:05 น.

'โกเจ็ก'รุกหนัก แข่งไรด์เฮลลิ่ง เล็งปักหมุดไทย

โกเจ็กเผยใกล้เปิดบริการในไทย ตามแผนลงทุนขยายบริการสู่ 4 ประเทศ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า โกเจ็ก ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่งรายใหญ่จากอินโดนีเซีย เตรียมเปิดให้บริการในประเทศไทยในอีกไม่นานนี้ ก่อนจะเปิดบริการในสิงคโปร์และฟิลิปปินส์เป็นลำดับต่อไป หลังเริ่มเปิดบริการเต็มรูปแบบในเวียดนามในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ การเปิดบริการใน 4 ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นไปตามแผนลงทุนราว 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.62 หมื่นล้านบาท) เพื่อขยายธุรกิจออกนอกตลาดอินโดนีเซีย ที่โกเจ็กประกาศไว้ช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อสู้กับ คู่แข่งรายใหญ่อย่างแกร็บ

อันเดร โซลิสต์โย ประธานโกเจ็ก เปิดเผยว่า บริการของโกเจ็กในไทยกำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ โดยบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเร่งเปิดให้บริการ หลังระบุว่าหารือกับหน่วยงานรัฐบาลของไทยแล้วก่อนหน้านี้

สำหรับตลาดสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ โซลิสต์โย เปิดเผยว่า บริษัทยังคงอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลและพันธมิตรในท้องถิ่น เพื่อให้มั่นใจว่าบริการของโกเจ็กจะถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับทุกประการ ก่อนที่บริษัทจะขยายธุรกิจเข้าไปในประเทศดังกล่าว

ทั้งนี้ โกเจ็ก เปิดบริการเต็มรูปแบบในกรุงฮานอยของเวียดนาม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งบริการเรียกรถจักรยานยนต์และส่งเอกสาร หลังจากทดลองให้บริการบางส่วนในนครโฮจิมินห์ โดยโซลิสต์โย ระบุว่า การเลือกเวียดนามเป็นตลาดแรกของการรุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดขึ้นจากเหตุผลหลายประการ ที่รวมถึงวัฒนธรรมที่คล้ายกับอินโดนีเซีย และอัตราการใช้ โซเชียลมีเดียในระดับสูง

ขณะเดียวกัน โซลิสต์โย เปิดเผยว่า โกเจ็กมีแผนจะขยายบริการบนแพลตฟอร์มในอนาคตด้วย ทั้งบริการเรียกรถรับส่งโดยใช้รถยนต์ 4 ล้อ บริการส่งอาหารและบริการชำระเงินดิจิทัล

เทคโนโลยีดิจิทัล พลิกโฉมธุรกิจสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564267

  • วันที่ 14 ก.ย. 2561 เวลา 18:15 น.

เทคโนโลยีดิจิทัล พลิกโฉมธุรกิจสุขภาพ

โดย..ดิจิทัลทิปส์

อุตสาหกรรมเทคโนโลยีทางการแพทย์ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการที่โรงพยาบาลต่างๆ ทั่วโลกหันมาตรวจด้วยเครื่องเอ็มอาร์ไอและซีทีสแกนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30 ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องบริหารการใช้งานเครื่องมือต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเต็มศักยภาพ เริ่มตั้งแต่การลดระยะเวลาการรอคอยของคนไข้ ลดอัตราการตรวจซ้ำ ทราบผลการตรวจที่ชัดเจนแม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถวางแผนการบำรุงรักษาเครื่องมือล่วงหน้า เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการทำงาน

ปัจจุบันโรงพยาบาลต่างๆ กำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย อาทิ ปริมาณคนไข้ที่เพิ่มขึ้น จำนวนบุคลากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและทำงานอย่างหนัก อัตราการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่ลดลง และการเปลี่ยนรูปแบบการเบิกค่าใช้จ่ายเป็นแบบยึดผลการรักษาเป็นหลัก ดังนั้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้จึงสามารถรับมือได้ทั้งด้านกฎระเบียบข้อบังคับที่เปลี่ยนไป ความกดดันด้านต้นทุน และคนไข้ที่คาดหวังคุณภาพการรักษาพยาบาลและการบริการที่ดียิ่งขึ้น

การพลิกโฉมอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพไปสู่ยุคดิจิทัล ผนวกกับพลังของเทคโนโลยีเอไอช่วยให้โรงพยาบาลต่างๆ สามารถเพิ่มความพึงพอใจของผู้มาใช้บริการ และรักษาความสามารถทางการแข่งขันเอาไว้ได้ แม้ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะท่ามกลางปริมาณงานตรวจวิเคราะห์ที่เพิ่มขึ้น

โทเบียส เซย์ฟาร์ท กรรมการผู้จัดการ และประธานซีเมนส์ เฮลทิเนียร์ส ประจำภูมิภาคอาเซียน กล่าวว่า ซีเมนส์ เฮลทิเนียร์ส ให้ความสำคัญกับการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence) มาใช้ในการให้บริการแก่คนไข้

ทั้งนี้ บริษัทมีสิทธิบัตรด้านการเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning) มากกว่า 400 ฉบับ ด้าน Deep Learning อีก 75 ฉบับ และแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาบนพื้นฐานเทคโนโลยีเอไอมากกว่า 30 ฉบับ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ให้บริการดูแลสุขภาพทั่วโลก ที่ต้องการพัฒนาการดูแลรักษาให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น เน้นการป้องกันในระดับปัจเจกบุคคล และการวินิจฉัยโรคอย่างถูกต้อง

จะเห็นได้ว่าการพัฒนาด้านดิจิทัลมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวโน้มการขยายตัวของเทคโนโลยี ขณะที่ไทยเริ่มมีสินค้าและบริการด้านดิจิทัลออกสู่ตลาดจำนวนมาก ดังนั้นต้องเร่งกระบวนการจดสิทธิบัตรดิจิทัล เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมให้เติบโตต่อไป

กสทช.รับคำสั่งศาลคุ้มครองลูกค้าดีแทคถึง 15 ธ. ค.61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564264

  • วันที่ 14 ก.ย. 2561 เวลา 14:35 น.

กสทช.รับคำสั่งศาลคุ้มครองลูกค้าดีแทคถึง 15 ธ. ค.61

เลขาธิการ กสทช. เผยได้รับคำสั่งศาลปกครองแจ้งคุ้มครองชั่วคราวให้ผู้ใช้มือถือดีแทคบนคลื่น 850 MHz ใช้งานต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 61

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ( กสทช.) เปิดเผยว่า ด้วยสำนักงาน กสทช. ได้รับคำสั่งศาลจากศาลปกครองกลางในวันนี้ (14 ก.ย. 2561) เวลา 13.18 น. มีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติ กสทช. ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2561 โดยให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีการสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ได้จนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ดังนั้น ที่สำนักงาน กสทช. ได้มีประกาศแจ้งให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่นความถี่ 850 MHz รีบย้ายไปใช้บริการบนคลื่นความถี่อื่น ในค่ายเดิม หรือโอนย้ายค่าย ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2561 นั้น เมื่อศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวลงมา ทำให้ประชาชนที่ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่นความถี่ 850 MHz ยังคงสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2561 ตามคำสั่งศาล

“กสทช. และสำนักงาน กสทช. พร้อมน้อมรับและปฏิบัติตามคำสั่งศาล ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือดีแทคบนคลื่น 850 MHz สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง”  นายฐากร กล่าว

ดีแทคเฮ!ศาลปกครองสั่งคุ้มครองถึง 15 ธ.ค.61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/564260

  • วันที่ 14 ก.ย. 2561 เวลา 14:14 น.

ดีแทคเฮ!ศาลปกครองสั่งคุ้มครองถึง 15 ธ.ค.61

ศาลปกครองกลางสั่งทุเลาการบังคับตามมติ กสทช.ให้คุ้มครองลูกค้าดีแทค ชั่วคราวถึง 15 ธ.ค.61

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ศาลปกครองกลางมีคำสั่งกรณีบริษัท โทเทิ่ล แอคเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (ดีแทค) ฟ้องขอเพิกถอนมติของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2561 และคำสั่งของ กสทช. ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561  เฉพาะในส่วนที่กำหนดเงื่อนไขไม่ให้ผู้ไม่เข้าประมูลคลื่นความถี่ไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ตามประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 และดีแทคได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าวศาลปกครองกลาง วินิจฉัยว่า ประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราวฯ มีความมุ่งหมายประการสำคัญที่จะบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการที่ยังไม่อาจโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด อันเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ โดยให้ผู้รับสัมปทานเดิมมีหน้าที่ให้บริการต่อไปได้เป็นการชั่วคราว กสทช. จึงไม่อาจอ้างกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่มาใช้เป็นเหตุผลที่จะไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการคุ้มครองตามประกาศดังกล่าว มติของ กสทช. จึงน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมาย

อีกทั้งถึงแม้ผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายเลขหมายได้จะมีจำนวนมากน้อยเพียงใด แต่ก็ต้องฟังว่า ผู้ใช้บริการดังกล่าวอาจเป็นผู้เจ็บป่วย พิการ สูงอายุ ที่ต้องติดต่อสื่อสารกรณีเร่งด่วน หรืออยู่ในพื้นที่ทุรกันดารซึ่งคลื่น 850 MHz สามารถใช้ได้ในพื้นที่ชนบทห่างไกล หากดีแทคไม่สามารถให้บริการได้ ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ที่ยากแก่การเยียวยาได้ในภายหลัง นอกจากนี้ การที่ศาลจะมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของ กสทช. จะมีผลให้ดีแทคสามารถให้บริการในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านการสิ้นสุดสัมปทานเป็นการชั่วคราวเท่านั้น มิได้มีผลเป็นการห้ามมิให้ กสทช. ประมูลคลื่นความถี่ใหม่ และดีแทคมีหน้าที่ชำระค่าใช้คลื่นความถี่ในช่วงเวลาดังกล่าว การทุเลาการบังคับตามมติกสทช. จึงไม่เป็นอุปสรรคในการบริหารงานของรัฐหรือบริการสาธารณะ จึงเข้าหลักเกณฑ์ที่ศาลมีอำนาจสั่งทุเลาการบังคับได้ และเห็นว่าผู้ใช้บริการที่ยังไม่สามารถโอนย้ายได้มีประมาณ 90,000 ราย จึงควรกำหนดระยะเวลาทุเลาการบังคับตามมติของกสทช. ไว้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561

ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามมติของกสทช. ในการประชุมครั้งที่ 13/2561 เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม2561ที่กำหนดเงื่อนไขว่า หากดีแทคไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz ก็จะไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556โดยให้ดีแทคได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศดังกล่าว จึงให้ทุเลาการบังคับตามมติดังกล่าวจนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2561เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น