ซัมซุงรุกสมาร์ทโฟนราคาปานกลางเจาะอาเซียน-อินเดีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563288

  • วันที่ 05 ก.ย. 2561 เวลา 22:21 น.

ซัมซุงรุกสมาร์ทโฟนราคาปานกลางเจาะอาเซียน-อินเดีย

ซัมซุงบุกตลาดสมาร์ทโฟนราคาปานกลาง หวังดึงผู้ใช้รุ่นใหม่ในอาเซียนและอินเดีย

ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทสมาร์ทโฟนเบอร์ 1 ของโลก เตรียมปรับกลยุทธ์ธุรกิจสมาร์ทโฟนด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ใส่ในสมาร์ทโฟนราคาระดับปานกลางให้มากขึ้น หวังดึงดูดผู้ใช้กลุ่มมิลเลนเนียลหรือกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ที่มีความต้องการใช้สมาร์ทโฟนคุณภาพสูงแต่กำลังซื้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ

“ก่อนหน้านี้ ซัมซุงมักจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปใส่ในสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่มีราคาสูง เช่น กาแล็คซี่ เอส และกาแล็คซี่ โน้ต แต่ในกลยุทธ์ใหม่นี้ ซัมซุงจะหันไปนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใส่ในสมาร์ทโฟนที่มีราคาถูกลงก่อนอย่างรุ่น กาแล็คซี่ เอ ซีรี่ส์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวในปลายปีนี้” ดีเจ โกห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ กล่าว

นอกจากนี้ ซัมซุงยังเผชิญแรงกดดันจากผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน ที่เสนอสมาร์ทโฟนเทคโนโลยีขั้นสูงด้วยราคาที่ถูกกว่า โดยเฉพาะหัวเว่ยที่กำลังตามมาติดๆ ด้วยยอดขายสมาร์ทโฟนอันดับ 2 ของโลกในไตรมาสที่แล้ว สวนทางกับยอดขายของซัมซุงในไตรมาส 2 ปีนี้ที่ลดลงกว่า 20%

อย่างไรก็ดี เส้นทางของซัมซุงในการเจาะตลาดสมาร์ทโฟนอินเดีย ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ให้มากขึ้นอาจเป็นเรื่องยาก เพราะตลาดอินเดียมีสมาร์ทโฟนจากจีนครองตลาดอยู่แล้วมากถึง 67% ขณะที่ซัมซุงมีส่วนแบ่งตลาดที่ 24%

ภาพ เอเอฟพี

ข้อผิดพลาดที่พบเสมอ ในดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563262

  • วันที่ 05 ก.ย. 2561 เวลา 17:15 น.

ข้อผิดพลาดที่พบเสมอ ในดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง (1)

โดย..ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์

ผมอยากจะมาสรุปสิ่งผิดพลาด ในการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งที่พบเห็นบ่อยที่สุด เพื่อจะได้เก็บมาคิดกันว่าควรจะพัฒนาวางแผนอะไรกันต่อไป?

1) มองเสิร์ชมาร์เก็ตติ้งเป็นอะแวร์เนส

อันนี้ถือเป็นข้อผิดพลาดใหญ่หลวง เพราะสิ้นเปลืองพลังงานและงบประมาณ คือ มองการทำเสิร์ชมาร์เก็ตติ้งเป็นการสร้างอะแวร์เนส พยายามซื้อคีย์เวิร์ดจากกูเกิลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เรียกได้ว่าคีย์เวิร์ดอะไรที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์นิดเดียว ก็ซื้อแหลก ท่องไว้เป็นสูตรครับ เสิร์ชมาร์เก็ตติ้ง มีไว้เพื่อ “Capture Demand” ที่มีอยู่แล้วในโลกออนไลน์

2) มีเว็บ เหมือนกับมีนามบัตร

จำให้ขึ้นใจเสมอ เวลามีเว็บไซต์ คือ อย่าปล่อยให้คนเข้าเว็บมาแล้วจากไป โดยที่เราไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยที่สุด ควรจะมีช่องให้กรอกข้อมูลอีเมล มีกล่องฟีดแบ็กให้คลิกไลค์ มีเบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ มันน่าเสียดายขนาดไหน ถ้าเราลงทุน ซื้อเสิร์ช ซื้อแบนเนอร์ ลงโฆษณาเฟซบุ๊ก คนเข้ามาอ่านอยู่ 1-2 นาที แล้วก็จากเราไป อย่างน้อยถ้าเราสามารถเก็บคอนแท็กต์ของคนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ไว้ได้ หรือให้กลายเป็นแฟนเราในเฟซบุ๊กก่อน เราก็มีโอกาสติดตามเพื่อให้เขากลับมาเป็นลูกค้าของเราได้

3) เอาโฆษณาออฟไลน์มาลงออนไลน์แบบดื้อๆ

อันนี้แบรนด์ใหญ่ๆ จะมีปัญหากันมาก ตัวอย่างเช่น นำดีไซน์บิลบอร์ด มาใส่แบนเนอร์ตามเว็บต่างๆ นำโฆษณาทีวีซีมาใส่ในยูทูบ เสร็จแล้วก็มานั่งบ่นว่าทำออนไลน์ไม่เวิร์ก จริงๆ เราต้องยอมรับครับ คนออนไลน์ส่วนใหญ่ไม่ค่อยชอบโฆษณา! แถมสามารถมองข้ามโฆษณาได้อย่างไม่แยแส ดังนั้นการทำงานโฆษณาออนไลน์ ต้องมีการสร้างคอนเทนต์ใหม่ หรือปรับวิธีการสื่อสารใหม่ โดยมีแนวคิดสร้างคอนเทนต์ที่เน้นความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นหลักไว้ก่อน เสร็จแล้วค่อยหาทางแทรกโฆษณาลงไปแบบเนียนๆ

เขียนไปเขียนมา ชักจะเริ่มยาว ติดตามในตอนต่อไปครับ

เรียนรู้อี-คอมเมิร์ซยักษ์ ฝั่งสหรัฐและเอเชีย (1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563218

  • วันที่ 05 ก.ย. 2561 เวลา 13:45 น.

เรียนรู้อี-คอมเมิร์ซยักษ์ ฝั่งสหรัฐและเอเชีย (1)

โดย..ธนาวัฒน์ มาลาบุปผา

นับตั้งแต่ปี 1991 ที่ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเริ่มแพร่หลายและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในฝั่งประเทศตะวันตก จนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาที่อี-คอมเมิร์ซเริ่มขยับเข้ามาได้รับความนิยมในฝั่งเอเชียมากขึ้น เราได้เห็นถึงวิวัฒนาการของตลาดอี-คอมเมิร์ซในสองซีกโลก ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการปรับตัว และข้อผิดพลาดซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถเรียนรู้ และนำมาปรับใช้ต่อไป ผมขอยกตัวอย่างด้วยอี-คอมเมิร์ซอันดับ 1 จากฝั่งสหรัฐอเมริกาอย่างแอมะซอนและอาลีบาบาอันดับ 1 จากฝั่งเอเชียมาเป็นกรณีศึกษาดังนี้ครับ

ตลาดที่ไร้ขอบเขต

แม้ว่ารายได้ของแอมะซอนและอาลีบาบา ต่างก็มีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จะเห็นว่าการเติบโตของอาลีบาบานั้นอยู่ในอัตราที่สูงกว่า ส่วนรายได้นั้นแอมะซอนมีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างคงที่มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ส่งผลให้อาลีบาบาเริ่มทำรายได้สูงกว่าแอมะซอนมาตั้งแต่ปี 2015

หนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเติบโตได้ ไม่เพียงแค่ความแข็งแกร่งของตัวธุรกิจเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับขนาดของตลาดอีกด้วย ก่อนหน้านี้แอมะซอนเน้นให้บริการกับลูกค้าในกลุ่มอเมริกาเหนือ มากกว่าที่จะสนใจผู้บริโภคในซีกโลกอื่นๆ รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากฝั่งอเมริกา และแคนาดาเท่านั้น

แต่ด้วยจำนวนผู้บริโภคบนอี-คอมเมิร์ซของสหรัฐเริ่มจะคงที่ การทำตลาดไปยังภูมิภาคที่มีความพร้อมทั้งด้านการเปิดรับเทคโนโลยีของผู้บริโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมจึงเป็นหนึ่งทางเลือก โดย แอมะซอนเลือกลงทุนกับ Flipkart ร้านค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ซึ่งคาดการณ์ว่าแอมะซอนจะสร้างรายได้ถึง 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในตลาดอินเดีย โดยในปี 2017 แอมะซอนมีรายได้จากการทำตลาดนอกประเทศอยู่ที่ 54.3 พันล้านดอลลาร์ จากรายได้ทั้งหมด 177.9 พันล้านดอลลาร์ นับเป็น 30% ของรายได้รวม

ขณะที่อาลีบาบานั้น ถึงแม้ว่าตลาดหลักจะยังคงเป็นตลาดในจีน แต่ในอนาคตตลาดในจีนคงจะถึงจุดอิ่มตัว อาลีบาบาจึงให้ความสนใจลงทุนกับตลาดเกิดใหม่ อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการลงทุนในลาซาด้าในปี 2016 ในภาพรวมอาลีบาบามีรายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 20,841 ล้านหยวน จากรายได้รวม 176,559 พันล้านหยวน นับเป็น 11% ของรายได้รวมทั้งหมดในปี 2018

มาร์เก็ตติ้งออโตเมชั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563208

  • วันที่ 05 ก.ย. 2561 เวลา 11:49 น.

มาร์เก็ตติ้งออโตเมชั่น

โดย..กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ

มาร์เก็ตติ้ง ออโตเมชั่น (Marketing Automation) คืออะไร ถ้าดูคำแปล คือ การทำการตลาดอัตโนมัติ บางคนอาจจะงง การตลาดสามารถทำอัตโนมัติได้ด้วยหรือ

ทำได้ครับ บนโลกออนไลน์ เพราะอย่างที่ผมพูดไว้แทบจะทุกคอลัมน์ว่า โลกออนไลน์วัดผลได้ด้วยตัวเลข เมื่อมีตัวเลขคุณก็ปรับปรุงได้ ทีนี้การตลาดบนโลกออนไลน์ เป็นโลกของโปรแกรมหรือแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล หรือเฟซบุ๊ก หรือไลน์ ทุกอย่างที่ Setup ผ่านโปรแกรมทั้งหมด แค่ปัจจุบันนี้การผ่านโปรแกรมใช้วิธีการให้คนเป็นผู้กำหนดเท่านั้นเอง

แต่เมื่อมีตัวเลข มีข้อมูลที่มากพอ และโปรแกรมหรือโลกอนาคตเป็นยุคแห่งเอไอหรือเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทำไมโปรแกรมจะไม่สามารถเรียนรู้แล้วแก้ไขเองได้ละครับ นี่คือ มาร์เก็ตติ้ง ออโตเมชั่น ที่จะเกิดขึ้น

คำถามถัดไปก็คือ กูเกิล เฟซบุ๊ก หรือแพลตฟอร์มการตลาดออนไลน์ต่างๆ จะก้าวมาสู่มาร์เก็ตติ้ง ออโตเมชั่น ได้อย่างไร

สังเกตดีไหมครับว่าวันนี้เราเข้าไปดูข้อมูลหลังจากการทำโฆษณา กูเกิลและเฟซบุ๊ก เราจะสังเกตว่า การแสดงผลข้อมูลแบ่งออกเป็น 2 ระดับ หรือระดับเข้าใจง่ายๆ กับระดับที่มีข้อมูลเชิงลึก โดยระดับเข้าใจง่ายๆ จะสังเกตอีกเช่นกันว่า เริ่มมี Recommend แล้วว่าสิ่งที่ทำอยู่ดีหรือไม่ดี ควรจะแก้อย่างไร

สังเกตอีกไหมครับ ว่าที่เรา Setup Ads บนแพลตฟอร์มทั้ง กูเกิลและเฟซบุ๊ก หลายๆ ครั้งเรารู้สึกได้ว่าโปรแกรมของ กูเกิลและเฟซบุ๊ก พยายามส่งโฆษณาเราไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ลึกลงกว่าที่เรากำหนด เพื่อให้เราเห็นผลดียิ่งขึ้น แค่เรายังไม่เห็นแบบชัดเจนเท่านั้นเอง มันเป็นการแอบทำมาร์เก็ตติ้ง ออโตเมชั่นแบบเล็กๆ อยู่ครับ

ถ้าสังเกตเพิ่ม ตอนนี้กูเกิลเริ่มเก็บข้อมูลเชิงลึกแล้วนะครับ หากเราไป Setup Google Analytics จะพบว่า กูเกิลเริ่มให้เราใส่ข้อมูลธุรกิจที่ลึกมากๆ น้องๆ ที่ออฟฟิศบอกว่า ลึกขนาดว่า น่าจะแบ่งธุรกิจออกเป็นหน่วยย่อยมากๆ รวมๆ น่าจะแบ่งได้หลายหมื่นธุรกิจ แปลว่า กูเกิล กำลังเก็บข้อมูลอยู่

ตอนนี้เราจะเริ่มเห็นบริษัทด้านเทคโนโลยีต่างๆ เชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับแพลตฟอร์มทางการตลาดออนไลน์ต่างๆ เพื่อนำข้อมูลนั้นๆ มาวิเคราะห์ และเริ่มทำถึงการ Setup Ads ให้อัตโนมัติได้แล้วในต่างประเทศแล้ว ซึ่ีงในอนาคตผมคิดว่าคน Setup Ads ยังต้องมีอยู่ครับแต่มีในเชิงลึกมากขึ้น ส่วนคนที่ทำโฆษณาแบบง่ายๆ ก็จะหายไป

ในอนาคตทุกธุรกิจ จะสามารถทำโฆษณา ได้ด้วยตัวเองผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่จะออกมาให้บริการมากมาย อาจจะไม่ต้องจ้างเอเยนซีในการทำโฆษณาอีกแล้ว แต่จะเป็นรูปแบบของการเช่าแพลตฟอร์มมาทำเอง และแพลตฟอร์มต่างๆ ในอนาคตก็จะเป็นรูปแบบของการให้เช่าโปรแกรม พร้อมบริการให้คำปรึกษาและเทรนนิ่งแทนครับ

โลกของโฆษณาบนออนไลน์ กำลังจะเปลี่ยน อีก 2-3 ปี เห็นแน่ครับ

เทรนด์ไมโครลุย เจาะโทรคมนาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563203

  • วันที่ 05 ก.ย. 2561 เวลา 11:45 น.

เทรนด์ไมโครลุย เจาะโทรคมนาคม

โดย..รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

วงการโทรคมนาคม กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งเหล่าผู้ให้บริการเครือข่ายต่างแย่งชิงพื้นที่ในตลาดด้วยการขยายความครอบคลุมการรองรับอุปกรณ์ใหม่ๆ มากขึ้น รวมทั้งประกันความเข้ากันได้กับเทคโนโลยีที่กำลังมาในอนาคตอย่างมาตรฐาน 5จี

อีวา เฉิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทรนด์ ไมโคร เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้ Trend Micro Virtual Network Function Suite ซึ่งอยู่ในรูปโปรแกรมแบบเวอร์ชวลเต็มรูปแบบที่ทำงานอยู่บนฝั่งผู้ให้บริการเครือข่าย มีฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น ตัวคัดกรอง URL ตัวควบคุมแอพพลิเคชั่น ระบบป้องกันการบุกรุก รวมทั้งการจัดความน่าเชื่อถือของไอโอที ทำให้ผู้ให้บริการสามารถให้การปกป้องที่ครอบคลุมกับผู้ใช้ ทั้งแบบไอโอที ระดับองค์กร และผู้ใช้ตามบ้านได้

สำหรับโซลูชั่นใหม่ของเทรนด์ไมโคร ได้เปิดโอกาสให้สามารถจัดสรรทรัพยากรด้านความปลอดภัย รวมทั้งตั้งค่าสำหรับบริการแบบต่างๆ ได้อย่างไดนามิก นอกจากนี้ยังสามารถขยายขอบเขตการให้บริการได้ตามต้องการโดยเฉพาะเวลาที่มีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ประโยชน์จากชุดพัฒนาส่วนดาต้าเพลนสำหรับการประมวลผลแพ็กเก็ตด้วยความเร็วสูง ทำให้ได้ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง

ขณะที่องค์กรรายใหญ่หลายรายต่างไว้วางใจผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโคร ในการปกป้องเครือข่ายของตนเองต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นผลจากความพยายามในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ในรูปแบบจำเพาะที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รายใหม่ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ถือว่าตรงตามความคาดหวังของลูกค้าหลายบริษัท

เคน ทามากาว่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท SORACOM กล่าวว่า บริษัทให้บริการแก่กลุ่มธุรกิจด้านไอโอทีผ่านแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมต่อไอโอทีแบบครบวงจร ซึ่งมองว่าการผสานระหว่างแพลตฟอร์มแบบชำระเงินตามปริมาณการใช้งานของ Soracom ร่วมกับ Trend Micro Virtual Network Function Suite จะทำให้ได้ความสามารถใหม่ที่ทรงพลังสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการระบบไอโอทีที่ปลอดภัยกว่าเดิมได้

โทชิฟูมิ อูเอซากะ ผู้จัดการทั่วไปด้านแพลตฟอร์มการให้บริการของ บริษัท เอ็นอีซี กล่าวว่า ธุรกิจของบริษัทจะสนับสนุนผู้ให้บริการคลาวด์ และโทรคมนาคมด้วยโซลูชั่นบนคลาวด์ที่ใช้ประโยชน์ จากเทคโนโลยีล่าสุดอย่าง SDN/NFV ซึ่งจะเห็นว่าการผนวกรวมเทคโนโลยีล่าสุดของบริษัทเข้ากับ Trend Micro Virtual Network Function Suite จะเปิดโอกาสให้สามารถบริการแบบ Next-Gen พร้อมกับความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพแก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของ คิโยชิ อิชิดะ เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูง บริษัท Internet Initiative Japan กล่าวว่า ทางบริษัทเปิดรับผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Trend Micro Virtual Network Function Suite เพราะเทคโนโลยี SDN/NFV พร้อมทั้งร่วมทดสอบหลายต่อหลายครั้งเพื่อนำฟีเจอร์ความปลอดภัยบนเครือข่ายแบบ Next-Gen มาให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งบริษัทยังต้องการผสานความร่วมมือให้แน่นแฟ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อนำโซลูชั่นด้านความปลอดภัยใหม่ๆ มาปกป้องโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของผู้ใช้ปลายทาง

โซลูชั่นใหม่ของเทรนด์ไมโครตั้งเป้าเพื่อตอบโจทย์ของผู้ให้บริการโทรคมนาคมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการปกป้องแบบครบวงจรที่ออกแบบมาสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีข้อมูลปริมาณมหาศาล และธรรมชาติการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแบบไดนามิกของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่

Data is the king Content is the Queen

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563032

  • วันที่ 03 ก.ย. 2561 เวลา 16:52 น.

Data is the king Content is the Queen

โดย..CJ WORX

อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลง Content is the king อาจไม่ใช่เสมอไป Data is the king คือตัวจริง เพราะตอนนี้คนที่มีข้อมูลอยู่ในมือคือวัตถุดิบสำคัญในการปรุงให้เป็นคอนเทนต์ หรือต่อยอดสินค้าและบริการให้โดนใจผู้บริโภค

แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะตั้งแต่ในอดีตการตลาดก็เก็บข้อมูลพื้นฐาน ประวัติส่วนตัว เบอร์ติดต่อ อีเมล เพื่อทำการตลาดเสนอการขาย ฯลฯ แต่เมื่อโลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ดาต้าด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคเป็นสิ่งที่นักการตลาดทุกคนต้องการมาก เพราะนั่นคือการรู้วิธีโดนใจผู้บริโภค รบ 100 ครั้งก็ ชนะ 100 ครั้ง ยิ่ง Ads 100 ครั้ง ก็ย่อมสร้างยอดขายได้ 100 ครั้ง+++

เห็นได้จากเครื่องมือมากมายบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะการรีทาร์เก็ตติ้ง แอด หรืออีเมล ไปยังผู้บริโภคที่เข้าชมสินค้าของแบรนด์แต่ยังไม่ซื้อ แต่โฆษณาและอีเมลเหล่านี้ก็ตามไปกระตุ้นด้วยโปรโมชั่น อื่นๆ ซ้ำ เพื่อให้ปิดการขายได้ นี่เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในจำนวนมหาศาล ที่เป็นผลจากการเก็บดาต้า ที่เป็นพฤติกรรมของผู้บริโภคจากการท่องเว็บไซต์

แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในงาน DAAT DAY 2018 ที่จัดโดยสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) หรือ DAAT เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ตอกย้ำว่า Data is the king และทิศทางของธุรกิจที่จะมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต คือ ธุรกิจด้านการพัฒนาข้อมูลหรือได้มาซึ่งข้อมูลจากผู้บริโภคนั่นเอง

หนึ่งตัวอย่างในงานนี้คือ Nike Rise Basketball ที่เอาข้อมูลของนักบาสเกตบอลมืออาชีพ มาเล่นบาสเกตบอล โดยใช้เทคโนโลยีตรวจจับรูปแบบ การเล่น เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูล จึงทำให้ทราบข้อมูลฟอร์มการเล่นทั้งหมดขณะกำลังวิ่งอยู่บนสนามแข่ง

ดาต้าที่ได้เรียกว่าเป็นขุมทรัพย์แห่งวงการกีฬาเลยก็ว่าได้ เพราะทำให้โค้ชสามารถนำรูปแบบการเล่นนี้ไปฝึกสอนกับนักบาสคนอื่นๆ ให้พัฒนาขีดความสามารถได้แบบเห็นภาพ ยังไม่รวมการนำข้อมูลเหล่านี้มาทำเป็นค่าสถิติและนำมาต่อยอดพัฒนาทั้งวงการกีฬาบาสได้ทีเดียว ไม่ว่าจะพัฒนาสนามแข่ง อุปกรณ์การกีฬา เสื้อผ้า

ที่แน่ๆ เป็นข้อมูลอย่างเลอค่ามากสำหรับการพัฒนารองเท้า ไม่ว่าจะการรองรับแรงกระแทก รูปทรง และอีกข้อมูลมากมายที่ค้นพบ และยังสามารถนำมาเป็นอินไซต์ที่นำมาสร้างแคมเปญการตลาด เพื่อด้วยข้อมูลที่เหนือกว่าคู่แข่ง เพราะเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นอย่างดี

นี่จึงกลายมาเป็นตัวอย่างดาต้าที่เก็บข้อมูลจากโลกแห่งความเป็นจริงของผู้บริโภค ทรงคุณค่าจนสามารถนำกลับไปใช้ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ไม่เว้นแม้แต่การตลาดบนโลกออนไลน์ด้วย เพราะสามารถทำการตลาด หรือผลิตโฆษณาเชิญชวน ที่มีความเฉพาะสำหรับบุคคล ลงลึกในอินไซต์ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น และเหมาะสมกับความแตกต่างกันของแต่ละบุคคล

การมีดาต้าที่เข้าใจผู้บริโภคที่สุด ถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเข้าไปอยู่กลางใจพวกเขา เพราะ Data = Insight นั่นเอง

สมาร์ทโฟนแข่งแตกเซ็กเมนต์ สร้างดีมานด์การใช้งาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/563005

  • วันที่ 03 ก.ย. 2561 เวลา 14:30 น.

สมาร์ทโฟนแข่งแตกเซ็กเมนต์ สร้างดีมานด์การใช้งาน

โดย..รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

เข้าสู่ไตรมาส 3 เป็นช่วงที่ตลาดสมาร์ทโฟนดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะทุกค่ายจะเปิดตัวรุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ไฮไลต์ของปีนี้อยู่ที่ค่ายมือถือ ต่างเริ่มทำตลาดแบ่งแยกเซ็กเมนต์อย่างชัดเจนมากขึ้น จากเดิมที่การแข่งขันหลักๆ จะเน้นเรื่องกล้องถ่ายรูปที่คมชัด ซึ่งก็ถือว่าไม่มีอะไรใหม่ๆ มากนัก

วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนซัมซุง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนการแข่งขันมีความรุนแรง โดยพบว่าทั่วโลกอัตราการใช้ครอบคลุมจำนวนประชากรหมดแล้ว รวมถึงประเทศไทยด้วย สำหรับซัมซุงปีนี้ได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ จากการที่เข้าสู่โลกโมบิลิตี้ และพฤติกรรมของผู้บริโภคมีความหลากหลายตามไลฟ์สไตล์

สำหรับการทำตลาดของซัมซุงจึงต้องลงลึกถึงเซ็กเมนต์ย่อยถึง 8-9 เซ็กเมนต์ เพราะเป็นยุคที่ต้องเป็นมากกว่าแค่สมาร์ทโฟน ตอบโจทย์การดูหนังฟังเพลง การสร้างสรรค์คอนเทนต์ รวมถึงการเล่นเกมมิ่ง อย่างล่าสุดเปิดตัวกาแล็คซี่ เจ8 จุดเด่นคือ การเป็นมือถือสำหรับมัลติเอนเตอร์เทนเมนต์ ขณะที่การเปิดตัวสมาร์ทโฟน กาแล็คซี่ โน้ต 9 ลงในเซ็กเมนต์ระดับบน เจาะกลุ่มยังแอ็กชีฟเวอร์ส ที่ไม่มีเส้นแบ่งระหว่างการทำงานกับการใช้ชีวิต

นั่นคือภาพของผู้นำที่กลับมาทวงส่วนแบ่งที่หายไปพอสมควรหลังจากค่ายมือถือจากแดนมังกรเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาดไป ไม่ว่าจะเป็น ออปโป้ หัวเว่ย เสี่ยวหมี่ หรือกระทั่งน้องใหม่อย่างออเนอร์ที่วางเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้า จะขึ้นเป็นท็อปทรี หรือ 1 ใน 3 ของตลาดสมาร์ทโฟนในช่องทางออนไลน์

อาคิน ลี ประธานออเนอร์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ออเนอร์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟน กล่าวว่า บริษัทได้เปิดตัวสมาร์ทโฟน ออเนอร์เพลย์ด้วยเทคโนโลยีจีพียู เทอร์โบ นวัตกรรมการผสมผสานระหว่างฮาร์ดแวร์ที่ทำให้สมาร์ทโฟนของออเนอร์แตกต่างจากคู่แข่ง เล่นเกมบนสมาร์ทโฟนแบบ 4 มิติ ระบบสั่นสะเทือนด้วยเอไอ ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว แบตเตอรี่ความจุ 3,750 mAh และชิปเซตที่ประมวลผลได้เร็ว

ในส่วนของแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาทำตลาด จึงต้องสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง การลุยมือถือในเซ็กเมนต์เกมมิ่ง เพราะภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในไทยเซ็กเมนต์สำหรับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ยังเป็นตลาดใหม่ นอกจากนี้ยังพบว่าตลาดอี-สปอร์ตในไทยกำลังเติบโตจากกระแสคนรุ่นใหม่ที่ตอบรับกับเกมมิ่ง กลยุทธ์ดังกล่าวทำให้บริษัทได้รับการตอบรับที่ดีในในยุโรป

ชานนท์ จิรายุกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ กล่าวว่า ไตรมาส 4 บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในซีรี่ส์อื่นๆ เข้ามาทำตลาดอีกประมาณ 2-3 รุ่น เพื่อปูทางสู่การเป็นอันดับ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟน แม้ว่าการแข่งขันจะมีความรุนแรง แต่บริษัทไม่กังวลในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันบริษัทสามารถมียอดขายขึ้นมาเป็นอันดับ 2 แทนที่ไอโฟนได้สำเร็จในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งในด้านของจำนวนยูนิตและยอดขาย

สถานการณ์ตลาดสมาร์ทโฟนไทยสามารถเข้าถึงผู้ใช้งานได้ครอบคลุมทั้ง 100% ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีมือถือมากกว่า 1 เครื่อง/คนด้วยซ้ำ ดังนั้นกลยุทธ์ที่จะทำให้คนซื้อมือถือ จึงต้องสร้างให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งดูหนัง ฟังเพลง ชำระเงิน หรือกระทั่งสำหรับใช้ทำงาน จากนี้จึงต้องจับตาการเซ็กเมนต์มือถือตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานที่หมดยุคการขายแต่กล้องถ่ายภาพแล้ว

“กูเกิล”ย่องซื้อข้อมูลมาสเตอร์การ์ด วิเคราะห์โฆษณาออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/562987

  • วันที่ 03 ก.ย. 2561 เวลา 10:31 น.

"กูเกิล"ย่องซื้อข้อมูลมาสเตอร์การ์ด วิเคราะห์โฆษณาออนไลน์

“กูเกิล”ซื้อข้อมูลการใช้จ่ายออฟไลน์จากมาสเตอร์การ์ดหลังเจรจานานกว่า 4 ปี รุกวิเคราะห์โฆษณาออนไลน์

บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า กูเกิลได้ทำข้อตกลงซื้อข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของผู้ใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิตจากบริษัท มาสเตอร์การ์ด ในสหรัฐ เพื่อนำมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคว่า โฆษณาทางออนไลน์ของกูเกิลนั้นมีผลต่อการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกทั่วไปหรือไม่

รายงานระบุว่า เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตล็อกอินเข้าบัญชีของกูเกิล และคลิกดูโฆษณาต่างๆ ของกูเกิล หรือเสิร์ชหาข้อมูลสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง และยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ กูเกิลก็จะสามารถติดตามได้ว่า หลังจากนั้น 30 วัน ผู้ที่คลิกเข้าไปดูได้ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของมาสเตอร์การ์ดซื้อสินค้าเหล่านั้นในร้านค้าแบบออฟไลน์หรือไม่

หลังจากนั้น หากมีการซื้อสินค้าด้วยบัตรของมาสเตอร์การ์ด กูเกิลก็จะส่งข้อมูลนี้ไปยังลูกค้าที่ลงโฆษณากับกูเกิล เพื่อให้ทราบถึงประสิทธิภาพโฆษณาออนไลน์ของกูเกิล ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะอยู่ในส่วนรายได้ออฟไลน์

ทั้งนี้ กูเกิลได้ใช้เวลากว่า 4 ปี ในการเจราจาขอซื้อข้อมูลดังกล่าว ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่ามีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ศูนย์ข้อมูลความเป็นส่วนตัวอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า เรื่องนี้อาจกระตุ้นความกังวลขึ้นมาเพราะไม่มีใครทราบขอบเขตว่ากูเกิลได้ข้อมูลไปมากเท่าไร ขณะที่ลูกค้าของมาสเตอร์การ์ดราว 2,000 ล้านคน ก็อาจไม่เคยรับรู้เรื่องนี้เช่นกัน n

‘แกร็บ’ลงทุนรุกสตาร์ทอัพเร่งแข่งโกเจ็ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/562637

  • วันที่ 31 ส.ค. 2561 เวลา 07:50 น.

'แกร็บ'ลงทุนรุกสตาร์ทอัพเร่งแข่งโกเจ็ก

แกร็บประกาศอัด งบเพิ่ม 250 ล้านดอลลาร์ ใน สตาร์ทอัพอินโดนีเซีย เร่งขยาย ธุรกิจแข่งโกเจ็ก

แกร็บ ผู้ให้บริการเรียกรถรับส่ง (ไรด์เฮลลิ่ง) จากสิงคโปร์ ประกาศจะลงทุน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8,180 ล้านบาท) ในบริษัทสตาร์ทอัพอินโดนีเซียหลายแห่งในอีก 3 ปีข้างหน้านี้ เพื่อเร่งขยายธุรกิจแข่งขันกับโกเจ็ก ไรด์เฮลลิ่งคู่แข่งสัญชาติอินโดนีเซีย

แกร็บระบุว่า การลงทุนดังกล่าวจะดำเนินการผ่านแกร็บ เวนเจอร์ หน่วยธุรกิจด้านนวัตกรรมที่เพิ่งตั้งขึ้น เมื่อไม่นานนี้ และตั้งเป้าลงทุนใน สตาร์ทอัพหลายด้าน เช่น บริการสุขภาพ ส่งอาหาร ระบบอัตโนมัติ และการชำระเงินออนไลน์

“ตอนนี้เราครองส่วนแบ่งตลาดไรด์เฮลลิ่งอินโดนีเซีย 65% อ้างอิงตามจำนวนการเรียกรถทั้งหมด และเราจะไม่หยุดแค่นี้” ริดซ์กี ครามาดิ บราตา กรรมการผู้จัดการของแกร็บ อินโดนีเซีย กล่าว พร้อมเสริมว่า แกร็บคาดว่าจะครองสัดส่วนตลาดอินโดนีเซียมากที่สุดใน 137 เมือง เมื่อเทียบกับโกเจ็กที่ราว 50 เมือง

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังโกเจ็กประกาศขยายธุรกิจจากแอพพลิเคชั่นเรียกรถไปเป็น แอพพลิเคชั่นแบบครบวงจร ที่ให้บริการทั้งการชำระเงินออนไลน์และบริการส่งอาหาร โดยขณะนี้โกเจ็ก กำลังขยายธุรกิจออกไปนอกอินโดนีเซียสู่ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน เช่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์

ภาพ รอยเตอร์ส

กสทช.จี้ดีแทคแจงปมเยียวยาชงบอร์ด5ก.ย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/562521

  • วันที่ 30 ส.ค. 2561 เวลา 07:20 น.

กสทช.จี้ดีแทคแจงปมเยียวยาชงบอร์ด5ก.ย.

กสทช.เร่งประสานดีแทค ชี้แจงเหตุผลขอเยียวยาคลื่น 900 เข้ามาใหม่ ให้ชัดเจนเพื่อเสนอต่อบอร์ด กสทช.ในวันที่ 5 ก.ย.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานด้านโทรคมนาคม มีมติให้สำนักงาน กสทช.ประสานงานไปยังบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต (DTN) หรือดีแทค จัดทำหนังสือชี้แจงการขอเข้าสู่มาตรการเยียวยาในคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ที่จะหมดอายุสัมปทานลงให้ชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีเพียงหนังสือขอให้ทบทวนมาตรการเยียวยาใหม่เท่านั้น

ทั้งนี้ ต้องการให้รวบรวมเหตุผล เพื่อเสนอที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) ในวันที่ 5 ก.ย. 2561 นี้ โดยหนังสือชี้แจงต้องครอบคลุมประเด็นเหตุผลการขอเข้าสู่มาตรการเยียวยาอย่างชัดเจน และจำนวนลูกค้า ที่ใช้งาน

“ดีแทคต้องการใช้งานคลื่นความถี่ แม้จะไม่ได้เข้าประมูล เนื่องจากกังวล หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งขอให้ดีแทคเขียนความเห็นการขอทบทวนให้ชัดเจนส่งมาให้ กสทช.ภายในวันที่ 4 ก.ย. โดยเฉพาะจำนวนผู้ใช้งานที่เหลืออยู่” นาย ฐากร กล่าว