หัวเว่ยฮึดรุกที่1ตลาด ดันโนวาซีรี่ส์3เจาะผู้บริโภค มั่นใจยอดขายปีนี้แตะ200ล้านเครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/558126

  • วันที่ 20 ก.ค. 2561 เวลา 06:47 น.

หัวเว่ยฮึดรุกที่1ตลาด ดันโนวาซีรี่ส์3เจาะผู้บริโภค มั่นใจยอดขายปีนี้แตะ200ล้านเครื่อง

หัวเว่ยเดินหน้าเจาะตลาดระดับกลาง พร้อมเตรียมเพิ่มแบรนด์ช็อป 150 สาขาในปีนี้ รองรับการเติบโตหวังขึ้นผู้นำสมาร์ทโฟนภายในปี 2563

นายทศพร นิษฐานนท์ รองผู้อำนวยการ บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้หัวเว่ย มีสัญญาณการเติบโตที่ดีอย่างก้าวกระโดด ล่าสุด 7 เดือนแรกของปีนี้มียอดขาย สมาร์ทโฟนรวมทั่วโลกมากกว่า 100 ล้านเครื่องแล้ว เร็วกว่าช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่จะใช้เวลาเกือบตลอดทั้งปี ซึ่งทำให้มั่นใจว่าตลอดทั้งปีนี้หัวเว่ยจะสามารถทำยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกได้ถึง 200 ล้านเครื่อง

ขณะที่ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนช่วง 5 เดือนแรกในไทย อ้างอิงจากข้อมูลของบริษัท จีเอฟเค พบว่าตลาดสมาร์ทโฟนติดลบเล็กน้อยโดยไม่มีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของตลาด มือถือระดับล่าง ทำให้พบสัญญาณการขยายตัวที่ดีในตลาดมือถือระดับกลาง และระดับบน โดยเฉพาะโปรโมชั่นจากสถาบันการเงินที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงมือถือระดับบนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของช่วงครึ่ง ปีหลังตลาดสมาร์ทโฟนจะยังสดใสและคึกคัก จากหลายค่ายจะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ และจะช่วยกระตุ้นภาพรวมของตลาด ให้ตลอดทั้งปีนี้สามารถเติบโตได้อย่างน้อย 1 หลัก

สำหรับในปีนี้หัวเว่ยได้นำผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนในระดับราคาต่างๆ มาจำหน่ายในไทย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกซื้อสินค้าที่เหมาะกับความต้องการ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนในระดับกลางราคาประมาณ 1 หมื่นเศษมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากยอดขายหัวเว่ย โนวา 2ไอ และโนวา 3อี ที่เปิดตัวช่วงต้นปีที่ผ่านมา ช่วยเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดของหัวเว่ย ในเดือน เม.ย.ปีนี้ ขึ้นมาอยู่ที่ 14.7% เป็นอันดับที่ 2 ของตลาด เช่นเดียวกับส่วนแบ่งการตลาดในประเทศอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น มาเลเซีย เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 31.4% จาก 10.8% เวียดนามอยู่ที่ 10.5% จาก 2% ฟิลิปปินส์อยู่ที่ 8.3% จาก 4.9% เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อตอบรับกระแสความนิยมในตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลาง จึงได้เปิดตัวหัวเว่ยโนวา 3 มาพร้อมกับราคา 1.69 หมื่นบาท และโนวา 3 ไอ ราคา 9,990 บาท โดยจะเน้นเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมือถือคุณภาพที่ดี ในราคาที่จับต้องได้ ชูจุดเด่นการเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับคนนักการถ่ายภาพเซลฟี่ ด้วยศักยภาพ 4 กล่องรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเอไอ

ขณะเดียวกันหัวเว่ยได้ทุ่มงบการตลาดเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 2-3 เท่า ในการโปรโมทตลาด ผ่านสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์และแคมเปญออนไลน์ โดยตั้งเป้ายอดขาย หัวเว่ย โนวา ซีรี่ส์ 3 นี้เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าจากรุ่นก่อน และจะทำให้รายได้ของหัวเว่ยในปีนี้มีสัดส่วนของตลาดบนอยู่ที่ 30% ตลาดกลาง 40% และตลาดล่าง 30%

“หัวเว่ย โนวา ซีรี่ส์ 3 จะเข้าเป็น ผู้เล่นหลักในตลาดระดับกลางและช่วยสร้างสีสัน ซึ่งจะทำให้ภาพรวมตลาดในครึ่งปีหลังนี้กลับมาคึกคักและขยายตัว” นายทศพร กล่าว

พร้อมกันนี้ บริษัทจะเร่งขยายหัวเว่ยแบรนด์ช็อปสาขาที่ 100 ในช่วงเดือนหน้า โดยต้องการขยายให้ครบ 150 สาขาภายในปีนี้ รวมถึงช่องทางออนไลน์ พร้อมเดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เน้นนวัตกรรมและอินโนเวชั่นเพื่อรองรับการขยายตัวและก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ของตลาดซึ่งจะต้องมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 20% ในปี 2563

กสทช.บีบดีแทคประมูลคลื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/558023

  • วันที่ 19 ก.ค. 2561 เวลา 08:18 น.

กสทช.บีบดีแทคประมูลคลื่น

กสทช.บีบดีแทคเข้าประมูลคลื่น แลกสิทธิเยียวยา “ฐากร” ยันต้องสร้างแนวกำแพงป้องกันคลื่น 1.3 หมื่นจุด 2,000 ล้าน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) มีมติเห็นชอบการเข้าสู่มาตรการเยียวยาคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับบริษัท กสท โทรคมนาคม หรือแคท วันที่ 15 ก.ย.นี้ ภายใต้เงื่อนไขดีแทคต้องเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่นั้นๆ และต้องมีการเคาะราคาเกิดขึ้น

“โดยหลักการแล้วเมื่อ กสทช.จัดการประมูลคลื่นความถี่ หากผู้ให้บริการรายใด ต้องการใช้งานคลื่นความถี่ต้องเข้าร่วมการประมูล ดังนั้นหากดีแทคต้องการใช้งานคลื่นความถี่เพื่อเข้าสู่มาตรการเยียวยาต้องเข้าร่วมการประมูลเท่านั้น และหากเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่แล้วไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะการประมูลหรือไม่ ดีแทคยังได้รับสิทธิการใช้มาตรการเยียวยา หาก ผู้ชนะการประมูลยังไม่ได้ชำระเงินก่อนวันที่ 15 ก.ย. 2561 (ผู้ชนะการประมูลมีสิทธิชำระเงินงวดแรกภายใน 90 วัน จนถึงวันที่ 1 ธ.ค. 2561)” นายฐากร กล่าว

นอกจากนี้ มติที่ประชุม กสทช.ยังเห็นชอบให้ดีแทคเร่งรัดการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการรับรู้ล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทานเดิมในคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อป้องกันซิมดับโดยการโอนย้ายค่าย ซึ่งผู้ใช้บริการของดีแทคใน 2 คลื่นความถี่ย่านดังกล่าวมีประมาณ 4.3 แสนราย และระบบรองรับการโอนย้ายเลขหมายไปยังผู้ให้บริการรายอื่นสามารถรองรับการโอนย้ายได้สูงสุด 6 หมื่นคน/วัน

“ที่ประชุม กสทช. มีมติให้ดีแทคประชาสัมพันธ์การโอนย้ายค่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากรายงานอย่างไม่เป็นทางการพบว่าเหลือผู้ใช้บริการทั้งสองย่านคลื่นความถี่ของดีแทคประมาณ 1 แสนราย จาก 4.3 แสนราย และแม้ว่าจะเหลือผู้ใช้บริการเพียง 1 แสนราย ก็ยังเข้าสู่มาตรการเยียวยาได้” นายฐากร กล่าว

สำหรับราคาประเมินการสร้างแนวป้องกันคลื่นความถี่รบกวนการเดินรถของรถไฟไทย-จีนของคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ มูลค่า 2,000 ล้านบาท มีความสมเหตุสมผลแล้ว โดยจากการประเมินเบื้องต้นต้องสร้างแนวกำแพงป้องกันคลื่น 1.3 หมื่นจุด โดยหลังจากมีผู้ชนะการประมูล สำนักงาน กสทช.จะประกาศจุดที่ต้องติดตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นอกจากนี้การสร้างแนวกำแพงป้องกันคลื่นความถี่ของผู้ชนะการประมูลจะอยู่ภายใต้การดูแลของ กสทช. ทั้งในด้านการเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการติดตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ชนะการประมูล

ปรับกูเกิล2แสนล.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/558017

  • วันที่ 19 ก.ค. 2561 เวลา 07:09 น.

ปรับกูเกิล2แสนล.

อียูปรับกูเกิลเกือบ 2 แสนล้าน ฐานกีดกันการแข่งขันแอพพลิเคชั่น คาดสายเกินแก้ปัญหาผูกขาด

สหภาพยุโรป (อียู) สั่งปรับกูเกิล 4,300 ล้านยูโร (ราว 1.66 แสนล้านบาท) ฐานกีดกันคู่แข่ง ด้วยการบังคับให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่จะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ต้องฝังแอพพลิเคชั่น ของกูเกิลอยู่ในสมาร์ทโฟน เช่น เสิร์ชเอนจิ้น เบราเซอร์ อีเมล และแผนที่ โดยอียูให้เวลากูเกิลแก้ไข 90 วัน ก่อนลงโทษปรับเพิ่มเติมอีก

ทั้งนี้ การสั่งปรับครั้งล่าสุดสูงกว่าค่าปรับ 2,400 ล้านยูโร (ราว 9.3 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่อียูปรับกูเกิลเมื่อปีที่แล้ว ฐานจัดอันดับการค้นหาข้อมูลไม่เป็นธรรม

ด้านซีเอ็นบีซี รายงานว่า ความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยให้ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นอื่นๆ มีโอกาสแข่งขันมากขึ้น และอาจฉุดการเติบโตในธุรกิจโฆษณาของกูเกิล

อย่างไรก็ดี แกรี เรบัค ทนายด้านการต่อต้านการผูกขาด ซึ่งเคยฟ้องร้องไมโครซอฟท์ เปิดเผยว่า ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นช้าเกินไป เนื่องจากผู้บริโภคในอียูเคยชินกับบริการของ กูเกิล และจะยึดติดกับบริการของกูเกิลต่อไป แม้ว่าไม่ได้ฝังอยู่ในสมาร์ทโฟน เหมือนกับผู้บริโภคในสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่ 5 แอพพลิเคชั่นของกูเกิลติด 10 อันดับแอพพลิเคชั่นมีผู้ใช้งานสูงสุด พร้อมคาดการณ์ว่ากูเกิลมีแนวโน้มจะยื่นอุทธรณ์โทษปรับของอียู

ชี้คลื่นแพงกระทบ5จี หวั่นประเทศกำลังพัฒนาหลงทาง สะเทือนถึงแผนเศรษฐกิจดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/558008

  • วันที่ 19 ก.ค. 2561 เวลา 06:02 น.

ชี้คลื่นแพงกระทบ5จี หวั่นประเทศกำลังพัฒนาหลงทาง สะเทือนถึงแผนเศรษฐกิจดิจิทัล

สมาคมจีเอสเอ็มชี้การประมูลคลื่นประเทศที่กำลังพัฒนากำหนดราคาสูง 3 เท่าตัว กระทบสู่ 5จี จับตาไทยมีแนวโน้มราคาประมูลสูงกว่าเกณฑ์

นายเบร็ต ทาร์นัตเซอร์ ประธานด้านคลื่นความถี่ จีเอสเอ็มเอ เปิดเผยว่า นโยบายคลื่นความถี่ที่ดีเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสวัสดิการสังคมของคนนับพันล้านคนที่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อบริการบรอดแบนด์บนมือถือ ขณะที่การกำหนดราคาคลื่นความถี่และการประมูลที่สูง จะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะการก้าวสู่ 5จี

ขณะที่สมาคมจีเอสเอ็ม ทำการศึกษาการกระจายคลื่นความถี่มากกว่า 1,000 รายการใน 102 ประเทศ แบ่งเป็น 60 ประเทศที่กำลังพัฒนาและ 42 ประเทศที่พัฒนาแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 2553-2560 อาทิ แอลจีเรีย บังกลาเทศ บราซิล อินเดียและไทย โดยรายงานกำหนดราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาฉบับล่าสุดที่เปิดเผยโดยสมาคมจีเอสเอ็มระหว่างการประชุมโมบาย 360 ที่ประเทศรวันดา

ทั้งนี้ พบว่าราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาโดยเฉลี่ยสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว 3 เท่าตัว เมื่อนำรายได้มาพิจารณา ขณะที่การประมูลคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนาจะสูงกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว 5 เท่า เมื่อนำรายได้มาพิจารณา โดยปัจจัยการกำหนดราคาคลื่นความถี่และการประมูลคลื่นความถี่จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้โทรศัพท์มือถือ รวมไปถึงการให้บริการโมบายบรอดแบนด์ที่แพงกว่าและมีคุณภาพต่ำกว่า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้งานของผู้บริโภค

“มองนโยบายด้านคลื่นความถี่ของภาครัฐที่หวังแต่จะเพิ่มราคาและเน้นที่ผลกำไรในระยะสั้น ควรมองถึงในระยะยาวมากกว่า เพราะไม่สอดรับกับเป้าหมายร่วมกันกับการให้บริการบรอดแบนด์บนมือถือที่ดีขึ้นในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ โดยภาครัฐควรปล่อยให้การกำหนดคลื่นความถี่เป็นไปตามกลไกของตลาด และการนำคลื่นที่มีอยู่มาใช้เพื่อประชาชนและเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริง” นายทาร์นัตเซอร์ กล่าว

นายทาร์นัตเซอร์ กล่าวอีกว่า การสร้างมั่นใจให้กับโอเปอเรเตอร์ ควรมีการกำหนดราคาสำหรับผู้ที่ต้องการต่อใบอนุญาต โดยที่ราคาต้องสอดคล้องกับเศรษฐกิจ และการลงทุน ซึ่งอาจทำล่วงหน้าก่อนที่ ผู้ประกอบการจะหมดสัมปทาน นอกจากนี้ให้ผู้รับสิทธิตัดสินใจว่าจะต่อหรือไม่ ซึ่งหากไม่รับสิทธิต่อใบอนุญาตจะได้นำคลื่นมาประมูล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนของผู้ประกอบการโอเปอเรเตอร์

ขณะที่แนวโน้มการกำหนดราคาคลื่นความถี่มีโอกาสจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากขณะนี้ราคาคลื่นความถี่ไทยอยู่ระดับที่ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย ส่วนสัญญาณการให้บริการและคุณภาพความเร็วอยู่ระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย เช่น การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เดือน ส.ค.มีเงื่อนไขกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องมีค่าใช้จ่ายการลงทุนฟิวเตอร์เพื่อป้องกันการรบกวนอาณัติสัญญาณระบบรถไฟฟ้า

กูเกิลชู4เสาหลักบุกไทย ดันเศรษฐกิจดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/558007

  • วันที่ 19 ก.ค. 2561 เวลา 05:50 น.

กูเกิลชู4เสาหลักบุกไทย ดันเศรษฐกิจดิจิทัล

กูเกิลลุยโครงการกูเกิล ฟอร์ ไทยแลนด์ ผนึกเอกชนสร้างการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต มุ่งพัฒนาคน การสร้างคอนเทนต์ ปั้นเอสเอ็มอี

นายเบน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายของกูเกิลภายใต้โครงการกูเกิล ฟอร์ ไทยแลนด์ ในปีนี้ ได้ดำเนินพันธกิจ 4 เสาหลัก ประกอบด้วย 1.การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี 2.การส่งเสริมด้านการศึกษา 3.การพัฒนาเนื้อหาและผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน และ 4.การสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และกลุ่มสตาร์ทอัพ โดยจับมือร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีและขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัล

สำหรับโครงการกูเกิล ฟอร์ ไทยแลนด์ ที่จัดขึ้น ไทยถือว่าเป็นประเทศที่ 3 รองจากอินเดียและอินโดนีเซีย โดยความร่วมมือ ได้แก่ เสาหลัก 1.ดำเนินโครงการกูเกิล สเตชั่น ร่วมมือกับบริษัท กสท โทรคมนาคม (แคท) เพื่อให้บริการไว-ไฟสาธารณะความเร็วสูงภายใต้บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทยเป็นประเทศที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศที่ 4 ในโลกนำร่อง 10 แห่งในกรุงเทพฯ พิจิตร และเลย และจะขยายเพิ่มเติมในสถานที่ที่มีอุปสรรคในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต อาทิ ตลาด ท่าอากาศยาน สมาร์ทซิตี้

ขณะที่เสาหลักที่ 2 ศูนย์บ่มเพาะทักษะดิจิทัล อะคาเดมี่ แบ็งค็อก อะ กูเกิล สเปซ ภายในโครงการทรู ดิจิทัล พาร์ค เพื่อเข้าอบรมทักษะ 2 เดือน ขณะที่เสาหลักที่ 3 ในส่วนของยูทูบ ได้เตรียมจัดอบรมสำหรับครีเอเตอร์ เปิดยูทูบ ป๊อปอัพ เดือน พ.ย. เพื่อเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนความรู้ และจัดกิจกรรม ยูทูบ เน็กซ์อัพ เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อให้คำปรึกษาแก่ครีเอเตอร์ระดับกลาง และโครงการครีเอเตอร์ ฟอร์ เชนจ์ ส่งเสริมครีเอเตอร์ให้ตระหนักถึงปัญหาต่างๆ ทางสังคม ผ่านการร่วมมือกับองค์กรและการลงทุน

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมครีเอเตอร์ไทย ซึ่งพบว่าไทยเป็นตลาดใหญ่ ปี 2560 การอัพโหลดมากกว่า 2 ล้านคน โต 100% จากเมื่อปี 2559 ราว 1 ล้านคน ติดอันดับ 10 ของโลกที่มีการรับชมยูทูบ นอกจากนี้พบว่าไทยมีการเชื่อมโยงอินเทอร์เน็ต 106 เมกะบิต/วินาที เป็นอันดับ 5 ในเอเชีย ซึ่งสิงคโปร์อันดับ 1 ตามด้วยฮ่องกง เกาหลีใต้ อย่างไรก็ดีสำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อผลักดันเศรษฐกิจสู่ดิจิทัลและสร้างโอกาสเศรษฐกิจอาเซียน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนในไทยมองว่ามีมูลค่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ ยังได้จับมือร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เพื่อนำเสนอแพ็กเกจการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่จำกัดสำหรับผู้ใช้แอพพลิเคชั่นยูทูบโก ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 9 บาท/วัน ในส่วนเสาหลักที่ 4 ขับเคลื่อนโดยกูเกิล จับมือร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในไทยลงทะเบียนและรับการ ตรวจสอบความถูกต้องการใช้งานกูเกิล มาย บิซิเนส บริการที่ช่วยให้ธุรกิจมีตัวตนบนโลกออนไลน์ อีกทั้งเพิ่มฟีเจอร์การเดินทาง บนรถจักรยานยนต์จำนวน 20 ล้านคัน

กสทช.ย้ำหาก “DTAC”ไม่เข้าประมูลคลื่นจะไม่ได้รับสิทธิเข้ามาตรการเยียวยาหลังหมดสัมปทาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/557975

  • วันที่ 18 ก.ค. 2561 เวลา 15:17 น.

กสทช.ย้ำหาก "DTAC"ไม่เข้าประมูลคลื่นจะไม่ได้รับสิทธิเข้ามาตรการเยียวยาหลังหมดสัมปทาน

มติ กสทช. ย้ำจะเข้าสู่มาตรการเยียวยาได้จะต้องยื่นประมูลเพื่อแสดงความประสงค์ใช้งานคลื่นความถี่เท่านั้น

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (18 ก.ค. 2561) ที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาเรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเพื่อรองรับการสิ้นสุดสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ความถี่ย่าน 850 MHz และ 1800 MHz ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย. 2561 และได้มีมติตามความเห็นของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม ครั้งที่ 14/2561 เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2561 ดังนี้

1. เรื่องนี้ได้มีความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. ให้ความเห็นว่า กสทช. มีอำนาจหน้าที่กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเพื่อรองรับการสิ้นสุดสัมปทานได้โดยนำข้อเท็จจริงมาพิจารณาตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี ซึ่งไม่ผูกพันที่ต้องนำประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 มาบังคับใช้ทุกกรณี

2. สืบเนื่องจาก กสทช. ได้ออกประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคม ย่าน 1740-1784/1835-1880 MHz เพื่อจัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ล่วงหน้าก่อนสิ้นสุดสัมปทานในวันที่ 15 ก.ย. 2561 และได้กำหนดให้มีการยื่นคำขอเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2561 แต่ผลปรากฏว่า ไม่มีผู้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเพื่อเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งรวมถึงบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือด้วย จนกระทั่งต่อมา กสทช. จึงได้พิจารณาและมีมติปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ดังกล่าว รวมทั้งได้อนุมัติให้จัดประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz เพิ่มเติมด้วยโดยกำหนดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ในวันที่ 18 ส.ค. 2561 และกำหนดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ในวันที่ 19 ส.ค. 2561 ซึ่งทั้งหมดนี้จะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

ดังนั้น โดยหลักการแล้ว เมื่อ กสทช. ดำเนินการจัดประมูลเพื่อเตรียมการรองรับผลของการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานดังกล่าวได้แล้วเสร็จก่อนสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน แต่ผู้รับสัมปทานหรือบริษัทในเครือไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว ย่อมไม่สามารถได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ได้ เนื่องจากถือเป็นกรณีที่ผู้รับสัมปทานไม่ประสงค์จะใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการอีกต่อไป

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานหรือบริษัทในเครือเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าวแล้ว แต่กระบวนการออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ให้บริการรายใหม่จะต้องใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่ง (ประมาณ 3 เดือน) ดังนั้น ไม่ว่าผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz จะเป็นผู้รับสัมปทานเดิมหรือบริษัทในเครือหรือไม่ก็ตาม ผู้รับสัมปทานเดิมย่อมได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ได้จนกว่า กสทช. จะได้จัดสรคลื่นความถี่ให้กับผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายใหม่และกำหนดวันหยุดการให้บริการ เนื่องจากถือเป็นกรณีที่ผู้รับสัมปทานแสดงประสงค์จะใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการ และเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับบริการให้สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

3. เมื่อพิจารณาจากหลักการตามข้อ 1 และ 2 ประกอบกับข้อเท็จจริงแล้ว ที่ประชุม กสทช. จึงได้พิจารณาแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 และได้มีมติ ดังนี้

3.1 ให้ความเห็นชอบแผนความคุ้มครองผู้ใช้บริการ โดยให้บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ได้จนกว่า กสทช. จะได้จัดสรรคลื่นความถี่ให้กับผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่รายใหม่และกำหนดวันหยุดการให้บริการ

ทั้งนี้ โดยมีเงื่อนไขว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือจะต้องเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ 900 MHz เนื่องจากเป็นกรณีที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) แสดงความประสงค์จะใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการ และเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับบริการให้สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง แต่หากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้รับสิทธิเข้าสู่มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 เนื่องจากเป็นกรณีที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ประสงค์จะใช้คลื่นความถี่ดังกล่าวเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าให้เกิดความต่อเนื่องในการให้บริการอีกต่อไป

3.2 โดยที่ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการอยู่ในระบบให้บริการของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ประมาณ 430,000 ราย และมีระบบรองรับการโอนย้ายเลขหมายโทรคมนาคมไปยังผู้ให้บริการรายอื่นสามารถรองรับการโอนย้ายได้สูงสุด 60,000 เลขหมายต่อวัน จึงเห็นควรเร่งรัดให้มีการประชาสัมพันธ์อย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับรู้เป็นการล่วงหน้าถึงวันที่จะสิ้นสุดการให้บริการ อีกทั้งให้ข้อมูลที่ชัดเจนต่อแนวทางการแก้ไขปัญหา เช่น กรณีการโอนย้ายเลขหมายโทรคมนาคมของผู้ใช้บริการที่มีความประสงค์จะโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่น ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ใช้บริการ

4. มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ติดตามตรวจสอบข้อมูลจำนวนผู้ใช้บริการคงเหลือพร้อมเงินคงค้างในระบบให้ กสทช. ทราบเป็นระยะ

อ้อนแก้เงื่อนไขชิงคลื่น900

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/557898

  • วันที่ 18 ก.ค. 2561 เวลา 06:02 น.

อ้อนแก้เงื่อนไขชิงคลื่น900

ดีแทค ลุ้น กสทช.ออกประกาศแก้เงื่อนไขประมูลคลื่น 900 เล็งพิจารณาประมูลคลื่น 1800 ภายใต้เงื่อนไขใหม่

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มกิจการองค์กรและพัฒนาธุรกิจ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค เปิดเผยว่า บริษัทได้ยื่นข้อเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไปแล้ว เพื่อให้การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) มีความชัดเจนเกี่ยวกับเงื่อนไขในการอนุญาตข้อ 16 ข้อ 17 ข้อ 18 ซึ่งกำหนดให้ผู้ชนะการประมูล รับผิดชอบป้องกันปัญหารบกวนกันของคลื่นความถี่ และการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดเพียงผู้เดียว

อย่างไรก็ดี การประมูลคลื่น 900 MHz ที่ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ทำให้การแก้ไขเป็นไปได้ยาก เบื้องต้น กสทช.ได้รับเรื่องของดีแทคเสนอเท่าที่ทำได้ ซึ่งมีแนวทางจะออกประกาศจากทาง กสทช.เพื่อให้ทางปฏิบัติสามารถดำเนินการได้ ลดความเสี่ยง สำหรับดีแทคการประมูลคลื่น 900 MHz จำนวน 5 MHz และคลื่น 1800 MHz ที่ได้รับเงื่อนไขใหม่การประมูลจำนวน 9 ใบ ขนาด 45 MHz กำลังพิจารณาจะเข้าร่วมประมูลหรือไม่

“หากดีแทคชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ได้เสนอการเยียวยา 24 เดือน เพื่อติดตั้งสถานีฐานระหว่างมากกว่า 1.3 หมื่นสถานีฐานรองรับ แต่รายอื่นชนะการประมูล ดีแทคได้รับการเยียวยา 2 เดือน อย่างไรก็ดี บริษัทวางแผนจะขยายคลื่น 2100 MHz ติดตั้งสถานีฐานเพิ่ม 4,000 สถานีฐาน และคลื่น 2300 MHz จะขยาย 7,000 สถานีฐานในสิ้นปีนี้”

อย่างไรก็ดี ปัญหาการรบกวนระบบอาณัติสัญญาณของระบบคมนาคม อยากให้เป็นการลงทุนของโอเปอเรเตอร์ที่ ต่างคนต่างต้องลงทุนมากกว่าจะให้ผู้ชนะประมูลลงทุนเพียงรายเดียว ซึ่งจะมีภาระในการติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ (Filter) ให้แก่ผู้รับใบอนุญาตรายเดิมที่ใช้คลื่นความถี่ย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์ และผู้ให้บริการระบบคมนาคมขนส่งทางรางจำนวน 4 โครงการ คาดว่ามีค่าใช้จ่ายสูงกว่าจำนวนเงินที่ กสทช.ลดราคาขั้นต่ำของการประมูลให้จำนวน 2,000 ล้านบาทมาก

ขณะที่ปัญหาในทางเทคนิคและทางปฏิบัติในการดำเนินการติดตั้งฟิลเตอร์ ให้ระบบคมนาคมขนส่งทางราง ซึ่ง ณ ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าเป็นระบบอะไร ส่วนเงื่อนไขในการอนุญาตข้อ 17 กสทช.สงวนสิทธิที่จะปรับเปลี่ยนการใช้คลื่นความถี่เป็นช่วง 885-890/930-935 MHz ในกรณีที่จำเป็น โดยผู้ชนะการประมูลจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการป้องกันการรบกวนคลื่นความถี่ ซึ่งในกรณีนี้จะต้องติดตั้งวงจรกรองสัญญาณ ที่สถานีฐานของผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHz เพิ่มเติมจากที่ต้องดำเนินการ ส่วนเงื่อนไขข้อ 18 อาจถึงขั้นต้องย้ายคลื่นความถี่

5จีเกาหลีระอุ! หัวเว่ยรุกหนักเบียดซัมซุง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/557894

  • วันที่ 17 ก.ค. 2561 เวลา 20:53 น.

5จีเกาหลีระอุ! หัวเว่ยรุกหนักเบียดซัมซุง

หัวเว่ยตั้งเป้าครองตลาด 5จี เกาหลีใต้ เตรียมบี้ซัมซุงตกขอบ ได้เปรียบด้านราคา-ความพร้อม

บลูมเบิร์กรายงานว่า หัวเว่ย บริษัทสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของจีนเตรียมขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาด 5จี ของเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการกับ 3 ค่ายโทรคมนาคมรายใหญ่ของประเทศ ได้แก่ เอสเค เทเลคอม เคที คอร์เปอเรชั่น และแอลจี ยูพลัส ซึ่งหัวเว่ยคาดว่าจะครองตลาด 5จี แซงหน้าซัมซุง ยักษ์เทคโนโลยีในประเทศ

รายงานระบุว่า ขณะนี้แอลจีเป็นบริษัทที่ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าจะเลือกหัวเว่ยเป็นผู้ให้บริการ 5จี ในขณะที่เอสเคและเคทีกำลังตัดสินใจเลือกระหว่างหัวเว่ย ซัมซุง โนเกีย และอีริคสัน โดยมีต้นทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ

คิมฮยอนจุง นักวิเคราะห์จาก อีเบสท์ อินเวสต์เมนต์แอนด์ซีเคียวริตีส์เปิดเผยว่า จุดแข็งของหัวเว่ยคือความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และถือเป็นผู้นำในการพัฒนาอุปกรณ์ 5จี ซึ่งมีคุณภาพเพียงพอและสามารถพร้อมให้บริการได้ทันที ขณะที่ซัมซุงแม้ว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านอินเทอร์เน็ตไร้สายน้อย แต่มีข้อได้เปรียบเรื่องความน่าไว้วางใจได้ เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

ด้าน ปาร์คจินฮโย รองประธานบริหารของ เอสเค เทเลคอม กล่าวว่า หัวเว่ยเป็นบริษัทที่เริ่มพัฒนา 5จี ก่อนบริษัทอื่นๆ เอสเคจึงมองด้วยความเปิดกว้างและไม่มีอคติใดๆ อย่างไรก็ตาม หากหัวเว่ยยังคงขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัยระดับโลกก็อาจส่งผลต่อการพิจารณา

เปิดดีลกสทช.ดึงค่ายมือถือร่วมวงประมูล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/557798

  • วันที่ 17 ก.ค. 2561 เวลา 08:52 น.

เปิดดีลกสทช.ดึงค่ายมือถือร่วมวงประมูล

เอไอเอส ดีแทค ตบเท้า รับซองเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800-900 ลุ้นทรูยื่นอีกราย 19 ก.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2561 บริษัทในเครือเอไอเอสและดีแทคเข้ารับเอกสารเชิญชวนเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ สำหรับบริษัทในเครือทรู ได้ประสานมายัง กสทช.จะเข้ารับเอกสารเชิญชวนเข้าร่วมการประมูลภายในวันที่ 19 ก.ค. 2561 นี้

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมประมูล ได้แก่ 1.การแบ่งประมูลใบอนุญาตเป็นขนาดเล็ก ทำให้เลือกประมูลได้ตามความเหมาะสม ของธุรกิจ 2.การอนุญาตให้ผู้ชนะการประมูลสลับช่วงคลื่นความถี่ที่เหมาะสม กับตนเอง เพื่อการลงทุนที่น้อยลง และ 3.กรณีที่ดีแทคชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ อนุญาตให้ดีแทคใช้งานคลื่นความถี่ย่าน 850 แทน 900 เมกะเฮิรตซ์ได้ในช่วง 2 ปีแรก เนื่องจากดีแทคถือครองคลื่นย่าน 850 เมกะเฮิรตซ์อยู่เดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีบริษัทเข้ารับเอกสารเชิญชวนเข้าร่วมการประมูล ทั้งสิ้น 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทในเครือดีแทค ได้แก่ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต และบริษัท ดีแทค บรอดแบนด์ และบริษัทในเครือเอไอเอส ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AWN) รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 8 ชุด ในคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์

สื่อโซเชียลไทยบูม เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ฮิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/it/557776

  • วันที่ 17 ก.ค. 2561 เวลา 06:17 น.

สื่อโซเชียลไทยบูม เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ฮิต

โดย…จะเรียม สำรวจ

ยังคงได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง สำหรับสื่อโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือ ทวิตเตอร์ เนื่องจากปัจจุบันคนไทยหันมาเสพข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อดังกล่าว จึงทำให้สื่อโซเชียลมีเดียมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทวิตเตอร์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงถึง 50% ซึ่งข้อมูลที่มีการโพสต์และแชร์กันมากที่สุดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ ข้อมูลเกี่ยวกับถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

กล้า ตั้งสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไวซ์ไซท์ ผู้ดำเนินธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดีย เปิดเผยว่า ภาพรวมสื่อโซเชียลมีเดียในประเทศ ไทยช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ ยังคงมี อัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดย ในส่วนของสื่อเฟซบุ๊ก ธุรกิจที่มีการ โพสต์ข้อความมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาคือ ทีวีดิจิทัล เนื่องจากแต่ละช่องหันมาให้ความสนใจใช้สื่อดังกล่าวในการสื่อสารกับผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทีวีดิจิทัลมีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ธุรกิจต่อมาที่ให้ความสนใจเฟซบุ๊กและโพสต์ข้อความเพิ่มขึ้นคือ หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น 10% ธุรกิจเครื่องสำอางเพิ่มขึ้น 5% ตามด้วยธุรกิจความงาม คลินิกความงาม และช็อปปิ้งออนไลน์

สำหรับธุรกิจที่มีการโพสต์ลงสื่อเฟซบุ๊กและมีผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุด คือ ทีวีดิจิทัล ตามด้วยธุรกิจเครื่องสำอาง และร้านอาหาร ส่วนธุรกิจโพสต์ข้อความลงไปแล้วได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากที่สุด คือ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามด้วยสถาบันการเงิน และเครื่องดื่มนันแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ หากมองในด้านของ ค่าเฉลี่ยการแชร์ต่อการโพสต์ที่มีมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา คือ ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ตามด้วยทีวีดิจิทัล และธุรกิจโทรคมนาคม ส่วนธุรกิจที่มีการโพสต์ออกไปแล้วและมีผลด้านลบ หรือไม่ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคคือ ธุรกิจแม่และเด็ก ประกันชีวิต และไอที

กล้า กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาทีวีดิจิทัลถือเป็นธุรกิจที่มีการใช้สื่อ โซเชียลมีเดียมากที่สุด เห็นได้จากจำนวนการโพสต์ลงในเฟซบุ๊กที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและให้ผู้บริโภคเข้ามามีส่วนร่วมที่เติบโตสูงถึง 1,000% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากการขยายตัวที่ดีดังกล่าวของสื่อโซเชียลมีเดียในประเทศไทย ทำให้บริษัท ไวซ์ไซท์ เล็งเห็นโอกาสในการขยายธุรกิจออกไปนอกประเทศ เริ่มจากการรีแบรนดิ้งด้วยการสร้างแบรนด์ใหม่ของบริษัทขึ้นมาจากโธธ โซเชียล โอบีว็อก เป็น “ไวซ์ไซท์” เพื่อมุ่งสู่การบุกตลาดต่างประเทศ โดยขณะนี้ได้มีการเข้าไปตั้งสำนักงานในประเทศมาเลเซียแล้ว และในอนาคตอันใกล้จะขยายธุรกิจไปสู่ประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา

กล้า กล่าวอีกว่า การเติบโตของสื่อโซเชียลมีเดียไม่ได้เติบโตแค่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีทั้งหมด ด้วยเหตุนี้บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสที่จะขยายธุรกิจไปในประเทศต่างๆ โดยสิ้นปี 2561 นี้คาดว่าจะมีลูกค้าเติบโตที่ 30-40% ใกล้เคียงกับปี 2560