สั่งเร่งภาษีค้าออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 ธ.ค. 2560 เวลา 08:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531717

สั่งเร่งภาษีค้าออนไลน์

“อภิศักดิ์” เร่งกรมสรรพากรออกกฎหมายเก็บภาษีธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการเร่งออกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเก็บภาษีจากผู้ประกอบการทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับภาครัฐเก็บภาษีจากการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ต้องเป็นธรรมกับผู้ประกอบการด้วย

รมว.คลัง กล่าวว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนในอนาคต โดยจะมาแทนที่การค้าปลีกระบบเดิมที่ต้องมีร้านค้าจำหน่าย จาก สถิติปีที่ผ่านมาธุรกิจอี-คอมเมิร์ซขยายตัวเพิ่มขึ้น 20-30% ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมากปรับกลยุทธ์ไปจับมือกับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ หรือบางรายก็ปรับตัวเองเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ เพื่อรักษาหรือเพิ่มยอดการขายสินค้า

“รัฐบาลก็มีนโยบายให้ร้านค้าชุมชนดำเนินการเป็นอี-คอมเมิร์ซมากขึ้น เพื่อให้การกระจายขายสินค้าชุมชนและ ท้องถิ่นทำได้มากขึ้น เพิ่มรายได้ให้กับคนในท้องถิ่น ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในปีหน้าในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น” นายอภิศักดิ์ กล่าว

ก่อนหน้านี้ กรมสรรพากรระบุว่า ภายในเดือน ธ.ค. 2560 กรมสรรพากรจะเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมายอี-คอมเมิร์ซ จากก่อนหน้านี้ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้วในช่วงวันที่ 21 มิ.ย.-11 ก.ค.ที่ผ่านมา และพบว่ามีผู้แสดงความคิดเห็นทั้งสิ้น 64 ราย เห็นด้วย 29 ราย ไม่เห็นด้วย 35 ราย

สำหรับสาระสำคัญจะมีการกำหนดนิยามของนิติบุคคลที่เข้าข่ายในการเสียภาษี เช่น มีการใช้โดเมนท้องถิ่นในไทย มีการทำธุรกรรมทางการเงินในรูปแบบสกุลเงินบาทหรือต่างประเทศก็ได้แต่ธุรกรรมเกิดขึ้นและมีสถานประกอบการอยู่ในประเทศไทย รวมถึงบริษัทต่างชาติ ที่มีการตั้งบริษัทลูกอยู่ในประเทศไทย เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล ยูทูบ ไลน์ เป็นต้น คาดว่ากฎหมายจะมีผลบังคับใช้ปี 2561

ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวเป็นการปรับปรุงให้รองรับจัดทำเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภาษีอากร และเพิ่มระบบทางเลือกในการหักนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตลอดจนเพิ่มช่องทางการชำระภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งระบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt)

อียูตื่นฟองสบู่บิตคอยน์เรียกร้องเร่งปรับกฎคุม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 ธ.ค. 2560 เวลา 07:57 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531712

อียูตื่นฟองสบู่บิตคอยน์เรียกร้องเร่งปรับกฎคุม

รองประธานยุโรปเรียกร้องคุมบิตคอยน์ หวั่นฟองสบู่เงินดิจิทัลแตก เตือนสูญเงินลงทุน

เอเอฟพีและบลูมเบิร์กรายงานว่า วัลดิส ดอมโบรฟสกิส รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เขียนจดหมายเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของสหภาพยุโรป (อีซี) ประเมินและปรับปรุงกฎการกำกับดูแลบิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ

ทั้งนี้ จากความเคลื่อนไหวของเงินดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงสัญญาณของภาวะฟองสบู่และหน่วยงานกำกับดูแลอียูควรแจ้งเตือนผู้บริโภคเป็นการด่วน

“มีความเสี่ยงอย่างเห็นได้ชัดสำหรับนักลงทุนและผู้บริโภคจากราคาที่ผันผวน ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่อาจจะสูญการลงทุนทั้งหมด ความเสี่ยงจากความผิดพลาดของระบบความปลอดภัย การปั่นตลาด และการไม่สามารถชำระหนี้ของสถาบันการเงิน” รองประธานอีซี กล่าว

บลูมเบิร์ก ระบุว่า อียูยังไม่มีมาตรการควบคุมเงินดิจิทัลในปัจจุบัน แต่ฝรั่งเศสและเยอรมนีเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลร่วมในระดับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ชาติ (จี20) ขณะที่ในสัปดาห์ที่แล้ว อียูตัดสินให้ขยายกฎการฟอกเงินให้ครอบคลุมเงินดิจิทัล

ทั้งนี้บิตคอยน์ปรับขึ้นราว 20 เท่า ในปีนี้จนถึงเมื่อกลางเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะร่วงลงอย่างรุนแรงราว 20% นับตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งขึ้นไปเกือบแตะระดับ 2 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ/บิตคอยน์

ผลสำรวจชี้ “เจนวาย” ฮิตใช้คิวอาร์โค้ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ธ.ค. 2560 เวลา 20:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531596

ผลสำรวจชี้ "เจนวาย" ฮิตใช้คิวอาร์โค้ด

วีซ่าเผย คนไทยกว่าครึ่งพร้อมใช้ “คิวอาร์โค้ดมาตรฐาน” ในการชำระเงิน โดยเฉพาะคน “เจนวาย”นิยมเพราะง่าย สะดวก รวดเร็ว

นายสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลวิจัยล่าสุดของวีซ่า พบว่า 74%  ของผู้ทำแบบสำรวจในประเทศไทยรู้จักการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเกือบครึ่ง 46% ต้องการที่จะชำระเงินด้วยวิธีนี้ในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ การชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดนั้นเป็นที่นิยมในกลุ่มเจวาย โดย 42% ของผู้ทำแบบสอบถามทั้งหมดเคยชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดแล้ว โดยในกลุ่มที่เคยชำระเงินด้วยวิธีนี้ ผู้ใช้ในกลุ่มเจเนอเรชั่นวายนิยมใช้มากที่สุด 53% เมื่อเทียบกับผู้ใช้ในกลุ่มเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ 29%

สำหรับผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีประสบการณ์การชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดจะชื่นชอบวิธีการนี้ โดยกว่าครึ่งระบุว่า  “มีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานดีเยี่ยม” 47% มีเพียงแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่บอกว่า “ไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้”

อย่างไรก็ตาม จากผลตอบรับจากประสบการณ์การใช้ที่ดีของผู้บริโภค วีซ่าได้ร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรจากหลากหลายสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่าสามารถใช้งานคิวอาร์โค้ดได้อย่างเต็มรูปแบบในต้นปี 2561

“เมื่อต้นปีเราได้มีการเปิดตัว ‘คิวอาร์โค้ดมาตรฐาน’ เพื่อให้ร้านค้าสามารถรับการชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด จากทุกสถาบันได้โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน โซลูชั่นการชำระเงินแบบเต็มรูปแบบที่ยึดเอาผู้ใช้เป็นสำคัญและสามารถใช้งานร่วมกันได้ในทุกแพลตฟอร์มนั้น จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้การชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ด ประสบความสำเร็จในทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคที่มีการเชื่อมต่อสูงไปพร้อมกัน” นายสุริพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นถึง 3 หมวดหมู่หลักๆ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการชำระด้วยคิวอาร์โค้ด คือ การชำระบิลต่างๆ 50% การชำระเงินในร้านสะดวกซื้อ 39% และในร้านขายของชำ 36% ซึ่งทำให้เห็นได้ว่า มีผู้คนส่วนมากพร้อมที่จะชำระเงินด้วยคิวอาร์โค้ดในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ความต้องการในการชำระด้วยคิวอาร์โค้ดยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่จะเป็นที่นิยมนั้น 54% เจาะจงว่าต้องง่ายต่อการใช้งานและขั้นตอนน้อย ขณะที่ 52% ต้องการความความรวดเร็วเพื่อประหยัดเวลา และ 36% ต้องการวิธีการใช้งานที่สนุกและน่าสนใจ และความปลอดภัย 36% ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกใช้การชำระเงินแบบคิวอาร์โค้ด

“แชตบอต”บุกห้าง เสริมงานบริการลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ธ.ค. 2560 เวลา 20:18 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531594

"แชตบอต"บุกห้าง เสริมงานบริการลูกค้า

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ในช่วงใกล้ถึงเทศกาลช็อปปิ้งสิ้นปี บรรดาห้างร้านต่างเร่งออกโปรโมชั่นมากมายเพื่อหวังดึงดูดลูกค้ามาจับจ่ายใช้สอย แต่นอกเหนือจากส่วนลดกระหน่ำสินค้าแล้ว ห้างค้าปลีกบางรายเริ่มนำ “แชตบอต” หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้สนทนากับมนุษย์มาใช้บริการลูกค้าสำหรับช่วงเทศกาลโดยเฉพาะ

แม้ลูกค้ากำลังเดินช็อปปิ้งในห้าง แต่ก็ยังคงค้นหาข้อมูลสินค้าและโปรโมชั่นต่างๆ ผ่านทางสมาร์ทโฟน โดย รีเทลไดรฟ์ บริษัทรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจค้าปลีกของสหรัฐ เปิดเผยว่า ลูกค้าห้างถึง 77% นิยมเสิร์ชหาข้อมูลสินค้าบนอินเทอร์เน็ตระหว่างเดินซื้อของในห้างมากกว่าจะสอบถามพนักงาน ด้วยเหตุนี้ ห้างร้านบางแห่งจึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นและแชตบอตขึ้นมา เพื่อใช้ตอบคำถามลูกค้าได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การนำแชตบอตมาใช้ในห้างร้านปรากฏขึ้นแล้วในสหรัฐ โดยล่าสุด มอลล์ ออฟ อเมริกา ห้างใหญ่ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งมีจำนวนคนเข้าห้างถึง 2 แสนคนในทุกๆ วันเสาร์ จะเปิดบริการแชตบอตสำหรับลูกค้าห้างในช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี้โดยเฉพาะ ซึ่งลูกค้าสามารถถามเกี่ยวกับโปรโมชั่นสินค้าต่างๆ ขอคำแนะนำเรื่องการเลือกของขวัญ รวมถึงสามารถสอบถามตำแหน่งร้านค้า ห้องน้ำ งานอีเวนต์ หรือจุดน่าสนใจภายในห้างได้ด้วยเช่นกัน โดยการใช้บริการแชตบอตดังกล่าวทำได้ผ่านหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ของห้าง แอพพลิเคชั่นบนมือถือ เพจเฟซบุ๊ก และผ่าน อเล็กซา ลำโพงอัจฉริยะของอเมซอน

ทางห้างระบุว่า แชตบอตจะช่วยให้ลูกค้าจัดสรรเวลาในการมาห้างได้ดีขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าที่มาห้างเป็นครั้งแรก แอดวีก นิตยสารที่นำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับธุรกิจโฆษณาของสหรัฐ รายงานว่า ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับแชตบอต ทีมพัฒนาได้เก็บข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับลูกค้าห้าง รวมถึงคำถามที่ลูกค้ามักสอบถามกันบ่อยๆ บนเพจเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์เพื่อให้แชตบอตสามารถตอบคำถามและให้ข้อมูลลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

ไม่เพียงแค่ห้างใหญ่จะสนใจนำแชตบอตมาใช้เท่านั้น ห้างสาขาย่อยๆ ขนาดเล็กกว่าในเครือ ไซม่อน มอลล์ ที่มีสาขาทั่วสหรัฐราว 208 แห่ง เริ่มนำแชตบอตมาใช้ทำหน้าที่พนักงานต้อนรับลูกค้าด้วยเช่นกัน ซึ่งจะคอยให้ข้อมูลและตอบคำถามเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ในห้าง เช่น ตู้เอทีเอ็ม ห้องน้ำ หรือร้านอาหาร

ขณะเดียวกัน แบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะแบรนด์เสื้อผ้า เช่น ลีวายส์ เปิดบริการแชตบอตเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อใช้ช่วยลูกค้าเลือกขนาดกางเกงยีนส์ และรูปแบบกางเกงที่เหมาะกับสไตล์ของลูกค้ามากขึ้น ขณะที่ หลุยส์ วิตตอง เปิดบริการแชตบอตสำหรับช่วยค้นหาสินค้าอย่างรวดเร็วบนเฟซบุุ๊ก

ภาพ เอเอฟพี

เทรนด์ไมโครเผยแฮ็กเกอร์ใช้บิตคอยน์เรียกค่าไถ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ธ.ค. 2560 เวลา 12:07 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531543

เทรนด์ไมโครเผยแฮ็กเกอร์ใช้บิตคอยน์เรียกค่าไถ่

เทรนด์ไมโครเผยแรนซัมแวร์ยังมาแรง แฮ็กเกอร์ใช้บิตคอยน์ในการเรียกค่าไถ่แนะองค์กรควรพร้อมรับมือภัยคุกคามจากเอไอ

นายวุฒิไกร รัตนไมตรีเกียรติ ที่ปรึกษาด้านโซลูชั่น ความปลอดภัยทางไซเบอร์ บริษัท เทรนด์ไมโคร เปิดเผยว่า ปัญหาภัยคุกคามแรนซัมแวร์ในปีที่ผ่านมาที่โต 750% แบบปีต่อปี คาดว่าปีหน้ายังคงโตต่อเนื่องเท่าเดิมแต่รูปแบบจะเปลี่ยนไป โดยแฮ็กเกอร์เลือกใช้บิตคอยน์มาเป็นรูปแบบการจ่ายเงินค่าไถ่เพราะตรวจสอบตัวตนไม่ได้ ทำให้องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือมากขึ้น

ทั้งนี้ รูปแบบของสกุลเงินบิตคอยน์ยังไม่มีกฎหมายรองรับ บริษัทที่โดนแฮ็กเกอร์อาจมีความผิดด้านการซื้อขายสกุลเงิน ควรป้องกันตัวเองก่อนเกิดปัญหาด้วยการสำรองข้อมูลสม่ำเสมอ และวางระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนไอที ส่วนเทรนด์เทคโนโลยีปีหน้าอย่างไอโอที บล็อกเชน เว็บข่าวปลอมบนโซเชียลมีเดียและอีเมลไฟล์เอกสาร เป็นช่องทางหลักที่ภัยคุกคาม

นายเดอริค แมนคี นักกลยุทธ์ความปลอดภัยเครือข่าย บริษัท ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า ในปีหน้าอาชญากรรมไซเบอร์จะใช้ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีเอไอและการทำงานแบบออโตเมชั่น วิธีโจมตีมี 5 ด้าน ได้แก่ 1.ภัยจากการติดตั้งบอตเน็ตและฝูงแมลงเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและฉลาดขึ้น 2.ภัยคุกคามแรนซัมแวร์ เป้าการโจมตีคือผู้ให้บริการระบบคลาวด์และบริการเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่

ขณะที่ 3.เกิดเน็กซ์เจนมอร์ดิกมัลแวร์ที่ทำงานได้หลายรูปแบบ อาทิการใช้เอไอสร้างโค้ดที่มีความซับซ้อน 4.โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมีความเสี่ยงสูง และ 5.ดาร์กเว็บ ขายบริการคุกคามที่ทำงานแบบอัตโนมัติใหม่ๆ

แนะรื้อเกณฑ์ประมูลคลื่นเอื้อรายใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ธ.ค. 2560 เวลา 07:52 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531509

แนะรื้อเกณฑ์ประมูลคลื่นเอื้อรายใหญ่

แนะ กสทช.ทบทวนเกณฑ์ประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ใหม่ หวั่นไม่เพิ่มการแข่งขัน เหตุราคากลางสูง

นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยว่า ต้องการให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ทบทวนหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะเปิดประมูลในปี 2561 ใหม่อีกครั้ง ทั้งด้านการตั้งราคากลาง และการใช้กลไก n-1 ที่กำหนดจำนวนใบอนุญาตที่จะเปิดให้ประมูล ซึ่ง กสทช.ใช้หลักการว่า กรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ มากกว่า 3 ราย จะประมูล 3 ใบอนุญาต กรณีที่มีผู้เข้าร่วมการประมูล 2-3 ราย จะนำใบอนุญาตออกมาประมูลเท่ากับ n-1

ทั้งนี้ การที่ กสทช.ใช้กลไก n-1 เพราะต้องการให้เกิดการแข่งขันด้านราคาในการประมูล เพื่อนำรายได้ส่งเข้ารัฐ ซึ่งตนมองว่าหลักการ n-1 เป็นหลักการที่ดีแต่ไม่ เหมาะสมกับสถานการณ์การประมูลคลื่นความถี่ของไทยในขณะนี้ เนื่องจากราคากลางในการประมูลที่ กสทช. ตั้งไว้มีราคาสูง ทำให้กลไก n-1 ไม่มีผลต่อการแข่งขันในการประมูล เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่เท่านั้นที่สามารถแข่งขันได้ โดยคาดการณ์ว่าการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ กสทช.จะจัดขึ้นในปี 2561 เป็นไปได้ว่าจะมีผู้เข้าประมูลไม่เกิน 3 ราย ทำให้ กสทช.ขาย ใบอนุญาตได้ไม่ถึง 3 ใบตามที่ตั้งไว้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า  กสทช.ขยายระยะเวลารอบสองให้ประชาชนที่ได้รับหนังสือแจ้งสิทธิจากสำนักงาน กสทช. ว่าเป็น ครัวเรือนที่มีสิทธิได้รับคูปองดิจิทัลสามารถนำบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดไปแลกกล่องเซตท็อปบ็อกซ์ได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2561 จากเดิมที่สามารถใช้สิทธิแลกได้แค่วันที่ 31 ธ.ค. 2560 ทั้งนี้ กสทช.ได้แจกคูปองดิจิทัลทีวีไปแล้ว จำนวน 17,555,958 ใบ โดยมียอดคูปองที่ประชาชนนำมาแลกทั้งหมดจนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2560 จำนวน 9,836,038 ใบ คิดเป็น 56.03%

การขยายระยะเวลาดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมายังมีการส่งหนังสือแจ้งสิทธิให้กับประชาชนทราบเป็นจำนวนน้อย ทำให้ไม่รับรู้ถึงสิทธิการได้รับคูปองทีวีดิจิทัลของตนเอง

แฮ็กโสมป่วนบิตคอยน์ดิ่งร่วงเกือบ20%

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ธ.ค. 2560 เวลา 07:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531506

แฮ็กโสมป่วนบิตคอยน์ดิ่งร่วงเกือบ20%

ข่าวร้ายแฮ็กตลาดโสม-สหรัฐสอบบริษัทเงินดิจิทัล ฉุดบิตคอยน์ร่วงแตะ 1.5 หมื่น

รอยเตอร์สรายงานว่า ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงไปแล้วถึงเกือบ 20% จากระดับสูงสุดที่ 19,666 บิต คอยน์/ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. โดยเมื่อวานนี้เพียงวันเดียวปรับตัวลง 10% ไปแตะที่ 15,800 บิตคอยน์/ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนเว็บไซต์บิตแสตมป์ โดยนับเป็น การปรับตัวลงสูงสุดนับตั้งแต่ ตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ชิคาโก (ซีบีโออี) เปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ (ฟิวเจอร์ส) เมื่อ วันที่ 10 ธ.ค.

ราคาบิตคอยน์ปรับตัวลงภายหลังตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ดิจิทัลยูบิตในเกาหลีใต้ ถูกแฮ็กเกอร์เจาะเข้าระบบเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. จนสูญเสียสินทรัพย์ราว 17% ส่งผลให้บริษัทปิดตัวลงและเตรียมยื่นล้มละลาย ในขณะที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ สั่งระงับการซื้อขายหุ้นของบริษัท เดอะ คริปโต ตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันที่ 3 ม.ค. 2018 โดยต้องสงสัยว่ามีการปั่นหุ้น ภายหลังมูลค่าหุ้นปรับตัวขึ้นกว่า 2,700% ภายในเดือนนี้

ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนเริ่มสนใจเงินดิจิทัลสกุลอื่นนอกเหนือจากบิตคอยน์ เนื่องจากมูลค่าตามราคาตลาดยังมีขนาดเล็ก จึงมีแนวโน้มจะเติบโตได้อีก โดย เว็บไซต์คอยน์เบส เปิดเผยว่า เตรียมจะเปิดเทรดบิตคอยน์ แคช ที่แยกออกจากบิตคอยน์ไปก่อนหน้านี้

กสทช.ขยายเวลาให้ประชาชนแลกกล่องทีวีดีจิทัลถึงมี.ค.61

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 20 ธ.ค. 2560 เวลา 18:38 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531399

กสทช.ขยายเวลาให้ประชาชนแลกกล่องทีวีดีจิทัลถึงมี.ค.61

กสทช. ขยายระยะเวลารอบ 2 ให้นำบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดไปแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ได้ถึงวันที่ 31 มี.ค. 61

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงาน กสทช. ขยายระยะเวลารอบ 2 ให้ประชาชนที่ได้รับหนังสือแจ้งสิทธิ์จากสำนักงาน กสทช. ว่าเป็นครัวเรือนที่มีสิทธิ์ได้รับคูปองดิจิตอลที่สามารถนำบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดไปแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ได้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2561 จากเดิมที่สามารถใช้สิทธิ์แลกได้แค่วันที่ 31 ธ.ค. 2560 ตามที่สำนักงาน กสทช. ได้ขยายระยะเวลาการแลกในรอบแรก

ทั้งนี้ เหตุผลที่สำนักงาน กสทช. ขยายระยะเวลาการใช้สิทธิ์รอบ 2 เนื่องจาก ที่ผ่านมาทางบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่เป็นผู้นำส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ให้กับประชาชน ในการส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ดังกล่าวยังถึงมือประชาชนจำนวนน้อย ทำให้ประชาชนไม่รับรู้ถึงสิทธิ์การได้รับคูปองทีวีดิจิตอลของตนเอง แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา กสทช. ได้มีการประชุมร่วมกับตัวแทนจากบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และได้ทำการส่งหนังสือแจ้งสิทธิ์ไปยังประชาชนอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ประชาชนได้รับหนังสือแจ้งสิทธิ์ดังกล่าวแล้ว ทำให้มีความตื่นตัว ที่จะมาใช้สิทธิ์แลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์เพิ่มขึ้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทีวีดิจิตอล ก่อนที่จะมีการยุติทีวีแอนะล็อก  สำนักงาน กสทช. จึงได้ขยายระยะเวลาในการใช้สิทธิ์ออกไปอีก 3 เดือน

นายฐากร กล่าวว่า การขยายระยะเวลาการใช้สิทธิ์รอบ 2 นี้เฉพาะครัวเรือน 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.ครัวเรือนที่ได้รับสิทธิ์แจกคูปองครั้งแรก แต่ไม่ได้รับคูปองดังกล่าว (เฉพาะที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ส่งคืนสำนักงาน กสทช.) 2.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านและมีเจ้าบ้านซึ่งมีขึ้นหลังวันที่ 16 ก.ย. 2557 3.ครัวเรือนที่ไม่ทะเบียนบ้านและมีผู้อยู่อาศัยแต่ไม่มีเจ้าบ้าน และ 4.ครัวเรือนที่มีทะเบียนบ้านชั่วคราวและมีเจ้าบ้าน

ข้อมูลจากสำนักงาน กสทช. พบว่า จำนวนคูปองดิจิตอลทีวีทั้งหมดที่สำนักงาน กสทช. แจกออกไปตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบันมีจำนวน 17,555,958 ใบ ยอดคูปองที่ประชาชนนำมาแลกทั้งหมดจนถึงวันที่ 19 ธ.ค. 2560 มีจำนวน 9,836,038 ใบ คิดเป็น 56.03%

“การขยายระยะเวลาการใช้สิทธิ์ครั้งนี้เป็นการขยายระยะเวลาครั้งสุดท้าย โดยจะขยายระยะเวลาการใช้สิทธิ์ออกไปอีก 3 เดือน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสแลกคูปองทีวีดิจิตอลโดยนำบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดไปใช้สิทธิ์ ณ จุดบริการที่เข้าร่วมโครงการ หรือจะใช้บริการลงทะเบียนแบบเลือกรุ่นกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่ออกให้ถึงที่พักอาศัยของประชาชน โดยสามารถเลือกยี่ห้อหรือรุ่นและนำกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์กลับบ้านได้ทันที หรือนำไปใช้เป็นส่วนลดในการซื้อทีวีดิจิตอล” นายฐากร กล่าว

ญี่ปุ่นลั่นยังไม่ยอมรับ “บิตคอยน์” เป็นสกุลเงินน่าเชื่อถือ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 19 ธ.ค. 2560 เวลา 12:38 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531152

ญี่ปุ่นลั่นยังไม่ยอมรับ "บิตคอยน์" เป็นสกุลเงินน่าเชื่อถือ

ญี่ปุ่นยังไม่ยอมรับให้สกุลเงินดิจิทัล “บิตคอยน์” เป็นสกุลเงินที่น่าเชื่อถือ ชี้ในญี่ปุ่นสกุลเงินเยนยังได้รับความนิยมสูงสุด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายทาโร่ อาโสะ รมว.การคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นยังไม่ยอมรับให้สกุลเงินดิจิทัลบิตคอยน์เป็นสกุลเงินที่น่าเชื่อถือ แต่ทางการญี่ปุ่นจะคอยจับตาดูพัฒนาการของสกุลเงินดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

“สกุลเงินบิตคอยน์ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงพอที่จะใช้เป็นสกุลเงินที่สามารถซื้อขายสินค้าหลักๆได้ ซึ่งทางการญี่ปุ่นต้องรอดูไปอีกระยะหนึ่ง” รมว.การคลังของญี่ปุ่นระบุ

เขายังยืนยันอีกว่า แม้บิตคอยน์จะได้รับความนิยมในหลายประเทศ แต่ในญี่ปุ่น สกุลเงินเยนยังคงได้รับความนิยมมากที่สุด

ก่อนหน้านี้ นายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของฝรั่งเศส เปิดเผยว่า ฝรั่งเศสจะเสนอให้กลุ่ม จี20 หารือเกี่ยวกับกฎระเบียบเพื่อควบคุมบิตคอยน์ในปีหน้า เนื่องจากความเสี่ยงจากการเก็งกำไรนั้นมีความชัดเจน

รายงานข่าวระบุว่า บิตคอยน์ พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดครั้งใหม่เหนือระดับ 17,750 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา แม้จะมีหลายฝ่ายออกมาเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากความผันผวน และภาวะฟองสบู่ ในการเก็งกำไร

ชงคสช.เคาะขยายชำระเงิน งวด4คลื่น900เมกะเฮิรตซ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 19 ธ.ค. 2560 เวลา 08:26 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/531114

ชงคสช.เคาะขยายชำระเงิน งวด4คลื่น900เมกะเฮิรตซ์

บอร์ด กสทช. ชง คสช.เคาะร่างคำร้องทรู-เอไอเอส ขอขยายชำระค่าประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ งวด 4 ออกไป 5 งวด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 ธ.ค. 2560 คณะกรรมการ (บอร์ด) กสทช. จะประชุมเพื่อพิจารณาคำร้องกรณี บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค  (AWN) หรือเอไอเอส และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น หรือทรู ยื่นหนังสือแก่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขอขยายงวดการชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ในงวดที่ 4 ซึ่งเป็นการชำระในงวดสุดท้าย โดยจะครบกำหนดชำระในปี 2562 แบ่งเป็นการชำระเพิ่มอีก 5 งวด ทำให้จากเดิมที่ต้องชำระการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 4 งวด กลายเป็นการชำระทั้งหมด 8 งวด

“เดิมทั้งเอกชนสองรายได้ยื่นหนังสือมายัง คสช. และ คสช.ได้ส่งมายัง กสทช. เพื่อขอความเห็นในเรื่องดังกล่าว ซึ่ง กสทช.จะยกร่างคำร้องนำเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดในวันที่ 27 ธ.ค. ก่อนนำเสนอ คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานต่อไป โดยจะขยายงวดชำระการประมูลคลื่นให้ แต่ยังไม่ยืนยันว่าจะขยายได้ถึง 5 งวดหรือไม่” นายฐากร กล่าว

สำหรับการชำระค่าประมูลในงวดที่ 4 เอไอเอสมียอดชำระเหลือมูลค่า 5.95 หมื่นล้านบาท และทรูมียอดชำระเหลือมูลค่า 6.02 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเมื่อขยายออกเป็น 5 งวด ทำให้ทรูและเอไอเอสสามารถชำระค่าประมูลคลื่นเฉลี่ยงวดละ 1.2 หมื่นล้านบาท ทำให้ลดภาระในการดำเนินธุรกิจของทั้งสองบริษัท แต่การขยายงวดชำระให้เอกชนในงวดที่ 4 ใช่ว่ารัฐบาลจะเสียประโยชน์ทั้งหมด เพราะยังมีอัตราดอกเบี้ยที่ผู้ให้บริการ (โอเปอเรเตอร์) ต้องชำระ และยังทำให้โอเปอเรเตอร์มีเงินทุนขยายโครงข่ายให้ครอบคลุมการบริการมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ เมื่อปี 2558-2559 เอไอเอสชนะราคาประมูล 7.56 หมื่นล้านบาท โดยเอไอเอสชำระค่างวดแล้ว 3 งวด เหลืองวด 4 และทรูชนะมูลค่า 7.62 หมื่นล้านบาท ซึ่งทรูชำระค่างวดแล้ว 2 งวด เหลืองวด 3 และงวด 4

บรรยายภาพ – ประชาพิจารณ์ : พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ที่ 2 จากซ้าย) และฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ที่ 2 จากขวา) ร่วมแถลงข่าวประชาพิจารณ์ประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ