แท็บเล็ตดิจิทัลรุ่นใหม่ เนื้อสัมผัสแบบ ‘กระดาษ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 13:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/528092

แท็บเล็ตดิจิทัลรุ่นใหม่ เนื้อสัมผัสแบบ ‘กระดาษ’

แท็บเล็ตดิจิตอลที่ถูกออกหน้าจอให้มีเนื้อสัมผัสเหมือนกับกระดาษ ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ยังชื่นชอบเสน่ห์ของการเขียน-อ่านหนังสือพิมพ์ด้วยน้ำหมึก

อารมณ์กระดาษที่หลายคนถวิลหา เพราะความเคยชินกับกระดาษทั้งการอ่านและการเขียน ก่อนที่หน้าจอสัมผัสแบบกระจกจะเข้าครอบครองโลก เริ่มตั้งแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ที่สามารถแทนที่และลดการใช้กระดาษลงไปอย่างมากมาย แต่ก็มีผู้คนมากมายที่อยากได้ความรู้สึกแบบผิวสัมผัสที่เหมือนกระดาษผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ด้วยความเคยชิน

ความต้องการเหล่านี้กำลังถูกเติมเต็ม ด้วยรีมาร์กาเบิล (reMarkable) อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายแท็บเล็ต แต่มีรูปร่างหน้าตาและผิวสัมผัสเหมือนกับ “กระดาษ” ไม่มีผิดเพี้ยน

ทางด้านผู้ผลิตรีมาร์กาเบิล ได้อธิบายว่า เห็นหน้าตาคล้ายกับแท็บเล็ตทั่วไปแบบนี้ แต่มันไม่ใช่แท็บเล็ตอย่างแน่นอนเพราะนอกจากการอ่านและเขียนแล้ว เจ้ารีมาร์กาเบิลไม่สามารถติดตั้งแอพพลิเคชั่น ดูวิดีโอ หรือถ่ายรูปได้ มันเพียงแต่มีไว้เพื่อผู้ใช้งานที่ต้องการอ่าน เขียน หรือสเกตช์์ลงไปบนผิวของจอแสดงผลที่คล้ายกับเนื้อกระดาษเท่านั้น

โดยหน้าจอของรีมาร์กาเบิล ขนาด 10.3 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับสมุดโน้ตมาตรฐาน ที่มีเนื้อสัมผัสราวกับกระดาษอุ่นๆ จะแสดงผลลัพธ์เป็นสีโมโนโทนขาว-ดำ ดูสบายตา ด้วยเทคโนโลยีจอแสดงผลแบบอัลตร้า ไฮ ฟริคชั่น ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเอาวัสดุพิเศษรวมเข้าไปในหน้าจอ จึงช่วยลดการสะท้อนแสง ต่างจากหน้าจอของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป อีกทั้งยังสามารถตอบรับน้ำหนักในการขีดเขียนได้สมจริง และมีรีเฟรช เรต ที่ต่ำมาก ทำให้ทุกครั้งที่ผู้ใช้งานจรดดินสอลงไปนั้น ได้ความรู้สึกคล้ายกับการเขียนด้วยน้ำหมึกลงบนกระดาษอย่างแท้จริง

สำหรับคุณสมบัติทั่วไป ตัวเครื่องรีมาร์กาเบิลมีขนาดประมาณ 7×10 นิ้ว มีความหนา 0.5 นิ้ว และมีน้ำหนักเบาเพียงแค่ 350 กรัมเท่านั้น อีกทั้งตัวเครื่องยังไม่มีส่วนประกอบที่ผลิตจากแก้ว ผู้ใช้งานจึงวางใจได้เลยว่าไม่ต้องกลัวทำแตกอย่างแน่นอน ตัวเครื่องมีพื้นที่เก็บข้อมูลภายใน 8 กิกะไบต์ ใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ รองรับการอ่านเอกสารแบบพีดีเอฟ และอีพับ  และสามารถเชื่อมต่อการสำรองข้อมูลระบบคลาวด์ ผ่านการเชื่อมต่อไว-ไฟได้อีกด้วย

ถึงแม้จะไม่สามารถลงแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมได้ แต่ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อรีมาร์กาเบิลกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ รวมถึงการไลฟ์สตรีมกับเครื่องคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปก็สามารถทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่ารีมาร์กาเบิลถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มเป้าหมายที่ยังชื่นชอบการอ่านหนังสือ หรือกลุ่มนักออกแบบ นักเขียน ที่ยังชอบเสน่ห์ของการใช้กระดาษอยู่ เพราะจอแบบอีอิงค์ ความละเอียดสูงตอบสนองปากกาได้แบบทันทีเหมือนเวลาเห็นภาพที่เกิดจากการเขียนลงแผ่นกระดาษจริงๆ

ใครที่ถูกใจในความสร้างสรรค์ของผลิตภัณฑ์ละก็ ราคาเปิดตัวของรีมาร์กาเบิล หรือเปเปอร์ แท็บเล็ตนั้น อยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2 หมื่นบาท โดยมาพร้อมกับมาร์กเกอร์ มาร์กเกอร์ทิปส์ และสายสำหรับต่อพ่วงอุปกรณ์ หรือชาร์จแบตเตอรี่ สมใจคนรักอารมณ์กระดาษ ความรู้สึกที่สัมผัสได้ในแบบกระดาษด้วยระบบดิจิทัลเสียที

“Brain Implant” อนาคตใหม่หยุดการฆ่าตัวตาย?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 11:51 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/528075

"Brain Implant" อนาคตใหม่หยุดการฆ่าตัวตาย?

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

นับตั้งแต่ที่ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังอย่างเทสลา ประกาศตั้งบริษัท Neuralink เพื่อคิดค้นวิธีการเชื่อมสมองมนุษย์เข้ากับปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงการฝังชิปเข้าไปในสมองมนุษย์ที่เรียกว่า “Brain Implant” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของสมองและสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่ออัพโหลดข้อมูลสำคัญๆ เข้าไปเพิ่มเติมได้ หลายฝ่ายต่างหยิบยกประเด็นการสร้างสมองกลอัจฉริยะ เพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์ให้ทัดเทียมกับเอไอขึ้นมาถกเถียงกันเป็นระยะ

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นดังกล่าวกลับมาได้รับความสนใจจากทั่วโลกอีกครั้ง เมื่อหน่วยงานโครงการวิจัยขั้นสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ทดลอง Brain Implant ซึ่งควบคุมและสั่งการโดยเอไอเป็นครั้งแรกกับมนุษย์

ทางหน่วยงานระบุว่า โครงการดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาทหารและอดีตทหารผ่านศึกที่ต้องทนทรมานกับโรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง หรือ PTSD โดยทหารที่มีอาการ PTSD 20% เคยผ่านสมรภูมิรบในอิรักและอัฟกานิสถานมาก่อน และมีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากกว่าคนปกติ

สำหรับการทดลอง Brain Implant นั้น ทีมวิจัยจะใช้ชิปอัจฉริยะสั่งให้อัลกอริทึมเอไอตรวจจับรูปแบบการทำงานของสมองที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติทางอารมณ์ โดยเมื่อตรวจพบชิปดังกล่าวจะปล่อยคลื่นไฟฟ้ากระตุ้นให้สมองกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งทีมวิจัยพบว่าการปล่อยคลื่นไฟฟ้าไปยังสมองส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจและอารมณ์ ช่วยให้ผู้เข้ารับการทดลองสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นมาก

ด้าน เดอะ เนเจอร์ วารสารวิทยาศาสตร์สหรัฐ รายงานว่า ทางหน่วยงานทำการทดลองดังกล่าวกับทหาร 6 ราย ที่มีอาการลมชัก และก่อนหน้านี้ได้รับการฝังขั้วไฟฟ้าในสมองไว้แล้วเพื่อควบคุมการกำเริบของโรค

“ความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับการทดลองครั้งนี้คือ นี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำมาใช้กับสมองมนุษย์ ซึ่งเปรียบเสมือนการเปิดประตูสู่โลกของสมอง ทำให้เราได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” เอ็ดเวิร์ด ชาง นักประสาทวิทยา หนึ่งในทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลฟอร์เนีย เปิดเผยกับเดอะ เนเจอร์

แม้ว่าการทดลองดังกล่าวจะน่าตื่นเต้นมากเพียงใดก็ตาม แต่ก็ได้สร้างความวิตกเกี่ยวกับประเด็นจริยธรรมขึ้น จากการที่นักวิจัยสามารถเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกส่วนลึกของผู้เข้ารับการทดลองได้ รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับขอบเขตการนำ Brain Implant ไปใช้จริงในอนาคต

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนระบุว่า การทดลองดังกล่าวอาจยังมีจุดอ่อนอยู่ เนื่องจากการทดลองใช้คลื่นไฟฟ้ากระตุ้นสมองในช่วงที่ผ่านมาก่อให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง โดยดอกเตอร์อดัม เฮนส์ชเกอ นักจริยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า จากผลการทดลองการปล่อยคลื่นไฟฟ้า ผู้เข้ารับการทดลองมีอาการพูดจาติดขัด มีภาวะหลงลืม โดยบางรายมีอาการซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวนมากกว่าเดิม

แม้ทดลองดังกล่าวยังไม่พร้อมใช้สำหรับแก้ไขปัญหา PTSD รวมไปถึงอาการซึมเศร้าที่เกี่ยวข้อง แต่เฮนส์ชเกอ ระบุว่า Brain Implant อาจนำไปใช้รักษาโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคพาร์กินสัน

ภาพ เอเอฟพี

นักวิชาการชี้ลงทะเบียนซิม ไม่ช่วยลดปัญหาก่อการร้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 30 พ.ย. 2560 เวลา 06:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527944

นักวิชาการชี้ลงทะเบียนซิม ไม่ช่วยลดปัญหาก่อการร้าย

นักวิชาการด้านโทรคมนาคม มองลงทะเบียนซิมการ์ดไทยไร้ผล ชี้สิ้นเปลืองใช่เหตุ

แหล่งข่าวจากผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า รูปแบบการลงทะเบียนที่หน่วยงานภาครัฐบังคับให้จุดจำหน่ายซิมการ์ดต้องถ่ายรูป และส่งข้อมูลเบื้องต้นนั้น มีเพียงบางจุดจำหน่าย และพบร้านค้ารายย่อยส่งข้อมูลที่ผิดพลาดกลับมา สะท้อนถึงความไม่สำเร็จของการลงทะเบียนซิมการ์ดตามที่ กสทช.หวังไว้

ดังนั้น การออกมาตรการให้สแกนลายนิ้วมือและจดจำใบหน้านั้น ตัวอุปกรณ์ตรวจสอบต้องได้รับมาตรฐานเดียวกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นต้นทุนที่สูงของโอเปอเรเตอร์และ กสทช. เองก็ไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่เหมาะสมได้ ทำให้มีความเป็นไปได้ยาก และมีความผิดพลาดในการส่งข้อมูลค่อนข้างสูง หากไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญการลงทะเบียนทำ

“หลายประเทศได้ยกเลิกการยืนยันตัวตนไปแล้ว โดยใช้วิธีสร้างแรงจูงใจให้โอเปอเรเตอร์ในประเทศทำข้อตกลง ร่วมกันในเรื่องของลายเซ็นในโทรศัพท์มือถือ เพื่อเชื่อมโยงกับเจ้าของและนำไปสู่การบริการข้ามเครือข่ายที่เป็นบริการเสริมและการใช้จ่ายผ่านมือถือ ซึ่งจะช่วยในเรื่องความปลอดภัยและตรวจสอบได้ดีกว่าการลงทะเบียนซิมเพียงอย่างเดียว” แหล่งข่าวเปิดเผย

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส แสดงความคิดในกรณีนี้ว่า กรณี กสทช.ให้ผู้ประกอบการเริ่มจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการด้วยวิธีอัตลักษณ์นั้น ทางบริษัทยินดีปฏิบัติตามกฎและกติกาที่ กสทช.ประกาศมาโดยตลอด

ทั้งนี้ บริษัทมองว่านับเป็นเรื่องดีที่ กสทช.ออกกฎให้ประชาชนลงทะเบียนซิมเพื่อแสดงอัตลักษณ์ เนื่องจากในปัจจุบันมีการปลอมแปลงการใช้ซิมการ์ด โดยที่เจ้าของเบอร์หรือผู้ใช้บริการไม่ทราบ และยังดีต่อผู้ประกอบการในการจัดสรร เลขหมายด้วย

‘บิตคอยน์’ผงาดทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 29 พ.ย. 2560 เวลา 07:22 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527829

'บิตคอยน์'ผงาดทั่วโลก

ธนาคารใหญ่เกาหลีใต้เตรียมเปิดบริการเงินดิจิทัล ด้าน บิตคอยน์พุ่งต่อใกล้แตะหมื่นดอลลาร์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลที่มีการซื้อขายมากที่สุดในตลาด มีแนวโน้มได้รับการยอมรับมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เนื่องจากสถาบันการเงินจำนวนมากขึ้นเริ่มเปิดรับบิตคอยน์ โดยล่าสุด ธนาคารชินฮันแบงก์ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของเกาหลีใต้จะเตรียมเปิดบริการระบบเก็บข้อมูลและบิตคอยน์ วอลเล็ต เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเก็บรักษาบิตคอยน์ในระบบ

ชินฮันแบงก์ระบุว่า กำลังอยู่ระหว่างคัดเลือกบริษัทมาร่วมทดสอบระบบ ดังกล่าว ซึ่งหากได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาล จะเริ่มเปิดบริการใหม่ราวกลางปี 2018 ขณะที่บริษัทยังมีแผนพัฒนาแอพพลิเคชั่น บนสมาร์ทโฟนสำหรับใช้บริการบิต คอยน์ วอลเล็ต และเครื่องมือวิจัยทางสถิติต่างๆ ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของชินฮันแบงก์เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า บิตฮัมบ์ แพลตฟอร์มซื้อขายเงินดิจิทัลรายใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ถูกเจาะข้อมูลผู้ใช้ 3 หมื่นราย เมื่อเดือน มิ.ย. ซึ่งทำให้ต้องจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมแก่ผู้ใช้กลุ่มดังกล่าว 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32 ล้านบาท) โดยบลูมเบิร์กระบุว่า ขณะนี้ตลาดเงินดิจิทัลของเกาหลีใต้มีมูลค่าติดอันดับต้นๆ ของโลก อยู่ที่ราว 275 ล้านล้านวอน (ราว 8.30 ล้านล้านบาท)

ด้าน ปาร์กนกซอน นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอ็นเอช อินเวสต์ เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตี้ส์ เปิดเผยว่า หากในอนาคตมีการเปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ในเกาหลีใต้ ดีมานด์เงินดิจิทัลจะยิ่งสูงขึ้น เพราะการกระทำ ดังกล่าวจะช่วยยกสถานะของบิตคอยน์

ก่อนหน้านี้ ซีเอ็มอี กรุ๊ป บริษัทให้บริการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์รายใหญ่ของโลกจากสหรัฐ เปิดเผยว่า จะเริ่มเปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ในไตรมาส 4 ปี 2017 ขณะที่ตลาดซื้อขายตราสารอนุพันธ์ชิคาโก (ซีบีโออี) คู่แข่งของซีเอ็มอี เปิดเผยเมื่อเดือน ส.ค.ว่า บริษัทวางแผนเปิดการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าบิตคอยน์ในปี 2018

สำหรับในวันที่ 28 พ.ย. บลูมเบิร์กระบุว่า มูลค่าบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นไปอยู่ที่ 9,887.33 ดอลลาร์/บิตคอยน์ ในการซื้อขาย เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้าที่ 9,747 ดอลลาร์ ใกล้แตะ 1 หมื่นดอลลาร์

กสทช.เผย 1 เดือนมีคนขึ้นทะเบียนโดรนแล้ว 5,280 เครื่อง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 18:49 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527720

กสทช.เผย 1 เดือนมีคนขึ้นทะเบียนโดรนแล้ว 5,280 เครื่อง

เลขาธิการ กสทช. เผยยอดขึ้นทะเบียนโดรนทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.- 28 พ.ย. 60 มีจำนวนทั้งสิ้น 5,280 เครื่อง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ข้อมูลจากการลงทะเบียนโดรนที่สำนักงาน กสทช. ทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค พบว่า ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. – 28 พ.ย. 2560 มีผู้มาขึ้นทะเบียนโดรนทั้งหมด 5,280 เครื่อง แยกเป็น ขึ้นทะเบียนในส่วนกลาง 2,344 เครื่อง ขึ้นทะเบียนในส่วนภูมิภาค 2,936 เครื่อง

นอกจากนี้ข้อมูลจาก Call Center 1200 สำนักงาน กสทช. พบว่ามีผู้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนโดรนทั้งหมด 1,470 สาย เป็นสายสอบถามเข้ามาจากส่วนกลางทั้งหมด

บิตคอยน์พุ่งจ่อทะลุ1หมื่นเงินดิจิทัลโต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 07:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527624

บิตคอยน์พุ่งจ่อทะลุ1หมื่นเงินดิจิทัลโต

บิตคอยน์มุ่งสู่ 1 หมื่นดอลลาร์ หลังสถาบันแห่ลงทุน ส่งตลาดเงินดิจิทัลขยายตัว

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บิตคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลชื่อดัง ปรับตัวเพิ่มขึ้นผ่านหลัก 9,500 ดอลลาร์สหรัฐ/บิตคอยน์ ในการซื้อขายระหว่างวันเมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสามารถขึ้นไปมากกว่า 9,747 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดระหว่างวัน ซึ่งเป็นการทำสถิติใหม่ ขณะที่ยังขึ้นมาแล้ว 45% ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

โทมัส กลัคสมันน์ หัวหน้าฝ่ายการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของเกตคอยน์ เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของสกุลดิจิทัลดังกล่าวเป็นผลมาจากการเข้ามาลงทุนของบรรดานักลงทุนสถาบัน และอาจทำให้ บิตคอยน์ปรับขึ้นผ่านระดับจิตวิทยาที่ 1 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งจะยิ่งดึงดูดนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นอีก

ขณะเดียวกัน อีเธอเรียม อีกหนึ่งสกุลเงินดิจิทัล ปรับเพิ่มขึ้นทำสถิติที่ 485 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าอาจจะทะลุเกิน 500 ดอลลาร์ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ คอยน์มาร์เก็ตแคป เว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลสกุลเงินดิจิทัล ระบุ ว่า ความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวส่งผลให้ ตลาดเงินดิจิทัลมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 9.9 ล้านล้านบาท) ซึ่งบิตคอยน์คิดเป็น 1.58 แสนล้านดอลลาร์ (ราว 5.2 ล้านล้านบาท) จากมูลค่าทั้งหมดดังกล่าว

เกาหลีใต้-อังกฤษสอบ”กูเกิล”แอบเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ขอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 27 พ.ย. 2560 เวลา 07:28 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527469

เกาหลีใต้-อังกฤษสอบ"กูเกิล"แอบเก็บข้อมูลผู้ใช้โดยไม่ขอ

เกาหลีใต้-อังกฤษ ตรวจสอบกูเกิลแอบเก็บข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้โดยไม่ขอ ชี้ทำมานานตั้งแต่เดือน ม.ค.

คณะกรรมาธิการการสื่อสารแห่งชาติเกาหลีใต้ (เคซีซี) เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นมันนี่ว่า ได้เรียกตัวแทนของกูเกิล ผู้ให้บริการเสิร์ชเอนจิ้นชื่อดังจากสหรัฐ เข้าชี้แจงกรณีที่กูเกิลเก็บข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้ผ่านโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ แม้ผู้ใช้จะไม่ได้เปิดใช้บริการระบุที่อยู่หรือโลเกชั่นเซอร์วิสก็ตาม

การเปิดเผยดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสำนักข่าวควอร์ตซ์ รายงานว่า โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เก็บข้อมูลจากเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ใกล้เคียง โดยข้อมูลดังกล่าวรวมไปถึงหมายเลขเซลล์ไอดี (Cell ID) ซึ่งสามารถใช้ระบุที่อยู่ของผู้ใช้โทรศัพท์ได้ และส่งไปยังกูเกิลมานานเกือบ 1 ปีแล้ว

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมาธิการข่าวสารของอังกฤษ เปิดเผยว่า กำลังตรวจสอบระบบติดตามของกูเกิลตามที่มีรายงานมา และกำลังติดต่อกับกูเกิลเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว

ด้านกูเกิล ชี้แจงว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลที่อยู่ผู้ใช้เป็นไปเพื่อใช้ในการยกระดับระบบแจ้งเตือนและการส่งข้อความ โดยเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และจะยุติในเดือน พ.ย.นี้ ซึ่งกูเกิลจะกำจัดข้อมูลทั้งหมดในทันที ขณะที่กูเกิลได้อัพเดทระบบปฏิบัติการเพื่อไม่ให้รวบรวมข้อมูลเซลล์ไอดีของผู้ใช้แล้ว

ภาพ เอเอฟพี

กสทช.จัดประมูลเลขสวยครั้งที่3 ได้เงินเข้ารัฐกว่า46ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 26 พ.ย. 2560 เวลา 14:21 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527362

กสทช.จัดประมูลเลขสวยครั้งที่3 ได้เงินเข้ารัฐกว่า46ล้าน

สำนักงาน กสทช. เปิดประมูลเลขสวยครั้งที่ 3 ของปีนี้ เงินประมูลทะลุกว่า 46 ล้านบาท เผยเลขแพงสุด 4.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กล่าวว่า ผลการประมูลเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็นเลขหมายสวย ครั้งที่ 3/2560 จำนวน 95 เลขหมาย มีผู้สนใจประมูลเลขหมายรวมทั้งสิ้น 36 เลขหมาย คิดเป็นเงินที่ได้จากการประมูลรวม 46,367,219 บาท

รายได้จากการประมูลหลังหักค่าใช้จ่าย สำนักงาน กสทช. จะนำส่งเป็นรายได้ของแผ่นดิน

สำหรับเลขหมายที่มีการประมูลราคาสูงสุดในวันนี้ กลุ่ม 7 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 3 ล้านบาท ได้แก่ เลขหมาย 096-9999999 ในราคาชนะประมูล 4,504,444 บาท

สำหรับกลุ่ม 6 ตัวเหมือน ราคาตั้งต้น 500,000 บาท มีผู้เสนอราคาเลขหมาย 099-6999999 สูงสุดในราคา 3,015,000 บาท โดยเป็นเลขหมายที่มีการแข่งขันการประมูลสูงสุดจำนวน 150 ครั้ง และกลุ่มเลขหมาย 4 ตัวเหมือนติดกัน 2 ชุด ราคาตั้งต้น  500,000 บาท มีผู้เสนอราคาเลขหมาย 099-9995555 สูงสุดในราคา 1,530,000 บาท

คิดดีพาส แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 พ.ย. 2560 เวลา 15:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527226

คิดดีพาส แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

KIDDEEPASS (คิดดีพาส) แอปพลิเคชั่นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ที่คัดสรรวัตถุดิบแห่งการเรียนรู้สำหรับลูกน้อยไว้อย่างครบวงจร

นำโดย ณกุล ยุคล ณ อยุธยา ผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท คิดดีพาส จำกัด จัดงานเปิดตัว KIDDEEPASS (คิดดีพาส) แอปพลิเคชั่นเพื่อการเรียนรู้ภายใต้คอนเซปต์ “แอปพลิเคชั่นเดียวครบทุกประสบการณ์เรียนรู้” พร้อมเสริมสร้างพัฒนาการให้กับลูกน้อยเติบโตอย่างสมวัย

ภายในงานถูกเนรมิตให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความสนุกที่เต็มไปด้วยกิจกรรมเสริมทักษะและพัฒนาการของเด็กและครอบครัว จากพันธมิตรเครือข่ายของ KIDDEEPASS งานนี้มีเหล่าครอบครัวคนบันเทิง อาทิ ครอบครัวพระเอกตลอดกาล ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ที่พาลูกชายคนโต น้องเต้นท์ และภรรยาพีช – สัตมน ที่อุ้มท้องลูกคนที่สองมาร่วมงาน, ครอบครัว โอปอล์-ปาณิสรา อารยะสกุล พร้อมด้วยลูกสาวลูกชายฝาแฝด น้องอลิน น้องอลัน และครอบครัว เอ็ม – อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล ที่มาพร้อมภรรยา มิลค์-บุสกร และลูกสาวฝาแฝด น้องฌานา และน้องฌารีณ มาร่วมงานและร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเลี้ยงลูกในแบบฉบับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ โดยมี ซี-ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ รับหน้าที่พิธีกร ณ ควอเทียร์ วอเตอร์ การ์เดน ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์

KIDDEEPASS (คิดดีพาส) ขอเชิญทุกท่านก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งการเรียนรู้ของลูกน้อยได้แล้ววันนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น KIDDEEPASS ฟรีได้ทั้งในระบบแอนดรอยด์และไอโอเอส หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.KIDDEEPASS.com

นักสร้างสรรค์นวัตกรรมวัยใส กุลณัฏฐ์ โตวิกกัย + จ้าวไหม ตั้งศิริพัฒน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 พ.ย. 2560 เวลา 11:33 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/527191

นักสร้างสรรค์นวัตกรรมวัยใส กุลณัฏฐ์ โตวิกกัย + จ้าวไหม ตั้งศิริพัฒน์

โดย วรธาร

เห็นสาวน้อยวัยใสนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ด.ญ.กุลณัฏฐ์ โตวิกกัย (น้องชิลลิ่ง) และ ด.ญ.จ้าวไหม ตั้งศิริพัฒน์ ได้รับเชิญขึ้นเป็นสปีกเกอร์นำเสนอผลงานการประดิษฐ์แปรงลบกระดานไร้ฝุ่นและกระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะ ในงาน TEDxChulalongkornU ปีที่ 3

ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Strive Forward : The World is Changing, Are You? โดยเหล่าคณาจารย์และนิสิตจิตอาสาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วันนั้น สร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังทั่วทั้งโรงละคร

ทั้งคู่ขึ้นเวทีมาพร้อมผลงานประดิษฐ์ทั้งสองชิ้น นำเสนอข้อมูลสองผลงานต่อหน้าผู้ชมเต็มโรงละคร ด้วยทั้งลีลา น้ำเสียง จังหวะจะโคน ที่ชวนฟังและน่าติดตามได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมสนั่นทั้งโรงละคร

แน่นอน ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน เรียนโรงเรียนเดียวกัน ชั้นเดียวกันแต่คนละห้อง และอยู่ทีมเดียวกันในการประดิษฐ์กระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะ

 ก่อนพูดถึงความสัมพันธ์ของสองนักประดิษฐ์วัยใส อยากให้ไปรู้จักกับผลงานสิ่งประดิษฐ์ทั้งสองชิ้นนี้ ที่กล้าการันตีได้เลยว่าของเขาดีจริงและไม่ธรรมดา ทั้งคุณภาพการออกแบบและการใช้งาน

 ไม่อย่างนั้นคงไม่ไปคว้ารางวัลเหรียญทองในงานประกวดนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ ณ กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และเหรียญเงินที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้แน่ๆ

ที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือทีมประดิษฐ์ผลงานดังกล่าว โดยเฉพาะในส่วนของกระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะนั้น ไม่ใช่มีแค่เธอสองคนเท่านั้น แต่ยังมีเพื่อนในทีมอีกสองคนร่วมกันสร้างสรรค์ด้วยกันก็คือ ด.ญ.สุพิชญาณ์ เหมรัญช์โรจน์ และ ด.ช.กร เหมรัญช์โรจน์ ซึ่งเป็นพี่น้องกันและเก่งกาจทั้งคู่ คนพี่อยู่ ม.1 คนน้องอยู่ ป.6

ชิลลิ่ง และ จ้าวไหม ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะว่า ได้รับการออกแบบทั้งหมด 3 ส่วนคือ ส่วนของกระเป๋า เปลสนาม และรถเข็น

เริ่มจากกระเป๋าพวกเธอและเพื่อนอีกสองคนได้ออกแบบพิเศษ มีการจัดอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลอย่างเป็นระบบ ใช้งานได้ง่าย มีทั้งส่วนที่ใช้ในการปฐมพยาบาลแผลสด แผลฟกช้ำ ยาสามัญประจำบ้าน

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพจร ความดันโลหิต ออกซิเจนในเลือด ตู้เย็นขนาดพกพาสำหรับแช่เจลเย็น หรือยาที่ต้องแช่เย็นและเครื่องฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทำแผลด้วยแสงยูวี เพื่อให้มั่นใจว่าสะอาด ปลอดเชื้อ

 ขณะที่วิธีปฐมพยาบาลก็อย่างง่าย เพราะมีรูปภาพให้ดูเพื่อให้ผู้ที่ไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์สามารถทำการปฐมพยาบาลได้ ไฟฟ้าที่ใช้ก็สามารถชาร์จไฟบ้านหรือจากโซลาร์เซลล์ก็ได้ สะดวกแก่การนำไปใช้งานภาคสนาม ส่วนเปลสนามและรถเข็นสามารถเปิดออกมาใช้งานได้ในกรณีที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ

“ตอนประกวดที่เจนีวาช่วง เม.ย.ปีนี้เป็นกระเป๋าปฐมพยาบาลสำหรับนักกีฬา เนื่องจากพวกหนูทั้งสี่คนเป็นนักกีฬาของโรงเรียน แต่พอไปแข่งที่กรุงโซล พวกหนูเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายมาเป็นผู้สูงอายุ เพราะเห็นว่าหลายประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและประเทศไทยก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุสมบูรณ์ในปี 2568 จึงเน้นไปที่ผู้สูงอายุที่พอช่วยเหลือตัวเองได้

จากนั้นเริ่มพัฒนาต่อยอดเพิ่มอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับผู้สูงอายุ เช่น ช้อนอัจฉริยะที่สามารถวัดสารอาหารที่ผู้สูงอายุกินเข้าไป เช่น มีน้ำตาลหรือเกลือกี่มิลลิกรัม เครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจโดยการเอานิ้วกดไปที่เครื่องสี่เหลี่ยมขนาดพกพาได้ พอกดผลก็จะไปโชว์บนหน้าจอมือถือ หรืออุปกรณ์ตรวจเบาหวาน และของจำเป็นอื่นๆ”

ขณะที่แปรงลบกระดานไร้ฝุ่นเพื่อสุขภาพ เป็นผลงานของอีกทีมที่มี ด.ญ.จ้าวไหม ตั้งศิริพัฒน์ และ ด.ญ.สุพิชญาณ์ เหมรัญช์โรจน์ อยู่ในนั้นด้วย รวม 4 คน ได้รางวัลเหรียญทองทั้งที่เจนีวา และโซล

จ้าวไหม พูดถึงแนวคิดในการออกแบบว่า ต้องการลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นชอล์ก อันเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ ตัวแปรงถูกออกแบบให้ทำความสะอาด ดูดฝุ่นและเก็บฝุ่นในเวลาเดียวกัน กล่องเก็บฝุ่นถอดออกทำความสะอาดและประกอบใหม่ได้ด้วยฝาเกลียว ใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน มีน้ำหนักเบา ใช้งานได้นาน ผ้าทำความสะอาดออกแบบเป็นรูปกลีบดอกไม้ช่วยให้ทำความสะอาดได้ดีขึ้น

ชิลลิ่ง และ จ้าวไหม กล่าวว่า กว่าจะมาเป็นกระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะที่ไปคว้ารางวัลมาเหรียญและเหรียญเงินพวกเธอทุกคนในทีมต่างช่วยระดมความคิด หาไอเดียแล้วมาถกกัน จนในที่สุดก็ได้กระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะตามที่ต้องการ

ทั้งนี้ต้องขอบคุณพี่ๆ สถาปัตย์จุฬาฯ ที่ช่วยเขียนแบบให้ตามที่ต้องการ ขอบคุณอาจารย์หมอ (คุณแม่ของสุพิชญาณ์) ที่ให้คำแนะนำว่าในกระเป๋าปฐมพยาบาลอัจฉริยะว่าควรจะมีอะไรเป็นการจุดไอเดียให้พวกเธอย่างมาก

“ขอขอบคุณอาจารย์จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ ศูนย์นวัตกรรมแห่งสาธิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โรงเรียนสาธิต จุฬาฯ (ฝ่ายประถม) อาจารย์ที่ปรึกษาเมื่อไปประกวดนวัตกรรมที่กรุงเจนีวา และอาจารย์ ดร.ธานินทร์ บุญญาลงกรณ์  โรงเรียนสาธิต จุฬาฯ (ฝ่ายมัธยม) ผู้ดูแลเมื่อไปประกวดนวัตกรรมที่เกาหลีใต้ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ”

“จ้าวไหม เก่ง นิสัย มีน้ำใจเสมอ”

“ครอบครัวของหนูกับครอบครัวจ้าวไหมสนิทกันทั้งครอบครัวค่ะ คุณพ่อคุณแม่เราก็คุ้นเคยกันดี ส่วนหนูกับจ้าวไหมจะรู้จักกันตั้งแต่เรียน ป.1 ที่โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์ ประถม เราเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนเหมือนกัน สนิทกัน เวลาไปฝึกซ้อมก็จะเจอกันตลอด เคยอยู่ห้องเดียวกันตอนอยู่ ป.2 และ ป.4 เหมือนเป็นห้องรวมนักกีฬาว่ายน้ำ เลยได้อยู่ด้วยกัน

 เนื่องจากที่โรงเรียนหนูจะมีวิชาการเรียนเลือกเสรีด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีนักเรียนจากทุกห้องมาคละกัน หนูกับจ้าวไหมมีความชอบที่ใกล้เคียงกัน บางครั้งบางทีเราก็เลือกลงวิชาเดียวกัน เลยเจอกันบ่อยๆ ถือว่าสนิทกันมากค่ะ บางวันหลังเลิกเรียนก็ชวนกันไปเล่นบาสเกตบอลบ้าง บางทีก็ว่ายน้ำด้วยกัน

อีกช่วงหนึ่งที่เราสนิทกันมาก คงเป็นตอนที่เราทั้งคู่ไปแลกเปลี่ยนโครงการไทย-นิวซีแลนด์ หนูกับจ้าวไหมตอนไปอยู่กับโฮสต์ที่นิวซีแลนด์ โฮสต์ของเราทั้งสองสนิทกันอีก ถือเป็นความโชคดีมาก เพราะอยู่ต่างแดนย่อมเหงาเป็นธรรมดา พอไปเจอกันที่นั่นเลยทำให้เรายิ่งสนิทกันมากขึ้นไปอีก เจอกันบ่อยมาก มีไปเที่ยวด้วยกันกับโฮสต์และเราก็ได้นอนในห้องเดียวกันด้วย

นิสัยของจ้าวไหม เป็นเพื่อนที่ใจดี มีน้ำใจ บุคลิกร่าเริงแจ่มใส การเรียนก็เก่ง มีความมุ่งมั่นตั้งใจมาก ทั้งในการเรียนและการทำงาน เวลาที่ทำงานด้วยกันจ้าวไหมตั้งใจมาก เพื่อให้งานออกมาสำเร็จเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยเฉพาะเวลาทำงานประดิษฐ์นวัตกรรมด้วยกัน จ้าวไหมจะคอยกระตุ้นเพื่อน ฝึกซ้อมในการนำเสนอผลงานให้ออกมาให้ดีที่สุด

สิ่งที่หนูประทับใจในจ้าวไหม ก็คงเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน และการแสดงออกถึงความมีน้ำใจต่อเพื่อนๆ และต่อหนู ยอมรับว่าการได้ร่วมสร้างสรรค์งานนวัตกรรมนี่แหละ ที่ทำให้เราทั้งคู่สนิทกันมาก และทำงานเข้าขาดี ทั้งนี้รวมถึงกับ สุพิชญาณ์ เหมรัญช์โรจน์ ด้วยซึ่งอยู่ห้องเดียว นั่งข้างกันและเป็นเพื่อนที่สนิทอีกคนค่ะ” ชิลลิ่ง กุลณัฏฐ์ พูดถึงจ้าวไหม

“ชิลลิ่ง เก่ง กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก”

“ความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับชิลลิ่ง ตามที่ชิลลิ่งเล่ามาทั้งหมดเลยค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ ป.1 และเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่นั้น แม้บางปีจะเรียนคนละห้องแต่ก็สนิทกัน และทำกิจกรรมด้วยกันบ่อย เนื่องจากเราทั้งคู่เป็นเด็กกิจกรรม และยังเป็นนักกีฬาว่ายน้ำของโรงเรียนด้วย ซึ่งมีการฝึกซ้อมเกือบทุกวัน ยิ่งตอนที่ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นิวซีแลนด์เรายิ่งสนิทกันมาก

บุคลิกที่โดดเด่นของชิลลิ่ง คือเป็นคนที่กล้าแสดงออกอย่างงดงาม ทั้งการกระทำและคำพูดค่ะ คือเวลาพูดชิลลิ่งจะพูดเก่งและพูดได้ดี ส่วนวิชาการก็ดีเช่นกันค่ะ การเรียนถือว่าอยู่อันดับต้นของห้องเลย เป็นคนร่าเริง ไม่เก็บตัว มีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนๆ ทุกคนในห้อง มีน้ำใจ คอยเชื่อเหลือเพื่อนๆ ตลอด รวมถึงคอยช่วยหนูหลายๆ เรื่อง เรียกว่าทั้งน่ารักทั้งน้ำใจดีค่ะ

ในการทำงานด้วยความที่ชิลลิ่งเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์กับเพื่อนๆ เวลาทำอะไรก็จะให้เกียรติกับทุกคนเสมอ นอกจากนี้ ยังเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีไอเดียใหม่ๆ ออกมาอยู่ตลอด ถือว่าโชคดีที่ได้ร่วมทีมประดิษฐ์ด้วยกัน แล้วเวลาทำงานเราก็เข้าขากันดี ซึ่งรวมถึงกับสุพิชญาณ์ เหมรัญช์โรจน์ และกร น้องชายของสุพิชญาณ์ด้วย” จ้าวไหม พูดถึงเพื่อนรักนักประดิษฐ์