‘เหมียว’ นี้มีความหมาย เครื่องแปลภาษาแมว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 26 ต.ค. 2560 เวลา 12:04 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521995

‘เหมียว’ นี้มีความหมาย เครื่องแปลภาษาแมว

โดย  | ทิพยาภรณ์ ภาพ | catterbox

แมวเป็นสัตว์เลี้ยงอีกชนิดที่อยู่เคียงข้างมนุษย์เรามาเป็นเวลาหลายศตวรรษ แม้หลายคนอาจจะมองว่าแมวเป็นสัตว์ที่อินดี้ เข้าใจยาก โลกส่วนตัวสูง และดูไม่น่าจะซื่อสัตย์เท่ากับสัตว์เลี้ยงยอดฮิตอย่างเจ้าตูบ แต่กลับมีคนกลุ่มหนึ่งที่หลงรักเจ้าสัตว์เลี้ยงชนิดนี้ และพยายามที่จะทำความเข้าใจมัน

เท่านั้นไม่พอ ยังพยายามที่จะทำให้มนุษย์ทุกคนบนโลกเข้าใจมันเหมือนที่พวกเขาเข้าใจด้วย

เนื่องจากมีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เปิดเผยว่า เสียงร้อง “เหมียว”ของแมวที่โตแล้ว เป็นเสียงร้องที่ใช้เพื่อสื่อสารกับมนุษย์ แน่นอนว่าแมวพูดไม่ได้เหมือนพวกเรา ดังนั้น “เหมียว” จึงเป็นสิ่งเดียวที่พวกมันจะใช้สื่อสารกับเจ้าของและมนุษย์คนอื่นๆ ได้

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากเทมป์เทชั่น แล็บ จึงได้เริ่มศึกษาความแตกต่างของเสียงร้องของแมว ว่าพวกเขาเหล่านั้นต้องการจะร้องเพื่อสื่อถึงอะไร

กับความหวังที่ว่า หากพวกเขาคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้แปลเสียงร้องของแมวออกมาได้ ผู้คนจะเข้าใจสัตว์เลี้ยงชนิดนี้มากขึ้น และรู้ว่าแมวนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่าทึ่งแค่ไหน

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ได้ทุ่มแรงใจและแรงกายในการศึกษาค้นคว้า ด้วยความหวังที่อยากจะให้แมวเหมียวและเจ้าของได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

จนในที่สุดก็ออกมาเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่จะพลิกวงการสัตว์เลี้ยงอย่าง เครื่องแปลภาษาแมวเครื่องแรกของโลก ซึ่งมาในรูปแบบของปลอกคอสัตว์เลี้ยง ภายใต้ชื่อ “แคตเตอร์บ็อกซ์” (CATTERBOX) ที่ทำงานด้วยนวัตกรรมการวิเคราะห์เสียงร้องของแมว

โดยใช้ดิจิทัลเซ็นเซอร์จับเสียงร้อง “เหมียว” จากนั้นก็ใช้โปรแกรมที่ถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ แปลงเสียงของแมวออกมาเป็นภาษาพูดของมนุษย์

นอกจากเทคโนโลยีการแปลภาษาที่จะมาช่วยแปลงเสียงร้องของแมวออกมาเป็นเสียงพูดของมนุษย์ ด้วยวิธีการใช้งานที่ง่ายดาย เพียงแค่เชื่อมต่อปลอกคอเข้ากับสมาร์ทโฟนของเจ้าของแมวแต่ละตัว

แน่นอนว่าเสียงของแมวแต่ละตัวย่อมแตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับเสียงพูดของมนุษย์แต่ละคน ทางทีมผู้พัฒนาจึงแถมฟังก์ชั่นสุดทันสมัย ที่สามารถช่วยค้นหาเสียงพูดมนุษย์ที่เหมาะกับบุคลิกของแมวแต่ละตัวมาให้อีกด้วย

โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกเสียงแมว และควบคุมการทำงานของปลอกคอได้ผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเช่นกัน

ตอนนี้แคตเตอร์บ็อกซ์ได้ถูกผลิตออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ สีเหลือง สีฟ้า และสีเขียว แต่สำหรับรุ่นแรกนี้ยังเป็นเพียงตัวต้นแบบที่ใช้ทดลองศึกษาเพิ่มเติมอยู่ และยังไม่มีรายละเอียดเรื่องของราคาถูกปล่อยออกมา

แต่นี่ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีว่า ในอนาคตเราจะมีเครื่องแปลภาษาแมวแบบนี้ออกวางจำหน่ายในท้องตลาดจริงๆ ให้เหล่าทาสแมวได้เข้าใจและใกล้ชิดสัตว์เลี้ยงของคุณมากขึ้นกว่าเดิม

รวมพิกัดจุดถวาย”ดอกไม้จันทน์”ทั่วประเทศบนแผนที่กูเกิล ใช้นำทางได้ทันที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 ต.ค. 2560 เวลา 11:14 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521822

รวมพิกัดจุดถวาย"ดอกไม้จันทน์"ทั่วประเทศบนแผนที่กูเกิล ใช้นำทางได้ทันที

ศูนย์อำนวยการเดินทางพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเผยแพร่พิกัดจุดถวายดอกไม้จันทน์บนแผนที่กูเกิลอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

ศูนย์อำนวยการเดินทางพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ กระทรวงคมนาคม ได้เผยแพร่พิกัดจุดถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนแผนที่ของกูเกิล

ผู้ใช้สามารถเปิดลิงค์ด้านล่างนี้ผ่านแอพพลิเคชั่นของกูเกิล และเลือกจุดวางดอกไม้จันทน์ที่ใกล้จะเดินทางไป และใช้แอพพลิเคชั่นแผนที่ของกูเกิลเพื่อนำทางไปยังจุดหมายได้ทันที

ทั้งนี้ได้มีการแยกประเภทของจุดถวายดอกไม้จันทน์เป็นสีต่างๆดังนี้

สีแดง พระเมรุมาศจำลอง

สีน้ำเงิน ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ (ใหญ่)

สีม่วง ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ (กลาง)

สีเขียว ซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ (เล็ก)

สีเหลือง จุดถวายดอกไม้จันทน์ (วัดในกรุงเทพฯ)

 

พบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่ “แบด แรพบิท”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 25 ต.ค. 2560 เวลา 11:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521821

พบมัลแวร์เรียกค่าไถ่ตัวใหม่ "แบด แรพบิท"

มัลแวร์ตัวใหม่โจมตีไซเบอร์ยุโรป-รัสเซีย

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า – พบเหตุการโจมตีทางไซเบอร์รูปแบบใหม่ ด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่ชื่อว่า แบดแรพบิท ในยูเครนและรัสเซีย ก่อนจะลุกลามไปยังยุโรป โดยเบื้องต้นพบความเสียหายจากเว็ปไซต์ของรัสเซียสามเว็ปไซต์ รวมถึงสนามบินและระบบรถไฟฟ้าในกรุงเคียฟ ได้รับผลกระทบจากมัลแวร์ตัวนี้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานนานาชาติ โอเดสซา ของยูเครน โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์เฟซบุ๊กว่า ระบบข้อมูลของพวกเขาหยุดการทำงานในช่วงบ่ายวันอังคาร อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินต่างๆ ยังสามารถเดินทางเข้าและออกจากสนามบินแห่งนี้ได้ตามกำหนดการณ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของสหรัฐ ละรัสเซียระบุว่า แบดแรบบิท ยังแพร่กระจายไปถึงตุรกีและบัลแกเรีย แต่ขนาดพื้นที่ที่ถูกเล่นงานยังถือว่าเล็กมาก โดยได้รับรายงานหลายพื้นที่ระบุว่ามีระบบคอมพิวเตอร์ในหลายประเทศได้รับผลกระทบมากที่สุดคือรัสเซีย ยูเครน ตุรกี และเยอรมนี

ด้านแคสเปอร์สกี ผู้ผลิตโปรแกรมป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์คาดว่า ไวรัสดังกล่าว จะใช้เครือข่ายเว็ปไซต์ของรัสเซียในการแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์ต่าง ก่อนจะทำการล็อกข้อมูล และต้องจ่ายเงินให้คนร้ายเพื่อปลดล็อก

4 สิ่งควรทำเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 23 ต.ค. 2560 เวลา 14:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521499

4 สิ่งควรทำเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม

โดย โยโมทาโร่ ภาพ : รอยเตอร์ส

นวัตกรรมคือหัวข้อการแข่งขันแห่งยุค ใครที่มีนวัตกรรมที่ดีกว่าย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จในโลกแห่งการแข่งขัน แต่กว่าจะได้นวัตกรรมมาสักชิ้นต้องเริ่มจากการเค้นพลังสมองออกมาอย่างสุดขีด และนี่คือ 4 แนวทางที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการคิดสิ่งใหม่ๆ

1.ฝึกสมาธิและนอนอย่างมีประสิทธิภาพ

การฝึกสมาธิฟังดูแล้วเป็นเรื่องยาก แต่คือสิ่งที่ดีที่จะช่วยระบบสมองของเราสามารถตั้งสมาธิอยู่กับสิ่งที่กำลังคิดกำลังทำอยู่ได้นานขึ้น เริ่มจากวันละ 5 นาที ค่อยๆ พัฒนาไปถึง 30 นาที แล้วคุณจะพบว่าสามารถคิดทำงานได้นานขึ้น ไม่วอกแวกไปกับสิ่งรอบข้าง และที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งก็คือการนอนอย่างมีประสิทธิภาพโดยปราศจากการเล่นโซเซียลมีเดียก่อนนอน

เวลาการนอนที่เหมาะสมอยู่ที่ 8 ชั่วโมง/วัน เป็นอย่างน้อย แต่ 8 ชั่วโมงนี้คือการนอนหลับสบายๆไม่ใช่การยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแชตกับเพื่อนก่อนนอนอีก 3 ชั่วโมง และเหลือ 5 ชั่วโมงเป็นเวลานอนของคุณ

สมองที่ได้รับการพักผ่อนและซ่อมแซมจะมีประสิทธิภาพในการคิดได้มากกว่าสมองที่มีเวลา พักผ่อนน้อย และยิ่งอายุมากขึ้นเท่าไรคุณอาจจะต้องใช้เวลาพักผ่อนสมองมากขึ้นเท่านั้น

2.ค้นหาความรู้ต้นทาง

ทุกวันนี้เรารับข่าวสารต่างๆ มากมาย แต่ไม่เคยรู้เลยว่าต้นทางข่าวสารนั้นเป็นอย่างไร และมีตัวแปรอะไรอีกบ้างที่ทำให้เกิดผลนั้น ผู้สร้างนวัตกรรมที่ดีคือผู้ที่รู้รอบและรู้จริง

เขาจะไม่ทำตัวเป็นคนรอรับข่าวสารจากโซเชียล มีเดียมากมาย แต่รู้แค่ปลายเหตุหรือสิ่งที่ต้นทางแยกย่อยมาแล้วเท่านั้น การที่เราได้องค์ความรู้ต้นทาง จะช่วยให้เราคิดนวัตกรรมได้หลากหลายมากขึ้น

สังเกตไหมว่าร้านกาแฟก็ดูเหมือนๆ กันหมด อาหารก็เหมือนๆ กัน เสื้อผ้าการแต่งกายพนักงานก็ดูคล้ายๆ กัน นั่นเพราะเราได้แบบแรงบันดาลใจจากสิ่งเดียวกัน แต่คนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดคือคนที่ไม่เคยตามใคร

เขาจะหาความรู้เรื่องการออกแบบที่เป็นองค์ความรู้ล้วนๆ จากทฤษฎีหรืองานวิจัย และนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาทำให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ใช่การดูงานศึกษารูปแบบร้านสวยๆ สักร้านแล้วเอามาดัดแปลงใส่สิ่งที่ตัวเองชอบลงไป แล้วบอกว่านี่คือความแตกต่าง

3.อย่ากลัวความล้มเหลว

90% เรามักจะพูดมากกว่าทำ และที่ไม่เริ่มทำก็เพราะลึกๆ ในใจเรากลัวความล้มเหลว เสียเงินทอง และเสียเวลา เมื่อความคิดผุดขึ้นมาสิ่งแรกคืออย่าลืมจด และลองลงมือทำ

ถ้าสิ่งนั้นต้องใช้เงินทุนมหาศาลก็เริ่มจากกิจการเล็กๆ เพราะธุรกิจขนาดใหญ่ที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันล้วนเริ่มจากกิจการขนาดเล็ก และสิ่งที่มีเหมือนกันอีกอย่างก็คือเจ้าของกิจการเหล่านี้เคยล้มเหลวมาแล้วด้วยกันทั้งสิ้น

ดังนั้น อย่ากลัวความล้มเหลว ความล้มเหลวไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่หากมีใครบางคนหัวเราะเยาะคุณก็จงจำไว้ว่าเขาเป็นแบบใด และเมื่อคุณประสบความสำเร็จขึ้นมาวันใด เชื่อเถอะว่าเขาจะกลับมาหาคุณในอีกรูปแบบที่เป็นคนละคน

คนเก่งไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด แต่เป็นคนที่แก้ปัญหาได้ดีที่สุดในแต่ละสถานการณ์ แต่กว่าจะแก้ปัญหาได้ถูกจุดก็ต้องลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ต่างอะไรกับการเล่นเกมในด่านเดิมๆ แต่เมื่อคุณรู้ปัญหาและลองวิธีแก้ทั้งหมดแล้ว การผ่านด่านแบบนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

4.ได้และลองดูเท่านั้น

ถ้าคิดว่าทำได้จงทำและลองดูสักครั้งว่าทำได้หรือไม่ คนเราส่วนมากจะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแล้วนำไปปรับใช้กับแนวทางอื่นๆ ว่าสามารถทำได้หรือไม่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่การสร้างนวัตกรรมจำเป็นต้องมีการทดลองและค่อยๆ ปรับปรุงพัฒนา

ยกตัวอย่างเช่น ร้านสะดวกซื้อที่เคยประสบความสำเร็จจากที่หนึ่ง อาจจะไม่ประสบความสำเร็จกับอีกที่หนึ่ง และเช่นเดียวกัน สูตรการบริหารที่ไม่ประสบความสำเร็จจากที่อื่น ก็อาจจะประสบความสำเร็จกับที่นี่ก็ได้

ขึ้นอยู่กับว่าสภาพแวดล้อมผู้คนเป็นอย่างไร พนักงานที่มีอยู่เป็นอย่างไร ทำเลที่ตั้งเป็นอย่างไร นวัตกรรมคือสูตรต้นแบบในสมองที่ถูกกำหนดมาว่าต้องทำอย่างไร และเมื่อถึงสถานการณ์จริงเราจะพบตัวแปรอีกมากมายที่ต้องหาทางแก้ไข

สูตรที่เราคิดขึ้นมาอาจจะมีคนค้นพบก่อนหน้านี้และเคยล้มเหลวมาแล้ว แต่เชื่อเถอะว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาของเขากับเรานั้นจะไม่เหมือนกัน และจะรู้อย่างไรว่าสำเร็จหรือไม่ก็ต้องลองดูเท่านั้น

ผ่ารายได้คนพันธุ์ดิจิทัล แนะอาชีพอนาคตสดใส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 ต.ค. 2560 เวลา 16:34 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521455

ผ่ารายได้คนพันธุ์ดิจิทัล แนะอาชีพอนาคตสดใส

โดย…ณัฎฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ด้วยยุคที่อะไรๆ ก็เป็นเรื่องไอที แต่ประเทศไทยกลับมีคนไอทีน้อยกว่าความต้องการของตลาด และที่น่าแปลกใจคือคนไทยก็ไม่ได้พร้อมที่จะเปลี่ยนสายอาชีพมาเป็นด้านนี้ ทำให้ตลาดยังขาดคนอีกมาก

สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด แมนพาวเวอร์กรุ๊ป กล่าวว่า การเดินหน้าประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีทำให้ความต้องการในสายงานกลุ่มไอทียังคงได้รับความสนใจต่อเนื่อง เพื่อให้ทันต่อธุรกิจที่ต้องการคนที่มีบทบาทในการช่วยเดินหน้าธุรกิจ

ด้านแมนพาวเวอร์กรุ๊ป ใช้เวลากว่า 3 ปี ในการเจาะลึกสายอาชีพที่กำลังมาแรงและเป็นที่ต้องการของตลาด พบว่าสายงานไอทีมีความโดดเด่นชัดเจนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งพนักงานไอทีทั่วไปจนถึงฝ่ายบริหาร ก็ล้วนเป็นที่ต้องการทั้งสิ้น

โดยผลสำรวจของแรงงานและตลาดแรงงาน พบว่าตลาดมีความต้องการสูงและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อัตรารายได้ของพนักงานสูง หากได้มาตรฐานการทำงานตามที่หน่วยงานหรือองค์กรต้องการ ที่สำคัญบุคลากรในสายวิชาชีพดังกล่าวก็ยังไม่เพียงพอต่อตลาด

ทั้งนี้ เทรนด์การทำงานในอนาคตในสายชีพไอทีและเทคโนโลยียังคงสดใสและรายได้ยังดี เพราะเป็นที่ต้องการสูง สำหรับอัตรารายได้แบ่งเป็นกลุ่มสายงานด้าน IT Management ในตำแหน่งผู้บริหาร กำลังเป็นที่ต้องการมากที่สุด เพราะต้องบริหารและวางแผนโครงสร้างต่างๆ ให้เหมาะสมกับธุรกิจ ทำให้ระดับรายได้จึงค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 2.2 หมื่นบาท ไปจนถึง 4 แสนบาท หากมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน

ขณะที่กลุ่มสายงานด้านเน็ตเวิร์กและซิสเต็มส์ ที่ถือว่าเป็นหัวใจของงานด้านไอทีในทุกองค์กร เพราะเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการวางแผนเครือข่ายพื้นฐาน ทำให้รายได้เริ่มต้นที่ 1.5 หมื่นบาท และอาจแตะ 2 แสนบาท หากทำงานมามากกว่า 5-10 ปี

ส่วนกลุ่มสายงานด้านโปรแกรมเมอร์และดีเวลอปเปอร์ ที่ต้องมีทักษะเขียนภาษาต่างๆ เช่น ภาษา C, C+, Java, COBOL, iOS, Android เป็นต้น และมีโอกาสรับงานอิสระได้ เพราะกำลังเป็นที่ต้องการ โดยผู้ที่มีความสามารถทางด้าน Android Developer, Mobile Developer, Software Developer, COBOL Programmer, Java Programmer, Programmer จะมีรายได้เริ่มต้น 1.8 หมื่นบาท ไปจนถึง 1.3 แสนบาทเลยทีเดียว

กลุ่มสายงานด้านเว็บไซต์ที่ต้องเขียนข้อมูลต่างๆ ให้องค์กร รวมทั้งอัพเดทข้อมูลในเว็บไซต์นั้น ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง Content Manager, Online Marketing Manager, SEO Specialist ต่างก็มีรายได้เฉลี่ยเริ่มต้นที่ 1.6 หมื่นบาท จนถึง 1.4 แสนบาท แต่จะต้องมีทักษะและประสบการณ์มาพร้อมความเชี่ยวชาญถึงจะกวาดรายได้ระดับสูงไปครอง

สุธิดา กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ต้นปี 2560 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าแรงงานด้านสายงานไอทีและเทคโนโลยีถือว่ามีความโดดเด่นและเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งหมุนตามกระแสทิศทางเศรษฐกิจ การที่จะเกิดความก้าวหน้าทางอาชีพได้นั้น มนุษย์ต้องเร่งอัพเกรดความสามารถให้มากกว่าเดิม เพื่อทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก

เช่นเดียวกับทาง แสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ หัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการและผู้ร่วมก่อตั้ง JobThai.com ได้เล่าให้ฟังว่า ตลาดแรงงานของไทยในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ไม่ค่อยคึกคัก อาจเป็นเพราะกำลังรอดูโบนัสและอัตราเงินเดือนว่าจะปรับขึ้นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กลุ่มสายงานประเภทงานขายก็ยังคงมีการเติบโต เพราะเป็นที่มาของรายได้ของบริษัท จึงเป็นที่ต้องการสูง ซึ่งยังมีการเปิดรับสมัครกว่า 1.75 หมื่นอัตรา และแน่นอนว่าสายงานวิศวกรรมก็ยังเป็นที่ต้องการ มีการประกาศรับสมัครงาน 7,000-7,500 อัตรา โดยกลุ่มคอมพิวเตอร์ยังคงบูมสุด

ทั้งนี้ แนวทางการจัดการศึกษาที่บูรณาการความรู้ใน 4 สหวิทยาการ อย่างสะเต็ม (STEM-วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics) นั้น ถือว่ากำลังเป็นตัวเร่งให้เกิดอาชีพใหม่มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ตลาดวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดไทยอย่างมาก

แสงเดือน กล่าวว่า ภาพรวมคนตกงานจากกรมการจัดหางาน ระบุไว้ว่า คนไทยตกงานเพียง 1% หรือประมาณ 4 แสนกว่าคน โดยการเก็บข้อมูลนี้มาจากกลุ่มคนที่กำลังอยู่ในช่วงสมัครงานหรือหางานใหม่ และต้องเป็นคนที่เคยจ่ายประกันสังคมด้วย ทำให้สัดส่วนตัวเลขดูน้อย

“ส่วนเรื่องของเทรนด์โรบอต ไม่ได้ส่งผลกระทบกับแรงงานในไทยมากนัก แต่แน่นอนว่าในอนาคตจะช้าหรือเร็วย่อมมีผลกระทบแน่นอน ซึ่งคนก็ต้องปรับตัว เพิ่มทักษะและไม่หยุดพัฒนาตนเอง เพื่อเป็นคนควบคุมหุ่นยนต์เหล่านี้แทนที่จะกังวลว่าหุ่นยนต์จะเข้ามาเป็นสิ่งทดแทนมนุษย์เรา” แสงเดือน กล่าวทิ้งท้าย

ตร.ทำแอพฯ”Zon ทำดีเพื่อพ่อ”ให้ข้อมูลประชาชนเข้าร่วมงานพระราชพิธี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 ต.ค. 2560 เวลา 12:40 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521425

ตร.ทำแอพฯ"Zon ทำดีเพื่อพ่อ"ให้ข้อมูลประชาชนเข้าร่วมงานพระราชพิธี

ตำรวจแนะประชาชนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “Zon ทำดีเพื่อพ่อ” เพื่อตรวจสอบข้อมูลในการเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รรท.รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดทำแอพพลิเคชั่น Zon(ซอล) ทำดีเพื่อพ่อ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้เข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร เส้นทางการนำทางไปยังเป้าหมาย การเดินทาง / จุดจอดรถ / จุดวางดอกไม้จันทน์ถวายความอาลัย / จุดให้บริการอาหารเครื่องดื่ม ห้องสุขา หน่วยบริการทางการแพทย์

ระบบแอพพลิเคชั่นนี้ จะใช้ตำแหน่งปัจจุบันจัดแบ่งผู้ใช้งานตามพื้นที่ใกล้เคียง จำนวนทั้งสิ้น 85 พื้นที่ ตามสถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลองทั้ง 85 แห่งทั่วประเทศ และยังสามารถกด “เลือกพื้นที่” เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ตั้งพระเมรุมาศจำลองอื่นๆ ที่สนใจได้เช่นกัน

หากประชาชนที่ต้องการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นนี้ สามารถใช้ได้ทั้งระบบ ไอโอเอส และระบบแอนดรอย์ โดยค้นหาคำว่า “Zon ทำดีเพื่อพ่อ” ทั้งในแอพ สโตร์ หรือ เพลย์ สโตร์

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจทั่วประเทศมีความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยให้บริการประชาชนที่จะเดินทางออกมาวางดอกไม้จันทน์ และร่วมพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั่วประเทศ 100 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธี ต้องแต่งกายชุดสุภาพ เตรียมร่างกายให้พร้อม นำน้ำดื่ม อาหาร ศึกษาข้อมูลการเดินทาง เขียนชื่อที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ใส่ในกระเป๋าไว้เพื่อป้องกันการพลัดหลง หรือเป็นลม จะได้ประสานตามหาญาติได้ และที่สำคัญที่สุด ทุกคนจะต้องพกบัตรประจำตัวประชาชน ถ้าหากไม่มีจะไม่สามารถเข้างานได้โดยเด็ดขาด

ขณะที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่างต้องมีสำเนารถให้ถูกต้อง เพราะเจ้าหน้าที่จะตรวจรถอย่าง 100% ขณะที่ในวันดังกล่าวประชาชนทั่วไปสามารถกางร่ม สวมหมวก แว่นตาได้ แต่หากขบวนเสด็จฯผ่านจะต้องถอดเพื่อทำความเคารพ

สำหรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมในพระราชพิธีขอให้เดินทางมาโดยรถสาธารณะเพื่อความสะดวกทั้งรถไฟและรถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากจะมีรถรับส่งนำไปสู่งานพระราชพิธี โดยรถไฟขอให้ประชาชนมาลงที่สถานียมราชก็สามารถเดินเข้าร่วมงานได้เลย ส่วนรถไฟที่เดินทางมาจากสายใต้ให้ลงที่สถานีบางกอกน้อยก็จะสามารถข้ามเรือมายังงานได้

เคเบิลทีวีวอนรัฐช่วยธุรกิจ เปิดทางลุยเน็ตทูโฮม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 22 ต.ค. 2560 เวลา 07:20 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521394

เคเบิลทีวีวอนรัฐช่วยธุรกิจ เปิดทางลุยเน็ตทูโฮม

ผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลเสนอรัฐอุ้มธุรกิจเหมือนทีวีดิจิทัล พร้อมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีสามารถทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตได้

นายณัฏฐชัย อักษรดิษฐ อดีตนายกสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย และประธาน บริษัท เอ็มเอสเอส เคเบิล เน็ตเวิร์ค ผู้ให้บริการเคเบิลทีวี เปิดเผยว่าผู้ประกอบการเคเบิลทีวีต้องการให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือธุรกิจเหมือนทีวีดิจิทัล โดยเฉพาะการแก้ไขใบอนุญาตการประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ตประเภท 1 ซึ่งครอบคลุมการทำธุรกิจอินเทอร์เน็ตแบบไฟเบอร์ทูโฮมด้วย

ขณะเดียวกันยังรวมไปถึงการเป็นตัวกลางในการเจรจากับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในด้านของการปล่อยกู้ เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการเคเบิลทีวีส่วนหนึ่งประสบกับปัญหาเงินลงทุน เพราะหลายปีที่ผ่านมาธุรกิจเคเบิลทีวีมีอัตราการเติบโตลดลงอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ส่วนหนึ่งเลิกกิจการไป

ทั้งนี้ ในปัจจุบันธุรกิจเคเบิลทีวีมีผู้ประกอบการที่ยังสามารถทำธุรกิจต่อไปได้ประมาณ 100 รายเท่านั้น จากก่อนหน้านี้มีมากกว่า 300 ราย เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระในด้านของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ หากภาครัฐไม่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการเคเบิลทีวี คาดว่าภายในอีก 2 ปี ธุรกิจเคเบิลทีวีต้องหายไปจากตลาดแน่นอน

ด้าน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกและไตรมาส 2  กสทช.ได้นำเงินรายได้ส่งเข้ากองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) ไปแล้ว 1,373.44 ล้านบาท โดยไตรมาส 3 จะนำส่งรายได้อีก 190.58 ล้านบาท

กสทช. สั่งด่วนงดทีวีถ่ายทอดสด-เฟซบุ๊กไลฟ์ซ้อมใหญ่พระราชพิธีพระบรมศพในหลวงร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ต.ค. 2560 เวลา 16:58 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521338

กสทช. สั่งด่วนงดทีวีถ่ายทอดสด-เฟซบุ๊กไลฟ์ซ้อมใหญ่พระราชพิธีพระบรมศพในหลวงร.9

“กสทช.” ขอความร่วมมือทีวีงดถ่ายทอดสด-เฟซบุ๊กไลฟ์ซ้อมใหญ่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เมื่อวันที่ 21 ต.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช. ออกหนังสือด่วนที่สุด เรื่องแนวทางการถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถึง ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2560 ความว่า

ตามหนังสือที่อ้างถึงโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) ได้ขอความร่วมมืองดเผยแพร่ภาพสัญญาณพิธีซ้อมใหญ่เสมือนจริง พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 21 ตุลาคม 2560 มิให้สถานีโทรทัศน์นำสัญญาณการทดสอบถ่ายทอดสดของโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ในการซ้อมพระราชพิธีฯ ไปออกอากาศ ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์สามารถนำภาพดังกล่าวไปใช้ได้เมื่อเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีฯ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไปสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ขอให้การออกอากาศของสถานีโทรทัศน์เป็นไปตามที่โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ รวมถึงการส่งสัญญาณช่องรายการผ่านชองทางการสื่อสารอื่นๆ เช่น การถ่ายทอดสดผ่านสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียอย่างเคร่งครัด

Future of Uber โฉมหน้าใหม่ของการคมนาคมทั่วโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ต.ค. 2560 เวลา 14:17 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521320

Future of Uber โฉมหน้าใหม่ของการคมนาคมทั่วโลก

โดย โสภณ ศุภมั่งมี ภาพ : รอยเตอร์ส

ระหว่างที่นั่งรอคิวเรียกแท็กซี่อีกเกือบ 60 คิวที่สนามบินดอนเมือง ผมนั่งคิดอยู่ในใจว่า

“เฮ้ย ลองเรียกอูเบอร์ดู ดีไหมวะ?”

แล้วหลังจากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโหลดแอพในมือถือ แล้วค้นหาปลายทางที่อยากไป ซึ่งน่าเสียดายที่ผมไม่ค่อยคล่องเส้นทางที่ต้องไปสักเท่าไร ผลลัพธ์ที่ค้นพบดันไม่ตรงกับที่ได้รับมาจากคนที่นัดพบ

สุดท้ายเลยถอดใจไว้คราวหน้ามีโอกาสเหมาะเจาะเส้นทางชัดเจนกว่านี้ค่อยลองใหม่ละกัน

 หลังจากรอประมาณ 20 นาที ผมขึ้นมานั่งเบาะหลังของรถแท็กซี่สีเหลืองเขียวที่คุ้นเคย คำถามแรกที่ผมถามคุณลุงแท็กซี่ (ที่ดูแล้วค่อนข้างไฮเทคพอสมควร มีโทรศัพท์มือถือเสียบไว้ตรงหน้าปัดเพื่อเป็นแผนที่ สายเฮดโฟนระโยงห้อยลงมาจากม่านบังแดด วอคกี้ทอกกี้อยู่ข้างๆ พวงมาลัยนี้ ดูไปดูมาเหมือนเป็นศูนย์บัญชาการในหนังไซ-ไฟเกรดบีได้เหมือนกันนะ)

โสภณ : “พี่รู้จักอูเบอร์ไหมครับ?”

ลุงคนขับ (มองลอดแว่นตาดำ มองหน้าผมผ่านส่องกระจกมองหลัง) : มีใครไม่รู้จักมั่งล่ะ?

โสภณ : “มันกระทบกับลูกค้าไหม? หมายถึงว่าลูกค้าพี่ลดลงไหม?”

ลุงคนขับ (กระแอมไอในลำคอ) : “แฮ่ม…ก็นิดหน่อย”

โสภณ : “มันก็สะดวกดีใช่ไหมครับ? อยู่ไหนก็เรียกได้”

ลุงคนขับ : “แท็กซี่ก็เรียกได้นี่ มีทุกที่”

โสภณ : “แต่บางทีก็ไม่ไปนี่ครับ…” (พูดไม่กลัวโดนลากไปปาดคอเลยนะมึง)

ลุงคนขับ : “…” (ตาขวางลอดแว่นตาดำ)

โสภณ : “แต่เห็นว่าตำรวจจับอูเบอร์นี่ครับ?”

ลุงคนขับ : “เอารถส่วนตัวมาขับส่งคนนั้นคนนี้ ก็ผิดกฎหมาย ถูกจับก็ถูกแล้วนี่”

โสภณ : “แบบนี้ไม่เป็นการตัดทางเลือกของผู้โดยสารเหรอครับ?” (ไอ้นี่วอนโดนตีนซะเหลือเกิน)

ลุงคนขับ “…”

โสภณ : “…”

ไม่มีบทสนทนาระหว่างผมกับลุงต่อจนถึงปลายทาง ผมหยิบเงินค่าโดยสารบวกอีกห้าสิบบาท ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมแท็กซี่สนามบินยื่นให้แล้วลงจากรถเพื่อไปทำธุระ ผมบอกขอบคุณแต่ลุงคงโมโหอยู่ เพราะแม้แต่หน้าผมลุงยังไม่หันมามองเลย

เย็นวันนั้นประมาณ 6 โมง หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจทุกอย่าง ผมเริ่มโบกแท็กซี่ตรงจุดที่ผมลงเมื่อตอนบ่าย ซึ่งเป็นกลางซอยรัชดา 3 เพื่อกลับไปยังสนามบินดอนเมือง รถแท็กซี่คันแรกปฏิเสธบอกว่าต้องไปส่งรถ… ไปไม่ทัน ผมก็ค่อยๆ เดินย้อนกลับออกมาเรื่อยๆ เพื่อมาเรียกแท็กซี่บริเวณปากซอย ระหว่างนั้นก็โดนปฏิเสธด้วยเหตุผลเดียวกันอีกสองครั้ง เดินมาถึงปากซอย

ในที่สุดคันที่สี่ผ่านมา เสือกโดนคนอื่นโบกปาดหน้าไปอีกหนึ่ง และมาประสบความสำเร็จในคันที่ห้าที่ตอบรับว่า “ไปก็ไป”

โชคดีครับที่เย็นวันนั้นรถไม่ติดมากเท่าไร ไม่งั้นมีสิทธิตกเครื่องไฟลต์สองทุ่มครึ่งได้ง่ายๆ ระหว่างทางผมเริ่มคิดถึงเรื่องอูเบอร์อีกครั้งหนึ่ง

“นี่ผมต้องเหนื่อยขนาดนี้เลยเหรอในการเรียกแท็กซี่”

“ทำไมต้องรู้สึกว่าเป็นหนี้บุญคุญเวลาเรียกแท็กซี่แล้วเขาไปส่งเรา?”

“ทำไมระบบแท็กซี่ถึงไม่มีการเปลี่ยนแปลงสักที ทั้งๆ ที่มีการบ่นด่ากันอยู่ตลอดเวลา?”

“คราวหน้าลองใช้อูเบอร์ดีกว่า”

ไม่แปลกใจที่ธุรกิจการบริการคมนาคมชนิดนี้ (และอีกหลายๆ เจ้าอย่างแกร็บแท็กซี่ แกร็บไบค์ ฯลฯ) กำลังกลายเป็นทางเลือกที่หลายๆ คนตัดสินใจใช้แทนผู้ให้บริการเจ้าของตลาดแบบเก่าๆ (อย่างแท็กซี่ในกรุงเทพฯ หรือรถแดงในเชียงใหม่) เพราะรู้สึก “เหลืออด” และ “มันคงไม่แย่ไปกว่านี้”

ถึงแม้ว่าตอนนี้กฎหมายของประเทศไทยยังไม่เอื้ออำนวยต่อบริการของอูเบอร์ แถมยังออกแนวคัดค้านและต่อต้านด้วยการ “ล่อจับ” คนขับอูเบอร์ ด้วยเหตุผลเหมือนที่ลุงคนขับบอกว่ารถส่วนตัวไม่ควรเอามาใช้เป็นรถสาธารณะ ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาผู้โดยสารก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย (ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจนะว่าแท็กซี่คุ้มครองผู้โดยสารและปลอดภัยกว่ายังไง?) และรัฐบาลกำลังจะใช้ไม้เท้าวิเศษเสกมนต์ “มาตรา 44” เพื่อปิดการใช้แอพอูเบอร์บนมือถือในประเทศไทยอีกด้วย

กระแสต่อต้านอูเบอร์ไม่ได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทยเพียงที่เดียว ในหลายประเทศอย่างอินเดีย เกาหลีใต้ สเปน เยอรมนี ก็มีการแบนการให้บริการของอูเบอร์เช่นเดียวกัน เหตุผลด้วยเรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสาร เพราะกฎหมายการทำใบขับขี่รถสาธารณะกับรถส่วนตัวที่แตกต่างกัน และอูเบอร์เองก็ไม่ได้มีกฎเคร่งครัดสำหรับผู้สมัครที่ต้องการให้บริการว่าต้องมีใบขับขี่แบบไหน แถมยังไม่พอในประเทศอินเดียยังมีข่าวอันน่าเศร้าที่คนขับรถอูเบอร์นั้นถูกจับข้อหาข่มขืนผู้โดยสารเมื่อปีที่แล้ว

แต่ก็นั่นล่ะครับ…ไม่มีเหรอข่าวแท็กซี่ข่มขืนปล้นทรัพย์ หรือแม้แต่ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต? แล้วแท็กซี่ปลอดภัยกว่าจริงเหรอ? ในความเห็นของผม… มันไม่ต่างกันเลย

ในปัจจุบันอูเบอร์กำลังทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาบริการรถอูเบอร์ที่ไร้คนขับ มันเป็นเทคโนโลยีที่กำลังถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก เพราะแม้แต่กูเกิลหรือแอปเปิ้ลก็ต่างมุ่งพัฒนารภยนต์ไร้คนขับสำหรับการให้บริการแบบ ​Ride-sharing เช่นเดียวกัน

ถึงแม้ว่ามันยังไม่ใช่อนาคตอันใกล้นี้ ที่เราจะเห็นรถแท็กซี่แบบไร้คนขับที่สมบูรณ์แบบ (ราคาประหยัด ปลอดภัย และสะดวกสบาย) แต่แน่นอนว่ามันเป็นอนาคตที่ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ แค่เมื่อไหร่เท่านั้น

ตอนนี้การแบนแอพอูเบอร์บนมือถือหรือล่อจับคนขับเหล่านี้ ในมุมมองของผู้บริโภคชาวไทยมันเป็นการปิดกั้นทางเลือกอย่างไม่เป็นธรรม แต่ถ้ามองจากทางฝั่งผู้ให้บริการผู้ครองตลาดก็คงโล่งใจว่าอย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็ยังคงทำงานเหมือนเดิมกันได้ต่อไป แต่ถ้าตัวเองไม่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะทำได้อีกนานแค่ไหนกัน?

นวัตกรรมที่ทำให้ งานบ้านง่ายขึ้น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 21 ต.ค. 2560 เวลา 13:46 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/521313

นวัตกรรมที่ทำให้ งานบ้านง่ายขึ้น

โดย สมแขก

สำหรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ไม่ค่อยมีเวลา หนึ่งในบรรดาของใช้ในครัวเรือนที่หยิบจับมาใช้งานน้อยที่สุด อาจจะเป็นไม้กวาด หรือเครื่องดูดฝุ่นแสนเทอะทะ

เพราะนอกจากจะชิ้นใหญ่เปลืองเนื้อที่การจัดเก็บ และสิ่งที่เข้ามาแทนที่อุปกรณ์เหล่านี้ในยุคดิจิทัลก็คืออุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดที่ช่วยให้เราสะดวกสบายมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ที่อยู่อาศัยสะอาดเรียบร้อยได้ ก่อนที่คุณจะกลับถึงบ้าน หลายบ้านเลือกที่จะใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้าน นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้การทำความสะอาดพื้นบ้านเป็นเรื่องง่าย

ด้วยขนาดเล็กกะทัดรัดและควบคุมการทำงานได้เองทดแทนแรงงานคน หลายๆ คนตัดสินใจที่จะซื้อมาใช้ ตั้งแต่หุ่นยนต์ดูดฝุ่น หุ่นยนต์ถูบ้าน หุ่นยนต์เช็ดกระจก หุ่นยนต์ล้างสระว่ายน้ำ หรือแม้กระทั่งหุ่นยนต์ล้างตู้ปลา ทั้งหมดสั่งงานด้วยสมาร์ทโฟน เป็นอะไรที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องเสียเวลาออกกำลังลงมือทำจนหมดแรง แถมยังเหลือเวลาไปทำอย่างอื่นอีกเยอะเลย

 มาทำความรู้จักกับอุปกรณ์ช่วยงานบ้านให้มากขึ้นดีกว่า เครื่องดูดฝุ่นเครื่องแรกถูกคิดค้น โดย ฮูเบิร์ต ซีซิล บูธ (Hubert Cecil Booth) วิศวกรชาวอังกฤษ โดยเขาได้เริ่มออกแบบท่อดูดฝุ่นเพื่อทำความสะอาดภายในสถานีรถไฟ St.Pancras ในนครลอนดอน

 เมื่อผลการทดลองไปได้ดี เขาจึงจดสิทธิบัตรและก่อตั้งบริษัทผลิตเครื่องดูดฝุ่นของตัวเองขึ้นมาในปี 1901 ส่วนหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสำหรับใช้งานในบ้านเครื่องแรกของโลกชื่อ Trilobite วางจำหน่ายในปี 2001

 ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการบริหาร บริษัท ทีเอช โรโบติก  ผู้นำเข้าหุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านอัจฉริยะ จากสหรัฐอเมริกา แบรนด์ไอโรบอต (iRobot) กล่าวว่า ไอโรบอตเข้ามาในเมืองไทยประมาณ 6 ปีแล้ว

ล่าสุด เปิดตัวนวัตกรรมหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสุดฉลาด 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ Roomba 605 รุ่นเริ่มต้นใช้งานง่ายสำหรับผู้ที่สนใจใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่น, Roomba 690 ตอบโจทย์ผู้ใช้งานในยุคใหม่มากขึ้นด้วยการสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นได้จากทุกที่ ตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้าได้ และการแจ้งเตือนเมื่อทำงานเสร็จ และ Roomba 890 ที่มาพร้อมแรงดูดอันทรงพลังที่เพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า มีฟังก์ชั่นกรองฝุ่นช่วยลดสารก่อภูมิแพ้ และไม่พลาดกับการสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นตั้งเวลาการทำงานล่วงหน้า แจ้งเตือนเมื่อเกิดข้อผิดพลาดพร้อมวิธีแก้ไข

“สำหรับคนที่ติดตามเทคโนโลยี แค่ฟังก์ชั่นกวาดบ้านอาจจะน่าเบื่อ ยังต้องมาถูบ้านต่ออีกยิ่งไปกันใหญ่ เราจึงเลือก iRobot Braava 380t ตัวนี้มาทำหน้าที่นี้แทน ด้วยประสิทธิภาพของการถูพื้นได้ทั้งแบบเปียกและแห้ง จึงทำให้เหมาะที่จะเป็นผู้จบงานในการทำความสะอาดพื้น โดยเฉพาะการเก็บตกเศษฝุ่นผงเล็กๆ น้อยๆ ที่หลงเหลืออยู่ได้อย่างหมดจด”

หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่มีสัตว์เลี้ยงในบ้าน อย่าง มธุนาฏ ซอโสตถิกุล บอกเล่าประสบการณ์ของการใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านว่า

 “ทุกวันนี้แม่บ้านที่จะช่วยดูแลทำความสะอาดบ้านก็หายาก การใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดบ้านก็เป็นเครื่องทุ่นแรงที่ดี ที่สำคัญคือสามารถทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม แทนที่จะใช้แรงงานคน การใช้เป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นหรือถูบ้าน ก็สะดวกและประหยัดเวลาดี

ที่สำคัญบ้านตัวเองเลี้ยงสุนัขจะมีปัญหาเรื่องขนร่วงเต็มบ้าน ก็มีหุ่นยนต์ทำความสะอาดเป็นตัวช่วยในการดูดขนของน้องหมาที่ไม่ว่าจะปลิวไปตามซอกมุมไหนของบ้าน ก็สามารถเข้าไปจัดการได้ทุกที่ แม้จะเป็นที่ที่คนมองไม่เห็น หรือทำความสะอาดไม่ถึงก็ตาม

นอกจากนี้ หุ่นยนต์ทำความสะอาดยังเหมาะกับบ้านของผู้สูงอายุที่อาจจะกังวลเรื่องฝุ่นเป็นพิเศษ ถ้ามีหุ่นยนต์ทำความสะอาดไว้ติดบ้าน ไว้รับรองว่าบ้านสะอาดเอี่ยม ปราศจากฝุ่น และไม่ต้องลงมือทำเองให้เหนื่อยด้วย”

ทางด้าน คงภัทร์ จิรมณีกุล ผู้ชื่นชอบแกดเจ็ตและอัพเดทเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ มาคอนเฟิร์มอีกเสียงว่า

“ในฐานะที่อัพเดทแกดเจ็ตประจำ อนาคตอยากให้มีวิวัฒนาการล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นผู้ช่วยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชีวิตแม่บ้านยุคใหม่จริงๆ ล่าสุดคุณแม่ (สุชัญญา ธนาลงกรณ์) เพิ่งปรับปรุงบ้านเสร็จ ก็ตั้งใจจะซื้อหุ่นยนต์เป็นของขวัญขึ้นบ้านใหม่ให้คุณแม่ และมั่นใจว่าจะถูกใจคุณแม่ เพราะท่านเป็นคนที่รักความสะอาดมาก แล้วหุ่นยนต์ก็น่าจะทำความสะอาดได้ดีกว่าคนอยู่แล้ว ที่สำคัญการใช้หุ่นยนต์ทำความสะอาดยังช่วยประหยัดเวลาที่ต้องสูญเสียไป ประหยัดแรงงาน และทำให้เรื่องการทำความสะอาดบ้านไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป”

ด้วยราคาที่ยังค่อนข้างสูงและความคาดหวังจากผู้ใช้งานหุ่นยนต์ดูดฝุ่นสุดฉลาด ว่ามีไว้แล้วจะต้องแบ่งเบาภาระงานบ้านได้ ดังนั้นสิ่งที่หุ่นยนต์กวาดบ้านจะต้องมีในปัจจุบัน ก็คือการสั่งงานหุ่นยนต์ด้วยไว-ไฟผ่านสมาร์ทโฟน ใช้งานง่าย ออกแบบเพื่อการปัดฝุ่น เก็บกวาดฝุ่นและดูดฝุ่น พร้อมทั้งสิ่งสกปรกจากพื้นทุกประเภท

 อย่างไรก็ตาม ควรเลือกฟังก์ชั่นการใช้งานที่กำลังพอเหมาะกับราคาที่สามารถจับต้องได้