เพนกวินร่วมทีโอทีเพิ่มคลื่นหวังล้านซิม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 11 ต.ค. 2560 เวลา 06:11 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/519488

เพนกวินร่วมทีโอทีเพิ่มคลื่นหวังล้านซิม

ซิมเพนกวินขยายความร่วมมือทีโอทีหวังเพิ่มคลื่น ช่วยดันเป้า 1 ล้านซิมไตรมาสแรกปีหน้า

นายชัยยศ จิรบวรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะ ไวท์สเปซ เปิดเผยว่า บริษัทกำลังอยู่ในช่วงหาข้อสรุปก่อนเซ็นเอ็มโอยูร่วมกับทางทีโอทีภายในเดือน ต.ค.นี้ เพื่อเปิดทดลองให้บริการลูกค้าได้ในปลายปีนี้ มั่นใจว่าจะไม่กระทบกับลูกค้าเดิม

อย่างไรก็ตาม การเซ็นสัญญาร่วมกันครั้งนี้จะช่วยขยายโครงข่ายให้บริการดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะให้บริการลูกค้าทั้งเก่าและใหม่ได้ดีกว่าเดิม ซึ่งขณะนี้มีผู้ใช้งานเดิมไม่น้อยกว่า 5 แสนซิม และตั้งเป้าไม่เกินไตรมาสแรกของปีหน้าที่ 1 ล้านซิม โดยใช้งบ 80 ล้านบาท ของเดิมตั้งแต่ต้นปีในการทำกิจกรรมตลาดต่อเนื่อง

“การที่บริษัทต้องการหาคลื่นให้บริการเพิ่มนั้น นอกจากให้บริการเครือข่ายแก่ลูกค้าในมือแล้ว ยังนำไปร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในการนำซิมไปใช้งานในอุปกรณ์สมาร์ทวอตช์และไอโอทีด้วย” นายชัยยศ กล่าว

นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สาย บริษัท ทีโอที กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือกับซิมเพนกวินครั้งนี้ ทำให้ทีโอทีมีพาร์ตเนอร์ด้านเอ็มวีเอ็นโอ 3 ราย คือ ล็อกซเล่ย์ โมบายเอ้ก และเพนกวิน รวมทั้งโซลูชั่นด้านไอโอที

นอกจากนี้ ทีโอทีมีสถานีฐาน 2100 เมกะเฮิรตซ์ 2 หมื่นสถานีฐานในการให้บริการ ซึ่งไม่กระทบกับเอไอเอสซึ่งเป็นผู้เช่าเดิม ด้านรายได้ของทีโอทีสิ้นปีนี้ หากอัยการสูงสุดสรุปผลเรื่องข้อสัญญาผ่านในกลุ่มธุรกิจโมบายจะมีรายได้ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3,900 ล้านบาท เป็นค่าสัญญาเช่าของเอไอเอสบนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ และอีก 100 ล้านบาท มาจากลูกค้าของทีโอที 90 ล้านบาท และลูกค้าเอ็มวีเอ็นโออีก 10 ล้านบาท

พบกับ Qoobo หุ่นยนต์บำบัดจำลองแบบจากสัตว์เลี้ยง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 10 ต.ค. 2560 เวลา 15:01 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/519435

พบกับ Qoobo หุ่นยนต์บำบัดจำลองแบบจากสัตว์เลี้ยง

หุ่นยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผ่อนคลายเหมือนเวลาเล่นกับสัตว์เลี้ยง

หากคุณไม่ได้เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยง อาจจะไม่สะดวกด้วยเรื่องของเวลาทำงาน หรือที่อยู่อาศัยที่ห้ามเลี้ยงสัตว์ก็ตาม แต่ถ้าอยากกอดกับสิ่งอ่อนนุ่มและมีขนยาวที่ให้ความรู้สึกเหมือนกอดลูกน้องตัวโปรดแล้ว บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ YUKAI Engineering อาจมีคำตอบดีๆ ให้กับทุกคน

YUKAI Engenieering เพิ่งเปิดตัวหุ่นยนต์บำบัด “Qoobo” ที่ได้ชื่อมาจากการนำคำที่แปลว่าหางในภาษาฝรั่งเศส มารวมเข้ากับคำว่า robot ที่แปลว่าหุ่นยนต์ โดยเพิ่งเปิดตัวไปในงาน CEATEC JAPAN 2017 ซึ่งจัดขึ้นที่ Makuhari Messe International Convention Complex เมื่อวันที่ 4 – 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา

Qoobo ไม่ได้แค่เบาะที่มีดีไซน์น่ารักเท่านั้น แต่ยังตอบสนองกลับด้วยการขยับหางไปมาได้ ตามการลูบหรือสัมผัสของผู้ใช้งาน ซึ่งผู้ผลิตนั้นได้แนวคิดการสร้างหุ่นยนต์ตัวนี้มาจากความต้องการที่จะช่วยปลอบประโลมความเหนื่อยล้า หลังจากกลับจากทำงานในแต่ละวัน จึงได้มุ่งเน้นผลิตหุ่นยนต์ที่ช่วยให้เราผ่อนคลาย คล้ายกับยามที่เราเล่นกับสัตว์เลี้ยง โดยพุ่งเป้าไปที่การสะบัดหางของมัน

นอกจากฟังก์ชั่นของหางที่ขยับได้แล้ว ผู้ผลิตยังได้ศึกษาว่าขนาดและน้ำหนักใดที่จะเหมาะสำหรับการกอดและอุ้มไปรอบๆ รวมไปถึงใช้วัสดุที่จะทำให้รู้สึกดีเมื่อลูบคลำ ซึ่งในตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ประกาศราคาสำหรับ Qoobo แต่คาดว่าหุ่นยนต์จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูร้อนปีหน้า คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: rocketnews24

กสทช.เผยเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีรองรับประชาชนได้9แสนคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 09 ต.ค. 2560 เวลา 15:47 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/519255

กสทช.เผยเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีรองรับประชาชนได้9แสนคน

กสทช.เผยเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสามารถรองรับประชาชนได้ถึง 9 แสนคน

เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร กรรมการ และผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช. ) พร้อมด้วย พล.ต.อ.เฉลิมเกีรยติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.เดินทางไปตรวจความพร้อมของเครือข่ายสื่อสารในพื้นที่พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ

นายฐากร กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณสื่อสารมีความพร้อม 100% โดยได้กำชับผู้ให้บริการสื่อสารทั้ง 5 ราย (เอไอเอส ทรู ดีแทค ทีโอที กสท โทรคมนาคม) ให้ดูแลคุณภาพสัญญาณพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง ซึ่งจะสามารถรองรับการสื่อสารของประชาชนได้ถึง 900,000 คน โดยหากมีความหนาแน่นของการใช้งานเพิ่มมากกว่านี้ก็พร้อมจะขยายความสามารถในการส่งสัญญาณ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 8 ต.ค. กสทช.ได้จำลองสถานการณ์ที่มีการรบกวนสัญญาณสื่อสารและสัญญาณถ่ายทอดพระราชพิธีฯ โดยสามารถตรวจจับผู้รบกวนสัญญาณได้ภายใน 30 นาที ซึ่งในวันที่มีพระราชพิธีฯ จะสามารถตรวจจับการรบกวนได้เร็วกว่านี้ โดย กสทช.ได้นำรถตรวจจับการรบกวนสัญญาณมาไว้ในพื้นที่พระราชพิธีฯ จำนวน 6 คัน

ส่องนวัตกรรมสุดล้ำ ณ ศูนย์เทคโนโลยีสุดนำสมัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 ต.ค. 2560 เวลา 12:47 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518950

ส่องนวัตกรรมสุดล้ำ ณ ศูนย์เทคโนโลยีสุดนำสมัย

โดย พุสดี

หากย้อนไป 15 ปีก่อน คุณสุภาพสตรีคงไม่เชื่อว่า เพื่อสุขภาพผมที่ดี จัดทรงง่าย คุณต้องยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินหลักหมื่นเพื่อเป็นเจ้าของไดรเป่าผมสักเครื่อง

หรือต้องทึ่งกับเครื่องดูดฝุ่นที่มาพร้อมนวัตกรรมเหลือร้ายแต่มาพร้อมราคาที่ชวนตะลึง เพราะสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปแบบไม่เห็นฝุ่น

 ในทางกลับกัน ใครจะคิดว่า วันหนึ่งโลกของเราจะมีไดรเป่าผมที่มีอานุภาพของแรงลมทรงพลัง แต่ตัวเครื่องไม่เทอะทะ แม้ตอนทำงานยังเสียงเงียบจนแทบไม่ได้ยิน แถมยังช่วยถนอมเส้นผม

หรือวันดีคืนดีคุณแม่บ้านก็จะมีผู้ช่วยทำความสะอาดที่แสนอัจฉริยะ อย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ต่อให้จัดบ้านใหม่ก็ยังทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีตกหล่น

 ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงไม่ใช่เรื่องมโน เพราะนี่คือยุคแห่งนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคยุคนี้มองหาต้องไม่ใช่แค่ดีไซน์สวย ขายความเป็นตำนาน ราคาเอื้อมถึง แต่ต้องมาพร้อมนวัตกรรมที่ทำให้ชีวิตคนยุคนี้ง่ายขึ้น

 แน่นอนว่าเบื้องหลังกว่าจะได้มาซึ่งสินค้าที่ประกอบด้วยนวัตกรรมชวนทึ่ง ต้องไม่ธรรมดา หนึ่งในตัวอย่างของโกลบอลแบรนด์ที่ใจป้ำลงทุนเพื่อคิดค้นนวัตกรรมที่เป็นที่สุดต้องยกให้ไดสัน ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าของโลกจากประเทศอังกฤษ

ที่ล่าสุดทุ่มเม็ดเงินลงทุนสูงถึง 1,500 ล้านปอนด์ เพื่อเนรมิตศูนย์การวิจัยเทคโนโลยี Dyson Singapore Technology Centre ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นสถานที่ที่วิศวกรของไดสันคิดค้นเทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ส่วนจะหรูหราล้ำสมัยขนาดไหนไปตะลุยพร้อมกัน

 บรรยากาศของ Dyson Singapore Technology Centre ออกแบบให้โปร่งโล่งสบาย หลังจากผ่านบริเวณโถงรับแขก ซึ่งจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไว้ต้อนรับแล้ว ความเก๋ไก๋คือ มีการทำโมเดลไดรเป่าผม หนึ่งในสินค้าไฮไลต์มาขยายส่วนเพื่อให้เห็นชิ้นส่วนเล็กๆ ข้างใน เพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อย ชวนให้กระหายอยากรู้ว่าความลับที่ซ่อนอยู่ภายในกลไกเหล่านี้คืืืออะไรกันแน่

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราบุกเข้าไปด้านในศูนย์แห่งนี้ด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความพิเศษของศูนย์แห่งนี้ คือเป็นทั้งออฟฟิศและห้องแล็บในตัว ขณะที่เดินผ่านประตูเข้าไปพบกับกองทัพพนักงานไดสันที่กำลังก้มหน้าทำงานอย่างขะมักเขม้น

พอตัดภาพมาอีกฝั่งของออฟฟิศ สายตาก็ทอดไปเห็นห้องทดลองมากมาย ที่เรียงตัวคู่ขนานกันไป วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้ทีมงานทั้งส่วนออฟฟิศ และส่วนหลังบ้านที่ทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยสามารถทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดแบบไร้รอยต่อ

เริ่มจากห้องแรก ห้องทดลองเสียง (Acoustics Lab) ห้องนี้ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทดสอบความเงียบของผลิตภัณฑ์ไดสัน ที่มาพร้อมกับการทะลายความเชื่อแบบเดิมๆ ที่ว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทรงต้องมาพร้อมเสียงที่ดัง

ไดสันท้าทายความเชื่อนี้ ด้วยการพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นเงียบที่สุด ด้วยการนำมาทดสอบการทำงานในห้องนี้ ซึ่งบุโดยรอบด้วยโฟม เพื่อให้มั่นใจว่าห้องจะไร้เสียงรบกวนจากภายนอก ว่ากันว่าใครที่เข้ามา แค่เสียงท้องร้องยังได้ยิน

 ถัดมา คือ ห้องทดลองพลศาสตร์ของไหล หรือแปลง่ายๆ ว่าห้องที่จะท้าทายอานุภาพของพลังลม พลังที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ เพื่อให้มั่นในว่าไดรเป่าผมของไดสันจะปล่อยแรงลมออกไปโดยตรงจุดที่ต้องการ

วิศวกรของที่นี่ ใช้ระบบเซ็นเซอร์เข้ามาจับทิศทางลม และทำการทดสอบพลังลมในรูปแบบต่างๆ และต่อยอดไปสู่การพัฒนาของมอเตอร์

ตามติดมาด้วยห้องทดลองประสิทธิภาพ อีกหนึ่งห้องทดลองที่เรียกว่าเป็นไฮไลต์ เพราะเป็นแล็บสำหรับการทำการทดลองเพื่อให้เข้าใจสภาพเส้นผมของคนเรา รวมทั้งศึกษาการตอบสนองของเส้นผมกับผลิตภัณฑ์ของไดสัน โดยเส้นผมที่นำมาใช้ในแล็บนี้เป็นเส้นผมจริงทั้งหมด เข้ามาแล้วบรรยากาศอาจชวนหลอนเบาๆ กับเส้นผมของคนจริงๆ มากมาย แต่ก็น่าทึ่งไม่เบา

ไปต่อที่อีกห้องที่สนุกและอยู่แล้วเพลินสุดๆ นั่นคือ ห้องสตูดิโอเชื่อมต่อบรรยากาศเหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อนสุดเนิร์ด ที่มีเพียงชุดรับแขก หน้าจอมอนิเตอร์และจอคอมพิวเตอร์

 ความน่าสนใจของห้องนี้ เป็นห้องทดลองการทำงานของหุ่นยนต์ดูดฝุ่น 360 องศา ที่ฉลาดล้ำสุดๆ เพราะนอกจากจะออกแบบมาให้ทุ่นแรงมนุษย์แล้ว ต้องฉลาดด้วย เพราะวิศวกรในห้องนี้จะทดสอบหุ่นยนต์ดูดฝุ่นด้วยการเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ และสิ่งของต่างๆ เพื่อทดสอบว่าสามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เคยเจอมาก่อนหรือไม่ จากนั้นก็นำข้อมูลที่ได้มาประมวลผลและพัฒนาหุ่นยนต์เหล่านี้ให้ฉลาดขึ้น

ปิดท้ายด้วยโซนหอควบคุม ที่ชวนให้จินตนาการว่ากำลังอยู่ในสนามบิน หรือสถานีข่าวที่มีจอยักษ์คอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆ แบบเรียลไทมส์ ความพิเศษของจอที่ว่า ออกแบบมาเพื่อให้พนักงานสามารถติดตามสถานะขั้นตอนการผลิตทั้งหมดของไดสันได้ หากมีข้อผิดพลาดจะได้แก้ไขได้ฉับไว พร้อมทั้งสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงได้ตลอดเวลา

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมที่ไดสันทุ่มเทเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ อย่างน้อยก็พอให้เห็นภาพว่า ทำไมต้องยอมจ่าย เพื่อเลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าของไดสัน

‘อเมซอน’รุกส่งของเองอุดช่องโหว่อี-คอมเมิร์ซ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 07 ต.ค. 2560 เวลา 08:45 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518914

'อเมซอน'รุกส่งของเองอุดช่องโหว่อี-คอมเมิร์ซ

อเมซอนทดลองส่งสินค้าจากผู้ขายไปยังผู้ซื้อเอง หวังกรุยทางบุกธุรกิจขนส่ง

บลูมเบิร์กรายงานอ้างแหล่งข่าวเกี่ยวข้องว่า อเมซอน อี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่จากสหรัฐ กำลังทดลองบริการส่งสินค้าใหม่ ชื่อ “เซลเลอร์ เฟล็กซ์” เพื่อให้ส่งสินค้าได้มากขึ้นในช่วงส่งฟรี 2 วันของบริษัท นับเป็นสัญญาณล่าสุดในการเดินหน้าพัฒนาระบบขนส่ง ซึ่งมีแนวโน้มกระทบธุรกิจบริการส่งสินค้ารายใหญ่ เช่น เฟดเอ็กซ์ และยูพีเอส

แหล่งข่าวเกี่ยวข้องระบุว่าอเมซอน จะเข้ามาดูแลการรับสินค้าจากคลังของผู้ค้าบนเว็บไซต์อเมซอนดอทคอม แล้วขนส่งไปยังบ้านผู้ซื้อ ซึ่งขณะนี้กระบวนการดังกล่าวดำเนินการโดยยูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ แม้อเมซอนจะยังคงใช้บริการขนส่งจากบริษัทดังกล่าว แต่จะเข้ามาตัดสินใจเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งเอง แทนที่จะให้ผู้ขายดูแล

บลูมเบิร์กรายงานว่า การดูแลการขนส่งจะทำให้อเมซอนควบคุมการส่งสินค้าไปยังผู้ใช้ปลายทางได้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการส่ง และปัญหาสินค้าล้นคลังสินค้าเพราะให้ผู้ขายเป็นฝ่ายเก็บสต๊อกสินค้าเอง

ด้านซีเอ็นบีซีรายงานว่า แม้ อเมซอน ยืนยันว่าจะยังใช้บริการส่งสินค้ากับพันธมิตรปัจจุบันอย่างยูพีเอสและเฟดเอ็กซ์ต่อ แต่สุดท้ายอเมซอนจะขยายการดำเนินงานเข้าสู่ธุรกิจขนส่งในอนาคต

“เมื่อพิจารณาจากการลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งเพื่อสนับสนุนธุรกิจค้าปลีกของอเมซอนแล้ว เรามองว่า ในที่สุดอเมซอนจะให้บริการส่งสินค้ากับกลุ่มบุคคลที่สามอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น” โคลิน เซบาสเตียน นักวิเคราะห์จาก เบร์ด บริษัทให้บริการทางการเงินในสหรัฐ กล่าว

เคาะแผนดูแลลูกค้าทรูเก่าหลังสิ้นสัญญา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 ต.ค. 2560 เวลา 09:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518753

เคาะแผนดูแลลูกค้าทรูเก่าหลังสิ้นสัญญา

กสทช.เห็นชอบ แผนดูแลโทรศัพท์บ้านของทีโอที หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานทรู 28 ต.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.) เห็นชอบแผนรองรับการให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานของบริษัท ทีโอที หลังวันที่ 28 ต.ค. 2560 นี้ จะเป็นการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์ พื้นฐานในพื้นที่เขตโทรศัพท์นครหลวงของบริษัท ทีโอที กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือบริษัท เทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น เดิม

ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่วันที่ 29 ต.ค. 2560 ก็จะเริ่มเข้าสู่แผนรองรับการให้บริการฯ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการที่ยังเหลืออยู่จำนวน 946,441 เลขหมาย โดยให้ กสทช.ติดตามการดูแลประชาชนผู้ใช้บริการในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายอนุรุต อุทัยรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า ทีโอทีเตรียมความพร้อมรองรับการให้บริการลูกค้าหลังสิ้นสุดสัญญา สำหรับเลขหมายรองรับการให้บริการภายใต้สัมปทาน 2.6 ล้านเลขหมาย มีผู้ใช้งานจริงประมาณ 9 แสนเลขหมาย ขณะที่รายได้ภายใต้สัมปทานมีมูลค่า 2.39 แสนล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ของส่วนทีโอที 4.1 หมื่นล้านบาท และรายได้ของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น 1.98 แสนล้านบาท

‘กูเกิล’รุกลุยฮาร์ดแวร์เต็มตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 06 ต.ค. 2560 เวลา 08:56 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518751

'กูเกิล'รุกลุยฮาร์ดแวร์เต็มตัว

กูเกิลเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ หวังแข่งตลาดฮาร์ดแวร์-กระตุ้นยอดการใช้งานบริการออนไลน์

กูเกิล บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐ เดินหน้าเข้าสู่ในตลาดฮาร์ดแวร์เต็มตัว เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งหลายราย เช่น แอปเปิ้ล ซัมซุง และอเมซอน ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรายการ ประกอบด้วยสมาร์ทโฟนพิกเซล 2 ลำโพงอัจฉริยะ แล็บท็อปพิกเซลบุ๊ก หูฟังไร้สาย และกล้องขนาดเล็ก

กูเกิลพยายามใช้จุดเด่นด้านความอัจฉริยะของอุปกรณ์เป็นจุดขาย ไม่ว่าจะเป็นหูฟังไร้สายที่เชื่อมต่อกับบริการ กูเกิล แอสซิสแทนต์ ทำให้สามารถแปลภาษาได้ถึง 40 ภาษา ขณะที่สมาร์ทโฟนพิกเซล 2 เปิดตัวขึ้นเพื่อต่อยอดความสำเร็จของสมาร์ทโฟนพิกเซลรุ่นก่อนหน้า ซึ่งรอยเตอร์สคาดการณ์ว่าขายได้กว่า 2 ล้านเครื่อง

รอยเตอร์ส เสริมว่า การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ยังคาดว่าช่วยเพิ่มรายได้จากโฆษณา ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ กูเกิลได้เช่นกัน เนื่องจากหากผู้บริโภคใช้อุปกรณ์ของกูเกิลมากขึ้น ยอดการใช้บริการต่างๆ เช่น กูเกิลแมป หรือเสิร์ชเอนจิ้นผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกูเกิลซื้อหน่วยธุรกิจและพัฒนาสมาร์ทโฟนพิกเซลของบริษัท เอชทีซี จากไต้หวัน วงเงิน 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.64 หมื่นล้านบาท) เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ศึกสมาร์ทโฟนร้อนระอุ รายเล็กแห่ชิงตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 22:23 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518640

ศึกสมาร์ทโฟนร้อนระอุ รายเล็กแห่ชิงตลาด

โดย…ณัฏฐ์ยาน์ สุทธิเจริญ

ตามปกติช่วงปลายปีถือว่าเป็นการแข่งขันของกลุ่มสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่แตะหลักหมื่น แต่มาปีนี้แม้ว่าไอโฟน หรือซัมซุงจะเปิดตัวราคาไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาท แม้ว่าจะมีฐานแฟนคลับที่มีกำลังซื้อ แต่ก็ยังมีอีกมากที่ต้องมองหาราคารองลงมา นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมค่ายมือถือรายใหม่จากจีนจึงกล้าเข้ามาเจาะตลาด

ประเดิมด้วย จีโอนี น้องใหม่จากจีนที่เข้ามาเปิดตัวพรีเซนเตอร์ แต้ว-ณฐพร ก่อนจัดงานเปิดตัวแบรนด์ภายในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ครั้งล่าสุด เพราะไม่อยากตกขบวน และหวังว่าลูกค้าจะยอมรับแม้ยังไม่รู้จักกันก็ตาม

หยู ป่าวชิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จีโอนี ไทยแลนด์ เผยว่า แบรนด์จีโอนีถือว่าเป็นแบรนด์อันดับ 4 ในประเทศจีนรองจากหัวเว่ย ออปโป้ และวีโว่ แม้ว่าจีโอนีจะมีสีส้มเหมือนกับเสี่ยวมี่ แต่เสี่ยวมี่เน้นการขายออนไลน์เป็นหลัก ทำให้ลูกค้านึกถึงจีโอนีมากกว่า และไม่นับว่าเป็นคู่แข่งในตลาดสมาร์ทโฟน

ด้านความตั้งใจในการทำตลาดไทยนั้น ได้ใช้เวลา 6 เดือนในการลงทุนด้านทีมงาน ขยายช่องทางจำหน่าย ทำการตลาดและประชาสัมพันธ์โดยใช้งบไปแล้วกว่า 60 ล้านบาท คาดถึงสิ้นปีนี้ใช้งบไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ในการวางรากฐานธุรกิจในประเทศไทย

“แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศที่ 3 ในภูมิภาคนี้ในการขยายธุรกิจออกมานอกประเทศ แต่ก็มองว่าไทยน่าจะเป็นตัวกลางในการจัดส่งสินค้าให้กับประเทศข้างเคียงด้วย” หยู กล่าว

นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายได้ส่วนแบ่งตลาด 2% ในสิ้นปี 2560 นี้ หลังจากเริ่มวางจำหน่ายในช่องทางต่างๆ ตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา และพบว่ามีผลตอบรับที่ดี โดยระดับราคาสินค้ามีตั้งแต่ 4,900-11,990 บาท และไม่หวั่นเจ้าตลาดรายเดิม เพราะไทยยังมีโอกาสอีกมาก ทั้งการใช้งานเครือข่ายที่รวดเร็วขึ้น ทั้งกลุ่มนิสิตนักศึกษาและคนทำงาน

ทั้งนี้ ช่วงเดือน พ.ย. เตรียมเปิดรุ่นเรือธงใหม่ที่ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่รักการถ่ายภาพด้วยกล้อง 4 เลนส์ ส่วนราคาขายวางไว้ไม่เกิน 1.2 หมื่นบาท ส่วนรุ่นทั้งหมดที่วางขายในปัจจุบันคาดว่าจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.นี้ จะขายได้รวมกัน 2 แสนเครื่อง

ทางด้าน กันตวีร์ แสงสาย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท นูเบีย ประเทศไทย กล่าวว่า นูเบียเข้ามาไทยได้ประมาณ 1 ปีแล้ว ภาพรวมถือว่าเป็นไปได้ดี แม้ว่าตอนนี้มีส่วนแบ่งตลาดยังไม่เยอะ แต่คู่แข่งในตลาดที่มีจำนวนมากก็ไม่ได้ทำให้กังวล เพราะไม่ได้คาดหวังในตลาดแมส เพราะตั้งแต่ทำธุรกิจมาเน้นตลาดเฉพาะกลุ่มมาตลอด ซึ่งผลตอบรับก็ทำให้หายเหนื่อย

แม้ว่าช่วงกลางปีตลาดจะซบเซา แต่บริษัทก็ทำยอดขายได้ตามเป้า และคาดว่าในอีก 3 เดือนที่เหลือนี้น่าจะไปต่อได้ ซึ่งบริษัทยังสานต่อกิจกรรมออนไลน์แต่จะให้อยู่ในระเบียบที่ภาครัฐขอความร่วมมือ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 10 รุ่นแล้ว คาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายแตะ 100 ล้านบาทแน่นอน

ขณะที่แบรนด์ไอมี่ สมาร์ทโฟนจากฮ่องกง ก็กลับมาทำตลาดในไทยอีกครั้ง แต่แม้ว่าจะมีจำหน่ายในตลาดต่อเนื่อง ก็ไม่สามารถสู้รายอื่นๆ ที่ทำตลาดกันอย่างดุดัน ซึ่งครั้งนี้ส่งรุ่นจอไร้ขอบออกมาพร้อมกัน 3 รุ่น คือ iMI X, Wisdom Limited x และ Vin 3 X Edition เพื่อหวังจับกระแสตลาดสมาร์ทโฟนระดับกลางของไทยที่มองว่ายังมีโอกาสอีกมากเช่นกัน

ด้านออปโป้ก็ส่ง Oppo R9 เข้ามาทำตลาด โดยเพิ่มฟีเจอร์ถ่ายภาพให้ดียิ่งขึ้น เน้นการถ่ายรูปแบบกรุ๊ปฟี่หวังเอาใจคนชอบเซลฟี่ กล้องหน้ากว้าง 120 องศา แต่ครั้งนี้เปลี่ยนชื่อรุ่นใหม่เป็น R9s Pro พร้อมกับพรีเซนเตอร์ ต่อ-ธนภพ หลังจากที่รุ่นก่อนหน้านี้ R9s Black Edition ก็มีโมเดลสีดำ ส่วนรูปลักษณ์ก็แทบไม่ต่างจากเดิม ด้านราคาขายยังคงเป็น 1.39 หมื่นบาทเช่นเดิม มี 2 สี คือ ทองและดำมาให้เลือกใช้งาน

โดโนวาน ซง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด เสี่ยวมี่ โกลบอล กล่าวว่า ก่อนหน้านี้จะเห็นเสี่ยวมี่ผ่านตัวแทนจำหน่าย ครั้งนี้บริษัทมองว่าไทยเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีการเติบโตที่ดี จึงต้องการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ของสินค้าเพื่อให้คนไทยได้สัมผัส

“แม้ว่าเสี่ยวมี่จะขายทั่วโลกได้กว่า 100 ล้านเครื่องแล้ว แต่ก็ยังหวังจะเป็นแบรนด์ที่ติดอันดัปท็อป 5 ของโลก โดยไตรมาส 2 ของปีนี้ ทำยอดขายกว่า 23.61 ล้านเครื่อง ในอนาคตก็หวังว่าไทยจะเป็นส่วนหนึ่งในยอดขายนี้” ซง กล่าว

อย่างไรก็ตาม การที่เข้ามาทำตลาดช่วงปลายปี บริษัทไม่ได้มองว่าช้า แต่เป็นการมองหาจังหวะที่เหมาะสม และสินค้าที่นำมาวางขายก็คิดว่าเหมาะสมกับตลาดประเทศไทย ซึ่งในอนาคตลูกค้าจะเชื่อมโยงการใช้งานอุปกรณ์ทุกอย่างของเสี่ยวมี่ผ่านแอพพลิเคชั่นและบริการที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ

ฝั่งเจ้าตลาดอย่างซัมซุง นำทีมโดย วิชัย พรพระตั้ง รองประธานองค์กร ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ก็ยืนยันว่าไม่กังวลที่มีรายใหม่เข้ามาทำตลาดในขณะนี้ เพราะยิ่งมีรายใหม่เข้ามายิ่งช่วยกระตุ้นให้คึกคักและเป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค

“ผมมองว่าการแข่งขันเป็นเรื่องปกติ มีการแข่งขันเข้ามาทุกเดือน ซึ่งเรายังโตมากกว่าตลาด” วิชัย กล่าว

สิ่งที่ซัมซุงมอง ไม่ใช่รุ่นไหนขายได้เท่าไหร่ แต่มองเรื่องนวัตกรรมที่จะออกมาสู้กันมากกว่า เพราะทุกแบรนด์มีเหมือนกันคือกล้องที่ถ่ายรูปได้ดี ซึ่งซัมซุงก็ทำได้ดีมีครบทุกความต้องการของลูกค้าจึงมองข้ามเรื่องนี้ไปแล้ว โดยจะเน้นการพัฒนาทั้งนวัตกรรมและบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน

ยกตัวอย่างเช่น กาแล็คซี่ กิฟท์ ที่มีพาร์ตเนอร์รายใหม่เข้ามาเพิ่ม เรื่องของการใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อให้เป็นสังคมไร้เงินสด ไม่ว่าจะใช้จ่ายผ่านคิวอาร์โค้ดหรือวอลเล็ตอย่างซัมซุงเพย์ เพราะนอกจากธนาคารที่มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้จ่ายได้สะดวกแล้ว ความปลอดภัยจากการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนก็ต้องสำคัญเช่นกัน

ในเรื่องของราคาขายในตลาด ต้องยอมรับว่าราคาสมาร์ทโฟนในตลาดปรับเปลี่ยนเร็วมาก ทำให้บริษัทต้องมีทุกระดับราคาเพื่อเสริมฐานความแข็งแรง โดยมีตั้งแต่หลักพันต้นๆ จนถึงหลัก 2-3 หมื่นปลายๆ ซึ่งทุกระดับราคา ส่งผลให้ยอดขายทั้งปีทะลุเป้าไปแล้ว ช่วงไตรมาส 4 ที่งดทำกิจกรรม จึงไม่มีผลกระทบใดๆ และมองปีต่อไปมากกว่า

ต้องยอมรับว่าประเทศที่เร่งนำเสนอนวัตกรรมกลุ่มสมาร์ทโฟน ไม่ใช่ประเทศฝั่งยุโรปอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีหรือจีนก็ล้วนแล้วแต่เป็นประเทศในฝั่งเอเชียทั้งสิ้น ทำให้นวัตกรรมที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานในภูมิภาคนี้คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

สวยสดใสอย่างน่าทึ่ง! กระเป๋าเดินทางมีชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 10:05 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518557

สวยสดใสอย่างน่าทึ่ง! กระเป๋าเดินทางมีชีวิต

กระเป๋าเดินทางหูแมวขยับได้ มาพร้อมเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองต่อสัมผัสมือของผู้ใช้งาน

เพราะชีวิตคือการเดินทางที่ไม่มีจุดสิ้นสุด เช่นเดียวกับการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองนักเดินทางทุกคน กระเป๋าเดินทางถือเป็นสิ่งของสำคัญที่สุดสำหรับทุกการเดินทางเลยก็ว่าได้ การเลือกกระเป๋าเดินทางคู่ใจสักใบอาจเลือกจากหลายๆ ปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นขนาด ความแข็งแรง ดีไซน์ หรือความพิเศษต่างๆ ที่มาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบนั้น และจะดีแค่ไหนหากกระเป๋าเดินทางคู่ใจของคุณจะสามารถขยับได้ มีชีวิต และสามารถโต้ตอบกลับประหนึ่งเป็นเพื่อนร่วมทริปด้วยอีกคน

Fravel Cat Suitcase เป็นกระเป๋าเดินทางที่หลายคนยกให้เป็นกระเป๋าเดินทางที่น่ารักที่สุดอีกใบหนึ่งของโลก ด้วยแนวคิดในการผลิตที่ได้มาจากเวลาผู้หญิงเลือกกระเป๋า ซึ่งส่วนหนึ่งก็มักจะเลือกจากดีไซน์ กระเป๋าเดินทางใบนี้จึงถูกออกแบบมาให้น่ารักเหมือนกับเราได้พาสัตว์เลี้ยงตัวน้อยออกไปท่องโลกด้วยกัน เพื่อความสมจริงทางผู้ผลิตจึงทำให้หูของกระเป๋าขยับได้ และสามารถตอบสนองกับเราได้ยามเราลูบกระเป๋า เหมือนกับเวลาเราลูบหัวของสัตว์เลี้ยงตัวโปรด อีกทั้งยังมีแสงไฟรูปหัวใจ เปรียบเสมือนว่าหัวใจของกระเป๋าใบนั้นกำลังเต้นอยู่ราวกับมีชีวิตจริงๆ

นอกจากหูและหัวใจที่เป็นลูกเล่นเด่นของกระเป๋าใบนี้แล้ว แต่ทางผู้ผลิตยังเก็บรายละเอียดที่ล้อของกระเป๋า โดยทำเป็นรูปอุ้งเท้าแมว ตัวล้อทำจากวัสดุที่เป็นสีใส ใช้งานสะดวก หมุนได้ 360 องศา ซึ่งด้ามจับของกระเป๋าก็เป็นสีใสเข้ากันกับตัวล้อ เรื่องความแข็งแรงและความปลอดภัยก็หายห่วง เนื่องจากตัวกระเป๋าทำจากวัสดุกันน้ำ พร้อมลุยในทุกการเดินทาง ส่วนเรื่องแบตเตอรี่นั้นไม่ต้องกังวล เพราะเป็นแบตเตอรี่ในตัว หากแบตเตอรี่หมดก็สามารถดึงสายออกมาเสียบชาร์ตได้ตามปกติ

กระเป๋ารุ่นนี้ทำออกมาเพียงขนาดเดียวคือ รุ่น 22 นิ้ว เป็นขนาดกะทัดรัดที่สามารถถือขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่ผิดกฎของสายการบิน แน่นอนว่ากระเป๋าน่ารักขนาดนี้ คงไม่มีใครอยากโหลดลงใต้เครื่องบิน เพื่อให้เสี่ยงต่อการกระแทกอยู่แล้ว

สำหรับราคานั้นแล้วแต่รุ่น หากเป็นรุ่น Macaron ที่เป็นรุ่นออริจินอล สีพื้นฐาน Banana, Mint, Cream, Strawberry และ Grape ราคาปกติจะอยู่ที่ $359 หรือประมาณ 12,000 บาท ส่วนรุ่น Cotton Candy และรุ่น Rainbow Dream ที่มีดีไซน์แบบไล่สี ราคาก็จะสูงขึ้นไปตามลำดับ

นอกจากนั้นทางผู้ผลิตยังออกหูแบบต่างๆ นอกจากหูแมวที่เป็นรุ่นเบสิก อย่าง หูกระต่ายและหูหมี ออกมาจำหน่ายเพื่อให้เปลี่ยนได้ตามใจอีกหลากหลายสี ทำให้ผู้ใช้งานสามารถออกแบบกระเป๋าเดินทางของตัวเองได้อย่างตามใจ ให้เป็นกระเป๋าเดินทางคู่ใจที่มีเอกลักษณ์ เพื่อบ่งบอกไลฟ์สไตล์และตัวตนของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี

ยุโรปลงดาบ ‘อเมซอน’ เก็บภาษีย้อนหลัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

วันที่ 05 ต.ค. 2560 เวลา 09:59 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/it/518555

ยุโรปลงดาบ ‘อเมซอน’ เก็บภาษีย้อนหลัง

อียูสั่งเรียกภาษีย้อนหลังจากอเมซอนเกือบ 1 หมื่นล้าน หลังพบหลบภาษีในยุโรป

สหภาพยุโรป (อียู) สั่งให้ อเมซอน ยักษ์อี-คอมเมิร์ซจากสหรัฐ จ่ายค่าภาษีย้อนหลังถึง 250 ล้านยูโร (ราว 9,814 ล้านบาท) พร้อมดอกเบี้ยให้รัฐบาลลักเซมเบิร์ก หลังพบว่าอเมซอนได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างผิดกฎหมายจากรัฐบาลเมื่อปี 2003

“ลักเซมเบิร์กให้ผลประโยชน์ด้านภาษีที่ผิดกฎหมายกับอเมซอน ซึ่งส่งผลให้กำไรของอเมซอนเกือบ 75% ไม่ถูกเก็บภาษี” มาร์เกรธ เวสทาเกอร์ หัวหน้าคณะกรรมาธิการต่อต้านการผูกขาดตลาดของอียู กล่าว โดยอียูระบุว่า รัฐบาลลักเซมเบิร์กเปิดทางให้อเมซอนโยกย้ายผลกำไรส่วนใหญ่ไปโดยไม่ต้องเสียภาษี

รอยเตอร์สระบุว่า อเมซอนปรับเปลี่ยนแนวทางจัดเก็บภาษีในยุโรปเมื่อปี 2015 เพื่อให้สามารถปิดยอดขายและจ่ายภาษีได้ทั้งในอังกฤษ เยอรมนี สเปน และอิตาลี แทนที่จะปิดยอดขายทั้งหมดในลักเซมเบิร์ก ที่เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่เพียงที่เดียว ซึ่งจะทำให้อเมซอนต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ อเมซอนปฏิเสธข้อกล่าวหาและยื่นอุทธรณ์ต่อ เช่นเดียวกับรัฐบาลลักเซมเบิร์ก โดยนอกจากกรณีอเมซอนแล้ว อียูยังอยู่ระหว่างการสืบสวนแมคโดนัลด์ เชนฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่จากสหรัฐด้วยเช่นกัน ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) จะฟ้องไอร์แลนด์ เนื่องจากล้มเหลวในการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังจากแอปเปิ้ล อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จากสหรัฐ วงเงิน 1.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 5.10 แสนล้านบาท)

สำหรับความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่อียูพยายามปราบปรามการเลี่ยงภาษีของบริษัทข้ามชาติรายใหญ่ซึ่งมาตั้งสำนักงานในยุโรปเพื่อเลี่ยงภาษี โดยรอยเตอร์สรายงานว่า อีซีกำลังร่างข้อเสนอปฏิรูปภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ให้เก็บแวตจากประเทศที่สินค้าขายออก เพื่ออุดช่องโหว่การเลี่ยงภาษีด้วยการจดทะเบียนบริษัทในประเทศที่อัตราแวตถูกกว่า เช่น ลักเซมเบิร์กที่อเมซอนจดทะเบียนตั้งอยู่