พลิกโฉมสวนจตุจักร 4.0 ดึงแอพเชื่อมโลกออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

31 สิงหาคม 2560 เวลา 22:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/512246

พลิกโฉมสวนจตุจักร 4.0 ดึงแอพเชื่อมโลกออนไลน์

ปัจจุบันผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี)กำลังถูกท้าทายจากเทค โนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งการขายสินค้าผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซและมาร์เก็ตเพลส ซึ่งรายเล็กที่ขาดความรู้และความเข้าใจก็ทยอยล้มหายตายจาก เพราะปรับตัวไม่ทันกับความเปลี่ยนแปลง ล่าสุด ไทยพาณิชย์จึงร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พลิกโฉมตลาดนัดสวนจตุจักรสู่ยุค 4.0 โดยนำเทคโนโลยีมาเชื่อมกับโลกออฟไลน์

โดย…รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส ผู้ดำเนินธุรกิจดูแลด้านฟินเทคและพัฒนานวัตกรรมทางการเงินให้กับธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในสวน จตุจักรมีร่วม 1 หมื่นราย แต่กำลังเผชิญกับปัญหาเทรนด์การซื้อสินค้าทางออนไลน์เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ช่องทางออฟไลน์หรือลูกค้าที่มาซื้อสินค้าในสวนจตุจักร คือจำนวนร้านมากมายหลายโครงการ ทำให้ผู้ซื้อสินค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศหาร้านค้าไม่เจอ ไทยพาณิชย์จึงเปิดตัวแอพพลิเคชั่น Chatuchak Guide สำหรับลูกค้าที่มาซื้อสินค้าสามารถค้นหาและเดินหาร้านค้าโดยไม่หลง ด้วยแผนที่อัจฉริยะที่สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งร้านค้า จากเทคโนโลยี Geomagnetic

นอกจากนี้ ร้านค้ายังสามารถจัดโปรโมชั่นจากร้านค้าได้แบบเรียลไทม์ ส่วนบนแอพพลิเคชั่นยังสามารถให้ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าสามารถรีวิวหลังจากซื้อสินค้าและบริการซึ่งจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ารายอื่นๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถรองรับการใช้งานทั้งภาษาไทย อังกฤษ และจีน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทุกกลุ่มทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยวางแผนจะเปิดให้ใช้งานได้เต็มรูปแบบภายในเดือน พ.ย. และในอนาคตจะขยายผลนำโมเดลต้นแบบจตุจักรบนดิจิทัลแพลตฟอร์มไปใช้กับเอสเอ็มอีทั่วประเทศต่อไป

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นสำหรับร้านค้าเปรียบเสมือนเป็นระบบช่วยในการขายหรือ POS ที่ครบวงจรให้แก่ร้านค้า โดยผู้ขายสามารถบริหารจัดการสต๊อกสินค้า เช็กรายงานการขายรายวัน และรับชำระเงินด้วยพร้อมเพย์ได้ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการต้นทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังเพิ่มความคล่องตัวในการรับชำระงินที่สะดวกปลอดภัย ซึ่งร้านค้าที่จะเข้าร่วมต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์กับไทยพาณิชย์ พร้อมกับดาวน์โหลด SCB EASY APP

อย่างไรก็ดี ในอนาคตไทยพาณิชย์จะดึงอาลีเพย์ วีแชตเพย์ เพื่อให้บริการกับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้ามาซื้อสินค้าในสวนจตุจักรเป็นจำนวนมาก โดยภายในเดือน ต.ค. คาดว่าจะดึงร้านค้าจตุจักรเข้ามาร่วม 1,000 ราย นอกจากนี้ยังวางแผนเปิดแคมเปญสำหรับกลุ่มผู้บริโภค และในช่วงปลายปีเตรียมเปิดตัวแคมเปญเทศกาลของขวัญ เพื่อสร้างการรับรู้และดึงให้เข้ามาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นสำหรับการใช้งาน หลังจากนั้นวางเป้าหมายดึงร้านค้าเข้ามาร่วม 8,000 ร้านค้า

“ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีของไทยพาณิชย์มีร่วม 2 แสนราย ส่วนในจตุจักรมีราว 1,000 ราย เรามองว่าธุรกิจธนาคารต้องปรับตัวเป็นมากกว่าแค่แบงก์กิ้ง คือก้าวสู่ดิจิทัล รีเทล เพราะกระแสฟินเทคเป็นเทรนด์ที่กำลังมา ขณะเดียวกันมองว่า ลูกค้าเอสเอ็มอีมีความสำคัญต้องสร้างให้แข็งแกร่ง เมื่อลูกค้าอยู่ได้เราก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้”อรพงศ์ กล่าว

วีระ วานิช ผู้ร่วมบริหารกระเป๋าหนังและผลิตภัณฑ์ของใช้จากหนังแฮนด์เมดแบรนด์ วานิชเชษฐ์ (Vanichet) กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการกับไทยพาณิชย์ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ของลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของร้าน 80% ส่วนใหญ่จะหาร้านค้าไม่เจอแม้กระทั่งเปิดกูเกิลแล้วยังมีโอกาสไม่เจอ แต่การมีแอพพลิเคชั่น Chatuchak Guide สามารถทำให้เข้าถึงร้านค้าได้ และการมีระบบการชำระเงินในรูปแบบฟินเทค ยิ่งทำให้มีความสะดวกรวดเร็ว

ด้านเจ้าของร้านกระเป๋า Zinc ในตลาดนัดจตุจักร กล่าวว่า แม้ว่าเทรนด์การซื้อสินค้าออนไลน์จะมากขึ้น แต่ช่องทางออฟไลน์ โดยเฉพาะจตุจักรก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับชาวต่างประเทศ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว การขายสินค้าแฮนด์เมด ผลิตขึ้นจากฝีมือคนไทยที่ประณีต และสุดท้ายไม่ว่าออนไลน์จะขยายตัวมากแค่ไหน พฤติกรรมของคนก็ยังคงต้องการสัมผัสกับสินค้ามากกว่า

การมีแอพพลิเคชั่น Chatuchak Guide ช่วยให้ลูกค้าสามารถหาร้านค้าเจอได้ง่ายขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ แต่ปัญหาคือทำอย่างไรให้ลูกค้าจากต่างประเทศ ซึ่งต้องประชาสัมพันธ์แอพให้เป็นที่รู้จัก

ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน ประธานกรรมการบริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ความร่วมมือในการพัฒนาตลาดจตุจักรระหว่าง รฟท. และธนาคารไทยพาณิชย์ นับเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาตลาดเปิดไปสู่รูปแบบดิจิทัลที่ทันสมัย และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ขณะที่ร้านค้าจะได้รับประโยชน์ด้านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจากแพลตฟอร์มที่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้พัฒนาขึ้น อีกทั้งยังได้รับโอกาสนำเสนอ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ร้านค้าต่างๆ ไปสู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายโดยตรง เป็นการเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงร้านค้าได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นจากหน้าร้าน ออนไลน์และระบบนำทาง สำหรับตลาดจตุจักรมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ สามารถยกระดับเป็นแลนด์มาร์คด้านการช็อปปิ้งในระดับเอเชียได้ในอนาคต

ถือว่าเป็นแอพพลิเคชั่นใหม่ ที่เข้ามาเปิดมิติผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการพลิกโฉมร้านค้าในตลาดนัดจตุจักรนี้จะเป็นโมเดลต้นแบบให้กับดิจิทัลแพลตฟอร์มไปยังเอสเอ็มอีอื่นๆ ทั่วประเทศในอนาคต อย่างไรก็ดีการผลักดันตลาดนัดสวนจตุจักรเข้าสู่ยุค 4.0 ยังคงเป็นสเต็ปแรกๆ ที่ใช้แอพพลิเคชั่นเชื่อมโลกระหว่างออฟไลน์ให้การช็อปปิ้งทำได้ง่ายขึ้น

นับจากนี้ จะมีการต่อยอดแอพพลิเคชั่นจากแค่แนะนำร้านค้าไปสู่ช่องทางการขายอย่างเต็มตัวต่อไปในอนาคตแน่นอน เพราะไทยพาณิชย์ประกาศชัดเจนว่า จะไม่อยู่แค่แบงก์กิ้ง แต่ต้องไปสู่ดิจิทัล รีเทล

 

ใช้เกมVRตรวจหา อัลไซเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2560 เวลา 20:31 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/512030

ใช้เกมVRตรวจหา อัลไซเมอร์

สถาบันวิจัยโรคอัลไซเมอร์ในอังกฤษจับมือบริษัทโทรคมจากเยอรมันพัฒนาเกมที่ใช้เล่นบนวีอาร์เพื่อตรวจหาโรคอัลไซเมอร์

ฃเมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยโรคอัลไซเมอร์ในอังกฤษร่วมกับดอยช์ เทเลคอม บริษัทโทรคมนาคมจากเยอรมนี พัฒนาเกมคอมพิวเตอร์เสมือนจริง (VR) Sea Hero Quest เพื่อใช้เก็บข้อมูลในการตรวจหาโรคอัลไซเมอร์ให้ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

เกมที่ว่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบความสามารถในการหาเส้นทาง โดยผู้เล่นต้องสวมแว่นพิเศษเพื่อเข้าสู่โลกเสมือนจริงในการรับหน้าที่กัปตันที่จะต้องโยกศีรษะไปทางซ้ายขวาเพื่อบังคับเรือฝ่าน่านน้ำที่สลับซับซ้อน ทะเลทราย และมหาสมุทรที่ถูกน้ำแข็งปกคลุม รวมทั้งให้อาหารสัตว์ประหลาดในทะเล

ระหว่างที่เข้ารับการทดสอบขณะกำลังเล่นเกมอยู่นั้น ข้อมูลจากเกมจะถูกรวบรวมและประเมินอาการโดยนักประสาทวิทยา ซึ่งเกมดังกล่าวนับเป็นการทดลองเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์ครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลจากคนทั่วโลกถึง 3 ล้านคน

เกม Sea Hero Quest เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2016 ในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน โดยการพัฒนาสู่เกมเสมือนจริงเวอร์ชั่นล่าสุด จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลที่ละเอียดลึกซึ้งกว่าเดิม

จากการรวบรวมข้อมูลของทีมวิจัยพบว่า ความสามารถในการจำแนกทิศทางของคนเราจะเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องหลังพ้นช่วงวัยรุ่น โดยเพศชายสามารถจำแนกทิศทางได้ดีกว่าเพศหญิง และประชากรจากประเทศในกลุ่มนอร์ดิค อาทิ สวีเดน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ฟินแลนด์ มีความสามารถด้านดังกล่าวเป็นเลิศกว่าชาติอื่น

ภาพ : lifeisforsharingDT

 

ซักเคอร์เบิร์กบอกลูกสาวออกไปใช้ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2560 เวลา 20:20 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/512029

ซักเคอร์เบิร์กบอกลูกสาวออกไปใช้ชีวิต

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” เขียนจดหมายถึงลูกสาวคนที่2 แนะลูกให้ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน ผู้คนเชื่อเป็นการส่งเสริมให้คนไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายครอบครัวที่มี ออกัส ลูกสาวคนที่ 2 ที่เพิ่งถือกำเนิด

ซักเคอร์เบิร์กเขียนข้อความเป็นจดหมายในนามของเขาและ พริสซิลลา ชาน ภรรยา ถึงออกัส โดยเน้นย้ำให้เธอใช้ชีวิตวัยเด็กให้เพลิดเพลินอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเด็กได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น จึงอย่าใช้ช่วงเวลานี้ไปกับการคิดมากเรื่องอนาคต

ข้อความในจดหมายยังย้ำว่า ขอให้ลูกความสำคัญกับการออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน

ทั้งนี้ จดหมายเปิดผนึกถึงทายาทของเขาสร้างความประทับใจให้กับผู้อ่าน ที่เห็นว่าไทคูนธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตส่งเสริมให้คนออกไปใช้ชีวิตในโลกแห่งความเป็นจริง

 

มันคือนวัตกรรม! เครื่องทำแผ่นมาสก์หน้าจากน้ำผักและผลไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 สิงหาคม 2560 เวลา 16:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/512003

มันคือนวัตกรรม! เครื่องทำแผ่นมาสก์หน้าจากน้ำผักและผลไม้

ไม่ต้องซื้อมาสก์ชีทอีกต่อไป เมื่อเรามีเครื่องทำแผ่นมาสก์หน้าไว้เองที่บ้าน

เดี่ยวนี้ใครๆ ต่างก็หันมาดูแลผิวกันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งสิ่งที่ฟื้นฟูผิวได้รวดเร็วและสะดวกที่สุดคงจะหนีไม่พ้นการมาสก์หน้า แล้วจะดีแค่ไหนล่ะถ้าเราไม่ต้องออกไปซื้อมาสก์บ่อยๆ แต่มีเครื่องทำมาสก์ชีทไว้เองที่บ้านเลย!

DIY Natural Fruit Vegetable Beauty Automatic Multifunction Facial Mask Maker เป็นเครื่องทำแผ่นมาสก์หน้าจากน้ำผักและน้ำผลไม้ที่ผลิตขึ้นโดยบริษัท EgoEra โดนเจ้าเครื่องนี้นอกจากจะช่วยให้เราไม่ต้องออกไปซื้อมาสก์ชีทเป็นแผ่นๆ อีกต่อไปแล้ว ยังช่วยให้เราสามารถผสมสารบำรุงของมาสก์เอง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างตรงจุดอีกด้วย เช่น สตรอว์เบอร์รีช่วยให้ผิวหน้าชุ่มชื้น ส้มช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใส มะเขือเทศช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ผิวให้ผิวดูอ่อนเยาว์ อะโวคาโดช่วยให้ผิวกระชับและเฟิร์มขึ้น กีวี่ช่วยกระชับรูขุมขนและควบคุมความมันของผิว

การทำงานของเครื่อง Facial Mask Maker นี้ เพียงแค่เตรียมน้ำผักหรือน้ำผลไม้ที่เราต้องการทำเป็นแผ่นมาสก์ชีทในปริมาณ 20 มิลลิลิตร เทส่วนผสมลงเครื่องแล้วตามด้วยน้ำเปล่าในอัตราส่วนที่ระบุไว้ในคู่มือ จากนั้นก็ใส่เม็ดคอลลาเจนที่แถมมากับเครื่องลงไป ที่เหลือก็แค่ใช้เวลาในการผสมทุกอย่างเพียง 5 นาที เจ้าเครื่องนี้ก็จะปล่อยส่วนผสมที่เสร็จสิ้นแล้วลงแม่พิมพ์ รอให้ส่วนผสมเย็นและเซตตัวเป็นแผ่นมาสก์เนื้อเจล ก็สามารถนำไปมาสก์หน้าบำรุงผิวได้เลย

ด้านการทำความสะอาดก็สะดวกมาก เพราะเราไม่จำเป็นต้องถอดอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาล้าง แต่เพียงแค่เทน้ำใส่ลงไปในเครื่อง กดปุ่มทำความสะอาด แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น หากเราใช้ส่วนผสมเดิมในการทำมาสก์ชีทแผ่นต่อไป ก็ไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดก่อน สามารถเทส่วนผสมลงเครื่องใช้งานต่อไปเลย จะต้องทำความสะอาดก่อนใช้ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนชนิดของน้ำผักหรือน้ำผลไม้ในการทำแผ่นมาสก์หน้าเท่านั้น เรียกได้ว่าตอบโจทย์การดูแลที่ผิวที่ง่ายและรวดเร็วเป็นอย่างยิ่ง

Credit: Insider Beauty https://www.facebook.com/Insiderbeauty/videos/456327861404284

 

ทีวีดิจิทัลแข่งชิงเม็ดเงินจำกัด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 สิงหาคม 2560 เวลา 06:57 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/511557

ทีวีดิจิทัลแข่งชิงเม็ดเงินจำกัด

เอเยนซีเผยทีวีดิจิทัลจะเหลือช่องเท่าเดิม เม็ดเงินมีจำกัดดันแข่งขันสูง ช่วงนันไพรม์ไทม์ลดแลกแจกแถมเดือด

นายรัฐกร สืบสุข อุปนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจทีวีดิจิทัลในอนาคตคาดว่าจะมีผู้เล่นรายหลักที่ทำตลาดอยู่อย่างแข็งแกร่ง 4-5 ช่องเท่ากับทีวีอะนาล็อกก่อนหน้านี้ เนื่องจากเม็ดเงินโฆษณามีเท่าเดิม แต่ผู้เล่นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันของธุรกิจทีวีดิจิทัลในขณะนี้รุนแรง โดยเฉพาะการแข่งขันด้านราคาโฆษณา

ทั้งนี้ ทำให้มีผลต่อการทำตลาดในช่วงนันไพรม์ไทม์ค่อนข้างมาก เนื่องจากปัจจุบันรายการช่วงนันไพรม์ไทม์ขายโฆษณาได้ยาก เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปไม่ได้ดูรายการทีวีตลอดทั้งวันเหมือนที่ผ่านมา อีกทั้งผู้บริโภคส่วนหนึ่งยังหันไปดูรายการทีวีผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้ทีวีดิจิทัลต้องหันไปสร้างรายได้นันไพรม์ไทม์ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การหารายได้จากช่องทางออนไลน์และการทำอีเวนต์ เป็นต้น

นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งก็หันมาทำรายการใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อนำไปออกอากาศในช่วงไพรม์ไทม์ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ขายโฆษณาได้มากที่สุดและขายได้ราคามากที่สุด จึงเห็นได้ว่าผู้เล่น 5 ช่องหลัก จะหันมาพัฒนารายการใหม่ๆ ในช่วงไพรมไทม์เป็นหลัก ส่วนช่วงนันไพรม์ไทม์จะเป็นรายการทั่วๆ ไปหรือรายการรีรัน

“เมื่อก่อนทีวีแต่ละช่องจะพยายามดันผังรายการตั้งแต่เช้าจนถึงหัวค่ำ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ทำให้ทีวีแต่ละช่องต้องหันมาปรับกลยุทธ์การทำตลาด ขณะเดียวกันก็แข่งขันสงครามราคากันรุนแรงทั้งลด แลก แจก แถม จนถึงให้ฟรี ซึ่งปัจจุบันมีการลดราคาถึง 70-90%” นายรัฐกร กล่าว

ขณะเดียวกันยังเห็นได้ว่า ช่องผู้นำจะทำบิ๊กโปรเจกต์ใหม่ๆ มาออกอากาศช่วงไพรม์ไทม์มากขึ้น จากการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ตอนนี้แต่ละช่องเริ่มโพสิชั่นนิ่งที่ชัดเจนมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าวางแผนการทำสื่อโฆษณาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายค่อนข้างง่าย

ขณะที่ช่องผู้นำหลักอย่างช่อง 3 และช่อง 7 หันมาโฟกัสคุณภาพคอนเทนต์ และทำงานร่วมกับเอเยนซีมากขึ้น ในส่วนของผู้เล่นช่องรองๆ ก็ปรับตัวเช่นกัน ซึ่งรูปแบบของการทำตลาดอาจเปลี่ยนแปลงไป คือ อาจจับมือกับพันธมิตร หรือหาผู้ร่วมทุนมาอุ้มธุรกิจ

 

เฟซบุ๊ก-ไอจีล่ม! ผู้ใช้หลายประเทศเข้าใช้งานไม่ได้กว่า20นาที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 สิงหาคม 2560 เวลา 21:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/511293

เฟซบุ๊ก-ไอจีล่ม! ผู้ใช้หลายประเทศเข้าใช้งานไม่ได้กว่า20นาที

เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรมล่มช่วงค่ำวันที่ 26 ส.ค.ผู้ใช้ในหลายประเทศรวมทั้งไทยไม่สามารถเข้าใช้งานได้ก่อนกลับมาใช้งานได้ในเวลา 20 นาที

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.มีรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยได้แจ้งผ่านทวิตเตอร์ว่า ไม่สามารถเข้าใช้เฟซบุ๊กได้ รวมทั้งมีรายงานด้วยว่าอินสตาแกรมก็เข้าใช้ไม่ได้เช่นกัน

ขณะที่ผู้ใช้บางรายพบข้อความแสดงบนหน้าเว็บไซต์เฟซบุ๊กว่า มีการปรับปรุงระบบและจะกลับมาใช้งานได้ในเร็วๆนี้

ทั้งนี้มีรายงานว่าผู้ใช้ในประเทศไทยพบว่าเฟซบุ๊กเข้าใช้การไม่ได้ช่วงเวลาประมาณ 20.40 น. ของวันที่ 26 ส.ค. โดยหลายคนต่างใช้ทวิตเตอร์เป็นช่องทางในการสื่อสารแทน

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 21.06 น. เฟซบุ๊กได้กลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ภาพ…เอเอฟพี

 

เซี่ยวมี่ลั่นแผนลุยไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 สิงหาคม 2560 เวลา 06:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/digital/510889

เซี่ยวมี่ลั่นแผนลุยไทย

เซี่ยวมี่ประกาศทำตลาดในไทย ส่ง 2 รุ่นแฟล็กชิปราคาเท่าทุน อุบงบตลาดเดินหน้าจับกระแสแฟนมี่ในไทยสร้างยอดขาย

นายโดโนวาน ซง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์และการตลาด เซี่ยวมี่ โกลบอล เปิดเผยว่า การเข้ามาไทยครั้งนี้ถือว่าเป็นการเดินหน้าธุรกิจของบริษัทอย่างเป็นทางการ หลังจากมีทีมงานในไทยเมื่อ 1-2 เดือนก่อน โดยจะให้ความสำคัญในตลาดไทยไม่แพ้ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากการเติบโตของตลาดสมาร์ทโฟนจังหวะการเปลี่ยนเครื่อง รวมทั้งการเติบโตในการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตของคนไทยที่ถือเป็นโอกาสของบริษัท

สำหรับการทำตลาดยังคงใช้กลยุทธ์เช่นเดียวกับในจีน คือทำตลาดผ่านฐานแฟนคลับของเซี่ยวมี่ที่มีทั่วโลก (Mi fans) ขณะที่ในไทยเพิ่งมีช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการจำนวนจึงยังไม่สูงมาก แต่เชื่อว่าหลังจากเปิดคอมมูนิตี้ โซเชียลมีเดีย และเดินหน้าการตลาดออนไลน์อย่างเต็มที่ เซี่ยวมี่น่าจะมีการเติบโตที่ดี

ทั้งนี้ ในอนาคตจะมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าผ่านเว็บไซต์ mi.com/th เพื่อให้ทราบถึงจุดเด่นและคุณสมบัติของสินค้าแต่ไม่ได้เป็นช่องทางการจัดจำหน่าย โดยจะจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ ในร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ และช่องทางออนไลน์ผ่านความร่วมมือกับลาซาด้า

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเป้าหมายทั่วโลกปีนี้ เซี่ยวมี่ตั้งเป้าไว้ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4.94 แสนล้านบาท และตั้งเป้าจำนวนเครื่องของปีหน้าไว้ที่ 100 ล้านเครื่องทั่วโลก เพื่อขึ้นเป็นแบรนด์สมาร์ทโฟนท็อป 5 ของโลกรวมทั้งขยายสาขาหน้าร้านให้ได้ 1,000 แห่งทั่วโลกรวมทั้งไทย

“เราพร้อมลงทุนในไทยมากแน่นอน เพราะเป็นตลาดที่น่าสนใจ แต่จะเป็นจำนวนเงินเท่าไรนั้นต้องขึ้นอยู่กับยอดขายและรายได้ปีนี้” นายซง กล่าว

ด้าน นายสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานบริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียวในไทย รวมทั้งการหาทำเลหน้าร้านเพื่อทำมี่ช็อป (Mi Shop) ในอนาคต โดยสมาร์ทโฟนแฟล็กชิปที่จะนำมาจำหน่าย ประกอบด้วย Mi6 ที่มี 2 หน่วยความจำ 64GB ราคา 13,790 บาท และ 128GB ราคา 15,990 บาท ส่วน Redmi Note 4 ราคา 6,790 บาท ซึ่งจะวางจำหน่ายในวันที่ 28 ส.ค.นี้ในทุกช่องทางจำหน่ายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์

“บริษัทไม่ได้มองว่าเซี่ยวมี่เป็นเพียงผู้ผลิตสมาร์ทโฟน แต่หมายรวมถึงการเป็นผู้นำบริการดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตออฟธิงค์เพื่อผู้บริโภค และจะมีการนำเข้าสินค้าเกี่ยวกับสมาร์ทโฮมมาวางขายมากขึ้น ถือว่าเป็นโอกาสของอนาคตในการทำธุรกิจเพื่อรองรับกับยุคดิจิทัล” นายสมศักดิ์ กล่าว

 

ญี่ปุ่นนำร่อง ลุยใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 สิงหาคม 2560 เวลา 15:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/510853

ญี่ปุ่นนำร่อง ลุยใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงวัย

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

ข่าวการใช้หุ่นยนต์ “เป๊ปเปอร์” ของบริษัทซอฟต์แบงก์ ทำหน้าที่สวดศพแทนพระในญี่ปุ่น เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบพิธีศพให้แก่บรรดาผู้วายชนม์ นับเป็นสัญญาณสะท้อนให้เห็นว่า หุ่นยนต์กำลังขยับเข้ามามีบทบาทใกล้ชิดกับชีวิตมนุษย์มากขึ้นทุกที ท่ามกลางสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หลายประเทศเริ่มเกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

วิกฤตขาดแรงงานในญี่ปุ่นสร้างผลกระทบไปทั่วทั้งภาคการผลิตและภาคบริการ โดยธุรกิจให้บริการดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่นคาดว่าจะขาดแคลนคนถึงประมาณ 3.8 แสนคน ภายในปี 2025

สถานการณ์เช่นนี้ทำให้บ้านพักและศูนย์ดูแลคนชราหลายแห่งเริ่มนำหุ่นยนต์มาใช้ดูแลผู้สูงอายุ เช่น ชินโทมิ เรสต์ โฮม บ้านพักคนชราใจกลางกรุงโตเกียว ที่ใช้เป๊ปเปอร์จัดกิจกรรมสันทนาการ พูดคุย และสร้างความเพลิดเพลินให้แก่บรรดาผู้สูงวัย

เป๊ปเปอร์ ถือเป็น Emotional Robot หรือหุ่นยนต์ที่มีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์และแสดงอารมณ์ความรู้สึกได้ โดยเป๊ปเปอร์สามารถใช้เซ็นเซอร์กว่าหลายร้อยตัว อ่านอารมณ์ ระบุเพศและอายุ เพื่อชวนเหล่าคนสูงวัยพูดคุยเรื่องต่างๆ ทั่วไป รวมถึงยังทำหน้าที่ผู้ช่วยแพทย์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสุขภาพ และอธิบายข้อมูลดังกล่าวให้คนชราในบ้านพัก

 

นอกจากเป๊ปเปอร์แล้ว ยังมีการนำหุ่นยนต์ พัลโร ที่ผลิตโดยบริษัท ฟูจิซอฟต์มาใช้งานในการช่วยทำกายภาพบำบัด และคอยดูแลสภาพแวดล้อมในบ้านด้วยเช่นกัน

การใช้เทคโนโลยีมาทดแทนแรงงานคน ไม่ได้มีแค่เพียงการนำหุ่นยนต์มาใช้ดูแลผู้สูงอายุโดยตรงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการเอาระบบหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้เพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น เช่น การผลิตเครื่องช่วยเดินที่ทำให้ผู้สูงอายุสามารถเดินผ่านพื้นที่ขรุขระได้ แขนกลพิเศษที่ช่วยในการทรงตัวหรือเพิ่มความแข็งแรงให้ผู้สวมใส่และช่วยในการยกของ รวมถึงการปรับรูปแบบเตียงให้กลายเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มความสะดวกในการเคลื่อนที่

สำหรับในญี่ปุ่นนั้น ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นก้าวแรกๆ ในการปูทางสู่การนำหุ่นยนต์ไปใช้งานอย่างจริงจังในวงกว้างขึ้น หลังรัฐบาลญี่ปุ่นเริ่มให้เงินอุดหนุนบรรดาบ้านพักและศูนย์ดูแลคนชราที่นำหุ่นยนต์มาใช้งานนับตั้งแต่ปี 2013 รวมถึงมีนโยบายผลักดันการพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับดูแลคนสูงวัยโดยเฉพาะ โดยกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมญี่ปุ่น คาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์สำหรับดูแลคนสูงวัย จะขยายตัวขึ้น 25 เท่า ไปมีมูลค่าถึง 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.22 แสนล้านบาท) ภายในปี 2035 และจะมีการนำไปใช้งานในบ้านพักคนชรากว่า 600 แห่งทั่วญี่ปุ่น

 

ซัมซุงเผยแบตฯ “โน้ต8” ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของวงการสมาร์ทโฟน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 สิงหาคม 2560 เวลา 15:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/510852

ซัมซุงเผยแบตฯ "โน้ต8" ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดของวงการสมาร์ทโฟน

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ได้เปิดตัว ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8 (Samsung Galaxy Note 8) สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา พร้อมักบยืนยันว่า แบตเตอรี่ของ กาแลคซี่ โน้ต 8 ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยที่เป็นมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนปัจจุบัน

ซัมซุงเผย แบตเตอรี่กาแลคซี่ โน้ต 8 ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดถึง 8 จุด เป็นมาตรฐานเข้มงวดสุดของอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน

“ซัมซุงสานต่อปณิธานการยึดมั่นพันธสัญญาด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ โดยแบตเตอรี่ของกาแลคซี่ โน้ต 8 ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างละเอียดถึง 8 จุด นับว่าเป็นมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุดในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนปัจจุบัน” ซัมซุงระบุ

มิติใหม่แห่งสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในซีรี่ย์โน้ตที่ดีที่สุดที่เคยมีมา ภายใต้แนวคิด “Do Bigger Things” ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้ก้าวไกลกว่าที่ใจคิด โดยกาแลคซี่ โน้ต 8 มาพร้อมปากกาอัจฉริยะ S Pen ที่ช่วยยกระดับการสื่อสารในแบบของตัวคุณเองได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังพกพาขีดสุดแห่งเทคโนโลยีด้วยกล้องคู่ Dual Camera ที่ดีที่สุดบนสมาร์ทโฟนของซัมซุง สำหรับการเก็บทุกโมเม้นท์สำคัญอันน่าจดจำ นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสัมผัสประสบการณ์ที่เปิดกว้างยิ่งขึ้นกับจอภาพไร้กรอบในสไตล์ “อินฟินิตี้ ดิสเพลย์” (Infinity Display) ที่สามารถจับได้ถนัดกระชับด้วยมือข้างเดียว ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 8 ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีชีวิตผูกติดกับเทคโนโลยีอย่างขาดไม่ได้

ด้าน ดีเจ โกห์ ประธานธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ กล่าวว่า  กาแลคซี่ โน้ต 8ได้มีการยกระดับความสามารถของ S Pen ให้มีความฉลาดล้ำขึ้น รวมถึงกล้องคู่ Dual Camera ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดที่เคยมีมา และจอภาพแบบไร้กรอบเปิดมุมมองการใช้งานให้กว้างขึ้น

ไฮไลต์ของกาแลคซี่ โน้ต 8 มีดังนี้

S Pen ปากกาอัจฉริยะที่เพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ สุดเจ๋ง

ด้วยปลายปากกาของ S Pen ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นใกล้เคียงกับปากกาจริงด้วยขนาดเพียง 0.7 มม. พร้อมพัฒนาระบบรับรู้แรงกด พร้อมฟีเจอร์ใหม่ Live Message ที่สามารถแชร์ข้อความในรูปแบบแอนนิเมชั่น หรือใช้แชร์รูปวาดพร้อมข้อความสั้นๆ บนแพลตฟอร์มต่างๆ ในรูปแบบไฟล์ Animated GIF (AGIF) เพื่อเพิ่มชีวิตชีวิตให้การแชทและสื่อสารกับเพื่อนๆ อย่างไม่น่าเบื่อ

ฟีเจอร์ Always On Display รับทราบการแจ้งเตือนต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องปลดล็อคหน้าจอ พร้อมฟีเจอร์ Screen Off Memo ช่วยให้ผู้ใช้จดบันทึกข้อความลงบนหน้าจอได้แบบทันทีที่ดึง S Pen ออกจากเครื่อง สูงสุดมากถึง 100 หน้า โดยไม่ต้องปลดล็อคหน้าจอ อีกทั้ง ยังสามารถปักหมุดบันทึกข้อความไว้บนหน้าจอ Always On Display และแก้ไขข้อความได้โดยตรงอีกด้วย

ฟีเจอร์การแปลภาษา สามารถแปลภาษาต่างๆ ได้ทั้งประโยค ครอบคลุมได้มากถึง 71 ภาษา พร้อมแปลงค่ามาตราวัดต่างๆ รวมถึงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ และเหมาะสุดๆ สำหรับการพกพาไปในทริปท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อเก็บและแบ่งปันเรื่องราวแสนประทับใจได้ในทุกแง่มุม

กล้องคู่ Dual Camera ดีที่สุดของซัมซุง

กล้องคู่ Dual Camera ความละเอียด 12MP สองตัว พร้อมระบบป้องกันการสั่นสะเทือน OIS (Optical Image Stabilization) ทั้งสองเลนส์ ประกอบด้วย เลนส์มุมกว้าง (Wide-Angle Lens) F 1.7 และเลนส์เทเลโฟโต้ (Telephoto Lens) F 2.4 ซึ่งสามารถซูมแบบ Optical ได้ถึง 2 เท่า

ฟีเจอร์ Live Focus สำหรับสาย Portrait สามารถควบคุมระยะชัดลึกของภาพได้ตามต้องการ โดยสามารถปรับการใส่เอฟเฟกต์โบเก้ (Bokeh Effect) ทั้งในโหมดพรีวิวและหลังเสร็จสิ้นการถ่ายภาพ ให้รูปที่ได้เป็นสไตล์หน้าชัดหลังเบลอในระดับที่คุณพอใจ โหมด Dual Capture ที่สามารถแชะภาพทีเดียวแต่ได้ถึงสองรูป โดยกล้องหลังทั้งสองเลนส์จะเก็บภาพพร้อมกันและบันทึกไว้ทั้งสองภาพภายในช็อตเดียว ทั้งภาพแบบระยะใกล้จากเลนส์เทเลโฟโต้ และภาพมุมกว้างจากเลนส์ไวด์ โดยจะได้ภาพ Portrait สวยๆ หรือภาพพร้อมวิวเป็นแบ็คกราวนด์ที่เล่าเรื่องราวได้มากขึ้น และเลนส์ไวด์ยังมีระบบเซ็นเซอร์ Dual Pixel พร้อมระบบออโต้โฟกัสแบบทันที ทำให้เก็บภาพที่คมชัดมากขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อย

กล้องหน้าความละเอียด 8MP ที่โฟกัสหน้าอัตโนมัติด้วยฟังก์ชั่น Smart Auto Focus Front – Facing เพื่อทุกการถ่ายเซลฟี่และวีดีโอแชทที่คมชัดยิ่งขึ้น

เต็มตายิ่งขึ้นกับจอภาพไร้กรอบ Infinity Display

จอภาพไร้กรอบขนาด 6.3 นิ้ว คมชัดระดับ Quad HD+ Super AMOLED แสดงผลได้เต็มตามากขึ้น รองรับทุกการอ่าน วาด เขียน และมีพื้นที่สำหรับการใช้งานแบบ Multi-Tasking โดยมีฟีเจอร์ใหม่ “App Pair” ที่จะช่วยจับคู่แอพพลิเคชั่นที่ใช้ด้วยกันบ่อยๆ ให้พร้อมเรียกใช้งานได้ทันทีจากบนขอบหน้าจอ (Edge Panel) ไม่ว่าจะดูวิดีโอพร้อมกับส่งข้อความหาเพื่อนๆ หรือเช็คข้อความในโซเชียลพร้อมกับค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์พร้อมกัน

 

โนเกียส่งชิปความเร็วสูงรับยุคไอโอที

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 สิงหาคม 2560 เวลา 06:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/510717

โนเกียส่งชิปความเร็วสูงรับยุคไอโอที

โนเกียรับสังคมดิจิทัลเกิดทั่วโลก ปี 2568 อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตพุ่ง 1 แสนล้านชิ้น เปิดตัวชิปประมวลผลเจาะโอเปอเรเตอร์

นายเซบาสเตียน โลรองท์ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย บริษัท โนเกีย เปิดเผยว่า แผนธุรกิจของบริษัทในปีนี้ จะเปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ IP Routing โนเกีย FP4 หรือชิปประมวลผลเครือข่ายระดับ 2.4Tb/s ในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นตัวแรกในอุตสาหกรรมที่รองรับปริมาณ โครงข่ายข้อมูล IP Flow ในระดับเทราบิต และมีประสิทธิภาพสูงกว่าหน่วยประมวลผลในปัจจุบันถึง 6 เท่า หรือเทียบกับความสามารถในการดาวน์โหลดภาพยนตร์ที่มีความละเอียดในระดับเอชดี ซึ่งมีความจุ 1 GB ได้ถึง 2,400 เรื่อง/วินาที

ทั้งนี้ การก้าวสู่โลกอินเทอร์เน็ตและการเข้าถึงที่รวดเร็วขึ้น กว้างขึ้น ทำให้เกิดการสื่อสารแบบเสมือนจริง การเกิดไอโอที ปัญญาประดิษฐ์ การสนทนาระหว่างคนกับโรบอต หรือแชตบอต ซึ่งก่อให้เกิดความต้องการใหม่ๆ บนโครงข่าย ทั้งสังคมออนไลน์ หรือคอนเทนต์ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน โนเกียเบลล์แลบส์ยังคาดการณ์ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า อัตราข้อมูล IP ที่วิ่งในโครงข่ายสื่อสารจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยจะเพิ่มขึ้นถึงระดับ 330 เอ็กซาไบต์/เดือน หรือมีอัตราเติบโตรวม 25% ต่อปี และอัตราข้อมูลสูงสุดจะเติบโตเร็วกว่าเดิมถึงเกือบ 40% ต่อปี

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2563 ปริมาณผู้ใช้ดิจิทัลในสหรัฐอเมริกา จะเพิ่มขึ้นจาก 32% ในปี 2559 เป็น 74% ส่วนเอเชียจะเพิ่มจาก 36% เป็น 67% ส่วนยุโรป จาก 30% เป็น 71% และภายในปี 2568 จะมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสูงถึง 1 แสนล้านชิ้น

จากปัจจัยต่างๆ ดังกล่าว ทำให้โนเกียมองเห็นโอกาสของความต้องการช่วยให้โครงข่ายโดยเฉพาะการที่เทคโนโลยีไทยจะเปลี่ยนถ่ายทาง 4จี ไปสู่ 5จี ส่งผลให้ธุรกิจโอเปอเรเตอร์ ระบบขนส่ง ธนาคาร ต้องเร่งขยายโครงข่ายรองรับกับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น

สำหรับผลประกอบการของโนเกียในไตรมาส 2 ปีนี้ พบว่ารายได้รวมของโนเกียทั่วโลกอยู่ที่ 2.22 แสนล้านบาท โดย ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% ขณะที่รายได้เฉพาะของโนเกีย เน็ตเวิร์ก มีอัตราการเติบโต 41.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผลกำไรจากการดำเนินงานมีอัตราเติบโตขึ้น 10.2%

ภาพ http://next.in.th/blog/nokia-smart-home-solution-iot/