ธุรกิจเร่งลงทุนซีเคียวริตี้ ดันตลาดโต 4,200 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 พฤษภาคม 2560 เวลา 21:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496462

ธุรกิจเร่งลงทุนซีเคียวริตี้ ดันตลาดโต 4,200 ล้าน

โดย…ทีมข่าวไอทีโพสต์ทูเดย์

กระแสแรนซัมแวร์ วอนนาคราย (WannaCry) ยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง แม้ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว ก็ยังคงส่งผลกระทบแก่ภาคธุรกิจ และถ้ายังไม่ปรับตัวหรือเตรียมตัวรับมือแรนซัมแวร์ตัวนี้ ก็ยังคงมีตัวอื่นๆ เข้ามาส่งผลกระทบมากกว่านี้ในอนาคต

วุฒิไกร รัตนไมตรีเกียรติ ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย บริษัท เทรนด์ไมโคร เปิดเผยว่า แรนซัมแวร์มีมา 2 ปีกว่าแล้วเดิมเป็นคอมพิวเตอร์ไวรัสและเริ่มมีหมวดหมู่เยอะขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือเข้ารหัสให้ไม่สามารถเปิดไฟล์ข้อมูลได้ เมื่อเข้ามาอยู่ในเครื่องข้อมูลในรูปแบบต่างๆ จะถูกโจมตีไม่เหมือนกัน มีตั้งแต่ระดับเฉพาะเครื่องไปจนถึงระบบแม่ข่าย

หากอยากได้ไฟล์ข้อมูลคือก็ต้องจ่ายเงิน แต่ในแง่ของผู้ให้บริการด้านระบบซีเคียวริตี้แนะนำให้ไม่จ่าย เพราะอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้จะทำซ้ำ แนะนำให้รีสโตร์ข้อมูลเก่า แต่ถ้าไม่เคยจัดเก็บข้อมูลไว้สำรองเลยทุกอย่างก็เท่ากับศูนย์จึงอยู่ที่ความสำคัญของข้อมูลว่ารักษาและป้องกันความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน

ทั้งนี้ แรนซัมแวร์ดังกล่าวมีแฮ็กเกอร์นำไปใช้งานรูปแบบการเข้ารหัสจึงมีมากถึง 176 ประเภท แปลเป็นภาษาท้องถิ่นถึง 27 ภาษา เงินค่าไถ่เริ่มต้นที่ 300 เหรียญสหรัฐ และให้เวลา 7 วันในการจ่ายเงินแก่แฮ็กเกอร์เหล่านี้

อย่างไรก็ดี นอกจากองค์กรไทยเริ่มตื่นตัวเพิ่มขึ้นแล้ว สำหรับบุคคลทั่วไปภัยไซเบอร์ก็กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น โดย นฤนารถ ใจกว้าง ผู้จัดการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท เชค พอยต์ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า ความเสี่ยงจากไวรัสมัลแวร์ที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือมีด้วยกัน 3 เรื่อง คือ 1.การใช้อินเทอร์เน็ต 2.การเข้าสัญญาณไว-ไฟ 3.เอสเอ็มเอส

“การให้พนักงานนำอุปกรณ์ส่วนตัวมาใช้ในองค์กร รวมถึงอีเมล บริษัทจะป้องกันอย่างไร ซึ่งภัยบนโลกไซเบอร์มาในรูปแบบต่างๆ อาทิ การดาวน์โหลดโปเกมอนมาเล่น การถ่ายรูปคิวอาร์โค้ด องค์กรจึงต้องซื้ออุปกรณ์ให้พนักงาน เพื่อควบคุมภัยในโลกไซเบอร์ได้ในระดับหนึ่ง จากนี้ไปมีแนวโน้มว่าองค์กรจะเริ่มลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น”

สุระ คณิตทวีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอมเซเว่น ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกบานาน่าไอที กล่าวว่า การเกิดภัยในโลกไซเบอร์ทั่วโลก แรนซัมแวร์ WannaCry โจมตีหลายหน่วยงานส่งผลให้องค์กรและบุคคลที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะผู้ที่ใช้วินโดวส์ เอ็กซ์พี ซึ่งเครื่องจะเก่า ตื่นตัวและหันมาซื้อเครื่องใหม่เพื่อป้องกันการโดนโจมตี จึงคาดว่า 1 เดือนยอดขายจะโต 10%

ทั้งนี้ หากมีมัลแวร์เกิดแพร่กระจายอีกระลอกหนึ่ง ยิ่งผลักดันให้ตลาดคอมพิวเตอร์โดยรวมมีความคึกคัก ขณะที่ภาพรวมตลาดไอที 1.2 แสนล้านบาท เติบโตมากกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพี ซึ่งคาดว่าโต 3-3.5% โดยกลุ่มตลาดโน้ตบุ๊กและคอมพิวเตอร์เริ่มกลับมาเติบโตแทนแท็บเล็ตที่อยู่ในภาวะขาลง

จาริตร์ สิทธุ ผู้จัดการฝ่ายงานวิจัย สายงานศึกษาตลาดไคลเอนต์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้องค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการลงทุนระบบรักษาความปลอดภัยระบบไอทีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าจะดันให้ตลาดซีเคียวริตี้ไอทีโตกว่า 15-20% จากปกติเติบโต 10-12% เบื้องต้นการลงทุนเริ่มเห็นชัดเจนช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า

ปัญหาที่องค์กรไทยโดนโจมตี ส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์โอเอสที่เก่าและไม่การอัพเดทตลอดเวลา ขณะที่เป้าหมายการโจมตีไม่เฉพาะแต่องค์กรใหญ่ แต่ยังรวมถึงองค์กรขนาดเล็ก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่ดีพอ ดังนั้นการลงทุนเพิ่มขึ้นจะผลักดันให้ตลาดซีเคียวริตี้ปีนี้มูลค่าพุ่งจาก 3,500 ล้านบาทเพิ่มเป็น 4,200 ล้านบาท

จับตา “รถยนต์แอนดรอยด์” พลิกโฉมอนาคตรถอัจฉริยะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 พฤษภาคม 2560 เวลา 13:52 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496414

จับตา "รถยนต์แอนดรอยด์" พลิกโฉมอนาคตรถอัจฉริยะ

โดย…นรินรัตน์ พรหมพิทักษ์

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในแวดวงรถยนต์อีกครั้ง เมื่อกูเกิลยักษ์ไอทีจับมือกับวอลโว่และ ออดี้ ผลักดันโปรเจกต์ “แอนดรอยด์ออโตโมทีฟ” ซึ่งเป็นการนำระบบแอนดรอยด์มาใช้เป็นระบบปฏิบัติการขับเคลื่อนรถยนต์โดยตรง

โปรเจกต์ดังกล่าวถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่น่าจับตามองไม่น้อยเพราะหากโปรเจกต์นี้ประสบความสำเร็จ หมายความว่า รถยนต์ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนอีกต่อไปเพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ของระบบแอนดรอยด์

แม้ว่าความพยายามนำระบบแอนดรอยด์มาเชื่อมต่อกับรถยนต์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ เนื่องจากในช่วงปี 2015 ทั้งฮุนได เกีย และเชฟโรเลต ต่างออกแบบรถยนต์ให้รองรับการใช้งาน “แอนดรอยด์ ออโต้” ซอฟต์แวร์เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เข้ากับ รถยนต์ แต่ แอนดรอยด์ ออโต้ เป็นเพียงแค่ซอฟต์แวร์ตัวกลางเท่านั้น ไม่ใช้ระบบปฏิบัติการเต็มรูปแบบ ดังนั้นขอบเขตและประสิทธิภาพการใช้งานแอนดรอยด์จึงยังไม่เทียบเท่ากับการใช้ผ่านระบบปฏิบัติการโดยตรง

นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังนับเป็นครั้งแรกที่กูเกิลจะเข้ามาร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตรถ พัฒนาระบบแอนดรอยด์สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ โดยวอลโว่คาดว่าจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ใช้ระบบดังกล่าวภายในอีก 2 ปีข้างหน้าขณะที่ ออดี้ เปิดเผยเพียงว่าแอนดรอยด์จะช่วยให้ออดี้เร่งการพัฒนาระบบ Infotainment ในรถยนต์ได้เร็วขึ้น เพราะจะเปิดทางการเข้าถึงบรรดาผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ บนระบบแอนดรอยด์

ในช่วงที่ผ่านมา แม้ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย ไม่ว่าจะเป็น ฮอนด้า หรือฮุนได ได้พัฒนาระบบแอนดรอยด์สำหรับรถยนต์ แต่ก็ดำเนินการโดยที่กูเกิลไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม หมายความว่า ระบบปฏิบัติการดังกล่าวยังเป็นเวอร์ชั่นเก่าอยู่ เช่น ฮอนด้าแอคคอร์ด รุ่น 2017ที่ใช้แอนดรอยด์ 4.2.2 เจลลี่ บีน หรือรถฮุนไดที่ยังใช้แอนดรอยด์เวอร์ชั่น 2.3 จินเจอร์เบรด

สำหรับรูปแบบการใช้งานระบบรถยนต์แอนดรอยด์นั้น กูเกิลเผยโฉมเดโม่ของระบบเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในงาน Google I/O โดยผู้ขับสามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นแอนดรอยด์ได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ กูเกิลแมป บริการสตรีมมิ่งเพลง สปอติฟาย ไปจนถึงการควบคุมระบบการใช้งานพื้นฐานในรถยนต์ อย่างการปรับอุณหภูมิแอร์

นอกจากนี้ ระบบใหม่ดังกล่าวยังมาพร้อม กูเกิล แอสซิสแทนต์ ผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการได้ด้วยเสียง ทำให้สั่งการการใช้งานต่างๆ ภายในรถได้ง่ายขึ้น

การผลักดันการพัฒนาระบบแอนดรอยด์สำหรับรถยนต์ของกูเกิลจึงถือเป็นก้าวสำคัญ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายรายในแวดวงรถยนต์และไอทีมองว่า กูเกิลกำลังนำหน้าแอปเปิ้ลอยู่หนึ่งก้าว เนื่องจากในขณะนี้ แอปเปิ้ลยังมีเพียง “คาร์เพลย์” แอพพลิเคชั่น เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนกับรถยนต์ คล้ายคลึงกับ แอนดรอยด์ ออโต้ ของกูเกิล โดยการที่กูเกิลเข้าไปร่วมพัฒนาระบบแอนดรอยด์สำหรับรถยนต์โดยเฉพาะ จะช่วยกรุยทางสู่การออกอัพเดทใหม่ๆ ในระยะยาว และปรับเปลี่ยนการใช้งานให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

 

โนเกียระงับฟ้องแอปเปิล เดินหน้าร่วมมือทางธุรกิจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 พฤษภาคม 2560 เวลา 20:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496347

โนเกียระงับฟ้องแอปเปิล เดินหน้าร่วมมือทางธุรกิจ

โนเกียระงับการฟ้องร้องคดีทรัพย์สินทางปัญญากับแอปเปิล พร้อมเดินหน้าร่วมมือทางธุรกิจ

โนเกีย ผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมสัญชาติฟินแลนด์ ได้แถลงระงับการฟ้องร้องคดีความทั้งหมดกับ แอปเปิล ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญหาระหว่างทั้งสองบริษัท

โนเกียระบุว่า บริษัทได้ลงนามในข้อตกลงใบอนุญาตสิทธิบัตรและความร่วมมือทางธุรกิจกับแอปเปิล โดยบริษัทจะได้รับการชำระเงินล่วงหน้าจากแอปเปิลเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาของสัญญา แต่รายละเอียดของข้อตกลงยังคงเป็นความลับ

รายงานข่าวระบุว่า ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือทางธุรกิจนี้ โนเกียจะให้บริการและจัดหาผลิตภัณฑ์โครงสร้างเครือข่ายให้กับแอปเปิล ขณะที่แอปเปิลจะนำผลิตภัณฑ์ดิจิทัลสำหรับดูแลสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ Withingsของโนเกีย มาวางจำหน่ายในร้านค้าและช่องทางออนไลน์ของแอปเปิลอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้โนเกีย ได้ยื่นฟ้อง แอปเปิล ในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรจำนวน 32 รายการ โดยผลจากการฟ้องร้องทำให้แอปเปิลหยุดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Withings ของโนเกียทั้งในร้านค้าและช่องทางออนไลน์

 

กสทช.ปฏิเสธข่าวปิดเฟซบุ๊ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496243

กสทช.ปฏิเสธข่าวปิดเฟซบุ๊ก

กสทช.โต้ข่าวลือปิด เฟซบุ๊ก วอนขอความร่วมมือปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยภายหลังหารือกับนายเจฟฟ์ เพน ผู้บริหารระดับสูง สมาพันธ์อินเทอร์เน็ตแห่งเอเชีย (AIC) ที่มีสมาชิก 8 ราย ประกอบด้วย เฟซบุ๊ก (Facebook) กูเกิล (Google) ลิงค์อิน (LinkedIn) แอปเปิ้ล (Apple) ทวิตเตอร์ (Twitter) ยาฮู! (Yahoo!) ไลน์ (LINE) และรากุเทน (Rakuten) ว่า กรณีมีข่าวลือว่าจะมีการปิดเฟซบุ๊กนั้น ไม่เป็นความจริง เพียงแต่ต้องการให้ผู้ให้บริการให้ความร่วมมือตามกฎหมายไทย

ทั้งนี้ ตัวแทนสมาพันธ์ฯ หลังได้รับทราบข้อมูล พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่และจะประสานงานกับสมาชิกให้ปฏิบัติตามกฎหมายไทยอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ ได้ชี้แจงถึงรายละเอียดในการแจ้งปิดเว็บไซต์ และยูอาร์แอลที่ผิดกฎหมายในโซเชียลมีเดีย แก่นายเจฟฟ์ เพน ว่า เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมายของไทย ซึ่งจะมีการออกหมายศาลและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะส่งต่อไปยังผู้ให้บริการในประเทศและต่างประเทศ หรือส่งให้แก่สมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย (ไอเอสพี) เพื่อประสานงานต่อไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศ

“อยากให้สมาพันธ์ฯ อธิบายแก่สมาชิกถึงข้อกฎหมายของไทย ซึ่งกฎหมายในแต่ละพื้นที่ย่อมมีความแตกต่างกัน แต่เมื่อให้บริการในประเทศไทย จึงอยากให้ปฏิบัติตามกฎหมายไทย นายเจฟฟ์ เพน ยืนยันสมาพันธ์เห็นด้วยในหลักการ พร้อมประสานงานกับสมาชิกให้ปฏิบัติตามหมายศาลที่ได้รับ ทั้งนี้ เมื่อได้รับหมายศาลแล้วนั้น ขั้นตอนในการปฏิบัติตามและปิดกั้นยูอาร์แอลจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 24 ชม.” นายฐากร กล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการปิดกั้นเพจในเฟซบุ๊กที่มีเนื้อหาผิดกฎหมายอีก 131 ยูอาร์แอล เป็นหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการส่งหมายศาลฉบับจริงแก่ผู้ให้บริการใน ต่างประเทศ และติดตามผลดำเนินการ โดยในส่วน กสทช.จะเดินทางไปยังสิงคโปร์ เพื่อหารือกับสมาชิกในสมาพันธ์อินเทอร์เน็ตแห่งเอเชียในอนาคตอีกครั้งหนึ่ง

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โอเวอร์ เดอะ ท็อป กล่าวว่า ผลประชุมร่วมกับผู้ให้บริการโอทีที เห็นพ้องให้บังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการในและ ต่างประเทศ ที่จะสรุปในเดือน มิ.ย.นี้

 

กสทช.เผยทีวีดิจิตอลจ่ายเงินค่าประมูลงวด4แล้ว20รายรวม5.1พันล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 พฤษภาคม 2560 เวลา 18:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496194

กสทช.เผยทีวีดิจิตอลจ่ายเงินค่าประมูลงวด4แล้ว20รายรวม5.1พันล้าน

กสทช.เผยมีผู้ประกอบการดิจิตอลทีวีมาจ่ายเงินค่าประมูลดิจิตอลทีวีงวดที่ 4 แล้ว 20 ราย รวมเป็นเงิน 5,179.014 ล้านบาท

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า จนถึงเวลา 17.00 น. ของวันนี้ (วันที่ 23 พ.ค. 2560)     มีผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทีวีเข้ามาชำระค่าประมูลทีวีดิจิตอล งวดที่ 4 แล้ว เป็นจำนวน 20 ราย รวมเป็นจำนวนเงินที่นำมาชำระทั้งสิ้น 5,179.014 ล้านบาท โดยเป็นผู้ประกอบการที่มายื่นชำระในวันนี้ ได้แก่ 1.บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง3HD ชำระจำนวน 296.925 ล้านบาท 2.บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ช่อง PPTV HD ชำระจำนวน 289.435 ล้านบาท 3.บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ช่อง 7HD ชำระจำนวน 559.610 ล้านบาท 4.บริษัท ทริปเปิ้ลวี บรอดคาสท์ จำกัด ช่องไทยรัฐทีวี ชำระจำนวน 278.735 ล้านบาท

5.บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ช่อง MCOT HD ชำระจำนวน 276.595 ล้านบาท 6.บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น จำกัด ช่อง Amarin TV HD ชำระจำนวน 274.455 ล้านบาท 7.บริษัท จีเอ็มเอ็ม วัน ทีวี จำกัด หรือ จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด เดิม ช่อง ONE HD ชำระจำนวน 274.455 ล้านบาท 8.บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ช่อง Workpoint TV ชำระจำนวน 463.310 ล้านบาท 9.บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด ช่อง True4U ชำระจำนวน 454.750 ล้านบาท 10.บริษัท จี.เอ็ม.เอ็ม. เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด ช่อง GMM Channel ชำระจำนวน 224.700 ล้านบาท

11.บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง 3SD ชำระจำนวน 223.095 ล้านบาท 12.บริษัท อาร์ เอส เทเลวิชั่น จำกัด ช่อง 8 ชำระจำนวน 222.025 ล้านบาท 13.บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด ช่อง MONO29 ชำระจำนวน 220.420 ล้านบาท 14.บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด ช่อง NOW ชำระจำนวน 215.070 ล้านบาท 15.บริษัท เอ็นบีซี เน็คซ์วิชั่น จำกัด ช่อง Nation TV ชำระจำนวน 131.396 ล้านบาท

16.บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด ช่อง Voice TV ชำระจำนวน 130.540 ล้านบาท 17.บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด ช่องสปริงนิวส์ ชำระจำนวน 258.512 ล้านบาท 18.บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด ช่อง TNN24 ชำระจำนวน 258.084 ล้านบาท 19.บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด ช่อง 3 Family ชำระจำนวน 63.772 ล้านบาท 20.บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) ช่อง MCOT Kid ชำระจำนวน 63.130 ล้านบาท

สำหรับบริษัท ไบรท์ ทีวี จำกัด ช่องไบรท์ทีวี ขณะนี้เจ้าหน้าได้มารอที่สำนักการคลังสำนักงาน กสทช. แล้ว รอเช็คซึ่งกำลังเดินทางมา ส่วนบริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด ช่อง New TV ได้ประสามายังสำนักงาน กสทช. ว่าจะนำมาชำระในวันที่ 24 พ.ค.

 

ข้อเท็จจริง WannaCry ที่องค์กรต้องเข้าใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 พฤษภาคม 2560 เวลา 15:03 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496155

ข้อเท็จจริง WannaCry ที่องค์กรต้องเข้าใจ

โดย…เทรนด์ไมโคร

ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์และโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัย เทรนด์ไมโคร เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตรวจพบมัลแวร์วอนนาคราย (WannaCry/Wcry) ที่พบเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 เม.ย. 2560 ซึ่งสายพันธุ์แรก (RANSOM_WCRY.C) ถูกเผยแพร่ผ่านการโจมตีแบบอีเมลที่ล่อให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดมัลแวร์นี้จากดร็อปบ็อกซ์ แม้ว่าจะไม่ใช่สายพันธุ์ที่สร้างความเสียหายในปัจจุบันก็ตาม

ก่อนหน้านี้ มัลแวร์วอนนาครายถูกพัฒนามาจากสายพันธุ์ที่ระบาดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2017-0144 ที่รู้จักกันในชื่อ EternalBlue หรือ MS17-10 โดยบั๊กนี้เปิดให้แรนซัมแวร์แพร่กระจายตัวเองในลักษณะของเวิร์มทั่วทั้งเครือข่ายที่ไม่มีการป้องกัน โดยเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์เพิ่งออกแพตช์สำหรับวินโดวส์รุ่นที่เคยปลดระวางการซัพพอร์ตไปแล้วสำหรับช่องโหว่นี้ สำหรับผู้ใช้งานวินโดวส์ XP วินโดวส์ 8 และวินโดวส์เซิร์ฟเวอร์ 2003 เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น

ช่องโหว่ดังกล่าวมีการออกแพตช์มาตั้งแต่เดือน มี.ค. สำหรับวินโดวส์ที่ไมโครซอฟท์ยังซัพพอร์ตอยู่แต่ผู้ไม่ประสงค์ดีต่างทราบว่า การที่องค์กรขนาดใหญ่จะแพตช์ช่องโหว่ที่รู้จักนั้นต้องใช้เวลาพอสมควร จึงรีบโจมตีขนานใหญ่ทั่วโลกในครั้งนี้ กระบวนการจัดการแพตช์ที่แข็งแกร่ง ถือเป็นหัวใจสำหรับป้องกันเกิดช่องโหว่อย่าง MS17-010 ซึ่งเป็นบั๊กสำคัญที่ทำให้วอนนาครายมีอันตรายร้ายแรงมากกว่าแรนซัมแวร์ตัวอื่น

เทรนด์ไมโคร แนะนำให้ผู้ใช้งานวินโดวส์เลือกใช้งานโซลูชั่นความปลอดภัยที่แข็งแกร่งสำหรับอีเมล เพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่เริ่มแรก เพราะ 76% ของการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ในปี 2559 เกิดจากการส่งเมลหลอกลวง พร้อมกับยุทธศาสตร์การสำรองข้อมูลที่แข็งแกร่งร่วมกัน เพื่อช่วยกู้คืนระบบจากการโจมตีของแรนซัมแวร์ด้วย

เครื่องมือสำหรับตรวจสอบแรนซัมแวร์ที่เทรนด์ไมโครจัดทำขึ้นแบบไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อใช้ระบบแมชีนเลิร์นนิ่งและเทคนิคอื่นๆ ที่คล้ายกับโซลูชั่นใน OfficeScan XG เพื่อแสดงถึงความสามารถในการปกป้องข้อมูลความปลอดภัยบนเอนด์พอยต์ขั้นสูง

แรนซัมแวร์ วอนนาคราย ยังคงมุ่งโจมตีระบบวินโดวส์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์รุ่นเก่าอยู่ โดยสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงจากช่องโหว่เหล่านี้ จากการประเมินเบื้องต้นพบว่ามีการระบาดของวอนนาครายมากที่สุดในโซนยุโรป ถัดมาจะเป็นประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ญี่ปุ่น และบางประเทศในเขตเอเชียแปซิฟิกตามลำดับ

ทั้งนี้ ยังลุกลามไปในองค์กรหลายกลุ่มธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจด้านบริการสุขภาพ การผลิต พลังงาน (น้ำมันและแก๊ส) เทคโนโลยี อาหารและเครื่องดื่ม การศึกษา สื่อมวลชนและการสื่อสาร รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ เพราะพฤติกรรมในการโจมตีลักษณะนี้ ไม่ได้เจาะจงเหยื่อว่าเป็นรายใด หรือกลุ่มธุรกิจไหนเป็นพิเศษ

เมื่อแรนซัมแวร์ วอนนาคราย ติดเข้าไปในเครื่องจะทำการตรวจหาไฟล์เป้าหมายกว่า 176 ประเภทเพื่อเข้ารหัสไฟล์ ประเภทไฟล์ที่ตกเป็นเหยื่อ ได้แก่ ไฟล์ฐานข้อมูล มัลติมีเดีย และไฟล์ที่บีบอัดไว้ เช่นเดียวกับไฟล์เอกสารต่างๆ จากข้อความเรียกค่าไถ่ ซึ่งมีรองรับกว่า 27 ภาษานั้น ได้เรียกร้องค่าไถ่จากเหยื่อครั้งแรกสูงถึง 300 เหรียญสหรัฐ ในรูปแบบของบิตคอยน์ ซึ่งราคาค่าไถ่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไป ซึ่งเหยื่อจะมีเวลาเพียง 7 วัน ก่อนที่ไฟล์ที่ถูกเข้ารหัสและถูกลบถาวร ซึ่งเป็นเทคนิคที่สร้างความตื่นกลัวได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้ที่ถูกวอนนาครายเล่นงาน สิ่งแรกที่ควรทำคือ แยกทุกเครื่องที่ติดเชื้อออกมาจากเครือข่ายในทันที พร้อมทั้งจัดหาข้อมูลแบ็กอัพล่าสุดไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงมากกว่าเดิม เนื่องจากการโจมตีนี้จะใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของไมโครซอฟท์ที่เปิดเผยสู่สาธารณะและพิจารณาปิดการทำงานในเครือข่าย ดังนั้น ผู้ที่เจอปัญหาควรติดตั้งแพตช์ MS17-010 หรือใช้ระบบเวอร์ชวลแพตช์ของเทรนด์ไมโคร เพื่อปิดกั้นช่องทางการติดเชื้อไปยังเครื่องอื่น

นอกจากนั้น ควรติดตั้งไฟร์วอลล์และระบบตรวจจับพร้อมป้องกันการบุกรุก เพื่อลดความสามารถในการแพร่กระจายของมัลแวร์ รวมทั้งการติดตั้งระบบตรวจสอบการโจมตีบนเครือข่ายเชิงรุกก็จะช่วยยับยั้งการโจมตีได้อีกแรงหนึ่ง รวมทั้งควรตรวจสอบอีเมลสแปมที่เข้าข่ายหลอกลวง เพื่อจำกัดเมลที่อาจมีไวรัสได้

ขณะที่ฝ่ายไอทีและแอดมินของระบบต่างๆ ควรวางกลไกด้านความปลอดภัยที่สามารถปกป้องเอนด์พอยต์จากมัลแวร์ที่เข้ามากับอีเมลด้วย และควรใช้ระบบไวท์ลิสต์ที่ใช้เทคนิค Application Control เพื่อช่วยป้องกันแอพพลิเคชั่นที่ไม่ต้องการหรือไม่รู้จัก ไม่ให้ทำงานได้ นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบพฤติกรรมยังช่วยสามารถสกัดกั้นการปรับแต่งระบบได้ด้วย แรนซัมแวร์มักจะใช้เทคนิคที่หลากหลายในการแพร่กระจาย ซึ่งฝ่ายไอทีควรใช้แนวทางเดียวกันนี้ในการป้องกันอย่างสม่ำเสมอ

การเข้ารหัสไฟล์ที่จัดเก็บบนเครื่องและไฟล์ที่แชร์ผ่านเครือข่ายควรได้รับการคัดแยกชนิดข้อมูลและการเข้าถึง จะช่วยจำกัดความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลรั่วไหลและไม่ให้เกิดการโจมตีโดยตรง ซึ่งการแบ่งส่วนของเครือข่ายจะช่วยป้องกันไม่ให้แรนซัมแวร์แพร่กระจายลดผลกระทบที่มีต่อองค์กรโดยรวมได้อีกด้วย และควรปิดการใช้งานโปรโตคอลที่ไม่จำเป็น เพราะการรันระบบที่ไม่จำเป็นทิ้งไว้ มักเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ผู้โจมตีเข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น

 

ทางเลือกใหม่กำจัดคราบน้ำมันในทะเล ด้วยฟองน้ำแบบพิเศษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 พฤษภาคม 2560 เวลา 15:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/496004

ทางเลือกใหม่กำจัดคราบน้ำมันในทะเล ด้วยฟองน้ำแบบพิเศษ

ฟองน้ำพิเศษจากแลปสหรัฐ ด้วยคุณสมบัติดูดซับน้ำมันโดยเฉพาะ ความหวังใหม่ของการกำจัดคราบน้ำมันแบบราคาถูก

ทีมนักวิจัยจาก Argonne National แลปในมหาวิทยาลัยชิคาโก ได้ร่วมกันพัฒนาฟองน้ำแบบพิเศษขึ้น ที่มีประสิทธิภาพสามารถซึมซับของเหลวได้มากกว่าน้ำหนักของตัวมันเองถึง 90 เท่า แต่ที่พิเศษก็คือเจ้าฟองน้ำชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อซึมซับน้ำมันโดยเฉพาะ ซึ่งทางทีมผู้ผลิตคาดหวังว่าเทคโนโลยีใหม่ของพวกเขานี้จะเป็นทางเลือกใหม่ราคาประหยัดในการกำจัดคราบน้ำมันที่ลอยอยู่ในทะเล

คราบน้ำมันที่ลอยละล่องอยู่ในทะเลนั้นยากต่อการกำจัด แม้จะมีเครื่องมือ และเทคโนโลยีบางชนิดที่สามารถแยกชั้นของน้ำ และน้ำมันออกจากกันได้ แต่กระบวนการก็เป็นไปอย่างล่าช้า และมีค่าใช้จ่ายราคาแพง หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดคือการใช้วัสดุดูดซับแบบลอยตัวที่เรียกกันว่า “Sorbent Boom” ในการดูดซับน้ำมัน ซึ่งคุณภาพของการดูดซับก็จะแตกต่างกันไปตามชนิดของวัสดุที่ใช้ ตั้งแต่ 3 – 70 เท่าของน้ำหนักตัว อย่างไรก็ตามข้อเสียของ Sorbent Boom ก็คือ มันสามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียว

หน้าตาของ Sorbent Boom วัสดุดูดซับน้ำมันที่ใช้กันตามปกติ

แต่วัสดุใหม่จากแลปสหรัฐนี้นอกจากจะมีประสิทธิภาพในการดูดซับที่ดีกว่าแล้ว ยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย ซึ่งจากการทดลอง ทีมนักวิจัยพบว่าฟองน้ำพิเศษนี้สามารถดูดซับน้ำมันได้มากกว่าน้ำหนักของมันเองก่อนเริ่มการทดลอง ถึง 90 เท่า

ตัวฟองน้ำถูกผลิตขึ้นจากโพลียูรีเทนโฟมเคลือบด้วยสารไซเลนที่จะทำหน้าที่ดูดซับน้ำมันโดยเฉพาะ ซึ่งกระบวนการผลิตฟองน้ำชนิดนี้ อัตราส่วนระหว่างโพลียูรีเทน และสารไซเลนต้องถูกกำหนดอย่างแม่นยำมากๆ หากสารไซเลนมีน้อยเกินไปฟองน้ำจะไม่สามารถดูดซับน้ำมันได้ แต่หากมากเกินไปฟองน้ำก็จะไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้อีกครั้ง

ขณะนี้ทางทีมวิจัยกำลังเร่งพัฒนาวัสดุของเขาให้สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น อย่างกลางมหาสมุทร ซึ่งหากโชคดีล่ะก็ ไม่แน่ว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นภาพของการใช้ฟองน้ำแผ่นยักษ์เข้าซับน้ำมันที่รั่วไหลก็เป็นได้

ทีมนักวิจัยได้ทำการทดลองประสิทธิภาพของฟองน้ำชนิดใหม่ ที่ผลิตจากโพลียูรีเทน และสารไซเลน

ทั้งนี้อุบัติเหตุน้ำมันรั่วไหลนั้นส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายด้านมากกว่าที่คิด คราบน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำจะไปขัดขวางการถ่ายเทก๊าซออกซิเจนระหว่างอากาศและน้ำทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย สัตว์น้ำขาดออกซิเจน และรากต้นไม้ในป่าชายเลนไม่สามารถหายใจได้จึงเป็นการทำลายระบบนิเวศ สิ่งมีชีวิตเมื่อสัมผัสกับคราบน้ำมันจะได้รับพิษจากสารเคมี นอกจากนั้นคราบน้ำมันยังปิดกั้นแสงสว่างที่สองลงมาสู่พื้นน้ำ ส่งผลต่อขบวนการสังเคราะห์แสงของพืชอีกด้วย

ผลกระทบของน้ำมันต่อสิ่งแวดล้อม น้ำมันเหล่านี้จะติดตามเส้นขนของเพนกวินส่งผลให้พวกมันเสียชีวิตจากการจมน้ำ

 

ขอบคุณวิดีโอจาก Vocativ

ยุโรปเล็งเป้าบิ๊กไอทีมะกัน หวังสกัดผูกขาดตลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 พฤษภาคม 2560 เวลา 08:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/495957

ยุโรปเล็งเป้าบิ๊กไอทีมะกัน หวังสกัดผูกขาดตลาด

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของหน่วยงานต่อต้านการผูกขาดตลาดแห่งยุโรปในการสั่งปรับ เฟซบุ๊ก บริษัทโซเชียลมีเดียรายใหญ่สัญชาติสหรัฐ 110 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4,225 ล้านบาท) กรณีแจ้งข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับการเข้าซื้อ วอตส์แอพ แอพพลิเคชั่นแชตชื่อดังเมื่อปี 2014 นับเป็นการส่งสัญญาณอีกครั้งว่าสหภาพยุโรป (อียู) กำลังจับตาการดำเนินงานของเอกชนยักษ์ใหญ่จากสหรัฐอย่างใกล้ชิด

อียูตัดสินใจดังกล่าวหลังสอบสวนเฟซบุ๊กกรณีการซื้อวอตส์แอพมาเป็นเวลานาน 6 เดือน โดยก่อนหน้านี้ เฟซบุ๊กแจ้งต่อทางอียูว่าไม่สามารถเชื่อมต่อฐานข้อมูลบัญชีผู้ใช้ระหว่างวอตส์แอพและเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ดี เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กกลับประกาศปรับเปลี่ยนนโยบายโดยอนุญาตให้แพลตฟอร์มโฆษณาบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม แอพพลิเคชั่นแชร์ภาพถ่ายในเครือบริษัท สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้ของวอตส์แอพได้ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนกฎต่อต้านการผูกขาด เนื่องจากอาจสร้างความไม่เท่าเทียมกันในการแข่งขัน โดยเฟซบุ๊กสามารถใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลผู้ใช้ที่มากกว่ามาช่วยสร้างกำไรให้ธุรกิจโฆษณาออนไลน์ของบริษัท

แนวทางบริหารจัดการข้อมูล

ผู้ใช้ของเฟซบุ๊กเป็นประเด็นน่าวิตกในสายตาของรัฐบาลยุโรป โดยก่อนหน้านั้นไม่นาน หน่วยงานต่อต้านการผูกขาดตลาดของอิตาลีสั่งปรับเฟซบุ๊กเช่นกันที่ 3 ล้านยูโร (ราว 115 ล้านบาท) กรณีบังคับให้ผู้ใช้ต้องยอมแชร์ข้อมูลส่วนตัวในวอตส์แอพกับเฟซบุ๊ก ขณะที่หน่วยงานฝรั่งเศสสั่งปรับบริษัท 1.5 แสนยูโร (ราว 5.76 ล้านบาท) เนื่องจากเฟซบุ๊กแอบตรวจจับข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้ เช่น เพศ ทัศนคติทางการเมืองและความเชื่อทางศาสนา เพื่อนำไปใช้สำหรับการทำโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานว่า หน่วยงานรัฐบาลเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อวิพากษ์วิจารณ์การตรวจจับข้อมูลผู้ใช้สำหรับการทำโฆษณา นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า หน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของเยอรมนีกำลังดำเนินการสอบสวนอย่างใกล้ชิดว่า เฟซบุ๊กทำลายการแข่งขันทางธุรกิจผ่านการละเมิดกฎปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานหรือไม่

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กไม่ใช่บริษัทสหรัฐเพียงแห่งเดียวที่เป็นเป้าหมายการสอบสวนการผูกขาดตลาดของอียู โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ศาลสูงสุดของเยอรมนี ตัดสินว่าบริการ “อูเบอร์ แบล็ก” ของ อูเบอร์ ผู้ให้บริการไรด์-แชริ่งจากสหรัฐ ละเมิดกฎการแข่งขันทางธุรกิจของเยอรมนี เนื่องจากอูเบอร์ทำหน้าที่เป็นตัวกลางจัดหาบริการรับส่งผู้โดยสารให้แก่คนขับรถโดยตรง ขัดกับกฎหมายของเยอรมนีที่กำหนดให้บริษัทรถเป็นตัวกลางดำเนินการจัดหาบริการดังกล่าว อย่างไรก็ดี ทางเยอรมนียังต้องรอความชัดเจนจากศาลสูงยุโรปก่อนประกาศคำตัดสินขั้นสุดท้าย

ยุโรปเล็งคุมเข้มยักษ์ไอที

ก่อนหน้านี้เมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กำลังพิจารณาออกกฎระเบียบใหม่เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทสหรัฐที่ครอบครองฐานข้อมูลลูกค้าออนไลน์ขนาดใหญ่ เช่น กูเกิล อเมซอน และทริปแอดไวเซอร์ เว็บไซต์ให้บริการด้านการท่องเที่ยวของสหรัฐ อาศัยข้อได้เปรียบด้านข้อมูลมาบีบให้บริษัทขนาดเล็กกว่ายอมทำข้อตกลงธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของอีซี เกิดขึ้นหลัง สปอติฟาย ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งเพลงจากสวีเดน ร่วมกับบริษัทธุรกิจอินเทอร์เน็ตหลายแห่งในยุโรป ยื่นจดหมายเรียกร้องให้อีซีจัดการกับแนวทางการทำธุรกิจของบริษัทสหรัฐรายใหญ่ ที่อาศัยความได้เปรียบในการเข้าถึงลูกค้าบั่นทอนการแข่งขันทางธุรกิจ

แม้สปอติฟายไม่ได้ระบุชื่อบริษัท แต่ไฟแนนเชียลไทม์สรายงานว่า จดหมายดังกล่าวสื่อถึง แอปเปิ้ล และกูเกิล ยักษ์ไอทีสัญชาติสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบปฏิบัติการส่วนใหญ่บนสมาร์ทโฟน คิดเป็นสัดส่วนรวมกันถึง 90% เนื่องจากจดหมายระบุว่า บริษัทเจ้าของระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน ร้านจำหน่ายแอพพลิเคชั่น และเสิร์ชเอนจิ้น ได้เปลี่ยนจากการเป็น “ประตูเปิดทาง” สู่ “ยามเฝ้าประตู” สกัดบริษัทอื่นๆ ไม่ให้มาแข่งขันกับบริการของบริษัทตน โดยการที่กูเกิลและแอปเปิ้ลครองส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนนั้น หมายความว่า หากเอกชนรายอื่นๆ ไม่ยอมทำตามเงื่อนไขของทั้งสองบริษัท ก็เสี่ยงที่จะไม่สามารถนำเสนอสินค้าและบริการแก่ลูกค้าได้

ทั้งนี้ การเดินหน้าคุมเข้มบริษัทไอทีรายใหญ่ของสหรัฐ ยังเกิดขึ้นขณะที่อียูกำลังพิจารณาผลักดันโครงการ ดิจิทัล ซิงเกิ้ล มาร์เก็ต (Digital Single Market) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายถ่ายโอนระบบตลาดเดียวของอียูทั้งในด้านสินค้าและบริการเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกับการพยายามสนับสนุนการตั้งบริษัทธุรกิจขนาดเล็กและสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี รวมถึงผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน หรือ แชริ่งอีโคโนมี เพื่อกระตุ้นการสร้างงานภายในภูมิภาค

 

ฟังเสียงเซลล์มะเร็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 พฤษภาคม 2560 เวลา 20:32 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/495940

ฟังเสียงเซลล์มะเร็ง

มะเร็งถือเป็นหนึ่งในโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตประชากรโลกไปเป็นจำนวนมาก โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ป่วยโรคดังกล่าวเสียชีวิตลงในเวลาอันรวดเร็วนั้น มาจากการที่ตรวจพบเซลล์มะเร็งช้าเกินไปจนไม่สามารถรักษาตัวได้ทันท่วงที

โดย…ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

แม้ในปัจจุบันมีการประดิษฐ์กล้องจุลทรรศน์แรงอะตอม (Atomic Force Microscope) หรือ AFM เพื่อใช้ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนและความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยระหว่างโมเลกุล แต่กล้องชนิดนี้ไม่เหมาะนำมาใช้ตรวจหาความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายของมนุษย์

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก พัฒนาอุปกรณ์ขนาดจิ๋ว เพื่อใช้ตรวจจับความเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์ร่างกายของมนุษย์ โดยอุปกรณ์ใหม่นี้ทำจากใยแก้วนำแสง ซึ่งมีความบางกว่าเส้นผมมนุษย์ถึง 100 เท่า และสามารถวัดแรงสะเทือนต่ำกว่า 160 เฟมโตนิวตัน มากกว่ากล้อง AFM ถึง 10 เท่ารวมถึงตรวจจับเสียงที่มีความดังน้อยกว่า -30 เดซิเบล มีความเบาเกินกว่าที่หูของมนุษย์จะได้ยินถึงหนึ่งพันเท่าได้ด้วยเช่นกัน

“อุปกรณ์นี้อาจกรุยทางใหม่สู่การตรวจจับการมีปฏิสัมพันธ์และความเปลี่ยนแปลงของเซลล์ร่างกายแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน” โดนัลด์ เซอร์บูลี่ หัวหน้าทีมนักวิทยาศาสตร์และศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมนาโนของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก กล่าว

สำหรับการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวนั้น นักวิจัยจะสอดอุปกรณ์ใยแก้วเข้าไปในเซลล์ที่ต้องการตรวจสอบ แล้วส่องไฟเข้าไปผ่านใยแก้ว จากนั้นจะวิเคราะห์ความสว่างของสัญญาณแสงดังกล่าว ซึ่งจะบ่งบอกแรงสะเทือนที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของเซลล์และแบคทีเรีย โดยสิ่งที่ตรวจจับได้จากอุปกรณ์จะช่วยบ่งชี้ว่าเกิดความปกติภายในเซลล์ขึ้นหรือไม่

“เราไม่ได้แค่ตรวจจับแรงสั่นสะเทือนและเสียงเท่านั้น แต่ยังสามารถบอกขนาดขอบเขตของแรงสั่นสะเทือนดังกล่าวได้ด้วยอุปกรณ์นี้” เซอร์บูลี กล่าว พร้อมเสริมว่า ทีมงานวางแผนพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์ดังกล่าว เพื่อให้สามารถตรวจจับพฤติกรรมทางชีววิทยาและพฤติกรรมทางกลของเซลล์เมื่อได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาหูฟังที่มีความไวสูงสำหรับใช้ทางการแพทย์ต่อไป

 

ปริ้นสามมิติเก่าไปแล้ว! พบเทคโนโลยีปริ้นในของเหลว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 พฤษภาคม 2560 เวลา 15:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/495911

ปริ้นสามมิติเก่าไปแล้ว! พบเทคโนโลยีปริ้นในของเหลว

เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติก้าวไปอีกขั้นด้วยการพิมพ์ในชั้นเจล ซึ่งประหยัดเวลา และวัตถุที่ได้นั้นมีความแข็งแรงทนทานมากยิ่งขึ้น

ในยุคนี้ดูเหมือนว่าอะไรๆก็สามารถพิพม์ออกมาได้จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์นาโนขนาดจิ๋ว อวัยวะเทียม ไปจนถึงบ้านทั้งหลัง และเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังจะก้าวล้ำไปอีกขั้น เมื่อทีมนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ได้พัฒนากระบวนการพิมพ์ 3 มิติในของเหลวขึ้น ที่ช่วยให้กระบวนการพิมพ์เก้าอี้ 1 ตัวนั้นเสร็จสิ้นรวดเร็วกว่ากระบวนการพิมพ์ปกติหลายเท่า

โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือกับ Steelcase บริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ในสหรัฐ พวกเขาเรียกกระบวนการใหม่นี้ว่า Rapid Liquid Printing ที่หัวฉีดทั้งหมดของเครื่องพิพม์นั้นจะจุ่มอยู่ภายในชั้นของเจล ซึ่งสามารถพิมพ์วัสดุ อุปกรณ์ขนาดใดก็ได้ ใหญ่แค่ไหนก็ได้ตามต้องการ ขึ้นอยู่กับขนาดของถังที่บรรจุชั้นเจล

วัตถุจากการพิมพ์ 3 มิติแบบสม่ำเสมอมีความแข็งแรง และรับน้ำหนักได้ดีกว่าการพิมพ์แบบเลเยอร์

 

“จุดเริ่มต้นของโครงการนี้มาจากคำถามที่ว่า เราสามารถพิมพ์เฟอร์นิเจอร์ภายในเวลาแค่ไม่กี่นาทีได้หรือไม่?” Skylar Tibbits ผู้อำนวยการแลบของสถาบันกล่าว ซึ่งพวกเขาเชื่อว่าเทคโนโลยีใหม่นี้ช่วยเพิ่มขีดจำกัดของกระบวนการพิมพ์ที่ผ่านๆมา ทั้งระยะเวลา ขนาด และคุณภาพของวัสดุ “การพิมพ์ 3 มิตินั้นใช้หลักการพิมพ์ทับไปทีละชั้น ซึ่งชั้นต่างๆนั้นมีผลกับโครงสร้างของวัตถุ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีคุณภาพที่ไม่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับการพิมพ์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ”

การพิมพ์ในชั้นเจลนอกจากช่วยประหยัดเวลาแล้วยังช่วยให้สามารถสร้างชิ้นงานที่มีขนาด และคุณภาพดีมากขึ้นอีกด้วย

 

ชั้นเจล ที่มีลักษณะคล้ายกับเจลใส่ผมนี้จะล้อมรอบวัตถุที่ต้องการพิมพ์ไว้ และช่วยให้มันไม่เผชิญกับผลจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการพิมพ์ และหัวพิมพ์นั้นเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระเสรี และสามารถขึ้นรูปได้อย่างสม่ำเสมอตลอดชิ้นงาน

เมื่อพิมพ์เสร็จสิ้น วัตถุจะถูกยกขึ้นมากถังเจล เนื้อเจลจะสมานรวมตัวกันอีกครั้ง ช่วยให้กระบวนการพิมพ์ชิ้นที่สองสามารถดำเนินต่อไปได้ โดยไม่มีสะดุด ซึ่งตัวอย่างชิ้นส่วนการพิมพ์ของพวกเขา เพิ่งจะถูกนำมาจัดแสดงในฐานะชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ ที่งาน Milan Design เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ โดนหลายชิ้นประกอบด้วยรูปทรงซับซ้อน เพื่อแสดงถึงศักยภาพของเครื่องพิมพ์

ตัวอย่างของวัตถุที่ถูกออกแบบอย่างซับซ้อน เพื่อแสดงถึงศักภาพของการพิมพ์แบบใหม่

 

สามารถชมกระบวนการพิมพ์แบบ Rapid Liquid Printing ได้ที่ลิงค์ด้านล่าง ซึ่งนอกเหนือจากผลงานนี้แล้ว ในระหว่างการค้นคว้าทางทีมนักวิจัยพวกเขายังได้ผลิตวัสดุที่สามารถขยายตัว หรือยึดหดได้เมื่อเผชิญกับสภาพอากาศหนาว และร้อนแตกต่างกัน รวมถึงรูปปั้นที่สร้างขึ้นจากก้อนกรวด และเชือกโดยแขนกลหุ่นยนต์อีกด้วย

 

 

ขอบคุณวิดีโอจาก OCS+ Steelcase