Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

กู้ภัยผงะ! ชาวบ้านแจ้งให้ไปช่วยจับงูเหลือมแต่ภาพที่เห็น ‘เจอเห็บกินงู’

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711983

กู้ภัยผงะ! ชาวบ้านแจ้งให้ไปช่วยจับงูเหลือมแต่ภาพที่เห็น 'เจอเห็บกินงู'

กู้ภัยผงะ! ชาวบ้านแจ้งให้ไปช่วยจับงูเหลือมแต่ภาพที่เห็น ‘เจอเห็บกินงู’

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.11 น.

เมื่อคืนวันที่ 17 ก.พ.66 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า อาสาสมัครแผนกบรรเทาสาธารณภัย สมาคมสุรินทร์นิวส์ แจ้งเข้ามาว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านให้ไปช่วยจับงูเหลือมขนาดใหญ่ภายในหมู่บ้านหมู่ 16 ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์ อาสาสมัครแผนกบรรเทาสาธารณภัย สมาคมสุรินทร์นิวส์ จึงจัดกำลังรุดพื้นที่ตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุเป็นที่ว่างรกร้างภายในหมู่บ้าน ลักษณะเป็นที่สาธารณะประโยชน์ของหมู่บ้าน แต่ขาดการดูแลจึงกลายเป็นที่รกร้าง มีหญ้าขนสูง อาสาสมัครได้ทำการเดินข้นหางูเหลือมที่ชาวบ้านแจ้งว่าอยู่บริเวณดังกล่าวได้ไม่นานก็พบกับงูเหลือมขนาดใหญ่นอนขดตัวอยู่ในโพงหญ้า ก่อนที่อาสาสมัครจะช่วยกันจับงูเหลือมยักษ์เอาไว้ได้

แต่ที่ทำเอากู้ภัยถึงกับอึ้ง หลังจากที่อาสาสมัครจับงูเหลือมยักษ์เอาไว้ได้แล้วและกำลังจะนำมาใส่กระสอบ กลับพบว่าบริเวณหัวของงูเหลือมมีเห็บเกาะอยู่เป็นจำนวนมาก และได้ทำการแกะเห็บออกจากหัวงูจนหมด ก่อนจะนำงูใส่กระสอบ และนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ห่างไกลชุมชน – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมจริง!ครูเมืองคอนทุ่มสุดตัวแปลงกายเป็นขอทานทดสอบน้ำใจนักเรียน

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711979

สมจริง!ครูเมืองคอนทุ่มสุดตัวแปลงกายเป็นขอทานทดสอบน้ำใจนักเรียน

สมจริง!ครูเมืองคอนทุ่มสุดตัวแปลงกายเป็นขอทานทดสอบน้ำใจนักเรียน

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.25 น.

สมจริง!ครูสอนดนตรี รร.เมืองคอน ทุ่มสุดตัวแปลงกายเป็นขอทาน ทดสอบน้ำใจนักเรียน

เมื่อวันที่ 17 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงเรียนจรัสพิชากร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จัดกิจกรรมเดินทางไกลเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารี ของนักเรียนชั้น ม.2 ซึ่งเป็นหลักสูตรหนึ่งของการเรียนการสอนโดยทางคณะครูกำหนดให้ลุกเสือ เนตรนารี เดินทางไกลจากโรงเรียนไปค่ายลูกเสือ แต่ระหว่างเดินทางไกลทางคณะครู กำหนดจุดพักรับประทานอาหารเที่ยง ที่บริเวณวัดราษฎร์ประดิษฐ์ ต.มะม่วงสองต้น อ.เมืองนครศรีธรรมราช

อย่างไรก็ตามการเดินทางไกลเข้าค่ายลูกเสือของโรงเรียนจรัสพิชากร มีการเชิญทีมคณะวิทยากร ชุดโมบายทีม ของศูนย์อำนวยการป้องกันปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช หนึ่งในการจัดกิจกรรมสอดแทรกความมีน้ำใจของลูกเสือ เนตรนารี รวมทั้งฝึกฝนสังเกตพฤติกรรมเฝ้าระวังยาเสพติด บุคคลกลุ่มสี่ยง มีคุณครูอรรถพร จอนเสมอ หรือ ครูป้อม ครูสอนดนตรี ทุ่มสุดตัวแปลงกายเป็นขอทาน เพื่อสังเกตพฤติกรรมของลูกเสือ เนตรนารี โดยที่ลูกเสือ เนตรนารี ไม่ทราบว่า ขอทานคนดังกล่าว คือ ครูป้อม ปรากฏว่ากลุ่มลูกเสือ เนตรนารี น้ำใจ ให้เงินคนละเล็กน้อยรวมแล้ว 166 บาท รวมทั้งให้ขนมกับ ครูป้อม ซึ่งอยู่ในชุดขอทาน – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ออนไลน์’ในมือเด็ก-เยาวชน ‘ภัย’อื้อ!..ผู้ใหญ่ต้องช่วยระวัง

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711920

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ออนไลน์’ในมือเด็ก-เยาวชน ‘ภัย’อื้อ!..ผู้ใหญ่ต้องช่วยระวัง

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ออนไลน์’ในมือเด็ก-เยาวชน ‘ภัย’อื้อ!..ผู้ใหญ่ต้องช่วยระวัง

วันเสาร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 02.00 น.

วุฒิสภา ร่วมกับ สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน(สสดย.), มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย และอีกหลายองค์กรจัดงานวันส่งเสริมอินเทอร์เน็ตปลอดภัยแห่งชาติ เมื่อช่วงต้นเดือนก.พ. 2566 ที่ผ่านมา พร้อมเปิดวงเสวนาสถานการณ์ปัญหาและแนวทางป้องกันแก้ไขภัยออนไลน์ โดย ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน เคยมีการสำรวจว่าด้วยระบบรักษาความปลอดภัยออนไลน์ของเด็กในแต่ละประเทศ มีกลุ่มตัวอย่างคัดมา 30 ประเทศและไทยอยู่รั้งท้าย

ส่วนประเทศไทยเอง เมื่อช่วงกลางปี 2565 เคยมีการสำรวจสถานการณ์ภัยออนไลน์กับเด็ก ซึ่งเด็กร้อยละ 81 มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง และร้อยละ 85 ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) อย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นหากมองในแง่งานวิจัย ย่อมสุ่มเสี่ยงกับภัยออนไลน์เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 โดยในขณะที่การใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของไทยสูงมาก แต่การป้องกันความเสี่ยงโดยเฉพาะกับเด็กกลับมีน้อย

ซึ่งด้านหนึ่งคือความไม่พร้อมของกฎหมายและเจ้าหน้าที่แต่อีกด้านพ่อแม่ผู้ปกครองก็ไม่เข้าใจการเลี้ยงดูเด็ก เช่น อายุยังไม่ถึง 2 ขวบ ก็ได้จับโทรศัพท์มือถือแล้ว “เด็กทุกวันนี้โตมาแบบติดมือถือก็เพราะพ่อแม่ใช้มือถือเลี้ยงลูก” ในขณะที่เพื่อนบ้านของไทยอย่างมาเลเซียหรือสิงคโปร์ มีอันดับค่อนข้างดีในมาตรการปกป้องเด็กจากความเสี่ยงทางออนไลน์ หรือฟิลิปปินส์ก็มีกฎหมายป้องกันการล่อลวงแสวงหาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก (Grooming) โดยเฉพาะ

“กฎหมาย Grooming แค่จับผู้ต้องสงสัยแล้วเอามือถือมาดูพบว่ากำลังคุยกับเด็ก 10 คน แล้วมีข้อความในลักษณะ รักเสมออยากเจอมาก เราจะอยู่ด้วยกันได้ไหม หรือบางทีเมื่อคืนนี้ฝันถึง คำพูดที่มันสามารถวิเคราะห์เจตนาว่าถ้าเจอเด็กเมื่อไร มีโอกาสเมื่อไรต้องละเมิดทางเพศเด็กแน่นอน อันนี้ก็เป็นหลักฐานแล้วนะ ไม่ต้องรอให้มีคลิปหลุด ไม่ต้องรอให้เกิดโศกนาฏกรรม ฉะนั้นประเทศที่เขามีระบบพวกนี้ถือว่าล้ำ แล้วเขาก็ได้การประเมินระดับต้น ประเทศเราควรจะต้องคุยกันเรื่องของกฎหมายที่เท่าทันสถานการณ์” ศรีดา กล่าว

ศรีดา ยังขยายความในประเด็นการเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ใช้โทรศัพท์มือถือ ว่า เหตุที่ไม่ควรทำเพราะส่งผลให้พัฒนาการของเด็กล่าช้า เรื่องนี้เคยมีผลการศึกษาเมื่อปี 2559 ที่ทำร่วมกันระหว่างสมาคมโรงเรียนอนุบาลแห่งประเทศไทยกับกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า เด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าถึงร้อยละ 30 อาทิ ด้านการสื่อสาร การเข้าสังคม การควบคุมอารมณ์ตนเอง และอาจมีภาวะออทิสติกเทียม (มีปัญหาด้านการเรียนรู้) ทั้งหมดนี้เป็นชุดความรู้ที่สังคมยังไม่ทราบ จึงยังปล่อยให้เด็กอยู่กับโทรศัพท์มือถือ

อีกทั้งยังมีตัวอย่างใกล้ตัว เป็นลูกของคนที่รู้จักกัน ด้วยความที่ปล่อยให้ลูกอยู่กับโทรศัพท์มือถือตั้งแต่เล็กๆ เด็กก็เรียนรู้จากสื่อในโทรศัพท์มือถือ เช่น ดูการ์ตูนรูปสัตว์ต่างๆ กระทั่งวันหนึ่งเห็นลูกมีพฤติกรรมแปลกๆ คือ คลาน 4 ขาเหมือนสัตว์แทนที่จะเดิน 2 ขาเหมือนมนุษย์ และพูดจาด้วยภาษาที่ฟังไม่รู้เรื่อง ซึ่งต่อมาผู้เป็นแม่ก็ทราบว่าต้นตอเกิดจากเด็กเลียนแบบจากสื่อการ์ตูนเหล่านั้น จึงยอมที่จะใช้เวลาอยู่กับลูกมากขึ้นจากเดิมที่ไปทำงานไกลบ้านแล้วฝากลูกไว้ให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง

พญ.วนิดา เปาอินทร์ กุมารแพทย์ กล่าวว่า หากดูการศึกษาด้านสมอง จะพบว่า “เด็กเล็กฉลาดขึ้นด้วยการเคลื่อนไหว” ดังนั้นการหยุดเคลื่อนไหวโดยให้อยู่กับหน้าจอก็เป็นผลกระทบส่วนหนึ่งอยู่แล้ว เด็กเล็กนั้นเรียนรู้แบบ 3 มิติ เช่น เมื่อเรียนรู้ที่จะฝึกพูด กระบวนการจะมีทั้งการได้ยินเสียง เห็นหน้า เห็นวิธีการพูด ที่ไม่ใช่จากหน้าจอ และจะเรียนรู้ได้ดีขึ้นหากมีความสุข ซึ่งเกิดขึ้นจากผู้ใหญ่ที่มีความผูกพันกันมีกิจกรรมร่วมกัน

ขณะที่ “เด็กโตเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ” เด็กโตในที่นี้หมายถึงวัยที่เข้าเรียนชั้นประถมศึกษา การเรียนรู้เกิดขึ้นเมื่อลงมือทำแล้วบอกกับตนเองว่าทำได้ หรือแม้แต่ทำแล้วล้มเหลวก็ยังได้เรียนรู้จากความพยายาม ส่วน “วัยรุ่นพัฒนาจากการมีตัวตน”หมายถึง การรู้สึกว่าตนเองมีค่า ตนเองเป็นใครในสังคมนี้ตนเองสามารถออกจากการดูแลของพ่อแม่ได้ โดยสรุปแล้ว “เด็กคือกลุ่มเสี่ยงอย่างที่สุด (Perfect Victim) จากภัยทางอินเตอร์เนต” ไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยใดก็ตาม

“ยกตัวอย่างการล่อลวงต้องใช้ความสามารถทางภาษา ฉะนั้นตัวที่จะเป็น Victim (เหยื่อ) สูงๆ จากการถูกล่อลวงก็จะเป็นกลุ่ม Teen (วัยรุ่น) กับ Pre-Teen (ก่อนวัยรุ่น) เพราะถ้าเด็กเล็กกว่านั้นจะยังไม่สื่อสารได้ขนาดนั้น จะไม่สามารถเข้าใจการล่อลวงได้ เพราะฉะนั้น Teen กับ Pre-Teen จะโดนเยอะ ทีนี้ทำไมพวกนี้ถึงเป็น Perfect Victim เพราะอันแรกคือเมื่อแสวงหาตัวตน แสวงหาความรู้สึกว่าฉันมีค่า ฉันมีคนสนใจ หน้าตาดี ผิวพรรณดี น่าจะมาโฆษณาได้ อันนี้ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกมีค่า พอให้ค่าตอบแทนก็รู้สึกว่าตัวเองหาเงินได้

มันเป็นลักษณะที่มนุษย์แสวงหาสิ่งนี้ แสวงหาการยืนได้ด้วยตัวเอง ต้องการการยอมรับ ต้องการบอกว่าตัวเองมีคุณค่าแบบไหน แล้วคนที่มาล่อลวงเด็กเขามีความสามารถ เขาเข้าใจมนุษย์ จริงๆ ถ้าเขาเป็นคนดีเขาจะทำงานตรงนี้ได้พิเศษมากๆ แต่พอเขาใช้จิตวิทยาของเขาในอีกรูปแบบหนึ่ง เขาก็จะเป็นคนเก่งมากในสิ่งที่เขาทำอยู่ ก็คือจะล่อลวงเด็กได้เยอะ” พญ.วนิดา ระบุ

พญ.วนิดา ยังกล่าวอีกว่า “สมองของมนุษย์ของก่อนวัยรุ่นและตอนเป็นวัยรุ่นเป็นช่วงที่ต้องการความสุข สนุกและตื่นเต้นเร้าใจ” จึงอธิบายได้ว่า “ทำไมเด็กหรือวัยรุ่น (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) จึงชอบเล่นเกม เพราะเกมสามารถตอบสนองสิ่งที่สมองต้องการได้” แต่มนุษย์ก็ต้องการการเรียนรู้ที่หลากหลาย ดังนั้นหากไม่ควบคุมการเล่นเกมโดยตรงแต่กำหนดว่าต้องทำสิ่งอื่นๆ ด้วย เช่น รับประทานอาหาร พักผ่อนออกกำลังกาย ฯลฯ เวลาที่ใช้เล่นเกมก็จะลดลงไปโดยอัตโนมัติ กล่าวคือ “ให้เกมเป็นส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ส่วนใหญ่ของชีวิต” เพื่อไม่ให้สมดุลการพัฒนาหายไป

อนึ่ง “สมองส่วนหน้าเกี่ยวข้องทักษะการวิเคราะห์อันตรายและการมีเหตุผล..แต่การที่มนุษย์ถูกสร้างมาให้สมองส่วนกลางโตเร็วกว่าสมองส่วนหน้านั้นก็เพราะในช่วงวัยที่กำลังเจริญเติบโต (วัยเด็กและวัยรุ่น) หากมีความกังวลมากการเรียนรู้ก็จะด้อยลง” การโตของสมองในลักษณะนี้
จึงมีขึ้นเพื่อให้มนุษย์ฉลาดที่สุด แต่ก็ทำให้มนุษย์มีช่วงที่ปกป้องตนเองจากอันตรายได้น้อยที่สุดด้วย

ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการศูนย์คดีละเมิดทางเพศเด็ก กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวว่า ในอดีตเจ้าหน้าที่สามารถเฝ้าระวังอาชญากรรมโดยเจาะจงไปเฉพาะบางจุดที่เป็นพื้นที่เสี่ยง เช่น ในเมืองท่องเที่ยว กระทั่งเมื่อเข้าสู่ยุคดิจิทัลคำว่าพื้นที่เสี่ยงก็ไม่มีอีกต่อไปเพราะความเสี่ยงมีอยู่ทุกที่ อีกทั้งการก่ออาชญากรรมยังทำได้แม้จะอยู่คนละประเทศ ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องมีภาคีเครือข่ายระหว่างประเทศ

“คดีแบบนี้เด็กไม่อยากจะเล่าให้ใครฟัง เนื่องจากกฎหมายสอบสวนปากคำเด็กตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จะให้นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่ไว้วางใจ ส่วนใหญ่ที่เด็กร้องขอผู้ไว้วางใจมักจะไม่เลือกพ่อแม่ตัวเอง ชอบเลือกพ่อแม่เพื่อนมากกว่า เหมือนเวลาไปเล่นบ้านเพื่อนแล้วเห็นว่าพ่อแม่เพื่อนใจดีแล้วชอบให้พ่อแม่เพื่อนมาฟังเรื่องที่ตัวเองตกเป็นผู้เสียหายมากกว่าพ่อแม่ตัวเอง เนื่องจากกลัวว่าพ่อแม่จะเสียใจ กลัวพ่อแม่จะดุ จะลงโทษ หลากหลายเหตุผล แต่สิ่งที่เราพบเจอคือไม่อยากให้พ่อแม่ทราบ” ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าว

ร.ต.อ.เขมชาติ กล่าวต่อไปว่า “อาชญากรบางครั้งก็เป็นคนใกล้ชิดกับเด็ก และการถูกจับกุมดำเนินคดีก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของเด็กและครอบครัวไปด้วย” เช่น เคยมีบุญคุณกันมาก่อน เป็นนายจ้าง เป็นครู หรือเป็นคนที่สนิทสนมในละแวกที่พักอาศัย ขณะเดียวกัน “อาชญากรก็มีการพัฒนากลยุทธ์” เช่น มีการพูดคุยกันในเครือข่ายว่าจะหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อย่างไร แม้ผู้กระทำผิดแต่ละคนจะไม่รู้จักกันเลยก็ตาม เพียงแต่มารวมกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลเพราะมีรสนิยมเดียวกัน

เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ในช่วงแรกๆ ที่ สสส. ทำงานประเด็นภัยออนไลน์ จะมองไปที่ผู้สูงอายุว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น ถูกหลอกขายสินค้า แต่ก็เริ่มมองเห็นเด็กและเยาวชนใช้เทคโนโลยีไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควร อย่างไรก็ตาม สสส. ไม่ได้ทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ทำงานโดยชวนคนที่อยู่ในระบบนิเวศ (Ecosystem) หรือผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นๆ ไม่ว่าภาครัฐ เอกชนหรือภาคประชาสังคม ได้มาพบเจอกันเพื่อพูดคุยหาทางออกร่วมกัน

“ความต่อเนื่องสำคัญมากๆ ไม่ว่าปีนี้เราจะให้ความสำคัญเยอะ ปีหน้าอาจจะน้อยลง แต่เราทำและทำอย่างต่อเนื่อง หลายๆ เรื่องเราไม่สามารถบอกได้ว่าวันนี้เราทุ่มทุน ปีหน้าเราหยุด มันไม่ได้ มันก็คือต้องทำอย่างต่อเนื่อง และดีใจมากที่วันนี้เห็นโลโก้ขึ้น มันไม่ใช่แค่ 2-3 ที่แล้ว มันเติบโต เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ แล้วก็อยากให้เมืองไทยเป็นเมืองที่มองเห็นเพื่อนแล้วอยากช่วยเหลือ แล้วก็ทำให้เกิดการทำงานร่วมกัน มองเห็นเป้าหมายชัดเจนร่วมกัน” เบญจมาภรณ์ กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อบอุ่นหัวใจ! คุณแม่ลูกดก 15 คนมากสุดในตรัง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุขในทุกวัน

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711968

อบอุ่นหัวใจ! คุณแม่ลูกดก 15 คนมากสุดในตรัง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุขในทุกวัน

อบอุ่นหัวใจ! คุณแม่ลูกดก 15 คนมากสุดในตรัง ชีวิตเต็มไปด้วยความสุขในทุกวัน

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.19 น.

สาววัย 46 ปีกลายเป็นคุณแม่ลูกดกที่มีลูกมากที่สุดใน จ.ตรัง คือมีลูกชาย-หญิงรวม 15 คน และเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวแต่ใจสู้ รับจ้างกรีดยางพาราส่งลูกเรียนหนังสือทุกคน เผยไม่ท้อและขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกคนต้องเข้มแข็ง แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 17/6 หมู่ที่ 4 ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ นางศรียุภา ณ พัทลุง หรือ หยุ่น อายุ 46 ปี เธอได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่ที่มีลูกดกมากที่สุดใน จ.ตรัง คือ มีลูกชาย 8 คน และลูกสาว 7 คน รวมทั้งหมด 15 คน คนโตเป็นผู้หญิง ปัจจุบันอายุ 29 ปี ส่วนคนสุดท้องคือคนที่ 15 เป็นผู้ชาย อายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 โรงเรียนบ้านบกหัก ต.หาดสำราญ โดยลูกชายและลูกหญิงที่โตๆ และเรียนจบแล้วมี 5 คน ไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด 4 คน อยู่ใน จ.ตรัง 1 คน ส่วนอีก 10 คน เรียนหนังสืออยู่ชั้นมัธยมศึกษา 3 คน ชั้นประถมศึกษา 6 คน หยุดเรียน 1 ปี 1 คน ซึ่งลูกทั้ง 15 คน เคยอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งเติบโต จึงแยกย้ายกันออกไปทำงานนอกบ้าน

ส่วนสามีมี 2 คน คนแรกมีลูกด้วยกัน 5 คน ก่อนจะเลิกรากันไปมีสามีคนที่ 2 มีลูกด้วยกัน 10 คน แต่ได้เลิกรากับสามีคนที่ 2 เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา จึงกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ต้องแบกรับภาระเลี้ยงดูลูกๆ ด้วยลำแข้งของตัวเอง ด้วยการรับจ้างกรีดยางพารา ได้ค่าจ้างวันละ 500 – 700 บาท แต่ก็ไม่ได้ทุกวัน ช่วงไหนฝนตกก็ขาดรายได้ ช่วงหน้ายางผลัดใบก็ไม่ได้กรีดยาง แต่เพื่อลูก ทำให้คนเป็นแม่ต้องอดทน และรับจ้างทำงานทุกอย่าง เพื่อให้ลูกได้เรียนหนังสือ และสอนลูกทุกคนให้เป็นคนดี โดยไม่สร้างภาระหรือความเดือดร้อนให้กับสังคม

จนกระทั่งลูกๆ เติบโตและหางานทำได้ ลูกๆ จึงส่งเงินกลับมาให้คุณแม่เลี้ยงดูแลน้องๆ ที่เหลืออีก 11 คน ทุกเดือน นางหยุ่นจึงเบาแรงลงไปได้มาก ซึ่งลูกๆ ของเธอว่านอนสอนง่าย และตั้งใจเรียน โดยมีลูกสาวเรียนจบมหาวิทยาลัยเอแบค กรุงเทพฯ 1 คน อยู่ระหว่างการหางานทำ ทำให้น้องๆ ที่เหลือเอาแบบอย่างของพี่ๆ ด้วยการตั้งใจเรียน ไม่ดื้อ ไม่เกเร เพื่อจะได้มีอนาคตที่สดใส และจะได้ออกมาช่วยคุณแม่ทำงาน สร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้เป็นแม่เป็นอย่างมาก และไม่เคยเสียใจหรืออับอายใครที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณแม่ที่มีลูกดกที่สุดใน จ.ตรัง เพราะไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้กับใคร จนกลายมาเป็นแบบอย่างของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สู้ชีวิต ให้ผู้หญิงคนอื่นๆ มีกำลังใจในการเลี้ยงดูบุตรหลานต่อไป

แม้ว่าปัจจุบันนี้ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ไม่มีทรัพย์สินเงินทองมากมาย มีแค่บ้านชั้นเดียว 2 ห้องนอนหลังเล็กๆ บนที่ดินของน้าชาย ที่อาศัยอยู่รวมกัน 12 ชีวิตแม่ลูก แต่ภายในความแออัดนั้น เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความรัก และความเข้าใจ จนทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยความสุขในทุกวัน ซึ่งหากพบรักใหม่ก็ไม่คิดจะมีลูกคนที่ 16 อีกต่อไป ขอหยุดแค่ 15 คนก็พอ

“บอกลูกคำเดียวว่า ไม่มีอะไรจะให้ ถ้าตั้งใจเรียนแล้วก็ขอให้เรียนให้จบ แม่จะส่งให้สุดความสามารถ ไม่มีอะไรจะให้ ยางจะตัดก็เป็นยางของคนอื่น จะเอาอะไรก็ให้ จะไปไหนก็ให้ ตามใจทุกอย่าง แต่ขออย่างเดียวคือ ให้ลูกให้แม่สักครึ่งเหมือนที่แม่ให้เขาแค่นั้น อย่าทำให้แม่เสียใจก็แค่นั้น”

โดยฝากข้อคิดถึงผู้หญิงทุกคนว่า อย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวทำอะไรไม่ได้ จะอยู่อย่างไรในเมื่อไม่มีผู้ชาย อยู่ให้ได้ อยู่ให้เป็น อยู่ได้ สู้ได้ เชื่อสู้ได้แน่นอน ไม่มีผู้ชายช่วยเราก็อยู่ได้ ให้ขยัน อดทนอย่างเดียว ขอให้สู้ให้สุดชีวิตแล้วสักวันหนึ่งก็ต้องเป็นของเรา ไม่ใช่มีแค่วันนี้ วันข้างหน้ายังมีอีก ขอให้เชื่อ

ปัจจุบันนางหยุ่น ยังทำหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงให้กับลูกสาวและเพื่อนๆ ของลูกสาว ไปแข่งขันตามสถานที่ต่างๆ โดยเป็นได้ทั้งคุณแม่ เป็นเพื่อน และเป็นพี่สาวให้กับลูกๆ ได้ทุกเรื่องด้วย

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โผล่อีก!เจ้าอาวาสดอดหาสีกาวัย60ปี ยันไม่มีอะไรเกินเลย ชาวบ้านไม่เชื่อไล่พ้นพื้นที่

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711926

โผล่อีก!เจ้าอาวาสดอดหาสีกาวัย60ปี ยันไม่มีอะไรเกินเลย ชาวบ้านไม่เชื่อไล่พ้นพื้นที่

โผล่อีก!เจ้าอาวาสดอดหาสีกาวัย60ปี ยันไม่มีอะไรเกินเลย ชาวบ้านไม่เชื่อไล่พ้นพื้นที่

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.36 น.

โผล่อีก!เจ้าอาวาสดอดหาสีกาวัย60ปี ยันไม่มีอะไรเกินเลย ชาวบ้านไม่เชื่อไล่พ้นพื้นที่

17 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ว่า จากกรณีมีคลิปในโลกออนไลน์เป็นคลิปที่ลูกหลานของ “ยายเอ” (นามสมมุติ) ถ่ายเอาไว้ ขณะที่พระบี (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.พิบูลย์รักษ์ จ.อุดรธานี ดอดเข้าไปหา “สีกาเอ” เมื่อคืนวันที่ 14 ก.พ.66 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันวาเลนไทน์พอดี โดยในคลิปจะเห็นเสียงผู้หญิงไม่พอใจที่พระรูปนี้มาอยู่ในบ้านของน้าสาว คือ ยายเอ ในเวลาค่ำคืน และเข้าไปอยู่ในห้องนอนด้วย จนมีการโต้เถียงกันขึ้น และให้เปิดไฟ และเมื่อเปิดไฟก็เห็นพระนั่งอยู่ในห้องนอนของยายเอ ต่อมามีอีกคลิปอยู่ที่วัดที่ญาติโยมไม่พอใจพระรูปดังกล่าวที่บุกเข้าไปสีกายามค่ำคืนและพระรูปดังกล่าวไม่ยอมรับ จนมีการโต้เถียงกันอยู่หลายยก โดยชาวบ้านไม่อยากให้อยู่ในพื้นที่

ต่อมาเวลา 16.00 น.วันนี้ (17 กุมภาพันธ์ 2566) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัด พบกับพระบี ซึ่งเปิดเผยเรื่องราวในคลิป ว่า อาตมาไปญาติโยมในคืนวันที่ 14 ก.พ.จริง เพราะมีพี่ชายอยู่ที่บ้านหลังนั้น ลูกหลานก็รู้ เวลากลางคืนก็ไป ถือว่าไม่ผิดอะไร ปกติก็ไปประจำอยู่แล้ว ส่วนที่ว่าไปอยู่ในห้องนอนสีกายืนยันว่าไม่มีอะไรกันแน่นอน แค่ไปนั่งเล่นเท่านั้น คืนวันนั้นมีพยานอยู่ด้วยหลายคน คือ สีกาเอ พี่ชายที่นับถือกันและภรรยาของพี่ชาย รวม 3 คน ส่วนจะให้อาตมาสึกนั้นคงไม่สึกแน่นอน ที่ไปแบบนั้นถือว่าไม่ผิด ไม่ได้ปาราชิก เป็นอาบัติเล็กๆ หากผิดแค่ผิดกาสะวัชชะ โลกติเตียนเท่านั้น ในเมื่อญาติโยมไม่สบายใจก็จะย้ายไปอยู่ที่อื่นในวัน 2-3 วันนี้แน่นอน

อาตมา ยืนยันไม่ได้มีอะไรกับสีกาเอ ซึ่งเป็นรุ่นพี่อายุเยอะกว่าอาตมาอย่างแน่นอน แต่ถามว่าแต่ก่อนบวชเป็นพระก็เคยแต่งงานกับสาวรุ่นพี่มาครั้งหนึ่งและเลิกกัน แล้วก็มาบวชได้เพียง 2 พรรษา ส่วนที่ลูกหลานสีกาห่วงว่าอาตมาจะไปเกาะกินสีกา ไม่เป็นความจริงแน่นอน เราไปเพราะไปเยี่ยมโยมพี่ชายที่ป่วยโรคตับ และไปประจำเท่านั้น มีแต่ญาติพี่น้องกันทั้งนั้น ยืนยันภายใน 1-2 วันก็จะไปอยู่ที่อื่นเพื่อให้ญาติโยมได้สบายใจ แต่ต้องให้เจ้าคณะอำเภอฯ มีหนังสือสั่งการมาก่อนจึงจะออกจากวัดนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบ น.ส.ซี (นามสมมุติ) อายุ 46 ปี หลานสาวของยายเอ เปิดเผยว่า ยายเอมีศักดิ์เป็นน้าสาวของพวกตน เพราะเป็นน้องของแม่ แกไม่มีลูก หลังจากสามีตายเมื่อหลายปีก่อนก็อยู่กับน้าที่พระอ้างว่านับถือเป็นพี่ชาย แต่ระยะ 1 ปีที่ผ่านมา ยายเอไปคบกับพระรูปนี้ และก็เปลี่ยนไปจากคนธรรมะธรรมโม เหมือนเป็นคนมีความรัก และให้พระรูปนี้เข้าไปหายามค่ำคืน อ้างว่าไปเยี่ยมน้าผู้ชาย ซึ่งลูกๆ หลานๆก็สังเกตมาแล้ว 1 ปี จนเกิดเรื่องเมื่อคืนวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พวกตนไปตามน้าเอมากินข้าวด้วย เพราะหลานเขยมาจากเมืองนอก แต่พอไปถึงบ้านปรากฏว่าไฟปิดสนิท จึงร้องเรียก จนไปพบพระรูปนี้อยู่ในห้อง ลูกหลานก็โมโหทำไมพระมาทำแบบนี้ จนมีเสียงตามในคลิป ส่วนตัวคิดว่าไม่เหมาะสม เป็นพระเป็นเจ้ามาแบบนี้ โดยอ้างว่ามาเยี่ยมน้าผู้ชาย ลูกหลานเชื่อว่าอยู่ในห้องนอนแบบนั้นต้องมีอะไรกันแน่ และที่สำคัญลูกหลานไม่ห้ามถ้าจะสึกแล้วมาแต่งงานหรืออยู่กันด้วยกัน แต่นี่เคยมีเรื่องมาแล้วครั้งหนึ่งบอกให้สึกมาแต่งงานก็ไม่ยอมสึก แต่อาศัยผ้าเหลืองหากินกับสีกาที่มองว่ามีเงินและมีที่ดินแบบนี้

“เราอยากให้พระรูปนี้ซึ่งมีพฤติกรรมเหมาะสมแบบนี้แล้วให้ไปอยู่จังหวัดอื่น จะสึกหรือไม่ก็ช่าง ไม่อยากให้มาอยู่ใกล้ๆ ทำให้ศาสนามัวหมอง หลังจากคืนวันเลนไทน์ พระรูปนี้รับปากจะไม่ไปอีก อย่างเมื่อคืนก็เห็นไปอีก แถมมาบีบแตรหน้าบ้านจะบอกเราว่าไปเหมือนเดิมแล้วนะ” น.ส.ซี กล่าว

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบยายเอ อายุ 60 ปี ซึ่งเปิดเผยว่าเรื่องที่พระมาหา ซึ่งเป็นพระรุ่นน้อง แท้จริงท่านมาเยี่ยมพี่ชายที่สนิทกัน และไม่สบาย เราเป็นญาติกัน ยืนยันตนเองกับพระไม่มีอะไรกันแน่นอนในคืนวันวาเลนไทน์ ส่วนที่ไปนั่งในห้องนอน ตกใจเพราะลูกหลานไปเรียกเสียงดัง รู้ว่าลูกหลานเป็นห่วงแต่ไม่น่าจะถ่ายคลิปลงโซเซียลแบบนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพระรูปนี้ลาสิกขามาแต่งงานด้วยจริงๆ ยายเอ มีทีท่าพร้อมแบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมรับการแต่งงานกับพระรูปนี้ แต่ถามกลับไปว่าแล้วท่านจะมารับเราได้ไหมเพราะเป็นรุ่นพี่ แล้วจะอายคนไหม เพราะอายุปูนนี้แล้ว ท่านคงไม่รักหรอก

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คณะสงฆ์’โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’ศึกษาธรรม ณ’ถ้ำสัตตบรรณคูหา’อินเดีย

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711923

คณะสงฆ์'โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา'ศึกษาธรรม ณ'ถ้ำสัตตบรรณคูหา'อินเดีย

คณะสงฆ์’โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา’ศึกษาธรรม ณ’ถ้ำสัตตบรรณคูหา’อินเดีย

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.26 น.

“อินเดีย” หนึ่งในดินแดนพุทธภูมิที่ชาวพุทธทั่วโลกต้องเดินทางไปสัมผัส และ หนึ่งในสถานที่ที่สำคัญ คือ “กรุงราชคฤห์” เมืองของพระเจ้าพิมพิสาร และ พระเจ้าอชาติศัตรู รวมทั้งยังเป็นสถานที่ที่สำคัญในครั้งพุทธกาล เช่น กุฏิของพระพุทธเจ้า องค์สมณโคดมบรมครู, พระอานนท์, พระสารีบุตร และ พระโมคคัลลานะ รวมทั้งยังมีกุฏิของพระเทวทัต , ที่ประมูลศพของนางสิริมา หญิงงามเมืองที่สวยที่สุด และ ภูเขาเวภาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของถ้ำสัตตบรรณคูหา โดยในระยะใกล้ๆกับภูเขาเวภารประมาณ 3-4 กิโลเมตร จะมีที่เผาศพของชาวกรุงราชคฤห์

คณะสงฆ์ใน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา ครั้งที่ 9” ได้เดินทางมาถึง “ถ้ำสัตตบรรณคูหา บริเวณข้างภูเขาเวภารบรรพตใกล้กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 เพื่อศึกษาและเรียนรู้สถานที่ในครั้งพุทธกาล โดยพระครูธีรธรรมปราโมทย์ (หลวงพ่อสำเริง ธมฺมธีโร) เจ้าอาวาส วัดดอยเทพนิมิต ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ประธานดำเนินงาน “โครงการจาริกธรรมตามรอยบาทพระศาสดา” ครั้งที่ 9 เมตตาให้พระสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ สมมติเหตุการณ์จำลอง “การสังคายนาพระธรรมวินัย” ตามที่จารึกไว้ในใบลานของพระไตรปิฎก 

นายสามารถ มังสัง นักเขียนในเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ระบุว่า ตามหลักฐานของพระเถระฝ่ายไทย ผู้รจนาหนังสือเรื่องสังคีติยวงศ์ หรือประวัติศาสตร์การทำสังคายนามี 9 ครั้ง รวมทั้งครั้งที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงกระทำในรัชสมัยของพระองค์ โดยการสอบทานแก้ไขพระไตรปิฎก แล้วจารึกลงใบลานเป็นหลักฐาน โดยครั้งที่ 1 ได้ทำสังคายนาครั้งที่ 1 กระทำกันที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้างเขาเวภารบรรพตใกล้กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย ภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน 3 เดือน ซึ่งมีมูลเหตุการทำสังคายนาในครั้งนี้คือ พระมหากัสสปะ ปรารภถ้อยคำของภิกษุชื่อสุภัททะ ผู้บวชเมื่อแก่

เมื่อสุภัททะรู้ข่าวการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ภิกษุทั้งหลายต่างพากันร้องไห้เศร้าโศกเสียใจ แต่ภิกษุชื่อสุภัททะ ห้ามมิให้ภิกษุเหล่านั้นเสียใจ เพราะว่าต่อไปนี้จะทำอะไรก็ตามใจ แล้ว ไม่ต้องมีใครมาชี้ว่า นี่ผิด นี่ถูก นี่ควร นี่ไม่ควรต่อไปอีก เหตุการณ์นี้ทำให้พระมหากัสสปะสลดใจในถ้อยคำของสุภัททะ จึงได้นำเรื่องนี้เสนอที่ประชุมสงฆ์ แล้วเสนอให้มีการทำสังคายนาร้อยกรองพระธรรมวินัย ซึ่งก็ได้รับความเห็นชอบ จึงมีการทำสังคายนาในครั้งที่ 1  โดยพระเจ้าอชาตศัตรู ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ มีพระอรหันต์ประชุมกัน 500 รูป และใช้เวลา 7 เดือนจึงสำเร็จ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ ได้เดินเท้าผ่าน “พระพุทธรูปองค์ดำ” ที่บึงลัฏฐิวัน หรือ สวนตาลหนุ่ม ประเทศอินเดีย โดยมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ดังนี้ 

ที่บึงลัฏฐิวัน หรือ สวนตาลหนุ่ม พระพุทธเจ้าเสด็จมาด้วยบริวาร 1,003 องค์ เพื่อโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งมีข้าราชบริพาร 12 นหุต หรือ 120,000 คน และ เป็นศิลปะสมัยปาละ ปี พ.ศ.1400 โดยเป็นปางยมกปาฏิหาร์ย ส่วนพระหัตถ์ (มือ) กับพระชานุ (เข่า) หายไป แต่ยังแสดงให้เห็นว่าพระพุทธรูปเป็นปางมือมุทรา แบบเดียวกับการแสดงพระธรรมจักร และแสดงยมกปาฏิหาร์ย แสดงอนุปุพพิกถา , หลวงจีนพระถังซัมจั๋ง เสด็จมายังที่นี้ ใน พ.ศ.1173 สืบเนื่องมาพันกว่าปีสมัย 1760 พระพุทธศาสนาถูกทำลาย ด้วยการทำลายพระนาสิก , พระโอษฐ์ และ พระพักตร์ เป็นการทำลายลมหายใจ และ ไม่สามารถให้พระองค์พูดได้ แล้วก็ทำลายที่พระหัตถ์ ที่พระกร เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมได้ในปางนี้ 

ในทางมหายาน การแสดงธรรมไม่ได้แสดงเฉพาะการพูดอย่างเดียว แต่แสดงในปางตรรกมุทรา เราจะเห็นมหายาน และ วัชรญาณแบบทิเบต จะแสดงปางตรรกมุทรา ซึ่งเป็นวิธีการถ่ายทอดธรรมะ โดยไม่ต้องใช้คำพูด ต่อมาปี พ.ศ.2204 ท่านเซอร์คันนิ่งแฮม ชาวอังกฤษได้มาเปิดพุทธศาสถาน ได้เจอพระพุทธรูปองค์นี้กองอยู่บนดิน ตอนนั้นก็เพียงแต่ล้อมรั้วไว้ชั่วคราว เมื่อผ่านเวลามายาวนาน พ.ศ.2543 ภิกษุชาวญี่ปุ่นมาเห็นจึงสลดสังเวชจึงรวมกับชาวลัฏฐิวัน สร้างศาลาแห่งนี้ และ ทำการสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ 

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2566 คณะสงฆ์ในโครงการจาริกธรรมฯ จะเดินเท้าต่อไปยัง “วัดไทยนาลันทา” ประเทศอินเดีย 

ขอบคุณข้อมูลภาพเฟสบุ๊ก : จิตว่างเปล่า ใจปล่อยวาง และ เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการด้านเนื้อสัตว์ แนะ‘เนื้อแดง’ทานได้ ไม่ต้องงด

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711908

นักวิชาการด้านเนื้อสัตว์ แนะ‘เนื้อแดง’ทานได้ ไม่ต้องงด

นักวิชาการด้านเนื้อสัตว์ แนะ‘เนื้อแดง’ทานได้ ไม่ต้องงด

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.43 น.

นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ ยืนยัน “เนื้อแดง” รับประทานได้อย่างปลอดภัยในปริมาณที่เหมาะสม ระบุ ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอบ่งชี้ว่าเป็นสาเหตุก่อให้เกิดมะเร็งลำไส้ในมนุษย์

ผศ.ดร.รุจริน ลิ้มศุภวานิช หน่วยปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ ภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์และประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า “เนื้อแดง” คือ เนื้อสัตว์ที่มีสีแดงตามธรรมชาติ เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อแกะ โดยเนื้อแดงมีปริมาณรงควัตถุที่เรียกว่า ไมโอโกลบิน (myoglobin) อยู่ในกล้ามเนื้อ คล้ายกับ ฮีโมโกลบินที่อยู่ในเลือด เมื่อจับออกซิเจนจะให้สีที่ออกสีแดง หากมีไมโอโกลบินมาก จะมีสีแดงเข้มมากขึ้น เช่น ในเนื้อวัวมีปริมาณไมโกลบินมากว่าในเนื้อหมู ทำให้เนื้อวัวมีสีแดงที่เข้มกว่า

จากข้อมูลขององค์กร IARC (International Agency for Research on Cancer) หน่วยงานภายใต้องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) หรือ WHO ที่ได้รวบรวมข้อมูลวิจัยทางระบาดวิทยา และจัดกลุ่มสิ่งที่ “มีความสัมพันธ์” ต่อการเกิดโรคมะเร็ง ซึ่ง “เนื้อแดง” ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ “มีโอกาส หรือ อาจจะ” ก่อให้เกิดมะเร็ง ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนเกิดความกังวลในการรับประทานเนื้อแดง

“ข้อมูลของ IARC ยังไม่เพียงพอที่จะบ่งบอกว่าเกิดกับมนุษย์ การศึกษาที่มีไม่ได้พบในผู้ป่วยมะเร็งโดยตรง พบความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ในสัตว์ทดลองเท่านั้น และงานวิจัยที่มีอยู่ส่วนใหญ่เป็นงานวิจัยในแถบสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือประเทศจีน แต่น้อยมากที่จะมีงานวิจัยจากเมืองไทย ทั้งนี้องค์การอนามัยโลกได้ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นต้องงดการรับประทานเนื้อแดงโดยสิ้นเชิง ผู้บริโภคสามารถรับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม” ผศ.ดร.รุจริน กล่าว

ในต่างประเทศมีงานวิจัยระบุว่าไม่ควรบริโภคเนื้อแดงเกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์ จากข้อมูลสถิติ คนไทยรับประทานเนื้อสัตว์ ประเภท เนื้อหมู เนื้อไก่ เป็นส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 16-17 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งปริมาณดังกล่าวไม่ได้เกินไปกว่าที่งานวิจัยระบุ ขณะที่ในต่างประเทศการบริโภคเนื้อสัตว์อยู่ที่ 50 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือ ในบางประเทศอาจถึง 100 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ซึ่งอัตราการบริโภคเนื้อสัตว์ในต่างประเทศมีการบริโภคในปริมาณที่มากกว่าประเทศไทยอยู่มาก ด้วยลักษณะการบริโภคเนื้อสัตว์ของคนไทยไม่ได้รับประทานเนื้อสัตว์แบบสเต๊กที่เป็นเนื้อชิ้นใหญ่แบบในต่างประเทศ แต่เป็นการประกอบอาหารด้วยการนำเนื้อสัตว์มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ปรุงด้วยวิธี ต้ม นึ่ง ย่าง ผัด แกง หรือ ทอด แม้ระยะหลังคนไทยมีความนิยมในการรับประทาน ปิ้ง ย่าง ชาบู และ สเต๊ก แต่ยังไม่เท่ากับในต่างประเทศ

ผศ.ดร.รุจริน กล่าวแนะนำว่า สำหรับวิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ให้ปลอดภัย ให้เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ จากโรงแปรรูปหรือแหล่งผลิตที่มีมาตรฐาน มีตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค และลดความเสี่ยงด้านความไม่ปลอดภัย หากเลือกซื้อเนื้อสัตว์ที่ผลิตออกมาเป็นผลิตภัณฑ์แล้วให้สังเกตที่เครื่องหมาย อย. ในขณะเลือกซื้อเนื้อสัตว์ควรเตรียมกระติกที่บรรจุน้ำแข็ง หรือบรรจุภัณฑ์เก็บความเย็นสำหรับเก็บเนื้อสัตว์ขณะเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงของเชื้อจุลินทรีย์ที่จะทำให้เนื้อสัตว์เน่าเสียหรือก่อโรคได้ และให้รีบนำเนื้อสดเข้าตู้เย็นให้เร็วที่สุด หากยังไม่ได้ประกอบอาหารในทันที ควรบรรจุในภาชนะที่ปิดมิดชิดและนำเข้าช่องแช่แข็ง หากจะนำมาใช้ ให้ละลายน้ำแข็งในตู้เย็น แม้อาจใช้เวลาเป็นวันแต่เป็นวิธีที่ดีกว่าการนำออกมาละลายน้ำแข็งในอุณหภูมิห้อง ดังนั้นจึงอาจต้องวางแผนล่วงหน้า และไม่ควรทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน ควรเก็บเนื้อสัตว์ให้อยู่ในตู้เย็นเสมอ หากใช้ไม่หมดให้ใส่กลับในภาชนะปิดให้เรียบร้อยและนำเข้าช่องแข็งตามเดิม เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาให้นานขึ้น

ขณะเดียวกัน การรับประทานเนื้อสัตว์ต้องปรุงให้สุก ไม่รับประทานแบบสุกๆ ดิบๆ เพราะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค สำหรับการบริโภคควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ไม่รับประทานอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งซ้ำๆ ในปริมาณที่มากจนเกินไป ทานร่วมกับผักและผลไม้ที่ให้กากใยสูง เพื่อให้เกิดความสมดุล และดีต่อสุขภาพ อีกทั้งการปรุงอาหารให้หลีกเลี่ยงการปิ้ง ย่าง ไม่รับประทานบ่อยจนเกินไป และปรุงอาหารด้วยเครื่องเทศ หรือสมุนไพรของไทย ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ยิ่งจะทำให้ดีต่อสุขภาพดียิ่งขึ้น และตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านผวาช้างป่าโขลงใหญ่บุกหมู่บ้านทำลายพืชผลการเกษตรรถเป็นซากเหล็ก

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711905

ชาวบ้านผวาช้างป่าโขลงใหญ่บุกหมู่บ้านทำลายพืชผลการเกษตรรถเป็นซากเหล็ก

ชาวบ้านผวาช้างป่าโขลงใหญ่บุกหมู่บ้านทำลายพืชผลการเกษตรรถเป็นซากเหล็ก

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.29 น.

ชาวบ้านในอำเภอภูกระดึง จังหวัดเลยได้รับความเดือดร้อนหนัก หลังโขลงช้าป่ากว่า 70 ตัวลงมาทำลายกินพืชผลทางการเกษตร  และรถยนต์ชาวบ้านกลายเป็นเศษเหล็ก จนชาวบ้านผวา กินไม่ได้ นอนไม่หลับ จี้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งแก้ปัญหา ด้านนายอำเภอภูกระดึงเผยช้างป่าโขลงนี้เข้ามาอยู่ในบริเวณพื้นที่ภูค้อภูกระแตร่วม 1 ปีแล้ว เตือนชาวบ้านอย่าออกไปใกล้พื้นที่ช้างป่าอยู่

วันที่ 17 ก.พ.66 นายภูมิภพ กองลาแซ อายุ 31 ปี ชาวบ้านท่ายางหมู่ 10 ต.ภูกระดึง อ.ภูกระดึง จ.เลย เปิดเผยว่า ในช่วงตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2566 ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีโขลงช้างป่าประมาณ 70-80 ตัวหนีหนาวลงมาพักอยู่ในเขตของอำเภอภูกระดึง รอยต่อกับอำเภอภูหลวง ในเขตป่าลงมาที่บ้านห้วยยางใหญ่ลงมากินพืชผลการเกษตรของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอ้อย ยางพารา ต้นไผ่เลี้ยง กล้วย มันสำปะหลังร่วมกว่า 2,000 ไร่ ตอนนี้เดือดร้อนหนักและช้างกำลังเพิ่มพื้นที่ออกมากว้างมากขึ้น ปัจจุบันชาวบ้านไม่สามารถไปสวนเก็บเกี่ยวผลผลิตใด้เลย เกษตรกรบางรายโขลงช้างป่าได้ทำลายรถกะบะ รถทางการเกษตรจนเสียหายยับกลายเป็นเศษเหล็ก ที่อยู่อาศัยบ้านพักพังไปหมดไม่มีชิ้นดี 

“ตอนนี้กลัวผวากันทั้งหมู่บ้าน ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีแต่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ประจำอยู่เพียง 4 นายทำอะไรไม่ได้ ชาวบ้านอยากให้มีการผลักดันช้างออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วนและอยากให้หน่วยงานรัฐมาช่วยเยียวยาพืชผลและทีีอยู่อาศัยที่เสียหาย” นายภูมิภพ กล่าว

นางสาวศิรินภา อาจแก้ว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านซำบ่าง ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง กล่าวว่า ตอนนี้ชาวบ้านต้องตั้งเวรยามเพราะมีช้างหลายตัวออกจากป่าเข้ามาในหมู่บ้าน โดยเข้ามาทำลายข้าวของ ทางผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านต้องออกตระเวนรไล่ช้าง เสี่ยงมาก ต้องแจ้งไปยังชาวบ้านให้ระวัง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ต้องรอการช่วยเหลือจากหน่วยที่เกี่ยวข้องอยู่เช่นกัน

นายภูริวัจน์ โชตินพรัตน์ นายอำเภอภูกระดึง กล่าวว่า ช้างโขลงนี้ได้มาอยู่ที่บริเวณภูค้อภูกระแต ประมาณ 1 ปี แล้วและลงไปหากินในพื้นที่ส่วนหนึ่งหนีหนาวลงมาหากินจากภูหลวงพาโขลงมาหากินที่ภูค้อภูค้อกระแต กลางคืนจะออกหากินพื้นที่ ไร่สวนชาวบ้าน ที่ทราบมีประมาณ 40-50 ตัว

สำหรับการให้ความช่วยเหลือนั้นตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ที่เกษตรกรหรือชาวบ้านอยู่และทำการเกษตรนั้นส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่า ไม่มีเอกสารสิทธิ์ไดๆ เพียงแจ้งไปยังชาวบ้านให้ระมัดระวัง ไม่ให้ไปใกล้บริเวณที่ช้างอยู่และแนะนำให้ชาวบ้านหนีเอาตัวรอด ปัจจุบันมีเจ้าหน้าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อภูกระแต ผู้ใหญ่บ้าน บ้านซำบ่างและจิตอาสาเข้าพื้นที่ไปประชาสัมพันธ์ ทำความเข้าใจกับเหตุการณ์ ให้ความรู้ มีการตั้งกลุ่มไลน์เหมือนกับทางอำเภอภูหลวง เพื่อป้องกันเหตุ และมีการทำหนังสือแจ้งความเดือดร้อน ไปยังจังหวัดเลย เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยทราบ เพื่อหากทางแก้ไขระยะยาวต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฉาวอีกแล้ว! เพจดังแฉหลวงพี่ถลกจีวร ชวนคอลแก้กรรม เหยื่อสาวหลงเชื่อเพียบ

Posted on February 18, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711883

ฉาวอีกแล้ว! เพจดังแฉหลวงพี่ถลกจีวร ชวนคอลแก้กรรม เหยื่อสาวหลงเชื่อเพียบ

ฉาวอีกแล้ว! เพจดังแฉหลวงพี่ถลกจีวร ชวนคอลแก้กรรม เหยื่อสาวหลงเชื่อเพียบ

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 16.31 น.

17 ก.พ.66 เรียกว่าฉาวโฉ่เขย่าวงการสสงฆ์ไม่เว้นแต่ละเลยทีเดียว ล่าสุดเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว2” ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ถลกจีวรทรงชวนคอล….พิธีแก้กรรมสะเดาะเคราะห์ ผูกดวงทวงของรัก ที่มีเหยื่อสาวหลายรายต่างหลวมตัวเชื่อและสุดท้ายพลาดท่าเพียบ…”

หลังภาพและข้อความในแชทไลน์หลุดออกมา ทำให้มีผู้เข้าไปคอมเมนต์ถึงความไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก ขณะที่แอดมินเพจ อีซ้อขยี้ข่าว2 ได้เข้าไปตอบว่า “อย่าว่าไปแต่ละคนเชื่อนะ ส่วนหลวงพ่อบอกไม่ใช่อาตมา นี่มันเฟสปลอมอาตมาเคยเล่นแต่นานแล้วโดนแฮ๊ก ( พอดีซ้อทักไปคอลสืบมาเหมือนกันก่อนโพสต์” พร้อมทิ้งท้ายว่า สัปดาห์หน้ากูฟาดใหญ่ สะเทือนร้าวยันชมพูทวีป รอติดตาม

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังลากไส้ยับ! ‘ผอ.รร.ดังเกาะสมุย’ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ไม่ตรงปก ไม่อิ่มไม่มีเติม

Posted on February 17, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/711811

เพจดังลากไส้ยับ! ‘ผอ.รร.ดังเกาะสมุย’ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ไม่ตรงปก ไม่อิ่มไม่มีเติม

เพจดังลากไส้ยับ! ‘ผอ.รร.ดังเกาะสมุย’ ทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ไม่ตรงปก ไม่อิ่มไม่มีเติม

วันศุกร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.49 น.

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 เฟซบุ๊กดัง ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้ออกมาเปิดเผยการทุจริตอาหารกลางวันของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยระบุข้อความว่า ไม่อิ่มไม่มีเติม

สภาพอาหารกลางวันของเด็ก ๆ โรงเรียxxx อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นเช่นนี้ทุกวันยกเว้นวันที่มีการเข้าตรวจจะดีขึ้นหน่อย และไม่ตรงปกกับที่เอาขึ้นโชว์ในเว็บไซต์

ที่นี่เป็นโรงเรียนขยายโอกาส มีตั้งแต่อนุบาลถึง ม.ต้น รวม 591 คน คำนวณเงินอุดหนุนต่อหัว 491 คน ตกวันละประมาณ 10,800 บาท เก็บค่าอาหารจากเด็กมัธยมอีกคนละ 20 บาทต่อวัน เด็ก 100 คน เป็นเงินวันละ 2,000 บาท ส่วนครู 30 คน จ่ายรายเดือนคนละ 300

ถึงเวลาทำก็ให้เด็กทั้งหมดตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มากินในงบอุดหนุน ส่วนที่เก็บเพิ่มจากเด็กมัธยมกับครู ยักเอาไว้ อ้างว่าเอาไว้รับรองแขก เด็กกินไม่อิ่มขอเติมไม่มีให้เติม

นอกจากนี้ทางเพจยังออกมาแฉเพิ่มเติมด้วยว่า ผอ.รร.xxx เรียกประชุมด่วน ซัดความผิดใส่ครู ทั้งที่ทุกเรื่องมาจากตัวเอง #คนเดียว ข่มขู่ครูให้เซ็นตรวจรับ ไม่งั้นไม่เซ็นย้ายให้” และ “ผอ. หักค่าอาหารกลางวันออกวันละพันสาม เดือนนึงเกือบสามหมื่น อ้างไว้รับรองแขก เด็กกินอด ๆ อยาก ๆ ทั้งโรงเรียน

“รางวัลผู้บริหารสถานศึกษาดีศรีสมุย” สด ๆ ร้อน ๆ 16 มกราคม 66 แต่เด็กกินอด ๆ อยาก ๆ ทั้งโรงเรียน หักเงินค่าอาหารกลางวันเด็กไว้รับแขก พร้อมกับอัพเดทล่าสุดว่า “ล่าสุด ผอ.สพป.สฎ.เขต1 นัดประชุมด่วนผอ.ทั้งเกาะสมุยที่ รร.xxx ผอ.รร.xxxชอบพูดบ่อย ๆ ว่า รร.อื่นเขาก็ทำกัน หนาว ๆ ร้อน ๆ กันทั้งเกาะ #อาหารกลางวันเด็ก”

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,923 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
พีระพันธุ์ พลัฏฐ์ เบอร์ 6 ฟังเสียงชาววังบูรพา-พาหุรัด หวังรัฐบาล รทสช. แก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจเขตพระนคร
สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สุขุมโพล เขย่าโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทย ผงาดเบอร์ 1 บี้ประชาชน หายใจรดต้นคอ
โอ๊ยเล่าเรื่อง  'พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)(HUMANRESOURCE)'

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d