Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ผงะ! ครูภาษาไทย แอบถ่ายเป้ากางเกงนักเรียนชาย เพื่อนครูก็ไม่เว้น

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710444

ผงะ! ครูภาษาไทย แอบถ่ายเป้ากางเกงนักเรียนชาย เพื่อนครูก็ไม่เว้น

ผงะ! ครูภาษาไทย แอบถ่ายเป้ากางเกงนักเรียนชาย เพื่อนครูก็ไม่เว้น

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.07 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊ก “อีซ้อขยี้ข่าว2” เปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของครูรายหนึ่ง ใน จ.นครราชสีมา หลังได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว ระบุว่า

“ครูภาษาไทยในโคราชพฤติกรรมชอบแอบถ่ายเป้ากางเกงของครูและนักเรียนชายรวมถึงแอบถ่ายเด็กนักเรียนชายทึ่เข้าห้องสุขา…เลิกทำก่อนที่อนาคตจะดับนะคะอาจารย์”

นอกจากพบรูปภาพที่ลักลอบถ่ายนักเรียน และคุณครูผู้ชายในโรเรียนจำนวนมาก มีรายงานว่า ครูรายนี้ลืมลบแอคเค้าท์จากอุปกรณ์ในโรงเรียน ภายหลังมีผู้ไปพบหลักฐาน จึงแจ้งเตือนมาที่แฟนเพจ หวังให้เจ้าตัวเลิกพฤติกรรมดังกล่าว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นายอำเภอกระบุรีนำปั่นจักรยาน ‘แลน้ำตกงามมีศรี’

Posted on February 12, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710432

นายอำเภอกระบุรีนำปั่นจักรยาน 'แลน้ำตกงามมีศรี'

นายอำเภอกระบุรีนำปั่นจักรยาน ‘แลน้ำตกงามมีศรี’

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.33 น.

เมื่อเวลา 06.00 น. เช้าวันนี้ (11 ก.พ.66) นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง พร้อมด้วยสมาชิก “ชมรมจักรยานลำเลียง” ได้จัดทริปแรกในวันหยุดปั่นจักรยานจากหน้าโรงเรียนบ้านทุ่งมะพร้าวไป “แลน้ำตกงามมีศรี” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของอำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง 

โดยน้ำตกแห่งนี้มีความสวยงาม ไม่สูงชันเหมือนน้ำตกทั่วไป ลักษณะน้ำตกแห่งนี้แบ่งเป็นชั้นไม่ลาดชัน จากต้นน้ำตกถึงปลายน้ำตกยาวประมาณ 400 เมตร ความกว้างของน้ำตกประมาณ 30 เมตร พื้นน้ำตกเป็นหินดำแบนเรียบก้อนใหญ่ มีแอ่งน้ำน้อยใหญ่เป็นหลุมๆ ขังน้ำใสไหลเย็นไว้ให้นักท่องเที่ยวและอาคันตุกะแขกผู้มาเยือนลงอาบและลงเล่นได้ทุกชั้นของน้ำตก

นายเรืองฤทธิ์ แปเมืองปัก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านในกรัง ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ผู้ต้อนรับทีมนักปั่นและเป็นผู้ดูแลพื้นที่บอกว่า น้ำตกแห่งนี้เหมาะแก่การกางเต็นท์พักผ่อนหย่อนใจ ใกล้ๆ น้ำตกมีร้านขายข้าวเหนียวไก่ยางส้มตำ โดยเฉพาะไก่ย่างที่นี่ ผู้ใหญ่เรืองฤทธิ์ รับรองความอร่อยว่าไม่เหมือนไก่อย่างที่อื่น เพราะมีสูตรไก่ย่างตกทอดมาและทางข้างน้ำตกขึ้นไปทางต้นน้ำอีก 1 กม. ก็จะพบหมู่บ้านชาวเขา 20 กว่าครอบครัว มีประชากรกว่า 70 ชีวิต ซึ่งอพยพย้ายถิ่นฐานมาจากกำแพงเพชรและเชียงรายมาตั้งถิ่นฐานยึดอาชีพเกษตรกรรมทำสวนผลไม้ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง จนมีฐานะมั่นคง 

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บอกว่า “ชาวเขา ชนเผ่าอิ้วเมี่ยนนี้จะแต่งตัวสวยๆ ทุกคนในช่วงมีเทศกาลวันสำคัญ”

ประวัติความเป็นมาของ “น้ำตกงามมีศรี” เดิมชื่อว่า น้ำตกในกรัง แห่งบ้านในกรัง หมู่ที่ 9 ตำบล จ.ป.ร. อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ชื่อของน้ำตกงามมีศรี มาจากเมื่อในนายทรงวุฒิ งามมีศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง มาเยี่ยมเยียนชาวบ้านและเเวะมาเที่ยวน้ำตก ชาวบ้านในกรังใน่ตอนนั้นได้ขออนุญาตใช้นามสกุลของท่านผู้ว่าเป็นชื่อน้ำตก ชื่อใหม่ว่า “น้ำตกงามมีศรี” นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

น้ำตกงามมีศรี ตั้งอยู่ใกล้กับศาลาเอนกประสงค์ของบ้านในกรัง เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี เเละจะไหลแรงในช่วงฤดูฝนมีทั้งหมด 4 ชั้นบริเวณรอบๆ น้ำตก มีพันธุ์ไม้นานาชนิดและมีความสะดวกในการเข้าเที่ยวชมมากที่สุด เพราะสถานที่จอดรถอยู่ใกล้กับบริเวณน้ำตก นักท่องเที่ยวและอาคันตุกะแขกผู้มาเยือนไม่ต้องจ่ายค่าเข้าน้ำตก (ฟรี) เพราะเป็นน้ำตกแบบเปิด 

หากสนใจจะเข้าไปชม “น้ำตกงามมีศรี” ใช้เส้นทางจากถนนเพชรเกษม (ชุมพร-ระนอง) มาจากชุมพรพอถึงแยกป้อมตำรวจนิคมปากจั่น (จปร.) เข้าไปตามถนนทางหลวงชนบท 27 กม. และถ้ามาจากระนองเลี้ยวซ้ายเข้าตรงแยกเข้าบ้านทุ่งมะพร้าว (ปากทางเหมือง) ถนน ลาดยางตลอดถึงน้ำตกเลยครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หลวงพ่อถามคืนนักบุญสายดราม่า โพสต์ป้ายห้ามเข้าวัดอย่าถนัดสร้างเรตติ้ง

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710412

หลวงพ่อถามคืนนักบุญสายดราม่า โพสต์ป้ายห้ามเข้าวัดอย่าถนัดสร้างเรตติ้ง

หลวงพ่อถามคืนนักบุญสายดราม่า โพสต์ป้ายห้ามเข้าวัดอย่าถนัดสร้างเรตติ้ง

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.39 น.

วัดเวินพระบาทภูกระแต เมืองนครพนม ถามคืนนักบุญสายดราม่า โพสต์ป้ายห้ามเข้าวัดอย่าถนัดสร้างเรตติ้ง ป่าในวัดมีไม้พะยูงนับร้อยโจรบุกตัดจนเหี้ยน อยู่รูปเดียวกับน้องหมา 5 ตัว เกิดเหตุร้ายใครจะรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีนักบุญสายดราม่าโพสต์ลงเฟสบุ๊ก ระบุว่าวัดเวินพระบาทภูกระแต บ้านนาราชควายใหญ่ หมู่ 11 ต.นาราชควาย อ.เมือง จ.นครพนม ทำประตูรั้วเหล็กเพื่อสำหรับเปิด-ปิดทางเข้าวัด พร้อมมีป้ายข้อความ “ห้ามเข้าตั้งแต่เวลา 18.00 น. และประตูยังไม่เปิดห้ามเข้าโดยเด็ดขาด ฝ่าฝืนจะถือว่าบุกรุก” จึงเป็นสาเหตุให้นักบุญสายดราม่า นำไปโพสต์ตามสื่อโซเชียล กระทั่งเกิดกระแสร้อนแรงขึ้นมาทันที โดยเฉพาะในจังหวัดนครพนม ผู้คนที่พบโพสต์ดังกล่าวเกิดเสียงแตก บางรายเข้าใจว่า ทางวัดไม่อยากให้เข้าไปทำบุญ และมีการเข้าใจผิดไปจากเจตนาของวัด ทั้งที่วัดแห่งนี้ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ไม้พะยูงเขตพื้นที่ป่าชุมชน เนื้อที่กว่า 300 ไร่ และเป็นพื้นที่แห่งเดียวเคยมีไม้พะยูงจำนวนมาก

โดยในรอบ 2 -3 ปีที่ผ่านมา เคยมีโจรบาปแก๊งมอดไม้บุกเข้าไปข่มขู่ลักลอบตัดไม้พะยูงต่อเนื่อง ทั้งที่มีมาตรการป้องกันปราบปราม ทำให้มีไม้พะยูงเสียหายไปกว่า 300-400 ต้น ดังนั้นทางวัดรวมถึงผู้นำชุมชน กรรมการวัดได้มีมติหาทางป้องกันแก้ไขและดูแลรักษาความปลอดภัยของพระภิกษุสงฆ์ รวมถึงทรัพย์สินภายในวัด ที่สำคัญปัจจุบันมีพระเฉลิมศักดิ์ ธัมมทีโป อายุ 64 ปี พรรษาที่ 13 เป็นเจ้าอาวาสวัด และจำวัดเพียงรูปเดียว นอกจากนี้มีสุนัข 5 ตัวที่เลี้ยงไว้ในวัดไว้คอยเป็นหูเป็นตาในเวลามีคนเข้ามาในบริเวณวัดเท่านั้นจึงต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัย อีกทั้งเป็นวัดป่าที่อยู่ไกลจากชุมชนจึงต้องมีป้ายห้ามเข้า-ออกนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดไว้ในป้ายดังกล่าว

ล่าสุด พระเฉลิมศักดิ์ ธัมมทีโป อายุ 64 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดเวินพระบาทภูกระแต บ้านนาราชควายใหญ่ หมู่ 11 ต.นาราชควาย อ.เมืองนครพนม ออกมาเปิดเผยว่า กรณีมีสายบุญดราม่าเกี่ยวกับการทำประตูรั้วเหล็ก พร้อมข้อความห้ามเข้าวัดนั้น อยากให้ญาติโยมตีความให้ออก ไม่ได้มีเจตนาห้ามเข้าวัด หรือห้ามมาทำบุญ ถ้าใครเจตนาดี มาติดต่อทำบุญ หรือเข้าไปเที่ยวชม ทางวัดไม่เคยขัดศรัทธา ถามคืนว่า เมื่ออ่านป้ายข้อความแล้วถามทางวัดหรือยัง ว่ามีเจตนาอะไร ก่อนที่จะนำไปเผยแพร่ จนเกิดความเข้าใจผิดกับวัด 

ฝากถึงญาติโยมทำความเข้าใจว่าวัดเวินพระบาทภูกระแต เคยมีประสบเหตุการณ์มีโจรบุกเข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูง ข่มขู่ทำร้ายพระมาหลายรอบ จึงต้องมีมาตรการดูแลความปลอดภัย วอนคิดทบทวนมีสติในการนำข้อความไปเผยแพร่ที่จะทำให้วัดเสื่อมเสีย ยืนยันทางวัดไม่มีเจตนาขัดศรัทธาคนมาทำบุญ ส่วนป้ายดังกล่าวจะติดหรือไม่ติด หากมีเจตนาดี อยากเข้ามาทำบุญยืนยันไม่ขัดศรัทธาแน่นอน แต่หากคิดไม่ดีหวังมาขโมยทรัพย์สินในวัด อย่างน้อยมีป้ายพอได้ให้คนคิดไม่ดีเกรงกลัวต่อบาปบ้าง เพราะจะหวังเพียงเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาดูแลตลอดเวลาคงไม่ได้

ส่วนนายณัฐชา โพนไชยา อดีตผู้ใหญ่บ้านนาราชควายใหญ่ หมู่ 11 ต.นาราชควาย อ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า ยืนยันว่าป้ายข้อความบริเวณรั้วเหล็กทางเข้าวัด มีข้อความชัดเจนว่า “ห้ามเข้าตั้งแต่เวลา 18.00 น. และประตูยังไม่เปิดห้ามเข้าโดยเด็ดขาด ฝ่าฝืนจะถือว่าบุกรุก” เป็นมาตรการของชุมชนและวัดที่มีมติร่วมกัน เนื่องจากพื้นที่วัดดังกล่าวมีความเสี่ยง จากปัญหาโจรคนร้ายที่เข้ามาลักลอบตัดไม้พะยูง เพราะเป็นพื้นที่ป่าชุมชนที่สำคัญและมีสะสมปัญหามาหลายปี

ทำให้ชุมชนและวัดห่วงความปลอดภัยของเจ้าอาวาส จึงต้องหามาตรการดูแลอีกทาง นอกเหนือจากความช่วยเหลือทางหน่วยงานความมั่นคง และกำชับให้เจ้าอาวาสห้ามออกมาจากกุฏิเด็ดขาดในยามวิกาล หากมีคนบุกรุกเข้ามา หรือมีอะไรที่เสี่ยงต่อความปลอดภัย เพื่อป้องกันอันตรายจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี ส่วนป้ายยืนยันจะติดไว้เหมือนเดิม เพราะเชื่อว่าญาติโยมทุกคนเข้าใจ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อีกแล้ว! ย่านเดิมพระรามสอง เก๋งเซ็งขับผ่าน น้ำปูนหกใส่เละทั้งคัน เผยโดนอีกเป็น 10 คัน

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710408

อีกแล้ว! ย่านเดิมพระรามสอง เก๋งเซ็งขับผ่าน น้ำปูนหกใส่เละทั้งคัน เผยโดนอีกเป็น 10 คัน

อีกแล้ว! ย่านเดิมพระรามสอง เก๋งเซ็งขับผ่าน น้ำปูนหกใส่เละทั้งคัน เผยโดนอีกเป็น 10 คัน

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.00 น.

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2566 เฟซบุ๊กเพจ “Drama-addict” โพสต์ภาพความทุกข์ระทมของผู้ใช้เส้นทางถนนพระรามสอง หลังเกิดเหตุกับรถที่ใช้ถนนเส้นดังกล่าวแล้วหลายคัน ถึงขั้นเสียชีวิตมาแล้วก็มี ล่าสุดรถเก๋งโดนน้ำปูนหกใส่ โดยระบุว่า

ลูกเพจฝากมาครับ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เห็นว่ารถคันอื่นโดนเป็นสิบคันเลย จ่า เส้นพระรามสองเอาอีกแล้ว เมื่อกี้ประมาณตอน 20.30น. ขับรถขาออก ช่วงที่กำลังจะเข้ามหาชัยเมืองใหม่ (แถวเส้นเอกชัย) มีน้ำปูนหกอยู่เลนใน เลนกลางกับขวาสุด

ตอนแรกคิดว่าทรายหก ดีที่ผมแวะ porto chino เลยเห็นว่าเป็นปูน น่าจะมีรถโดนอีกเป็นสิบคันเลยจ่า เมื่อกี้ช่วงที่ผมขับมาอย่างน้อยก็ 8 คันแล้ว นี่ขนาดผมรีบขับรถกลับมาล้างแล้วยังเป็นรอยล้างไม่ออก

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDramaAdd%2Fposts%2Fpfbid022WnzYoHmA3PkozSFqhzujndHa2upWrXDv2KLAFmXm9Bq3GGG3iCyU8F5HMUrpXU1l&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ส่อง‘คุณธรรม’คนไทย(1) เปิด‘ตัวชี้วัด’วิเคราะห์ระดับ

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710375

สกู๊ปแนวหน้า : ส่อง‘คุณธรรม’คนไทย(1)  เปิด‘ตัวชี้วัด’วิเคราะห์ระดับ

สกู๊ปแนวหน้า : ส่อง‘คุณธรรม’คนไทย(1) เปิด‘ตัวชี้วัด’วิเคราะห์ระดับ

วันเสาร์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วกับงานแถลงข่าว “สถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยประจำปี 2565” และเสวนาวิชาการ “อยู่อย่างไรให้รอด ในโลกที่เปราะบางและท้าทาย” จัดโดย ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) เมื่อช่วงต้นเดือน ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา โดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมื่อพูดถึงเรื่องของคุณธรรม สังคมมักมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถนับได้ แต่ที่ศูนย์คุณธรรมนั้นมีฝ่ายวิจัย “นวัตกรรมติดตามพฤติกรรม” โดยให้นิยามคุณธรรมว่าเป็นเรื่องเชิงพฤติกรรม

“เวลาที่เราพูดว่ามันจับต้องได้หรือไม่ได้นั้น เราถอดรหัสออกมาเป็นเชิงพฤติกรรม แล้วสำคัญอย่างยิ่งก็คือมีกลุ่มของพฤติกรรม เพราะฉะนั้นนิยามในสไตล์แบบง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ ก็คือคุณธรรมคือพฤติกรรมที่ดีไม่ใช่พฤติกรรมไม่ดี แล้วเป็นพฤติกรรมที่ดีที่ประพฤติปฏิบัติต่อเนื่องจนเป็นกิจวัตร จนเป็นนิสัยที่เราก็เรียกว่าพฤตินิสัย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน ต่อให้อยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลมหรือท้อแท้ก็ตาม ก็ยังคงดำรงไว้ซึ่งพฤตินิสัยที่ดี เราเรียกว่าอันนี้มีหัวใจความเป็นคุณธรรม” รศ.นพ.สุริยเดว กล่าว

การพัฒนา “ดัชนีชี้วัดคุณธรรม (Moral Index)” นั้นสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านคุณธรรม ประกอบด้วย “พอเพียง-วินัย-สุจริต-จิตสาธารณะ-กตัญญู” ซึ่งข้อมูลในปี 2564 นั้นเผยแพร่เฉพาะในกลุ่มประชากรอายุ 25-40 ปี แต่ข้อมูลในปี 2565 จะมีทุกกลุ่มอายุ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของไทยหรืออาจจะแม้แต่ระดับนานาชาติ ที่มีการพัฒนาตัวชี้วัดด้านคุณธรรมขึ้นมาใช้งาน โดยครั้งนี้จะแบ่งเป็นอายุ 13-24 ปี อายุ 25-40 ปี และอายุ 41 ปีขึ้นไป

ผอ.ศูนย์คุณธรรม อธิบายการแบ่งช่วงอายุดังกล่าว ว่า อายุ13-24 ปี ประชากรวัยนี้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระบบนิเวศที่เป็นระบบการศึกษา ขณะที่อายุ 25-40 ปี นั้นเข้าสู่ระบบนิเวศของวัยผู้ใหญ่ หลายคนเริ่มหาคู่ครอง หรือหลายคนก็มีลูกไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน พ่อแม่ของประชากรวัยนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ สุดท้ายกลุ่มอายุ 41 ปีขึ้นไปนั้น จัดเป็นประชากรวัยผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม“การสำรวจนี้ศูนย์คุณธรรมหรือทีมงานวิจัยไม่ใช่ผู้ประเมิน แต่เป็นประชาชนที่ตอบแบบสอบถามนั้นประเมินตนเอง”

กลุ่มคุณธรรม 5 ด้านนั้นแยกย่อยได้ดังนี้ 1.พอเพียง หมายถึงความพอประมาณ มีเหตุผลและมีภูมิคุ้มกัน 2.วินัยและรับผิดชอบ ยอมรับและปฏิบัติตามบรรทัดฐานทางสังคม การควบคุมตนเอง ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลการกระทำของตน 3.สุจริต ละอายต่อการทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่เอาเปรียบและไม่แสวงหาผลประโยชน์ ยึดหลักความถูกต้อง 4.จิตสาธารณะจิตอาสา สำนึกสาธารณะ เสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น และ 5.กตัญญู สำนึก เคารพและตอบแทนความดี อนึ่ง ข้อกตัญญูนี้เอาความดีเป็นตัวตั้งแทนบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาระบบอุปถัมภ์

นอกจากจะแบ่งตามช่วงวัยแล้ว ยังแบ่งออกเป็น 6 กลุ่มอาชีพ ประกอบด้วย 1.เกษตรกรรม 2.เจ้าหน้าที่รัฐ 3.พนักงานเอกชน 4.พนักงานรัฐวิสาหกิจ 5.รับจ้างทั่วไป และ 6.ธุรกิจส่วนตัวหรือประกอบอาชีพอิสระ แบ่งเป็น “เกณฑ์วัด 5 ระดับ คือปรับปรุงด่วน (น้อยที่สุด) น้อย ปานกลาง มาก และมากที่สุด” อนึ่ง มีตัวอย่างคำถามในหมวด “ความพอเพียง” สำหรับประชากรวัย 25-40 ปี ซึ่งใช้ในการสำรวจปี 2564 จนถึงการสำรวจปี 2565 จำนวน 9 ข้อ ดังนี้

1.ฉันใช้จ่ายตามความจำเป็นโดยไม่ต้องยืมเงินผู้อื่น 2.ฉันยอมเป็นหนี้เพื่อซื้อสินค้าราคาแพงหากทำให้ตนเองมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น 3.ฉันพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ ไม่อยากได้หรืออยากเป็นเหมือนคนอื่น 4.ฉันพิจารณาถึงความจำเป็นและคุ้มค่าก่อนตัดสินใจใช้จ่าย 5.ฉันคิดไตร่ตรองเรื่องต่างๆ อย่างรอบคอบก่อนลงมือทำ6.ฉันตัดสินใจเรื่องต่างๆ โดยใช้อารมณ์ความรู้สึกมากกว่าเหตุผล7.ฉันวางแผนการใช้ชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาว 8.ฉันไม่สนใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แม้สิ่งนั้นจะมีผลกระทบต่อฉันก็ตาม และ 9.ฉันเตรียมพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สำหรับการสำรวจของปี 2564 นั้นไม่สามารถสำรวจให้กว้างครบทั้ง 77 จังหวัดได้เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ จึงใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างใน 6 ภาค สำหรับประชากรวัย 25-40 ปีได้มาทั้งสิ้น 8,009 คน พบว่า ประชากรช่วงวัยดังกล่าวในปี 2564ค่าเฉลี่ยทั้ง 5 กลุ่ม อยู่ในระดับปานกลางถึงมาก โดยความกตัญญูนั้นมาเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ จิตสาธารณะ อันดับ 3พอเพียง อันดับ 4 สุจริต และอันดับ 5 มีวินัย/รับผิดชอบ ซึ่ง 3 อันดับแรกนั้นอยู่ในระดับมาก ส่วน 2 อันดับหลังนั้นอยู่ในระดับปานกลาง

รศ.นพ.สุริยเดว กล่าวต่อไปว่า “สถานการณ์คุณธรรมในสังคมไทยประจำปี 2565” แบ่งเป็น 1.ช่วงอายุ 13-24 ปีกลุ่มตัวอย่าง 6,335 คน แบ่งเป็นช่วงอายุ 13-15 ปี ร้อยละ 28.27อายุ 16-20 ปี ร้อยละ 57.87 และอายุ 21-24 ปี ร้อยละ 13.86เป็นชาย ร้อยละ 37.92 หญิง ร้อยละ 50.97 และเพศทางเลือก ร้อยละ 11.11 ระดับการศึกษาของกลุ่มตัวอย่าง 3 อันดับแรกคือ ม.ปลาย ม.ต้น และป.ตรี-ป.โท

ภูมิลำเนา มาจากภาคกลางมากที่สุด ร้อยละ 33.34รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 22.15 อันดับ 3 ภาคเหนือ ร้อยละ 14.85 อันดับ 4 ภาคตะวันออก ร้อยละ 11.29อันดับ 5 ภาคตะวันตก ร้อยละ 10.67 และอันดับ 6 ภาคใต้ ร้อยละ 7.73 “คะแนนเฉลี่ยคุณธรรม 5 ด้านของประชากรไทยอายุ 13-24 ปีนั้น อยู่ที่ระดับปานกลาง และเมื่อแยกดู 5 ด้าน มีเพียงความกตัญญูเท่านั้นที่อยู่ในระดับมาก” โดยมาเป็นอันดับ 1 ที่เหลืออีก 4 ด้านอยู่ในระดับปานกลาง ตั้งแต่อันดับ 2 วินัย/รับผิดชอบ อันดับ 3 จิตสาธารณะ อันดับ 4 พอเพียง และอันดับ 5 สุจริต

2.ช่วงอายุ 25-40 ปี ซึ่งในปี 2565 ครั้งนี้มีกลุ่มตัวอย่าง 5,172 คน (น้อยกว่าปี 2564 ซึ่งมีกลุ่มตัวอย่าง 8,009 คน) แบ่งเป็นช่วงอายุ 25-30 ปี ร้อยละ 55.43 อายุ 31-35 ปี ร้อยละ 21.98 และอายุ 36-40 ปี ร้อยละ 22.58 เป็นชาย ร้อยละ 29.29 หญิง ร้อยละ 53.62 และเพศทางเลือก ร้อยละ 7.1 กลุ่มตัวอย่างจบ ป.ตรี มากที่สุด ร้อยละ 51.93 รองลงมา ต่ำกว่า ป.ตรี ร้อยละ 42 ส่วนใหญ่เป็นคนโสด รองลงมาเป็นสมรส หย่าร้าง แยกกันอยู่และม่าย ตามลำดับ

อาชีพ อันดับ 1 รับจ้างทั่วไป อันดับ 2 เจ้าหน้าที่รัฐอันดับ 3 พนักงานเอกชน อันดับ 4 ธุรกิจส่วนตัว/อิสระ อันดับ 5เกษตรกรรม และอันดับ 6 พนักงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มตัวอย่างอายุ 25-40 ปีในการสำรวจปี 2565 นั้น มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด ร้อยละ 28.25 รองลงมา ภาคกลาง ร้อยละ 25.02 ภาคใต้ร้อยละ 22.7 ภาคเหนือ ร้อยละ 9.22 ภาคตะวันออก ร้อยละ 9.01 และภาคตะวันตก ร้อยละ 5.8

ผลที่พบคือ “คุณธรรมของประชากรไทยวัย 25-40 ปี ในปี 2565 ลดลงจากปี 2564 โดยระดับคุณธรรมนั้นลดลงทั้ง 5 ด้าน และในจำนวนนี้วินัยเป็นด้านที่ลดลงมากที่สุด จากระดับปานกลางลงไปอยู่ระดับน้อย” ส่วนค่าเฉลี่ยรวมนั้นลดจากระดับมากลงมาอยู่ที่ระดับปานกลาง สุดท้าย 3.ช่วงอายุ 41 ปีขึ้นไปกลุ่มตัวอย่าง 4,213 คน แบ่งเป็นช่วงอายุ 40-45 ปี ร้อยละ 31.69อายุ 46-50 ปี ร้อยละ 26.85 อายุ 51-60 ปี ร้อยละ 31.05 และอายุ 61 ปีขึ้นไป ร้อยละ 10.43 เป็นชาย ร้อยละ 39.97 หญิง ร้อยละ 58.13 และเพศทางเลือก ร้อยละ 1.9

ระดับการศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.44 ต่ำกว่าปริญญาตรีรองลงมา ร้อยละ 32.97 ปริญญาตรี ส่วนใหญ่สมรสแล้ว ร้อยละ 63.33รองลงมา เป็นคนโสด ร้อยละ 21.62 ที่เหลือคือหย่าร้าง ม่ายและแยกกันอยู่ ตามลำดับ อาชีพ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 26.99 อยู่ในภาคเกษตรกรรม รองลงมา ร้อยละ 24.07 รับจ้างทั่วไป อันดับ 3 เจ้าหน้าที่รัฐ ร้อยละ 21.5 อันดับ 4 ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 11.16 อันดับ 5 พนักงานเอกชน ร้อยละ 10.25 ที่เหลือทำงานอื่นๆ และเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ ตามลำดับ

สำหรับกลุ่มตัวอย่างอายุ 41 ปีขึ้นไป มาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด ร้อยละ 33.8 รองลงมา ภาคใต้ ร้อยละ 29.15อันดับ 3 ภาคกลาง ร้อยละ 17.8 อันดับ 4 ภาคเหนือร้อยละ 9.21 อันดับ 5 ภาคตะวันออก ร้อยละ 5.36 และอันดับ 6 ภาคตะวันตก ร้อยละ 4.68 “คะแนนเฉลี่ยคุณธรรม 5 ด้านของประชากรไทยอายุ 41 ปีขึ้นไปนั้น อยู่ที่ระดับปานกลาง แต่ใน 5 ด้านนั้น ความพอเพียงได้น้อยที่สุดและอยู่ในระดับน้อย” ส่วนอีก 4 ด้านที่เหลือนั้น กตัญญู เป็นด้านเดียวที่ได้ระดับมากและอยู่ในอันดับ 1 รองลงมาอีก 3 ด้านคือ จิตสาธารณะ สุจริต และวินัย/รับผิดชอบ ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับปานกลาง

ในตอนแรกนี้ว่าด้วยวิธีการสร้างตัวชี้วัดในภาพรวม ส่วนตอนต่อไปจะว่ากันด้วย “จุดอ่อน” ที่น่าเป็นห่วงด้านคุณธรรมของคนไทยแต่ละช่วงวัยแบบเจาะลึก (โปรดติดตาม
ต่อในฉบับวันอาทิตย์ที่ 12 ก.พ. 2566)!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชิญชวนคนไทยร่วมบุญสร้างพระพุทธรูปครั้งประวัติศาสตร์ ถวายวัดทั่วศรีลังกา 12,600 องค์

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710400

เชิญชวนคนไทยร่วมบุญสร้างพระพุทธรูปครั้งประวัติศาสตร์ ถวายวัดทั่วศรีลังกา 12,600 องค์

เชิญชวนคนไทยร่วมบุญสร้างพระพุทธรูปครั้งประวัติศาสตร์ ถวายวัดทั่วศรีลังกา 12,600 องค์

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 22.39 น.

10 ก.พ.66 วัดยายร่ม กรุงเทพมหานคร ร่วมกับ คณะรัฐบาลประเทศศรีลังกา ขอเชิญชวนคนไทยร่วมสร้างบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ภายใต้โครงการสานสัมพันธ์แห่งศรัทธาจัดสร้างพระพุทธรูปถวายวัดทั่วประเทศศรีลังกา จำนวน 12,600 องค์

ซึ่งครั้งนี้ นับเป็นโอกาสอันดี ที่คนไทยจะได้ร่วมสร้างบุญกุศลครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องจากชาวศรีลังกามีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก แต่ด้วยวัดส่วนใหญ่ในประเทศศรีลังกาเป็นวัดที่ยากจน และประสบปัญหาเรื่องทุนทรัพย์ในการจัดสร้างพระพุทธรูป ที่ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนในการระลึกถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทำให้วัดจำนวนมากไม่มีพระพุทธรูปประดิษฐานภายในวัด แต่ใช้เพียงภาพเขียนหรือภาพถ่ายพระพุทธรูปในการกราบไหว้แทน

โดยวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์นี้ ทางโครงการได้จัดพิธีเททองปฐมฤกษ์หล่อพระพุทธรูปเหมือนหลวงพ่อพุ่ม วัดยายร่ม ขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว ซึ่งเป็นพระต้นแบบของการจัดสร้างพระพุทธรูปทั้ง 12,600 องค์ ณ ยายร่ม แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เวลา 16.09 น. โดยเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายสำรวย นักการเรียน รองอธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยคณะผู้แทนของประธานาธิบดีประเทศศรีลังกา และผู้แทนเอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย เดินทางมาร่วมพิธีด้วย

นอกจากนี้ ในพิธีเททองปฐมฤกษ์ครั้งนี้ ยังมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงโดยเร็วอีกด้วย

สำหรับบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์นี้ จัดสร้างพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 30 นิ้ว จำนวนจำกัดเพียง 12,600 องค์เท่านั้น ดังนั้น ท่านใดสนใจเป็นเจ้าภาพสามารถร่วมสร้างบุญได้องค์ละ 39,000 บาท หรือร่วมบุญได้ตามกำลังศรัทธา

ทั้งนี้ ผู้ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพจะได้รับพระพุทธลังกาสยาม ขนาดหน้าตัก 3 นิ้ว จำนวน 1 องค์ เป็นที่ระลึกสักการะบูชาพร้อมใบรับรอง เพื่อแสดงว่าพระพุทธรูปที่จัดสร้างจะประดิษฐาน ณ วัดใดในประเทศศรีลังกา โดยพระพุทธรูปของระลึกทางโครงการจะจัดส่งให้ผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

สำหรับกิจกรรมหลังจากนี้ ทางโครงการฯจะมีพิธีปลุกเสกพระพุทธลังกาสยาม ที่ระลึกโครงการทั้งหมด 9 วาระตามหัวเมืองสำคัญต่างๆทั่วประเทศในลำดับถัดไป

ท่านใดมีจิตศรัทธาสนใจร่วมสร้างบุญใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ สามารถร่วมทำบุญได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัล พลาซ่า พระราม 2 เลขที่บัญชี 661-0-59053-2 หรือที่เคาเตอร์ เซอร์วิส 7-11 ทุกสาขาทั่วประเทศ แจ้ง ทำบุญ “สร้างพระ วัดยายร่ม” สอบถามรายละเอียดและจองเป็นเจ้าภาพได้ที่ 02-114-3967

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันเดียวปิดรับบริจาค ธารน้ำใจแห่ช่วย’น้องแพน’เรียนดีแต่ยากจน

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710397

วันเดียวปิดรับบริจาค ธารน้ำใจแห่ช่วย'น้องแพน'เรียนดีแต่ยากจน

วันเดียวปิดรับบริจาค ธารน้ำใจแห่ช่วย’น้องแพน’เรียนดีแต่ยากจน

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.34 น.

วันเดียวรีบปิดรับบริจาค ธารน้ำใจแห่ช่วย ‘น้องแพน’ ม.6 จ.อุดรธานี กำพร้าพ่อแม่ อยู่กับพี่ชาย รับจ้างส่งตัวเองเรียน เรียนดีจนได้โควตาเรียนพยาบาล แต่ไร้เงินไปรายงานตัว ล่าสุดธารน้ำใจแห่ช่วยกว่า 2.5 แสน เพียงพอคค่าใช้จ่าย รีบปิดรับบริจาคแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง วอนช่วย’น้องแพน’ม.6จนจริง(ไม่จนทิพย์) สอบติดพยาบาลไร้ทุนรายงานตัว

10 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี นายธวัชพงษ์ รู้บุญ ผอ.โรงเรียนโนนสะอาดนาชุมแสง ต.บ้านชัย อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งว่า ที่โรงเรียนมีนักเรียนหญิงเป็นเด็กดี เรียนเก่ง แม้ครอบครัวมีฐานะยากจนและต้องอาภัพ อยู่กับพี่ชายตามลำพังเพียงสองคน เนื่องจากพ่อและแม่แยกทางกันตั้งแต่เด็ก ได้โควตาเรียนพยาบาลแต่ไม่มีทุนจะเข้าไปรายงานตัว 

ภายหลังมีการนำเสนอข่าวออกไป ปรากฏว่า ธารน้ำใจจากคนไทยทั่วประเทศหลั่งไหลบริจาคเงินช่วย “น้องแพน” ให้ได้ทุนไปยืนยันสิทธิรายงานตัวเพื่อไปเรียนที่วิทยาลัยบรมราชชนนี จ.อุดรธานี ในวันที่ 14 ก.พ.66 นี้ โดยมียอดบริจาคเข้าไปที่บัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 6623477241 จำนวนถึง 250,000 บาทเศษ

โดยวันนี้ ดร.วิทยา ปะวะโข , นายวิทยา ปะวะโข  ผอ.สำนักงานพื้นที่มัธยมอุดรธานี พร้อมด้วยผอ.กลุ่มอำนวยการ ผอ.กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา ศึกษานิเทศก์ และนักจิตวิทยาโรงเรียน ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยม น.ส.ภิญญาดา อาปัดชิง ดูสภาพครอบครัวและสอบถามเพื่อนบ้าน จนจริงๆ ไม่จนทิพย์ และน้องแพนมีความตั้งใจเรียนจนได้โควตาไปเรียนพยาบาล เบื้องต้น ได้มอบเงินช่วยเหลือน้องแพน จำนวน 4,000 บาท และจะได้หาทางช่วยเหลือพี่ชายหาอาชีพให้มีงานทำ โดยทราบว่าเจ้าหน้าที่ฯ เขตจะพาไปสมัครงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ต่อมาวันนี้ ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ “น้องแพน” ที่โรงเรียนโนนสะอาดนาชุมแสงอีกครั้ง โดยนายอดุลยเดช อำนาจดีแจ่มใส นักธุรกิจชาว อ.เพ็ญ และ นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินบ้านดุงอัพเดต ผู้ประสานงานช่วยเหลือน้องแพน เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ ในโอกาสนี้นายอดุลเดชได้มอบเงินเป็นทุนการศึกษาให้น้องแพนจำนวนหนึ่ง

โดย น้องแพน เปิดเผยว่า รู้สึกตื้นตันใจและดีใจที่ช่วยเหลือหนูให้ได้ทุนไปยืนยันสิทธิรายงานตัวไปเรียนที่วิทยาลัยพยาบาลฯ หนูขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีทุกท่านที่เมตตา และขอสัญญาจะตั้งใจเรียนตลอด 4 ปีเต็มที่พยาบาลเป็นความฝันของหนูตั้งแต่เด็ก จบมาแล้วจะขอรับใช้สังคมตามที่ท่านได้เมตตาและเงินส่วนนี้หนูจะเก็บไว้เป็นทุนค่าใช้จ่าย โดยมีการจัดแบ่งมีรายงานการใช้เงินว่ามีอะไรบ้าง โดยมีครูที่เปิดร่วมบัญชีดูแลเรื่องการเงินจนจบการศึกษาและที่สำคัญเงินที่ผู้ใหญ่ใจดีโอนมาช่วยเหลือหนู หนูขออนุญาตแบ่งปันเงินจำนวนนี้ที่ผู้ใหญ่ใจดีโอนมาให้เป็นเงินจำนวนมาก หนูจะแบ่งให้น้องๆ ในโรงเรียนที่ยังลำบากกว่าหนู โดยจะมีผอ.คณะครูในโรงเรียนเป็นผู้ดูแลในตรงนี้ เงินจำนวนเยอะขนาดนี้หนูลำบาก ยังมีคนที่ยังลำบากกว่าหนูเยอะ ขอบคุณทุกท่านค่ะ

ขณะที่ น้องแพน ได้โชว์โทรศัพท์ที่ใช้อยู่เครื่องเดียว เพราะห่วงเรื่องดราม่าจนทิพย์ โดยน้องแพนโชว์โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ oppo a57 ซึ่งเป็นโทรศัพท์ที่ผ่อนอยู่เดือนละ 900 บาท ผ่อนมาได้แล้ว 4 เดือน โดยในเครื่องจะเก็บข้อมูลแผนงานการเรียนในโรงเรียนเสียส่วนใหญ่

นายธวัชพงษ์ รู้บุญ ผอ.โรงเรียนโนนสะอาดนาชุมแสง เปิดเผยว่า อันดับแรกขอขอบคุณทุกท่านที่เมตตาช่วยน้องแพนได้เรียนพยาบาลสมกับความตั้งใจที่น้องเขาอยากเรียน โดยตอนแรกเรานำเสนอเรื่องราวของน้องแพน อยากให้ผู้ใหญ่ใจดีช่วย 60,000 บาท แต่ตอนนี้น้ำใจคนไทยหลั่งไหลโอนเงินมาให้ทุนรายงานตัวของน้องแพน จำนวนมากเกือบ 300,000 บาท โดยน้องเขายืนยันเพียงพอแล้วสำหรับการไปรายงานตัว แต่ตลอดทั้งวันนี้ก็มีคนมาเพื่อช่วยเหลือน้องตลอดทั้งวัน ผมในฐานะผู้บริหารโรงเรียน ขอขอบคุณที่ท่านเมตตา บางคนอยากให้น้องไปเรียนที่สถาบันด้วย บางคนอยากรับไปอยู่ด้วย จะส่งเสียเรียนจนจบ เพราะเห็นเรื่องราวของน้องแล้วน่าสงสาร พ่อแม่แยกทางกันและเป็นคนตั้งใจเรียนเป็นเด็กดี เรียนเก่ง ขอยืนยันอีกครั้งว่า น้องมีฐานะยากจน อยู่กับพี่ชายสองคน กำพร้าพ่อแม่ ถือเป็นเด็กที่ควรได้รับการสนับสนุน จนจริงไม่จนทิพย์แน่นอน วันนี้ขอปิดรับบริจาคเพราะได้รับเงินเกินกว่าที่น้องจะไปใช้จ่ายแล้ว หลายคนสงสัยว่าทำไมเปิดรับบริจาคแล้วปิดเร็วจัง ขอเรียนว่า เป็นคำยืนยันจากน้องแพนว่าเงินเพียงพอแล้วสำหรับเป็นทุนการในไปรายงาน และที่น่าประทับใจคือน้องแพนก็จะแบ่งเงินจำนวนนี้ให้น้องๆ ที่เรียนดีฐานะยากจนที่ในโรงเรียนมีอีกหลายคนด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝุ่น PM 2.5 อันตรายต่อดวงตาของเด็ก? แพทย์แนะข้อควรปฎิบัติ

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710345

ฝุ่น PM 2.5 อันตรายต่อดวงตาของเด็ก? แพทย์แนะข้อควรปฎิบัติ

ฝุ่น PM 2.5 อันตรายต่อดวงตาของเด็ก? แพทย์แนะข้อควรปฎิบัติ

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.45 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ชี้ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือ ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อดวงตาของเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่มีความผิดปกติกับดวงตา เช่น เป็นภูมิแพ้ หรือภูมิแพ้ขึ้นตา อาจมีการระคายเคือง คันตา ตาแห้ง หรือรุนแรงถึงขั้นเยื่อบุตาอักเสบ กระจกตาอักเสบจากการสัมผัสฝุ่นละอองดังกล่าว

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ  รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ละเอียดอ่อนถูกกระทบได้ง่ายจากการสัมผัสโดยตรงกับฝุ่นมลภาวะในอากาศ โดยเด็กและผู้ใหญ่ในช่วงอายุ 20 – 40 ปี เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุดที่จะเกิดปัญหาทางตาจากมลภาวะทางอากาศ ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือฝุ่น PM 2.5 อาจส่งผลให้ดวงตาเกิดการระคายเคือง แต่อาการผิดปกติเหล่านี้มักเป็นระยะเวลาสั้นๆ ไม่ส่งผลให้เกิดอันตรายร้ายแรงกับดวงตา ยกเว้นเด็กที่มีความผิดปกติกับดวงตา เช่น มีประวัติเดิมเป็นภูมิแพ้ ภูมิแพ้ขึ้นตา อาจทำให้มีอาการเคืองตาหรือตาแดงมากกว่าปกติ โดยจะมีการระคายเคืองเล็กน้อยจนถึงระคายเคืองมาก รู้สึกไม่สบายตาเรื้อรัง เช่น เคืองตา คันตา รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในตา ตาแห้ง เด็กอาจจะขยี้ตาบ่อยๆ กระพริบตาหรือขยิบตาถี่ๆ ตาแดงเป็นๆหายๆ หรือรุนแรงถึงขั้นเยื่อบุตาอักเสบ กระจกตาอักเสบ และกระจกตาถูกทำลายในระยะยาว ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นทันทีทันใด แต่เกิดจากการสัมผัสฝุ่นมลภาวะอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ส่วนภาวะตาแห้ง ถ้าเป็นในระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ อาจทำให้เกิดการทำลายกระจกตาได้เช่นกัน และส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว เช่น ตาพร่ามัวลง มีปัญหาเรื่องการมองเห็นสี เป็นต้น

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์  ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวว่า หากพบเด็กมีอาการแสบตาหรือเคืองตามาก โดยสันนิษฐานว่ามาจากฝุ่นละออง หรือฝุ่นควันต่างๆ ควรปฏิบัติดังนี้

1.ใช้น้ำสะอาดล้างดวงตาอาจเป็นน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว หรือใช้น้ำเกลือล้างแผล โดยให้น้ำไหลผ่านดวงตาล้างเอาเศษฝุ่นออก

2.ถ้ามีน้ำตาเทียมสำหรับหยอดตา สามารถใช้ล้างบริเวณดวงตาได้ ซึ่งจะปลอดภัยกว่าการใช้น้ำยาล้างตาที่เป็นสารเคมี

3.ให้เด็กกระพริบตาถี่ๆ เพื่อช่วยให้ฝุ่นหลุดออกมาเร็วขึ้น หลีกเลี่ยงการขยี้ตา ไม่ควรใช้สำลีหรือของมีคมอื่นๆ มาสัมผัสลูกตาหรือคีบออก เพราะอาจทำให้ผิวกระจกตาถลอกได้

สำหรับการป้องกัน เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่ยากต่อการป้องกันการสัมผัสฝุ่นมลภาวะ ต่างจากจมูกหรือปากที่สามารถใส่หน้ากากอนามัยป้องกันได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงเด็กจากการอยู่ในบริเวณที่มีฝุ่นควันหนาแน่น หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้านในช่วงปริมาณค่าฝุ่น PM 2.5 ตั้งแต่ระดับสีเขียว (26-37 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไป และหากค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดง (91 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร) ขึ้นไปไม่ควรออกนอกบ้าน  ผู้ปกครองสามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้จากเว็บไซต์กรมอนามัย (www.anamai.moph.go.th) หรือ Application Air4Thai จากกรมควบคุมมลพิษ หากมีอาการระคายเคืองหรือแสบตาไม่ควรขยี้ตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหรือใช้น้ำตาเทียมหยอดตา ให้เด็กสวมใส่แว่นกันแดด เพื่อป้องกันฝุ่นและลมเป็นประจำเมื่อออกจากบ้าน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัวภูมิแพ้ หรือมีภูมิแพ้บริเวณดวงตา ควรสวมใส่แว่นตาชนิดมีขอบด้านบนและด้านข้าง เนื่องจากแว่นตาทั่วไปไม่สามารถป้องกันฝุ่นควันที่เข้าตาจากด้านข้างได้ สำหรับเด็กที่ใส่คอนแทคเลนส์ หากต้องอยู่ในที่มีฝุ่นควันเยอะควรใช้แว่นตาแทน เพราะการใส่คอนแทคเลนส์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตาได้ นอกจากนี้ควรปลูกต้นไม้เพื่อดักฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ผู้ปกครองควรงดการเผาใบไม้ เผาขยะ และไม่ควรติดเครื่องยนต์เป็นเวลานานในบริเวณบ้าน อย่างไรก็ตาม หากพบว่าเด็กมีอาการเหล่านี้ เช่น ตาแดงมาก ขี้ตาสีเขียวหรือสีเหลืองแสดงว่ามีการติดเชื้อ เจ็บหรือปวดตารุนแรง มีปัญหาการมองเห็น ตามัวลง เห็นภาพไม่ชัด เห็นภาพซ้อน มองเห็นแสงกระจายเป็นรัศมีรอบๆ มีเลือดออกในตา ควรรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สลด! พบกระทิงป่านอนตายท้ายหมู่บ้าน จนท.เตรียมกู้ซากผ่าพิสูจน์หาสาเหตุ

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710343

สลด! พบกระทิงป่านอนตายท้ายหมู่บ้าน จนท.เตรียมกู้ซากผ่าพิสูจน์หาสาเหตุ

สลด! พบกระทิงป่านอนตายท้ายหมู่บ้าน จนท.เตรียมกู้ซากผ่าพิสูจน์หาสาเหตุ

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.39 น.

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าวังหมี ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ออกลาดตระเวนไปตามถนนตรวจการณ์ แนวเขตท้ายหมู่บ้านขณะผ่านท้ายบ้านท่าวังไทรหมู่ที่ 2 ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ได้กลิ่นเหม็น กลุ่มอนุรักษ์จึงจอดรถเดินตามกลิ่นไป บริเวณห่างจากถนนตรวจการณ์เข้าไปประมาณ 50 เมตร พบกระทิงป่าเพศผู้อายุประมาณ 20 ปี นอนตาย

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าวังหมี จึงแจ้งเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ  4 คลองปลากั้ง และหน่วย ขญ  23 วังหมี เข้าตรวจสอบ เบื้องต้นกระทิงป่าตัวดังกล่าว อายุน่าจะประมาณ 20 ปี เป็นกระทิงป่าเพศผู้ตัวใหญ่น้ำหนักกว่า 2 ตัน คาดตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ขณะนี้กำลังรอทีมงานสัตวแพทย์ ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี เข้าตรวจสอบและผ่าพิสูจน์จะได้ทราบว่ากระทิงตัวดังกล่าว ตายเพราะเหตุใด ซึ่งจุดที่เกิดเหตุอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยพิทักษ์อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ ขญ  23 วังหมี ซึ่งขณะนี้กำลังเปลี่ยนหัวหน้าหน่วย จากการออกลาดตระเวน และเกิดยิงกับชาวบ้านที่ไปเฝ้าสัตว์ป่ามากินพืชไร่ของชาวบ้าน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดทุ่งทานตะวันแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเทศบาลตำบลหาดคำ

Posted on February 11, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/710341

เปิดทุ่งทานตะวันแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเทศบาลตำบลหาดคำ

เปิดทุ่งทานตะวันแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนเทศบาลตำบลหาดคำ

วันศุกร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.38 น.

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 ก.พ.66 ที่บริเวณด้านข้างสำนักงานเทศบาลตำบลหาดคำ อ.เมืองหนองคาย ถนนริมโขงหนองคาย-โพนพิสัย นายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดทุ่งทานตะวัน ท่องเที่ยววิถีถิ่น คืนชีวิตชีวาสู่ชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างเป็นทางการโดยขณะนี้ดอกทานตะวันกำลังออกดอกเหลืองอร่าม ดอกใหญ่ สวยงาม อวดความงามให้นักท่องเที่ยวได้ชมและถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

เทศบาลตำบลหาดคำ ได้ปลูกทานตะวัน บนพื้นที่ 8 ไร่ ต้นทานตะวันพันธุ์แปซิฟิกประมาณ 12,000 ต้น โดยปลูกมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ด้วยการร่วมแรงร่วมใจของประชาชนในชุมชนช่วยกันปลูก จนขณะนี้ทานตะวันออกดอกสวยงามแล้ว จึงได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างเป็นทางการ และให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ที่ผ่านมาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดยเทศบาลได้สร้างจุดถ่ายรูป จุดเช็คอินให้นักท่องเที่ยวได้เก็บภาพเป็นที่ระลึก เป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรชุมชน พร้อมกันนี้ยังได้เปิดให้ประชาชนในชุมชนนำสินค้าในชุมชน สินค้าเกษตร สินค้าแปรรูป มาจำหน่าย เป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนอีกทางหนึ่ง

สำหรับทุ่งทานตะวันตำบลหาดคำ จะออกดอกอวดความสวยงามไปจนถึงประมาณเดือนเมษายน นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมทุ่งทานตะวันได้ตลอดทั้งวัน การเดินทางสะดวก ใช้ถนนริมโขง ห่างจากตัวเมืองหนองคายเพียง 8 กิโลเมตรเท่านั้น – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,881,656 hits

Join 4,121 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ชาไทยบุกตลาดโลก
สระบุรี จัดงาน ‘ตานก๋วยสลาก ย้อนตำนาน ๒๒๒ ปี ไท-ยวน’ สืบสานวัฒนธรรมพื้นถิ่นคึกคัก
พิพัฒน์-เอกนิติ ประชุมประเมิน ผลกระทบสู้รบตะวันออกกลาง ครบทุกมิติ
กต.อัพเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง คนไทยในอิหร่านขอกลับแล้ว 138 คน
รัฐบาลเล็งทำสัญญาซื้อ​ LNG มาเลย์เพิ่ม เอกนิติ​ สั่ง​​คุมเข้ม​ผู้ค้าไม่ขึ้นราคา​
ลึกลับในสนามข่าว : 5 มีนาคม 2569
ดาเมจรุนแรง ญาญ่า อุรัสยา เสิร์ฟลุคเดรสลูกไม้ แหวกอกแซ่บ
เรือบรรทุกก๊าซรัสเซีย จมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หลังเกิดระเบิด-ไฟไหม้รุนแรง
สะเทือนสภา! สมชัย จับมือ กมธ.พัฒนาการเมือง สว. จำลองการเลือกตั้ง ถอดรหัส ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด’
ดร.ณัฏฐ์ ซัด นรเศรษฐ์ เชิญทูตปั่นกระแส ไร้ผลทางกฎหมาย

Recent Posts

  • รัสเซียกล่าวหายูเครน จมเรือบรรทุกก๊าซ LNG กลางทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
  • “ทรัมป์” ให้คะแนนสงครามอิหร่าน “15 เต็ม 10” ลั่นกวาดล้างผู้นำเตหะรานราบคาบ
  • คิวบาไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ค่อนเกาะ เผชิญแรงกดดันสหรัฐฯ ตัดช่องทางน้ำมัน
  • คิม จองอึน พอใจการทดสอบเรือรบ-ขีปนาวุธ สั่งเร่งพัฒนา หวังติดอาวุธนิวเคลียร์เพิ่ม
  • ประท้วงเดือดในรัฐสภาสหรัฐฯ ชายตะโกนค้านสงครามอิหร่าน ถูกตำรวจลากออกจากห้องประชุม (คลิป)

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d