Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เต็มคาราเบล!! แก๊งต่างชาติซิ่ง จยย.ป่วนรอบป่าตอง จ.ภูเก็ต (คลิป)

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709868

เต็มคาราเบล!! แก๊งต่างชาติซิ่ง จยย.ป่วนรอบป่าตอง จ.ภูเก็ต (คลิป)

เต็มคาราเบล!! แก๊งต่างชาติซิ่ง จยย.ป่วนรอบป่าตอง จ.ภูเก็ต (คลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.38 น.

9 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต โพสต์คลิปวิดีโอเผยให้เห็นกลุ่มชาวต่างชาติจำนวนมาก ขับรถจักรยานยนต์เร่งเครื่อง บีบแตรเสียงดังป่วนบริเวณพื้นที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต โดยระบุข้อความว่า “เมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.65) เวลาประมาณ 23.00 น. ได้มีแก๊งต่างชาติ นับร้อยรวมตัวกัน ซิ่งรถป่วนเมือง ที่บริเวณพื้นที่ป่าตอง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านและผู้ใช้ถนน”

จากนั้นเพจได้แสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ว่า “#จับฝรั่งเศส จากเหตุการณ์ที่กลุ่มสมาชิกแจ้งเหตุ นทท.ชาวฝรั่งเศส ขับขี่รถจักรยานยนต์ เร่งเครื่องยนต์ เสียงดังรบกวน บริเวณพื้นที่ป่าตอง ทำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบ สภ.ป่าตอง จึงเข้าตรวจสอบและได้ดำเนินการจับกุม รวม 7 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมาย”.-008

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fphuketinfocenter%2Fvideos%2F638231898070195%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่หยุดเอาผิดแน่!! ‘เสก โลโซ’ โวยนักแสดงเลียนแบบศิลปิน ทำโชว์ไม่สุภาพ ตรงข้ามตัวจริง

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709865

ไม่หยุดเอาผิดแน่!! 'เสก โลโซ' โวยนักแสดงเลียนแบบศิลปิน ทำโชว์ไม่สุภาพ ตรงข้ามตัวจริง

ไม่หยุดเอาผิดแน่!! ‘เสก โลโซ’ โวยนักแสดงเลียนแบบศิลปิน ทำโชว์ไม่สุภาพ ตรงข้ามตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.00 น.

9 ก.พ.66 เพจเฟซบุ๊ก SEK LOSO ได้โพสต์แถลงการณ์ ขอความร่วมมือจาก ‘เสก โลโซ’ โดยระบุว่า “เนื่องจากช่วงที่ผ่านมา มีนักแสดงเลียนแบบศิลปิน หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า ‘ก็อปปี้โชว์’ หลายท่าน ได้แสดงเลียนแบบพี่เสก โลโซ ด้วยคำพูดไม่สุภาพ และอากัปกิริยาท่าทางไม่เหมาะสม เผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

ทำให้ประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดคิดว่าเป็น ‘เสก โลโซ’ ตัวจริง เข้ามาแสดงความคิดเห็นล่วงเกิน ต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และเข้าข่ายผิดกฎหมายฐานหมิ่นประมาท ทั้งตัวนักแสดงก็อปปี้โชว์และผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น

คณะผู้ดูแลศิลปิน ‘เสก โลโซ’ รู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากสิ่งที่นักแสดงก็อปปี้โชว์ได้กระทำนั้น ตรงกันข้ามกับลักษณะนิสัยของ ‘เสก โลโซ’ อย่างสิ้นเชิง อีกทั้งตัวพี่เสก โลโซ ได้แสดงความเป็นห่วง เกรงว่าน้องๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มี ‘เสก โลโซ’ เป็นไอดอล จะเข้าใจผิด แล้วประพฤติปฏิบัติตาม
จึงขอความร่วมมือจากนักแสดงก็อปปี้โชว์ทุกท่าน ควรแสดงออกด้วยความให้เกียรติศิลปินต้นแบบ เพื่อเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ดี และพัฒนาวิชาชีพกลุ่มนักแสดงก็อปปี้โชว์ต่อไป หากไม่เช่นนั้น เราจะดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุดทุกคน รักกันต้องให้เกียรติกันครับ ขอขอบคุณ คณะผู้ดูแลศิลปิน ‘เสก โลโซ’ ฝากแชร์ด้วยครับ ขอบคุณครับ” 
-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมทำบุญให้วัว’เจ้ากะแล๊ง’ รับเคราะห์แทนเจ้าของ โดนลูกหลอนยาฆ่าทุบหัว

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709863

เตรียมทำบุญให้วัว'เจ้ากะแล๊ง' รับเคราะห์แทนเจ้าของ โดนลูกหลอนยาฆ่าทุบหัว

เตรียมทำบุญให้วัว’เจ้ากะแล๊ง’ รับเคราะห์แทนเจ้าของ โดนลูกหลอนยาฆ่าทุบหัว

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 07.31 น.

9 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีนายกบ อายุ 42 ปี ชาวบ้านบ้านหนองเขื่อน ต.หนองสระปลา อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เกิดอาการคลุ้มคลั่งหลอนยาไล่ปาดคอพ่อและแม่ จนต้องหนีลูกชายคลั่งไปอยู่บ้านญาติ

ข่าวเพิ่มเติม พ่อแม่หนีตายลูกหลอนยาไล่ปาดคอ สงสารวัวรับเคราะห์แทน โดนจอบทุบหัวตาย

โดยนายกบตามหาพ่อและแม่ตลอดทั้งคืนแต่ก็ไม่เจอ สุดท้ายใช้จอบไปทุบหัวของวัว ชื่อเจ้า“กะแล๊ง” ที่อยู่ในคอกด้วยกัน 6 ตัว โดยวัวตัวนี้ต้องมารับเคราะห์แทน หลังจากนายกบ ฆ่าปาดคอพ่อและแม่ไม่ได้ เหตุเพราะป่วยจิตเวชและเสพยาหนัก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน เข้าควบคุมตัวนายกบเอาไว้ได้ และนำตัวไปสงบสติอารมณ์ ขณะที่แม่แจ้งความดำเนินคดีลูกชายข้อหาทำให้เสียทรัพย์และทำลายทรัพย์สินภายในบ้าน ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมาวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบว่าชาวบ้านกำลังชำแหละเนื้อเจ้ากะแล๊ง วัวเคราะห์ร้ายที่ถูกนายกบคลั่งทุบหัวตายคาคอก เพื่อคืนทุนให้แก่เจ้าของวัวที่ซื้อมาได้ไม่นาน แต่ถูกลูกชายมาฆ่าตาย โดยชาวบ้านช่วยกันชำแหละแบ่งซากเนื้อวัวตัวที่ตายออกเป็นกองๆ จำนวน 16 กองๆละ 1,000 บาท เจ้าของวัวขายในราคา 16,000 บาท

ส่วนผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวทำให้เสียทรัพย์ และควบคุมตัวไว้ที่ห้องขัง สภ.หนองหาน ส่วนผลตรวจปัสสาวะขณะอยู่ระหว่างรอผลจากทางโรงพยาบาลหนองหาน

นางปราณี  อายุ 64 ปี ผู้เป็นแม่ เปิดเผยว่า หลังจากลูกชายขู่ไล่ปาดคอจะฆ่าให้ตายทั้งพ่อและแม่ พอตอนเช้ากลับมาบ้านคิดว่าเรื่องทุกอย่างจะสงบ พอขับรถกลับมาถึงเห็นคอกวัวเปิดเดินเข้าไปดูเห็นจอบ 1 ด้ามวางไว้ ส่วนวัวก็นอนอยู่ในคอก เมื่อเดินไปดูใกล้ๆจะพบว่าวัวตาย จึงโทรเรียกผู้ใหญ่บ้าน จนกระทั่งมีคนมาควบคุมตัวลูกชาย ส่วนตัวมองว่าวัวตัวนี้อาจจะรับเคราะห์แทนเรา หากเราอยู่บ้านคืนนั้นเราอาจจะตายแล้วก็เป็นได้ ซึ่งตนก็คุยกับสามีว่าวัวตัวนี้คงตายแทนเรา หากเราอยู่ลูกคงฆ่าเราแน่เพราะว่าถูกขู่ไว้แล้ว

โดยตนจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้วัวที่รับเคราะห์แทน สำหรับลูกชายคนนี้มีอาการแบบนี้มาหลายปี เคยพาไปปฏิบัติรักษาที่จังหวัดเลย 2 ครั้งกลับมาก็เลิกบ้าได้ไม่กี่เดือน จากนี้หากลูกชายถูกปล่อยตัวกลับมาตนเองก็คุยกับสามีไว้แล้วจะต้องหนีออกจากบ้านหลังนี้ ทรัพย์สินที่มีค่าต่างๆเป็นของนอกกายจะไม่เอาไปด้วย โดยคาดว่าจะหนีไปยังอยู่กับเพื่อนบ้านที่จังหวัดสกลนคร หากลูกยังตามไปก็จะหนีลงรถกรุงเทพฯ เพื่อให้ตนมีชีวิตรอด

นายถวิลย์ อายุ 66 ปี พ่อ เปิดเผยว่า ตนเองมีลูก 3 คน ไปทำงานต่างประเทศ 2 คน คนที่ก่อเรื่องเป็นลูกชายคนเล็ก ความรู้สึกส่วนตัวตอนนี้อยากให้ลูกชายติดคุกไปยาวๆ หากมียาให้ฉีดหัวใจอ่อนก็อยากให้เขาถูกทำโทษแบบนั้น หากให้พ่อฆ่าลูกตัวเองก็คงเป็นไปไม่ได้เนื่องจากเขาเป็นลูกตัวเอง ยอมรับว่าลูกเป็นบ้า หากตกลงสู้พลาดพลั่งลงมือฆ่าลูกเองจะต้องติดคุก ตอนนี้ทางที่ดีขอหลีกหนี

นางอุทิศ เนียมรัตน์ หรือพี่หอย อายุ 47 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ก่อนวันเกิดเหตุตนนอนไม่หลับมาแล้ว 3 คืน เพราะได้ยินเสียงเขาเดินหน้าบ้าน เมื่อรู้ข่าวแบบนี้รู้สึกกลัวมากเพราะว่ามีบ้านใกล้กัน ส่วนตัวแล้วลูกชายบ้านนี้ไม่ได้มีพิษมีภัยกับเพื่อนบ้าน แต่จะชอบหาเรื่องกับพ่อกับแม่มากกว่า ตอนนี้อยากจะให้พ่อกับแม่และส่วนที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพาไปรักษาบำบัดรักษา หากแกไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดแกก็จะเป็นคนดี แต่เพราะยาเสพติดเขาเปลี่ยนไปมาก

“ตอนยังไม่รู้ข่าวว่าเขาฆ่าวัว เขามาบอกกับตนว่าเขาฆ่าวัวและจะฆ่าพ่อแม่ ให้ไปเอาเนื้อมากินก่อนพี่  เมื่อได้ยินตอนนั้นก็รู้สึกตกใจแต่ก็ไม่ได้ออกมาดู กระทั่งมีคนโทรศัพท์มาบอกว่าให้ออกมาดูหน่อยมีคนฆ่าวัว”

นายประหยัด กงซุย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 เปิดเผยว่า ในฐานะตนเองเป็นผู้นำชุมชน ก็รู้สึกหนักใจกับผู้ป่วยแบบนี้ สาเหตุหลักก็มาจากยาเสพติดเพราะก่อนหน้านี้แกไม่มีอาการแบบนี้ สำหรับลูกบ้านคนนี้เคยถูกพาไปรักษาแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ไม่หายเพราะไม่กินยาต่อเนื่อง เมื่อมาแล้วก็กลับมาเสพยาเสพติดอีก ตอนนี้ชุมชนมีความหวาดระแวงเป็นอย่างมาก เพราะว่าเมื่อเขาเอะอะโวยวายแต่ละครั้งชาวบ้านก็รู้สึกตกใจไม่รู้ว่าเหตุจะเกิดแบบไหนเมื่อไหร่กับตัวเอง ตอนนี้ผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวไว้ที่ สภ.หนองหาน แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะถูกปล่อยตัวกลับมาอีกตอนไหน

“ตอนนี้ต้องระวังตัวเองไว้ก่อนเพราะหากเขากลับมาอาจจะถูกทำร้ายได้ ส่วนแนวทางอนาคตการป้องกันระยะยาวนั้นตนก็คิดไม่ออกว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร เป็นไปได้อยากได้คำแนะนำ และอยากให้ผู้ก่อเหตุถูกควบคุมตัวนานกว่านี้”

นายไพศาล ราชสะอาด อายุ 64 ปี ชาวบ้าน บอกว่า ตนมาขอแบ่งซื้อเนื้อ 1 กอง ในราคา 500 บาท โดยจะเอาเนื้อซอยทำเนื้อแดดเดียว เพื่อเก็บไว้กินนานๆ ซึ่งเนื้อจำนวนนี้คาดว่าจะเก็บไว้กินได้ราว 1 เดือน ซึ่งหากนำไปประกอบอาหารแล้วกินกับข้าวเหนียวร้อนๆ คงอร่อย

ขณะที่ส่วนชาวบ้านอีกคน บอกว่า ตนขอซื้อส่วนหนังโดยจะเอาไปทำหนังเค็มเก็บไว้กินนานๆ ทำไงได้เมื่อตายไปแล้วก็เอาคืนไม่ได้ และเชื่อว่า วัวมารับเคราะห์แทน ก็ช่วยๆกันไป หากวัวไม่ตายพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุต้องตายแน่ๆ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก มองการพัฒนาและความสมดุล

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709812

รายงานพิเศษ : เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก  มองการพัฒนาและความสมดุล

รายงานพิเศษ : เขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก มองการพัฒนาและความสมดุล

วันพฤหัสบดี ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดทางตะวันออกอย่าง “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง” เริ่มขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็นการต่อยอดมาจาก “โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Seaboard)” ที่เริ่มต้นในปี 2525 แม้จะทำให้เศรษฐกิจของไทยเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยผลกระทบทั้งความเสี่ยงจากมลพิษในภาคอุตสาหกรรมรั่วไหลสู่สิ่งแวดล้อม รวมถึงการแย่งชิงทรัพยากรที่จำกัดระหว่างภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

เมื่อช่วงปลายเดือนม.ค. 2566 “โครงการจัดทำแผนบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน” ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อคืนข้อมูลผลการศึกษาความต้องการระดับพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออก เพื่อนำเสนอข้อมูลความต้องการด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมระดับพื้นที่ ณ โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ท จ.ฉะเชิงเทรา

ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ข้อมูลดังกล่าว รวมถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสนอแนะแนวทางการพัฒนากลไกขับเคลื่อนและติดตามการบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน ซึ่ง ชลนภา ชื่นชมรัตน์ รองผู้อำนวยการสำนักกลยุทธ์แผนและงบประมาณ สกสว. เปิดเผยว่าผลการศึกษาจากโครงการปีที่ 1 พบ “ความยากจนและเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้” เป็นปัญหาสำคัญในภาคตะวันออก นอกจากนั้นยัง ขาดทักษะแรงงานที่ตรงกับความต้องการ

“จังหวัดระยองมีอัตราการว่างงานค่อนข้างสูง แม้เศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกจะสร้างรายได้ให้กับประเทศสูงถึงร้อยละ 21.14 ของรายได้ของประเทศและมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ เนื่องจากขึ้นอยู่กับภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก ทว่ารายได้ของเกษตรกรและผู้ผลิตอาหารรายเล็กกลับลดลงประกอบกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนทั้งในประเทศและทั่วโลก ทำให้ต้นทุนการผลิตผันแปรตามค่าครองชีพที่สูงขึ้น” รอง ผอ.สำนักกลยุทธ์แผนและงบประมาณ สกสว. ระบุ

ชลนภา กล่าวต่อไปว่า “ภาคตะวันออกยังมีอัตราการเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” โดยเฉพาะโรคมะเร็งซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงสุดของคนไทย และยังมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตร้อยละ 26 ของทั้งประเทศในปี 2562 ขณะที่ “ด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำและคุณภาพน้ำไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน” พื้นที่ปลูกข้าวนาปรังประสบภัยแล้ง อุทกภัย เนื่องจากผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงขยะทะเล กากของเสียอุตสาหกรรม และปัญหาป่าชายเลนที่กำลังสูญหายและถูกทำลายจากกิจกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก

ส่วน “อัตราการเกิดวามรุนแรงในครอบครัวพบว่าอยู่ในระดับสูงกว่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของประเทศเป็นอย่างมาก” ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งและความเครียดภายในครอบครัว สภาะทางการเงิน สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการก่ออาชญากรรม ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การดื่มสุราและเสพสิ่งเสพติด การลอกเลียนแบบจากสื่อหรือเห็นตัวอย่างความรุนแรง สภาพจิตใจและร่างกายของคนในครอบครัว การก่ออาชญากรรมและการทำร้ายร่างกายและทรัพย์สิน ความก้าวร้าวในเด็ก โดยภาคตะวันออกนับเป็นพื้นที่ที่อาชญากรรมคดีอุกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากภาคใต้

ทั้งนี้ การศึกษาความต้องการในมิติเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมระดับพื้นที่กลุ่มภาคตะวันออก 1 ประกอบด้วย ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และกลุ่มภาคตะวันออก 2 ประกอบด้วย จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จากการศึกษาปัญหาและความต้องการข้างต้นนำมาสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ประกอบด้วย

1.การส่งเสริมการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสามารถยกระดับของสังคม 2.การส่งเสริมอุตสาหกรรมสะอาด หุ่นยนต์ 3.การส่งเสริมการวิจัยเกี่ยวกับพลังงานไฟฟ้า พลังงานชีวภาพ และนวัตกรรมพลังงานทดแทน 4.การสนับสนุนนวัตกรรมการจัดการขยะ 5.การมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อยกระดับการปกป้องและดูแลทรัพย์สินด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสารสนเทศ

6.การสนับสนุนด้านนวัตกรรมเครื่องจักรหุ่นยนต์ในสถานศึกษาให้มีความเข้มข้นและจริงจัง 7.การนําเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในด้านการศึกษา และ 8.การจัดตั้งศูนย์กลางความรู้ (knowledge broker) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางเรียนรู้แลกเปลี่ยนข้อมูล นอกจากนั้น ในส่วนปัญหาความรุนแรงมีข้อเสนอแนะให้ยึดหลักยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึง “บวร” หรือบ้าน วัด (ศาสนสถาน) และโรงเรียน (สถาบันการศึกษา)

ด้าน รศ.ดร.ดวงพร ภู่ผะกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ กล่าวว่า ว่าเวทีครั้งนี้จะข้อมูลบางส่วนมาเป็นข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อฉายภาพปัญหา ช่องว่าง และแนวทางการพัฒนาในพื้นที่ทั้งภาพรวมและรายประเด็นที่ชัดเจน ทั้งนี้กรอบทิศทางการพัฒนาตามแผนภาคมีเป้าหมายที่มุ่งพัฒนาฐานเศรษฐกิจให้เกิดการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง ควบคู่กับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน

จึงต้องปรับปรุงมาตรฐานสินค้าและบริการ ซึ่งจะต้องพัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การค้าชายแดน และพัฒนาแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติที่อยู่ในภาวะวิกฤต!!!

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มรีวิวมาทำธุระ ที่ว่าการอำเภอ ผงะ 8.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานสักคน

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709827

หนุ่มรีวิวมาทำธุระ ที่ว่าการอำเภอ ผงะ 8.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานสักคน

หนุ่มรีวิวมาทำธุระ ที่ว่าการอำเภอ ผงะ 8.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่มาทำงานสักคน

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.55 น.

วันที่ 8 กุมภาพันธ์  2566 โลกโซเชียลแห่แชร์คลิป หลังมีคนถ่ายคลิปรีวิว ที่ว่าการอำเภอแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังเข้ามาใช้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 น.

โดยในคลิป ผู้โพสต์ ได้มาหยิบบัตรคิวที่ว่าการอำเภอ เป็นคิวที่ 1 แต่เมื่อถึงเวลา 8.27 น. ซึ่งใกล้เวลาราชการแล้ว แต่กลับยังไม่มีแม้แต่เจ้าหน้าที่คนใดมาทำงาน ห้องมีเพียงเก้าอี้เปล่าไร้ผู้คน

จากนั้นเวลา 8.30 น. เป็นเวลาทำการ มีเพียงเจ้าหน้าที่เข้ามาเปิดทีวี แต่ไม่มีพนักงานที่รับเรื่องภายในที่ว่าการอำเภอมาทำงานแม้แต่คนเดียว จนเวลา 8.35 น. ผู้ถ่ายคลิปได้เผยให้เห็นมุมกล้องโดยรอบที่ว่าการอำเภอแห่งนี้ ซึ่งเริ่มมีประชาชนมานั่งรอใช้บริการแล้ว แต่กลับยังไม่มีเจ้าหน้าที่แม้แต่คนเดียว

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ ได้มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=476&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F100084847147197%2Fvideos%2F712360940561251%2F&show_text=false&width=267&t=0

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ่างทองเจออีกแล้ว! ชาวบ้านเห็น’จระเข้’ลอยคอในคลองชลประทาน

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709705

อ่างทองเจออีกแล้ว! ชาวบ้านเห็น'จระเข้'ลอยคอในคลองชลประทาน

อ่างทองเจออีกแล้ว! ชาวบ้านเห็น’จระเข้’ลอยคอในคลองชลประทาน

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.26 น.

8 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่ประมงอ่างทองและเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบเห็นจระเข้ตัวขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2 เมตร บริเวณคลองชลประทาน เส้นทางไปยังสายเอเซีย หมู่10 ตำบลบ้านอิฐ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง จึงเข้าไปตรวจสอบ

พบผู้แจ้งเป็นเจ้าหน้าที่ อบต.แห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า ขับรถยนต์มาด้วยกันสองคน เพื่อไปส่งหนังสือ และพบเห็นจระเข้ตัวขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 2เมตร ลอยตัวอยู่กลางคลองจึงถอยหลังมาเพื่อถ่ายรูป แต่จระเข้นั้นได้เห็นก่อนดำน้ำลงไปอย่างช้าๆ ถ่ายภาพติดเพียงเล็กน้อยจึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจดูเพื่อหาความชัดเจน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจดูพบคลองกว้างประมาณ 10 เมตร และยาวหลายกิโลเมตร จาการเฝ้าดูบริเวณดังกล่าว พบเห็นตัวเงินตัวทองว่ายน้ำวนเวียนอยู่ภายใกล้เคียงจุดที่พบจระเข้ และยังเฝ้าติดตามตรวจดูหาจระเข้เพื่อหาความชัดเจนต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

SAVEแกงส้ม ‘อภัยภูเบศร’ชูสรรพคุณเพียบ ใครว่าแย่!!!

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709697

#SAVEแกงส้ม ‘อภัยภูเบศร’ชูสรรพคุณเพียบ ใครว่าแย่!!!

#SAVEแกงส้ม ‘อภัยภูเบศร’ชูสรรพคุณเพียบ ใครว่าแย่!!!

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.57 น.

‘อภัยภูเบศร’เอาด้วย ร่วม SAVE ‘แกงส้ม’ เมนูอาหารสุขภาพวิถีไทย รสชาติอร่อยไม่ซ้ำแบบ พร้อมแจกสูตรบอกสรรพคุณละเอียดยิบ

8 กุมภาพันธ์ 2566 หลังนักรีวิวชาวต่างชาติจัดอันดับแกงส้มของไทย ให้เป็นอาหารรสชาติยอดแย่ที่สุดในโลก จนคนไทยพากันติดแฮชแทค #SAVEแกงส้ม จนเป็นกระแสในโลกโซเชียล

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “สมุนไพรอภัยภูเบศร” ที่มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน โพสต์เมนูแกงส้ม ที่อยู่คู่ครัวไทยมาช้านาน จนกลายเป็นวิถีว่า เมนูอาหารของแต่ละชาติพันธุ์สัมพันธ์กับลักษณะภูมินิเวศน์ที่เขาเหล่านั้นดำรงอยู่ สั่งสมเป็นภูมิปัญญาที่รู้ว่าฤดูกาลใดควรจะเลือกเมนูใด เครื่องเทศ เครื่องปรุงชนิดไหนจะใช้กับอาหารประเภทเนื้อจำพวกไหน เกิดเป็นความจำเพาะที่เป็นอัตลักษณ์ของแต่ละชาติพันธุ์ ของชุมชน ตลอดจนลงไปถึงครอบครัวของใครของมัน แม้จะเรียกชื่อเหมือนกันแต่รสชาติก็จะมีความแตกต่างกันซึ่งแม้แต่ส่วนประกอบที่เหมือนกันแต่ทำออกมาก็ไม่เหมือนกัน ที่เราเรียกว่ารสมือ เป็นที่มาของคำว่าเสน่ห์ปลายจวัก

“แกงส้ม” เป็นตำรับอาหารไทยที่คนไทยรู้จักกันดี ในคุณสมบัติอาหารเป็นยาป้องกันไข้หัวลม คือไข้ในช่วงปลายฝนต้นหนาว คำว่าหัวลมหมายถึงต้นฤดูหนาว ช่วงรอยต่อนี้คนจะเป็นไข้ ไอ หวัด หากอธิบายตามแนวทางการแพทย์แผนไทย สรรพสิ่งในจักรวาลประกอบขึ้นด้วยธาตุ เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลงมีความเย็นสูงขึ้นจะกระทบธาตุในร่างกายของเรา ในแกงส้มมีความเปรี้ยวซึ่งความเปรี้ยวเป็นธาตุไฟที่พอดี แกงส้มจึงเป็นอาหารปรับธาตุให้เป็นปกติในช่วงนี้

หากจะอธิบายตามโภชนบำบัดสมัยใหม่ ในแกงส้มมีพริกกับหอมเป็นหลัก ซึ่งหอมเป็นความจำเพาะของแกงส้มเมื่อเปรียบเทียบกับแกงทั้งหลายที่มีพริกเป็นองค์ประกอบเหมือนๆกัน หอมได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่เกิดมาช่วยแก้หวัดและระบบทางเดินหายใจ มีสารเควอซิทินสูง ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารต้านการแพ้ที่ดีมาก มีฤทธิ์ปรับภูมิคุ้มกันเข้มแข็งและทำงานเป็นปกติไม่ทำงานมากเกินจนเกิดเป็นภูมิแพ้และหอบหืด ที่สำคัญก็คือทำให้เม็ดเลือดขาวที่จับกินเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมได้อย่างรวดเร็วมีความแข็งแรงและเพิ่มจำนวนขึ้น จะเห็นว่าภูมิปัญญากินแกงส้มแก้ไข้หัวลมสามารถอธิบายได้ทางวิทยาศาสตร์และนอกจากนี้หอมยังมีฤทธิ์ที่เป็นประโยชน์กับระบบหลอดเลือดหัวใจ สมอง จากการที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ ได้อีกด้วย 

เรื่องพริกไม่ต้องพูดถึงแทรกอยู่ในอาหารไทยแทบทุกมื้อ มีการศึกษาว่าลดอัตราการตายจากมะเร็ง ทำให้คนมีอายุยืนขึ้น ส่วนเครื่องเทศนอกจากจะมีพริกกับหอมเป็นหลักแล้วยังอาจมีการใส่เครื่องเทศอื่น เช่น ข่า กระเทียม กระชาย ผิวมะกรูด อยู่บ้างซึ่งช่วยทั้งการแต่กลิ่นดับคาวและประโยชน์ทางสุขภาพ

“แกงส้ม” เป็นเมนูที่มีเปรี้ยวนำ เค็มตาม มีหวานเล็กน้อย  ความเปรี้ยวในแกงส้มที่นิยมคือมะขามซึ่งไม่เปรี้ยวเกินมีความอมหวานซ่อนอยู่แต่หลายพื้นที่ก็สรรหาความเปรี้ยวที่ท้องถิ่นมี เช่น มะดัน มะนาว มะตาด ตะลิงปิง มะนาว มะปริง มะมุด ฯ บางที่ก็ผสมๆกัน สูตรใครสูตรมัน ความเค็มได้จากกะปิเคย เกลือ น้ำปลา ส่วนจำพวกเนื้อสัตว์แกงส้มดั้งเดิมนิยมใช้เนื้อปลาช่อนต้มแล้วโขลกใส่เครื่องแกง ทำให้น้ำแกงส้มข้นขึ้น และอาจมีชิ้นเนื้อปลาใส่มาทีหลังด้วยก็ได้ หรือบางครั้งแกงส้มกับผักบางชนิดนิยมใช้กุ้ง เช่น ชะอมชุบไข่ ดอกกะหล่ำ มะละกอ เป็นต้น

สำหรับชนิดของผักนั้นเป็นเสน่ห์ของแกงส้มที่สามารถใช้ผักตามท้องถิ่น ผักตามฤดูกาล ได้อย่างหลากหลาย ทั้งผักสดผักดอง เช่น ผักกาดขาวหัวไชเท้า หัวแคร์รอต เห็ด ลูกแตงโมอ่อน เปลือกแตงโม หน่อไม้สด หน่อไม้ดอง ฟักเขียว ถั่วฟักยาวถั่วแขก ถั่วลันเตา ถั่วพลู ผักบุ้งไทย ผักบุ้งจีน ผักกระเฉด สายบัว ลูกฟักข้าว ดอกขจร  ดอกแค ดอกโสน ยอดฟักทอง ยอด/ฝักมะรุม  ฝักข้าวโพดอ่อน  บล็อกโครี ผักหนาม ผักเป็ด  ดองผักกาดเขียวดอง ยอดฟักทองแกงส้มและผักอื่นๆอีกมากมาย แกงส้มจึงเป็นความชาญฉลาดของมนุษย์ที่ค้นคิดวิธีกินผักนานาชนิด ได้ทั้งโอสถสารที่ละลายน้ำได้จากผักซึ่งส่วนใหญ่เป็นพวกโพลี่แซคคาไลด์ที่มีคุณสมบัติเพิ่มภูมิคุ้มกันและได้กากใยของผักไปดูแลลำไส้ล้างพิษต่างๆ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยถึงประสิทธิภาพการส่งเสริมการเจริญของโปรไบโอติกในอาหารไทย พบว่า แกงส้ม ที่ผ่านการย่อยด้วยเอมไซม์ในระบบทางเดินอาหาร จะส่งเสริมการเจริญของเชื้อโปรไบโอติก ที่มีส่วนช่วยดูแลระบบทางเดินอาหารและลำไส้ โดยเฉพาะแกงส้มที่ใส่มะละกอ

จะเห็นได้ว่าแกงส้มเป็นเมนูที่มีความหลากหลาย ขึ้นกับท้องถิ่น ขึ้นกับฤดูกาล ถึงในระดับครอบครัวเลยทีเดียว เป็นความมั่งคงทางอาหารของประเทศไทยที่มีภูมินิเวศน์แตกต่างหลากหลาย เป็นอาหารพื้นบ้านที่ทำง่ายกว่าแกงอย่างอื่นมีราคาถูกใช้ผักได้ทุกชนิด มีความยืดหยุ่นสูงมากจะเผ็ดน้อยเผ็ดมากก็ปรับกันได้ มีเทคนิคการปรุงอยู่เล็กน้อยคือต้องต้มด้วยน้ำไม่มากให้สารในเครื่องแกงที่มีเนื้อปลาตำลงใส่มาแล้วที่ปรุงรสออกมาก่อนแล้วจึงปรุงรส เติมผักตามใจ ถ้าได้โขลกเครื่องแกงเองยิ่งหอมชวนกิน มีสูตรเด็ดจากระยองของคุณแม่สมศรี วารีผลให้ลองฝีมือกัน

พร้อมกันนี้ ยังได้แจกสูตรแกงส้ม ตำรับ คุณแม่สมศรี วารีผล เครื่องแกง ประกอบด้วย หัวหอม, พริกแห้ง (พริกจินดา หรือพริกขี้หนู หรือหัวเรือ หรือยอดสนก็ได้) แช่น้ำ ,พริกโอ้ง หรือพริกบางช้างก็ได้ (เพื่อให้สี) แช่น้ำ, กระชาย, กะปิ, เกลือ (นำมาตำรวมกันโดยตำพริกกับเกลือให้แหลกแล้ว ใส่กระชายกับหัวหอมลงตำจนแหลกแล้วจึงนำกะปิลงตำให้เข้ากัน)

ส่วนประกอบอื่น ได้แก่ น้ำมะขามเปียก, น้ำปลา, น้ำตาล, เนื้อสัตว์ เช่น ปลาย่าง (สามารถตำรวมกับพริกแกงจะทำให้น้ำแกงส้มข้น) ปลาสด (เอาเกล็ด ครีบและไส้ออกแล้ว ถ้าเป็นปลาใหญ่ให้หั่นย่อยส่วน กุ้งปลอกเปลือกเอาขี้ออก) ผักต่าง ๆ เช่น ดอกแค มะละกอ (มะละกอสุกกับไม่สุกความหวานต่างกัน ให้ระวังในการเติมน้ำตาล) ผักกาด กวางตุ้ง ไชเท้า ถั่วฝักยาว ฯลฯ ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น วิธีทำ นำพริกแกงละลายน้ำ (อย่าเพิ่งใส่น้ำเยอะ เพราะระหว่างทำจะมีน้ำจากผักออกมาอีก) ตั้งไฟจนน้ำเดือด ถ้าแกงปลาสดใส่ปลา ถ้าเป็นกุ้งสดให้ใส่หลังจากผักสุกแล้ว

เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล ให้รสกลมกล่อมมี 3 รส โดยปรุงให้รสเข้มสักหน่อยเพื่อเผื่อใส่ผักเพิ่มแล้วรสจะจืดลง) เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งใส่ผัก โดยใส่ผักที่สุกยากก่อน เมื่อผักสุกแล้วชิมรสอีกครั้ง ปรุงรสตามชอบ (ถ้าใช้พริกแห้งสีจะแดงใช้พริกสดได้แต่แกงสีจะเขียว ๆ) ส่วนแกงส้มของภาคใต้ภาคกลางจะเรียกแกงเหลืองมีรสชาติจัดจ้าน มีเนื้อสัตว์หลายหว่าทางภาคกลาง เครื่องแกงจะมีพริก ขมิ้น กระเทียม เป็นหลักมีความเป็นท้องถิ่นที่ต่างไปจากภาคกลาง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มตรังเลี้ยง’ไก่ซิลกี้’ ขนฟูหัวตั้งทรงอย่างแบด เด็กๆชอบเพราะน่ารัก

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709688

หนุ่มตรังเลี้ยง'ไก่ซิลกี้' ขนฟูหัวตั้งทรงอย่างแบด เด็กๆชอบเพราะน่ารัก

หนุ่มตรังเลี้ยง’ไก่ซิลกี้’ ขนฟูหัวตั้งทรงอย่างแบด เด็กๆชอบเพราะน่ารัก

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.12 น.

8 กุมภาพันธ์ 2566 ที่สวนของนายเกียรติวิชญ์ เอียดนุ่น หรือกุ้ง ควนหาญ อายุ 50 ปี ซึ่งเจ้าตัวเป็นเจ้าหน้าที่ รพ.ตรัง ตั้งอยู่เลขที่ 153 หมู่ที่ 11 ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง ได้เลี้ยงไก่ซิลกี้ได้กว่า 20 ตัว มีทั้งสีขาว สีน้ำตาลปนแดงและลูกผสมไฮบริค

ไก่ซิลกี้จะมีขนหัวฟูเป็นแนวตั้งตรง ทรงอย่างแบด ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ ทำให้ได้รับความสนใจจากเด็กและเยาวชนเข้าเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าของตั้งใจจะใช้พื้นที่จำนวน 4 ไร่ เปิดเป็นสวนสัตว์ขนาดเล็ก ซึ่งไก่ซิลกี้ก็เป็น 1 ในสัตว์หลายชนิดที่เด็กๆให้ความสนใจ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ คุณกุ้งก็จะเพาะขยายพันธุ์ไก่ซิลกี้ เพื่อจำหน่ายในราคาแบ่งปันให้กับเกษตรกรที่สนใจ



สำหรับไก่ซิลกี้ เป็นไก่ประเภทสวยงาม ไม่นิยมรับประทาน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหรือไข่ ค่อนข้างเป็นสัตว์สังคมและเจ้าสำอาง มีทั้งแบบขนฟู ขนย้อนและขนเรียบ โดยอยู่รวมกันได้กับไก่หัวเราะ ที่มีเสียงขันเหมือนเสียงหัวเราะ และไก่ทั่วๆไป ซึ่งปัจจุบันไก่ซิลกี้มีราคาตั้งแต่ตัวละ 300-2,000 บาท แล้วแต่รูปร่างลักษณะ สี ขน และความปุกปุย เลี้ยงเหมือนไก่ทั่วไป แต่ไม่ชอบความเปียกชื้น เพราะขนแห้งช้า อาจทำให้เป็นหวัดและตายลงได้



ส่วนขนบนหัวที่ทรงอย่างแบดเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติของไก่สายพันธุ์นี้ ทำให้ไก่ซิลกี้หัวฟูเป็นกระจุก ขายดีกว่าไก่ซิลกี้ขนย้อนและขนเรียบ ขณะที่นายเกียรติวิชญ์ เอียดนุ่น เจ้าของไก่ซิลกี้ กล่าวว่า เริ่มจากมีลูกตัวเล็กๆที่ชอบสัตว์ พ่อก็เลยหาสัตว์มาสะสมไว้แล้วให้น้องมาดู

โดยเปิดเป็นสวนเล็ก ๆ ประมาณ 3 เดือนแล้ว ส่วนลักษณะเด่นของไก่ซิลกี้คือมีจุกที่หัว เด็กชอบเล่นและหัวทรงอย่างแบดประมาณนี้ ส่วนคนที่มาเที่ยวก็มีสอบถาม แต่ยังไม่ได้ปล่อยขาย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาธุบุญ!! เสี่ยทุ่มกว่า 30 ล้าน บูรณะวัด-โรงเรียนบ้านเกิด

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709678

สาธุบุญ!! เสี่ยทุ่มกว่า 30 ล้าน บูรณะวัด-โรงเรียนบ้านเกิด

สาธุบุญ!! เสี่ยทุ่มกว่า 30 ล้าน บูรณะวัด-โรงเรียนบ้านเกิด

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.51 น.

เสี่ยดังแก้บนหนักทุ่มกว่า 30 ล้านบาท บูรณะวัด และโรงเรียนบ้านเกิด เตรียมจัดงานฉลองโรงเรียนบ้านเกิดครบ 84 ปียิ่งใหญ่ หลังทุ่มบูรณะ และส่งเสริมการศึกษาไปแล้วกว่า 15 ล้านบาท พร้อมจัดงาน 7 วัน 7 คืน เสี่ยเดย์เผยเคยอธิษฐานไว้ หากธุรกิจทะลุเป้าช่วงโควิด-19 ระบาด จะทำบุญให้วัด และโรงเรียนบ้านเกิด 15 ล้านบาท แต่เกินงบเฉพาะโรงเรียนใช้งบไปแล้วกว่า 15 ล้านบาท ยังไม่รวมวัด คาดงานแก้บนครั้งนี้อาจทะลุ 30 ล้าน

8 กุมภาพันธ์ 2566) ที่ห้องประชุมโรงเรียนบ้านใหม่ศรีวิไล พุทธไธจารย์ ต.งิ้ง อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา นายกฤษกร จันทรเสนา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านใหม่ศรีวิไลพุทธไธจารย์ พร้อมด้วยนายเทพสุนทร พึ่งบัว ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนบ้านใหม่ศรีวิไลพุทไธจารย์ ,นายสมดี พรหนองแสน ประธานศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพถการศึกษาห้วยแถลง และครูโรงเรียนบ้านใหม่ฯ ได้ร่วมกันแถลงการณ์จัดงานฉลองโรงเรียนซึ่งจะมีการจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 18-24 ก.พ.นี้

ทั้งนี้ การจัดงานฉลองโรงเรียนดังกล่าวถือเป็นการจัดงานครั้งใหญ่ที่สุดของโรงเรียนในรอบ 84 ปี สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เมื่อเดือนเมษายน 2565 เสี่ยเดย์ โคราช หรือ นายเดชาพันธ์ ศิริเมธานนท์ อายุ 58 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้านใหม่พุทไธจารย์ ต.งิ้ว อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ได้จัดงานบวชให้ลูกชายของตัวเอง พร้อมประกาศจะทำบุญบูรณะวัดและโรงเรียนบ้านเกิด ภายใต้งบประมาณ 15 ล้านบาท จนกระทั่งทำการบูรณะและส่งเสริมการศึกษาเสร็จสิ้น แล้วจะทำการส่งมอบภายในงานฉลอง

นายกฤษกร จันทรเสนา รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านใหม่ศรีวิไลพุทไธจารย์ กล่าวว่า โรงเรียนบ้านใหม่ฯเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียน 66 คน ครูข้าราชการ 4 คน ครูอัตราจ้าง 2 คน เปิดการเรียนการสอนชั้น ป.1-ป.6

โดยจุดเริ่มต้นมาจากนักเรียนเดินไปเข้าห้องน้ำในโรงเรียนไม่ได้ เพราะมีน้ำท่วมขังขวางทางหน้าห้องน้ำ จึงขอชาวบ้านมาลงขันมาเทคอนกรีต แต่งบประมาณไม่พอ จึงบากหน้าไปคุยกับเสี่ยเดย์ คนในหมู่บ้านซึ่งประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจกระทั่งเสี่ยเดย์ ได้เดินทางมาดูสภาพโรงเรียนและช่วยเหลือทำให้ทางเข้าห้องน้ำของเด็กนักเรียนลุล่วงไปได้ดี

ต่อมาไม่นานเสี่ยเดย์ ได้มาดูสภาพที่โรงเรียน แล้วบอกว่า จะทำป้ายและรั้วโรงเรียนให้เอาไหม จึงเอาคำพูดของเสี่ยเดย์ ไปพูดคุย มีหลายเสียงของชาวบ้านบอกว่า”จะทำได้จริงหรือไม่ สุดท้ายเสี่ยเดย์ ได้เอาช่างและเครื่องจักร มาทำป้ายและรั้วโรงเรียนจนเสร็จสิ้น และเอาโครงการต่างๆ มาเสนอให้โรงเรียนฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นายกฤษกรฯ กล่าวด้วยว่า จากนั้นช่าง และคนงานได้มาทำการปรับพื้นที่โดยรอบ ปรับปรุงอาคารเรียนและบ้านพักครูที่ทรุดโทรม ให้มาเป็นอาคารใหม่ทั้งหมด ปรับต้นไม้ที่รกร้าง ให้มาเป็นสนามฟุตบอล , ขุดบ่อเลี้ยงปลาให้เป็นอาหารกลางวันเด็ก ,ซื้อเสื้อผ้า รองเท้าให้นักเรียนรวมถึงชุดสวมใส่ของครู ไม่เว้นเปลี่ยนเครื่องครัวให้โรงเรียนใหม่ แต่งานยังไม่จบ เพราะโรงเรียนมีพื้นที่กว่า 32 ไร่ ทำให้ขณะนี้เสี่ยเดย์หมดเงินในการบูรณะโรงเรียนไปแล้วกว่า 15 ล้านบาท และยังไม่ได้ปรับปรุงสนามฟุตบอลที่เสี่ยเดย์ตั้งใจจะให้เป็นสนามกีฬาที่ชาวบ้านสามารถมาใช้ร่วมได้อีกด้วย นอกจากนี้เสี่ยเดย์ยังควักเงินส่วนตัวจ้างครูอัตราจ้างให้โรงเรียนอีก 2 ตำแหน่ง เพื่อให้เพียงพอต่อการเรียนการสอนของโรงเรียน ซึ่งคาดว่าใช้งบประมาณรวมทั้งหมด 30 ล้านบาท

นายเดชาพันธ์ ศิริเมธานนท์ หรือเสี่ยเดย์ กล่าวว่า งานนี้ต้องการจัดให้สมบูรณ์ ในงานมีการแสดงคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังทั้ง 7 คืน คืนแรกมีการจัดโต๊ะจีน 200 โต๊ะชมการแสดงบนเวทีเชิญแขกผู้ทรงเกียรติแต่ละหมู่บ้าน ให้มาร่วมงาน โดยไม่จำเป็นต้องเอาเงินใส่ซอง ทั้งนี้สาเหตุที่ตั้งใจทำบุญให้กับวัดและโรงเรียนบ้านเกิดของตัวเอง เกิดจากครั้งที่โรคโควิด-19 ระบาดได้อธิษฐานไว้ว่า หากธุรกิจขายส่งเครื่องกลหนักที่ตนเป็นตัวแทนใหญ่ในเอเชียมียอดทะลุเป้า ก็จะทำบุญให้กับวัด และโรงเรียน จนกระทั่งพบว่าตัวเลขแต่ละเดือนในช่วงนั้นถึงเป้า จึงมีการจัดงานบวชให้กับลูกชาย แล้วประกาศไว้ว่าจะทำบุญทั้งวัด และโรงเรียนเป็นเงิน 15 ล้านบาท แต่ตอนนี้เฉพาะโรงเรียนเกินกว่า 15 ล้านบาทแล้ว ส่วนวัดที่เริ่มดำเนินการไปนั้นคงจะบานปลายอีกเช่นเดียวกัน แต่ตนไม่สนใจเพราะอยากจะสร้างบ้านเกิดของตัวเอง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่หนีตายลูกหลอนยาไล่ปาดคอ สงสารวัวรับเคราะห์แทน โดนจอบทุบหัวตาย

Posted on February 9, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/709666

พ่อแม่หนีตายลูกหลอนยาไล่ปาดคอ สงสารวัวรับเคราะห์แทน โดนจอบทุบหัวตาย

พ่อแม่หนีตายลูกหลอนยาไล่ปาดคอ สงสารวัวรับเคราะห์แทน โดนจอบทุบหัวตาย

วันพุธ ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.08 น.

พ่อแม่หนีตายลูกชายเทวดาหลอนยา ขู่ไล่ฆ่าปาดคอให้ตายคู่ หนุ่มหลอนตามหาทั้งคืน พ่อและแม่ต้องไปหลบนอนกับญาติ สุดท้ายหาพ่อแม่ไม่เจอพังบ้านเละ ใช้จอบไปทุบหัววัวในคอกตาย รับเคราะแทนอย่างน่าสงสาร เป็นสัตว์ก็คงมีจิตใจ วัวในคอกบางตัวน้ำตาไหล เห็นเพื่อนตายต่อหน้าต่อตา

8 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อเวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหาน รับแจ้งจากนายประหยัด กุดซุย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านหนองเขื่อน ต.หนองสระปลา อ.หนองหาน จ.อุดรธานีว่า มีเหตุลูกชายป่วยจิตเวช เกิดอาการทั้งคลั่ง หลอนฆ่าวัวของพ่อแม่ที่อยู่ในคอกตายอย่างน่าสงสารส่วนพ่อแม่หนีตายไปนอนบ้านญาติ หลังจากลูกชายไล่จะฆ่าปาดคอให้ตายทั้งคู่ อยากให้ตำรวจมาจับกุมตัวด้วย

หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.พลังกร ศิรินิกร  รองสวป.สภ.หนองหาน หัวหน้าชุดสายตรวจรถยนต์จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุ พบกับผู้ก่อเหตุคือนายบุญทวี พื้นพรหม หรือ “กบ” อายุ 42 ปี หลบหนีอยู่ที่บ้านญาติในหมู่บ้าน 

เจ้าหน้าที่ฯจึงใช้ไม้ง่ามเหล็กล้อมเอาไว้และเกลี้ยกล่อม โดยตอนแรกนายกบไม่ยอมให้จับเสียง่ายๆ ตะโกนเสียงแหบแห้งพร้อมท้าสู้เจ้าหน้าที่ตลอดเวลา แถมตะโกนว่า ตำรวจเอากฎหมายข้อไหนมาจับผม

ร.ต.อ.พลังกร จึงเกลี้ยกล่อมให้ไปด้วยกันก่อน สุดท้ายนายกบ ก็ยอมให้จับแต่โดยดี 

นายกบ บอกกับนักข่าวว่า พ่อแม่จะฆ่าผมก่อน ผมจึงต้องฆ่าวัว ไม่งั้นผมโดนฆ่าแน่ ผมจึงใช้หงอนจอบตีเข้าที่ไปศีรษะวัว ไม่สงสารมันหรอก ถ้าสงสารจะฆ่ามันทำไม  โดยนายกบมีอการพูดจาเสียงแหบแห้ง พูดวกไปวนมา พูดจาลิ้นตัวตลอดเวลา

ส่วนที่บริเวณคอกวัวหน้าบ้าน ซึ่งเป็นบ้านของนายถวิล อายุ 66 ปี พ่อของนายกบ บอกว่า ตนเองและภรรยาหนีออกจากบ้านตั้งแต่สามทุ่มเมื่อคืนแล้ว เพราะลูกชายเทวาคนนี้ขู่จะฆ่าให้ตาย ตนกลัวตายจึงพากันไปนอนบ้านอีกหลัง พอตื่นเช้าขึ้นมาจึงกลับมาที่บ้านหลังนี้ เดินไปคอกวัวตกใจแทบช็อค วัวแม่สาวอายุ 2 ปีที่เพิ่งซื้อมา ถูกลูกชายใช้จอบทุบเข้าที่หัว ตายคาคอกอย่างน่าสงสาร

หากผมไม่หนีตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ผมและเมียคงถูกลูกชายฆ่าปาดคอแล้ว

สำหรับลูกชายติดยาป่วยจิตเวชมา 5-6 ปี เคยพาไปรักษากลับมาก็ไม่กินยา แอบเอายาใส่ปาท่องโก๋ให้ก็บอกว่า แม่เอายานอนหลับให้กิน อาการเลยกำเริบแทบทุกวัน ที่รู้ลูกชายมันตามฆ่าพ่อแม่ไม่ได้ เลยฆ่าวัวแทน ตอนนี้ไม่เอาแล้วลูกชายคนนี้ เจ้าหน้าที่ฯจะทำอะไรก็ทำ จะฉีดยาก็ฉีด ไม่เสียดายแล้ว ทำตัวอาละวาดแบบนี้เบียดบังคนอื่นที่เขาอยากมาเกิด พ่อเกล่าวด้วยความช้ำใจ ที่เห็นลูกชายเทวดาเป็นแบบนี้

นางปรานี ผู้เป็นแม่ บอกว่า บ้านหลังนี้สร้างเสร็จเมื่อเดือน เม.ย. ปี65 เคยหนีลูกชายไล่ฆ่ามาแล้วหลายครั้ง พอสร้างบ้านเสร็จก็หนีมาอยู่ที่นี่ เลี้ยงวัวเอาไว้ 6 ตัว แต่ลูกชายก็ตามมา แต่ก่อนเคยหนีไปอยู่บ้านญาติ 3 เดือนมาแล้ว ก่อนก่อเหตุลูกชายฆ่าวัวเมื่อเช้านี้

เมื่อวานนี้(7ก.พ.) เขาขอข้าว 3 กระสอบไปขาย คงได้เงินแล้วซื้อยาบ้ามาเสพ ประกอบกับป่วยจิตเวชอยู่แล้วอาการเลยกำเริบ ขู่ฆ่าปาดคอพ่อและแม่ทั้งคืน จนอยู่ไม่ได้ต้องหนีไปนอนบ้านอีกหลัง เช้ามาสังเกตเห็นจอบหน้าคอกวัวและมุ้งเปิดออก แทบช็อคเจอวัวเพศเมียอายุ 2 ปีชื่อ “กะแล๊ง” นอนตายคาคอก คิดอยู่แล้วลูกชายฆ่าวัวเสียแล้ว จากนั้นก็เดินมาดูภายในบ้าน เจอลูกชายทุบทำลายพังข้าวของภายในบ้านจนหมดพัง

มันบอกจะเอาชีวิตพ่อและแม่ให้ได้ ตนและสามีก็หนีตาย จนสุดท้ายมาเจอวัวในคอกถูกฆ่าตาย และลูกชายยังพังข้าวของภายในบ้านเละหมด หากลูกชายหลอนเมื่อไร จะบอกว่าตอนนี้ข่าวฆ่าพ่อและแม่เป็นแฟชั่นไปแล้วสำหรับคนป่วยจิตเวชและติดยา ตนเคยเห็นลูกชายพูดแล้ว เขาบอกว่าทุกวันนี้ นิยมฆ่าพ่อและแม่ และต้องไปแจ้งความดำเนินคดีลูกชายให้ถึงที่สุด

จากนั้นนางปราณีได้เดินไปดูที่คอกวัว จับวัวเจ้ากะแล๊งที่นอนตายตายังไม่ปิด บอกว่า ไปดีไปสุขเด้อ เจ้ากะแล๊งไม่น่ามารับเคราะห์แทนแม่เลย ไปดีนะลูก!!!! เจ้าของบอกกับวัวแม่สาวด้วยความเสียใจ

ขณะที่วัวอีกหลายตัวในคอก เห็นเพื่อนโดนฆ่าตายต่อหน้าต่อตา บางตัวมีน้ำตาไหลเป็นทางยาวออกมา.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,882,411 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”
ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27
อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้
อวยยศ 'ไอซ์ รักชนก' บุคคลแห่งปี เพจ 'The People' จัดให้
นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง
อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน
เกือบหย่า! ไฮโซน้ำหวาน ร่ำไห้แถลงหมดเปลือก รับไม่ได้นักไลฟ์มือทองแทะโลมสามี
ทรัมป์ปลด “คริสตี โนเอม” พ้นตำแหน่ง รมต.ความมั่นคงมาตุภูมิ
สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รับหนังสือรับรองวันแรก 85 คน จับตาพรุ่งนี้วันสุดท้าย

Recent Posts

  • “ทรัมป์” ส่งสัญญาณ “คิวบา” คือเป้าหมายถัดไป เตรียมเปิดดีลใหญ่หลังจบศึกอิหร่าน
  • สหรัฐฯ-เวเนซุเอลา ตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูต หลังปฏิบัติการจับกุม “มาดูโร”
  • “ทรัมป์” ไม่สนราคาน้ำมันพุ่งเซ่นปฏิบัติการถล่มอิหร่าน ลั่น “ถ้ามันจะขึ้นก็ต้องขึ้น”
  • รู้จัก “อะห์มัด วาฮิดี” ผู้บัญชาการ IRGC คนใหม่ ที่มีความคุ้นเคยกับสหรัฐฯ
  • เที่ยวบินกว่า 11,000 เที่ยวถูกยกเลิก จากเหตุความไม่สงบในตะวันออกกลาง

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d