Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คอหวยมุงตรงนี้! ส่องทะเบียนรถนายกฯ ลงพื้นที่จันทบุรี

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712782

คอหวยมุงตรงนี้! ส่องทะเบียนรถนายกฯ ลงพื้นที่จันทบุรี

คอหวยมุงตรงนี้! ส่องทะเบียนรถนายกฯ ลงพื้นที่จันทบุรี

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.59 น.

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางตรวจราชการที่ จ.จันทบุรี ด้วยเฮลิคอปเตอร์ มายังกองพันทหารราบที่ 2 ค่ายตากสิน ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่ จ.จันทบุรี นายกฯ ใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด ทะเบียน กท 1111 จันทบุรี (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘บิ๊กตู่’อธิษฐาน ขอให้มีชัยชนะในทุกเรื่อง-ศัตรูทั้งปวงจงพินาศหมดสิ้นไป)

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชาร้องยกระดับ’ช่องสายตะกู’เป็นจุดผ่านแดนถาวรกระตุ้น ศก.-ท่องเที่ยว

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712779

พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชาร้องยกระดับ'ช่องสายตะกู'เป็นจุดผ่านแดนถาวรกระตุ้น ศก.-ท่องเที่ยว

พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชาร้องยกระดับ’ช่องสายตะกู’เป็นจุดผ่านแดนถาวรกระตุ้น ศก.-ท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.38 น.

พ่อค้าแม่ค้าทั้งฝั่งไทย-กัมพูชา เรียกร้องให้ผู้มีส่วนเกี่ยงข้องเร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนชายแดนช่องสายตะกู จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นจุดผ่านแดนถาวรเหมือนจังหวัดอื่นที่ติดแนวชายแดนเพื่อให้ ปชช.สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องที่ยว เผยร้านค้าหลายแห่งต้องปิดชั่วคราวเพราะยอดขายน้อยไม่คุ้มทุน

วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ่อค้าแม่ค้า ทั้งฝั่งประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ราชอาณาจักรไทย และช่องจุ๊บโกกี อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชาให้เป็นด่านผ่านแดนถาวร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งสองฝั่งสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและจับจ่ายซื้อสินค้า โดยไม่ต้องจำกัดเฉพาะคนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดเท่านั้น เชื่อว่าหากเปิดเป็นจุดผ่านแดนถาวรก็จะส่งผลให้การค้าขายคึกคักมากกว่านี้ ก็จะส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มมากขึ้น แต่ขณะนี้ที่ยังเป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนชั่วคราว ก็มีประชาชนมามาเที่ยวและซื้อสินค้าค่อนข้างเงียบเหงา ทำให้พ่อค้าแม่ค้าฝั่งไทยต้องปิดร้านไปทำอาชีพอื่นชั่วคราว เพราะยอดขายน้อยไม่คุ้มต้นทุน

นางละม่อม ทวรรณเวช แม่ค้าฝั่งไทย บอกว่า ช่วงนี้การค้าขายที่ตลาดช่องสายตะกูเงียบเหงา เพราะเปิดให้เฉพาะคนอำเภอบ้านกรวดเข้าได้เท่านั้น ประชาชนก็จะเป็นกลุ่มเดิมๆ ซึ่งอาจจะไม่มีกำลังซื้อ ทำให้ขายได้เฉลี่ยวันละ 1- 2 พันบาท จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้เร่งพิจารณายกระดับจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกูเป็นจุดผ่านแดนถาวร เหมือนกับด่านผ่านแดนจังหวัดอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนจากทุกจังหวัดสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวและข้ามไปซื้อสินค้าที่ช่องสายตะกูดังกล่าวได้ ก็เชื่อว่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้เพิ่มมากขึ้นและสามารถอยู่รอดได้ เพราะช่วงที่เปิดจุดผ่อนปรนแรกๆ มีพ่อค้าแม่ค้ามาเปิดจำหน่ายสินค้าอุปโภคมากถึง 200 ร้าน แต่ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 20 ร้าน เพราะหลายคนขายไม่ได้จึงหยุดขายชั่วคราว

เช่นเดียวกับนายลิม พ่อค้าชาวกัมพูชา บอกว่า ในฐานะที่ตนเป็นชาวกัมพูชาก็อยากให้ทางฝั่งไทยเปิดเป็นด่านผ่านแดนถาวร หรือเปิดเสรี ให้คนจากทุกจังหวัดสามารถเดินทางมาได้ เพราะทุกวันนี้ขายได้แค่วันละ 500 – 1,000 บาทเท่านั้น เพราะฝั่งไทยเปิดให้แค่คนในพื้นที่อำเภอบ้านกรวดเดินทางข้ามฝั่งได้เท่านั้น แต่ฝั่งกัมพูชาเปิดเสรีแล้วประชาชนจากทุกจังหวัดสามารถข้ามมาซื้อของได้แล้ว    

ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ก.พ.66 ที่ผ่านมา นายแปน โกะซอล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา พร้อมคณะส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยหารือกับ นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และภาคเอกชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ที่ห้องประชุมนเรนทราทิตย์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีต่อกัน พร้อมทั้งได้หารือแนวทางการยกระดับจุดผ่อนปรนช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ราชอาณาจักรไทย – ช่องจุ๊บโกกี อ.บันเตียอัมปึล จ.อุดรมีชัย ราชอาณาจักรกัมพูชา ให้เป็นจุดผ่านแดนถาวรเพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และแสวงหาความร่วมมือด้านอื่น ๆ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ แต่ขณะนี้ฝั่งไทยยังติดขัดด้วยข้อกฎหมายบางส่วน และพื้นที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่ามรดกโลก (ดงพญาเย็น – เขาใหญ่) ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการขั้นตอนขอเพิกถอนพื้นที่ และขอใช้พื้นที่ป่าไม้บางส่วน ตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ปัจจุบันฝั่งไทยได้อนุญาตให้เฉพาะประชาชนอำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ที่สามารถข้ามไปยังฝั่งจุ๊บโกกีได้ ส่วนฝั่งกัมพูชาอนุญาตให้ประชาชนทุกอำเภอ สามารถข้ามแดนมาติดต่อซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันได้  และทราบว่าฝั่งกัมพูชาได้ทำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานพร้อมยกระดับเป็นจุดผ่านแดนถาวรแล้ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังเปิดให้ทำการค้าขายกันสัปดาห์ละ 5 วัน คือ วันพุธถึงวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 15.00 น. 

ส่วนจะมีการยกระดับเป็นด่านผ่านแดนถาวรได้หรือไม่นั้น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็จะมีการหารือร่วมกันพิจารณาร่วมกันอีกครั้งบุรีรัมย์พ่อค้าแม่ค้าไทย-กัมพูชาเรียกร้องยกระดับช่องสายตะกูเป็นจุดผ่านแดนถาวรกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและการท่องเที่ยว – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผลพวงฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติเหยื่อหวั่นไร้ที่อยู่ เปิดเลี้ยงน้ำชา รับบริจาคเงินไถ่คืนบ้าน

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712778

ผลพวงฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติเหยื่อหวั่นไร้ที่อยู่ เปิดเลี้ยงน้ำชา รับบริจาคเงินไถ่คืนบ้าน

ผลพวงฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติเหยื่อหวั่นไร้ที่อยู่ เปิดเลี้ยงน้ำชา รับบริจาคเงินไถ่คืนบ้าน

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.37 น.

ผลพวงฆ่ายกครัว 8 ศพ ญาติเหยื่อหวั่นไร้ที่อยู่ เปิดเลี้ยงน้ำชา รับบริจาคเงินไถ่คืนบ้าน

ที่บ้านของนายจรีย์ บุตรเติบ หมู่ 1 ต.บ้านกลาง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 มีเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง รวมถึงคนในครอบครัวของนายจรีย์ ที่รอดชีวิตจากการถูกบังฟัต สังหารหมู่ในบ้าน ได้ช่วยกันเตรียมอาหารคาวหวาน ไว้ต้อนรับแขกในวันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2566) ซึ่งจะจัดให้มีการเลี้ยงน้ำชาเพื่อหารายได้สมทุนไถ่ถอนบ้านจากธนาคาร เป็นเงินประมาณ 3 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นผลพวงมาจากบังฟัตและพวกฆ่าหมู่ 8 ศพ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2560 ส่งผลให้คนในครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ประสบปัญหา บ้านที่นายวรยุทธ และครอบครัวพักอาศัย รวมทั้งบ้านของนายจรีย์ มีการขายฝากกับนายซุริก์ฟัต บ้านนบวงศ์สกุล หรือบังฟัต คนร้ายที่ก่อเหตุ จากนั้นบังฟัตนำไปจำนองไว้กับธนาคาร แล้วไม่มีการผ่อนชำระ จนกระทั่งธนาคารได้มีฟ้องร้องยึดบ้านทั้ง 2 หลัง และเตรียมประกาศขายทอดตลาด

นายจรีย์ กล่าวว่า บ้านพร้อมที่ดินทั้ง 2 แปลง ถูกธนาคารยึดและเตรียมประกาศขายทอดตลาด ทางครอบครัวและลูกของผู้ใหญ่บัติ ด.ช.ยุทธศิลป์ บุตรเติบ อายุ 6 ขวบเพียงคนเดียวที่รอดชีวิต จะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่ทันที ตนเป็นกังวลมาก และหากว่าจะให้ตนหาเงินมาไถ่ถอนก็คงจะไม่ไหว เพราะรายได้ตอนนี้เพียงแค่เลี้ยงครอบครัวไปวันๆ จึงได้มีการพูดคุยกับผู้นำชุมชน และผู้นำศาสนา ขอจัดเลี้ยงน้ำชาหารายได้ ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ นี้ ซึ่งเป็นหนทางเดียวที่จะได้บ้านคืน เพราะเงิน 3 ล้านบาท ที่ธนาคารแจ้งมาตนคงจะไม่มีปัญญาไถ่ถอนแน่นอน…….-005

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวกะเหรี่ยงตามรักจากติ๊กต๊อก! นั่งรถทัวร์มาหาหนุ่มอุดรฯ อยู่3อาทิตย์ขอเลิก ทนไม่ไหวอึดเกินไป

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712774

สาวกะเหรี่ยงตามรักจากติ๊กต๊อก! นั่งรถทัวร์มาหาหนุ่มอุดรฯ อยู่3อาทิตย์ขอเลิก ทนไม่ไหวอึดเกินไป

สาวกะเหรี่ยงตามรักจากติ๊กต๊อก! นั่งรถทัวร์มาหาหนุ่มอุดรฯ อยู่3อาทิตย์ขอเลิก ทนไม่ไหวอึดเกินไป

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.13 น.

22 กุมภาพันธ์ 2566 ความรักนั้นยิ่งใหญ่ ไกลแค่ไหนก็มาหากันได้ โดยวันนี้ (22 ก.พ.66) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี พบกับน้องพลอย อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงอยู่ที่ ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด จ.ตาก หลังจากทราบว่าเดินทางมาหาแฟนหนุ่มชาว ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี

โดยนั่งรถทัวร์มาระยะกว่า 700 กม. หลังจากพบรักกันบ่าวอุดรธานีคนนี้ทางติ๊กต๊อก สาวกะเหรี่ยงสานความรักมานานหลายเดือน ก่อนจะตัดสินใจนั่งรถทัวร์จากชายแดน อ.แม่สอด มาหาหนุ่มคนนี้ มาอยู่ได้ 3 อาทิตย์ แต่สุดท้ายไม่ขออยู่ด้วยเพราะหนุ่มคนนี้โกหก บอกมีบ้านมีรถแต่ไม่ใช่อย่างที่คิด ทำไมต้องโกหกด้วย สาวพลอยบอกว่า จนหรือไม่จนหนูก็รับได้ ที่สำคัญแฟนฟนุ่มมีแรง อึดเกินไป แทบทุกวัน จนทนไม่ไหว ต้องขอลาจากกลับไปอยู่บ้านที่แม่สอด

โดยล่าสุดทางญาติๆ ของหนุ่มคนนี้ติดต่อนายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดต ให้มารับที่บ้านโนนหอม ต.อ้อมกอ เพื่อพาสาวกะเหรี่ยงคนนี้ ไปขึ้นรถโดยสารเดินทางกลับบ้านที่ อ.แม่สอด ต่อไป หลังจากเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ขออยู่ที่บ้านแฟนหนุ่มคนนี้แล้ว

น.ส.พลอย ชาวกะเหรี่ยง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หนูนั่งรถทัวร์มาจาก อ.แม่สอด เพื่อมาหาแฟนหนูชื่อบ่าวพัน อายุ 23 ปี หนูรู้จักบ่าวพันทางติ๊กต๊อก จากนั้นพูดคุยกันสานความสัมพันธ์จนเรียกได้ว่าเป็นแฟน หนูจริงจังมาก คิดว่าจะมีบ่าวอีสานเป็นแฟนแล้ว จากนั้นเขาอยากให้หนูมาหา ก็จ่ายค่ารถทัวร์ 900 กว่าบาท นั่งมาจาก อ.แม่สอด จ.ตาก มาลงที่อุดรธานี จากนั้นบ่าวพันไปรับไปอยู่ด้วยที่หนองคาย เพราะเขาทำงานที่นั่นเป็นทหารเกณฑ์

‘มาถึงปั๊บเจอเขานอนอยู่กับผู้หญิง 2 คน ตอนแรกหนูก็ตกใจแต่หนูก็รับได้ไม่ได้ว่าอะไร ไม่นานก็พามาบ้านที่ อ.บ้านดุง อยู่ด้วยกัน 3 อาทิตย์ ญาติพี่น้องเขาดีหมด เอ็นดูเรา ตอนแรกที่คุยกันเขาบอกว่ามีบ้าน มีรถ มีหมด แต่สุดท้ายเขาโกหกไม่มีอะไรเลย บ้านก็ไม่มี รถก็ไม่มี หนูไม่ได้ว่าเขาจะจนหรือไม่จน แต่หนูไม่ชอบที่เขาโกหกหนู อยู่กับเขาช่วง 3 อาทิตย์ บางครั้งเขาหึงหวงมากเกินไป ไม่ให้หนูออกไปไหน ให้อยู่แต่ในบ้าน อยู่แต่ในห้อง เขามีเพศสัมพันธ์อึดทนมาก ชั่วโมงต่อชั่วโมงเลย’

น.ส.พลอย บอกอีกว่า แต่ด้วยความรักหวังที่อยากจะมีคนอีสานเป็นแฟนก็เลยมา ต่อให้ไกลแค่ไหน ค่ารถจะแพงแค่ไหน คนเรารักกันก็ไปหากันได้ หากมองว่าตนเองใจง่ายก็ใจง่าย ตอนนี้หนูไม่คบแล้วเพราะเขาโกหกหนู และหึงหวงหนูมากเกินไป บางครั้งก็โมโหร้ายทำร้ายและทำโทรศัพท์หนูพัง แต่ก็ยอมรับเขาหล่อและมีผู้หญิงหลายคน หนูฝากถึงบ่าวพันขอให้ไปเจอคนที่ดีนะ เราปลอดภัยแล้วไม่ต้องห่วง ไปทางใครทางมัน เราไปด้วยกันไม่ได้ก็ขอจบกันแค่นี้

‘หนุ่มพม่ามาชอบหนูเยอะ แต่หนูไม่เอา หนูชอบผู้บ่าวคนอีสาน ตอนนี้หนูยังไม่ปิดหัวใจ พร้อมรับหนุ่มอีสานคนใหม่ เพราะอยากเรียนรู้ภาษาและวิถีชีวิต และหนูจะสอนภาษากะเหรี่ยงให้หนุ่มคนนั้นด้วย หนูอยากได้สักคนถ้าคนนั้นดีจริง ถ้าไม่ดีหนูก็ไม่เอานะคะ’ น.ส.พลอย สาวกะเหรี่ยงกล่าว ก่อนจะไปขึ้นทัวร์กลับแม่สอด.012

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น้ำโขงลด! หาดทรายโผล่กลางน้ำหลายจุดทำให้เรือสัญจรลำบาก

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712771

น้ำโขงลด! หาดทรายโผล่กลางน้ำหลายจุดทำให้เรือสัญจรลำบาก

น้ำโขงลด! หาดทรายโผล่กลางน้ำหลายจุดทำให้เรือสัญจรลำบาก

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.06 น.

วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การน้ำโขงจากจังหวัดหนองคายว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขง วัดที่ส่วนอุทกวิทยา อ.เมือง จ.หนองคาย ระดับน้ำโขงอยู่ที่ 1 เมตร 48 เซนติเมตร ลดลงจากเย็นวานนี้ 6 เซนติเมตร คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (23 กงพ.66) ระดับน้ำจะลดลงอีก เนื่องจากระดับน้ำโขงทางตอนบน โดยเฉพาะที่ อ.เชียงคาน จ.เลย ระดับน้ำลดลงเช่นกัน ซึ่งจากระดับน้ำโขงที่ลดลงทำให้มีสันดอน หาดทรายโผล่กลางแม่น้ำโขงหลายจุดและเป็นพื้นที่กว้าง ส่งผลกระทบต่อการสัญจรทางเรือโดยเฉพาะเรือนำเที่ยวที่พาพุทธศาสนิกชนลงไปกราบไหว้ขอพรพระธาตุหล้าหนอง ซึ่งอยู่กลางแม่น้ำโขงคนขับเรือต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ในการบังคับเรือหลบหลีกเพื่อไม่ให้เรือเกยตื้น – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พร้อมให้บริการแล้ว! เรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่สัตหีบ-เกาะสมุย ทางเลือกใหม่การเดินทาง

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712765

พร้อมให้บริการแล้ว! เรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่สัตหีบ-เกาะสมุย ทางเลือกใหม่การเดินทาง

พร้อมให้บริการแล้ว! เรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่สัตหีบ-เกาะสมุย ทางเลือกใหม่การเดินทาง

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.23 น.

22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ท่าเทียบเรือบ้านหน้าทอน อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเกาะสมุย พร้อมด้วย นางวัลวลี ตันติกาญจน์ นายกสมาคมสปาสมุย ได้เข้าเยี่ยมชม เรือซีฮอร์ส เฟอร์รี่ ที่เดินทางจากท่าเทียบเรือจุกเสม็ด อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มายังเกาะสมุย

โดยมี นายพิพัฒน์ชัย จันทร์เรือง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะ ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด ให้การต้อนรับและพาเข้าชมเรือ หลังจากที่เรือซีฮอร์ส เฟอร์รี่ ได้เดินทางมาทดสอบนำเรือเข้าเทียบท่าที่เกาะสมุยเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กันยายน ปีที่แล้ว

นายพิพัฒน์ชัย จันทร์เรือง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะ ซีฮอร์ส เฟอร์รี่ จำกัด กล่าวว่า เรือซีฮอร์ส เฟอร์รี่ กลับมาเปิดให้บริการการเดินทางเส้นทางระหว่างสัตหีบ จ.ชลบุรี กับ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี สัปดาห์ละ 1 เที่ยว

โดยเรือจะออกจากสัตหีบทุกวันพฤหัสบดี เวลา 17.00 น. ถึงเกาะสมุยวันศุกร์ เวลา 09.00 น. และเรือจะจอดพักที่เกาะสมุย 2 วัน ก่อนจะเดินทางออกจากเกาะสมุยวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. ถึงสัตหีบวันจันทร์ เวลา 08.00 น. 

สำหรับภายในเรือจะมีที่นั่งแบบปกติและแบบวีไอพี มีบริการห้องพักแบบส่วนตัว รวมถึงร้านอาหารชั้นบนสุดของเรือ และห้องปรับอากาศชั้น2 โดยบรรยากาศการเดินทางจะเหมือนกับการไปท่องเที่ยวทันทีที่ขึ้นเรือมา

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักจะเป็นนักท่องเทียวทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนไทย ที่เดินทางท่องเที่ยวระหว่างสัตหีบกับเกาะสมุย และกลุ่มลูกค้าประเภทขนส่งสินค้าที่สามารถเอารถบรรทุกขึ้นเรือได้ ซึ่งเรือลำนี้ในระวางเรือสามารถบรรทุกรถยนต์ 4 ล้อ ได้ 200 คัน หรือรถบรรทุก 80 คัน ซึ่งเป็นเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาสัมผัสธรรมชาติของเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า

ซึ่งตอนนี้การตอบรับดีเริ่มมีลูกค้าทยอยจองเข้ามา โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนเริ่มมียอดจองเข้ามามากขึ้น เราก็หวังว่าจะเป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวอีกทางเลือกหนึ่งในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวที่เกาะสมุย และเป็นการส่งเสริมการเดินทางระหว่างสัตหีบ-เกาะสมุย.012

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เรื่องเกิดที่คำชะโนด! ชาวบ้านร้องกรรมการใจไม่ซื่อ จิ๊กเงินตู้บริจาคขณะกำลังนับ

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712757

เรื่องเกิดที่คำชะโนด! ชาวบ้านร้องกรรมการใจไม่ซื่อ จิ๊กเงินตู้บริจาคขณะกำลังนับ

เรื่องเกิดที่คำชะโนด! ชาวบ้านร้องกรรมการใจไม่ซื่อ จิ๊กเงินตู้บริจาคขณะกำลังนับ

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.49 น.

21 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านบ้านโนนเมือง หมู่ 11 ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นำโดยนายวิเชียร แสนสุข ผู้ใหญ่บ้าน,นายสมหวัง โมลา สมาชิกอบต.และชาวบ้านเดินทางมาร้องเรียนผู้สื่อข่าว พร้อมนำคลิปกล้องวงจรปิดมาให้หลังพบความไม่โปร่งใสในการนับเงินตู้บริจาคที่เกาะคำชะโนด

โดยเป็นคลิปกรรมการผู้หญิงคนหนึ่ง ขณะนับเงินร่วมกับกรรมการอีก 3-4 คน และมีอส.ปกครองเฝ้าตลอดเวลา กรรมการหญิงคนนี้อาศัยจังหวะทีเผลอหยิบเงินแล้วยื่นไปไว้ใต้โต๊ะ โดยเป็นคลิปที่เกิดเหตุหลายช่วงวันและเวลา โดยชาวบ้านได้พากันไปแจ้งความที่ สภ.บ้านดุง แต่ทางตำรวจแจ้งว่าเป็นเขตรับผิดชอบของ สภ.ดงเย็น ให้ไปแจ้งความหรือดำเนินคดีที่นั่น

ต่อมาชาวบ้านได้ไปร้องเรียนกับนายสุชาติ ทอนมณี นายอำเภอบ้านดุง โดยนายอำเภอรับปากจะตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน แต่ยังไม่ทรายรายละเอียดเพราะเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่

ชาวบ้านบ้านโนนเมืองรายหนึ่ง เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านพากันมาแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์ เห็นกรรมการคำชะโนดไม่โปร่งใสมีการยักยอกทรัพย์ คลิปที่ออกมาเห็นชัดเจนว่ากรรมการที่นับเงินที่นำมาจากตู้บริจาคที่คำชะโนดมีการจิ๊กเงินออกจากกองกลางที่พากันนับ คาดว่าทำกันมาหลายครั้งได้เงินไปเยอะแล้ว น่าจะทำมาหลายปีแล้วไม่รู้ได้เงินเข้าส่วนตัวไปเท่าไร เราไม่สบายใจอยากให้ทางจังหวัดเข้ามาตรวจสอบเอาผู้ก่อเหตุมาลงโทษและให้ออกไปจากการเป็นกรรมการคำชะโนด และให้ชาวบ้านโนนเมืองไปบริหารคำชะโนดเอง

นายวิเชียร แสนสุข ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านพากันมาแจ้งความคณะกรรมการคำชะโนดที่เอาเงินตู้บริจาคขณะนับเงิน โดยเรามีหลักฐานเป็นคลิปคนที่นับเงินจิ๊กเอาเงิน ส่วนคลิปเราได้มาจากผู้หวังดี เห็นความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการบางคน เราเคยไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมอ.บ้านดุงแล้ว และวันนี้จะไปแจ้งความเป็นคดีอาญากับผู้กระทำผิด เราเป็นเจ้าของพื้นที่ จะให้คนอื่นมาทำให้คำชะโนดเสื่อมเสีย เราจะไม่ละเลยหน้าที่ตรงนี้ และยอมไม่ได้ที่กรรมการทำแบบนี้ อยากให้ทางจังหวัดมาตรวจสอบเรื่องนี้โดยด่วน ซึ่งจริงๆแล้วชาวบ้านในบ้านโนนเมืองเป็นคนในพื้นที่ควรจะให้ชาวบ้านดูแลคำชะโนดเอง

ขณะที่นายพงษ์ศักดิ์ ศรีชนะ กำนัน ต.บ้านม่วง และรักษาการผู้จัดการคำชะโนด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เรื่องที่ชาวบ้านโนนเมืองไปร้องเรียนกรณีกรรมการนับเงินตู้บริจาค มีการซิกแซกเอาเงินออกจากกองกลางและยัดไว้ใต้โต๊ะ ทางคณะกรรมการฯ ตรวจสอบเกิดขึ้นจริงเมื่อปีที่แล้ว พบว่า เป็นผช.ผู้ใหญ่บ้านหญิงคนหนึ่ง ใน ต.บ้านม่วง และถูกแต่งตั้งมาเป็นกรรมการคำชะโนดมีหน้าที่นับเงินจากตู้บริจาค และเราตรวจสอบแล้วเป็นจริง ทางนายอำเภอคนเก่า ได้ให้ออกจากคณะกรรมการคำชะโนดและให้ออกจาก ผช.ผู้ใหญ่บ้านไปเรียบร้อยแล้ว

โดยทางเจ้าตัวยอมรับว่าเอาเงินไปจริง ประมาณจำนวน 600 บาท ยอมรับผิดทำคนเดียว เราก็มีบทลงโทษไล่ออกจากกรรมการคำชะโนดแล้ว ส่วนเรื่องที่ชาวบ้านอยากเข้ามาบริหารเองนั้น เราไม่ได้ว่า แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านเคยเข้ามาบริหารจัดการคำชะโนดแต่ก็ร้องเรียนกันเองในเรื่องบริหารงานไม่โปร่งใส จนนายอำเภอสมัยนั้นได้เข้ามาแก้ปัญหา ก็ยังมีปัญหาอีกหลายครั้ง จนทางทหารและทางจังหวัดจึงได้ลงมาแต่งตั้งคณะกรรมการที่เป็นผู้ใหญ่บ้านในต.บ้านม่วงมาดูแล คำชะโนดก็มีระเบียบขึ้น จากที่ไม่เคยมีเงิน 30-40 ล้าน ในตอนนี้คำชะโนดเรามี และมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ

ผมไม่เข้าใจว่าชาวบ้านจะเอาอะไรอีก สถานที่ขายพานบายศรีหน้าเกาะคำชะโนดก็เป็นของชาวบ้านโนนเมืองเท่านั้น รวมทั้งร้านค้า สถานที่ขายปลา และรวมทั้งวัดศิริสุทโธก็ให้หมดแล้ว หมู่บ้านอื่นไม่ได้มายุ่งเลย ตอนนี้ที่คณะกรรมการคำชะโนดชุดปัจจุบันยังไม่ได้ให้คือตู้บริจาคในเกาะคำชะโนด ทางชาวบ้านคงอยากมาบริหารเอง แต่ต้องยอมรับว่าคำชะโนดมีปัญหาก็แก้ไปทีละอย่าง คณะกรรมการชุดปัจจุบันเรามีการบริหารจัดการจนมีเงินกองกลางจำนวนมาก

แต่หากเจ้าหน้าที่ฯ คนไหนไม่ดีเราก็ไล่ออก หากจะให้ชาวบ้านมาบริหารกันเองรับรองไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น ส่วนคลิปที่มีการปล่อยออกไป จะมีการประชุมฯ แจ้งความกับคนปล่อยคลิปอีกครั้งหนึ่ง และการทำแบบนี้สร้างความแตกแยกในชุมชนคำชะโนดด้วย.012

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยว‘เกาะช้าง’แบบ‘สโลว์ไลฟ์’ พักใจหลังมรสุมโควิด-19เบาบางลง

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712736

เที่ยว‘เกาะช้าง’แบบ‘สโลว์ไลฟ์’  พักใจหลังมรสุมโควิด-19เบาบางลง

เที่ยว‘เกาะช้าง’แบบ‘สโลว์ไลฟ์’ พักใจหลังมรสุมโควิด-19เบาบางลง

วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.45 น.

“เกาะช้าง” เป็นอำเภอหนึ่งใน จ.ตราด มีความสำคัญกับประเทศไทยทั้งในแง่ประวัติศาสตร์เพราะที่นี่เคยมีการรบทางเรือระหว่างไทยกับฝรั่งเศส ในกรณีพิพาทอินโดจีนเมื่อปี 2484 และในแง่การท่องเที่ยวถือว่าเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังของไทยคำว่า “Koh Chang” เป็นที่คุ้นเคยของนักท่องเที่ยวนานาชาติมานาน กระทั่งสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงในช่วงปี 2563-2564 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวแต่เมื่อเข้าสู่ปี 2565 เมื่อสถานการณ์ทุเลาเบาบางลง จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติก็กลับมาหนาแน่นอีกครั้ง

เมื่อเร็วๆ นี้ ทีมงาน “แนวหน้าออนไลน์” มีโอกาสได้ไปเยือนเกาะช้างหลังสถานการณ์โรคระบาดใหญ่คลี่คลาย โดยครั้งนี้ขอท่องเที่ยวกันแบบ “สโลว์ไลฟ์ (Slowlife)” เริ่มจากเข้าพักในโครงการ “Blue Haven Bay by Siam Royal View” ตั้งอยู่บริเวณ“อ่าวคลองสน” เรียกว่าเดินทางจากท่าเรือเพียงแค่ 5 นาทีก็ถึงที่พักแล้ว เพราะโครงการอยู่ใกล้มากๆ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200 ไร่ แบ่งเป็นในส่วนของโรงแรม และวิลล่า

โดยในส่วนของโรงแรมแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Peninsula Beach Resort เป็น Beach Front หรือห้องติดหน้าชายหาด จำนวน 9 ห้อง และในส่วนของ Marina Sands Resort มี 2 ตึก จำนวน 49 ห้อง แยกเป็นหลายประเภท มีสระน้ำบนตึก ซึ่งความพิเศษของที่พักในส่วน Marina Sands Resort นั้นคือผู้เข้าพักสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับสัตว์เลี้ยงในห้องพักทั้งเตียงนอน และที่ใส่อาหาร และน้ำ

ในส่วนของวิลล่า สามารถเช่าพักหรือซื้อได้ทั้งที่เป็นวิลล่า และสามารถซื้อที่ดินเปล่าๆ เพื่อสร้างวิลล่าได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีโครงการลงทุน โดยเมื่อซื้อวิลล่าแล้ว สามารถปล่อยให้เช่ากับทางโรงแรมได้ เป็นการแชร์กำไรกันอย่างไรก็ตาม เราเข้าพักในส่วนของ Marina Sands Resort ห้องพักสบายมีขนาดกว้างใหญ่ เหมาะที่จะมากันแบบกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รัก และสัมผัสธรรมชาติได้เต็มปอด เพราะตรงระเบียงจะเห็นป่าโกงกาง และที่จอดเรือยอชต์ของนักท่องเที่ยวที่มาพักอีกด้วย

ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ของโรงแรม ด้วยพื้นที่ที่มีอย่างกว้างขวาง จึงมีโซนกิจกรรมให้เลือกทำอย่างหลากหลาย เริ่มที่กิจกรรมพายคายัคแพดเดิ้ลบอร์ด และดำน้ำตื้น นอกจากนี้ ยังมี “จังเกิล ยิม (Jungle Gym)” มีที่มาจากประเทศเม็กซิโก ซึ่งนับเป็นความแปลกใหม่ และกำลังเป็นกระแสในโซเชียลด้วย สำหรับนักหวดทั้งหลายก็ไม่พลาด เพราะที่นี่มีสนามกอล์ฟ และพ่วงด้วยกีฬาชนิดใหม่อย่าง “ดิสกอล์ฟ”ซึ่งเป็นกีฬาที่ผสมผสานจานร่อนเข้ากับกอล์ฟ ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

ดานิโล เบ็คเกอร์ (Danilo Becker) ผู้จัดการทั่วไปของโครงการ Blue Haven Bay by Siam Royal View กล่าวว่า เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่และยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ภูเขา ซึ่งหากใครกำลังมองหาธรรมชาติ และวันหยุดที่แสนสงบ เกาะช้างคือสถานที่ที่สมบูรณ์แบบ (Perfect) ที่สุด เพราะมีทั้งน้ำตก ดำน้ำ ล่องเรือชมเกาะต่างๆ มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะที่ Blue Haven Bay by Siam Royal View เป็นที่ที่เหมาะอย่างยิ่ง

“เราตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่เพียงแค่ 5 นาที ซึ่งข้อดีคือคุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลทั้งไป และกลับ เพราะเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่มาก ดังนั้นคุณสามารถใช้เวลาวันหยุดของคุณที่นี่ได้อย่างคุ้มค่า ที่สำคัญที่นี่มีชายหาดส่วนตัวที่สงบ สวยงาม และมีความเป็นส่วนตัว มีสถานที่ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย หลังจากนี้โรงแรมจะเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ด้วย” เบ็คเกอร์ กล่าว

โครงการแห่งนี้ยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้คอยอัปเดตลงโซเชียล อย่าง “ชิงช้าคู่” จุดถ่ายภาพยอดนิยมยามพระอาทิตย์ตก “ต้นไม้โดดเดี่ยว (Lonely Tree)” ที่ใครมาก็อดถ่ายรูปไม่ได้ “หาดครึ่งพระจันทร์ (Half Moon Bay)” ซึ่งเป็นชายหาดที่สงบ มีคลื่นเล็กน้อย เป็นจุดที่เหมาะสมกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น และสามารถเช่าสน็อกเกอร์เพื่อดำน้ำตื้นดูปะการังได้ด้วย อนึ่ง ผู้เข้าพักสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของรีสอร์ทได้ทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงฟิตเนสท์ สระน้ำ บีชคลับ และซาวน่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหนังกลางแปลงที่ฉายหนังสำหรับเด็กๆในช่วงค่ำๆ อีกด้วย

จากที่พักไม่ไกลนัก เป็นที่ตั้งของ “หาดทรายขาว (Hat Sai Khao)” ซึ่งข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระบุว่า หาดทรายขาวเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อยู่ห่างจากท่าเรือด่านเก่าประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นหาดที่มีความยาวกว่า 2 กิโลเมตร มีเม็ดทรายละเอียดขาวเนียนสมกับชื่อของหาดชายหาดกว้าง สามารถใช้ออกกำลังกายและเหมาะสำหรับการเล่นน้ำทะเลมาก มีบังกะโล รีสอร์ทและโรงแรม ตั้งอยู่หลายสิบแห่งเรียงรายกันไปตามแนวยาวของหาด ด้านหลังหาดเป็นสวนมะพร้าวและป่า มีถนนรอบเกาะติดชายหาดมากที่สุด

“จุดชมวิวไก่แบ้ (Kai Bae View Point)” อยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อีกเช่นกัน สำหรับคนชอบถ่ายรูป ที่นี่คือ “แลนด์มาร์ค” ของเกาะช้างโดยแท้จริง เพราะสามารถมองเห็นหมู่เกาะเล็กๆ 4 เกาะ อยู่ในท้องทะเลอันเวิ้งว้างเบื้องหน้า แถมสำหรับคนที่ชอบอะไรๆ แบบ “วินเทจ-เรโทร” ที่นี่ยังมีการตั้ง “ตู้ไปรษณีย์” สีแดงสดใสตกแต่งเป็นรูปจรวด สำหรับส่ง “โปสต์การ์ด” บันทึกการเดินทางให้กับเพื่อนๆ ตามแบบฉบับนักเดินทางยุคคลาสสิกได้ด้วย หรือจะถ่ายรูปตัวเองกับเจ้าตู้ไปรษณีย์รูปทรงเก๋ๆ แบบนี้ก็ได้เช่นกัน

“ระบำกระบองไฟ” เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเกาะช้าง เมื่อตะวันลับขอบฟ้าและราตรีได้เข้าปกคลุม ร้านอาหารหลายแห่งบนเกาะจะมีการแสดงโชว์ควงกระบองไฟ ซึ่งลีลาของนักแสดงบวกกับแสงจากเปลวเพลิงนั้นเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างมากสำหรับผู้พบเห็น แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนว่าอย่าไปเลียนแบบเองโดยพลการเชียว เพราะกว่าที่จะแสดงกันได้ขนาดนี้แต่ละคนก็ต้องผ่านการฝึกฝนจากผู้เชี่ยวชาญ ถ่ายทอดวิชากันจากรุ่นสู่รุ่น

นับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ที่ไทยกลับมาเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ (หลังจากที่ค่อยๆ เปิดมาตั้งแต่ปลายปี 2564) เป็นที่น่าทึ่งมากที่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือนไทยนั้น ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 11 ล้านคน ทะลุเป้าที่ทางการคาดหวังไว้ที่ 10 ล้านคน ส่วนในปี 2566 นี้ คาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 25-30 ล้านคน ซึ่งเมื่อดูจากสถิติปี 2565 ที่ผ่านมาใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อได้แรงหนุนจากจีนที่กลับมาเปิดประเทศ อนุญาตให้ประชาชนของตนออกไปเที่ยวในต่างแดนตั้งแต่เดือนม.ค. 2566 เป็นต้นมา

แน่นอนสำหรับชาว “เกาะช้าง” หรือ “Koh Chang” คงจะได้ยิ้มออกเมื่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวกำลังฟื้นฟูกลับมาอีกครั้ง หลังมรสุมเคราะห์ร้ายจากโรคระบาดใหญ่โควิด-19 ผ่านพ้นไป!!!

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อย่างได้! เปิดมิติใหม่ของการจองที่หน้าเวทีหมอลำ ปริ้นหน้าตัวเอง พร้อมข้อความจองสุดพีค

Posted on February 22, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712708

อย่างได้! เปิดมิติใหม่ของการจองที่หน้าเวทีหมอลำ ปริ้นหน้าตัวเอง พร้อมข้อความจองสุดพีค

อย่างได้! เปิดมิติใหม่ของการจองที่หน้าเวทีหมอลำ ปริ้นหน้าตัวเอง พร้อมข้อความจองสุดพีค

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.15 น.

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก @แป้ง กุสุมา ได้โพสต์ภาพบริเวณหน้าเวทีหมอลำ ที่มีการนำเสื่อมาจองที่นั่ง แล้วมีการเขียนแปะข้อความจองที่แถมด้วยหน้าคนจองกันไปเลย อาทิ มีการเขียนคำว่า -อยากแตกกะย้ายลองเบิ่ง (อยากมีเรื่องก็ลองย้ายดู) -อยากตายก็ย้ายสาด (อยากตายก็ย้ายเสื่อ) -อย่าคิดแม้แต่สิย้าย (อย่าคิดแม้แต่จะย้าย)

ซึ่งทางเจ้าของโพสต์ได้ระบุว่า “555 มิติใหม่แห่งการจองที่นั่งหน้าฮ้านหมอลำ มาเด้อพี่น้อง มาช้าบ่มีหม่องอยู่เด้ค่ะ #หมอลำเต้ยบ่เซา #ซานเล้าบันเทิงศิลป์ #หมอลำมิติใหม่ ขออนุญาตเจ้าของที่นั่งด้วยนะคะ”

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก 

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อยู่ในยุคที่มีพระพุทธศาสนา จึงไม่ควรละเลยการปฏิบัติเพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงในพระธรรม

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712689

อยู่ในยุคที่มีพระพุทธศาสนา จึงไม่ควรละเลยการปฏิบัติเพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงในพระธรรม

อยู่ในยุคที่มีพระพุทธศาสนา จึงไม่ควรละเลยการปฏิบัติเพื่อให้รู้แจ้งเห็นจริงในพระธรรม

วันอังคาร ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.08 น.

วันเวลาผ่านไปตามลำดับ เหมือนกระแสน้ำที่ไหลไปแล้วไม่ย้อนกลับ เวลาของชีวิตก็เช่นเดียวกัน ผ่านไปแล้วก็หมดไป ทำให้เวลาที่เหลืออยู่มีน้อยลงไป ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษาการปฏิบัติธรรม ก็จะมีน้อยลงไป  กำลังวังชาของร่างกายก็จะอ่อนลงไป เป็นสิ่งที่ควรพิจารณากันอยู่เนืองๆ เพื่อจะได้ไม่ประมาท จะได้รีบปฏิบัติรีบศึกษา ก่อนที่เวลาและกำลังวังชาจะหมดไป เพราะเมื่อถึงเวลานั้นแล้ว จะไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าตายไปแล้วกลับมาเกิดใหม่ ก็ไม่แน่ว่าจะได้พบกับพระพุทธศาสนา พระธรรมคำสอน อันประเสริฐของพระพุทธเจ้าอีกหรือไม่ 

ดังที่ได้ทรงพยากรณ์ไว้แล้วว่า พระพุทธศาสนาจะมีอายุประมาณ ๕๐๐๐ ปี นี่ก็ผ่านมาครึ่งทางแล้ว คือ ๒๕๕๔ ปี การจะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์แต่ละครั้ง ก็ทรงแสดงว่าไม่เป็นของง่าย เพราะจะต้องไปใช้บาปไปรับบุญก่อน ซึ่งอาจจะเป็นเวลามากกว่า ๕๐๐๐ ปี พอกลับมาแล้วก็จะไม่ได้พบกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นเหมือนยุคที่ไม่มีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ ต้องอยู่ในที่มืด เหมือนตอนกลางคืน ถ้าไม่มีแสงสว่างจะทำอะไรก็จะยากลำบาก ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวและถูกต้อง จะทำแบบผิดๆถูกๆ

ยุคที่ไม่มีพระพุทธศาสนาก็เป็นเช่นนั้น จะไม่มีแสงสว่างแห่งธรรม นำพาสัตว์โลกให้ไปสู่ความสุขความเจริญ ความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลาย จะต้องศึกษาด้วยตนเอง ปฏิบัติด้วยตนเองอย่างที่พระพุทธเจ้าที่ต้องทรงศึกษาและปฏิบัติด้วยตนเอง ผิดๆถูกๆ แต่เนื่องจากทรงมีพระบารมี ที่ได้ทรงบำเพ็ญมาอย่างมากมาย ที่ทำให้พระองค์เป็นพระองค์เดียวเท่านั้น ที่สามารถพบแสงสว่างแห่งธรรม พบทางที่จะนำพาไปสู่การหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด จากความทุกข์ทั้งหลายได้ด้วยพระองค์เอง

ตอนนี้พวกเรากำลังอยู่ในยุคที่มีพระพุทธศาสนา มีแสงสว่างนำทาง จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยหน้าที่ของพวกเรา คือการศึกษาและการปฏิบัติ เพื่อทำให้รู้แจ้งเห็นจริงในพระธรรม ที่พระพุทธเจ้าได้ทรงรู้แจ้งเห็นจริงด้วยพระองค์เอง คือพระอริยสัจ ๔ ทุกข์ สมุทัย นิโรธมรรค เป็นธรรมที่ผู้ปรารถนาความหลุดพ้น ปรารถนามรรคผลนิพพาน จะต้องปฏิบัติกัน

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี ๑๑ กันยายน ๒๕๕๔ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Click to share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Click to share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Click to share on X (Opens in new window) X
  • Click to share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Click to share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Click to email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Click to print (Opens in new window) Print
  • Click to share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Click to share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Click to share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Click to share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Click to share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,833,854 hits

Join 3,804 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ป้ายกับดักคนร้อนตัว ดร ณัชร ชี้เหมือนป้ายบอกทาง
ชาวนนท์ฝากความหวัง พีระพันธุ์ แก้โกง-ปราบยาเสพติด-คุมค่าไฟ
เป็นเรื่องแล้ว!!! 'ไชยชนก'แย้มเส้นเงิน 10 อดีตสส.-ผู้สมัคร เอี่ยว'ทุนเทา'ชัดเจน
'นายกฯ'บอก'ไม่มีการเมือง' หลังสื่อถามเข้มปราบ'ทุนเทา' ย้ำ'ปิดชื่อถือพฤติกรรม'
15 อบต.ชายแดน เลื่อนหย่อนบัตร เป็น 18 ม.ค.นี้
‘ทหารมีไว้ทำไม’ ‘พิธา’โอดเสียใจพูดไม่ชัด ขอโทษ‘ทหารสนามรบ’
'ยธ.’เตรียมจัดหนักตามก.ม. ปูด10นักการเมือง เอี่ยว‘สแกมเมอร์-เว็บพนัน’
OKMDเปิด 3 พื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียน‘วันเด็ก2569’เชื่อม‘การเล่น ดนตรี วัฒนธรรม’สู่‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’
นายกฯ ยันชายแดนไทย-กัมพูชา ปกติ เผยปมทหารเจ็บ ช่องบก เคลียร์จบระดับแม่ทัพ ยึดตาม Joint Statement
อิ๊งค์ โผล่หาเสียง พท ครั้งแรก ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ลานคนเมือง

Recent Posts

  • ศุภจี นำทัพ บุกตลาดอินเดีย ดันสินค้าไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
  • ‘ยศชนัน’ถกLGBTQIA+ ชูโมเดล Cluster Tourism สร้างฮีโร่ท้องถิ่น ปลุกใจคนรุ่นใหม่
  • ชัยวุฒิ ซัด พิธา ขอโทษไม่จริงใจ ด่าทหารหวังผลการเมือง
  • พล อ รังษี นำทีม ลงกันทนลักษ ชู นโยบายตัดเส้นทางเงิน ฮุนเซ็น
  • โซเชียลแห่แชร์ภาพ อนุทิน ร่วมเฟรมอดีตนายก รับวันเด็กแห่งชาติ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d