Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เที่ยวส่งท้ายฤดูหนาวสุดฟิน! ชมวิวสุดสวยที่’ภูลำดวน’ชายแดนริมน้ำโขงจังหวัดเลย

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708802

เที่ยวส่งท้ายฤดูหนาวสุดฟิน! ชมวิวสุดสวยที่'ภูลำดวน'ชายแดนริมน้ำโขงจังหวัดเลย

เที่ยวส่งท้ายฤดูหนาวสุดฟิน! ชมวิวสุดสวยที่’ภูลำดวน’ชายแดนริมน้ำโขงจังหวัดเลย

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.54 น.

วันที่ 4 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงนี้ใกล้หมดฤดูหนาวแล้ว แต่อยากจะชวนไปชมวิวสวยๆ ก่อนหมดหนาวที่ภูซำทอง หรืออีกชื่อหนึ่งว่า “ภูลำดวน” สถานที่แห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวได้เดินทางไปชมทะเลหมอกเป็นบรรยากาศริมโขง เช้าๆ จะมีหมอกอาบแดดแทบทุกวัน และช่วงนี้คงเป็นช่วงท้ายๆ แล้ว

นายจริยาทร สูหู่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า ในช่วงนี้อากาศยังเย็นๆ หนาวๆ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ยังหนาวอยู่ในตอนเช้า หากต้องการความสงบ ธรรมชาติที่สวย แนะนำ ภูลำดวน ซึ่งเป็นจุดชมวิวแห่งใหม่ของอำเภอปากชม อำเภอชายแดนริมแม่น้ำโขงของจังหวัดเลย ท่องเที่ยวริมโขง เช้าๆ สัมผัสหมอกอาบแดด ริมโขง ช่วงเวลา 05.30-06.00 น. สามารถ เดินทางไปชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าอากาศหนาวแล้วจะได้เห็นพระอาทิตย์ดวงกลมโตค่อยๆ โผล่ขึ้นมาหลังเหลี่ยมเขาเหนือแม่น้ำโขง 

ส่วนในฤดูหนาวหรือหลังจากฝนตกก็จะมีโอกาสได้ชมทะเลหมอกเป็นปุยกว้างใหญ่งดงาม ทิวทัศน์บนภูลำดวนนั้นสามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา ด้านหน้ามองเห็นแม่น้ำโขงช่วงโค้งน้ำพอดี มีเกาะแก่งน้อยใหญ่อยู่กลางน้ำ มองเห็นบ้านเรือนของตัวอำเภอปากชมอยู่ทางขวามือและเห็นบ้านเรือนของพี่น้องชาวลาวทางฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำโขงและเมื่อหันมามองทางซ้ายมือ ทางฝั่งไทยจะเห็นบ้านเรือนของบ้านคกไผ่ ของอำเภอปากชมเช่นกัน บริเวณนี้มีร้านอาหารริมแม่น้ำโขงให้บริการหลายร้าน

สำหรับเวลาในการเดินทางไปชม ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร รถอีแต๊กใช้เวลาประมาณ 20 นาที สามารถติดต่อสอบถามได้ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวภูซำทอง (ภูลำดวน) อย่างยั่งยืน โทร. 089-5104335,064-0686883, 088-5136840
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นพ.ธีระวัฒน์’เผยข้อมูล ฝุ่น PM 2.5 ร้ายกว่าที่คิด ทำเสี่ยงเสียชีวิตสูง จากเส้นเลือดหัวใจตัน

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708798

'นพ.ธีระวัฒน์'เผยข้อมูล ฝุ่น PM 2.5  ร้ายกว่าที่คิด ทำเสี่ยงเสียชีวิตสูง จากเส้นเลือดหัวใจตัน

‘นพ.ธีระวัฒน์’เผยข้อมูล ฝุ่น PM 2.5 ร้ายกว่าที่คิด ทำเสี่ยงเสียชีวิตสูง จากเส้นเลือดหัวใจตัน

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.10 น.

วันที่ 3 ก.พ. นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha ได้เผยถึงอันตรายของฝุ่นพิษ PM2.5 โดยระบุว่า “ฝุ่นจิ๋วพิษเจอไม่นาน…หัวใจวาย”

เจอฝุ่นจิ๋วพิษ 2.5 และจิ๋วใหญ่ PM 10 กับไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2) เพียงแค่วันถึงสองวันโอกาสเสี่ยงตายสูงจากเส้นเลือดหัวใจตัน (acute MI) เป็นการรายงานในวารสารของสมาคมโรคหัวใจ (Journal of American College of Cardiology) วันที่ 26 มกราคม 2021 รวมทั้งบทบรรณาธิการ

ทั้งนี้ ทุกๆปริมาณของฝุ่นเล็กจิ๋วและจิ๋วใหญ่ที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จนกระทั่งถึงระดับ 33.3 และ 57.3 ตามลำดับ จะเสี่ยงตายต่อโรคหัวใจสูงขึ้น และเช่นเดียวกันกับความเข้มข้นของไนโตรเจนไดออกไซด์

เป็นการศึกษาในประเทศจีนในช่วงปี 2013 ถึง 2018 แต่ประเทศจีนมีการปรับตัว เตรียมการจัดการกับฝุ่นจิ๋วเหล่านี้ ตั้งแต่ปี 2011 ถึง 2012 และประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ โดยเริ่มมีการติดตั้ง เครื่องวัดทุกๆ 1 ตารางกิโลเมตร โดยจะมีเครื่องวัดหนึ่งเครื่อง คอยเตือนและคอยจัดการกำจัดมลพิษเหล่านี้ ตามนโยบายเด็ดขาด จนมีความสำเร็จอยู่บ้าง

การศึกษานี้เป็นการพิสูจน์ตอกย้ำ ข้อสังเกตก่อนหน้านี้ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างฝุ่นจิ๋วพิษ ที่ไม่ได้ทำร้ายปอดอย่างเดียว แต่มีผลต่อหัวใจในลักษณะเฉียบพลันด้วย และไม่ใช่เป็นในลักษณะที่เป็นผลเรื้อรังเท่านั้นแบบที่เข้าใจกัน

ทั้งหมดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น ไฟไหม้ป่า พายุทราย ภูเขาไฟระเบิด การจงใจเผาป่าเพื่อประโยชน์ทางเกษตรกรรมอย่างอื่น และมลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น จากการต้องการพลังงานจากการเผาถ่านหินฟอสซิล เหล่านี้เป็นตัวการสำคัญในการเกิดฝุ่นจิ๋วพิษ 2.5 และผลกระทบจากการเผาฟอสซิล เพื่อพลังงานอย่างเดียว เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอย่างน้อย 12% ทั่วโลก

และถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันดับสี่ ในการเสียชีวิตทั้งบุรุษและสตรี และมากกว่าปัจจัยอื่นที่เกี่ยวกับไขมันสูง ระดับน้ำตาล ความอ้วน การไม่ออกกำลัง หรือภาวะไตแปรปรวนด้วยซ้ำ
การที่ต้องเผชิญกับมลภาวะเช่นนี้ ทุกนาทีทุกวันต่อเนื่องทั้งชีวิต และมลพิษที่ยังถูกปลดปล่อยออกมา จากเครื่องยนต์ จากรถ จากโรงงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำร้ายสุขภาพ และฝุ่นจิ๋วพิษเหล่านี้ทำให้เสียชีวิตจากโรคทางหัวใจและเส้นเลือดมากกว่า 50% ทั้งนี้ เกิดขึ้นได้แม้ว่าระดับฝุ่นพิษเหล่านี้จะต่ำกว่าระดับมาตรฐานที่กำหนดตามขององค์การอนามัยโลกหรือตามมาตรฐานของประเทศต่างๆ

ประชากรโลกมากกว่า 92% จะอยู่ในพื้นที่ที่ค่าฝุ่นพิษและมลภาวะทางอากาศ เกินมาตรฐานองค์การอนามัยโลกมาตลอด โดยมีการประเมินว่าต้องเสียงบประมาณในการรักษาเยียวยาบำบัด สวัสดิการ เป็นล้านล้านดอลลาร์ ที่เกี่ยวเนื่องกับการเสียชีวิตจากมลภาวะทางอากาศเหล่านี้

มลภาวะทางอากาศเหล่านี้ ทราบกันดีมานานว่าเกี่ยวข้องกับฝุ่นพิษจิ๋วเล็กและใหญ่รวมกระทั่งถึงซัลเฟอร์–ออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ และมีการศึกษาความเชื่อมโยงกับสาเหตุการตาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับหัวใจและระบบเส้นเลือดในประเทศทางฝั่งตะวันตกแต่ยังมีข้อจำกัดในการระบุระดับ และชนิด และขนาดของฝุ่น และผลกระทบระยะเวลาที่ส่งผลกับการตายเฉียบพลัน
การศึกษาที่มีการรายงานครั้งนี้มาจากพื้นที่มณฑลหูเป่ย และมีเมืองหลวงก็คืออู่ฮั่น

ทั้งนี้ เป็นพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศเข้มข้น และทำให้สามารถทำการศึกษาจากคนที่ตายจากโรคหัวใจและเส้นเลือดจำนวน 151,608 ราย ค่าเฉลี่ยรายวันของฝุ่นเล็กจิ๋ว 2.5 ในมณฑลนี้ และในหลายพื้นที่ของประเทศจีนและอินเดียอยู่ที่ 63.4 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และการที่ได้รับฝุ่นพิษจิ๋วเล็ก 2.5 และจิ๋วใหญ่ขึ้นขนาด 10 ไมครอนภายในหนึ่งวัน หรือในวันนั้นเองจะส่งผลกับการตายอย่างมีนัยสำคัญ

ผลที่ได้จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า ทุกๆปริมาณที่เพิ่มขึ้น 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของฝุ่นจิ๋ว 2.5 จะเพิ่มความเสี่ยงของการตาย 4.14% และสำหรับไนโตรเจนไดออกไซด์เพิ่มความเสี่ยงในลักษณะเดียวกันโดยมีอัตราเพิ่มขึ้นอีก 1.3%

จากการวิเคราะห์ในเชิงลึกในรายงานนี้ไม่พบความสัมพันธ์ชัดเจนกับระดับของโอโซน แต่การที่ไนโตรเจนไดออกไซด์มีส่วนในการตายทำให้มีการเพ่งเล็งถึงมลพิษ ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ของรถเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ แน่นอนคนสูงวัยอายุตั้งแต่ 75 ปีขึ้นไป ตายเยอะกว่าคนหนุ่มสาวและคนที่อายุน้อยกว่า 70 ปี แต่การตายที่ไม่สมควรเหล่านี้ พบได้ในทุกกลุ่มอายุ การระบาดของโควิด-19 ปรากฏผลชัดเจน จากการที่แทบไม่มีการใช้รถยนต์และเครื่องบินโดยสาร และมีผลต่อการที่มลภาวะฝุ่นจิ๋วเล็กเหล่านี้หายไปมาก

ทั้งนี้ เป็นความฝันของมวลมนุษยชาติที่จะเห็นท้องฟ้าสีน้ำเงิน

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fthiravat.h%2Fposts%2Fpfbid0p4h8XeE2Dkc16xccdTMh3YbKhv3NFRnuzapyq6c5Bottei1kjsv5yyreGQAa3Hral&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฝูงผึ้งป่า-ต่อหัวเสือ’ นับ 20 รังหันหน้าเข้าพึ่งวัดขยายรังใหญ่โตหลังป่าถูกทำลาย

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708797

'ฝูงผึ้งป่า-ต่อหัวเสือ' นับ 20 รังหันหน้าเข้าพึ่งวัดขยายรังใหญ่โตหลังป่าถูกทำลาย

‘ฝูงผึ้งป่า-ต่อหัวเสือ’ นับ 20 รังหันหน้าเข้าพึ่งวัดขยายรังใหญ่โตหลังป่าถูกทำลาย

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.00 น.

ที่วัดประชาบำรุง อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พบพระอุโบสถของวัดเต็มไปด้วยรังผึ้งป่าและรังต่อหัวเสือเกือบ 20 รังที่เข้ามาอาศัยทำรังในวัดและยิ่งขยายรังใหญ่ขึ้น ขณะที่ชาวบ้านยังคงเข้าวัดสวดมนต์ในพระอุโบสถเหมือนเดิม ด้านเจ้าอาวาสเชื่อเป็นเพราะป่าธรรมชาติถูกทำลาย ทำให้ฝูงผึ้งและต่อไม่มีที่อยู่อาศัย

วันที่ 4 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดประชาบำรุง (วัดหนักแบกตีน) ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พระครูประภาต สิกขกิจ เจ้าอาวาสฯ พร้อมด้วยชาวบ้านกำลังยืนดูรังผึ้งหลวงหรือผึ้งป่าจำนวน 16 รังและรังต่อหัวเสืออีก 1 รัง ที่พากันมาทำรังอยู่รอบพระอุโบสถตั้งแต่เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา และนับวันทั้งรังผึ้งป่าและรังต่อหัวเสือจะขยายใหญ่ขึ้นและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเนื่องจากไม่มีชาวบ้านไปรบกวน ประกอบกับบริเวณโดยรอบวัด ยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ จึงเป็นแหล่งอาหารที่ดีสำหรับทั้งผึ้งและต่อ

ขณะที่ชาวบ้านยังคงเข้าวัดทำบุญไหว้พระตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมาฝูงผึ้งหลวงและต่อหัวเสือก็ยังไม่เคยทำร้ายชาวบ้านยกเว้นไปรบกวนเขามากๆ เช่น ไปเผาหญ้าใกล้พระอุโบสถ ทำให้ฝูงผึ้งแตกกระจายและบินไปทั่วหมู่บ้าน ขณะที่เจ้าอาวาสวัดประชาบำรุงก็ไม่คิดจะให้ใครมาเก็บน้ำผึ้งหรือจับรังต่อหัวเสือ เพราะเชื่อว่าสัตว์เหล่านี้หนีร้อนมาพึ่งเย็น หลังป่าธรรมชาติถูกทำลาย ทำให้ไม่มีที่อยู่อาศัย แต่พอมาอยู่ในวัดแล้วไม่มีใครรบกวนหรือถูกทำลาย ก็เริ่มขยายรังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเป็นพระอุโบสถที่มีรังผึ้งหลวงมากที่สุดในอำเภอย่านตาขาว จ.ตรัง

นอกจากนี้ ที่วัดยังมีคนนำไก่แจ้มาปล่อยทำให้พบไข่ไก่แจ้อยู่ตามที่ต่าง ๆ หลายฟอง ซึ่งเจ้าอาวาสฯปล่อยให้แม่ไก่ฟักไข่ตามปกติ โดยชาวบ้านในพื้นที่ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด ยกเว้นแม่ไก่จะไปออกไข่ใกล้กับหางเลขประทัด ชาวบ้านจึงจะนำมาเสี่ยงโชคกันบ้างตามสมควร

ด้านพระประภาต สิกขกิจ เจ้าอาวาสวัดประชาบำรุง อ.ย่านตาขาว จ.ตรังกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเห็นทั้งผึ้งและต่อทำรังที่ไหนมากมายขนาดนี้ โดยเห็นผึ้งและต่อมาทำรังเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา แต่เมื่อก่อนมีประมาณ 1-2 รัง ต่อมาได้ขยายพันธุ์ออกมาได้ 10 กว่ารังแล้ว ส่วนตัวต่อเมื่อก็ทำรังเล็ก ๆ ตอนนี้ก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งถ้าไม่มีใครไปยุ่งกับมัน มันก็ไม่ทำร้ายใคร ต่างคนต่างอยู่ และเชื่อว่าอยู่ที่อื่นไม่ปลอดภัย จึงหันมาอยู่ในวัด เพราะไม่มีใครทำร้ายมันได้ เชื่อว่ามันคิดอย่างนั้นและตนก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.ประทับใจ เจอภาพน่ารักฝูงโลมาปากขวด 3-4 ตัวเล่นน้ำใกล้เรือในทะเลตรัง

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708794

นทท.ประทับใจ เจอภาพน่ารักฝูงโลมาปากขวด 3-4 ตัวเล่นน้ำใกล้เรือในทะเลตรัง

นทท.ประทับใจ เจอภาพน่ารักฝูงโลมาปากขวด 3-4 ตัวเล่นน้ำใกล้เรือในทะเลตรัง

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.32 น.

ทะเลตรังอุดมสมบูรณ์! นักท่องเที่ยวประทับใจพบฝูงโลมาปากขวด 3-4 ตัวกำลังเล่นน้ำอยู่ใกล้ๆ กับเรือของนักท่องเที่ยวที่เกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมากที่ได้เห็นฝูงโลมาอย่างใกล้ชิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอานนท์ กิ่งเกาะยาว ไกด์หนุ่มแห่งเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สามารถบันทึกภาพฝูงโลมาปากขวดจำนวน 3-4 ตัว ความยาวประมาณ 2 เมตร กำลังว่ายน้ำเข้ามาใกล้เรือ และกระโดดโชว์ตัวอย่างสวยงามต่อหน้านักท่องเที่ยว ขณะที่ไกด์กำลังพานักท่องเที่ยวล่องเรือตกหมึกอยู่บริเวณหน้าเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากหลายคนไม่เคยพบเห็นโลมาที่ว่ายน้ำเข้ามาเรือ จนเห็นตัวเป็น ๆ ได้อย่างชัดเจนขนาดนี้

นอกจากโลมาฝูงนี้จะไม่ตื่นคนแล้ว ยังพลิกตัวโชว์ท้องและเข้ามาใกล้เรือหลายครั้ง ทำเอานักท่องเที่ยวตะลึง และเพลิดเพลินกับความสวยงามของโลมา จนลืมบันทึกภาพเอาไว้ ซึ่งที่เกาะลิบงนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของพะยูนแล้ว ยังมีโลมาอยู่จำนวนหลายสิบตัว ที่หากินอยู่รอบเกาะ ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสพบเห็นได้บ่อยมาก แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ในระยะไกล ๆ แต่ครั้งนี้ฝูงโลมาเข้ามาถึงใต้ท้องเรือ และพากันดำผุดดำว่ายอย่างสนุกสนาน เหมือนจะรู้ว่า มนุษย์ไม่มีอันตราย สามารถเข้าใกล้ได้ จึงว่ายน้ำเล่นตามธรรมชาติ และว่ายน้ำเข้าใกล้เรืออย่างสวยงาม ท่ามกลางน้ำทะเลที่ใสสะอาดจนมองเห็นโลมาได้อย่างชัดเจน

ด้านนายสหัสวรรษ จงราบ อายุ 23 ปีคนขับเรือนำเที่ยวกล่าวว่า ตนเจอโลมาบ่อย เจอทีฝูงหนึ่งประมาณ 4-10 กว่าตัว ซึ่งบางฝูงที่คุ้นชินกับเรือก็จะเข้ามาใกล้เรือ แต่บางฝูงที่ไม่คุ้นกับคนก็จะหนีออกไปไกล ๆ

ขณะที่นายอาบูซาตร์ เจะเตะ อายุ 20 ปีนักท่องเที่ยวจาก จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตนมาเที่ยวเกาะลิบงรอบนี้เป็นครั้งที่ 5 แล้ว เพราะติดใจมาหลายรอบ จนมีคนถามว่ามีเมียที่นี่หรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วไม่มี ติดใจเพราะธรรมชาติที่นี่อุดมสมบูรณ์มาก ๆ ซึ่งตนเจอโลมาหลายครั้ง แต่อยู่ไกล ๆ แต่ครั้งนี้เจอใกล้มาก จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะลิบงเพราะธรรมชาติที่นี่สวยงามและอุดมสมบูรณ์มาก ยิ่งถ้ามากับคนนำทางที่ดีก็ยิ่งติดใจ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมอง‘เมืองกรุง’ยุคโควิด ‘เปราะบาง-เหลื่อมล้ำ’ภาพชัด

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708753

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมอง‘เมืองกรุง’ยุคโควิด  ‘เปราะบาง-เหลื่อมล้ำ’ภาพชัด

สกู๊ปแนวหน้า : ย้อนมอง‘เมืองกรุง’ยุคโควิด ‘เปราะบาง-เหลื่อมล้ำ’ภาพชัด

วันเสาร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 02.00 น.

“สิ่งที่เราทำ เราเห็นจริงๆ ว่าจุดตัดของเรื่อง Crisis (วิกฤต) จริงๆ ของเรื่องนี้มันอยู่ตอนก่อนที่วัคซีนจะมา พอมันไม่มีวัคซีนสังคมมันไม่มีอะไรที่จะจัดการได้เลย มีทุกอย่างตั้งแต่กินขิงกินอะไรแบบคือมันกลับไปสู่สังคมที่ Knowledge (ความรู้) ในการจัดการพื้นที่มันไม่ Firm (ชัดเจน) สิ่งที่ใช้มันไม่ได้ใช้ Knowledge แล้ว มันใช้สถานะความเป็น Institution (สถาบัน) ของมันในการจัดการ”

ผศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “ผลกระทบของวิกฤตโควิด-19 ต่อการผลิตและจัดการปกครองพื้นที่เมืองในกรุงเทพมหานครในสถานการณ์ฉุกเฉินเชิงสุขภาพ : ชีวิตวิถีใหม่ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความเป็นธรรมในพื้นที่เมือง” พาย้อนมองไปเมื่อ 3 ปีก่อน ในช่วงแรกๆ ที่โลกและประเทศไทยต้องเผชิญสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 และยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับโรคอุบัติใหม่อย่างเพียงพอ สิ่งที่ถูกนำมาใช้จึงเน้นไปในเชิงการใช้อำนาจเพื่อควบคุมเป็นหลัก

หากไม่นับประเทศจีน ต้นทางของการเริ่มระบาดของไวรัสโควิด-19 ไทยถือเป็นประเทศแรกที่ตรวจพบไวรัสดังกล่าว การระบาดระลอกแรกในปี 2563 ตั้งแต่ต้นปีพบเชื้อที่สนามบิน (นักท่องเที่ยว) สนามมวย (คลัสเตอร์เวทีมวยลุมพินี) เหตุการณ์สำคัญในระลอกนี้คือเมื่อช่วงปลายเดือน มี.ค. 2563 รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ตั้งหน่วยเฉพาะกิจอย่าง ศบค. เริ่มล็อกดาวน์ปิดกิจการต่างๆ และยกระดับไปสู่การห้ามออกจากเคหสถานในยามวิกาล หรือเคอร์ฟิว ในช่วงต้นเดือน เม.ย. 2563

อาจารย์พิชญ์ อธิบายสถานการณ์ในช่วงระลอกแรกนี้ว่า เมื่อยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรก็ต้องงัดวิธีเดิมๆ ที่คุ้นเคยออกมาใช้โดยเน้นความเด็ดขาดและการรวมศูนย์ จากนั้นเมื่อเกิดการระบาดระลอกที่ 2 ตั้งแต่มีรายงานพบคลัสเตอร์แรงงานข้ามชาติที่ จ.สมุทรสาคร ช่วงกลางเดือน ธ.ค. 2563 ซึ่งการระบาดระลอกนี้ทำให้ภาพอคติที่สังคมไทยมีต่อแรงงานข้ามชาติชัดขึ้น เช่น มีการล้อมรั้วลวดหนามรอบหอพักแรงงานข้ามชาติ แต่อีกด้านหนึ่ง ภาครัฐเริ่มหันมาแบ่งพื้นที่ควบคุมเป็นสีต่างๆ ตามความรุนแรงของการระบาด และมีวัคซีนชุดแรก (ยี่ห้อซิโนแวคจากจีน) มาถึง

การระบาดระลอกที่ 3-4 เกิดขึ้นในเดือน เม.ย. และ ก.ค. 2564 ในกรุงเทพฯ ที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ และลามเข้าสู่ชุมชนแออัดย่านคลองเตย หรืออีกจุดหนึ่งคือที่พักแรงงานก่อสร้าง ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดจากเชื้อไวรัสโควิด-19 กลายพันธุ์สายเดลตา และแนวทางที่ให้คนอยู่บ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการรวมกลุ่มอันจะทำให้เกิดสถานการณ์โรคระบาดถูกตั้งคำถามมากขึ้น เพราะการอยู่บ้านหมายถึงการไม่ได้ทำงานทำให้ขาดรายได้ กระทั่งการระบาดระลอก 5 ช่วงปลายปี 2564 ในการระบาดรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมลง ไวรัสกลายพันธุ์ที่ระบาดกลายเป็นสายโอมิครอน สุดท้ายคือยุติการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือน ต.ค. 2565

“จากข้อมูลที่เราเก็บตัวอย่างมา เราเก็บตัวอย่างหลายกลุ่มในกรุงเทพฯ อาจจะไม่ได้เยอะแต่เราได้ข้อสรุปว่า มาตรการของรัฐในมุมมองของประชาชนนั้นไม่เพียงพอและไม่สามารถทดแทนผลกระทบของสิ่งที่เกิดขึ้นได้ มันจึงทำให้คนต้องพึ่งพาตัวเองเยอะ ดิ้นรนกันเองตลอดเวลา ภายใต้สิ่งที่เรารู้สึกว่ารัฐไม่มีความยืดหยุ่นอะไรเลย สั่งมาก็ไม่รู้เรื่อง แล้วรอบนี้คือไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่ก็ยังใช้อำนาจ

กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เราพบว่ากิจกรรมของภาคเอกชน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการนำเงินออมมาใช้และก่อหนี้ของครอบครัวเพิ่มขึ้น การก่อหนี้คือเรื่องใหญ่ มีการปิดพื้นที่สาธารณะ แล้วพื้นที่สาธารณะประเด็นใหญ่ในสังคมไทยที่ต่างจากที่อื่น คือพื้นที่สาธารณะเป็นพื้นที่ทำมาหากิน เป็นพื้นที่ทำมาค้าขายด้วยไม่ใช่เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจอย่างเดียว ฉะนั้นการปิดสวน (สาธารณะ) ไม่ได้สำคัญเท่าปิดไม่ให้ขายของ ปิดตลาดนัด ตลาดนัดคือพื้นที่สาธารณะสำหรับคนไทย” อาจารย์พิชญ์ ระบุ

สถานการณ์โรคระบาดใหญ่ครั้งนี้ยังทำให้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำที่ชัดเจนขึ้นจากกรณีครัวเรือนยากจนไม่สามารถแบ่งพื้นที่บ้านให้ผู้ติดเชื้อหรือกลุ่มเสี่ยงกักตัวได้ ขณะที่เด็กและเยาวชนซึ่งต้องเปลี่ยนมาเรียนทางออนไลน์ก็รู้สึกว่าตนเองมองภาพอนาคตได้ยากขึ้นเพราะไม่ได้ออกจากบ้าน ไม่ได้ทำกิจกรรมเพื่อสะสมประวัติไปยื่นสมัครเรียน ด้านคนพิการก็ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพราะต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้นจากเดิมที่มีผู้ช่วยดูแล

แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐเอง หากเป็นบุคลากรระดับปฏิบัติการก็ยังต้องออกมาทำงานนอกบ้านซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ขณะเดียวกันด้วยความที่เป็นคนทำงานภาคสนาม มีปฏิสัมพันธ์กับประชาชนในพื้นที่ จึงต้องแบกรับความกดดันเพราะด้านหนึ่งต้องกำชับประชาชนว่าเบื้องบนระดับนโยบายสั่งการลงมาห้ามสิ่งต่างๆ นานา แต่อีกด้านหนึ่งก็ไม่สามารถตอบคำถามประชาชนได้ว่าสั่งล็อกดาวน์แล้วประชาชนขาดรายได้จะทำอย่างไร โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบที่มีรายได้รายวันแบบหาเช้ากินค่ำ

อาจารย์พิชญ์ ยังกล่าวอีกว่า ในสถานการณ์ที่รัฐใช้อำนาจเพื่อควบคุมโรค ภาคเอกชนเองก็ใช้ความรู้ด้านเศรษฐกิจพยายามเจรจาต่อรอง แต่ก็พบว่าเอกชนที่เป็นทุนใหญ่มีอำนาจต่อรองมากกว่าทุนเล็กรายย่อย สำหรับวิธีการต่อรองของภาคเอกชนจะมีทั้งใช้ความเป็นทุนใหญ่หรือใช้การรวมกลุ่มเคลื่อนไหวในนามสมาคม แต่หากเป็นภาคประชาชนก็จะไม่สามารถต่อรองใดๆ ได้ ทำได้เพียงใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ยากลำบาก มีเสียงสะท้อนความรู้สึกเบื่อหน่ายและเหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิต

เจาะจงมาที่การบริหารจัดการในเมือง ในโลกยุคก่อนโควิด-19 ระบาด ให้นิยามเมืองที่ดีคือเมืองที่แน่น (Density) เน้นการใช้ระบบขนส่งมวลชนมากกว่าพาหนะส่วนบุคคล แต่เมื่อโควิด-19 ระบาด พบว่าเมืองใดยิ่งแน่นความรุนแรงของสถานการณ์ก็ยิ่งมาก มีการจำกัดการใช้ระบบขนส่งมวลชน ควบคุมคนให้ต้องอยู่แต่ในบ้าน ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ให้ไปคิดต่อว่า ในความปกติใหม่ (New Normal) จะออกแบบที่อยู่อาศัยและเมืองอย่างไร

“ในงานวิจัยผมอีกชิ้นที่ทำเรื่องบ้านเช่า บางชุมชนแออัดหายไปเกินครึ่งโดยเฉพาะที่เป็นแรงงาน อย่างกรณีชุมชนวัดสังเวชซึ่งอยู่ตรงข้ามกับถนนข้าวสาร เกินครึ่งหนึ่งหายไปเลยแล้ว Trace (ติดตาม) ไม่ได้ว่าไปไหน แต่คำอธิบายคือกลับบ้านนอก กรณีใกล้ตัวผม คนที่เคยทำความสะอาดบ้านผมปัญหาคือเขาเช่าบ้านอยู่ในชุมชนแออัด เขาอยู่ไม่ได้แล้วเพราะระบบห้องเช่ามันใช้ห้องน้ำรวม

แล้วเขาโดนหนักเพราะเขารับทำความสะอาดบ้านหลายๆ หลังในสัปดาห์หนึ่ง บางบ้านไม่ให้เข้าเลยเพราะถือว่ามาจากพื้นที่ชุมชน แต่บางบ้านที่ไม่ให้เข้าแต่ใจดีจ่ายเงินให้ ยอมเลี้ยงไว้เพราะหวังว่าจะกลับมาทำงานหลังโควิดหาย แต่สุดท้ายเขาเองก็ต้องกลับไปหางานในต่างจังหวัดที่ใกล้บ้านเขา เพราะว่าเขาไม่สามารถทำงานได้และตัวเขาก็เสี่ยงเกินไป เขาเสี่ยงอยู่ในบ้านเพราะชุมชนใช้ห้องน้ำรวมในบ้านเช่า แล้วบ้านคนรวยก็กลัว ไม่ให้เข้าบ้าน จะมียุคหนึ่งที่ไม่ให้เข้าบ้านด้วย ห้ามความสัมพันธ์ระหว่างการทำงานแบบนี้ด้วย” อาจารย์พิชญ์ ยกตัวอย่าง

บทสรุปของการเฝ้ามองสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา อาจารย์พิชญ์ มองว่า ภาครัฐไทยมุ่งรับมือแบบมองเป็นสถานการณ์ชั่วคราว เช่น เมื่อพื้นที่ใดเกิดสถานการณ์ขึ้นก็จะมีการตั้งจุดพักชั่วคราวตั้งโรงพยาบาลสนาม กระทั่งเมื่อสถานการณ์เบาลงก็ยกเลิก วนไปแบบนี้เสมอแต่ไม่ได้ถูกนำไปคิดต่อยอดให้เป็นระบบว่าหลังจากนั้นจะทำอย่างไรด้วยความรู้ที่มี (Institutionalize Knowledge)

หมายเหตุ : การบรรยายครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนา “เมื่อเมืองพลิกผัน พื้นที่ เวลา และชีวิตในเมืองในห้วงโควิด-19” จัดโดยภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนลุก!!! เจ้าแม่ตะเคียนเข้าฝันอยู่ใต้น้ำอยากขึ้นมา กู้ภัยงมหา…เจอจริงๆ

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708784

ขนลุก!!! เจ้าแม่ตะเคียนเข้าฝันอยู่ใต้น้ำอยากขึ้นมา กู้ภัยงมหา...เจอจริงๆ

ขนลุก!!! เจ้าแม่ตะเคียนเข้าฝันอยู่ใต้น้ำอยากขึ้นมา กู้ภัยงมหา…เจอจริงๆ

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 21.28 น.

ขนลุก!!! เจ้าแม่ตะเคียนอายุร้อยๆ ปีอยู่ใต้ลำห้วยทวนตอนบน ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ไปเข้าฝันเด็กๆ อยากขึ้นจากน้ำมาอยู่กับลูกสาว เพราะอากาศหนาว อยู่มาเป็นร้อยๆ ปีแล้ว กู้ภัยนักประดาน้ำไปงมเจอจริงๆ เตรียมนำขึ้นทำพิธีในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.นี้

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า ที่ลำห้วยทวนบน ข้างวัดป่าบ้านโนนผักหวาน ต.บ้านตาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี นักประดาน้ำของหน่วยกู้ภัยวีอาร์บ้านดุง กำลังเตรียมชุดดำน้ำเพื่อลงไปงมหาต้นตะเคียนอายุกว่า 100 ปี ตามความเชื่อและศรัทธาของชาวบ้าน โดยชาวบ้านเชื่อว่า ยังมีต้นตะเคียนส่วนที่เหลือจมอยู่ใต้น้ำ และเจ้าแม่ตะเคียนทองได้ไปเข้าฝันเด็กๆ หลายคนบอกว่าอยากขึ้นมาจากน้ำ เพราะอากาศหนาว และอยากมาหาลูกสาว เจ้าแม่สไบเงิน เจ้าแม่สไบทอง ที่นำขึ้นมาแล้วเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ชาวบ้านจึงอยากนำขึ้นมาจากลำห้วย เบื้องต้นแม่เรือง บอกว่า เจ้าแม่ตะเคียนได้เข้าไปเข้าฝันเด็กๆ บอกว่า อยู่ใต้น้ำหนาวมาก อยู่มาเป็นร้อยๆ ปี อยากขึ้นมาหาลูกสาวที่ขึ้นมาแล้ว และอยากขึ้นก่อนวันที่ 5 ก.พ.66 นี้

นายสมดี เริ่มศรี อายุ 86 ปีชาวบ้านบ้านโนนผักหวาน บอกว่า เมื่อ 10 ปีที่แล้วเคยพาลูกหลานนำเลื่อยไปตัดท่อนต้นตะเคียนใต้น้ำมาแล้ว โดยได้เอาท่อนปลายของต้นตะเคียนขึ้นความยาวประมาณ 6 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร โดยวันนี้ตนเองมาชี้จุดให้นักดำน้ำว่าอยู่ตรงไหน ยืนยันว่า ตอนที่เอาปลายต้นตะเคียนขึ้นมาทุลักทุเลมาก คิดว่าวันนี้น่าจะเจอโคนต้นตะเคียนแน่นอน

นายสมพร บุญปรก ชาวบ้านโนนผักหวาน หมู่ 10 ต.บ้านตาด บอกว่า วันนี้ได้ขอร้องให้นักประดาน้ำของวีอาร์กู้ภัย อ.บ้านดุง มาช่วยงมดูใต้น้ำเพื่อเอาต้นตะเคียนยักษ์ขึ้นมาจากน้ำ ตามความเชื่อของชาวบ้าน ความศรัทธาที่เราห้ามไม่ได้ โดยเจ้าแม่ตะเคียนไปเข้าฝันบอกว่า อยากขึ้นมาหาลูกสาว ทีเป็นต้นตะเคียนส่วนปลาย โดยชาวบ้านนำขึ้นมาแล้วเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพราะอยู่ใต้น้ำหนาวมาก ก็เลยจะนำขึ้นมา

ต่อมานักประดาน้ำของหน่วยกู้ภัยวีอาร์บ้านดุง ได้จุดธูปขอขมาเจ้าแม่ธรณี ก่อนจะมุดน้ำดูโคนต้นตะเคียนตามที่นายสมดี แจ้ง งมหากว่าชั่วโมงก็ยังหาไม่เจอ ต่อมาจึงเลื่อนมาจุดที่มีจานธูปเทียนวางไว้ข้างลำห้วย ห่างจากจุดแรกประมาณ 20 เมตร พอนักประดาน้ำย้ายที่มายังไม่งม ปรากฏว่าเท้าไปเหยียบ ถึงกับพากันขนลุก เพราะเจอท่อนตะเคียนจริงๆ ท่ามกลางความดีใจของชาวบ้าน กู้ภัยที่เจอต้นตะเคียนบริเวณโคนต้น โดยพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอดมินบ้านดุงอัพเดต จะได้ประสานรถแบ็คโฮมาดึงต้นตะเคียนขึ้นจากน้ำต่อไป

พระอาจารย์สุเมธ กัมมสุทโธ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านโนนผักหวาน เปิดเผยว่า เรื่องราวความเชื่อของชาวบ้านเราห้ามไม่ได้ อาตมาอยู่วัดแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2555 เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ญาติโยมก็เคยเอาส่วนปลายของต้นตะเคียนขึ้น ชื่อ เจ้าแม่สไบเงินสไบทอง ตอนนี้อยู่ที่วัดป่าบ้านโนนผักหวาน แม่เรืองซึ่งเป็นโยมอุปัฏฐากที่วัดได้มาบอกอาตมาว่า เด็กๆ หลายคนนิมิตฝันเจ้าแม่ตะเคียนทองอยากขึ้นมาหาลูกสาว อยู่ใต้น้ำมาร้อยๆ ปีหนาวมากแล้ว วันนี้ก็เลยให้ญาติโยมที่เป็นนักประดาน้ำมาตรวจสอบ ก็เจอจริงๆ จากนี้ไปก็คงนำขึ้นมาอยู่กับลูกๆ และจะมีทำพิธีบวงสรวงในวันอาทิตย์ที่ 5 ก.พ.66 นี้

– 006

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดใหญ่!! งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708777

จัดใหญ่!! งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566

จัดใหญ่!! งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.23 น.

พุทธศาสนิกชนชาวแพร่ “ร่วมเปิด”งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 ณ.วัดพระธาตุจอมแจ้ง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ นายเสรี ทรงศักดิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ เป็นตัวแทนของ นายอนุวัธ วงค์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ให้เป็นประธานเปิดงานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566 โดยมี นายอดุลย์ ไหลทุ่ง นายกเทศมนตรีตำบลช่อแฮ พร้อมผู้บริหาร สมาชิกสภา เทศบาลตำบลช่อแฮ นายอนันต์ แดงชนะ กำนันตำบลช่อแฮ นายวิทยา กันกา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง นางณัฐธกา กันกา กำนันตำบลป่าแดง คณะผู้บิหารองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกวาง นายประเทือง สมเพาะ กำนันตำบลบ้านกวาง อำเภอสูงเม่น และพุทธศาสนิกชนชาวแพร่ ร่วมเปิดงานฯ เทศบาลตำบลช่อแฮ กำหนดการจัดงานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 2-5 กุมภาพันธ์ 2566 (ขึ้น 12 – 15 ค่ำ เดือน 3) ณ วัดพระธาตุจอมแจ้ง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ ทั้งนี้เพื่อเป็นส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม จึงจัดงานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566 ขึ้น 

สำหรับพิธีเปิด “งานประเพณีไหว้สาพระธาตุจอมแจ้ง ประจำปี 2566” โดยมีขบวนแห่จากณะศรัทธาจากหัววัดต่างๆ เวลา 19.30 น.- การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การแสดงความสามารถของนักเรียนโรงเรียนในพื้นที่ การแสดงดนตรีลูกทุ่ง วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 07.00 น.- ร่วมพิธีตักบาตร เวลา 19.30 น.- การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การประกวดธิดาจวนแจ้ง ปี 4 รอบแรก – การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การประกวดธิดาจวนแจ้ง ปี 4 รอบสอง
– การแสดงดนตรีลูกทุ่ง – การประกาศผล การประกวดธิดาจวนแจ้ง ปี 4 – การแสดงดนตรีลูกทุ่ง 

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 07.00 น.ร่วมทำบุญตักบาตร 19.30 นการแสดงวงดนตรีลูกทุ่งศิลปิน”น้องวิวจตุภรณ์” การแสดงดนตรีลูกทุ่ง

วัดพระธาตุจอมแจ้ง เป็นวัดเก่าแก่แห่ง ตำบลช่อแฮ อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ที่มีอายุยาวนานกว่าพันปี เป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุจอมแจ้ง ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพระหัตถ์ซ้ายและพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อจอมแจ้ง พระประธานอายุยาวนานกว่า 600 ปี ที่ทั้งชาวเมืองแพร่และนักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปกราบไหว้สักการะกันอย่างไม่ขาดสายในแต่ละปี เดิมพระธาตุองค์นี้มีชื่อว่า พระธาตุจวนแจ้ง เนื่องจากช่วงเวลาที่พระพุทธองค์สเด็จมาที่นี่เป็นช่วงเวลาจวนจะสว่างพอดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อของพระธาตุก็เริ่มเพี้ยนจนกลายมาเป็น พระธาตุจอมแจ้ง อย่างเช่นในปัจจุบัน องค์พระธาตุมีความสูงถึง 29 เมตร ฐานกว้าง 10 เมตร เป็นเจดีย์ทรงพุ่มสีทองอร่าม มีรูปแบบคล้ายคลึงกับ พระธาตุช่อแฮ ซึ่งสร้างขึ้นด้วยศิลปะผสมผสานระหว่างศิลปะสุโขทัยและศิลปะเวียงโกศัย ยังคงสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์และงดงาม 

บริเวณงาน มีการจำหน่ายสินค้าพื้นบ้านกาดมะเก่า การจำหน่ายสินค้าราคาถูก ผักปลอดสารพิษของพี่น้องชาวบ้านในตำบลช่อแฮ ตำบลบ้านกวาง จึงเป็นที่รับทราบของพี่น้องชาวแพร่ และนักท่องเที่ยวต่างเคยมาเที่ยวงานแล้วได้จับจ่ายซื้อของฝากมากมายด้วย.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708768

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว 'ข้าวใหม่ปลามัน' อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.43 น.

ททท.ชวนเที่ยว ส่งท้ายลมหนาว แบบหนาวกายไม่หนาวใจ “ข้าวใหม่ปลามัน” อันซีนใหม่ของอุตรดิตถ์ แพปลาบ้านท่าเรือ ชมวิถีชีวิตสไตล์ ล้านนาโบราณ สงบเงียบในหุบเขา กาดโคมล่อง ร้านค้า ร้านอาหาร เอกลักษณ์ของชาวเหนือ คาราวาน Food Truk อิ่มอร่อยไม่ซ้ำใคร การตกแต่งโซนรับประทานอาหารกับลานขันโตก กิจกรรมท่าปลา โอมากาเสะ  โชว์ทำอาหารจากเชฟมากประสบการณ์กับงานรังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ชมหนังกลางโต้ง ภาพยนตร์สั้นกลางแปลง บรรยากาศแคมป์ปิ้งรับลมหนาว เหมาะไบน้อ สะล้อซอซึง คอนเสิร์ต ศิลปินดัง ชมฟรี 3วัน 3 คืน

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณบ้านท่าเรือ หมู่ที่ 9 ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ น.ส.ปนัดดา โรจนาธิโมกข์ Project Manager ผู้จัดการโครงการข้าวใหม่ปลามัน พร้อมด้วย น.ส.รส    รินทร์  ศรัณย์เกตุ ตัวแทน นายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ นายสมพร  นะถา นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ท่าปลา พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสมาชิก อบต.ท่าปลา นางสุนทรียา  ธิจร กำนันตำบลท่าปลา นายม่อน  ติงปัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ลงพื้นที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ตรวจดูสถานที่เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวธรรมชาติให้กับพื้นที่อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วงส่งท้ายลมหนาว แบบหนาวกายไม่หนาวใจ โดยการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ลักษณะการจัดงานเป็นฟรีคอนเสิร์ต พร้อมเทศกาลอาหารและดนตรี เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยร่วมกับจังหวัดอุตรดิตถ์ องค์การบริหารส่วนตำบลท่าปลา และบริษัทจัดสนุกคอนซัลแตนท์ จำกัด กับงาน “ข้าวใหม่ปลามัน” ณ แพปลาบ้านท่าเรือ เพื่อก่อให้เกิดการประชาสัมพันธ์จังหวัดอุตรดิตถ์ ให้นักทองเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์มากขึ้น และเพื่อเป็นการดึงดูดให้นักท่องเที่ยวได้หันเข้ามาเที่ยวในพื้นที่บ้านท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ มายิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน 

“อุตรดิตถ์” เป็นจังหวัดตั้งอยู่ในพื้นที่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ได้ชื่อว่าเป็นเมือง”ลับแล” เมืองรอยต่อ 3 วัฒนธรรม ทั้งวัฒนธรรมสยาม(ภาคกลาง) วัฒนธรรมล้านนาและวัฒนธรรมล้านช้าง จังหวัดแห่งการท่องเที่ยวที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่รักและชื่นชอบธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ ความงดงามของวัฒนธรรมและวิถีชีวิตสไตล์ล้านนาโบราณที่เงียบสงบในหุบเขา กับบรรยากาศในอากาศดีๆ ที่มีครบทุกสไตล์ กิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานพร้อมสอดแทรกบรรยากาศความสวยงามของวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ 

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมอื่นอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น “กาดโคมล่อง” ครบครันทั้งการออก ร้านค้า ร้านอาหาร อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเหนือ พร้อมด้วยคาราวาน Food Truck กับความอิ่มอร่อยไม่ซ้ำใคร การตกแต่งโซนรับประทานอาหารกับลานขันโตก ในบรรยากาศแบบล้านนา กิจกรรมท่าปลา โอมากาเสะ ชมโชว์วิธีการทำอาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่นขึ้นชื่อจากเชฟมากประสบการณ์กับการรังสรรค์เมนูสุดพิเศษให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมชิมกันแบบจานต่อจาน ชมการแข่งขันจานเด็ดลุ่มแม่น้ำ เน้นปลาหลากหลายชนิดจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ นำเป็นวัตถุดิบปรุงหรือเนรมิตเป็นอาหารจานเด็ดรสชาดถูกใจกรรมการเพื่อชิงรางวัลเสน่ห์แห่งวิถีริมน้ำ สนุกกับกิจกรรม Workshop การประดิษฐ์การ์ดวาเลนไทน์ เพื่อสื่อความรู้สึกให้คนรัก, ชมการแสดงจินตลีลาที่สวยงาม, ชมฟรีหนังกลางโต้ง ภาพยนตร์สั้นกลางแปลง, บรรยากาศแคมป์ปิ้งรับลมหนาว เหมาะไบน้อ สะล้อซอซึง กับการขับกล่อมบรรยากาศด้วยเสียงคนรีสะล้อซอซึง เอกลักษณ์ของชาวล้านนา มาแล้วต้องลองลิ้มชิมออาหารเลิศรส 7 เมนูแซ่บ ตัวแม่ต้องลอง อาทิ ยำปลาซิวแก้ว-เม็ดมะม่วง ทอดมันปลาซิวแก้ว ทอดมันปลากลาย ปลาตะโกกเผาต้มยำปลาตะโกก  ลาบปลากาเลิศรส ปลาหมอบัตเตอร์อบ

ต้องไม่พลาดจุดเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอท่าปลา 5 จุดเด่นฟินเว่อร์  อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ”  , เขื่อนดินช่องเขาขาด(สันเขื่อนสิริกิติ์) จุดเช็คอินบ้านท่าเรือ ภูพญาพ่อ หาดทรายงามตำบลน้ำหมัน ข้าวใหม่ปลามัน คอนเสิร์ต ที่จัดเต็มกับฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังทุกวัน วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พบกับ Only Monday และ Patrickananda, วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พบกับ มาร์ค ธัชพล จุลเกษม และ MVL วันสุดท้ายที่ 12 กุมภาพันธ์ พบกับ แซ็ค ชุมแพ และร่วมสนุกกับกิจกรรมออนไลน์ การแจกรางวัล เพียงโพสต์ไปให้โลกรู้ของบรรยากาศในงานลงในโซเชียลมีเดีย และติดแฮชแทก #ข้าวใหม่ปลามัน ลุ้นรับของรางวัล Gift Voucher แบบจัดเต็ม บัตรรับประทานอาหารมูลค่า 3,000 บาท, ห้องพัก 1 คืน 2 คน มูลค่า 3,000 บาท ขอเชิญทุกท่านมาสร้างประสบการณ์ส่งท้ายลมหนาว แบบหนาวกายไม่หนาวใจ จะมาเดี่ยว มาคู่ ฟินได้แบบครบทุกรสชาติ รับความอบอุ่นกลับบ้านแบบถึงใจกับงาน “ข้าวใหม่ปลามัน” วันที่ 10-12กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. ณ แพท่าปลาบ้านท่าเรือ ตำบลท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ งานนี้เข้าชมฟรีตลอดงานทั้ง 3 วัน!!!

นายสมพร  กล่าวว่า รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ความสำคัญถึงแหล่งท่องเที่ยวบ้านท่าเรือ ต.ท่าปลา อ.ท่าปลา แห่งนี้ ในนามของผู้บริหาร อบต.ท่าปลา ขอขอบพระคุณ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยผลักดันงบประมาณลงมาพัฒนาด้านการท่องเที่ยวให้กับพื้นที่ อบต.ท่าปลา โดยการประสานงานจาก นายศรัณย์วุฒิ  ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาพื้นที่บ้านท่าเรือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์และประเทศไทย 

“ในรอบกว่า 50 ปีที่ผ่านมา บ้านท่าเรือซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ยังไม่เคยได้มีการจัดงานด้านการท่องเที่ยวเลยแม้นแต่ครั้งเดียว การจัดกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวในครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนพื้นที่และอำเภอท่าปลา ถือเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวให้กับบ้านท่าเรือ อำเภอท่าปลา ให้คนทั้งประเทศได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามออกสู่สายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดได้รู้จักมากขึ้น การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นอกจากเป็นการชูการท่องเที่ยวที่ปิดอยู่ในคนทั่วไปได้รู้จักแล้ว ยังก่อให้เกิดการพัฒนารวมถึงการสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ด้วย”

น.ส.รสรินทร์  กล่าวว่า บ้านท่าเรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่สวยงามมาก เริ่มต้นเกิดจากชาวบ้านอำเภอท่าปลายอมเสียสละที่ดินทำกินอันอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้มีการก่อสร้างเขื่อนสิริกิติ์ผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนทั้งประเทศได้มีไฟฟ้าใช้กัน และยังเป็นแหล่งเก็บน้ำหรืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ เพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตรให้ประชาชนได้เพาะปลูกพืชผลนานาชนิด รวมถึงเพื่อการเพาะเลี้ยงปลาในกระชังท้ายเขื่อนสิริกิติ์ จนกลายเป็นแหล่งกระชังปลาที่ใหญ่สุดของประเทศไทย  คนท่าปลายอมอดทนยอมทนทุกข์ยากลำบากเพื่อคนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ในสิ่งเหล่านี้ บ้านท่าเรือจึงเป็นแหล่งหาปลาเลี้ยงชีพสำหรับคนพื้นที่เป็นหลัก เนื่องจากที่ดินเดิมอุดมสมบูรณ์ได้จมอยู่ใต้บาดาลไปแล้วนานกว่า 50 ปี ทั้งบ้าน วัด สถานที่ราชการและที่ดินทำกินของชาวบ้าน

“การจัดงานครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับคนท่าปลา จะทำให้ชาวบ้านมีรายได้มากยิ่งขึ้นจากการท่องเที่ยวในครั้งนี้ ด้านที่พักอาศัย การล่องแพ การลงเรือยนต์ การค้าขายในรูปแบบต่างๆที่จะนำรายได้เข้ามาสู่ในพื้นที่อย่างมาก บ้านท่าเรือถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอท่าปลา ที่ม่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวตลอดทั้งปี”

ด้าน น.ส.ปนัดดา ผู้จัดการโครงการข้าวใหม่ปลามัน กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่นำเงินเข้าประเทศเป็นอันดับหนึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามเยอะแยะ และมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจ มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง จุดแพท่าปลา บ้านท่าเรือ มีวิถีชีวิตที่น่าสนใจมาก บริเวณนี้เป็นอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนดินที่ใหญ่สุดในประเทศไทย ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงให้ความสนใจที่จะมาสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวให้กับคนในพื้นที่จุดนี้ เป็นการจัดกิจกรรมข้าวใหม่ปลามัน กิจกรรมเทศกาลอาหาร เทศกาลดนตรี ฟรีคอนเสิร์ต อาหารท้องถิ่นและสินค้าโอท็อป งานมีตั้งแต่วันที่ 10-12 กุมภาพันธ์นี้ ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวงานกัน ร่วมแต่งกายในชุดผ้าพื้นเมืองเข้าร่วมงาน มีจุดถ่ายรูปเช็คอินจำนวนหลายแห่ง ร่วมจับจ่ายซื้อสินค้ากลับบ้านเพื่อเป็นการสนับสนันรายได้ให้กับคนในพื้นที่

“ส่วนผู้ที่ชื่นชอบการช๊อปปิ้ง ภายในงานได้รวบรวมสิ้นค้าอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าโอท็อป สินค้าพื้นเมืองอย่างมากมายซึ่งเป็นสินค้าชื่อดังของจังหวัดอุตรดิตถ์ สินค้าเกรดเอระดับ 3-5 ดาว สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดนตรี ภายในงานมีนักดนตรีชื่อดังร่วมแสดงคอนเสิร์ต เช่น Only Monday, Patrickananda, มาร์ค ธัชพล จุลเกษม, MVL, แซ็ค ชุมแพ, ชมการแสดงพื้นบ้าน วิถีชีวิตชุมชน หญิง-ชายที่ชอบจุดเช็คอินถ่ายรูปภาพต้องไม่พลาด มีจุดถ่ายภาพสวยงามให้หลายจุดถ่ายกันเพลินๆ แพกลางน้ำ บ้านท่าเรือถือเป็นจุดท่องเที่ยวอันซีน อยากแนะนำให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักกันจะได้หลงเสน่ห์ความสวยงามของที่นี่ซึ่งไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวอื่นอย่างแน่นอน เพราะมีอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่เหมือนทะเลสาบ คนในพื้นที่เรียกว่า อ่างเก็บน้ำสุริยันจันทรา ชมพระอาทิตย์สะท้อนยังแผนน้ำ กำลังลับขอบฟ้าผ่านหุบเขา เป็นภาพที่สวยงามมาก พื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยภูเขาสวยงามมากหาที่ไหนไม่ได้ สามารถพักผ่อนตกปลาหรือแคมป์ปิ้ง ล่องเรือชมธรรมชาติกลางอ่างน้ำ ชมเจดีย์กลางน้ำ ที่ท่าปลามีทุเรียนหลงนางพญา รสชาดไม่แพ้ทุเรียนหลง-หลินลับแล ถึงช่วงฤดูต้องมาชิมกัน” น.ส.ปนัดดา ผู้จัดการโครงการข้าวใหม่ปลามัน กล่าวทิ้งท้าย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง พ่อแม่ทำบาปอกุศล บุตรธิดารับเคราะห์แทนจริงหรือ??

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708743

กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง พ่อแม่ทำบาปอกุศล บุตรธิดารับเคราะห์แทนจริงหรือ??

กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง พ่อแม่ทำบาปอกุศล บุตรธิดารับเคราะห์แทนจริงหรือ??

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.34 น.

“กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง กรรมดีให้ผลดีจริง กรรมชั่วให้ผลชั่วจริง ผู้ใดทำกรรมใดไว้ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น ผู้ไม่ได้ทำ หาต้องได้รับไม่” ความเข้าใจผิดในเรื่องนี้มีอยู่ให้ได้ยินได้ฟังอยู่เนื่องๆ เช่น มารดาบิดาทำไม่ดีต่างๆ นานาให้เห็น เกิดเหตุการณ์รุนแรงแก่ชีวิตบุตรธิดาก็มักกล่าวกันว่าลูกรับเคราะห์แทนมารดาบิดาบ้าง หรือลูกรับกรรมแทนมารดาบิดาบ้าง ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น กรรมของผู้ใด ผลย่อมเป็นของผู้นั้น จะรับผลกรรมแทนกันไม่ได้…ไม่มี

มารดาบิดาทำไม่ดี ทำบาปทำอกุศล ยังอยู่ดีมีสุขเพราะผลของบาปอกุศลยังส่งไม่ถึง แต่บุตรธิดาที่ไม่ทันได้ทำบาปทำอกุศล กลับต้องมีอันเป็นไปต่างๆ นั้นนั่นเป็นเรื่องของการรับผลของบาปอกุศลที่ทำไว้ในภพชาติก่อนที่ตามมาส่งผลในภพในชาตินี้แน่นอน บุตรธิดาผู้ได้รับผลไม่ดีต่างๆ นานาต้องทำกรรมไม่ดีไว้ในภพชาติหนึ่งแน่นอน แต่เราไม่รู้ไม่เห็นเท่านั้น ไม่ใช่บุตรธิดารับผลกรรมแทนมารดาบิดา

ผู้จะเกิดร่วมกัน เป็นแม่เป็นพ่อเป็นลูกกัน ต้องมีกรรมดีกรรมชั่วในระดับเดียวกัน ไม่แตกต่างห่างไกลกัน จึงทำให้เหมือนลูกรับกรรมแทนพ่อแม่ผู้ทำบาปอกุศล ลูกที่มารับผลไม่ดีต่างๆ ขณะที่พ่อแม่ผู้ประกอบกรรมไม่ดีนั้น นั่นเพราะกรรมไม่ดีของลูกส่งผลทันในระยะนั้น จึงทำให้ยากจะเข้าใจได้ จึงทำให้เกิดความสับสนกันมาก กรรมของคนหนึ่ง ผลจะไม่เกิดแก่อีกคนหนึ่งแน่นอน

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=13664

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขอพูดอีกครั้ง!! ‘บัวขาว’ โพสต์เดือด ‘ไม่เคยลืมกำพืด ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน’

Posted on February 4, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/708731

ขอพูดอีกครั้ง!! 'บัวขาว' โพสต์เดือด 'ไม่เคยลืมกำพืด ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน'

ขอพูดอีกครั้ง!! ‘บัวขาว’ โพสต์เดือด ‘ไม่เคยลืมกำพืด ไม่เคยเนรคุณแผ่นดิน’

วันศุกร์ ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 18.06 น.

3 ก.พ.66 จากกรณีที่ทางประเทศกัมพูชา ประกาศเปลี่ยนชื่อมวย (มวยไทย) เป็น”กุน ขแมร์”เพื่อแข่งขันในศึกซีเกมส์ 2023 ระหว่างวันที่ 5 – 17 พฤษภาคมนี้ เรื่องนี้ทำเอาเป็นดราม่าในโลกออนไลน์กันร้อนฉ่า เพราะมองว่าชาติของตนเป็นผู้ริเริ่มศิลปะป้องกันตัวชนิดนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ‘แก้ว รัมย์จง’ตำนาน’กุน ขแมร์’ ลั่นอยากปะทะ’บัวขาว’ คันมือ คือขา อยากปะทะ 
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : ‘บัวขาว’โพสต์เป็นภาษาอังกฤษ ทวงค่าตัว 2.2 ล้านไฟต์ล่าสุด ที่ชกที่เขมรอีกรอบ

โดยก่อนหน้านี้บัวขาวได้ออกมาโพส์ในเพจเฟสบุ๊ก Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) โดยระบุว่า “บัวขาวเองไม่มีปัญหากับกุน แขมร์ หรือประชาชนชาวกัมพูชาทั้งนั้น แต่ที่ติดปัญหานั่นก็คือ อยากวอนขอให้ผู้ใหญ่ในวงการมวยของกัมพูชา เมตตาช่วยติดตามค่าตัวที่ไปต่อยที่กัมพูชาล่าสุด รายการ World Fight Tournament ยังคงค้างจ่ายอยู่อีกจำนวน 2.2 ล้านบาท จึงขอโอกาสนี้ให้ความอนุเคราะห์ด้วยครับ”

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก Banchamek Gym (Buakaw Banchamek, บัวขาว บัญชาเมฆ) ได้ออกมาโพสต์อีกว่า “ขอพูดอีกครั้งนะครับ บัวขาวเอง เป็นคนไทยแท้ๆ ไม่ไช่คนกัมพูชา ที่มาอยู่เมืองไทย ได้ดิบได้ดีแล้วลืมกำพืด เนรคุณแผ่นดินเดิม บัวขาวเอง เป็นคนไทยเชื้อสายกูย และไม่ได้อับอายด้วยว่ามีชาติพันธ์นี้ คนในประเทศไทย มีความหลากหลาย ภาษาวัฒนธรรม มีทั้ง คนไทยเชื้อสายจีน คนไทยเชื้อสายมอญ คนไทยเชื้อสายญวน คนไทยเชื้อสายลาว คนไทยเชื้อสายตะวันออกกลาง คนไทยเชื้อสายอินเดีย และอื่นๆอีกมากมาย ถึงแม้กระทั่ง คนไทยเชื้อสายกัมพูชาก็ตาม ทุกคนล้วนเป็นคนไทยทั้งสิ้น ภูมิใจในความเป็นไทย และเราก็ให้เกียรติ คนประเทศอื่นๆเหมือนกัน ใครแปลเป็นภาษากัมพูชาได้ ก็ช่วยให้เขาเข้าใจที่ครับ” .-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,882,998 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน
อวยยศ 'ไอซ์ รักชนก' บุคคลแห่งปี เพจ 'The People' จัดให้
ดร.อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ จัดงาน “TEPCoT Tri – Gen Connect”
อภิสิทธิ์ คัมแบ็กสภาฯ! นำทัพ ปชป.รายงานตัว สส.ชุดที่ 27
อนุทินรับยังไม่ได้คุยตำแหน่งประธานสภาฯ แนะรอดูสัมมนาภูมิใจไทย 8 มี.ค.นี้
แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์
เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน
นายกฯรับห่วงทุกเรื่อง น้ำมัน-ตลาดหลักทรัพย์-ราคาสินค้า ปมผลกระทบตะวันออกกลาง
อนุทินสั่งเร่งหาแหล่งสำรอง สู้วิกฤติน้ำมัน

Recent Posts

  • ผู้นำอิหร่านขอโทษประเทศเพื่อนบ้าน ลั่นจะไม่โจมตีก่อน หากไม่ถูกโจมตี
  • สหรัฐฯ เตรียมส่ง “ยูเอสเอส บุช” เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่ 3 สู่ตอ.กลาง เพิ่มแรงกดดันอิหร่าน
  • อิหร่านเตือนยุโรป หากเข้าร่วมโจมตีกับสหรัฐ–อิสราเอล ระวังจะตกเป็นเป้าด้วย
  • ทำเนียบขาวถูกวิจารณ์หนัก หลังโพสต์คลิปสงครามอิหร่านตัดต่อกับเกม และหนังฮอลลีวูด
  • กาตาร์เริ่มเปิดน่านฟ้าบางส่วน เตรียมอพยพผู้โดยสารติดค้างสู่ยุโรป

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d