Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

จัดยิ่งใหญ่!! งานนมัสการ ‘พระธาตุพนม’ พลังศรัทธาไทย-ลาว เนืองแน่น

Posted on January 30, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707451

จัดยิ่งใหญ่!! งานนมัสการ 'พระธาตุพนม' พลังศรัทธาไทย-ลาว เนืองแน่น

จัดยิ่งใหญ่!! งานนมัสการ ‘พระธาตุพนม’ พลังศรัทธาไทย-ลาว เนืองแน่น

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.55 น.

งานนมัสการพระธาตุวันแรก เนืองแน่นพลังศรัทธาไทยลาวนับแสน แห่อัญเชิญพระอุปคุตจากแม่น้ำโขง  “เต๋า ภูศิลป์” นักร้องดังร่วมพิธีและถวายเสียง

วันที่ 29 มกราคม 2566 เวลา 09.00 น. บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารและที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วย นายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม พล.ต.สถาพร บุญชู ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210 (ผบ.มทบ.210) พล.ร.ต.สมาน ขันธพงษ์ ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (ผบ.นรข.) นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม เขต 3 พรรคเพื่อไทย นายศุภชัย โพธิ์สุ (ครูแก้ว) ส.ส.นครพนม เขต 1 พรรคภูมิใจไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส.นครพนมเขต 4 พรรคเพื่อไทย ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานภาครัฐเอกชน ประชาชน นักท่องเที่ยว พลังศรัทธาทั้งชาวไทย ชาวลาว ข้าโอกาสองค์พระธาตุพนม ร่วมในพิธีแห่พระอุปคุต ซึ่งถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์สืบทอดมาแต่โบราณ

โดยประกอบพิธีดังกล่าวขึ้นในช่วงเช้า ก่อนการเปิดงานวันแรกของงานนมัสการองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ถือเป็นบุญเดือนสามที่ยิ่งใหญ่ของชาวอีสาน  ที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ปี  2519  โดยเชื่อกันว่า ก่อนที่จะเริ่มงานนมัสการวันแรก จะต้องมีการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีความเชื่อ คือ อัญเชิญองค์พระอุปคุตมาปกปักษ์รักษา ให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตลอด 9 วัน 9 คืน เช่นเดียวกันในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2566  ซึ่งมีพลังศรัทธา ประชาชน นักท่องเที่ยว ข้าโอกาสพระธาตุพนม มาร่วมพิธีนับแสนคน

ขณะเดียวกัน ได้มีทีมดาราศิลปิน นักร้อง นักแสดงชื่อดังคือ เต๋า ภูศิลป์ เจ้าของบทเพลงใหม่ล่าสุด มนต์รักพระธาตุพนม พร้อมนางเอกมิวสิคสาวสวย พุดทะสอน สาวลาวใต้ นอกจากนี้ยังมีน้องไข่มุก รุ่งรัตน์ และ นักร้องสาวสวย ข้าวทิพย์ ธิดาดิน รวมถึงทีมงานมาร่วมพิธีอัญเชิญพระอุปคุต แห่เครื่องสักการะบูชา ถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุพนม เพื่อเป็นสิริมงคล 

สำหรับ งานนมัสการองค์พระธาตุพนม  จัดขึ้นในช่วง วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 จนถึงวัน วันแรม 1 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี โดยจากประวัติความเป็นมา ตามตำนานความเชื่อ พระอุรังคนิทาน ระบุไว้ว่า สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้า พร้อมพระอานนท์ ได้เสด็จมาทางอากาศ เพื่อไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตรบูร สปป.ลาว ภายหลังได้มาประทับแรมที่ภูกำพร้า คือ จุดที่ก่อสร้างองค์พระธาตุพนมในปัจจุบัน จากนั้นพญาอินทร์ ได้เสด็จมาทูลถาม ซึ่งพระพุทธองค์ได้ตรัสว่า เป็นประเพณีของพระพุทธเจ้า 3 พระองค์ ในภัททกัลป์ที่นิพพานไปแล้ว บรรดาสาวกจะนำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า เช่นกันกับพระพุทธองค์ เมื่อนิพพานแล้ว พระมหากัสสะปะ ผู้เป็นสาวก จะได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้เช่นกัน

ภายหลังพระพุทธเจ้าปรินิพาน พระมหากัสสะปะ ผู้เป็นสาวก ได้ร่วมกัน สร้างองค์พระธาตุพนมขึ้น เพี่ออัญเชิญพระอุรังคธาตุ มาประดิษฐานในราวปี พ.ศ.8 โดยการนำของพญาเจ้าเมืองทั้ง 5 และพระอรหันต์ 500 องค์ ซึ่งในยุคแรกได้ก่อสร้างจากดินดิบ เป็นเตาสี่เหลี่ยม ข้างในเป็นโพรงมีประตูทั้ง 4 ด้าน จากนั้นได้มีการบูรณะ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.500 และทำการบูรณะต่อเนื่องมารวม 6 ครั้ง กระทั่งเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2518 พระธาตุพนมได้พังทลายลง เนื่องจากฐานเก่าแก่ ทำให้เป็นที่ฮือฮา เพราะได้พบเห็นผอบแก้ว บรรจุพระอุรังคธาตุ 8 องค์ ไว้ภายใน และมีการลงเข็มรากสร้างพระธาตุพนมองค์ใหม่ เมื่อปี 2519 เป็นเจดีย์ทรงฐาน 4 เหลี่ยม ความสูงจากพื้นถึงยอดฉัตร 57 เมตร ฐานกว้างด้านละประมาณ 12 เมตร ยอดฉัตรเป็นทองคำน้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม ภายในได้บรรจุพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า จากนั้นจึงได้มีการจัดพิธีเฉลิมฉลอง บูชาองค์พระธาตุพนม จนสืบทอดมาถึงปัจจุบัน ที่สำคัญถือเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ ส่งผลดีทั้งการท่องเที่ยว และสร้างเศรษฐกิจ เงินหมุนเวียนสะพัดปีละหลาย 100 ล้านบาท ส่วนยอดทำบุญมีพลังศรัทธาร่วมบริจาค ปีละไม่ต่ำกว่า 20 -30 ล้านบาท

ส่วนพระอุปคุตตามตำนานความเชื่อ ในสมัยพระเจ้าอโศก ถือเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์  บำเพ็ญเพียรใต้ท้องสมุทร ครั้นเมื่อจะมีพิธีฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ เพื่อใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงได้มีการอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาจากมหาสมุทร เพื่อปกป้องคุ้มภัย ไม่ให้พญามาร มาสร้างความวุ่นวายในงาน ทำให้พิธีสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จึงกลายเป็นประเพณีความเชื่อสืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน

เช่นเดียวกันกับงานนมัสการองค์พระธาตุพนมทุกปี ได้มีการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ โดยการจำลองอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นมาจากแม่น้ำโขง เพื่อมาประดิษฐานภายในวัด เพื่อปกปักษ์รักษา ให้งานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทำให้ทุกปีการเปิดงานวันแรก จะมีพลังศรัทธานับแสนคน มาร่วมพิธีแห่พระอุปคุตเพื่อเป็นสิริมงคล

ด้าน ดารานักร้องหนุ่ม เต๋า ภูศิลป์ เจ้าของเพลงมนต์รักพระธาตุพนม พร้อมดารานักร้องสาว ไข่มุก รุ่งรัตน์ เปิดเผยถึงความรู้สึก ว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจที่สุด ได้มีโอกาสมาร่วมงานพระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมือง ที่เคารพศรัทธาของชาวไทยชาวลาว นับเป็นปีแรกที่ได้มาร่วมงาน โดยส่วนตัวยอมรับว่ามีความเชื่อศรัทธาในพระพุทธศาสนา ส่วนเรื่องสายมูยอมรับว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่พื้นฐานนับถือพระพุทธศาสนาอยู่แล้ว สิ่งไหนเป็นเรื่องดี  ได้ปฏิบัติตามความเชื่อทุกอย่าง  โดยเฉพาะการเข้าวัดทำบุญ ถือเป็นสิ่งดี ทำแล้วสบายใจ ที่สำคัญได้มีส่วนร่วมในการขับร้องเพลงมนต์รักพระธาตุพนม ถือเป็นสิ่งดีกับชีวิต ได้มีโอกาสร้องเพลงถวายเป็นพุทธบูชา รวมถึงให้ชาวไทย ชาวลาว พุทธศาสนิกชน ได้รับรู้ถึงความสำคัญขององค์พระธาตุพนม และความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยลาว นอกจากนี้ในเรื่องปีชง มีความเชื่ออยู่แล้ว แต่ไม่ยึดติด เชื่อว่าขึ้นอยู่กับตัวเรา เราทำดีต้องได้ดี สิ่งไหนที่เขาให้ระมัดระวัง เราปฏิบัติตามอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องดีไม่เสียหาย ในส่วนของผลงานเพลงมนต์รักพระธาตุพนม ถือว่าตอบรับดี ล่าสุดยอดอยู่ที่ 3 ล้านวิว ขอบคุณที่ให้การติดตามสนับสนุน ฝากแฟนคลับติดตามผลงาน สำหรับน้องไข่มุก กำลังมีผลงานละครล่าสุด ดอกหญ้าป่าคอนกรีต เตรียมรับชมกลางปีนี้ ทางช่องวัน เลข 31

นอกจากนี้  นางเอกนักร้องสาว ไข่มุก รุ่งรัตน์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับเต่าที่เลี้ยงไว้ ชื่อ น้องสดใส เป็นเพศผู้ มีความเชื่อว่าเป็นเต่าให้โชค ปีที่แล้วได้นำแป้งปะขอเลขมงคลได้ 58 ส่วนงวดนี้ถามว่ามีเลขมงคลมั้ย ขออุบไว้ก่อน เพราะกลัวแฟนคลับผิดหวัง ในการเสี่ยงโชค ต้องรอลุ้นกันต่อไป

ด้าน นางเอกมิวสิคสาวสวย พุดทะสอน สาวลาวใต้ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและภาคภูมิใจมากที่ได้มาร่วมงานบุญประเพณีใหญ่ของชาวไทย นมัสการองค์พระธาตุพนม และถือเป็นความโชคดี ที่ได้ร่วมแสดงเป็นนางเอกมิวสิค เพลงมนต์รักพระธาตุพนม จนมีแฟนคลับทั้งชาวไทย ชาวลาว ให้ความสนใจติดตามจำนวนมาก และเป็นบทเพลงที่ชื่นชอบมากของพี่น้องชาวลาว ถือเป็นความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวไทย ชาวลาว ยิ่งในช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม พี่น้องชาวลาวได้มีโอกาสเดินทางมาทำบุญถือเป็นบุญกุศลยิ่งใหญ่.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถูก ผิด ดี ชั่ว ไม่สน! ‘แพทย์ชนบท’อัดยับบิ๊กสธ. โบ้ยตามนาย-รับใช้การเมืองได้ทุกเรื่อง

Posted on January 30, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707449

ถูก ผิด ดี ชั่ว ไม่สน! 'แพทย์ชนบท'อัดยับบิ๊กสธ. โบ้ยตามนาย-รับใช้การเมืองได้ทุกเรื่อง

ถูก ผิด ดี ชั่ว ไม่สน! ‘แพทย์ชนบท’อัดยับบิ๊กสธ. โบ้ยตามนาย-รับใช้การเมืองได้ทุกเรื่อง

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.46 น.

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก “ชมรมแพทย์ชนบท” โพสต์ข้อความระบุว่า โบ้ยตามนาย รับใช้การเมืองได้ทุกเรื่อง ถูก ผิด ดี ชั่ว ไม่สน!!!!! เมื่อการเมืองสั่งมา สนองทันที ไม่มีสำนึก บาป บุญ คุณ โทษ ใช้อำนาจมิชอบ???

ผู้บริหารระดับสูงของ สธ.ในยุคก่อน ๆ ส่วนใหญ่ท่านให้เกียรติ ให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นอย่างยิ่งกับแพทย์ในชนบท ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน(ผอ.รพช.) ที่เสียสละมุ่งมั่นรับราชการปฎิบัติหน้าที่ให้บริการประชาชนในชนบทเป็นอย่างดี โดยไม่หวังความก้าวหน้าในราชการไปมากกว่านี้ มุ่งพัฒนาการสาธารณสุขในระดับอำเภอให้ก้าวหน้า เกาะติดพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ

โดยแทบจะไม่เคยมีคำสั่งโยกย้ายตำแหน่ง ผอ.รพช. จากผู้บริหารระดับสูงของ สธ.โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าหรือปรึกษาหารือล่วงหน้ากับเจ้าตัวก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับขวัญและกำลังใจของแพทย์ในชนบท ของผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนผู้ปฎิบัติงานอย่างดีในระดับชุมชนระดับอำเภอ อย่างมากก็แค่ขอร้องให้ ผอ.รพช.ที่มีศักยภาพ มีความรู้ความสามารถสูงให้ไปควบรักษาการในตำแหน่ง ผอ.รพช.ในอำเภอละแวกใกล้เคียง เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้แก่น้อง ๆ แพทย์รุ่นใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์เชิงบริหารโรงพยาบาลชุมชน( รพช.) พอมีประสบการณ์ก็หาคนรุ่นใหม่รับไม้ต่อ

กรณีการมีคำสั่งโยกย้าย ผอ.รพช.ส่วนใหญ่ เจ้าตัวจะเป็นคนขอย้ายตัวเองไปดำรงตำแหน่งที่อื่น หรือไม่ก็ในกรณีที่มีการกระทำความผิดและมีการสอบสวนทางวินัย อย่างชัดเจน หรือมีปัญหาไม่มีประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในเชิงการบริหารโรงพยาบาลชุมชน หรือมีปัญหาทำงานร่วมกับชุมชนและหน่วยงานอื่น ๆ ในอำเภอเดียวกันไม่ได้ ผู้บริหารระดับสูง สธ.ส่วนกลางจึงจะมีคำสั่งย้าย แพทย์ที่ประชาชน รัก เชื่อมั่น ศรัทธา จะไปย้ายเขาออกจากพื้นที่ได้อย่างไร ในเมื่อเป็นความต้องการของประชาชน

กรณีผู้ตรวจฯ รับมอบอำนาจจากปลัด สธ.มีคำสั่งย้าย นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จาก ผอ.รพ.จะนะ ไปดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.สะบ้าย้อย มองยังไงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปกติจากนโยบายและแนวปฏิบัติของการโยกย้าย ผอ.รพช.ในระยะเวลาที่ผ่านมาอันยาวนานในอดีตตั้งแต่เริ่มแรกที่มีโรงพยาบาลชุมชนประจำอำเภอ….

หรือว่า..ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขในยุคนี้ต้องการจะปฏิรูประบบสาธารณสุขในระดับอำเภอทั่วประเทศ โดยการกำหนดให้มีนโยบายที่ชัดเจนในการโยกย้ายสลับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน(ผอ.รพช.) ประจำอำเภอทุกอำเภอ ทุก 4 ปี ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เช่นเดียวกับนโยบายแนวปฏิบัติในการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลทั่วไปประจำจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์

สธ.ก็ควรที่จะดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวอย่างเคร่งครัดชัดเจนในการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน (ผอ.รพช.) ทุกตำแหน่ง ทุกอำเภอทั่วประเทศ ทุกคนที่ดำรงตำแหน่ง ผอ.รพช.นั้น ๆ เกิน 4 ปีมาแล้ว อย่างเป็นระบบและมีวาระชัดเจน… อย่าให้ถูกสังคมมองว่าผู้บริหารระดับสูงของ สธ.กำลังใช้อำนาจที่อาจจะเข้าข่ายการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมกับคุณหมอสุภัทร หรือ ผอ.รพช.บางคนบางตำแหน่ง จำนวนส่วนน้อยเท่านั้น.

การล้วงลูกแต่งตั้งโยกย้าย ระดับนายแพทย์ สสจ./ผอ.รพศ./ผอ.รพท.ภายใต้นักการเมืองพรรคนี้ คนนี้ รุนแรงมาก ปลัดกระทรวง ทำตามใบสั่งอย่างเดียว แต่งตั้งข้ามหัว วิ่งเต้น เส้นสาย ตอบแทนผลประโยชน์ กันอย่างโจ่งแจ้ง ยิ่งกว่ายุคใดๆ

ระบบธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข ล่มสลาย รอวันปะทุ ในไม่ช้านี้

ความเลวร้ายในระบบ ก็เหมือนฝีหนองตามร่างกาย สุดท้ายจะรักษาเยียวยาได้ ต้องทำให้ฝีแตก

เชื่อว่าการเลือกตั้งรอบใหม่ ประชาชนจะให้บทเรียน พรรคการเมือง บางพรรค นักการเมืองบางคน

ถึงเวลาที่กระทรวงสาธารณสุข ปลดแอกจากการเมืองที่ไม่มีคุณธรรมเสียที………

– 006

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3Dpfbid02uPKHPH69eLnDSwhQkrTQDXUSopndNjYuTPTU93fUdaYx3VknayxuujpgRBCMaf43l%26id%3D142436575783508&width=500&show_text=true&height=792&appId

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มไอเดียเจ๋ง! ประดิษฐ์’ลำโพงบลูทูธ’จากถังน้ำยาแอร์

Posted on January 30, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707443

หนุ่มไอเดียเจ๋ง! ประดิษฐ์'ลำโพงบลูทูธ'จากถังน้ำยาแอร์

หนุ่มไอเดียเจ๋ง! ประดิษฐ์’ลำโพงบลูทูธ’จากถังน้ำยาแอร์

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.42 น.

29 มกราคม 256 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า ได้พบกับนายสุริยา โสรเนตร หรือช่างโร อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 1 ตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เจ้าของงานประดิษฐ์ลำโพงบลูทูธจากถังน้ำยาแอร์ สีสันสดใส น่ารัก เสียงดี ส่งขายทั่วประเทศมียอดสั่งจองมาต่อเนื่อง 

โดยลำโพงบลูทูธเป็นลำโพงที่ประดิษฐ์ขึ้นจากถังน้ำยาแอร์ แล้วติดตั้งอุปกรณ์ลำโพงบลูทูธ ภายในถังน้ำยาแอร์ใบเดียว สีสันน่ารัก สดใส น้ำหนัก 7 กิโลกรัม คุณภาพเสียงดี เสียงแน่น สะดวกกับการใช้งาน มีให้เลือก 2 ราคา คือ 2,900 และ 4,500 บาท 

จากการสอบถามนายสุริยา โสรเนตร หรือช่างโร ทราบว่า ที่ผ่านมาช่างโรเป็นช่างอิเล็กทรอนิกส์อิสระ รับซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่บ้านและเป็นช่างติดตั้งและซ่อมจานดาวเทียมแบบบริการถึงบ้าน ด้วยความที่เป็นช่วงสร้างตัว ในช่วงเริ่มต้นของยุคโควิดได้เดินทางไปทำงานต่างประเทศ 3 ปี เพิ่งได้กลับมาอยู่บ้าน 4 เดือน  

ด้วยความที่เป็นคนชอบงาน DIY และมีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์เป็นทุนอยู่แล้ว เมื่อกลับมาอยู่บ้าน เห็นตู้ซับที่เคยใช้อยู่มันพัง เลยได้รื้อออกมาดู  แล้วมีความคิดว่า อยากลองประดิษฐ์ตู้ลำโพงบลูทูธไว้ใช้เอง บังเอิญขับรถผ่านร้านซ่อมแอร์ มองไปเห็นถังน้ำยาแอร์เก่า กองอยู่ข้างร้านเป็นจำนวนมาก 

แถมมีรูปทรงน่ารักดี จึงแวะเข้าไปถามขอซื้อ ซึ่งร้านเขาขายในราคาใบละ 50 บาท จึงได้นำมาทดลองประดิษฐ์แบบลองผิด ลองถูก จนได้คุณภาพเสียงเป็นที่พอใจ ทำสีโดยเน้นสีหวาน สดใส อบสีโดยใช้กล่องกระดาษและติดตั้งหลอดไฟ จนสีสุกและเงางาม 

เมื่อนำมาทดลองใช้และโพสต์ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัว ชื่อ Ro progress. และเพจ อ้ายหนุ่มเมืองเสร็น ปรากฎว่า มีลูกค้าสนใจสั่งซื้อมาอย่างต่อเนื่อง  มีการส่งให้ลูกค้าต่างจังหวัดมาแล้วหลายเครื่อง และมียอดสั่งจองมาอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าที่สนใจสั่งสามารถโทรมาสอบถามและสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 093 659 2770 หรือเฟสบุ๊คส่วนตัว Ro progress.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แพรี่’ปล่อยภาพฉันบวบ! หนุ่มทรงผมสกินเฮด กำลังทำท่าทางแปลกๆ

Posted on January 30, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707434

'แพรี่'ปล่อยภาพฉันบวบ! หนุ่มทรงผมสกินเฮด กำลังทำท่าทางแปลกๆ

‘แพรี่’ปล่อยภาพฉันบวบ! หนุ่มทรงผมสกินเฮด กำลังทำท่าทางแปลกๆ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.39 น.

29 มกราคม 2566 ‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ หรืออดีตพระพระมหาไพรวัลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ไพรวัลย์ วรรณบุตร”  อัพเดทประเด็นฉาวปมพระมหารูปหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ชอบฉันบวบ ระบุว่า

‘ไม่เชื่อดิฉันกันเลยหรอคะ ภาพไม่งดไม่งาม จะให้ดิฉันแชร์จริงๆ หรอคะ ดิฉันไม่อยากให้ภาพแบบนี้อยู่ในโซลเชียลเลยนะคะ ไม่ได้สงสารพระ แต่สงสารเด็กในรูปค่ะ ยอมรับเถอะนะคะ เปลี่ยนชุดซะ หรือไม่ก็กลับวัดไปประชุมเปิดอกยอมรับกับชาวบ้านอย่างตรงไปตรงมา จะได้จบนะคะ’

ข่าวเพิ่มเติม : ‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ละความชั่ว ด้วยความดี โดย เจ้าอาวาสวัดกลางรุ่งอรุณ

Posted on January 30, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707429

ธรรมะวันอาทิตย์ : ละความชั่ว ด้วยความดี โดย เจ้าอาวาสวัดกลางรุ่งอรุณ

ธรรมะวันอาทิตย์ : ละความชั่ว ด้วยความดี โดย เจ้าอาวาสวัดกลางรุ่งอรุณ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 11.32 น.

29 มกราคม 2566 วัดกลางรุ่งอรุณ ตั้งอยู่หมู่บ้านหนองโนสวนโคก ต.โพนทอง อ.เสนางคนิคม จ.อำนาจเจริญ สังกัดมหานิกาย มีเจ้าอาวาส 1 รูป พระสงฆ์ 7 รูป สามเณร 8 รูป แม่ชีไม่มี มรรคนายก 1 คน บนเนื้อที่ 2 ไร่เศษ เป็นที่ตั้งกุฎิสงฆ์ สามเณร ศาลาการเปรียญ เป็นต้น 

ก่อนเข้าวัดกลางรุ่งอรุณ จะพบเห็นท้าวเวสสุวรรณ(ยักษ์) ยืนอยู่อย่างโดดเด่น เพื่อให้พุทธศาสนาได้ขอพรบนบานศาลกล่าวขอโชคลาภ สมหวังทุกราย  

สำหรับ พระพุทธรูปนามว่า หลวงพ่อสมปรารถนา เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 15 เมตร สูง 20 เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2556 เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจของพุทธศาสนิกชนและเป็นศูนย์รวมความสามัคคีของคนในชุมชน และยังเป็นสถานที่ประกอบพิธีในวันสำคัญทางศาสนาเป็นประจำทุกปีอีกด้วย 

เจ้าอาวาสวัดกลางรุ่งอรุณ เทศนาตอนหนึ่งว่า พุทธศานิกชน ญาติโยม ที่เดินทางเข้าวัด ส่วนใหญ่จะมีความทุกข์ไม่เหมือนกัน ทุกข์กับสามี ทุกข์กับลูก ทุกข์กับการทำงาน บางคนสามีนอกใจไปติดผู้หญิงอื่นไม่กลับบ้าน ก็เป็นทุกข์ อยากให้สามีกลับมา บางคนเข้าถึงธรรมะ ก็จะนั่งสมาธิ ถือศีล ปฏิบัติธรรม ทำให้จิตใจสบายคลายทุกข์ได้ ส่วนที่เป็นทุกข์เรื่องลูก มีหลายเรื่อง หลายปัญหา ทั้งลูกติดยาเสพติด ไม่เรียนหนังสือ เอาแต่เที่ยวเตร่ ดื่มสุรา เกเร ทะเลาะวิวาท ก็เข้ามาใช้ธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ และขอรดน้ำมนต์ อาตมาก็จะชี้แนะในการปฏิบัติ ตามแนวทางพระพุทธศาสนา ให้ยึดหลักถือศีล 5 ข้อเป็นสำคัญ  

ซึ่งมนุษย์ไม่ว่าศาสนาไหน มีกรรมติดตัวมาทุกคน มีมากน้อยไม่เท่ากัน กรรม หมายถึง การกระทำทางกาย วาจา และใจ ที่ประกอบด้วยเจตนา(ความจงใจ) การกระทำทุกอย่างเกิดจากเจตนา ซึ่งกรรมที่ทำลงไป ย่อมจะส่งผลอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอ ผลของกรรมนั้นเรียกว่า วิบาก และเรียกรวมกันว่า วิบากกรรม แปลว่า ผลของกรรม และส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เรื่องของกรรม คือเรื่องของการทำชั่ว หรือความชั่ว ความเลวร้าย อันที่จริง กรรม เป็นคำกลางๆ ไม่ดีไม่ร้าย การจงใจทำชั่ว ก็จัดเป็นกรรมชั่ว กรรมจึงมีความหมายได้ทั้งทางดี ทางชั่ว ทำความดีเรียกว่า สร้างกุศลกรรม ส่วนทำความชั่ว เรียก อศุลกรรม 

ผลของกรรม เป็นเรื่องซับซ้อนเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้าใจทะลุประโปร่ง พระองค์พระสัมมาสัพพุทธเจ้าตรัสว่า เรื่องที่เข้าใจยากสี่เรื่องที่ปุถุชนไม่ควรนำมาขบคิดให้เปืองสมอง คือ 1.เรื่องพุทธวิสัย คือเรื่ออัจฉริยภาพของพระพุทธเจ้าหรือความสามารถพิเศษของพระพุทธองค์ 2.เรื่องญาณวิสัย คือ อัจฉริยภาพ หรือ ความสามารถพิเศษของคนที่ฝึกจิตมาเป็นอย่างดี 3.เรื่องกรรมวิบาก คือ การให้ผลทางกฏแห่งกรรม 4. เรื่องโลกจินตา การคิดปัญหาอภิปรัชญา เช่น โลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ใครเป็นผู้สร้างโลก  

สี่เรื่องนี้พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นอจินไตย เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาขบคิด(แต่ไม่ได้ห้ามคิด) เพราะชวนให้ฟุ้งช่าน ทำให้เสียเวลาเปล่า  ไม่นำไปแก้ปัญหาต่างๆในชีวิต เพราะเป็นที่เหนือสามัญวิสัยพิสูจน์ได้ยาก ใครที่มัวขบคิด หาทางพิสูจน์อยู่ ไม่ทันรู้ความจริงก็อาจจะตายเสียก่อนหรือคงจะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ ไม่นำไปสู่ความดับทุกข์ได้ 

ซึ่งการแก้กรรม ทำเองได้ โดยแก้ที่ใจ จะต้องตัดใจจากความคิด ความเชื่อที่ผิดๆ กลับมาคิดเห็นทำตามทำนองครองธรรม เชื่อในกฎแห่งกรรมว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หันมายอมรับความถูกต้องเป็น สัมมาทัศนะ  

แก้ที่พฤติกรรม หากพบพฤติกรรมที่เป็นบ่อเกิดแห่งความชั่วของตน ต้องค่อยๆลด ละ เลิก คือทำให้ลดน้อยลงจนเบาบาง หรือไม่มีเหลืออยู่อีกเลย แม้จะใช้ระยะเวลาบางก็ต้องอดทน เช่น บางคนติดการพนัน  หากไม่พยายามเลิก ในที่สุดพฤติกรรมนี้ จะนำไปสู่ความล่มจม 

ป้องกันตัดกิเลส โดยหันมาดำเนินชีวิตตามแนวทางสายกลาง หรือทำสมาธิภาวนา พัฒนาสติปัญญา ให้รู้เท่าทันแห่งมายากิเลสจนเกิดการรู้แจ้งเห็นจริงแห่งมรรคผลนิพพาน สามารถมีชีวิตอยู่ด้วยปัญญาบริสุทธิ์ ไม่ถูกกระตุ้นจากแรงขับของกิเลสอีกต่อไป 

วิธีแก้กรรมที่ถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา ก็คือ การละความชั่วด้วยความดี ไม่ได้ละความชั่วด้วยการเข้าพิธี สารภาพ หรือ ไถ่บาป หรือ อาบน้ำชำระบาป พระพุทธองค์ทรงแนะนำว่า หากจะอาบน้ำชำระบาป ก็จงอาบน้ำแห่งความดีงาม ทางกาย วาจาและใจ จะดีกว่า.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เชียงใหม่’ติดอันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในอาเซียน ยึดอันดับ 32 ของโลก

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707422

‘เชียงใหม่’ติดอันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในอาเซียน ยึดอันดับ 32 ของโลก

‘เชียงใหม่’ติดอันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในอาเซียน ยึดอันดับ 32 ของโลก

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.09 น.

‘เชียงใหม่’ติดอันดับเมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในอาเซียน ยึดอันดับ 32 ของโลก

29 มกราคม 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ต่อกรณีการจัดอันดับของเว็บไซต์ Numbeo ซึ่งเป็นเว็บไซต์ด้านการวิจัยและเป็นฐานข้อมูลด้านคุณภาพชีวิตขนาดใหญ่ (ที่มา: Crime Index and Safety Index by City 2023 (numbeo.com)) จังหวัดเชียงใหม่ของไทย ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีความปลอดภัยสูงเป็นอันดับที่ 32 ของโลก และนับเป็นอันดับที่ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

ในส่วนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบการจัดอันดับดังกล่าว พร้อมทั้งขอบคุณไปยังทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่บูรณาการการทำงานร่วมกันสอดส่องดูแลด้านความปลอดภัยแก่ประชาชนอย่างเข้มงวด จริงจัง เห็นเป็นผลสำเร็จ สร้างความเชื่อมั่นและชื่อเสียงที่ดีแก่ประเทศไทย

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า เว็บไซต์ Numbeo ได้จัดทำดัชนีอาชญากรรม (Crime Index) และดัชนีความปลอดภัย (Safety Index) ประจำปี 2566 (ครั้งที่ 1) จำนวน 416 เมืองทั่วโลก โดยจังหวัดเชียงใหม่ มีคะแนนดัชนีอาชญากรรมอยู่ที่ 24.5 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ (เกณฑ์ระหว่าง 20 – 40 คะแนน) และมีคะแนนดัชนีความปลอดภัยสูงอยู่ที่ 75.5 คะแนน ทำให้จังหวัดเชียงใหม่ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่มีความปลอดภัย อันดับที่ 32 ของโลก และเป็นอันดับที่ 1 ของอาเซียน ขณะที่กรุงเทพมหานคร ได้อันดับที่ 170 ของโลก อันดับที่ 7 ของอาเซียน ด้วยคะแนนดัชนีอาชญากรรม 40.5 คะแนน และคะแนนดัชนีความปลอดภัย 59.5 คะแนน

ทั้งนี้ เมืองที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก คือ เมืองอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีคะแนนดัชนีอาชญากรรม 11.2 คะแนน และคะแนนดัชนีความปลอดภัย 88.8 คะแนน ขณะที่เมืองที่มีความปลอดภัยน้อยที่สุดในโลก คือ เมืองการากัส สาธารณรัฐเวเนซุเอลา ซึ่งมีคะแนนดัชนีอาชญากรรม 83.6 คะแนน และคะแนนดัชนีความปลอดภัย 16.4 คะแนน

“นายกรัฐมนตรียินดีเป็นอย่างยิ่งที่หลายเมือง/จังหวัดของไทย ได้รับการจัดอันดับให้มีความปลอดภัยสูง สะท้อนถึงความจริงจัง และความสามารถในการบริหารจัดการ ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยของรัฐบาล ซึ่งมุ่งมั่นปราบปรามและขจัดอาชญากรรมที่ส่งผลต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างจริงจัง เด็ดขาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนชาวไทย ตลอดจนเป็นการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางมายังประเทศไทย” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยหนาว! อุณหภูมิลด3องศา พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อกันหนาวขายของ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707421

เลยหนาว! อุณหภูมิลด3องศา พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อกันหนาวขายของ

เลยหนาว! อุณหภูมิลด3องศา พ่อค้าแม่ค้าสวมเสื้อกันหนาวขายของ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.04 น.

29 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเลย อากาศกลับมาหนาวอีกรอบ แม่ค้าพ่อค้าที่จำหน่ายสินค้าต่างๆในช่วงเช้าเช่นขายผักสดสินค้าต่างๆ ที่จำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่ตั้งแต่ตี 4 ตี 5 สภาพอากาศวันนี้อากาศลดฮวบ 2-3 องศาเซลเซียส ต่างนำเสื้อหนาวแขนยาวมาสวมใส่กันอีกครั้ง 

นางแดง สมมา แม่ค้าขายผักสดตลาดสดเทศบาลเมืองเลย บอกว่า วันนี้กลับรู้สึกได้ว่าอุณหภูมิลดลงอย่างชัดเจน ช่วง ตั้งแต่ ตี 4-5 เพื่อเดินทางมายังตลาดสดในช่วงเช้า อากาศหนาวช่วงนี้ลดฮวบ 2-3 องศา วันนี้อุณหภูมิลดลงมากว่าอย่างชัดเจน ดึกๆคาดประมาณ 13-14 องศา แต่วันนี้เช้าๆ 14 องศา ที่ตลาดเช้าเทศบาลเมืองเลยเป็นช่วงเปลี่ยนแปลงปลายปีช่วงสุดท้ายของอากาศหนาววันนี้ เช้าๆแม่ค้าทุกคนนำเสื้อหนาวมาใส่คนละตัว บางคนหนาวก็จัดไปเสื้อหนาว 2 ตัว

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆดังนี้ อ.เมืองเลย 10.6 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 11.2 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 10.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 10.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 7.5 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว 9.0 องศาเซลเซียส , อ.ปากชม 12.0 องศาเซลเซียส , อ.นาด้วง 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูหลวง 12.0 องศาเซลเซียส , อ.ผาขาว 12.0 องศาเซลเซียส , อ.เอราวัณ 12.0 องศาเซลเซียส , อ.หนองหิน 12.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 7.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 6.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 6.0 องศาเซลเซียส , ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 6.2 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 9.0 องศาเซลเซียส.

012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707419

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 09.48 น.

‘แพรรี่’แฉพระมหาชอบฉัน‘บวบ’ ขีดเส้น 3 วันไม่สละผ้าเหลืองปล่อยภาพ

29 มกราคม 2566 แพรรี่ ไพรวัลย์ หรืออดีตพระพระมหาไพรวัลย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” อ้างว่า “ตาเถร ! ตายแล้ว มีคนส่งรูปพระฉันบวบมาให้ดิฉันดู ทราบว่าเป็นถึงรองเจ้าตำบลด้วย เป็นพระวัดหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ชอบปลุกเสก ออกพระออกเหรียญให้คนบูชา ตายแล้วววววววววววว”

นอกจากนี้ยังโพสต์ต่อเนื่องว่า “พระมหารูปหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์นะคะ ที่้เป็นรองเจ้าคณะตำบล ชอบปลุกเสก ขายวัตถุมงคล เลี้ยงเด็กหนุ่ม ดิฉันให้เวลาท่าน 3 วันในการสละผ้าเหลือง ถ้าไม่สละ ดิฉันจะเอาภาพฉันบวบของท่านไปให้สื่อนะคะ จบ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เงินสะพัด!งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’คึกคัก ผู้ว่าฯสั่งจับตาพวกโก่งค่าแผง

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707408

เงินสะพัด!งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’คึกคัก ผู้ว่าฯสั่งจับตาพวกโก่งค่าแผง

เงินสะพัด!งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’คึกคัก ผู้ว่าฯสั่งจับตาพวกโก่งค่าแผง

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.05 น.

งานนมัสการ‘พระธาตุพนม’ จังหวัดนครพนม หลากหลายธุรกิจเงินสะพัด ทุกตางรางนิ้วรอบวัดกลายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ‘ผู้ว่าฯ’ กำชับจับตาพวกฉวยโอกาสโก่งราคาแผงเช่าช่วง

29 มกราคม 2566 บรรยากาศการท่องเที่ยวงานประเพณีบุญเดือนสาม นมัสการองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 25,000 บาท ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวง อ.ธาตุพนม ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่จัดขึ้นทุกปี ปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2566 รวม 9 วัน 9 คืน 

ขณะเดียวกันอานิสงส์ของการจัดงานบุญใหญ่อีสาน ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยว รวมถึงเกิดธุรกิจหลากหลายอาชีพ มีรายได้เงินสะพัด หลังจากซบเซามานานกว่า 2 ปี จากสถานการณ์โควิดระบาด จนกระทั่งปีนี้กลับมาจัดงานอีกครั้ง โดยเฉพาะธุรกิจจัดสรรพื้นที่เช่าแผงจำหน่ายสินค้า สามารถทำเงินสร้างรายได้ให้กับวัด รวมถึงเอกชนปีละกว่า 50 ล้านบาท เนื่องจากมีราคาเช่าไม่ต่ำกว่า จุดละ 5,000 – 20,000 บาท  เพื่อเปิดให้พ่อค้าแม่ค้ามาวางสินค้า จำหน่ายเครื่องอุปโภค บริโภค และอาหารหลากหลายเมนู ตลอดทั้งงาน นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อทุกอาชีพ รวมถึงการจำหน่ายดอกไม้ ธูปเทียน บูชาพระธาตุพนม บริการห้องน้ำ ไปจนถึงที่จอดรถ มีรายได้หมุนเวียนสะพัด

ด้านนายวันชัย จันทร์พร ผวจ.นครพนม มอบหมายให้ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครพนม พร้อมด้วย นายสมลักษ์ ยกน้อยวงษ์ ปลัดจังหวัดนครพนม นายสุพจน์ ผิวดำ ปลัดอาวุโสอำเภอธาตุพนม พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตัวแทนคณะกรรมการวัดที่ดูแลการจัดงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อย ป้องกันปัญหาการฉวยโอกาสนายทุน นำพื้นที่วัดที่มีการบริการจัดสรรพื้นที่ เป็นแผงเช่าจำหน่ายสินค้า รวมถึงเส้นทางสาธารณะไปโก่งราคาเช่าช่วง ถือเป็นเอาเปรียบผู้ประกอบการ

ในส่วนของพื้นที่เอกชน ให้มีการจัดเก็บราคาเช่า อยู่ในความเหมาะสม ไม่เอาเปรียบผู้ประกอบการ เนื่องจากทุกปีจะมีกลุ่มนายทุนฉวยโอกาส เช่าพื้นที่วัดไปเปิดเช่าช่วงโก่งราคาสูง จากราคาต้นทุนที่เช่ามากับวัดประมาณ 3 -4 เท่า จากราคาประมาณ 10,000 – 15,000 บาท เพิ่มเป็น 20,000 – 30,000 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าที่มาขายสินค้าในงาน จึงต้องมีการจัดระเบียบวางมาตรการป้องกันดูแล

ด้านนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รอง ผวจ.นครพนม เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตัวแทนคณะกรรมการวัดพระธาตุพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบดูแลความเรียบร้อย ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่การจัดงาน รองรับประชาชน นักท่องเที่ยว รวมถึงการจัดพื้นที่เช่าจำหน่ายสินค้า ทั้งในส่วนของวัดและในส่วนของเอกชน ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมถึงการดูแลด้านความปลอดภัย บริการประชาชน นักท่องเที่ยว ทุกด้าน มั่นใจว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมั่นใจ ในการเข้ามาท่องเที่ยวทำบุญในพื้นที่

ส่วนนายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ ตัวแทนคณะกรรมการวัด และผู้ดูแลการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม เปิดเผยว่า เกี่ยวกับการดูแลความเรียบร้อย ในการจัดงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2566 ทางวัดพระธาตุพนมฯ ได้ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ดูแลความเรียบร้อยทุกด้าน ทั้งการรองรับประชาชนนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาทำบุญ นอกจากนี้ยืนยันว่า ในส่วนของการดูแลจัดสรรพื้นที่วัด ให้ผู้ประกอบการเช่าจำหน่ายสินค้า เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีราคาที่เป็นธรรม รายได้ทุกบาทนำเข้าวัดทั้งหมด และมีการตรวจสอบไม่ให้มีนายทุนนำพื้นที่เช่าโก่งราคา เช่าช่วง ไม่ให้กระทบต่อการค้า การท่องเที่ยว เน้นจากผู้เช่าคนเดิมทั้งหมด จนครบที่เหลือจึงจะเปิดให้ผู้เช่ารายใหม่ และในส่วนของพื้นที่เช่า ได้จัดให้อยู่ในพื้นที่เหมาะสม ไม่กระทบต่อการสัญจรของประชาชน นักท่องเที่ยวอย่างแน่นอน  สำหรับคนที่มีการสมยอมกันในการเพิ่มราคาเช่าช่วง ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับทางวัด เนื่องจากทางวัดมีราคามาตรฐาน และจัดเก็บรายได้เข้าวัดทั้งหมด

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘นักชิม’อาชีพทางเลือก เอื้อศักยภาพ‘ผู้พิการสายตา’

Posted on January 29, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/707343

สกู๊ปแนวหน้า : ‘นักชิม’อาชีพทางเลือก  เอื้อศักยภาพ‘ผู้พิการสายตา’

สกู๊ปแนวหน้า : ‘นักชิม’อาชีพทางเลือก เอื้อศักยภาพ‘ผู้พิการสายตา’

วันอาทิตย์ ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.10 น.

ข้อมูลจาก กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ระบุว่า ณ สิ้นปี 2565 ประเทศไทยมีคนพิการทั้งสิ้น 2,153,519 คน (นับจากผู้ที่ขึ้นทะเบียนและได้รับบัตรประจำตัวคนพิการ) ในจำนวนนี้ราวครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 50.81 หรือจำนวน 1,094,101 คน เป็นคนพิการประเภททางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย รองลงมา ร้อยละ 18.64 หรือ 401,318 คน พิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย และอันดับ 3 ร้อยละ 8.58 หรือ 184,711 พิการทางการเห็น

และเพื่อให้คนพิการสามารถพึ่งพาตนเองได้ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการออกกฎหมาย พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ.2550 เพื่อสนับสนุนการมีงานทำของคนพิการ ขณะเดียวกัน ยังมีความพยายามจากหลายภาคส่วนในการฝึกทักษะอาชีพให้กับคนพิการ อาทิ “โครงการพัฒนาทักษะอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จผู้พิการทางการเห็นเพื่อสร้างรายได้เสริม” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบันอุดมศึกษาของไทยอย่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ระยะเวลาดำเนินงาน 12 เดือน (ก.พ.2565 – ก.พ. 2566) มีเป้าหมายยกระดับรายได้ให้กับคนพิการทางการเห็นผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพนักชิมอาหาร ดำเนินการร่วมกับบุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนสอนคนตาบอด/ศูนย์ฝึกอาชีพคนตาบอด ในพื้นที่เป้าหมาย 3 แห่ง ได้แก่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี อ.เมือง จ.สิงห์บุรี และ อ.สามพราน จ.นครปฐม

ผศ.ดร.ธิติมา วงษ์ชีรี นักวิจัย ศูนย์วิจัยและบริการเพื่อชุมชนและสังคม สำนักวิจัยและบริการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในฐานะหัวหน้าโครงการ เล่าถึงงานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพของคนพิการทางการเห็น ที่ทำการศึกษามาตั้งแต่ปี 2558 แล้วพบว่า“คนพิการทางการเห็นมีความสามารถในการจำแนกกลุ่มกลิ่นได้แม่นยำ” ซึ่งน่าเสียดายหากคนพิการไม่สามารถนำจุดเด่นนี้มาสร้างรายได้หาเลี้ยงชีพตนเอง

โดย “นักชิมอาหาร” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนพิการทางการเห็นสามารถพัฒนาตนเองเป็น “นักชิมอาหารปรุงสำเร็จมืออาชีพ” ได้ในอนาคต แต่ก็ต้องมีการเตรียมตัว ต้องมีความรู้ที่ลึกและกว้าง และต้องมีความรู้ถึงสินค้าวัตถุดิบหลายชนิดรวมถึงคุณลักษณะต่างๆ ของเมนูอาหาร ดังนั้น ก่อนที่คนพิการจะเข้าร่วมงานวิจัย จึงต้องทดสอบขีดความสามารถในการแยกแยะรสหวานเปรี้ยวเค็มขมต่ำสุดในระดับที่มนุษย์จะรับรสได้ตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน

“ที่มาของแนวคิดอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จคนพิการทางการเห็น เริ่มจากสถานการณ์โควิค-19 เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่จะสั่งอาหารจากร้านต่างๆ มาทาน หากคนพิการไปชิมอาหารให้กับร้านค้าและสามารถให้ดาว ในด้านรสชาติอาหาร หรือร้านอาหารที่มีออกเมนูใหม่ๆ ทุก 3 เดือน 5 เดือน หรือได้ชิมอาหารที่สร้างความแตกต่างจากร้านอื่นก็จะช่วยเพิ่มมูลค่ายอดขายให้กับผู้ประกอบการได้ และจะทำให้คนพิการมีรายได้” ผศ.ดร.ธิติมา กล่าว

สำหรับเมนูอาหารที่นำมาใช้ทดสอบความเป็นนักชิมอาหารของคนพิการทางการเห็นครั้งนี้ มีด้วยกัน 3 เมนู ได้แก่ ทอดมันหน่อกะลา (จากร้าน Mango 88 Café เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี) แกงเขียวหวานซี่โครงหมูกรุบกะลา (จากร้าน Little Tree Garden อ.สามพราน จ.นครปฐม) และเค้กมะพร้าวอ่อน (จากร้านชมเฌอคาเฟ่ & บิสโทร อ.สามพราน จ.นครปฐม) มาเทียบกับอาหารเมนูเดียวกันที่ได้รับความนิยมจากร้านดังต่างๆ ที่นำมาทดสอบ

ว่า มีความต่างกันอย่างไร มีความโดดเด่นอย่างไร โดยการทดสอบชิมอาหารจัดขึ้น ณ ศูนย์ฝึกอาชีพหญิงตาบอดสามพราน อ.สามพราน จ.นครปฐม ในวันที่ 17 ม.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งนักชิมคนพิการทางการเห็นจะได้ใบประกาศนียบัตร เพื่อการันตีความรู้ที่ได้ผ่านการอบรมและการทดสอบประสาทสัมผัสในระดับหนึ่งที่จะเป็นใบเบิกทางในการสมัครงานหรือนำไปประกอบอาชีพนักชิมอาหารได้

ซึ่ง ผศ.ดร.ธิติมา ยังกล่าวอีกว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบชิมอาหารของคนพิการ จะถูกส่งกลับไปให้กับทางร้านเหมือนเป็นการให้ข้อมูลย้อนกลับให้ร้านได้รู้ว่าเมนูอาหารของร้านมีความเด่นอย่างไร อาหารของเขามีกลิ่นอะไรเด่น หรือมีความแตกต่างจากร้านอื่นๆ อย่างไร ซึ่งทางร้านสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปเป็นแนวทางการปรับปรุงหรือพัฒนาสูตรอาหาร ทั้งนี้ จะไม่ได้มีการตัดสินว่าอาหารของร้านดีกว่าอาหารร้าน 5 ดาวแต่อย่างใด

ขณะที่ ผศ.ดร.อุศมา สุนทรนฤรังษี อาจารย์ประจำภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า เนื่องจากอาหารแต่ละประเภทมีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนั้น ขั้นตอนการทดสอบชิมจึงมีความแตกต่างกัน ในหนึ่งเมนูจะมีคุณลักษณะประจำอยู่ค่อนข้างมากซึ่งยังไม่รวมเรื่องรสชาติพื้นฐาน (หวาน เปรี้ยว เค็ม ขม อูมามิ)

ดังนั้น ก่อนฝึกงานชิมอาหารให้กับร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการจริง คนพิการจะได้รับการอบรมเรื่องวัตถุดิบอาหารไทย และคุณสมบัติต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ โดยมี smelling training kit หรือชุดฝึกฝนการดมกลิ่นเครื่องเทศ ที่บริษัท บุญ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ได้ทำการสร้างสรรค์และสนับสนุนให้ทดลองใช้ในราคาพิเศษ โดยทางโครงการได้ทำการจัดส่งให้กับคนพิการที่ผ่านการคัดเลือกคนละหนึ่งชุด เพื่อให้คนพิการทดลองดมตัวอย่างอ้างอิงเหล่านี้ก่อนแล้วให้บอกลักษณะของกลิ่นและรสสัมผัสที่ได้รับ เพื่อดูความเข้าใจคุณลักษณะเหล่านั้นของคนพิการเบื้องต้น

“กลิ่นมะกรูดเป็นอย่างไร กลิ่นเครื่องแกงในแกงเขียวหวานและทอดมันแตกต่างกันอย่างไร ก่อนจะอบรมเรื่องของระดับความเข้มของรสชาติพื้นฐาน (หวาน เปรี้ยว เค็ม ขม อูมามิ) สามารถบอกหรือแยกแยะความเข้มของรสชาติในลักษณะที่ใกล้เคียงกันได้ จากนั้นเป็นการฝึกให้คะแนน โดยการสร้างขั้นตอนในการชิม เพื่อเป็นไกด์ไลน์หรือแนวทางในการทดสอบให้กับคนพิการสามารถอธิบายคุณลักษณะและการให้คะแนนได้” ผศ.ดร.อุศมา ยกตัวอย่าง

สำหรับโครงการอาชีพนักชิมอาหารปรุงสำเร็จผู้พิการทางการเห็น จะเป็นการอบรม 3 หลักสูตรต่อเนื่องกัน เริ่มจาก หลักสูตร Train the Trainer ระยะเวลาอบรม 1 เดือน ผ่านระบบออนไลน์ มีตัวแทนครูหรือผู้สอนคนพิการทางการเห็น จากศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการเข้าร่วมหลายแห่ง ต่อด้วย หลักสูตรพื้นฐานการชิมอาหาร ระยะเวลาอบรม 2 เดือน โดยมีผู้ผ่านเข้ารับการอบรมประมาณ 50 คน เป็นหลักสูตรออนไลน์ สอนตั้งแต่วัตถุดิบ ลักษณะเด่นของอาหารแต่ละภาค ลักษณะหวานเปรี้ยวเค็มขม และการใช้เครื่องเทศต่างกันอย่างไร สุดท้ายคือ หลักสูตรนักชิมเบื้องต้น หรือฝึกงานชิมอาหาร ที่มีผู้ผ่านเกณฑ์ 25 คน เป็นการพาไปชิมอาหารจากร้านที่เข้าร่วมโครงการ

โดยก่อนการชิมอาหารจริง ผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการฝึกอบรมในเรื่องของคุณลักษณะวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ อบรมการทดสอบการชิม และอบรมการให้คะแนนก่อนเพื่อทดสอบว่านักชิมจะสามารถแยกแยะรสชาติได้จริงหรือไม่!!!

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,883,273 hits

Join 4,122 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เทพไท วิเคราะห์อนาคต ชนนพัฒฐ์ หลัง DSI ออกหมายเรียกพัวพันเว็บพนัน
ร่วมส่ง “บิ๊กสิน-สินธุ พูนศิริวงศ์” อดีตนายกสมาคมกีฬาบิลเลียดฯ ณ เมรุวัดธาตุทอง
แวดวงนักปกครอง : 7 มีนาคม 2569
แฉแผนตัดกำลังฝ่ายค้าน 'วิโรจน์' ไขปมเร่งคดีชนนพัฒฐ์
เจาะเส้นทาง 'ชนนพัฒน์' จากว่าที่รัฐมนตรี สู่คดีเว็บพนันพันล้าน
เปิดประวัติ รัล ณัทธมนกาญจน์ เซ็กซี่สตาร์ยุค 90 ท่ามกลางมรสุมข่าวร้อน
ธนกร เผย กระทรวงอุตฯ จับมือภาคเอกชน รับมือสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
จำได้ไหม บังเอิญ SuckSeed ผ่านไป 14 ปี สวยระดับไอดอล ชมคลิป
อดีตผู้พิพากษา เจาะลึกความคุ้มกัน สส. กับคดีอาญา เมื่อกฎหมายปะทะสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
ไม่เคยเปลี่ยน! 'ดร.หมวย อริสรา' ย้อนเล่าเรื่อง 'เบลล่า' อ่านแล้วรู้เลยทำไมใคร ๆ ก็รัก

Recent Posts

  • นายกฯชูวันสตรีสากล 69 ย้ำ!สิทธิ-ศักดิ์ศรีผู้หญิง คือรากฐานประชาธิปไตย
  • กกต.เคลียร์ชัด! ยันประกาศผลออกเสียงประชามติเป็นไปตามกฎหมาย
  • เอกนิติ ย้ำแผนดันนโยบาย 10 พลัส ให้ไทยแข่งขัน-เป็นแชมป์ในเวทีโลก
  • ศุภจี เผยแผนการค้ารับมือผลจากสงคราม คาดปุ๋ยไทยใช้ได้ยัน ส.ค.นี้
  • พร้อมแล้ว 95% เลขาฯสภาฯ เผยยังไม่มี พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,658 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d