Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ผู้บริโภคชาวเบตงโอดพืชผักปรับราคารายวัน ‘มะนาว’ แพงลูกละ 8 บาท

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706617

ผู้บริโภคชาวเบตงโอดพืชผักปรับราคารายวัน 'มะนาว' แพงลูกละ 8 บาท

ผู้บริโภคชาวเบตงโอดพืชผักปรับราคารายวัน ‘มะนาว’ แพงลูกละ 8 บาท

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.14 น.

ผู้บริโภคโอดพืชผักพาเหรดปรับราคาพร้อมกัน “มะละกอ” กิโลกรัมละ 50 บาท “มะนาว” ลูกละ 8 บาท ถั่วฟักยาว 80 บาท แตงกวา 80 บาท วอนรัฐช่วยแก้ไขปัญหา เพราะส่งผลกระทบต่อพ่อค้าและผู้บริโภค

วันที่ 25 ม.ค.66 ที่ตลาดสดเทศบาลเมือเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักสดหลังพบว่าราคามะละกอดิบ มะนาว ถั่วฟักยาว แตงกวา ปรับราคาสูงขึ้น อย่างมะละกอดำเนิน ราคากิโลกรัมละ 50 บาท จากปกติราคากก.ละกว่า 20 บาทเท่านั้น ส่วนมะนาวได้ปรับราคาสูงขึ้นกิโลกรัมละ 120 บาทก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 60-80 บาท แต่ผู้บริโภคกำลังซื้อเท่าเดิม ทำให้ต้องขายในราคาที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายแน่นอน จึงต้องขอลดปริมาณมะละกอ และแจ้งผู้บริโภครับทราบ และเข้าใจปัญหาดังกล่าว

พ่อค้าผักสด บอกว่า ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ราคามะนาวมีการขยับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นเพราะมีผลกระทบมาจากน้ำท่วม ซึ่งปกติมะนาวจะแพงช่วงหน้าแล้ง ประมาณเดือนเมษายน แต่ปีนี้แค่เดือนมกราคม ราคาก็ปรับขึ้นแล้ว ซึ่งร้านของตนขายผักสดไม่เคยขายราคานี้มาก่อน โดยในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ปลูกมะละกอไม่ได้แต่หากเป็นมะละกอพันธ์แขกดำ พอจะหาได้บ้าง ส่วนมะละกอที่รับมาขายมาจากราชบุรี เป็นพันธ์ดำเนิน ซึ่งเป็นที่นิยมของผู้บริโภค โดยเฉพาะร้านส้มตำ 

ส่วนราคาแตงกวากิโลกรัมละ 80 บาทก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 25-35 บาท ถั่วฟักยาวกิโลกรัมละ 80 บาทก่อนหน้านี้ 50 บาท ส่วนมะละกอที่มาจากราชบุรีกิโลกรัมละ 50 บาทก่อนหน้านี้กิโลกรัมละ 20 บาท ส่วนมะนาว กิโลกรัมละ 120 บาทก่อนหน้านี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 60- 80 บาท ตกลูกละ 8 บาท ส่วนมะละกอในพื้นที่ อ.เบตง ไม่ค่อยมีใครปลูกเพราะรักษายาก และไม่ค่อยมีผลผลิต จึงสั่งจากราชบุรี และนครปฐม

ส่วนประชาชนผู้บริโภค ต่างบอกว่า ของแพงมากในช่วงนี้เกือบทุกอย่าง เช่น หมูอยู่ที่กิโลกรัมละ 240- 250 บาทต่อกิโลกรัมส่วนวันนี้มาซื้อผักพบว่าราคาผักขึ้นเกือบทุกอย่าง วันนี้มาซื้อเห็ดหูหนู ก่อนหน้านี้ขีดละ 7 บาทตอนนี้ขึ้นมาขีดละ 10 บาทของทุกอย่างแพงขึ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แพทย์เตือนกิน’น้ำซุป’โซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706612

แพทย์เตือนกิน'น้ำซุป'โซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

แพทย์เตือนกิน’น้ำซุป’โซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.10 น.

แพทย์เตือนกินน้ำซุปโซเดียมสูง เสี่ยงป่วยไตวาย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สสส.สานพลังเครือข่ายลดบริโภคเค็ม ปลุกกระแสสังคม ผุดโครงการรณรงค์ “ลดเค็ม ลดโรค” ขยายชุมชน-มหาวิทยาลัย ชวนปรับพฤติกรรม “ลดซด ลดปรุง ลดอาหารแช่แข็ง” ตัดตอนโรค NCDs

25 ม.ค.66 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่ายลดบริโภคเค็ม เปิดตัวโครงการ “ลดเค็ม ลดโรค” รณรงค์ให้คนไทยเห็นภัยร้ายจากการกินโซเดียมเกินมาตรฐาน โดย น.ส.สุพัฒนุช สอนดำริห์ ผู้อำนวยอาวุโส สำนักสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม สสส. กล่าวว่า น่าตกใจที่พบคนไทยส่วนใหญ่กินโซเดียมเฉลี่ยอยู่ที่ 3,636 มิลลิกรัม/วัน ซึ่งมากกว่าเกือบ 2 เท่า จากเกณฑ์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ คือ ไม่ควรกินโซเดียมเกินวันละ 2,000 มิลลิกรัม เป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยเสี่ยงป่วยในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ หลอดเลือดสมองตีบตัน ความดันโลหิตสูง ไตวาย รวมถึงโรคเรื้อรังชนิดอื่น สร้างความสูญเสียทางสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สสส.จึงสานพลัง ภาคีเครือข่าย จุดประกายสังคมให้ตระหนักถึงภัยร้ายและภัยเงียบจากโซเดียม ที่ซ่อนในมื้ออาหารจากการปรุงรสชาติ การซดน้ำแกง น้ำผัด น้ำซุป และอาหารแช่แข็ง อาหารกึ่งสำเร็จรูปเพื่อปรับพฤติกรรมการกิน ให้นึกถึงสุขภาพมากขึ้น

น.ส.สุพัฒนุช กล่าวต่อถึงโครงการลดเค็ม ลดโรค ว่าเกิดขึ้นจากการวิเคราะห์โจทย์หลายอย่างในชีวิตประจำวัน เช่น คนไทยส่วนใหญ่ชอบกินน้ำซุปทุกมื้ออาหาร จากแกงจืด ก๋วยเตี๋ยว ต้มยำ พะโล้ และอาหารประเภทต้ม โดยไม่รู้ว่าน้ำซุปที่กินเข้าไปเป็นอันตราย เนื่องจากมีโซเดียมซ่อนอยู่ทั้งในวัตถุดิบต่างๆ และน้ำซุป รวม 1,400-1,500 มิลลิกรัม/ชาม หากกินหมดชามแถมซดน้ำซุปจนเกลี้ยง เท่ากับ 1 มื้อ ร่างกายได้รับโซเดียมเกือบถึงเกณฑ์ใน 1 วันแบบไม่รู้ตัว ขนาดยังไม่ได้รวมกับมื้ออื่นๆ เลย จึงเป็นที่มาของการรณรงค์ในครั้งนี้ ภายใต้สโลแกน “ลดซด ลดโซเดียม ลดเค็ม ลดโรค” เพื่อสื่อสารให้คนไทยปรับพฤติกรรมการกินและเห็นถึงภัยร้ายจากโซเดียม ลดการซดน้ำซุป น้ำผัด น้ำแกง น้ำยำ ในแต่ละมื้ออาหาร ให้น้อย ติดตามได้ทางสื่อโทรทัศน์ ออนไลน์ และเฟซบุ๊กแฟนเพจ ลดพุง ลดโรค

“การดูหรือสังเกตอาหารที่กินว่ามีโซเดียมมากน้อยแค่ไหน ยากกว่าการดูเรื่องความหวาน เพราะที่มาของโซเดียมเห็นไม่ชัด ถ้าเป็นความหวานแค่เห็นใส่น้ำตาล น้ำผึ้ง นมข้น ก็รู้ว่าหวานมาก หวานน้อยแล้ว แต่ถ้าพูดถึงโซเดียม เราไม่รู้ว่าสิ่งที่กินไปมีโซเดียมเท่าไหร่ เพราะโซเดียมมีทั้งที่เค็มและไม่เค็ม นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญที่ สสส.ต้องการณรงค์ผ่านการปรับพฤติกรรมในโครงการลดเค็ม ลดโรค นอกจากการลดซดน้ำซุป อยากสื่อสารไปถึงการลดปรุง และลดอาหารแช่แข็ง โดยอยากให้ทดลองปรับพฤติกรรมต่อเนื่องใน 21 วัน ก็จะช่วยให้ลิ้นปรับความไวในการรับรสชาติก็จะกินเค็มให้น้อยลงได้ ชวนทุกคนร่วมกัน ลดซด ลดปรุง ลดอาหารแช่แข็ง เพื่อสุขภาวะที่ดี” น.ส.สุพัฒนุช กล่าว

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล กล่าวว่า โซเดียมและการกินเค็มเป็นภัยเงียบ อาจไม่เห็นผลเสียทันที ยกเว้นคนที่ไวต่อการกินเค็ม เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโรคประจำตัว จะมีอาการตาบวม ขาบวม ความดันโลหิตขึ้น ปวดหัว หิวน้ำบ่อย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ ปัจจุบันพบคนไข้ป่วยเป็นโรคไตหรือไตวายอายุน้อยลงอยู่ที่ 35-40 ปี จากเดิมที่อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 50-60 ปี มีผลจากวัฒนธรรมการกินของคนไทยที่เปลี่ยนไป นิยมอาหารสำเร็จรูป บุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง หมูกระทะ อาหารญี่ปุ่น-เกาหลี ที่มีรสเค็มจัดจากการหมักดองเกลือ หรือใส่เครื่องปรุงจำนวนมาก เมื่อกินสะสมบ่อยๆ จึงติดรสเค็มแบบไม่รู้ตัว อีกปัจจัยคือการกินเค็มตั้งแต่เด็ก เช่น ขนมกรุบกรอบ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โจ๊กซอง-ถ้วย อาหารพวกนี้มีโซเดียมสูง แม้กระทั่งอาหารที่ผู้ปกครองปรุงเอง แต่ใช้ความเค็มสูง เมื่อเด็กที่น้ำหนักตัวน้อยกิน ก็ทำให้บริโภคโซเดียมเกินเกณฑ์ เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ลิ้นจะติดเค็ม มีผลทำให้เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เร็วขึ้น

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า อาหารที่กินแต่ละวัน ผู้บริโภคมักคิดว่าอาหารที่เค็มจะมีโซเดียมสูง เพราะปรุงรสด้วย เกลือ น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมันหอย น้ำพริก ปลาร้า และซอสหรือผงปรุงรสอื่นๆ แต่ทางการแพทย์พบว่ามีโซเดียมที่ไม่เค็ม คือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) หรือผงชูรส แต่มีผลต่อสุขภาพไม่ต่างกัน เปรียบเทียบง่ายๆ การกินก๋วยเตี๋ยว น้ำซุปที่ร้านค้าปรุงจะใส่ซุปก้อนสำเร็จรูป ผงชูรส ซีอิ๊ว ซอสปรุง ในน้ำจะมีโซเดียม 60-70% ขณะที่เส้น ผัก เนื้อสัตว์ มีโซเดียมไม่ถึง 30-40% แม้ความอร่อยจะอยู่ในน้ำซุป แต่เป็นความอร่อยที่แฝงไปด้วยภัยเงียบ แนะนำว่าหากหลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงไม่ได้ ต้องเลือกกินเฉพาะเนื้อสัตว์ ผัก ลดการซดน้ำให้น้อยที่สุด ไม่ได้ห้ามซด แต่กินในปริมาณที่พอดี ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส น้ำข้น หรือแกงชนิดอื่นๆ เพราะปัจจุบันพบว่าร้านค้ามากกว่า 95% ใช้ผงปรุงรสสำเร็จรูปมากกว่าเคี่ยวน้ำซุปด้วยผักหรือเนื้อสัตว์ เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่า

“ตั้งเป้าทำชุมชนลดเค็ม 73 จังหวัด ในปี 2566 ร่วมมือกับ สสส. รณรงค์ประชาชนให้กินเค็มน้อยลง ลดผงชูรส ลดเครื่องปรุง ลดซดน้ำแกง และติดตามปริมาณโซเดียมในอาหาร โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว จะติดตามว่ากินเค็มมากน้อยแค่ไหน ด้วยการใช้เครื่องวัดความเค็ม มีอาสาสมัครชุมชนดูแล และจะทำพื้นที่นำร่องมหาวิทยาลัยลดเค็ม ที่ ม.มหิดล จะแถลงข่าวเปิดตัววันที่ 7 ก.พ. 2566 ที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมเปิดตัวแคมเปญลดเค็ม ลดโรค ลดซด ลดปรุง ร่วมกับชุมชนลดเค็มทั่วประเทศ พบกับการสาธิตปรุงอาหารลดโซเดียม โครงการนี้จะขยายไปร้านอาหารทั่วประเทศ แจกตัวติดกระจก ลดเค็มสั่งได้ ลดเค็มทำได้ และแผ่นพับสามเหลี่ยม ลดเค็ม ลดโรคบนโต๊ะอาหารร้านที่ร่วมโครงการ เพื่อกระตุ้นให้คนไทยปรับพฤติกรรมการกินอีกทาง” รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น’โรคนอนเกิน’ เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706602

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น'โรคนอนเกิน' เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

แค่ขี้เซา? เช็คด่วนร่างกายอาจเตือนว่ากำลังเป็น’โรคนอนเกิน’ เกิดจากความผิดปกติจากร่างกาย-จิตใจ

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 15.04 น.

25 มกราคม 2566 การนอนเป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจที่ดี ไม่ว่าในแต่ละวันเราพบเจอกับเหตุการณ์อะไรที่หนักหน่วงมาก็ตาม การนอนจะช่วยเยียวยาทุกอย่างให้ดีขึ้น แต่การนอนหลับยาวๆ แบบข้ามวันข้ามคืนแทนที่จะช่วยทำให้ร่างกายสดชื่น แต่อาจส่งผลเสียต่อร่างกายหรือร่างกายกำลังส่งสัญญาณโรคง่วงนอนมากผิดปกติก็เป็นได้

ทำความรู้จักโรคง่วงนอนมากผิดปกติ 

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ หรือ โรคนอนเกิน (Hypersomnia) เป็นโรคที่ทำให้รู้สึกง่วงนอนมากทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืน มีอาการนอนหลับเกินพอดี ขึ้เซา นอนมากเท่าไหร่ก็ยังไม่เพียงพอ งีบหลับระหว่างวันหลายครั้ง แม้แต่ในเวลาที่รับประทานอาหาร พูดคุยกับผู้อื่นก็สามารถนอนหลับได้ หากได้นอนแล้วอาจตื่นยากกว่าปกติ มีระยะเวลาในการนอนมากกว่า 8 ชั่วโมง และมีอาการอ่อนเพลียอยากกลับไปนอนอีก
สาเหตุของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

โรคนี้ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรม หรือบุคลิกส่วนตัว แต่เป็นโรคที่เกิดจากทางร่างกายและจิตใจ มีโอกาสเป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ จึงควรระมัดระวังสาเหตุต่างๆ ดังนี้

– อดนอนบ่อยและเป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายรู้สึกว่านอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ

– นาฬิกาชีวิตแปรปรวน เวลานอนผิดปกติ เช่น การเดินทางไปต่างประเทศที่มีช่วงเวลาที่ต่างกันมากๆ

– ฮอร์โมนในร่างกายหรือสารเคมีในสมองผิดปกติ ทำให้นอนมากเกินไป

– นอนกรน มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ

– สมองได้รับการบาดเจ็บ หรือเป็นโรคเกี่ยวกับสมองต่างๆ

– การใช้ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ

ผลเสียของโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

โรคง่วงนอนมากผิดปกติ ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ความจำแย่ลง หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล และยังมีผลเสียอื่นๆ เช่น

– ทำร้ายสมอง เพราะการนอนมากเกินไปทำให้สมองเฉื่อยชา คิดหรือทำอะไรเชื่องช้า ไร้ชีวิตชีวา มึนงงตลอดเวลา ขยับร่างกายน้อยลงส่งผลให้กระดูก กล้ามเนื้อ และข้อต่อประสิทธิภาพลดลง

– ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ชีวิตไม่ค่อยมีความสุข เพราะฮอร์โมนด้านความสุข เช่น เซโรโทนินและเอ็นดอร์ฟินที่สัมพันธ์กับการนอนลดลง

– อ้วนง่าย เพราะร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว ส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย อาจทำให้โรคอื่นๆ ตามมาได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ

– มีบุตรยาก เพราะฮอร์โมนเพศหญิงจะเป็นปกติเมื่อมีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ

– เสี่ยงต่อการหยุดหายใจเฉียบพลันหรือไหลตาย เพราะเนื้อสมองตายเนื่องจากการดับไปของสัญญาณสมองที่นานเกินกว่าเวลานอนปกติของคนทั่วไป

– อายุสั้น มีผลวิจัยในปี 2010 ออกมาว่า ผู้ที่นอนนานเกิน 9 ชั่วโมงต่อวัน จะมีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ที่นอน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน เพราะร่างกายไม่ได้ขยับ ไม่ได้เพิ่มออกซิเจนให้อวัยวะภายใน

วิธีป้องกันโรคง่วงนอนมากผิดปกติ

– เข้านอนตรงเวลาทุกวัน กำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมติดต่อกัน นอนหลับพักผ่อน 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ควรมากหรือน้อยเกินไป หากตื่นแล้วให้ลุกจากเตียง ไม่ต่อเวลาในการนอนออกไปอีก

– ใช้ยานอนหลับเท่าที่จำเป็นหรือตามแพทย์สั่ง หากนอนไม่หลับควรปรับวิธีการนอนด้วยตัวเอง เพราะการรับประทานยาเป็นประจำอาจทำให้ดื้อยา หรือส่งผลเสียต่อตับ และระบบประสาทได้

– หลีกเลี่ยงการนอนตอนกลางวัน หรือหากงีบกลางวันไม่ควรเกิน 1 ชั่วโมง เพราะจะทำให้นอนไม่หลับในเวลากลางคืน และจบลงด้วยการนอนนานมากขึ้นกว่าเดิม

– อาบน้ำก่อนนอน เพื่อให้ร่างกายสะอาด สบายเนื้อสบายตัว

– รองท้องก่อนนอน เช่น ดื่มนมอุ่นๆ ช่วยให้อิ่มท้อง หลับสบาย ตื่นขึ้นมาก็จะรู้สึกสดชื่น

– หากิจกรรมก่อนนอน เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวและผ่อนคลาย

– รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ งดเครื่องดื่มชา กาแฟ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง แป้ง น้ำตาล

การนอนให้เป็นเวลาอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอจะช่วยป้องกันโรคง่วงนอนมากเกินไปได้ และทำให้ร่างกายคุ้นชิน สร้างระบบนาฬิกาชีวภาพที่จะช่วยให้ตื่นนอนอย่างสดชื่น นอกจากนี้ควรหมั่นออกกำลังกาย แต่หากทำตามคำแนะนำทั้งหมดแล้วยังมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมสุขภาพจิต

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘นอท กองสลากพลัส’ โผล่เกทับ หลังสาวเชียงใหม่ถูกเลขท้าย2ตัว ขึ้นเงินไม่ได้ไม่คุ้มค่ารถ

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706589

‘นอท กองสลากพลัส’ โผล่เกทับ หลังสาวเชียงใหม่ถูกเลขท้าย2ตัว  ขึ้นเงินไม่ได้ไม่คุ้มค่ารถ

‘นอท กองสลากพลัส’ โผล่เกทับ หลังสาวเชียงใหม่ถูกเลขท้าย2ตัว ขึ้นเงินไม่ได้ไม่คุ้มค่ารถ

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.44 น.

25 ม.ค. 2566 เฟซบุ๊กรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 (กด 33) รายงานข่าว “สาวเชียงใหม่สุดช้ำ! ถูกสลากแอปพลิเคชันเป๋าตังเลขท้าย 2 ตัว กดรับเงินรางวัลไม่ได้ต้องไปรับกองสลาก โอดไม่คุ้มค่ารถไปรับเงิน”

ซึ่งก็ปรากฎว่า ในช่องแสดงความคิดเห็น “นอท กองสลากพลัส” หรือ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ ได้เข้ามาโพสต์ข้อความว่า “ซื้อลำบาก ขึ้นเงินยาก ง่ายมากๆ ต้องกองสลากพลัส”.-008 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : เรื่องเล่าเช้านี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฝุ่นพิษมาหนักขึ้น! แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากPM2.5 งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706585

ฝุ่นพิษมาหนักขึ้น! แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากPM2.5 งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

ฝุ่นพิษมาหนักขึ้น! แพทย์แนะวิธีป้องกันตนเองจากPM2.5 งดทำกิจกรรมนอกบ้าน

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.32 น.

25 มกราคม 2566 จากสถานการณ์ฝุ่นพิษ PM 2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้ช่วงนี้ประเทศไทยมีอากาศเย็นลง สิ่งที่ตามมาคือ PM2.5 ในเขต กทม.และปริมณฑล เนื่องจากอากาศไม่เคลื่อนไหวไปไหน โดยในวันที่ 25 – 26 มกราคม สถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ แต่คาดว่าจะมีการสะสมของ PM2.5 มากขึ้นในวันที่ 27-28 มกราคม อีกครั้ง

โดย PM2.5 คือ ฝุ่นละอองที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผม มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ลอยอยู่ในอากาศได้นาน อาจมีสารพิษเกาะมาด้วย ทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5  คือ แหล่งกำเนิด 3 อย่าง ได้แก่

1. แหล่งกำเนิดโดยตรง ได้แก่ การเผาในที่โล่ง การจราจรและขนส่ง โรงงานไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรม การเผาเชื้อเพลิง

2. แหล่งกำเนิดทางอ้อม ได้แก่ ฝุ่นทุติยภูมิ เกิดจากก๊าซไนโตรเจนออกไซด์และก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์รวมตัวกับสารประกอบแอมโมเนีย แอมโมเนียมไนเตรต แอมโมเนียมซัลเฟต

3. มลพิษข้ามพรมแดนที่พัดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน

การดูแลและป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจาก PM2.5

1. ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศในแอปพลิเคชั่น Air4Thai หรือข่าวสารตามช่องทางต่างๆ

2. สังเกตอาการ หากมีอาการไอ แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

3. ลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิด PM2.5 เช่น จุดธูป เผากระดาษเงินกระดาษทอง ปิ้งย่าง เผาใบไม้ เผาขยะ เป็นต้น

4. เมื่อค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีส้มหรือสีแดง ให้งดทำกิจกรรมนอกบ้าน หากมีความจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่น

ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส. 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สายมูห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวขอโชคเลขเด็ด ‘หัวพญานาคภูเขา-ถ้ำผีกองกอย’

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706582

สายมูห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวขอโชคเลขเด็ด 'หัวพญานาคภูเขา-ถ้ำผีกองกอย'

สายมูห้ามพลาด! แหล่งท่องเที่ยวขอโชคเลขเด็ด ‘หัวพญานาคภูเขา-ถ้ำผีกองกอย’

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.31 น.

25 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้จะพาไปท่องเที่ยวแนว สายมูหรือสายมูเตลู ในพื้นที่อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีภาพความสวยงาม ทางธรรมชาติ มีทะเลหมอกสวยๆให้เห็นแบบ 180 องศา ภูค้อ สายมูใหม่ สดๆร้อนของอำเภอนาแห้ว

โดยช่วงนี้ใกล้สิ้นเดือน 1 และ วันที่ 16 จะได้รับความนิยมมากได้ชมธรรมชาติสวยงามแล้วอาจจะได้โชคกลับบ้านรับโชคจากหินรูปพญานาค ซึ่งหลายๆคนได้มาแล้วและกลับมาทำบุญกราบไหว้ ขอหวยอีกหลายรอบ

คุณน้อย ผู้โชคดี ซึ่งเดินทางมาจาก อำเภอปากช่อง นครราชสีมา บอกว่า ตนนั้นได้เดินทางมาท่องเที่ยวที่ภูค้อน้อย อำเภอนาแห้วจังหวัดเลย และได้มาเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ครั้งแรกพักที่นี่ 1 คืน และมารอบ 2 และได้เดินทางขึ้นภูค้อเพื่อไปกราบไหว้รอย เกล็ดหัวพญานาคและถ้ำผีก่องกอย พร้อมอธิฐานขอให้ได้โชคได้ลาภและเมื่อเดินทางกลับ ก็ไปซื้อหวย ถูกหวย ถูกลอตเดอรี่ ตรงๆ 3 ตัวได้เงินมาจำนวนหนึ่ง จึงอธิฐานและสัญญาว่าจะเดินทามาที่นี่เพื่อเคารพ กราบไหว้ หัวพญานาค

ทราบว่า ที่นี่มีอยู่ประมาณ 4 ตนและร่องรอยเกล็ดพญานาค ซึ่งวันนี้ก็เดินทางมากราบไหว้บูชาที่หัวพญานาคที่ภูค้ออีกครั้งหนึ่งเพื่อขอโชคลาภแก่ตนเองและเพื่อนๆอีกครั้ง โดยครั้งนี้ชวนเพื่อนมาด้วยประมาณ 10 คน

สำหรับการมารอบแรกมีไหว้ผนังถ้ำพญานาคได้เลข 58 และได้เงินจากการถูกรางวัลและถูกหวย และในครั้งที่ 2 ได้ดูภาพที่บริเวณ หัวพญานาค 159 169 และได้รางวัลหนักอีกครั้งจึงเดินทางมาวันนี้ เพื่อมากราบไหว้ เนื่องจากมีจิตศรัทธาในองค์พญานาคที่ภูค้อ

นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์บ้านบุ่ง บอกว่าที่ภูค้ออากาศดีมาก เช้าๆจะมีหมอก เกือบทุกวันและหลังฝนตก ตรงจุดนี้เป็นจุดที่หนุ่มสาวและนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปเที่ยวชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกภูค้อ ที่หมู่บ้านจะให้บริการโดยรถอีแต๊ก พาไต่ขึ้นยอดภูค้อไปยังจุดชมวิวที่ชาวบ้านได้ไปช่วยกันสร้างขึ้น

โดยเส้นทางที่ไปจะผ่านสวนไร่นาภูเขาของชาวบ้าน โดยจะใช้เวลาเดินทางจากตัวอำเภอนาแห้ว ไปถึงจุดชมวิวประมาณ 15 นาที ระยะทางประมาณ 3 กม.  ซึ่งสามารถจะมองเห็นทะเลหมอกได้ 180 องศา ซึ่งมองเห็นทะเลหมอกผสมกับหมอกขาวโพลนในวิวประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว ในฝั่งตรงข้าม เช่น ภูผาโกน และทิวเขาไกลสุดลูกตา บอกได้เลยว่าที่นี่ ฟินมาก สีเขียวของภูเขา สีขาวของเมฆ 

สำหรับสายมู ที่ภูค้อมีถ้ำปละรอยพญานาค หัวพญานาค โดยเช้าๆสามารถเดินย่อยอาหารไปยังถ้ำผีกองกอยประมาณ 600 เมตร ที่เป็นถ้ำผีกองกอยโบราณ ทราบว่าอดีตพระธุดงค์เคยมาปักกลดมาที่นี้ แล้วนิมิตรเห็นมีผีกองกอย ตรงจุดนี้สามารถไหว้พระทำบุญได้ ถ้ำผีกองกอยแห่งนี้กว้างพอประมาณ บรรยากาศเย็นสบาย

จากนั้นเดินไปยัง หินหัวพญานาค ซึ่งห่างออกไปประมาณ 150 เมตร เป็นหินหัวพญานาค ที่อยู่ในร่องน้ำ มีการค้นพบเจอเมื่อประมาณ 1
ปีที่ผ่านมาหลัง หลังเปิดจุดท่องเที่ยววันนี้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยว

จุดนนี้เพิ่มขึ้นทุกวันสายมูเดินทางมามากขึ้นเพื่อมาขอโขค ขอเลขเด็ด สนใจติดต่อสอบถามได้ที่นายไพรัตน์ เชื้อบุญมี ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวและโฮมสเตย์บ้านบุ่ง 095 626 2547 ,062 429 9716

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เฉลยแล้ว!! ครอบครัว ‘น้องวีน’ จนทิพย์-ถูกตัดสิทธิเรียนหมอหรือไม่?

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706575

เฉลยแล้ว!! ครอบครัว 'น้องวีน' จนทิพย์-ถูกตัดสิทธิเรียนหมอหรือไม่?

เฉลยแล้ว!! ครอบครัว ‘น้องวีน’ จนทิพย์-ถูกตัดสิทธิเรียนหมอหรือไม่?

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 14.04 น.

คณะแพทย์ ม.อ. จัดพิธีลงนามโครงการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับแลกเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ข้อมูลทางด้านสุขภาพใน จ.สงขลา ด้านคณบดีคณะแพทย์เผยเคสน้องวีน ตรวจสอบแล้วจนจริงๆ ไม่ได้จนทิพย์ ส่งทีมอาจารย์ตามไปดูถึงบ้าน ไม่ปิดกั้นโอกาสเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทย์ เพราะ ได้มาด้วยความรู้ ความสามารถ คาดน้องวีน ยังคงไม่ละทิ้งความตั้งใจเดิมแม้เจอกระแสดราม่า

25 ม.ค. 66 ที่ห้องประชุมคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้มีการจัดพิธีลงบันทึกข้อตกลงโครงการพัฒนาระบบอัจฉริยะสำหรับแลกเปลี่ยนและประยุกต์ใช้ข้อมูลทางด้านสุขภาพ เพื่อยกระดับบริการทางสาธารณสุข สำหรับสถานพยาบาลขนาดต่างๆ ใน จ.สงขลา หรือ Hospital Information Exchange : HIE

โดยเป็นความร่วมมือระหว่างคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา และ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ซึ่งการจัดทำระบบในครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนทุนการดำเนินงานจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

สำหรับพิธีลงนามในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน , รศ.นพ.เรืองศักดิ์  ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ , นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา , นายไพเจน มากสุวรรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และ รศ.ดร.วศิน สุวรรณรัตน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่

นอกจากนั้นภายหลังเสร็จสิ้นพิธีลงนามในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับทาง รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เกี่ยวกับประเด็นของน้องวีน หรือ นายกันตภณ เต่าจันทร์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปัญญาวุธ จ.พัทลุง ที่สอบผ่านการทดสอบรอบพิเศษเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทย์ศาสตร์ แต่ปรากฏเป็นกระแสดราม่าในสังคมเกี่ยวกับเรื่องการเปิดรับบริจาคหาทุนเรียน และหลายคนมองว่า ครอบครัวนี้จะจนทิพย์หรือไม่ รวมทั้งกระแสข่าวว่า ทางมหาลัยหรือคณะอาจจะไม่รับเข้าศึกษาต่อนั้น

รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ต้องแยกเป็นประเด็นๆไป โดยน้องวีน สอบได้จริง ซึ่งมาจากความรู้ ความสามารถ ของน้อง และสกิลการเป็นหมอมี และผ่านการทดสอบมาตามขั้นตอน ไม่ได้ลัดขั้นตอนใดๆทั้งสิ้น ซึ่งถือว่า เป็นผู้มีความสามารถที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนแพทย์ได้

ส่วนประเด็นเรื่องจนจริงหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า จนจริง ไม่ได้แค่อ่าน หรือฟังคำบอกเล่าของใครมา แต่ทางคณะแพทยศาสตร์ ได้ส่งทีมอาจารย์ลงพื้นที่ไปพบกับเด็ก และครอบครัว รวมทั้งสอบถามจากญาติ คนใกล้ชิด และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งมีข้อมูลหลักฐานยืนยันได้ว่า ครอบคัวของน้องวีน จนจริงๆ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และหากต้องมาเรียนแพทย์ก็คงจะไม่มีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอ ซึ่งทั้งหมดเรื่องความจนยืนยันได้ว่า เป็นข้อมูลจริง

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวอีกว่า ในส่วนเรื่องการเปิดรับบริจาคนั้นไม่น่าจะเป็นประเด็นที่จะไม่รับเข้าศึกษาต่อแต่อย่างใด ซึ่ง น้องวีน และครอบครัว เมื่อรู้ว่าสอบได้ก็ดีใจมาก และเชื่อว่า เมื่อรู้ว่าสอบติด และต้องเรียนแพทย์ จึงอาจจะมีความกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และอาจจะไม่มีเงินไปเรียน จึงพยายามขวนขวายหาหนทาง ซึ่งสิ่งที่ทำก็ไม่ได้เป็นการโกหกหลอกลวง และสิ่งที่น้องวีน และครอบครัวพูด ก็เป็นความจริง

ขณะที่ในเรื่องเงินทุนการศึกษานั้น ทางคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีบุคลากร และองค์กรภายนอก ที่คอยสนับสนุนทุการศึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์ตั้งแต่ปี 1-ปี 6 อีกทั้งยังมีทุนการศึกษาจากมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อีกส่วนหนึ่งมอบที่จะมอบให้กับนักศึกษาที่เรียนดี ประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ด้วย ซึ่งกรณีของน้องวีน หรือนักศึกษาคนอื่นๆ ที่มีปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียนนั้น ทางคณะแพทยศาสตร์ มีขบวนการที่จะเข้าไปช่วยเหลือนักศึกษาเหล่านี้อยู่แล้ว

คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า จากข้อมูลล่าสุดที่ได้ส่งทีมอาจารย์เข้าพบน้องวีน และครอบครัว ที่บ้านพักนั้น คาดว่า น้องวีน น่าจะมาเข้าศึกษาต่อที่คณะแพทย์ ซึ่งน้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเรียนมาตั้งแต่ต้น และคาดว่า น้องวีน คงจะไม่ล้มเลิกความตั้งใจนี้

สำหรับยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาต่อที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จะมีขึ้นในวันที่ 7-8 ก.พ. และจะมีการพิจารณาพร้อมกับประกาศผลผู้ที่ได้รับการคัดเลือดเข้าศึกษาต่อในวันที่ 11 ก.พ. นี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ข้ามโขงมาจากลาว! ‘ถ่านไม้หุงต้ม’พ่อค้าไทยออเดอร์ไม่อั้น

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706569

ข้ามโขงมาจากลาว! 'ถ่านไม้หุงต้ม'พ่อค้าไทยออเดอร์ไม่อั้น

ข้ามโขงมาจากลาว! ‘ถ่านไม้หุงต้ม’พ่อค้าไทยออเดอร์ไม่อั้น

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.44 น.

นครพนมหนาวจัดในรอบปี  อุณหภูมิฮวบเหลือ 9 องศา ส่งผลตลาดชายแดนริมโขงเงินสะพัด ถ่านก่อไฟพ่อค้าไทยสั่งออเดอร์ไม่อั้น

25 มกราคม 2566 ในพื้นที่จังหวัดนครพนมช่วงนี้ มีอากาศหนาวเย็นต่อเนื่อง ล่าสุดอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุด 9-10 องศาเซลเซียส ถือว่าต่ำสุดรอบปี ทำให้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านเริ่มประสบปัญหากับภัยหนาว โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขง 4 อำเภอ ประกอบด้วย  อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.เมือง และอ.ธาตุพนม เนื่องจากมีลมหนาวพัดกระโชกตลอดเวลา

ขณะเดียวกันกับส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดน เกี่ยวกับสินค้าฤดูหนาว เช่นเดียวกันกับพื้นที่ชายแดน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งเป็นตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาว ที่มีการเปิดให้พี่น้องชาวลาว ข้ามแม่น้ำโขงนำสินค้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยน ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี จึงพบว่าในช่วงนี้ สินค้าที่สร้างเงินหมุนเวียนสะพัดเป็นที่ต้องการของตลาด ไม่แพ้สินค้าเครื่องนุ่งห่มกันหนาวคือถ่านก่อไฟ มีการสั่งซื้อเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว วันละนับ 1,000 กระสอบ

ถัวเฉลี่ยน้ำหนักกระสอบละประมาณ 30–40 กิโลกรัม มีราคาซื้อขายกระสอบละ 180 -200 บาท โดยพ่อค้าคนไทยซื้อแล้วนำไปขายต่อกระสอบละ 250 -300 บาท ส่งผลให้ในช่วงนี้ มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทั่วไปมาสั่งซื้อไปสต็อกไว้จำหน่าย และนำไปใช้งานในครัวเรือนกันคึกคัก มีเงินหมุนเวียนสะพัดวันละนับแสนบาท

จากการสอบถามพ่อค้าถ่านชาวลาว พบว่าในระยะนี้มีการสั่งซื้อถ่านก่อไฟจากลาวไม่อั้น เนื่องจากมีราคาถูกกว่าฝั่งไทยเกือบเท่าตัว อีกทั้งหายากกว่าฝั่งลาว ที่สำคัญยังเป็นถ่านที่เผาจากไม้คุณภาพ ทำให้ก่อไฟได้ความร้อนสูง ทนนาน จึงเป็นที่ต้องการของตลาดไทย ยิ่งในช่วงอากาศหนาวยิ่งมีการสั่งซื้อนำเข้ามาจำนวนมาก เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการประกอบอาหาร ก่อไฟผิง โดยเฉพาะร้านเนื้อย่างเกาหลีมาสั่งซื้อจำนวนมาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สตูลเริ่มแล้ว! ฤดูล่าหอยหลอด จัดแข่งขันจับหอยชิงเงินรางวัล

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706567

สตูลเริ่มแล้ว! ฤดูล่าหอยหลอด จัดแข่งขันจับหอยชิงเงินรางวัล

สตูลเริ่มแล้ว! ฤดูล่าหอยหลอด จัดแข่งขันจับหอยชิงเงินรางวัล

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.38 น.

สตูลเริ่มแล้ว! ฤดูล่าหอยหลอด ต่างชาติแห่ร่วมกิจกรรม ย้ำโคลนยอนหอยหลอดวิถีชาวละงู

25 มกราคม2566 ที่หาดบ้านหัวหิน หมู่ที่1 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ทันทีที่เปิดโต๊ะลงทะเบียนของเจ้าหน้าที่ อบต.ละงู ชาวบ้านชายหญิง นักเรียนนักศึกษา นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและผู้ช่ำชองเรื่องหอยในหมู่บ้านริมทะเลแห่งนี้ ต่างเป็นอาสาสมัครในการล่าหอยหลอด ตามแบบฉบับวิถีชาวละงู  

โดยทุกคนพร้อมรับอุปกรณ์ที่กำหนดคือปูนขาวคนละแม่มือและทางมะพร้าวที่ใช้สำหรับยอนหรือแหย่ลงไปในรูของหอยหลอด ร่วมสนุกการแข่งขันชิงเงินรางวัลอันดับ 1 จำนวนเงิน 2,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร

รางวัลที่ 2 จำนวน 1,500 บาทและรางวัลที่ 3 จำนวน 1,000 บาท ส่วนรายอื่นที่ได้หาหอยหลอดมาได้ ทางผู้จัดจะรับซื้อทั้งหมดในราคากิโลกรัมละ 180 บาท เพื่อนำหอยหลอดเหล่านี้ไปเป็นวัตถุดิบในการแข่งขันแปรรูปเมนูหอยหลอด

กิจกรรมในครั้งนี้ทาง อบต.ละงู ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 14 แล้ว หลังว่างเว้นมา 2 ปีจากสถานการณ์โควิด19 มาปีนี้มีผู้เข้าร่วมแข่งขันมากมายเช่นเคย และที่สำคัญในปีนี้มีชาวต่างชาติอย่างประเทศญี่ปุ่น เกาหลี และฝรั่งเศล เข้าร่วมสนุกกับกิจกรรม และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นที่จังหวัดสตูลไปด้วย สร้างความตื่นตาตื่นใจ และสนุกสนานไปกับกิจกรรมดังกล่าว

การออกล่าหาหอยหลอดของที่จังหวัดสตูลมีความพิเศษคือ หอยหลอดที่นี่จะตัวใหญ่ เนื้อหวาน การหาด้วยการยอน โดยใช้ไม้ทางมะพร้าวแต้มด้วยปูนกินหมาก เมื่อเห็นรูที่มีขี้หอยอยู่ตรงปากรูก็เปิดปฏิบัติการการแหย่หรือยอนได้เลยทันที 

จากนั้นต้องคอยจ้องจับตัวหอยไม่ให้หลบกลับไปในหลุมได้อีก เป็นกิจกรรมที่สร้างความสนุกตื่นเต้นให้มือใหม่ที่หัดล่าหอยเป็นอย่างมาก

นายพีรพัฒน์ เงินเจริญ นายอำเภอละงู บอกว่า เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เดินมาร่วมกับชาวบ้าน นักท่องเที่ยวในการยอนหอยหลอด ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมของทางอบต.ละงู ที่มีการจัดเทศกาลยอนหอยหลอดและวัฒนธรรมพื้นบ้านตำบลละงู ยอมรับว่าสนุกท้าทายตั้งแต่เดินลงทะเลทันที่ที่น้ำแห้งในตี 5 และมาสนุกกับการหาหอย ตามแบบฉบับวิถีชาวละงู อยากเชิญชวนมาเที่ยวละงู และหาหอยที่จะมีมากในห้วงเดือนนี้ไปจนถึงเดือนมีนาคม 

สำหรับผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนี้ได้ทำสถิตไว้ที่ 9.1 กก.และรางวัลที่ 2 น้ำหนักอยู่ที่ 8 กก. โดยกติกาให้ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถออกหาได้ทันทีตั้งน้ำลดไปจนถึงน้ำทะเลขึ้นร่วม 4 ชม.สร้างรายได้ให้กับคนหา วันละไม่น้อยกว่า 500 บาท

ในขณะที่บางคนสามารถหาได้สูงถึงวันละ 10 กก.มีราคาได้ถึง 1,800 บาทเลยทีเดียว นับเป็นวิถีชีวิตที่ยั่งยืนและสร้างรายได้อีกทางให้ชาวบ้านริมชายฝั่งทะเล รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้นำหอยหลอดไปทดลองชิมความอร่อยและความหวานนุ่มของอาหารทะเลสดๆ ที่นี่ด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อากาศหนาวฉับพลันอีกระลอก! ครูพา นร.นั่งเรียนกลางแดดสร้างความอบอุ่นร่างกาย

Posted on January 25, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706542

อากาศหนาวฉับพลันอีกระลอก! ครูพา นร.นั่งเรียนกลางแดดสร้างความอบอุ่นร่างกาย

อากาศหนาวฉับพลันอีกระลอก! ครูพา นร.นั่งเรียนกลางแดดสร้างความอบอุ่นร่างกาย

วันพุธ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.00 น.

สภาพอากาศหนาวเย็นฉับพลันอีกระลอก โดยอุณหภูมิวันนี้ลดเหลือ 14 องศาและคาดว่าจะหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ครูโรงเรียนบ้านหนองสะแก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้พานักเรียนออกมานั่งเรียนกลางแดดเพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายสลับกับเรียนในห้อง ทั้งอนุญาตให้เด็กสวมใส่เสื้อกันหนาวมาเรียนได้

วันนี้ (25 ม.ค.66) หลังจากสภาพอากาศหนาวเย็นฉับพลันอีกระลอก โดยล่าสุดวันนี้อุณหภูมิลดเหลือ 14 องศาเซลเซียส และคาดว่าอากาศจะหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องลดต่ำถึง 13 องศาเซลเซียส ทำให้ครูโรงเรียนบ้านหนองสะแก (ราษฎร์บำรุง) อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้พาเด็กนักเรียนออกมาทำกิจกรรมและนั่งเรียนกลางแดด เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายสลับกับการเรียนในห้อง ทั้งอนุญาตให้เด็กสวมใส่เสื้อกันหนาวมาเรียนได้ 

นางฉวีวรรณ สุวรรณโณ หรือครูไก่ ครูประจำชั้น ป.3 บอกว่า ช่วงที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นทาง ผู้อำนวยการโรงเรียน ก็ได้อนุญาตให้พาเด็กนักเรียนออกมาทำกิจกรรมและนั่งเรียนกลางแดด เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายได้ สลับกับการเรียนในห้องเรียน ซึ่งเด็กนักเรียนเองเมื่อได้มาทำกิจกรรมนั่งเรียนกลางแดด ก็ดีใจเพราะเหมือนได้เปลี่ยนบรรยากาศผ่อนคลายไปในตัวด้วย  

ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่านอกจากสภาพอากาศจะหนาวเย็นลงอย่างต่อเนื่องแล้ว  พื้นที่ติดแนวชายแดน และใกล้ป่าเขา  ช่วงเช้าก็จะมีหมอกปกคลุมและลมกระโชกแรงด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,884,574 hits

Join 4,121 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ฉลองวันสตรีสากล ‘คาร์นีย์’ ฉาพภาพต้นแบบ ‘ผู้นำธุรกิจหญิงแถวหน้า’ สะท้อนบทบาทเสริมสร้างศักยภาพสตรีรุ่นใหม่ กลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
พรรค(กึ่ง)ประชาชน! ประชาธิปไตยแบบ 'เลือกที่รักมักที่ฟ้อง'
สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ
ประชาคมแพทย์ ชี้ เกาะพะงันส่อวิกฤต! ทุนนอก นอมินี ฮุบที่ดิน เสี่ยงดึงไทยใกล้จุดยุทธศาสตร์สงคราม
หยุดทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว! กิฟฟารีนแนะเคล็ดลับกู้ผมเสียสู่ผมสวย
สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล
เท้ง พร้อมลุยงานในสภา ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง จ่อยกเครื่อง 'กก.บห.ปชน.' เดือนเม.ย.นี้
อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน
อิหร่านประกาศ แต่งตั้ง “โมจตาบา คาเมเนอี” เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่
ภูมิใจไทย เล็งรวมกระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม แยก ‘กีฬา’ ลดค่าไฟ 3 บาท ใช้ไม่เกิน 200 ยูนิต

Recent Posts

  • เวียดนามจ่อหั่นภาษีนำเข้าน้ำมันเหลือ 0% รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
  • ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล กลุ่มจี7 เตรียมประชุมฉุกเฉิน
  • ไฟไหม้สถานีรถไฟกลางเมืองกลาสโกว์ อาคารถล่มบางส่วน
  • มือปืนหญิงกราดยิง 10 นัด คฤหาสน์ “ริฮานนา” กลางเบเวอรีฮิลส์ แต่ไร้คนบาดเจ็บ
  • “ฮิวแมนไรต์วอตช์” กล่าวหาอิสราเอลใช้ “ฟอสฟอรัสขาว” โจมตีพื้นที่พลเรือนในเลบานอน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d