Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712382

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.54 น.

ชีวิตต้องสู้!‘ไรเดอร์’ขาพิการเจอพิษโควิด ไม่ท้อฝันกลับไปขายแซนด์วิชดังเดิม

20 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ลลิตา นิยมรัตน์ นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางไปที่บ้านในหมู่บ้านคุณาลัย ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายเทวากร ทับทิมศรี หรือเม่ง อายุ 32 ปี หนุ่มไรเดอร์สู้ชีวิตขาพิการทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้การช่วยเหลือ หลังทราบว่าก่อนหน้านี้นายเทวากร เคยประกอบอาชีพขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิช หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง แต่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด-19 จนขาดรายได้ และต้องเลิกอาชีพไป ก่อนจะมาขับรถรับส่งอาหารแทนแบบทุกวันนี้

นายเทวาการ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ประมาณปี 2563 ตนมีอาชีพขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิชที่หน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง แต่เมื่อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในช่วงนั้นทำให้โรงเรียนต้องปิดการเรียนการสอน ไม่มีเด็กนักเรียนมาเรียน จึงทำให้ขายของไม่ได้ ของที่รับมาก็เสียหายจนขาดทุนอย่างหนัก จึงตัดสินใจเลิกขายของลองหางานอย่างอื่นทำ แต่ก็ไม่มี จึงตัดสินใจมาขับรถเป็นไรเดอร์รับส่งอาหารหาเงินเลี้ยงชีพไปวันๆ เพราะไม่อยากทำให้ครอบครัวต้องมาเดือนร้อนเพราะตนโดยเฉพาะแม่

“วันนี้รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือนำเงินสด อาหารแห้งและของใช้ที่จำเป็นเข้ามาให้ แต่ที่ดีใจที่สุดคือการที่เจ้าหน้าที่จะช่วยเหลือจัดหาเงินลงทุนให้ตนได้กลับไปขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิชเหมือนเมื่อก่อน เพราะเป็นงานที่ตนชอบที่สุดต่างกับการขี่รถ จยย.รับส่งอาหาร ที่แต่ละครั้งต้องเสี่ยงกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ก่อนหน้านี้ก็เคยได้รับอุบัติเหตุมาแล้ว 3 ครั้งแต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังจะติดต่อ รพ.ที่ทำโรงเท้าสำหรับผู้พิการที่เท้าแบบตนให้อีกด้วยเพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลกดทับที่เท้า” นายเทวากร กล่าว

ด้านนางลลิตา กล่าวว่า หลังทราบเรื่องวันนี้ได้เดินทางเข้ามาให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นโดยมีการมอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่งและของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้จากการพูดคุยสอบถามทราบว่าน้องผู้พิการเคยประกอบอาชีพขายน้ำส้มและขนมปังแซนด์วิชมาก่อน แต่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ทำให้ขายของไม่ได้จนต้องเลิกขายไปและหันมาขับรถ จยย.รับส่งอาหารแทน ซึ่งตัวน้องผู้พิการอยากจะกลับไปประกอบอาชีพค้าขายเหมือนเดิม ทางเรามีโครงการช่วยเหลือผู้พิการในการให้กู้ยืมเงินไปลงทุนประกอบอาชีพอยู่แล้วโดยไม่มีการคิดดอกเบี้ยโดยจะเร่งดำเนินการในเรื่องนี้ให้เขาสามารถกลับไปขายของได้อย่างที่ต้องการ นอกจากนี้ในเรื่องของสุขภาพก็จะประสานกับทางรพ.ที่มีการตัดโรงเท้าเฉพาะสำหรับคนพิการให้กับเขาเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพราะแผลกดทับต่อไป………-005

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยเยียวยาจิตใจ! เด็กหญิง13ถูกบูลลี่ เพื่อนแกล้งหนักจนป่วยซึมเศร้า

Posted on February 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712355

ช่วยเยียวยาจิตใจ! เด็กหญิง13ถูกบูลลี่ เพื่อนแกล้งหนักจนป่วยซึมเศร้า

ช่วยเยียวยาจิตใจ! เด็กหญิง13ถูกบูลลี่ เพื่อนแกล้งหนักจนป่วยซึมเศร้า

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.45 น.

พม.ระยอง รุดช่วย เด็กหญิง 13 ถูกบูลลี่ ด้าน ผอ.โรงเรียนแจงยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมหาทางออกร่วมกัน เตรียมจัดอบรม นำนักจิตวิทยามาอบรมให้ความรู้แก่คณะครู เด็ก และผุ้ปกครอง ป้องกันการเกิดเหตุการซ้ำอีก 

20 กุมภาพันธ์ 2566 จากกรณีที่ น.ส.ศิริรัตน์ อายุ 36 ปี ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ บุตรสาว อายุ 13 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้ถูกเพื่อนในชั้นเรียน ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครระยอง ได้ถูกกลุ่มเพื่อนในชั้นเรียนเดียวกันบูลลี่ ไม่ให้ใครมาคบด้วย กรีดสมุด เขียนข้อความด่าบนโต๊ะเรียนและในหนังสืออย่างรุนแรง จนทำให้บุตรสาวกลายเป็นคนเก็บตัว มีพฤติกรรมรุนแรง ไม่อยากไปโรงเรียน จึงพาไปตรวจรักษาที่ รพ.ระยอง ผลตรวจออกมาบุตรสาวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า 

ด้าน บุตรสาวได้เปิดเผย ตนโดนแกล้งหนักมาก โดนเอาน้ำสาดใส่ตอนอยู่ในห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร และยังเขียนข้อความด่าบนโต๊ะของตน หนักสุดก็กรีดสมุดและก็บีบหมึกปากกาทิ้ง ส่วนครูประจำชั้น ก็ฝากตนมาบอกแม่ ว่าให้มาเขียนใบลาออกได้แล้วว่า ทางน.ส.ศิริรัตน์ วอนขอให้ทางโรงเรียนช่วยหาทางออก ก่อนที่บุตรสาวจะอาการหนักไปกว่านี้ ตามข่าวที่นำเสนอไป  

เกี่ยวกับความคืบหน้าเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 ก.พ.น.ส.นพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้เดินทางไปพบกับ น.ส.ศิริรัตน์ และบุตรสาว ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากถูกกลุ่มเพื่อนบูลลี่ ที่บ้านพักหลังวัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อพบกับ น.ส.ศิริรัตน์ อายุ 36 ปี และบุตรสาว อายุ 13 ปี โดยพบว่าวันนี้ ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) ไม่ได้ไปโรงเรียน อยู่บ้านกับมารดา จึงตรวจสอบเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป 

น.ส.ศิริรัตน์ นาคพงษ์ อายุ 36 ปี กล่าวว่า ดีใจที่วันนี้หน่วยงาน พม.ให้ความช่วยเหลือและให้กำลังใจน้อง ซึ่งทาง พม. ก็จะเป็นคนช่วยประสานกับทางโรงเรียนให้ทั้งเรื่องที่น้องถูกกระทำและเรื่องการเรียนของน้อง ซึ่งในอนาคตก็จะย้ายที่เรียนใหม่ ส่วนระหว่างนี้ก็ต้องรอแนวทางจากทางโรงเรียนก่อน ว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้กระทบจิตใจของบุตรสาวอีก ส่วนบุตรสาวหลังจากที่มีเจ้าหน้าที่พม.เข้ามาช่วยเหลือ นำตุ๊กตาและเครื่องเขียนชุดใหม่มามอบให้ เริ่มมีอาการผ่อนคลายขึ้น ท่าทีที่ดีขึ้น ยิ้มแย้ม และพูดคุยเก่ง หยอกล้อเล่นกับทีมงาน  

น.ส.นพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง กล่าวว่า เบื้องต้น จากการสอบถามพูดคุยกับแม่และน้อง ถึงเรื่องราวดังกล่าวและประเมินสภาพจิตใจของน้องด้วย ก็พอจะทราบเรื่องราวเบื้องต้นแล้ว หลังจากนี้ก็จะนำข้อมูลที่ได้รับวันนี้ เข้าไปประชุมกับทางผอ.โรงเรียนและคณะครูของน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะนี้อีก ส่วนเรื่องการเรียนของน้องตอนนี้ คุณแม่กับน้องไม่ประสงค์ที่จะเรียนที่นี่ต่อ จึงช่วยประสานเรื่องการเรียนของน้องเพื่อที่จะไปศึกษาต่อที่โรงเรียนปลายทางที่กำลังจะย้ายไปด้วย  และ อยากฝากถึงทุกครอบครัวหากเกิดเหตุเรื่องของการบูลลี่ซึ่งเป็นสิ่งกระทบต่อจิตใจเด็ก อยากให้ครอบครัวหมั่นใส่ใจดูแลสอบถามลูกหลานของตัวเองอย่าปล่อยผ่านจะได้รู้ถึงสภาพจิตใจเด็กว่าเป็นอย่างไร และหากเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้สามารถโทรแจ้ง ได้ที่เบอร์ 1300 สายด่วน พม. ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 


 
ล่าสุด นายมนตรี สิริทัตสุนทร ผอ.โรงเรียนนครระยองวิทยาคม กล่าวว่า หลังจากประชุมเรื่องดังกล่าว ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย และพร้อมให้ความช่วยเหลือน้อง เพราะทราบข่าวว่าน้องเองซึ่งเป็นโรคซึมเศร้า ส่วนเรื่องสมุดที่ถูกกรีดจากการสอบสวนเด็ก เพื่อนน้องก็ให้การยืนยันว่าสมุดนั้นมีสภาพฉีกขาดแบบนั้นอยู่แล้ว เพื่อนน้องแค่หยิบดูเท่านั้น ส่วนเรื่องบูลลี่ทางคณะครูก็รายงานว่า ก็ได้มีการกล่าวตักเตือนและทำโทษกลุ่มเด็กไปแล้ว ซึ่งระหว่างนี้ทางคุณแม่น้องก็ได้ประสงค์ที่จะขอย้ายน้องออกจากโรงเรียน 

ตนก็ได้ให้คำแนะนำว่าให้สอบให้เสร็จก่อนหากย้ายระหว่างนี้น้องจะต้องไปเรียนชั้น ม.1 ใหม่ ซึ่งตนก็ได้ข้อสรุปจากการประชุมคือระหว่างช่วงสอบก็จะให้น้องแยกสอบไปก่อน ไม่ให้รวมกับเพื่อนๆ เพื่อให้น้องไม่กดดันและเครียด และหลังจากนี้ทางโรงเรียนจะมีการจัดอบรม โดยร่วมกันหลายหน่วยงาน ทั้งโรงเรียน และหน่วยงาน พม. นำนักจิตวิทยามาอบรมให้ความรู้แก่คณะครู เด็ก และผู้ปกครอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำอีก ส่วนหากคุณแม่น้องจะเปลี่ยนใจให้น้องเรียนต่อทีนี่ทางโรงเรียนก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง จะแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ฮ่องสอนเตรียมพัฒนา ‘บ้านรุ่งอรุณ-แม่สุยะ’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวจีนยูนานแห่งใหม่

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712349

แม่ฮ่องสอนเตรียมพัฒนา 'บ้านรุ่งอรุณ-แม่สุยะ' เป็นแหล่งท่องเที่ยวจีนยูนานแห่งใหม่

แม่ฮ่องสอนเตรียมพัฒนา ‘บ้านรุ่งอรุณ-แม่สุยะ’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวจีนยูนานแห่งใหม่

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.39 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เตรียมพัฒนาหมู่บ้านรุ่งอรุณและบ้านแม่สุยะ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิถีชีวิต วัฒนธรรม จีนยูนาน และไทใหญ่

ที่วัดป่าถ้ำวัว ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่วัดป่าถ้ำวัว เพื่อติดตามการปรับปรุงซ่อมแซมระบบประปาของวัดป่าถ้ำวัวเพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนจำนวนมากที่นิยมเดินทางมาปฏิบัติธรรมจากทั่วโลก

สำหรับวัดป่าถ้ำวัว เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินิยมเดินทางมาปฏิบติธรรมและร่วมเข้ามาศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา การสวดมนต์ การไหว้พระเพื่อทำจิตใจให้สงบโดยทางวัดได้จัดเตรียมที่พักอาหารมังสวิรัติ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นและเยี่ยมชมหมู่บ้านรุ่งอรุณ หมู๋บ้านชาวจีนยูนาน ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เพื่อพัฒนาให้หมู่บ้านรุ่งอรุณ และบ้านแม่สุยะ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นพื้นที่หมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ วิถีชีวิต วัฒนธรรมจีนยูนาน และไทใหญ่ เพื่อเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนให้ยั่งยืน โดยยึดหลักการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ความหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับหมู่บ้านบ้านรุ่งอรุณ ตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นชุมชนชาวจีนยูนนาน เป็นหมู่บ้านที่โอบล้อมด้วยหุบเขาที่สวยงาม มีวิวทิวทัศน์ที่แปลกตา กับธรรมชาติที่หาดูได้ยาก นักท่องเที่ยวสามารถ ชมวัฒนธรรมประเพณีชาวจีนยูนนาน สัมผัสรสอาหารจีนยูนนาน เที่ยววัดป่าถ้ำวัวเที่ยวถ้ำ และล่องแพไปยังน้ำตกซู่ซ่าได้ รวมทั้งสามารถพักค้างแรมแบบโฮมสเตย์ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ได้ด้วย

นอกจากนี้ ไม่ไกลจากหมู่บ้านรุ่งอรุณ เป็นหมู่บ้านชาวไทยใหญ่ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยใหญ่ไว้เป็นอย่างดีและหมู่บ้านห้วยส้านใหม่ เป็นหมู่บ้านชนเผ่า มูเซอดำ อยู่ติดกับแม่น้ำของ และเป็นจุดล่องแก่งแม่น้ำของไปบรรจบกับแม่น้ำปาย ปัจจุบันทั้ง 3 หมู่บ้านได้เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน มีการจัดการให้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติและวัฒนธรรม เรียกว่า 3 วัฒนธรรมชุมชนจีนยูนนาน ไทยใหญ่ มูเซอดำ – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กล้วยไม้รองเท้านารี’..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712348

'กล้วยไม้รองเท้านารี'..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

‘กล้วยไม้รองเท้านารี’..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.34 น.

“กล้วยไม้รองเท้านารี”..มงกุฎแห่งยอดดอยสู่ธุรกิจชุมชน

สํานักงาน กปร. นําสื่อมวลชนในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดําริเยี่ยมชม โครงการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดําริ อ.หางดง และโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ตามพระราชดําริในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์) อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยมี นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อํานวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กล่าวต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปความเป็นมาของศูนย์ศึกษา การพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ และศูนย์สาขา 

” ศ.ดร. โสระยา ร่วมรังษี”

ผู้อํานวยการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ

ด้าน” ศ.ดร. โสระยา ร่วมรังษี” ผู้อํานวยการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า “โครงการนี้เป็นโครงการในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อให้นำมาทำงานวิจัยและเผยแพร่ไปสู่ประชาชน เพราะสมัยก่อนกล้วยไม้ชนิดนี้ถือเป็นพันธุ์ที่หาได้ยาก หากเผยแพร่ไปสู่ประชาชนจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในช่วงแรกกลุ่มเป้าหมายของเราเป็นประชาชนในระดับรากหญ้า โดยเริ่มส่งเสริมจากพืชพันธุ์ประเภทไม้ดอกก่อน จนกระทั่งภายหลังเริ่มมีกลุ่มที่หันมาสนใจไม้ผลจึงได้เข้าไปส่งเสริม อย่างมะม่วงพันธุ์มหาชนก ต้องยอมรับว่าในช่วงแรกการเผยแพร่ถือเป็นสิ่งที่ยากมากเพราะชาวบ้านไม่รู้จักมะม่วงพันธุ์มหาชนกมาก่อน อย่างที่จังหวัดกาฬสินธุ์เกษตรกรของเราต้องนำไปแลกข้าวสารแทนตัวเงิน แต่ปัจจุบันหลังจากที่ผ่านมานับ 10 ปีทุกวันนี้มะม่วงมหาชนกเป็นที่นิยมมาก กลุ่มตัวแทนของเราสามารถรวมตัวกันตั้งเป็นล้งในการจำหน่ายมะม่วงพันธุ์นี้ สำหรับไม้ดอกเองก็มีการเจริญเติบโต สวนไม้ดอกเองต้องยอมรับว่าเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยการเจริญเติบโตต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ดอกไม้ของประเทศไทยถือว่าเป็นดอกไม้ที่สวยงามและน่าสนใจ แล้วเริ่มได้รับความนิยมในระดับประเทศ ทำให้ตอนนี้กลุ่มของเราเริ่มขยายไปสู่ภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเราได้ร่วมมือกับเอกชนรวมถึงผู้ส่งออก ทำให้การส่งออกกล้วยไม้เป็นไปอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น เพราะเราเองก็มีองค์ความรู้เกี่ยวกับกล้วยไม้อยู่มากพอสมควร แน่นอนว่าการทำกล้วยไม้เพื่อการส่งออกต้องมีผลการวิจัยจากห้องทดลองก่อน ถึงจะเกิดองค์ความรู้ เราจะไม่นำกล้วยไม้ป่าออกขายโดยทันที แต่เราจะต้องมีการวิจัยและพัฒนาพันธุ์เพื่อให้เหมาะกับการส่งออกสู่ตลาด”..ศ.ดร. โสระยา กล่าว

นอกจากนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ( สำนักงาน กปร. ) ได้นำคณะสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ในโครงการสื่อมวลชนสัญจร สืบสานพระราชดำริ ลงพื้นที่เยี่ยมชม เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ โดยมี “เครือวัลย์ พิพัฒน์สวัสดิกุล” นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้า นารีอินทนนท์ตามพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ (ดอยอินทนนท์)ได้นำพาคณะสื่อมวลชนได้เยี่ยมชมสภาพพื้นที่ป่าที่ได้รับการฟื้นฟูจนมีความอุดมสมบูรณ์บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน อาทิการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีและนำคืนสู่ธรรมชาติ สภาพป่าดิบชื้น กล้วยไม้รองเท้านารีจากการขยายพันธุ์ที่นำมาปลูกในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ต้นน้ำป่าดิบชื้นดอยอินทนนท์ หนึ่งในสายน้ำแม่น้ำปิง บริเวณน้ำตกลานเสด็จ ความสมบูรณ์ของป่าสามชั้นของดอยอินทนนท์ (ไม้ชั้นบน ไม้ชั้นกลาง และไม้ชั้นล่าง) ไลเคน ในลักษณะต่าง ๆ (ในระดับสูง บริเวณโคนต้นไม้ และไม้ล้มนอนไพร) ทุ่งหญ้าบนพื้นที่สูง ณ จุดชมวิว ซึ่งเป็นจุดหน้าผาที่เลียงผาออกหากิน พร้อมกล่าวกับสื่อมวลชนว่า 

โครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้าดอยอินทนนท์ ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2547 โดยต่อยอดมาจากที่ขุนยวม เอาจริงๆแล้วหน้าที่ของเราคือการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้นารีซึ่งเป็นกล้วยไม้ประจำพื้นถิ่นของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านการขยายพันธุ์ บำรุงดูแล จนถึงส่งคืนสู่ผืนป่า

รองเท้านารีเป็นกล้วยไม้ที่มีความหลากหลายถึง 14 ชนิด แล้วยังมีสายพันธุ์ย่อยๆอีก หน้าที่ของเราคือการรวบรวมสายพันธุ์ต่างๆเพื่อเข้าสู่กระบวนการในการอนุรักษ์อย่างบูรณาการ และผลจากการเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์จนส่งกลับคืนธรรมชาติ ส่งผลให้รองเท้านารีเป็นหนึ่งในจุดสำคัญที่ส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติมักมาถามถึงแหล่งของกล้วยไม้รองเท้านารี เพื่อที่จะเข้าชมความสวยงาม ตรงนี้ตอบสนองกับวิธีการท่องเที่ยวแบบชุมชน โดยตัวชาวบ้านเองไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ของพืชรองเท้านารีอยู่แล้ว แต่การท่องเที่ยวเข้ามาช่วยส่งเสริมให้ชาวบ้านได้มีช่องทางทำมาหากิน โดยเฉพาะการนำเที่ยวซึ่งต้องถือว่าเป็นความเชี่ยวชาญแต่กำเนิดของชาวบ้านแถบนี้ซึ่งเราเรียกกันว่า “ไกด์ป่า” แต่ซึ่งกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ ก็ต้องยอมรับว่าพวกเราทำงานกันหนักมาก ตอนนี้เราเชื่อว่าเราปล่อยต่อของกล้วยไม้กับคืนสู่ธรรมชาติได้กว่า 600 ต้นแล้ว ซึ่งมันเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนมากแต่กาวก็ยินดีทำ

และแน่นอนว่าเมื่อมาถึงดอยอินทนนท์แล้ว สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือเยี่ยมชม เส้นทางชมธรรมชาติ “กิ่วแม่ปาน” ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุ นภเมทนีดลและ พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะสั้นเป็นวงรอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร กิ่วแม่ปานเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอินททนท์

“จีรวัฒน์ จุติภูผา” ผู้นำเที่ยวเฉพาะถิ่นกิ่วแม่ปาน เล่าให้ฟังว่าเดิมทีชาวบ้านแถบนี้นิยมปลูกฝิ่นเป็นรายได้ ภายหลังจากที่มีโครงการหลวงเกิดขึ้นบนดอยอินทนนท์หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดี พรานป่าและชาวบ้านแถบนี้แปลงสภาพจากนักล่าเป็นนักเล่า โดยเริ่มต้นตั้งแต่สมัยคุณพ่อของคุณจิรวัฒน์เอง ซึ่งก็เคยเป็นพรานป่ามาก่อน

แน่นอนว่าก่อนหน้านี้พื้นที่แถบนี้ก็มีนักท่องเที่ยวขึ้นมาเดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติอยู่มาก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติก็คือ ขยะ! และด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้เกิดความเสียหายกับพืชพันธุ์ไม้ธรรมชาติในบริเวณนี้เป็นอย่างมาก อุทยานแห่งชาติชักนำนำคนในพื้นที่ให้เข้ามาเป็นผู้นำทางท่องเที่ยว หรือมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เมื่อก่อนก็มีราว 10 คนและโดยส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นพราหมณ์แทบทั้งสิ้น แต่ด้วยแนวคิด “ปลูกป่าในใจคน” คนแถวนี้จึงเปลี่ยนจากผู้ล่า ผู้ถากถางทำลายป่าเป็นนักอนุรักษ์ นักปลูกป่าและเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับป่าและชุมชนสู่ผู้ที่สนใจมาท่องเที่ยว รวมถึงได้มีการส่งต่อไปสู่รุ่นลูก รุ่นหลาน ตอนนี้เรามีเยาวชนที่เป็นมัคคุเทศก์รุ่นเยาว์ อายุ 14 ปีขึ้นไปได้เริ่มทำหน้าที่และพร้อมจะสืบสานเจตนารมณ์ต่อจากคนรุ่นหลังๆ

เมื่อก่อนเรามีมัคคุเทศก์ชุมชนเพียง 10 ท่านซึ่งเป็นชนเผ่าม้งทั้งสิ้น แต่ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นงานของเรากว้างขวางขึ้น เราจึงชวนพี่น้องปกาเกอะญอมาร่วมงานด้วยกัน ทุกวันนี้เรามีมัคคุเทศก์ชุมชนถึง 300 คน

แน่นอนว่าผู้ที่มาเที่ยวพื้นที่ดอยอินทนนท์ อันดับแรกเลยที่ต้องการเห็นคือกล้วยไม้รองเท้านารี แต่อีกสิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือกวางขาวซึ่งมีชุกชุมมากในพื้นที่แถบนี้ นอกจากนี้เรายังมีตลาดชุมชนของชนเผ่าที่นำสินค้ามาขายให้กับนักท่องเที่ยวเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

3 นร.หญิง เก็บกระเป๋าเงินได้ นำไปมอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712347

3 นร.หญิง เก็บกระเป๋าเงินได้ นำไปมอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

3 นร.หญิง เก็บกระเป๋าเงินได้ นำไปมอบให้ ตร.ตามหาเจ้าของ

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.30 น.

เวลา 08.00 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 บริเวณหน้าเสาธงภายในโรงเรียนเทศบาลชุมชนวิมลวิทยา อ.เมือง จ.ตราด นางสาวอภิรดี กรวยทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลชุมชนวิมลวิทยา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่นักเรียน 3 คน เก็บกระเป๋าสตางค์ของชาวชาติได้ แล้วนำกระเป๋าสตางค์ไปมอบให้กับตำรวจ สภ.เมืองตราด ติดตามคืนเจ้าของได้สำเร็จ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา พร้อมขอบคุณและชื่นชมความดี ท่ามการเสียงปรบมือของนักเรียนและครูในโรงเรียน

ด.ญ.ดวง ซอบ อายุ 14 ปี ชั้น ม.1/3 เล่าเหตุการณ์ว่า ตนเองและเพื่อน ด.ญ.เชษฐ์ธิดา สมุททัย อายุ 13 ปี ชั้น ม.2/1 ด.ญ.ชลลดา ชัยหะนาม อายุ 13 ปี ชั้น ม.1/3 มาทำกิจกรรมที่โรงเรียน หลังจากเสร็จกิจกรรมแล้ว ได้ตกลงกับเพื่อนว่าจะไปกินหมูกระทะ แต่ระหว่างที่เดินอยู่ทุกคนคิดว่าร้านอาจจะยังไม่เปิด จึงแวะนั่งเล่นอยู่หน้าร้านสะดวกข้างข้างโรงพยาบาลตราด 

กระทั่งเวลา 17.00 น. ระหว่างนั่งรออยู่นั้น ด.ญ.ชลลดา หันไปเห็นกระเป๋าสตางค์สีน้ำตาลอยู่บนฟุตบาท จึงหยิบขึ้นมาดูกับเพื่อน แล้วพบว่าเป็นกระเป๋าสตางค์ของชาวต่างชาติ มีเงินสดจำนวนมาและบัตรสำคัญหลายใบ จึงตัดสินใจไปยังสภ.เมืองตราด ระยะทางประมาณ 1.2 กิโลเมตร เพื่อให้ตำรวจติดตามหาเจ้าของโดยตำรวจตรวจสอบกระเป๋า มีเงินสดจำนวน 36,610 บาท และเอกสารยืนยันตัวตนเป็นชาวต่างชาติ อายุ 66 ปี สัญชาติสวีเดน

จากนั้นเดินย้อนกลับไปอีก 2 กิโลเมตร เพื่อไปกินหมูกระทะตามความตั้งใจระหว่างที่กำลังกินหมูกระทะใกล้เสร็จ ตำรวจโทรศัพท์มาแจ้งว่าติดตามเจ้าของได้แล้ว ก่อนที่ตำรวจจะขับรถมารับตนเองและเพื่อนไปที่โรงพัก

เมื่อมาถึงโรงพัก ทั้ง 3 คน พบ ร.ต.อ.นิจสันติ์ พั่วพันศรี ร้อยเวรสอบสวน และเจ้าของกระเป๋าสตางค์ รออยู่ จากนั้นได้ ร.ต.อ.นิจสันติ์ ได้แจ้งกับชาวต่างชาติว่าเด็กทั้ง 3 คนนี้เป็นคนที่เก็บกระเป๋าสตางค์ได้แล้วนำมาส่งให้บตำรวจเพื่อตามหาเจ้าของ ก่อนที่ชาวต่างชาติ จะขอบคุณเด็กและมอบเงินเป็นสินน้ำใจให้คนละ1,000 บาท ซึ่งเด็กทั้ง 3 คน ปฏิเสธที่จะรับ แต่ชาวต่างชาติไม่ยอม และยืนยันที่จะให้เป็นสินใจตอบแทน

ด้านนางสาวอภิรดี กล่าวว่า นักเรียนทั้ง 3 คน เป็นสมาชิกของสภานักเรียน และเป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำความดี สร้างชื่อเสียงให้โรงเรียน และเป็นที่ภาคภูมิใจของครูและเพื่อนในโรงเรียน วันนี้ต้องขอบคุณนักเรียนทั้ง 3 คน ที่ทำความดีไม่หวังสิ่งตอบแทน พร้อมทั้งยกย่องและยกเป็นตัวอย่างให้นักเรียนทุกคน เพราะการทำความดีไม่จำเป็นต้องออกสื่อทั้งหมด และขอบคุณสื่อที่นำเสนอเรื่องราวดีๆของนักเรียน และหลังจากนี้จะทำใบประกาศยกย่องความดีเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับนักเรียนทั้ง 3 คน

ขณะที่นางสุจิตรา แซ่จิว รองผู้อำนวยการโรงเรียน กล่าวเพิ่มว่า ภายในโรงเรียนฯ ได้สร้างจิตสำนักปลูกฝังให้นักเรียนทุกคน หากเจอสิ่งของหรือเก็บเงินได้ภายในโรงเรียน ให้นำมาไว้ที่ประชาสัมพันธ์เพื่อประกาศตามหาเจ้าของ และหากสิ่งของหรือเงิน ไม่มีใครมารับภายใน 1 ปี จะรวมรวบไปบริจาคต่อไป ซึ่งเชื่อว่ากิจกรรมนี้ สามารถปลูกจิตสำนึกให้กับนักเรียนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายปีก่อนก็มีนักเรียนเก็บเงินจำนวน 3,000 บาท คืนเจ้าของเหมือนกัน.-008 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เมืองสามหมอกต้อนรับคณะท่องเที่ยวเยือนโครงการราชดำริในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712343

เมืองสามหมอกต้อนรับคณะท่องเที่ยวเยือนโครงการราชดำริในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

เมืองสามหมอกต้อนรับคณะท่องเที่ยวเยือนโครงการราชดำริในพื้นที่แม่ฮ่องสอน

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.16 น.

ที่หมู่บ้านห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 19 ก.พ.66 ที่ผ่านมา นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้นายศรัญยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนและนายนักปราชญ์ ไชยานนท์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้การต้อนรับ Prof.Dr.Frauke Kraas University of Cologne และคณะในโอกาสเดินทางมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อทัศนศึกษาเยี่ยมชมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และการท่องเที่ยวโดยชุมชม ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยคณะได้เข้าเยี่ยมชมหมู่บ้านห้วยห้อมที่มีกระบวนการผลิตกาแฟห้วยห้อม กระบวนการผ้าทอขนแกะและผลิตภัณฑ์ผ้าทอกะเหรี่ยง อำเภอแม่ลาน้อย ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวปกาเกอญอ ที่การผลิตกาแฟห้วยห้อม ซึ่งเป็นปลูกและผลิต กาแฟอาราบิก้าพันธุ์ดี ที่มีรสชาติเข้มข้น การเพาะปลูกแบบออแกนิคฟาร์ม ขายแบรนด์ระดับโลก

นอกจากนั้นยังได้เยี่ยมชมกระบวนการทอผ้าขนแกะและผ้ากะเกรี่ยง ซึ่งเป็นมรดกทางปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของชาวปกาเกอะญอ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ในโครงการพระราชดำริชุมชนบ้านห้วยห้อม อำเภอแม่ลาน้อย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้า พระพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชดำเนินมาที่บ้านห้วยห้อม ถึง 3 ครั้งทรงพระราชทานสิ่งของ พันธุ์แกะ ให้กับพสกนิกร และได้มีพระราชดำรัสให้กับชาวบ้านห้วยห้อมให้ช่วยกันดูแลและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแหล่งน้ำและป่าไม้

นอกจากนั้นยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนชาวเลอเวีอะ บ้านละอูบ ซึ่งมีการรวมกลุ่มของชุมชนในการผลิตเครื่องเงินที่มีเอกลักษณ์สวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของบ้านละอูบ และสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนอีกด้วย

นอกจากนั้น คณะยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้คริสเตียนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ไมลงยีโมเดล บ้านป่ากล้วย อำเภอแม่สะเรียง และกลุ่มทอผ้ากะเหรี่ยงบ้านพะมอลอ ตำบลบ้านกาส อำเภอแม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเยี่ยมชมการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยงบ้านพะมอลอ อีกด้วย – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ติดต่อได้แล้ว! ‘จนท.อุทยานฯเอราวัณ’พลัดหลงป่า อยู่ห่างจุดอำนวยการ10กม.

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712310

ติดต่อได้แล้ว! 'จนท.อุทยานฯเอราวัณ'พลัดหลงป่า อยู่ห่างจุดอำนวยการ10กม.

ติดต่อได้แล้ว! ‘จนท.อุทยานฯเอราวัณ’พลัดหลงป่า อยู่ห่างจุดอำนวยการ10กม.

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.53 น.

20 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายอนุวัตน์ นาเอี่ยม อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมเพื่อนประมาณ 7 คน ร่วมออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพเพื่อป้องกันขบวนการลักลอบตัดไม้ทำลายป่าและล่าสัตว์ในเขตรับผิดชอบเมื่อวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา จนกระทั่งตกดึกนายอนุวัตน์ฯ ได้เกิดเดินพลัดหลงกับกลุ่มเพื่อน เจ้าหน้าที่อุทยานฯจึงได้ระดมกำลังร่วม 100 นายออกติดตามหาแต่ก็ไม่พบ

ล่าสุดวันนี้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานฯได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า “วันจันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 7.30 น. นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 พร้อมด้วยนายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ  ปล่อยแถวเจ้าหน้าที่เข้าให้การช่วยเหลือนายอนุวัฒน์ นาเอี่ยม เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อว.1 (ถ้ำพระธาตุ) ของอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้พลัดหลงจากชุดลาดตระเวน

ซึ่งขณะนี้สามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้แล้ว โดยนายอนุวัฒน์ นาเอี่ยม อยู่ห่างจากจุดอำนวยการประมาณ 10 กิโลเมตร และสภาพพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน ซึ่งคาดว่าจะให้การช่วยเหลือกลับมาได้ในวันนี้.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เที่ยว ‘เกาะช้าง’ แบบ Slow life ชมพระอาทิตย์ตกที่ Blue haven bay

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712300

เที่ยว ‘เกาะช้าง’ แบบ Slow life ชมพระอาทิตย์ตกที่ Blue haven bay

เที่ยว ‘เกาะช้าง’ แบบ Slow life ชมพระอาทิตย์ตกที่ Blue haven bay

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.55 น.

นับตั้งแต่มีการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หลังจากที่ประเทศไทยมีมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันและควบคุมโควิด-19 เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ส่งผลกระทบต่อสถานประกอบการ โรงแรม รีสอร์ท หรือสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศบางแห่งถึงขั้นต้องหยุดชะงักไปเลยตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

หลังการผ่อนคลายและเริ่มเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยทำให้การท่องเที่ยวของประเทศกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง.. และแน่นอนว่า “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” ก็ไม่พลาดที่จะพาไปสัมผัสกับการท่องเที่ยวแบบสนุกสุดเหวี่ยงที่เห็นแล้วต้องร้องว้าว

วันนี้เราจะพาไปสัมผัสทะเล๊ ทะเล ที่“เกาะช้าง” แบบ Slow life ต้องบอกก่อนว่าหลายๆคนน่าจะเคยมาเที่ยวเกาะช้างกันบ้างแล้ว แต่อยากจะให้มาซ้ำอีกครั้ง เพราะทะเลตอนนี้สวยมากๆ แถมเดินทางสะดวก เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

เราได้เข้าพักในโครงการ Blue haven bay by Siam royal view ตั้งอยู่อ่าวคลองสน “เกาะช้าง” จ.ตราด เดินทางจากท่าเรือเพียงแค่ 5 นาทีก็ถึงที่พักแล้ว เพราะโครงการอยู่ใกล้มากๆ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 200 ไร่ แบ่งเป็นในส่วนของโรงแรม และวิลล่า โดยในส่วนของโรงแรมแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ Peninsula Beach Resort เป็น Beach Front หรือห้องติดหน้าชายหาด จำนวน 9 ห้อง และในส่วนของ Marina Sands Resort มี 2 ตึก จำนวน 49 ห้อง แยกเป็นหลายประเภท มีสระน้ำบนตึก

โดยความพิเศษของที่พักในส่วน Marina Sands Resort นั้นคือผู้เข้าพักสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ด้วย โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับสัตว์เลี้ยงในห้องพักทั้งเตียงนอน และที่ใส่อาหาร และน้ำ ในส่วนของวิลล่า  สามารถเช่าพัก หรือซื้อได้ทั้งที่เป็นวิลล่า และสามารถซื้อที่ดินเปล่าๆ เพื่อสร้างวิลล่าได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีโครงการลงทุน โดยเมื่อซื้อวิลล่าแล้ว สามารถปล่อยให้เช่ากับทางโรงแรมได้ด้วย เป็นการแชร์กำไรกัน

ส่วนวันนี้เราจะเข้าพักที่ Marina Sands Resort ห้องพักสบายมีขนาดกว้างใหญ่ เหมาะที่จะมากันแบบกลุ่มเพื่อน ครอบครัว และคู่รัก และสัมผัสธรรมชาติได้เต็มปอด เพราะตรงระเบียงจะเห็นป่าโกงกาง และที่จอดเรือยอร์ชของนักท่องเที่ยวที่มาพักอีกด้วย

ขณะที่กิจกรรมต่าง ๆ ของโรงแรม ด้วยพื้นที่ที่มีอย่างกว้างขวาง จึงมีโซนกิจกรรมให้เลือกทำอย่างหลากหลาย เริ่มที่กิจกรรมพายคายัค แพดเดิ้ลบอร์ด และดำน้ำตื้น นอกจากนี้ยังมี Jungle Gym มีที่มาจากประเทศแม็กซิโก ซึ่งนับเป็นความแปลกใหม่ และกำลังเป็นกระแสในโซเชี่ยลด้วย สำหรับนักหวดทั้งหลายก็ไม่พลาด เพราะที่นี่มีสนามกอล์ฟ และพ่วงด้วยกีฬาชนิดใหม่อย่างดิสกอล์ฟ ซึ่งเป็นกีฬาที่ผสมผสานจานร่อนเข้ากับกอล์ฟ ขณะนี้กำลังได้รับความนิยมทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ไว้คอยอัพเดทลงโซเชียล อย่างชิงช้าคู่ ที่ต้องไม่พลาดถ่ายรูปยามพระอาทิตย์ตก รวมถึงต้นไม้โดดเดี่ยว หรือ Lonely Tree ที่ใครมาที่นี่ก็อดถ่ายรูปไม่ได้ รวมถึงชายหาดครึ่งพระจันทร์ หรือ Half Moon Bay ซึ่งเป็นชายหาดที่สงบ มีคลื่นเล็กน้อย สามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นได้ที่นั่น และสามารถเช่าสน็อคเกอร์เพื่อดำน้ำตื้นดูปะการังได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้เข้าพักสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของรีสอร์ทได้ทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงฟิตเนสท์ สระน้ำ บีชคลับ และซาวน่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหนังกลางแปลงที่ฉายหนังสำหรับเด็ก ๆ ในช่วงค่ำ ๆ อีกด้วย

โดย Mr.Danilo Becker General Manager ของโครงการ Blue haven bay by Siam royal view ได้พูดคุยกับทีมข่าวฯ อย่างเป็นกันเองว่า “เกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่ และยังมีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ภูเขา ซึ่งหากคุณกำลังมองหาธรรมชาติ และวันหยุดที่แสนสงบ เกาะช้างคือสถานที่ที่เพอร์เฟ็กที่สุด มีทั้งน้ำตก ดำน้ำ ล่องเรือชมเกาะต่าง ๆ มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ blue haven bay by Siam royal view เป็นที่ที่เหมาะอย่างยิ่ง เราตั้งอยู่ห่างจากท่าเรือเฟอร์รี่เพียงแค่ 5 นาที ซึ่งข้อดีคือคุณไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกลทั้งไป และกลับ เพราะเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่มาก ดังนั้นคุณสามารถใช้เวลาวันหยุดของคุณที่นี่ได้อย่างคุ้มค่า ที่สำคัญที่นี่มีชายหาดส่วนตัวที่สงบ สวยงาม และมีความเป็นส่วนตัว มีสถานที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย หลังจากนี้โรงแรมจะเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ด้วย”

นอกจากนี้ อย่าลืมแบ่งเวลาไปเที่ยวหาดทรายขาวขับรถไปไม่นานก็เป็นอีกแบบมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินไปมาครื้นเครง หากขับรถไปอีกหน่อยก็จะเป็นจุดชมวิวหาดไก่แบ้ ซึ่งถือว่าเป็นสถานที่ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยมากอีกแห่งหนึ่งบนเกาะช้าง ยามค่ำคืนตามร้านอาหารก็จะมีการควงไฟโชว์นักท่องเที่ยว ซึ่งบอกก่อนว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัวของนักแสดง

จะเห็นว่าบรรยากาศที่เกาะช้างนั้นครึกครื้นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่านระยะสั้นๆ และระยะยาว ทำให้เห็นว่าการท่องเที่ยวในประเทศเริ่มฟื้นฟูมากขึ้น หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และคาดว่าหลังจากนี้การท่องเที่ยวน่าจะไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น..

.-008

                                                                                           วิวพระอาทิตย์ตก

                                                                                        ค็อกเทลอร่อย

                                                                                  อาหารเย็น ‘อิตาเลียน-ไทย’

                                                                                    อาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์

                                                                                    สระว่ายน้ำกว้างน่าเล่น

                                                                                  ที่จอดเรือยอร์ช

                                                                                   ห้องพักกว้าง สิ่งอำนวยสะดวกครบ

                                                                                           สะพานกลางทะเล

                                                                                          Lonely Tree

                                                                                         พายเรือคายัค                                   

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวมกลุ่มนำเยาวชนวาดภาพสตรีทอาร์ทบนฝาผนัง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712301

รวมกลุ่มนำเยาวชนวาดภาพสตรีทอาร์ทบนฝาผนัง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

รวมกลุ่มนำเยาวชนวาดภาพสตรีทอาร์ทบนฝาผนัง ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.55 น.

นักธุรกิจสาวเมืองตรัง จับมือภาคเอกชน ปิ๊งแนวคิดจัดกิจกรรม ‘อาสา พาศิลป์’ นำนักเรียนระดับชั้นประถม-มัธยม วาดภาพสีน้ำบนฝาผนัง หรือสตรีทอาร์ท ภายใต้หัวข้อ ‘วัฒนธรรมสร้างสรรค์ วิถีตรังสู่สากล’ โดยมีศิลปินและนักศิลปะชื่อดังเข้าร่วมจำนวนมาก หวังให้เอกชนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ส่งเสริมให้เยาวชนมีความคิดสร้างสรรค์ ห่างไกลโซเซียล และนำไปต่อยอดความคิดได้ในอนาคต

วันนี้ (20 ก.พ.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กำแพงร้านบะหมี่โกวอน ต.โคกหล่อ อ.เมือง จ.ตรัง น.ส.ชนรดี ปิยภาณีกุล หรือเชอรี่ อายุ 31 ปี นักธุรกิจสาวชาว จ.ตรัง ได้ใช้สถานที่ดังกล่าว จัดกิจกรรมภายใต้ชื่อโครงการ “อาสา พาศิลป์” ครั้งที่ 1 โดยการนำนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย ป.4-6 และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1-3 จำนวน 10 โรงเรียนในพื้นที่ของ จ.ตรัง มาวาดภาพระบายสีบนกำแพงโดยมีหัวข้อว่า “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ วิถีตรังสู่สากล”

โดยมีคณะกรรมการตัดสินคืออาจารย์สุวัฒน์ วรรณมณี ศิลปินวาดภาพเหมือน อาจารย์วิสุทธิ์ ขาวเนียม นักเขียน, นักกวี, นักดนตรี และยังเป็นมือรางวัลชนะเลิศบทกวีเซเว่นบุ๊คอวอร์ด และรางวัลบทกวีชนะเลิศนายอินทร์อะวอร์ด และ น.ส.ปารวี โมรา เจ้าของรางวัล “ผู้เสียสละเพื่อสังคม” , นักเดินทาง , ครูจิตอาสา มาเป็นคณะกรรมกรรมการฯ รวมไปถึงมีศิลปิน นักศิลปะอีกจำนวนมากมาเข้ามาร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย โดยมีการสนับสนุนจากภาคเอกชนอีกจำนวนหนึ่ง

สำหรับภาพที่นักเรียนนำมาวาดส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้หัวข้อฯ ซึ่งนักเรียนต่างระดมความคิดกันออกแบบขึ้นมาเอง ต่างก็มีภาพ รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ หอนาฬิกาตรัง ขนมเค้กเมืองตรัง ต้นยางพารา พะยูน สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ หนังตะลุง มโนราห์ และรูปพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง)ฯลฯ อดีตเจ้าเมืองตรัง และบิดาแห่งยางพาราไทย ก่อนเด็กนักเรียนจะนำมาประกอบกับภาพต่างๆด้วยสีน้ำเพื่อให้เกิดเป็นเรื่องราวและสีสันในภาพนั้นๆ ภายใต้หัวข้อ “วัฒนธรรมสร้างสรรค์ วิถีตรังสู่สากล”

น.ส.ชนรดี หรือเชอรี่ กล่าวว่า จริงๆก่อนจะมาเป็นกิจกรรมในครั้งนี้ เนื่องจากเชอรี่เพิ่งจะย้ายมาอยู่ที่ จ.ตรัง ได้ประมาณ 5 ปี เราจึงอยากจะเห็นมุมมองและหลายๆทัศนะของเด็กๆ ว่าวัฒนธรรมต่างๆของ จ.ตรัง ที่ละเอียดอ่อนมากกว่าวัฒนธรรม รวมไปถึงวิถีของความเป็นตรัง เด็กๆเขามองยังไงและสามารถนำไปสู่สากลได้อย่างไร ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้เป็นการจัดโดยภาคเอกชนทั้งหมด

เชอรี่ กล่าวอีกว่า จริงๆงานนี้ไม่ได้ตั้งเป้าอะไรไว้เลย เพราะกิจกรรมพวกนี้มันเป็นการทำเพื่อเป็นการให้ ถ้าเราทำเพื่อหวังเอา มันก็จะมีความคาดหวัง แต่ว่าเมื่อไรที่เราทำให้เราก็ไม่ได้รู้สึกเลยว่าเราจะต้องได้อะไรกลับมา ไม่มีในเรื่องของคำว่ากำไรขาดทุนเลย จุดประสงค์และความคาดหวังเดียวที่ลงมือทำเพียงเพราะว่าเอกชนเรามีเยอะมาก แต่เอกชนที่เอาเวลาส่วนตัวมาให้สังคมยังมีน้อยมาก งานนี้จริงๆแล้วใช้เวลาเพียงแค่ 7 วัน เพราะฉะนั้น 7 วัน มันสามารถเปลี่ยนน้องๆทุกคนให้เขามีกำลังใจและก็สามารถเอากิจกรรมนี้ไปเป็นแรงผลักดัน อย่างน้อยก็ให้ได้เรียนจบในระดับชั้นปริญญาตรี ก็ถือเป็นความยิ่งใหญ่ที่รู้สึกว่าสำเร็จแล้วในการจัดงานในครั้งนี้

เชอรี่ กล่าวต่อไปว่า ในฐานะที่เป็นผู้จัดกิจกรรมนี้ก็รู้สึกดีใจ เพราะว่าด้วยความที่เราไม่ได้คาดหวังอะไร เมื่อได้มาเห็นน้องๆเขามีความมั่นใจมาก มีความกล้าแสดงออก แต่สิ่งที่เราขาดจากเยาวชนในปัจจุบันนี้คือความคิดสร้างสรรค์ เรามัวแต่ใช้เฟสบุ๊ก สื่อออนไลน์ จนเวลาตรงนั้นมันทำให้ความคิดสร้างสรรค์บั่นทอนลงไปมาก คิดว่ากิจกรรมนี้จึงเป็นการส่งเสริมให้เด็กได้เริ่มมีความกล้าแสดงออก ลงมือทำว่าจะไปประกอบอาชีพอะไร และในอนาคตเขาจะได้จดจำความรู้สึกและความทรงจำในกิจกรรมครั้งนี้ และด้วยความที่กิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 1 ในอนาคตข้างหน้าก็คิดและมีความตั้งใจไว้ว่าน่าจะมีครั้งที่ 2 และก็อยากให้เอกชนหลายๆฝ่ายมาร่วมกันเป็นกิจกรรมที่น่าจะเติมโตได้มากยิ่งขึ้น

เชอรี่ กล่าวทิ้งท้ายว่า ส่วนแรงบันดาลใจที่ได้จัดขึ้นมาจริงๆแล้วก็เริ่มต้นจากที่ตลอดระยะเวลา 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่เชอรี่ได้ทำต่อเนื่องมาตลอดคือเชอรี่ได้หาชาวต่างชาติที่เป็นจิตอาสามาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนขนาดเล็กภายในเขตพื้นที่ของ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งชาวต่างชาติที่มาเป็นจิตอาสาช่วยสอนทุกท่านคือมาด้วยความเป็นจิตอาสา ที่อยากจะมาสอนภาษให้กับเด็กนักเรียนที่เขาไม่มีโอกาส และเนื่องจากเชอรี่ทำคนเดียวมาตลอด และด้วยกำลังของเราคนเดียว ก็เลยไม่ได้เป็นภาพประจักษ์มาก 

แต่ถ้าคุณครูภายในเขตพื้นที่ อ.ปะเหลียนจะทราบกันดีว่าเชอรี่ส่งคุณครูจิตอาสาไปให้ตลอด แต่ด้วยความที่เราต้องทำงานตั้งแต่วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ เราก็จะเหลือว่างเพียงวันอาทิตย์แค่วันเดียว แต่ในช่วงเวลาที่เราว่างตรงนั้น เราก็จะทำให้กับสังคม เพื่อจะได้ให้เห็นว่าเรายังมีภาคเอกชนที่เขายังสนับสนุน และอยากให้ทุกคนมองว่ามีโอกาส ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะไม่มีงบประมาณในการจ้างครูต่างชาติ แต่เราก็สามารถจัดตรงนี้มาให้ได้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ

ขณะที่ น.ส.ณิชาภัทร ภิรมย์ทอง หรือน้องมีน อายุ 15 ปี นักเรียนระดับชั้น ม.3 โรงเรียนมัธยมวัดควนวิเศษมูลนิธิ กล่าวว่า วันนี้มีความรู้สึกว่าได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ได้ออกมาทำกิจกรรมนอกสถานที่ ได้มีความสัมพันธ์กับเพื่อนต่างสถาบันที่ได้มาพูดคุยและแลกเปลี่ยนมุมมองของศิลปะกัน ซึ่งภาพที่วาดขึ้นก็ได้คิดสรรค์ และระดมความคิดกันขึ้นมาเองหลังจากได้รับหัวข้อไป ซึ่งโดยส่วนตัวหนูโดยปกติก็จะรำมโนราห์ด้วย ก็เลยนำวัฒนธรรมของ จ.ตรัง ตรงนี้มาถ่ายทอดออกเป็นภาพมโนราห์ ประกอบไปกับภาพของหาดปากเมง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของ จ.ตรัง ขนมเค้กเมืองตรัง หมูย่างเมืองตรัง พะยูน และงานวิวาห์ใต้สมุทร 

“อยากให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ ทำให้ได้ฝึกทักษะศิลปะเพิ่มเติม ส่วนตัวเองชื่นชอบในศิลปะ และเคยเป็นตัวแทนของโรงเรียนไปแข่งขันวอดภาพทุกปี อนาคตก็มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากจะเดินในทางศิลปะ ซึ่งอาจจะเป็นครูศิลปะหรือจิตกรก็ขึ้นอยู่กับอนาคต และส่วนตัวมองว่าคนรุ่นใหม่ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับศิลปะ หรือมองว่าศิลปะไม่ค่อยมีความสำคัญ ก็อยากให้ทุกคนลองเปิดใจฝึกงานศิลปะดู เพราะไม่ได้ยาก และเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และเยียวยาจิตใจของคนได้” – 003

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คอหวยตาลุกวาว!! ส่องเลขเครื่องบิน-รถ ‘บิ๊กตู่’ ตรวจราชการเมืองคอน

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712293

คอหวยตาลุกวาว!! ส่องเลขเครื่องบิน-รถ 'บิ๊กตู่' ตรวจราชการเมืองคอน

คอหวยตาลุกวาว!! ส่องเลขเครื่องบิน-รถ ‘บิ๊กตู่’ ตรวจราชการเมืองคอน

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 11.13 น.

เมื่อวันที่ 20กพ.2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาตรวจราชการในหลายพื้นที่ของจ.นครศรีธรรมราช ประกอบด้วยอาคารสนามบินแห่งใหม่ของท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช,ที่ว่าการอำเภอจุฬาภรณ์นครศรีธรรมราช,รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช,วัดยางใหญ่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชและวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช โดยมีนายอภินันท์ เผือกผ่อง ผวจ.นครศรีธรรมราช และประชาชนชาวนครศรีธรรมราชได้มาคอยให้การต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จำนวนมาก โดยเฉพาะที่อาคารสนามบินแห่งใหมที่ท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตรวจความคืบหน้าของการก่อสร้างพบว่ามความคืบหน้าไปมากพร้อมที่จะเปิดดำเนินการได้ประมาณกลางเดือนมีนาคม2566 ได้อย่างแน่นอน โดยจะทำให้การท่องเที่ยวและการลงทุนของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าเดิมหลายเท่าตัว มีสส.นครศรีธรรมราชพรรคพลังประชารัฐ และนักการเมืองพรรครวมไทยสร้างชาติมาคอยต้อนรัยจนแน่นสนามบิน

ในขณะเดียวกัน ปรากฏว่าบรรดาคอหวยได้เล็งเลขรถของนายกรัฐมนตรีนั่ง ได้แก่รถยนต์อัลพาร์ท ทะเบียน กล-9 นครศรีธรรมราช และเลขหางเครื่องบินกองทัพอากาศ หมายเลข 60203 บรรดาคอหวยต่างจดจ้องและจดหมายเลขดังกล่าวไปซื้อหวยงวด1มีนาคม2566ต่อไป.-008 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,763 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไปรษณีย์ไทยแนะใช้ ChatGPT ยกระดับการส่งพัสดุ เหมือนมีพี่ไปรฯ ส่วนตัว
ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เจษฎ์ซ่อมป้ายหาเสียง วอนหยุดทำลายป้ายพรรคเล็ก ยันพรรครักชาติไม่มีนายทุน
​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ
อว.ผนึกรัฐ-เอกชน-มหา'ลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI - ยานยนต์ไฟฟ้า
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด
ชูวิทย์จัดหนักพรรคส้มส่งท้าย โชว์คลิปเสียง-หลักฐาน ซัดแค่คัดสรรผู้สมัครยังมีปัญหา
บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรทยอยถึงไทย พร้อมกระจายสู่ 400 เขตเลือกตั้ง

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d