Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

มุขใหม่!! มิจฉาชีพใช้ความสงสารถึงขั้นแกล้งตาย อ้างขอเงินทำศพ

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706071

มุขใหม่!! มิจฉาชีพใช้ความสงสารถึงขั้นแกล้งตาย อ้างขอเงินทำศพ

มุขใหม่!! มิจฉาชีพใช้ความสงสารถึงขั้นแกล้งตาย อ้างขอเงินทำศพ

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.22 น.

23 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 5.2 โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า 

“ขอทานออนไลน์ รบกวนหน่อยค่ะ พี่อยากแจ้งข่าวมิจฉาชีพคนนึง มาในคราบของผู้พิการ(รึป่าวก็ไม่รู้) หลายปีก่อน พี่เคยให้ความช่วยเหลือนาง เรื่องการระดมทุน ที่แม่นางป่วย ต่อมาแม่นางตาย ก็ยังมีปัญหาเรื่องการขอแท็ก ขอเงินต่างๆมาไม่จบสิ้น จนพี่ขอหยุดให้ความช่วยเหลือไป แต่ก็มีพี่คนนึง ให้ความช่วยเหลือต่อ จนหมดเงินไปไม่น้อย

นางใช้วิธีเดิม เรียกความสงสาร จนกระทั่งทำถึงขนาดว่า ตัวเองตาย แล้วให้คนอื่นพิมมา(ซึ่งอาจจะเป็นนางพิมเอง) ว่า นางตายแล้ว ขอค่าทำศพต่างๆพี่คนนี้(ผู้เสียหาย)ก็โอนไปช่วย ทั้งแบบเต็มใจและไม่เต็มใจ บางครั้งไม่ได้เงิน ก็โพสว่าพี่เค้าต่างๆทุกช่องทาง แบบนี้เราจะทำยังไงให้นางหยุดได้คะ อยากรู้ตัวตน ว่าพิการจริงมั้ย บ้านอยู่ไหนยังไง เราจะเอาผิดกับเค้ายังไงได้บ้างคะ”.
-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สะเทือนวงการข้อสอบ! ตั้งคำถาม’ทรงอย่างแบด’ นร.จะใช้หลักธรรมใดแก้ปัญหาตามบทเพลง?

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706066

สะเทือนวงการข้อสอบ! ตั้งคำถาม'ทรงอย่างแบด' นร.จะใช้หลักธรรมใดแก้ปัญหาตามบทเพลง?

สะเทือนวงการข้อสอบ! ตั้งคำถาม’ทรงอย่างแบด’ นร.จะใช้หลักธรรมใดแก้ปัญหาตามบทเพลง?

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 13.01 น.

ไม่ได้มาเล่นๆ ล่าสุดเพลง “ทรงอย่างแบด” ของวง Paper Planes มีคนเอาไปตั้งเป็นข้อสอบถามนักเรียนจะใช้หลักธรรมใดแก้ปัญหาตามบทเพลงดังกล่าว?

กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงในโลกโซเชียลขณะนี้ เมื่อ เพจเฟซบุ๊ก เครือข่ายเยาวชนสนองคุณเเผ่นดิน โพสต์ข้อความภาพ เผยแพร่ข้อสอบของนักเรียน ที่ได้มีการนำบทเพลง ทรงอย่างแบด ของวงเปเปอร์ เพลนส์ มาเป็นคำถามถึง 2 ข้อ

จงพิจารณาข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 31-32

“ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อย เธอไม่อินกับผู้ชาย bad boy ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อย เธอไม่รักฉันก็คงต้องปล่อย โธ่พ่อหนุ่ม bad boy bad boy ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อย ปล่อยเธอไปกับไอ้หนุ่ม good boy” เพลงทรงอย่างแบด (Bad Boy) โดย เปเปอร์ เพลนส์

31. จากบทเพลงดังกล่าว ข้อความใดตรงกับหลักธรรมอริยสัจ 4 เรื่อง ทุกข์

1.เธอไม่อิน
2.ทรงอย่างแบด
3.แซดอย่างบ่อย
4.ผู้ชาย bad boy

32.จากข้อความที่ขีดเส้นใต้ นักเรียนจะใช้หลักธรรมในข้อใด แก้ปัญหาตามบทเพลงดังกล่าว (ปล่อยเธอไปกับไอ้หนุ่ม good boy)

1. ศรัทธา 4
2. สมบัติ 4
3. อิทธิบาท 4
4. พรหมวิหาร 4

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ร้องสื่อพึ่งใครไม่ได้! โรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลอง ปลากระชังตายหมด

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706062

ร้องสื่อพึ่งใครไม่ได้! โรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลอง ปลากระชังตายหมด

ร้องสื่อพึ่งใครไม่ได้! โรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลอง ปลากระชังตายหมด

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.43 น.

เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในอำเภอโพธาราม ร้องสื่อพึ่งใครไม่ได้ โรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำแม่กลอง ทำปลาทับทิม ปลาคราฟในกระชังลอยตายเป็นแพ จำนวน 25 กระชัง สูญเงินกว่า 1.2 ล้าน ขาดทุนย่อยยับ โทรหาประมงได้แต่บอกให้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้!!

23 มกราคม 2566 เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาทับทิมในกระชังในแม่น้ำแม่กลอง ประสบปัญหาปลาตายยกกระชัง เป็นจำนวน 25 กระชังที่เลี้ยงเอาไว้ ขาดทุนย่อยยับ ไม่สามารถจับปลาขายให้กับลูกค้าที่นัดเอาไว้ เกิดความเสียหายอย่างหนัก และสูญเงินกว่า 1.2 ล้านบาท

โดยเกษตรกรระบุเหตุผลปลาตายมาจากน้ำเน่าเสีย คาดเกิดจากโรงงานที่อยู่ทางต้นน้ำแอบลักรอบปล่อยน้ำเน่าเสียลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ทำให้น้ำเน่าเสียขาดออกซิเจน ปลาที่เลี้ยงจึงทยอยตายยกกระชัง จากนั้นได้โทรไปยังหน่วยงานประมง ได้รับคำตอบเพียงสั้นๆให้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้

ภายหลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาซึ่งเป็นปลาทับทิม กำลังช่วยกันขนย้ายปลาที่ตายออกจากกระชังในบริเวณแม่น้ำแม่กลอง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี และต้องรีบนำขึ้นมาเพื่อชำแหละและขายราคาถูก เพื่อให้ได้เงินคืนมากลับมาบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ตายยกกระชัง

จากการสอบถามนางสาวลัดดา สุขแก้ว อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 ม.4 ต.สร้อยฟ้า อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เจ้าของกระชังปลาที่ประสบปัญหาเปิดเผยว่า ตนเองเลี้ยงปลาทับทิมในกระชังใหญ่จำนวน 30 กระชัง มาเป็นเวลา 8 ปี โดยปกติเวลาที่โรงงานปล่อยน้ำเสียลงมา หรือ มีน้ำเสียไหลลงมาจากทางต้นน้ำที่ อ.บ้านโป่ง ปลาไม่ตายยกกระชังขนาดนี้

โชคดีเมื่อวันศุกร์ที่ 20 ม.ค.66 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันจ่ายก่อนเทศกาลตรุษจีน ตนได้จับขายให้กับลูกค้าเจ้าประจำไปจำนวน 5 กระชัง กระชังละ 48,000 – 50,000 บาท เป็นเงินจำนวน 480,000 บาท ทำให้ปลาเหลืออีกจำนวน 25 กระชัง และ ในเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา จะต้องจับให้ลูกค้าอีก 10 กระชัง กระชังละ 50,000 บาท เป็นเงินที่จะต้องได้รวม 500,000 บาท ส่วนที่เหลือ จะจับอีกในรอบสัปดาห์ต่อๆไป อีก 15 กระชัง เป็นเงิน 750,000 บาท ทั้งนี้ยังมีปลาคราฟจำนวน 20 ตัว ตัวละ 3-5 กิโลกลัม จำน่ายตัวละ  1,500 บาท เป็นเงิน 30,000 บาท ปลาตะเพียนทองอีกกว่า 100 กิโลกรัม และปลาดุกอีก 2 กระชัง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.2 ล้านบาท ตอนนี้ตายยกกระชังไปแล้วทั้งหมด

นางสาวลัดดา กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่ปลาตายยกระชังในครั้งนี้ คาดว่าน่าจะมาจากน้ำเสียที่ปล่อยจากโรงงานในอำเภอบ้านโป่ง ซึ่งอยู่ทางต้นน้ำ เนื่องช่วงเวลา ประมาณ 17.00 น. เกิดมีคราบสีดำลอยมาเป็นสายน้ำเหนือกระชัง และมีกลุ่มเพื่อนเกษตรกรได้ส่งข่าวมาบอกว่ามีน้ำเสียไหลมาในแม่น้ำแม่กลองเป็นสีดำไหลมาเป็นทาง ตนจึงเฝ้าดูน้ำมาตลอด เพราะวันนี้ถึงรอบที่นัดลูกค้าเพื่อมาจับปลาจำนวน 10 กระชัง แต่ปรากฏว่าผ่านไป 30 นาที ปลาในกระชังเริ่มทยอยลอยตัวหาออกซิเจน

จนกระทั้งเวลา 18.30 น. ปลาเริ่มส่งสัญญาณตาย เพราะเห็นปลาในกระชังต่างๆ ได้กระโดดตัวขึ้นเหลือน้ำ และทยอยกันตาย ซึ่งตนได้ใช้เครื่องสูบน้ำเพื่อทำออกซิเจนในน้ำให้ปลา หวังว่าปลาจะรอดแต่ก็ไม่เป็นผล ปลาเล็กปลาน้อยต่างลอยขึ้นมาตายและตัวเปลี่ยนสีเป็นสีขาวลอยตายแน่นกระชัง ก่อนจะจมลงสู่ก้นกระชัง

นางสาวพิกุลทอง มั่นมุ่งยนต์ อายุ 42 ปี เป็นน้องสาวและผู้ดูแลกระชังปลา กล่าวว่า พอตื่นทราบจากพี่สาวว่าปลาทับทิมที่เลี้ยงไว้ได้เริ่มทยอยกันลอยหัว ตนจึงพากันลงมาสำรวจ และยกกระชังดู พบว่าปลาตายทั้งหมด บางตัวกำลังทยอยตาย และคาดว่าช่วงสายของวันนี้ปลาจะลอยแพขึ้นอืดลอยขึ้นมาจากก้นกระชังและส่งกลิ่นเหม็นอย่างแน่นอน ตนและพี่สาวจึงอยากให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบ ช่วยมาตรวจสอบ โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ลักรอบปล่อยน้ำเสียลงมา และพวกที่บรรทุกน้ำกากซามาปล่อยทิ้งลงแม่น้ำแม่กลอง ได้เห็นใจเกษตรกรด้วย ต้องแบกรับภาระหนี้สินที่นำมาลงทุน

สำหรับแม่น้ำแม่กลองสายนี้เป็นสายหลัง ซึ่งต้นน้ำไหลหมาจาก จ.กาญจนบุรี ผ่าน เขื่อนแม่กลองที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ผ่านเข้าสู่ อ.บ้านโป่ง ซึ่งมีโรงงานอุตสากกรรมหลายโรงงาน และจะไหลเข้าสู่เขต อ.โพธาราม ก่อนไหลสู่ อ.เมืองราชบุรี และไหลลงสู่จังหวัดสมุทรสงครามและไหลสู่ทะเลอ่าวไทย โดยตลอดสายมีเกษตรกรเลี้ยงปลากระชังจำนวนมาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตายายพามาปล่อย! พบเด็กหญิง12ปีโดนทิ้งริมถนน เนื้อตัวมีรอยฟกช้ำ

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706052

ตายายพามาปล่อย! พบเด็กหญิง12ปีโดนทิ้งริมถนน เนื้อตัวมีรอยฟกช้ำ

ตายายพามาปล่อย! พบเด็กหญิง12ปีโดนทิ้งริมถนน เนื้อตัวมีรอยฟกช้ำ

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 12.01 น.

เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งมีเด็กหญิงอายุ 12 ปี ถูกนำมาปล่อยทิ้งไว้ อยู่ที่ริมถนนในหมู่บ้านตำบลด่านช้าง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ห่างจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลอุทัยสวรรค์ จุดที่เกิดเหตุสลด มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ประมาณ 7 กิโลเมตร และตามเนื้อตัวของเด็กหญิง มีรอยฟกช้ำคล้ายๆกับโดนทำร้ายร่างกาย

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบพบนางสาวสุวรรณา อายุ 47 ปี ชาวบ้าน หมู่ 6 บ้านหนองด่าน ตำบลด่านช้าง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยมีเด็กหญิงเอ อายุ 12 ปี (นามสมมุติ) หลานสาว นั่งอยู่ข้างๆซึ่งอยู่ในอาการหวาดผวา ตามเนื้อตัวมีรอยฟกช้ำบริเวณ คอ,ขา ,แขน,ใบหู และที่นิ้วมือ

โดยนางสุวรรณา ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองมีน้องชายชื่อว่านายสุเมธ พวงจันทร์ ได้แต่งงานกับนางนิ่ม (นามสมมุติ) และมีบุตรด้วยกัน 1 คน คือเด็กหญิงเอ หลังจากอยู่กินกันได้สักพักจึงได้แยกทางกัน ขณะนั้นเด็กหญิงเอ อายุประมาณ 4 ขวบ โดยมีนางบัวเรียน ซึ่งเป็นย่า ได้รับเลี้ยงดู และให้เข้าโรงเรียนอยู่ที่ตำบลด่านช้าง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู พอถึงอายุ 8 ขวบ นางนิ่มซึ่งเป็นมารดาได้ลงมารับเด็กหญิงเอ โดยแจ้งว่าจะพาไปเลี้ยงเอง โดยได้นำไปอยู่ด้วยที่จังหวัดชลบุรี ส่วนนายสุเมธ พ่อของเด็กหญิงเอ และเป็นน้องชายของตนเอง ลงไปทำงานที่กรุงเทพฯ ส่วนนางนิ่ม มารดาของเด็กหญิงเอ ได้ไปมีสามีใหม่ 

โดยนางสาวสุวรรณา ผู้เป็นป้า ได้กล่าวต่ออีกว่า ตั้งแต่นั้นมาตนเองก็ไม่เห็นหน้าหลานอีกเลย จนในช่วงเช้ามึด ได้มีผู้นำหมู่บ้านได้นำหลานของตนเองมาส่ง ตนเองก็ตกใจจึงถามเด็กหญิงเอ ว่ามายังไง เด็กหญิงเอ ได้บอกว่าตากับยาย ได้ขับรถนำตนมาทิ้งไว้ที่ริมถนน ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าเป็นที่ไหนเพราะมึดมากๆ

หลาน ได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ลงไปอยู่กับแม่ที่จังหวัดชลบุรี ก็โดนยาย และพ่อเลี้ยงทุบตีอยู่ตลอด โดยเด็กหญิงเอ ได้ชี้ที่บริเวณลำคอเป็นรอยช้ำๆและบอกว่ายายเป็นคนบีบ และที่บริเวณขาทั้ง 2 ข้าง โดนพ่อเลี้ยงใช้ไม้หน้า 3 ตี และบริเวณใบหูโดนยายดึงและหยิก จนเป็นแผลยังมีรอยเลือดซึมๆอยู่ และที่นิ้วมือบริเวณเล็บถูกยายใช้ไม้แขวนเสื้อตี จนช้ำเลือดช้ำหนอง

โดยเด็กหญิงเอ ได้บอกว่าอยู่ที่บ้านช่วยทำงานบ้าน ล้างจานกวาดบ้านถูบ้าน แต่ถ้าเกิดทำอะไรไม่พอใจ จะโดนผู้เป็นยายและพ่อเลี้ยงทุบตี และให้นอนหนาวอยู่ที่หน้าบ้าน ไม่ให้เข้ามานอนในบ้าน ซึ่งตนเองได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นากลาง และพาหลานไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ไว้แล้ว และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบจุดที่เด็กหญิงเอ ถูกปล่อยทิ้งไว้ พบว่าเป็นหน้าบ้านของคุณอ๋อย พลเมืองดี ที่พบเด็กหญิงเอ เป็นคนแรกได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 22 มกราคม 2566 เวลาประมาณ 04.00 น.ขณะที่ตนเองกำลังจะไปตลาด ได้ยินเสียงผู้หญิงกับผู้ชายเถียงกันอยู่ภายในรถเก๋งสีขาว จับใจความได้ว่า จำไม่ได้เหรอว่า บ้านป้าอยู่ตรงไหน ทำไมโง่จัง

ตนเองจึงคิดว่าเป็นการพูดคุยกันธรรมดา หลังจากนั้นรถเก๋งคันสีขาวก็ได้ขับออกไป จากนั้นตนเองสังเกตเห็นว่า มีคนเดินไปเดินมาอยู่ที่ถนนหน้าบ้าน ซึ่งยังมึดอยู่ จึงได้เดินออกไปพบเด็กหญิงเอ ยืนตัวสั่นด้วยความหนาว เพราะใส่เสื้อแขนสั้น และมีถุงกระสอบปุ๋ยใส่เสื้อผ้ากองอยู่ที่พื้น ยืนกอดสูติบัตรใบเกิด แน่นอยู่ที่หน้าอก ตนจึงพาเข้ามาพักในบ้านและหาเสื้อกันหนาวให้ใส่

ตนจึงสอบถามเด็กหญิงเอ ได้บอกว่ามากับตาและยาย ยายได้ควักเงินให้ 200 บาท และบอกว่าให้รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวยายจะส่งเงินมาให้ใช้อีก คุณอ๋อยจึงได้ดูที่ใบเกิด จึงเห็นชื่อพ่อของเด็ก และบ้านเลขที่ จึงแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้าน มารับตัวเด็กหญิงเอ ไปส่งที่บ้านญาติซึ่งเป็นบ้านป้า คือนางสาวสุวรรณา 

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปที่ พ.ต.อ.จักรพรรดิ วิจิตรไวทยะ ผกก.สภ.นากลาง ได้แจ้งว่าขณะนี้ตนเองทราบเรื่องแล้ว และได้นัดญาติของเด็กหญิงเอ มาสอบสวนเพิ่มเติม ในช่วงกลางวัน และเนื่องจากผู้เสียหายเป็นเยาวชน ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และถูกทำร้ายร่างกายมาจากจังหวัดชลบุรี ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ จึงต้องมีทีมสหวิชาชีพ ในการร่วมสอบสวน และตนเองรับปากว่าจะทำคดีนี้อย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ข่าวคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ดร.มานะ’ยก 4 ปัญหาใหญ่ ที่มา‘ตำรวจ’บริการ VVIP นักท่องเที่ยวต่างชาติ

Posted on January 24, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706042

‘ดร.มานะ’ยก 4 ปัญหาใหญ่ ที่มา‘ตำรวจ’บริการ VVIP นักท่องเที่ยวต่างชาติ

‘ดร.มานะ’ยก 4 ปัญหาใหญ่ ที่มา‘ตำรวจ’บริการ VVIP นักท่องเที่ยวต่างชาติ

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 10.43 น.

‘ดร.มานะ’ยก 4 ปัญหาใหญ่ ที่มา‘ตำรวจ’บริการ VVIP นักท่องเที่ยวต่างชาติ

23 มกราคม 2566 ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โพสต์เฟซบุ๊ก Mana Nimitmongkol แสดงความคิดเห็นกรณีตำรวจท่องเที่ยวให้บริการ VVIP นักท่องเที่ยวต่างชาติ มีเนื้อหาดังนี้…

กรณีตำรวจท่องเที่ยวให้บริการ VVIP นักท่องเที่ยวต่างชาติ..

นอกจากเรื่องไร้ศักดิ์ศรี คอร์รัปชันและมีผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่แล้ว กรณีนี้ยังแสดงให้เห็นปัญหาที่ใหญ่กว่า

1. ปัญหาการรักษาความปลอดภัยในสนามบิน

2. ปัญหาลักลอบนำเข้าสินค้าต้องห้าม หรือหนีภาษี

3. ระบบอภิสิทธิ์ชนที่น่ารังเกียจ พบเห็นได้ตั้งแต่ประตูเครื่องบิน มีเจ้าหน้าที่พาลัดคิวลัดขั้นตอน ใช้รถนำเปิดไซเร็น รบกวนสิทธิ์ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน

4. พฤติกรรมหากิน รับเงินใต้โต๊ะ เก็บส่วนสินบน ในสนามบิน ที่คนต่างชาติและคนไทยที่เกี่ยวข้องเท่านั้นรับรู้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสรู้

-005

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fmana.nimitmongkol%2Fposts%2Fpfbid02J6c5KxqxWjwds4AmUynMVGtWxab4UwtdKq8pjQmcBM8UXen22YWyDoUnrXm6qugJl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หัวอกพ่อ! แจ้งจับ’ลูกสาว-ลูกเขย’ติดยางอมแงม ตระเวนขโมยของชาวบ้าน-บ้านตัวเองก็ไม่เว้น

Posted on January 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706020

หัวอกพ่อ! แจ้งจับ'ลูกสาว-ลูกเขย'ติดยางอมแงม ตระเวนขโมยของชาวบ้าน-บ้านตัวเองก็ไม่เว้น

หัวอกพ่อ! แจ้งจับ’ลูกสาว-ลูกเขย’ติดยางอมแงม ตระเวนขโมยของชาวบ้าน-บ้านตัวเองก็ไม่เว้น

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.37 น.

23 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายสุนันท์ ชาวบ้านในพื้นที่ บ้านร่องมะดูก ต.หูช้าง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี  ว่าตนเองมีอาชีพเปิดร้านทำโรงกลึงอยู่ที่บ้านทัพหลวง อ.บ้านไร่ และมีสวนอยู่ที่ติดกลับอ่างเก็บน้ำตลึงตรัง หมู่ 1 บ้านร่องมะดูก และได้ปลูกกระท่อมไว้หนึ่งหลังเพื่อพักผ่อนและเก็บข้าวของต่างๆ

ก่อนหน้านั้นตนเองมีภรรยาคนหนึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว มีลูกสาวคนหนึ่งชื่อ น.ส.สุพรรณษา แต่ไม่ได้อยู่ด้วยกันจนมาช่วงหลัง เมื่อ 3 ปีก่อน   ตนเองทราบว่าลูกสาวที่ได้มีสามีแล้วชื่อนายนิรันดร์ ซึ่งมีอยู่บ้านอยู่ จ.กำแพงเพชร หลังจากนั้นก็มีลูกด้วยกัน 3 คน โดยได้อาศัยอยู่ที่ จ.กำแพงเพชร  

หลังจากนั้นทางน.ส.สุพรรณษา ลูกสาวได้ติดต่อกับตนเองว่าขอมาอยู่ที่บ้านกับพ่อที่อุทัยธานี ตนเองก็ตอบว่าได้แต่ให้ไปอยู่ที่บ้านสวนก่อน และพอมีงานทำก็ออกไปหาห้องเช่ากันอยู่ หลังจากนั้นทั้ง 2 สามี ก็ย้ายมาจากกำแพงเพชร พร้อมด้วยลูกๆมาอยู่ที่บ้านสวน 

แต่ช่วงหลังมาพบว่าสิ่งของทีนำมาเก็บไว้ ข้าวของในบ้านหายไปจากบ้าน หลังจากนั้นได้มีเพื่อนบ้านมาบอกว่า ลูกเขยและลูกสาวตนเองนั้นไม่ทำงานกัน ตระเวรลักทรัพย์ในหมู่บ้านจนชาวบ้านผวา พอได้เงินมาก็นำไปซื้อยาบ้ามาเสพทั้ง 2 สามีภรรยา ส่วนอาหารนั้น ช่วงสายๆของทุกวัน 2 สามีภรรยาจะอุ้มลูกอีก 2 คน ไปขอข้าวพระที่วัดร่องมะดูก ส่วนลูกอีกคนนั้น อายุ 1 ขวบ ปล่อยทิ้งไว้ในกระท่อมเพียงคนเดียว จนตนเองมาเจอในช่วงสาย ก็พบว่าเด็กอยู่คนเดียวเป็นที่หน้าเวทนา ตนเองจึงรีบไปซื้อนมมาให้ดื่ม พร้อมกับแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านและเพื่อนบ้านมาดู ว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร แจ้งตำรวจก็ไม่รับแจ้ง 

ตนเองนั้นทนพฤติกรรมของของลูกเขยและลูกสาวตนเองไม่ไว้ เนื่องจากทั้ง 2 คนติดยาบ้าและเป็นคนที่ไม่ออกไปทำมาหากิน ชอบประพฤติตนขโมยของภายในบ้านและของเพื่อนบ้าน จนชาวบ้านร่องมะดูกผวากันเป็นแถว  ซึ่งบ้านตนเองนั้นได้มีทรัพย์สินที่หายไป เช่น บานประตูใหญ่เป็นกระจก 2 บาน เสาไม้สักแลมและเหลี่ยม สังกะสี 10  ฟุต อีกหลายแผ่น กระเบื้องกล่องใหม่อีกหลายกล่อง  อุปกรณ์ในการการทำไร่ เช่น จอบ มีดต่างๆ สายไฟฟ้าภายในบ้านทั้งหมด กรงเหล็กขังไก่ และอื่นๆอีกหลายรายการที่หายไป

ตนเองจึงไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านไร่ ถึง 4 ครั้ง เพื่อดำเนินการกับลูกเขยตัวแสบ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าไม่มีหลักฐานอะไร ในการที่มาแจ้งความให้ตนเองไปหาหลักฐานมา

หลังจากนั้นตนเองได้มาบังคับนายนิรันดร์ ลูกเขย และน.ส.สุพรรณษา ลูกสาวตนเอง จนยอมรับว่า นำกระบานประตูและบานกระจกไปขายให้คนหมู่ 6 ในราคา 300 บาท และไปขอข้าวที่วัดร่องมะดูก โดยทิ้งลูกชายวัย 1 ขวบเศษไว้ที่กระท่อมคนเดียว โดยอ้างว่าที่ทำลงไปเพราะไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน

หลังจากนั้นตนเองได้บังคับให้ลูกเขยพาไปยังที่นำสิ่งของไปขาย จนตนเองไปเจอสิ่งของตนเอง แต่ไม่พบเจ้าของบ้าน จึงได้ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นก็นำมาให้ให้ตำรวจ แต่ก็ไม่ทำอะไร จึงร้องสื่อมวลชนช่วยดังกล่าว

ด้านผู้ใหญ่บ้าน บ้านร่องมะดูก กล่าวว่า ก่อนหน้านั้นประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อตอนที่ 2 สามีภรรยามาอยู่ใหม่ๆ ก็ยังไม่มีอะไร แต่มาช่วงหลังนี้ตนเองได้รับแจ้งจากชาวบ้านตลอดว่ามีของหาย เช่น สายยางรดน้ำในสวนก็หาย แต่ก็ไปหาของกลางไม่ได้ ตนเองเชื่อว่า จะเป็นฝีมือของนายนิรันดร์แน่นอน

ด้านชาวบ้านที่มีบ้านอยู่ติดกลับกระท่อมสองสามีภรรยา กล่าว่า ช่วงสายๆเห็นสองสามีภรรยานั้นหอบลูก 2คนเดินไปที่วัด เพื่อทีจะไปขอข้าวพระ โดยได้ทิ้งลูกคนเล็กอายุ 1 ขวบเศษไว้ในกระท่อม ตนเองได้ยินเสียงเด็กร้องก็ไม่กล้าออกไปดู ผัวเมียทะเลาะกันเป็นประจำเวลาไม่มียาบ้าเสพ ชาวบ้านก็ไม่กล้าไปไหน ต้องนั่งเฝ้าบ้านเพราะกลัวว่า สองผัวเมียจะมาขโมยของอีก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โอ้แม่เจ้า!! ‘งูเหลือมยักษ์’ บุกบ้านซุกใต้ถุน กู้ภัยจับทุลักทุเล

Posted on January 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706015

โอ้แม่เจ้า!! 'งูเหลือมยักษ์' บุกบ้านซุกใต้ถุน กู้ภัยจับทุลักทุเล

โอ้แม่เจ้า!! ‘งูเหลือมยักษ์’ บุกบ้านซุกใต้ถุน กู้ภัยจับทุลักทุเล

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.51 น.

23 ม.ค.66 เจ้าหน้าที่วิทยุสื่อสาร191ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจับงูเหลือมตัวขนาดใหญ่เข้าไปในไต้ถุนบ้านเลขที่ 72 หมู่  7 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง โดยมีทางนางสาวรฐา ตะเพียนทอง พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยหญิงสาว ได้ขับรถจักรยานยนต์ เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

นายศักดา วงเวียนรอด อายุ 62 ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองอยู่บ้านเพียงลำพังเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ได้ยินเสียงหมาเห่าอยู่บริเวณไต้ถุนบ้าน ตอนแรกนึกว่ามีขโมยย่องเข้ามาจึงแอบดูพบว่าเป็น พบเห็นงูเหลือมยักษ์ยาวกว่า 4 เมตร เลื้อยเข้ามาบริเวณไต้ถุนบ้าน หวั่นว่าจะเลื้อยขึ้นบ้าน จึงลงมาไล่ให้ออกไปด้านหลังแต่งูเหลือมยักษ์ไม่ยอมหนีขึ้นไปอยู่บนต้นกล้วยหลังบ้าน จึงแจ้งขอความช่วยเหลือ

ทางด้าน นางสาว รฐา  พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยหญิงสาว ได้เข้าตรวจสอบ พบว่างูเหลือมยักษ์นั้นเลื้อยพันอยู่ที่บริเวณต้นกล้วย มีอาการดุร้าย และมีบาดแผลอยู่ที่ลำตัว ไม่ยอมเลื้อยลงมา และมีการฉกต่อสู้อยู่ตลอดเวลา จึงทำการดึงต้นกล้วยให้ล้มลงนอนกับพื้น  แล้วใช้มือจับไปที่บริเวณหัวงูเหลือม แล้วช่วยกันแกะลำตัวที่พันอยู่ที่ต้นกล้วยออกมา แต่งูไม่ยอมง่ายๆพยายามในลำตัวพันที่แขน และลำตัวนางสาวระฐา เพื่อต่อสู้ขัดขืนไท่ยอมให้จับตัวได้ง่ายๆ

ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสาวและ นายศักดา ช่วยกันจับงูออกมา และในใส่ถุงผ้า ด้วยความใหญ่ของงูทำให้นำใส่ในถุงผ้าที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเตรียมมาไม่ได้ ต้องนำกระสอบปุ๋ยแต่ก็เป็นอย่างทุลักทุเล เนื่องจากงูเหลือมตัวขนาดใหญ่และมีอาการดุร้าย ทำให้นางสาว รฐา และทีมงานกู้ภัยถึงกับเหนื่อยหมดแรงกันเลยทีเดียว ก่อนจับได้อย่างปลอดภัย พร้อมนำใสกระสอบปุ๋ยวางไว้หน้ารถจักรยานยนต์แล้วนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่โวย รพ.แจ้งผลมั่วในกลุ่ม อสม. ลูกสาว ม.4 ท้องไม่จริง ทำเด็กอับอาย

Posted on January 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706010

แม่โวย รพ.แจ้งผลมั่วในกลุ่ม อสม. ลูกสาว ม.4 ท้องไม่จริง ทำเด็กอับอาย

แม่โวย รพ.แจ้งผลมั่วในกลุ่ม อสม. ลูกสาว ม.4 ท้องไม่จริง ทำเด็กอับอาย

วันจันทร์ ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566, 07.20 น.

แม่เด็กม.4 งง ลูกไม่เคยไปตรวจครรภ์ ไปฝากท้อง จู่ๆ ทางเจ้าหน้าที่รพ.แจ้งไลน์กลุ่ม อสม.219 คน ว่าเด็กท้องตั้งครรภ์ได้ 5 สัปดาห์ ทำเอาเด็กอับอายไม่กล้าออกจากบ้าน ชาวบ้านซุบซิบนินทาว่าเรียกลูกไม่ดี ทางด้านแม่ออกมาเรียกร้องสิทธิ์จากเจ้าหน้าที่รพ.ที่แจ้งรายชื่อผิดคน

เมื่อเวลา 17.00.น.ของวันที่ 22 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากแม่เด็ก ชื่อนางจารุวรรณ (นามสกุลสมมุติ) อายุ 50 ปี หมู่ 8 ต.บ้านไร่ อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ว่า ลูกสาวของตนเองชื่อนางสาวเอ (นามสมมุติ)อายุ 15 ปี ศึกษาอยู่ชั้น ม.4 ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านไร่ ได้รับความเสียหายอับอายจากการที่มีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในอำเภอบ้านไร่ ได้ส่งรายชื่อมาในไลน์กลุ่มอสม.ที่มี อสม.คอยดูแลเรื่องสุขภาพชาวบ้านที่ตำบลบ้านไร่  พร้อมมีสมาชิก อสม.ที่อยู่ในไลน์กลุ่มประมาณ 219 คน โดยวันที่ 12- 13 ม.ค.66 ได้มีเจ้าหน้าที่รพ.ดังกล่าวที่ตัวแม่เองได้อ้างว่าชื่อนก ไลน์เข้ามาในกลุ่มอสม.ตำบลบ้านไร่ และแจ้งชื่อลูกสาวมา โดยมีทั้งชื่อและนามสกุล และบ้านเลขที่ชัดเจน ว่าลูกสาวของตนเองนั้นได้ตั้งครรภ์ได้ 5 สัปดาห์ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้นั้น ไม่เป็นความจริง ทั้ง ๆ ที่ลูกสาวของตนเองนั้นเป็นเด็กวัยเรียน และไม่เคยไปไปฝากครรภ์หรือฝากท้องที่รพ.ดังกล่าวแต่อย่างใด

แต่ทำไมถึงมีรายชื่อว่าลูกสาวตนเองนั้นตั้งท้องได้  ครั้งนั้นตัวแม่เองก็ตกใจมาก ว่าทำไมลูกสาวตนเองทำไมทำอย่างนี้ จึงได้ไปสอบถามลูกสาวของตนเองถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนกระทั่งลูกสาวบอกว่าไม่ใช้ตนเองอย่างแน่นอน พร้อมกับลูกสาวและตัวแม่เอง ได้พาลูกสาวไปตรวจครรภ์ที่รพ.ดังกล่าวอีกครั้ง ในวันที่ 15 ม.ค.66 เวลา ประมาณหกโมงเย็นกว่าๆ โดยผลตรวจก็ออกมาว่าเป็นค่าปกติอย่างเห็นได้ชัดเจนว่าตนเองไม่ได้ตั้งท้องแต่อย่างใด แต่ทำไมเจ้าหน้าที่รพ.ดังกล่าว ถึงแจ้งว่าลูกสาวตนเองตั้งท้องได้ 5 สัปดาห์ ซึ่งไม่เป็นความจริง และทำให้ลูกสาวเสียหายอย่างมาก และอับอาย ไม่กล้าที่จะออกจากนอกบ้าน พร้อมกับทางโรงเรียนของลูกสาวก็ทราบเรื่องดังกล่าว ว่าลูกสาวตนเองท้อง โดยไม่มีใครอยากจะเชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ต่อมาทางแม่เองได้สอบถามไปกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่ทางรพ.ก็ยังยืนยันย้ำว่ามีหลักฐานที่แน่ชัด จนล่าสุดตัวแม่เองก็มาทราบข่าวจากญาติของแม่เองที่เป็น อสม.อยู่ที่ตำบลบ้านไร่ ได้แจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่รพ.ดังกล่าวได้แจ้งชื่อลูกสาวของตนเองมานั้น เป็นความเข้าใจผิดของทางเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงมาว่า แจ้งชื่อผิด เป็นชื่อเดียวกัน แต่คนละนามสกุล จึงขอแก้ไขเข้ามาในไลน์กลุ่มอสม. ตำบลบ้านไร่อีกครั้ง ว่าขอแก้ข่าว เป็นเรื่องเข้าใจผิด พร้อมกับทางรพ.ดังกล่าวได้เรียกตัวแม่เองและเจ้าหน้าที่รพ.ดังกล่าวมาพูดคุย พร้อมชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยทางแม่ของเด็กได้อ้างว่า ทางรพ.ดังกล่าว ได้เสนอค่าเยียวยามาให้กับทางตัวแม่เองด้วยเงินประมาณ 10,000 บาท ตัวแม่เองนั้นไม่พอใจอย่างมาก เห็นแม่เองเป็นแค่ชาวบ้าน จะมาให้เงิน 10,000 บาท แล้วก็จบ

ส่วนตัวแม่เองอยากจะได้รับความยุติธรรมให้มากที่สุด รวมทั้งกับความเสียหาย และความอับอาย และสุขภาพจิตของลูกสาวที่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ลูกสาวไม่กล้าออกจากบ้าน แถมเพื่อนที่โรงเรียนก็ถามไถ่ จนเป็นทีอับอาย  ลูกสาวไม่กล้าจะออกไปไหน คล้ายกับลูกสาวกลัวที่จะย่างก้าวออกไปข้างนอก จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวออกมาแสดงความรับผิดชอบให้ถึงที่สุด กับตนเองและลูกสาวบ้าง ขณะนี้ลูกสาวยังอยู่ในวัยเรียนชั้น ม.4  ไหนจะชาวบ้านอีกที่ยังไม่เข้า มันตีตราบาปให้กับลูกสาวในครั้งนี้มาก ไม่ใช้ว่าเจ้าหน้าที่ทำผิดก็แค่ขอโทษ แต่ความเสียหายมันเอากลับคืนมาไม่ได้

ล่าสุดได้สอบถามไปทางน้าหมูของเด็กสาวดังกล่าว ได้ออกมาร้องเรียนถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รพ.ดังกล่าว ว่าทุกคนนั้นย่อมมีการผิดพลาดกันทุกคน แต่ไม่ควรเพิกเฉย ควรออกมารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิด ไม่ใช้เพิกเฉย ทำเป็นไม่รู้และไม่มีการติดต่อมา ทางญาติผู้เสียหายทำใจไม่ได้ ควรจะสละเวลามาคุยกับญาติผู้เสียหายบ้าง

พร้อมกับนักข่าวได้โทรไปที่ รพ.แห่งหนึ่ง ในอำเภอบ้านไร่พร้อมกับขอสายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว พร้อมกับชี้แจงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ที่รับสาย ได้แจ้งว่าทางเจ้าหน้าหน้าที่คนดังกล่าวไม่ได้เข้าเวร เดี๋ยวทางเจ้าหน้าที่จะประสานไปยังครูดังกล่าวให้พร้อมกับนักข่าวได้ทิ้งเบอร์โทรให้กับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ที่แจ้งรายชื่อคนตั้งครรภ์ผิดคน เพียงชื่อเหมือนกันแต่คนละนามสกุล แต่ทำให้ผู้เสียหายออกมาร้องเรียนกับเรื่องที่เกิด.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.สาวรัสเซียประทับใจ ตร.ไทย ตามคืนต่างหูเพชรคืนมาได้

Posted on January 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706005

นทท.สาวรัสเซียประทับใจ ตร.ไทย ตามคืนต่างหูเพชรคืนมาได้

นทท.สาวรัสเซียประทับใจ ตร.ไทย ตามคืนต่างหูเพชรคืนมาได้

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.46 น.

22.01.2566 วันที่ 22 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.ท.พุฒิพงศ์ วงศ์วัฒนเดช สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่าได้รับรายงานจาก ร.ต.ท.ธรรมศักดิ์ เรืองจันทร์ ร้อยเวรฯ ด.ต.ราชัณ บุญชาลี ส.ต.ท.ภาสกร เนียมมีศรี ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย ว่าได้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติทราบชื่อว่านางเยเลน่า ทโซโลเว็ตสกาย่า อายุ 42 ปี สัญชาติรัสเซีย ได้เข้า มาขอความช่วยเหลือกับตำรวจท่องเที่ยวว่า ได้ลืมต่างหูเพชรไว้ที่โรงแรมข้าวโอ๊ต แอร์พอร์ต ตั้งอยู่ซอยในยาง ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ขอให้เจ้าหน้าที่ประสานเพื่อขอรับต่างหูเพชรคืน หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุยได้รับแจ้งจึงประสานไปยังตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้ติดตาม ต่างหูเพชรคืนให้นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้เข้าประสานกับโรงแรมข้าวโอ๊ต แอร์พอร์ต หลังจากประสานพนักงานโรงแรมได้แจ้งว่าต่างหูเพชรของนักท่องเที่ยวรัสเซียรายนี้อยู่ที่โรงแรม โดยแม่บ้านที่ได้เข้าทำความ สะอาดห้องพักหลังจากที่นางเยเลน่า ทโซโลเว็ตสกาย่า ได้เช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมเดินทางมายังเกาะสมุย แต่ทางโรงแรมไม่สามารถ ติดต่อนักท่องเที่ยวได้จึงได้เก็บต่างหูเพชรไว้ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตได้ประสานเพื่อตรวจสอบดังกล่าว หลังจากทราบว่าต่างหูเพชรที่แสนรักอยู่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดภูเก็ตแล้ว สร้างความดีใจให้กับนางเยเลน่า ทโซโลเว็ตสกาย่า หลังจากทราบข่าวอย่างมาก โดยได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย และเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดภูเก็ตที่ให้ความช่วยเหลือ ประสานงานจนสามารถพบต่างหูเพชรของตนเอง ซึ่งนางเยเลน่า ทโซโลเว็ตสกาย่า นักท่องเที่ยวสาวชาวรัสเซียจะเดินทางไปรับต่างหูเพชร คืนเองที่จังหวัดภูเก็ต โดยจะเดินทางไปรับด้วยตนเองในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 นี้.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ้วกพุ่ง!! มันคืออะไรอยู่ในกล่องน้ำผลไม้ยี่ห้อดัง ดื่มจนหมดเห็นแล้วสยอง

Posted on January 23, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/706003

อ้วกพุ่ง!! มันคืออะไรอยู่ในกล่องน้ำผลไม้ยี่ห้อดัง ดื่มจนหมดเห็นแล้วสยอง

อ้วกพุ่ง!! มันคืออะไรอยู่ในกล่องน้ำผลไม้ยี่ห้อดัง ดื่มจนหมดเห็นแล้วสยอง

วันอาทิตย์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.15 น.

22 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี แจ้งว่า มีญาติอยู่ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โพสต์ในเฟสบุ๊คบอกว่า มันคืออะไรในน้ำผลไม้ชื่อดังยี่ห้อหนึ่งซื้อจากห้างดังด้วย จึงส่งภาพน้ำผลไม้ชื่อดังมาให้ผู้สื่อข่าวดู เจอสิ่งแปลกปลอมอยู่ก้นกล่องบของน้ำผลไม้ชื่อดังกล่องสีเขียว คล้ายไส้ไก่ขยุกขยิกอยู่ก้นขวด

โดยผู้บริโภครายนี้บอกว่า ไปซื้อน้ำผลไม้กล่องสีเขียวยี่ห้อดังจากห้างดังในอำเภอ ซึ่งก็เคยซื้อประจำไม่เคยเจอแบบนี้ แต่พอซื้อมากล่องนี้พอเปิดกล่องแล้วเทดื่มจนหมด สังเกตเห็นเหมือนชิ้นเนื้อปนมากับน้ำผลไม้ด้วย  จึงใช้มีดเปิดกล่องดูเห็นแล้วแทบช็อค เจอก้อนชิ้นเนื้อเหมือนไส้ไก่อยู่ในกล่องน้ำผลไม้ โดยคนในครอบครัวพากันกินน้ำผลไม้จนหมดกล่องแต่เจอสิ่งแปลกปลอมแบบนี้ช็อคมาก โดยสังเกตที่ด้านบนของกล่องก็ยังไม่หมดอายุ แจ้งว่า ผลิตเมื่อ 11/10/22 หมดอายุ 11/10/23 เป็นไปได้ไงทั้งที่เป็นน้ำผลไม้ชื่อดัง  เห็นแบบนี้แทบอ้วกเลยทีเดียว เตือนประชาชนคนอื่นซื้อน้ำผลไม้สังเกตุให้ดีด้วย.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,884,795 hits

Join 4,121 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ฉลองวันสตรีสากล ‘คาร์นีย์’ ฉาพภาพต้นแบบ ‘ผู้นำธุรกิจหญิงแถวหน้า’ สะท้อนบทบาทเสริมสร้างศักยภาพสตรีรุ่นใหม่ กลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
พรรค(กึ่ง)ประชาชน! ประชาธิปไตยแบบ 'เลือกที่รักมักที่ฟ้อง'
หยุดทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว! กิฟฟารีนแนะเคล็ดลับกู้ผมเสียสู่ผมสวย
สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล
สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ
ประชาคมแพทย์ ชี้ เกาะพะงันส่อวิกฤต! ทุนนอก นอมินี ฮุบที่ดิน เสี่ยงดึงไทยใกล้จุดยุทธศาสตร์สงคราม
เผยคนไทย 45% เผชิญ ‘โรคอ้วน’ เสี่ยงเบาหวาน-โรคหัวใจ กว่าคนทั่วไปหลายเท่า
เท้ง พร้อมลุยงานในสภา ผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง จ่อยกเครื่อง 'กก.บห.ปชน.' เดือนเม.ย.นี้
อิหร่านถูกฝนกรดถล่มซ้ำเติม หลังถูกโจมตีคลังน้ำมัน
บางมดเอสเธติคเปิดเวทีองค์ความรู้ระดับสากล ยกระดับศักยภาพศัลยแพทย์ตกแต่งไทยสู่เวทีโลก

Recent Posts

  • แนวหน้าวาทะเด็ด
  • กองทัพซัดเขมร อยู่ตรงไหนให้อยู่ตรงนั้น
  • ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง ครม.หนูลงตัว ‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด
  • ‘เท้ง’สั่งรับมือ คดี44สส.ชงแก้ม.112 ผวา10ปชน.ชะตาขาด
  • กลับสู่มาตุภูมิ 29คนไทยหนีภัยลอตแรก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d