Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน flydubai เส้นทางดูไบ-อู่ตะเภาสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน

Posted on January 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705753

ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน flydubai เส้นทางดูไบ-อู่ตะเภาสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน

ต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์สายการบิน flydubai เส้นทางดูไบ-อู่ตะเภาสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.05 น.

ที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา เมื่อเวลา 19.45 น.วันที่ 20 ม.ค.66 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานดูไบ ร่วมกับสายการบิน flydubai เปิดเส้นทางบินดูไบ – อู่ตะเภา (ระยอง-พัทยา) โดยเส้นทางบินดังกล่าวเป็นการขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศ เปิดเส้นทางบินตรงจากเมืองดูไบสู่ภูมิภาคตะวันออกของประเทศไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งจะให้บริการ 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแบบ Boeing 737 Max-8 ความจุโดยสาร 172 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน 

โดยมี พล.ร.อ.ระพีพงษ์ โสวรรณ ผู้อำนวยการ การท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง-พัทยา พร้อมด้วยนางสาวทิฐิพันธ์ เพ็ชรตระกูล รองนายกเมืองพัทยา นางสาวอโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานพัทยา และตัวแทนภาคการท่องเที่ยวพัทยา ร่วมให้การต้อนรับสายการบิน flydubai เที่ยวบินที่ FZ1445 บินตรงจากเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมผู้โดยสารจำนวน 158 คน โดยได้ส่งมอบความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว ตั้งแต่เดินทางถึงประเทศไทยด้วยอุโมงค์น้ำ (Water Salute) การแสดงศิลปวัฒนธรรมรำกลองยาวจากสวนนงนุช และมอบพวงมาลัยดอกไม้เป็นของที่ระลึก 

พร้อมกันนี้ ททท.ยังได้จัดกิจกรรมสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับ Blogger สายท่องเที่ยว จำนวน 6 รายที่เดินทางมาในเที่ยวบินปฐมฤกษ์ เพื่อสนับสนุนการผลิตเนื้อหาประชาสัมพันธ์เที่ยวบินและการเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20-22 มกราคม 2566 โดย ททท.นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวที่นำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ Family Friendly และ Luxury ที่แตกต่าง มีคุณค่า และน่าประทับใจในพื้นที่พัทยา จังหวัดชลบุรีปีที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนมกราคม-ธันวาคม 2565 มีนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เดินทางมายังประเทศไทยแล้ว 65,847 คน ถือเป็นตลาดนักท่องเที่ยว 1 ใน 20 อันดับประเทศที่เดินทางมาประเทศไทย เป็นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายสูง และเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ 

ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยของการขยายเปิดเส้นทางบิน ททท. คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เดินทางเข้าประเทศไทย ตลอดปี 2566 ประมาณ 150,000 คน และมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางประมาณ 90,000 บาทต่อทริป สร้างรายได้ทั้งสิ้น 13,500 ล้านบาท อีกทั้ง ททท. เตรียมกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ปี 2566 เจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ (กลุ่ม First Visit และ กลุ่ม Luxury) เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกกลางให้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในอนาคตอันใกล้มากยิ่งขึ้นต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่ารัก! น้องแมวส้มถูกจับแต่งชุดจีน นั่งเป็น’แมวกวัก’ แถมนอนหลับสบายบนหิ้งไหว้เจ้า

Posted on January 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705752

น่ารัก! น้องแมวส้มถูกจับแต่งชุดจีน นั่งเป็น'แมวกวัก' แถมนอนหลับสบายบนหิ้งไหว้เจ้า

น่ารัก! น้องแมวส้มถูกจับแต่งชุดจีน นั่งเป็น’แมวกวัก’ แถมนอนหลับสบายบนหิ้งไหว้เจ้า

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 08.02 น.

วันที่ 21 มกราคม 2566 ผู้ใช้ TikTok ชื่อ ann_rinthanan โพสต์คลิปสุดน่ารัก ของทาสแทวทั้งหลาย หลังไปเดินซื้อของที่ตลาดโอโซนวัน แล้วเกิดเห็นร้านหนึ่ง ที่หน้าร้านมีหิ้งบูชาคล้ายไหว้เจ้ารับเทศกาลตรุษจีน แต่สิ่งที่อยู่บนหิ้งนั้นกลับเป็นเจ้าแมวส้มที่ถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดจีน ราวกับเป็นองค์ชาย แถมน้องยังนอนหลับสบายบนแท่นโซฟา

หลังจากคลิปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตต่างเข้ามาคอมเมนต์กันสนั่น แซวว่าเป็นงานสุดสบาย นอนทำงาน

 

https://www.tiktok.com/embed/v2/7190268393319173403?lang=th-TH&referrer=https%3A%2F%2Fwww.naewna.com%2Flikesara%2F705752

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ฐานข้อมูล‘กลุ่มเปราะบาง’ ความหวังแก้จนที่‘ปัตตานี’

Posted on January 21, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705666

สกู๊ปแนวหน้า : ฐานข้อมูล‘กลุ่มเปราะบาง’ ความหวังแก้จนที่‘ปัตตานี’

สกู๊ปแนวหน้า : ฐานข้อมูล‘กลุ่มเปราะบาง’ ความหวังแก้จนที่‘ปัตตานี’

วันเสาร์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566, 02.00 น.

“จากการที่เราไปหาข้อมูล เราพบว่ามีครัวเรือนเปราะบางที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลของรัฐเยอะมาก เราได้ข้อมูลนี้มาจากไหน? จากชุมชนนี่ละที่เป็นคนชี้เป้า อาจารย์!..ตรงนี้เขายังไม่เคยได้รับสวัสดิการอะไรเลย ในเฟสแรกที่เราทำของจังหวัดปัตตานี ก็จะมีครัวเรือนที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเลย 147 ครัวเรือน ซึ่งตรงนี้เราก็จะมีรายชื่ออยู่ว่าเป็นครัวเรือนที่เหมือนตกหล่น แล้วเราต้องใส่เขาเข้าไปในระบบเพื่อให้เขาได้รับสวัสดิการที่เหมาะสม

พอปีหลังเราดูแค่ในบางอำเภอ ซึ่งอำเภอที่เราดูหลักๆก็จะเป็นยะหริ่ง เนื่องจากว่ายะหริ่ง จากข้อมูลบอกว่าเป็นอำเภอที่มีจำนวนครัวเรือนยากจนมากที่สุดในจังหวัดปัตตานี ก็ 3 ตำบล ตำบลแรกก็คือแหลมโพธิ์ ต่อด้วยบางปู และพื้นที่ที่เราทำงานด้วยมากที่สุดก็คือตาลีอายร์”

ผศ.ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รักษาการแทนรองอธิการบดี วิทยาเขตปัตตานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.ปัตตานี) กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “องค์ความรู้ด้านกลุ่มเปราะบางในจังหวัดชายแดนใต้ สำคัญอย่างไรกับการสร้างสันติภาพ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานสัมมนา “สันติภาพที่เบาบางของคนเปราะบาง” ที่ ม.อ.ปัตตานี เมื่อเร็วๆ นี้ โดย “กลุ่มเปราะบาง” นี้ ยึดตามนิยาม “ครัวเรือนยากจน” ของ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช. หรือสภาพัฒน์) หมายถึงคนที่มีรายได้ต่อปีต่ำกว่า 1 แสนบาท

องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นมาจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลตลอด 3 ปี (2563-2565) โดยปัตตานีเป็น 1 ใน 10 จังหวัดที่ได้เข้าร่วม “โครงการวิจัยพัฒนาเชิงพื้นที่เพื่อการลดความยากจน และการพัฒนาความเท่าเทียมในประเทศไทย” ซึ่งคัดเลือกจาก 10 จังหวัด ที่ติดอันดับความยากจนรุนแรงมากที่สุดของไทยอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงให้โจทย์กับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ไปค้นหาสาเหตุว่าอะไรทำให้จังหวัดเหล่านี้ยังยากจน ซึ่งนอกจากเรื่องรายได้น้อยแล้วยังมีเกณฑ์อื่นที่ต้องพิจารณาประกอบกัน เช่น เป็นครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุแต่เข้าไม่ถึงสวัสดิการเบี้ยยังชีพ เป็นต้น

ลำดับการทำงาน เริ่มจากการค้นหาว่า “คนจน-ครัวเรือนเปราะบางอยู่ที่ไหน” โดยอ้างอิงเบื้องต้นจากข้อมูลของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) และข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ที่รัฐมีอยู่แล้ว ก่อนลงพื้นที่ไปดูว่า คนหรือครัวเรือนเหล่านี้ประสบความยากลำบากในชีวิตจริงหรือไม่อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงานที่ทำดำเนินการไปเพียง 11,791 คน จากข้อมูลทั้งหมดในจังหวัดประมาณ 3 หมื่นคนซึ่งบางครั้งก็พบเรื่องแปลกๆ เช่น บางคนมีรายชื่อเป็นคนจนแต่ไปดูจริงๆ กลับเป็นผู้นำชุมชนบ้าง ข้าราชการเกษียณบ้าง หรือบางคนเสียชีวิตไปแล้วแต่รายชื่อยังอยู่บ้าง

การสำรวจเบื้องต้นนี้ใช้เวลานานร่วมถึง 1 ปี กับแบบสอบถามประมาณ 100 ข้อ จากนั้นนำมาป้อนเข้าระบบเพื่อคิดคำนวณออกมาแต่ละครัวเรือนโดยมีคะแนนตั้งแต่ 1 คือแย่สุด ถึง 4 คือดีสุด แล้วการสรุปเป็นข้อเสนอแนะในระดับจังหวัด โดยเมื่อโครงการครบ 3 ปีก็ได้เข้าไปอยู่ในแผนแก้จนของ จ.ปัตตานี แบ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาความยากจนไว้ 5 ด้าน

คือ 1.ทุนมนุษย์ หมายถึงการศึกษา ได้คะแนน 1.81 พบว่า กลุ่มเปราะบางที่ทีมงานเข้าไปสำรวจจบเพียงชั้นประถม 2.ทุนการเงิน หมายถึงเศรษฐกิจ ได้คะแนน 2.13 แม้จะไม่ดีแต่ก็ยังไม่ถือว่าแย่ที่สุด เพราะอย่างน้อยก็พบว่าคนจนเหล่านี้แทบไม่เป็นหนี้หรือถึงเป็นหนี้แต่ก็น้อยมาก อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการไม่เป็นหนี้นั้นมาจากการไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน หรือหากจะมีหนี้สินก็จะมาจากการหยิบยืมคนรู้จักเสียมากกว่า และที่ต้องกังวลคือรายได้น้อยและไม่มีเงินออม

3.ทุนทางสังคม หมายถึง การที่สังคมหรือชุมชนให้ความช่วยเหลือกัน ได้คะแนน 1.55 น้อยที่สุดใน 5 ด้านเนื่องจากกลุ่มเปราะบางไม่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ในสังคมหรือชุมชน 4.ทุนกายภาพ หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ที่อยู่อาศัย ได้ 3.10 คะแนน และ 5.ทุนธรรมชาติ หมายถึงการได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่มี ซึ่งด้านนี้อยู่ที่ 2.69 คะแนน โดยทั้ง 5 ด้านข้างต้น มีการสำรวจแบบเจาะลึกเป็นรายหมู่บ้าน

การจัดแบ่งระดับความยากจนใน 4 ระดับของครัวเรือนนั้น แบ่งได้เป็น “อยู่ลำบาก (1.00-1.75 คะแนน)” ขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิต เบื้องต้นทีมวิจัยทำได้เพียงการมอบสิ่งของที่จำเป็น พร้อมกับประสานให้ทาง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) เข้าไปดูแล, “อยู่ยาก (1.76-2.50 คะแนน)” มีปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตเป็นรายวัน แต่ต้องได้รับการยกระดับในการจัดหาปัจจัยดำรงชีพ,

“พออยู่ได้ (2.51-3.25)” มีฐานทุนสำหรับการดำรงชีพ แต่ยังไม่เพียงพอต่อการอยู่รอดปลอดภัยหากเผชิญสถานการณ์แปรปรวนต่างๆ และ “อยู่ดี (3.26-4.00)” มีภูมิคุ้มกันความเสี่ยงจากสถานการณ์แปรปรวนต่างๆ และมีฐานทุนในการแผนอนาคตของตนเองและครอบครัว ซึ่งจากข้อมูลที่สำรวจได้ ครัวเรือนเปราะบางส่วนใหญ่ใน จ.ปัตตานี จะอยู่ในระดับ 2 (อยู่ยาก) และระดับ 3 (พออยู่ได้) และไม่มีครัวเรือนใดเลยที่มาถึงระดับ 4 (อยู่ดี)

“อยู่ยากอาจหมายถึงกลุ่มที่มีผู้ป่วยติดเตียง เราเจอหลายๆ เคส นอกจากจะเป็นผู้สูงอายุแล้วก็มีเรื่องของสมาชิกครัวเรือนมีสารเสพติด เขาต้องดูแลคนที่มีเรื่องของการติดยาอยู่ในบ้าน มีครัวเรือนหนึ่งน้องเขามาเล่าให้ฟัง คือมีคุณแม่กับลูกชายซึ่งมีปัญหาเรื่องของสารเสพติด แล้วเหมือนคุณแม่เขาก็กลัวมากเพราะว่าลูกอาจจะทำร้ายเขาได้ตลอด เขาก็เลยมาสร้างเป็นที่นอนเล็กๆ อยู่หน้าบ้าน คือไม่ได้อยู่ในบ้านกับลูก มาสร้างสิ่งที่คล้ายๆ แคร่อยู่หน้าบ้าน สิ่งที่เขาขอพวกเราคือช่วยเขาทำแคร่ให้มันดีหน่อย ช่วยเขาเอามุ้งที่เป็นมุ้งกางเอาไปให้เขาหน่อย แค่นั้นเองที่เขาอยากได้

แล้วก็อีกหลายๆ ครัวเรือนที่เราไปดูแลเรื่องของห้องน้ำ เนื่องจากไม่มีห้องน้ำในบ้าน เราเองก็พยายามส่งต่อข้อมูลไปให้ พมจ. ด้วย ให้หลายๆ ส่วน ให้ อบจ. (องค์การบริหารส่วนจังหวัด) ถ้าระดับใหญ่ๆ ก็ส่งไปให้ ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) แต่พวกนี้ก็เหมือนเป็นหน่วยงานให้ของ คือไปบริจาค แต่เหมือนระบบการดูแลกันในชุมชน ที่บอกว่าทุนทางสังคมที่มันขาด” ผศ.ดร.อรุณีวรรณ ระบุ

รักษาการแทนรองอธิการบดี ม.อ.ปัตตานี สรุปสิ่งที่ได้จากการศึกษาในครั้งนี้ คือ ทุนทางสังคมของครัวเรือนใน จ.ปัตตานี ในภาพรวมเฉลี่ยอยู่ในระดับอยู่ลำบาก ซึ่งเป็นเรื่องของความเข้าใจกัน การร่วมมือกัน การนำกลุ่มเปราะบางเข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่มที่ตั้งขึ้น รวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ ในสังคม เช่น รู้ระเบียบต่างๆ หรือไม่ หรือหากมีเรื่องต้องการความช่วยเหลือจะมีใครที่สามารถนึกถึงได้หรือไม่ เป็นต้น

ขณะที่ทุนการเงินและทุนมนุษย์อยู่ในระดับอยู่ยาก ประชากรกลุ่มเปราะบางใน จ.ปัตตานี ส่วนใหญ่จบเพียงชั้นประถมและไม่เรียนต่อ โดยมีคนกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบการศึกษามากถึงราว 4 พันคน ซึ่งได้ประสานไปยังสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยต้องบอกว่า สำนักงาน กศน.จังหวัดปัตตานี มีความเข้มแข็ง แจ้งไปยังครู กศน. ในแต่ละตำบลเพื่อให้ช่วยติดตาม เบื้องต้นทราบว่ามีบางส่วนกลับมาเรียนต่อ แต่ก็ไม่มากนักเพราะคนกลุ่มนี้ต้องการทำงานหาเงินมากกว่า

ในด้านอาชีพ ครัวเรือนเปราะบางใน จ.ปัตตานี ส่วนใหญ่ ร้อยละ 31 รับจ้างทั่วไปนอกภาคเกษตร รองลงมาร้อยละ 18ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและปศุสัตว์ “700 บาทต่อเดือนเป็นรายได้น้อยที่สุดที่ทีมวิจัยพบ” มีสมาชิกอย่างน้อย 1 คนในครัวเรือนที่มีปัญหาสุขภาพ มีคนป่วยเรื้อรังหรือคนพิการแต่ยังสามารถพึ่งพาตนเองได้ไม่ถึงขั้นติดเตียง และที่น่าสนใจและถือเป็นเรื่องดีคือ “ปัตตานีไม่ค่อยมีปัญหากลุ่มเปราะบางหลุดระบบสวัสดิการ” ส่วนใหญ่จะได้กันครบถ้วนตามสิทธิที่มี ทั้งเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพคนพิการ รวมถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“เราใช้หัวข้อนี้ตอนส่งเข้าไปในจังหวัด เรื่องของความยากจนข้ามรุ่น การแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น ดูเรื่องของการเงิน ดูเรื่องของการศึกษา ดูเรื่องของสุขภาพ เราทุกคนทราบว่าเด็กที่นี่ขาดสารอาหารเยอะที่สุดในประเทศไทย มีภาวะทุพโภชนาการเยอะสุด อันนี้ก็อาจจะเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เราอาจจะได้คุยกันในอนาคต แล้วก็มีผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งพิง อันนี้เป็นประเด็นที่เราได้เสนอเข้าไปในจังหวัดบ้างแล้ว” ผศ.ดร.อรุณีวรรณ กล่าวในตอนท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สร้างพลังแห่งการให้..ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์ ด้วยการ ‘บริจาคโลหิต-ดวงตา-อวัยวะ’

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705719

สร้างพลังแห่งการให้..ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์ ด้วยการ 'บริจาคโลหิต-ดวงตา-อวัยวะ'

สร้างพลังแห่งการให้..ต่อลมหายใจเพื่อนมนุษย์ ด้วยการ ‘บริจาคโลหิต-ดวงตา-อวัยวะ’

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.19 น.

โรงพยาบาลหัวเฉียว ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอเชิญผู้มีจิตกุศลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงร่วมบริจาคโลหิต ดวงตา และอวัยวะ ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน แสดงพลังแห่งการ “ให้” ต่อเพื่อนมนุษย์ ในวันศุกร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ บริเวณหน้าห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 อาคาร 1 โรงพยาบาลหัวเฉียว 

สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-223-1351 ต่อ 3126

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดใหญ่!! ครบรอบ319ปี ‘พันท้ายนรสิงห์’ แสงสีเสียงตระการตา

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705713

จัดใหญ่!! ครบรอบ319ปี 'พันท้ายนรสิงห์' แสงสีเสียงตระการตา

จัดใหญ่!! ครบรอบ319ปี ‘พันท้ายนรสิงห์’ แสงสีเสียงตระการตา

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 19.11 น.

20 ม.ค.66 ที่หอประชุมพันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานงานแถลงข่าวพิธีบวงสรวง 319 ปี ศาลพันท้ายนรสิงห์  โดยมีนายวัฒนา แตงมณี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลพันท้ายนรสิงห์ นายศรีศักดิ์ วัฒนพรมงคล นายกสมาคมกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร  นายชวพล วัฒนพรมงคล ประธานชมรมกรีฑาและประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมงาน

สำหรับงานประจำปีพิธีบวงสรวงพ่อพันท้ายนรสิงห์ องค์การบริหารส่วนตำบลพันท้ายนรสิงห์  มูลนิธิพันท้ายนรสิงห์ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ชุมชนท้องถิ่นได้สืบสานประเพณีพิธีบวงสรวงจนถึงปัจจุบันมาอย่างยาวนานปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 319 ปี กำหนดจัดงานบวงสรวงเป็นจำนวน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 29-31 มกราคม 2566 พิธีบวงสรวงตรงกับวันที่ 30 มกราคม 2566 ณ ศาลพันท้ายนรสิงห์ หมู่ที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

คณะนางรำบวงสรวงพ่อพันท้ายนรสิงห์จะประกอบด้วยนางรำ มีจำนวน มากถึง480 คน มาจากประชาชนภายในจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง ด้วยความศรัทธาและเชื่อกันว่าจะมีความเป็นศิริมงคลแก่ตัวนางรำทุกคน

ทุกค่ำคืนจะได้พบกับรำวงย้อนยุค และการแสดงละครเวที แสง สี เสียง อย่างตระการตาในโอกาสพันท้ายนรสิงห์ ครบรอบ319 ปี ตอน “พันท้ายนรสิงห์ เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์” นอกจากนี้ยังจะมีการแสดงอีกเป็นจำนวนมาก อาทิเช่น ลิเก ไชยา มิตรชัย ศรราม น้ำเพชร เป็นต้น

พร้อมกับการจัดการแข่งขัน สมุทรสาคร พันท้ายนรสิงห์ มินิ ฮาล์ฟมาราธอน ครั้งที่22ควบคู่ไปด้วยกัน โดยจะจัดขึ้นในวันที่19กุมภาพันธ์2566ตั้งแต่เวลา05.00น.ณ.บริเวณศาลพันท้ายนรสิงห์ โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ได้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก ไม่มีอำนาจใดทำลายล้างได้’

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705693

'อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก ไม่มีอำนาจใดทำลายล้างได้'

‘อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก ไม่มีอำนาจใดทำลายล้างได้’

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 18.27 น.

” อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก ไม่มีอำนาจใดทำลายล้างได้ แม้อำนาจของกรรมดีก็ไม่อาจทำลายอำนาจของกรรมชั่วและอำนาจของกรรมชั่วก็ไม่อาจทำลายอำนาจของกรรมดีอย่างมากที่สุดที่มีอยู่ คือ อำนาจของกรรมดีแม้ให้มากให้สม่ำเสมอในภพภูมินี้ก็อาจจะทำให้อำนาจของกรรมชั่วที่ได้ทำมาแล้วตามมาถึงได้ยาก ดังมีเครื่องขวางกั้นไว้ หรือไม่เช่นนั้นก็ดังที่ท่านเปรียบว่าเหมือนวิ่งหนีผู้ร้ายที่วิ่งไล่ตามมา ถ้ามีกำลังแข็งแรง วิ่งเร็วกว่าผู้ร้าย ก็ย่อมยากที่ผู้ร้ายจะไล่ทัน ความแข็งแรงของผู้วิ่งหนีกรรมชั่ว ก็หาใช่อะไรอื่น คือ ความเข้มแข็งสม่ำเสมอของการทำกรรมดีนั่นเอง “

โอวาทธรรมสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมทอง2บาทสู่ขอหนุ่มวัย22ปี ผ่านประตูโซ่ตรวน

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705652

เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมทอง2บาทสู่ขอหนุ่มวัย22ปี ผ่านประตูโซ่ตรวน

เจ้าบ่าวยกขบวนขันหมากพร้อมทอง2บาทสู่ขอหนุ่มวัย22ปี ผ่านประตูโซ่ตรวน

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.02 น.

20 ม.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านฮือฮาการแห่ขบวนขันหมาก เข้าประตูวิวาของเจ้าบ่าว นายภูวนัตด์ บุญมา หรือบูม อายุ 22 ปี พร้อมผู้เป็นพ่อ แม่ และญาติ ที่เดินทางมาจาก อ.อำนาจเจริญ จ.อุบลราชธานี เข้าแต่งงานกับเจ้าสาว นายชลนธร ฝาชัยภูมิ หรือน้องเจนนี่อายุ 22 ปี สาวสอง ที่จัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 59 บ้านกุดขมิ้น หมู่ 7 ต.นาฝาย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ แต่ถึงแม้จะเป็นการแต่งงานระหว่างชายกับชาย ฝ่ายเจ้าบ่าวที่เดินทางมาจาก อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี ก็ได้มีการจัดเครื่องขันหมากตามประเพณี และเมื่อขบวนเข้ามาถึง ได้พบกับญาติพี่น้องของฝ่ายเจ้าสาว ที่ได้นำสร้อยคอทองคำ และเข็มขัดนาคมาขวางกั้นทำเป็นประตูเงินและประตูทอง ซึ่งทำให้ฝ่ายเจ้าบ่าวต้องนำซองเงินที่เตรียมมาไว้แจกให้แก่ผู้ที่กั้นกว่า 4 ประตูด้วยกัน ที่สดุดตาเป็นพิเศษ เห็นจะเป็นประตูเงินประตูทอง ประตูสุดท้ายที่นำโซ่ตรวน ขนาดใหญ่มากั้นทำเป็นประตูเงิน ประตูทอง ซึ่งเจ้าบ่าวต้องจ่ายหนักถึงจะยอมให้เจ้าบ่าวเข้าไปหาเจ้าสาวได้

ซึ่งญาติฝ่ายเจ้าสาว ได้ทำพิธีล้างเท้าให้เจ้าบ่าวก่อน และต้องเดินถอยหลังเข้าบริเวณแต่งงานผูกข้อต่อแขนตามธรรมเนียมของชาวอีสาน และเป็นการแก้เคล็ดในเรื่องของดาวเพดาล ชายแต่งงานกับชาย เข้าสู่พื้นที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งผู้เป็นพ่อและญาติฝ่ายเจ้าบ่าว ได้ได้นำเงินสด 50,000 บาท พร้อมสร้อยคอทองคำ 2 บาท เป็นค่าสินสอดในการของแต่งงานกับน้องเจนนี่(นายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว) นายนันทร ฝาชัยภูมิ ผู้เป็นพ่อของเจ้าสาว(น้องเจนนี่) มาหอบเงินค่าสินสอนยกขึ้นไหลนำไปเก็บรักษาในบ้าน แล้วเป็นการผูกข้อต่อแขนให้กับเจ้าบ่าว และเจ้าสาว มี พ.ต.อ.สรวิศ มาร์อินทร์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาฝาย ได้เป็นประธานในพิธีแต่งงานชายแต่งกับชาย ระหว่าง นายชลนธร ฝาชัยภูมิ อายุ 22 ปี (เจ้าสาว) กับนายภูวนัตด์ บุญมา อายุ 22 ปี (เจ้าบ่าว) ชาว อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี ซึ่งทั้งญาติฝ่ายเจ้าบ่าว และฝ่ายเจ้าสาว ที่มาร่วมในพิธีจำนวนมาก ต่างทยอยเข้าร่วมผูกข้อต่อแขน และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีวิวาห์ ของนายภูวนัตด์ บุญมา อายุ 22 ปี (เจ้าบ่าว) ชาว อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี กับน้องเจนนี่(นายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว)จำนวนมาก เพื่อความเป็นสิริมงคล 

ซึ่งทั้งนายภูวนัตด์ บุญมา อายุ 22 ปี (เจ้าบ่าว) ชาว อ.อำนาญเจริญ จ.อุบลราชธานี กับน้องเจนนี่(นายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว) ทั้งคู่ยังเปิดใจว่า ได้รู้จักกันทางเฟสบุคส์ แล้วได้คบหาดูใจกันมานานกว่า 1 ปี 7 เดือนแล้ว และตลอดเวลาที่คบหากัน ญาติของทั้งสองฝ่ายก็ทราบเป็นอย่างดี และเข้าใจในความรักของทั้งสองที่มีต่อกัน ไม่มีใครขัดขวางหรือกีดกัน จนกระทั่งความรักของทั้งสองสุกงอม จึงตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน จึงได้จัดงานแต่งในวันนี้ขึ้น

ในขณะที่นายนันทร ฝาชัยภูมิ ผู้เป็นพ่อของน้องเจนนี่ หรือนายชลนธร ฝาชัยภูมิ (เจ้าสาว)บอกว่ารู้ว่าน้องมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศมาตอนที่เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.5 เมื่อเรียนจบไปเรียนต่อที่ จ.นครราชสีมา แต่ก็ไม่ได้รังเกียรติลูกชาย ที่เบี่ยงเบนทางเพศแต่อย่างใด เมื่อลูกที่ตนเองให้กำเนิด มีความชอบอะไรก็ไม่ได้ว่าอะไร เลี้ยงลูกเลี้ยงได้แต่ตัวส่วนความคิด อยากเป็นอะไร ดำเนินชีวิตอย่างไรก็แล้วแต่ลูก………เสียง……
บรรยากาศการแต่งงานเต็มไปด้วยความสุข ความชื่นมื่นของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว บรรดาญาติของทั้ง 2 ฝ่าย ต่างได้แสดงออกถึงความยินดีที่ทั้ง 2 คน ได้เข้าประตูวิวาห์ในครั้งนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

น่ารัก!เจ้าถุงเงินแมว 3 สีไม่สนเนื้อสัตว์กินแต่อาหารมังสวิรัติ

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705642

น่ารัก!เจ้าถุงเงินแมว 3 สีไม่สนเนื้อสัตว์กินแต่อาหารมังสวิรัติ

น่ารัก!เจ้าถุงเงินแมว 3 สีไม่สนเนื้อสัตว์กินแต่อาหารมังสวิรัติ

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.47 น.

น้องแมว 3 สีชื่อถุงเงิน เพศเมียอายุ 9 เดือนไม่สนใจเนื้อสัตว์กินแต่ผักผลไม้มาตั้งแต่เกิด แถมไม่ดื้อ ไม่ดุ ไม่ซน เรียบร้อยน่ารัก เจ้าของเชื่อเป็นแมวนำโชคเพราะเท่าที่เลี้ยงมา มีแต่โชคลาภตลอด

วันนี้ (20 ม.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านขายเครื่องสำอางภายในตลาดสดเทศบาลนครตรัง (ตลาดเก่า) พบนางสุประวีณ์ ใจจ้อง อายุ 45 ปี เป็นเจ้าของแมวพันธุ์ไทย 3 สี เพศเมีย ชื่อว่า”น้องถุงเงิน” อายุ 9 เดือน ซึ่งน้องถุงเงินเป็นลูกแมวที่มีคนนำมาทิ้งไว้ในตลาด นางสุประวีณ์ฯ เห็นแล้วเกิดความสงสาร จึงเก็บมาเลี้ยงไว้ หวังจะให้ช่วยไล่หนูที่ชอบมาวนเวียนอยู่หน้าร้าน

แต่พอนำมาเลี้ยงแล้วพบว่า น้องถุงเงินไม่กินเนื้อสัตว์ จะเลือกกินแต่ผักและผลไม้ เธอจึงให้กินผัก เช่น ถั่วฝักยาว ผักเหรียง ผักบุ้ง กะหล่ำปลีและผักอื่น ๆ ปรากฏว่าน้องถุงเงินกินอย่างเอร็ดอร่อย และไม่เคยแตะต้องเนื้อสัตว์เลยตั้งแต่เกิด แถมนิสัยดี ไม่ดุ ไม่ดื้อ ไม่ซน ติดเจ้าของ ชอบความสันโดษ แต่ได้กลายเป็นขวัญใจของคนในตลาด ที่เดินผ่านไปผ่านมา ต้องแวะทักทายน้องถุงเงินเป็นประจำ เพราะความน่ารัก และแววตาที่ใสซื่อ บางคนก็เอาผัก ผลไม้มาเป็นของฝากด้วย ซึ่งเจ้าของยอมรับว่า ตั้งแต่เลี้ยงเจ้าถุงเงินมา 9 เดือนนี้ มีโชคลาภเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เชื่อเป็นแมวนำโชค

โดยนำกลับไปนอนด้วยกันที่บ้าน พอเช้ามาก็พามาที่ตลาด ไม่เคยทิ้งน้องถุงเงินไว้ที่ร้าน เพราะกลัวจะหายหรือจะเป็นอันตราย เนื่องจากน้องยังเล็กและยังดูแลตัวเองไม่ได้ ประกอบกับเลี้ยงแล้วรักเหมือนลูก เกิดความผูกพัน ถึงขั้นอาบน้ำแต่งตัว ใส่เสื้อผ้าให้ ใครมาขอมาซื้อก็ไม่ขาย

ด้านนายอดิเทพ อาสนะ อายุ 25 ปีลูกชายของนางสุประวีณ์ฯ เล่าว่า น้องแมวชื่อถุงเงิน ได้นำมาเลี้ยงตั้งแต่เล็กๆ เลี้ยงมาได้ 9 เดือนแล้ว เป็นแมวพันธุ์ไทย มีคนเอามาทิ้งในตลาดเลยเก็บเอามาเลี้ยง นิสัยน้องอยู่นิ่ง ๆ น้องชอบกินผัก เริ่มกินผักตั้งแต่ตอนแรกที่เลี้ยงมา ผักที่กินและชอบมากที่สุดคือถั่วฝักยาว ผักเหมียง กะหล่ำปลี ยังทราบอีกว่าเจ้าถุงเงินเป็นแมวนำโชค ตั้งแต่เอามาเลี้ยงได้รับโชคลาภหลายครั้งแล้ว และเป็นขวัญใจในตลาด ใครผ่านไปมาก็ต้องแวะชม เป็นแมวที่เลี้ยงง่าย ชอบอยู่นิ่งๆ และชอบนอน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ ‘พยาบาลอุ้ม’ ถอดท่อที่คอแล้ว ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705637

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ 'พยาบาลอุ้ม' ถอดท่อที่คอแล้ว ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ ‘พยาบาลอุ้ม’ ถอดท่อที่คอแล้ว ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.31 น.

เพจดังอัปเดทอาการ ‘พยาบาลอุ้ม’ ตอนนี้ถอดท่อที่คอได้แล้ว หายใจได้เองเป็นปกติ กินอาหารทางสายยางอยู่ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้ ขยับร่างกายด้านขวาได้ ยิ้ม ชูสองนิ้ว นั่งได้ และกำลังฝึกยืน

20 ม.ค.66 เพจเฟซบุ๊ก ‘เรื่องเล่าหมอชายแดน’ โพสต์รายงานความคืบหน้าอาการของ ‘น้องอุ้ม’ พยาบาล รพ.อุ้มผาง ที่ประสบอุบัติเหตุ และขณะนี้รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ราชวิถีว่า…

1 ปีที่ผ่านไป กับชีวิตใหม่ของน้องอุ้ม 

ย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่น้องอุ้ม พยาบาลโรงพยาบาลอุ้มผาง ประสบอุบัติเหตุในการปฏิบัติหน้าที่รีเฟอร์ส่งผู้ป่วยบนถนน สายแม่สอด-อุ้มผาง

ตอนนี้ก็ครบ 1 ปีแล้วที่น้องอุ้มได้รับการผ่าตัดและฟื้นฟู โดยรักษาที่โรงพยาบาลแม่สอดในช่วงแรก หลังจากที่อาการทรงตัว ได้ย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยความช่วยเหลือจากกรมการแพทย์  (โดยเฉพาะท่านรองอธิบดี นพ.ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด ท่านช่วยเหลือประสานงานให้โดยตลอด) และสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นต้นสังกัด ทางสำนักพระราชวังที่รับน้องอุ้มเป็นผู้ป่วยในพระราชานุเคราะห์ พระราชทานความช่วยเหลือกับน้องอุ้มและครอบครัว ที่จะลืมไม่ได้เลยคือ ท่านผู้อำนวยการ คณะแพทย์ พยาบาล ทีมกายภาพบำบัด และทุกหน่วยงานของโรงพยาบาลราชวิถีที่ดูแลน้องอุ้มเป็นอย่างดี

ตอนนี้น้องอุ้มถอดท่อที่คอ (Tracheostomy) ได้แล้ว สามารถหายใจได้เองเป็นปกติ ได้รับการใส่เครื่องควบคุมการเต้นของหัวใจ เนื่องจากหัวใจเต้นช้า อันเนื่องมาจากความผิดปกติของสมอง กินอาหารทางสายยางอยู่ ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ใบหน้าสวยงามแบบในรูปนี้เลย สามารถขยับร่างกายด้านขวาได้ ทำตามคำสั่งง่ายๆได้ เช่น ยิ้ม ชูสองนิ้ว นั่งได้ และกำลังฝึกยืน นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากเพราะในวันนั้นพวกเราถอดใจ คิดว่าน้องอุ้มมีโอกาสเสียชีวิตสูงมากและมากที่สุด อาจเป็นได้เพียงเจ้าหญิงนิทรา

แม้ว่าจะมีความโชคร้ายเกิดขึ้น ยังมีความโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากทุกท่าน ทั้งเรื่องการรักษาและร่วมบริจาคทรัพย์ช่วยเหลือผ่านบัญชีธนาคารกลุ่มการพยาบาลโรงพยาบาลอุ้มผาง โดยตั้งเป็นกองทุนใช้ชื่อว่า “กองทุนพี่ช่วยน้อง” มีการแต่งตั้งกรรมการ ได้แก่ หัวหน้าพยาบาล หัวหน้าฝ่ายต่างๆ และมีบิดา มารดาร่วมเป็นกรรมการ มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวของ นส.ปุณยวีย์ ศรีดวงแปง

ตั้งแต่เปิดรับเงินช่วยเหลือ จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2565 เป็นเงินจำนวน 1,631,587.81 บาท เงินในส่วนนี้ได้ใช้จ่ายสำหรับการดูแลรักษา ค่าเดินทางและค่าที่พักของครอบครัวในการไปเฝ้าไข้ และไว้ใช้จ่ายระยะยาว ทางโรงพยาบาลอุ้มผางโดยท่านผอ.นพ.วรวิทย์ก็ได้เตรียมทำห้องเพื่อดูแลน้องอุ้มหากเดินทางกลับภูมิลำเนาในอนาคตค่ะ มาร่วมเป็นกำลังใจให้น้องอุ้มกันนะคะ

จึงขออัพเดตเรื่องราวการต่อสู้ของน้องอุ้มตลอด 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ทุกท่านได้ทราบความเคลื่อนไหว หากน้องพร้อมเมื่อไหร่คงจะได้มาพบปะทุกท่านด้วยตัวเอง เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยท่านอื่นและครอบครัวที่กำลังท้อแท้เกี่ยวกับการเจ็บป่วย ได้มีแรงสู้ต่อเหมือนน้องอุ้มและครอบครัว ที่สู้กันสุดๆจนมีวันนี้วันที่ดีกว่าเมื่อวานค่ะ ….”

ขอบคุณข้อมูลเพจ ‘เรื่องเล่าหมอชายแดน’

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการจุฬาฯ แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน

Posted on January 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/705636

นักวิชาการจุฬาฯ แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน

นักวิชาการจุฬาฯ แนะวิธีเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปลอดภัยในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันศุกร์ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2566, 16.30 น.

นักวิชาการเทคโนโลยีอาหาร จุฬาฯ แนะวิธีการเลือกซื้อและจัดเก็บเนื้อสัตว์ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนให้มีคุณภาพและปลอดภัย เน้นซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ สังเกตตราสัญลักษณ์ ‘ปศุสัตว์ OK’ และฉลากรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย ย้ำต้องปรุงสุกอุ่นร้อนก่อนรับประทานเพื่อสุขอนามัยที่ดี

20 มกราคม 2566 รศ.ดร.กิติพงศ์ อัศตรกุล ภาควิชาเทคโนโลยีทางอาหาร คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า วิธีการเลือกซื้อเนื้อสัตว์ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ลำดับแรกต้องเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่มีความน่าเชื่อถือ มีความสะอาด โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์อาหาร แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารสด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป

ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ ที่เป็นผลิตภัณฑ์สด จำเป็นต้องสังเกตจากลักษณะของเนื้อสัตว์ของแต่ละชนิด เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ โดยลักษณะที่ดีเนื้อต้องเป็นสีชมพู หรือสีแดงธรรมชาติ มีความแน่น เมื่อกดลงไปเนื้อไม่เละ ส่วน ปลา ตาต้องใส เนื้อสัมผัสต้องแน่น เมื่อกดลงไปเนื้อต้องไม่บุ๋ม ส่วน กุ้ง หัวต้องติดกับตัว เนื้อแน่นไม่เละ มีสีตามธรรมชาติของกุ้ง โดยเนื้อสัตว์ทั้งหมด ต้องไม่มีเมือก ไม่มีกลิ่นเหม็น หรือกลิ่นผิดปกติ เช่น กลิ่นแอมโมเนีย ซึ่งแสดงว่าเนื้อสัตว์ผ่านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ที่จะส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อสัตว์ อายุการเก็บ ความสดใหม่ รวมถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค นอกจากนี้ ให้สังเกตตราสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” และฉลากรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคในการเลือกซื้อ

สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป ช่วยให้ผู้บริโภค สะดวกและง่ายในการเลือกซื้อ เนื่องจากสามารถสังเกตเครื่องหมายต่างๆ ที่บ่งบอกเกี่ยวกับคุณภาพหรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารนั้นๆ เช่น เครื่องหมาย GAP GMP GHP-HACCP ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่บ่งชี้ว่าโรงงานผลิตอาหารนั้นมีคุณภาพในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทำให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าปลอดภัย รวมถึงเครื่องหมาย อย. ซึ่งเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าผู้ผลิต ผลิตอาหารที่เป็นไปตามข้อกฎหมาย ที่สำคัญผู้บริโภคต้องดูวันผลิตและวันหมดอายุ หากอาหารหมดอายุไม่ควรบริโภค เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้” รศ.ดร.กิติพงศ์ กล่าว

รศ.ดร.กิติพงศ์ แนะนำว่า สำหรับวิธีการจัดเก็บในกรณีที่ซื้อมาแล้วแต่ยังไม่บริโภคในทันที แต่จะรับประทานอีกในไม่กี่วัน ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น ในภาชนะที่ปิดสนิท ด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียส แต่หากต้องการเก็บเป็นระยะเวลานาน ให้นำใส่ในช่องแช่แข็ง ซึ่งอายุของผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บในตู้เย็นและตู้แช่แข็งจะแตกต่างกัน โดยเฉพาะคุณภาพของอาหารจะลดลงเมื่อเก็บไว้เป็นระยะเวลานาน ที่สำคัญต้องแยกจัดเก็บผลิตภัณฑ์อาหาร หรือวัตถุดิบที่ปรุงสุกแล้วและดิบออกจากกัน หากเก็บรวมปะปนกันไม่แยกให้ชัดเจน หรือไม่มีภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทป้องกัน จะทำให้เกิดการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์จากวัตถุดิบสดมายังผลิตภัณฑ์อาหารที่ผ่านการปรุงสุกแล้ว อาจส่งผลให้ผู้บริโภคที่รับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเกิดอาการท้องเสียหรือเกิดโรคอาหารเป็นพิษได้ ดังนั้น ต้องบรรจุในภาชนะที่มิดชิด เพื่อป้องกันอากาศหรือสิ่งแวดล้อมภายนอกเข้าไป ซึ่งจะช่วยยืดอายุการเก็บรักษาและความปลอดภัยได้ดีมากขึ้น

สำหรับวิธีการปรุงอาหารเพื่อให้ผู้บริโภคปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญ เนื้อสัตว์ที่นำไปไหว้ ต้องปรุงสุกให้ทั่วทั้งหมด ไม่ปรุงกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื่องจากบริเวณที่ปรุงไม่สุก อาจมีเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งจะส่งผลต่ออาหาร รวมถึงผู้บริโภคด้วย การปรุงสุกหรือให้ความร้อนเป็นการทำลายเชื้อจุลินทรีย์ ไม่ว่าจะเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้ผลิตภัณฑ์อาหารเกิดการเน่าเสีย หรือจุลินทรีย์ก่อโรคที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการท้องเสีย โดยทั่วไปการปรุงอาหาร ต้องใช้อุณหภูมิอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส ขึ้นอยู่กับวิธีการปรุงแต่ละวิธี เช่น การต้มต้องใช้อุณหภูมิ 90-100 องศาเซลเซียสขึ้นไป การทอด 80-90 องศาเซลเซียสขึ้นไป

เมื่อไหว้เสร็จ แม้อาหารจะสุกแล้ว ไม่แนะนำให้รับประทานในทันที หากเป็นอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จไม่เกิน 30 นาที  ยังเป็นระยะเวลาที่ปลอดภัยสำหรับการบริโภค หากมากกว่านั้นควรเก็บเข้าตู้เย็นก่อน หลังจากนั้นค่อยนำมาอุ่นร้อนก่อนรับประทาน โดยต้องพิจารณาว่ากลิ่นหรือลักษณะธรรมชาติมีความผิดปกติหรือไม่ก่อนการบริโภค ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารรสเค็มหรือหวานมากจนเกินไป เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,885,320 hits

Join 4,121 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ฉลองวันสตรีสากล ‘คาร์นีย์’ ฉาพภาพต้นแบบ ‘ผู้นำธุรกิจหญิงแถวหน้า’ สะท้อนบทบาทเสริมสร้างศักยภาพสตรีรุ่นใหม่ กลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
พรรค(กึ่ง)ประชาชน! ประชาธิปไตยแบบ 'เลือกที่รักมักที่ฟ้อง'
DMT ยกระดับสู่มาตรฐานอาคารเขียว มุ่งเน้น “ประสิทธิภาพ–ความคุ้มค่า–ผลลัพธ์ที่วัดได้”
สุดอาลัย มุกดา บุญทอง อดีตนักแสดงดังยุค 90 เสียชีวิตอย่างสงบ
ประชาคมแพทย์ ชี้ เกาะพะงันส่อวิกฤต! ทุนนอก นอมินี ฮุบที่ดิน เสี่ยงดึงไทยใกล้จุดยุทธศาสตร์สงคราม
หยุดทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว! กิฟฟารีนแนะเคล็ดลับกู้ผมเสียสู่ผมสวย
สอศ.จัดแข่งขันอาชีวศึกษาเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 2 เสริมศักยภาพกำลังคนอาชีวะสู่เวทีสากล
‘เอเลียนสปีชีส์’ ตัวร้ายทำลายระบบนิเวศ กับวิกฤตการลักลอบนำเข้าสัตว์-พืชต่างถิ่น
ก๊วนลูกเทพ’พรึ่บรมต.ป้ายแดง ครม.หนูลงตัว ‘เอกนัฏ-วราวุธ-เฮ้ง’ผงาด
กลุ่มสืบสวนอิสระชี้ สหรัฐฯ คือผู้โจมตีโรงเรียนอิหร่าน นักเรียนดับ 165 ศพ

Recent Posts

  • ดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง “หุบเขามรณะ” พื้นที่แห้งแล้งที่สุดในอเมริกา งามที่สุดในรอบ 10 ปี
  • อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ
  • เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน หลังสงครามอิหร่านทำราคาพุ่ง-ขาดตลาด
  • ผู้เชี่ยวชาญหวั่น AI ปรับแต่งภาพสงครามตะวันออกกลางบิดเบือนข้อเท็จจริง กระทบความน่าเชื่อถือข่าวจริง
  • สิงคโปร์อายัดทรัพย์ 4 พันล้าน บุกทลาย บ.จัดการกองทุน พัวพันเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d