Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ประกาศขายรีสอร์ท! พ่อวัย74ปีหาเงินรักษาลูกชาย ประสบอุบัติเหตุพิการติดเตียง

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712283

ประกาศขายรีสอร์ท! พ่อวัย74ปีหาเงินรักษาลูกชาย ประสบอุบัติเหตุพิการติดเตียง

ประกาศขายรีสอร์ท! พ่อวัย74ปีหาเงินรักษาลูกชาย ประสบอุบัติเหตุพิการติดเตียง

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 10.14 น.

20 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.สุโขทัย ว่ามีคุณพ่อ อายุ 74 ปีท่านหนึ่ง ได้มีการประกาศขายโรงแรมรีสอร์ท เพื่อหาเงินมาช่วยดูแลรักษาลูกชาย อายุ 40 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ จนต้องพิการนอนติดเตียงมานานหลายปี พร้อมวิงวอนเศรษฐีใจบุญช่วยซื้อ รับรองทรัพย์สินที่ได้ไปทั้งหมดคุ้มค่าแน่นอน


นายชัยวุฒ ตั้งตราตระกูล หรือเฮียมิ้ง อายุ 74 ปี เจ้าของโรงแรม วี.ไอ.พี. รีสอร์ท กล่าวว่า โรงแรมรีสอร์ทที่ได้ประกาศขายแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 ซอยทางเข้าเยื้องกับหมู่บ้านเอื้ออาทร ต.ปากแคว อ.เมือง จ.สุโขทัย เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 37 ตารางวา มีห้องพักทั้งหมด 24 ห้อง แบบ VIP 6 ห้อง แบบธรรมดา 18 ห้อง พร้อมชุดเครื่องนอน เครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน ทั้งหมดขายราคา 8,500,000 บาท (ต่อรองได้) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 081 605 4059 และ 090 975 7675

“ที่นี่น้ำไม่ท่วม ทำเลดี ที่จอดรถสะดวก อยู่ใกล้ตัวเมือง และสงบ เป็นส่วนตัว สาเหตุที่ขายก็เพราะต้องการเงินไว้รักษาดูแลลูกชาย ที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนต้องพิการ อีกส่วนก็นำไปใช้หนี้สิน ประกอบกับตัวเองสุขภาพไม่ค่อยดี อายุมากแล้ว และไม่มีใครบริหารงานต่อด้วย” เฮียมิ้ง กล่าว.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็ก‘สิทธิรักษา’!ยกระดับ-เปลี่ยนผ่านบัตรทองสู่‘บัตรทองพรีเมียม’

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712280

เช็ก‘สิทธิรักษา’!ยกระดับ-เปลี่ยนผ่านบัตรทองสู่‘บัตรทองพรีเมียม’

เช็ก‘สิทธิรักษา’!ยกระดับ-เปลี่ยนผ่านบัตรทองสู่‘บัตรทองพรีเมียม’

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.54 น.

‘ทิพานัน’ โชว์ผลงาน ‘ประยุทธ์’ ผู้นำหลักประกันสุขภาพไทยเปลี่ยนผ่านสู่ ‘บัตรทองพรีเมียม’ ได้สำเร็จ ชูทันสมัยรวดเร็ว ทั้งฟอกไตฟรี-รักษามะเร็งฟรี-รับยาร้านสะดวกซื้อฟรี-ย้ายหน่วยรักษาฟรี ได้แล้ววันนี้ ชวนประชาชนเช็คสิทธิประโยชน์อีกเพียบที่แอปฯ ‘สปสช.’

20 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งขับเคลื่อนให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ เท่าเทียมและทั่วถึง หลักประกันสุขภาพไทยได้เปลี่ยนผ่านบัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้กลายเป็น “บัตรทองพรีเมียม” ยกระดับการบริการ เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมและทลายข้อจำกัดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลอย่างแท้จริง

สำหรับบัตรทองพรีเมียมในยุคของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ให้สิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์มากมาย  เช่น เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลได้ในหน่วยบริการสาธารณสุขทุกที่ โดยไม่เก็บค่ารักษาพยาบาลภายใน 72 ชั่วโมงหรือพ้นภาวะวิกฤต รักษาโรคติดเชื้อไวรัส-19โควิดฟรี  โดยสามารถเข้ารักษาในหน่วยบริการปฐมภูมิที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศ ผู้ป่วยโรคมะเร็งรับบริการที่ไหนก็ได้  ย้ายหน่วยบริการได้ทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน ให้สิทธิฟอกไตฟรี เพิ่มบริการสำหรับแม่และเด็ก มะเร็งปากมดลูก การตรวจคัดกรอง การเพิ่มวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก 

รักษาโรคมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและต่อมน้ำเหลือง โรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซียาต้านไวรัส HIV  เพิ่มสิทธิด้านวัคซีน 5 ชนิด (คอดีบ บาดทะยัก ไอกรนไวรัสตับอักเสบบี และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ รวมทั้ง การใช้กัญชาทางการแพทย์ ในผู้ป่วยโรคมะเร็งพาร์กินสัน ไมเกรน ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมสำหรับเด็กหูหนวก การให้บริการแว่นตาเด็ก แจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับการขับถ่ายสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้มีปัญหากลั้นขับถ่ายการรักษาผู้ป่วยติดบ้านหรือผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนทุกสิทธิและทุกกลุ่มอายุ และยังลดภาระการเดินทางไปสถานพยาบาลของประชาชนลดความแออัดใน โรงพยาบาลขนาดใหญ่ สามารถรับยาที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันใกล้  เป็นต้น

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนสมัครรับสิทธิบัตรทองพรีเมียม และสมัครให้บุตรหลาน เพื่อเลือกหน่วยบริการ ซึ่งสามารถสมัครได้ตั้งแต่วัยแรกกเกิด ซึ่งในปี 2566 ได้มีการเพิ่มสิทธิใหม่ที่ได้มากกว่าเดิมได้แก่

1. การดูแลภาวะความดันเลือดในปอดสูงในทารกแรกเกิด (Persistent Pulmonary Hypertension of the Newborn)

2. บริการทันตกรรม Vital Pulp Therapy หรือการรักษาเนื้อเยื่อในฟันกรามแท้

3. บริการรากฟันเทียม

4. บริการห้องฉุกเฉิน คุณภาพภาครัฐ

5. ผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับ

6. บริการยาป้องกัน การติดเชื้อเอชไอวี

7. เพิ่มยาจำเป็นแต่มีราคาแพง ในกลุ่มบัญชียา จ (2) จำนวน 14 รายการ

8. บริการดูแลผู้ป่วยกึ่งเฉียบพลัน

9. บริการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับพิษ

10. เพิ่มเติมบริการที่คลินิกการพยาบาลฯ กายภาพบำบัด คลินิกชุมชนอบอุ่น คลินิกเวชกรรมและคลินิกทันตกรรม

เพิ่มเติมบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคปี 2566

1. การตรวจไวรัสตับอักเสบบี (HBe Ag) ในหญิงตั้งครรภ์

2. บริการคัดกรองธาลัสซีเมียในสามีหรือคู่ของหญิงตั้งครรภ์ทุกราย

3. บริการคัดกรองซิฟิลิสในสามีหรือคู่ของหญิงตั้งครรภ์ทุกราย

4. บริการสายด่วนเลิกบุหรี่และสายด่วนสุขภาพจิต

5. บริการคัดกรองปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

6. บริการคัดกรองมะเร็งและมะเร็งช่องปาก

7. บริการคัดกรองผู้ป่วยโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกด้วยเครื่องTandem mass spectrometry (TMS) เด็กแรกเกิด

8. บริการคัดกรองและค้นหาวัณโรคในกลุ่มเสี่ยงสูง

9. บริการตรวจยีน BRCA1/BRCA2 ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีความเสี่ยงสูงและญาติสายตรงที่มีประวัติครอบครัว ตรวจพบยีนกลายพันธุ์

ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนสามารถลงทะเบียนสมัครได้ที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือสมัครผ่านแอพทำบัตรทองออนไลน์ ผ่านสปสช. โดยการดาวน์โหลดแอพผ่านทาง App Store https://apple.co/3ICV80i  และ play Store https://bit.ly/41bEtIo  โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช. 1330

“จะเห็นว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บริหาร “กองทุนบัตรทอง” ให้ดีกว่าเดิมและเพิ่มสิทธิรักษาโรคให้ครอบคลุมพรีเมียม รวดเร็วพร้อมกับมีงบประมาณใช้จ่ายรองรับตามความต้องการของประชาขนได้อย่างมั่นคง  มีวิสัยทัศน์ผู้นำที่พร้อมเดินหน้าและเพิ่มสิทธิให้ประชาชนอย่างแท้จริง  ซึ่งที่ผ่านมาสปสช. ดำเนินการภายใต้ยุทธศาสตร์ สปสช.มาแล้ว 5 ระยะ คือ ระยะที่ 1 (ปี 2546-2550) สร้างระบบด้านหลักประกันสุขภาพให้กับคนไทย ระยะที่ 2 (2551–2554) เพิ่มประสิทธิภาพ โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ระยะที่ 3 (ปี 2555–2559) ความยั่งยืนของระบบฯ ครอบคลุมทุกคนบนผืนแผ่นดินไทย และระยะที่ 4 (ปี 2560-2565) ประชาชนเข้าถึงบริการ การเงินการคลังมั่นคง ดำรงธรรมาภิบาล  และล่าสุด คือระยะที่ 5 (ปี 2566-2570) โดยมุ่งเน้นให้ ทุกคนที่อาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย ได้รับความคุ้มครองหลักประกันสุขภาพอย่างถ้วนหน้าด้วยความมั่นใจ” น.ส. ทิพานัน กล่าว

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนไทยว่าไง?เฟซบุ๊กเตรียมเก็บค่ายืนยันตัวตนบัญชี 400กว่าบาทต่อเดือน

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712276

คนไทยว่าไง?เฟซบุ๊กเตรียมเก็บค่ายืนยันตัวตนบัญชี 400กว่าบาทต่อเดือน

คนไทยว่าไง?เฟซบุ๊กเตรียมเก็บค่ายืนยันตัวตนบัญชี 400กว่าบาทต่อเดือน

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.35 น.

20 ก.พ. 2566 เว็บไซต์สถานีโทรทัศน์ France24 ของฝรั่งเศส เสนอข่าว Facebook-owner Meta to roll out paid subscription อ้างการเปิดเผยของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ เมตา บริษัทผู้ให้บริการสื่อสังคมออนไลน์อย่าง เฟซบุ๊ก ที่ระบุว่า เฟซบุ๊กจะเก็บค่าบริการยืนยันตัวตนบัญชี เป็นเงิน 11.99 เหรียญสหรัฐ หรือราว 420 บาท/เดือน โดยบริการดังกล่าวจะเริ่มใช้ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายในสัปดาห์นี้ 
ซัคเคอร์เบิร์ก กล่าวว่า ระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ยืนยันบัญชีของตนเองด้วยเอกสารยืนยันตัวตนที่รัฐบาลออกให้ รับป้ายสีน้ำเงิน รับการป้องกันการแอบอ้างเพิ่มเติม และสนับสนุนการเข้าถึงลูกค้าได้โดยตรง คุณลักษณะใหม่นี้เกี่ยวกับการเพิ่มความถูกต้องและความปลอดภัยในบริการของเฟซบุ๊ก อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบัญชีบนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมที่ได้รับการยืนยันแล้ว และเฉพาะผู้ใช้ที่อายุเกิน 18 ปีเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้สมัครสมาชิก อนึ่ง บริการนี้ยังไม่พร้อมให้บริการสำหรับธุรกิจ

การประกาศของ เมตา เกิดขึ้นในขณะที่สื่อสังคมออนไลน์ประสบปัญหาทางการเงินในช่วงปีที่ผ่านมา โดยประกาศในเดือน พ.ย. 2565 ว่าจะเลิกจ้างพนักงาน 11,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 13 ของพนักงานทั้งหมด ซึ่งเป็นการลดพนักงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท การปลดพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของกระแสความซ้ำซ้อนที่ประกาศโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในซิลิคอนแวลลีย์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากภาคส่วนที่ไม่สามารถโจมตีได้ต้องเผชิญกับภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจ

เมตา ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันสำหรับการเดิมพันครั้งใหญ่ใน เมตาเวิร์ส โลกแห่งความจริงเสมือนที่ ซัคเคอร์เบิร์ก เชื่อว่าจะเป็นพรมแดนออนไลน์ต่อไป เมื่อปีที่แล้ว นักลงทุนได้ลงโทษ เมตา โดยส่งราคาหุ้นของบริษัทลดลงถึง 2 ใน 3 อย่างน่าประหลาดใจในช่วง 12 เดือน แต่หุ้นก็ฟื้นขึ้นมาบางส่วนในปี 2566 ซัคเคอร์เบิร์ก ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคตของ เมตา ถึงกระนั้น เมื่อต้นเดือน ก.พ. 2566 บริษัทรายงานว่ายอดขายประจำปีลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2555 แต่การลดลงนั้นรุนแรงน้อยกว่าที่คาดไว้ โดยบริษัทเพิ่งประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจำนวนผู้ใช้รายวันบนเฟซบุ๊กแตะ 2 พันล้านเป็นครั้งแรก.-008 

ขอบคุณข้อมูลจาก :  France24

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจออีกแล้ว ‘เยลลี่กัญชา’ แพทย์เผยเด็กกินเข้าไปทำใจสั่นรุนแรง จี้ออกกฎหมายควบคุม

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712272

เจออีกแล้ว ‘เยลลี่กัญชา’ แพทย์เผยเด็กกินเข้าไปทำใจสั่นรุนแรง จี้ออกกฎหมายควบคุม

เจออีกแล้ว ‘เยลลี่กัญชา’ แพทย์เผยเด็กกินเข้าไปทำใจสั่นรุนแรง จี้ออกกฎหมายควบคุม

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.14 น.

20 ก.พ. 2566 ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ หัวหน้าห้องปฏิบัติการนิติเวชศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Smith Fa Srisont” เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2566 ดังนี้

เจออีกแล้วนะครับ ผลกระทบของกัญชา มีคนไข้อายุน้อยกินเยลลี่กัญชา ลักษณะตามรูป (รูปนี้หามาจาก internet) แล้วมีอาการใจสั่นรุนแรงจนหัวใจเต้นผิดปกติ ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา โดยคนไข้บอกว่าร้านที่ขายอยู่ใกล้โรงเรียนมากด้วย แบบนี้ผมคิดว่าเด็กอาจเผลอไปซื้อได้ เพราะนึกว่าขนมปกติ

ผลกระทบจากกัญชาแบบนี้ ไม่ได้มีแค่เคสนี้เคสเดียว ไปถามหมอที่อยู่ห้องฉุกเฉิน หรือจิตแพทย์ที่ยังทำงานในโรงพยาบาลทุกท่านได้ ว่าเจอมากขนาดไหน

สุดท้าย ถ้ารัฐบาล และคนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายกัญชา ไม่ออกกฎหมายควบคุมการใช้กัญชาให้มากกว่านี้ เหตุการณ์เลวร้ายมันอาจเกิดกับคนไทยทุกคนรวมทั้งคนใกล้ตัวท่านเองได้เลย



สักวันจะมีลูกหลานของท่านเผลอกินขนมกัญชาจนต้องเข้าโรงพยาบาลหรือเสียชีวิต สักวันจะมีคนเมากัญชาขับรถไปชนเพื่อนของท่านจนเสียชีวิต
สักวันจะมีคนที่มีปัญหาทางจิตจากการใช้กัญชาทำร้ายคนในครอบครัวของท่าน (ในไทย จริงๆ มีกรณีที่ตรวจเจอทั้งกัญชาและยาบ้าในปัสสาวะของคนร้ายที่ไล่ทำร้ายคนอื่นแล้ว)

ขอให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายเรื่องนี้ หยุดคิดสักนิด ก่อนที่จะไม่สนใจว่ามันไม่เกี่ยวกับตัวท่าน แล้วเตือนสติกันเองว่า หันมาควบคุมการใช้กฎหมายมากกว่านี้ได้แล้ว อย่างน้อยให้เท่าประเทศอื่นเถอะ

ปล. อาจมีคนที่บอกว่าทำไมไม่แจ้งตำรวจว่ามีร้านขายแบบนี้ ขอตอบว่า มันแจ้งเลยไม่ได้ครับ ต้องผ่าน อย. หรือ กรมอนามัย หรือ กรมการแพทย์แผนไทยฯ เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว ถือว่าเป็นอาหาร หรือสมุนไพร และเอาตรงๆ ผมก็ไม่เห็นช่องทางในการร้องเรียนที่ชัดเจนเลยครับ

เพิ่มเติมครับ** คนจากใน อย. ติดต่อมาขอข้อมูลกับผมแล้วนะครับ เลยส่งให้ละครับ รวมถึง FB IG ที่เคย search เจอ ว่ามีขายนะครับ

ขอบคุณเรื่องจาก : Smith Fa Srisont

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : เตือนผู้ปกครองระวัง! ‘เยลลี่ผสมกัญชา’ทำหนูน้อย 8 ขวบอาเจียนหนัก-แขนขาไม่มีแรง

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รัฐบาลคัด 16 เทศกาลประเพณี ดันสู่เวทีนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยว

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712268

รัฐบาลคัด 16 เทศกาลประเพณี ดันสู่เวทีนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยว

รัฐบาลคัด 16 เทศกาลประเพณี ดันสู่เวทีนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยว

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.48 น.

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ส่งเสริมเทศกาลประเพณีไทยสู่เวทีนานาชาติ ดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างรายได้และความมั่นคงเศรษฐกิจในชุมชน

20 กุมภาพันธ์ 2566 นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มุ่งส่งเสริมฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน สร้างรายได้แก่ประชาชน ผ่านการคัดเลือกเทศกาลประเพณีทั่วประเทศที่โดดเด่น เพื่อยกระดับเทศกาลประเพณีไทย (Festival) ไปสู่ระดับชาติและนานาชาติ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินตามนโยบายรัฐบาล ขับเคลื่อน Soft Power ของไทยที่มีศักยภาพ 5F (Food, Fight, Film, Fashion, Festival) โดยแต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการคัดเลือกเทศกาลประเพณีของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2566 จำนวน 16 ประเภท ซึ่งทั้ง 16 เทศกาลประเพณีที่ได้รับการคัดเลือก ล้วนมีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ แสดงออกถึงวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถนำมาพัฒนาต่อยอด ส่งเสริมการสร้างความสามารถในการแข่งขัน และเผยแพร่ประเพณีของไทยให้เป็นที่รู้จัก ดึงดูดนักท่องเที่ยว สร้างรายได้แก่ชุมชนและประเทศชาติ

สำหรับเทศกาลที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 16 ประเภท ได้แก่ 1) ประเพณีกตัญญูคู่ฟ้า มหาสมโภชเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จ.ปัตตานี 2) เทศกาลมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี 3) ประเพณีหกเป็งนมัสการพระมหาธาตุเจ้าภูเพียงแช่แห้ง จ.น่าน 4) ประเพณีแห่มาลัยข้าวตอก “มาฆบูชา อารยธรรมอีสาน” จ.ยโสธร 5) ประเพณีแห่ผ้าพระบฏพระราชทานถวายพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช 6) เทศกาลโคราชเมืองศิลปะ KORAT Street Art จ.นครราชสีมา 7) เทศกาลตามรอยอารยธรรมขอมโบราณ ปราสาทศิลา “สด๊กก๊อกธม” จ.สระแก้ว 8) เทศกาลเมืองคราม สกลนคร (KRAM & CRAFT SAKON FESTIVAL) นครหัตถศิลป์โลก เจ้าแห่งครามธรรมชาติ จ.สกลนคร

9) เทศกาลอาหารอร่อย เมืองภูเก็ต เมืองสร้างสรรค์แห่งวิทยาการอาหาร จ.ภูเก็ต 10) ประเพณีบุญกลางบ้าน สืบสานตำนานเมืองพนัส จ.ชลบุรี 11) เทศกาล “นาฏยแห่งศรัทธา กิ่งกะหร่า น้อมบูชา วิสาขปุรณมี” จ.แม่ฮ่องสอน 12) ประเพณีตักบาตรดอกไม้เข้าพรรษา จ.สระบุรี 13) ประเพณีบวงสรวงพญาศรีสัตตนาคราช เลาะตลาดคนเมืองไทนคร จ.นครพนม 14) เทศกาลไทลื้อ “โฮ่มฮีต โตยฮอย ร้อยใจไทลื้อ” จ.พะเยา 15) เทศกาลอาหารผสานศิลป์ เมืองเพชร เมืองสร้างสรรค์ จ.เพชรบุรี และ 16) เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน จ.ลำพูน

“นายกรัฐมนตรีทราบถึงแผนการดำเนินงานการคัดเลือกเทศกาลประเพณีที่มีความโดดเด่น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพ ให้สามารถแข่งขันในเวทีโลก เป็นการสนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย และสร้างมูลค่าให้กับชุมชนและประเทศชาติ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนและยกระดับ Soft Power ของไทยด้านอื่น ๆ ที่มีศักยภาพ และมีความโดดเด่น เพื่อสืบสาน ยกระดับประเพณีอันดีงามของไทย รวมถึงสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจ BCG เพื่อความยั่งยืน ตามแนวทางนโยบายของรัฐบาล” นายอนุชา กล่าว

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กทม.ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งแรง ‘บางขุนเทียน-ลาดกระบัง-บึงกุ่ม-บางนา’อ่วม

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712266

กทม.ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งแรง 'บางขุนเทียน-ลาดกระบัง-บึงกุ่ม-บางนา'อ่วม

กทม.ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งแรง ‘บางขุนเทียน-ลาดกระบัง-บึงกุ่ม-บางนา’อ่วม

วันจันทร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 08.34 น.

20 ก.พ.66 หลังจากที่ กรมอุตินิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าประเทศไทยตอนบนมีแนวโน้มการสะสมของฝุ่นละอองหมอกควันเพิ่มขึ้นเนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังอ่อน

โดย ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานภาพรวมปริมาณ P2.5 ในเวลา 07:00 น. พบว่าในประเทศมีค่า PM2.5 เกินค่ามาตรฐานใน จ.ปทุมธานี กรุงเทพฯ จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ จ.น่าน จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.ราชบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ปราจีนบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง และ จ. เลย

ขณะที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เว็บไซต์  AirBKK รายงานค่า PM2.5 เกินมาตราฐานหลายแห่ง อาทิ 


คำแนะนำทางสุขภาพ
-ประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
-ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
-สำหรับประชาชน​ที่อยู่​บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ​ (พื้นที่สีแดง)​ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์.-008 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว ‘หาดแห่ทะเลอีสาน’ ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712248

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว 'หาดแห่ทะเลอีสาน' ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว ‘หาดแห่ทะเลอีสาน’ ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 20.45 น.

นทท.คึกคัก! แห่เที่ยว ‘หาดแห่ทะเลอีสาน’ ดื่มด่ำธรรมชาติไทย-ลาวใกล้ชิด สร้างรายได้เงินสะพัดยาวถึงสงกรานต์

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2566 ในพื้นที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม ช่วงนี้หลังระดับน้ำโขงลดลง บวกกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิดเข้าสู่ภาวะปกติ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวหาดกลางน้ำโขงก็เริ่มกลับมาคึกคัก ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง  หลังซบเซามานานกว่า 2 ปีจากพิษโควิดระบาด

 เช่นเดียวกับหาดแห่กลางน้ำโขง ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีนทะเลอีสานที่มีชื่อเสียง เนื่องจากในช่วงฤดูแล้งหลังน้ำโขงลด จะเกิดสันดอนทรายโผล่กลางน้ำโขง ทำให้ชาวบ้านพลิกวิกฤตน้ำโขงแห้ง ปรับพื้นที่หาดทรายกลางน้ำโขง จัดทำซุ้มร้านค้า ร้านอาหาร บริการอาหารอีสาน อาหารพื้นบ้าน เมนูปลาน้ำโขงใหม่ๆสดๆ ตลอดจนเครื่องดื่ม ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนหย่อนใจ ดื่มด่ำธรรมชาติสองฝั่งโขงไทยลาวอย่างใกล้ชิด พร้อมรับประทานอาหาร ท่ามกลางสายลมพัดเอื่อยแผ่ว เย็นกายเย็นใจกันถ้วนหน้า

นอกจากนี้หาดแห่ทะเลอีสาน ยังเป็นสถานที่สำคัญที่สามารถเล่นน้ำคลายร้อน เพราะรอบบริเวณเป็นพื้นที่หาดทรายผสมหินกรวด ที่มีน้ำใสสะอาด และระดับน้ำไม่ลึก จึงไม่เสี่ยงอันตราย พร้อมมีบริการเช่าห่วงยางเล่นน้ำ เรือเจ็ทสกี บานาน่าโบ๊ท ครบวงจร เทียบระดับชั้นทะเลได้เลย จนได้ชื่อว่าเป็นทะเลอีสาน อีกทั้งเป็นเส้นทางเดียวกันกับสายบุญ ที่เดินทางมานมัสการองค์พระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม หลังกราบนมัสการองค์พระธาตุพนมแล้ว นักท่องเที่ยวยังถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อน เล่นน้ำคลายร้อน ทำให้ช่วงนี้มีในพื้นที่หาดแห่มีนักท่องเที่ยวคึกคัก คาดว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจ มาพักผ่อนช่วงวันหยุดและลากยาวไปถึงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่ เงินหมุนเวียนสะพัดวันละไม่ต่ำกว่าแสนบาท

ด้าน นายสมเหมือน สิทธนู อายุ 67 ปี ชาวบ้าน ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เปิดเผยว่าช่วงนี้ถือเป็นโอกาสดีของชาวบ้าน ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เนื่องจากเป็นพื้นที่สำคัญในช่วงฤดูแล้งทุกปี ชาวบ้านจะพร้อมใจกันปรับพื้นที่หาดแห่กลางน้ำโขง ที่มีจุดเด่นในเรื่องของน้ำใสสะอาด เป็นหาดทรายผสมหินกรวด มีระดับน้ำไม่ลึก ชาวบ้านจึงมีการจัดสรรพื้นที่ เพื่อจัดทำซุ้มร้านอาหาร บริการประชาชน นักท่องเที่ยว มีทั้งเมนูอาหารอีสาน เมนูเด็ดปลาน้ำโขง รวมถึงบริการอุปกรณ์เล่นน้ำทุกชนิด ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนในช่วงวันหยุด คาดว่ายิ่งในเทศกาลเทศกาลสงกรานต์ จะมีประชาชนทั้งในและนอกพื้นที่มาพักผ่อนจำนวนมากกว่าทุกปี เพราะก่อนนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด ทำให้ช่วงนี้ต้องเตรียมพร้อม จัดทำซุ้มร้านค้า ร้านอาหาร ให้เพียงพอกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ถือเป็นการสร้างรายได้เสริมเป็นอย่างดีช่วงฤดูแล้ง.-008

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่เศร้า!! ลูกสาวถูกเพื่อนบูลลี่ เขียนโต๊ะเรียนด่า-ไม่อยากไปรร. จนป่วยซึมเศร้า

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712253

แม่เศร้า!! ลูกสาวถูกเพื่อนบูลลี่ เขียนโต๊ะเรียนด่า-ไม่อยากไปรร. จนป่วยซึมเศร้า

แม่เศร้า!! ลูกสาวถูกเพื่อนบูลลี่ เขียนโต๊ะเรียนด่า-ไม่อยากไปรร. จนป่วยซึมเศร้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.44 น.

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 66 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของ น.ส.ศิริรัตน์ (นามสมมุติ) หลังวัดป่าประดู่ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง เพื่อตรวจสอบกรณีที่มีที่เพจดังได้มีการโพสข้อความว่า เด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ระยอง ได้ถูกเพื่อนบูลลี่ ทำลายข้าวของ กรีดสมุด เขียนคำต่อว่า จนทำให้เด็กนักเรียนคนดังกล่าว ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

เมื่อไปถึงพบกับ น.ส.ศิริรัตน์ ได้เปิดเผยว่า กรณีโพสต์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง กับบุตรสาวของตนเอง อายุ 13 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.ระยอง สำหรับเรื่องดังกล่าว ตนเองเพิ่งมาทราบ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนเองได้รับแจ้งจากทางโรงเรียน ว่า บุตรสาวป่วยขณะทางโรงเรียนได้ส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ระยองแล้ว ตนเองจึงรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาล พบว่าบุตรสาวเงียบไม่ยอมพูดกับใคร แล้วยังออกอาการอาละวาดขว้างปาสิ่งของ จนต้องเรียกพยาบาลมาช่วย อาการจึงเริ่มสงบ วันรุ่งขึ้น (17 ก.พ.) จึงหยุดเรียน ทางตนเองจึงเดินทางไปโรงเรียน ไปเอากระเป๋าหนังสือที่บุตรสาวลืมไว้ พอเห็นกระเป๋าก็ถึงกับงง เพราะมีน้ำหมึกปากกาเลอะเทอะเต็มกระเป๋า สมุดถูกกรีดจนขาด แล้วยังมีการเขียนข้อความด่าอย่างรุนแรง จึงเข้าพบกับครูเพื่อให้ทราบเรื่อง ซึ่งครูก็ชี้แจงและลงโทษเด็กที่จับสมุดทุกคน ซึ่งตนคิดว่าถูกตีก็เท่านั้น เพราะไม่ได้แก้ไขอะไรเพราะทรัพย์สินเสียหายและสภาพจิตใจน้องแพรวาก็แย่มาก ตนก็ไม่ได้คุยมากเพราะตนจะต้องรีบกลับไปพบจิตแพทย์เรื่องอาการของลูกสาว และผลใบรับรองแพทย์จากโรพงพยาบาบระยองออกมาว่าลูกสาวนั้น “มีความผิดปกติแบบโรคจิตเภทกึ่งอารมณ์แปรปรวนชนิดซึมเศร้า” จึงรับเอายามารับประทานเพื่อรักษา 

ซึ่งก่อนหน้านี้จะเกิดเหตุแม่ก็นัดเคลียร์ใจกับเพื่อนๆของลูก ซึ่งตนก็ถามว่าเกลียดลูกแม่ตรงไหน ลูกแม่ไปทำอะไรให้ ทางเพื่อนๆน้องก็บอกว่าน้องได้มีการโกหกเรื่องการสร้างตัวตน ซึ่งก็ถามน้องต่อหน้าเพื่อนๆน้องก็บอกว่าจริงน้องโกหกไปเพราะว่าต้องการให้เพื่อนๆยอมรับในตัวเอง ซึ่งแม่ก็ให้น้องขอโทษเพื่อนๆและก็บอกกับลูกว่าเราต้องอยู่กับความจริงน้องทำแบบนี้ไม่ถูก หลังจากนั้นแม่ก็คิดว่าทุกอย่างจบแล้ว แต่ก็ไม่จบ จนมาเจอปัญหาแบบนี้คือกรีดสมุดน้องและบูลลี่น้อง แม่ก็เสียใจมาก ต้องการให้บุตรสาวหายจากซึมเศร้า และต้องการให้ทางโรงเรียนช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว อย่าปล่อยผ่านเพราะนี่มันเป็นเรื่องของผลกระทบต่อจิตใจเด็ก และเพื่อหาทางออก ก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายกับบุตรสาวของตนเอง และหลังน้องเรียนจบ ม.1 ตนคิดว่าตนกับน้องจะย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดที่ภาคเหนือเพื่อแก้ปัญหานี้ 

ด้านเด็กหญิงบี อายุ 13 ปี บอกว่าตนโดนแกล้งกนักมาก โดนเอาน้ำสาดใส่ตอนอยู่ในห้องน้ำ แต่ก็ไม่ทราบว่าเป็นใครและยังเขียนข้อความด่าบนโต๊ะของตน หนักสุดก็กรีดสมุดและก็บีบหมึกปากกาทิ้ง ส่วนครูประจำชั้นก็ฝากตนมาบอกแม่ว่าให้มาเขียนใบลาออกได้แล้ว 

ล่าสุด แม่น้องได้ติดต่อกับทาง ผอ.ของโรงเรียนแล้วซึ่งผอ.เพิ่งจะทราบเรื่องจากแม่น้อง และจะเรียกครูประจำชั้นมาสอบถามต้นสายปลายเหตุเรื่องดังกล่าวและหาทางแก้ร่วมกัน.-008 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712242

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 19.14 น.

‘ห้ามยืนบนรถสองแถว’ปลอดภัยแต่ไม่สอดคล้องวิถีสังคมไทย แนะรัฐอุดหนุนหากอยากเปลี่ยนแปลง

19 ก.พ. 2566  นายฉัตรไชย ภู่อารีย์ นักวิชาการอิสระด้านการขนส่งด้วยรถโดยสารประจำทาง และที่ปรึกษาชมรมผู้ประกอบการรถโดยสาร หมวด 4 เอกชน กรุงเทพฯ (รถสองแถว) กล่าวถึงกรณี เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การยกเว้นให้คนโดยสารไม่ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยในรถบางประเภท พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อห้ามการยืนโดยสารบนรถสองแถวอยู่ด้วย ว่า กฎหมายนี้จะสร้างความปั่นป่วนให้เกิดขึ้นทั่วประเทศอย่างแน่นอน เพราะไม่สอดคล้องกับบริบทความเป็นจริงของสังคมไทย

กล่าวคือ ในการประกอบรถสองแถว มีการติดตั้งหลังคาพร้อมราวจับในลักษณะที่สามารถยืนได้ แต่ปัญหาคือ ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกกำหนดแต่เฉพาะจำนวนที่นั่ง ดังนั้นการยืนนั้นก็ถือว่าผิด ซึ่จริงๆ แล้วควรแก้กฎหมายอนุญาตให้ยืนภายในตัวรถได้ หากจะห้ามก็ควรห้ามการยืนล้ำออกมานอกตัวรถเพราะแบบนั้นคือไม่ปลอดภัย และเชื่อได้ว่า ในวันที่ 19 มี.ค. 2566 ที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ หากมีการจับกุมเกิดขึ้นจริงจะเกิดการประท้วงอย่างแน่นอน ซ้ำรอยแนวคิดห้ามนั่งท้ายรถกระบะเมื่อหลายปีก่อน ที่สุดท้ายรัฐบาลทนแรงต้านไม่ไหวต้องยอมถอย

“กฎหมายกับสังคมมันต้องไปด้วยกันได้ แล้วเราจะเห็นว่า มีที่ไหนบ้างที่รถสองแถวไม่มียืน มันไม่มี แล้วรถเมล์ทั้งหลายทุกวันนี้ ทั้งรถเมล์ไฟฟ้า รถเมล์ ขสมก. รถใครต่อใคร ยืนได้แค่ 11 คน เอาตามกฎหมาย ที่ผ่านมาก็ผิดกันมาตลอด จริงๆ ข้างรถเข้าจะระบุว่ายืนกี่คน แต่ถ้าเป็นรถเมล์ร้อนจะยืนได้ 30 กว่าคนก็มี ที่เราจะเห็นติดไว้ทางด้านท้ายของด้านซ้าย นั่งกี่คนยืนกี่คน แต่รถแอร์รุ่นใหม่ตามกฎหมายเลยแค่ 11 คน แล้วทุกวันนี้ที่ยืนจริงๆ เอาที่เห็นมันก็เกิน 11 คน ผิดกฎหมายทั้งนั้น ถ้าจับมันต้องจับให้หมด” นายฉัตรไชย กล่าว

นายฉัตรไชย กล่าวต่อไปว่า หากกฎหมายห้ามการยืนบนรถสองแถวบังคับใช้จริง ก็เป็นไปได้ที่กลุ่มรถสองแถวอาจจะไปจี้ให้เจ้าหน้าที่ไล่จับรถเมล์ที่ให้ผู้โดยสารยืนเกินจำนวนที่กำหนด สรุปคือจะวุ่นวายกันไปหมด ซึ่งในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมาย เห็นว่ากฎหมายต้องเป็นไปตามสภาพสังคมที่เป็นอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และรถสองแถวผู้โดยสารก็ยืนกันมาตลอด จะจับคนนั่งบนหลังคาหรือยืนห้อยโหนด้านท้ายรถก็จับไปไม่ว่ากัน เป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางบกต้องไปปรับแก้กฎหมายกำหนดจำนวนคนยืน

ขณะเดียวกัน ค่าโดยสารรถสองแถวที่เก็บกันอยู่ในปัจจุบันก็ไม่ได้สะท้อนต้นทุนการเดินรถที่แท้จริง เช่น ในกรุงเทพฯ ตลอดสาย 8 บาท ส่วนต่างจังหวัด ตลอดสาย 10 บาท  แต่ที่ยังวิ่งรถกันอยู่ได้ส่วนหนึ่งก็ด้วยค่าโดยสารจากผู้โดยสารประเภทยืน หากให้มีเฉพาะผู้โดยสารประเภทนั่งเพียงอย่างเดียวคงมีเลิกวิ่งกันไปนานแล้วเพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหว แต่หากจะให้นั่งอย่างเดียวก็ต้องปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้น ประชาชนก็จะเดือดร้อนกันอีก

ด้าน นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กล่าวว่า ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง การยกเว้นให้คนโดยสารไม่ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยในรถบางประเภท พ.ศ. 2566 เกิดขึ้นจากการแก้ไขกฎหมายหลักคือ พ.ร.บ.จราจรทางบก เมื่อช่วงกลางปี 2565 ซึ่งก็มีหลายเรื่อง อาทิ ระบบตัดแต้มใบขับขี่ผู้ทำผิดกฎจราจร กำหนดให้มีการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือคาร์ซีท จากนั้นมีข้อกำหนดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ไปออกข้อยกเว้นประเภทรถที่ไม่ต้องใช้คาร์ซีท

ซึ่งโดยทั่วไปก็คือรถยนต์นั่งส่วนบุคคล หรือรถเก๋ง แบบนี้จะไม่ค่อยมีปัญหาเพราะกำหหนดมาตรฐานมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าทุกที่นั่งต้องมีเข็มขัดนิรภัย และรถที่มีเข็มขัดนิรภัยก็สามารถใช้คาร์ซีทได้ ดังนั้นหากดูประกาศที่เป็นการยกเว้นไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยในรถบางประเภท เท่ากับว่ารถแบบใดที่ยกเว้นไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยก็ไม่ต้องใช้คาร์ซีทไปด้วย เช่น รถโดยสารประจำทางที่วิ่งในเขตเมือง เหตุเพราะใช้ความเร็วไม่สูง แต่หากเป็นรถโดยสารที่วิ่งระหว่างเมืองจะติดตั้งเข็มขัดนิรภัยอยู่แล้วและกำหนดให้ต้องใช้ด้วย 

ต่อมาคือรถกระบะในส่วนของการนั่งในแค็บ รวมถึงการนั่งท้ายกระบะ ซึ่งจริงๆ ถ้าว่าด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในแค็บก็ไม่สมควรให้นั่งมาตั้งแต่แรกแล้ว  แต่ด้วยบริบททางเศรษฐกิจและสังคมไทยจึงอนุญาตให้นั่งได้ โดยในแค็บให้นั่งได้โดยไม่ต้องคาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนท้ายกระบะกำหนดจำนวนคนที่สามารถนั่งได้ และห้ามยืนบนรถรวมถึงห้ามนั่งบนขอบกระบะ เพราะเมื่อรถวิ่งแล้วเบรกกะทันหันอาจเป็นอันตรายร่วงหล่นตกจากรถได้ 

ส่วนรถสองแถว เท่าที่ตนทราบ รถสองแถวที่เป็นรถกระบะ เมื่อจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะไม่มีการให้มีผู้โดยสารยืนอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าประกาศก่อนหน้าเคยให้ยืนได้แล้วประกาศฉบับนี้มาแก้ไม่ให้ยืน โดยรถสองแถวที่อนุญาตให้ยืนได้จะเป็นรถสองแถวขนาดที่ใหญ่กว่ารถกระบะ และจริงๆ ตามมาตรฐานความปลอดภัยเรื่องการยืนก็ไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว แต่การยืนภายในรถยังพออะลุ้มอล่วยได้บ้าง ส่วนการยืนห้อยโหนออกมานอกตัวรถนั่นไม่ปลอดภัยแน่นอน นอกจากนั้น รถสองแถวยังมีการจำกัดการใช้ความเร็วด้วยเพราะไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัย

“หลายๆ ครั้งใช้คำว่าไม่มีผลบังคับ รวมถึงไม่มีแนวทางการบังคับใช้ที่ต่อเนื่อง ก็ปล่อยอะลุ้มอล่วยมา ก็เหมือนการนั่งกระบะหลัง หนึ่งเลยถ้าจะอนุญาตให้นั่งกระบะหลังมันอนุญาตไม่ได้อยู่แล้วเพราะคุณจดทะเบียนมาเป็นรถบรรทุกส่วนบุคคล รถบรรทุกข้างหลัง คุณจะให้คนนั่งข้างหลังสุดท้ายเหมือนไปทำผิดให้ถูก ทางรัฐก็เลยไม่กล้าไปบังคับ ก็เลยปล่อยแล้วก็ใช้อาจจะเป็นหลักรัฐศาสตร์อะไรก็ว่าไป แต่จริงๆ ยังเป็นปัญหา” นายสุเมธ ระบุ

นายสุเมธ กล่าวต่อไปว่า คงต้องให้มีเรื่องเศร้าสลดเกิดขึ้น อย่างตนก็เติบโตมาในยุคสมัยที่การโดยสารรถเมล์หรือรถประจำทางในเมือง ผู้โดยสารจะยืนห้อยโหนออกมานอกตัวรถ กระทั่งเกิดเหตุคนพลัดตกรถเมล์เสียชีวิต จึงมีการออกกฎหมายห้ามโดยสารห้อยโหนนอกรถอีก หลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงเห็นรถเมล์เมื่อวิ่งอยู่จะปิดประตูตลอด เช่นเดียวกับเหตุการณ์รถตู้โดยสารชนกับรถกระบะที่มีคนนั่งเต็มท้ายกระบะ มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หลังจากนั้นมีกฎหมายกำหนดให้ติด GPS จำกัดความเร็วรถ จำกัดเวลาคนขับ ซึ่งหลังจากนั้นอุบัติเหตุจากรถตู้โดยสารก็ลดลง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวก็สามารถออกกฎหมายควบคุมได้เฉพาะฝั่งรถตู้เท่านั้น เนื่องจากมีจำนวนผู้เกี่ยวข้องน้อยสามารถควบคุมได้ง่าย ในขณะที่การออกกฎหมายห้ามนั่งท้ายกระบะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากกว่าทำให้เกิดกระแสคัดค้านอย่างรุนแรงจากประชาชน ส่วนข้อกังวลว่า หากไม่ให้ยืนบนรถสองแถว จะทำให้คนหันไปใช้รถส่วนตัว โดยเฉพาะจักรยานยนต์มากขึ้นหรือไม่ เนื่องจากต้องรอรถนานขึ้น ดังตัวอย่างในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ช่วงหนึ่งมีการจำกัดจำนวนผู้โดยสารบนรถเมล์ ทั้งที่คนจำนวนมากยังต้องออกมาทำงานนอกบ้าน 

ประเด็นนี้ตนมองว่า เรื่องความปลอดภัยกับคุณภาพการให้บริการ บางทีอาจต้องไปดำเนินการให้เดินหน้าควบคู่กัน แน่นอนงานของกรมการขนส่งทางบกก็จะต้องหนักขึ้น แต่หากไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ไม่ปลอดภัยอย่างที่เป็นอยู่ หากเกิดเหตุขึ้นมา รัฐบาลหรือกระทรวงคมนาคมก็ต้องรับผิดชอบอีก ปัญหานี้ก็เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีแนวคิดให้ลดการใช้รถส่วนตัวเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัด ผลคือผู้ใดก็ตามที่เสนอแนวคิดดังกล่าวมักจะถูกกระแสสังคมต่อต้านเสมอโดยยกเหตุผลเรื่องความไม่ปลอดภัยและไม่สะดวกของระบบขนส่งมวลชน

ซึ่งคำถามคือจะทำอย่างไรให้ระบบขนส่งมวลชนที่ทั้งปลอดภัย เพียงพอให้บริการ และราคาที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงสามารถเกิดขึ้นขึ้นได้ อาทิ ในค่างประเทศมีระบบอุดหนุน แต่ที่ผ่านมาไทยนั้นอุดหนุนน้อยมาก ดังนั้นการจัดทำงบประมาณของรัฐ ควรจัดส่วนหนึ่งมาอุดหนุนระบบขนส่งมวลชนหรือไม่โดยเลิกใช้จ่ายเรื่องอื่นแล้วนำงบประมาณมาใช้ตรงนี้แทน

“ถ้ารัฐมีกลไกในการสนับสนุนที่เหมาะสม ก็จะเป็นเรื่องของเงินอุดหนุนบางส่วนให้กับผู้ประกอบการ เพราะปัจจุบันมีเรื่องการกำกับค่าโดยสารด้วย แล้วก็เรื่องของค่าครองชีพ สุดท้ายออกรถมาก็เก็บแพงไม่ได้ ฉะนั้นตรงนี้รัฐเองอาจต้องมองภาพว่าเป็นสวัสดิการรัฐที่อาจต้องลงทุนให้แล้วให้เอกชนมาดำเนินการแทน หรือรัฐต้องให้เงินสนับสนุนอย่างไร อันนี้ก็เป็นโจทย์ที่รัฐ ยังไม่เคยเห็นภาครัฐไหน รัฐบาลไหนใส่เรื่องนี้หลักๆ มาเป็นเรื่องเป็นราว” ผอ.วิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ TDRI กล่าว .-008 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ราชกิจจาฯ ประกาศยกเว้นผู้โดยสารไม่ต้องรัดเข็มขัดนิรภัย ในรถบางประเภท

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า

Posted on February 20, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712202

สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า

สองผัวเมียสุดช้ำ!! จ่ายเงินสดซื้อรถยี่ห้อดังป้ายแดง แต่ได้รถเก่าใช้มาแล้ว 2 ปีกว่า

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 17.02 น.

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ก.พ.66 สำนักงานชมรมช่างภาพและสื่อมวลชนระยอง ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.จินดารัตน์ ชำเลืองฤทธิ์ อายุ 26 ปี ต.ปลวกแดง อ.ปลวกแดง จ.ระยอง เกี่ยวกับเรื่องรถยนต์กระบะสี่ประตู สีดำ ยี่ห้อหนึ่ง ที่ซื้อด้วยเงินสด จากศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่ง ใน ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง เมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา แต่ปรากฎว่าหลักฐานที่ปรากฎ เป็นรถยนต์ที่ถูกขายไปแล้ว เมื่อ 4 ปี จึงเท่ากับเอาเงินเก่ามาขายให้ เท่ากับเป็นการหลอกลวง จึงมาขอความเป็นธรรมจากสื่อมวลชน เพราะตืดต่อไปที่ศูนย์รถแล้วแต่เรื่องก็ไม่คืบหน้า

น.ส.จินดารัตน์ ได้เปิดเผยพร้อมเอกสารหลักฐาน ว่า เมื่อวันที่ 16 มี.ค.63 ตนเองและ น.ส.วันทนา ชำเลืองฤทธิ์ มารดา ได้ไปซื้อรถยนต์ สีประตู สีดำ จากศูนย์โดยซื้อผ่านเซลส์รายหนึ่ง ชื่อ น.ส.กรประภา (นามสมมุติ) โดยซื้อด้วยเงินสดหักจากส่วนลด ราคา 627,000 บาท โดยขณะนั้นได้พนักงานในศูนย์ ได้พูดขึ้นมาว่า ทำไมไม่เอารถใหม่ให้ลูกค้า แต่ก็ไม่เอะใจ เพราะตรวจสอบแล้วทุกอย่างก็ปกติ โดยไม่รู้ว่ารุ่นใหม่รุ่นเก่าแตกต่างกันอย่างไร เพียงเพราะต้องการใช้รถรุ่นนี้ดูบ้าง เพราะที่บ้านก็มียี่ห้ออื่นอยู่แล้ว

หลังจากนั้นก็นำไปใช้ทำงาน แต่ก็เกิดปัญหาเกี่ยวระบบความร้อน แต่ก็แก้ไขได้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.66 ตนเองได้นำรถไปเคลมประกัน  เพราะคลัชหมด โดยที่ยังอยู่ในระยะรับประกัน แต่พอเจ้าหน้าที่ของศูนย์รถดังกล่าวตรวจสอบ หลักฐานพบว่า รถคันนี้หมดประกันไปแล้ว เพราะรถได้มีการขายไปก่อนแล้วตั้งแต่ ปี พ.ศ.2561 จึงสร้างความแปลกใจ เพราะตนเองออกรถไป เมื่อปี พ.ศ.2563 นอกจากนี้ยังพบว่า หมายเลขเครื่องยนต์กับหมายเลขตัวถังไม่ตรงกันกับที่ระบุไว้ในเล่มทะเบียนรถ จึงเป็นคนละคันกัน พอติดต่อไปที่สำนักงานขนส่ง ก็ไม่สามารถต่อทะเบียนได้ เพราะหมายเลขเครื่องเป็นคนละหมายเลข ความจริงจึงปรากฎว่า ถูกนำรถยนต์เก่ามาสวมขายให้ หรือ นำเครื่องยนต์เก่ามาสวม ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียความรู้สึกมาก สำหรับการออกรถยนต์คันแรก

น.ส.จินดารัตน์ เปิดเผยต่อว่า หลังจากทราบความจริง จึงติดต่อกับทาง ผู้จัดการศูนย์รถยนต์ดังกล่าวได้มีการประชุม แต่ก็บ่ายเบี่ยง อ้างว่าผู้บริหารไม่อยู่ไปต่างประเทศ แต่ต่อมาก็มีการแจ้งมาว่า จะเพิ่มประกันรถยนต์ให้อีกสองปีเพื่อให้เรื่องยุติ แต่ทางตนเองไม่ยอมรับ จึงนำเรื่องเข้าแจ้ง ความไว้ที่ สภ.มาบตาพุด ระยอง ไว้เป็นหลักฐาน และ  แจ้ง สคบ.ระยอง ซึ่งทางบริษัทได้นัดเจรจาหลายครั้ง แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ไม่เคยพบผู้บริหาร กลับอ้างว่าผู้บริหารไม่อยู่ไปต่างประเทศทุกครั้ง จึงไม่ทราบว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร อุตส่าห์เก็บเงินมาซื้อรถด้วยเงินสด แต่กลับถูกหลอกลวง ทั้งที่เป็นศูนย์รถยนต์มาตรฐาน จึงไว้ใจ จึงขอวิงวอนให้ทางผู้บริหารช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยด้วย ตนเองต้องการให้รับผิดชอบเปลี่ยนรถยนต์คันใหม่ให้ เพราะเสียเงินซื้อรถใหม่ป้ายแดง แต่กลับได้รถยนต์เก่าที่ผ่านการใช้ไปแล้ว 2 ปี จึงขอความเห็นใจ ซึ่งจะขอต่อสู้ให้ถึงที่สุด กับเงินที่ได้จากหยาดเหงื่อแรงกายร่วมล้านบาทที่เสียไป แต่ต้องมาถูกหลอกลวง

นายสมศักดิ์ (นามสมมุติ) ผู้บริหารศูนย์รถยนต์ ได้กล่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า ตนเองจะตรวจสอบเรื่องน้อย่างเร่งด่วน เพราะยังไม่ทราบเรื่องเลย เตรียมเรียกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้จบเรื่องโดยเร็วที่สุด.-008 

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,819 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ไปรษณีย์ไทยแนะใช้ ChatGPT ยกระดับการส่งพัสดุ เหมือนมีพี่ไปรฯ ส่วนตัว
ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
​กกต.จัดโรดโชว์เลือกตั้ง-ประชามติ ปลุกพลังคนไทยร่วมใช้สิทธิสร้างสรรค์ประเทศ
เจษฎ์ซ่อมป้ายหาเสียง วอนหยุดทำลายป้ายพรรคเล็ก ยันพรรครักชาติไม่มีนายทุน
อว.ผนึกรัฐ-เอกชน-มหา'ลัย ลงนาม MOU พัฒนากำลังคนด้าน AI - ยานยนต์ไฟฟ้า
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
หมอวีทนไม่ไหว! สวนเดือด ณัฐชา ปมปราศรัยด้อยค่าหมอ ซัดอย่าสาดโคลนคนชุดขาว
'ปนป.15 สถาบันพระปกเกล้า' ผนึกกำลัง PPC - มูลนิธิคุณ กู้วิกฤตขยะคืนลมหายใจให้ทะเลไทย
ส่งสัญญาณแรงถึงผู้ว่าฯ นายกฯชี้จังหวัดบกพร่อง เหตุเผากว่าหมื่นไร่นครนายก
กทม.ฝุ่นพุ่งเช้านี้! อธิบดีกรมฝนหลวงฯ สั่งวางแผนเร่งระบายฝุ่นออกโดยเร็วที่สุด

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d