Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ระดมกำลัง100นาย ลุยค้นหาจนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวกลางป่าลึก

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712181

ระดมกำลัง100นาย ลุยค้นหาจนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวกลางป่าลึก

ระดมกำลัง100นาย ลุยค้นหาจนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวกลางป่าลึก

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.46 น.

19 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้นำรูปภาพของ นายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี หายตัวไปขณะออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพพร้อมเพื่อนเจ้าหน้าที่ประมาณ 6-7 คน เหตุการณ์หายตัวไปของนายอนุวัฒน์ เกิดขึ้นช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ.ที่ผ่านมา

โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (รรท.ออส.) ได้รับรายงาน จากนายอนันต์ โพธิ์พันธุ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ว่า

นายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ออกลาดตระเวนเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 66 ที่บริเวณป่าลำต้น-ถ้ำพระธาตุ พร้อมคณะ  6-7 คน ได้เดินแยกจากทีมไปเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ. 66 แล้วหายตัวไป มีปืนลูกซองติดตัวไปด้วย 1 กระบอก หลังทราบเหตุ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ยังหาตัวไม่พบตัว ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเมื่อ 20 นาทีที่ผ่านมา เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รายงานความคืบหน้า โดยขึ้นหัวข้อว่า “ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหา นายอนุวัตน์ฯ จนท. อช.เอราวัณ อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว”

เนื้อหาระบุว่า 19 ก.พ. 66  นายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เปิดเผยว่า ตามที่เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ที่ อว.1 (ถ้ำพระธาตุ)  และ อว. 8 (ลำต้น) ได้ออกลาดตระเวนเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 66 บริเวณป่าลำต้น-ถ้ำพระธาตุ จำนวน 6-7 คน

โดยนายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ ได้เดินแยกจากทีมไปเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ. 66 แล้วหายตัวไป มีปืนลูกซองติดตัวไปด้วย 1 กระบอก บริเวณจุดพักสุดท้ายที่พบ ก่อนพลัดหลงจากทีมลาดตระเวน นั้น

หลังทราบเหตุ จึงระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่อง โดยมีชุดเจ้าหน้าที่ออกค้นหา 1 ชุด  แต่ยังไม่พบตัว ตอนนี้เจ้าหน้าที่ที่ออกค้นหาได้หาพื้นที่ตั้งจุดบัญชาการที่มีสัญญาณสื่อสาร เพื่อประสานงานกับส่วนกลาง และเช้าวันนี้เพิ่มชุดออกค้นหาอีก 3 ชุด

นำโดยนายวรุณ จันทร์สว่าง ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยงานใกล้เคียงเข้าร่วมค้นหา ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อุทยานแห่งชาติไทรโยค ศูนย์ไฟป่าสลักพระ-เอราวัณ และศูนย์กู้ภัยอุทยานแห่งชาติ ที่ 5 กาญจนบุรี รวมเจ้าหน้าที่ที่ออกค้นหาติดตามทั้งสิ้น 100 นาย โดยเร่งติดตามค้นหาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.27 น. นายประวัฒน์ พวงทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวัน สภ.ศรีสวัสดิ์ ไว้เป็นหลักฐานเพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป.012

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDNP1362%2Fposts%2Fpfbid02Fj8E3GfKvTgzWNJGz3uV3F2Eih7jrqGYkxUpYguuo2ApVoNW8JAvYujbgo3FNVtTl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มูลนิธิกระจกเงา’ โพสต์แฝงแง่คิดคดี ‘น้องต่อ’ อ่านแล้วจุกอก

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712174

'มูลนิธิกระจกเงา' โพสต์แฝงแง่คิดคดี 'น้องต่อ' อ่านแล้วจุกอก

‘มูลนิธิกระจกเงา’ โพสต์แฝงแง่คิดคดี ‘น้องต่อ’ อ่านแล้วจุกอก

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 15.05 น.

กรณีการติดตามหาตัว “น้องต่อ” วัย 8 เดือน จ.นครปฐม กระทั่งในวันที่ 18 ก.พ. 66 ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวแจ้งว่า ภายในสัปดาห์หน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อหา จำนวน 2 คน ในคดีพรากผู้เยาว์ ล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

ล่าสุดวันที่ 19 ก.พ. 66 มูลนิธิกระจกเงา โพสต์ข้อความหลังครบรอบ 2 สัปดาห์ที่น้องต่อหายตัวไป ดังต่อไปนี้

ไม่ว่าผมจะมีลมหายใจ
หรือจากโลกใบนี้ไปแล้วก็ตาม
เรื่องราวของผมและคนรอบตัวผม
กำลังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์
โลกที่ผมสงสัยว่า
พวกเขาห่วงใยผมจริง ๆ หรือไม่

ผมมีพ่อตามชื่อในเอกสารราชการ
แต่มีคนประกาศให้โลกรู้ว่า
พ่อไม่ใช่พ่อที่แท้จริงของผม
ผมอาจไม่อยากรับรู้เรื่องนี้จากคนอื่น
ผมควรรับรู้เพียงในครอบครัวของผม
และในเวลาที่เหมาะสม
นั่นคือสิทธิพื้นฐานที่ผมควรได้รับ
จากคนที่ทำตัวเหมือนห่วงใยผม

ไม่ว่าผมจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่
แต่คนรอบตัวผมได้ตายทั้งเป็นไปแล้ว
ตายจากคำดูหมิ่นดูแคลน
ตายจากความยุแยงให้เกลียดชังกัน
สุดท้ายแล้วทุกคนจะกลับไปนอนที่บ้าน
ส่วนบ้านของผมน้้น…
อาจเป็นบ้านที่ไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิม

แม่ผมอาจตกเป็นผู้ต้องสงสัย
ถึงการหายตัวไปของผม
หรือมีใครอื่นพาผมออกจากบ้านไป
นั่นเป็นสิ่งที่ผมก็บอกไม่ได้

ผมรู้เพียงว่า เด็กหญิงอายุเพียง 17 ปี
ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตด้วยวัยเพียงเท่านี้
คือ แม่ที่คลอดและเลี้ยงผมมา 8 เดือนเต็ม
และคือเด็กสาวที่ถูกพิพากษาในทุกการกระทำ
แต่กลับไม่มีใครมองว่า
แม่ผมถูกใครกระทำต่อชีวิตมาบ้าง

ผมขอขอบคุณทุกท่าน
ที่ช่วยตามหาผมด้วยความเป็นห่วง
ถ้าผมยังมีชีวิตรอดกลับไป
ให้คิดเสมือนว่าผมคือลูกของคุณ
คือ เด็กคนหนึ่ง
ที่ต้องเติบโตต่อไปบนโลกใบนี้.-008 

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fmirrorf%2Fposts%2Fpfbid0jHxoCnX8XTLJnAVZwTgfUcFC1pLTmb8VhcPRMFmB9gpnNExkXy4GpHEXXepChE2Jl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รถเก๋งเพิ่งซ่อมออกจากอู่ อยู่ๆไฟลุกไหม้ เจ้าของรถงงมาก?

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712154

รถเก๋งเพิ่งซ่อมออกจากอู่ อยู่ๆไฟลุกไหม้ เจ้าของรถงงมาก?

รถเก๋งเพิ่งซ่อมออกจากอู่ อยู่ๆไฟลุกไหม้ เจ้าของรถงงมาก?

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 14.07 น.

19 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อเวลา 11.30 น. ได้รับแจ้งจากประชาชนมีรถยนต์ไฟลุกไหม้ อยู่ภายในวัดกำแพงประชาราม ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี จึงได้แจ้งประสานรถน้ำจากเทศบาลตำบลโคกสำโรง

อบต.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นพบรถเก๋ง Nissan Cefiro สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กร 2227ลพบุรี เพลิงกำลังลุกไหม้

โดยเจ้าของรถแจ้งว่ารถได้ติดแก๊ส LPG เจ้าหน้าที่ได้ใช้น้ำและถังเคมีช่วยกันดับใช้เวลาประมาณ 20 นาที สอบถามเจ้าของรถแจ้งว่า รถยนต์ได้ เพิ่งไปซ่อมระบบน้ำมันรั่วเพิ่งเอากลับมาจากอู่เมื่อคืนนี้(18ก.พ.) วันนี้ได้ขับออกไปตลาดและกลับเข้ามาแล้วเกิดไฟลุกไหม้โดยไม่ทราบสาเหตุ.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวขณะลาดตระเวนกลางป่าลึก ระดมค้นหา2วันไม่พบ

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712152

จนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวขณะลาดตระเวนกลางป่าลึก ระดมค้นหา2วันไม่พบ

จนท.อุทยานฯเอราวัณ หายตัวขณะลาดตระเวนกลางป่าลึก ระดมค้นหา2วันไม่พบ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.48 น.

19 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊ค กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำรูปภาพของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนที่หายตัวไปมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก พร้อมกับระบุว่า

เพจ สบอ. 3 (บ้านโป่ง) ระดมเจ้าหน้าที่ค้นหาลูกทีม หลังหายตัวไปกลางดึกของวันที่ 17 ก.พ.โดยนายอรรถพล  เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ( อทช.) รักษาราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช (รรท.ออส. ) ได้รับรายงาน จาก  นายอนันต์ โพธิ์พันธุ์  ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)

นายอนุวัตน์ นาเอี่ยม บุคคลภายนอกปฏิบัติงานให้ส่วนราชการ ประจำหน่วยฯ ถ้ำพระธาตุ อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ออกลาดตระเวนเมื่อวันที่ 17 ก.พ. 66 ที่บริเวณป่าลำต้น-ถ้ำพระธาตุ  พร้อมคณะ  6-7 คน ได้เดินแยกจากทีมไปเมื่อช่วงดึกของคืนวันที่ 17 ก.พ. 66 แล้วหายตัวไป มีปืนลูกซองติดตัวไปด้วย  1 กระบอก หลังทราบเหตุ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ออกค้นหามาอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้ยังหาตัวไม่พบตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอนุวัฒน์ นาเอี่ยม อายุประมาณ 33 ปี ที่หายตัวไปนั้น เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันลาดตระเวน ได้ช่วยกันค้นหามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการติดต่อกับเจ้าหน้าที่ภายนอกเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะไม่มีสัญญาณ เจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวต้องเดินหาจุดที่มีสัญญาณกว่าจะหาได้ต้องเวลาอยู่นานพอสมควร

โดยช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯกว่า 20 นาย ได้ระดมกำลังกันออกค้นหาแต่ยังไม่พบ และขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯอีก 1 ขุดประมาณ 20 นาย กำลังเดินทางไปรวมตัวกันที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ เพื่อวางแผนในการเข้าไปค้นหา ส่วนครอบครัวของนายอนุวัฒน์ ได้ไปแจ้งความเอาไว้แล้วที่ สภ.ศรีสวัสดิ์ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.012

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDNP1362%2Fposts%2Fpfbid022J8Vvsn1hbwzDPrD8J9MhpQqhPfPDhRqDLomo5jKHZYhwd5YdoPxb38g3VHoNXKul&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องไนซ์’สาวงามกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712148

'น้องไนซ์'สาวงามกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023

‘น้องไนซ์’สาวงามกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.25 น.

ผลการประกวดมิสแกรนด์เมืองสามหมอก สาวงามผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ เป็นสาวงามจากจังหวัดกาญจนบุรี คว้ามงกุฎและสายสะพายไปครอง ส่วนสาวแม่ฮ่องสอน คว้ารางวัลแต่งกายชุดไตชนะเลิศและรางวัลขวัญใจชาวแม่ฮ่องสอน

19 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อค่ำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายศรัญยู มีทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เป็นประธานในพิธีเปิดงาน การประกวดมิสแกรนด์ ประจำปี 2566 ณ อิมพีเรียลธาราแอนด์รีสอร์ท ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน

โดยมีสาวงามเข้าร่วมประกวดในปีนี้จำนวน 8 คน ได้แก่

MGM 01 ฟาง เบญญภา แซ่หลู่ ภูมิลำเนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน

MGM 02 ถิงถิง ชญาดา ปติเขมวัฒน์ ภูมิลำเนา จังหวัดพะเยา

MGM 03  กุ๊กกิ๊ก วิรินทร์ภัทร์ ทุนอินทร์ ภูมิลำเนา จังหวัดลำพูน

MGM 04  ถิงถิง สิรินทร์ยา สุวรรณ ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

MGM 06  เจนนี่ นันทิยา ปันตา ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

MGM 07 น้ำหวาน วัชรมน  ปัญญา ภูมิลำเนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน

MGM 08  ไนซ์ ชลธิชา แก้วบุตรดี ภูมิลำเนา จังหวัดกาญจนบุรี

MGM 09 นาน่า คารีน่า คารียอ ภูมิลำเนา จังหวัดเชียงใหม่

โดยในการประกวดมีการแสดงบนเวทีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นการแสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่าต่าง ๆ ของแม่ฮ่องสอน ได้แก่ การแสดงรำไต , การแต่งกายชุดไต , การแสดงแฟชั่นโชว์ของผู้เข้าประกวด ซึ่งผลการประกวดชุดไตสวยงาม ผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่ MGM 07 น้ำหวาน วัชรมน  ปัญญา รับรางวัล รวมมูลค่า 5,000 บาท พร้อมสายสะพาย

สำหรับผู้ที่ชนะเลิศได้ตำแหน่งมิสแกรนด์ในปี ค.ศ.2023 คือผู้เข้าประกวด MGM 08  น้องไนซ์ หรือนางสาวชลธิชา แก้วบุตรดี สาวงามจากจังหวัดกาญจนบุรี คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์แม่ฮ่องสอน 2023 ไปครอง รับรางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท พร้อมมงกุฎสายสะพาย

ส่วน รองอันดับที่ 1 MGM 06  เจนนี่ นันทิยา ปันตา รับรางวัล รวมมูลค่า 20,000 บาท พร้อมสายสะพาย  รองอันดับที่ 2 MGM 07 น้ำหวาน วัชรมน  ปัญญา รับรางวัล รวมมูลค่า 15,000 บาท พร้อมสายสะพาย

รองอันดับที่ 3 MGM 02 ถิงถิง ชญาดา ปติเขมวัฒน์   รับรางวัล รวมมูลค่า 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย  และ รองอันดับที่ 4 MGM 09 นาน่า คารีน่า คารียอ รับรางวัล รวมมูลค่า 10,000 บาท พร้อมสายสะพาย.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไฟป่าเลยส่งผลกระทบ PM2.5 พุ่งปี๊ดสีแดง ชาวบ้านเริ่มป่วยโรคทางเดินหายใจ

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712147

ไฟป่าเลยส่งผลกระทบ PM2.5 พุ่งปี๊ดสีแดง ชาวบ้านเริ่มป่วยโรคทางเดินหายใจ

ไฟป่าเลยส่งผลกระทบ PM2.5 พุ่งปี๊ดสีแดง ชาวบ้านเริ่มป่วยโรคทางเดินหายใจ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 13.24 น.

19 กุมภาพันธ์ 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจวัดสภาพอากาศในเขต อ.เมือง จ.เลย โดยแอพพลิเคชั่นAir4Thai ซึ่งรายงาน สภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศเป็นรายชั่วโมง โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่าค่า AQIเพิ่มสูงถึง 220 ไมโครกรัม สูงอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อนและยังพบปริมาณฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) มีค่า110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีค่าสูงระดับสีแดงซึ่งอยู่ในเกณฑ์มีผลกระทบต่อสุขภาพกับประชาชนสาเหตุหลักเกิดจาการเผาอ้อย และเผาป่าลุกไหม้อย่างหนักเกือบทุกพื้นที่และได้ส่งผลให้เกิดควันปกคลุมในอากาศอย่างหนาแน่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างเห็นได้ชัดชาวบ้านเริ่มมีผู้ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจเข้ารับการรักษาพยาบาลตามโรงพยาบาลและคลินิกจำนวนมาก

โดยล่าสุดจากรายงานพบว่า เกิดไฟไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูค้อ-ภูกระแต จุดบริเวณบริเวณภูชีน้อยบ้านห้วยส้ม บ้านโนนงาม บ้านชำบ่าง ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง และภูอ่างเขตรอยต่อ บ้านก่อไผ่โทน บ้านร่องไผ่ บ้านโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่ จ.เลย ส่วนด้านบริเวณป่าภูสะนาว ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูห้วยหมาก ต.ศรีสองรัก อ.เมืองเลย ทหารองค์การปกครองท้องถิ่นตำบลศรีสองรัก หน่วยป่าไม้หน่วยควบคุมไฟป่ายังบูรณาการร่วมภารกิจดับไฟป่าบนเทือกเขาภูสะนาว ที่ลุกไหม้มากว่า 1 สัปดาห์ เพื่อควบคุมดับไฟไม่ให้ลุกลามและทำแนวกันไฟบนภูสะนาว ป้องกันไฟอยู่ในเขตควบคุม ส่วนทางด้าน พ.ท.รพีพงศ์ นิติสมบูรณ์ หน.กนผ.กอ.รมน.จังหวัดเลย

พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เข้าพบปะชุมชนรอบค่ายศรีสองรัก ประกอบด้วยชุมชนบ้านโคกสว่าง ม.10 บ้านท่าบุ่ง ม.5และบ้านปากหมาก ต.ศรีสองรัก อ.เมือง จ.เลย

ทั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ งดการจุดไฟเผาป่าผลกระทบของไฟป่า ตลอดจนขอความร่วมมือผู้นำชุมชนให้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในความดูแลของตนเอง ไม่ให้เผาป่าที่จะสร้างผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงเกิดสภาวะมลพิษทางอากาศ PM 2.5 ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคลียร์ชัดๆ!‘กั๊กที่จอดรถ’บนถนนสาธารณะ มีความผิด-คนแจ้งได้ส่วนแบ่ง50%

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712145

เคลียร์ชัดๆ!‘กั๊กที่จอดรถ’บนถนนสาธารณะ มีความผิด-คนแจ้งได้ส่วนแบ่ง50%

เคลียร์ชัดๆ!‘กั๊กที่จอดรถ’บนถนนสาธารณะ มีความผิด-คนแจ้งได้ส่วนแบ่ง50%

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 12.53 น.

เคลียร์ชัดๆ!‘กั๊กที่จอดรถ’บนถนนสาธารณะ มีความผิด-คนแจ้งได้ส่วนแบ่ง50%

19 กุมภาพันธ์ 2566 เพจเฟซบุ๊ก “ตำรวจสอบสวนกลาง” โพสต์ข้อความ ดังนี้…

“กั๊กที่จอดรถบนถนนสาธารณะ มีความผิด !!

การวางวัตถุ สิ่งของ เช่น แผงเหล็ก เก้าอี้ หรือสิ่งอื่นใด บนถนนสาธารณะ เพื่อจับจองพื้นที่ดังกล่าวเป็นของตนเองหรือผู้อื่น ในลักษณะกีดขวาง เข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535

ม.19 “ห้ามมิให้ ตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนน เว้นแต่เป็นการกระทำในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนดด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร” X ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ (ซึ่งมีการบังคับใช้ในพื้นที่เขตเทศบาล, สุขาภิบาล, กรุงเทพฯ, เมืองพัทยา และบางพื้นที่) หากพบเห็นการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว ท่านสามารถถ่ายภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐาน แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ได้ในทันที โดยผู้แจ้งจะได้รับส่วนแบ่งจากการเปรียบเทียบปรับ 50%

และในกรณีของพื้นที่ที่ไม่ได้บังคับใช้ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ ผู้กระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้ ก็ถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ม.114 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500 บาท และ ป.อาญา ม.385 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุราษฎร์พร้อมเปิด! ‘เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า’ ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712131

สุราษฎร์พร้อมเปิด! 'เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า' ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

สุราษฎร์พร้อมเปิด! ‘เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะเต่า’ ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.38 น.

ผู้ว่าฯสุราษฎร์ประกาศเกาะสมุยพร้อมรับท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพหวังดึงนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

19 กุมภาพันธ์ 2566 นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประธานเปิดโรงพยาบาลวัฒนแพทย์สมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีนายแพทย์สมชาย จันทร์สว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงพยาบาลวัฒนแพทย์จำกัด (มหาชน) นายรามเนตร ใจกว้างนายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย นายชยพล อินทรสุภา นายอำเภอเกาะสมุย ตลอดจนนายเรืองนาม ใจกว้าง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่บุคลากรทางการแพทย์ร่วมกิจกรรม

การเปิดโรงพยาบาลวัฒนแพทย์สมุยเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 5 บนเกาะสมุย ส่งให้เกาะสมุยมีเตียงที่สามารถรองรับผู้ป่วยจากรณีต่างๆ ได้มากถึง 380 เตียง สำหรับโรงพยาบาลวัฒนแพทย์ตรังจำกัด (มหาชน) มีเตียงรองรับผู้ป่วยถึง 53 เตียง สำหรับโรงพยาบาลบนเกาะสมุยปัจจุบันมีทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ทีมสหวิชาชีพและทีมประสานงาน ที่มากประสบการณ์ รองรับการบริการทางการแพทย์ และระบบส่งต่อไปรักษายังโรงพยาบาลขั้นสูง เพื่อให้บริการคนในพื้นที่รวมถึงเกาะใกล้เคียงอย่างเกาะพะงันและเกาะเต่า ที่สำคัญทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยที่มีขีดความสามารถรองรับผู้เจ็บป่วย ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่จะให้เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า เป็น Wellness Destination (เวลเนสเดสทิเนชั่น) หรือท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ

สำหรับการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพจะยิ่งเติบโตเพิ่มขึ้น ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับเกาะสมุย เกาะพะงัน แชะเกาะเต่า ที่มีสินค้าบริการในระบบเศรษฐกิจเชิงสุขภาพที่มีความหลากหลาย ทั้งโรงแรม รีสอร์ตเพื่อสุขภาพ สปา ร้านอาหารสุขภาพ ศูนย์ลดน้ำหนัก ศูนย์ความงาม การชะลอวัย การแพทย์เชิงป้องกัน การแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือก ซึ่งเกาะสมุยมีสินค้าและบริการที่มีศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งนี้ตลาดด้านการท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสนใจพิเศษการท่องเที่ยวที่สอดคล้องกับความต้องการเชิงลึกที่มีความหลากหลายได้ทุกเทรนด์

นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ให้ความสำคัญความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่สำคัญความปลอดภัยที่มีต่อสุขภาพ เกาะสมุยนอกจากจะมีการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพรวมถึงการมีธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ด้านเวลเนสหรือด้านสุขภาพก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเราต้างสร้างความประทับใจด้านสถานที่และการดูแลด้านสุขภาพอนามัย ที่สำคัญมาเที่ยวแล้วต้องปลอดภัย

การเปิดโรงพยาบาลแห่งที่ 5 บนเกาะสมุยแห่งนี้จะเป็นการตอบโจทย์ด้านความมั่นคงด้านสุขภาพได้เป็นอย่างดี เพราะตอนนี้นักท่องเที่ยวกำลังหลั่งไหลเข้ามายังเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งเมื่อปี 2565 หลังจากสถานการณ์โควิดมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าทั้งสามเกาะกว่าหนึ่งล้านคน และในปีนี้ได้มีการตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวยังเกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า โดยมีเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นสองถึงสามเท่ากว่าปีที่ผ่านมา

ด้านนายแพทย์สมชาย จันทร์สว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเครือโรงพยาบาลวัฒนแพทย์จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โรงพยาบาลจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมมือกับภาครัฐ ที่จะส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะพื้นที่เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ร่วมถึงภาพรวมท่องเที่ยวของประเทศไทยที่จะสนุบสนุนการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพให้ทั้งสามเกาะที่กล่าวมา.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กองทัพธรรมพระภิกษุกว่า500รูป เดินธุดงค์เท้าเปล่า จาริกธรรมยาตราถึงวัดพระธาตุพนมแล้ว

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712125

กองทัพธรรมพระภิกษุกว่า500รูป เดินธุดงค์เท้าเปล่า จาริกธรรมยาตราถึงวัดพระธาตุพนมแล้ว

กองทัพธรรมพระภิกษุกว่า500รูป เดินธุดงค์เท้าเปล่า จาริกธรรมยาตราถึงวัดพระธาตุพนมแล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 09.02 น.

กองทัพธรรมพระป่ากว่า 500 รูป ธุดงค์เท้าเปล่าจาริกธรรมยาตราถึงวัดพระธาตุพนม พลังศรัทธาแห่สาธุบุญ ถวายเป็นพุทธบูชาองค์พระ

19 กุมภาพันธ์ 2566 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ เวลา 18.30 น. ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ได้มีพลังศรัทธาพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก ต่างพร้อมใจนุ่งขาวห่มข่าว เดินทางมารอนมัสการสาธุบุญขบวนกองทัพธรรม ในโครงการจาริกธรรมยาตราของพระภิกษุสงฆ์ สายธรรมยุติกว่า 500 รูป รวมถึงแม่ชีที่ธุดงค์วัตรด้วยเดินเท้าเปล่า รวมระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อปฏิบัติธรรมแสวงบุญ

โดยเริ่มต้นจากวัดไตรสิกขาทลาทลตาราม ต.บ้านแพด อ.คำตากล้า จ.สกลนคร เพื่อมุ่งหน้ามายังวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาต่อองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง อายุเก่าแก่กว่า 2,500 ปี ภายในบรรจุพระอุรังคธาตุ กระดูกส่วนหน้าอกของพระพุทธเจ้า แสดงออกถึงความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนา  

โดยกำหนดการเดินทางระหว่างวันที่ 7-19 กุมภาพันธ์ 2566 รวมประมาณ 12 วัน จนกระทั่งธุดงค์ถึงวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ตามเป้าหมายที่วางไว้ทุกประการ

ทั้งนี้การจัดโครงการจาริกธรรมยาตราจะมีขึ้นทุกปี ซึ่งการเดินจาริกธุดงค์ตลอดเส้นทาง พระคุณเจ้าจะไม่รับปัจจัยหรือของถวาย นอกจากน้ำดื่มเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นการปฏิบัติธรรมบำเพ็ญเพียรของพระธุดงค์สายป่าหรือธรรมยุต ตลอดการเดินเท้าเข้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหารเพื่อปฏิบัติธรรม ได้มีพุทศาสนิกชนได้แสดงออกถึงความเคารพศรัทธา โดยมาร่วมสรงน้ำ โปรยดอกไม้ สาธุบุญจำนวนมาก.012

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงทุกฝ่ายเปิดใจพูดคุยรู้จักกัน ทางออกปัญหา‘หาบเร่แผงลอย’

Posted on February 19, 2023 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/712086

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงทุกฝ่ายเปิดใจพูดคุยรู้จักกัน  ทางออกปัญหา‘หาบเร่แผงลอย’

สกู๊ปแนวหน้า : ดึงทุกฝ่ายเปิดใจพูดคุยรู้จักกัน ทางออกปัญหา‘หาบเร่แผงลอย’

วันอาทิตย์ ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“ผมได้ยินเขาบอกว่า ประเทศสิงคโปร์พื้นที่ทั้งหมดเป็นของรัฐ รัฐสามารถทำอะไรก็ได้ จะจัดระเบียบแบบไหนก็ได้ จะสร้างอะไรก็ได้ แต่กรุงเทพฯ เป็นของเอกชน ถ้าเป็นของเอกชนรัฐก็ไม่สามารถบังคับเอกชนได้ว่าถ้าให้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ของตลาดเอกชนแล้วบังคับว่าคุณจะจ่ายค่าเช่าถูกๆ ได้ ถ้าหากตลาดเขามีมูลค่า ตลาดเขาดี เขาก็ต้องเพิ่มค่าเช่า ที่บอกว่าคนขายของเล็กๆ น้อยๆ ไม่สามารถจะเข้าได้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง”

เสียงสะท้อนจาก เรวัตร ชอบธรรม ประธานเครือข่ายแผงลอยไทยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ในวงเสวนา “อยู่หรือไปหาบเร่แผงลอยไทย ใครกำหนด?” เมื่อช่วงกลางสัปดาห์นี้ มองนโยบายจากเบื้องบนที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริงที่เบื้องล่าง เมื่อผู้มีอำนาจไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่างไทยกับสิงคโปร์ในแง่สิทธิการครอบครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน จึงเป็นข้อจำกัดหากไทยจะเลียนแบบจัดระบียบหาบเร่แผงลอยแบบสิงคโปร์

ซึ่งบนเวทีนั้น ดร.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ภาควิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เล่าถึงงานวิจัยที่เคยสอบถามผู้ซื้ออาหารแผงลอย (และแม้บางคนในกลุ่มนี้จะไม่ชอบแผงลอยก็ตาม) ว่า เหตุผลที่ซื้อคือมีอาหารให้เลือกหลายอย่าง สะดวกและราคาเข้าถึงได้กลับกันหากสร้างอาคารสูงขึ้นมา ร้านอาหารในอาคารจานละ 70-80 บาท คนทำงานหากจบ ป.ตรี เงินเดือนราว 18,000-20,000 บาท ถามว่าจ่ายบ่อยๆ ไหวหรือไม่

และต้องไม่ลืมด้วยว่า คนที่ทำงานในกรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่วนใหญ่มาจากต่างจังหวัด หรือก็คือร้อยละ 70 ของคนที่ทำงานใน กทม. เป็นคนย้ายถิ่นมาจากที่อื่น ซึ่งก็ต้องมาเช่าที่พักใน กทม. นอกจากนั้นยังมีค่าเดินทาง ตนเคยสำรวจพบว่าคนคนหนึ่งมีค่าอาหาร 180 บาทต่อวันและราคานี้เป็นการกินแบบประหยัดค่าเดินทาง 3,000 บาทต่อดือน ลองคิดต่อไปว่าเงินเดือน 2 หมื่นบาท บริษัทไทยให้ได้ประมาณนี้ จะพอเหลือเก็บออมหรือไม่

“การจัดระเบียบผมก็บอกว่าโจทย์กลับมาที่ กทม. จัดระเบียบไม่ใช่ไปเตะเขาออกจากพื้นที่ ซึ่งก็ไม่ถูกอีก คือต้องมานั่งดูว่าสมมุติมันมีประโยชน์กับพื้นที่ของคนในบริเวณนั้นอยู่ ก็ต้องกลับมาดูอีกว่าจะทำอย่างไรได้ไหม? เราเอารถเข็นเป็นศูนย์กลางได้ไหม? เช่น มาออกแบบรถเข็นไม่ให้มันกินพื้นที่ทางเท้าเยอะ จัดอะไรก็ว่าไปซึ่งผมคิดว่ามันมีแนวทางการจัดการที่มากกว่าที่มามองว่าเอาเขาออกอย่างเดียว” ดร.กฤษฎา กล่าว

รศ.ดร.อมร กฤษณพันธุ์ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า หาบเร่แผงลอยเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจนอกระบบ (Informal Sector) ซึ่งไปเชื่อมโยงกับความเหลื่อมล้ำ ไม่ใช่เฉพาะผู้ค้าแต่รวมถึงผู้ซื้อด้วยซึ่งอาจไม่มีเงินมากพอจะจับจ่ายในห้างสรรพสินค้า นอกจากนั้น หากมองคำว่าพื้นที่สาธารณะ จะพบว่าพื้นที่เดียวกันการใช้ประโยชน์ยังแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา เช้า-กลางวัน-เย็น

และในเชิงของผังเมือง พื้นที่สาธารณะหากประชาชนเข้าไปใช้อย่างหลากหลายก็จะอยู่ได้ไม่รกร้าง ไม่ใช่ทำเพื่อสวยแค่ให้ถ่ายรูปได้ และการมีคนอยู่พลุกพล่านและสามัคคีกัน คนเหล่านี้ยังช่วยเป็นหูเป็นตาได้แม้บริเวณนั้นจะไม่มีกล้องวงจรปิด (CCTV) เลยก็ตาม ซึ่งพื้นที่สาธารณะของเมืองควรจะเข้าถึงได้ทุกคน ไม่ใช่จะเป็นห้างอย่างเดียวแล้วไม่มองคนรายได้ไม่สูงพอจะจ่ายได้

“อาจจะต้องมาเรียงลำดับ (Priority) ความสำคัญ ในช่วงเวลาและสถานที่ (Timing & Space) ช่วงนั้นอะไรมันสำคัญ
เขาอาจจะไม่ได้ขายตลอด 24 ชั่วโมง หรือรุกล้ำทั้งหมด อีกอันคือเรื่องของผู้มีส่วนได้-เสีย พอมันเปลี่ยนกลไกที่เคยทำให้พื้นที่ตรงนั้นอยู่มันเปลี่ยน พอมันเปลี่ยนรัฐบอกได้ไหมทำไมต้องเปลี่ยน?” รศ.ดร.อมร กล่าว

ผศ.กฤษณะพล วัฒนวันยู อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า เมืองคือที่ที่คนมาอยู่ด้วยกัน จึงมีการทะเลาะเบาะแว้งหรือปะทะกัน แต่ต้องมีพื้นที่ให้คนได้พูดคุยทำความรู้จักและเรียนรู้ร่วมกัน เมืองจึงจะมีชีวิตชีวา
เช่น หากเข้าใจหาบเร่แผงลอยก็จะสามารถออกแบบการจัดระเบียบร่วมกับผู้ค้าได้ซึ่งก็จะดีกับทุกฝ่าย

“ถ้าเราไม่เข้าใจเขา ไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร เขาคือใคร เขาทำอะไร เขามาขายกี่โมง เขาขายเล็ก-ขายใหญ่ ขายอะไรบ้าง ไปเอาของมาจากไหน ขายให้ใคร เราไม่เข้าใจเขาเราออกแบบไปมันก็เป็นเมืองที่ผิดพลาด เป็นเมืองที่ไม่น่าอยู่ มันเหมือนดึงอันนี้ออกแล้วใส่อันนี้เพิ่มแล้วมันจบ ไม่ใช่ เมืองมันมีคนอยู่ก็คือมีชีวิต วิวัฒน์ไป ดี-ไม่ดี อะไรอย่างนี้” ผศ.กฤษณะพล กล่าว

ศ.สุริชัย หวันแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาของสังคมไทยทำด้วยอำนาจไม่ใช่ด้วยการทำความรู้จักกัน เช่น การยกเลิกจุดผ่อนผัน ถามว่ามีใครรู้บ้างว่าผู้ค้าและครอบครัวจากจุดที่ถูกยกเลิกไปนั้นไปอยู่ที่ไหน มีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร แน่นอนไม่มีใครปฏิเสธว่าบ้านเมืองต้องแก้ปัญหาด้วยกฎหมาย แต่การขยายตัวของเมืองไม่ได้ขยายด้วยกฎหมายแต่ด้วยพลังทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ข่าวที่ดินย่านสีลมแพง กรมธนารักษ์ไม่ได้ทำให้ที่ดินแพง เพียงแต่ออกมายืนยันว่าที่ดินตรงนั้นแพงจริง

“หรือต้องเป็นคนรวยเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ใช้กรุงเทพฯ ได้ อันนี้ก็เป็นคำถามสำหรับบ้านเมืองเรา ที่รู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน ผมคิดว่าเงื่อนไขแรกคือไม่ยอมทำความรู้จักจริงๆ แต่แก้ปัญหาด้วยเครื่องมือทางนโยบายแบบที่เคยชิน ยิ่งเวลารวมศูนย์อำนาจก็ใช้วิธีรวมศูนย์ เสมือนว่ารวมศูนย์แล้วจะแก้ปัญหา ทุบโต๊ะแล้วจะแก้ปัญหาได้หมด ผมคิดว่าเราสร้างความยากลำบากหรือเคราะห์กรรมให้กับคนไปเท่าไรยังไม่รู้เลย” ศ.สุริชัย กล่าว

รศ.ดร.กิริยา กุลกลการ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในระบบเศรษฐกิจมีความหลากหลาย มีทั้งคนตัวเล็กและตัวใหญ่อยู่ด้วยกัน แต่การปรับตัวนั้นคนตัวเล็กทำได้ยากกว่า เช่น มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อหรือขยับขยายกิจการเข้าไปในห้างสรรพสินค้าด้วยตนเอง ดังนั้นหากมองอย่างสร้างสรรค์ก็ควรคิดว่าจะช่วยปรับปรุงพัฒนาคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่จุดเริ่มต้นในการแข่งขันไม่เท่ากัน ย่อมเป็นหน้าที่ของภาครัฐเข้ามาโอบอุ้มคนเหล่านี้เติบโตขึ้นอย่างสร้างสรรค์และไปต่อได้

“ทำอย่างไรเราจะชวนผู้มีส่วนได้-เสียทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคเองที่เขาชอบทานหาบเร่แผงลอย หรือคนที่ไม่สนใจเลยฉันต้องการพื้นที่วิ่งหรือเดินบนฟุตปาธ หรือหาบเร่แผงลอย เอามาคุยกัน เปิดใจที่จะคุยกัน แล้วก็คุยกันในเชิงสร้างสรรค์ว่าเรามีปัญหา เราต้องยอมรับว่าเรามีปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยอย่างมาก แล้วจริงๆ เรายอมรับความหลากหลายบนโลกนี้ขึ้นมาเยอะมาก ไม่ว่าจะความหลากหลายทางเพศ เรื่องสีผิว เรื่องความคิดที่แตกต่าง แล้วทำไมเราไม่เห็นความหลากหลายในแง่ของเศรษฐกิจ” รศ.ดร.กิริยา กล่าว


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Pocket (Opens in new window) Pocket
  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2566(2023), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,853,850 hits

Join 4,135 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ยศชนัน-จุลพันธ์ นำทัพปราศรัยใหญ่เชียงราย ชูแก้จน-ปราบยาเสพติด
เป๊ก เศรณี ตอบชัดความสัมพันธ์กับ แอนโทเนีย หลังลือหนักซุ่มคบกัน
ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
สมช.โยนปชช.ฟ้องเอง ฟัน‘ฮุนเซน-ฮุนมาเนต’
พีระพันธุ์ พลัฏฐ์ เบอร์ 6 ฟังเสียงชาววังบูรพา-พาหุรัด หวังรัฐบาล รทสช. แก้ปัญหาปากท้อง ฟื้นเศรษฐกิจเขตพระนคร
สุชัชวีร์ นำทัพไทยก้าวใหม่ หาเสียงบ้านเกิดระยอง ชูสร้างบ้านพักครูคุณภาพ อาหารเช้าเด็กฟรี
ธนกร ชู อนุทิน นั่งนายกฯ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน ชี้เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศเวลานี้มากที่สุด
บัญชีม้าไม่ใช่ทางลัด เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา ชีวิตอาจพังเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์
สุขุมโพล เขย่าโค้งสุดท้าย ภูมิใจไทย ผงาดเบอร์ 1 บี้ประชาชน หายใจรดต้นคอ
โอ๊ยเล่าเรื่อง  'พนักงานใหม่(โปรดรับไว้พิจารณา)(HUMANRESOURCE)'

Recent Posts

  • WHO ประเมิน ไวรัสนิปาห์ในอินเดีย ความเสี่ยงระบาดต่ำ เฝ้าระวังผู้สัมผัสกว่า 190 คน ยังไม่พบติดเพิ่ม
  • เอกสารลับคดีเอปสตีนฉาวอีกระลอก พบอีเมลชวน “ดยุคแห่งยอร์ก” พบหญิงรัสเซียวัย 26 ปี
  • ลุยจิ มันจิโอนี รอดโทษประหาร หลังศาลสหรัฐฯ สั่งยกฟ้องคดีฆาตกรรมซีอีโอบ.ประกัน
  • ญี่ปุ่นช็อก สถิติเด็กนักเรียนฆ่าตัวตาย 2568 พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนวิกฤตสุขภาพจิตเยาวชน
  • วงการฮอลลีวูดสูญเสีย “แคทเธอรีน โอฮารา” คุณแม่จาก Home Alone เสียชีวิตวัย 71 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,659 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d