ฟังแล้วคิด! “หมออภิวัฒน์”พูดเจ็บ จาก”30บาท”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/281876

ฟังแล้วคิด! “หมออภิวัฒน์”พูดเจ็บ จาก”30บาท”

คนในข่าว  :  11 มิ.ย. 2560
ชวโรจน์, หมออภิวัฒน์, 30บาท, คมชัดลึก, 30 บาท, วิกฤติศรัทธา, Epigenetic, ปั่นกระแส

ใครจะกล้าพูดแบบนี้ งานนี้ใครแชร์ ใครโพสต์ว่าหมอไว้ ต้องออกมาขอโทษด่วน

           หลังจากที่ ศาตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร กรรมการแพทยสภา ถูกด่าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ก่อนหน้านี้ จากประโยคที่ถูกโควทตัดตอนมาเผยแพร่ แต่หากกลับไปอ่านเนื้อเต็มในบทความทางเวบไซต์ “คมชัดลึก” (www.komchadluek.net/news/edu-health/279956) จะพบว่ามีบริบทมากกว่านั้น ดังนี้

           “สปสช.มีปัญหาที่จะต้องแก้ไข เนื่องจากเป็นระบบหนึ่งที่ความฟรีทำลายสุขภาพคนไทย โดยการที่คนเข้า รพ.มากขึ้นจากที่เห็นว่า การรักษาพยาบาลเป็นของฟรี และ สปสช.คิดว่า เป็นผลงานที่ทำให้คนเข้าถึงบริการมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผิด เพราะควรมองภาพรวมของประเทศว่า คนมีความจำเป็นต้องเข้า รพ. ยิ่งน้อยยิ่งดี”

           แต่เหมือนจะยังไม่จบ เพราะล่าสุด 8 มิถุนายน ศ.นพ.ดร.อภิวัฒน์ พร้อมด้วย อภิวัฒน์ กวางแก้ว แกนนำกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ ได้ไปร่วมดีเบตในรายการ “เรื่องเด่นเย็นนี้” ช่อง 3 ซึ่งเจ้าตัวเลยใช้เวทีนี้ชี้แจงว่า

           “ตอนนี้ในโลกออนไลน์โจมตีผม บอกว่า ใช้ฟรีทำให้คนป่วยไปโรงพยาบาลบ่อย ไม่ดูแลตัวเอง ผมเป็นคนพูดเร็วต้องขอโทษจริงๆ อาจทำให้คนเข้าใจผิด แต่ผมพูดว่าหลายๆ อย่างถ้าประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตัวเอง สุขภาพก็จะดีขึ้น”

           แต่พอตอนที่ผู้ดำเนินรายการ ถามถึงปัญหาที่ทำให้คนไข้ล้นโรงพยาบาล นพ.อภิวัฒน์ ก็กล่าวว่า “มีบางรายไม่มีแรง ไม่มีแรงทุกวันเลย แล้วก็ได้นอนโรงพยาบาล อันนี้เป็นคำบอกเล่าของผม” จากนั้นพิธีกรกล่าวเสริมว่า คุณหมอจะบอกว่ามีคนที่ไม่ป่วย แต่ไปใช้สิทธิ

           ปัญหา คือ พอคุณหมอพูดอย่างนี้ปั๊บ เพจ bectero.tv ยังไปโควทคำพูดชุุดนี้ออกไปอีกว่า “บางคนก็ไม่ได้อะไร ก็มานนอนเล่นที่โรงพยาบาล เพราะมีที่พักมีอาหารฟรี”

           ไฉนเลยถึงได้ผลิตซ้ำออกมาทำร้ายคุณหมอกันแบบนี้ เรื่องนี้เลยจบไม่ลง โดยเฉพาะชาวเนตที่เอาไปแชร์ต่ออย่างเมามัน

           อย่างไรก็ดี ที่สุดแล้ว เพจ ‘bectero.tv’ ก็จัดแจงโพสต์ขอโทษรัวๆ ยอมรับผิดเสร็จสรรพ” ต่อ นพ.อภิวัฒน์ แต่เจ้าตัวก็อดไม่ได้ ต้องขอชี้แจงบ้าง ในเฟซบุ๊ก ‘Apiwat Mutirangura’

           “ขอบคุณ นะครับ ที่ช่วยเผยแพร่ความจริง ผมขอใช้โอกาสนี้  อธิบายว่าทำไมปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไข ผมรู้ว่ากำลังถูกดิสเครดิตผมเข้าใจดี”

           “ถ้าฟังคลิป จะพบว่ามีปัญหาสำคัญๆที่กระทบพี่น้องประชาชนมาก แต่ผมไม่มีความสามารถในการดีเบต แบบการเมือง ผมทำได้แค่พูดตามที่รู้ ที่ฟังมา (เพราะคนอื่นไม่กล้าพูด) รู้ทั้งรู้ว่าจะโดนเล่นงาน แต่ไม่มีใครพูดถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขเลย”

           เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. “หมออภิวัฒน์” ยังฝากคำถามถึงคนไทยทุกคน ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวว่า

           “คำถามสุดท้ายการมีตัวแทนประชาชน ในการบริหารหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (30 บาท) เป็นสิ่งที่ดีและจำเป็น

หากสามารถมีตัวแทนประชาชนที่เป็นของประชาชนอย่างทั่วถึง เท่า ๆ กัน และ ทำงานให้เกิดการบูรณาการได้

           ในทางกลับกันหากตัวแทนประชาชนมีโครงสร้างไม่เหมาะสม เป็นแค่ตัวแทนของคนบางกลุ่มจะทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำ แย่งชิง และทับซ้อนของทรัพยากรได้

           คำถามคือ ทำอย่างไร ถึงจะมีตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง

           เชื่อว่าหากรู้คำตอบ ปัญหาโครงสร้างของ สปสช. จะหมดไปโปรดช่วยกันคิดหาคำตอบ”

           ถามว่าทำไมหมอต้องซีเรียสขนาดนี้ ตอบเลยไม่เจอกับตัวคงไม่รู้ ยิ่งคนเป็นหมอ ถ้าเจอประเด็น“วิกฤติศรัทธา” แล้วเรื่องใหญ่ เพราะสิ่งดีๆ ที่สมสร้างมานั้น ไม่ใช่จะได้มาง่ายๆ

           ศาตราจารย์วิจัยดีเด่น สกว. นพ.ดร.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร เกิดเมื่อ 1 มีนาคม 2507 เป็นบุตรคนที่ 3 ในจำนวน 3 คน ของ พ.ต.อ.นพ. กรณ์กิจ และ นางรัชนี มุทิรางกูร

           จบมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย, ปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ปริญญาเอก จาก Baylor College of Medicine, Houston, Texas, U.S.A.

           นอกจากนี้ ยังเป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านอณูพันธุศาสตร์ มีผลงานวิจัยดีเด่นทางด้านการศึกษาการอณูพันธุศาสตร์โรคมะเร็งโพรงหลังจมูก และสภาวะเหนือพันธุกรรม (Epigenetic) ที่เป็นกลไกสำคัญในการเกิดโรคในมนุษย์ ได้แก่ มะเร็ง โรค autoimmune และโรคชรา

           เคยได้รับรางวัลเมธีวิจัยอาวุโส ของ สกว ในปี 2548 และนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2549 ของสภาวิจัยแห่งชาติ, นักวิทยาศาสตร์ดีเด่นแห่งชาติ จากมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย

           ตั้งแต่ ปี 2530-ปัจจุบัน เขาเป็นอาจารย์ประจำหน่วยมนุษยพันธุศาสตร์ ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

           และตั้งแต่ ปี2544-ปัจจุบัน เขายังเป็นผู้อำนวยการหลักสูตรดุษฎีบัณฑิต สหสาขาวิชาชีวเวชศาสตร์ และหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะที่ยังเป็นกรรมการแพทยสภาในชุดปัจจุบันอีกด้วย

           โชคร้ายที่ “หมออภิวัฒน์” ออกมาแสดงความเห็นในห้วงเวลาที่ฝ่ายการเมืองบางกลุ่มกำลัง “ปั่นกระแส” 30 บาทรักษาทุกโรค จะถูกยกเลิก? เลยเจอลูกหลงหัวร้างข้างแตกไปชนิดเจ็บตัวฟรี

กุมารจีน “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” บ้านใหญ่..แม่สอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/281395

กุมารจีน “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” บ้านใหญ่..แม่สอด

คนในข่าว  :  7 มิ.ย. 2560
กุมารจีน, ชัยวุฒิ, บรรณวัฒน์, บ้านใหญ่แม่สอด, ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์, ลุงกำนัน, อเมือง บ้านตาก วังเจ้า สามเงา, ประชาธิปัตย์, สังกัดหลายพรรค, ไชยนันทน์, อุดร, ภรรยา, พงศ์เรขนานนท์, บ้านใหญ่, จักคิ้ม แซ่ตั้ง, ตันติสุนทร

แนวรบด้านตะวันตก..เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกำลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 310 จังหวัดตาก และเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรแม่สอด อ.แม่สอด ได้ปิดล้อมบ้าน “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์”

          ปิดล้อมบ้าน “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” ที่ถนนศรีพานิช ต.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก

          “ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์” ไม่ใช่ ส.จ.บ้านบ้าน หากแต่เป็นอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง และอดีต ส.ส. จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์

            ที่สำคัญ “ชัยวุฒิ” เป็นอดีตแกนนำ กปปส. ที่ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ ไว้วางใจที่สุด

          ชัยวุฒิ เริ่มเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.จ.ตาก เขตแม่สอด ในปี 2536 และการเลือกตั้งทั่วไปปี 2539 ชัยวุฒิ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อ ปชป.

           สำหรับคนการเมืองในท้องถิ่นทราบดีว่า การเมืองใน จ.ตาก แบ่งออกเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งตะวันออก (อ.เมือง บ้านตาก วังเจ้า สามเงา) กับฝั่งตะวันตก (อ.แม่สอด แม่ระมาด ท่าสองยาง อุ้มผาง)

          30 ปีที่แล้ว การต่อสู้บนสังเวียนเลือกตั้งที่เมืองตาก ก็สู้กันอยู่ 2 ตระกูลคือ เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ (ประชาธิปัตย์) กับ อุดร ตันติสุนทร (สังกัดหลายพรรค)

          พูดถึง “ไชยนันทน์” เป็นกลุ่มการเมืองเก่าแก่ที่ผูกติดกับ ปชป.มายาวนาน ตั้งแต่รุ่นพ่อ “ปู่เทียม”ที่เริ่มต้นการเมืองที่ตรอกจีน ในเขตเมืองตาก

          ส่วน “อุดร” นั้นไปปักหลักอยู่ฝั่งตะวันตก อาศัยที่มี “ภรรยา” เป็นลูกสาวพ่อค้าวานิชแห่งตระกูล“พงศ์เรขนานนท์” จึงได้ ส.ส.มาหลายสมัย

         “พงศ์เรขนานนท์” สืบเชื้อสายมาจากชาวจีนรุ่นแรกที่มาบุกเบิกสร้าง “เมืองแม่สอด”  จนมีรากฐานที่มั่นคง อาทิ โรงสี, ร้านทองเอี๊ยะหลีพานิช ,การค้าที่ดิน และการค้าขายชายแดนไทย-พม่า

         คนแม่สอดรู้ดีว่า เมื่อพูดถึง “บ้านใหญ่” ก็หมายถึงเครือข่ายธุรกิจของตระกูล “พงศ์เรขนานนท์”

         ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ลูกชาย “จักคิ้ม แซ่ตั้ง” ประธานแม่สอดมูลนิธิสามัคคีการกุศล ก็เติบโตมาจากกลุ่มบ้านใหญ่ มีพื้นฐานการศึกษาดี อ่อนน้อมถ่อมตน ช่วยเหลืองานสังคมอย่างต่อเนื่อง จนมีฉายาว่า “กุมารจีน”

         ฐานธุรกิจการเมืองบ้านใหญ่แม่สอด ได้ช่วยเหลือ “อุดร” อยู่หลายสมัย โดยชัยวุฒิ เป็นกำลังหลักในการหาเสียงช่วยอุดร จนฝ่าย “ตันติสุนทร” วางมือทางการเมือง เขาจึงก้าวสู่สนามใหญ่ในสีเสื้อประชาธิปัตย์

         ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ เข้าถึงชาวบ้านทุกกลุ่ม รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ทางฝั่งตะวันตก ชัยวุฒิกลายเป็นขวัญใจคนชายแดนไปโดยปริยาย

         ไม่เพียงแค่เทศบาลนครแม่สอด ชัยวุฒิ ได้ขยายฐานเสียงไปฝั่งตะวันออก จนได้คะแนนเสียงมากที่สุดในเขต อ.เมืองตาก

         สรุปว่า ระยะหลัง “ชัยวุฒิ” ขยายบารมีครอบคลุมทั้งฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก จนทางพรรค ปชป. ตั้งให้เขาเป็น “รองแม่ทัพภาคเหนือ” 

         คนแม่สอด..งงทั้งแผ่นดินว่า ทหารค้นบ้านเขาทำไม? และคนที่งงหนักมากคือ ลุงกำนัน?

         น่าจะแย้มพรายให้ลุงกำนัน รู้บ้างไม่ได้เชียวหรือ?

“สารวัตรดวง” เส้นทางนี้..”พ่อเหลิม” ขีดเอง!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/281337

“สารวัตรดวง” เส้นทางนี้..”พ่อเหลิม” ขีดเอง!!

คนในข่าว  :  7 มิ.ย. 2560
ยศ, เฉลิม, เส้นทางพี่, พ่อขีดเอง, คนในข่าว, คมชัดลึก, ขีดเอง, สารวัตรดวง, ดวง อยู่บำรุง, ร้อยตรี, สารวัตรป้ายแดง, เกี่ยว, รตดวง อยู่บำรุง, อยู่บำรุง, ทักษิณ ชินวัตร, โต้ง, หนุ่ม, ชาย, โต้ง หนุ่ม ชาย, ดวง, โต้ง-หนุ่ม, ทักษิณ, ลุงจิ๋ว, ศรภ, ดาบยิ้ม, วัน, พญาไม้, ลุงสมัคร, รตดวง, ขณะนั้น, รอง สวศฝรบชน,

“ดวง อยู่บำรุง” วันนี้… คือ “สารวัตรดวง” เส้นทางนี้..”พ่อเหลิม” ขีดเอง!!

หลังสงกรานต์เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ณ บ้านริมคลอง ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้จัดงานเลี้ยงในโอกาสที่ “ดวง อยู่บำรุง” ได้คืนยศ “ร้อยตรี” จึงใช้ชื่องานว่า “รอวันนี้มาเกือบ 7 ปี…วันนี้ที่รอคอย” มีหัวคะแนนมากินโต๊ะจีนเต็มบ้าน แต่โชคไม่ดี ฝนเดือนห้าถล่มหนักไปหน่อย งานเลยกร่อย
มาถึงปีนี้ ไม่ทราบว่า “พ่อเฉลิม” จะจัดฉลองใหญ่ให้ “สารวัตรป้ายแดง” หรือไม่?
ย้อนไปเมื่อเช้า 23 เมษายน 2551 เวลา 08.19 น. ตามฤกษ์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ประทานแก่ลูกศิษย์ก้นกุฏิ อย่าง “ร.ต.ดวง อยู่บำรุง” ซึ่งตระกูล ‘อยู่บำรุง’ ถือเอาวาระนี้ทำบุญตักบาตร พร้อมประดับยศ ‘ร้อยตรี’ อีกครั้ง โดยจะหวนกลับเข้ารับราชการ สังกัดกองการเมือง สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

"สารวัตรดวง" เส้นทางนี้.."พ่อเหลิม" ขีดเอง!!

เวลานั้น “เฉลิม” อาสามารับใช้ “ทักษิณ ชินวัตร” นำทัพพรรคพลังประชาชน จนได้เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย
อย่างที่ทราบกัน “เฉลิม” มีลูกชาย 3 คนคือ “โต้ง” อาจหาญ , “หนุ่ม” วัน และ “ชาย” ดวง จึงเป็นที่ของร้านอาหาร “โต้ง หนุ่ม ชาย” ริมถนนเอกชัย ตรงข้ามวัดบางบอน ปัจจุบัน เป็นสำนักพรรคเพื่อไทย เขตหนองแขม-บางบอน
ตอนที่ลี้ภัยไปอยู่เดนมาร์ค “ดวง” เพิ่งอายุได้ 10 กว่าปี ต้องทิ้งการเรียนจากโรงเรียนสวนกุหลาบไปกลางคัน
กลับมาจากเมืองนอก เฉลิมเล่นการเมือง ก็หนีบเอา “โต้ง-หนุ่ม” ลงสนามการเมืองด้วย แต่ “ชาย” ดูจะไม่สนใจการเมือง
คนในบ้านริมคลอง รู้ดีว่า เฉลิมรักลูกชายคนสุดท้องมาก และวาดหวังจะให้รับราชการทหาร ซึ่งในที่สุด ฝันก็เป็นจริง

"สารวัตรดวง" เส้นทางนี้.."พ่อเหลิม" ขีดเอง!!

ที่มาของยศ “ร้อยตรี” ของ ดวง ลูกชายคนสุดท้องของ ร.ต.อ.เฉลิมนั้น มีที่มาอย่างไร?
หลังการเลือกตั้ง 2544 พรรคความหวังใหม่ ควบรวมกับพรรคไทยรักไทย “ทักษิณ” นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แต่ไม่รับเฉลิมเข้ามาทำงานร่วมคณะรัฐบาล
6 เมษายน 2544 เฉลิมจัดงานบวชลูกชายคนเล็ก “ดวง” ที่วัดบางบอน “ลุงจิ๋ว” สะพายบาตรนำส่งเข้าโบสถ์ด้วยตัวเอง
หลังจากนั้นไม่กี่วัน พล.อ.ชวลิต ลงนามอนุมัติให้ “ดวง” เข้าเป็นนายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการ รมว.กลาโหม ของ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต เลขานุการ รมว.กลาโหม
8 มิถุนายน 2544 ได้รับการประดับยศ “ร้อยตรี” จากมือของ พล.อ.ชวลิต ตอนนั้น ร.ต.ดวง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลังจากที่ได้ทำงานในกระทรวงกลาโหมว่า เดี๋ยวนี้กลางคืนไม่ได้ไปเที่ยวไหนแล้ว ประมาณสี่ทุ่มต้องเข้านอน ไม่อย่างนั้นจะตื่นไปทำงานเช้าไม่ไหว ต่อมา ร.ต.ดวง ย้ายไปรับราชการที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.)
ปลายปี 2544 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประชา รมช.กลาโหม ขณะนั้น ออกคำสั่งพักราชการ ร.ต.ดวง เพราะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย
ในเรื่องคดีเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย ครอบครัว “อยู่บำรุง” สู้เต็มที่ เพื่อหักล้างพยานทุกปากยืนยันว่า ร.ต.ดวง เป็นคนสังหาร “ดาบยิ้ม” แต่พยานทั้งหมดเบิกความขัดแย้งกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลจึงยกฟ้อง เพราะพยานทั้งหมดเบิกความเท็จ
คดีความสิ้นสุดในวันที่ 26 มีนาคม 2547 ไม่มีใครที่จะอุทธรณ์กัน คดีก็ยุติ “ดวง” จึงเป็นผู้บริสุทธิ์

"สารวัตรดวง" เส้นทางนี้.."พ่อเหลิม" ขีดเอง!!
แม้ดวงจะพ้นบ่วงคดีดาบยิ้ม แต่ก็ยังเข้ากลับรับราชการไม่ได้ ตราบจนกระทั่งเกิดรัฐประหาร 2549 “ทักษิณ” ต้องไประเหเร่ร่อนอยู่ในต่างแดน “เฉลิม” จึงพา “วัน” กับ “ดวง” ไปเยี่ยมทักษิณที่กรุงลอนดอนอยู่ครั้งหนึ่ง
ก่อนการเลือกตั้งปลายปี 2551 เฉลิมกับคอลัมนิสต์อรหันต์ “พญาไม้” บินไปพบ “ทักษิณ” ดูไบ และอาสานำทัพพรรคพลังประชาชน เคียงข้างสมัคร สุนทรเวช
เมื่อ “ลุงสมัคร” เป็นนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีกลาโหม จึงมีหนังสือคำสั่งแต่งตั้ง “ร.ต.ดวง” ที่สำนักเลขานุการ รมว.กลาโหม
จากนั้น ร.ต.ดวง ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร กองพันสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหม ในยุคที่พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล และเฉลิม เป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านความมั่นคง
27 กรกฎาคม 2555 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. (ขณะนั้น) ได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีโอนข้าราชการ เพื่อให้ ร.ท.ดวง อยู่บำรุง สังกัดกระทรวงกลาโหม ไปสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการโอนย้ายมาเป็นรองสารวัตรศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รอง สว.ศฝร.บช.น.) ยศ “ร้อยตำรวจเอก” และมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ให้เหตุผลขณะที่รับโอนตัวมาว่า ร.ต.อ.ดวง ยิงปืนแม่น จึงต้องการนำมาเป็นครูฝึกให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

"สารวัตรดวง" เส้นทางนี้.."พ่อเหลิม" ขีดเอง!!

"สารวัตรดวง" เส้นทางนี้.."พ่อเหลิม" ขีดเอง!!

"สารวัตรดวง" เส้นทางนี้.."พ่อเหลิม" ขีดเอง!!

ปลายปี 2555 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เซ็นคำสั่งขอตัว ร.ต.อ.ดวง อยู่บำรุง รอง สว.ศฝร.บช.น. ไปช่วยราชการในตำแหน่งนายเวร พล.ต.ต.ชยุต รัตนอุบล ผบก.น.9
6 มิถุนายน 2560 ร.ต.อ.ดวง ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง จากนายเวรผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 (ยศ ร.ต.อ.) เป็น สารวัตรฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร (ยศ พ.ต.ต.)
แม้ “เฉลิม” จะไม่มีหัวโขน “รัฐมนตรี” แต่บารมีก็ยังพอจะมีในยุทธจักรโปลิศ ลูกชายคนสุดท้องจึงได้มาเป็น “สารวัตร” อยู่ใกล้ๆ บ้าน(มหาชัยห่างจากบ้านริมคลอง บางบอน แค่คืบ)

 

——-

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ดวง อยู่บำรุง”ขึ้นเป็นสารวัตร จ.สมุทรสาคร

“วัน” ดีใจน้ำตาไหล !! “ดวง” ติดยศนายพัน

“วัน” ไม่ปลื้ม!! ‘มึงรู้มั้ยกูลูกใคร’ แช่งบ้านบึ้ม!!

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/281260

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

คนในข่าว  :  7 มิ.ย. 2560
สะตอพันธุ์ตรัง๑, พันธุ์ตรัง๑, คมชัดลึก, สะตอสายพันธุ์ใหม่, ตรัง, สะตอ, ปกติ ๔-๗ ปี          ๒, สะตอพันธุ์ใหม่, ชวน, หลีกภัย, ชวน หลีกภัย, ปกติ ๔-๗ ปี           ๒

‘ชวน หลีกภัย’ เยี่ยมชมและติดตามผลการวิจัยสะตอสายพันธุ์ใหม่ ‘พันธุ์ตรัง๑’

 

๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี นายกิจ หลีกภัย (นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง) นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล (อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์) ผู้อำนวยการศูนย์เนื้อเยื่อตรัง ผู้อำนวยการแขวงการทางพัทลุงและคณะ ได้เดินทางไปเยี่ยมชมและติดตามผลการวิจัยสะตอสายพันธุ์ใหม่ “พันธุ์ตรัง๑” ที่ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง อ.สิเกา จ.ตรัง

 

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

 

ซึ่งขณะนี้ศูนย์ฯได้ผลิตต้นกล้าจากเมล็ดและการติดตาเพื่อจำหน่ายให้เกษตรกร ได้ไปปลูกเพื่อเสริมรายได้ให้กับครอบครัว พร้อมทั้งสำรวจติดตามการก่อสร้าง “แก้มลิงพืชสวนตรัง” ซึ่งนายชวนได้ประสานของบประมาณจากกรมชลประทาน จำนวน ๑๖ ล้านบาท

 

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

 

โดยขุดสระพื้นที่ ๕๖ ไร่ สามารถบรรจุน้ำได้ ๓๖๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้เพื่อเป็นแหล่งเก็บน้ำสำหรับศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง

 

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

 

ศูนย์วิจัยพืชสวนตรัง ได้วิจัยสะตอสายพันธุ์ใหม่ เรียกว่า “พันธุ์ตรัง๑”

มีคุณสมบัติพิเศษคือ

๑) ใช้เวลาปลูก ๓ ปีสามารถให้ผลผลิตได้ (ปกติ ๔-๗ ปี)

๒) ลำต้นไม่สูง (ปกติต้นสะตอสูงมาก)

๓) ฝักแน่น ฝักตรง

๔) ผลผลิตออกนอกฤดูกาล

 

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

 

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

 

สะตอพันธุ์ใหม่ ‘ชวน หลีกภัย’

 

 

———————————————————

(ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล)

#DemocratTH #พรรคประชาธิปัตย์

‘โปรเม’ เอรียา ยังไงก็มือ 1 เชื่อเหอะ!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/281261

‘โปรเม’ เอรียา ยังไงก็มือ 1 เชื่อเหอะ!!

คนในข่าว  :  6 มิ.ย. 2560
นักกอล์ฟหญิงมือ1โลก, นักกอล์ฟหญิง, กอล์ฟ, คนในข่าว, คมชัดลึก, เอรียา จุฑานุกาล, โปรเม, เอรียา, ยังไงก็มือ, เชื่อเหอะ, ของจริง, AJGA, รยู โซ ยอน, อ่านต่อ

เชื่อเหอะ !! แท่นโปรกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลก จะเป็นของ ‘โปรเม’ เอรียา ในไม่ช้า

 

อะไรว้า…คนไทยต้องร้องเสียงหลงอย่างนี้กับผลการจัดอันดับนักกอล์ฟอาชีพหญิงของโลกอย่างเป็นทางการ ที่ไปๆ มาๆ ลิเดีย โค โปรกอล์ฟชาวนิวซีแลนด์ เชื้อสายเกาหลีใต้ ยังคงยึดอันดับ 1 ต่อไป ขณะที่ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล โปรกอล์ฟสาวขวัญใจชาวไทย ยังอยู่ที่เดิมแท่นเบอร์ 2

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ มีการยืนยันออกมาว่า เมื่อจบการแข่งขันรายการช็อปไรท์ แอลพีจีเอ คลาสสิก ที่สหรัฐอเมริกา อันดับ 1 ของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงจาก ลิเดีย โค เพราะโค ซึ่งรั้งมือ 1 ของโลกมา 84 สัปดาห์ ถอนตัวไม่ลงแข่งขันมา 2 รายการติดต่อกัน ทำให้อันดับโลกจะหลุดจากอันดับ 1 แน่นอนแล้ว

ส่วนผู้ที่จะขึ้นมาเป็นมือ 1 ของโลกคนใหม่แทนนั้น มีมือ 3 โลกชาวเกาหลีใต้ รยู โซ ยอน อยู่ในข่าย ซึ่งหาก รยู โซ ยอน สามารถทำผลงานอยู่ใน 3 อันดับแรกของรายการนี้ ก็จะได้เป็นมือ 1 โลกในทันที

นอกจากนี้ จากการที่ รยู โซ ยอน ไม่ผ่านการตัดตัวในรายการดังกล่าว ทำให้มีการคาดกันว่า อันดับ 1 ของโลก จะตกเป็นของ “โปรเม” เอรียา

เรื่องนี้ คนไทยเฮทั้งแผ่นดิน แต่ก็ต้องหงายเงิบ เพราะเธอยังคงรั้งมืออันดับ 2 ของโลก โดยมีคะแนนเฉลี่ยไล่จี้ ลิเดีย โค อีกเพียง 0.01 คะแนน ทั้งนี้ ปัจจุบัน โคมีคะแนนเฉลี่ย 8.37 คะแนน ส่วนโปรเมมี 8.36 คะแนนเป็น  .01 ที่คนไทยต้องจดจำไปอีกนาน

แน่นอนว่า เรื่องนี้แอลพีจีได้ออกแถลงการณ์ขอโทษตามสูตร ระบุว่าคำนวณแต้มโปรเมผิด

แต่เอาเถิด ยังไงเสียคนไทยและอีกหลายคนมั่นใจว่า โปรเมจะต้องเรียกคืนเสียงเฮกลับมาให้ได้ เพราะที่ผ่านมาชีวิตของเธอล้วนพิสูจน์ว่าคนนี้ “ของจริง”

เอรียา จุฑานุกาล หรือ เม เป็นคนกรุงเทพ เกิดเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2538 เป็นบุตรสาวของ สมบูรณ์ และ นฤมล จุฑานุกาล มีพี่สาวชื่อ โมรียา จุฑานุกาล ปัจจุบันเป็นนักกอล์ฟอันดับ 78 ของโลก

ครอบครัวนี้ถือเป็นครอบครัวนักกอล์ฟที่เป็นที่รู้จักกันดี โดยที่บ้านจะจริงจังกับการเล่นกอล์ฟมาก ถึงขั้นที่ฝ่ายบิดาเดินทางไปเรียนทำไม้กอล์ฟถึงต่างประเทศ เพื่อกลับมาเปิดโปรช็อปในเมืองไทย จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สองพี่น้องได้รู้จักกับกีฬากอล์ฟ โดยเมตอนนั้นอายุเพียง 5 ขวบ และพี่สาวคือ โม อายุเพียง 7 ขวบ

จนเมื่อบิดาเห็นแววว่าพอไปได้ ก็ส่งเข้าแข่งขันกอล์ฟเยาวชนเรื่อยมา จนเมื่อโปรเมอายุได้ 9 ขวบ ก็ได้เป็นตัวแทนของประเทศไทยร่วมการแข่งขันจูเนียร์เวิลด์ ที่สหรัฐอเมริกา ได้รองชนะเลิศกลับมา

จุดนี้เอง จึงเป็นที่มาของความตั้งใจของครอบครัวที่จะจริงจังมากขึ้นทั้งในเรื่องของกีฬากอล์ฟแบบครบสูตร

แต่ด้วยสภาพของครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย เพราะในอดีตพ่อของโปรเมคือนักธุรกิจด้านตกแต่งภายใน แต่วิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้งทำธุรกิจล้ม ระหว่างนั้น คลายเครียดด้วยการเล่นกอล์ฟ จนเมื่อใช้หนี้ 30 กว่าล้านบาทหมด จึงหันมาจับธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง ก่อนที่จะหันเหชีวิตมาเปิดร้านโปรช็อป

สำหรับเส้นทางสายก้านเหล็กของลูกสาว พ่อแม่ทุ่มทุนสร้างชนิดต้องขายบ้าน ขายร้านโปรช็อป ขายที่ดิน ขายรถหรู ลดภาระทุกด้านให้มากสุด เพื่อดันให้บุตรสาวได้เทิร์นโปรเป็นนักกอล์ฟอาชีพ โดยผู้พ่อยังถือเป็นโค้ชคนแรกในชีวิตอีกด้วย

สำหรับโปรเมนั้น เรียกว่าติดทีมชาติตั้งแต่ช่วงประถม และไปคว้าแชมป์ในหลายประเทศ จนสมาคมกอล์ฟเยาวชนแห่งสหรัฐอเมริกา (AJGA) มอบรางวัลนักกอล์ฟเยาวชนหญิงแห่งปีแก่น้องเม ติดกัน 2 ปีซ้อนในปี 2011-2012

ต่อมาทางบ้านฐานะการเงินเริ่มดีขึ้น เมื่อโปรเมเทิร์นโปรตอนอายุ 17 ปี และบิดาหาโค้ชมืออาชีพมาฝึกให้ หลังจากตัดสินใจเดินสายกอล์ฟเต็มตัวหลังจบ ม.ปลาย

ขณะนั้นก็เริ่มมีสปอนเซอร์หลายรายติดต่อเข้ามาสนับสนุน จนตัวเลขต่อปีแล้วเกือบ 10 ล้านบาท ยังมีเงินรางวัลจากการแข่งขันอีกร่วม 10 ล้านบาทภายในเวลาไม่กี่เดือน ตอนนั้นทั่วโลกรู้จักในทั้งคู่นาม Thai Sisters อีกด้วย

โปรเมเคยเล่าว่า ที่เจ็บใจที่สุดคือปี 2013 พลาดแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ แชมป์ระดับแอลพีจีเอ ครั้งแรกในชีวิตจนโดนสบประมาทมากมายว่ารักษาระดับไว้ไม่ได้

นอกจากนี้ ยังเคยบาดเจ็บที่หัวไหล่จนต้องรักษาร่างกาย 1 ปีเต็ม ทำให้อันดับรูดลงเรื่อยๆ จนกลับมาเล่นอีกในปี 2015 แต่ก็ฟอร์มตกอย่างแรง โปรเมตกรอบ 10 รายการติดต่อกัน

แต่ก็กลับมาคืนฟอร์มในวัย 20 ปี มาสู่อันดับ 6 ของโลก เป็นโปรหญิงไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ระดับแอลพีจีเอ ในศึกโยโกฮามา ไทร์ แอลพีจีเอ คลาสสิก และยังไปกวาดอีก 4 แชมป์ในปีเดียวกัน ได้แก่ รายการคิงส์มิลล์ แอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ, รายการวอลวิค แชมเปี้ยนชิพ, รายการริโคห์ วีเมนส์ บริติช โอเพ่น และปิดปีด้วยรายการแคนาเดียน แปซิฟิก วีเมนส์ โอเพ่น

กลายเป็นนักกอล์ฟหญิงที่ทำเงินรางวัลสูงสุดของแอลพีจีเอ ทำได้มากกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับรางวัลนักกอลฟยอดเยี่ยมแห่งปี โรเล็กซ์ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์

ปัจจุบันอายุเพียง 21 ก็ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์มือ 1 ของโลก แม้ว่าจะเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ที่เกิดจากความผิดพลาดในการประกาศคะแนนของแอลพีจีเอ แต่รับรองไม่ใช่ความผิดพลาดแน่ๆ ที่โปรเมขึ้นมาถึงจุดนี้ในวันนี้ได้ เพราะมันคือฝีมือของเธอล้วนๆ

ยิ่งหากว่า รายการ “มานูไลฟ์ แอลพีจีเอ คลาสสิก” ที่แคนาดา ซึ่งจะเกิดขึ้นวันที่ 8-11 มิถุนายนนี้ หากโปรเมสามารถทำอันดับดีกว่า “รยู โซ ยอน” นักกอล์ฟชาวเกาหลีใต้ มือ 3 ของโลก เพียง 1 อันดับ ก็จะทำคะแนนแซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลกได้สำเร็จ เนื่องจากรายการนี้ ลิเดีย โค ยังไม่สามารถลงแข่งขันได้เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บอยู่

แท่นโปรกอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลกจะเป็นของโปรเมในไม่ช้า นี่ไม่ใช่การกดดัน แต่มันคือความมั่นใจ…คอยดู

 

****ล่าสุด 12 มิ.ย. “โปรเม” ขึ้นแท่นมือ 1 โลก เป็นทางการแล้ว!! (อ่านต่อ…)

สาวเปรี้ยวเขมร เด็กดีของ ‘ฮุนเซน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/281244

สาวเปรี้ยวเขมร เด็กดีของ ‘ฮุนเซน’

คนในข่าว  :  6 มิ.ย. 2560
ธีร์ โสวันทา, กัมพูชา, คมชัดลึก, คนในข่าว, สาวเปรี้ยวเขมร, เด็กดีของ, ฮุนเซน, พรรคซีพีพี, โสวันทา, ขณะนั้น

สาวเปรี้ยวเขมร !! ‘ธีร์ โสวันทา’ เน็ตไอดอลทางการเมืองของเยาวชนกัมพูชา

 

วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชาวกัมพูชาหลั่งไหลออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งท้องถิ่น โดยแบ่งเป็นเลือกหัวหน้าสภาท้องถิ่น 1,646 คน และสมาชิกสภาท้องถิ่น 11,572 คน ส่วนผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คงต้องรอปลายเดือน มิ.ย.นี้

เมื่อ 4 ปีที่แล้ว พรรคประชาชนกัมพูชา หรือ “พรรคซีพีพี” ได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวกัมพูชามากถึง 61.67% ขณะที่พรรคกอบกู้ชาติกัมพูชา หรือ “พรรคซีเอ็นอาร์พี” ได้เพียง 30.58% ของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดเท่านั้น

วันศุกร์ที่แล้ว พรรคซีพีพี เดินขบวนหาเสียงส่งท้ายในกรุงพนมเปญ โดยมีผู้สนับสนุนเข้าร่วมประมาณ 200,000 คน และสมเด็จฮุนเซน ได้สร้างความประหลาดใจ ด้วยการออกมาหาเสียงเรียกคะแนนให้กับพรรคซีพีพี

“นี่เป็นครั้งแรก ที่ผมเข้าร่วมขบวนรณรงค์การเลือกตั้งร่วมกับพ่อแม่พี่น้อง” สมเด็จฮุนเซน ประกาศต่อหน้ากองเชียร์พรรครัฐบาล

 

สาวเปรี้ยวเขมร เด็กดีของ ‘ฮุนเซน’

 

ในการเลือกตั้งท้องถิ่นหนนี้ มีสีสันที่คอการเมืองเขมรพูดถึงมากที่สุด ก็คือ กรณี “สาวเปรี้ยวเขมร”ธีร์ โสวันทา ได้ออกโรงมาหาเสียงช่วยพรรคซีพีพี แถมบอกว่า ได้นำมวลชนของพรรคฝ่ายค้านนับแสนคนเข้ามาสนับสนุนพรรคฝ่ายรัฐบาล

6-7 ปีที่แล้ว ธีร์ โสวันทา เป็นแกนนำเยาวชนของพรรคซีเอ็นอาร์พี และมีชื่อเสียงจากการเป็น “เน็ตไอดอล” ที่กล้าหาญลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ “ระบอบฮุนเซน” 

ธีร์ โสวันทา เจ้าของแฟนเพจ Thy Sovantha ที่มีคนกดไลค์เพจของเธอมากกว่าล้านไลค์ จัดว่าเป็นดาวเด่นบนโลกออนไลน์ ชีวิตส่วนตัวของเธอ จะมีวิถีแบบคนเมือง แต่งตัวสวย เป็นผู้นำแฟชั่น แต่คมความคิด จึงกลายเป็นเน็ตไอดอลทางการเมืองของเยาวชนกัมพูชา

 

สาวเปรี้ยวเขมร เด็กดีของ ‘ฮุนเซน’

 

นอกจากนี้ เธอยังตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคม เหมือนจะเป็นอาชีพหลักของเธอ ฝ่ายรัฐบาลพยายามดิสเครดิตว่าเป็นสมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี ซึ่งเธอไม่ปฏิเสธ พร้อมแสดงตัวชัดเจนว่า เป็นเยาวชนของพรรคซีเอ็นอาร์พี

เธอศรัทธาในตัวสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้าน และยังนำเยาวชนพรรคซีเอ็นอาร์พี บุกชายแดนกัมพูชา-เวียดนาม เพื่อทวงคืนแผ่นดินจากการเข้ามายึดครองของคนเวียดนาม

เมื่อปีที่แล้ว เธอมีปัญหาขัดแย้งกับ “เข็ม สกคา” แกนนำพรรคซีเอ็นอาร์พี เนื่องจากเธอสืบทราบว่า เข็ม สกคา มีพฤติกรรมซื้อบริการทางเพศ เธอได้เรียกร้องให้ผู้นำพรรค ต้องมีคุณธรรม และยึดมั่นในศีลธรรมดีงาม

“โสวันทา” ได้ยื่นข้อเสนอให้เข็ม สกคา ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค (ขณะนั้น) แต่แกนนำพรรคซีเอ็นอาร์พีหลายคน ดาหน้าออกมาบอกกล่าวว่า เธอเป็นพวกอยากดัง พวกรับจ้างสมุนฮุน เซน มาทำลายชื่อเสียงเข็ม สกคา

 

สาวเปรี้ยวเขมร เด็กดีของ ‘ฮุนเซน’

 

ปลายปีที่แล้ว ในสื่อโซเชียลมีการแฉหลักฐานการสนทนาทางไลน์ ระหว่าง “โสวันทา” กับฮุน มานิต ลูกชายสมเด็จฮุนเซน โดยมีการระบุว่า ทางสมเด็จฮุนเซนจะมอบเงินให้เธอ 1 ล้านดอลลาร์เพื่อนำไปทำกิจกรรมทางสังคม ด้านสิ่งแวดล้อม

ต่อมา สมเด็จฮุนเซน ได้กล่าวยกย่อง “โสวันทา” ว่าเป็นนักต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยิ่งทำให้สมาชิกพรรคซีเอ็นอาร์พี ไม่พอใจ พากันก่นด่าและสาปส่งเธอให้ออกไปอยู่ฝ่ายสมเด็จฮุนเซน

 

สาวเปรี้ยวเขมร เด็กดีของ ‘ฮุนเซน’

 

“โสวันทา” กลายเป็นเน็ตไอดอลขายตัว ขายอุดมการในสายตาของสมาชิพรรคซีเอ็นอาร์พี ตรงกันข้ามกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาล ต่างชื่นชมในความกล้าหาญของเธอ ที่จะยึดหลักการที่นักการเมืองต้องมีศีลธรรม คุณธรรม

จะอย่างไรก็ตาม เธอยังทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติต่อไป โดยไม่หวั่นกระแสโจมตีจากพรรคซีเอ็นอาร์พี

นี่แหละวิถีเน็ตไอดอล ที่ถูกสังคมพิพากษาให้เป็น “สาวเปรี้ยวทางการเมือง” ไปแล้ว

โดนแล้ว !! ลาว-ไทย ล่า “ก๊วนโกตี๋” !!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/280934

โดนแล้ว !! ลาว-ไทย ล่า “ก๊วนโกตี๋” !!

คนในข่าว  :  5 มิ.ย. 2560
ลาว-ไทยล่า, โกตี๋, คนในข่าว, สหพันธรัฐไท, เฟซบุ๊ก, สหายเลือด, สหายสน, สายเผด็จ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, รมย์ชลี สินสืบผล, แยม ไฟเย็น, ลาว-ไทยล่าก๊วนโกตี๋, โดนแล้ว, ลาว-ไทย, ล่า, ก๊วนโกตี๋ , ก๊วนโกตี๋, ก๊วนใต้ดินโกตี๋, วิทยุใต้ดิน, ใต้ดิน, แยม, มิถุนายน

“ก๊วนใต้ดินโกตี๋” กำลังหนีการตามล่าสุดชีวิต!!

 

เงียบไปร่วมเดือน สำหรับเสียงจาก “วิทยุใต้ดิน” ฝั่งซ้ายที่ออกอากาศผ่านช่องยูทูบ โดยเฉพาะกลุ่มสหพันธรัฐไท ที่เคยจัดรายการทอล์กเรื่อง “ใต้ดิน” กันดึกๆ ดื่นๆ

มีข้อน่าสังเกตว่า การที่กลุ่มสหพันธรัฐไทยุติการส่งกระจายเสียงในลาว เกิดขึ้นก่อนหน้าที่ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะนำทัพนักธุรกิจไปเชื่อมสัมพันธ์กับนักธุรกิจลาว ซึ่งการเยือนลาวครั้งนี้ของรองนายกฯ สมคิด ทางการลาวให้ความสำคัญมาก

ทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีลาว ให้สัมภาษณ์เครือเนชั่น ตอกย้ำความสัมพันธ์สองฝั่งโขง ขอให้ประชาชนลาวกับไทยสามัคคีกัน เหมือนพี่เหมือนน้อง บ้านใกล้เรือนเคียง ขอให้สองประเทศเป็นแบบนี้ต่อไป ชั่วลูกชั่วหลาน

ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มสหพันธรัฐไทนั้น สามารถติดตามได้จากเฟซบุ๊กของ รมย์ชลี สินสืบผล หรือ “แยม ไฟเย็น” ซึ่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่ผ่านมา “แยม”ได้โพสต์ว่า

“ต้นเดือนหน้า(มิถุนายน) พวกเรา 7 คนพร้อมจัดรายการค่ะ…ก็มีการย้ายหลักปักฐานกันใหม่ หวังว่าพ่อแม่พี่น้องทุกท่านคงจะเข้าใจดีในความล่าช้าที่เกิดขึ้นนะคะ..ฝากพี่น้องเก็บเกี่ยวข่าวสาร..และสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไว้ด้วยนะคะพี่น้อง..ON AIR วันแรก จะให้พี่น้องโฟนอินมาจัดให้เต็มที่เลยค่ะ”

เมื่อผ่านมาถึงต้นเดือนมิถุนายน ก็ไม่มีการจัดรายวิทยุตามที่แยมแถลงไว้ อย่างที่เคยเขียนไปก่อนหน้านี้ “ก๊วน 7 คน” ได้แยกการเดินทางแบบ “ตะลอนทัวร์” ไปตามแขวงต่างๆ ของลาว โดยแยกออกเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก มี “ชูชีพ ชีวะสุทธิ์” และสมาชิกวงไฟเย็น 3 คน

กลุ่มสอง มี “โกตี๋” พร้อมกับ “สหายเลือด” และ “สหายสน” หรือ “สหายเผด็จ” สองสหายอีสานใต้

วันที่ 2 มิถุนายน 2560 “แยม” ได้โพสต์บอกสมาชิกว่า ไม่สะดวกที่จะจัดรายการวิทยุ และทิ้งประโยคปริศนาไว้ “แม่งูเอ๋ย กินน้ำบ่อหิน บินไปก็บินมา..นั่งรถจนตูดด้านกันแล้ววว”

แยม ไฟเย็น ยกการละเล่นของไทย “แม่งูกินหาง” มาเปรียบเทียบกับการ “หนี” จากการไล่ล่าของ “ทหารไทย” ตามที่พวกเขากล่าวอ้าง

วันที่ 3 มิถุนายน แยมโพสต์อีกสั้นๆ ว่า “แยมรับปากค่ะว่า..เผด็จการมันปิดปากพวกเราได้ไม่นานนักหรอก”

วันที่ 4 มิถุนายน แยมในฐานะโฆษกกลุ่มสหพันธรัฐไท โพสต์ข้อความเป็นนัยๆ ว่า “คสช.บุกพวกเราในช่วงนี้จนขาดการจัดรายการไป สงสัยคงจะกลัววันดีเดย์ล่ะสิ…ไม่คิดว่าพวกเราจะวางแผนกันไว้ก่อนล่วงหน้ากันเลยรึ??? กรั่กๆๆๆ..”

ก่อนหน้านั้น “โกตี๋” ให้สัมภาษณ์นักข่าวบีบีซีไทยผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ว่า พวกเขาออกจากลาว เข้ามาอยู่ในไทยแล้ว แต่ไม่ยอมแจ้งพิกัด

“ผมไม่ได้อยู่ในลาวแล้ว แต่ผมไม่บอกจุด… เราทำงานอยู่พื้นที่ อยู่ในไทยนี่แหละครับ อยู่ใกล้จมูกมันนี่แหละ” โกตี๋บอกนักข่าวบีบีซีไทย และเสริมว่าเขาใช้พ็อกเก็ตไวไฟ ในการสื่อสารกับโลกภายนอก

หากดูจากภาพล่าสุดบนไทม์ไลน์ของแยม ไฟเย็น บ่งบอกว่า พวกเขายังอยู่ในลาว แต่จุดที่พักนั้น ไม่ได้อยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ คงสลับไปมาระหว่างตัวเมืองกับบ้านนอก เพื่อความปลอดภัย

แหล่งข่าวความมั่นคงไทยเปิดเผยว่า หลังเหตุระเบิดในโรงพยาบาลพระมงกุฏฯ ทางการลาวให้ความมือกับไทยดีขึ้น และกดดันให้กลุ่มโกตี๋หยุดการส่งกระจายเสียง

“พวกโกตี๋กลัวมากที่สุดตอนนี้คือ การถูกอุ้มกลับเข้ามาไทย จึงใช้วิธีไปนอนกลางป่า และย้ายที่นอนไปเรื่อยๆ”

สิ่งหนึ่งที่จับสัญญาณได้จากเฟซบุ๊กของแยม ไฟเย็น คือ ก๊วนใต้ดินโกตี๋หนีการตามล่าสุดชีวิต!!

“สุภชัย วีระภุชงค์”ธรรมยาตรา CLMV

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/280928

“สุภชัย วีระภุชงค์”ธรรมยาตรา CLMV

คนในข่าว  :  5 มิ.ย. 2560
คนในข่าว, สุภชัย, วีระภุชงค์ธรรมยาตรา, CLMV, สุภชัย วีระภุชงค์, วีรยุทธ์ วีรยุทโธ, ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ, วิถีพุทธ, โภคีธารา, นวกะโพธิ์, สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย

“สุภชัย วีระภุชงค์”ธรรมยาตรา CLMV

 

ในที่สุด คณะสงฆ์ในโครงการ “ธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ตามรอยพระอริยสงฆ์แห่งลุ่มน้ำโขง” 54 รูป ก็เดินทางกลับประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ พร้อมด้วยความเด็ดเดี่ยว แข็งแกร่ง มั่นคง ที่เกิดขึ้นในใจตนเอง และเพิ่มกำลังใจจากมวลมิตรเพื่อนบ้านของไทยอย่างอบอุ่นแน่นแฟ้น

โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน จัดโดยสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 ภายใต้การดูแลของ พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล, มูลนิธิวีระภุชงค์ และองค์กรภาคี 5 ประเทศอย่างเป็นทางการ ที่วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี (ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ) จ.สมุทรปราการ

สุภชัย วีระภุชงค์ เลขาธิการสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 เปิดแถลงการณ์ว่า การเดินธรรมยาตราครั้งนี้ ใช้เวลาเตรียมงาน 1 ปี ตั้งแต่การสำรวจ และประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ

“สุภชัย” คาดหวังว่า โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน ตามรอยพระอริยสงฆ์ลุ่มน้ำโขง จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเป็นตัวเชื่อม เพราะลึกๆ แล้วความรู้สึกของคนในประเทศเพื่อนบ้าน ยังไม่ค่อยประทับใจไทยเท่าไรนัก แม้ว่าจะมีศาสนาและวัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน ใกล้เคียงกัน จึงหวังว่าพุทธศาสนาจะช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันดียิ่งขึ้น แม้ว่าในความเหมือน ย่อมมีความแตกต่างก็ตาม

จุดมุ่งหมายการเดินธรรมยาตรา คณะผู้ดำเนินการต้องการใช้ “วิถีพุทธ” เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่าง 5 ประเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานร่วมกันในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา เศรษฐกิจ การเกษตร รวมถึงการท่องเที่ยว โดยใช้เวลา 15 วัน ระยะทางกว่า 2,500 กิโลเมตร

โครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน วันที่ 21 พฤษภาคม ถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2560 มีรายละเอียด ดังนี้

21 พฤษภาคม ออกเดินทางไปที่วัดโพธิ์สระปทุม บ้านกุศกร ต.กุศกร อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เจริญจิตตภาวนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ปักกลดและจำวัดที่วัดโพธิ์สระปทุม

22 พฤษภาคม เดินทางต่อไปยัง สปป.ลาว ทางด่านช่องเม็ก สักการะอัฐิพระอาจารย์ใหญ่ ดร.พระมหาผ่อง สะมาเลิก ที่วัดศรีสว่างวงศ์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดหลวงปากเซ พระภิกษุปักกลด

23 พฤษภาคม ออกจาก สปป.ลาว ไปยังประเทศกัมพูชา ทางด่านหนองนกเขียน-เวินคาม พระสงฆ์เดินข้ามสะพานแม่น้ำเซกองไปยังวัดโพธิญาณ จ.สตึงแตรง ประเทศกัมพูชา

24 พฤษภาคม เดินทางต่อไปยัง จ.กำปงธม ผ่านวัดพระวิหาร ปักกลด จำวัดที่วิทยาลัยกำปงเฌอเตียล จ.กำปงธม ประเทศกัมพูชา

25 พฤษภาคม ออกเดินทางไปยังพนมเปญ จำวัดที่วัดปทุม พนมเปญ

26 พฤษภาคม กราบนมัสการสมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดีเทพวงศ์ ที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ จำวัดที่วัดปทุม พนมเปญ

27 พฤษภาคม เดินทางไปวัด Phat Lon เมืองฮาเตียน จ.เกียนยาง ประเทศเวียดนาม

28 พฤษภาคม เดินทางกลับเข้าประเทศกัมพูชา เพื่อเดินทางต่อไปที่วัดปากคลอง จ.เกาะกง กัมพูชา

29 พฤษภาคม คณะธรรมยาตราเดินทางกลับประเทศไทย ปักกลดและจำวัดที่วัดไก่เตี้ย จ.พระนครศรีอยุธยา

30 พฤษภาคม เดินทางจาก จ.พระนครศรีอยุธยา ไปยัง อ.แม่สอด จ.ตาก ปักกลด และจำวัด ที่วัดโพธิคุณ จ.ตาก

31 พฤษภาคม ออกเดินทางไปด่านแม่สอดเข้าประเทศพม่า ปักกลดและจำวัด ที่วัดเจดีย์เซา

1 มิถุนายน เดินทางจากที่พักไปสักการะเจดีย์โสณตตระ และกีราต้าเซติเจดีย์ จากนั้นเดินทางต่อไปยังพระธาตุอินทร์แขวน ปักกลดและจำวัด ที่บริเวณพระธาตุอินทร์แขวน

2 มิถุนายน เดินทางกลับจากประเทศพม่าทางด่านแม่สอด เข้าประเทศไทยปักกลดที่วัดโพธิคุณ จ.ตาก 3 มิถุนายน เดินทางจาก จ.ตาก ไปวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี 989 จ.สมุทรปราการ ปักกลดที่วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี 989

4 มิถุนายน วันสุดท้ายของธรรมยาตรา ร่วมพิธีปิดโครงการธรรมยาตรา ตามรอยพระอริยสงฆ์แห่งลุ่มน้ำโขง ที่วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี 989

กล่าวสำหรับ “สุภชัย” รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ยาหลายชนิดที่คนไทยคุ้นชินกันดี ไม่ว่าจะเป็น ทิฟฟี่ ซาร่า ฯลฯ และยังเป็นประธานบริหารของโรงแรมเครือ “โภคีธารา” ทั้ง 3 แห่ง คือ กระบี่ พนมเปญ และเสียมราฐ

“สุภชัย” เป็นหนึ่งใน “นวกะโพธิ์” ผู้ผ่านการบวชเรียนใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประเทศอินเดีย เขาก็ไปบวชพร้อมกับนายทหาร นักธุรกิจ นักการทูต เมื่อไปบวชก็ได้ศึกษาพระธรรมวินัย ศึกษาชีวิตของพระพุทธเจ้า ก็เกิดความซาบซึ้งใจว่า พระพุทธศาสนาไม่ใช่เรื่องประวัติพระพุทธเจ้า แต่เป็นเรื่องของจิตใจ เป็นเรื่องมนุษย์ว่า จะอยู่ร่วมกันอย่างไร ในหน้าที่การงาน ธุรกิจและชีวิต เราควรนำพระพุทธศาสนามาหล่อเลี้ยงจิตใจ จึงตั้ง “สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย” ส่งเสริมพระให้ได้ไปบวชเรียนที่ประเทศอินเดียเป็นประจำ

จากโครงการธรรมยาตรา 5 แผ่นดิน จะทำให้ 5 ประเทศนี้เป็นภาคีต่อกัน และจะเชื่อมโยงไปอีกหลายประเทศ โดยให้นำพระพุทธศาสนาเข้าไป เพื่อทำให้ความเป็นอยู่ด้านจิตใจดีขึ้น

ถาม “พ่อ” ยัง? “วัน อยู่บำรุง” รู้จักมั้ย “บิ๊กจ๊อด”!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/280325

ถาม “พ่อ” ยัง? “วัน อยู่บำรุง” รู้จักมั้ย “บิ๊กจ๊อด”!!

คนในข่าว  :  1 มิ.ย. 2560
เฉลิม, พลอสุนทร คงสมพงษ์, พลทอภิรัชต์ คงสมพงษ์, ขอขมา, มาลัย, คสช, ขอโทษ, กราบขอโทษ, คนในข่าว, คมชัดลึก, ถาม, พ่อ, ยัง วัน, อยู่บำรุง รู้จักมั้ย, บิ๊กจ๊อด, วัน อยู่บำรุง, ลูกวัน, คนดัง, วัน, แม่ทัพแดง, บิ๊กแดง, มี สสอยู่ 3 คน, บิ๊กจิ๋ว, น้าชาติ, ทหาร, อาจหาญ, อยู่บำรุง, 21 ปี, 17 ปี, 10 ปี, พี่จ๊อด,

บางที “พ่อเฉลิม” คงต้องเล่าเรื่อง “ลี้ภัยในเดนมาร์ค” ให้ “ลูกวัน” ฟังอีกครั้ง!!

เกรียวกราวตามประสา “ลูกพ่อเหลิม” ที่พักหลังกลายเป็น “คนดัง” ในโลกโซเชียล มีแฟนๆ ติดตามเยอะ
แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คืนวันก่อนนึกยังไง “วัน อยู่บำรุง” จึงโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว วิจารณ์การเมืองชนิดสะใจคนคอเดียวกัน
“บ้านเมืองแม่งโคตรล้าหลังและชิบหายเพราะพวกมึงอ่ะไอ้สลัด..บิ๊กทั้งหลายไปตายซะ”
มิทันข้ามว้น “วัน” ก็ลบโพสต์นั้นทิ้ง และโพสต์ข้อความใหม่ ขอโทษ คสช.ทันที
“ผมสำนึกผิด จึงกราบขอโทษคณะผู้บริหารของรัฐบาล และ คสช.ด้วย หวังว่าพวกท่านคงให้อภัยในความผิดพลาดครั้งนี้”
เท่านั้นยังไม่พอ “วัน” หอบมาลัยไปทำเนียบ เพื่อขอขมาลาโทษนายกฯ พร้อมกับอ้างว่า ได้เข้าพบกับแม่ทัพภาคที่ 1 มาแล้ว

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

วันถัดมา พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้ออกมาปฏิเสธข่าวที่ว่า ตนเรียกลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เพราะช่วงวันที่ 30-31 พ.ค.2560 “แม่ทัพแดง” เดินทางไปปฏิบัติภารกิจตรวจชายแดนไทย-กัมพูชา ประชุมร่วมกับนายทหารระดับสูงของประเทศกัมพูชา
“บิ๊กแดง” บอกว่า น่าจะเป็นเรื่องของ “ร.ต.อ.เฉลิม” เตือนลูกชาย จึงทำให้วันเขียนขอโทษ และไปขอขมานายกฯ ที่ทำเนียบรัฐบาล
อย่างที่ว่าโลกมันกลม มาวันนี้ “วัน” ลูกชาย ร.ต.อ.เฉลิม ต้องขานชื่อ “บิ๊กแดง” ลูกชาย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ประหนึ่งเป็นยันตร์กันผี
นักการเมืองชื่อ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผ่านสมรภูมิการเมืองมาทุกรูปแบบ มีขึ้น มีลง มีรุ่ง มีร่วง และครั้งหนึ่งในชีวิตของ “สารวัตรเหลิม” คือ การที่ทหารยึดอำนาจ และต้องหนีตายไปอยู่ในต่างแดนนานเกือบปี เป็นสิ่งที่เขาจดจำไม่ลืม
ปี 2532 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง หัวหน้าพรรคมวลชน (มี ส.ส.อยู่ 3 คน) เข้าร่วมรัฐบาลชาติชาย ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดูแล อสมท
28 พฤษภาคม 2533 พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากกองทัพมารับตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เกิดมีปัญหาขัดแย้งกับ “เฉลิม” ทำให้ “บิ๊กจิ๋ว” ลาออกจากรัฐบาลชาติชาย
เวลานั้น “เฉลิม” แสดงตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์ “น้าชาติ” โดยออกหน้าชนกับ “ทหาร” ถึงขั้นดักฟังความเคลื่อนไหวของกองทัพ
กองทัพจึงยึดรถโอบีของ อสมท ในซอยวัดไผ่เลี้ยง เขตหนองแขม ด้วยข้อหาใช้คลื่นส่งสัญญาณเดียวกับทหารกระทบต่อความมั่นคงของชาติ จน “น้าชาติ” ต้องลงมาหย่าศึก สั่งให้กองทัพคืนรถโอบีให้แก่ อสมท
ร.ต.อ.เฉลิมจึงกลายเป็นศัตรูของกองทัพ ในยุคที่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็น ผบ.ทบ. และ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ เป็น ผบ.สส.
วันที่ 23 ก.พ.2534 ทหารอากาศควบคุมตัว พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี ขณะที่อยู่บนเครื่องบินซี 130 การยึดอำนาจของคณะทหารสำเร็จลงอย่างง่ายดาย ภายใต้การนำของ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์
เย็นวันเดียวกัน ร.ต.อ.เฉลิม หลบหนีออกจากบ้านพักย่านบางบอน คลาดกับชุดจับกุมของทหารเพียง 15 นาที โดยอดีตรัฐมนตรีคนดังหนีลงไปอาศัยอยู่กัยพรรคพวกทางภาคใต้ ก่อนจะหลบขึ้นเรือเดินทะเลไปปักหลักอยู่ที่สิงคโปร์ หลังจากนั้น “อาจหาญ” ลูกชายคนโตทำเรื่องผ่าน UNHCR ที่สิงคโปร์ ขอลี้ภัยไปอยู่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ค
เวลานั้น ครอบครัว “อยู่บำรุง” อาศัยอยู่บ้านหลังเล็กๆ ชานกรุงโคเปนเฮเกน ประกอบด้วยตัวเขา ,ลำเนา, อาจหาญ(21 ปี), วัน (17 ปี) ,ดวง (10 ปี) และ จ.ส.ต.สงวน แกล้วกล้า ตำรวจติดตามที่กลายเป็นสมาชิกของครอบครัว
ระหว่างที่ลี้ภัยอยู่เมืองนอก ร.ต.อ.เฉลิม พยายามให้ “เพื่อนนักหนังสือพิมพ์” ระดับขาใหญ่ คอยล้อบบี้ “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ประธานสภา รสช. เพื่อเปิดทางให้เขาและครอบครัวกลับบ้าน

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!
แล้วในที่สุด ความหวังของสารวัตรเฉลิมก็สัมฤทธิ์ เมื่อ “บิ๊กจ๊อด” ไฟเขียวให้กลับบ้านได้ โดยครอบครัวเขาเดินทางถึงสนามบินดอนเมือง ตอนบ่ายวันที่ 24 ธ.ค.2534 และประโยคแรกๆ ที่ ร.ต.อ.เฉลิม บอกกับนักข่าว “กลับมานี่ เพราะพี่จ๊อด ท่านอนุญาตให้กลับ เพราะผูกพันกันในฐานะลูกน้องเก่ากับนายเก่า สมัยเป็นทหาร”
อีกประโยคหนึ่ง “ถ้าจะเล่นการเมือง ผมก็รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร เพราะครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนทางการเมืองที่เจ็บที่สุดที่แพงที่สุด”
ตกค่ำ ร.ต.อ.เฉลิม นำครอบครัวไปกราบ “พี่จ๊อด” ถึงบ้านพัก โดยกล่าวขอบคุณ “ชายเสื้อคับ” ว่า “พี่จ๊อด อนุญาตให้กลับเมืองไทย ก็เท่ากับพี่จ๊อดให้ชีวิตใหม่”
พล.อ.สุนทร ให้โอวาทตอบกลับสั้นๆว่า “ขอให้โชคดี ความกตัญญูกตเวทีเท่านั้น ที่จะทำให้เรามีชีวิตรอด” พร้อมกับตบหลังสารวัตรเฉลิมดังผัวะๆๆ แสดงความรักความเมตตาสไตล์บิ๊กจ๊อด
หลังจากนั้น “บิ๊กจ๊อด” เข้าครัวทำอาหารเลี้ยงเฉลิมและครอบครัว มีการคล้องแขนดื่มเหล้ากันอย่างสนุกสนาน

นี่เป็นภาพในทรงจำของครอบครัวอยู่บำรุง เมื่อ 26 ปีที่แล้ว

 

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

ถาม "พ่อ" ยัง? "วัน อยู่บำรุง" รู้จักมั้ย "บิ๊กจ๊อด"!!

จะว่าไปแล้ว ร.ต.อ.เฉลิม ก็เล่นบท “อยู่เป็น” มาตั้งแต่ช่วงหลังรัฐประหาร 2549 กระทั่งรัฐประหาร 2557 ก็เก็บตัวเงียบอยู่ในบ้านพักย่านหลังวัดบางบอน
มีแต่ “วัน” ลูกชายของเขาเท่านั้น ที่เล่นเฟซบุ๊ค สื่อสารกับแฟนคลับ จนเกิดอาการ “มึนๆ” อย่างที่ลูกชาย “บิ๊กจ๊อด” บอก เลยโพสต์ความเห็นวิจารณ์ คสช.
บางที “พ่อเฉลิม” คงต้องเล่าเรื่อง “ลี้ภัยในเดนมาร์ค” ให้ลูกวันฟังอีกครั้งแล้วล่ะมั้ง??

กลัวทหารทำไม?”สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล”ประมุขนักรบรวงทอง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/people/280056

กลัวทหารทำไม?”สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล”ประมุขนักรบรวงทอง!

คนในข่าว  :  31 พ.ค. 2560
โรดแม็พ, คสช, มังกรเติ้ง, กลัวทหารทำไมสมศักดิ์, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล, ปูมประวัติ, หมูไม่กลัวน้ำร้อน, หมู, หมูชนรถถัง, ตือ, พี่ตือ, สมศักดิ์, รวีวรรณ, แชมป์, แบด, เชน, กำนันตี๋, ปริศนานันทกุล, นักรบรวงทอง, นักการเมือง, บิ๊กตู่

กลัวทหารทำไม?”สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล”ประมุขนักรบรวงทอง!

 

วัฒนธรรมการเมืองสยามประเทศ เมื่อมีทหารยึดอำนาจ “นักเลือกตั้ง” ก็ต้องถอยทัพกลับบ้าน ทำตัวให้น่ารักอยู่ในโอวาททหาร เพื่อรอเวลาเลือกตั้งใหม่

ตอนที่เกิดรัฐประหาร 2557 อดีต ส.ส.ก็เก็บตัวเงียบ แต่ผ่านไป 3 ปี ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเลือกตั้งตามโรดแม็พ คสช. ระยะหลัง นักเลือกตั้งชักไม่ค่อยเกรงใจทหาร ถึงขั้นจะรวมตัวกันสู้กับพรรคทหาร

จุดอ่อนของฝ่ายนักเลือกตั้งคือ มีบาดแผลเยอะ และหลายคนก็มี “ปูมประวัติ” ที่ไม่เป็นบวกมากนัก โดยเฉพาะกลุ่มอดีต ส.ส.ระดับ “ผู้มีอิทธิพล”

สำหรับนักการเมืองที่เป็นร่างทรงและหัวใจของ “มังกรเติ้ง” มายาวนาน อย่าง “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” ก็เป็นคนหนึ่งที่ทำตัวเป็น “หมูไม่กลัวน้ำร้อน” ออกมาวิพากษ์การทำงานของ คสช.อยู่บ่อยๆ อาจจะเป็นเพราะสมศักดิ์ มีชื่อเล่นว่า “หมู” จึงสวมวิญญาณ “หมูชนรถถัง” อยู่บ่อยๆ

เนื่องจากชื่อ “หมู” เพื่อนๆ จึงเรียก “ตือ” และกลายเป็น “เสี่ยตือ” , “พี่ตือ” ติดปากนักข่า่วมาจนถึงทุกวันนี้

“สมศักดิ์” เป็นชาวตำบลบางม่วงเตี้ย อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เมื่อเรียนจบ ก็มาช่วยพี่เขยทำโรงสี และได้แต่งงานกับ “รวีวรรณ” ลูกสาวเจ้าของโรงสีวิเศษชัยชาญเจริญกิจ  จากนั้นก็ช่วยพ่อตาทำโรงสี

ทั้งคู่มีบุตรและธิดา 4 คนคือ กรวีร์ ปริศนานันทกุล (แชมป์), ภราดร ปริศนานันทกุล (แบด), ภคิน ปริศนานันทกุล (เชน) และธนยา ปริศนานันทกุล

สมัยเรียนรามคำแหง สมศักดิ์ได้สัมผัสกับบรรยากาศยุคทองของขบวนการนักศึกษา หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยร่วมกับเพื่อนนักศึกษารามฯ ตั้งพรรคสัตยาเคราะห์ เคลื่อนไหวทางการเมือง กระทั่งเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 สมศักดิ์ต้องหลบภัยเผด็จการ ไม่กลับบ้านอ่างทองอยู่หลายปี จน พล.อ.เกรียงศักดิ์ปฏิวัติล้มรัฐบาลธานินทร์ จึงกลับมาเรียนต่อจนจบ

การได้ซึมซับแนวคิดประชาธิปไตยประชาชน เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่ทำให้สมศักดิ์ก้าวสู่ถนนกา่รเมือง เมื่อปี 2523 โดยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาจังหวัด และได้เป็นประธานสภาจังหวัดอ่างทอง

ที่น่าสนใจ สมศักดิ์เล่นการเมืองท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจาก “เสี่ยแหย” สมชัย ฤกษ์วรารักษ์ คนดังเมืองอ่างทอง ที่มีสัมปทานป่าหลายแห่งในภาคอีสาน โดยสมศักดิ์รู้จักมักคุ้นกับเสี่ยแหยมาตั้งแต่เด็กๆ

เวลานั้น “เสี่ยแหย” เป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย และสนับสนุน ส.ส.พรรคชาติไทยมากกว่า 10 คน เมื่อการเลือกตั้งปี 2529 สมศักดิ์ จึงขยับไปเล่นสนามการเมืองระดับชาติ ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ในโควตาเสี่ยแหย

ปัจจุบัน “เสี่ยยู” อุดม ฤกษ์วรารักษ์ อดีตนายก อบจ.อ่างทอง ลูกชายของเสี่ยแหย เดินคนละเส้นทางการเมืองกับ “เฮียตือ”

เคยมีนักข่าวถามว่า คนหนุ่มที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยจ๋า ทำไมจึงเลือกมาอยู่กับพรรคชาติไทย ที่สมัยโน้นได้ชื่อว่า เป็นพรรคของกลุ่มขุนศึกซอยราชครู สมศักดิ์บอกว่า คนที่มีอุดมการณ์อยู่ที่ไหนก็ได้ เหมือนเมล็ดพันธุ์ที่ไปตกที่ไหน ก็แตกดอกออกช่อ

ด้วยวิธีคิดแบบนี้ ทำให้สมศักดิ์ยืนเคียงบรรหาร ศิลปอาชา ขับเคลื่อนพรรคชาติไทยยุคสุพรรณบุรี หลังจาก พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ แยกตัวออกไปก่อตั้งพรรคชาติพัฒนา

สมศักดิ์ เป็น ส.ส.อ่างทอง มาทุกสมัย ประสบความสำเร็จทางการเมืองมากมาย ได้เป็นรองประธานสภาผู้แทนฯ และเป็นรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวง

นอกจากตัวเขาเอง ลูกชายทั้งสามคนคือ ภราดร, กรวีร์ และภคิน เดินตามรอยพ่อสู่สนามเลือกตั้ง ได้เป็น ส.ส.อ่างทอง เวลานี้ ลูกชายทั้งสาม กลายเป็น “เลือดใหม่” ของพรรคชาติไทยพัฒนา ที่จะก้าวเดินต่อไป โดยมี ท็อป วราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้นำพรรค

การเมืองท้องถิ่นอ่างทอง สมศักดิ์ ได้วางตัวให้ “กำนันตี๋” สุรเชษ นิ่มกุล นายก อบจ.อ่างทอง ดูแลในนามกลุ่ม “สำนึกรักบ้านเกิด” และกำนันตี๋นั้น เคยเป็นประธานสาขาพรรคชาติไทยที่อ่างทอง

ตามสูตรสำเร็จนักการเมืองไทย คุมการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นได้ ก็ต้องทำทีมฟุตบอล ครอบครัว “ปริศนานันทกุล” จึงก่อตั้ง “สโมสรอ่างทอง เอฟซี” ฉายา “นักรบรวงทอง” ปี 2553 ภายใต้การดูแลของ ภราดร ปริศนานันทกุล ร่วมกับ สุรเชษ นิ่มกุล ต่อมา ได้จดทะเบียนเป็นบริษัท อ่างทอง เอฟซี จำกัด กำลังเล่นอยู่ในไทยลีก 2

จริงๆ แล้ว ครอบครัวของสมศักดิ์ มีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอล จึงตั้งใจที่จะปั้นทีมอ่างทอง เอฟซี ให้ก้าวขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดให้ได้

ระหว่างบ้านเมืองวุ่นวายด้วยสงครามสี สมศักดิ์เจอวิบากกรรมอยู่ 2 เรื่องคือ ปี 2551 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค

ปี 2559 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีมติเอกฉันท์ให้บ้านใน จ.อ่างทอง ของสมศักดิ์ ที่สร้างปี 2541 มูลค่า 16 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน หลัง ป.ป.ช.ชี้มูลเมื่อปี 2558 ว่าเขามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ

อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์ได้วางทายาทการเมืองไว้พร้อมแล้ว และตัวเขาก็ยังรับบท “พี่เลี้ยง” คนสำคัญของทีมสุพรรณบุรี เอฟซี

 

——–

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

จับอาการ “นักการเมือง” แข็งข้อ “บิ๊กตู่” !!??

“สมศักดิ์” เปิดใจ ทำไมกล้าต่อกร “บิ๊กตู่” !!??