เปิดโผ 5 ‘เมืองรอง’ น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564933

เปิดโผ 5 'เมืองรอง' น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

เปิดโผ 5 ‘เมืองรอง’ น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

07 ธ.ค. 2566

อโกด้า เปิดโผ 5 ‘เมืองรอง’ จาก 5 ภาค ใครกำลังหามองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น้อยคนจะรู้ว่ามีสถานที่อันสวยงามเหล่านี้อยู่ด้วย จะเป็นที่ไหนบ้างไปดูกันเลย

บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสุขช่วงสิ้นปีกำลังจะมาถึงอีกครั้ง พร้อมกับความคึกคักเนื่องจากทุกคนต่างออกไปเที่ยวทริปหยุดยาวสิ้นปีที่วางแผนกันเอาไว้ สำหรับ นักท่องเที่ยว คนไหนที่กำลังมองหา สถานที่ท่องเที่ยว ที่ไม่น่าแน่นขนัดไปด้วยผู้คน หรือใครที่กำลังหามองหาประสบการณ์การท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่น้อยคนจะรู้ว่ามีสถานที่อันสวยงามเหล่านี้อยู่ด้วย วันนี้ อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว จึงมาแชร์ 5 เมืองรอง จาก 5 ภาค ที่น่าเที่ยวช่วงสิ้นปีนี้ จะเป็นที่ไหนบ้างไปดูกันเลย

แม้จะเป็น เมืองรอง แต่เมืองเหล่านี้กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เพราะทั้งมีเสน่ห์ และ สถานที่ท่องเที่ยว น่าสนใจอีกมากรอให้ นักท่องเที่ยว มาค้นพบ ในบรรดาเมืองรองทั้ง 5 เมือง เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลการค้นหาของอโกด้าในปี 2565 และปีพ.ศ. 2566 พบว่า นครนายก เป็นจุดปลายหมายทางที่มียอดการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วย อุบลราชธานี 29 เปอร์เซ็นต์ สุพรรณบุรี 24 เปอร์เซ็นต์ เพชรบูรณ์ 23 เปอร์เซ็นต์ และตรัง 20 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

เสน่ห์ของ เมืองรอง เหล่านี้มีตั้งแต่ป่าเขาที่สวยงาม พื้นที่เขียวขจีบริเวณทางตอนเหนือของประเทศ ไปจนถึงชายหาดสวย ทะเลใสทางตอนใต้ สถานที่เหล่านี้เหมาะที่จะเป็นทริปส่งท้ายปีแบบไม่ซ้ำใคร ซึ่งจะสร้างความทรงจำอันแสนวิเศษไม่รู้ลืมให้กับนักท่องเที่ยว

เปิดโผ 5 \'เมืองรอง\' น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

เพียงแค่สองถึงสามชั่วโมงจากกรุงเทพฯ นครนายก จึงเป็นตัวเลือกสำหรับ นักท่องเที่ยว ที่อาจกำลังมองหาสถานที่สวยงามแต่ไม่ไกลมาก นครนายกขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีภูมิทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม หากมาเยือนที่นี่ไม่ควรพลาดการผจญภัยที่ เขาหล่น โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินตามสะพานไม้บนเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชมความงามของแมกไม้ และภูเขาอันกว้างใหญ่ได้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับคนที่รักการผจญภัยอย่างการปีนขึ้น-ลงหน้าผา หากใครอยากจะเดินทางไปเที่ยว ช่วงที่ดีที่สุดในการเที่ยวเขาหล่นคือเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคมของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่ผืนหญ้าจะเปลี่ยนเป็นสีทองล้อไปกับสีพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้า

อีกหนึ่งสถานที่สวยงามไม่แพ้กันคือ อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ คุ้มค่าแก่การมาเยือนด้วยทัศนียภาพอันงดงามของภูเขาเขียวขจีตลอดทั้งปี อีกทั้งถนนรอบอ่างเก็บน้ำก็เหมาะสำหรับการปั่นจักรยาน ใครที่อยากไปวัดทำบุญต่อ ไม่ควรพลาดวัดเขาทุเรียน หรืออีกชื่อคือวัดสีชมพู ที่สวยงามเหมาะกับการไปถ่ายภาพสวยๆ

เปิดโผ 5 \'เมืองรอง\' น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุบลราชธานี มี สถานที่ท่องเที่ยว มากมายอย่าง สกายวอล์คเขื่อนสิรินธร จุดชมวิวที่เพิ่งเปิดเมื่อไม่นานมานี้ มีทางเดินยาวกว่า 400 เมตร และพื้นกระจกตรงทุกปลายทางแยก เพื่อให้สามารถชมวิวด้านล่างได้ด้วย นอกจากทิวทัศน์ของป่าไม้แล้ว ก็ยังจะได้เห็นฟาร์มโซลาร์เซลล์ลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย สำหรับใครที่อยากสัมผัสกับชายหาด แนะนำให้นั่งเรือไปที่หาดหงส์ เนินทรายกลางแม่น้ำโขงที่มีความชันมากกว่า 75 องศา บรรยากาศรายล้อมวิวอันสวยงามของแก่งหิน โบก หาดทราย สันดอนทรายที่โผล่ขึ้นมาเวลาน้ำลง อีกทั้งใกล้ๆ ก็ยังมีทุ่งหินสี ที่เต็มไปด้วยหินเงา ทรงสวยงาม แปลกตาผู้มาเยือน

วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้ที่หลงใหลในวัฒนธรรม โดยจุดเด่นของวัดนี้คือจิตรกรรมฝาผนัง และบนพื้นแบบเรืองแสง ผลงานที่เด่นที่สุดคือ ภาพต้นกัลปพฤกษ์ซึ่งอยู่ด้านหลังของอุโบสถ สำหรับครอบครัวที่อยากพาเด็กๆ ไปเที่ยว สวนสัตว์อุบลราชธานีก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งนอกจากจะได้ความสนุกแล้ว เด็กๆ ก็ได้ทำกิจกรรมเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับสัตว์ด้วย โดยสวนสัตว์อุบลราชธานีสร้างขึ้นในคอนเซ็ปต์ Jungle Park ที่ผสมผสานหลายส่วนแสดงสัตว์เข้ากับป่าไม้จริงในพื้นที่ สร้างความสมจริงให้นักท่องเที่ยว

เปิดโผ 5 \'เมืองรอง\' น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

เพียงแค่หนึ่งร้อยกิโลจากกรุงเทพฯ ก็ถึง สุพรรณบุรี เมืองที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติและเสน่ห์ของวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว สำรวจ ตลาดเก่าสามชุก ซึ่งอยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน ตลาดสำคัญในการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าที่สำคัญในอดีต และมีการค้าขายกันอย่างคึกคักถึงปัจจุบัน บอกเล่าวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นได้ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี

ใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นทริปสงบๆ เพี่อพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ควรพลาด อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง สถานที่ท่องเที่ยว ที่อยู่ภายใต้การดูแลของชุมชน เหมาะสำหรับคนที่รักการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นักท่องเที่ยวจะได้ฟื้นฟูจิตใจที่เหนื่อยล้ามาทั้งปี ด้วยความงดงามของทิวทัศน์เขื่อนและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของสุพรรณบุรี

เปิดโผ 5 \'เมืองรอง\' น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

เพชรบูรณ์ เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของประเทศ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามหลายแห่งให้ไปสำรวจ เช่น สะพานพ่อขุนผาเมือง หรือสะพานห้วยตอง สะพานที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยเข้าด้วยกัน ด้วยฐานที่สูงกว่า 50 เมตร สะพานที่โค้งที่ตัดผ่านหุบเขาผนวกเป็นภาพความงดงามของสิ่งโครงสร้างสะพานแบบคลาสสิกที่ตัดกับทิวทัศน์ป่าอันสมบูรณ์โดยรวมได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดคือ น้ำตกศรีดิษฐ์ ด้วยความสูงกว่า 30 เมตร และน้ำที่ไหลตลอดทั้งปี ทำให้พื้นที่รอบๆ น้ำตกถูกกำหนดเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้พบระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ของสัตว์ป่า

สำหรับนักสำรวจตัวน้อย ไม่ควรพลาด Amazing Dinosaur เขาค้อ พร้อมนำเสนอการผจญภัยแสนสนุกตื่นเต้นกับฝูงไดโนเสาร์ อุโมงค์เรืองแสง ป่าดึกดำบรรพ์และ แดนอียิปต์โบราณ และเขาวงกต สำหรับใครที่ชอบประวัติศาสตร์ก็ต้องไป อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ถูกรับรองขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ครั้งที่ 45 อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพนี้มีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น เช่น เขาคลังนอก เนินทรงพีระมิดแห่งเดียวในประเทศไทย และเขาคลังใน ศาสนสถานของชาวพุทธที่มีชื่อเสียงด้านรูปปั้นนูนแบบทวารวดี และรูปปั้นขนาดเล็กที่อยู่รอบฐานรากของโครงสร้าง

เปิดโผ 5 \'เมืองรอง\' น่าเที่ยว ใครสนใจ จัดเลย ทริปสิ้นปีนี้

ตรัง เรียกได้ว่าเป็นอัญมณีแดนใต้ที่มีชายฝั่งทะเลอันดามันอันสวยงามยาวกว่า 199 กิโลเมตร พร้อมดึงดูด นักท่องเที่ยว ด้วยธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และอาหารอร่อย โดยล่าสุด เกาะกระดาน ถูกจัดให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2023 โดยเว็บไซต์ World Beach Guide ดื่มด่ำไปกับชายหาดสีขาวที่ล้อมรอบไปด้วยท้องทะเลอันกว่างใหญ่ กลับจากชายฝั่งมาสู่ตัวเมืองตรัง เมืองเก่าที่ชวนหลงไหลด้วยเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกิสซึ่งยังเป็นที่อยู่อาศัยของคนท้องถิ่น รวมถึงศาลเจ้าเก่าแก่นับศตวรรษ และโบสถ์ที่เก่าแก่ยังคงมีอยู่ให้เห็น

ส่วนด้านอาหาร หากมาตรังก็ต้องไม่พลาด 2 เมนูเด็ด นั่นคือ หมูย่างเมืองตรังอันเป็นเอกลักษณ์ และ เคาหยก หรือที่คนตรังเรียกว่า เกาหยุก ซึ่งเป็นหมูสามชั้นตุ๋นผักกาดแห้ง อาหารที่ได้รับเลือกให้เป็นเมนูประจำจังหวัดจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ประจำปี 2566”

‘วัดมหาธาตุ’ สมโภชพระอาราม 338 ปี เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครั้งแรก

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564620

'วัดมหาธาตุ' สมโภชพระอาราม 338 ปี เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครั้งแรก

‘วัดมหาธาตุ’ สมโภชพระอาราม 338 ปี เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครั้งแรก

02 ธ.ค. 2566

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กำหนดจัดงานสมโภชพระอาราม ครบ 338 ปี เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมครั้งแรก ระหว่าง 27 ธ.ค.66 – 2 ม.ค.67

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร กำหนดจัดงาน สมโภชพระอาราม ครบ 338 ปี ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2566 – 2 ม.ค.2567 เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระบูรพกษัตริยาธิราชเจ้า และสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กับเพื่อเป็นการเฉลิม พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในฐานะที่ทรงเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ผู้ทรงพระคุณ อันประเสริฐ ในโอกาสมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ 72 พรรษา วันที่ 28 ก.ค.2567 อีกทั้งเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ด้านประวัติศาสตร์และเผยแพร่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ให้เป็นที่รู้จักของประชาชนโดยทั่วไป และนักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศ

การจัดกิจกรรม สมโภชพระอาราม 338 ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ ราชวรมหาวิหาร ครั้งนี้ถือเป็นครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นครั้งแรกที่ทางวัดได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาชมความสวยงาม ได้สัมผัสถึงความงดงามของเอกลักษณ์ ศิลปะ วัฒนวัฒนธรรมไทย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการต่อยอดสู่การเป็นซอฟต์พาวเวอร์เชิงวัฒนธรรม ที่สร้างมูลค่าและก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศ โอกาสนี้ สัมผัสความงดงามอันทรงคุณค่าของไทย ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ในโอกาสที่ส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ และเยี่ยมชมกิจกรรมต่างๆ เช่น การแสดง การละเล่น การออกร้านค้า รวมถึงกิจกรรมสวดมนต์เจริญจิตภาวนาข้ามปี ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค. 2566 – 2 ม.ค. 2567

สำหรับ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ ราชวรมหาวิหาร เดิมชื่อ วัดสลัก สันนิษฐานว่า วัดนี้แต่ก่อนมีพระภิกษุเป็นช่างฝีมือแกะสลักอยู่จำนวนมาก อาจเป็นเหตุให้ชาวบ้านเรียกชื่อวัดว่า ‘วัดสลัก’

เมื่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งเมืองธนบุรีเป็นราชธานี สร้างพระนครทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา วัดสลักอยู่ในพระนครฝั่งตะวันออก จึงทรงยกฐานะเป็นพระอารามหลวง เป็นที่สถิตของพระราชาคณะ

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนารถ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก โปรดเกล้าฯ ย้ายพระนครมาฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงทำให้มีวัดที่อยู่ใกล้ชิดพระราชวังที่สร้างขึ้นใหม่ 2 วัดคือ 

1. วัดโพธาราม อยู่ชิดกับพระบรมมหาราชวังข้างด้านใต้ รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนาวัดนี้และพระราชทาน นามว่า ‘วัดพระเชตุพน’

2. วัดสลัก อยู่ข้างเหนือพระบรมมหาราชวัง แต่อยู่ชิดด้านใต้พระราชวังบวรฯ สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ทรงสถาปนาวัดสลักและขนานนามใหม่ ชื่อว่า วัดนิพพานาราม วัดพระศรีสรรเพชญ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ และในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เพิ่มสร้อยนามของวัด เป็น วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564609

ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

02 ธ.ค. 2566

เปิดประสบการณ์ใหม่สายบุญ-สายเที่ยว เตรียม check in อารามอร่าม 10 วัด-พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ชมความงามยามค่ำ ไหว้พระเสริมสิริมงคลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 24 ธ.ค.66 – 2 ม.ค.67

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เผยว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มุ่งขับเคลื่อน Soft Power ด้านเฟสติวัลและด้านท่องเที่ยวรองรับนโยบาย Thailand Creative Content Agency (THACCA) ของรัฐบาล และนโยบายของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งเห็นว่านอกจากเวลากลางวันแล้ว ควรส่งเสริมการท่องเที่ยว โบราณสถาน และ พิพิธภัณฑ์ ในเวลากลางคืนด้วย เนื่องจากอากาศไม่ร้อน เพื่อให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทั้งโรงแรม ร้านอาหารและส่วนอื่นๆ มีรายได้มากขึ้น รวมทั้งนโยบายของ วธ.ในการส่งเสริมคุณค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างงานสร้างรายได้สู่ชุมชนและประเทศ ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจประเทศ

ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

วธ.จึงได้จัดกิจกรรม “อารามอร่าม 10 วัดและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ” ระหว่างวันที่ 24 ธ.ค.2566 – 2 ม.ค.2567 โดยบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร(กทม.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และวัดในกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง ได้แก่  

  1. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
  2. วัดไตรมิตรวิทยาราม
  3. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
  4. วัดประยุรวงศาวาส
  5. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 
  6. วัดสุทัศนเทพวราราม
  7. วัดอรุณราชวราราม
  8. วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
  9. วัดราชนัดดาราม
  10. วัดระฆังโฆสิตาราม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

กิจกรรมประกอบด้วย

  1. กิจกรรมไหว้พระเสริมสิริมงคลในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ช่วงเวลา 08.00 – 18.00 น.
  2. การเปิดไฟฟ้าส่องสว่าง ช่วงเวลา 18.00 – 21.00 น. เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของวัดแต่ละแห่งและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ช่วงเวลาเย็นจนถึงค่ำ
  3. กิจกรรมไหว้พระเสริมสิริมงคลยามค่ำคืน ได้แก่ วัดระฆังโฆสิตาราม วัดสุทัศนเทพวราราม และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เปิดเวลา 18.00 – 20.00 น.
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
ชมความงามยามค่ำ วัด พิพิธภัณฑ์ ไหว้พระเสริมมงคล ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ขณะเดียวกัน วธ.ได้ประสานความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ รวมทั้งติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมและจุดเช็คอินในแต่ละวัดด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้จะช่วยส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมวัดแต่ละแห่งและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร มากขึ้นเพราะจะได้เห็นถึงความงดงามในช่วงค่ำคืน เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจต่างจากช่วงเวลากลางวัน ทำให้ผู้ประกอบการและชุมชนแต่ละพื้นที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชาติ โดยสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม 1765

ชวนเที่ยว โบราณสถาน ‘เวียงกุมกาม’ ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564385

ชวนเที่ยว โบราณสถาน 'เวียงกุมกาม' ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66

ชวนเที่ยว โบราณสถาน ‘เวียงกุมกาม’ ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66

29 พ.ย. 2566

ชวนเที่ยว ‘เวียงกุมกาม’ ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ แต่งกายชุดพื้นเมืองนั่งรถม้าเยี่ยมชม โบราณสถาน สำคัญ ร่วมชมการแสดง โขนในเวียง พร้อมแสง สี เสียง เทคนิคพิเศษ ท่ามกลางโบราณสถานงดงามตระการตา

กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ ขอเชิญชวนท่องเที่ยว โบราณสถาน ยามค่ำคืน “แอ่วกุมกามยามแลง” ระหว่างวันที่ 1 – 2 ธ.ค. 2566 เวลา 16.00 – 21.00 น. ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ แต่งกายชุดพื้นเมืองนั่งรถม้าเยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญของเวียงกุมกาม อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาสมัยพญาเม็งราย ร่วมชมการแสดงโขนในเวียง พร้อมแสง สี เสียง เทคนิคพิเศษ ท่ามกลางโบราณสถานงดงามตระการตา

ชวนเที่ยว โบราณสถาน \'เวียงกุมกาม\' ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66
ชวนเที่ยว โบราณสถาน \'เวียงกุมกาม\' ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66

ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวแหล่ง โบราณสถาน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติยามค่ำคืน เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสความสวยงามของโบราณสถานในยามที่กระทบแสงไฟสาดส่อง ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ จึงร่วมกับ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน “แอ่วกุมกามยามแลง” ณ วียงกุมกาม อดีตเมืองหลวงของล้านนา โดยภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมนั่งรถม้าเยี่ยมชมโบราณสถานสำคัญของเวียงกุมกาม อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาสมัยพญาเม็งรายที่มีอายุเก่าแก่กว่า 700 ปี ช้อป ชิม ชมกาดกุมกาม @ Night

ชวนเที่ยว โบราณสถาน \'เวียงกุมกาม\' ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66
ชวนเที่ยว โบราณสถาน \'เวียงกุมกาม\' ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66

เลือกซื้ออาหารและสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ชมนิทรรศการภาพเขียนสีน้ำ “เวียงกุมกาม” โดยชมรมสล่าแต้มงาม เชียงใหม่ การออกบูธกิจกรรมของหน่วยงานต่างๆ การสาธิตการทำโคมล้านนา และการแสดงศิลปวัฒนธรรม พิเศษกับการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด ทูษณ์ – ขร – ตรีเศียร – ยกรบ โดยนาฏศิลปินจากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร ซึ่งมีจุดเด่นที่กระบวนท่ารบและเอกลักษณ์ในการแสดงโขนอย่าง “การขึ้นลอย” เป็นกระบวนท่ารำตามแบบแผนโบราณที่มีความงดงาม พร้อมทั้งการออกแบบแสง สี เสียงประกอบการแสดงด้วยเทคนิคพิเศษเพื่อให้เข้ากับฉากหลังที่เป็นโบราณสถานเวียงกุมกาม เสริมสร้างบรรยากาศและเปิดประสบการณ์สุนทรียะการชมโขนในเวียงกุมกาม

ชวนเที่ยว โบราณสถาน \'เวียงกุมกาม\' ยามค่ำคืน จ.เชียงใหม่ 1 – 2 ธ.ค. 66

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยว โบราณสถาน ยามค่ำคืน “แอ่วกุมกามยามแลง” ณ เวียงกุมกาม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 1 – 2 ธันวาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 16.00 -21.00 น. ณ ลานกิจกรรม วัดอีก้าง – วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ แต่งกายด้วยชุดพื้นเมือง ชุดผ้าไทยหรือชุดผ้าถิ่น เพื่อเพิ่มสีสันบรรยากาศภายในงาน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ โทร.0 5322 2262

‘เปียโน – โอเว่น – เวียง – พ็อตเตอร์’ ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564314

'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา

‘เปียโน – โอเว่น – เวียง – พ็อตเตอร์’ ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา

28 พ.ย. 2566

ดาวรุ่งมีแววปังจากละคร มนต์รักลูกทุ่ง ทางช่อง 3  มาร่วมเทศกาลพลุ “เปียโน สรัลพร ธนินกุลนาถ”ชวนเพือน ร่วมงานใหญ่ระดับโลก เทศกาลพลุนานาชาติ 2566 พัทยา Pattaya International Fireworks Festival 2023

ตื่นตาตื่นใจมากๆ กับงานใหญ่ระดับโลก เทศกาลพลุนานาชาติ 2566 พัทยา Pattaya International Fireworks Festival 2023 มากกว่าตะลึง กับโชว์พลุเต็มตาเต็มอิ่มจุๆ หลายชั่วโมงรวมสองวัน กลางทะเลพัทยา พลุสวยสุดฤทธิ์สุดเดชจาก 5 ประเทศได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ เซอร์เบีย จีน ฟิลิปปินส์

โดยเฉพาะพลุจากฟิลิปปินส์ ที่จุดเป็นคำว่า  Lisa จุดพลุพร้อมเพลงโครตฮิต ลาลิซ่า LaLisa แฟนคลับบลิงก์ Blink ต่างแห่แชร์ จนกลายเป็นคลิปไวรัลว่อนไปทั่วโลกแล้ว 

งานใหญ่ระดับโลกอย่างนี้ มีทีมหนุ่มหล่อสาวแซ่บจาก มี เอนเนอจี้ดริ้งก์ ME Energy Drink พลังที่เราเลือกได้ มาร่วมงานด้วย  นำโดย ดาวรุ่งมีแววปังจากละคร มนต์รักลูกทุ่ง ทางช่อง 3  มาร่วมเทศกาลพลุ “เปียโน สรัลพร ธนินกุลนาถ

“ก่อนอื่นฝากทั้งงานเพลง จุ๊มเหม่งมีอะไร งานหนังจากค่ายเสกสรรฟิล์ม SakSan Film ส่วนงานละครมนต์รักลูกทุ่งนะครับ ปีหน้าจะได้เห็นหน้าโนเยอะหน่อย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ในงานพลุพัทยานี้ ทุกคนมีรอยยิ้มมีความสุข เป็นเทศกาลพลุ ที่ช่วยสร้างความสุขให้กับทุกๆคน เชื่อว่างานพลุพัทยาจะยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี”

\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา

นอกจากนี้ยังมีอีก 3 พรีเซนเตอร์ของ มี เอนเนอจี้ดริ้งก์ ME Energy Drink พลังที่เราเลือกได้ มา โอเว่น เฮืองประเสริฐ สุดาวงศ์,พ็อตเตอร์ ชยพล บุญรักษา และเวียง เวียงคำ จันทะวงสา  ซึ่งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พลุสวยมาก อยากให้มีทุกๆปีอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพราะดึงนักท่องเที่ยวได้เยอะจริง พร้อมทัพเพื่อนพ้องนักแสดง  เจน มะไรรัก พระจันทร์ ,โด่ง พัฒนา ไชยะกุมาร ,ฟร้อง ฐากูร ประยูรโต และ กุ๊กกี้ มณเนตร เกริกชัยวัน 

\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา

ทางด้านนุ้ย สุวิมล  ผู้บริหารบริษัท เปิดใจดังๆ งานพลุพัทยานี้ เรามาออกบูธ เล่นเกมส์แจกของ ขายในราคาพิเศษ ผลตอบรับดีเกินคาดมากๆ ชาวไทยแห่ซื้อเยอะ โดยเฉพาะชาวต่างชาติชอบซื้อกันเยอะยิ่งกว่า ใครยังไม่ได้ลอง รีบไปซื้อมี ME กันได้แล้วที่ร้านจิฟฟี่ Jiffy ตามปั้มน้ำมัน ปตท.ทั่วไทย แน่นอนว่าปีหน้าเราจะบุกจริงจัง ที่ตลาดต่างประเทศไปด้วย” 

ในงานพลุพัทยา ยังมีคอนเสิร์ตจาก ปาล์มมี่ นักร้องดังที่ร้องเต้นสุดสวิงริงโก้ ช่วงชวนซึ้งก็มีแฟนคลับตัวจริง หอบลูกชายมาพร้อมดอกไม้สวยช่อโต โดยปาล์มมี่บอกว่า เขาเป็นแฟนคลับตามๆ ดูคอนเสิร์ตมาตลอด จนแต่งงานมีลูกแล้ว ก็ยังมาคอยให้กำลังใจเสมอ 

\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา
\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา
\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา
\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา
\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา
\'เปียโน - โอเว่น - เวียง - พ็อตเตอร์\' ร่วมงานระดับโลก พลุพัทยา

ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564309

ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน

ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน

28 พ.ย. 2566

เคทีซี ร่วมกับ สายการบินแอร์ อัสตานา จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปวาดภาพ พร้อมเปิดโปรแกรมเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม @ คาซัคสถาน

เคทีซี ร่วมกับ สายการบินแอร์อัสตานา จัดเวิร์คช้อป Kazakhstan, at your first sight. . . “VERY NICE!” กิจกรรมวาดภาพสะท้อนความงดงามผ่านสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ของสาธารณรัฐ คาซัคสถาน พร้อมรังสรรค์โปรแกรม “Explore Kazakhstan” ตอบโจทย์เทรนด์ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และวัฒนธรรม มอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและคุ้มค่า ผ่านบริการจาก KTC World Travel Service เพื่อให้สมาชิกบัตรฯ ได้เข้าถึงธรรมชาติที่แตกต่าง รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นกับโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

อุรฉัท ปัญญาวุธอุรฉัท ปัญญาวุธ

อุรฉัท ปัญญาวุธ ผู้จัดการ สายการบินแอร์ อัสตานาประจำประเทศไทยและกัมพูชา กล่าวว่า สายการบินแอร์อัสตานา เป็นสายการบินแห่งชาติสาธารณรัฐ คาซัคสถาน ปัจจุบันให้บริการทั้งเส้นทางในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศมากกว่า 60 เส้นทาง และเป็นสายการบินเดียวที่บินตรงจากประเทศไทยสู่สาธารณรัฐคาซัคสถาน ด้วยระยะเวลาบินเพียงแค่ 6 – 7 ชั่วโมง ปัจจุบันมีการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ และภูเก็ตไปยังเมืองอัลมาตี้เป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน
ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน
ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวของสาธารณรัฐคาซัคสถาน โดดเด่นด้วยวิวธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์และสวยงาม รวมถึงสถาปัตยกรรมที่หลากหลายที่ยังรอคอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยว อาทิ ทะเลสาบบิ๊กอัลมาตี้ ทะเลสาบที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองอัลมาตี้,  ชารีน แคนยอน แกรนด์แคนยอนขนาดใหญ่ รวมถึง หอคอยเบย์เทเรค อาคารทรงกระบอกที่มียอดเป็นวัตถุทรงกลมสีทอง ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเกิดใหม่ของประเทศ นับเป็นส่วนผสมลงตัวที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับ นักท่องเที่ยว ที่กำลังมองหาจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ที่มีความพร้อมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติ และความทันสมัยของตัวเมือง

พัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชรพัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร

ด้าน พัทธ์ธีรา อนันต์โชติพัชร ผู้บริหารสูงสุด KTC World Travel Service และการตลาดท่องเที่ยวหมวดสายการบิน กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ ยอดการใช้จ่ายของสมาชิกบัตรเครดิต เคทีซี ที่ใช้บริการผ่านศูนย์บริการการเดินทางและท่องเที่ยวมีทิศทางที่ดีขึ้น อีกทั้งพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวได้มีการปรับเปลี่ยนสอดรับกับเทรนด์ของ นักท่องเที่ยว ที่นิยมวางแผนการเดินทางไปยังสถานที่พักผ่อนที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น มองหาประสบการณ์ในเส้นทางที่แปลกใหม่ รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ รวมถึงกระแสการท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรม ที่ผสมผสานในหลากมิติ ทั้งด้านอาหาร ขนบธรรมเนียมท้องถิ่น และภาษา เป็นจุดหมายปลายทางหนึ่งที่นักท่องเที่ยวเริ่มมองหาและปักหมุดการเดินทาง

ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน
ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน
ชวนพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติ พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น @ คาซัคสถาน

“KTC World Travel Service จึงได้ร่วมมือกับ สายการบินแอร์อัสตานา จัดกิจกรรมเวิร์คช้อปวาดภาพ Kazakhstan, at your first sight. . . “VERY NICE!” ให้ทุกคนได้ร่วมสะท้อนความงดงามผ่านการวาดภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ และรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวเส้นทางใหม่กับโปรแกรม “Explore Kazakhstan” เพื่อให้สมาชิกได้เปิดประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ซ้ำใคร เข้าถึงธรรมชาติที่แตกต่าง รวมถึงเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่น ด้วยการเดินทางที่สะดวกและคุ้มค่าผ่านโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC World Travel Service โทรศัพท์ 0 2123 5050 หรือที่เว็บไซต์ www.ktc.co.th/ktcworld”

เที่ยวงาน ลอยกระทง 2566 Bangkok River Festival 2023 ผ่าน 10 ท่าน้ำประวัติศาสตร์

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563551

เที่ยวงาน ลอยกระทง 2566 Bangkok River Festival 2023 ผ่าน 10 ท่าน้ำประวัติศาสตร์

เที่ยวงาน ลอยกระทง 2566 Bangkok River Festival 2023 ผ่าน 10 ท่าน้ำประวัติศาสตร์

27 พ.ย. 2566

วธ.ร่วมมือ ไทยเบฟฯ หน่วยงานรัฐ-เอกชน จัดงาน ‘ลอยกระทง 2566’ Bangkok River Festival 2023 ครั้งที่ 9 ชูแนวคิด “ลำนำ วันเพ็ญ” สืบสานวัฒนธรรมอันดีงาม เสนอ ประเพณีลอยกระทง เป็นมรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อยูเนสโกภายในเดือน มี.ค.2567

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวงาน “Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย ครั้งที่ 9”  ภายใต้แนวคิด “ลำนำ วันเพ็ญ” และ “Lumphun River Festival” ครั้งที่ 5 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 –  27 พ.ย. 2566 นี้ ณ พื้นที่ถนนรถแก้ว จ.ลำพูน โดยปีนี้ยังคงเน้นยกระดับการจัดงานให้มีความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมสังคม และการบริหารจัดการอย่างยั่งยืน (ESG) เป็นการสร้างประโยชน์เพื่อชุมชน โดยการจัดการของชุมชน ด้วยกลยุทธ์ บ.ว.ร.ยกกำลังสอง อันประกอบด้วย บ้าน วัด โรงเรียน พร้อมการดูแลรักษ์โลก กับการขอขมาแม่น้ำคงคา ด้วยการรณรงค์ไม่เพิ่มขยะในแม่น้ำลำคลอง ผ่านกิจกรรม ลอยกระทง 2566 และการลอยประทีปในบ่อลอยกระทงรักษ์โลก

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิชเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช

การจัดงาน ลอยกระทง 2566 ครั้งนี้เป็นนำเสนอเทศกาลประเพณีอันดีงาม และบอกเล่าวัฒนธรรมไทยไปทั่วโลก สะท้อนวิถีชุมชนริมสายน้ำที่เป็นบ่อเกิดแห่งวัฒนธรรมอันหลากหลาย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย นอกจากนี้ ถือเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลที่มุ่งผลักดันการใช้ “Soft Power” ความเป็นไทยและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ทำให้เกิดรายได้มาสู่ประชาชนและประเทศ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนมองเห็นร่วมกันว่า ประเพณีลอยกระทง เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทยเรามายาวนานมาก สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนไทยที่มีความผูกพันกับสายน้ำอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การตั้งถิ่นที่อยู่ริมแม่น้ำ การใช้น้ำในการทำเกษตร อุปโภคบริโภคประจำวัน ใช้เป็นเส้นทางสัญจร อีกทั้งยังเป็นประเพณีที่บ่งบอกวิถีชีวิตคนไทยอีกด้วย เพราะฉะนั้น ประเทศไทยโดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จึงได้เตรียมเสนอประเพณีลอยกระทงให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ซึ่งจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว ก็จะเสนอไปยังยูเนสโกภายในวันที่ 31 มี.ค. 2567

เที่ยวงาน ลอยกระทง 2566 Bangkok River Festival 2023 ผ่าน 10 ท่าน้ำประวัติศาสตร์

สำหรับงาน “Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” ในครั้งนี้ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 พ.ย. 2566 ภายใต้แนวคิด “ลำนำ วันเพ็ญ” สัมผัสบรรยากาศอันน่าประทับใจตลอดโค้งน้ำเจ้าพระยาจากทั้ง 10 ท่าน้ำ ที่เชื่อมโยงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน พร้อมขยายพื้นที่สู่บริเวณพื้นที่ถนนรถแก้ว จังหวัดลำพูนที่นักท่องเที่ยวจะได้ไหว้พระ ทำบุญ ร่วมกิจกรรม ลอยกระทง 2566 ชมการแสดงทางวัฒนธรรมและดนตรีหลากหลายรูปแบบในบรรยากาศที่งดงามของสายน้ำยามค่ำคืน 

เที่ยวงาน ลอยกระทง 2566 Bangkok River Festival 2023 ผ่าน 10 ท่าน้ำประวัติศาสตร์

10 ท่าน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย

  1. ท่าน้ำวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร
  2. ท่าน้ำวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร /
  3. ท่าน้ำวัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร
  4. ท่าน้ำวัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร
  5. ท่าน้ำวัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร
  6. ท่ามหาราช
  7. ท่ายอดพิมาน
  8. เอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์
  9. สุขสยาม ณ ไอคอนสยาม
  10. ล้ง 1919

นอกจากนี้ยังมีการจัดงาน Lamphun River Festival ที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และยังคงจัดเต็มกิจกรรมทำบุญไหว้พระ รับมงคล เชิญชวนร่วม ลอยกระทง 2566 ร้านค้าชุมชน และยังคงสานต่อกิจกรรมดีงามด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมท่องเที่ยวโดยชุมชนซึ่งจะมีเส้นทางนำเที่ยว กับภารกิจ Walk&Bike เพลิดเพลิดกับการถ่ายรูปเช็คอินทุกท่าน้ำลุ้นรับของรางวัล และกิจกรรม RPST x River Festival 2023 ณ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวโดยชุมชนกับเครือข่ายรักการถ่ายภาพ ด้วยกิจกรรม Photo Walk ร่วมเดินถ่ายภาพประเพณีอันดีงาม ความสนุกสนานรื่นเริงจากมหรสพการแสดงต่างๆ ในงานประพณีลอยกระทง

เที่ยวงาน ลอยกระทง 2566 Bangkok River Festival 2023 ผ่าน 10 ท่าน้ำประวัติศาสตร์

“Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย” เป็นงานเดียวที่นักท่องเที่ยวจะได้สักการะไหว้พระ ทั้ง 5 วัด ในยามค่ำคืน และชมความงดงามของสายน้ำเจ้าพระยาจากทั้ง 10 ท่าน้ำ รวมถึงร่วมชมอัตลักษณ์ที่งดงามจากสถาปัตยกรรมที่ผสานเรื่องเล่าประจำชุมชนริมน้ำ สุขไปกับกิจกรรมสรรค์สุข สนุกไปกับแสงสี และอิ่มเอมไปกับมรดกศิลป์ทรงคุณค่า เชื่อมโยงวิถีแห่งวัฒนธรรมอันดีงาม พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ พิธีขอขมาพระแม่คงคา/ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ / ลอยกระทง ประทีปเทียนหอม ใน “บ่อลอยกระทงรักษ์โลก” / สวดมนต์เจริญสมาธิ / ซุ้มอาหารชุมชนชวนชิม และตลาดนัดชุมชนรวมของดีของเด่น ประจำท้องถิ่นมารวมไว้ในงานให้ได้ ช้อป ชม ชิม เป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างโอกาสในการกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมชื่นชมไฮไลท์การแสดงแต่ละท่าน้ำ เช่น การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย การแสดงโขนกลางแปลง การแสดงลิเกศิลปะไทย เป็นต้น โดยมีบริการเรือด่วนรับส่งฟรีใน 10 ท่าน้ำ วันที่ 25 – 26 พ.ย. 2566 เวลา 16.00 – 22.00 น. วันที่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 16.00 – 24.00 น.

ชวนเที่ยวงาน ‘ลอยกระทง 2566’ ปักหมุด 5 พิกัด พื้นที่อัตลักษณ์ สีสันแห่งสายน้ำ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563489

ชวนเที่ยวงาน 'ลอยกระทง 2566' ปักหมุด 5 พิกัด พื้นที่อัตลักษณ์ สีสันแห่งสายน้ำ

ชวนเที่ยวงาน ‘ลอยกระทง 2566’ ปักหมุด 5 พิกัด พื้นที่อัตลักษณ์ สีสันแห่งสายน้ำ

27 พ.ย. 2566

ททท. เตรียมจัดงาน ‘ลอยกระทง 2566’ เทศกาล สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง ปี 2566 ชวนสัมผัสคุณค่าแห่งวิถีไทยทั่วประเทศ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจัดงาน ลอยกระทง 2566 เทศกาล “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรม ลอยกระทง ปี 2566” ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ในคอนเซ็ปต์ “Moonlight Reflection Loi Krathong Along The Canal” ระหว่างวันที่ 24-28 พ.ย. 2566 ณ คลองผดุงกรุงเกษม ย่านหัวลำโพง เนรมิตบรรยากาศแห่งความสุข สะท้อนความงดงามของวัฒนธรรมไทยด้วยการนำเสนอสายธารประทีป 5 พื้นที่อัตลักษณ์ ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย ตาก สมุทรสงคราม และร้อยเอ็ด ซึ่งแต่ละพื้นที่มีรายละเอียดแตกต่างกันไป ดังต่อไปนี้

1. ประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ประจำปี 2566 

กำหนดการ  :  วันที่ 26-28 พ.ย. 2566

สถานที่จัดงาน  :  บริเวณเมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

กิจกรรมภายในงาน  :  เนรมิตบรรยากาศเมืองเชียงใหม่ต้อนรับประเพณีลอยกระทงตามความเชื่อล้านนา วันที่ 26 พ.ย. 2566 พบกับพิธีขอขมาแม่น้ำปิง กิจกรรมประกวดโคมยี่เป็งล้านนา และพิธีเปิดงานประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ 2566 เวลา 18.00 น. ณ ข่วงประตูท่าแพ ภายใต้แนวคิด “เชียงใหม่นครแห่งความสุข และความสง่างาม ค่ำคืนแห่งสายนที วิถีวัฒนธรรมล้านนา”, วันที่ 26-28 พ.ย. 2566 พบกับ การประกวดเทพี-เทพบุตรยี่เป็งเชียงใหม่ พิธีปล่อยกระทงสายล้านนา กิจกรรมความสุขแห่งสายน้ำ ยี่เป็งเชียงใหม่ และการแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติ เวลา 20.30 น. ณ ท่าน้ำศรีโขง ต่อมาในวันที่ 27 พ.ย. ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับการประกวดขบวนแห่สะเปาล้านนา การประกวดหนูน้อยยี่เป็งเชียงใหม่ และวันที่ 28 พ.ย. 2566 พบกับการประดวกชบวนแห่กระทงใหญ่ชิงถ้วยพระราชทานฯ เวลา 19.00 น. ณ ท่าแพ สำนักงานเทศบาล

2. ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย

กำหนดการ  :  วันที่ 18-27 พ.ย. 2566

สถานที่จัดงาน  :  อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

กิจกรรมภายในงาน  :  ตื่นตาตื่นใจกับไฮไลต์การแสดงแสง เสียง ณ วัดมหาธาตุ เมืองมรดกโลกสุโขทัย ย้อนอดีตสู่ความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัย ผ่านการถ่ายทอดจากนักแสดงนาฏศิลป์กว่า 400 ชีวิต ชมขบวนช้างยุทธหัตถี การละเล่น พลุตะไล ไฟพะเนียง ไฟไทยแบบโบราณ สุดตระการตา วันที่ 18-27 พ.ย. 2566 เวลา 19.00 น. และเพิ่มรอบในวันที่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 20.30 น. การแสดงการจุดพลุ ตะไล ไฟ พะเนียง ดอกไม้ไฟ แบบสุโขทัย ทุกวัน เวลา 22.30 น. การจำลองวิถีชีวิตสมัยกรุงสุโขทัย ตลาดโบราณ ตลาดแลกเบี้ย ตลาดบ้านบ้าน ทุกวัน เวลา 16.00 -22.00 น., การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ณ บริเวณหลังวัดชนะสงคราม ทุกวัน เวลา 21.00 น., การแสดงแสง เสียง ชุดตำนานท้าวศรีจุฬาลักษณ์ บริเวณตระพังตระกวน ทุกวัน เวลา 22.00 น., การประกวดกระทงเล็ก กระทงใหญ่ โคมชัก โคมแขวน จัดแสดง ณ ลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหง และตระพังตาล ทุกวัน เวลา 16.00-23.00 น., กิจกรรมสีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทงสุโขทัย (โซน ททท.) การแสดงและสาธิตผลิตภัณฑ์ ของที่ระลึก สุโขทัย กิจกรรม DIY การแสดงวัฒนธรรม และจุดถ่ายภาพ Landmark ณ บริเวณหน้าวัดชนะสงคราม ทุกวัน เวลา 16.00-22.00 น. และในวันที่ 27 พ.ย. 2566 เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป พบกับขบวนแห่ทางวัฒนธรรมงานประเพณีลอยกระทงสุโขทัย กระทงใหญ่ โคมชักโคมแขวนจาก 4 ปากประตูเมืองสุโขทัย

3. ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จ.ตาก

กำหนดการ  :  วันที่ 24-27 พ.ย. 2566

สถานที่จัดงาน  :  เชิงสะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี อำเภอเมือง จังหวัดตาก

กิจกรรมภายในงาน  :  วันที่ 24 พ.ย. 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. พบกับกิจกรรมลานภูมิปัญญากระทงสาย จำหน่ายกระทงกะลาของนักเรียน และกิจกรรมทางศาสนา ได้แก่ สักการะบูชาพระอุปคุต รอยพระพุทธบาท พระแม่คงคา น้ำมนต์จันทร์เพ็ญวัดวาสะเดาะเคราะห์, กาดกระทงสาย, การประกวดวงดนตรีลูกทุ่ง ดาวรุ่งลูกทุ่งกระทงสายชิงถ้วยพระราชทานฯ และการแข่งขันมวยไทยและมวยคาดเชือก

          – วันที่ 25 พ.ย. 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. พบกับกิจกรรมลานภูมิปัญญากระทงสาย และขบวนแห่อัญเชิญพระประทีป พระราชทานฯ, ขบวนแห่เรือกระทงสาย ทั้ง 4 สาย โดยมีไฮไลต์อยู่ที่พิธีอัญเชิญพระประทีปพระราชทานฯ และพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ ประดิษฐานบนเวทีกลางน้ำปิง  และพิธีเปิดงานฯ ในเวลาในเวลา 20.00 น. พร้อมการลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง

          – วันที่ 26 พ.ย. 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. พบกับกิจกรรมลานภูมิปัญญากระทงสาย และกิจกรรมไฮไลต์ พิธีขอขมาพระแม่คงคา (ถวายผ้าป่าน้ำ) ณ เวทีกลางน้ำปิง ในเวลา 19.00 น. และชมการแข่งขันการลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ประจำปี 2566

          – วันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. พบกับกิจกรรมลานภูมิปัญญากระทงสาย และกิจกรรมไฮไลต์ พิธีขอขมาพระแม่คงคา (ถวายผ้าป่าน้ำ) พิธีอัญเชิญพระประทีปพระราชทานฯ, ชมการแข่งขันการลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง ประจำปี 2566 และพิธีปิดงาน ณ เวทีกลางน้ำปิง ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป พร้อมชมการแสดงพลุในเวลา 21.00 น. ก่อนจะส่งท้ายกิจกรรมใส่บาตรพระอุปคุต เที่ยงคืน อาบน้ำมนต์จันทร์เพ็ญ ในเวลา 24.00 น.

4. ประเพณีลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง

กำหนดการ  :  วันที่ 25-27 พ.ย. 2566 ณ อุทยาน ร.2 จ.สมุทรสงคราม

                     และวันที่ 18 -27 วัดภุมรินทร์กุฎีทอง จ.สมุทรสงคราม

กิจกรรมภายในงาน  :  กิจกรรมภายในอุทยาน ร.2 พบกับการประกวดกระทงชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, การประกวดรำวงตามบทร้อง (พื้นบ้าน) ชิงถ้วยพระราชทานฯ  พิธีอาบน้ำเพ็ญ, การแสดงจากยุวศิลปินของมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น, นิทรรศการอาหารบ้านฉัน นิทรรศการกระทงกาบกล้วย  กิจกรรมเวิร์กชอปกระทงกาบกล้วย อาหารและขนมพื้นเมือง ก่อนจะเพลิดเพลินไปกับโซนตลาดสินค้าชุมชนและของที่ระลึก สาธิตและการออกร้านอาหารและขนมไทยเมืองอัมพวา รวมทั้งสินค้าเพื่อสุขภาพต่าง ๆ เช่น  อาหารสุขภาพ นวด สปา เครื่องหอม สมุนไพร

          – กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในวัดภุมรินทร์กุฎีทอง พบกับริ้วขบวนแห่พระประทีป พระราชทาน การลอยกระทงกาบกล้วย 200,000 ใบ การประกวดนางนพมาศ การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน และการแสดงเชิงวัฒนธรรม

5. ประเพณีสมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป ครั้งที่ 25 ประจำปี 2566

กำหนดการ  :  วันที่ 26–27 พ.ย. 2566

สถานที่จัดงาน  :  สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด และบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด

กิจกรรมภายในงาน  :  วันที่ 26 พ.ย. 2566 พบกับ การประกวดรำวงสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีป เวลา 13.00 น., การแสดงดนตรีพื้นบ้านอีสาน (หมอลำ) โดยศิลปินแห่งชาติ แม่ฉวีวรรณพันธุ์ เวลา 15.00 น. ขบวนอัญเชิญพระประทีปและถ้วยรางวัลพระราชทาน ณ ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด รำวงสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีป จำนวน 5,000 คน เวลา 18.00 น. และชมการแสดง แสง เสียง เวลา 18.30 น. และการแสดงของศิลปินท้องถิ่น เวลา 20.00 น.

          – วันที่ 27 พ.ย. 2566 พิธีสักการะและบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดร้อยเอ็ด เวลา 8.30 น., พิธีเปิดงานประเพณี “สมมาน้ำ คืนเพ็ง เส็งประทีป” ครั้งที่ 25 ประจำปี 2566 เวลา 17.30 น, ขบวนอัญเชิญพระประทีปและถ้วยรางวัลพระราชทาน เวลา 18.00 น. ขบวนแห่กระทงประทีป 12 เมืองร่วมสมัย และไฮไลต์ขบวนอัญเชิญไฟพระราชทานนำหน้าพระประทีปพระราชทานลงลอยในบึงพลาญชัย เวลา 20.00 น. และเชิญประชาชนร่วมลอย “กระทงข้าว” ในเวลา 20.30 น.

 รวมถึงงาน ประเพณีลอยกระทง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ ICONSIAM CHAO PHRAYA RIVER OF ETERNAL PROSPERITY ลอยกระทง บนสายน้ำแห่งความเจริญรุ่งเรือง วันที่ 27 พ.ย. 2566 ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม และงาน Bangkok River Festival 2023 สายน้ำแห่งวัฒนธรรมไทย วันที่ 25-27 พ.ย. 2566 ณ 10 พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรวิหาร วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ท่ามหาราช ท่ายอดพิมาน ล้ง 1919 สุขสยาม และเอเชียทีค เดอะริเวอร์ฟร้อนท์

นอกจากนี้ ททท. ยังตระหนักถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่จัดงาน โดยมีการบริหารจัดการขยะจากกระทง และให้นักท่องเที่ยวร่วมสืบสานประเพณีไทยที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรม DIY ประดิษฐ์กระทงจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กระทงกะลามะพร้าว กระทงใบลาน กระทงกาบกล้วย เป็นต้น

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564179

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

26 พ.ย. 2566

อิ่มบุญ-อร่ามวัด- ชมโคมไฟแสนดวงที่เมืองลำพูน บูชา พระธาตุหริภุญชัยจนถึง 27 พ.ย. นี้ วธ.ยกระดับเทศกาลประเพณี สู่นานาชาติ ชูเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของ นักท่องเที่ยวทั่วโลก หนุนซอฟต์พาวเวอร์ด้านเฟสติวัลและท่องเที่ยว สร้างงานสร้างรายได้

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2566 นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดขบวนแห่โคมยี่เป็ง และร่วมงานพิธีถวายโคมแสนดวง “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสุภัทร กิจเวช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดภาคเหนือ วัฒนธรรมจังหวัดเขตภาคเหนือ นักท่องเที่ยว ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมชมจำนวนมาก ณ บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ปลัด วธ . กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะด้านเฟสติวัลเทศกาลประเพณีและด้านท่องเที่ยว สอดคล้อง กับเป้าหมายของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ต้องการยกระดับเทศกาลประเพณีของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ส่งเสริมคุณค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ในปี 2566 นี้ วธ. โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จึงบูรณาการความร่วมมือกับวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน สภาวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดพิธีถวายโคมแสนดวง “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของงานเทศกาลประจำปีโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม – 27 พฤศจิกายน 2566 ณ บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่องค์พระธาตุหริภุญชัยในประเพณียี่เป็งของทุกปี ซึ่งปีนี้จัดยิ่งใหญ่มีการประดับโคมยี่เป็งกว่าแสนดวง และการประกวดโคมไฟ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้มารับชมความงดงามเทศกาลประเพณีที่มีโคมล้านนาเป็นเอกลักษณ์ของชาวลำพูน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

กิจกรรมภายในงานดังกล่าว ผู้ร่วมงานจะได้รับชมขบวนแห่โคมล้านนา และโคมนานาชาติ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน จัดพิธีทางศาสนา การแสดงพระธรรมเทศนา “อานิสงส์การถวายประทีปโคมไฟ” (แบบพื้นเมืองล้านนา) โดยพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

หลังจากนั้นมีพิธีถวายประทีปโคมไฟแด่องค์พระธาตุหริภุญชัย และกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์มีการจุดประทีปดวงไฟถวายองค์พระธาตุหริภุญชัยที่มีความสวยงามทั่วทั้งพื้นที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ด้วยแสง สี ตระการตา เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนที่ทำโคม ทำสวยดอก (กรวยดอกไม้) ส่งให้แก่วัดเพื่อให้พุทธศาสนิกชนบูชา ตลอดจนเกิดการจ้างงานศิลปินพื้นบ้านทุกแขนงมาแสดงในงาน ถือเป็นรายได้ที่กระจายสู่ชุมชนตลอดการจัดงานประจำปีโคมแสนดวงที่เมืองลำพูนนี้ ถือเป็น 1 ใน 16 เทศกาลประเพณีที่กระทรวงวัฒนธรรม ยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติ

ทั้งนี้ การจุดโคมไฟถวายองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัยมีมาตั้งแต่โบราณซึ่งปัจจุบันเป็นการแขวนโคมพร้อมดวงไฟ หมายถึงการแสดงออกถึงการเคารพบูชา เพื่อให้เห็นในความสว่างของพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นบารมีอันสูงส่งตามคติความเชื่อของชาวล้านนา นับเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ส่วนการถวายโคมแด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูนเพราะพระนางจามเทวีเป็นปฐมกษัตริย์แห่งเมืองหริภุญชัย เป็นผู้นำพระพุทธศาสนาเข้าในพื้นที่แห่งนี้และแผ่กระจายไปยังเมืองต่างๆ ทำให้พระพุทธศาสนาเกิดความรุ่งเรือง ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ปัจจุบันการถวายประทีปโคมไฟได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยวัดพระธาตุหริภุญชัยขยายพื้นที่จัดการตกแต่งการแขวนโคม ใส่ดวงไฟเข้าไปในโคมให้สวยงาม รวมทั้งการให้ประชาชนทั่วประเทศมีส่วนร่วมถวายประทีปโคมไฟ ทำให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วประเทศในชื่อ “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูนและสร้างรายได้แก่ชุมชน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน ‘ลอยกระทง 2566’ ณ วัดอรุณฯ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564144

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน 'ลอยกระทง 2566' ณ วัดอรุณฯ

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน ‘ลอยกระทง 2566’ ณ วัดอรุณฯ

26 พ.ย. 2566

วธ. ชวนเที่ยวงานประเพณี ‘ลอยกระทง 2566’ ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

เพื่อร่วมสืบสานคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง ให้คงรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นไทย การแสดงความกตัญญูและการสำนึกคุณต่อแหล่งน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนเที่ยวงานประเพณี ลอยกระทง 2566 “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture” ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร คืนวันที่ 27 พ.ย. 2566

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน \'ลอยกระทง 2566\' ณ วัดอรุณฯ
สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน \'ลอยกระทง 2566\' ณ วัดอรุณฯ

นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน ลอยกระทง 2566 ณ วัดอรุณฯ จะได้ชมและร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสาธิตการทำกระทงวัสดุธรรมชาติ การสาธิตการทำอาหารและขนมโบราณ  กิจกรรมลานอรุณ รักษ์ไทย by Thai Group  ได้ความรู้จากนิทรรศการเผยแพร่คุณค่าสาระความสำคัญของประเพณีลอยกระทง  ชมกระทงสวยงามและสร้างสรรค์ ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในงาน  ชมผลงานจากการประกวดสื่อแนวคิดสร้างสรรค์ ยกระดับวันลอยกระทงท้องถิ่น จาก local สู่เลอค่า และยังได้ชิมอาหารและขนมจากโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ของกรุงเทพมหานครและพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ข้าวตอกตั้ง แกงเหงาหงอด และชิมอาหารท้องถิ่น ขนมจีนน้ำยาเห็ด ขนมไข่ปลา ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน \'ลอยกระทง 2566\' ณ วัดอรุณฯ

นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีออร์เคสตร้า “รุ่งอรุณ สู่ค่ำคืน” ผลงานเพลงที่รังสรรค์พิเศษเพื่องาน ลอยกระทง 2566 โดย สมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัย) พุทธศักราช 2565 และในช่วงดึกยังได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรี จากวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร และปิดท้ายด้วยความบันเทิงการเพลงลูกทุ่งจากศิลปินนักร้องดาวรุ่ง นัน ไมค์ทองคำ อีกด้วย