ว้าว!เปิดตัว Android N Developer Preview ลูกเล่นเพียบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2559 เวลา 11:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420680

ว้าว!เปิดตัว Android N Developer Preview ลูกเล่นเพียบ

สาวกผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์เฮ ‘กูเกิล’เปิดให้อัพเดท Android N Developer Preview มาพร้อมระบบแบ่งใช้งาน 2 หน้าจอ

โผล่มาให้สาวกผู้ใช้อุปกรณ์แอนดรอยด์ได้เซอร์ไพรส์กันอย่างเงียบๆ เมื่อล่าสุดทาง’กูเกิล’ได้เผยโฉมรายละเอียดแรกของ Android N Developer Preview สำหรับผู้สนใจอยากลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ไวๆ ได้รับทราบ ซึ่งฟีเจอร์เด็ดๆ มีด้วยกันดังนี้

Multi-Window หรือที่เรียกกันว่า Multitasking ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้งาน 2 แอพฯ ได้พร้อมกันแล้วภายในหน้าจออุปกรณ์เดียว  โดยยังสามารถปรับได้ว่าอยากให้หน้าจอไหนกว้างกว่า พร้อมทั้งสามารถลากข้อมูลจากแอพฯ หนึ่งไปใส่แอพฯ หนึ่งอย่างง่ายๆ ด้วย

Notifications ระบบแจ้งเตือนมีความฉลาดและใช้งานง่ายมากขึ้น โดยครั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถตอบกลับข้อความได้ทันที (Direct Reply) โดยไม่ต้องเปิดแอพฯ นั้น

Doze Level Up ระบบช่วยให้ลดพลังงานอุปกรณ์แอนดรอยด์อยู่อึดและทนได้มากขึ้น

Quick Settings ระบบตั้งค่าอย่างรวดเร็วแบบใหม่ที่ใช้งานสะดวกมากขึ้น

ทั้งนี้สำหรับระบบปฏิบัติการ Android N Developer Preview จะเปิดให้สามารถทดลองใช้เพียง Nexus 6, Nexus 9, Nexus 5X, Nexus 6P, Nexus Player และ Pixel C ซึ่งสามารถกดขอเข้าร่วมโครงการ Android Beta Program เพื่อทดลองใช้งานได้ง่ายๆ สำหรับผู้แอนดรอยด์ทั่วไปก็รอใช้งานตัวเต็มได้ช่วงเดือนกันยายน

ที่มา theverge, techcrunch

 

เอไอเอสเมินเช่าคลื่น’ทรู’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2559 เวลา 08:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420643

เอไอเอสเมินเช่าคลื่น'ทรู'

กสทช.ถกเอไอเอส-ทรูมูฟ แนวทางการคุ้มครองผู้ใช้บริการคลื่น 900 MHz  เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ ยังไร้ข้อสรุป เอไอเอสไม่รับข้อเสนอที่จะเช่าคลื่นจาก ทรูมูฟ

เมื่อวันที่ 9 มี.ค. สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้หารือกับตัวแทนบริษัท ทีโอที บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค (AwN) ของค่ายเอไอเอส และบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น (TUC) ของค่ายทรู ถึงแนวทางการคุ้มครองผู้ใช้บริการคลื่น 900 MHz ที่อยู่ภายใต้การให้บริการของเอไอเอสเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ หาก บริษัท ทรูมูฟ เอช ได้นำเงินมาจ่ายค่าใบอนุญาตในวันที่ 11 มี.ค.นี้

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยหลังประชุมว่า การหารือครั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และจะมีการหารือรอบที่ 2 ในวันที่ 10 มี.ค.นี้ เนื่องจากผลการหารือเบื้องต้นปรากฏว่าเอไอเอสไม่รับข้อเสนอที่จะเช่าคลื่น 900 MHz จาก บริษัท ทรูมูฟ เอช ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ชนะการประมูลใบอนุญาตคลื่น 900 MHz รายใหม่ แต่ต้องการเช่าใช้คลื่นของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ซึ่งเป็นอีกรายที่ชนะประมูลเท่านั้น แต่เนื่องจากบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ยังไม่ยืนยันว่าจะมาชำระเงินค่าใบอนุญาตในขณะนี้ ดังนั้น กสทช.จึงยังไม่สามารถดำเนินการให้ได้

ทั้งนี้ เอไอเอสแจ้งต่อที่ประชุมว่า ขณะนี้มีลูกค้า 2จี บนคลื่น 900MHz จำนวน 4 แสนราย หากไม่สามารถโอนย้ายลูกค้าเหล่านี้ไปใช้บริการบนคลื่นอื่นๆ ของเอไอเอส หรือเปลี่ยนซิมไปใช้ค่ายอื่นก็จะเกิดปัญหาซิมดับ แต่ในส่วนลูกค้า 8 ล้านรายของบริษัท AwN จะใช้โครงข่ายที่บริษัทมีสัญญาโรมมิ่งคลื่น 1800 MHz กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมิวนิเคชั่น (DTAC) โดยอัตโนมัติ

“ความคิดเห็นไม่ตรงกัน หากทางเอไอเอสกับทรูตกลงกันไม่ได้ ซิมลูกค้า 4 แสนรายก็ต้องดับ หลังจากวันที่ ทรูมูฟ เอช รับมอบใบอนุญาตคลื่น 900MHz” ฐากร กล่าว

สมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้ความเห็นกรณีที่ กสทช.จะยึดใบอนุญาตธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของกลุ่มจัสมิน เพราะไม่นำเงินมาชำระในอนุญาตคลื่น 900 MHz ว่า ไม่น่าจะทำได้ เพราะเป็นการดำเนินการข้ามบริษัท เพราะบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบรนด์ (TTTB) ซึ่งได้ใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เป็นคนละนิติบุคคลกับบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ที่ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz แม้ว่าจะมีบริษัทแม่เดียวกัน คือ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS)

“หาก กสทช.ทำอย่างนั้นจะกระทบกับส่วนอื่น โดยเฉพาะผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) เนื่องจากกองทุนมีการลงทุนอยู่ในเส้นใยแก้วนำแสงและให้ TTTB เช่าไปบริหารจัดการต่อ” สมบัติ กล่าว

สมบัติ ระบุว่า ข่าวที่ว่า กสทช. จะยึดใบอนุญาตอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ของกลุ่มจัสมินก็ยังไม่ทราบว่า กสทช.จะทำจริงหรือไม่ เพราะยังมีทางเลือกอื่นที่ดำเนินการได้โดยตรง ทั้งการริบเงินมัดจำ 600 ล้านบาท หรือให้จ่ายเงินส่วนต่างกรณีมีการเปิดประมูลใหม่แล้วราคาประมูลต่ำกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท

ด้านราคาหน่วยลงทุน JASIF ในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง คาดว่านักลงทุนมีความกังวลลดลงว่า พิชญ์ โพธารามิก อาจขายกองทุนที่ถืออยู่ 4.09% ออกมา เพื่อไปจ่ายค่าหุ้นเพิ่มทุน เพราะมีการคาดการณ์กันว่า JAS จะไม่ทำธุรกิจมือถือแล้ว และกรณีการยึด ใบอนุญาตทำธุรกิจบรอดแบนด์ยังถือเป็นความเสี่ยงของ กองทุน JASIF อยู่ในขณะนี้

 

ปลดล็อกขายช่องทีวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มีนาคม 2559 เวลา 06:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420625

ปลดล็อกขายช่องทีวี

กสทช.เตรียมเสนอนายกฯ แก้กฎหมายเปิดช่องเปลี่ยนมือไลเซนส์ทีวีดิจิทัลได้ แต่ไม่เลื่อนจ่ายเงินประมูลงวด 3

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด กสทช.ได้พิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ต้องการคืนใบอนุญาตและไม่ต้องชำระเงินประมูลงวดที่เหลือ โดยเห็นว่าไม่สามารถทำได้ ถ้าคืนก็ต้องชำระเงินให้ครบเพื่อไม่ให้รัฐเสียหาย

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมจะเสนอแก้ไขกฎหมายจากเดิมที่กำหนดว่า “การประมูลทีวีดิจิทัลเป็นสิทธิเฉพาะตัวไม่สามารถเปลี่ยนมือได้” เป็น “ให้สามารถเปลี่ยนมือได้” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการต่อไปไม่ไหว ให้สามารถโอนเปลี่ยนให้รายอื่นดำเนินการได้ หลังจากนี้จะรายงานต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบ เพื่อแก้ไขกฎหมาย โดยมี 2 ช่องทาง คือ เสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา คาดว่าใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน หรือใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ออกเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช.

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังไม่เห็นชอบในการเลื่อนชำระเงินประมูลงวดที่ 3 ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 24 พ.ค.นี้ เนื่องจากอาจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางรายจนทำให้รัฐได้รับความเสียหาย ตลอดจนกระทบกับการแข่งขันของช่องทีวีดิจิทัล อย่างไรก็ตาม กสทช.มีอำนาจใช้ดุลพินิจสำหรับผู้ประกอบการที่มีเหตุผลเพียงพอในการไม่ชำระตรงเวลา ให้ชำระล่าช้าได้โดยคิดค่าปรับ 7.5% ต่อปี โดยไม่มีมาตรการพักใช้ หรือเพิกถอนใบอนุญาตก็ได้

ทั้งนี้ เช่นเดียวกับประเด็นการขอขยายระยะเวลาใบอนุญาตหรือเริ่มนับวันอนุญาตให้ช้าลง ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก กสทช.ได้ให้ใบอนุญาตกับผู้ชนะประมูล ซึ่งในใบอนุญาตได้ระบุวันเริ่มต้นและสิ้นสุดการประกอบกิจการไว้แล้ว จึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

นายฐากร กล่าวว่า ในส่วนข้อเสนอการขอลดราคาเช่าโครงข่าย ก็ชัดเจนว่าไม่สามารถลดราคาได้ เนื่องจากเป็นอำนาจตัดสินใจของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) อีกทั้งยังไม่เห็นชอบในการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อจัดวัดระบบเรตติ้งใหม่ด้วย

 

นักวิเคราะห์ชี้’ไอโฟน’หน้าจอบิดงอได้มาแน่ แต่ไม่ใช่ปีนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2559 เวลา 12:40 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420465

นักวิเคราะห์ชี้'ไอโฟน'หน้าจอบิดงอได้มาแน่ แต่ไม่ใช่ปีนี้

นักวิเคราะห์ดังชี้’ไอโฟน’หน้าจอบิดงอขนาด5.8นิ้วได้มาแน่ แต่ไม่ใช่ปีนี้

เว็บไซต์ข่าวไอที Digitimes ได้เผยแพร่คำสัมภาษณ์จากปากนาย Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์การตลาดด้านไอทีชื่อดัง ระบุว่า มือถือ’ไอโฟน’รุ่นหน้าจอ OLED หรือหน้าจอที่บิดงอได้ขนาด 5.8 นิ้วนั้นจะมีแผนวางจำหน่ายแน่ แต่จะไม่มีให้เห็นจนกว่าจะถึงปี 2019 หรืออย่างเร็วที่สุดคือปี 2017 โดยคาดว่าอาจจะใช้ชื่อว่า”ไอโฟน โปร” (iPhone Pro)

บทสัมภาษณ์ยังได้ระบุว่า ในส่วนของมือถือรุ่นใหม่ของแอปเปิลนั้นจะใช้ชื่อว่า’ไอโฟน เอสอี’ (iPhone SE) จะมีขนาดหน้าจอ 4 นิ้ว โดยจะเปิดตัวในงานวันที่ 21 มี.ค.นี้ พร้อมกับ’ไอแพด โปร’ (iPad Pro) รุ่นหน้าจอ 9.7 นิ้ว

ที่มา phonearena

 

กทค.สั่งโอนลูกค้า6แสนให้ทรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 มีนาคม 2559 เวลา 07:30 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420399

กทค.สั่งโอนลูกค้า6แสนให้ทรู

กทค.สั่งสำนักงาน กสทช.ออกคำสั่งให้ เอไอเอส-ดีแทค ปล่อยลูกค้า 6 แสนราย ย้ายไปทรูภายใน 3 วัน

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา มีมติให้สำนักงาน กสทช.ออกคำสั่งทางปกครอง แจ้งไปยังเอไอเอสและดีแทคให้ดำเนินการโอนย้ายเลขหมายของลูกค้า 6 แสนราย ไปยังบริษัท เรียลมูฟ และบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น โดยด่วน

ทั้งนี้ กทค.ได้พิจารณาข้อร้องเรียนของบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น ที่ระบุว่า เอไอเอสและดีแทค ปฏิเสธการโอนย้ายเลขหมาย โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการคงสิทธิเลขหมาย (Mobile Number Portability : MNP) เป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง ส่งผลให้ลูกค้าที่ขอโอนย้ายเลขหมาย 6 แสนราย ยังค้างอยู่ในระบบ เพราะไม่สามารถโอนย้ายเลขหมายไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ได้

อย่างไรก็ตาม กทค.มอบหมายให้สำนักงาน กสทช.ไปตรวจสอบกระบวนการโอนย้ายเลขหมายลูกค้าของบริษัท เรียลมูฟ และบริษัท ทรู มูฟ เอชฯ ว่า ถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่

“กทค.เห็นว่าเหตุผลในการปฏิเสธการโอนย้ายเลขหมายของเอไอเอสและดีแทค ไม่เข้าเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การโอนย้ายเลขหมาย ขณะที่กระบวนการปฏิเสธการโอนย้าย ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ให้บริการรายเดิม เพราะหน้าที่ในการตรวจสอบเอกสารเป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการรายใหม่ที่ต้องรับลูกค้าเข้ามา ดังนั้นถ้าการตรวจสอบเอกสารไม่ถูกต้อง ก็เป็นหน้าที่ของผู้ให้บริการรายใหม่ต้องรับผิดชอบ และสำนักงาน กสทช.จะเข้าไปตรวจสอบในจุดนี้ว่าเอกสารครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ไม่ใช่เหตุที่ผู้ให้บริการรายเดิมอ้างในการปฏิเสธการโอนย้าย เลขหมาย จึงขอให้เร่งปล่อยลูกค้าให้โอนย้ายได้” นายฐากร กล่าว

นายฐากร กล่าวว่า สำนักงาน กสทช.จะทำหนังสือคำสั่งทางปกครองออกไปยังเอไอเอสและดีแทคภายในวันที่ 9 มี.ค. ซึ่งตามกระบวนการแล้ว การโอนย้ายเลขหมายจะต้องแล้วเสร็จภายใน 3 วัน

ก่อนหน้านี้ เอไอเอสและดีแทค ร้องเรียนไปยัง กสทช.ว่า การโอนย้าย เลขหมายของทรูผ่านร้านสะดวกซื้อ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเอกสารไม่ครบถ้วน แต่ทรูแจ้งว่ามีหลักฐานครบถ้วนในลักษณะเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง กสทช.ระบุว่าสามารถใช้เป็นหลักฐานได้

 

สินค้ารุกหนักออนไลน์ ปั้นยอดขาย-ส่งต่อหน้าร้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 20:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420375

สินค้ารุกหนักออนไลน์ ปั้นยอดขาย-ส่งต่อหน้าร้าน

โดย…ทีมข่าวธุรกิจตลาด

กระแสการทำ “ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง” มาแรงมาก ในช่วงเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมานักการตลาดเดินหน้าทำตลาดในทุกแพลตฟอร์ม เพราะด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เสพติดสมาร์ทโฟนและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต จึงต้องทำตลาดเพื่อตามไล่ล่า จับผู้บริโภคให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าสินค้าหลายแบรนด์ได้วางแผนใช้สื่อโฆษณา โดยให้น้ำหนักกับสื่อทางออนไลน์มากขึ้น ซึ่ง ปรัตถจริยา ชลายนเดชะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.วอลเตอร์ ธอมสัน ประเทศไทย เอเยนซีด้านการวางแผนและกลยุทธ์การตลาด กล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ลูกค้าของบริษัทเกือบ 70% ให้ความสำคัญกับการใช้งบโฆษณาทางออนไลน์ และลดงบการใช้สื่อโฆษณาทางทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ลง

ขณะเดียวกัน สินค้าได้หันมาใช้ออนไลน์สำหรับการขายสินค้าโดยตรง รวมถึงการใช้ออนไลน์เพื่อขยายช่องทางให้ได้สัมผัสกับลูกค้าที่หลากหลายขึ้น รวมถึงใช้เป็นเครื่องนำทางลูกค้ามาสู่การขายในช่องทางออฟไลน์

ชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองประธานกรรมการ แผนกสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน เทสโก้ โลตัส บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม เปิดเผยว่า การจำหน่ายสินค้าทางช่องทางออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากเดิมฐานลูกค้าเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ขณะนี้เริ่มมีกลุ่มลูกค้าหลากหลาย ซึ่งนอกจากใช้ออนไลน์เป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าแล้ว บริษัทยังทำคลิปวิดีโอโฆษณาโครงการซีเอสอาร์ หรือการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมของเทสโก้ โลตัส เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น อีกทั้งยังมีคลิปแนะนำวิธีการทำอาหาร เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาช็อปปิ้งในช่องทางออฟไลน์

สำหรับสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่น รองเท้า เครื่องประดับ ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคไทยยังคงต้องลองสวมใส่ถึงจะตัดสินใจซื้อ ดังนั้นการซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์จึงเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก แต่เหตุผลที่หลายแบรนด์ต้องกลับหันมาให้ความสำคัญ เพราะเป็นจุดที่ทำให้ผู้บริโภคสัมผัสกับแบรนด์ และทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่าย

สุณี เสรีภาณุ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกางเกงแม็คยีนส์ กล่าวว่า บริษัทขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ http://mcjeans.com เป็นปีแรก เหตุผลที่แบรนด์สินค้าแฟชั่นต้องให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ เพราะเป็นจุดที่ดึงให้ผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้าทางออฟไลน์หรือทางร้านค้า อย่างไรก็ตามสินค้าในช่องทางออนไลน์มีความแตกต่างจากออฟไลน์ อาทิ คอลเลกชั่นพิเศษ เพื่อป้องกันการเข้าไปกินในตลาดเดียวกันกับทางร้านค้า

“การสร้างช่องทางจำหน่ายออนไลน์ หวังเป็นการเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ปีแรกเราต้องการสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ บริษัทไม่ได้คาดหวังทางด้านยอดขายมากนัก คาดว่ามีสัดส่วนรายได้เป็นตัวเลขหลักเดียว ซึ่งในอนาคตช่องทางออฟไลน์ยังคงเป็นช่องทางหลักของแม็คยีนส์อยู่”

ขณะที่เครื่องประดับเพชรยูบิลลี่ อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องประดับเพชรยูบิลลี่ กล่าวว่า พฤติกรรมผู้ซื้อเครื่องประดับเพชร ส่วนใหญ่มาซื้อที่ร้านอยู่แล้ว แต่การช็อปปิ้งผ่านทางออนไลน์มาแรง บริษัทจึงเปิดตัวเว็บไซต์ www.JubileeDiamond.co.th สามารถให้ลูกค้าสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อเพชร ซึ่งบริษัทไม่ได้คาดหวังด้านยอดขาย แต่วางเป้าหมายให้ช่องทางออนไลน์เป็นประตูเชื่อมโยงผู้บริโภคมาซื้อเครื่องประดับเพชรที่ร้านมากกว่า

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดง กล่าวว่า เป็นปีแรกที่บริษัทให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ โดยวางแผนสร้างให้เป็นช่องทางขายเครื่องดื่มชูกำลังของเอเยนต์รายย่อย เพื่อเป็นผู้กระจายสินค้าไปยังตำบลหรืออำเภอที่ดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ของบริษัทจำนวน 55 รายไม่สามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึง

ความโดดเด่นของการใช้ช่องทางออนไลน์ คือ ไม่มีต้นทุน ทำให้บริษัทมอบกำไรให้กับเอเยนต์รายย่อยได้ดีกว่า ในกรณีที่เอเยนต์รายย่อยไปซื้อสินค้าที่อื่นมาจำหน่ายเอง ขณะที่กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยกระจายเครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดงครอบคลุมพื้นที่จากปัจจุบันมีสัดส่วน 85% เพิ่มเป็น 95% ภายในปี 2560

ด้าน ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เซเรบอส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายซุปไก่สกัดตราแบรนด์ กล่าวว่า แผนการใช้สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ปีนี้บริษัทใช้งบสื่อออนไลน์เพิ่มจาก 10% มาเป็น 15% เพื่อรองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ใช้สมาร์ทโฟนทุกที่ทุกเวลา จากนี้ทุกแคมเปญต้องมีทั้งการทำวิดีโอคลิป เพื่อสร้างไวรัลหรือการแพร่กระจายข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย ควบคู่กับการใช้สื่อโฆษณาทางทีวี

สำหรับการใช้ดิจิทัลมีเดีย แม้ว่าบริษัทจะให้ความสำคัญและใช้งบมากขึ้น แต่การทำโฆษณาทางทีวีจะต้องทำควบคู่กับวิดีโอคลิป ซึ่งหลักของการทำวิดีโอคลิปไม่ใช่ทำแบบเหวี่ยงแห ต้องเลือกกลุ่มเป้าหมายของการทำด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วกลุ่มผู้ชมวิดีโอคลิปเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงาน

ถือเป็นยุคที่กลยุทธ์ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เบ่งบาน ทุกแบรนด์ต่างลงมาทำตลาด สำคัญที่ว่าการวางกลยุทธ์การสื่อสารอย่างไรถึงดึงดูดใจ ท่ามกลางวิดีโอคลิปมีอยู่เกลื่อนกลาดไม่ต่างจากโฆษณาทางทีวี สุดท้ายการใช้กลยุทธ์ราคาทางช่องทางออนไลน์อาจไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอีกต่อไป นั่นคือความท้าทายของนักการตลาด

 

นักวิจัยชี้..อนาคต’เฟซบุ๊ก’จะกลายเป็นสุสานโลกออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 16:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420314

นักวิจัยชี้..อนาคต'เฟซบุ๊ก'จะกลายเป็นสุสานโลกออนไลน์

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ระบุว่า อนาคตในปี 2098 ‘เฟซบุ๊ก’จะกลายเป็นสุสานโลกออนไลน์-มีคนตายมากกว่าคนเป็น

เมื่อวันที่ 8 มี.ค. เว็บไซต์ข่าว’อินดิเพนเดนท์’ได้รายงานข้อมูลน่าสนใจจากงานวิจัยของ Hachem Sadikki นักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ที่ระบุว่า ภายในอนาคตปี 2098 นั้น สื่อโซเชียลมีเดียดังอย่าง’เฟซบุ๊ก’จะกลายเป็นสุสานออนไลน์ คือ จะมีคนตายมากกว่าคนเป็น โดยทั้งหมดวิจัยจากจำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊กและอายุขัย

รายงานระบุให้เห็นภาพว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ขณะนี้มีจำนวน 150 ล้านคนจะค่อยๆ เสียชีวิตไปตามกาลเวลาและจะเหลือทิ้งไว้เพียงหน้าเฟซบุ๊กที่ยังไม่ได้ลบทิ้ง เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่บอกรหัสผ่านแก่เพื่อนๆ หรือครอบครัวส่งผลให้ไม่สามารถลบบัญชีโปรไฟล์นั้นได้ และสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การแจ้งเตือนของเพื่อนเฟซบุ๊กที่ตายแล้วก็จะยังปรากฏขึ้นมาเหมือนเดิม

รายงานยังระบุว่า ขณะนี้มีโปรไฟล์เฟซบุ๊กของผู้ที่ล่วงลับไปแล้วกว่า 10-20 ล้านบัญชีทั่วโลกแล้ว

ที่มา independent

 

หลุด!โฉมหน้าและราคา OPPO R9/R9 Plus

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 12:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420233

หลุด!โฉมหน้าและราคา OPPO R9/R9 Plus

หลุดภาพโฉมหน้าและราคา OPPO R9 และ R9 Plus ก่อนเปิดตัวจริงวันที่ 17 มี.ค.

แม้ว่าจะมีหมายกำหนดเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในวันที่ 17 มี.ค. ล่าสุดก็ได้มีภาพโฆษณาของ OPPO R9 และ R9 Plus หลุดกระจายทั่วเว็บไซต์ข่าวไอทีต่างประเทศแล้วจนได้ โดยรายงานระบุว่าจะมีให้เลือกด้วยกัน 3 รุ่น และมีราคาเริ่มต้นของ R9 อยู่ที่ 2,498 หยวน (13,600 บาท)

ขณะที่รุ่น OPPO R9 Plus พื้นที่ความจุ 64GB จะมีราคาอยู่ที่ 2,998 หยวน (16,300 บาท) และ R9 Plus รุ่น 128GB จะมีราคาที่ 3,298 หยวน (17,900 บาท)

รายงานเดิมระบุว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีหน้าขนาด 6 นิ้ว QHD, ชิพเซ็ต Snapdragon820, แรม 4GB, กล้องหลัง 21 ล้านพิกเซล และกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล, แบตเตอรี่ 4,120 mAh

ที่มา gsmarena

 

‘กูเกิล’ชี้ไร้แผนเปิด ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มีนาคม 2559 เวลา 08:42 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420190

'กูเกิล'ชี้ไร้แผนเปิด ดาต้าเซ็นเตอร์ไทย

กูเกิลชี้ยังไม่มีแผนลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย ชู 4 กลยุทธ์เดินหน้าธุรกิจ

นายเบน คิง หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิล ประเทศไทย เปิดเผยว่า เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่แทนหัวหน้าคนก่อนเพียง 2 เดือน ขณะนี้จึงยังไม่พร้อมให้ข้อมูล เกี่ยวกับการร่วมมือกับภาครัฐ ส่วนแผนการลงทุนตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ขณะนี้ ยังไม่มีกำหนดจะลงทุนในประเทศไทย

“นโยบายหลักของทางกูเกิลนั้น คือ การให้ความร่วมมือกับทุกรัฐบาลทั่วโลก แต่ในความรับผิดชอบของผม จะดูแลส่วนของการตลาดเท่านั้น และยังยืนยันว่ากูเกิลประเทศไทยยังไม่มีแผนเกี่ยวกับการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในไทย จะเน้นในเรื่องของกลยุทธ์ทางการตลาดก่อน โดยผู้ใช้งานเชื่อมั่นได้ว่าบริษัทใส่ใจถึงความปลอดภัยในการเข้าใช้งานและรักษาข้อมูลส่วนตัวของลูกค้า” นายคิง ระบุ

ทั้งนี้ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของกูเกิลต่อจากนี้ จะเน้น 4 เรื่องหลัก คือ 1.สร้างความมั่นใจในการเข้าใช้งาน 2.สร้างคอนเทนต์ท้องถิ่น 3.สนับสนุนภาคการศึกษา และ 4.สนับสนุนภาคธุรกิจเอสเอ็มอี

“จำนวนการใช้งานสมาร์ทโฟนในประเทศไทยมีถึง 64% และมีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนค้นหาข้อมูลร้านค้าบนโลกออนไลน์และสั่งซื้อสินค้าทันทีกว่า 60% แสดงให้เห็นว่าธุรกิจขนาดเล็กและกลางยังมีโอกาสอีกมาก หากรู้จักเข้ามาพัฒนาคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของคนกลุ่มนี้ ทั้งยังต่อยอดไปยังตลาดโลกได้ด้วย” นายคิง กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปี 2558 ที่ผ่านมา กูเกิลได้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่มีการใช้งานโลกออนไลน์แบบโมบายเฟิร์ส พบว่า ประเทศไทยมีการเติบโตสูงที่สุดถึง 37% รองลงมาคือมาเลเซีย 36% ซึ่งคนไทยตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านทางสมาร์ทโฟนอย่างรวดเร็วถึง 31% สูงกว่าสหรัฐที่มีเพียง 10% และอังกฤษที่มีเพียง 7% เท่านั้น

“เรากำลังเข้าสู่ยุคที่เกิดความต้องการซื้อขายแบบทันทีตลอด 24 ชั่วโมง หากภาคธุรกิจต้องการที่จะประสบความสำเร็จควรมีแผนบุกออนไลน์ที่ชัดเจน ใช้เครื่องมือให้เหมาะสม ทำคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและข้อมูลที่ลูกค้าได้รับต้องมีคุณภาพ ซึ่งเรายังเชื่อมั่นว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยให้บริษัทมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายคิง กล่าว

นอกจากนี้ กูเกิลจะเร่งให้ความรู้แก่ภาคธุรกิจที่มีความพร้อมด้านดิจิทัลที่มีอยู่ประมาณ 2.5-3 แสนราย มีโอกาสได้ใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ของกูเกิลให้มากขึ้น ตั้งเป้าธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะเข้ามาใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ในสิ้นปีนี้ประมาณ 1 ล้านราย

“ความท้าทายของตลาดประเทศไทยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ คือ การเข้าถึงออนไลน์ระหว่างคน กทม.กับต่างจังหวัดยังห่างกันมาก การสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่ในต่างจังหวัดเข้าถึงโลกออนไลน์มากขึ้นนั้นทำให้เราต้องลงทุนอย่างมหาศาลและต่อเนื่องในการพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยและเพิ่มโอกาสให้คนอยากเข้ามาใช้งานออนไลน์มากขึ้น โดยทีมงานได้พัฒนาฟีเจอร์ในระบบทั้งหมดไปแล้วกว่า 45 ฟีเจอร์ จากทั้งหมด 55 ฟีเจอร์” นายคิง กล่าวทิ้งท้าย

 

เปิดใจ “ประเทศ ตันกุรานันท์” ศึก4จีระอุ ผู้ใช้ดีแทคโดนขโมยเบอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 มีนาคม 2559 เวลา 19:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/digital/420159

เปิดใจ "ประเทศ ตันกุรานันท์" ศึก4จีระอุ ผู้ใช้ดีแทคโดนขโมยเบอร์

โดย…ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

เริ่มต้นศึก 4จี ปีนี้ ด้วยโปรโมชั่นลับที่ทุกค่ายต้องมี ยังถือว่าเป็นเพียงน้ำจิ้มสำหรับจุดเริ่มต้นแย่งชิงลูกค้ากัน ก่อนที่จะประกาศสงครามอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี 2559 ที่ดุเดือดกว่านี้แน่นอน

ประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ตั้งแต่เสร็จสิ้นการประมูลเมื่อปลายปี 2558 ที่ผ่านมา ทุกคนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รับรู้ว่าเป็นช่วงของการเปลี่ยนมือในการถือครองคลื่น ทำให้ทุกค่ายไม่ว่าใครก็ต้องเหนื่อยแย่งลูกค้าเข้ามาให้มากที่สุด ก่อนจะเปิดศักราชสงคราม 4จี อย่างแท้จริง

“แม้ผลสรุปเรื่องคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะยังไม่จบ ช่วงนี้จึงถือเป็นจังหวะกอบโกยลูกค้ามาไว้ในมือของทุกค่าย โชคดีที่ดีแทคไม่มีภาระหนี้สินที่เกิดจากการประมูล สิ่งที่เราเดินหน้าทำนั้น คือการเร่งโรลเอาต์คลื่นให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศให้มากที่สุด เพื่อให้ประสบการณ์ใช้งานไม่สะดุดและลูกค้าไม่เปลี่ยนใจย้ายออก ซึ่งแพ็กเกจที่บอกว่าเป็นโปรฯ ลับนั้น ที่จริงไม่ได้ลับอะไร แค่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับพนักงานที่ทุกค่ายมีเหมือนกันหมด เพียงแค่ไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเท่านั้น”

ทุกโอเปอเรเตอร์จะใช้กลยุทธ์ออกโปรฯ ให้ดึงดูดและทำเรื่องย้ายค่ายลูกค้าให้ไว เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มลูกค้าเข้ามาใช้งานในเครือข่ายของตนให้มาก ซึ่งดีแทคเข้าใจในเรื่องนี้แต่ขอให้ทำแบบถูกต้องตามขั้นตอนที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนด

“ในมุมของดีแทคมองว่า หากทำถูกต้องตามกฎที่ กสทช.กำหนด ดำเนินตามขั้นตอน ตรวจสอบความถูกต้องของลูกค้าอย่างละเอียดถือว่าเป็นเรื่องที่ทุกค่ายควรตระหนัก เพราะเคยมีลูกค้าติดต่อมาหาเราบอกว่าไม่ได้ทำเรื่องย้ายค่าย ทำไมมีข้อความดำเนินการย้ายค่ายส่งเข้ามา ทางเราจึงช่วยตรวจสอบและพบปัญหาขโมยเบอร์เกิดขึ้นจึงอยากให้ทุกค่ายเพิ่มความระวังในเรื่องเหล่านี้ มากกว่าเร่งทำงานจนไม่คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้”ประเทศ กล่าว

ทั้งนี้ ดีแทคเร่งสื่อสารกับลูกค้าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในเครือข่าย ว่าแม้จะไม่มีคลื่นใหม่มาถือในมืออย่างรายอื่น แต่ยังมีระยะเวลาสัมปทานของคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลืออยู่จนถึงปี 2561 ถือว่ามีเวลาอีก 3 ปีในการเตรียมพร้อมและเรียนรู้ปัญหาจากค่ายอื่นๆ ที่ประสบปัญหามาก่อน และยังยืนยันว่าต้องการโรดแมปที่ชัดเจนจากทางภาครัฐในการนำคลื่นมาประมูลครั้งต่อไปในอนาคต เพราะแผนที่ชัดเจนจะช่วยให้ทุกค่ายวางแผนสำหรับธุรกิจได้ราบรื่นขึ้น

“ดีแทคเร่งติดตั้งเสาเพื่อรองรับการใช้งาน 4จี ให้ทั่ว กทม.และปริมณฑล ช่วงไตรมาส 3 ของปีก็จะเร่งติดตั้งซูเปอร์ 4จี บนคลื่น 2100 ให้ครบทุกจังหวัด แต่จะเน้น 4จี ทั่วประเทศไทย ด้วยความที่ดีแทคได้รวมทุกคลื่นที่มีในมือทั้ง 850 เมกะเฮิรตซ์ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 2100 เมกะเฮิรตซ์ จึงรวมทุกคลื่นมาเป็นถนนเดียวกัน เพื่อให้บริการลูกค้าได้ทุกกลุ่มทั้ง 2จี 3จี และ 4จี บนดีไวซ์ทุกกลุ่มไม่ได้จำกัดเฉพาะสมาร์ทโฟนราคาแพงเท่านั้น”

แต่ก่อนที่ดีแทคจะจบสัญญาสัมปทาน บริษัทย่อมต้องการที่จะทราบว่าทางภาครัฐวางแผนเกี่ยวกับการนำคลื่นมาประมูลอย่างไร เพราะยังมีคลื่นอีกมากที่สามารถนำมาใช้ให้บริการ 4จี ได้ ทั้งยังส่งผลถึงเรื่องของการลงทุนในอนาคต เพราะโอเปอเรเตอร์ทุกค่ายที่มีคลื่นในมือต่างก็ต้องมีแผนธุรกิจทั้งสิ้น หากเรื่องนี้ไม่ชัดเจนจะส่งผลให้ทำงานลำบาก

“เรายังมีความร่วมมือกับทั้งเอไอเอสและทรูเสมอ ทั้งเรื่องเสาสัญญาณ อินฟราสตรักเจอร์หรือแคมเปญต่างๆ แต่ไม่ว่าพวกเราจะแข่งขันในธุรกิจกันมากเพียงไร แต่ทุกค่ายก็ต้องการความชัดเจนเพื่อแข่งขันและร่วมมือในอนาคตด้วยกันต่อไป”ประเทศ กล่าว

ชมคลิป https://youtu.be/4mOAHlsCsF4