Praying for prosperity

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30304345

Kian Un Keng is within a walking distance from Wat Kalyanamitr on Thonburi side of Bangkok. Photo/Thanissorn Luckchai

San Chao Rong Kueak, Yaowarat. Nation/Phoowadon Duangmee

Mother and children visit Wat Mangkon Kamalawat during Chinese New Year. Photo/Nation

Painting and woodwork are the pride of Kian Un Keng Shrine. Photo/Thanissorn Luckchai

A child girl pays homage to Goddess Kuan Yin at Thian Fa Foundation in Yaowarat, Bangkok

The wooden statue of Goddess Kuan Yin is enshrines at Kian Un Keng, a beautiful Chinese shrine perched on the bank of the Chao Phraya River, Bangkok. Photo/Thanissorn Luckchai
January 18, 2017 00:00
By PHOOWADON DUANGMEE
THE NATION

2,906 Viewed

Traditional New Year artwork on show

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30303962

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]

A Yangliuqing New Year painting showed at the exhibition in Beijing, Jan 10, 2017. [Photo/namoc.org]
January 12, 2017 13:08
By Li Hongrui
China Daily

Malaysians feel they don’t have enough holidays

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30303956

According to a recent survey many Malaysians can only dream of a holiday by a beach, as their circumstances do not allow them to take a vacation. Filepic

Many Malaysians admit to checking their e-mails and work messages while on vacation. Filepic

Work commitments at the office is one of the main reason many Malaysians can

January 12, 2017 10:35
By S.S. YOGA
The Star
Kuala Lumpur

Making a difference

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30303839

 

 

Watching seed sprouts from the soil could change your life. Pun Pun organic farm and Panya Project in Chiang Mai accommodate horticulturists and visitors who want to learn sustainable ways of living. Nation/Phoowadon Duangmee
January 11, 2017 00:00
By Phoowadon duangmee
The Nation

High fliers cast their votes

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30303381

Seoul

Seoul
January 04, 2017 08:04
By Tom Nebe
Deutsche Presse-Agentur

THAI Smile on the move

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30303380

THAI Smile Airways will move its operation at Bangkok

THAI Smile Airways will move its operation at Bangkok
January 04, 2017 07:57
By The Nation

Getting a jump on Japan

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/news/travel/30303379

Hosted by Haru in Tokyo, this stylish boy

A couple admires the cherry blossoms in Tokyo from the water. With cheap accommodation from Airbnb.com, Thai visitors can now enjoy longer holidays in Japan. DPA

January 04, 2017 07:42
By Chusri Ngamprasert
The Nation

เข้าถึงความงามของ ‘แก้ว’ @BG Glass Studio

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 มิถุนายน 2560 เวลา 07:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/498233

เข้าถึงความงามของ ‘แก้ว’ @BG Glass Studio

โดย…สมแขก

ใครชื่นชอบงานศิลปะจากแก้ว และหากหลงใหลถึงขั้นอยากผลิตชิ้นงานจากแก้ว ต้องลองเดินทางไปชมที่มาที่ไป รวมทั้งได้ทดลองทำได้อีก จะพาคุณไปดูศิลปะจากการเป่าแก้วที่สตูดิโอเป่าแก้วแห่งแรกในประเทศไทย ใครที่ชื่นชอบงานแก้วเป็นพิเศษ ต้องรีบหาโอกาสไปดู

กว่า 4 ทศวรรษแห่งความสำเร็จ บริษัท บางกอกกล๊าส หรือบีจี ได้รับการยอมรับในความเป็นผู้นำธุรกิจแก้วและบรรจุภัณฑ์ และเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้เปิดพื้นที่ร่วมสร้างประสบการณ์ศิลปะรูปแบบใหม่ในรูปแบบสตูดิโอเป่าแก้วแห่งแรกในประเทศไทย ในชื่อ “BG Glass Studio” ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงงาน BGC ปทุมธานีกล๊าส เพื่อใช้เป็นสถานที่ผลิตผลงานทางศิลปะ ฝึกอบรม และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางศิลปะการเป่าแก้ว การออกแบบชิ้นงานหรือผลิตภัณฑ์แก้วเชิงศิลปะ เช่น การจัดแสดงนิทรรศการ หรือผลงานทางศิลปะ ฯลฯ เพื่อสร้างชิ้นงานตัวอย่าง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมในเครือบางกอกกล๊าส

สตูดิโอเป่าแก้วแห่งนี้เจ้าของตั้งใจให้เป็นแหล่งเรียนรู้ศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการเป่าแก้วครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ผลิตและจัดแสดงผลงานศิลปะ เพื่อให้เราได้เข้าถึงความงามของ “แก้ว” ในทุกแง่มุมและทุกขั้นตอน และยังเป็นศูนย์ฝึกอบรม และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางศิลปะแก้ว ยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาชั้นนำ จัดเวิร์กช็อปอบรมความรู้ พร้อมการสาธิตศิลปะการเป่าแก้วจากศิลปินมืออาชีพให้กับบุคลากรทั้งภายในและภายนอกที่สนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสร้างสรรค์ผลงานในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการต่อยอดความเป็น Total Glass Solution ในด้านศิลปะแก้ว เพื่อเติมไอเดียให้ผู้คนที่สนใจเรื่องแก้วอย่างรอบด้าน สามารถต่อยอดพลังสร้างสรรค์ เชื่อมต่อกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจเฉพาะเจาะจงมากขึ้น

สำหรับที่ BG Glass Studio มีโซนต่างๆ ที่เป็นไฮไลต์ทั้งหมด 4 โซน ได้แก่ โซน Show case เป็นพื้นที่สำหรับแสดงสินค้า ผลงาน และจัดนิทรรศการ ถัดมาเป็นโซน Hot Shop Zone ที่รวบรวมเทคนิคการผลิตด้วยความร้อน เช่น ขั้นตอนการหลอมทราย และขั้นตอนการเป่าแก้วเอาไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะเป็นส่วนที่ให้เหล่าศิลปินและคนที่สนใจมาสาดไอเดียกันอย่างเต็มที่ หรือจะเป็น Cold Shop Zone ที่นำเสนอเทคนิคการผลิตผลงานแก้วโดยไม่ผ่านความร้อน เช่น งานขัด งานเคลือบผิว

ส่วนอีกโซนหนึ่งที่คนรักแก้วต้องไม่พลาดก็คือ Training Zone ที่ใช้สำหรับจัดเวิร์กช็อป และอบรมเกี่ยวกับ Art Glass โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบัน หมุนเวียนมาอย่างต่อเนื่อง ในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการมี เจอร์มี โปเปลก้า (Jeremy Popelka) ชาวอเมริกันได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะแก้ว จากประเทศสหรัฐ ซึ่งได้รับเกียรติเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ด้านศิลปะแก้วและงานหล่อทรายให้แก่มหาวิทยาลัยและสถาบันศิลปะชั้นนำในสหรัฐ โดยผลงานของเจอร์มีถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ในหลายประเทศ อาทิ The Museum of Wisconsin Art, The Northwest Mutual Collection in Milwaukee, Wisconsin, The Bergstrom Mahler museum of glass เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมี สเตฟานี่ เทร็นเชิร์ท (Stephanie Trenchard) ชาวอเมริกันได้รับการยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านประติมากรรมแก้ว ได้ทำงานศิลปะร่วมกับเจอร์มี โปเปลก้า และได้สะท้อนเรื่องราวต่างๆ ผ่านงานศิลปะแก้วได้อย่างสวยงามและลงตัว โดยผลงานถูกนำไปจัดแสดงในนิทรรศการและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ เช่นเดียวกัน

สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ศิลปะรูปแบบใหม่ “BG Glass Studio” ตั้งอยู่ที่โรงงาน BGC ปทุมธานีกล๊าส ถนนรังสิต-นครนายก (คลอง 3) จ.ปทุมธานี สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-834-7000

 

 

หลงรักหน้าฝน ท้าเที่ยวกรีนซีซั่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 มิถุนายน 2560 เวลา 12:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/498086

หลงรักหน้าฝน ท้าเที่ยวกรีนซีซั่น

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

 

พอเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ อันเป็นสัญญาณของกรีนซีซั่น ที่กำลังมาเยือนแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทยอย่างเป็น

ทางการ ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูกาลที่คนอยากเดินทางน้อย แต่กลับเป็นช่วงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่สนุกและชิลไม่ใช่ย่อย ที่สำคัญคือ ราคาถูกและคนน้อยจนทำให้ทุกคนกลายเป็นแขกวีไอพี

แหล่งท่องเที่ยวที่จะฟื้นคืนชีพช่วงหน้าฝนมีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นทุ่งนาสีเขียวที่เพิ่งแทงต้นอ่อนหลังฝนตกได้ไม่นาน สายหมอกลอยคว้างเหนือยอดดอย ลำน้ำเกรี้ยวกราดรอให้กำราบ หยดน้ำค้างปลายกลีบบุปผา หรือที่พักท่ามกลางธรรมชาติที่จะทำให้ขี้เกียจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตูบนาโฮมสเตย์ อ.ปัว จ.น่าน

นานาท้องนา

หลังพิธีกรรมขอฝนผ่านพ้นไป ความกดอากาศต่ำก็เคลื่อนมาปกคลุมประเทศไทย เปลี่ยนแปลงความร้อนให้เป็นเม็ดฝนชุ่มฉ่ำใจชาวนาที่กำลังหวังน้ำจากฟ้ารดเมล็ดข้าวให้เติบโต โดยในเดือน ส.ค.ชาวนาจะช่วยกันลงแขก จากนั้นช่วงกลางเดือน ส.ค.-ต.ค.จะเป็นช่วงของความเขียวขจี

จุดหมายปลายทางของท้องนาต้องยกให้ เมืองปัว จ.น่าน อำเภอเล็กๆ ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นข้าวสีเขียวอ่อน ซึ่งจุดชมนาที่ดีที่สุดอยู่ที่วัดภูเก็ต มองลงมาจะเห็นผืนนากว้างสุดลูกหูลูกตาแบ่งเป็นแปลงๆ แบบไม่เป็นระเบียบเสมือนภาพแอบสแทรกต์ที่พยายามสื่อความหมายถึงความอุดมสมบูรณ์ของน้ำท่า และวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวปัว

ในภูมิภาคเดียวกันยังเป็นช่วงเวลาอันดีที่จะไปศึกษาวิถีชีวิตชนเผ่าละว้าและกะเหรี่ยงที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน สถานที่ตั้งของธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก และเป็นพื้นที่ปลูกนาข้าวขั้นบันไดสุดยิ่งใหญ่ ท่ามกลางไร่กาแฟสายพันธุ์อราบิกาใต้ผืนป่าดิบชื้น

นอกจากนี้ บนกลางเกาะของ เกาะกลาง จ.กระบี่ ก็เป็นแหล่งปลูกข้าวสังข์หยดแบบวิถีอินทรีย์ ความพิเศษของข้าวที่นี่จะปลูกด้วยดินเค็มที่มีน้ำทะเลปะปน จึงทำให้ข้าวมีความหอม หุงขึ้นหม้อ และเคี้ยวนุ่ม ซึ่งทุ่งนาบนเกาะจะมีให้เห็นแค่ปีละครั้งในช่วงเดือน ส.ค.เท่านั้น

ตูบนา โฮมสเตย์ ปัว น่าน

จับหมอกหยอกไอฝน

 

สิ่งที่มาเคียงคู่กับสายฝนมักเป็นสายหมอก แต่ถ้าเป็นทะเลหมอกอลังการต้องขึ้นไปสัมผัสที่ ผาตั้ง จ.เชียงราย ดอยซึ่งอุดมไปด้วยผืนป่าและกาแฟชั้นดี เหมาะอย่างยิ่งแก่การนั่งละเลียดถ้วยโปรดแลมองกลุ่มไอน้ำที่รวมตัวกันอยู่เหนือยอดไม้ ซึ่งฟ้าหลังฝนจะสวยงามกว่าช่วงเวลาใด เพราะนอกจากความชุ่มฉ่ำหัวใจ ยังจะได้เห็นทะเลหมอกในเวลากลางวัน

รวมถึงภาคอีสานที่จะกลายเป็นสีเขียวแทนที่ความแห้งแล้งจนหมดสิ้น โดยเฉพาะจุดชมหมอกริมแม่น้ำโขงอย่าง ภูห้วยอีสัน จ.หนองคาย ที่พร้อมเสิร์ฟหมอกเคียงคู่พระอาทิตย์ทุกวันแบบไม่ต้องลุ้น แต่หากอยากสัมผัสใกล้ขึ้น สกายวอล์ก บริเวณวัดผาตากเสื้อ ก็รอให้นักท่องเที่ยวไปเดินเหนือเมฆหมอกบนพื้นกระจกใสยาว 16 ม.

กาแฟยามเช้า บนภูห้วยอีสัน จ.หนองคาย

ทุ่งดอกไม้และป่าฝน

ใครว่าหน้าฝนดอกไม้จะร่วงโรย เพราะนี่คือช่วงเวลาของทุ่งดอกกระเจียวราชินีป่าฝนในเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวบาน ประจำปี 2560 ระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และ อุทยานแห่งชาติไทรทอง จ.ชัยภูมิ แหล่งชมดอกกระเจียวตามธรรมชาติทั้งดอกสีขาว เขียว และชมพูอมม่วง ท่ามกลางป่าฝนและไอหมอกยามเช้า

เช่นเดียวกับ อุทยานไม้ดอกเพ ลา เพลิน จ.บุรีรัมย์ ก็ได้รวบรวมดอกกระเจียวกว่า 10 สายพันธุ์มาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นสีขาวม็องบลัง สีชมพูมะลิ สีแดงกุหลาบ แดงวิเชียร เชียงใหม่พิงค์ ปากนกแก้ว หงส์เหิน และเขียวช็อกโกแลต พร้อมกิจกรรมชิมอาหารจากดอกกระเจียวระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค.

นอกจากนี้ ความลับแห่งฤดูกาลยังปรากฏบนยอด ภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ สถานที่ชมดอกหงอนนาคสีม่วงกระจิริดที่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยยากกับเส้นทางเดินเขากว่า 4-6 ชม. โดยจะเปิดให้กางเต็นท์บนยอดภูช่วงปลายฝนต้นหนาวเพื่อความปลอดภัยและให้ธรรมชาติฟื้นฟู ซึ่งนอกจากดอกหงอนนาค ภูสอยดาวยังมีป่าสนสามใบ ดอกไม้ป่าสีสันสดใส และดอกไม้ฟ้าอย่างดวงดาวสะพรั่งสมกับชื่อภู

ดงดอกกระเจียว จ.ชัยภูมิ

ฤดูล่องแก่ง

ปริมาณน้ำฝนช่วยเติมเต็มเกาะแก่ง ดึงดูดให้ชาวแอดเวนเจอร์มาออกล่ากระแสน้ำเชี่ยวแรงกับกิจกรรมล่องแก่งที่กำลังมาถึงนี้ โดยมีหลายพื้นที่ ได้แก่ ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จ.พิษณุโลก บนเส้นทางคดเคี้ยวยาว 8 กม. ระหว่างทางจะมีแก่งหินน้อยใหญ่ให้พิสูจน์ความกล้า 17 แก่ง และมีความยากระดับ 1-5

ล่องแก่งแม่น้ำปาย จ.แม่ฮ่องสอน ลำน้ำจะลัดเลาะไปตามซอกภูเขาและป่าไม้อุดมสมบูรณ์ เป็นเส้นทาง 2 วัน 1 คืน ต้องตั้งแคมป์ค้างคืนในป่าสำหรับคนกล้าใจอึดที่ชื่นชอบการล่องแก่งอย่างแท้จริง หรือเส้นทาง ล่องแก่งแม่น้ำนครนายก จ.นครนายก ใกล้กรุงเทพฯ มีจุดเด่นอยู่ที่ตัวแก่งหินสามชั้น ลักษณะคล้ายขั้นบันไดที่สามารถสร้างความตื่นเต้นเร้าใจได้พอสมควร ซึ่งกระแสน้ำจะไหลแรงช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค.

บ้านไร่ไออรุณ

นอนชิล กินคลีน

ที่พักหน้าฝนไม่ต้องหรูหรา แต่ต้องสบายใจและสบายตาอย่างเกสต์เฮาส์ริมท้องนาที่ ตูบนาโฮมสเตย์ และ ตูบน่าน อ.ปัว จ.น่าน ห้องพักหลังน้อยกับวิวร้อยล้านที่ช่วงหน้าฝนจะมีทุ่งนาและอาหารโฮมเมดจากวัตถุดิบพื้นบ้านคอยต้อนรับผู้มาเยือน

อีกแห่งที่น่านอนพักฟังเสียงฝนพรำคือพื้นที่เเห่งรัก บ้านไร่ไออรุณ จ.ระนอง ที่พักสุดน่ารักท่ามกลางธรรมชาติและแปลงผักตามวิถีพอเพียง ซึ่งบรรยากาศจะเขียวชอุ่ม ฟุ้งไปด้วยกลิ่นดิน และชุ่มชื่นไปด้วยไอฝนอันเป็นเสน่ห์ของเมืองฝนแปดแดดสี่แห่งนี้

รวมถึงภาคอีสานก็มีที่พักบรรยากาศดีอยู่ที่ ภูเรือเรือนไม้รีสอร์ท จ.เลย เป็นบ้านไม้หลังน้อยริมท้องนา จิบกาแฟอุ่นๆ ที่ คาเฟ่ ดี มีนา ไปเดินเล่นบนสะพานไม้ไผ่เหนือทุ่งนา หรือจะสนทนากับเจ้าถิ่นพี่แช่มช้อยก็ได้อรรถรสดี

เพราะหลังม่านฝนยังมีม่านหมอก หลังม่านหมอกยังมีธรรมชาติ ซึ่งจะฟื้นฟูความงามหลังถูกปลุกด้วยสายฝน รวมถึงผู้คนก็จะชื่นใจที่ถึงแม้ว่าจะเลี่ยงฤดูกาลไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรฟ้าหลังฝนก็ย่อมงดงามเสมอ

 

ชมพระอุโบสถ และสะพานวัดเบญจมบพิตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มิถุนายน 2560 เวลา 08:26 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/thailand/497595

ชมพระอุโบสถ และสะพานวัดเบญจมบพิตร

โดย…ส.สต

วันที่ 31 พ.ค. 2560 ผมเข้าไปในวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เพื่อกราบและถ่ายภาพพระพุทธรูปจำนวน 52 องค์ ที่ประดิษฐาน ณ วิหารคด ได้พบเห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักในชื่อ The Marble Temple หรือวัดหินอ่อน ซึ่งเป็นความงามที่อัศจรรย์ยิ่งของสยามความงามที่โดดเด่น ได้แก่ พระอุโบสถที่สร้างด้วยหินอ่อนทั้งหลัง ศิลปะด้านสถาปัตยกรรมตัวอุโบสถโดดเด่น งามสง่า โดยไม่มีสิ่งใดมาบดบัง แม้กระทั่งวิหารคด เพราะสถาปนิกออกแบบให้วิหารคดโอบอยู่ด้านหลังอุโบสถ  ดังนั้นเมื่อมองด้านหน้า ด้านใต้ ด้านเหนือ พระอุโบสถ ล้วนกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน หากเปรียบเทียบง่ายๆ เหมือนแหวน ตัวพระอุโบสถเปรียบเหมือนหัวแหวน วิหารคดเปรียบเหมือนตัวเรือน ผู้ที่ออกแบบพระอุโบสถได้งดงามเป็นอมตะ ไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เคยตอบคำถามผู้ที่สรรเสริญการออกแบบพระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรว่ามีแนวคิดที่เลอเลิศยิ่งนัก ว่าการออกแบบพระอุโบสถแห่งนี้ไม่ใช่ของใหม่เลยทีเดียว ท่านให้ไปดูวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก ที่โบราณบัณฑิต ได้ออกแบบและสร้างเป็นตัวอย่างไว้แล้ว ข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี กล่าวถึงปฐมเหตุการสร้างพระอุโบสถว่า เมื่อแรกสร้างในปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ซื้อที่ดินระหว่างคลองผดุงกรุงเกษมจนถึงคลองสามเสนเพื่อสร้างที่ประทับพักผ่อนพระอิริยาบถส่วนพระองค์ โดยพระราชทานนามว่า “สวนดุสิต” (พระราชวังดุสิต ในปัจจุบัน) ซึ่งบริเวณที่ดินที่ทรงซื้อนั้นมีวัดโบราณ 2 แห่ง คือ วัดดุสิตซึ่งอยู่ในสภาพทรุดโทรม ถูกใช้เป็นที่สร้างพลับพลา และวัดร้างอีกแห่งซึ่งจำเป็นต้องใช้ที่ดินของวัดสำหรับตัดเป็นถนน พระองค์จึงทรงกระทำผาติกรรม สร้างวัดแห่งใหม่เพื่อเป็นการทดแทนตามประเพณี โดยทรงเลือกวัดเบญจมบพิตรเป็นวัดที่ทรงสถาปนาตามพระราชดำริว่า การสร้างวัดใหม่หลายวัดยากต่อการบำรุงรักษา ถ้ารวมเงินสร้างวัดเดียวให้เป็นวัดใหญ่ และทำโดยฝีมือประณีตจะดีกว่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เป็นผู้ทรงออกแบบก่อสร้างพระอุโบสถและถาวรวัตถุอื่นๆ และมีพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายช่างก่อสร้าง

สะพานถ้วย

 

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมายังวัด ในการนี้มีพระบรมราชโองการประกาศพระบรมราชูทิศถวายที่ดินให้เป็นเขตวิสุงคามสีมาของวัด พร้อมทั้งพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร อันหมายถึง วัดของพระเจ้าแผ่นดินรัชกาลที่ 5 และเพื่อแสดงลำดับรัชกาลในมหาจักรีบรมราชวงศ์ ต่อมาพระองค์ได้ถวายที่ดินซึ่งพระองค์ขนานนามว่า ดุสิตวนาราม ให้เป็นที่วิสุงคามสีมาเพิ่มเติมแก่วัดเบญจมบพิตร และโปรดฯ ให้เรียกนามรวมกันว่า วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

เมื่อมีการจัดระเบียบพระอารามหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี พ.ศ. 2458 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามได้รับการจัดเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ดังนั้น ชื่อวัดจึงมีสร้อยนามต่อท้ายด้วย “ราชวรวิหาร” ดังเช่นในปัจจุบัน

ด้านข้างพระอุโบสถหินอ่อน มีลำคลองเล็กๆ เป็นแนวแบ่งเขตพุทธาวาส กับสังฆาวาส ที่สะดุดตา ได้แก่ สะพานข้ามคลองมีถึง 3 สะพาน แต่ละสะพานมีชื่อปรากฏทั้งสิ้น ได้แก่ สะพานพระรูป สะพานถ้วย และสะพานงาข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (อีกแล้ว) บอกว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงออกแบบส่งไปหล่อเป็นสะพานเหล็กมาจากอิตาลี คานและลูกกรงเป็นเหล็กหล่อลวดลาย ที่กลางสะพานติดป้ายแผ่นเหล็กมีสัญลักษณ์และประวัติความเป็นมาของสะพาน ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดงานประจำปีวัดเบญจมบพิตร ในปี 2444 นำรายได้จากขายสิ่งของเป็นทุน สร้างเสร็จพร้อมกันในปี 2446

ประกาศของเจ้าอาวาส ห้ามขาย ห้ามปล่อยห้ามให้อาหารสัตว์น้ำ

 

สะพานพระรูป มีแผ่นป้ายจารึกประวัติติดไว้ที่สะพานว่า

สพานนี้ได้สร้างขึ้นด้วยเงินค่าขายพระรูป อันจำหลักในแผ่นทองแดงก้าไหล่ทอง ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนสรรพสาตร์ศุภกิจ ถวายช่วยในการปฏิสังขรณ์พระอารามเมื่อ ร.ศ. ๑๑๙ จึงพระราชทานนามว่า สพานพระรูป สร้างสำเร็จเมื่อ ร.ศ. ๑๒๑

สะพานถ้วย อยู่ตรงกลาง มีแผ่นป้ายจารึกประวัติของสะพานติดไว้ว่า

สพานนี้ได้สร้างขึ้นด้วยเงินค่าถ้วยชาพื้นสีลายทองงานพระเมรุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จำหน่ายในการออกร้านที่วัด เมื่อ ร.ศ. ๑๑๙ ทรงพระราชอุทิศเงินค่าถ้วยชานั้นให้สพานนี้ จึงพระราชทานนามว่า สพานถ้วย ได้สร้างแล้วเสร็จเมื่อ ร.ศ. ๑๒๑

สะพานงา ซึ่งเป็นสะพานที่ 3 ตรงข้ามกับพระวิหารสมเด็จ ส.ผ. มีแผ่นป้ายจารึกประวัติของสะพานติดไว้ว่า

สพานนี้ได้สร้างขึ้นด้วยเงินค่างาช้าง ซึ่งพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพถวาย เพื่อจำหน่ายเป็นเงินช่วยในการปฏิสังขรณ์พระอาราม เมื่อออกร้านในวัด ร.ศ. ๑๑๙ จึงพระราชทานนามว่า สพานงา สร้างสำเร็จเมื่อ ร.ศ. ๑๒๑

ชื่นชมสะพาน แต่ห้ามให้อาหารปลาและเต่าในคลอง เพราะเจ้าอาวาสประกาศว่าอาหารที่เราให้ ไปทำลายสิ่งแวดล้อม รวมทั้งชีวิตสัตว์น้ำด้วย ตั้งใจทำบุญ แต่กลายเป็นบาป นะครับ

พระอุโบสถหินอ่อน วัดเบญจมบพิตร (ภาพ : สมาน สุดโต)

สะพานงา