‘สงกรานต์ 2567’ เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/572689

'สงกรานต์ 2567'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

‘สงกรานต์ 2567’ เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

11 เม.ย. 2567

ช่วง ‘สงกรานต์ 2567’ คนที่ไม่มีโปรแกรมเดินทางออกต่างจังหวัด การไปไหว้พระในกรุงเทพฯ เพื่อเสริมสิริมงคลรับ ปีใหม่ไทย น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ช่วง เทศกาลสงกรานต์ หลายคนเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัด บ้างก็เดินทางไปเที่ยวตามจุดไฮไลท์ต่างๆ ส่วนคนกรุงที่ไม่มีโปรแกรมเดินทางไปไหน การไปไหว้พระเพื่อเสริมสิริมงคลในวัน “สงกรานต์ 2567” ซึ่งถือเป็นวันขึ้น ปีใหม่ไทย น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว ถือเป็นวัดอันดับหนึ่งในโปรแกรมไหว้พระ 9 วัดที่ต้องไป วัดพระแก้วเป็นส่วนหนึ่งของพระบรมมหาราชวัง ภายในประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร หรือพระแก้วมรกต พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ทำจากหยกสีเขียว ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว นอกจากนี้ยังมีสถาปัตยกรรมวิจิตรงดงามตระการตา

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ มีพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนประดิษฐานอยู่ องค์พระมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ วัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องของความรัก ยิ่งใครที่เป็นสาวโสดขึ้นเลข 3 ต้องไปไหว้ให้ได้ เพราะวัดนี้ขึ้นชื่อเรื่องขอเนื้อคู่สำหรับวัยสามสิบยังแจ๋ว นอกจากนี้วัดโพธิ์ ยังเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 อีกทั้งยังเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

3. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 3 เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของพระสงฆ์จีน ต่อมาเจ้าพระยานิกรบดินทร์มหินทรมหากัลยาณมิตร ได้สร้างวัดและน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระอารามหลวง รัชกาลที่ 3 ทรงพระราชทานนามว่า “วัดกัลยาณมิตร” และพระราชทานสร้างพระประธาน เป็นหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ นามว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก” หรือหลวงพ่อซำปอกง ซึ่งเป็นที่สักการะและเคารพนับถืออย่างมากในกลุ่มคนจีนที่อาศัยอยู่แถวนั้น ใครอยากมีเพื่อนฝูงดี หรือมีบริวารดี ต้องไปสักการะที่วัดนี้ เพราะ “กัลยาณมิตร” แปลว่า มิตรที่ดี

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

4. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดแจ้ง มีพระปรางค์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถจะมีรูปปั้นยักษ์วัดแจ้งที่มีชื่อเสียงยืนเฝ้าอยู่ เดิมทีเชื่อกันว่าวัดนี้ชื่อวัดมะกอกนอก เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงยกทัพขึ้นมาที่ธนบุรีเพื่อแต่งตั้งธนบุรีเป็นราชธานีแห่งใหม่ เสด็จมาถึงหน้าวัดมะกอกนอกเป็นช่วงเวลารุ่งแจ้ง จึงพระราชทานนามใหม่ของวัดแห่งนี้ ให้เป็น “วัดแจ้ง” และด้วยความที่ชื่อวัดมีความมงคล คำว่า “แจ้ง” หรือ “อรุณ” แปลว่าช่วงเช้าวันใหม่ ซึ่งเป็นความหมายที่ดี เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

5. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ก่อตั้งมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดบางหว้าใหญ่ ในสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่ 1 ได้มีการขุดพบระฆังโบราณในเขตวัด ทำให้ประชาชนพากันเรียกว่า วัดระฆัง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตัวระฆังที่ขุดพบ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้นำไปไว้ที่วัดพระแก้ว และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างชดเชยให้วัดระฆังใหม่ 5 ลูก มีความเชื่อว่า ใครที่ได้มาไหว้พระที่วัดระฆัง จะเป็นที่ชื่นชอบของผู้อื่น และมีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนเสียงตอนตีระฆัง นอกจากนี้วัดระฆังยังเป็นวัดที่เหล่าผู้ศรัทธาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) จะต้องมากราบไหว้บูชา เพราะวัดแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของท่านมาก่อน

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

6. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เดิมชื่อ วัดกลางนา เป็นวัดร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมา รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ บูรณะวัดร้างแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ และพระราชทานนามว่า “วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร” เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ที่ทรงรบชนะพม่าทั้ง 3 ครั้ง ในสงคราม 9 ทัพ จึงมีความเชื่อกันว่าถ้าต้องการชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวงให้มากราบไหว้ที่วัดนี้

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

7. วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เดิมชื่อ วัดใหม่ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์เมื่อครั้นทรงผนวช อาทิ รัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 10 รวมถึงยังเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชถึง 4 พระองค์ และยังเป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย มีพระพุทธชินสีห์ ประดิษฐานเป็นพระประธาน เชื่อว่าหากได้สักการะพระพุทธชินสีห์ จะเป็นการเสริมดวงชะตาให้ดี และแคล้วคลาดจากภัยอันตราย

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

8. วัดสุทัศนเทพวราราม สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เดิมชื่อ วัดสุทธาวาส ต่อมาได้รับพระราชทานชื่อว่า วัดสุทัศนเทพวราราม ในสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3  เป็นที่ประดิษฐานของพระศรีศากยมุนี เป็นพระเก่าแก่ตั้งแต่สมัยราชวงศ์พระร่วง ของสุโขทัย ผู้คนนิยมมากราบไหว้ขอพรเกี่ยวกับการศึกษา เพื่อการมีวิสัยทัศน์กว้างไกล

\'สงกรานต์ 2567\'  เดินสายไหว้พระ 9 วัด กลางกรุง เสริมมงคลรับ ปีใหม่ไทย

9. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมา พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์และขุดคลองรอบพระอาราม แล้วพระราชทานนามใหม่ว่า วัดสระเกศ แปลว่า “ชำระพระเกศา” ต่อมารัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะและสร้างพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ขึ้น ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสาริกธาตุ

‘เกาะโลซิน’ เกาะเล็กที่สุดใน ประเทศไทย แต่ทำไม มีราคาแสนล้าน

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/550995

'เกาะโลซิน' เกาะเล็กที่สุดใน ประเทศไทย แต่ทำไม มีราคาแสนล้าน

‘เกาะโลซิน’ เกาะเล็กที่สุดใน ประเทศไทย แต่ทำไม มีราคาแสนล้าน

07 เม.ย. 2567

ทำความรู้จัก ‘เกาะโลซิน’ เกาะ ที่เหมือนกองหิน ที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่ทำไม มีราคาดุจโคตรเพชร หลายแสนล้านบาท

หากพูดถึง “เกาะ” ต่างๆ ในประเทศไทย ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน เกาะเล็ก เกาะใหญ่ ทั้งมีผู้อยู่อาศัย และไม่มีคนอยู่อาศัย มีนับไม่ถ้วน

แต่มีอยู่เกาะหนึ่ง เชื่อว่า หลายคนอาจจะไม่คุ้นหู หรือ ได้ยินชื่อ นั่นคือ “เกาะโลซิน” เกาะที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่ขึ้นชื่อว่า มีราคานับแสนล้านบาท ทำไม เกาะที่เล็กที่สุด ถึงมีราคาสูงที่สุด คมชัดลึก รวบรวมข้อมูล พาไปรู้จักกับ “เกาะโลซิน”

เกาะโลซิน

ประวัติความเป็นมา “เกาะโลซิน”

“เกาะโลซิน” เป็นเกาะหินปูนขนาดย่อมกลางทะเลอ่าวไทย ขึ้นอยู่กับ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ห่างจากหาดวาสุกรี ในเขต อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ประมาณ 72 กิโลเมตร ไม่มีต้นไม้ ไม่มีแม้แต่หาดทราย มีเพียงยอดภูเขาโผล่พ้นน้ำขึ้นมาประมาณ 10 เมตร ฐานกองหินใต้ผืนน้ำกว้างประมาณ 50 ตารางเมตร และมีเพียงประภาคาร ตั้งโดดเด่นเป็นจุดสังเกตแก่นักเดินเรือเท่านั้น บริเวณรอบเกาะ เป็นแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์ กินพื้นที่ยาว 1 กิโลเมตร มีพืชใต้น้ำ และฝูงปลานานาชนิด โดยเฉพาะฉลามวาฬ ด้วยเหตุนี้ เกาะโลซินจึงเป็นที่นิยมของนักดำน้ำ และนักตกปลา

แต่เดิมที่นี่เคยเป็นดินแดนพิพาทระหว่างไทยกับมาเลเซีย โดยมาเลเซียได้ทำการอ้างสิทธิ เหนือหมู่เกาะกระ ใน จ.นครศรีธรรมราช ด้วยการอ้างการแบ่งเขตไหล่ทวีป อันเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่สัมปทานแหล่งก๊าซธรรมชาติ ทำให้ไทยเสียเปรียบ แต่เวลาต่อมา คณะเจรจาไปพบเกาะหินกลางทะเล นั่นคือ “เกาะโลซิน” จึงได้ใช้อนุสัญญากรุงเจนีวา ว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. 1958 ให้โลซินมีสถานะเป็นเกาะ ไทยจึงสามารถประกาศสิทธิเขตเศรษฐกิจจำเพาะจากแนวน้ำลดบริเวณชายฝั่งออกไปได้ 200 ไมล์ทะเล ซึ่งครอบคลุมแหล่งก๊าซด้วย

ภายหลังปี พ.ศ. 2521 ไทยและมาเลเซียจึงได้ตกลงกัน กำหนดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลดังกล่าว เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area) ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร โดยตั้งองค์กรขึ้นมาบริหารจัดการร่วมกันแล้วแบ่งผลประโยชน์กันคนละครึ่ง

เกาะโลซินเกาะโลซิน

เกาะโลซิน เกาะเล็ก ราคาใหญ่

ทำไม “เกาะโลซิน” ที่มีขนาดเท่าห้องขนาดกลางในคอนโดมีเนียม โดยมีพื้นที่รวมแค่ 50 ตารางเมตร ถึงมีราคาสูงถึงแสนล้านบาท จากข้อมูลของ openup ระบุว่า พื้นที่ใต้น่านน้ำอาณาเขต จะมีโอกาสสำรวจพบทรัพยากรธรรมชาติได้มากมาย ยกตัวอย่างเช่น แหล่งก๊าซธรรมชาติ

โดยเมื่อแต่ละประเทศเริ่มมีการประกาศเขตเศรษฐกิจจำเพาะของรัฐชายฝั่งของตนออกมา 200 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 370 กิโลเมตร ตามอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ทำให้เขตเศรษฐกิจจำเพาะของหลายๆ ประเทศทับซ้อนกัน โดยเฉพาะทะเลในเขตน่านน้ำรอยต่อไทย-มาเลเซียนั้น มีพื้นที่ทับซ้อนกันอย่างกว้างขวาง และเมื่อสำรวจพบว่าใต้ทะเลบริเวณนี้ เป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติปริมาณมหาศาล ทั้งไทยและมาเลเซียต่างก็อ้างสิทธิในพื้นที่ทางทะเลดังกล่าว จนเกิดข้อโต้แย้งกันขึ้น และมีการตั้งโต๊ะเจรจาอย่างจริงจังในปี 2515 ซึ่งการเจรจาในครั้งนั้น ใช้การแบ่งเขตทางทะเล ด้วยวิธีการลากเส้นตั้งฉากจากแนวโค้งของแผ่นดินแต่ละฝ่าย หรือที่เรียกว่าเขตไหล่ทวีปตามหลักสากล ด้วยวิธีเช่นนั้น ทำให้ฝ่ายไทยเสียเปรียบอย่างมาก และพื้นที่แหล่งก๊าซธรรมชาติจะกลายเป็นของมาเลเซียทั้งหมด

น่านน้ำอาณาเขต คืออะไร

น่านน้ำอาณาเขต (Territorial Waters) หรือทะเลอาณาเขต (Territorial Sea) ในวิกิพีเดียอธิบายว่า เป็นแนวน่านน้ำชายฝั่งวัดจากเส้นฐาน ปกติของน้ำทะเลในช่วงลงเต็มที่จนถึงปานกลางของชายฝั่งไปไกลสุดที่ 22.2 กิโลเมตร

แผนที่น่านน้ำเกาะโลซินแผนที่น่านน้ำเกาะโลซิน

พูดง่ายๆ ก็คือ ตำแหน่งไหนที่เป็นปลายทางที่อยู่ติดกับทะเล หรือในทะเล ถ้าใครได้เป็นเจ้าของ ประเทศนั้นก็จะได้ครอบครองน่านน้ำเพิ่มออกไปจากจุดนั้นอีก 22.2 กิโลเมตร รวมถึงบนฟ้าและใต้ดินที่อยู่ในอาณาเขตด้วย

ก็แปลว่าประเทศไทย นอกจากจะเป็นเจ้าของพื้นที่รูปขวานใน Map โลกแล้ว หลายๆ เกาะในที่อยู่ไกลจากผืนดินมากที่สุด บวกเพิ่มไปอีก 22.2 กิโลเมตร ก็นับเป็นโซนของประเทศไทยเหมือนกัน โดยไทยยืนยันว่า ได้ก่อสร้างประภาคารไว้บนเกาะนี้ เพื่อแสดงอาณาเขตไว้แล้ว

ตามอนุสัญญาเจนีวา กฎหมายทางทะเล ค.ศ.1958 ที่ไทยเป็นสมาชิกในอนุสัญญา ได้ระบุความหมายของเกาะไว้ว่า “แผ่นดินที่มีน้ำล้อมรอบ” ซึ่งหมายถึงเกาะที่เป็นหิน หรือกองหินโผล่จากน้ำขึ้นมาด้วย โลซินก็เลยกลายเป็นเกาะสุดท้ายของประเทศไทย ที่ทำให้ฝ่ายมาเลเซียต้องยอมยกให้

เกาะโลซินเกาะโลซิน

ในปี 2522 ประเทศไทยและมาเลเซีย เจรจาตกลงกำหนดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม (Joint Development Area) ครอบคลุมประมาณ 7,250 ตร.กม.โดยตั้งองค์กรขึ้นมาบริหารจัดการร่วมกันแล้วแบ่งผลประโยชน์คนละครึ่ง เป็นระยะเวลา 50 ปี

เมื่อมีการสำรวจขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขึ้นมาก็พบว่า แหล่งก๊าซที่มีปริมาณมากถึงราว 75% นั้น อยู่ในซีกพื้นที่ใกล้ชายฝั่งมาเลเซีย แต่ไทยเราได้รับผลประโยชน์ไปด้วย เพราะการอ้างอาณาเขตจากเกาะโลซินที่เป็นแค่กองหิน จนหลายคนตั้งชื่อเกาะโลซินใหม่ว่า “กองหินแสนล้าน” ตามมูลค่าของแหล่งก๊าซธรรมชาตินั่นเอง

เกาะโลซินเกาะโลซิน

แต่ในปี 2572 ข้อตกลงเจรจาระหว่างไทย-มาเลเซีย ที่กำหนดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมจะหมดอายุลง เกาะโลซินยังจะถูกเรียกเหมือนเดิมไหมไม่รู้ แต่ที่รู้คือ ความอุดมสมบูรณ์ของเกาะโลซิน และความหลากหลายทางชีวภาพของโลกใต้ทะเล มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเล

เหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดขึ้นบนเกาะโลซิน

  • 2 ต.ค. 2556 เรือขนส่งเงินตราต่างประเทศมูลค่ารวม 119 ล้านบาท โดยมีนายอาคม พูนชนะ ไต๋เรือ เป็นผู้ขับเรือ ถูกปล้น ขณะนำมาส่งลูกค้าที่เกาะโลซิน ต่อมาพบว่า นายอาคม มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการปล้นทรัพย์ นับเป็นเหตุการณ์ปล้นทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย และตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า ลูกเรือทั้ง 7 ราย น่าจะเสียชีวิตเพราะถูกฆาตกรรมในทะเล
  • ปี 2564 มีเศษอวนขนาดยาว 200 เมตร กว้าง 50 เมตร ติดแนวปะการัง บริเวณเกาะโลซิน สร้างความเสียหายแก่ระบบนิเวศปะการังประมาณ 550 ตารางเมตร ซึ่งเก็บกู้ได้เป็นน้ำหนัก 800 กิโลกรัม

สถานะเกาะโลซินในปัจจุบัน

ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศกฎกระทรวง กำหนดให้บริเวณเกาะโลซิน ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เป็นพื้นที่คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี 2565 โดยได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2565 มีผลบังคับใช้วันที่ 28 ก.ค. 2565 เป็นต้นไป หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากเกาะโลซิน เป็นพื้นที่มีความสำคัญและเปราะบางมาก

ที่มา : openup, วิกิพีเดีย

ขอบคุณภาพ : Thon Thamrongnawasawat, PTTEP

แนะ 8 เมืองท่องเที่ยว ราคาห้องพัก คุ้มที่สุดใน เอเชีย ‘อุดรธานี’ อันดับ 1 ปี 67

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/572192

แนะ 8 เมืองท่องเที่ยว ราคาห้องพัก คุ้มที่สุดใน เอเชีย 'อุดรธานี' อันดับ 1 ปี 67

แนะ 8 เมืองท่องเที่ยว ราคาห้องพัก คุ้มที่สุดใน เอเชีย ‘อุดรธานี’ อันดับ 1 ปี 67

03 เม.ย. 2567

อโกด้า เอาใจคนชอบดีลคุ้มค่าด้วย ‘ราคาห้องพัก’ คุ้มค่าที่สุด 8 อันดับ ใน ‘เอเชีย’ ระหว่าง เม.ย.-พ.ค. 67 ชี้ ‘อุดรธานี’ เป็น ‘เมืองท่องเที่ยว’ ที่คุ้มค่าที่สุดในไทย

ผู้คนทั่วภูมิภาคเอเชียกำลังตั้งตารอวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ระหว่างนี้ อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว จึงเผยรายชื่อ 8 เมืองท่องเที่ยว ที่ ราคาห้องพัก คุ้มค่าที่สุดโดยเฉลี่ยใน เอเชีย ระหว่างเดือน เม.ย.-พ.ค. 2567 โดย อุดรธานี ครองอันดับ 1 ‘เมืองท่องเที่ยว’ คุ้มค่าที่สุดในไทยปีนี้ มี ราคาห้องพัก เฉลี่ยอยู่ที่ 1,022 บาท

ในฐานะที่เป็น 1 ใน 4 เมืองใหญ่ในภาคอีสาน อุดรธานี จึงเป็นจังหวัดที่คุ้มค่าที่จะไปเที่ยว เมืองอันครึกครื้นแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวอยู่มากมาย เช่น สวนสาธารณะหนองประจักษ์ที่มีทะเลสาบล้อม ประตูมังกร และพิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี อุดรธานีเป็นเมืองที่ไปเที่ยวง่ายเพราะมีสนามบิน นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือใครที่อยากไปต่อที่ลาว ก็สามารถไปเที่ยวชมความสวยงามของกรุงเวียงจันทน์ที่อยู่เพียงอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำโขงได้อย่างสะดวก

2. สุราบายา, อินโดนีเซีย (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 1,423 บาท)

สุราบายา เมืองใหญ่ในชวาตะวันออก ถือเป็นอีกหนึ่งอัญมณีแห่งอินโดนีเซีย เมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองแห่งนี้มีครบทุกอย่าง ตั้งแต่สถาปัตยกรรมเก่าแก่ไปจนถึงตึกระฟ้าสมัยใหม่ และยังเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมยาวนาน ผสมผสานระหว่างอิทธิพลของชวา จีน และอาหรับ ใครที่ชอบงานฝีมือแบบดั้งเดิม และต้องการลองอาหารใหม่ๆ ต้องไม่พลาดตลาด Pasar Atom ซึ่งมีงานฝีมือแบบดั้งเดิมมากมาย และอาหารอร่อยอย่าง Lotong Balap และ Sate Klopo

3. เว้, เวียดนาม (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 1,569 บาท)

เว้ เมืองท่องเที่ยว ในตอนกลางของเวียดนาม เป็นเมืองเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่นี่คยเป็นเมืองหลวงเก่าของราชวงศ์เหงียน เว้มีชื่อเสียงในด้านอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เช่น Imperial City แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกซึ่งมีพระราชวัง และวัดวาอารามอันงดงามอยู่มาก Perfume River ที่ไหลผ่านเพิ่มเสน่ห์ให้เมือง นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือเพื่อเพลิดเพลินกับวิวสถาปัตยกรรมริมฝั่งแม่น้ำได้ เป็นอีกหนึ่งเมืองในเวียดนามที่ควรไปเยือน

4. กูชิง, มาเลเซีย (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 1,788 บาท)

กูชิง เมืองหลวงของรัฐซาราวักในมาเลเซีย เป็นเมืองที่ความมีชีวิตชีวาที่มีเอกลักษณ์ผสมผสานกับความงามของธรรมชาติได้อย่างน่าทึ่ง กูชิงตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว ริมแม่น้ำซาราวัก ถือเป็นศูนย์กลางของศิลปะและงานฝีมือ Main Bazaar, Carpenter Street และ Sunday Market คือตลาด และถนนคนเดินยอดนิยมอันดับต้นๆ ของคนที่ชื่นชอบงานหัตถกรรม และของที่ระลึกจากคนในพื้นที่ ส่วนใครที่อยากเที่ยวธรรมชาติต้องไม่พลาด Bako National Park อุทยานแห่งชาติที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งมีทั้งป่าฝน สัตว์ป่า และชายหาดรวมอยู่ในที่เดียว

5. อีโลอีโล, ฟิลิปปินส์ (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 1,818 บาท)

ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ในจุดศูนย์กลาง อีโลอีโลจึงมีอีกชื่อคือ “หัวใจของประเทศ” ไม่ไกลออกไปยังมี Islas de Gigantes ที่เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย กลุ่มเกาะแห่งนี้มีทั้งหาดทรายขาวสะอาด ทะเลสาบที่สวยงาม และอาหารทะเลสดตามร้าน นอกจากนี้อีโลอีโลยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง ่เพียงนั่งเฟอร์รีจากบาโกลอดก็ถึง ทำให้เป็นเมืองยอดนิยมในหมู่ผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์

6. เบงกาลูรู, อินเดีย (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 2,000 บาท)

เบงกาลูรู ‘ซิลิคอนแวลลีย์แห่งอินเดีย’ เป็นมากกว่าศูนย์กลางเทคโนโลยีที่กำลังเติบโต เป็นสถานที่ที่เสน่ห์ของโลกเก่าและความทันสมัยมาบรรจบกัน สถานที่ที่จะสัมผัสได้ทั้งอดีตและอนาคตของอินเดีย แม้ว่าจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมของเมืองจะมีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่ก็มีประวัติศาสตร์มากมายที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชม เช่น พระราชวังบังกาลอร์อันงดงาม และวัดนันดี ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 อีกเหตุผลหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเบงกาลูรูติดคืออาหารท้องถื่นที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะอาหารอินเดียใต้ที่มีมากมาย

7. นาริตะ, ญี่ปุ่น (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 2,582 บาท)

เมื่อพูดถึงนาริตะ สิ่งแรกที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินึกถึงก็น่าจะเป็นสนามบินนานาชาตินาริตะ ซึ่งเป็นประตูสู่โตเกียว จริงๆ แล้วเมืองนาริตะในจังหวัดชิบะของญี่ปุ่นมีมากกว่าการเป็นเมืองผ่าน ที่นี่มีแทบทุกสิ่งอย่างที่เมื่อพูดถึงญี่ปุ่นใครๆ ก็ต้องนึกถึง เช่น วัดชินโชจิ ถนนนาริตะซัง โอโมเตะซันโดดั้งเดิม และความงามตามฤดูกาลของดอกซากุระ ทำให้เมืองนี้คุ้มค่าแก่การไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง

8. เกาสง, ไต้หวัน (ราคาห้องพัก เฉลี่ย 3,672 บาท)

เกาสง เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของไต้หวันที่ไม่ควรพลาด เป็น เมืองท่องเที่ยว ที่เดินทางไปง่ายด้วยสนามบินนานาชาติ อีกทั้งมีรถไฟความเร็วสูงไปไทเป และเถาหยวนด้วย เขตหยานเฉิงของเมืองเป็นสถานที่น่าไป เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมสตรีทอาร์ตมากมาย และเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งในโกดังบนท่าเรือ ใครที่กำลังวางแผนไปเกาสง ลองแวะไปที่ ‘Big Egg’ อารีน่าของเมืองที่รองรับผู้คนได้เกือบ 85,000 คน และเมื่อเร็วๆ นี้เป็นเจ้าภาพต้อนรับซูเปอร์สตาร์ระดับนานาชาติอย่าง Coldplay และ Blackpink

แนะ 8 เมืองท่องเที่ยว ราคาห้องพัก คุ้มที่สุดใน เอเชีย \'อุดรธานี\' อันดับ 1 ปี 67

แนะ 4 จุดหมายปลายทาง สวรรค์นัก ‘ดำน้ำ’ ดีที่สุดของไทย ประจำปี 2567

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/571635

แนะ 4 จุดหมายปลายทาง สวรรค์นัก 'ดำน้ำ' ดีที่สุดของไทย ประจำปี 2567

แนะ 4 จุดหมายปลายทาง สวรรค์นัก ‘ดำน้ำ’ ดีที่สุดของไทย ประจำปี 2567

26 มี.ค. 2567

ตอบรับเทรนด์ “หนีร้อนไปพึ่งเย็น” Booking.com แนะนำจุดหมายสำหรับ ‘ดำน้ำ’ ชื่นชมหมู่เกาะและหาดทรายในเมืองต้อนรับ นักท่องเที่ยว ดีที่สุดของ ประเทศไทย ประจำปี 2567

จากผลการสำรวจล่าสุดของ Booking.com เผยให้เห็นว่า การท่องเที่ยวในปี 2567 ได้เปลี่ยนนิยาม การเดินทาง จากการหลีกหนีความวุ่นวายไปสู่การให้ความหมายที่เหนือกว่าอย่าง “การเดินทางคือชีวิต” โดย 89% ของผู้เดินทางชาวไทย (และ 78% ของผู้เดินทางทั่วโลก) ระบุว่าพวกเขารู้สึกมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ออกเดินทาง ในขณะเดียวกันด้วยสภาพอากาศที่ร้อนระอุและคลื่นความร้อนทั่วโลกกระตุ้นให้ นักท่องเที่ยว มองหาที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นกว่าในชีวิตประจำวันที่กำลังเผชิญอยู่เพื่อหาช่วงเวลาพักผ่อนสำหรับคลายร้อนและความกังวล ด้วยเหตุนี้ส่งผลให้ความต้องการในการเดินทางเพื่อ “หนีร้อนไปพึ่งเย็น” หรือการเดินทางที่เน้นกิจกรรมทางน้ำเป็นหลักมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นด้วย

เทรนด์ การเดินทาง ในปี 2567 ระบุว่า นักท่องเที่ยว ชาวไทย 84% เห็นด้วยว่าการได้พักผ่อนใกล้ชิดกับสายน้ำ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นได้ทันที และ 40% สนใจการท่องเที่ยวพักผ่อนที่เน้นใกล้ชิดกับน้ำในปี เพื่อตอบรับเทรนด์ดังกล่าว Booking.com ขอนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวและที่พักใกล้น้ำในประเทศไทยที่ได้รับรางวัล Traveller Review Award* ประจำปี 2567 จาก Booking.com การันตีด้วยคะแนนรีวิวของผู้เข้าพักจริงทั่วโลกกว่า 309 ล้านรีวิวบนแพลตฟอร์มว่าเป็นผู้ให้บริการด้านการเดินทางที่มุ่งมั่นส่งมอบบริการให้การต้อนรับอันยอดเยี่ยมแก่ผู้เข้าพักตลอดปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้มีพาร์ทเนอร์ผู้ให้บริการด้านการเดินทางจาก 221 ประเทศทั่วโลกได้รับรางวัล Traveller Review Awards 2024 เป็นจำนวนทั้งหมด 1.48 ล้านราย

1. เกาะยาวน้อย จ.พังงา ตั้งอยู่ทางใต้ของอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา รายล้อมไปด้วยหาดทรายอันสวยงาม ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบและมีความเป็นส่วนตัว ผู้เดินทางจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมปั่นจักรยานเพื่อสำรวจเที่ยวชมเกาะ หรือสามารถนั่งเรือออกไปเยี่ยมชมฟาร์มปลา และเรียนรู้วิธีการทำประมงพื้นบ้าน รวมถึงสัมผัสกับวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ นอกจากนั้นผู้เดินทางยังสามารถค้นพบความสนุกจากกิจกรรมคลายร้อนมากมายที่ไม่ควรพลาด เช่น การว่ายน้ำ หรือดำน้ำตื้นชื่นชมปะการังและปลาน้อยใหญ่ในน้ำทะเลสีฟ้า และปิดท้ายวันด้วยการหย่อนใจนั่งดูพระอาทิตย์ตกพร้อมจิบเครื่องดื่มเพื่อสร้างบรรยากาศสุดผ่อนคลายได้บริเวณแนวหาดหินที่ทอดยาวรอบเกาะ

เกาะยาวน้อย จ.พังงาเกาะยาวน้อย จ.พังงา

ที่พักแนะนำ : Paradise KohYao – SHA Extra Plus รีสอร์ทสไตล์วินเทจแห่งนี้ได้รับคะแนนรีวิว 8.9 คะแนนบน Booking.com ให้บริการสระว่ายน้ำกลางแจ้ง พร้อมกับชายหาดส่วนตัวซึ่งรายล้อมไปด้วยผาหินปูนสูงตระหง่านและทิวทัศน์ของป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผู้เข้าพักได้พักผ่อนในวันหยุดพร้อมสัมผัสความเย็นจากสายน้ำได้อย่างเต็มที่ตามต้องการ นอกจากนี้ผู้เข้าพักยังสามารถนั่งชมพระอาทิตย์ตก จิบเครื่องดื่มชงพิเศษจากบาร์ของรีสอร์ทเพื่อดื่มด่ำบรรยากาศยามเย็นอันเงียบสงบหลังจากสำรวจเกาะยาวน้อยมาทั้งวัน หรือจะเดินเล่นบนหาดทรายนุ่มละเอียดก็สามารถผ่อนคลายไม่แพ้กัน

2. เขาสก จ.สุราษฎร์ธานี หากต้องการสัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ท่ามกลางป่าไม้สีเขียวขจีและผืนน้ำสีฟ้าอันแสนสดใสในทั่วทุกทิศทาง ผู้เดินทางไม่ควรพลาดที่จะเดินทางไปยังผืนป่าดิบชื้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของประเทศไทยอย่างอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยภูมิประเทศที่มีภูเขาสลับซับซ้อนในป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ทำให้เขาสกมีกิจกรรมมากมายให้ผู้เดินทางได้เลือกทำตามความชอบ ทั้งการส่องนกหลากสายพันธุ์ เดินป่าสำรวจดูพันธุ์ไม้หายาก รวมถึงเที่ยวชมดูน้ำตกและป่าชายเลน โดยประสบการณ์การเดินทางเหล่านี้จะเชื่อมโยงผู้เดินทางให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้นเพื่อพักฟื้นจิตใจ รับรองได้ว่าผู้เดินทางจะไม่ผิดหวังกับการเดินทางในครั้งนี้อย่างแน่นอน

แนะ 4 จุดหมายปลายทาง สวรรค์นัก \'ดำน้ำ\' ดีที่สุดของไทย ประจำปี 2567

ที่พักแนะนำ : เข้าพักที่ Khao Sok Riverside Cottages บ้านไม้ที่ตั้งอยู่ในป่าเขียวชอุ่มและฟังเสียงสัตว์ป่าเป็นครั้งคราวจะทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าที่เคย นอกเหนือจากการพักผ่อนในบรรยากาศแสนสงบแล้ว ผู้เข้าพักยังสามารถเล่นน้ำในลำธารที่อยู่ใกล้เคียง หรือเข้าร่วมกิจกรรมทัวร์เส้นทางธรรมชาติที่จัดพิเศษโดยทีมงานของทางโรงแรม เพื่อให้การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยความสดชื่นและผ่อนคลายอย่างแท้จริง โดยผู้เข้าพักสามารถไปถึงอุทยานแห่งชาติเขาสกด้วยรถยนต์ได้ภายในเวลาเพียง 12 นาทีเท่านั้น

3. เขาหลัก จ.พังงา สำหรับผู้ที่หลงรักช่วงเวลาที่แสงพระอาทิตย์กำลังจะตกริมชายหาด เขาหลัก จังหวัดพังงา ถือเป็นจุดหมายปลายทางในอุดมคติของผู้เดินทาง และขึ้นชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งชายฝั่งอันดามัน ยิ่งไปกว่านั้นผู้เดินทางสามารถสนุกสนานไปกับกิจกรรมต่าง ๆ มากมายที่เขาหลัก เช่น ดำน้ำ เดินป่า พายเรือแคนู สนับสนุนของท้องถิ่น และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งไม่ว่าผู้เดินทางจะมองหาการเดินทางแบบผจญภัยหรือเพียงต้องการความผ่อนคลาย เขาหลักก็พร้อมมอบประสบการณ์อันน่าจดจำและประทับใจให้กับผู้เดินทางเสมอ

แนะ 4 จุดหมายปลายทาง สวรรค์นัก \'ดำน้ำ\' ดีที่สุดของไทย ประจำปี 2567

ที่พักแนะนำ : Outrigger Khao Lak Beach Resort – SHA Extra Plus รีสอร์ทริมชายหาดที่ไม่เพียงแต่ให้บริการสระว่ายน้ำส่วนตัวพร้อมวิวป่าเขตร้อนสำหรับวิลลาแต่ละหลัง แต่ยังมีสระว่ายน้ำระบบจากุซซี่ของส่วนกลางให้ผู้เข้าพักได้ใช้บริการพร้อมๆ กับดื่มด่ำวิวทะเลอันดามันที่ไร้สิ่งบดบังทิวทัศน์ ไม่เพียงเท่านี้ผู้เข้าพักยังสามารถเพลิดเพลินและพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ตลอดการเข้าพักด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างศูนย์ออกกำลังกาย กีฬาทางน้ำ สโมสรสำหรับเด็ก และห้องเล่นเกมที่รีสอร์ทจัดเตรียมไว้ให้อย่างครบครัน

4. เกาะลันตา จ.กระบี่ เกาะที่รายล้อมด้วยน้ำทะเลอันเปล่งประกายของชายฝั่งอันดามัน กำลังรอคอยให้ผู้เดินทางเข้าไปสำรวจและค้นพบความหลากหลายทางชีวภาพที่น่ามหัศจรรย์ในทุกย่างก้าว จากกิจกรรมการสำรวจป่าชายเลนไปจนถึงการเที่ยวชมน้ำตกและเนินเขาซึ่งเต็มไปทั้งหาดทรายละเอียดสีขาว และหาดทรายสีทองที่เกิดจากการทอแสงระยิบระยับของแสงแดด จะมอบรอยยิ้มแห่งความสุขให้แก่ผู้เดินทางได้อย่างไม่มีข้อสงสัย และเนื่องจากเป็นเกาะห่างไกล ดังนั้นสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลของเกาะลันตาจะยังคงอุดมสมบูรณ์ เผยเสน่ห์ของแนวปะการังหลากสีสันและปลาสวยงามหลายชนิดให้ผู้เดินทางสามารถชื่นชมและดื่มด่ำกับความสวยงามใต้น้ำด้วยความเอิบอิ่มใจ

แนะ 4 จุดหมายปลายทาง สวรรค์นัก \'ดำน้ำ\' ดีที่สุดของไทย ประจำปี 2567

ที่พักแนะนำ : Pimalai Resort & Spa – SHA Extra Plus ที่พักหรูหราและมีระดับแห่งนี้มอบวิวทิวทัศน์ที่ตรึงใจของทะเลอันดามันด้านหน้าและป่าเขียวขจีบริเวณด้านหลังของรีสอร์ทได้อย่างไร้ที่ติ ผู้เข้าพักสามารถคลายความกังวลด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกจากทางรีสอร์ท เช่น สระว่ายน้ำไร้ขอบ สนามเทนนิส ฟิตเนส ห้องสมุด รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการปั่นจักรยานและกีฬาทางน้ำ นอกจากนี้ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการเที่ยวชมชายหาดทั้ง 5 แห่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับรีสอร์ท ทั้งหาดบากันเตียง หาดนุ้ย หาดคลองจาก หาดไม้ไผ่ และหาดคลองหินได้เช่นกัน

แชร์ 9 สุดยอด สถานที่ท่องเที่ยว ทาง ธรรมชาติ ทั่ว เอเชีย รวมไว้ที่นี่แล้ว

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/571005

แชร์ 9 สุดยอด สถานที่ท่องเที่ยว ทาง ธรรมชาติ ทั่ว เอเชีย รวมไว้ที่นี่แล้ว

แชร์ 9 สุดยอด สถานที่ท่องเที่ยว ทาง ธรรมชาติ ทั่ว เอเชีย รวมไว้ที่นี่แล้ว

17 มี.ค. 2567

อโกด้า แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว ทาง ธรรมชาติ 9 แห่งยอดนิยมทั่วเอเชีย ที่ซึ่งทุกคนจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงามของป่าโบราณ หุบเขาลึก และทะเลสาบอันเงียบสงบ

อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว แนะนำ สถานที่ท่องเที่ยว ทาง ธรรมชาติ 9 แห่งยอดนิยมในเอเชีย ที่ซึ่งทุกคนจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันสวยงามของป่าโบราณ หุบเขาลึก และทะเลสาบอันเงียบสงบ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ นักท่องเที่ยว ออกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวของเอเชียแปซิฟิกที่มีอยู่มากมายและหลากหลาย โดยอิงจากการข้อมูลการค้นหาบนอโกด้าในเดือนมกราคม 2567 

เขาใหญ่ ประเทศไทยเขาใหญ่ ประเทศไทย

1. เขาใหญ่, ประเทศไทย

เขาใหญ่ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยได้รับการรับรองจากยูเนสโก ทั้งป่าฝนที่แผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่ว น้ำตกเหวนรก และเหวสุวัตชื่อดังที่สวยงาม และสัตว์ป่านานาชนิด รวมถึงสัตว์คุ้มครอง เช่น ช้างป่าและหมีดำเอเชีย เขาใหญ่จึงเป็น สถานที่ท่องเที่ยว ทาง ธรรมชาติ ใกล้กรุงเทพฯ ที่สมบูรณ์แบบสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเดินป่า เที่ยวแนวซาฟารี หรือดูดาว

อูตี้ ประเทศอินเดียอูตี้ ประเทศอินเดีย

2. อูตี้, ประเทศอินเดีย

อูตี้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘ราชินีแห่งหุบเขา’ ตั้งอยู่ภายในหุบเขานิลคีรี ส่วนหนึ่งของเขตสงวนชีวมณฑลนิลคีรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ภายในยังมีเมือง ทะเลสาบ และสวนที่งดงามที่ นักท่องเที่ยว สามารถไปเดินชมได้ อูตี้เป็นสวรรค์อันเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบกิจกรรมพายเรือ ซาฟารี และเดินป่า ที่อยากมีประสบการณ์เที่ยว ธรรมชาติ ในอินเดีย

ลอมบอก ประเทศอินโดนีเซียลอมบอก ประเทศอินโดนีเซีย

3. ลอมบอก, ประเทศอินโดนีเซีย

อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกบนภูเขารินจานี-ลอมบอกในอินโดนีเซีย มีภูมิประเทศที่หลากหลาย เช่น ทุ่งหญ้าสะวันนา และป่าเขตร้อนที่เกิดจากหินภูเขาไฟ ทิวทัศน์บนยอดเขาที่อยู่สูงถึง 3,726 เมตร นั้นสวยน่าทึ่ง นอกจากนี้ภูเขาไฟรินจานียังมีทะเลสาบปล่องภูเขาไฟเซการา อนัคที่สงบ ดึงดูดผู้แสวงบุญชาวฮินดูไปประกอบพิธีกรรม ใครที่อยากลองผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติอันมหัศจรรย์ ไม่ควรพลาดรินจานี-ลอมบอก

ฮาโกเน่ ประเทศญี่ปุ่นฮาโกเน่ ประเทศญี่ปุ่น

4. ฮาโกเน่, ประเทศญี่ปุ่น

ฮาโกเน่ เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของญี่ปุ่นที่มีทิวทัศน์งดงาม และประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ฮาโกเน่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา มีชื่อเสียงในด้านความสวยงามของแต่ละฤดูกาล น้ำพุร้อน และ สถานที่ท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรม เช่น ทะเลสาบอาชิและศาลเจ้าฮาโกเน่ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหาร ร้านของที่ระลึกมากมาย จากที่นี่นักท่องเที่ยวก็สามารถไปภูเขาไฟฟูจิต่อได้ง่ายด้วย ฮาโกเน่จึงมีเสน่ห์ ดึงดูด นักท่องเที่ยว จากทั่วโลกตลอดปี

 5. มิริ, ประเทศมาเลเซีย

มิริ เป็นประตูสู่อุทยานแห่งชาติกูนังมูลู ที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโก ซึ่งเป็นที่ตั้งของป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์ บ้านของสัตว์ป่าหลายชนิด และถ้ำอันกว้างใหญ่อีกมาก รวมถึงซาราวัค แซมเบอร์ โถงถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกตามพื้นที่ นักท่องเที่ยว สามารถไปชื่นชมการก่อตัวของหินปูน เดินป่าชมทิวทัศน์อันงดงามบนภูเขาอาปิ ตื่นตาไปกับการอพยพของค้างคาวในถ้ำกวาง และทัวร์ล่องเรือได้

6. เกาะซีคีฮอร์, ประเทศฟิลิปปินส์

ซีคีฮอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เกาะลึกลับแห่งวิซายันตอนกลาง’ มีทิวทัศน์ภูเขา และน้ำตกที่สวยงามน่าหลงใหล บนภูเขา Bandilaan ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะ มีพืชท้องถิ่นมากมาย และผีเสื้ออีกกว่า 100 สายพันธุ์ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ว่ากันว่าน้ำตกแคมบูกาเฮย์ที่ล้อมรอบไปด้วยป่าฝนอันเขียวชอุ่ม มีพลังช่วยฟื้นฟูร่างกาย เหมาะสำหรับคนที่อยากหนีจากความวุ่นวายในเมืองไปพักผ่อน

7. จองซอน กุน, คังวอน โด, ประเทศเกาหลีใต้

อำเภอจองซอนในจังหวัดคังวอนนั้นขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์ภูเขาและความสงบ มีกิจกรรมกลางแจ้งตามฤดูกาลให้ทำมากมาย เช่น การเดินป่าบนภูเขาฮัมบักซานในฤดูหนาว และการสำรวจภูเขาการิวานซานในฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่ยังมีทางเดินลอยฟ้า เบียงบังชิ ให้ขึ้นไปเดินดื่มด่ำกับทิวทัศน์มุมกว้างของภูเขาและหุบเขารอบๆ และทะเลสาบอุลลาจิ ให้ไปล่องแก่งสัมผัสธรรมชาติแบบสบายๆ

8. ฮวาเหลียน, ไต้หวัน

ฮวาเหลียน ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน มีภูมิประเทศที่น่าทึ่ง วัฒนธรรมท้องถิ่นที่เห็นได้ชัด และกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของอำเภอฮวาเหลียน ที่มีหน้าผาหินอ่อนที่สูงตระการตา ป่าเขียวชอุ่ม แม่น้ำใส และเส้นทางเดินป่าที่นำไปสู่จุดชมทิวทัศน์ น้ำตก และวัดบนภูเขาที่น่าทึ่ง อุทยานแห่งนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่านานาพันธุ์ เหมาะสำหรับคนชอบผจญภัย อยากสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำ

9. ดาลัด, ประเทศเวียดนาม

ดาลัด ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองโฮจิมินห์ที่คึกคัก เป็นสวรรค์ของคนรัก ธรรมชาติ  ทั้งอากาศเย็นสบาย ป่าสน น้ำตก และกิจกรรมสนุก ๆ เช่น เดินป่า แคนยอนนิ่ง และนั่งชมสวนในท้องถิ่น ทิวทัศน์โดยรอบที่น่าหลงใหลทำให้ดาลัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนชอบ เที่ยวธรรมชาติ ทั่วโลกนิยมไป

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางท่องเที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทุกคนสามารถจองที่พัก Eco Deals บนอโกด้าได้ ทุกรายการจองของทุกที่พัก Eco Deals อโกด้าจะบริจาคเงินจำนวน 1 ดอลลาร์สหรัฐ ให้กับโครงการอนุรักษ์ขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ที่มุ่งมั่นปกป้องสัตว์ป่า และอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยสำคัญของสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

‘เขาวงพระจันทร์ 2567’ งานเขาวงพระจันทร์ 2567 วันไหน เปิดตำนานความเชื่อ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/566804

'เขาวงพระจันทร์ 2567' งานเขาวงพระจันทร์ 2567 วันไหน เปิดตำนานความเชื่อ

‘เขาวงพระจันทร์ 2567’ งานเขาวงพระจันทร์ 2567 วันไหน เปิดตำนานความเชื่อ

23 ก.พ. 2567

เปิดตำนานความเชื่อ ‘วัดเขาวงพระจันทร์’ และ เขาวงพระจันทร์ 2567 ‘งานเขาวงพระจันทร์ 2567 วันไหน’ 15 วัน 15 คืน เตรียมร่างกายให้พร้อม

เป็นประจำทุกปี อีกเทศกาลที่นักท่องเที่ยวรอคอย ที่จะพิชิต 3,790 ขั้น “วัดเขาวงพระจันทร์” จ.ลพบุรี เพราะเป็นความเชื่อว่า หากใครได้มานมัสการรอยพระพุทธบาท ที่ประดิษฐานอยู่บนยอด “เขาวงพระจันทร์” แล้ว จะประสบกับความสุข ความสมหวัง ในทุกประการ ส่วนงาน “เขาวงพระจันทร์ 2567” จัดวันไหน เงื่อนไขการขึ้นเขาวงพระจันทร์ เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ไปอ่านกันเลย

งานเขาวงพระจันทร์ 2567 วันไหน

“งานวัดเขาวงพระจันทร์” จะจัดประมาณช่วง เทศกาลตรุษจีนของทุกปี ดังนั้น งาน “เขาวงพระจันทร์ 2567” จึงจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-25 ก.พ. 2567 เป็นเวลา 15 วัน 15 คืน แต่โดยปกติแล้ว “วัดเขาวงพระจันทร์” จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหล เดินทางขึ้นเขา เพื่อไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาทกันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ในเวลาที่กำหนด แต่ในช่วงงานวัดเขาวงพระจันทร์ จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยว สามารถขึ้นเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีการประดับไฟสวยงาม ตลอดเส้นทาง

การเดินทางไปยังวัดเขาวงพระจันทร์

สำหรับคนที่จะมาเที่ยวงาน “เขาวงพระจันทร์ 2567” ที่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถนั่งรถตู้จากหมอชิต ที่จะไปลพบุรี/โคกสำโรงได้ แล้วบอกคนขับให้จอดทางเข้าวัดเขาวงพระจันทร์ จากปากทางถึงวัดระยะทาง 5 กิโลเมตร อาจหารถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ให้เข้าไปส่ง หรือใครที่นำรถยนต์ส่วนตัวมา ก็สามารถจอดบริเวณลานจอดหน้าวัดได้เช่นกัน

วัดเขาวงพระจันทร์วัดเขาวงพระจันทร์

เขาวงพระจันทร์ ขึ้นเวลาไหนดี

  • ช่วงเช้า 05.00-09.00 น.
  • ช่วงเย็น 16.00-19.00 น.

เขาวงพระจันทร์ ศักดิ์สิทธิ์ ด้านไหน

เขาวงพระจันทร์ เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธโชค หรือ พระเชียงแสนพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสมัยเชียงแสน มีขนาดใหญ่ที่สุดใน จ.ลพบุรี และใหญ่เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศไทย รองจากพระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณริมเชิงเขาวงพระจันทร์ ก่อสร้างตั้งแต่ ปี 2553 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างองค์พระประมาณ 8 ปี ก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เมื่อต้นปี 2561

วัดเขาวงพระจันทร์วัดเขาวงพระจันทร์

ความเชื่อ ขอพร ประสบความสำเร็จ

วัดเขาวงพระจันทร์ มีความเชื่อกันว่า หากใครได้มานมัสการรอยพระพุทธบาทที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเขาวงพระจันทร์ จะประสบความสุข สมหวังทุกประการ 

วัดเขาวงพระจันทร์วัดเขาวงพระจันทร์

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่ากันว่า วัดเขาวงพระจันทร์ เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับ พิสูจน์รักแท้ อีกด้วย ถึงแม้ระยะทางจะไม่ไกลมาก เท่ายอดเขาลูกอื่นที่ต้องพิชิต แต่การเดินขึ้นบันไดต่อเนื่องไป 3,790 ขั้น ก็ไม่ได้ใกล้มากเท่าไร จึงเชื่อกันว่า บางคู่อาจจะรักกันมากขึ้น หรือ บางคู่อาจจะไม่ไหวจนถึงขั้นเลิกกันไปเลยก็ได้

ตำนานเขาวงพระจันทร์

ภูเขาลูกนี้เป็นที่มาแห่งตำนานเมืองลพบุรี เรื่องท้าวกกขนากจากรามเกียรติ์ ที่เล่าว่า ท้าวกกขนากซึ่งเป็นยักษ์ ได้ไล่จับชาวเมืองกินเป็นอาหาร พระรามจึงปราบท้าวกกขนาก ด้วยการแผลงศรที่ทำจากต้นกก และปักตรึงร่างของท้าวกกขนากไว้ ณ ภูเขาลูกนี้
 

ท้าวกกขนากยังไม่สิ้นชีวิต แต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากศรที่ปักอยู่ได้ แม่นางประจันต์ผู้เป็นลูกสาวจึงต้องมาคอยปรนนิบัติดูแล และหากได้นำน้ำส้มสายชูมารดที่โคนลูกศรแล้วศรจะเขยื้อนหลุดออกมาได้ แต่หากศรเขยื้อน ไก่แก้วก็จะขันเรียกหนุมานเอาค้อนมาตอกศรให้แน่นขึ้น ตำนานนี้เป็นผลให้ลพบุรีไม่มีน้ำส้มสายชูขายเป็นเวลานาน

ที่ได้ชื่อว่าเขาวงพระจันทร์ เนื่องจากในปี 2496 หลวงพ่อโอภาสี ได้ขึ้นมาบนเขาแห่งนี้ และเห็นว่าบริเวณเขาทั้ง 4 ด้าน เป็นรูปเขาโค้ง มองทางไหนเห็นเป็นวงโอบล้อมอยู่ จึงขนานนามว่า “เขาวงพระจันทร์” นับตั้งแต่นั้นมา

ขอบคุณภาพ : วัดเขาวงพระจันทร์ – KhaowongPhrachan Temple 

กรมศิลป์ ชวนชม โขน ประกอบแสงสีครั้งใหญ่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ราคาบัตรแค่ 10 บาท

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/569145

กรมศิลป์ ชวนชม โขน ประกอบแสงสีครั้งใหญ่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ราคาบัตรแค่ 10 บาท

กรมศิลป์ ชวนชม โขน ประกอบแสงสีครั้งใหญ่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ราคาบัตรแค่ 10 บาท

16 ก.พ. 2567

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ชวนชม การแสดง โขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี ประกอบแสงสี ณ วัดไชยวัฒนาราม พระนครศรีอยุธยา 9-10 มี.ค. 67

สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา จัดการแสดงสุดยิ่งใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ผสานสองมรดกที่ขึ้นทะเบียนรับรองโดยองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) “โขน – มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้” และ “วัดไชยวัฒนาราม – โบราณสถานที่ตั้งอยู่ในเขตมรดกโลก” กับการแสดงโขนประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี เพื่อสืบสานและเชิดชูวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า สอดคล้องกับปณิธานในการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทย รวมถึงในระดับนานาชาติ

พนมบุตร จันทรโชติพนมบุตร จันทรโชติ

พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เพื่อตอบสนองนโยบายซอฟท์พาวเวอร์ของรัฐบาล และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและศิลปวัฒนธรรม กรมศิลปากรได้ดำเนินโครงการ “ราตรีนี้ที่ วัดไชยวัฒนาราม” ตั้งแต่ พ.ย. 2566 ที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับที่ดีจึงได้สานต่อโครงการไปถึงสิ้นเดือน เม.ย. 2567 นี้ ภายใต้ชื่องาน “ยามค่ำอยุธยา ๒๕๖๗ – Ayutthaya Sundown 2024” เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความงดงามของโบราณสถานยามราตรี และร่วมกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ โดยมีจุดเด่นคือการจัดแสดง โขน ประกอบแสงสี โดยสำนักการสังคีต ร่วมกับ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ที่ถือเป็นการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยาลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา

ด้าน ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต กล่าวว่า สำนักการสังคีต ให้ความสำคัญในการดำเนินงานโครงการจัดการแสดงนาฏศิลป์และดนตรีสัญจรไปยังภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทย เสมือนเรายกโรงละครแห่งชาติออกไปหาประชาชน โดยสร้างสรรค์และปรับองค์ประกอบการแสดง เล่าเรื่องให้กระชับและชวนติดตาม รวมทั้งผสานเทคโนโลยีอันทันสมัยมาเพิ่มอรรถรสในการชม ที่ไม่เพียงให้ถูกใจผู้ที่ติดตามการแสดงของเราเป็นประจำอยู่แล้ว แต่เรายังหวังให้คนรุ่นใหม่ รวมทั้งประชาชนนอกกรุงเทพฯ ได้มีโอกาสชมการแสดงที่มีคุณค่าแก่การอนุรักษ์ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น การแสดงชุด “สัจจะพาลี” ที่จัดขึ้นที่วัดไชยวัฒนารามครั้งนี้ ถือเป็นอีกตอนที่มีความสำคัญของเรื่องรามเกียรติ์  ไม่เพียงมีเนื้อหาที่สนุกสนาน ยังเป็นตอนที่รวบรวมตัวละครเอกของเรื่องเอาไว้มากมาย  รับรองว่าผู้ชมจะได้รับชมอย่างมีความสุขแน่นอน

สมคิด รุจีปกรณ์สมคิด รุจีปกรณ์

ขณะที่ สมคิด รุจีปกรณ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา กล่าวว่า มูลนิธิฯ ก่อตั้งมากว่า 20 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีอย่างยั่งยืนแก่คนในสังคมไทย หนึ่งในแนวทางหลักของการดำเนินงาน เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเพราะเป็นสิ่งที่แสดงถึงอัตลักษณ์ที่ดีงามของชาติไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรุ่นใหม่ที่เราอยากให้พวกเขาได้สัมผัส เรียนรู้ และร่วมสืบสานสิ่งอันมีค่าเหล่านี้ และครั้งนี้เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมจัดงานแสดงโขนซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย ที่รวมศิลปะหลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน เราหวังว่านอกจากจะสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่มีโอกาสได้มาชมแล้ว ยังถือเป็นการช่วยสืบสานวัฒนธรรมไทยที่เป็นมรดกอันล้ำค่าให้ดำรงสืบไปอย่างงดงาม

กรมศิลป์ ชวนชม โขน ประกอบแสงสีครั้งใหญ่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ราคาบัตรแค่ 10 บาท
กรมศิลป์ ชวนชม โขน ประกอบแสงสีครั้งใหญ่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ราคาบัตรแค่ 10 บาท
กรมศิลป์ ชวนชม โขน ประกอบแสงสีครั้งใหญ่ ณ วัดไชยวัฒนาราม ราคาบัตรแค่ 10 บาท

สำหรับ การแสดง โขน ประกอบแสงสี เรื่องรามเกียรติ์ ชุด สัจจะพาลี จะจัดแสดงในวันที่ 9 – 10 มี.ค. 2567 เวลา 17.30 น. ณ วัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ชมเพียงชำระค่าเข้าโบราณสถานวัดไชยวัฒนารามเพียงท่านละ 10 บาท ซึ่งรายได้จะนำไปบำรุงสถานที่ต่อไป

‘วันหยุดสงกรานต์ 2567’ วันไหนบ้าง เมษายน มี วันหยุดยาว 2 ช่วง

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/569085

'วันหยุดสงกรานต์ 2567' วันไหนบ้าง เมษายน มี วันหยุดยาว 2 ช่วง

‘วันหยุดสงกรานต์ 2567’ วันไหนบ้าง เมษายน มี วันหยุดยาว 2 ช่วง

15 ก.พ. 2567

กางแผนรอ ‘วันหยุดเมษายน 2567’ มี วันหยุดยาว 2 ช่วง หลัง ครม. เคาะ ‘วันหยุดสงกรานต์ 2567’ เพิ่มอีก 1 วัน วันไหนบ้าง เช็กเลย

อัปเดตปฏิทิน “วันหยุดเมษายน 2567” เพื่อให้หลายคนวางแผนจองตั๋วเดินทางท่องเที่ยว หรือ เดินทางกลับภูมิลำเนา เพราะวันหยุด เมษายน 2567 มี วันหยุดยาว ถึง 2 ช่วง โดยเฉพาะภายหลัง ครม. เคาะ “วันหยุดสงกรานต์ 2567” เพิ่มอีก 1 วัน รวมเป็น 5 วัน ไปเช็กกันเลย มีวันไหนบ้าง

         ปฏิทินวันหยุดปฏิทินวันหยุด

วันหยุดเมษายน 2567

วันหยุด เดือนเมษายน มีวันหยุดยาว 2 ช่วง หลังจาก ครม. ประกาศวันหยุดสงกรานต์ 2567 เพิ่ม รวม 5 วัน ทำให้วันหยุดเมษายน 2567 มีวันหยุด ดังนี้

  • วันที่ 6 เม.ย. 2567 วันจักรี ซึ่งปีนี้ตรงกับวันเสาร์ ทำให้วันหยุดชดเชยวันจักรี คือ วันจันทร์ที่ 8 เม.ย. 2567 ดังนั้น จึงมีวันหยุดยาวรวม 3 วัน คือ วันเสาร์-วันอาทิตย์-วันจันทร์

         วันหยุดเมษายน 2567วันหยุดเมษายน 2567

‘ข้าราชการ’ กทม. เช็กด่วน ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ‘วันหยุด-เวลาทำงาน’ ใหม่

เช็ก ปฏิทิน ‘วันหยุด’ เดือนมีนาคม 2567 มีหรือไม่ วันสำคัญ วันหวยออก วันไหนบ้าง

เช็กปฏิทิน ‘วันหยุด 2567’ วันหยุดยาว วันหยุดราชการ วันหยุดพิเศษ มีวันไหนบ้าง

วันหยุดสงกรานต์ 2567

หลังจาก ครม.มีมติเห็นชอบ กำหนดให้วันศุกร์ที่ 12 เม.ย. 2567 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษอีก 1 วัน ส่งผลให้เทศกาลสงกรานต์ 2567 คนไทย (ข้าราชการ) จะได้มีวันหยุดยาว รวมทั้งหมด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-16 เมษายน 2567

วันหยุดสงกรานต์ 2567 เอกชนหยุดหรือไม่

ในส่วนของหน่วยงานเอกชน ให้พิจารณาตามเหมาะสม โดยไม่ให้กระทบประชาชน

  • กรณีที่หน่วยงานใดมีภารกิจในการให้บริการประชาชน หรือมีความจำเป็น หรือราชการสำคัญในวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษดังกล่าว ที่ได้กำหนด หรือนัดหมายไว้ก่อนแล้ว ซึ่งหากยกเลิก หรือเลื่อนไปจะเกิดความเสียหาย หรือกระทบต่อการให้บริการประชาชน ให้หัวหน้าหน่วยราชการนั้น พิจารณาดำเนินการตามที่เห็นสมควร โดยมิให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ และกระทบต่อการให้บริการประชาชน
  • ให้รัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงแรงงาน พิจารณาความจำเป็นเหมาะสมของการกำหนดให้วันดังกล่าวข้างต้น เป็นวันหยุดให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณีต่อไป

        สงกรานต์สงกรานต์

หลังจากประกาศ วันหยุดสงกรานต์ 2567 ทำให้ภาพรวมวันหยุด 2567 มีจำนวนวันหยุดรวมทั้งสิ้น 21 วัน

เฉลิมฉลอง 101 ปี ‘พระราชวังพญาไท’ ชมความงาม รูปแบบใหม่ ‘NIGHT MUSEUM’

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/568981

เฉลิมฉลอง 101 ปี 'พระราชวังพญาไท' ชมความงาม รูปแบบใหม่ 'NIGHT MUSEUM'

เฉลิมฉลอง 101 ปี ‘พระราชวังพญาไท’ ชมความงาม รูปแบบใหม่ ‘NIGHT MUSEUM’

13 ก.พ. 2567

มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท จัดงานเฉลิมฉลอง 101 ปี ‘พระราชวังพญาไท’ ในรูปแบบ ‘NIGHT MUSEUM’ ภายใต้แนวคิด 101 ปี พระราชวังพญาไท THE GLORY OF SIAM ระหว่าง 14 ก.พ. – 16 มี.ค. เวลา 18.00 – 21.30 น.

มูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไท ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระคุณูปการของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อประชาชนชาวไทย จึงดำริจัดงานเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ในรูปแบบ NIGHT MUSEUM เพื่อเฉลิมฉลอง 101 ปี พระราชวังพญาไท ถือเป็นหมุดหมายอันสำคัญยิ่ง ที่ศิลปินผู้ออกแบบงานศิลปะร่วมสมัยจะได้แสดงงานในสถานที่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ออกสู่ สายตาชาวไทยและชาวต่างชาติให้เข้ามาชื่นชมความงดงามของ พระราชวังพญาไท

เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'
เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'

เป้าหมายในการพัฒนางานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ฝีมือคนไทย ให้ทัดเทียมงานระดับโลก คณะดำเนินงานได้มุ่งมั่นออกแบบสร้างสรรค์ระบบแสงสีเสียงให้กับ NIGHT MUSEUM อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะงาน “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่จะได้รับชมความงามของ พระราชวังพญาไท ในรูปแบบแสงสีเสียงแห่งราตรี  พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน และตื่นตาตื่นใจกับความงามอันทรงพลัง ให้ผู้คนได้ชื่นชมในงานศิลปะที่สร้างจากการฉายแสงภาพบนอาคาร มีการเคลื่อนไหวเสมือนเข้าสู่ภาพศิลปะนั้นทั่วทุกหมู่องค์พระที่นั่งในพระราชวังพญาไท อย่างวิจิตร อลังการ ตราตรึงอยู่ในใจของผู้ที่เข้ามารับชม

เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'
เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'
เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'

การจัดแสดงนิทรรศการในรูปแบบ พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน (NIGHT MUSEUM) ท่านจะได้พบกับ …

FREE AREA

  • โซนที่ 1 ARCHITECTURE LIGHTING & PROJECTION MAPPING : การฉายภาพแสง กับงานออกแบบภาพเคลื่อนไหว ร่วมกับการแสดงศิลปะสถาปัตยกรรมฉายบนอาคาร พระที่นั่งพิมานจักรี และพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน
  • โซนที่ 2 ARCHITECTURE LIGHTING & INTERIOR LIGHTING : นิทรรศการจัดแสดงแสงไฟเพื่อนำเสนอสถาปัตยกรรมอันงดงามภายในพระที่นั่งเทวราชสภารมย์  
เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'

TICKET AREA

LIGHTING INSPIRATIONS พบกับงานสร้างสรรค์ผลงานไฟที่วิจิตรตระการตา บนพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

  • โซนที่ 3 PROJECTION MAPPING : ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากบทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ภายใน ห้องธารกำนัล หรือ ห้องรับแขก บริเวณพระที่นั่งพิมานจักรี
  • โซนที่ 4 PROJECTION MAPPING & LIGHTING INSTALLATION : สัมผัสบรรยากาศของพระราชวังพญาไท ผสมผสานจินตนาการในโลกศิลปะของการแสดงแสง สี เสียงอันน่าอัศจรรย์ ด้วยการยิง PROJECTION MAPPING เข้าส่วนหลังของพระที่นั่งพิมานจักรี ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง โดยนำบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เรื่อง “มัทนะพาธา” ที่วรรณคดีสโมสรยกย่องให้เป็นยอดของบทละครพูดคำฉันท์ มาดำเนินเรื่อง ถือเป็นอีกหนึ่งโซนไฮไลต์ในการจัดแสดงไฟล้านดวงครั้งนี้
  • โซนที่ 5 LIGHTING INSTALLATION & MAPPING ON THE BIG GIANT TREE WITH THE GLASS SCREENS : สัมผัสงานอาร์ตกับการจัดแสดงแสงไฟนับพันดวงที่ประดับประดาบริเวณสนามหญ้า และ ต้นไม้ยักษ์ ตื่นตาตื่นใจกับเทคนิค Glass Screens อันงดงามมีมิติ
  • โซนที่ 6 LIGHTING INSTALLATION : เปิดประสบการณ์พร้อมดื่มด่ำไปกับความงดงามของดอกบัวนับพันดอกด้วยเทคนิคไฟย้อมสี ตามเส้นทางไปสักการะ “ท้าวหิรัญพนาสูร”
เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'
เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'

พักผ่อน และ ดื่มด่ำไปกับเครื่องดื่มไทยแท้ที่ร้านกาแฟนรสิงห์ ร้านคาเฟ่ที่ตั้งอยู่ในอาคารเทียบรถพระที่นั่ง ณ บริเวณส่วนหน้าพระที่นั่งพิมานจักรี โดยจะเปิดให้บริการเป็นพิเศษในช่วงเวลา 16.00 – 20.30 น. ของทุกวัน

เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'

ร่วมภาคภูมิใจกับ งานเฉลิมฉลอง “101 ปี พระราชวังพญาไท” THE GLORY OF SIAM ผ่านกาลเวลาอันทรงคุณค่า สู่เรื่องเล่าของประวัติศาสตร์บทใหม่ที่มีชีวิตในบรรยากาศ NIGHT MUSEUM ได้ระหว่าง 14 ก.พ. – 16 มี.ค. 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 – 21.30 น.

เฉลิมฉลอง 101 ปี \'พระราชวังพญาไท\' ชมความงาม รูปแบบใหม่ \'NIGHT MUSEUM\'

สามารถอัปเดตข้อมูลหรือกิจกรรมข่าวสารงานได้ที่ …ออฟฟิเชียลมีเดีย 101wangphyathai

  • Instagram : @101wangphyathai   
  • Facebook : 101wangphyathai            

‘เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567’ เปิดวันไหน อัปเดต ค่ารถ ขึ้น เขาคิชฌกูฏ ล่าสุด

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/568712

'เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567' เปิดวันไหน อัปเดต ค่ารถ ขึ้น เขาคิชฌกูฏ ล่าสุด

‘เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567’ เปิดวันไหน อัปเดต ค่ารถ ขึ้น เขาคิชฌกูฏ ล่าสุด

09 ก.พ. 2567

สายบุญต้องไม่พลาด ‘เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567’ เปิดวันไหน กำหนดวันแล้ว พร้อมอัปเดต ค่ารถ-ขั้นตอนจองคิว ขึ้น ‘เขาคิชฌกูฏ’ ล่าสุด

สายบุญเตรียมตัว 1 ปีมีครั้ง ใครที่พลาดการขึ้นเขาคิชฌกูฏ ในปีผ่านๆ มา และมีคำถามว่า “เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567 เปิดวันไหน” เพื่อขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนเขาคิชกูฏ (ยอดเขาพลวง) ล่าสุด ได้มีการประกาศกำหนดการขึ้น “เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567” ออกมาแล้ว พร้อมเช็กรายละเอียด วิธีการเดินทางไปเขาคิชฌกูฏ รวมทั้ง ค่ารถ ขั้นตอนจองคิว คมชัดลึก รวบรวมมาให้แล้ว

เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567 เปิดวันไหน

เขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567 เริ่มวันที่ 10 ก.พ. – 9 เม.ย. 2567 นักเดินทางสายบุญ สามารถเดินทางร่วมสักการะได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ. ถึง 9 เม.ย. 2567 มีคิวรถรถขึ้นลงเขาตลอดทั้งวันทั้งคืน

ค่ารถขึ้นเขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567

โดยปกติแล้วการขึ้นเขาคิชฌกูฏ หากร่างกายแข็งแรง มีการฟิตร่างกายมาพร้อม ส่วนใหญ่ก็จะเดินเท้าขึ้นไป ซึ่งใช้เวลาในการเดิน 3-6 ชั่วโมง แต่หากเดินไม่ไหว มีบริการรถสองแถว โดยออกจากวัดพลวง ไปสิ้นสุดที่บริเวณทางขึ้นยอดเขาพระบาท แบ่งเป็น 2 ช่วง ค่าโดยสารช่วงละ 50 บาท/คน (รวมไป-กลับ 200 บาท) มีรถบริการตลอดเวลา 

จุดเดินเท้าขึ้นเขาคิชฌกูฏ

  • เดินขึ้นทางหน่วย คก.1 เดินทางตามเส้นทางรถยนต์บริการ ระยะทาง 5.6 กิโลเมตร ถึงลานพระสิวลี เดินต่ออีก 1 กิโลเมตร ถึงลานพระบาท
  • เดินขึ้นทางบ้านแกลง มีรถยนต์ของกลุ่มชาวบ้านแกลงไปส่งที่ปากอุโมงค์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการเดิน ระยะทางเดินถึงลานพระบาท 3.2 กิโลเมตร รับเฉพาะช่วงเช้า 06.00-09.00 น. ลงไม่เกิน 15.00 น. หากเกินให้ประสานไกด์นำทาง

จุดบริการรถขึ้นเขาคิชฌกูฏ

  • จุดวัดพลวง สำหรับวัดนี้จะอยู่ตรงทางขึ้นเขาเลย ซึ่งเป็นจุดที่คนนิยมขึ้นกันมากที่สุด เพราะจุดนี้จะมีลานจอดรถให้บริการอย่างกว้างขวาง รวมถึงร้านขายของต่างๆ ด้วย มีรถให้บริการทั้งหมด 121 คิว เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอดงานประเพณีฯ 
  • จุดวัดกะทิง วัดนี้จะอยู่ห่างออกมาไม่ไกลมาก มีพื้นที่ให้จอดรถบริการอยู่พอประมาณ แต่ถ้าคนเยอะ อาจจะต้องจอดรถไว้ด้านนอกวัด มีรถบริการ 21 คิว ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้ง บริเวณนี้ ยังเป็นที่ประดิษฐาน สรีระสังขารของพระครูธรรมสรคุณ หลวงพ่อเขียน เทพเจ้าแห่งเขาคิชฌกูฏ อีกด้วย

เขาคิชฌกูฏเขาคิชฌกูฏ

ค่าเข้าเขตอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

  • คนไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท
  • ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท
  • ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป, พระสงฆ์, ชี) เข้าฟรี

วิธีการจองคิวขึ้นเขาคิชฌกูฏ 2567

สำหรับการขึ้นเขาคิชฌกูฏจันทบุรี 2567 สามารถ Walk-in (จำนวน 2,400 คน/ช่วงเวลา) ไปขึ้นรถตรงคิวรถวัดพลวง วัดกะทิงได้เลย ส่วนใครที่ไม่อยากต่อคิวนานๆ ในช่วงเวลาแออัด (วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์) สามารถจองคิวผ่านแอป KCKQue ไว้ล่วงหน้า (จำนวน 3,600 คน/ช่วงเวลา) โดยอุทยานฯ กำหนดให้ 1 วัน แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลา ได้แก่



         1. ช่วงเวลา 00.00-06.00 น.
         2. ช่วงเวลา 06.00-12.00 น.
         3. ช่วงเวลา 12.00-18.00 น.
         4. ช่วงเวลา 18.00-24.00 น.

เขาคิชฌกูฏเขาคิชฌกูฏ

สำหรับประเพณี นมัสการรอยพระพุทธบาทพลวง เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี เป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวไทยให้การเคารพนับถืออย่างมาก การนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ หรือพระบาทพลวง เป็นเทศกาลเดือน 3 ที่ปฏิบัติกันมาช้านาน