‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564179

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

26 พ.ย. 2566

อิ่มบุญ-อร่ามวัด- ชมโคมไฟแสนดวงที่เมืองลำพูน บูชา พระธาตุหริภุญชัยจนถึง 27 พ.ย. นี้ วธ.ยกระดับเทศกาลประเพณี สู่นานาชาติ ชูเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายของ นักท่องเที่ยวทั่วโลก หนุนซอฟต์พาวเวอร์ด้านเฟสติวัลและท่องเที่ยว สร้างงานสร้างรายได้

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2566 นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดขบวนแห่โคมยี่เป็ง และร่วมงานพิธีถวายโคมแสนดวง “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสุภัทร กิจเวช ผู้ช่วยปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม หัวหน้าส่วนราชการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดภาคเหนือ วัฒนธรรมจังหวัดเขตภาคเหนือ นักท่องเที่ยว ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมชมจำนวนมาก ณ บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ปลัด วธ . กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะด้านเฟสติวัลเทศกาลประเพณีและด้านท่องเที่ยว สอดคล้อง กับเป้าหมายของกระทรวงวัฒนธรรม ที่ต้องการยกระดับเทศกาลประเพณีของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ส่งเสริมคุณค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ในปี 2566 นี้ วธ. โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จึงบูรณาการความร่วมมือกับวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน สภาวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดพิธีถวายโคมแสนดวง “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2566 

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของงานเทศกาลประจำปีโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม – 27 พฤศจิกายน 2566 ณ บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่องค์พระธาตุหริภุญชัยในประเพณียี่เป็งของทุกปี ซึ่งปีนี้จัดยิ่งใหญ่มีการประดับโคมยี่เป็งกว่าแสนดวง และการประกวดโคมไฟ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้มารับชมความงดงามเทศกาลประเพณีที่มีโคมล้านนาเป็นเอกลักษณ์ของชาวลำพูน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

กิจกรรมภายในงานดังกล่าว ผู้ร่วมงานจะได้รับชมขบวนแห่โคมล้านนา และโคมนานาชาติ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน จัดพิธีทางศาสนา การแสดงพระธรรมเทศนา “อานิสงส์การถวายประทีปโคมไฟ” (แบบพื้นเมืองล้านนา) โดยพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

หลังจากนั้นมีพิธีถวายประทีปโคมไฟแด่องค์พระธาตุหริภุญชัย และกิจกรรมที่เป็นไฮไลท์มีการจุดประทีปดวงไฟถวายองค์พระธาตุหริภุญชัยที่มีความสวยงามทั่วทั้งพื้นที่วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร ด้วยแสง สี ตระการตา เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพและกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนที่ทำโคม ทำสวยดอก (กรวยดอกไม้) ส่งให้แก่วัดเพื่อให้พุทธศาสนิกชนบูชา ตลอดจนเกิดการจ้างงานศิลปินพื้นบ้านทุกแขนงมาแสดงในงาน ถือเป็นรายได้ที่กระจายสู่ชุมชนตลอดการจัดงานประจำปีโคมแสนดวงที่เมืองลำพูนนี้ ถือเป็น 1 ใน 16 เทศกาลประเพณีที่กระทรวงวัฒนธรรม ยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติ

ทั้งนี้ การจุดโคมไฟถวายองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัยมีมาตั้งแต่โบราณซึ่งปัจจุบันเป็นการแขวนโคมพร้อมดวงไฟ หมายถึงการแสดงออกถึงการเคารพบูชา เพื่อให้เห็นในความสว่างของพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นบารมีอันสูงส่งตามคติความเชื่อของชาวล้านนา นับเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ส่วนการถวายโคมแด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำพูนเพราะพระนางจามเทวีเป็นปฐมกษัตริย์แห่งเมืองหริภุญชัย เป็นผู้นำพระพุทธศาสนาเข้าในพื้นที่แห่งนี้และแผ่กระจายไปยังเมืองต่างๆ ทำให้พระพุทธศาสนาเกิดความรุ่งเรือง ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ปัจจุบันการถวายประทีปโคมไฟได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยวัดพระธาตุหริภุญชัยขยายพื้นที่จัดการตกแต่งการแขวนโคม ใส่ดวงไฟเข้าไปในโคมให้สวยงาม รวมทั้งการให้ประชาชนทั่วประเทศมีส่วนร่วมถวายประทีปโคมไฟ ทำให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วประเทศในชื่อ “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูนและสร้างรายได้แก่ชุมชน

‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
‘เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน’ วธ. ชูหมุดหมาย ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน ‘ลอยกระทง 2566’ ณ วัดอรุณฯ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564144

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน 'ลอยกระทง 2566' ณ วัดอรุณฯ

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน ‘ลอยกระทง 2566’ ณ วัดอรุณฯ

26 พ.ย. 2566

วธ. ชวนเที่ยวงานประเพณี ‘ลอยกระทง 2566’ ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร

เพื่อร่วมสืบสานคุณค่าสาระของประเพณีลอยกระทง ให้คงรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมความเป็นไทย การแสดงความกตัญญูและการสำนึกคุณต่อแหล่งน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต สร้างการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ชวนเที่ยวงานประเพณี ลอยกระทง 2566 “ลอยกระทง สายน้ำแห่งวัฒนธรรม Loy Krathong : River of Culture” ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร คืนวันที่ 27 พ.ย. 2566

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน \'ลอยกระทง 2566\' ณ วัดอรุณฯ
สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน \'ลอยกระทง 2566\' ณ วัดอรุณฯ

นักท่องเที่ยวที่มาร่วมงาน ลอยกระทง 2566 ณ วัดอรุณฯ จะได้ชมและร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ อาทิ การสาธิตการทำกระทงวัสดุธรรมชาติ การสาธิตการทำอาหารและขนมโบราณ  กิจกรรมลานอรุณ รักษ์ไทย by Thai Group  ได้ความรู้จากนิทรรศการเผยแพร่คุณค่าสาระความสำคัญของประเพณีลอยกระทง  ชมกระทงสวยงามและสร้างสรรค์ ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดในงาน  ชมผลงานจากการประกวดสื่อแนวคิดสร้างสรรค์ ยกระดับวันลอยกระทงท้องถิ่น จาก local สู่เลอค่า และยังได้ชิมอาหารและขนมจากโครงการ “1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น” ของกรุงเทพมหานครและพระนครศรีอยุธยา ได้แก่ ข้าวตอกตั้ง แกงเหงาหงอด และชิมอาหารท้องถิ่น ขนมจีนน้ำยาเห็ด ขนมไข่ปลา ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ

สืบสานวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ ชวนเที่ยวงาน \'ลอยกระทง 2566\' ณ วัดอรุณฯ

นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีออร์เคสตร้า “รุ่งอรุณ สู่ค่ำคืน” ผลงานเพลงที่รังสรรค์พิเศษเพื่องาน ลอยกระทง 2566 โดย สมเถา สุจริตกุล ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล-ประพันธ์เพลงร่วมสมัย) พุทธศักราช 2565 และในช่วงดึกยังได้เพลิดเพลินกับการแสดงดนตรี จากวงดุริยางค์สากล กรมศิลปากร และปิดท้ายด้วยความบันเทิงการเพลงลูกทุ่งจากศิลปินนักร้องดาวรุ่ง นัน ไมค์ทองคำ อีกด้วย

‘ไทย-เกาหลี’ จับมือ เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ‘เขาใหญ่’ แห่งแรกในเอเชีย

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564119

'ไทย-เกาหลี' จับมือ เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ 'เขาใหญ่' แห่งแรกในเอเชีย

‘ไทย-เกาหลี’ จับมือ เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ ‘เขาใหญ่’ แห่งแรกในเอเชีย

25 พ.ย. 2566

กระชับความสัมพันธ์ ‘ไทย-เกาหลี’ จับมือ เปิด เส้นทางศึกษาธรรมชาติ เกาหลี เส้นทางที่ 5 ใน ‘เขาใหญ่’ แห่งแรกในเอเชีย

นายฮัม จอง ฮัน อุปทูตสาธารณรัฐเกาหลี สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และนายโจ แจอิล ผู้อำนวยการ ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย จัดพิธีเปิดเส้นทางมิตรภาพไทย-เกาหลี เส้นทางศึกษาธรรมชาติ  อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พร้อมชมการแสดงเกาหลี “กีลโนรี” อันมีความหมาย เพื่ออวยพรให้ผู้เข้าร่วมงานพบเจอกับสิ่งที่ดี

ไทย-เกาหลีเปิดเส้นทางเชื่อมความสัมพันธ์ไทย-เกาหลีเปิดเส้นทางเชื่อมความสัมพันธ์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเปิดอย่างเป็นทางการ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2565 โดยสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย กรมบริการอุทยานแห่งชาติเกาหลี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเกาหลีและไทย ครบ 65 ปี และครบรอบ 10 ปี ความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทย – เกาหลี

ทั้งนี้ โครงการพัฒนาปรับปรุงและจัดระเบียนสภาพแวดล้อมของเส้นทางใหม่ทั้งหมด ทั้งรื้อถอนและเปลี่ยนสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ศาลา ประตูแบบดั้งเดิมเกาหลี ดำแพงหิน ปูพื้นหิน ทาสีจุดพักและรวมบันได เส้นทางเดินป่าของเกาหลีเป็นเส้นทางที่ 5 ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เส้นทางที่เปิดแล้วมี อเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมัน แคนาดา และถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ทำเส้นทางนี้

เปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-เกาหลีเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติไทย-เกาหลี

นายฮัม จอง ฮัน อุปทูตสาธารณรัฐเกาหลี กล่าวว่า หวังว่าความร่วมมือและแลกเปลี่ยนระหว่างสองประเทศจะสร้างผลงานร่วมกันทียิ่งใหญ่ขึ้นกว่านี้ไปทุกวัน เช่นเดียวกับเส้นทางมิตรภาพไทย-เกาหลี โดยมีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามของไทย บวกกับความงดงามของเกาหลีรวมกันอย่างลงตัว

นายโจ แจอิล ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีกล่าวว่า เส้นทางนำตกเหวนรก เป็นสถานที่ยอดนิยมในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ด้วยวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม และหวังว่าผู้คนจะมาเยี่ยมชมและใช้เส้นทางมิตรภาพไทย-เกาหลีกันมากๆ ในอนาคต   

การแสดงกีลโนรีการแสดงกีลโนรี

ด้านตัวแทนจากฝั่งไทย นายทรงเกียรติ ตาตะยานนท์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวแสดงความยินดีในการเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เส้นทางมิตรภาพไทย-เกาหลีในครั้งนี้ด้วย

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว ‘งานกาชาด’ ปี 2566 ณ สวนลุม

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/564065

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว 'งานกาชาด' ปี 2566 ณ สวนลุม

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว ‘งานกาชาด’ ปี 2566 ณ สวนลุม

24 พ.ย. 2566

สภากาชาดไทย…ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว ‘งานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566’ ณ สวนลุมพินี และ http://www.งานกาชาด.com

เป็นอีกหนึ่งงานสำคัญประจำปีที่ทุกคนตั้งตารอ สำหรับ “งานกาชาด” ที่ปีนี้จัดในชื่อ “งานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566” รื่นรมย์สุขฤดี ณ ที่แห่งการให้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “กาลก่อน • กาลนี้ • กาลหน้า” สำราญใจในวันวานสู่งานวันกาชาด 100 ปี พร้อมเชิญชวนทุกท่านที่มาเที่ยวงาน ในปีนี้ “นุ่งโจงห่มไทยเที่ยวงานวันกาชาด 100 ปี พุทธศักราช 2566” เพื่อร่วมย้อนวันวานงานวันกาชาดในอดีต

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

งานกาชาด ประจำปีเป็นงานมหกรรมรื่นเริงเพื่อการกุศลที่ได้สืบทอด สานต่อ และสร้างสรรค์ด้วยวิวัฒนาการตามยุคสมัยทั้งรูปแบบและสถานที่จัดงาน เริ่มตั้งแต่ปี 2466 ณ ท้องสนามหลวง ต่อมาปี 2471ได้ย้ายสถานที่จัดงานมาที่พระราชอุทยานสราญรมย์ กระทั่งปี 2481 ได้ย้ายมาที่สถานเสาวภา ปี 2500 ย้ายมาที่สวนอัมพร ขยายไปจนถึงสนามหน้าที่ทำการสำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีเว้นว่างในบางปีตามสถานการณ์บ้านเมือง และในปี 2561 จนถึงปัจจุบัน ได้ย้ายมาที่สวนลุมพินี และเริ่มพัฒนาต่อยอดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้ประชาชนที่ไม่สะดวกเดินทางมาเที่ยวงาน หรืออยู่ต่างจังหวัด ต่างประเทศได้มีส่วนร่วมหรือเสมือนได้มาเที่ยวงานกาชาดที่สวนลุมพินี

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม
ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจพระบรมราชูปถัมภก องค์สภานายิกาสภากาชาดไทย และองค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทยที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย รวมถึงเพื่อเผยแพร่ภารกิจของสภากาชาดไทยและสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษา มูลนิธิ สมาคม สโมสร ผู้มีอุปการคุณและประชาชนทั่วไปในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล และเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค และกำจัดภัย แก่ผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสต่อไป

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม
ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

ใน งานกาชาด ปีนี้ได้จัดให้มีกิจกรรมพิเศษมากมาย อาทิ การจัดแสดงกระบวนแห่รถงานวันกาชาด กิจกรรม “ถนนย้อนวันวาน รื่นเริง งานวันกาชาด” เป็นกิจกรรมการแสดงกลางแจ้งที่เคยสร้างความประทับให้ผู้มาเที่ยวชมงานกาชาดในอดีตที่ผ่านมา เช่น การโชว์วงโยธวาทิต การแสดงสุนัขตำรวจ การแข่งขันตะกร้อลอดห่วง การแสดงเชิดสิงโต การแสดงกระบี่-กระบอง การแสดงมวยไทยโบราณ มวยตับจาก รวมถึงกิจกรรม “ลีลาศรื่นรมย์ ณ สวนลุมพินี”  เป็นการนำกิจกรรมการแสดงบนเวทีลีลาศ ณ สวนอัมพร กลับมาเปิดฟลอร์เพื่อให้ได้ย้อนความทรงจำแห่งความรื่มรมย์กันอีกครั้งหนึ่ง โดยจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. 2566 เวลา 17.00-22.00 น. ณ ศูนย์นันทนาการลุมพินี กิจกรรมชวนร่วมถ่ายภาพหรือเก็บภาพกับนิทรรศการ 5 สถานที่จัดงานวันกาชาด ตั้งแต่ท้องสนามหลวง พระราชอุทยานสราญรมย์ สถานเสาวภา สวนอัมพร และสวนลุมพินี

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของงานกาชาดออนไลน์ www.งานกาชาด.com เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นให้สอดคล้องกับ 5 สถานที่ในการจัดงานกาชาดในอดีตถึงปัจจุบัน ได้แก่ สนามหลวง พระราชอุทยานสราญรมย์ สถานเสาวภา สวนอัมพร สวนลุมพินี โดยได้ทำการแบ่งลักษณะออกเป็นเกาะในจินตนาการและในแต่ละเกาะจะมีกิจกรรมที่น่าสนใจแตกต่างกันไป ประกอบด้วย การประกวดอวตาร แต่งชุดไทยบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เป็นการประกวดแบบรายวันในรูปแบบ Chibi Character Design โดยเสื้อผ้าและไอเทมแต่ละแบบมีคะแนนที่แตกต่างกัน รถรางสายมู เป็นกิจกรรมที่พาผู้เที่ยวงานวันกาชาดไปไหว้พระขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ 9 สถานที่ Pick a card เป็นการตรวจดวงชะตารายวัน ทั้งในด้านความรัก การเงิน และการทำบุญ การแข่งว่าวมาราธอน เป็นการจำลองบรรยากาศจริงที่สนามหลวง โดยจะมีว่าวฟรีให้เป็นแบบมาตรฐานและตกแต่งตามจินตนาการ      

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

บ้านผีสิงแบบออนไลน์ นิทรรศการร้อยรูปภาพร้อยเรื่องราวงานวันกาชาด เป็นการบันทึกประวัติศาสตร์ของงานวันกาชาดที่ประชาชนไม่เคยทราบ ภาพยนตร์สั้นที่หาชมได้ยากมากถึง 17 เรื่อง อาทิ เรื่องขนมเปี๊ยะของอากง เรื่องหนุมานเผชิญภัยครั้งใหม่ เรื่องแหวนวิเศษ เรื่องหลุมศพที่ลือไซต์เรื่องจำเริญ-จิมมี่ เรื่องนิ้วเพชร เรื่องฉากเพลงมือเสือ ฯลฯ Game Center เป็นพื้นที่ๆ ของการเล่นเกมต่างๆ บนแพลตฟอร์มงานกาชาดออนไลน์ที่ได้รวบรวมไว้มากมายหลายเกมหลายรูปแบบ สามารถเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง จิ๊กซอว์ต่อความทรงจำ เป็นกิจกรรมที่สร้างให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องของผู้เที่ยวชมงานกาชาด เพราะหากทำกิจกรรมครบทั้ง 13 กิจกรรม จะมีสิทธิ์ลุ้นทองคำในวันที่ 28 ธ.ค. 2566 สลากกาชาดออนไลน์

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

โดยในปีนี้เป็นปีแรกที่จัดให้มีการจำหน่ายสลากกาชาดออนไลน์ และเป็นครั้งแรกที่สภากาชาดไทยได้จัดทำสลากกาชาดจำหน่ายเองเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมทำบุญกับสภากาชาดไทยโดยมีจำหน่ายทั้งแบบเดี่ยวและแบบเล่ม ซึ่งแบบเดี่ยวจำหน่ายราคาใบละ 100 บาท ส่วนแบบเล่มมี 20 ใบ จำหน่ายราคาเล่มละ 2,000 บาท สามารถซื้อได้ที่ http://www.งานกาชาด.com นอกจากนี้ยังสามารถร่วมทำบุญด้วยการซื้อสลากกาชาดออนไลน์ได้กับอีก 8 หน่วยงานเช่นกัน และพยากรณ์ออนไลน์ มีนักพยากรณ์เข้าร่วมจากหลากหลายสถาบัน

ชวนออเจ้านุ่งโจงห่มไทย ย้อนวันวานเที่ยว \'งานกาชาด\' ปี 2566 ณ สวนลุม

ในปีนี้ยังคงขอความร่วมมือให้ทุกท่านที่มาเที่ยวงาน ณ สวนลุมพินี เดินทางโดยรถสาธารณะเพื่อความสะดวก และใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก รวมถึงงดการใช้โฟมเป็นบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร เพื่อลดปริมาณขยะในงาน และท่องโลกงานวันกาชาดออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ www.งานกาชาด.com

ชวนเที่ยว ‘ตลาดเขมราษฎร์ธานี’ ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563800

ชวนเที่ยว 'ตลาดเขมราษฎร์ธานี' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ

ชวนเที่ยว ‘ตลาดเขมราษฎร์ธานี’ ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ

21 พ.ย. 2566

วธ.จับมือจังหวัดอุบลราชธานี เปิดตัว ‘ตลาดเขมราษฎร์ธานี’ ในงานเทศกาลเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว สัมผัสวิถีวัฒนธรรมเขมราฐธานี ดินแดนแห่งความสุข เผยแพร่ภูมิปัญญา soft power ส่งเสริมการท่องเที่ยว ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน กระจายรายได้ให้ท้องถิ่น

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับจังหวัดอุบลราชธานี จัดพิธีเปิดตัว ‘ตลาดเขมราษฎร์ธานี’ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 ในงานเทศกาลเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี หนึ่งในกิจกรรม “10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย” โดยมี ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน, วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวรายงาน, กำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บริหาร วธ. วัฒนธรรมจังหวัดภาคอีสาน 19 จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขมราฐ ผู้นำชุมชน-ผู้ขับเคลื่อนตลาด นักท่องเที่ยวและประชาชน เข้าร่วมงาน ณ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนภูรีประศาสน์ 

ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ

ยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดวธ. ประธานกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม มีเป้าหมายและพันธกิจสำคัญในการเทิดทูน สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้มีการรักษาสืบทอด พัฒนาอย่างยั่งยืน มุ่งขับเคลื่อนงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยปรับบทบาทสู่กระทรวงสังคมกึ่งเศรษฐกิจ สร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน จึงได้ดำเนินโครงการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยทุนทางวัฒนธรรม การส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชนสู่เส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : การดำเนินงานพัฒนาตลาดบกสืบสานวัฒนธรรมไทย ด้วยการพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวตลาดบก สืบสานวัฒนธรรมไทย และจัดพิธีเปิดตัว 10 ตลาดบก 6 ตลาดน้ำ สืบสานวัฒนธรรมไทย ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อส่งเสริมให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน จากการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และวัฒนธรรม พร้อมสนับสนุนขยายช่องทางการตลาด ประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้ ในวงกว้าง ให้ตลาดชุมชนเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว อันจะส่งผลให้เศรษฐกิจชุมชนเกิดความเข้มแข็งและยั่งยืนสืบไป

ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ

กำพล สิริรัตตนนท์ รองผู้ว่าฯ อุบลฯ เปิดเผยว่า เขมราฐ แปลว่า ดินแดนแห่งความเกษมสุข เป็นอำเภอที่ตั้งอยู่ ริมแม่น้ำโขง เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่าสองร้อยปี สำหรับตลาดถนนสายวัฒนธรรม “เขมราษฎร์ธานี” เริ่มต้นจัดงานขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2556 ด้วยแนวความคิดที่จะพัฒนาบ้านเมืองเก่าที่มีประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจที่เคยคึกคักในอดีต ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในบรรยากาศย้อนยุค ให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสบรรยากาศ วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีตของคนรุ่นเก่า โดยยังคงมีอาคารสถานที่เก่าแก่หลายแห่งที่ชาวเขมราฐยังคงอนุรักษ์และบูรณะไว้ให้คนรุ่นลูกหลาน ได้เยี่ยมชมมาจนถึงปัจจุบัน คือ พิพิธภัณ์บ้านขุนภูรีประศาสน์       

ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ
ชวนเที่ยว \'ตลาดเขมราษฎร์ธานี\' ชิม ช้อป ของดีวิถีชุมชน จ.อุบลฯ

“ภายใน ตลาดเขมราษฎร์ธานี ยังมีร้านขายของพื้นบ้าน อาหารถิ่น ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผ้าฝ้ายทอมือ ของฝากที่ระลึกต่างๆ รวมทั้ง มีกิจกรรมการแสดงของนักเรียน และกลุ่มชมรมต่างๆ มากมาย เช่น การฟ้อนรำ เต้นบาสโลบ การแสดงศิลปะ ดนตรี และการจัดนิทรรศการภาพเก่าแก่ของอำเภอเขมราฐ ตลาดเขมราษฎร์ธานี เปิดให้บริการทุกวันเสาร์ เริ่มตั้งแต่เวลา 16.00 – 21.00 น.”

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563766

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

20 พ.ย. 2566

เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม เปิดผลศึกษาของ ‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ ครั้งแรกของไทย พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด รองลงมาคือ เอกลักษณ์ความเป็นไทย ตามด้วย งานศิลปะหัตถกรรม สถาปัตยกรรมไทย ประทับใจความเป็นมิตร เดินหน้าจัดทำแผนขับเคลื่อน ซอฟต์พาวเวอร์

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้รับรายงานจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมเกี่ยวกับการศึกษาศักยภาพของไทยในการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ในระดับโลก โดยร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการสำรวจรสนิยม ความชอบ ทัศนคติ พฤติกรรมที่มีต่อศิลปวัฒนธรรม สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมของไทย

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

ศศินทร์ จุฬาฯ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบอาหารไทยครองใจคนทั่วโลกมากที่สุดศศินทร์ จุฬาฯ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบอาหารไทยครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

ในต่างประเทศที่มีศักยภาพจำนวน 12 ประเทศ ใน 7 ภูมิภาคทั่วโลก ได้แก่ จีน มาเลเซีย อินเดีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อาหรับเอมิเรตส์ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา บราซิล แอฟริกาใต้ และออสเตรเลีย ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการศึกษาในเรื่องนี้ โดยจะนำผลการศึกษามาจัดทำแผนการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ด้วยมิติทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย

‘อาหารไทย’ แชมป์ครองใจคนทั่วโลก

ผลการศึกษารสนิยมความชอบเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทยของผู้คนทั่วโลก พบว่า วัฒนธรรมไทยที่ชื่นชอบที่สุดคือ อาหารไทยและวัฒนธรรมการกิน รองลงมาคือ เอกลักษณ์ความเป็นไทย อาทิ ประวัติศาสตร์ ทัศนียภาพ ประเพณี การไหว้ รอยยิ้ม ภาษาไทย

รวมทั้งศิลปะ หัตถกรรม และสถาปัตยกรรม เช่น วัด พระพุทธรูป รวมถึงการแสดงและการละเล่น งานฝีมือไทย และศิลปะไทย 

โดยความประทับใจที่มีต่อประเทศไทย อันดับหนึ่งคือ ความเป็นมิตรของคนไทย รองลงมาคือ ความห่วงใย จริงใจ ต้อนรับขับสู้ ความงามของประเทศไทยที่น่าหลงใหลและดึงดูด มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร น่าสนใจและคาดไม่ถึง 

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

ส่วนประเทศที่มีมุมมองที่ดีต่อประเทศไทยต้องการเข้ามาสัมผัสวัฒนธรรมไทย รวมถึงใช้ชีวิตหรือท่องเที่ยวประเทศไทยในระยะยาวมากที่สุดสามอันดับแรก ได้แก่ แอฟริกาใต้ อินเดียและซาอุดิอาระเบีย

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

นอกจากนี้ ประเทศที่มีความชื่นชอบศิลปะและวัฒนธรรมไทยมากที่สุด ได้แก่ แอฟริกาใต้ ซาอุดิอาระเบีย จีนและมาเลเซีย ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจเพราะรับรู้ผ่านสื่อคอนเทนต์ต่างๆ ของไทย เช่น ภาพยนตร์ ซีรีส์และรายการทีวี และชื่นชอบคนไทย ประเทศไทยและวัฒนธรรมไทย 

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

ส่วนเหตุผลที่ชื่นชอบ เนื่องจากศิลปะ วัฒนธรรม และวรรณกรรมไทย มีที่มา ประวัติศาสตร์ และเนื้อหาน่าสนใจ ผลงานมีความโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์และสร้างสรรค์แปลกใหม่ 

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

นอกจากนี้ ความนิยมบริโภคคอนเทนต์ไทยของผู้คนทั่วโลกพบว่า ซาอุดิอาระเบีย จีน และแอฟริกาใต้นิยมมากที่สุด ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาสนใจคอนเทนต์ไทยเพราะรู้จักจากสื่อออนไลน์ และครอบครัว เพื่อน คนรู้จักแนะนำ ส่วนเหตุผลที่ชื่นชอบ คือ เนื้อหาน่าติดตาม สร้างสรรค์ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ตัวละครโดดเด่นและมีเอกลักษณ์

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

เปิดรายชื่อประเทศที่ชื่นชอบ’อาหารไทย’มากที่สุด

ผลการศึกษาความนิยมอาหารไทยของผู้คนทั่วโลกพบว่า มาเลเซีย ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ จีนและอินเดีย ชื่นชอบอาหารไทยมากที่สุด ซึ่งจุดเริ่มต้นที่ทำให้สนใจบริโภคอาหารไทยเพราะมีโอกาสได้รับประทานระหว่างมาท่องเที่ยวในไทย และครอบครัว เพื่อน คนรู้จักแนะนำ 

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

ส่วนเหตุผลที่ชื่นชอบเพราะอร่อย เมนูหลากหลายและรสชาติแปลกใหม่ เป็นเอกลักษณ์

ทั้งนี้ ผลการศึกษาในภาพรวมพบว่า สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่มีศักยภาพในการส่งออก ได้แก่ อาหารไทย การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สินค้าหัตถกรรมและคอนเทนต์ ส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญของไทยคือ จีนและอาเซียน และตลาดใหม่ที่มีศักยภาพคือ อินเดีย ลาตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะนำข้อมูลเหล่านี้ มาจัดทำแผนการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ ด้วยมิติทางวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทย รองรับนโยบายสร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก ภายใต้แนวทางของรัฐบาลในการส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ 11 สาขาและการจัดตั้ง Thailand Creative Content Agency (THACCA) ในการสร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ

‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด
‘ศศินทร์ จุฬาฯ’ เปิดผลศึกษาครั้งแรก พบ ‘อาหารไทย’ ครองใจคนทั่วโลกมากที่สุด

ปักหมุด 10 ‘จุดกางเต็นท์’ ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563483

ปักหมุด 10 'จุดกางเต็นท์' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข

ปักหมุด 10 ‘จุดกางเต็นท์’ ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข

16 พ.ย. 2566

ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข สไตล์แคมป์ปิ้ง ไปกับ 10 ‘จุดกางเต็นท์’ ทั่วไทย ส่งท้ายปลายปีกันแบบฟินๆ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกไปตั้งแคมป์กันได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้

ช่วง เทศกาลแห่งความสุข ส่งท้ายปี 2566 นี้ ใครที่กำลังมองหาจุดกางเต็นท์สไตล์แคมป์ปิ้ง เพื่อเฉลิมฉลองความสุขกันแบบฟินๆ วันนี้เรามี 10 จุดกางเต็นท์ ทั่วไทย ที่ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ก็เลือกไปตั้งแคมป์กันได้ตั้งแต่เหนือจรดใต้ ดังนี้

ภาคเหนือ

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

หนึ่งในจุดกางเต็นท์ยอดฮิตตลอดกาล อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ พร้อมแวะเที่ยวตามแลนด์มาร์คต่างๆ เช่น สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ที่เต็มไปด้วยดอกไม้บานหลากสีสัน เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกสวยๆ รวมไปถึงการสักการะพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ โดยที่นี่มีจุดกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวกว่า 30 จุด เลยทีเดียว

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • ดอยเสมอดาว จ.น่าน

คู่รักสายแคมป์ปิ้งไม่ควรพลาดมาฉลองที่ดอยเสมอดาว จ.น่าน ที่นี่ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ด้วยการเดินทางที่แสนสะดวก และอากาศดีในช่วงฤดูหนาวที่ทำให้บรรยากาศโรแมนติก เหมาะกับการดูดาวที่เต็มท้องฟ้าในเวลากลางคืน และชมทะเลหมอกสวยๆ ในตอนเช้า ซึ่งที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวมากางเต็นท์แคมป์ปิ้งในช่วงเดือน ต.ค.- ก.พ.เท่านั้น

ภาคกลาง

  • อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี

ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือก็จัดแคมป์ปิ้งได้ที่อุทยานแห่งชาติพุเตย จ.สุพรรณบุรี ที่นี่เป็น จุดกางเต็นท์ ที่เหมาะกับสายลุย ภายในอุทยานมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้แวะเที่ยวหลายจุด ได้ชมทั้งความสวยงามของน้ำตก ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและพรรณไม้ รวมไปถึงยังมีเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาเทวดาให้แวะไปไหว้สักการะกันด้วย

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

เทศกาลแห่งความสุข นี้มาปักหมุดสัมผัสอากาศหนาว และทะเลหมอกได้ทุกวัน ที่ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ ที่นี่มีลานกางเต็นท์ให้เลือกมากมาย และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก นอกจากความสวยงามของธรรมชาติที่รายรอบ นักท่องเที่ยวยังจะได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้งดั้งเดิม เดินชมไร่สตรอว์เบอร์รี่และพืชเมืองหนาว พร้อมแวะเที่ยวตามจุดต่างๆ ได้มากมาย ถ่ายภาพสวยๆ ได้ไม่มีเบื่อ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย อีกหนึ่ง จุดกางเต็นท์ และที่เที่ยวหน้าหนาวยอดนิยม ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องมาพิชิตให้ได้ โดยในปีนี้ได้เปิดการท่องเที่ยวตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 – 31 พ.ค. 2567 แม้เส้นทางค่อนข้างลำบาก แต่ระหว่างทางจะได้สัมผัสกับความน่าสนใจ ทั้งน้ำตก ธรรมชาติ และใบเมเปิ้ลที่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ปิดท้ายด้วยการชมพระอาทิตย์ตกในช่วงค่ำให้เป็นความทรงจำดีๆ ช่วง เทศกาลแห่งความสุข

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา

อีกหนึ่ง จุดกางเต็นท์ ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ที่เหมาะกับการมารับลมหนาวเป็นที่สุดก็คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ที่นี่มีลานกางเต็นท์แบบใกล้ชิดธรรมชาติให้เลือกมากมาย สามารถชมพระอาทิตย์ตกดิน ดูดาวในตอนค่ำ ส่องสัตว์ต่างๆ ชมทะเลหมอก และยังสามารถแวะเที่ยวหรือแวะกินอาหารอร่อยๆ ได้ตลอดเส้นทาง

ภาคตะวันออก

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จ.ระยอง

สวนพฤกษศาสตร์ระยอง จ.ระยอง เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ ที่ตั้งอยู่ติดชายหาดสวนสนท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบ ภายในสวนพฤกษศาตร์มีจุดกางเต็นท์ 2 จุด นักท่องเที่ยวที่มาสามารถเดินชมป่า ล่องเรือ พายเรือ ถ่ายรูปสวยๆ และสัมผัสกับอากาศเย็นๆ และความทรงจำดีๆ ที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่า ระยองไม่ได้มีดีแค่ทะเล

ภาคตะวันตก

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

อีกหนึ่ง จุดกางเต็นท์ ติดริมน้ำสำหรับสายแคมป์ คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งมีจุดกางเต็นท์ให้เลือกหลายที่ ฟินกับการได้รับลมเย็นๆ ชิลกับวิวธรรมชาติ และอ่างเก็บน้ำ แต่สำหรับคนรักการเดินป่า ต้องไม่พลาดมากางเต็นท์บนยอดเขาพะเนินทุ่ง ที่เพิ่งเปิดการท่องเที่ยวเมื่อ 1 พ.ย. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งจะได้เห็นทั้งดอกไม้ป่าหลากสีสัน สัตว์ป่า นกหายาก และทะเลหมอกสวยๆ

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

ไปกางเต็นท์รับบรรยากาศดีปลายปีกับวิวหลักล้าน ที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ที่นี่แลนด์มาร์คสวยๆ ให้แวะเที่ยวหลายที่ ทั้งแบบธรรมชาติและวัฒนธรรม ชมน้ำตก เขื่อน วัด และพลาดไม่ได้กับการพิชิตเขาช้างเผือก เส้นทางศึกษาธรรมชาติสุดท้าทาย ที่เปิดให้เข้าไปดื่มด่ำกับธรรมชาติได้ ตั้งแต่ 1 พ.ย. 2566 – 31 ม.ค. 2567 เท่านั้น

ภาคใต้

ปักหมุด 10 \'จุดกางเต็นท์\' ทั่วไทย รับลมหนาว ฉลอง เทศกาลแห่งความสุข
  • หมู่บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช

เปลี่ยนบรรยากาศจากบนภูเขา ลงใต้มาสัมผัสธรรมชาติร่มรื่น รายล้อมด้วยภูเขา และลำธาร ท่ามกลางความเงียบสงบ ในหมู่บ้านที่ว่ากันว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย อย่าง หมู่บ้านคีรีวง จ.นครศรีธรรมราช ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และอากาศเย็นสบาย พร้อมสัมผัสวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้าน รับรองว่าเหมือนได้ชาร์จพลังเพิ่มอีก 300%

ปีนี้อยากไปฉลองที่ไหน อย่าลืมวางแผนการเดินทางให้ดี และหากกำลังมองหาไอเทมดีๆ สำหรับใช้ในทริปแคมป์ปิ้ง หรือพร็อปเก๋ๆ เพื่อนำไปตกแต่งเต็นท์ให้เข้ากับบรรยากาศเทศกาลแห่งความสุข สามารถเข้าไปเลือกซื้อได้ที่ มิสเตอร์. ดี. ไอ. วาย. ทุกสาขา หรือช้อปผ่านช่องทางออนไลน์ที่ http://www.mrdiy.co.th

เช็กกำหนดการ ‘เทศกาลดิวาลี’ สัมผัสเสน่ห์ ลิตเติ้ล อินเดีย @ คลองโอ่งอ่าง

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563386

เช็กกำหนดการ 'เทศกาลดิวาลี' สัมผัสเสน่ห์ ลิตเติ้ล อินเดีย @ คลองโอ่งอ่าง

เช็กกำหนดการ ‘เทศกาลดิวาลี’ สัมผัสเสน่ห์ ลิตเติ้ล อินเดีย @ คลองโอ่งอ่าง

15 พ.ย. 2566

‘เทศกาลดิวาลี’ ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย. ที่ คลองโอ่งอ่าง ถนนพาหุรัด มีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย ไปดูเลยมีอะไรบ้าง

ปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นเจ้าภาพร่วมกับ สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย และองค์การทางศาสนา และภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีกำหนดจัดงานเพื่อเฉลิมฉลอง “เทศกาลดิวาลี” ประจำปี 2566 ถึง 2 ช่วงด้วยกัน โดยในช่วงแรกระหว่างวันที่ 10-12 พ.ย. ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น G เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร และช่วงที่สอง ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย. ที่ คลองโอ่งอ่าง ถนนพาหุรัด จะมีการนำเสนอเทศกาลดิวาลี ในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม

ภายในงานเฉลิมฉลอง “เทศกาลดิวาลี” ประจำปี 2566 จะมีกิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในมิติศาสนาของทั้งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมองค์การทางศาสนาให้ร่วมดำเนินงานส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ด้านศาสนา และกิจกรรมในมิติศาสนาตามความเชื่อ ได้แก่ การบูชาองค์เทพของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลานกิจกรรมจุดประทีปในสวนแห่งศรัทธาตามหลักศาสนาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี นิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ และกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวในศาสนสถานย่าน ลิตเติ้ล อินเดีย รวมถึงการร่วมอุดหนุนสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจ กว่า 100 ร้านค้า ชมศิลปะการแสดงภารตะในเชิงพหุวัฒนธรรม รวมถึงมหกรรมสินค้านานาชนิดจากผู้ประกอบการสะพานเหล็ก

กำหนดการ เทศกาลดิวาลี กรุงเทพมหานคร  วันที่ 17 – 19 พ.ย. 2566 ณ คลองโอ่งอ่าง (โซนลิตเติ้ลอินเดีย) เขตพระนคร

วันศุกร์ที่ 17 พ.ย. 2566 (17 November 2023)

10.00 น. เริ่มสวดมนต์เฉลิมฉลองวันดิวาลี (Morning prayer)

11.00 น. เปิดบูธขายสินค้าและอาหารอินเดีย (Open Incredible India Zone)

13.00 น. การแสดงเชิงพหุวัฒนธรรม (Culture Shows & Activities)

17.00 น. พิธีเปิดงานเทศกาล (Grand opening ceremony)

19.00 น. บอลีวูดมินิคอนเสิร์ต – ดีเจ (Bollywood Night)

21.00 น. จบงาน (End)

วันเสาร์ที่ 18 พ.ย. 2566 (18 November 2023)

10.00 น. เริ่มสวดมนต์เฉลิมฉลองวันดีวาลี (Morning prayer)

11.00 น. เปิดบูธขายสินค้าและอาหารอินเดีย (Open Incredible India Zone)

13.00 น. การแสดงเชิงพหุวัฒนธรรม (Culture Shows & Activities)

19.00 น. ปัญจาบีมินิคอนเสิร์ต – ดีเจ (Bhangra Night)

21.00 น. จบงาน (End)

วันอาทิตย์ที่ 19 พ.ย. 2566 (19 November 2023)

10.00 น. เริ่มสวดมนต์เฉลิมฉลองวันดิวาลี (Morning prayer)

11.00 น. เปิดบูธขายสินค้าและอาหารอินเดีย (Open Incredible India Zone)

13.00 น. การแสดงเชิงพหุวัฒนธรรม (Culture Shows & Activities)

19.00 น. วงดนตรี – ดีเจแนวอินเดียคลาสสิค (Sufi Night)

21.00 น. จบงาน (End)

ชวนเที่ยว ‘เทศกาลดิวาลี’ เสน่ห์แห่งสีสัน @ คลองโอ่งอ่าง 17-19 พ.ย.นี้

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563378

ชวนเที่ยว 'เทศกาลดิวาลี' เสน่ห์แห่งสีสัน @ คลองโอ่งอ่าง 17-19 พ.ย.นี้

ชวนเที่ยว ‘เทศกาลดิวาลี’ เสน่ห์แห่งสีสัน @ คลองโอ่งอ่าง 17-19 พ.ย.นี้

15 พ.ย. 2566

วธ. ร่วมกับ สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย และองค์การทางศาสนา กำหนดจัดงานเฉลิมฉลอง ‘เทศกาลดิวาลี’ เทศกาลแห่งแสงสี จากแดนภารตะ ประจำปี 2566 วันที่ 17 – 19 พ.ย. ที่ คลองโอ่งอ่าง

“เทศกาลดิวาลี” คือ ประเพณีปีใหม่ของชาวฮินดูที่เก่าแก่ ซึ่งตรงกับวันอมาวัสยา หรือวันเดือนดับในเดือน 8 ตามระบบปฏิทินฮินดู จัดขึ้นเพื่อทำการบูชาขอพรพระแม่ลักษมี เทวีแห่งโชคลาภ ทรัพย์สิน เงินทอง และพระพิฆเนศ เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ ในวันนี้ชาวฮินดูจะทำการบูชาองค์เทพด้วยแสงไฟจากตะเกียงประทีป โดยจุดให้สว่างตลอดวันตลอดคืน เพื่อขอให้ประทานพรแก่ผู้สักการะบูชา นอกจากนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองตามตำนาน คัมภีร์รามายณะ ซึ่งมีตำนานว่าเมื่อพระรามสู้รบกับเหล่าอสูรจนมีชัยแล้วก็ได้เดินทางกลับมาสู่อาณาจักรอโยธยาในคืนเดือนมืด จึงมีการเฉลิมฉลองชัยชนะด้วยไฟกันทั่วทั้งอาณาจักรอโยธยา เพื่อนำทางทัพพระรามกลับสู่อาณาจักร

ชวนเที่ยว \'เทศกาลดิวาลี\' เสน่ห์แห่งสีสัน @ คลองโอ่งอ่าง 17-19 พ.ย.นี้

ด้วยเหตุนี้ เทศกาลดิวาลี จึงเป็นเทศกาลแห่งแสงสว่าง แสงไฟ และความรื่นเริงมีการจุดประทีปเป็นสัญลักษณ์การเฉลิมฉลองชัยชนะของคุณงามความดีที่มีต่อความชั่วร้าย และแสงสว่างที่อยู่เหนือความมืดมน ผู้คนนิยมแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าใหม่ๆ มีการจุดตะเกียงเพื่อให้เกิดความสว่างไสวไปทั้งบ้าน รวมถึงการชำระปัดกวาดสถานที่ให้สะอาด เพื่อเตรียมรับสิ่งดีๆ ให้เข้ามาในบ้านเรือนหลังนั้นๆ ในขณะที่ผู้ที่นับถือศาสนาซิกข์ก็จะเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลีด้วยเหตุผลความเชื่อที่ต่างไป โดยจะเรียกว่าวัน “บัณดิ โชรฺ ดิวัส” หรือวันปลดปล่อยเพื่ออิสรภาพและสิทธิอันเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นวันที่คุรุ ฮัร โควินท์ ซาฮิบ ศาสดาองค์ที่ 6 ของศาสนาซิกข์ ได้รับการปลดปล่อยจากการจองจำของจักรวรรดิโมกุล โดยศาสนิกชนชาวซิกข์จะมีการทำพิธีสวดอัรดาส และสวดกีรตันขอพรร่วมกันที่คุรุดวาราศาสนสถานในศาสนาซิกข์

ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นเจ้าภาพ ร่วมกับ สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย และองค์การทางศาสนา และภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง มีกำหนดจัดงานเพื่อเฉลิมฉลอง เทศกาลดิวาลี ประจำปี 2566 ถึง 2 ช่วงด้วยกัน โดยในช่วงแรกเมื่อวันที่ 10-12 พ.ย. ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ ชั้น G เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร และช่วงที่สอง ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย. ที่ คลองโอ่งอ่าง ถนนพาหุรัด จะมีการนำเสนอเทศกาลดิวาลี ในมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม

ชวนเที่ยว \'เทศกาลดิวาลี\' เสน่ห์แห่งสีสัน @ คลองโอ่งอ่าง 17-19 พ.ย.นี้

ภายในงานจะมีกิจกรรมการจัดแสดงนิทรรศการเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ในมิติศาสนาของทั้งศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ เพื่อสนับสนุนส่งเสริมองค์การทางศาสนาให้ร่วมดำเนินงานส่งเสริมเผยแพร่ความรู้ด้านศาสนา และกิจกรรมในมิติศาสนาตามความเชื่อ ได้แก่ การบูชาองค์เทพของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ลานกิจกรรมจุดประทีปในสวนแห่งศรัทธาตามหลักศาสนาเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี นิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ และกิจกรรมเส้นทางท่องเที่ยวในศาสนสถานย่าน ลิตเติ้ล อินเดีย รวมถึงการร่วมอุดหนุนสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจ กว่า 100 ร้านค้า ชมศิลปะการแสดงภารตะในเชิงพหุวัฒนธรรม รวมถึงมหกรรมสินค้านานาชนิดจากผู้ประกอบการสะพานเหล็ก

โครงการเสน่ห์แห่งสีสัน เทศกาลแห่งศรัทธา ภายใต้การจัดกิจกรรมเทศกาลของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ร่วมด้วยศาสนาซิกข์ เป็นการส่งเสริมให้ศาสนิกชนได้ปฏิบัติศาสนกิจตามศาสนา อันเป็นการสร้างความเข้มแข็งของสถาบันศาสนาให้เป็นเสาหลักที่จะสร้างสรรค์สังคมที่มีคุณธรรม ศาสนิกชนทุกศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความรักสามัคคีสืบต่อไป ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเทศกาลในมิติทางศาสนา เป็นการยกระดับเทศกาลประเพณีให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นด้านเศรษฐกิจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่หลากหลาย และก่อให้เกิดความศรัทธาและความเชื่อ ที่จะช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับผู้ประกอบการในการขายสินค้าและบริการต่างๆ ก่อให้เกิด สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในมิติศาสนา ส่งผลให้ประเทศไทยมีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

3 เมืองยอดนิยม ‘เที่ยวคนเดียว’ เฉลิมฉลอง ‘วันคนโสด’

https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/travel/563069

3 เมืองยอดนิยม 'เที่ยวคนเดียว' เฉลิมฉลอง 'วันคนโสด'

3 เมืองยอดนิยม ‘เที่ยวคนเดียว’ เฉลิมฉลอง ‘วันคนโสด’

10 พ.ย. 2566

อโกด้า เผย 3 อันดับเมืองฮิตของนักท่องเที่ยวไทยที่ ‘เที่ยวคนเดียว’ พร้อมเผย 3 เมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในภูมิภาค เอเชีย-แปซิฟิก ที่ ‘เที่ยวคนเดียว’ ช่วง ‘วันคนโสด’ 11 พ.ย. 2566

เพราะการเดินทางท่องเที่ยวมีหลายรูปแบบ เช่น ไปพักผ่อนกันเป็นคู่ และไปสนุกกันเป็นแก๊ง และเนื่องในโอกาส วันคนโสด ซึ่งตรงกับวันที่ 11 พ.ย. ของทุกปี เป็นเหมือนวันหยุดที่ไม่เป็นทางการ มีต้นกำเนิดจากประเทศจีน จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง คนโสด ที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบโรแมนติกกับใคร และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้คนทั่วโลกหันมาสนใจวันคนโสดกันมากขึ้น อโกด้า แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว จึงขอแชร์จุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนเที่ยวคนเดียวเป็นไอเดีย โดยสำหรับนักท่องเที่ยวไทย เมืองฮิต 3 อันดับแรกคือ โตเกียว โซล และสิงคโปร์ ตามลำดับ

3 เมืองยอดนิยม \'เที่ยวคนเดียว\' เฉลิมฉลอง \'วันคนโสด\'

พีรพล สง่าเมือง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย อโกด้า กล่าวว่า เราได้พูดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัวหรือเป็นกลุ่มมาตลอดปี และด้วยการที่ผู้คนออกเดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านๆ มาเราก็เห็นการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งการไป เที่ยวคนเดียว ถือเป็นหนึ่งในของขวัญหรือรางวัลที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้ตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจสถานที่ที่ไม่เคยไป สัมผัสวัฒนธรรมใหม่ หรือทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวเรามักต้องก้าวออกจากความคุ้นเคยเคยชิน แต่ผู้ที่ออกผจญภัยด้วยตัวเองมักจะได้รับรางวัลเป็นความทรงจำที่มีค่าที่สุดเสมอ

3 เมืองยอดนิยม \'เที่ยวคนเดียว\' เฉลิมฉลอง \'วันคนโสด\'

ในการพิจารณาว่าเมืองใดคือจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคน เที่ยวคนเดียว อโกด้าดูจากเมืองต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวผู้ที่ตัดสินใจเที่ยวคนเดียวเช็คอินเข้าพักในโรงแรมต่างๆ ในช่วงสุดสัปดาห์มากที่สุด ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 3 เมืองยอดนิยมแรกคือ โตเกียว กรุงเทพมหานคร และโซล ตามลำดับ

3 เมืองยอดนิยม \'เที่ยวคนเดียว\' เฉลิมฉลอง \'วันคนโสด\'

สำหรับนักท่องเที่ยวไทย 3 เมืองยอดนิยมแรก ได้แก่

1.โตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น

เมืองหลวงของดินแดนอาทิตย์อุทัยที่ดึงดูดคนเที่ยวคนเดียวด้วยประเพณีโบราณ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในเวลาเดียวกัน โตเกียวเต็มไปด้วยท้องถนนที่มีชีวิตชีวา ซึ่งมีวัดเก่าแก่มากมายให้สำรวจ นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหารอร่อยระดับโลกที่เสิร์ฟอาหารในห้องเล็กๆ ซึ่งออกแบบมาเฉพาะสำหรับการนั่งรับประทานอาหารคนเดียว และโรงแรมแคปซูลที่กว้างพอดีสำหรับหนึ่งคนนอนหลายแห่ง ที่นี่จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับคนเที่ยวคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นถนนชิบูย่าอันพลุกพล่าน ห้องโถงอาร์เคดที่ครึกครื้น หรือร้านอาหารท้องถิ่นเล็กๆ โตเกียวมีทุกอย่างที่นักผจญภัยคนเดียวทุกคนต้องการ

2.โซล, ประเทศเกาหลีใต้

โซลเป็นเมืองที่ผสมผสานประเพณีกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว คนเที่ยวคนเดียวสามารถไปเดินชมพระราชวังโบราณ ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ขณะเพลิดเพลินไปกับโซจู และเดินช้อปปิ้งต่อในย่านกังนัมได้อย่างสะดวกสบาย เมืองหลวงของเกาหลีใต้นี้ไม่เพียงแต่จะปลอดภัย แต่ยังขึ้นชื่อในเรื่องระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกันเป็นอย่างดี ทำให้การไป เที่ยวคนเดียว เป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็ทำได้

3.สิงคโปร์, ประเทศสิงคโปร์

สิงคโปร์ดึงดูดเหล่านักผจญภัยคนเดียวด้วยประเพณี และนวัตกรรมอันน่าทึ่ง เกาะที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้มีสมบัติทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงที่เที่ยวใหม่ๆ มากมายให้ค้นพบ นอกจากนี้ยังมีอาหารที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ตั้งแต่อาหารริมทางรสชาติอร่อย ราคาประหยัดในศูนย์อาหารที่พลุกพล่าน ไปจนถึงอาหารรสเลิศในร้านอาหารชั้นหนึ่งที่มีวิวเส้นขอบฟ้าอันงดงามของสิงคโปร์ ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยว สิงคโปร์ก็ยังเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองในสวน ด้วยสวนต่างๆ มากมาย เช่น Gardens by the Bay และป่าในร่มแห่งใหม่ และ Canopy Park ที่เพิ่งเปิดใหม่ใน Jewel Changi Airport เพิ่มความน่าสนใจให้ใครที่กำลังคิดอยากไปเที่ยวคนเดียว ความปลอดภัยและระบบขนส่งสาธารณะของสิงคโปร์ก็ดีมาก จึงไม่แปลกที่สิงคโปร์นั้นเหมาะสำหรับคนเที่ยวคนเดียว โดยเฉพาะมือใหม่กับมือใหม่หัดเที่ยวคนเดียว