Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

อำนาจของ ‘พุทโธ’ ล้างหัวใจให้สะอาด : โอวาทธรรม ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621551

อำนาจของ 'พุทโธ' ล้างหัวใจให้สะอาด : โอวาทธรรม 'หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร'

วันเสาร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

ภาวนา พุทโธ แล้วถ้าจําศีล บริจาคทาน เรือน ๓ ประการนี้เป็นเรือนใหญ่ อยู่ในดวงจิต หากว่าความทุกข์มาถึงแล้วเข้าไปหาเรือน มีที่พักนะ มีศีล มีกัลยาณธรรมนะ 

คนไหนไม่ภาวนาพุทโธ ไม่รักษาศีล ไม่บําเพ็ญทาน คนนั้นเป็นทุกข์ใหญ่ ไม่มีเรือนที่จะเข้าพึ่งพาอาศัย เหล่านี้ ราคะ โทสะมันร้อน คล้าย ๆ แดดเดือนห้านะ ต้องเข้าพักในต้นไม้ใหญ่ ต้นไม้ในที่นี้เปรียบเหมือน พุทโธ เข้าไปใต้ต้นไม้ได้รับอากาศมาสี่ทิศ สําราญใจ

เหตุนั้น…ขอให้ตั้งอกตั้งใจให้กับ พุทโธ พุทโธ ไม่ใช่ของหนักนะ โอปนยิโก น้อมพุทโธเข้ามาในดวงใจนะ ภาวนาบริกรรม พุทโธ พุทโธ นะ จิตลงสู่ภวังค์ 

ความสงบอันนี้เกิดมาจากพุทโธ เกิดมาจากการภาวนานะ สุขุมมากที่สุด บางคนขนพองสยองเกล้า บางคนตัวใหญ่ ปีตินะ บางคนตัวเล็ก หาตัวไม่เห็นนะ นี้เรียกว่า ปีติ พุทโธ อํานาจพุทโธ ล้างหัวใจให้สะอาด

โอวาทธรรมหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อสุภะ’ ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครกขังอยู่ภายในร่างกาย : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

Posted on December 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621387

'อสุภะ' ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครกขังอยู่ภายในร่างกาย : หลวงปู่แหวน สุจิณโณ

วันศุกร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.17 น.

ภายใต้หนังกำพร้าของคนเรามีแต่ความโสโครก น่าเกลียดน่าสะอิดสะเอียน มีอวัยวะภายใน เช่น ตับ ไต ไส้น้อย ไส้ใหญ่ กระเพาะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง น้ำดี อุจจาระ ปัสสาวะ เหงื่อไคล ขังอยู่ภายในร่างกาย โดยมีหนังกำพร้าห่อหุ้มอยู่ 

ถ้าลอกหนังออกจะเห็นร่างมีเลือดไหลโซมกาย เนื้อที่ปราศจากผิวหนังห่อหุ้มจะมองไม่เห็นความสวยสดงดงามเลย มองแล้วอยากจะอาเจียนมากกว่าน่ารัก ที่พอจะมองเห็นว่าสวยงามก็ตรงผิวหนังห่อหุ้มเท่านั้น

ผิวหนังนี้ก็ใช่ว่าจะเกลี้ยงเกลาเสมอไปไม่ คนเราต้องคอยอาบน้ำชำระล้างทุกวัน เพราะสิ่งโสโครกเหงื่อไคลภายใน หลั่งไหลออกมาลบเลือนความผุดผ่อง ของผิวกายอยู่ตลอดวัน ถ้าไม่คอยชำระล้างก็จะสกปรก เหม็นสาบน่ารังเกียจ ทางช่องทวารขับถ่ายอุจจาระปัสสาวะ ก็หลั่งไหลออกมาตามกำหนดเวลาของมันทุกวัน น่ารังเกียจ เลอะเทอะโสมม ซึ่งเจ้าของไม่ปรารถนาจะแตะต้อง ทั้งๆ ที่เป็นของในกายของตัวเอง 

ยิ่งพิจารณาไป คนเราก็คือส้วมเคลื่อนที่ หรือป่าช้าที่บรรจุซากศพเคลื่อนที่ และเป็นผีเน่าที่เดินได้ดีๆ นี่เอง

โอวาทธรรม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รู้ไว้ก่อนตาย! ‘หลวงปู่ดูลย์ อตุโล’ สอนเรื่อง ‘จิตก่อนตาย’ นั้นสำคัญมาก

Posted on December 13, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/621202

รู้ไว้ก่อนตาย! 'หลวงปู่ดูลย์ อตุโล' สอนเรื่อง 'จิตก่อนตาย' นั้นสำคัญมาก

วันพฤหัสบดี ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

เรื่องจิตก่อนตายนั้นสำคัญมากหากเวลาดับจิต หากจิตดีก็ได้ไปที่ดีๆ หากจิตหมอง จิตร้ายก็จะไปสู่อบายภพที่ร้อนร้ายในทันใด ซึ่งจิตก่อนตายนี้เป็นของไม่แน่นอน บังคับไม่ได้ แล้วแต่วาระหรือกรรมจะพาให้เป็นไป 

ด้วยเหตุนี้บางคน แม้เคยทำบุญมามากต่อมากแต่ตายไปกลับไปตกนรกทั้งนี้เป็นเพราะจิตหมองก่อนตาย บางคนแม้จะทำบาปทำกรรมมามากมาย แต่ตายไปกลับไปอยู่บนสวรรค์ ทั้งนี้ เพราะเกิดจิตใสตอนดับจิต กรณีทั้งสองแบบ ล้วนมีบันทึกไว้ในพระไตรปิฏกมาแล้วทั้งสิ้นแต่สำหรับคนที่เคยฝึกจิตมาก่อนวินาทีที่รู้ตัวว่า อย่างไรเสียจะต้องตายหรือดับจิตลงไปแน่ๆ หากทำเป็น ก็อาจพลิกจิตยกขึ้นสู่ภูมิสูงไปสู่สุคติ หรืออริยะไปสุคติภพ หรืออริยภูมิเลยก็ได้

สำหรับวิธีตกกระไดพลอยกระโจน (สู่สุคติภพหรืออริยภูมิ) ของพระราชวุฒาจารย์ หรือหลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม สุรินทร์ ก็คือ ปล่อยวางทั้งอดีต อนาคต และปัจจุบัน อยู่กับความไม่มีไม่เป็น ว่าง สว่าง บริสุทธิ์ หยุดการปรุงแต่ง หยุดการแสวงหา หยุดกิริยาจิต ไม่มีอะไรเลยไม่ยึดถืออะไรสักอย่าง

พระอริยเจ้ามีจิตไม่ส่งออกนอกจิตไม่หวั่นไหว จิตไม่กระเพื่อมมีสติอย่างสมบูรณ์เป็น วิหารธรรมมีสติอย่างสมบูรณ์ เป็นเครื่องอยู่วิธีทำหยุดคิด อย่าส่งจิตออกนอกมีสติอย่างสมบูรณ์เป็นเครื่องอยู่แต่เรื่องของการพลิกจิต ช่วงสุดท้ายนี้ หลวงปู่ดุลย์ท่านว่าบุคคลนั้นๆต้องเคยฝึกมาก่อนจึงจะทำได้จริง พอดี…”

พระราชวุฒาจารย์ หรือ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ : ปกิณกธรรม ‘หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต’

Posted on December 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620920

อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ : ปกิณกธรรม 'หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต'

วันพุธ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…อิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง นอน นั้นนะสร้างบุญขึ้นมาได้ เช่น เราเดินไปก็ระลึกพุทโธไป เรานั่งอยู่ก็ระลึกพุทโธ เรานอนอยู่ก็ระลึกพุทโธ พยายามทำให้มันติดต่อ ทำการทำงานก็ระลึกพุทโธอยู่ อย่างท่านฯ ไปสอนชาวบ้านนอกนะ ถึงฤดูทำไร่ เขาไปดายหญ้า สับจอบสับเสียมลงดิน ก็ให้ระลึกพุทโธ เวลาเกี่ยวข้าวก็เหมือนกันแหละ เกี่ยวกอหนึ่งก็พุทโธ เกี่ยวกอสองก็พุทโธ หมายความว่า งานที่เราทำก็ได้ บุญเราก็ได้ อันนี้เป็นลักษณะของบุคคลผู้มีปัญญา ทำการงานทุกอย่าง อย่าทิ้งพุทโธ เพราะเหตุไร เพราะว่าบุญเกิดทางใจ

บุญนั้นไม่ได้เกิดแต่การบริจาคทานอย่างเดียว บุญเกิดจากการรักษาศีล บุญเกิดจากการภาวนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเจริญภาวนา เป็นบุญที่สามารถทำได้ไม่เลือกบุคคล ไม่ว่าจะเป็นคนแก่คนเฒ่าหรือเด็ก หญิงหรือชาย หรือคนเจ็บป่วยก็ตาม สามารถทำได้

คนที่มีสติปัญญา ยืน เดิน นั่ง นอน ก็เป็นบุญแล้ว ทำการทำงานก็เป็นบุญ ทุกสาขาอาชีพที่เป็นอาชีพบริสุทธิ์ ถ้าเราระลึกพุทโธคราวใด บุญก็เกิดขึ้นคราวนั้น ไม่ต้องหาไกล คนมีปัญญาไม่ต้องหาไกล หาอยู่ในกาย หาอยู่ในวาจา หาอยู่ในจิต

ศาสนานั้นอยู่ในธาตุ 4 ขันธ์ 5 อายตนะ 6 ท่านฯ บอกว่า มีกล่าวไว้ในคัมภีร์วินัย ขันธปัญญธาตุ อายตนะอยู่ที่ไหน ไม่ใช่อยู่ในตัวเราหรอกหรือ เพราะเหตุนั้นศาสนาจึงอยู่ในตัวเรา สมบูรณ์แบบไม่บกพร่อง นอกจากเราจะเสริมสร้างให้มัน เพื่อให้เรารู้จักศาสนาในตัวของเรา นี่คือบุคคลผู้ที่เป็นพุทธแท้ ท่านบอกอย่างนั้น

ศาสนายังแบ่งออกเป็นศาสนาภายนอกและศาสนาภายใน ศาสนาภายนอก คือ พระสงฆ์ สามเณร วัด กุฎี วิหาร ศาลาการเปรียญ เจดีย์ เป็นต้น ส่วนศาสนาภายใน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา มันมีอยู่แล้ว ตั้งอยู่ในบุคคล แต่บุคคลไม่รู้ว่า อะไรคือศาสนาภายนอก ภายใน การบำรุงพระพุทธศาสนาเราจะต้องบำรุงไปพร้อมกัน ภายนอกก็บำรุง ภายในก็บำรุง ถ้าเราจะบำรุงแต่ภายนอก ทิ้งภายในเสีย เราก็ไม่รู้จักศาสนาอยู่ในตัวเราเอง

อุปมาเปรียบเหมือน ทุกคนมีสองขา ขาหนึ่งมัดติดไว้เสียไม่ใช่ หมายความว่า เราเดินได้ แต่ไม่สะดวก นั่นคือรักษาแต่ศาสนาภายนอก ศาสนาภายในไม่รักษา เหมือนกันกับรักษาศาสนาภายใน ภายนอกไม่รักษา ก็เปรียบเหมือนมีสองขา แต่ใช้ขาเดียว เพราะฉะนั้นการบำรุงศาสนา จึงต้องบำรุงไปพร้อมกัน ทั้งศาสนาภายนอกและศาสนาภายใน ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนา ส่วนมากจะไม่เข้าใจอย่างนี้ ท่านจึงว่า ทำอะไรให้มีสติปัญญา…”

จากเกร็ดประวัติและปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต จากหนังสือ “รำลึกวันวาน” โดยหลวงตาทองคำ จารุวัณโณ   –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สงบจริงๆนั้นไม่มีอะไรเลย แต่รู้สึกตนว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องในที่นั้นนั่นล่ะความสงบแท้ : ‘หลวงปู่เทสก์’

Posted on December 9, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620675

สงบจริงๆนั้นไม่มีอะไรเลย แต่รู้สึกตนว่าไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องในที่นั้นนั่นล่ะความสงบแท้ : 'หลวงปู่เทสก์'

วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

“…พากันตั้งใจฝึกหัดปฏิบัติตามความสามารถของตน ถ้าหากคนเราไม่ปฏิบัติธรรมะ ก็จะไม่รู้จักธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า ความสุขอันใดจะเสมอเหมือนความสงบไม่มี คำนั้นเป็นคำจริง ถ้าหากปฏิบัติไม่ถึง พอจะเดาๆ คิดนึกเอาเฉยๆ ก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง อันความที่จะเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้าจริงๆจังๆ นี่เป็นของยากมาก ถึงหากเราเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ถ้าหากปฏิบัติลงไปถึงตรงนั้นแล้วจะเชื่อขึ้นมา อ๋อ! ตรงนี้หรอกคำที่พระพุทธเจ้าทรงเทศนาไว้นั้นว่ามีความสุข ความสงบ อย่างนี้เป็นต้น

ความสงบนั้นมันมีจากไหน คนเราโดยส่วนมากมันยุ่งมันวุ่นวายสารพัดทุกสิ่งทุกอย่าง แส่ส่ายไปในที่ต่างๆ มันหาความสงบไม่ได้ เหตุนั้นคนที่เชื่อว่า ความสงบเป็นความสุข จึงค่อยมีน้อยนัก เพียงแต่เดาๆ คิดๆ นึกๆ ไปเฉยๆ ที่จะให้ถึงความสงบจริงๆจังๆ มันต้องละทุกสิ่งทุกประการ อารมณ์ทั้งปวงวุ่นวี่วุ่นวายอยู่ในใจของตนหายหมด ไม่มีเกี่ยวข้อง ถึงซึ่งความสงบจริงๆจังๆ ถ้ายังไปเกี่ยวข้องเรื่องต่างๆอยู่ มันยังไม่ถึงความสงบขึ้นมาได้ ความตรงนี้ล่ะ ที่ไม่เชื่อพระพุทธเจ้า ไม่เชื่ออย่างจริงๆจังๆ เราฝึกหัดนี้ฝึกหัดหาความสงบ ทุกอย่างทุกประการที่อบรมมาก็เข้าหาความสงบอย่างเดียว ความไม่สงบมันมีมาก อย่างเราตั้งแต่เกิดขึ้นมาก็หาความสงบไม่ได้ จนกระทั่งวันหนึ่งๆ ๒๔ ชั่วโมงจะเอาความสงบจริงๆจังๆ สัก ๕ นาทีก็ยังดี ๑๐ นาทีก็ยังดี นั่นล่ะเห็นแจ้งความจริงของพระพุทธเจ้าที่ทรงเทศนาไว้จริงในใจของเราเลย

การฝึกหัดในทางพุทธศาสนา จะหัดวิธีใดก็ตาม ถึงกัมมัฏฐานจะหัดต่างครูต่างอาจารย์ก็ตาม ก็ลงสู่ความสงบอันเดียวกัน อย่างเขาหัดยุบหนอพองหนอก็ดี สัมมาอรหังก็ดี อานาปานสติ มรณสติอะไรก็ดี คือให้เข้าถึงความสงบนั่นเอง แต่แท้ที่จริงเมื่อถึงความสงบแล้ว ไม่รู้จักความสงบซ้ำอีก ยังหาว่าความสงบเป็นความโง่ไปโน่นซ้ำอีก ความโง่อย่างนี้เคยไหม? หัดให้ถึงความโง่อันนี้ ไม่ถึงความโง่ไม่ได้ความฉลาดหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างให้มันเสียก่อนนั่นแหละ มันไม่ฉลาดก่อนหรอก ความสงบ จึงว่า เป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ที่เราปฏิบัตินั่นจะใช้อุบายแยบคายใดก็เอาเถอะ ที่ฟังเทศน์ฟังธรรมฟังอุบายจากครูบาอาจารย์ ทุกสิ่งทุกประการนั้นเรียกว่า อุบาย ครั้นเมื่อเข้าถึงความสงบแล้วนั้นเป็น แยบคาย

“แยบคาย” กับ “อุบาย” นั้นมันต่างกัน แยบคายนั้นใครสอนไม่ถูกรู้เฉพาะตนเองเป็นแยบคาย เข้าถึงความสงบแล้วนั่นแหละเป็นแยบคายของเรา แยบคายนั้นเมื่อถึงความสงบแล้ว เราจะเอามาสอนคนอื่นว่า ต้องทำอย่างนั้นๆ มันจึงเข้าถึงความสงบ อันนั้นเป็นอุบายอีก แยบคายแล้วมาเกิดเป็นอุบายของคนนั้น สอนคนอื่นต่อไป คนอื่นได้ฟังอีกก็เป็นอุบาย ครั้นเมื่อฝึกฝนอบรมเข้าถึงความสงบจริงๆ จังๆ เป็นแยบคายของแต่ละคน แยบคาย ก็คือ ตัวปัญญานั่นเอง จึงว่าพระพุทธศาสนานี้สอนให้เข้าถึงความสงบเสียก่อน จึงเรียกว่า สมถะ ถ้าไม่เกิดสมถะ ก็ไม่มี ปัญญา สมถะคือความสงบ ความสงบเกิดขึ้นมาในใจของตน มองเห็นหมดทุกสิ่งที่มันไม่สงบนั่น โทษของความไม่สงบเห็นที่นี่ เห็นแจ้งประจักษ์ในใจของตนเลย ชัดขึ้นมา นั่นล่ะคือตัว ปัญญา

ถ้าไม่เข้าถึงความสงบจิตใจยังฟั่นเฝืออยู่ จิตใจยังกระวนกระวายเกี่ยวข้องอยู่ถึงชัดถึงจริงก็ไม่เป็นของชัดด้วยตนเอง มันยังปะปนด้วยอารมณ์ต่างๆ ด้วยกิเลสทั้งปวง จึงต้องกระสับกระส่ายอยู่ร่ำไป เมื่อเข้าถึงความสงบนั่นเป็นต้น ชัดด้วยตนเองเลยที่เดียว อ๋อ!…อย่างนี้หรอกความความสงบ ที่ท่านว่า “ความสงบหาความสุขอันใดเสมอไม่ได้” มันอย่างนี้เอง ถ้าพูดโดยอนุมาน เมื่อไม่มีสิ่งใดๆ ทั้งปวงหมดมาเกี่ยวข้องกับจิตแล้ว มันจะมีอะไรเหลือในที่นั้น? มันก็ไม่มีอะไรน่ะสิ อันที่มีสิ่งต่างๆ เกี่ยวข้องนั้น จิตมีสิ่งต่างๆ นั้นเรียกว่ามันไม่สงบ ไม่เห็นความสงบ

สงบจริงๆนั้น ไม่มีอะไรเลย แต่รู้สึกตนว่า ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องในที่นั้น นั่นล่ะความสงบแท้ แต่ว่าอันนี้พูดให้ฟังเพื่อเป็นอุบาย ถ้าคนใดเข้าถึงความสงบแล้ว เห็นด้วยตนเองเลย คราวนี้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนไม่ว่าจะพูดจะคุยอะไรต่างๆ มองเห็นความสงบอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ในขณะนั้นจะไม่ได้ความสงบอย่างเต็มที่ มันก็คิดถึงความสงบ ระลึกถึงความสงบ เห็นความสงบอยู่ตลอดเวลา หากได้โอกาสเวลาว่างๆ เราทำความเพียร เดินจงกรม นั่งภาวนาก็ดี มันสงบ ยังเหลือแต่จิตอันเดียว ไม่มีสิ่งเกี่ยวข้อง มันก็สุขน่ะซีตรงนั้น มันไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง มันก็สุขนะซี คนที่ไม่เคยละสิ่งที่เกี่ยวข้อง เลยไม่เห็นความสุข เห็นว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องน่ะเป็นความสุขความสบาย โน่นละไปโน่นอีก มันยากที่รู้จักธรรมเห็นธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า

เหตุนั้น จึงว่าตั้งใจปฏิบัติไปเถิดไม่เป็นไรหรอก เราปฏิบัตินี่ถูกต้องแล้ว ปฏิบัติมุ่งหาความสงบนั้นถูกแล้ว ความไม่สงบมันมากมาย มันเป็นเองหรอก ความไม่สงบน่ะ มันเป็นตามเรื่องตามราวของมัน ของไม่สงบนั่นมันหากมีในนั้น ฉะนั้นสิ่งที่มันสงบน่ะมันหายาก สิ่งที่ไม่สงบน่ะมันหาง่าย ไปที่ไหนๆ ก็พบหรอกความไม่สงบเหตุนั้น ในชีวิตอันนี้ ขอให้ได้ความสงบสักพักหนึ่งเถิดในวันหนึ่งๆ ขอให้ได้ความสงบสักพักหนึ่ง ก็นับว่าดีอักโขแล้ว เอาละ…” 

โอวาทธรรม พระราชนิโรธรังสี (หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘พระเนมิราชออกบวช’ : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620174

'พระเนมิราชออกบวช' : หลวงพ่อวิชัย เขมิโย วัดถ้ำผาจม

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“พระครูเกษมวรกิจ” หรือ “หลวงพ่อวิชัย เขมิโย” เจ้าอาวาสวัดถ้ำผาจม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมตตาให้หลักธรรมแก่ญาติโยมที่ไปถวายสังฆทานที่สำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานพุทธเกษตรดินแดนสุขาวดี คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี และในวันนั้นมีสามีภรรยาคู่หนึ่งปุจฉากับหลวงพ่อวิชัยว่า “เมื่อลูกที่ยังเล็กอยู่โต ก็จะออกบวชด้วยกันทั้งสองสามีภรรยา จะทำได้หรือไม่” ด้วยเหตุนี้ หลวงพ่อวิชัย จึงเมตตาวิสัชนาโดยยกตัวอย่าง “พระเนมิราชออกบวช” ดังนี้ 

“เมื่อตั้งความดำริไว้ เมื่อถึงจุดนั้น เหมือนเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เราจะรู้ว่าเมื่อไหร่เราแก่ นี่จะบอกให้ช่างผม ถ้าผมฉันหงอกเส้นเดียวให้บอกฉันหน่อยน่ะ ถ้าผมหงอกเส้นเดียว ความแก่ก็ครอบงำแล้ว เหมือนพระเนมิราช มอบทรัพย์สมบัติให้ข้าทาสบริวารเยอะๆ ให้กุลบุตร กุลธิดาหมด ก็โอ้! ความแก่ครอบงำเราแล้ว พระองค์ก็เสด็จออกบวชอยู่ในป่าหิมพานต์ ก็คือ พระพุทธเจ้าในชาตินี้ก็เป็นพระเนมิราช แต่พวกเรานี่ ไม่ใช่เส้นเดียวหรอก เต็มศรีษะแล้ว ก็ยังว่าตัวเองยังไม่แก่สินั่นน่ะ ก็ไปหายาย้อมผมมาดับอยู่ ยังประมาท ผู้มาบวช นี่ผู้ไม่ประมาท! ผมหงอกเส้นเดียวน่ะ โอ้ย!ความแก่เขาครอบงำแล้ว 

พระเนมิราช ร่ำรวยกว่าพวกเราขนาดไหน ท่านก็ออกบวช พวกเราลองคิดดู เราจะอยู่เฝ้าเอาโลกไม่ได้หรอก ถึงเวลา ก็ดำริไว้ว่า สักวันหนึ่งจะเป็นของเราแน่นอน “ดำริ” คือ คิดไว้ว่า โอกาสนี้ต่อไปนี้ข้าพเจ้าจะพยายาม เมื่อแก่ก็บวช นี่คือ “ดำริไว้ ตั้งใจไว้” รักษาดำริไว้ คือ ตั้งใจไว้ สักวันหนึ่งความตั้งใจของเราจะประสบความสำเร็จ เราตั้งใจไว้ เหมือนเราตั้งนาฬิกาปลุกไว้ เมื่อถึงเวลาแล้วก็ไป 

แต่คนจะคิดอย่างนี้ ก็ไม่ค่อยมีน่ะ คิดว่าโลกนี้มันน่าอยู่ ยังรื่นเริงบันเทิงใจอยู่ น่าอยู่ ที่เราคิด (ออกบวช) อย่างนี้ก็แสดงว่า มีของเก่าของเราบันดาลให้คิดอย่างนี้ ก็ให้นั่งพิจารณาทุกวัน การนั่งพิจารณาทุกวันคือ คิดสะสมๆ ว่า สักวันหนึ่ง สักวันเราต้องออกบวช เพราะเรามองเห็นว่า ไม่มีอะไรเป็นของเรา แต่เมื่อเราสร้างภาระขึ้นมาแล้ว ต้องให้หมดภาระก่อน เราถึงจะออกบวชได้ พระพุทธเจ้าจึงให้ออกบวชได้ แต่ต้องหมดภาระ ทุกสิ่งอย่างเขาสร้างของเขามา เขาก็ดูแลกัน น้องอยู่บ้านนอก เคยเห็นกบ เห็นอึ่งมันไข่ไหม ไข่แล้วไปดูไหม ไปดูตอนที่ลูกมันออกมาได้ไหม แน่ะ! แม่มันไข่ทิ้งไว้แล้ว อึ่งอ่างเหมือนกัน กบเหมือนกัน เขียดเหมือนกัน ไข่ทิ้งแล้ว มันไม่สนใจอะไรเลย ลูกมันเกิดมาก็เป็นกบ เป็นเขียด เป็นอึ่งอ่างกันไป คือ ธรรมชาติมันสร้างของมันมาอย่างนั้น 

เหมือนคนเราเหมือนกันต้องคิดอย่างนั้น แต่ไม่ใช่เราจะอย่างนั้นน่ะ แต่เมื่อเขามีครอบมีครัวแล้วก็เอ่อ เราก็ไม่ต้องช่วยอะไรเขาหรอก เราช่วยเขามาเต็มที่แล้ว พระพุทธเจ้าสรรเสริญ เหมือนอึ่งอ่าง เหมือนกบ ไข่แล้วทิ้งหมด กบ เขียด มันไข่ทิ้งหมด ลูกมันก็เลี้ยงตัวเองจนโต ธรรมชาติทุกอย่างเป็นเช่นนั้น ถ้าเราไม่เข้าข้างตัวเอง” 

สำหรับประวัติของ “พระเนมิราช” ในพระไตรปิฎกเขียนไว้ว่า พระมหากษัตริย์พระองค์หนึ่ง พระนามว่า มาฆะเทวะ (อดีตชาติของพระเนมิราช) รับสั่งให้ช่างตัดพระเกศาทูลพระองค์ทันทีที่เห็นพระเกศาหงอกขาว เมื่อช่างเห็นพระเกศาหงอกเป็นเส้นแรกจึงทูลพระองค์ให้ทรงทราบ พระเนมิราชจึงทรงสละราชสมบัติออกไปผนวชเป็นฤาษี และมีรับสั่งให้พระโอรสประพฤติตามพระองค์โดยเมื่อเกศาแรกหงอก ให้ออกบวช 

เมื่อมาฆะเทวะสิ้นพระชนม์ได้ประสูติใหม่ในเทวโลก และได้ทอดพระเนตรลงมาเห็นลูกหลานของพระองค์ว่า มีการประพฤติตามอย่างพระองค์สืบต่อมาตามที่ได้รับสั่งไว้ เมื่อ“มาฆะเทวะ” สิ้นบุญในชั้นเทวโลก จึงจุติลงมาเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในราชวงศ์เดิม มีพระนามว่า “เนมิราช” หรือ พระเจ้าเนมิราช โดยทรงปกครองไพร่ฟ้า จนกระทั่งพระอินทร์ หรือ ท้าวสักกะจอมเทพ อัญเชิญให้เสด็จไปเที่ยวท่องสวรรค์และนรกด้วยราชรถวิเศษ มีช่างตัดพระเกศากลับชาติมาเกิดเป็นสารถีขับราชรถวิเศษพาไปยังสวรรค์และนรก 

สำหรับ “มาฆเทวะ” หรือ “เนมิราช” นั้นคืออดีตชาติหนึ่งของ “องค์สมณโคดมบรมครู” ส่วนช่างตัดพระเกศา ที่กลับชาติมาเกิดเป็นสารถีนั้น เป็นอดีตชาติหนึ่งของ “พระอานนท์” ซึ่งเป็นสหชาติกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้องพยายามระลึกถึงภัยที่จะเข้ามาหาเรา คือ ความตาย : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 7, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/620007

ต้องพยายามระลึกถึงภัยที่จะเข้ามาหาเรา คือ ความตาย : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.08 น.

“… ต้องพยายามระลึกถึงภัยที่จะเข้ามาหาเรา คือ ความตาย พยายามเจริญมรณานุสติอยู่เรื่อยๆ ไปเยี่ยมดูคนตายอยู่เรื่อยๆ เมื่อเช้านี้ไปบิณฑบาต บ้านหนึ่งเขาบอกว่าลูกเขาอายุ ๓ – ๔ ขวบมั้ง ใส่บาตรก็เกือบทุกอาทิตย์ วันเสาร์อาทิตย์เขาก็จะมาใส่บาตรกัน แล้วก็มีลูก ๒ คน คนโตคนเล็ก อายุไร่เรี่ยกัน คนหนึ่งอ่อนกว่าสักปีหนึ่ง 

วันนี้เหลือคนเดียว วันนี้เขาบอกว่าคนโตตายไปแล้ว ไปเข้าโรงพยาบาลติดเชื้ออะไรในปอดหรือในเลือดก็ไม่ทราบ ๕ วันก็ตาย นี่เด็กอายุไม่กี่ขวบ ๔ – ๕ ขวบเท่านั้นเอง ปุ๊บปั๊บก็ตายได้ ให้คิดอย่างนี้ เราจะได้เห็นภัยเห็นโทษแล้วจะเห็นทุกข์ แล้วจะทำให้เรามี ฉันทะ วิริยะ ที่จะหมั่นปฏิบัติให้มากขึ้น…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่มั่น’ เกิดปุพเพนิวาสานุสสติญาณคือรู้อดีตชาติ เกิดนิมิตภาพลูกสุนัขกินนมแม่

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619762

'หลวงปู่มั่น' เกิดปุพเพนิวาสานุสสติญาณคือรู้อดีตชาติ เกิดนิมิตภาพลูกสุนัขกินนมแม่

วันพฤหัสบดี ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

เรื่อง “เหตุที่หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ถอนปรารถนาพุทธภูมิ เพราะท่านเกิดสลดสังเวชในอดีตชาติ แม้ท่านจะเคยบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มามากเพียงใด ถึงกระนั้นท่านก็เคยเกิดเป็นสุนัขขี้เรื้อนถึง 500 ชาติ” (ปกิณกธรรมของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) การระลึกชาติของหลวงปู่มั่น ครั้นเกิดในสมัยพุทธกาล

“…ขณะนั้นจิตมีปีติซาบซ่านเข้าถึงเอกัคคตาญาณ กายเบาจิตใจมีความสงบระงับ จิตเดินเข้าสู่ปฐมฌาน ทุติยฌาน และจตุตถฌานโดยลำดับ พักอยู่ในจตุตถฌานนานพอควรแล้วถอยออกมาจนถึงปฐมฌานจึงหยุด ในลำดับนี้หลวงปู่มั่นท่านว่าเกิดปุพเพนิวาสานุสสติญาณ คือรู้อดีตชาติ เกิดนิมิตภาพลูกสุนัขกินนมแม่

หลวงปู่มั่น รู้ด้วยใจว่า ลูกสุนัขก็คือตัวท่านเองในอดีตชาติที่เกิดเป็นสุนัขนับชาติไม่ถ้วน สาเหตุมาจากลูกสุนัขมีความพอใจในอัตภาพของมัน จึงส่งผลให้เกิดเป็นสุนัขจึงติดอยู่ในภพนี้หลายชาติ สร้างความสลดสังเวชให้กับท่านเป็นอย่างมาก จากนั้นหลวงปู่มั่นได้ค้นลงหาถึงต้นสายปลายเหตุพบว่า “เราปรารถนาพระสัมมาสัมโพธิญาณ” จากนั้นภาพในอดีตชาติสมัยพุทธกาล หลวงปู่มั่นเกิดเป็นเสนาบดีได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าศากยมุนีขณะที่พระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนาถึงมหาสติปัฎฐานสูตร 

หลวงปู่มั่นได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าเบื้องพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าว่า “ขอให้ข้าพเจ้าพึงได้เป็นพระพุทธเจ้าเช่นพระองค์เถิด” นับจากวาระจิตนั้นหลวงปู่มั่นดำรงอยู่โพธิสัตว์ธรรมบำเพ็ญพระโพธิญาณมาหลายร้อยชาติ เมื่อได้ปุพเพนิวาสานุสสติญาณทำให้หลวงปู่ระลึกถึงชาติภพต่างๆ มาพอสมควรเห็นความน่ากลัวของสังสารวัฏ และหากปรารถนาจะบรรลุพระนิพพานในชาตินี้จะต้องละเสียจากพระโพธิญาณ

ก่อนที่หลวงปู่มั่นจะตั้งจิตถอนจากโพธิญาณ ท่านได้เดินสมาธิเฝ้าย้อนรำลึกในอดีตชาติว่า ท่านเพิ่งจะเริ่มตั้งจิตปรารถนาต่อพุทธภูมิต่อหน้าพระพักตร์พระพุทธเจ้าศากยโคดมเท่านั้น เส้นทางบำเพ็ญเพียรเพียงแค่กึ่งพุทธกาล อีกทั้งในอดีตชาติที่ผ่านมา ท่านระลึกได้ถึงความยากลำบากของการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฎ 

ท่านสลดสังเวชแม้ท่านจะบำเพ็ญบารมีเพียงใดยังเคยเกิดเป็นหมาขี้เรื้อนถึง 500 ชาติทำให้หลวงปู่มั่นมองดูสรรพสัตว์ในสังสารวัฎที่ยังคงหลับไหล เขาเหล่านั้นยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นไรเมื่อสิ้นชีวิตลงไป 

ครั้นหลวงปู่มั่นจะละถอนจากโพธิญาณก็ให้สงสารสัตว์เหล่านั้น แต่เมื่อมองดูท่ามกลางสรรพสัตว์ทั่วไตรภพ ยังมีขบวนพระมหาโพธิสัตว์มีจำนวนมากที่ได้พยากรณ์จากพระพุทธเจ้าว่าเป็นนิตยโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ที่จักได้รับการบรรลุธรรมเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต) และยังมีพระโพธิสัตว์อีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการพยากรณ์อยู่ในสังสารวัฎ เพื่อบำเพ็ญบารมีช่วยขนสรรพชีวิตให้พ้นทุกข์ เมื่อพิจารณาดังนี้หลวงปู่มั่น จึงอธิษฐานจิตละจากพระโพธิญาณ (ถอนปรารถนาพุทธภูมิ)…”

(ที่มา : หนังสือ “หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต : ประวัติ ข้อวัตรและปฏิปทา” โครงการหนังสือบูรพาจารย์เล่ม ๑)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ผู้กระทำบาปนี้ถือว่าเป็นผู้ต่ำต้อย’ โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619520

'ผู้กระทำบาปนี้ถือว่าเป็นผู้ต่ำต้อย' โอวาทธรรม พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.31 น.

“…เพียงรักษาศีล ๕ ข้อเท่านั้นเองเราก็ปลอดภัยแล้ว อย่าทำบาปไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลัง ให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ตลอดเวลา การรักษาศีลก็ไม่ยากหรอกถ้าเรามีความตั้งใจ และถ้าเรามีหิริโอตตัปปะ หิริคือความอาย โอตตัปปะคือความกลัว กลัวผลของบาป อายผลของบาปที่จะเกิดขึ้น เวลาเราทำบาปนี้เรามักจะไม่อยากให้ใครรู้ใช่ไหม เพราะเราอาย เพราะเรารู้ว่าคนทำบาปนี้จะถูกประณามว่าเป็นคนไม่ดี ไม่มีใครอยากจะถูกประณามว่าเป็นคนไม่ดี 

ดังนั้น เราต้องมีความอายในตัวเรา เราไม่อยากจะให้คนอื่นเขาดูถูกเราประณามเราว่าเราเป็นคนไม่ดี เราก็ต้องไม่ไปทำบาป ถ้าเราไม่ทำบาปแล้วไม่มีใครจะมาว่าเราไม่ดีได้ ไม่มีใครจะมาประณามว่าเราเป็นสัตว์ได้ใช่ไหม คนเราชอบด่ากัน ชอบเรียกว่าเป็นหมาบ้าง เป็นแมวบ้าง เป็นตัวเงินตัวทองบ้าง เพราะเขาชอบประณามกัน แต่ถ้าเราไม่ได้ทำบาปแล้ว ต่อให้เขาด่ายังไงว่ายังไงเราก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า แล้วเราจะไม่หวั่นไหวไม่เดือดร้อน 

ส่วนโอตตัปปะ ก็คือให้รู้ว่าผลของการกระทำบาปจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา กับดวงวิญญาณของเราหลังจากที่ตายไปแล้ว พอเรารู้ว่าเราอาจจะต้องไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปเป็นเปรตเป็นอสูรกาย หรือไปนรก เราก็จะไม่กล้าทำบาปขึ้นมา ดังนั้นขอให้เราระลึกถึงผลของการกระทำบาป ระลึกถึงความไม่สวยงามของผู้กระทำบาป ผู้กระทำบาปนี้ถือว่าเป็นผู้ต่ำต้อย เป็นเหมือนกับสัตว์เดรัจฉาน 

ถ้าไม่อยากจะลดฐานะของเราจากการเป็นมนุษย์ไปสู่การเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือเป็นเปรต ก็อย่าทำบาปกัน ถ้าเรามีหิริโอตตัปปะการละบาปนี้จะไม่ยากเลย ทุกครั้งที่เราจะทำบาปเราก็จะต้องถามตัวเองว่าเราพร้อมที่จะลดฐานะเราลงจากมนุษย์ไปเป็นเดรัจฉานหรือ พร้อมที่จะไปเป็นเปรตแล้วหรือ พอคิดอย่างนี้แล้วก็ไม่ทำบาปดีกว่า ไม่ทำบาปก็ไม่ตาย อยู่ได้ คนเราไม่โลภซะอย่าง พอมีพอกินก็อยู่ได้แล้ว สมบัติมีอยู่เท่าไหร่ตายไปก็เอาไปไม่ได้อยู่ดี สู้เอาศีลธรรมไปดีกว่า เอาศีลธรรมไปก็ไม่ต้องไปเกิดในอบาย…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๓๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สัมมาชีพของนักบวชก็คือการบิณฑบาตเลี้ยงชีพ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

Posted on December 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/619275

สัมมาชีพของนักบวชก็คือการบิณฑบาตเลี้ยงชีพ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.26 น.

“ตอนที่พระพุทธเจ้าแสดงมรรค ๘ นี้ท่านแสดงให้กับพระ ๕ รูป พระปัญจวัคคีย์ ก็ท่านจะแปลสัมมาชีพในตอนนั้นเป็นของนักบวชก็คือการบิณฑบาตนี้แหละเป็นสัมมาชีพ การเลี้ยงชีพของพระ พุทธเจ้าบอกให้บิณฑบาต อย่ารอให้ญาติโยมนำกับเข้ากับปลามาถวายที่วัด เพราะจะทำให้ขี้เกียจให้ไปบิณฑบาตจะได้ขยัน

ท่านสอนเรื่องบิณฑบาตนี้อยู่ ๓ แห่งด้วยกัน สอนในเวลาพระบวชใหม่ เรียกว่ากิจของพระที่บวชใหม่พึงกระทำก็คือให้บิณฑบาตเลี้ยงชีพตลอดชีวิต ตลอดชีวิตนะ แล้วท่านก็สอนในธุดงควัตร เพราะธุดงค์ก็คือการปฏิบัติที่จะช่วยเสริมในการบรรลุธรรม ให้เร็วขึ้น ก็มีการบิณฑบาตเป็นวัตรแล้วท่านก็ปฏิบัติเอง ๑ ในพุทธกิจ ๕ ก็คือการออกบิณฑบาต 

พระพุทธเจ้าทรงให้ความสำคัญต่อสัมมาชีพของพระมาก คือการบิณฑบาต ไม่ได้สอนว่าเดี๋ยวรับกิจนิมนต์นะ ไปฉันที่โน่นฉันที่นี่ หรือเดี๋ยวรอให้ญาติโยมทำกับข้งกับข้าวมาที่วัดนะ หลวงพี่ไม่ต้องไปไหนหรอก หลวงพี่นั่งเฉยๆ เดี๋ยวเขาก็จัดมาให้กินแล้ว ท่านไม่ได้สอนอย่างนั้น ท่านสอนบอกให้บิณฑบาตเลี้ยงชีพ ครูบาอาจารย์ท่านถึงเห็นว่าการบิณฑบาตนี้เป็นภารกิจสำคัญ

อย่างหลวงปู่มั่นนี้ท่านบิณฑบาต จนกระทั่งวาระสุดท้ายจนท่านไม่สามารถบิณฑบาตได้ ตอนที่ท่านเริ่มป่วยท่านเดินไปไม่ถึงหมู่บ้าน ท่านก็เดินไปแค่ครึ่งทาง ชาวบ้านก็ออกไปมาใส่ครึ่งทาง พอต่อมาไปไม่ถึงครึ่งทางไปแค่ประตูวัด ชาวบ้านก็ไปใส่ที่ประตูวัด พอไปไม่ถึงประตูวัดก็บิณฑบาตบนศาลา พอบิณฑบาตบนศาลาไม่ไหวก็ยุติกัน นั่นแหละความสำคัญของบิณฑบาตหลวงปู่มั่นท่านให้ความสำคัญมาก เจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไร ถ้าไปได้ก็ไป ถ้าไม่ไปก็เฉพาะเวลาอดอาหารเท่านั้น 

ถ้าอดอาหารก็ไม่ต้องไปบิณฑบาต เพราะไม่รู้จะบิณมาทำไม ในเมื่อไม่ฉันก็อย่าไปให้เสียอาหารชาวบ้านเขาเปล่าๆ ก็ไม่ต้องบิณ ที่ไม่บิณฑบาตก็เพราะว่าบางทีอยากจะเก็บตัว ไม่อยากจะออกมาเจอผู้คน อยากจะอยู่เงียบๆ ภาวนาให้มันต่อเนื่อง ถ้าออกมาบิณฑบาตมันจะขาดตอน

เพราะออกมาแล้วต้องพบปะกับผู้คนต้องมาทำกิจวัตรที่ศาลา มันก็ทำให้การเจริญสติไม่ต่อเนื่อง นั่งสมาธิไม่ต่อเนื่อง บางทีอยากจะนั่งนานๆ ถึงเวลาบิณฑบาตนี้ไม่อยากจะออกไปบิณฑบาตก็ไม่ไปมันเลย นั่งสมาธิต่อ ก็เลยถือว่าวันนั้นอดอาหารไป แต่ได้อาหารใจ ที่อิ่มกว่าอาหารร่างกาย พอใจมีความสงบแล้ว เรื่องการอดอาหารนี้ก็จะไม่รู้สึกหิวเลย หิวก็ไม่เดือดร้อน เพราะใจอิ่ม ดีกว่าวันที่ไปบิณฑบาตร่างกายกินอิ่มแต่ใจกลับหิว กินอิ่มไม่ทันกี่ชั่วโมงแต่ใจหิวอีกแล้ว

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๙ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,904,952 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
ริชชี่ เปิดใจครั้งแรก! ปัดพูดเหตุเลิก ก็อต รับบางครั้งเราอาจเลือกผิด
สกู๊ปพิเศษ : ระดมงานวิจัยฯ เปิดตัว ‘SRI Alert’ จัดการภัยพิบัติ เตือนภัยล่วงหน้า
นายกฯสั่งขรก.WFH วอนเอกชนร่วมมือ ยันรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาฝ่าวิกฤต
หอบหลักฐานแจ้งจับแล้ว ฟันคลังน้ำมัน
‘SOURI’ ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว ‘Hamburger Fatcaron’ กับขนมหวานยอดนิยมที่ทั้งหลอกตาและดึงดูดใจกว่าที่เคย
กรุงศรีชวนสนุกรับสงกรานต์สไตล์อีโค่! กับแคมเปญ ‘สาดสุขให้สนั่น สุดมันส์แบบยั่งยืน’
อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม
AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
“ทีดีอาร์ไอ” กางแผนแก้วิกฤตพลังงาน คุมเพดานค่าการกลั่น ปฏิรูปโครงสร้างโรงกลั่น ลดผูกขาด

Recent Posts

  • AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
  • เทียบราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง เสนอกำหนดเพดาน
  • เกาหลีใต้ชี้สัญญาณชัด “คิม จูแอ” คือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป
  • เดโมแครตรุมถล่มทรัมป์ “วิกลจริต” ขู่ก่ออาชญากรรมสงครามถล่มอิหร่าน
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด สงคราม “สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน” กระทบซัพพลาย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d