Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ถ้ามีสติก็จะสามารถดึงใจให้หยุดคิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดให้เกิดทุกข์ได้’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613403

'ถ้ามีสติก็จะสามารถดึงใจให้หยุดคิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดให้เกิดทุกข์ได้' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.35 น.

“…ใช้ธรรมะเป็นเครื่องแก้ปัญหา แก้ความเครียด แก้ความทุกข์ ก็คือใช้สตินี่แหละเป็นเครื่องแก้ ถ้ามีสติ สติก็จะสามารถดึงใจให้หยุดคิดได้ ให้หยุดคิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดที่เกิดที่ทำให้ทุกข์ พอไม่คิดถึงเรื่องที่ทำให้เครียดทำให้ทุกข์ ความเครียดความทุกข์ก็จะหายไป ถึงแม้ว่าจะหายไปชั่วคราวก็ตาม แต่ถ้าเครียดใหม่ก็ใช้สติใหม่ ถ้ายังไม่รู้จักวิธีแก้ปัญหาความเครียดด้วยวิธีที่ถาวร คือวิธีของปัญญา 

ถ้าอยากจะแก้ปัญหาความเครียดความทุกข์อย่างถาวร ก็ต้องใช้ปัญญา แต่ก่อนจะใช้ปัญญา ก็ต้องมีสติเป็นผู้กำกับปัญญาอีก เพราะปัญญาจะไม่เกิดถ้าไม่มีสติเป็นผู้สั่งให้เกิดนั่นเอง ดังนั้นสติจึงเป็นธรรมที่สำคัญและเป็นธรรมที่ผู้ปฏิบัติสามารถปฏิบัติได้ตลอดเวลา นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาจนถึงเวลาที่หลับนอน จึงไม่ควรมองข้ามการเจริญสติ ซึ่งเป็นเหมือนกุญแจดอกแรกที่จะเปิดประตูบานแรกให้เข้าสู้ประตูอีกหลายๆ บาน ที่รออยู่ข้างหน้าต่อไป ถ้าไม่สามารถผ่านด่านแรกได้ ก็ไม่สามารถผ่านด่านที่สอง ด่านที่สามได้ 

จึงต้องให้ความสำคัญกับการเจริญสติ แล้วก็เป็นความดีที่สามารถเจริญสติได้ตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการทำภารกิจต่างๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่คนเดียวไม่ทำอะไร ถึงจะเจริญสติได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องทำภารกิจที่จำเป็น ก็ยังสามารถเจริญสติได้ แต่ถ้าไปทำภารกิจที่ไม่จำเป็นนี้ก็จะยากต่อการเจริญสติ แล้วจะไม่ได้สติที่ต้องการคือ สติที่ไม่คิด สติที่หยุดความคิด เช่น ถ้าต้องไปทำงานทำมาหากินแบบที่ต้องใช้ความคิดมากๆ คิดวางแผนการต่างๆ คิดวิธีจัดการแก้ปัญหาต่างๆ การจะใช้สติให้หยุดคิดก็จะทำไม่ได้ ก็ทำได้เพียงแต่คอยประคับประคองความคิดให้คิดอยู่เฉพาะเรื่องงานเรื่องการเท่านั้น ไม่ปล่อยให้ไปคิดทางอื่นที่จะทำให้เกิดความทุกข์เกิดความเครียดขึ้นมา

สำหรับผู้ที่ต้องการรสแห่งธรรม ส่วนใหญ่ก็จะไม่ทำงานทำการกัน ก็จะไปอยู่แบบนักบวชกัน เพื่อที่จะได้มีเวลาที่จะได้มาปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลานั่นเอง มาปฏิบัติธรรมได้ตลอดเวลาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเลย ธรรมที่ควรจะเจริญธรรมที่ควรยินดีในอันดับแรกก็คือสติ ถ้ามีสติก็จะควบคุมการพูดการกระทำได้ ก็จะรักษาศีลได้ ถ้ารู้ว่าจะไปทำผิดศีลก็หยุดได้ถ้ามีสติ งั้นผู้ที่จะมีศีล มีสมาธิ มีปัญญา เพื่อให้เข้าถึงรสแห่งธรรมได้ จำเป็นที่จะต้องมีสติมากๆ มีสติแบบเต็มร้อยถึงจะเข้าถึงรสแห่งธรรมได้อย่างเต็มร้อย แต่ในเบื้องต้นก็ฝึกไปตามกำลังของสติที่มีอยู่ไปก่อน แล้วค่อยพัฒนาขึ้นไปตามลำดับ… “

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โลกุตตรธรรมหลุดพ้นจากกองทุกข์ของไตรภพ’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 3, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/613123

'โลกุตตรธรรมหลุดพ้นจากกองทุกข์ของไตรภพ' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.33 น.

การที่พวกเราได้มานับถือพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของพวกเรา ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เพราะการนับถือพระพุทธศาสนานี้ ทำให้เราได้มีครูบาอาจารย์ที่เก่งกาจที่มีความรู้ที่ไม่มีใครในโลกนี้รู้กัน ต่อให้ไปเรียนจากมหาวิทยาลัยอันดับ ๑ ของโลก หรือไปศึกษาจากศาสนาอื่นเราก็จะไม่ได้ความรู้ที่เราจะได้จากพระพุทธศาสนา ความรู้ที่พระพุทธศาสนาจะให้กับพวกเรานี้เรียกว่า “โลกุตตรธรรม” หรือ “โลกุตตรวิชา” ส่วนความรู้ที่เราจะได้เรียนรู้จากสถาบันการศึกษาต่างๆ หรือจากศาสนาอื่นๆ เราจะได้ “โลกิยวิชา” 

โลกุตตรวิชากับโลกิยวิชาต่างกันอย่างไร โลกิยวิชาเป็นวิชาที่ทำให้เรายังต้องติดอยู่ในไตรภพ อยู่ในการเวียนว่ายตายเกิดของสังสารวัฏ ส่วนโลกุตตรวิชา เป็นวิชาที่จะพาให้เราได้หลุดออกจากโลกของการเวียนว่ายตายเกิดของไตรภพ ของสังสารวัฏนั่นเอง นี่คือข้อแตกต่างระหว่างความรู้หรือวิชาความรู้ที่มีอยู่ในโลกนี้ จะแบ่งไว้เป็น ๒ ระดับด้วยกัน คือระดับโลกิยวิชาและโลกุตตรวิชา “โลกุตตระ” แปลว่าเหนือโลกิยะนั่นเอง สูงกว่าโลกิยะ

โลกิยะนี้ไม่สามารถพาให้ผู้ศึกษาร่ำเรียน หลุดออกจากโลกของการเวียนว่ายตายเกิดได้ โลกของไตรภพคือกามภพ รูปภพ และอรูปภพ เรียกว่าสังสารวัฏ เพราะว่าไม่ว่าจะไปเกิดในภพไหน เกิดแล้วเดี๋ยวก็ต้องมีการสิ้นสุดลง เกิดเป็นมนุษย์เดี๋ยวก็ต้องตาย เกิดเป็นเทวดาก็ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ เกิดเป็นพรหมก็ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ พอเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ก็ต้องมาแก่มาเจ็บมาตายใหม่ ก็จะติดอยู่กับไตรภพ ๓ ภพนี้

กามภพก็คือภพของมนุษย์ ของเทวดา ของผู้ที่เสพกาม รวมไปถึงพวกเดรัจฉาน พวกเปรต พวกอสูรกาย พวกนรกนี้อยู่ในกามภพ ภพที่ยังต้องเสพรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ อยู่ ส่วนรูปภพกับอรูปภพ เป็นภพของผู้ที่เสพรูปฌานกับอรูปฌานคือสมาธิขั้นต่างๆ นั่นเอง พวกนี้ก็ยังไม่สามารถที่จะหลุดออกจากการติดอยู่ในไตรภพใน ๓ ภพนี้ได้ ไม่ว่าจะได้ภพไหนเดี๋ยวก็ต้องกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ พอกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ ก็ต้องมาเจอกับความแก่ ความเจ็บ ความตายของมนุษย์ใหม่ 

มีผู้ที่ได้ศึกษาโลกุตตรวิชาเท่านั้น ที่จะหลุดออกจากการเวียนว่ายตายเกิดในไตรภพนี้ได้ ผู้ที่จะหลุดออกได้ต้องเป็นผู้ที่ได้ศึกษาจากพระพุทธศาสนา คือจากพระพุทธเจ้า พระธรรม หรือพระสงฆ์นี่เอง พระพุทธเจ้าหรือพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก และพระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้านี้เป็นครูเป็นอาจารย์ ที่จะให้โลกุตตรวิชาต่อผู้ที่มาศึกษา ถ้าไปศึกษาที่อื่นจะไม่มีโลกุตตรวิชา มีแต่โลกิยวิชา ไม่ว่าจะเป็นวิชาแขนงใดในโลกนี้ ถือว่าเป็นโลกิยวิชาทั้งหมด 

เรียนวิทยาศาสตร์ก็เป็นโลกิยวิชา เรียนศึกษาศาสตร์ เรียนอักษรศาสตร์ เรียนบัญชี เรียนพาณิชย์ เรียนธุรกิจ เรียนวิศวกรรม เรียนคณิตศาสตร์ เรียนเคมี วิชาเหล่านี้ไม่สามารถทำให้ผู้ได้เรียนรู้หลุดออกจากโลกของการเวียนว่ายตายเกิดได้ ออกจากไตรภพได้ ต้องไปเรียนโลกุตตรวิชา โลกุตตรวิชานี้เป็นวิชาที่พระพุทธเจ้า เป็นผู้ทรงค้นพบขึ้นมา เรียกว่า “ตรัสรู้” การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็คือการตรัสรู้โลกุตตรวิชานี่เอง ได้ทรงค้นพบวิชาความรู้ที่จะทำให้ผู้รู้นี้ สามารถออกจากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้

ผู้ที่มานับถือพระพุทธศาสนาก็คือเหมือนกับนักเรียน ที่มาเรียนหนังสือจากพระพุทธพระธรรมหรือพระสงฆ์นั่นเอง ถ้านับถือพระพุทธศาสนา แล้วไม่มาศึกษาพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็ถือว่าเป็นนักเรียนที่หนีเรียน นักเรียนที่หนีเรียนนี้ก็จะเรียนไม่จบ จะไม่ได้รับประโยชน์จากการมานับถือพระพุทธศาสนา ต้องศึกษาพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วนำเอาคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าไปปฏิบัติ ถึงจะสามารถได้โลกุตตรวิชา ได้ความรู้ที่จะพาให้หลุดออกจากกองทุกข์ของไตรภพได้ หลุดออกจากการเวียนว่ายตายเกิดในไตรภพได้ ก็จะสามารถที่จะหลุดออกจากไตรภพได้

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อย่าไปโทษใครเวลามีทุกข์ต้องโทษตัวเองที่ไม่หาที่พึ่ง’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on November 2, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612910

'อย่าไปโทษใครเวลามีทุกข์ต้องโทษตัวเองที่ไม่หาที่พึ่ง' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.29 น.

“… อย่าไปโทษใครเวลาเราทุกข์ เวลาเราเดือดร้อน ต้องโทษตัวเราเอง ที่ไม่หาที่พึ่ง ที่ไม่รีบสร้างที่พึ่ง พอมีเรื่องอะไรมากระทบก็ทุกข์วุ่นวายกัน ถ้าได้สร้างสติสร้างสมาธิสร้างปัญญาแล้ว ไม่ว่าอะไรจะมากระทบกับใจ จะไม่เป็นปัญหาเลย 

ขันธ์ ๕ จะเป็นอย่างไร ก็ไม่เป็นปัญหา ร่างกายจะแก่จะเจ็บจะตายอย่างไร ก็ไม่เป็นปัญหา เวทนาจะเป็นชนิดไหน ก็ไม่เป็นปัญหา เรื่องราวต่างๆของคนนั้นคนนี้ ก็จะไม่เป็นปัญหา ต้องตัดลาภยศสรรเสริญสุขให้ได้ อย่าไปอยากรวย อยากมีตำแหน่งสูงๆ อยากให้ผู้อื่นสรรเสริญยกย่องเยินยอ อย่าหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย 

แต่ให้อยากทำบุญให้ทาน อยากรักษาศีล อยากหาที่สงบสงัดวิเวกอยู่คนเดียว ให้ยินดีในสิ่งที่ควรยินดี คือยินดีในธรรม ไม่มีอะไรน่ายินดียิ่งกว่ารสแห่งธรรม ไม่มีอะไรจะชนะรสแห่งธรรม การยินดีในรสแห่งธรรมนี้เป็นการยินดีที่เลิศที่สุด อย่าไปยินดีกับรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ ให้ยินดีกับความสงบของใจ …”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)   –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ตัวแทนของพระพุทธเจ้า’ คือ ‘พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 31, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612477

'ตัวแทนของพระพุทธเจ้า' คือ 'พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“…ตอนนี้เราไม่มีพระพุทธเจ้า แต่เรามีตัวแทนของพระพุทธเจ้า อะไรคือตัวแทนของพระพุทธเจ้า ตัวแทนของพระพุทธเจ้า คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านี่เอง ที่ได้มีการจดจำและบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกนี่แหละเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าเราอยากเข้าหาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็บอกว่า “ให้เข้าหาพระธรรมคำสอน เหมือนกับได้เข้าพบกับพระพุทธเจ้า” เพราะพระพุทธเจ้านี้ ท่านอยู่ได้ไม่เกิน ๘๐ ปี ท่านก็ต้องตายจากโลกนี้ไป ถ้าสมมุติว่าเราอยู่ในยุคที่มีพระพุทธเจ้า เวลาเราไปหาพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็จะสอนเราบอกเรา วิธีกำจัดความทุกข์ว่ากำจัดอย่างไร คำสอนนี้ก็ได้ถูกจดจำกันเอาไว้ บันทึกกันเอาไว้ แล้วก็รวบรวมไว้ในพระไตรปิฎก

ดังนั้น เวลาเราอ่านพระไตรปิฎก ก็เท่ากับเราได้ยินได้ฟังคำสอนจากพระพุทธเจ้า เพราะว่าพระธรรมที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ก็เป็นคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้านี่เอง พระพุทธเจ้าจึงบอกว่า “พวกเรานี้จะไม่ได้อยู่โดยปราศจากศาสดา” คือพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านี้เป็นพระบรมศาสดา เป็นพระบรมครูของพวกเรา ถึงแม้ว่าร่างกายของท่านจะล่มสลายหายไปหมดแล้วก็ตาม แต่คำสอนของท่านยังอยู่ ไม่ได้ล่มสลายไปกับร่างกายของพระพุทธเจ้า ถ้าเราได้เข้าหาพระธรรมคำสอน ก็ถือว่าเราได้เข้าถึงพระพุทธเจ้าแล้ว…” 
ธรรมะบนเขา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนโง่ก็คือคนที่คิดว่าตนเองฉลาดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าหาพระศาสนา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 30, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612333

คนโง่ก็คือคนที่คิดว่าตนเองฉลาดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าหาพระศาสนา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.36 น.

“… การเข้าหาพระธรรมคำสอน จึงเป็นการกระทำที่ฉลาด เพราะคนที่ฉลาดก็คือคนที่รู้ว่าตนยังโง่อยู่ ยังไม่ฉลาด ส่วนคนโง่ก็คือคนที่คิดว่าตนเองฉลาดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเข้าหาพระศาสนา หาพระธรรมคำสอน เช่นพวกที่ได้ศึกษาวิชาความรู้ทางโลก จนได้ปริญญาระดับต่างๆ ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก พวกนี้มักจะคิดว่าตนฉลาดแล้ว รู้แล้ว แต่ทำไมยังต้องเวียนว่ายอยู่กับความทุกข์ความวุ่นวายใจ กับปัญหาต่างๆ ไม่รู้จักจบจักสิ้น เพราะความรู้ทางโลกไม่สามารถดับทุกข์ ดับปัญหาต่างๆ ได้ มีแต่ความรู้ทางพระศาสนาเท่านั้นที่จะดับได้

ถ้าได้ศึกษาจนถึงปริญญาเอกแล้วก็ตาม ก็อย่าไปคิดว่าฉลาด ถ้ายังมีความทุกข์ความวุ่นวายใจ ยังกินไม่ได้นอนไม่หลับ ยังห่วงเรื่องนั้นห่วงเรื่องนี้ กลัวเรื่องนั้นกลัวเรื่องนี้อยู่ แสดงว่ายังไม่ฉลาด ยังไม่ได้เรียนวิชาที่จะแก้ปัญหาใจได้ คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่จะช่วยเราดับความทุกข์ ความวุ่นวายใจ ความหวาดกลัว ความไม่สบายอกไม่สบายใจได้…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงปู่เบา โอภาโส’ เทศน์เปิดพุทธทำนายยุคโรคระบาด ‘บุญบาปมีจริง! #SootinClaimon.Com

Posted on October 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/612105

'หลวงปู่เบา โอภาโส' เทศน์เปิดพุทธทำนายยุคโรคระบาด 'บุญบาปมีจริง!

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

“แนวหน้า ออนไลน์” มีโอกาสได้ฟังธรรมของ “พระครูสามารถกิตติคุณ” หรือ หลวงปู่เบา โอภาโส เจ้าอาวาส วัดป่ากิตติพรพุทธาราม และ เจ้าคณะอำเภอนาแกวังยางใน จ.นครพนม ซึ่งท่านเป็นหนึ่งในพ่อแม่ครูอาจารย์ฯที่ปฏิบัติตาม “ปฎิปทา” ขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายวิปัสสนาธุระ รวมทั้งเดินตามรอยปฏิปทาองค์หลวงปู่สนธิ์ พระคัมภีรญาณ วัดสันติการาม บ้านนาโสก อ.นาแก จ.นครพนม และ องค์หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี โดยท่านได้เมตตาเล่าเกร็ดธรรมะหัวข้อ “พุทธทำนาย” ก่อนจะเทศนาธรรมโปรดญาติโยมตามกาล ณ ศาลาทรงธรรม วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ “แนวหน้า ออนไลน์” จึงนำมาเสนอเป็นธรรมทาน โดยเสนอเป็น ตอนที่ 1  

มาเทศน์อยู่นี้เป็นครั้งที่ 3 ยังไม่เห็นใครบวชสักคน แต่ก็ดีน่ะ ดี ที่ว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรม ธรรมเท่านั้นชนะทั้งปวง ชนะโลก พระพุทธเจ้าท่านก็อยู่ทางโลกเหมือนกัน เป็นคนมีครอบครัวเหมือนกัน แต่ท่านออกไปหาธรรมอยู่ในป่า ในภู ในเขา หกปี ท่านไปหาทำ นั่นพระองค์ท่านสร้างบารมีมา 4 อสงไขย แสนมหากัป พวกเราก็คงจะเห็นธรรมในกาลต่อไป

ตามพุทธทำนาย ก็ว่าคนจะหมดไป หมดไป เหลืออยู่ 3 พรหมโพธิ์ศรี โพธิ์ศรีหนึ่งคือ พระพุทธเจ้า โพธิ์ศรีหนึ่งคือ พระธรรม โพธิ์ศรีหนึ่ง คือ ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เหมือนพี่น้องญาติโยม ก็อยู่ในสามร่มโพธิ์ศรี อยู่ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จะอยู่ยงคงรอด อยู่ได้ พวกเรานั้น ไปไว้ที่ของใคร ของเรา มีศีลบ้าง ไม่มีศีลบ้าง เผลออีกทีหนึ่ง คนที่เหลือรอดได้ ก็คือ คนมีศีลห้าบริบูรณ์ และ ก็อยู่ได้ 

ตามพุทธทำนาย มีแนวโน้มถูกต้องที่พุทธทำนาย อาตมาบวชครั้งแรก ปี 2513 ดูตำรับตำรา ไปดูในพุทธทำนาย เขาเรียกหนังสืออาร์ยันตคุปต์ พุทธทำนาย ญาติโยมก็คงจะเคยเห็นหนา หนาๆ เบ้อเริ่มขนาดนี้ อาตมาไปนั่งดู จำได้ว่า ข้าวบ่มีลาน ก็ถูก ทุกวันนี้ก็ข้าวบ่มีลาน สมัยก่อนอาตมาเด็กๆ เกี่ยวข้าวก็กองไว้ที่ลานซะก่อนน่ะ ลานเป็นยังไง ลาน มีหน้ากว้าง 30-40 เมตร เอาขี้ควายมาราด ใส่ตุ่มมาราด เกลี้ยง แล้วก็เอาไปกองแค่นั้น นี่คือลาน เกี่ยวข้าวแล้วไปกองไว้นั่น เสร็จแล้วกองไว้ก็มื้อดีวันดี ต้องเลือกมื้ออีก มื้อใดสิคราดข้าว ตีข้าว ฮอตมื้อดีวันดีก็ฟาดข้าว ฟาดแล้ว สองสามมื้อก็แล้วสองสามมื้อฟาดข้าวรู้จักบ่ ใส่ไม้ค้อนขี้ตี เนี่ยข้าว ทุกวันนี้ บ่มีลานแล้ว 

หยังใส่รถเกี่ยว คนบ่เกี่ยวแล้ว ใส่รถเกี่ยว ใส่กระสอบ เอาไปขายพร้อม หรือไม่ก็ใส่ไปไว้แล้ว บ่มีลาน รถเกี่ยว คนบ่ได้เกี่ยว พูดตามพุทธทำนายน่ะ ต่อมาก็ทำงานบ่มีผัว คนอีสานมาทำงานกรุงเทพฯ ได้แต่ลูกกับแม่เมื่อ ผัวบ่ไปไส หลายคู่ ข้อสุดท้าย เจ้าหัวบ่มีวัด เจ้าหัว คือ พระ บ่ มี วัด บ่มีวัดจั่งได๋ วัดอย่างใหญ่ อย่างวัดอโศการาม ปัดโถ่! เป็นเมือง 

วัตร คือ ข้อวัตร ปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัติของพระ เริ่มสิบ่มีข้อวัตรปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัติคือ ไหว้พระสวดมนต์ ที่วัดเรายังคงอยู่ “วัดอโศการาม” 

วัตรที่สอง คือ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ข้อวัตร กวาดตาด กวาดลานวัด เป็นกิจวัด เริ่มสิบ่มีแล้ว บางวัดก็จ้างคนงานเอา มันเริ่มจะหมดไป นี่คือวัตรของพระ เป็นพระที่ควรกราบไหว้ ควรสักการะ เป็นพระจริง ต้องมีข้อวัตรปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัต คือ เดินจงกรม นั่งสมาธิ เดินจงกรม 

หลวงปู่ลี (ท่านพ่อลี ธัมมธโร พ่อแม่ครูอาจารย์ฯผู้ก่อตั้งวัดอโศการาม)  ดูประวัติท่านสิ เดินจงกรม พ่อแม่ครูบาอาจารย์ฯ หลวงตามหาบัว ก็เดินทุกวัด แก่แล้วก็ยังเดิน 70-80-90 ยังเดินจงกรม ก่อนที่ท่านจะมรณภาพ อาจารย์เบาฯนิมนต์ท่านไปเทศน์ อยู่อำเภอนาแก ไปนิมนต์ท่าน กลับมาถึงวัด เขาโทรมาบอกว่า ท่านไม่ได้ไปเทศน์กลับน่ะ ท่านไปนอนโน่น ท่านไปนอนโน่นแหล่ะ พอไปถึงแล้วท่าน พูดให้ฟัง ท่านเคยไปธุดงค์แถวนั้นอยู่ประจำ เดินธุดงค์ไปทางนาแกประจำ สมัยไปปลงศพหลวงปู่เสาร์ ปลงศพหลวงปู่มั่น เพราะท่านเป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่น หลวงตามหาบัวน่ะ เป็นพระอุปัฏฐากหลวงปู่มั่น 

หลวงปู่มั่น ก่อนจะหมดลมหายใจอยู่กับหลวงตามหาบัวสองคน องค์อื่นเข้าไปไม่ได้ ท่านไม่ให้เข้าไป จะหนักจะเบาก็อยู่กับหลวงตามหาบัว ท่านเป็นคนดูแล จนสิ้นลม เก็บศพ เก็บหีบ เก็บอะไรเสร็จแล้ว หลวงตาบัวหนีไปเลย จนจะเผาศพท่านกลับมา หนีไปเลย หนีไปอะไร ไปทำความเพียร ไปเดินจงกรม ไปนั่งสมาธิ แต่ก่อนหลวงตาบัวไม่ได้เข้าเทศน์น่ะ ทำความพากความเพียร เอาอย่างอุกฤษฏ์ อดข้าว อดน้ำ อดนอน นั่งสมาธิ โยมเคยรู้จักไหม หลวงตาบัวนั่งสมาธิ ท่านพูดให้ฟังน่ะ นั่งนานๆจน พูดขอโทษน่ะ ก้นแตก นั่งจนก้นแตก นั่งภาวนาบ่ลุกไปลุกมา นั่งทั้งคืนทั้งวัน หลายวัน มันแตกมันพอง เพราะนั่งเต็งมันหลาย เลือดลมไม่เดิน 

ถ้าพูดตามความเป็นจริงแล้ว มีหลวงปู่มั่น หลวงตาบัว ทำความเพียรเอาอย่างอุกฤษฏ์ หลวงตาบัวไม่ใช่พระธรรมดา คนทั่วโลกรู้จัก หลวงปู่มั่นก็คนทั่วโลกรู้จัก ไปที่ไหนๆก็เห็นรูปหลวงปู่มั่น ไปยุโรปก็เห็นอยู่ยุโรป ไปเอเชียก็เห็นอยู่เอเซีย อยู่อินเดีย อยู่อะไร ประเทศอะไรเกาะเยอะๆ อินโดนีเซีย เป็นเมืองมุสลิม แต่มีรูปหลวงปู่มั่น คนอินโดนีเซียทั้งประเทศ เป็นชาวพุทธอยู่ 2 แสนคน นอกนั้นเป็นมุสลิมหมด คนตั้งหลายล้านคน ไม่เหมือนเมืองไทยเรา 

เมืองไทยเรา คนถือพุทธเยอะ เป็นชาวพุทธเยอะ ศาสนาอื่นก็มี แต่ไม่เยอะเหมือนศาสนาพุทธ พระพุทธศาสนานั้นสอนให้รู้ ให้เห็น ตามความเป็นจริง ไม่ได้ให้ความหวัง ให้รู้ด้วยตนเอง ปฏิบัติตัวเอง และ เห็นด้วยตนเอง เห็นอะไร เห็นอรรถ เห็นธรรม เห็นธรรมะของพระพุทธเจ้า ว่าพระองค์ท่านสอนอะไรไว้บ้าง แล้วมาปฏิบัติ แล้วเห็นตามความเป็นจริง 

ยกตัวอย่างเช่น ศีล 5 เป็นศีลของฆราวาส ศีล 8 เป็นศีลของฆราวาส ศีล 10 เป็นศีลของพระ ของเณร เป็นศีลของเณร นั่นเณรน้อย อายุแปดขวบเก้าขวบ อาตมามาหลายครั้งแล้ว เห็นเณรน้อย เณรตัวเล็กๆ ถามเมื่อเช้า อายุกี่ปี่แล้วเณร แปดปี บวชหลายเดือนแล้ว อายุแปดปี ฉันข้าวมื้อเดียวได้ นี่! เรียกว่า เป็นคนที่เคยมีบุญ เคยสร้างบุญสร้างกุศลมามาก เคยปฏิบัติธรรม พอเกิดมาก็ปฏิบัติธรรมเลย ตาม “พุทธทำนาย” บอกว่า อายุเจ็ดขวบปฏิบัติธรรมได้ บวชได้ เกิดมาเด็ก 7 ปีแล้วบวชได้เลย 

เหมือนอย่าง “เณรราหุล” เป็นตัวอย่าง ลูกชายพระพุทธเจ้า อายุ 7 ปี รู้จักนิติภาวะ รู้จักบาป จักบุญ จักคุณ จักโทษ รู้จักอยากได้ ไม่อยากได้ นางผีพรายจึงให้ไปขอสมบัติจากเจ้าฟ้าชาย จากพระพุทธเจ้านั่นเอง พระพุทธเจ้าไปบวช ไปเลย ไม่ได้บอกใคร ไปบวช ไปกลางคืนด้วย ราหุลเพิ่งเกิดได้ 7 วัน ท่านก็ไปบวชเลย พอราหุลได้ 7 ปี นางผีพรายให้ไปขอสมบัติจากพระพุทธเจ้า จากพ่อเจ้าไป้ เณรราหุลก็ไป มาขอสมบัติ พระพุทธเจ้าก็เทศน์ให้ฟัง จะเอาสมบัติภายนอก หรือ เอาสมบัติภายใน

สมบัติภายนอกนั้น มันเวียนว่ายตายเกิด สมบัติภายในนั้น ไม่ต้องมาเกิดอีก ไปสวรรค์ ไปนิพพานเลย ไม่ต้องมาเกิด ปวดหัว เจ็บท้อง ไม่ต้องมาเกิดให้ลำบาก ไปสวรรค์ไปนิพพานเลย เณรราหุลก็รับสมบัติภายใน พระพุทธเจ้าจึงให้พระอานนท์ไปบวชให้ นี่คือสมบัติที่พระพุทธเจ้าได้มอบให้เณรราหุล  เอาสมบัติภายใน สมบัติภายนอก อีกไม่นานก็จากมันไปแล้ว มีเงินร้อยล้านสิบล้านก็อยู่กับเราไม่นาน เราก็หนีจากมันไป สมบัติเหล่านั้นก็เป็นของลูกของหลาน เป็นญาติพี่น้องไปเลย ไม่ได้เอาไปได้สักอัน มีรถ มีเรือ มีเงิน มีทอง สร้อยแหวน เงินทอง เอาไปไม่ได้ เอาไปได้แค่บุญกับบาป ตายไปเอาไปได้สองอย่าง 

เอาบุญกับบาปไปด้วย นอกนั้นเอาไปไม่ได้สักอย่างเลย สมบัติที่เรามี ที่จะเอาไปได้ คือ บุญ ที่ญาติโยมปฏิบัติอยู่ทุกวันนี้ เอาไปด้วย เอาบุญไปด้วย เอาคุณงามความดีไปด้วย เอาบาปไปด้วย เพราะฉะนั้นจึงละบาป บำเพ็ญบุญ ถ้าเอาบาปไปด้วย เยอะ ก็ไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ไปตกนรกอเวจี นี่บาป ถ้าเอาบุญไปด้วย ได้เยอะ ถ้ามาเกิดเป็นคน ก็เป็น คนอุดมสมบูรณ์ ไม่เป็นคนพิการ สติปัญญาดี ความรู้ดี ฐานะดี เงินทองก็ดี นี่บุญ ถือบุญมาด้วย จากนั้นก็ไปสวรรค์ไปนิพพาน ไปตั้งสูง สองอย่างเท่านั้นแหละที่เอาไปด้วย  อย่างอื่นเอาไปนำไม่ได้สักอย่างเลย แต่คนเราก็ลืมไป ลืมไปว่า “มาด้วยบุญ”  “อยู่ด้วยบุญ” แล้วก็ต้อง “ไปด้วยบุญ” 

ก็เห็นแก่ปากแก่ท้อง ก็กินอะไรที่มันผิดศีลผิดธรรมก็กิน เห็นแก่ปาก ทุกวันนี้ เยอะด้วย เพราะอะไร เพราะรัฐบาลเขาส่งเสริมให้คนกินเหล้า เอาเหล้ามาขายทุกบ้านทุกอำเภอ กินกัน ญาติโยมไม่รู้จักศีลธรรม พระพุทธเจ้าทรงต้องห้ามสุราเมรยะ ในศีลข้อที่ 5 

ข้อที่ 1 ปาณา พระพุทธเจ้าก็ห้าม , ข้อที่ 2 อะทินนา พระพุทธเจ้าก็ห้าม , ข้อที่ 3 กาเม พระพุทธเจ้าก็ห้าม ให้งดเว้นหลีกเลี่ยง , ข้อที่ 4 คือ มุสา , ข้อที่ 5 คือ สุรา ถ้ากินเหล้าแล้ว ทำอะไรก็ได้หมดเลย ฆ่าก็ได้ ขโมยก็ได้ ผิดศีลทุกข้อ นอกใจผัว นอกใจเมียก็ได้ ถ้ากินเหล้า มันทำลายได้ทุกข้อ แต่ถ้าผู้มีศีลธรรมแล้วก็รักษาเนื้อรักษาตัวของเรา ไม่ให้ล่วงละเมิดใน 5 ข้อนี้ ก็เป็นผู้สมบูรณ์ อีกไม่นาน พระศรีอารยเมตไตรย ก็มาโปรด จริงๆแล้ว ท่านมาเกิดแล้ว รอเวลาที่จะมาโปรดพวกเราเท่านั้น เราไม่รู้ว่าท่านอยู่ที่ไหน ลงมาเกิดแล้ว ตอนนี้กำลังเกิดโรคระบาด ตามพุทธทำนายน่ะ กำลังเกิดโรคระบาด ฆ่าคน คนตายเยอะแยะ บ้านเราก็ตายเยอะน่ะ วันละพัน สองพัน วันละหมื่น ทั้งประเทศ ต่างชาติก็ยิ่งตายเยอะ ประเทศอินเดียก็ยิ่งตายเยอะ ทุกประเทศในโลกนี้ ทุกประเทศเลย นี่! มันล้างโลก เหลือแต่คนมีศีลมีธรรม เหลือ 3 องค์โพธิ์ศรี นอกนั้นเก็บไปไว้ตรงอื่นหมด ท่านผู้ใดมีศีลมีธรรมอยู่ได้  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะมีธรรมโอสถ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 28, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611838

'การเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะมีธรรมโอสถ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.34 น.

“… ถ้าเชื่อบุญกรรมก็จะสบายใจ เชื่อว่าการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าเชื่ออย่างนี้ก็จะมีธรรมโอสถรักษาจิตใจ โรคจะหายก็หาย ไม่หายก็ไม่หาย ไม่เป็นไร ใจที่มีธรรมโอสถ รับได้ทั้ง ๒ ทาง ในที่สุดโรคก็จะไม่หาย ร่างกายจะต้องกลายเป็นขี้เถ้าขี้ถ่านไป จะไม่เป็นอย่างที่เป็นอยู่นี้ ต้องเสื่อมไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา สำคัญอยู่ที่ว่าจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงไร ควรให้ความสนใจในเรื่องนี้มากกว่า อย่ามัวแต่กังวลกับการรักษา พอหายแล้วก็กลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์เลย ก็ไม่รู้จะรักษาไปทำไม

ถ้ากำลังปฏิบัติธรรม ก็ควรรักษา ถ้าไม่ปฏิบัติธรรม ไม่ทำบุญ ไม่ทำประโยชน์อะไรเลย อยู่หาความสุขไปกับกิเลส ไปกับความโลภความโกรธความหลง ก็จะไม่เป็นประโยชน์กับจิตใจเลย ถ้าได้สร้างบุญสร้างกุศล ได้ปฏิบัติธรรม ก็จะได้กำไร เพราะทำเพื่อใจ ถ้าทำทางธรรมก็ทำเพื่อใจ ถ้าทำทางโลกก็ทำเพื่อกิเลส ทำไปตามอำนาจของความหลง ที่เห็นความสุขในลาภยศสรรเสริญ ในการเสพรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

แต่ในสายตาของผู้รู้เช่นพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหลาย ท่านกลับเห็นว่าเป็นความทุกข์ เพราะไม่ให้ความอิ่มความพอ ได้เสพมากเพียงไรก็จะมีความอยากเสพมากขึ้นไปอีก ได้มามากเพียงไรก็อยากจะได้เพิ่มขึ้นไปอีก ถ้าเป็นทางธรรมก็จะอิ่มพอ เพราะธรรมมีเหตุมีผล เช่นการดูแลรักษาร่างกายด้วยปัจจัย ๔ พอมีปัจจัย ๔ พร้อมเพรียงแล้วก็พอ ไม่จำเป็นต้องมีมากไปกว่านั้น มีมากไปกว่านั้นก็ใช้ไม่ได้ มีอาหารมากกว่าที่ท้องจะรับได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร มีแต่จะเกิดโทษ ทำให้ร่างกายมีน้ำหนักเกิน มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน ความสุขทางโลกจึงไม่ใช่เป็นทางที่ถูกที่ควรไปกัน เพราะไม่ได้สร้างความสุขที่แท้จริง มีแต่จะสร้างความทุกข์ให้มีมากขึ้นไปตามลำดับ …”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๑ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มีความเมตตา ให้อภัยอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะตัวเอง’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 27, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611568

'มีความเมตตา ให้อภัยอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะตัวเอง' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.24 น.

“… เวลามีความโกรธ จิตใจจะร้อนรน กระวนกระวาย เกิดความอาฆาต เกิดความพยาบาท เกิดความแค้นขึ้นมา อยากจะให้เขานั้นตายไปต่างๆ นานา อย่างนี้เป็นต้น เราต้องให้อภัย มีความเมตตา ให้อภัยอยู่เสมอ แล้วเราจะเอาชนะตัวเอง เวลาชนะผู้อื่น ก็จะสร้างความเคียดแค้นให้กับเขา เวลาผู้อื่นชนะ ก็จะทำให้เกิดความเคียดแค้นในตัวเรา แต่ถ้าชนะตัวเราเองได้ คือ ชนะความโกรธ จิตใจของเราก็จะเย็น จะสบาย

อย่างในขณะนี้ ญาติโยมนั่งอยู่นี่ไม่มีความโกรธ มีแต่ความสบายใจ แต่ถ้ามีความโกรธเกิดขึ้นมา จะรู้สึกอย่างไร มันก็จะร้อนรนกระวนกระวายใจ ดังนั้นเวลามีความโกรธ ขอให้ตั้งสติไว้ให้มั่น แล้วบอกตัวเองว่า ปล่อยเขาไปเถิด สิ่งที่เขาพูด สิ่งที่เขาทำไปแล้ว มันผ่านไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ จะให้เขาทำให้ถูกใจเราเสียทุกเรื่องนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่เรื่องที่ทำได้ก็คือ การให้อภัย เมื่อให้อภัยแล้วมันจะเย็น เพราะได้ขับสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัย ออกไปจากจิตจากใจ เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ถ้าไปด่าเขา หรือไปคิดถึงเขาอยู่เรื่อยๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งรุ่มร้อนใจ คิดโกรธ คิดแค้น คิดไปเรื่อยๆ นี่คือความไม่สบายใจเวลาเราโกรธ ก็เหมือนกับเอาค้อนมาทุบหัวเรา อย่าคิดว่าเวลาเราโกรธแล้ว คนอื่นจะทุกข์ไปกับเราด้วย คนที่เราโกรธ เขาไม่รู้เรื่องหรอก เขาสบาย แต่ผู้ที่เดือดร้อน ก็คือใจเรานั้นเอง ฉะนั้นเวลาเราเกิดความโกรธ พยายามให้อภัย อย่าไปถือโทษโกรธเคืองเขา แล้วจิตใจเราจะเย็น…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ถ้าหยุดความคิดได้’ ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 26, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/611314

'ถ้าหยุดความคิดได้' ก็จะหยุดความวิตกกังวล ความเครียด ความฟุ้งซ่านได้ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.00 น.

“…ถ้าอยากจะได้ความสงบ ได้ความสุขที่เกิดจากความสงบ ต้องสละ ถึงแม้เบื้องต้นจะสละชั่วคราวก็ต้องสละ เช่น เรายังปฏิบัติเต็มที่ไม่ได้ ยังไปบวชไม่ได้ แต่เราอย่างน้อยก็ไปปลีกวิเวกได้บ้าง ครั้งละ ๓ วัน ๕ วัน เราก็ไปเวลาไปก็ลืมเรื่องต่างๆ ที่เรามีอยู่ทั้งหมดไป อย่าไปคิดถึงมัน คิดเสียว่าตายจากมันไปชั่วคราว มันจะอยู่หรือมันไม่อยู่ก็เรื่องของมัน 

ถ้าไปวิตกคอยไปกังวลอยู่ มันก็เหมือนไม่ได้ไป ไปแต่ร่างกายแต่ใจมันก็ยังอยู่กับทรัพย์สมบัติข้าวของ อยู่กับสิ่งนั้นสิ่งนี้ อยู่กับคนนั้นคนนี้อยู่ มันก็จะทำใจให้สงบไม่ได้ มันก็จะเจริญกัมมัฏฐานไม่ได้ จะให้มันพุทโธพุทโธมันก็ไม่ยอมพุทโธ มันก็ยังห่วงคนนั้นห่วงคนนี้ ห่วงเรื่องนั้นห่วงเรื่องนี้ ห่วงสิ่งนั้นห่วงสิ่งนี้อยู่ ปฏิบัติไปก็ไม่ได้ผลเพราะไม่มีสติ เพราะไม่สามารถเจริญสติด้วยกัมมัฏฐานได้

นี่คือเรื่องของการปฏิบัติที่จะให้ได้ผล ต้องปฏิบัติแบบพระพุทธเจ้า แบบพระสาวก ต้องปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง ของภายนอกกายนอกใจนี้ ปล่อยไปให้หมด เอาแต่ร่างกายกับจิตใจไป แล้วก็ไปอยู่ที่มันไกลจากเรื่องราวต่างๆ มันจะได้ไม่ดูดเรากลับไปหา แล้วก็เวลาไปอยู่แล้วก็รู้จักหักห้ามใจ ที่ยังพยายามที่จะคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่ทิ้งมาอยู่ได้ ต้องใช้กัมมัฏฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น พุทโธ พยายามท่องพุทโธพุทโธพุทโธไป เอาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาเลย 

ตื่นขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป ทำอะไรที่ไม่ต้องใช้ความคิดก็พุทโธไป อาบน้ำล้างหน้า แปรงฟัน แต่งเนื้อแต่งตัว รับประทานอาหาร ล้างถ้วยล้างชาม ทำความสะอาดกวาดถูอะไรต่างๆ พอเสร็จแล้วก็เดินจงกรม พุทโธพุทโธไป หรือไม่พุทโธก็คอยดูร่างกายไป ร่างกายกำลังเดินก็เดินไปกับร่างกาย ก้าวเท้าซ้าย ก้าวเท้าขวา ซ้าย ขวา ซ้าย ขวาไป ทำอย่างนี้แล้วใจจะนิ่งใจ จะไม่คิดเรื่องราวต่างๆ ได้

แล้วพออยากจะให้ใจสงบก็ต้องมานั่งหลับตา นั่งขัดสมาธิได้ก็ดี เป็นท่าที่นั่งสบายนั่งได้นาน ถ้านั่งท่าอื่นเดี๋ยวมันอาจจะเอนได้ง่าย ล้มได้ง่าย มันไม่มั่นคงเหมือนกับท่านั่งขัดสมาธิ แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ ก็นั่งท่าไหนไปก่อนก็ได้ เพราะใหม่ๆ มันก็นั่งไม่ได้นานอยู่ดี เพราะสติมันมีกำลังน้อย นั่งได้แป๊บเดียว เดี๋ยวก็อดคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ขึ้นมาไม่ได้ พอคิดปุ๊บเดี๋ยวก็เกิดอาการอึดอัดขึ้นมา เกิดอาการปวดตรงนั้นเจ็บตรงนี้ขึ้นมา ก็จะทนนั่งต่อไปไม่ได้ ก็ต้องลุกไปทำนู่นทำนี่ก็ยังไม่ได้ผล

นี่แหละคือขั้นตอนของการปฏิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิบัติก็คือสติ เหมือนกับกุญแจรถ คนที่ขับรถทุกคนรู้ว่ากุญแจอยู่ที่ไหน ถ้าไม่มีกุญแจรู้ว่าไปไหนไม่ได้แล้ว รถคันนั้นก็เป็นเหมือนก้อนหินก้อนหนึ่ง จอดอยู่เฉยๆ ขับไปไหนมาไหนไม่ได้ แต่พอมีกุญแจปั๊บ เปิดประตูเข้าไปได้ปั๊บ สตาร์ทรถปั๊บ ทีนี้จะวิ่งไปไหนก็ได้ ไปเชียงใหม่ ไปภูเก็ต ไปที่ไหนก็ไปได้ กลายเป็นพรมวิเศษไป แต่พอไม่มีกุญแจปั๊บ กลายเป็นก้อนหินไป จอดนิ่งอยู่เฉยๆ ไปไหนไม่ได้

จิตก็เหมือนกัน จิตที่ไม่มีสติก็เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน เป็นจิตที่วุ่นวาย จิตที่ไม่มีความสุข จิตที่มีแต่ความวิตกกังวล หวาดกลัว ห่วงใยกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ วิตกกังวลกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ กินไม่ได้นอนไม่หลับกับเรื่องนั้นเรื่องนี้เพราะไม่มีสติ ไม่สามารถหยุดความคิดถึงเรื่องราวต่างๆ ได้ เท่านั้นเอง เคล็ดลับของการทำจิตให้สงบให้มีความสุข คือต้องหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ จะหยุดความคิดได้ก็ต้องอาศัยกัมมัฏฐานที่จะเป็นตัวที่จะมาสร้างให้มีสติขึ้นมา ให้มีกำลังที่จะหยุดความคิดต่างๆ ให้ได้ ถ้าหยุดความคิดได้ก็จะหยุดความกังวล ความวิตก ความห่วงใย ความเครียด ความฟุ้งซ่าน ความไม่สบายใจต่างๆ ได้ ดังนั้น ผู้ปฏิบัติควรให้ความสำคัญต่อการหาสติ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610933

'ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.27 น.

ถาม : เมื่อมีอารมณ์โทสะและรู้สึกหนักภายใน แต่ไม่แสดงออกทางกิริยา บางครั้งก็คุมได้ บางครั้งก็ฟุ้งซ่าน ควรแก้ไขอย่างไรเมื่อถูกอารมณ์โทสะกระทบครับ

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต : ” ก็ใช้สติหรือใช้ปัญญา ถ้าใช้ปัญญาไม่เป็นก็ใช้สติ เพราะใช้สติมันง่าย เหมือนใช้ยาหม่องนี่ ยาหม่องนี่เอามาถูๆ ก็เสร็จแล้ว ถ้าใช้ปัญญาต้องไปให้หมอวิเคราะห์ว่าเกิดจากอะไร ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อชนิดไหนอะไร มันยาก งั้นเบื้องต้นนี้แก้ปัญหาด้วยการใช้ first aid ใช้แบบฉุกเฉิน แก้ไขแบบฉุกเฉิน ใช้พุทโธลุยไปเลย พอเกิดอารมณ์ไม่ดีโกรธใครขึ้นมาก็พุทโธพุทโธไป อย่าไปคิดถึงเรื่องคนที่ทำให้เราโกรธ พอไม่คิดแล้วเดี๋ยวความโกรธก็สงบตัวลง” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,905,086 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
ริชชี่ เปิดใจครั้งแรก! ปัดพูดเหตุเลิก ก็อต รับบางครั้งเราอาจเลือกผิด
นายกฯสั่งขรก.WFH วอนเอกชนร่วมมือ ยันรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาฝ่าวิกฤต
สกู๊ปพิเศษ : ระดมงานวิจัยฯ เปิดตัว ‘SRI Alert’ จัดการภัยพิบัติ เตือนภัยล่วงหน้า
หอบหลักฐานแจ้งจับแล้ว ฟันคลังน้ำมัน
“ทีดีอาร์ไอ” กางแผนแก้วิกฤตพลังงาน คุมเพดานค่าการกลั่น ปฏิรูปโครงสร้างโรงกลั่น ลดผูกขาด
AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
กรุงศรีชวนสนุกรับสงกรานต์สไตล์อีโค่! กับแคมเปญ ‘สาดสุขให้สนั่น สุดมันส์แบบยั่งยืน’
อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม
‘SOURI’ ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว ‘Hamburger Fatcaron’ กับขนมหวานยอดนิยมที่ทั้งหลอกตาและดึงดูดใจกว่าที่เคย

Recent Posts

  • AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
  • เทียบราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง เสนอกำหนดเพดาน
  • เกาหลีใต้ชี้สัญญาณชัด “คิม จูแอ” คือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป
  • เดโมแครตรุมถล่มทรัมป์ “วิกลจริต” ขู่ก่ออาชญากรรมสงครามถล่มอิหร่าน
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด สงคราม “สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน” กระทบซัพพลาย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d