Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ธรรมเท่านั้นที่จะพาเราหลุดพ้นจากความทุกข์’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610764

'ธรรมเท่านั้นที่จะพาเราหลุดพ้นจากความทุกข์' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…พวกเราในอดีตได้บำเพ็ญศีลกันมา ได้ทำบุญทำทานมา จึงทำให้มาเกิดเป็นมนุษย์ เราจึงไม่ควรใช้บุญเก่าไปโดยเปล่าประโยชน์ ควรจะสร้างบุญใหม่ให้เพิ่มมากขึ้นไป เพื่อจะได้พัฒนาจากมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ไปเป็นเทพ เป็นพรหม เป็นพระอริยบุคคล ตามลำดับต่อไป 

ด้วยการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา เป็นทางเดียวเท่านั้น ทำได้มากน้อยเพียงไร ก็ขอให้ทำไป อย่าไปเสียดายชีวิต อย่าไปเสียดายอะไรทั้งสิ้น ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ให้สละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ให้สละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ให้สละชีวิตเพื่อรักษาธรรม 

ธรรมเท่านั้นที่จะพาให้เราไปสู่สุคติ ไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งมวล จึงขอฝากเรื่องการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ให้ท่านทั้งหลายนำไปประพฤติปฏิบัติต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แล้วจะไม่ผิดหวังในการที่ได้เกิดเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๘ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน’ คือ ‘พ่อแม่ของเรา’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610281

'อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน' คือ 'พ่อแม่ของเรา' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.21 น.

“…อย่าลืมพระอรหันต์ในบ้าน คือพ่อแม่ของเรา พ่อแม่เป็นผู้มีพระคุณกับเรา เหมือนกับพระอรหันต์มีพระคุณกับเรา ต่างกันตรงที่พระคุณของพ่อแม่ คือพระคุณทางร่างกาย ให้กำเนิดเรา แล้วก็เลี้ยงดูเรามาด้วยความยากลำบาก ทุกข์ยากลำบากอย่างไรก็อดทน เลี้ยงดูเราจนเราเจริญเติบโตขึ้นมา แล้วยังพยายามส่งเสียให้เราได้รับการศึกษาในระดับต่างๆ จนเราสามารถมีวิชาความรู้ ไปทำมาหากินเลี้ยงชีพ ไปมีครอบครัวได้

เราก็อย่าลืมบุคคลที่มีพระคุณกับเรา บางคนพอมีครอบครัวก็เลยมาวุ่นกับการเลี้ยงดูครอบครัวของตน จนลืมเลี้ยงดูพ่อแม่ไป มีคำพูดว่า “พ่อแม่ ๒ คนเลี้ยงลูก ๑๐ คนได้นะ แต่ลูก ๑๐ คน แต่ลูก ๑๐ คนนี้กลับเลี้ยงพ่อแม่ ๒ คนไม่ได้” ก็เพราะว่าขาดความกตัญญู ขาดความสำนึกในบุญคุณของบิดามารดา ขาดความกตัญญูกตเวที คือการทดแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘คนขโมยของวัด ด่าพ่อแม่ ทำแท้ง’ ตายไปเป็นอย่างไรดูกันได้ที่ ‘วัดโคกทอง’ โพธาราม #SootinClaimon.Com

Posted on October 20, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/610098

'คนขโมยของวัด ด่าพ่อแม่ ทำแท้ง' ตายไปเป็นอย่างไรดูกันได้ที่ 'วัดโคกทอง' โพธาราม

วันพุธ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 10.24 น.

วันนี้ “ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” พาไปเที่ยวและทำบุญที่วัดโคกทอง หมู่ที่ 1 ต.เตาปูน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี ภายในวัดบรรยากาศดูร่มรื่น ด้านหน้ามีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ มีศาลาปฏิบัติธรรมกลางน้ำ ไว้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่อยากจะพาลูกหลานและครอบครัวมาให้อาหารปลานานาชนิดช่วงวันหยุด ข้างศาลากลางน้ำ ยังมีสิ่งปลูกสร้างแปลกใหม่สอดแทรกกุศโลบายคำสอน คนขโมยของวัด ด่าพ่อ แม่ ชีวิตเป็นอย่างไร ถูกสร้างขึ้นให้ทุกคนสะพรึงกลัวละเว้นทำบาป  

คือ เปรต อสุรกาย ในลักษณะรูปร่างต่าง ๆ ตัวสูงเกือบเท่าต้นไม้ แลบลิ้น ปากเท่ารูเข็ม ที่ทางวัดสร้างขึ้นมาเตือนสติผู้คน ทาด้วยสีแดงยืนตระหง่าน เพื่อไว้กุศโลบายเตือนสติสอดแทรกธรรมะไว้ให้ประชาชนได้ระลึกนึกถึงบาป บุญ คุณ โทษ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การขโมยสิ่งของ การทำร้ายพ่อ แม่ การทุจริตคดโกง การทำแท้งเด็กเป็นสิ่งไม่ดีต้องได้รับกรรมตอบสนอง 

เช่น เปรตที่ขโมยของวัดไปขายกิน จะมีลักษณะลิ้นยาวหุบปากไม่ได้ มือกุด ตายแล้วต้องไปใช้กรรมในนรก แล้วจึงมาเกิดเป็นเปรต เปรตตีพ่อ ตีแม่ ต้องตกนรกก่อน แล้วจึงมาเกิดเป็นเปรต มีมือเท้าใหญ่ มีรูปร่างหน้าตาน่าเกลียด อยู่อย่างทรมาน เปรตทำแท้ง ตอนเป็นมนุษย์ ทำแท้ง จึงตกนรก แล้วมาเกิดเป็นเปรต มีท้องใหญ่โต ไม่มีช่องคลอด ต้องทนอุ้มท้องจนกว่าจะหมดกรรม 

เปรตจาบจ้วงพระ ต้องมาเกิดเป็นเปรต มีร่างกายสูงแต่ผอม มีลิ้นยาว กินอะไรไม่ได้ ต้องทนทรมานหิวโหย จนกว่าจะหมดกรรมและยังมีเปรตอีกหลายลักษณะโทษของการทำความชั่ว ใกล้ๆยังมีรูปปั้นพญายมราช มีพระวรกายสีแดง ทรงอิทธิฤทธิ์ มีหน้าที่พิพากษาปกครองดวงวิญญาณทั้งหลายไว้เพื่อเตือนสติประชาชนให้นึกถึงการทำความดี ละเว้นความชั่วทั้งหลาย

พระครูปลัดณรงค์ชัย วราสโภ เจ้าอาวาสวัดโคกทอง เปิดเผยว่า สมัยที่มาอยู่ใหม่ๆ ยังไม่ได้สร้างศาลาปฏิบัติธรรมกลางน้ำ จึงคิดสร้างเปรตรูปแบบลักษณะต่าง ๆ ขึ้นเพื่อให้ประชาชนเข้ามาเที่ยวทำบุญสร้างกุศลกัน สอดแทรกหลักธรรมคำสอนไว้ เขียนข้อความให้สอดคล้องการสร้างรูปปั้นเปรตแต่ละตนไว้ ในการเตือนสติ ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ไม่อย่างนั้นก็จะตกนรกกลายเป็นเปรต แต่ละโทษทัณฑ์ที่ได้ทำกรรมไว้

พระครูปลัดณรงค์ชัย เจ้าอาวาสวัด บอกว่า ขณะนี้เมรุเผาศพเริ่มชำรุด มีรอยปริแตกร้าวนานนับปี หลังจากที่เผาศพผู้ติดเชื้อโควิด -19 ทางวัดได้เปิดรับเผาศพฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ทำให้ปล่องเมรุมีปัญหาไม่ดูดควัน เกิดมลภาวะทางอากาศ อีกทั้งที่เข็นศพเข็นเข้าเตาเผาก็ชำรุดผุกร่อน ตั้งแต่เริ่มสร้างเมรุมาจนถึงปัจจุบัน 50 ปีแล้ว เผาศพมากกว่า 900 ศพ ล่าสุดมีการนำศพผู้ติดเชื้อโควิดมาเผาได้ประมาณ 9 ศพแล้ว หากจะเปลี่ยนเป็นเตาเผาแบบใช้น้ำมัน หรือ เตาไฟฟ้า คิดว่าประชาชนชาวบ้านคงใช้ลำบาก เพราะจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่สำหรับที่วัดโคกทองใช้ถ่านเตาเผาแบบรุ่นเก่า สามารถเผาได้เลยไม่มีค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แล้วแต่ศรัทธาของญาติโยมจะร่วมทำนุบำรุงวัด

ทั้งนี้ ประชาชนที่อยากจะเที่ยวชมเปรต หรือ ร่วมทำบุญซ่อมแซมเมรุเผาศพ สามารถโอนเงินผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์วัดที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาเขาขวาง บัญชี 020063053345 หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่เจ้าอาวาสวัดโคกทอง เบอร์  084-6346414 ได้  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มาดีไปดี มาดีไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี’ พวกเราอยู่ในประเภทไหน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609769

'มาดีไปดี มาดีไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี' พวกเราอยู่ในประเภทไหน : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.31 น.

“…ชีวิตของพวกเราเป็นเหมือนการเดินทาง เวียนว่ายตายเกิดในภพต่างๆ มีการมาและมีการไป ถ้ามาดีไปดี ก็จะมีแต่ความสุขความเจริญ ถ้ามาไม่ดีไปไม่ดี ก็จะมีแต่ความทุกข์ความเสื่อม ถ้าประพฤติปฏิบัติ ตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เราก็จะไปดีและมาดี คำว่าดีในที่นี้หมายถึงสุคติ เวลาคนตายไป เรามักจะพูดว่า ขอให้ไปสู่สุคติ คือขอให้ไปดี ส่วนคำว่าไม่ดีก็คือทุคติ คือการไปไม่ดี ทุคติก็คืออบายนั่นเอง ได้แก่ภพของเดรัจฉาน เปรต อสุรกาย นรก คือที่ไปของผู้ที่ไปไม่ดี ส่วนสุคติ ก็คือภพของมนุษย์ เทพ พรหม อริยบุคคล มรรคผลนิพพาน คือที่ไปของผู้ที่ไปดี 

คนเราจึงมีอยู่ ๔ ประเภทด้วยกันคือ ๑. มาดีไปดี  ๒. มาดีไปไม่ดี  ๓. มาไม่ดีแต่ไปดี  ๔. มาไม่ดีไปไม่ดี พวกเราอยู่ในประเภทไหน ก็ขอให้พิจารณาดู การมาดีหมายถึง มาจากสวรรค์ มาเกิดเป็นมนุษย์ เช่นพระพุทธเจ้าของพวกเรา ท่านได้บำเพ็ญบุญบารมี ทำดีมาทุกภพทุกชาติ จนภพสุดท้ายของมนุษย์ ก็ได้เป็นพระเวสสันดร ได้ทำบุญทำทานอย่างมากมาย ไม่เสียดายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทอง ภรรยาบุตรธิดา ถ้าใครขอให้บริจาค ก็ทรงบริจาคไป เพื่อทานบารมี หลังจากที่ได้ตายไป ก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญที่จะอยู่บนสวรรค์ ก็ลงมาเกิดเป็นราชโอรส เป็นเจ้าชายสิทธัตถะ แล้วก็บำเพ็ญบุญต่อ ออกบวชปฏิบัติธรรม จนได้บรรลุเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อทรงเสด็จดับขันธ์ ก็ได้ไปสู่พระนิพพาน อย่างนี้เรียกว่า มาดีไปดี

พวกเราอาจจะมาดีบ้าง มาไม่ดีบ้าง ขึ้นอยู่กับบุญกับกรรมที่ทำไว้ในอดีตชาติ ถ้าทำดีก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ เมื่อหมดบุญก็กลับลงมาเกิดเป็นมนุษย์ เรียกว่ามาดี ต่างกับผู้ที่มาไม่ดี คือผู้ที่ได้ทำบาปทำกรรมไว้ในอดีต แล้วต้องไปใช้กรรมในอบาย เมื่อหมดกรรมก็ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีก แต่ต่างจากผู้ที่มาดี มาจากสวรรค์ ที่มีบุญบารมีติดตัวมาด้วย ผู้ที่มาจากอบาย มาเกิดเป็นมนุษย์ มาไม่ดี จะไม่มีบุญบารมีติดตัวมา รูปร่างหน้าตาก็สู้คนที่มีบุญบารมีไม่ได้ สติปัญญาความฉลาดก็สู้ไม่ได้ ฐานะการเงินการทองก็สู้ไม่ได้ นี่คือลักษณะของผู้ที่มาดีและมาไม่ดี ส่วนมาแล้วจะทำอะไรต่อไป เพื่อจะไปดีหรือไม่ดี ก็อีกเรื่องหนึ่ง 

ถ้ามาแล้ว มีอุปนิสัยเดิมติดตัวมามาก ชอบทำความดี ชอบทำบุญ ไม่ชอบทำบาป ไม่ชอบอบายมุขต่างๆ ก็จะมุ่งไปสู่การทำความดี ทำบุญทำทาน หลีกเลี่ยงอบายมุขทั้งหลาย เช่นการเสพสุรายาเมา เล่นการพนัน เที่ยวกลางคืน อย่างที่พวกเราทั้งหลาย ได้มาบำเพ็ญกันในวันนี้ เรียกว่ามาบำเพ็ญเพื่อการไปดี แต่ถ้าไม่สนใจเรื่องการมาวัด มาทำบุญให้ทาน รักษาศีล ปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ฟังธรรม ชอบแต่ไปเที่ยว ไปเล่น ไปดื่ม ไปกิน ไปหาความสุขชั่วขณะ จากการเสพสัมผัสรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะต่างๆ เสพสุรายาเมา ประพฤติผิดประเวณี ทำบาปทำกรรม เมื่อตายไปก็จะไปไม่ดี เพราะไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศล ไม่ได้สะสมบารมีไว้ ก็จะไปสู่ที่ต่ำ นี่คือลักษณะของคนเรา มีทั้งมาดีไปดี มาดีแต่ไปไม่ดี มาไม่ดีแต่ไปดี มาไม่ดีไปไม่ดี

เหตุของการมาเป็นเรื่องของอดีต เราไปแก้ไม่ได้ เพราะอดีตผ่านไปแล้ว ถ้าได้ทำดี ทำบุญ ทำกุศล ก็จะมาดี ถ้าได้ทำบาปทำกรรม ก็จะมาไม่ดี แต่การไปเราสามารถควบคุมบังคับได้ เพราะขึ้นอยู่กับการกระทำของเราในปัจจุบันนี้ ถ้าหมั่นทำความดีอยู่เรื่อยๆ ทำบุญ ละบาป ฟังเทศน์ฟังธรรม กำจัดกิเลสความโลภโกรธหลง ก็จะไปดี ดีที่สุดก็จะไปถึงพระนิพพาน ดังที่พระพุทธเจ้าและพระอรหันตสาวกทั้งหลายได้ไปถึง เป็นสิ่งที่อยู่ในเอื้อมมืออยู่ในวิสัยของเรา เพราะมีทุกสิ่งทุกอย่างพร้อม มีพระศาสดา คือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า มีกายมีใจ พร้อมที่จะปฏิบัติ พร้อมที่จะฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ขึ้นอยู่ว่าจะมีศรัทธาความเชื่อหรือไม่ มีวิริยะความขยันหมั่นเพียรที่จะปฏิบัติหรือไม่เท่านั้นเอง…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รู้หรือไม่อะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นยักษ์ มาร เดรัจฉาน’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609367

'รู้หรือไม่อะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ เป็นยักษ์ มาร เดรัจฉาน' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันเสาร์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.14 น.

“… การเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็นนักบวช หรือเป็นฆราวาส แต่ขึ้นอยู่กับจิตสำนึก ว่ารู้หรือไม่ ว่าอะไรคือสมบัติของความเป็นมนุษย์ อะไรคือสมบัติของการเป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นเดรัจฉาน ถ้ารู้แล้วและปฏิบัติตามได้ ก็ถือว่าได้เป็นมนุษย์แล้ว อย่างพระโสดาบัน ซึ่งเป็นพระอริยบุคคลเบื้องต้น เป็นผู้ที่เห็นแล้วในเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ในเรื่องนรก เรื่องสวรรค์ เรื่องกรรม ท่านจึงไม่สงสัยในเรื่องของกรรมเลยแม้แต่นิดเดียว ท่านเห็นแล้วว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว 

เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจึงตั้งมั่นอยู่ในศีล ๕ ได้อย่างสมบูรณ์  คือเป็นมนุษย์ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม จะไม่ละเมิดศีล ๕ โดยเด็ดขาด ด้วยอานิสงส์ของการมีดวงตาเห็นธรรม คือเห็นหลักกรรม เห็นว่าการทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว จึงทำให้ท่านรักษาศีล ๕ เป็นนิสัย เป็นธรรมชาติของจิต คือจะสมาทานหรือไม่สมาทานก็ตาม จะมาวัดในวันพระหรือไม่มาวัดในวันพระก็ตาม จะเป็นฆราวาสหรือเป็นบรรพชิตนักบวชก็ตาม จะดำรงอยู่ในศีล ๕ นี้ อย่างแน่วแน่มั่นคง ไม่ละเมิดเลย 

ถึงแม้ชีวิตก็สามารถสละได้เพื่อรักษาธรรม คือศีลทั้ง ๕ ข้อนี้ไว้ ด้วยอานิสงส์แห่งการปฏิบัตินี้ จึงทำให้ท่านไม่ต้องไปเกิดในอบายอีกต่อไป ถึงแม้ในอดีตจะเคยทำบาปทำกรรมมา มากมายก่ายกองนับไม่ถ้วน แต่เมื่อได้บรรลุธรรม มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว จะมีปัญญาที่สามารถยับยั้งจิตไม่ให้ไปสู่ที่ต่ำได้ ไม่ให้ไปสู่การไปเกิดในที่ต่ำได้ด้วยอำนาจของปัญญา ด้วยอำนาจของธรรมะที่ได้เห็นนั่นเอง 

ภพชาติของท่านก็จะมีเหลือไม่เกินอีก ๗ ชาติเป็นอย่างมาก คือถ้าชาตินี้ยังไม่ได้บรรลุธรรมที่สูงขึ้นไปกว่านี้ ก็จะกลับมาเกิดไม่เกิน ๗ ชาติ และแต่ละชาตินั้นก็จะเกิดในสุคติ คือไม่กลับไปเกิดในอบายเป็นเด็ดขาด นี่แหละคืออานิสงส์ของผู้ที่เข้าหาพระศาสนา เข้าหาวัดหาวา ศึกษาปฏิบัติธรรม ตามแนวทางที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ดังที่ท่านทั้งหลายได้มาปฏิบัติกัน ตามสมควรแก่กำลังแห่งสติ ปัญญา ศรัทธา…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๘ สิงหาคม  พ.ศ. ๒๕๔๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ไม่ต้องฆ่าตัวตาย…เพราะการฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นการดับความทุกข์ใจ’ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/609185

'ไม่ต้องฆ่าตัวตาย...เพราะการฆ่าตัวตายไม่ได้เป็นการดับความทุกข์ใจ' : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันศุกร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.23 น.

“…การฆ่าตัวตายก็ไม่ได้เป็นการดับความทุกข์ใจ เพราะการฆ่าร่างกายนี้ไม่ได้ไปดับความทุกข์ที่มีอยู่ในใจ เพราะว่าร่างกายนี้ไม่ได้เป็นเหตุของความทุกข์ใจ เหตุของความทุกข์ใจก็คือความอยาก ถ้าเรายังไม่ได้ดับความอยาก ความทุกข์ใจก็ยังไม่หมดไป

เช่น เวลาฆ่าตัวตายไปแล้ว ความทุกข์ใจก็ยังมีอยู่และกลับจะมีเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเวลาที่จะฆ่าตัวตายก็เกิดความทุกข์ใจขึ้นมาอีก เพราะความจริงแล้วไม่อยากจะตาย พอเวลาฆ่าตัวตายก็มีทุกข์ซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก ทุกข์ที่เกิดจากการฆ่าตัวตาย ทุกข์ที่เกิดจากความผิดหวังสิ้นหวัง เป็นทุกข์สองกองจึงทำให้ตอนที่ตายไปนั้นจะต้องไปใช้กรรมในอบาย ไม่สามารถไปสู่สุคติได้

แต่ถ้ารู้จักทำใจยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีวันหมดสิ้นไปมีวันเสื่อมได้ เมื่อถึงเวลาก็เตรียมเนื้อเตรียมตัว ทำใจรับกับความจริงนี้ เวลาเกิดความสูญเสีย เกิดความเสื่อมของสิ่งที่เรารักเราชอบ ถ้าเราทำใจได้เราก็จะไม่เศร้าโศกเสียใจ เราก็ยังสามารถอยู่อย่างปกติสุขได้ เเละเมื่อถึงเวลาที่เราตายไปเราก็จะไปสู่สุคติได้ ไม่ต้องไปเกิดในอบาย

นี่คือเรื่องของความทุกข์และต้นเหตุของความทุกข์ที่เกิดจากความอยากของเราเอง ดังนั้นถ้าเรามาฝึกหยุดความอยากต่างๆได้ต่อไปเราจะไม่มีความทุกข์ใจ เพราะนั่นคือวิธีที่พระพุทธเจ้าได้ทรงบำเพ็ญได้ทรงปฏิบัติ จนทำให้พระองค์ได้ทรงหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งหลายได้ หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ ไม่ต้องกลับมาเกิดมาแก่มาเจ็บมาตายอีกต่อไป พระองค์จึงได้ทรงนำเอาวิธีที่ได้ทรงปฏิบัตินี้ มาเผยแผ่สั่งสอนให้แก่พวกเราที่ยังไม่รู้จักการหาความสุขที่แท้จริง ยังไม่รู้จักการดับความทุกข์ที่แท้จริงนั่นเอง 

การหาความสุขที่แท้จริงก็คือต้องหาความสุขภายในใจของเรา หาความสุขที่เกิดจากความสงบของใจ…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๖ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระอริยบุคคลถ้ายังต้องกลับมาเกิดก็จะกลับมาเกิดในภพมนุษย์หรือเทวดา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 17, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608884

พระอริยบุคคลถ้ายังต้องกลับมาเกิดก็จะกลับมาเกิดในภพมนุษย์หรือเทวดา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

“…ความเชื่อที่ยังไม่ได้เกิดจากการเห็นด้วยการปฏิบัตินี้ ก็อาจจะเปลี่ยนได้ อาจจะลืมได้ หรือถ้าอยู่ในเหตุการณ์ที่ถูกอะไรมาบีบบังคับ ก็อาจจะไม่เชื่อขึ้นมาก็ได้ เปลี่ยนความเชื่อก็ได้ เช่นถ้ายังต้องเลี้ยงดูร่างกาย รักษาร่างกายอยู่ ถึงแม้ถึงเวลาจะต้องทำบาปก็อาจจะยอมทำบาปก็ได้ เพราะยังไม่เห็นจริงๆ ว่าเราไม่ได้เป็นร่างกาย เพราะยังคิดว่าเรายังเป็นร่างกายอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องพยายามต่อสู้ เพื่อรักษาชีวิตของร่างกายไว้อย่างเต็มที่ ถ้ายังต้องทำบาปก็ต้องทำบาปกัน เรายังมีการป้องกันตัวของเราอยู่ ถ้าเรายังคิดว่าร่างกายนี้เป็นตัวเราของเรา

แต่ถ้าเรามีดวงตาเห็นธรรมแล้วนี้ เราจะไม่มาป้องกันร่างกาย เราจะป้องกันใจของเรา ภัยของใจก็คือการกระทำบาปนี่ การไปทำบาปเพื่อป้องกันภัยที่จะเกิดขึ้นกับร่างกายนี้ จะไม่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีดวงตาเห็นธรรมแล้ว พระอริยบุคคลทุกระดับ ท่านจะไม่ทำบาปโดยเด็ดขาด การที่ท่านไม่ทำบาปโดยเด็ดขาดนี้ ก็เลยทำให้ท่านปิดประตูอบายได้ ท่านตายนี้ท่านจะไม่มีวันไปเกิดในอบายกันแล้ว

พระอริยบุคคล ถ้ายังต้องกลับมาเกิด ก็จะกลับมาเกิดในภพของมนุษย์หรือเทวดา เช่น พระโสดาบันนี้ยังไม่ได้หลุดออกจากการเวียนว่ายตายเกิด ยังต้องกลับมาเกิดอีกไม่เกิน ๗ ชาติ เป็นอย่างมาก แล้วภพชาติที่จะมาเกิดก็จะเกิดอยู่ในภพของมนุษย์หรือเทวดา แต่จะไม่ไปเกิดในภพของอบาย แล้วถ้าได้ขี้นที่ ๒ คือขั้นพระสกิทาคามี ก็จะลดการกลับมาเกิดในภพของมนุษย์หรือเทวดาลดลงเหลือ ๑ ชาติ

แล้วพอได้ขั้นที่ ๓ นี้ ท่านพระอนาคามีนี้ ท่านจะตัดภพของมนุษย์และเทวดาออกไปได้ จะไม่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา แต่จะกลับไปเกิดเป็นพรหม ไปอยู่สวรรค์ชั้นพรหม จนกว่าจะบรรลุเป็นพระอรหันต์ ก็จะออกจากสวรรค์ชั้นพรหมเข้าสู่พระนิพพานไป จะไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป นี่คือผลของผู้ที่มีความเชื่อในคำสั่งคำสอน ในสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้า เชื่อแล้วนำเอาไปปฏิบัติด้วย ถ้าเชื่อแล้วยังไม่ปฏิบัตินี้ มันจะไม่สามารถมีดวงตาเห็นธรรมได้…” 

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี  วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608667

เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

“…เวลาเรามาเราก็มาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวถึงเวลาเราไป เราก็ไปตัวเปล่าๆ เราไม่ได้เอาอะไรไปเลย ร่างกายนี้เราก็เอาไปไม่ได้ ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองของเรา เราก็เอาไปไม่ได้ ญาติพี่น้อง สามีภรรยา บุตรธิดา ก็เอาไปไม่ได้ แล้วไปถือว่าเป็นของเราทำไมกัน ถือไปให้ทุกข์ไปเปล่าๆ ทำไมไม่มาลองถือว่าไม่ได้เป็นของเราดูบ้าง ว่าจะรู้สึกยังไง จะรู้สึกเบา จะรู้สึกสบาย แต่ทำไม่ได้เพราะอะไร เพราะต้องมีสิ่งเหล่านี้ มาให้ความสุขกับเรานั่นเอง ถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้ว เราจะเหมือนขาดลมหายใจ” 

ร่างกายเราไม่มีลมหายใจดูสัก ๓ นาทีดู ตายไหม ลองลงไปดำน้ำดูสักพักหนึ่ง ดำได้ไม่นานเดี๋ยวก็ต้องโผล่ขึ้นมา ต้องมามีลมหายใจ เราก็เหมือนกัน เราต้องมีร่างกายเพราะเราใช้ร่างกายเป็นเครื่องมือ หาสิ่งต่างๆ มาให้ความสุขกับเรานั่นเอง เราเลยจำเป็นที่จะต้องมีร่างกาย พอมีร่างกายแล้ว เราก็จะได้ไปมีสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไป มีคนนั้นมีคนนี้ต่อไป มาให้ความสุขกับเรา แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เราไปหามาให้ความสุขกับเรา มันก็มีความทุกข์ติดมาด้วย เป็นเหมือนปลาที่มีก้างติดมาด้วย เวลากินปลาแบบไม่ระมัดระวัง เดี๋ยวก็ถูกก้างทิ่มปากเอา นี่ก็เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เราได้มาแล้วเดี๋ยวมันจะต้องให้ความทุกข์กับเรา เราจะต้องไม่สบายใจไปกับมัน

นี่แหละคือความทุกข์ของพวกเรา เกิดจากความหลงของพวกเรา ความหลงก็คือการไม่มีปัญญาความรู้ทางธรรมนี่เอง ทำให้เราหลงเห็นผิดเป็นชอบไป เห็นของที่ไม่ใช่เป็นของเราว่าเป็นของเรา เห็นของที่จะให้ความทุกข์กับเรา ว่าให้ความสุขกับเรา เห็นของชั่วคราวเป็นของถาวรไป นี่แหละคือการขาดความรู้ทางธรรม เราจึงต้องมาหาความรู้ทางธรรม จากพระพุทธเจ้า หรือจากพระธรรมคำสั่งคำสอน ที่มีบันทึกไว้ในพระไตรปิฎก หรือจากพระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าผู้มีปัญญามีความรู้ทางธรรม ที่จะสอนที่จะบอกให้พวกเราไม่ให้ไปถือสิ่งต่างๆ ว่าเป็นของเรา และการที่จะไม่ถือว่าเป็นของเราก็คือ เราต้องไม่มีมัน ไม่ต้องใช้มันไม่ต้องไปอาศัยมัน

ถ้าเราไปมีมัน ไปอาศัยมันนี่แสดงว่าเราไปถือว่ามันเป็นของเราแล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรเราถึงจะทำให้เราไม่ต้องไปมีสิ่งต่างๆ ไปถือสิ่งต่างๆ มาเป็นของเรา เราก็ต้องมีวิธีหาความสุขแบบใหม่ วิธีการหาความสุขของเราในตอนนี้ เราต้องมีความสุขผ่านการมีสิ่งต่างๆ ต้องมีลาภมีเงินมีทอง ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองเรียกว่าลาภ มีลาภแล้วก็อยากจะมียศ อยากจะมีตำแหน่ง อยากจะมีเกียรติยศ มียศแล้วมีอำนาจ สามารถใช้อำนาจของตนกว้านเอาสิ่งต่างๆ ที่อยากได้ มาเป็นของตน ถ้าไม่มียศมีตำแหน่งก็กว้านไม่ได้ ลำบากต้องหาเอง

คนจึงมุ่งไปหายศกันก่อน มุ่งไปหาตำแหน่งกันก่อน ตอนต้นก็เอาแค่ระดับใกล้ตัว ถ้าอยู่หมู่บ้านก็ขอเป็นผู้ใหญ่บ้านก่อน พอได้ผู้ใหญ่บ้านก็เอากำนันต่อ จากกำนันก็ไปเป็น อ.บ.จ. สมาชิก อ.บ.จ. อ.บ.ต. ว่าไป เลื่อนขั้นไปเรื่อยๆ จนขั้นต่อไปก็ไปเป็น ส.ส. พอได้ ส.ส. ก็ไปเป็นรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีแล้ว ทีนี้ก็เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ทีนี้มียศมีตำแหน่งแล้ว ทีนี้ก็กว้านเอาได้แล้วอยากจะได้อะไร เซ็นชื่อแก็กเดียวเท่านั้นเอง กี่ล้านล่ะ ต้องการกี่ล้าน ขอลายเซ็นหน่อย ลายเซ็นกำลังหอมตอนนี้ ใครเป็นนายกนี่ลายเซ็นหอม เซ็นแก๊กเดียวผ่านหมดเลย ต้องการทำอะไรไฟเขียวตลอดทุกด่าน แต่ถ้าไม่มีลายเซ็นก็ติดไฟแดงไปทุกด่าน

นี่คือทำไมถึงต้องมียศกัน มีตำแหน่งกัน มีอำนาจกัน เพราะจะได้กว้านเอาความสุขต่างๆ เข้าใส่ตัวเองกับครอบครัวของตนเอง ให้ภรรยาให้สามี ให้ลูกให้หลาน ให้พี่ให้น้อง ให้บริษัทบริวาร อันนี้เป็นเรื่องของการไปหาสิ่งต่างๆ มาให้ความสุขกับตน พอมีตำแหน่งมียศ ทรัพย์ก็หาง่าย ลาภก็หาง่ายขึ้น เซ็นชื่อปั๊บหนึ่งเงินก็เข้ามาแล้ว แล้วก็รางวัลก็มาเยอะแยะเลย เดี๋ยวคนนั้นก็มอบรางวัลให้นายก คนนี้ก็มอบรางวัลให้นายก เห็นไม๊ สร้างสะพานยังจะตั้งชื่อให้นายก เป็นสะพานของนายก สรรเสริญ เขาเรียกว่าสรรเสริญ

ใครได้ยินสรรเสริญก็ชอบ ใครชมเรานี่มีความสุขขึ้นมาทันที จะสวยไม่สวยไม่สำคัญ ใครลองบอกว่าคุณสวยนี่ ยิ้มแป้นขึ้นมาก่อนแล้ว ถ้าใครด่านี้หน้าบึ้ง บอกหน้าเหมือนควาย แค่นี้ก็หน้าบึ้งขึ้นมา ชอบสรรเสริญ ใครยกย่องว่าสวยว่างาม ว่าหล่อน่ารักน่าดูน่าชมนี้ ก็เกิดความสุขขึ้นมา แต่สิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งที่มีลูกระเบิดอยู่ในตัวของมันเอง ที่มันจะระเบิดตูมขึ้นมาได้ทุกเวลา ระเบิดแบบไหน ก็ระเบิดแบบหายไปหมดไปนั่นเอง

มีลาภได้ก็เสื่อมลาภ มียศก็เสื่อมยศ มีสรรเสริญก็มีนินทา มีสุขก็กลายเป็นทุกข์ไปได้ แต่ถ้าไม่มีธรรมะ ไม่มีปัญญาคอยสอนใจก็จะลืมกัน รู้ว่าทุกอย่างมีวันเสื่อมมีวันหมด แต่พอไม่คิดถึงมัน ไปคิดว่ามันไม่เสื่อมมันไม่หมด มันก็เลยลืมไปว่าความจริงเป็นอะไรเสียแล้ว กลับไปคิดตรงกันข้ามกับความเป็นจริง คิดว่าได้อะไรมาแล้วจะต้องอยู่กับเราไปนานๆ เป็นของเราไปนานๆ ไม่จากเราไป พอเกิดเหตุการณ์ระเบิดตูมขึ้นมา มันเสื่อมมันจากเราไป ทีนี้ทุกข์ก็กรูกันเข้ามาแล้วสิ ความทุกข์ใจ ความวุ่นวายใจ ความเสียอกเสียใจ เศร้าโศกเสียใจอะไรต่างๆ ไหลเข้ามาแบบน้ำฝนนี่ ฝนตก 

ตอนนี้ฝนไม่ตกก็คิดว่าฝนจะไม่มีวันตก นี่ปีนี้ฝนทิ้งช่วงตั้งหลายเดือนแล้ว คนอาจจะลืมไปว่าเรามีฤดูฝนก็ได้ เดี๋ยววันดีคืนดีฝนก็ตกลงมา คนที่ได้ลาภยศสรรเสริญสุขอยู่เรื่อยๆ ก็คิดว่าจะมีแต่ได้อย่างเดียว ตอนนี้เศรษฐกิจของบางประเทศกำลังขึ้น หุ้นขึ้นเอาขึ้นเอา คนก็ซื้อหุ้นกัน คิดว่ามันจะขึ้นไปเรื่อยๆ เดี๋ยวรอดูเวลามันร่วงดู ดูเวลาหุ้นมันตกดู เดี๋ยวจะมีคนฆ่าตัวตายกันเยอะแยะ นี่แหละเพราะลืมกัน ลืมว่ามีขึ้นก็จะต้องมีลง ไม่ช้าก็เร็วก็จะต้องมีขึ้นมีลง มีเจริญก็ต้องมีเสื่อม มีมาก็ต้องมีไป และมาตัวปล่าๆ ก็ต้องไปตัวเปล่าๆ นี่ไม่คิดตรงนี้ 

นี่พวกมหาเศรษฐีอันดับ ๑ ของโลกนี้ ไม่เคยคิดว่าตัวเองมามาตัวเปล่าๆ เดี๋ยวเวลาไปก็ไปตัวเปล่าๆ ทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองหามาได้ กลายเป็นของคนอื่นไปหมด เอาไปไม่ได้แม้แต่บาทเดียว นี่คือความหลงความลืม ความจริงทุกคนก็รู้ว่าเกิดมาแล้วต้องตายกัน แต่ลืมกัน ลืมกันเพราะไม่คิดกันนั่นเอง มัวแต่ไปคิดเรื่องอื่น คิดเรื่องหานู่นหานี่ แล้วพอได้ก็คิดว่าจะหาไปได้เรื่อยๆ แล้วพอมีก็คิดว่ามันจะมีอยู่ไปกับเราเรื่อยๆ มันก็เลยลืมคิดว่า เดี๋ยวมันจะต้องมีวันที่มันจะไม่มี วันที่เราจะต้องจากโลกนี้ไป นี่คือการไม่มีความรู้ทางธรรม

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘รักษาความเป็นมนุษย์ไปทุกภพทุกชาติ’ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 14, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608477

'รักษาความเป็นมนุษย์ไปทุกภพทุกชาติ' พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันอังคาร ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.28 น.

คำว่าบาปนี้ก็คือการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ทำแท้งบาปไหม ฆ่าหรือเปล่า ฆ่าเด็กทารกในท้อง บาป ทำหมันบาปไหม ไม่บาปเพราะไม่ได้ฆ่า เพียงแต่ป้องกันไม่ให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมา ไม่ได้มีการตั้งครรภ์ ไม่บาป ถ้าได้ทำหน้าที่ศึกษาข้อง่าย ๆ แค่นี้ไม่น่าจะต้องมาถามกัน แสดงว่าไม่ได้เรียนกันเลย ไม่รู้ว่าบาปคืออะไร

“บาป” ก็คือ ๔ ข้อด้วยกัน คือข้อที่ ๑ การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตไม่ว่าจะเป็นชีวิตน้อยชีวิตใหญ่ เช่น มด แมลง หรือชีวิตใหญ่ เช่น ช้างหรือมนุษย์หรืออะไรถือว่าเป็นชีวิตเหมือนกัน เป็นสิ่งที่เจ้าของของชีวิตนั้นรักและหวงเหมือนกัน ช้างก็หวงชีวิตของเขา มดแมลงเขาก็หวงชีวิตของเขา ฆ่าเขาแล้วก็ทำให้เขาทุกข์ ชีวิตของเรา ๆ ก็รักเราก็หวง ใครฆ่าชีวิตเรา ๆ ก็ทุกข์

ดังนั้น การทำบาปก็คือการไปสร้างความทุกข์ให้กับผู้อื่นนั่นเอง ดังนั้น ให้เข้าใจว่าบาปคืออะไร คือการไปทำให้เกิดความทุกข์แก่ผู้อื่น ทุกข์มากทุกข์น้อย ทุกข์มากที่สุดก็คือการฆ่าชีวิตการทำร้ายชีวิตของผู้อื่น เพราะชีวิตนี้เป็นของที่มีค่าที่สุดของทุกๆ คน รองลงมาก็คือการลักทรัพย์ การไปเอาทรัพย์ของผู้อื่นโดยที่เขาไม่อนุญาต ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเงินทองชนิดไหนก็เรียกว่า “ทรัพย์” หมด โต๊ะเก้าอี้ กระเป๋ารองเท้า อะไรก็ตามของที่ไม่ใช่เป็นของเราอย่าไปเอามาถ้าไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของก่อน ถ้าไม่รู้ใครเป็นเจ้าของก็ต้องถามหาดูก่อน ถ้าหาเจ้าของไม่ได้ก็อย่าไปเอาดีกว่า 

นี่คือบาปข้อที่ ๒ ก็คือการลักทรัพย์ ข้อที่ ๓ ก็คือการประพฤติผิดประเวณี ไปเอาลูกสามีภรรยาของผู้อื่นมาเป็นของตน ต้องไปขออนุญาตก่อน ขออนุญาตบิดามารดา มีการสู่ขอกันมีการทำประกาศเป็นทางการว่าบุคคลทั้ง ๒ คนนี้เป็นของกันและกัน ผู้อื่นไม่เกี่ยวข้อง ห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย นี่คือเรื่องประเพณีการประพฤติถูกประเพณี การประพฤติผิดประเวณีก็จะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ คนที่เขาเป็นของกันและกันถ้าเกิดถูกคนอื่นมาล่วงเกินมาแย่งเอาไป ก็จะทำให้ต้องเกิดความทุกข์ใจนั่นเอง ถ้าภรรยาต้องเสียสามีให้คนอื่นไปหรือสามีเสียภรรยาให้คนอื่นไปก็ต้องเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา ไม่ควรที่จะไปทำให้สามีภรรยาของผู้อื่นเขาเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา

หรือในกรณีของผู้ที่ยังไม่ได้แต่งงานก็อย่าไปทำให้พ่อแม่เขาต้องเสียอกเสียใจ ไปสู่ขอขออนุญาตจากบิดามารดาของบุคคลที่เราต้องการที่จะเอามาเป็นคู่ครองก่อน เรียกว่าเป็นการประพฤติถูกประเพณี ทุกคนแฮปปี้ทุกคนมีความสุข เห็นไหมเวลาจัดงานแต่งงานกันทุกคนดีใจยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ถ้าได้ข่าวว่าคนนั้นหนีไปอยู่กับคนนู้น พอได้ยินข่าวแล้วก็ไม่สบายใจ พ่อแม่ก็ทุกข์ใจที่ลูกไม่ได้ทำให้ถูกต้องตามประเพณีของสังคม อันนี้ก็คือข้อที่ ๓ ของการทำบาป ไม่ประพฤติผิดประเวณี ประเวณีก็คือประเพณีนี่เอง 

ข้อที่ ๔ ก็คือการไม่พูดปดต้องพูดความจริง ถ้าพูดความจริงไม่ได้ก็ไม่ต้องพูด ไม่มีใครมาบังคับให้เราพูดได้ถ้าเราไม่พูดถ้าเราปิดปากไว้ เฉย ๆ ใครจะถามอะไรถ้ารู้ว่าพูดไปแล้วไม่เป็นความจริงก็อย่าพูด เพราะพูดไม่เป็นความจริงก็ทำให้ผู้อื่นเขาเสียหายได้ เช่น ไปกล่าวร้ายคนที่เขาไม่ได้ทำผิด แล้วคนที่ถูกกล่าวร้ายก็ต้องไปรับเคราะห์รับกรรมจากการพูดของเรา ความพูดไม่จริงของเรา อันนี้ก็ถือว่าเป็นการทำให้ผู้อื่นเขาทุกข์เดือดร้อน นี่คือบาปมีอยู่ ๔ ข้อ ควรละการกระทำบาปทั้งปวง คำว่า “ทั้งปวง” ก็มีสมุนของบาปด้วย นอกจากบาปแล้วยังมีผู้สนับสนุนในการกระทำบาปก็ถือว่าเป็นส่วนของการทำบาป ผู้สนับสนุนนี้เรียกว่า “อบายมุข”

“อบาย” แปลว่าทุคติ ที่ไปของผู้ทำบาป เช่น ไปเป็นเดรัจฉาน ไปเป็นเปรต ไปเป็นอสูรกาย ไปนรก นี่คืออบาย ๔ ผู้ที่จะไปอบาย ๔ มักจะต้องไปยืนที่ประตูของอบายก่อน ก่อนจะไปอบายต้องเข้าประตูไปก่อน ใครไปยืนอยู่ที่หน้าประตูอบายก็มักจะเข้าไปง่ายกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่ที่หน้าประตู “อบายมุข” ก็แปลว่าประตูของอบาย “มุข” แปลว่าทวารทางเข้าออก “อบายมุข” ก็คือทางเข้าออกของอบาย ใครไปอยู่ที่หน้าประตูเดี๋ยวก็เข้าไปได้ง่ายกว่าผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ประตู ใครไปเสพอบายมุขก็จะไปทำบาป เพราะทำบาปได้ง่ายกว่าคนที่ไม่ได้เสพอบายมุข พอทำบาปแล้วก็จะมีผลคือจิตใจก็จะกลายไปเป็นอบายทันที เป็นทีละเล็กทีละน้อยตามปริมาณของการกระทำบาปไป 

อบายมุขมีอยู่ ๕ ข้อด้วยกันที่ไม่ควรที่จะไปกระทำกัน คือ ๑. การดื่มสุรายาเมา ๒. การเล่นการพนัน ๓. การเที่ยวเตร่ไม่ว่าจะเที่ยวกลางวันหรือกลางคืน ๔. ความเกียจคร้าน ๕. การที่ชอบคบคนที่ชอบอบายมุขเป็นมิตร นี่คืออบายที่ไม่ควรกระทำเพราะถ้ากระทำแล้วจะทำให้ไปทำบาปได้ง่าย หรืออาจจะถูกบังคับให้ไปทำบาปเพราะอบายมุขนี้ไม่มีรายได้มีแต่รายจ่าย ดื่มสุราก็ไม่มีรายได้ เล่นการพนันถึงแม้จะได้ก็ได้ในระยะสั้น พอได้ก็อยากจะได้มากขึ้น ก็เล่นต่อ พอเล่นต่อเดี๋ยวก็ต้องเสีย พอเสียก็อยากจะได้คืนก็เล่นต่ออีก เดี๋ยวทำไปทำมาก็มีแต่เสีย พอเงินทองไม่มีก็ต้องไปขายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองเพื่อที่จะมาเล่นต่อเพื่อที่จะเอาคืน 

อบายมุข เพราะว่าการพนันนี้มันโหดร้ายยิ่งกว่าขโมยขึ้นบ้าน โหดร้ายยิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน เพราะว่าขโมยขึ้นบ้านก็เอาไปได้แต่ข้าวของที่มีอยู่ในบ้าน ยังเอาบ้านไปไม่ได้เอาที่ดินไปไม่ได้ ไฟไหม้บ้านนี้ก็ไหม้แต่บ้านไหม้แต่ข้าวของแต่ยังมีที่ดินเหลือไว้อยู่ไว้ปลูกบ้านใหม่ได้ แต่ถ้าเล่นการพนันนี้มันเอาไปหมดเลย พอเงินหมดก็ต้องขายของขายทรัพย์สมบัติข้าวของเงินทองในบ้าน พอสมบัติหมดก็ขายบ้านต่อขายบ้านขายทั้งที่ดิน เลยจะไม่มีที่อยู่อาศัย นี่คือโทษของอบายมุข

อันที่ ๓ การเที่ยวก็มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ทุกครั้งออกไปเที่ยวลองดูซิว่าต้องเสียเงินครั้งละกี่บาท ถ้าห้ามใจได้อยู่ในบ้านนี้ก็ประหยัดทรัพย์ไปได้เยอะ ทุกบาทที่เราประหยัดก็เป็นเหมือนรายได้ที่เราได้มาอย่างสบายโดยที่ไม่ต้องทำอะไร ถ้าเราห้ามจิตห้ามใจไม่ให้ไปเที่ยวได้เราก็ไม่สูญเสียเงินทอง ก็เหมือนกับเรามีรายได้โดยที่ไม่ต้องไปหามา เพียงแต่รักษาทรัพย์ที่เรามีอยู่ให้อยู่กับเราได้ก็ถือว่าเรามีรายได้แล้ว ถ้าไปเที่ยวมันจะติดด้วย เที่ยวครั้งเดียวไม่พอเที่ยวแล้วก็อยากจะเที่ยวอีก วันไหนไม่ได้เที่ยวก็จะไม่รู้สึกไม่สบายอกไม่สบายใจกินไม่ได้นอนไม่หลับเหงาว้าเหว่ พอไปเที่ยวแล้วก็ดีอกดีใจ โบราณท่านบอกว่า “เวลาไปเหมือนไก่บิน เวลากลับมาเหมือนห่ากิน” เวลาไปดีอกดีใจเวลากลับบ้านนี้คอพับกลับบ้าน นี่คืออบายมุข 

ข้อที่ ๔ ก็คือความเกียจคร้าน ความเกียจคร้านก็ไม่มีการผลิตเงินทอง ไม่มีรายได้จากความเกียจคร้าน ชีวิตก็ต้องมีรายจ่าย เช่น ต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอยู่ต้องกินต้องอะไร ก็จะมีแต่เสียเงินทองที่มีอยู่ถ้าเป็นคนเกียจคร้านไม่ทำมาหากิน เมื่อไม่มีรายได้ก็จะต้องไปทำบาปเพื่อที่จะมีรายได้ ข้อที่ ๕ ก็คือไม่คบกับคนที่ชอบอบายมุข ถ้ามีมิตรเป็นคนที่ชอบอบายมุขเขาก็ต้องชวนเราไปเสพอบายมุข ถ้าเขาชอบดื่มสุราเขาก็จะชวนเราไปดื่มสุรา ถ้าเขาชอบเล่นการพนันเขาก็จะชวนไปเล่นการพนัน ชอบเที่ยวเขาก็จะชวนเราไปเที่ยว ชอบความเกียจคร้านเขาก็จะชวนให้เราเกียจคร้าน ชวนให้เราอย่าไปทำงานให้ไปเล่นไปทำอะไรกันดีกว่า 

นี่คืออบายมุขที่เป็นสมุนหรือเป็นผู้สนับสนุนการกระทำบาป เพราะเมื่อเสพอบายมุขแล้วเงินทองก็จะไม่พอใช้ แล้วก็จะต้องไปหาเงินทองโดยวิธีกระทำบาป คือตอนต้นก็อาจไปโกหกหลอกลวงคนนั้นคนนี้ขอยืมเงินเขามา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่มีปัญญาที่จะไปหาเงินไปใช้เขาได้ พอยืมแล้วไม่คืนเขาครั้งต่อไปจะไปยืมเขา ๆ ไม่ให้ยืม ก็เงินเก่ายังไม่คืนแล้วจะมายืมเงินใหม่ได้อย่างไร พอยืมเงินไม่ได้ขั้นต่อไปก็ไปขโมยแล้ว ไปลักทรัพย์ ไปลักทรัพย์อาจจะรู้สึกได้น้อยก็อาจจะไปคิดปล้นไปคิดจี้ตามร้านทองร้านขายของ เลยต้องหาอาวุธหาปืนหาอะไรมา แล้วถ้ามีการต่อสู้กันก็อาจจะมีการฆ่ากันต่อไป

นี่คืออบายมุข ใครไปเสพอบายมุขแล้วมันจะติด ตอนต้นก็อาจจะคิดว่าไม่เป็นไรเล็กๆ น้อยๆ ดื่มแค่ถ้วยเดียวดื่มแค่ขวดเดียว เบียร์ขวดเดียวมันจะเป็นอะไรไป แต่มันจะไม่ขวดเดียวละซิมันจะต่อไป เดี๋ยวเป็นสองเป็นสามดื่มทุกวัน ทุกอย่างมันจะเริ่มจากนิดหน่อย เหมือนไฟป่านี้บางทีมันเริ่มจากบุหรี่มวนเดียวเท่านั้นเอง โยนเศษบุหรี่ทิ้งไปในป่าเดี๋ยวมันไหม้ใบไม้เดี๋ยวมันก็เริ่มลามไปได้กลายเป็นไฟป่าลุกขึ้นมาได้ เพราะอยู่ในป่าไม่มีใครรู้ใครเห็นว่ามีไฟเกิดขึ้นมา มันก็จะลามปามกลายเป็นไฟป่าไหม้ป่าใหญ่ได้ ฉันใด อบายมุขก็เช่นเดียวกัน อย่าประมาทอย่าไปคิดว่า “เอ๊ย ทำครั้งเดียวไม่เป็นไร” มันไม่เป็นครั้งเดียวละซิพอมันได้ครั้งหนึ่งแล้วมันจะติดใจ มันจะได้ใจเดี๋ยวครั้งต่อไปก็ “เอา เอาอีกครั้งหนึ่ง ไม่เป็นไร” เดี๋ยวก็เพิ่มไปเรื่อยๆ

นี่คืออย่าไปกระทำ อย่าไปเสพอบายมุขเพื่อที่จะได้ไม่ไปถูกกดดันให้ไปทำบาป เมื่อไม่ทำบาป ผลของการทำบาปก็จะไม่เกิดขึ้น คือจะไม่ต้องไปเป็นเดรัจฉาน ไม่ต้องไปเป็นเปรตไม่ต้องไปเป็นอสูรกายไม่ต้องไปนรก ก็จะรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้ มนุษย์เรานี่ถ้ารักษาศีล ๕ ได้ ไม่เสพอบายมุขได้เวลาตายไปนี่ไม่ต้องไปอบาย กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อเพราะไม่มีบาปดึงให้ไปอบาย แต่ก็ไม่มีบุญดึงให้ไปสวรรค์ให้เป็นเทวดา ถ้าเพียงแต่รักษาศีล ๕ ละเว้นอบายมุข ผลก็คือจะรักษาความเป็นมนุษย์ได้ไปทุกภพทุกชาติ ตายไปก็จะกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ต่อทันที

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๒ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การดูแลรักษาใจ การอบรมใจ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต #SootinClaimon.Com

Posted on October 12, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/608189

การดูแลรักษาใจ การอบรมใจ เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

วันจันทร์ ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 19.31 น.

“…ใจของทุกๆ คนที่เกิดมาในโลกนี้ยังมีสิ่งที่ไม่ดีไม่งามอยู่ เรียกว่ากิเลสเครื่องเศร้าหมอง ที่เป็นตัวสร้างปัญหาให้กับใจ ให้กับโลก ถ้ามีกิเลสมากเท่าไหร่ ใจก็จะเลวร้ายมากเท่านั้น ถ้าไม่มีกิเลสเลย ก็จะเป็นใจที่ประเสริฐ ดังใจของพระพุทธเจ้า ของพระอรหันต์ทั้งหลาย เป็นใจที่ประเสริฐ เป็นบุคคลที่ประเสริฐ เพราะใจของท่านสิ้นแล้วเรื่องกิเลส โลภ โกรธ หลง ไม่มีอยู่ในใจของพระพุทธเจ้า ไม่มีอยู่ในใจของพระอรหันต์ เมื่อไม่มีกิเลสแล้ว ท่านก็ไม่สร้างปัญหา สร้างความเดือดร้อนให้กับตนและผู้อื่น มีแต่สร้างคุณสร้างประโยชน์โดยถ่ายเดียว พระคุณของท่านจึงได้ขจรขจายมากว่า 2500 ปีแล้ว ก็เพราะใจของท่านเป็นใจที่ประเสริฐ เป็นใจที่มีแต่คุณงามความดี เป็นใจที่มีแต่ความรู้ มีปัญญาที่เป็นเหมือนกับแสงสว่าง พูดสอนใครแล้ว ก็ทำให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟังเกิดความรู้ เกิดความฉลาดขึ้นมา สามารถนำเอาไปดับความทุกข์ที่มีอยู่ภายในใจของเขาได้ 

การดูแลรักษาใจ การอบรมใจจึงเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้ประพฤติปฏิบัติ ก็มีจุดหมายอยู่อันเดียวเท่านั้น คือรักษาใจ พัฒนาใจ ให้เป็นใจที่ดีที่งาม เป็นใจที่สะอาดบริสุทธิ์ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พระพุทธจ้าทรงสั่งสอน ก็เพื่อประโยชน์ของใจ เมื่อใจได้รับการอบรม ได้รับธรรมเข้าไปแล้ว ใจจะเป็นใจที่ดีที่งาม อยู่ในทำนองคลองธรรม ไม่ไปทำสิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย

ใจจะดีได้ก็ต้องอาศัยการชำระสิ่งที่ไม่ดี ที่สร้างความชั่วร้ายทั้งหลายให้เกิดขึ้น มูลเหตุของความชั่วก็คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง เป็นสิ่งที่มีอยู่ในใจของปุถุชนทุกๆคน ที่จะต้องถูกชำระสะสางให้ออกไปจากใจให้ได้ ถ้ายังมีอยู่ในใจ เวลากำเริบขึ้นมา ก็จะทำให้ใจเป็นใจที่เลวร้าย โหดร้าย ทารุณ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นและตนเอง อย่างใจของพวกเราก็เช่นกัน ยังมีโลภ โกรธ หลงอยู่ แต่ขณะนี้ยังไม่แสดงอาการออกมา เราเลยนั่งอยู่ได้เป็นปกติ แต่ถ้าเกิดมีอะไรไปสะกิดเข้า ไปกระตุ้นขึ้นมา ทำให้เกิดโลภ โกรธ หลงขึ้นมาแล้ว ก็จะเริ่มออกอาละวาด สร้างปัญหาให้กับตัวเราเองและกับผู้อื่น ปัญหาของเราก็คืออยู่ไม่เป็นสุข อยู่เฉยๆไม่ได้ เมื่อมีโลภ โกรธ หลงแล้ว จะต้องระบายออกไปทางกายและทางวาจา ถ้าไม่ควบคุมไว้แล้ว ก็จะไปสร้างความเดือดร้อน สร้างปัญหาให้กับคนทั่วไปและตัวเราด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงอยู่ที่การดูแลใจ ควบคุมใจ ชำระความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่มีอยู่ในใจให้หมดไป ถ้า โลภ โกรธ หลง หมดไปจากใจแล้ว ใจจะสบาย ไม่มีอะไรมาก่อกวน ไม่มีอะไรมาสั่งการให้ไปโลภ ให้ไปโกรธ ให้ไปหลงกับอะไร เพราะไม่มี โลภ โกรธ หลง ที่จะไปกระตุ้นใจนั้นเอง เมื่อไม่มี โลภ โกรธ หลง  แล้ว อยู่เฉยๆก็เป็นสุข ไม่ต้องไปดิ้นรนให้เหนื่อยยากเปล่าๆ สิ่งของต่างๆที่มีอยู่ในโลกนี้เป็นของปลอม ไม่ใช่ของจริง ไม่ใช่สิ่งที่จะให้ความสุขที่แท้จริงกับใจ แต่ใจที่มีความหลง เวลาเห็นอะไรก็ดีไปหมด เมื่อดีแล้วก็อยากได้มา เมื่อได้มาแล้วก็คิดว่าจะมีความสุข แต่ก็ไม่สุขสักที ก็อยากจะมีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งตายไป สิ่งของต่างๆที่หามาได้ก็ไม่ได้เอาไปแม้แต่ชิ้นเดียว เอาไปแต่โลภ โกรธ หลง เมื่อไปเกิดใหม่ก็มาทำแบบนี้อีก ทำแบบนี้มาแล้วไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ และจะทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด  ถ้าตราบใดไม่ชำระความโลภ ความโกรธ ความหลงให้หมดสิ้นไปจากใจ

ถ้าทำได้แล้วใจก็สะอาดบริสุทธิ์ เป็นใจของพระอรหันต์ เป็นใจของพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วก็ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ไม่ต้องกลับมาอยู่แบบทุรนทุราย อยู่เฉยๆไม่ได้ อยู่ไม่เป็นสุข ต้องออกไปหา ลาภ ยศ สรรเสริญ กามสุขอยู่เรื่อยๆ หามาเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ไม่พอ แต่ถ้าตัดโลภ โกรธ  หลงได้แล้ว ก็จะไม่หิวกับอะไรอีก จะมีเงินมีทองมากหรือน้อยก็ไม่สำคัญ จะมีตำแหน่งสูงหรือไม่สูงก็ไม่สำคัญ จะมีใครยกย่องสรรเสริญเยินยอ  หรือตำหนิติเตียนดุด่าว่ากล่าว ก็ไม่เดือดร้อน ไม่หิวกับกามสุข ไม่ต้องไปดูหนัง ดูละคร ไม่ต้องไปกินเลี้ยงกินอะไร ฉลองกันให้วุ่นวายเปล่าๆ อยู่เฉยๆก็มีความสุข ดูแลรักษาอัตภาพร่างกายไปวันๆหนึ่งก็พอแล้ว เมื่อร่างกายสลายไปก็จบ ปล่อยวางไม่ไปหาร่างกายใหม่อีกต่อไป เพราะใจถึงเมืองพอแล้ว อิ่มแล้ว พอแล้ว อย่างนี้เป็นความสุขที่เลิศที่สุด ประเสริฐที่สุด เพราะเป็นความสุขที่ไม่สูญสลาย ไม่หมดไป จะเป็นอย่างนี้ไปตลอดอนันตกาล…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต)  –  003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,905,132 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
ริชชี่ เปิดใจครั้งแรก! ปัดพูดเหตุเลิก ก็อต รับบางครั้งเราอาจเลือกผิด
“ทีดีอาร์ไอ” กางแผนแก้วิกฤตพลังงาน คุมเพดานค่าการกลั่น ปฏิรูปโครงสร้างโรงกลั่น ลดผูกขาด
นายกฯสั่งขรก.WFH วอนเอกชนร่วมมือ ยันรัฐบาลชุดใหม่เร่งแก้ปัญหาฝ่าวิกฤต
สกู๊ปพิเศษ : ระดมงานวิจัยฯ เปิดตัว ‘SRI Alert’ จัดการภัยพิบัติ เตือนภัยล่วงหน้า
หอบหลักฐานแจ้งจับแล้ว ฟันคลังน้ำมัน
AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
กรุงศรีชวนสนุกรับสงกรานต์สไตล์อีโค่! กับแคมเปญ ‘สาดสุขให้สนั่น สุดมันส์แบบยั่งยืน’
อนุทินชูความเชื่อใจ นำภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 18 มุ่งสร้างเอกภาพพรรคร่วม
‘SOURI’ ทำเซอร์ไพรส์เปิดตัว ‘Hamburger Fatcaron’ กับขนมหวานยอดนิยมที่ทั้งหลอกตาและดึงดูดใจกว่าที่เคย

Recent Posts

  • AirAsia X ประกาศขึ้นค่าตั๋ว-ลดเที่ยวบิน รับมือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง
  • เทียบราคาค่าการกลั่นน้ำมันปี 69 พุ่งสูงต่อเนื่อง เสนอกำหนดเพดาน
  • เกาหลีใต้ชี้สัญญาณชัด “คิม จูแอ” คือผู้สืบทอดอำนาจคนต่อไป
  • เดโมแครตรุมถล่มทรัมป์ “วิกลจริต” ขู่ก่ออาชญากรรมสงครามถล่มอิหร่าน
  • ราคาน้ำมันดิบพุ่งไม่หยุด สงคราม “สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน” กระทบซัพพลาย

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d