Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ สอน ‘สุขที่แท้’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 10, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/594043

พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ สอน‘สุขที่แท้’

พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ สอน‘สุขที่แท้’

วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.01 น.

พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ สอน‘สุขที่แท้’

ในปัจจุบันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย มีผู้ประสบภัยอย่างล้นหลาม ทุกคนเจอปัญหาที่ทุกข์ยากลำบาก ปัญหาเหล่านี้ทำให้คนเป็นทุกข์ พร้อมกับความสุขที่หายไป ความสุขของทุกคนคืออะไร จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นสุขหรือทุกข์ จะทำอย่างไรให้ชีวิตกลับมาสุข พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ได้เมตตาให้คำตอบบนเวทีธรรมบรรยาย เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จัดโดย บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ในหัวข้อ “สุขที่แท้” 

“ทุกข์ทุกข์ทุกข์ สุขสุขเย็นซ่อนเร้นอยู่ ทุกข์สุขรู้ มีทุกข์อยู่ดูให้เห็น ทุกข์ทุกข์สุขสนุกแท้แม้ดูเป็น สุขทุกข์เห็นสุขทุกข์เป็นเห็นชีวิต” ถ้าเห็นแล้วเข้าใจชีวิต จะได้ความสุข แต่ถ้าเห็นทุกข์ จะเข้าถึงธรรม จึงมีคำถามว่า “ทำไรอย่างชีวิตนี้ถึงจะมีความสุข” ในทางธรรมที่สามารถเข้าถึงธรรมได้อย่างแท้จริงนั้น “ไม่มีหรอกชีวิตที่ไปผูกพันยุ่งเกี่ยวอะไรแล้วจะไม่มีทุกข์” พระมหาธนเดชกล่าว

พระอาจารย์ได้เล่าเรื่องหนึ่งในขณะที่ท่านกำลังนั่งเขียนหนังสือพร้อมมองผู้คนสัญจรไปมาที่ศาลาหลวงพ่อดวงดี วัดสระเกศ หรือวัดภูเขาทอง วันหนึ่งขณะที่นั่งอยู่ก็มีรถเก๋งวนรอบภูเขาทองสองรอบ ท่านได้เอะใจถึงรถคันนี้วนหาอะไรหรือ ปรากฏรถคันนั้นได้จอดพร้อมมีผู้ชายวัยประมาณ 30 ต้น ๆ ถือของเครื่องสังฆทานเดินมาที่พระอาจารย์ด้วยหน้าตาที่เศร้าหมองพร้อมกับพูดประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ ว่า “หลวงพี่ครับผมอยากทำบุญ” พระอาจารย์ได้กล่าวเจริญพรเชิญทางด้านใน นั่งอยู่ต่อหน้าองค์พระ จึงให้ไหว้พระรับศีล ถวายสังฆทาน พอให้พรเสร็จปรากฏว่าผู้ชายคนนี้ ไม่หือไม่อือไม่ลุกไม่อะไรทั้งสิ้น นั่งก้มหน้าพนมมือเศร้า ๆ พระอาจารย์ได้พูดประโยคหนึ่งว่า “เกิดมาเป็นคนนี้โชคดี ยิ่งใครเกิดมาอาการครบ 32 มีสุขภาพร่างกาย มีหูมีตาโดยเฉพาะเรา มีตาสามารถมองไปทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้าน เรายังให้ความรักกับสิ่งโน้นสิ่งนี้ แต่คนเราก็แปลก มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างหมด แต่เราไม่สามารถมองเห็นตัวเองและให้ความรักกับตัวเองได้” เมื่อท่านได้กล่าวจบ ชายผู้นั้นถึงกับร้องไห้ออกมา พร้อมกับเปรยประโยคหนึ่งว่า “เพราะชีวิตผมไม่เหลืออะไรแล้ว ชีวิตผมไม่เหลืออะไรแล้ว การทำบุญในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายชีวิตของผมแล้ว หลวงพี่คือคนสุดท้ายที่จะได้คุยกับผมในวันนี้” เมื่อชายคนนี้ได้กล่าวจบลง ทำให้พระอาจารย์ทราบได้ว่าชายผู้นี้จะฆ่าตัวตาย เพราเรื่องร้ายที่เขาเจอมาหนักหนายิ่งนัก เขากำลังจะแต่งงานกับแฟนในอีก 4 เดือน กู้หนี้ยืมสินมาเป็นล้าน ผิดหวังกับความรัก กำลังจะแต่งงาน ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง แต่โดนผู้หญิงหลอก พระอาจารย์ได้บอกกับชายผู้นั้นไปว่า “โยมคงรักใครไม่ได้หรอก แล้วอย่าไปหวังว่าใครจะมารักโยม ลำพังตัวโยมเอง โยมยังรักตัวเองไม่ได้ แล้วใครจะมารักโยม” เมื่อได้ฟังประโยคนี้แล้วนั้นชายผู้นี้จึงมีความคิดล้มเลิกการฆ่าตัวตายลงในวันนั้น เพราะกับความคิดที่ได้จากพระอาจารย์ “หากชีวิตของคุณไม่เหลือใคร ให้เก็บหัวใจไว้รักตัวเอง”

เหนือทุกข์คือธรรม คนเราถ้าไม่เห็นทุกข์ จึงเป็นที่มาที่พระอาจารย์ได้เกริ่นตั้งแต่ตอนต้นว่า ทุกข์ทุกข์ทุกข์ ทุก ๆ ความทุกข์มันสุข ซุกความสุขอยู่ในนั้นซ่อนเร้นอยู่ ๆ ที่ว่าใครจะเห็นมัน ทุกทุกข์ สุขสนุกแท้ดูเป็น ถ้าเข้าใจ ถ้าค่อย ๆ ไตร่ตรองมีข้ออรรถข้อธรรมในการพินิจพิจารณาสั่งสมให้เกิดเป็นมรรคเป็นผล ก็จะไม่ทุกข์มาก ไม่ลำบากมากในการครองจิตครองใจ

ในชีวิตของเรานี่อย่าลืมว่ามีอยู่ 2 ส่วนคือ กาย กับ ใจ ฉะนั้นแล้ว ความสุข คืออะไร ความสุขของแต่ละคนแตกต่างกัน สุขของเด็กเพียงได้เล่นก้อนหินหรือเอาไม้มาเขี่ยดินก็สุขแล้ว สุขของวัยรุ่นก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง ความสุขของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน ฉะนั้นคำถามที่ว่า ความสุขคืออะไร ต้องถามต่อว่า คำถามนี้เอาไปถามเด็ก คนแก่ หรือผู้ใหญ่ จึงจะตอบได้ว่าความสุขของคุณคืออะไร ความสุขของเขากับเราไม่เหมือนกัน กองอุจจาระที่ว่าเหม็น แมลงวันตอม ยังหอมอยู่ ถ้าไม่หอมคงไม่ไปตอมขนาดนั้น หากชายผู้นี้ไม่คิดรักตัวเองความสุขก็จะไม่เกิด แต่หากเขารักและอยู่กับตัวเองนั้นอาจเป็นความสุขที่แท้ของเขาก็ได้

ทั้งนี้ ความสุข คือ ความพอใจ พอใจกับสิ่งใดจะมีความสุขเพราะพอใจกับสิ่งนั้น แล้วอะไรหรือคือความพอใจ ความพอใจก็คือการยอมรับ ความยอมรับคืออะไร ก็คือเข้าใจ แล้วความสุขที่แท้จริง คืออะไร พระอาจารย์ได้เล่าเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งว่า ชีวิตช่วงนี้ของเธอโอเคมาก กิจการงานต่าง ๆ ก็เจริญก้าวหน้า เงินเดือนก็เหลือกินเหลือใช้ สามีก็เป็นคนดีมาก ชีวิตเธอช่างดีเหลือเกิน 2 อาทิตย์ต่อไปตรวจสุขภาพ หมอบอกว่าเธอเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนะอยู่ได้อีกไม่นาน ที่โอเคมาก ยังจะโอเคอยู่ไหม คำถามคือความสุขที่แท้อยู่ตรงไหน คำตอบคือ มันไม่มี เพราะธรรมมะคือความไม่แน่ การไม่ประมาทในการใช้ชีวิต พึงพอใจในสิ่งที่ตนมี สร้างบุญสร้างบารมีให้ชีวิต

ความหวังก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับในยุคนี้สมัยนี้ ถ้าชีวิตปราศจากสิ้นเสียแล้วซึ่งความหวัง ก็ไม่แตกต่างอะไรจากคนที่ตายแล้ว ความหวังจึงเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิต ความหวังเป็นเจตนา เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่หล่อเลี้ยงใจหล่อเลี้ยงกาย ชีวิตจึงมีคำตอบ ชีวิตจึงอยู่ได้ด้วยความหวัง ฉะนั้นเรื่องของ สุขที่แท้ ก็เพื่อที่จะสั่งสมจิตใจข้ออรรถข้อธรรมในการมองสิ่งต่าง ๆ เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยรอบ ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนด้วยความตั้งมั่นแห่งจิตใจ สิ่งนี้ก็จะนำพาความสุขความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชีวิต พระมหาธนเดชกล่าว

สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” สามารถติดตามรับชมย้อนหลังผ่านช่องทาง facebook fanpage CPALL พร้อมรับฟังคติธรรมดี ๆ ในช่องทาง TikTok ได้ที่ ธรรมะ TikTok และจะประชาสัมพันธ์วันที่ และเวลา ที่โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ กลับมาจัดเป็นปกติอีกครั้งให้ทราบในโอกาสถัดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทรัพย์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นจากความมั่นขยัน โอวาทธรรม ‘พระครูพรหมวิหารโฆษิต’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593411

ทรัพย์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นจากความมั่นขยัน โอวาทธรรม 'พระครูพรหมวิหารโฆษิต'

ทรัพย์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นจากความมั่นขยัน โอวาทธรรม ‘พระครูพรหมวิหารโฆษิต’

วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.13 น.

วันนี้พาไปเที่ยวทำบุญที่วัดพรหมวิหาร อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร มีพระครูพรหมวิหารโฆษิต เป็นเจ้าอาวาส วัดนี้มีพระสงฆ์ 10 รูป สามเณร 3 รูป มรรคนายก 2 คน สังกัดธรรมยุติ บนเนื้อที่ 24 ไร่ เป็นที่ตั้งของ กุฏิ ศาลาการเปรียญ อุโบสถ ฯลฯ ท่ามกลางป่าไม้นานาพันธุ์ ทำให้บรรยากาศโดยรอบ ร่มรื่น เงียบสงบ เหมาะสำหรับ พุทธศาสนิกชน เข้าไปปฏิบัติธรรม ยิ่งนัก

การจะเข้าวัด ทำบุญ ปฏิบัติธรรม พุทธศาสนิกชน ญาติโยมจะต้องปฏิบัติภายใต้มาตรการป้องกันโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะวัดพรหมวิหารมีป้ายให้ปฏิบัติตามอย่างชัดเจน 

สำหรับวัดพรหมวิหาร ตั้งอยู่ อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร ซึ่งบรรดาญาติโยม พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะเข้ามากราบมนัสการพระบรมสารีรักธาตุ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งบรรจุในเจดีย์ ชื่อว่า “พระพุทธเจดีย์ศรีโสธร อมรรัตนา ปัจจันตเขต นิเวศ” และกราบขอพรพระพุทธรูป นามว่า “สมเด็จสะมนโคดม พรหมวิหาร ญาณรังศรี” เพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นมงคลชีวิต แก่ตนเองและครับครัว ปลอดภัยจากโควิด – 19 ด้วย 

ก่อนเดินทางกลับพุทธศาสนิกชนก็จะแวะฟังธรรมเทศนา กับพระครูพรหมวิหารโฆษิต เจ้าอาวาสวัดพรหมวิหาร ท่านเทศนาตอนหนึ่งว่า ต่อไปนี้พวกเราทั้งหลายจงตั้งใจฟัง ความเคารพอ่อนน้อมต่อคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พวกเราก็เคารพทั้งด้วยกาย วาจา ใจอยู่แล้วขอให้ญาติโยมชักชวนกันมาเข้าวัดปฏิบัติธรรมให้มากๆ ในวันพระ วัน เดือน ปี ไม่คอยใคร ถ้าไม่รีบเร่งบำเพ็ญกุศล รักษาศีล เจริญเมตตาภาวนา บริจาคทานการกุศลต่างๆ แล้ว เราก็จะพลาดโอกาสไปเปล่าๆ เพราะว่าภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ไม่มีการสูญเสียใดๆ ที่น่าเสียใจเท่ากับเสียเวลา เสียเวลาเพียงหนึ่งนาที ก็เท่ากับสูญเสียส่วนหนึ่งของชีวิตอายุที่เราได้นั้น คือ ชีวิตที่สูญไป อย่าได้ประมาท ผัดวันกระกันพรุ่ง ไม่ดี ให้รีบเร่งหมั่นขยันในการประกอบสัมมาอาชีพ เพราะทรัพย์ทั้งหลายย่อมเกิดขึ้นจากความมั่นขยัน พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านตรัสไว้ในทิฎฐธัมมิกัตถประโยชน์ คือ ประโยชน์ปัจจุบัน 4 อย่าง คือ  

1.อุฏฐานสัมปทา ถึงพร้อมด้วยความหมั่นในการประกอบกิจเลี้ยงชีวิตก็ดี การศึกษาเล่าเรียน ในการทำธุระหน้าที่ให้สำเร็จเสร็จสิ้นไป ไม่คั่งค้าง ชื่อว่าความหมั่นลักษณะของความหมั่นนั้นมี 3 อย่างคือ 1.รีบทำธุระให้สำเร็จ ไม่ทอดธุระ 2.ทำงานที่มาถึงเฉพาะหน้าให้สำเร็จโดยเร็ว ไม่เฉี่อยชา 3.ทำงานตรงเวลาไม่ผัดเพี้ยน  

ความหมั่นเป็นงานสำคัญชั้นแรกของทุกคน ผู้ที่จะก่อร่างสร้างตน เป็นหลักฐานให้เจริญทั้งทางโลก ทางธรรม เพราะสิ่งที่ปรารถนา เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ ย่อมสำเร็จได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร ซึ่งไม่เหลือวิสัยของมนุษย์ ผู้หมั่นประกอบกิจเลี้ยงชีพ จะได้ทรัพย์สมบัติมาเป็นเครื่องเลี้ยงชีวิต ให้มีความสุขสำราญ ผู้หมั่นในการศึกษาเล่าเรียนย่อมเป็นเหตุให้เกิดความรู้ ความสามารถ สามารถประกอบกิจการน้อยใหญ่อันจะเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตต่อไป เมื่อมีการงานหน้าที่อย่างไร ก็หมั่นทำธุระหน้าที่อย่างนั้น ไม่ปล่อยปละละเลย ทอดทิ้งทั้งทางตรงและทางออ้ม บุคคลหมั่นขยันดังที่กล่าว ย่อมเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงานและมิตรสหายทั่วไป ความหมั่นที่กล่าวมาเรียกว่า “อุฏฐานสัมปทา” 

2.อารัมขสัมปทา เมื่อเราได้ทรัพย์มาแล้วก็ต้องดูแลรักษา รวมทั้งการดูแลรักษาหน้าที่การงานให้เจริญก้าวหน้า ไม่ให้เสื่อม มีทรัพย์รักษาทรัพย์ไม่ให้สูญหายจึงจะมีมากขึ้น มีวิชาความรู้ก็ต้องนำความรู้มาใช้ ประกอบการงานให้เหมาะสมแก่วิชาความรู้นั้นๆ จึงจะรุ่งเรืองปราดเปรื่องยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้น เมื่อได้ทรัพย์มาแล้ว จะตั้งอยู่หรือเจริญขึ้น ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของ จักเก็บออม รู้จักถนอมออกใช้ รู้จักเสียดาย รู้ลักษณะการรักษาอย่างนี้เรียกว่า “อารักขสัมปทา” แปลว่า ความถึงพร้อมด้วยการรักษา 

3.กัลป์ยาณมิตตตา คือ ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว การคบหาสมาคมกันเป็นเหตุสำคัญให้ได้เพื่อนดีและเพื่อนชั่วได้ เพราะ การคบกันย่อมเป้นไปตามอำนาจของกันและกัน ดังสุภาษิตว่า ยัง เว เสวะติ ตาทิโส คบคนเช่นใดย่อมเป็นเหมืนคนนั้น เราคบกับคนพาลก็จะมีอัธยาศัยเช่นเดียวกับคนพาล นั่นคือ เป็นพรรคพวกของคนพาลคนเกเร ถ้าคบกับคนดี มีปัญญา มีความรับรับผิดชอบชั่วดี มีอัธยาศัยสุขภาพเรียบร้อย เราก็พลอยเป็นคนดีเช่นนั้นไปด้วย คือ เป็นพรรคพวกคนดี คนดีย่อมชักนำไปในทางดี การคบหาสมาคมคนดีเป็นเพื่อน ย่อมสนับสนุนคุณสมบัติ 2 ข้อ ข้างต้นนี้ ให้มีผลไพบูลย์ด้วย เพราะฉะนั้น ข้อที่ 3 นี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านจึงสอนให้มีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว เรียกว่า “กัลยาณมิตตตา”

4.สมชีวิตา คือ ความเป็นผู้เลี้ยงชีวิตสม่ำเสมอ นี่แหละ พวกเราทั้งหลาย ผู้ที่เป็นพ่อบ้าน แม่เรือน จะก่อร่างสร้างตัวให้เป็นหลักฐานมีความเจริญด้วยลาภผล ทรัพย์สมบัติ เมื่อแสวงหามาแล้วก็ต้องรู้จักคุณค่าราคา ไม่ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย ถ้าจ่ายเกินตัว จ่ายมากกว่าที่หามาได้ เรียกว่า รายจ่ายท่วมรายได้ ย่อมเป็นเหตุแห่งการก่อหนี้สิน ควรอดออมใช้จ่ายให้จำเป็นให้เกิดประโยชน์ เรียกว่า ประหยัด แต่ถ้ามีความจำเป็น ก็ไม่เอามาใช้ มาจ่าย เรียกว่า ตระหนี่ก็เป็นการไม่ดี ผู้หวังดำรงตนอยู่เป็นสุขจำเป็นต้องใช้จ่าย ทรัพย์เลี้ยงชีพตามที่เหมาะที่ควร และมีส่วนเหลือเพื่อสะสมไว้ใช้ประโยชน์ในภายหน้า ผู้ปฏิบัติธรรม 4 ประการ ตามที่ได้บรรยายมาก็จะประสบผลสำรเร็จตามความปรารถนานั่นเอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ใจของเราเป็นมหาเศรษฐี’ ใจของเราก็เป็นบุญเป็นกุศล : หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก #SootinClaimon.Com

Posted on August 8, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593226

'ใจของเราเป็นมหาเศรษฐี' ใจของเราก็เป็นบุญเป็นกุศล : หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก

‘ใจของเราเป็นมหาเศรษฐี’ ใจของเราก็เป็นบุญเป็นกุศล : หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.46 น.

“…ให้พวกเราประกอบคุณงามความดี คิดดี พูดดี ทำดี สิ่งไหนที่จะเกิดประโยชน์ต่อตนเอง นั่นล่ะเป็นอันดับแรก ก็คือ ประกอบคุณงามความดี ให้ทาน รักษาศีล ภาวนา แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “ภาวนา” น่ะเป็นจุดที่จำเป็นสำคัญ แต่ถึงอย่างไร จะเสียหายยังไงก็เถอะแต่เรื่องภาวนาเนี่ยอย่าให้ขาดตกบกพร่อง 

เพราะเรื่องการบำเพ็ญคุณงามความดีทางด้านกุศลนี่ หลวงพ่อยังจำไม่ลืม แต่สมัยเป็นเณร มีพระครูบาอาจารย์องค์หนึ่งท่านพูดว่า “โอ้..ถ้าหากว่าได้สำเร็จมรรคผลไปแล้วก็ไม่มีอะไร ไม่มีชื่อเสียงโด่งดัง” องค์หนึ่งพูดขึ้นมา

แต่หลวงปู่สิงห์ทองพูดสวนขึ้นมา “เฮย..สำหรับผมนี่นะ ขอให้ผมพ้นทุกข์เถอะ ถ้าหมดกิเลสแล้วถึงจะแก้ผ้าอยู่ ผมก็ยินดีที่จะแก้ผ้าอยู่ ถึงจะจนขนาดไหนก็จน ข้อสำคัญให้หมดกิเลสภายในใจอย่ามาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร..ผมพอใจแล้ว”

..หลวงพ่อได้ยินคำพูดของหลวงปู่สิงห์ทองในคราวนั้นสมัยเป็นเณรน้อยนั่น หลวงพ่อยังจำไม่ลืม..เอ้อใช่ 

ข้อสำคัญให้ “ใจของเราเป็นมหาเศรษฐี” เท่านั้นล่ะ ถึงจะทุกข์จนภายนอก เราก็ไม่ได้สนใจ เพราะภายนอกอีกสักวันหนึ่งมันจะต้องทิ้งอยู่แล้ว ร่างกายสังขารไม่ใช่ว่ามันจะอยู่ชั่วฟ้าดินสลายเมื่อไร ข้อสำคัญ คือ ให้ใจเราเป็นเศรษฐี ใจของเราก็เป็นบุญเป็นกุศล ในเมื่อใจของเราเป็นบุญเป็นกุศลนั้นน่ะ อนาคตของเรายืดยาว ยาวนานทีเดียว

แต่ส่วนร่างกายของเรานี่ถึงจะทนุถนอม เลี้ยงดีขนาดไหนก็เถอะ ร่างกายนี่ก็ยังเป็นอื่นอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นให้ทำคุณงามความดี สร้างคุณงามความดีไว้น่ะเลิศประเสริฐ แต่ความชั่วน่ะอย่าทำซะเลยดีกว่า ทำความชั่วแล้วจะทำให้ตนเองเดือดร้อนเมื่อภายหลัง

……………………

โอวาทธรรม พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=49590

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทำบุญเองตั้งแต่ยังมีชีวิต อย่าไปมุ่งหวังต่อไปภายภาคหน้า’ โอวาทธรรม หลวงพ่ออินทร์ถวาย #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/593015

'ทำบุญเองตั้งแต่ยังมีชีวิต อย่าไปมุ่งหวังต่อไปภายภาคหน้า' โอวาทธรรม หลวงพ่ออินทร์ถวาย

‘ทำบุญเองตั้งแต่ยังมีชีวิต อย่าไปมุ่งหวังต่อไปภายภาคหน้า’ โอวาทธรรม หลวงพ่ออินทร์ถวาย

วันพฤหัสบดี ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.13 น.

“…ถึงยังไง..หลวงพ่อขอเน้นย้ำ เราอย่าไปคิดไปหวังว่า ข้าตายซะก่อนแล้วให้คนอื่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ อันนั้นโง่นะ..หลวงตามหาบัวท่านว่าโง่นะ 

เพราะเหตุไร..เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่เดี๋ยวนี้ล่ะ เราจะทำอะไร เราจะรักษาศีลหรือเราจะไหว้พระสวดมนต์ หรือเราจะนั่งภาวนาหรือเราจะปฏิบัติ ให้ปฏิบัติเอาให้พอ อย่าไปมุ่งหวังต่อไปภายภาคหน้า ในเมื่อเราตายไปแล้ว สูเจ้าทำบุญให้ข้านะ ขนาดเขายังมีชีวิตอยู่ เราสั่งให้เขาไปซื้อของ เขายังซื้อผิดๆ ถูกๆ เผลอๆ เขาซื้อราคาถูก เขายังกินอมเงินของเราไปอีกต่างหาก ในเมื่อเราตายไปแล้วน่ะไม่ยิ่งกว่านั้นไปหรอ

เพราะฉะนั้นขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่เนี่ย เราจะทำอะไรเราทำเอาเต็มที่ ทำตามอัธยาศัย เมื่อเราทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็บอก.. เอ้อ..เมื่อข้าตายไปแล้วสูเจ้าไม่ต้องทำให้ข้าอีกนะ ข้าทำเอาเพียงพอแล้วล่ะ นี่เงินอยู่ก้อนนี้น่ะ มีเงินอยู่เท่านี้ บัญชีเท่านี้ ที่ดินมีเท่านี้ อะไรมีนี่สูเจ้าแบ่งกันนะ อย่าทะเลาะกันนะ เผลอๆ เราแบ่งให้เขาก่อนอีกก็ได้ แล้วไม่ต้องทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เรา เราทำเอาพอแล้ว

อย่างองค์หลวงตาท่านบอกว่า เมื่อเราตายไปแล้วอย่าไปกุสลาฯให้เรานะ เราก็ไม่ได้กุสลาฯ จริงๆ น่ะ..ถ้าเราจะกุสลาฯ ก็เหมือนเราไม่ฟังคำของท่านใช่ไหม เราก็มีแต่อนิจจา..อนิจจา วต สังขารา อุปปาทวยธัมมิโน มีแต่พูดให้กัน ผ่านร่างกายสังขารองค์หลวงตาก็ไม่เที่ยง เหมือนกับเรานะ ของพวกเราก็ไม่เที่ยงเหมือนกันทุกคน เพราะฉะนั้นเราอย่าตั้งอยู่ในความประมาท อันนี้เราสวดอนิจจาฯ แต่ว่า กุสลา ธัมมา อกุสลา ธัมมาฯ จิตเป็นกุศล จิตเป็นอกุศล อัพยากตธัมมา จิตเป็นอัพยาจิต จิตเป็นกลางที่ไม่เป็นบุญ ไม่เป็นบาปน่ะ 

เอ้อ หลวงตาว่า อย่าสวดให้เรานะ เราปฏิบัติมาพอแล้ว เราเพียงพอแล้ว ไม่ต้องกุสลาให้เราดอก แต่พวกท่านทั้งหลายน่ะ ผู้ที่มากุสลาฯ ให้เราน่ะ มันถึงไหนล่ะ..มันโง่ถึงขนาดไหนหรือฉลาดแล้วจะมากุสลาฯ ให้เราได้ยังไง เราไม่เอาหรอก ไม่ต้องกุสลาให้เรา..อันนี้หลวงตาท่านพูด ถ้าเราเปิดเทปบางกัณฑ์บางเรื่องเราก็จะได้ยิน ในธรรมเทศนาของหลวงตา

เพราะฉะนั้นในฐานะศิษยานุศิษย์ลูกหลานขององค์หลวงตา น่าจะยึดแนวปฏิปทาหรือแนวคิดของหลวงตา นำมาประพฤติปฏิบัติ คือ เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่ เราจะทำสิ่งไหน เราก็ทำเอา ทำให้เพียงพอ เมื่อทำเพียงพอแล้วเราไม่ต้องพึ่งใครต่อไปในอนาคต เพราะฉะนั้นขอฝากไว้กับพวกเราทุกๆท่านนะ แต่หลวงพ่อนี่เห็นด้วยนะ เห็นด้วยกับหลวงตา ถ้าหากว่าหลวงพ่อไม่เห็นด้วย หลวงพ่อจะไม่นำมาพูด

โอวาทธรรม พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย บ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=49615

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ให้พิจารณาถึง ‘ความตาย’ ตามรอย ‘หลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น’ อยู่เสมอ : โอวาทธรรม หลวงปู่เหลี่ยม #SootinClaimon.Com

Posted on August 6, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592741

ให้พิจารณาถึง'ความตาย' ตามรอย'หลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น'อยู่เสมอ : โอวาทธรรม หลวงปู่เหลี่ยม

ให้พิจารณาถึง’ความตาย’ ตามรอย’หลวงปู่เสาร์-หลวงปู่มั่น’อยู่เสมอ : โอวาทธรรม หลวงปู่เหลี่ยม

วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

พระราชสุเมธี หรือ หลวงปู่เหลี่ยม สุจิณฺโณ เจ้าอาวาสวัดภูตูมวนาราม อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เมตตาเป็นองค์แสดงธรรม ที่ศาลาหลวงพ่อทรงธรรม วัดอโศการาม ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดย “แนวหน้า ออนไลน์” นำเนื้อหาบางส่วนมาถอดเทปเพื่อเป็นธรรมทานดังต่อไปนี้ 

“…หลวงปู่เสาร์เคยถือประพฤติปฏิบัติตลอดจนชนม์ชีพของท่าน ท่านจะถือด้วยการสวดพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ แล้วก็พิจารณาพุทธคุณของพระพุทธเจ้า 9 ประการนั้น พิจารณาพระธรรม คุณของพระธรรม คุณของพระสงฆ์ ตรงนี้ที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อแต่นั้นก็จะแผ่เมตตาให้กับตัวเอง อะหัง สุขิโตโหมิ แผ่เมตตาให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ ที่เราได้สวด ได้แผ่กันอยู่นี้ และ ครั้งต่อมา ให้พิจารณาสังขาร ร่างกายนี้ เป็นของปฏิกูลของสกปรก ของน่าเกลียด 

ของปฏิกูลอย่างไร อาหารที่อยู่ในท้อง ถ้ามันถ่ายออกไปเป็นอุจจาระ เป็นปัสสาวะ แล้วเราหมักหมม รวมกันไว้ มันก็กลายเป็นของปฏิกูล ของไม่สะอาด ทีนี้ร่างกายของเรา ถ้าไม่อาบน้ำ 3 วัน 7 วัน เหงื่อไคลไหลย้อย ขะมุกขมัวไปด้วยฝุ่นละออง ก็จะเกิดกลิ่น เกิดเหม็นหืนออกมาจากตัวเรา เหนอะหนะเหนียว ให้ร่างกายของเราไม่สดชื่น ต้องอาบน้ำชำระ อาบน้ำเฉยๆเหมือนประหนึ่งว่าไม่ออก ก็ต้องฟอกด้วยสบู่ ด้วยของเหลว ที่มันทำให้ลื่น มันจึงจะสบาย แล้วทีนี้เป็นของน่าเกลียด 

เมื่อตายไปไม่มีอะไร มีแต่ร่างกาย ร่างกายขึ้นอืดขึ้นพอง น้ำเหลืองไหลย้อย ไหลย้อยออกมา ก็จะทำให้เรานั้น สะอิดสะเอียนขึ้น ดูแต่ซากศพของสุนัขที่โดนรถทับข้างถนน มันก็จะเหม็นออกมา นี่คือพิจารณาอสุภะ แล้วก็พิจารณาความตายอยู่เสมอ เราไม่ตายวันนี้ วันพรุ่งนี้ก็ไม่แน่ ไม่ตายในวันพรุ่งนี้ วันต่อไป เราแน่หรือ เรามองเห็นหรือ เราอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะความไม่ประมาท เมื่อเราประมาทเมื่อใด เราก็จะเข้าถึงจุดจบ อันนี้ให้พิจารณา หลวงปู่เสาร์ฯ ท่านพิจารณาอย่างนี้มาตลอด ที่เป็นบูรพาจารย์ของเรา หลวงปู่มั่นนั่งภาวนาจนจิตเข้าไปถึงปฐมฌาน จนถึงขั้น จตุตถฌาน ถอยออกมา ถอยออกมาจนกระทั่ง ปฐมฌาน คือ อุปจาระสมาธิ แล้วก็มาพิจารณาสังขาร ร่างกายให้เห็นตามเป็นจริง นี่มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น อันดับแรก เราก็จะต้องฝึกสติของเรา แล้วก็ฝึกวิริยะของเรา ด้วยการนับ อันนี้ทำให้บุคคลทั้งหลายที่นั่งกระสับกระส่าย นั่งไม่ปกติ ได้นั่งเพลินทีเดียว เพลินอยู่ในธรรม เรียกว่า ฌานนทีฌาน

ฌาน คือ เพ่ง เพ่งอยู่ ณ อารมณ์เดียว เพ่งลงไปที่ตัวรู้ มันเพ่งลงไปแล้วเกิดพลัง พลังรวมลงไปทำให้จิตของเรานั้นหนักแน่น บางคนก็ประหนึ่งตึงอยู่ทั้งตัว หลังจากพลังรวมลง เกิดปีติ จิตเปิด เบิกบาน เหมือนกายเบา ใจเบา ต่อแต่นั้นความสุขเกิดขึ้น เมื่อความสุขเกิดขึ้น ความนิ่งของจิตลงไปแพ๊พหนึ่ง แล้วก็โผล่ออกมา มันไม่นิ่ง เมื่อมันไม่นิ่ง ก็จะต้องเพ่ง การเพ่งนี่เรียกว่า ฌาน หรือ การเพ่ง เมื่อเพ่งลงไป กำลังก็จะแรงลงไป ทำให้ความสงบนิ่งลงไป แต่ความสงบมันไม่นิ่ง มันไม่รวมลง ก็แสดงว่าพลังอ่อน ก็กลับมาเริ่มต้นบริกรรมใหม่ กำหนดลมหายใจเข้า กำหนดลมหายใจออกอย่างนี้ ฝึกอยู่อย่างนี้แหละ ตลอดไป แล้วบารมีธรรม และ ภาวะธรรม แล้วคุณธรรมก็จะปรากฎ 

ญาณ คือ ความรู้ ปรากฏ เมื่อเราตื่นตัวอยู่เสมอ ตัวตื่นตัวนั่นแหละ เรียกว่า ปัญญา คือ สัมปชัญญะ ความรู้ตัวเกิดขึ้น มันก็จะพัฒนาเป็นปัญญา แล้วทีนี้เมื่อเรานำหลักธรรมะที่ปัจจุบันนี้ เราจะใช้กัน เป็นระบบ คือ ใช้ “โพธิปักขิยธรรม” ธรรมที่ทำให้เกิดความสำเร็จ เรามีสติก็เป็นึตัวหนึ่งแล้ว มันอยู่ในหลายหัวข้อธรรมทีเดียว ปรากฏขึ้นแก่เรา กลายเป็น “สติปัฏฐาน” ต่อมาเมื่อมาสู่โพชฌงค์ก็เป็น “สติสัมโพชฌงค์” เป็นสติที่มั่นคง ตั้งมั่น มั่นคง คงที่ จึงเรียกว่า สติสัมโพชฌงค์ สติตั้งมั่น ก็เป็น “สติปัฎฐาน” ทีนี้ “สติปัฏฐาน4” เป็นหนทางเอกที่จะดำเนินไปสู่ความดับทุกข์ เมื่อเรามาพิจารณาสังขารร่างกาย เรียกว่า “กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน” ก็จะทำให้เรารู้ทุกสกลกายของเรา…”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรรมฐานของพระพุทธเจ้าและท่านอาจารย์มั่น : หลวงพ่ออินทร์ถวาย #SootinClaimon.Com

Posted on August 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592482

กรรมฐานของพระพุทธเจ้าและท่านอาจารย์มั่น : หลวงพ่ออินทร์ถวาย

กรรมฐานของพระพุทธเจ้าและท่านอาจารย์มั่น : หลวงพ่ออินทร์ถวาย

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.12 น.

เรื่องหลวงปู่มั่น ที่ท่านแนะนำสั่งสอนลูกศิษย์ของท่าน โดยมากท่านจะเน้นหนักเรื่อง “ภาวนา” ให้บริกรรม “พุทโธ” แต่พวกเราได้สังเกตที่อาตมาบอกว่า พระพุทธเจ้าท่านกำหนดลมหายใจเข้าก็รู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกก็รู้ว่าหายใจออก มีสติสัมปชัญญะในลมหายใจเข้าออก อันนี้คือ กรรมฐานของพระพุทธเจ้า 

แต่กรรมฐานของหลวงปู่มั่น ที่ท่านแนะนำสั่งสอนศิษยานุศิษย์ ท่านบอกว่า..ถ้าเรากำหนดลมหายใจเข้าลมหายใจออกเท่านั้น มันหลุดง่ายๆ มันเผลอได้ง่าย มันหลงลืมได้ง่าย มันหลุดได้ง่าย เพราะฉะนั้นควรจะสำทับ เอา “พุทโธ” เข้าสำทับด้วย

เวลาหายใจเข้า “พุท” เวลาหายใจออก “โธ” ที่ปลายจมูก แต่ไม่ต้องตามลมเข้าไปในท้อง และไม่ต้องตามลมออกไปข้างนอก ให้เราเหมือนกับเรายืนอยู่ข้างประตู ลมหายใจเข้าเราก็รู้ว่า ลมหายใจเข้า ไม่ต้องตามลมเข้าไป หรือเวลาหายใจออก ก็ไม่ให้ตามลมออกไป มีแต่ให้รู้ว่า ลมเข้า ให้รู้ว่า ลมออก มีสติสัมปชัญญะในลมหายใจเข้าหายใจออก อันนี้ก็คือ ที่องค์หลวงปู่มั่นแนะนำสั่งสอนศิษยานุศิษย์ของท่าน

จากนั้นในเมื่อเรามีสติสัมปชัญญะในลมหายใจเข้าหายใจออก ใจของเราก็จะรวมเป็นขณิกะหรือเป็นอุปจาระหรือเป็นอัปปนาสมาธิ ทีแรกเราเมื่อจิตใจของเราเข้าสู่ความสงบ มันจะรู้สึกเย็นวาบหรือว่ามีแสงสว่าง ซึ่งมีความสุข ในชั่วประเดี๋ยวประด๋าวอันนี้เรียกว่า ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ คือเราทำจิตใจตามดูอารมณ์ของเรา เรารู้เท่ารู้ทันในอารมณ์ อันนี้ว่า อุปจารสมาธิ

แต่เมื่อจิตใจเรารวมสงบลงเป็นหนึ่ง จิตเป็นอันใด สติเป็นอันนั้น สติเป็นอันใด จิตเป็นอันนั้น อันนี้ก็ว่า อัปปนาสมาธิ เมื่อจิตของเรารวมเป็นอัปปนาสมาธิ นี่แหละเพียงเท่านี้ล่ะ เราก็รู้ได้ว่า พระพุทธศาสนาหรือพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจะรู้ได้ว่า กายกับใจ, กายกับใจ ใจกับกายเป็นคนละอันกัน เรา คือ ตัวผู้รู้จิต จิตสงบ..จิตสงบในร่างกาย ร่างกายเนี่ยคือ..อาตมาเอง ได้พูดเปรียบเทียบว่า ร่างกายเหมือนกับรถ แต่จิตใจเหมือนกับคนขับรถ

คนขับรถแต่รถ แต่คนขับอาศัยอยู่ในร่างกาย จะไปที่ไหนก็ต้องอาศัยคนขับ

…………………………………..

โอวาทธรรม หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย บ้านนาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี
ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=49633

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ แนะ ‘เมตตาพาสุข’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592288

พระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ แนะ ‘เมตตาพาสุข’

พระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ แนะ ‘เมตตาพาสุข’

วันอังคาร ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.01 น.

พระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ แนะ ‘เมตตาพาสุข’

ทุกคนบนโลกในนี้ล้วนมีความเมตตาในตนเอง ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน การมีเมตตาต่อกันนั้นมากน้อยอยู่ที่ตัวเรา ยิ่งในช่วงยุคโควิด-19 เช่นนี้แล้ว ทุกคนต้องการกำลังใจในการใช้ชีวิต สร้างความสุขให้กับตนเองและผู้อื่น พระมหาอดิศักดิ์ อภิปญฺโญ เจ้าอาวาสวัดบรมสถล (วัดดอน) กรุงเทพฯ ได้เมตตาให้คำตอบบนเวทีธรรมบรรยาย เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ จัดโดย บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ในหัวข้อ “เมตตาพาสุข”

เมตตากรรมฐาน เป็นวิชากรรมฐานที่พระอาจารย์ได้ฝึกปฏิบัติมานั้น นำมาแนะนำให้ทุกคนได้เรียนรู้ในเรื่องของการมีเมตตา การตั้งจิตนึกคิด มีสติและฝึกจิตใจของตนเอง เริ่มต้นด้วยการแนะเรื่องของอานิสงฆ์ ดังนี้

“เคยมีปัญหานอนไม่หลับไหม เคยมีปัญหาลูกดื้อไหม เคยมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอุปสรรคในการทำงานหรือว่าความไม่ราบรื่นในการทำงานไหม” ท่านได้ตั้งคำถามก่อนเริ่มบรรยาย นำพามาซึ่งการอธิบายและชี้แนะ หนึ่งเรื่องของการนอนไม่หลับ ท่านบอกว่า การนอนไม่หลับนั้นมาจากการเครียดคิดฟุ้งซ่าน แต่เมื่อฝึกเมตตากรรมฐานจะสามารถช่วยได้ เรื่องที่สองคือเรื่องการตื่นนอน ตื่นง่าย ใครมีปัญหาตื่นยาก ต้องตั้งนาฬิกาปลุก มีวิธีการที่เรียกว่า พิธีของพุทธเจ้า เรียกว่า อุฏฐาน สัญญา สัญญาใจสั่งให้ตื่น อยากจะตื่นเวลาไหน ถ้าฝึกเจริญเมตตา จะสามารถตื่นตามเวลานั้นเลย ท่านให้นำมือแตะที่หัวใจด้านซ้ายแล้วหลับตาลง สั่งใจให้ตื่นตามเวลาที่อยากจะตื่น เมื่อสั่งจิตเป็นประจำก็สามารถตื่นได้ตามที่ต้องการ เรื่องที่สาม “ไม่ฝันร้าย” พระพุทธเจ้าตรัสถึงความฝันว่ามีอยู่ 4 อย่าง หนึ่งบุพนิมิต เป็นฝันที่ให้ความตรงตามที่ฝัน สองจิตอาวรณ์ เป็นฝันที่ไม่ได้ให้ความจริง หรือภาษาพูดคือ ไม่แม่น สามเทพสังหรณ์ เป็นความที่เทวดามาเข้าฝัน ให้โชคลาภ หรือให้ทำบุญให้ สี่ธาตุกำเริบ เป็นความฝันประเภทโดนโจรไล่ฆ่า ปีนภูเขา โดนไล่ยิง วิ่งหนีเหงื่อเต็มคอ อย่าไปตกใจเพราะไม่ตรงอย่างแน่นอน เพราะคนที่ฝันเช่นนี้เกิดจากความอึดอัดจากร่างกายหรือไม่สบาย สิ่งเหล่านี้จะหายไปเมื่อฝึกเจริญเมตตา พระอาจารย์กล่าว

อานิสงส์ข้อต่อมาคือ อมนุษย์ หรือผีสางนางไม้ เทวดาพระภูมิเจ้าที่ภูตผีปีศาจยักษ์ พวกนี้ถือว่า อมนุษย์ เพราะว่าผู้ที่ไม่ใช่มนุษย์ ท่านเล่าว่า ท่านเคยโดนผีอำตอนเป็นเณร ซึ่งในตอนนั้นสติท่านได้หายไปหมดแล้ว แต่แล้วท่านก็ทำการสวด กรณียเมตตสูตร จึงทำให้หายจากอาหารผีอำไปได้ บทกรณียเมตตสูตรเป็นบทสวดที่เป็นมิตรกับภูตผีปีศาจ เสมือนการแผ่เมตตาให้สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ หรืออมนุษย์ ท่านยังแนะอีกว่า ท่านได้สวดบทนี้มาเป็นเวลา 20 กว่าปี สวดก่อนนอนทุกคืน สวดบทนี้แล้วจะทำให้สบายใจ แคล้วคลาดป้องกันตนเองได้ดีมาก ท่านยังได้ให้คาถาไล่ผี สิ่งนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ท่านได้ประสบพบเจอมากับตัวท่านเอง แล้วมาบอกบุญ คาถานั้น คือ “สะธัสพุทธ สัมมาสัมโต หะระอะโต วะคะภะ สะตัสโมนะ” หรือนนะโมถอยหลัง เป็นสิ่งที่สามารถไล่ผีได้จริง ท่านเล่าว่า เมื่อสมัยท่านเป็นผู้ช่วยใหม่ ๆ ในช่วงเวลา 6 โมงเช้า มีคน 6-7 คน ลากผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาที่ข้างกุฏิพระอาจารย์ แล้วมีผู้ชายนั่งคร่อมผู้หญิงแล้วตบซ้ายตบขวา พระอาจารย์ได้ถามไปว่า “โยมทำไมทำร้ายผู้หญิง” ผู้ชายจึงบอกว่าภรรยาเขาโดนผีสามีเก่าเข้า จึงตบให้ออกไป ท่านจึงตามหลวงพ่อท่านอื่นมาช่วยจนหมดวัดผีตนนั้นก็ยังไม่ออก สุดท้ายพระอาจารย์นึกได้ว่าพระอาจารย์องค์หนึ่งท่านเคยอยู่ถ้ำที่ป่าวิเชียรบุรี ท่านมาเสกคาถาใส่เพียงเวลาไม่นานผีตนนั้นก็ออกไป พระมหาอดิศักดิ์จึงได้เข้าไปหาหลวงพ่อท่านนั้น ถามถึงเรื่องว่าทำอย่างไรถึงไล่ผีไปได้ และได้ทราบคำตอบพร้อมคาถาที่ไล่ผีได้

ต่อมาพระอาจารย์แนะเรื่องการแผ่เมตตามีวิธีปฏิบัติ 2 อย่าง อย่างแรกเรียกว่า โพลี โสพนาเมตตา คือการให้แบบเจาะจง อย่างที่สอง คือ อะโนธิโส ผะระณา การให้แบบไม่เจาะจง

การให้แบบเจาะจงมีด้วยกัน 3 สิ่ง คือ หนึ่งการแผ่เมตตาให้กับตัวเอง ตัวเองต้องมีเมตตาอับดับหนึ่ง สองให้คนที่เคารพนับถือ ไล่มาตั้งแต่ในประเทศก็คือในหลวง แต่เมตตาสามารถให้ได้กับคนที่มีชีวิตอยู่เท่านั้น และสามให้กับอุปัชฌาย์ครูบาอาจารย์ พ่อแม่ ท่านเล่าว่าการแผ่เมตตานี้สามารถช่วยให้ลูกจากที่ดื้อ ติดยา หรือแม้กระทั่งขโมยเงินขโมยของ ก็สามารถทำให้กลับมาเป็นคนดีได้ โดยขั้นแรก ส่งสติมาไว้ที่หน้าผากตนเองแล้วสแกนตัวเองตั้งแต่หน้าผาก นึกถึงใบหน้าตัวเองแล้วภาวนา ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข หายใจออกดึงความรู้สึกจากรูปนั่งมาไว้ที่หน้าผากตัวเอง ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากความทุกข์ เมื่อตนเองมีสติมีความสุขพ้นจากความทุกข์ ต่อมาคือแผ่ให้กับลูก เจาะจงให้แต่ถ้าขณะที่เจาะจงใบหน้าผู้ที่จะแผ่ให้นั้น หน้าเขาไม่ชัดต้องกลับมาตั้งจิตที่ตนเองใหม่อีกครั้ง หลังจากนั้นนึกถึงหน้าคนที่อยากจะแผ่เมตตาให้ ทำวิธีเดียวกับที่แผ่ให้ตนเอง ทำเป็นประจำทุกวันชีวิตจะดีขึ้น

การให้แบบไม่เจาะจง คือ คนกลาง ๆ ไม่รักไม่ชัง เรียกว่า มัชฌัตตบุคคล เขาตายแล้วก็ไม่ได้เสียใจเขามีความสุขเขาร่ำรวยก็ไม่ได้ดีใจกับเขา แผ่ไปแบบไม่เจาะจง แผ่ความรู้สึกเหมือนคลื่นทะเลคลื่นโทรศัพท์ขอให้มนุษย์ทั้งหลายจงมีความสุข ขอให้มนุษย์ทั้งหลายพ้นจากความทุกข์

สุดท้ายคือการแผ่รวม การแผ่โดยรวมไม่ได้เจาะจงว่าให้ใคร ที่แผ่กันทุกวันนี้คือ สัพเพสัพตา อันนี้เรียกว่าแผ่ด้วยวาจา แต่ที่จะกล่าวคือการแผ่ด้วยจิต เริ่มจากหายใจเข้า แล้วนึกขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงมีความสุข ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงพ้นจากความทุกข์ เพ่งจิตสแกนจากขาในท่านั่งขึ้นมายังบนในหน้าของตน อันนี้คือ  มนุษย์ ภูตผีปีศาจ เทวดาหรือคนใกล้ชิดอยู่รอบตัว หรือเจ้าที่เจ้าทางจะรับรู้ถึงความเมตตาจิตของเรา

การแผ่เมตตาด้วยจิตเช่นนี้สามารถทำให้กับทุกคนบนโลกใบนี้ได้ ให้แม้กระทั่งคนที่ตนเองไม่ชื่นชอบ หรือโกรธอยู่นั้นให้เบาลงก่อน แล้วจึงแผ่เมตตาให้กับเขา เมื่อแผ่เมตตาให้เขาไป เขาอาจเป็นคนที่ดีขึ้นก็เป็นได้เช่นเดียวกัน ทุกความเมตตาจะนำพาความสุขมาอยู่ที่จิตใจของเราทุกคน แต่สำหรับใครที่อยากแผ่ให้คนรักท่านไม่แนะนำให้แผ่เจาะจง เพราะเป็นการสร้างราคะ พุทธเจ้าบอกว่ามีเหตุ 2 อย่าง “บุพเพสันนิวาส” กับ “ปัจจุบันเหตุ” คือเกื้อกูลกันในปัจจุบันถึงจะเป็นเนื้อคู่กันได้ โบราณเขาบอกว่า “คู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกันเลย ถ้าไม่ใช่คู่คอเคยอย่ามาชะเง้อคอคอย คู่กันแล้วก็ไม่แคล้วคู่สร้าง ถึงภูเขาขั้นกลางก็ยังพังเปิดช่อง”

สำหรับผู้สนใจร่วมฟังธรรมบรรยายดี ๆ ในโครงการ “เรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ” สามารถติดตามรับชมย้อนหลังผ่านช่องทาง facebook fanpage CPALL พร้อมรับฟังคติธรรมดี ๆ ในช่องทาง TikTok ได้ที่ ธรรมะ TikTok และจะประชาสัมพันธ์วันที่ และเวลา ที่โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ กลับมาจัดเป็นปกติอีกครั้งให้ทราบในโอกาสถัดไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ใช้ปัญญา…อย่าเชื่อใจคนโกหก : หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก #SootinClaimon.Com

Posted on August 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/592191

ใช้ปัญญา...อย่าเชื่อใจคนโกหก : หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก

ใช้ปัญญา…อย่าเชื่อใจคนโกหก : หลวงพ่ออินทร์ถวาย สันตุสสโก

วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.22 น.

ทุกวันนี้รู้สึกว่า ใครก็ว่าใครโกหก พวกหนึ่งก็ว่าพวกหนึ่งโกหก ผู้หนึ่งก็ว่าพวกคุณโกหก ตามเป็นจริงก็โกหกเท่าๆ กันน่ะดูๆ พวกเราอยู่วงนอกน่ะ เหมือนพวกเขาขึ้นไปชกบนนักมวยนะ คนหนึ่งว่ามันผิดกติกา ไม่น่าจะใช้ศอกใช้เข่า เผลอๆ กัดหูกันอีกต่างหาก..ลักษณะอย่างนั้น แต่พวกเราอยู่ข้างนอกดูๆ แล้วมันมั่วกันไปหมดเลย

ตามเป็นจริงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านบอกว่า ท่านตรัสไว้นั้นนะ พวกเราคณะศรัทธาญาติโยม ลูกหลานทุกคนนะให้สังเกตดู พระพุทธเจ้าท่านตรัสเป็นพระบาลีว่า..คนที่ชอบโกหกทั้งที่รู้ๆ จะไม่ทำชั่วอย่างอื่นเป็นไม่มี..* แต่หลวงพ่อจำไม่ได้เป็นพระบาลีนะ เอ้อ..อ่านไปก็พบเลยล่ะ เป็นพระบาลีแต่หลวงพ่อเอาแต่ความหมาย เพราะพวกเราถึงจะอ้างพระบาลีขึ้นมาพวกเราก็ไม่เข้าใจเหมือนกันน่ะ เอาความหมายมาให้พวกเราได้ฟังได้ศึกษาเลยว่า คนที่ชอบโกหกทั้งที่รู้ๆ จะไม่ทำความชั่วอย่างอื่นเป็นไม่มี พอทำขึ้นมาแล้วก็โกหก พอทำขึ้นมาแล้วก็โกหก มันก็เลยโกหกไปเรื่อยเป็นนิสสัยไป

ทีนี้พอจากนั้นมันก็ขาดความเชื่อถือแล้วทีนี้ ถ้าคนไม่ได้สังเกตก็..เอ้อใช่..ฟังไป เพราะฉะนั้นเมื่อโกหกไปแล้วคิดว่ามันจะจบ..ไม่ใช่นะ กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ในเมื่อโกหกไปแล้วนี่ ถนนหนทางเป็นเครื่องพิสูจน์ม้า กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์คน เป็นคนพูดถูกต้องไหม? เป็นธรรมไหม? มีเหตุมีผลไหม? พูดตามหลักธรรมคำสอนไหม? พูดเป็นธรรมไหม..แน่ะ กาลเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์

เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราทุกๆ ท่าน พวกเพื่อนพวกเราใครก็ตาม ถ้าพูดออกไปแล้วโกหก จับได้ว่าโกหก..อย่าไปไว้ใจก็แล้วกัน ให้ระมัดระวังคนคนนี้จะไม่ทำความชั่วอย่างอื่นเป็นไม่มีนะ ให้เราตั้งความสงสัยเอาไว้ เพราะฉะนั้นขอให้พวกเราทุกๆ ท่านนะ ทั้งนี้ทั้งนั้นพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้านี่ ท่านให้ใช้ “ปัญญา” นะ ไม่ให้ใช้ “ศรัทธา” อย่างเดียวนะ ศรัทธาคือความเชื่ออย่างเดียว..ไม่ใช่ ต้องให้ใช้ปัญญา..

ปัญญาในความเชื่อนั่นเอง..ที่เราเชื่อไปนี่มันถูกต้องไหม มันเป็นธรรมไหม มีเหตุผลไหม สิ่งเหล่านี้เราต้อง..ถ้าเรายังไม่เคยพบเคยเจอ เราก็ตั้งความเห็น..นิ่งไว้ก่อน ให้หยุดไว้ก่อน อยู่ในความสงบไว้ก่อน..นิ่งไว้ก่อน ให้สังเกตก่อน อย่าเพิ่งเข้าไปในจุดนั้น นี่แหละหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างงั้นน่ะพวกเราท่านทั้งหลาย

โอวาทธรรม พระอาจารย์อินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคำน้อย ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี คัดลอกจาก http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=49602

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทศนาธรรม 4 ประการ! เจ้าอาวาส ‘วัดถ้ำแสงเพชร’ ใจสบายจิตสงบ #SootinClaimon.Com

Posted on August 4, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/591855

เทศนาธรรม 4 ประการ! เจ้าอาวาส'วัดถ้ำแสงเพชร' ใจสบายจิตสงบ

เทศนาธรรม 4 ประการ! เจ้าอาวาส’วัดถ้ำแสงเพชร’ ใจสบายจิตสงบ

วันอาทิตย์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 20.00 น.

1 สิงหาคม 2564 ที่วัดถ้ำแสงเพชร บ้านสามแยกแสงเพชร ต.สร้างนกทา อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ตั้งอยู่บนภูเขาขาม ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 15 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันออก ถนนอรุณประเสริฐ (อำนาจเจริญ – ปทุมราชวงศา) เป็นภูเขาไม่สูงมากนัก ปกคลุมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ลมพัดเย็นสบาย ท่ามกลางเสียงนกหลากหลายพันธุ์ ขับกล่อมบรรเลงบทเพลงแห่งป่าขุนเขาที่ไพเราะตลอดเวลา ทำให้ใจสบายจิตสงบยิ่งนัก 

ก่อนนั้น ภูเขาขามเป็นที่ตั้งวัดถ้ำแสงเพชร โดยหลวงปู่ชา วัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี เดินทางเข้าไปจำพรรษา และพัฒนาวัดถ้ำแสงเพชร จนเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชนอย่างแพร่หลาย 

ทว่าปัจจุบันวัดถ้ำแสงเพชร แบ่งเป็น 2 วัด คือวัดถ้ำแสงเพชรบนและวัดถ้ำแสงเพชรล่าง ซึ่งทั้ง 2 วัด ตั้งอยู่ภูเขาขาม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับ 1 ของจังหวัดอำนาจเจริญ ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปสัมผัสธรรมชาติอันสวยงาม และนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงวันหยุดเทศกาลสำคัญๆ และวันหยุดเสาร์อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ซึ่งทุกคนจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด19 อย่างเคร่งครัด 

พระอธิการ ประพัส ปธาราษฎร์ อายุ 73 ปี เจ้าอาวาสวัดถ้ำแสงเพชรล่าง กล่าวว่า เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา หลวงปู่ชา แห่งวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ได้มาจำพรรษาที่ถ้ำแห่งหนึ่งบริเวณภูเขาขาม ระหว่างจำพรรษา ได้ค้นพบถ้ำแสงเพชร ซึ่งภายในถ้ำพบรูปปั้น พระเบญจวคีทั้ง 5 ไม่ถูกพุทธลักษณะมากนัก เข้าใจว่า ชาวบ้านที่มีความศรัทธาปั้นด้วยมือตนเอง ต่อมา ได้มีการปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาใหม่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน และยังพบ ถ้ำโคนอน อยู่ห่างถ้ำแสงเพชรไม่มากนัก โดยมีรูปปั้นโคนอน อยู่ปากถ้ำ ซึ่งเป็นฝีมือชาวบ้านปั้นขึ้นมา เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า ถ้ำโคนอน เพราะสมัยโบราณ ถ้ำแห่งนี้ เป็นที่อาศัยของโคป่า นอกจากนี้ ยังพบถ้ำค้างคาว ถ้ำงู เป็นต้น 

ที่สำคัญ ยอดภูเขาขาม เป็นลานหินกว้าง มีความเหมาะสมที่จะสร้างวัด หรือ สถานที่ยึดเหนี่ยวทางใจของพุทธศาสนิกชน ซึ่งญาติโยม พุทธศาสนิกชนชาวอำนาจเจริญร่วมกัน ก่อสร้างศาลาพันห้อง เจดีย์ และพระนอน ที่บริเวณลานบนภูเขาขาม  ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดถ้ำแสงเพชรบน โดยมีเจ้าอาวาสวัดและพระสงฆ์ สังกัดมหานิกาย จำพรรษาอยู่ที่นี่ 

สำหรับวัดถ้ำแสงเพชรล่าง ภายในเนื้อที่ 100 ไร่ มีต้นไม้นานาพันธุ์ปกคลุมขึ้นโดยทั่วไป มีความสงบร่มรื่น โดยเฉพาะไม้พยุง มีอยู่จำนวนมาก ทว่า ปัจจุบัน เริ่มเหลือน้อยลง เพราะมีบางคน เข้าไปตัดไม้พยุง บ่อยครั้ง ซึ่งอาตมาเป็นพระ จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็ไม่ถูกต้องนัก ก็ให้เป็นไปตาม เวรกรรม บุญวาสนาของแต่ละคนก็แล้วกัน 

ส่วนวัดถ้ำแสงเพชรล่าง เมื่อขับรถเข้าไป ก่อนจะถึงวัด ก็จะพบต้นไผ่ขึ้น 2 ข้างทาง ที่ปลายไผ่จะโค้งเข้าหากันปกคลุมทางเข้าอย่างสวยงาม ด้วยระยะทาง 200 เมตร เมื่อออกจากอุโมงค์กอไผ่ ก็เป็นที่ประดิษฐาน พระเทพโลกอุดร เพื่อให้ญาติโยม พุทธศาสนิกชน กราบนมัสการ ขอพร ให้เป็นสุข จากนั้น ให้มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ซึ่งสามารถขับรถเข้าไปได้ แม้ทางจะแคบ แต่ก็สะดวก ด้วยระยะทางประมาณ 700 เมตร มีลานจอดรถอย่างดี ซึ่งเป็นที่ตั้งถ้ำแสงเพชร เพื่อนมัสการ พระบัญจวคีทั้ง 5 ถัดไปเป็นถ้ำโคนอน ซึ่งปากถ้ำมีรูปปั้นโคนอน เป็นสัญลักษณ์ ให้ทราบ นอกนั้น ก็เป็นถ้าค้างคาว ถ้ำงู เป็นต้น  

นอกจากนี้ ด้านทิศตะวันออกของภูเขาขาม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาส ตั้งสูงเด่นเป็นสง่า อยู่บนยอดภูเขาขาม หากมองขึ้นมาจากพื้นล่าง ด้านอ่างเก็บน้ำห้วยสีโท จะมองเห็นเด่นชัด และสวยงามมาก 

พระอธิการ ประพัส ปธาราษฎร์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำแสงเพชรล่าง กล่าวว่า พุทธศาสนิกชนที่มาท่องเที่ยว และกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนเดินทางกลับ ก็จะเข้ามาขอพร และรดน้ำมนต์จากอาตมา ทุกครั้ง ทุกคน เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน หลายคนปรับทุกข์ ปัญหาทางครอบครัว ซึ่งก็ชี้แนะให้ยึดหลักธรรม ตามคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปปฏิบัติ โดยแนะนำให้ถือศีล 5 ข้อ คือ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามพูดเท็จ ห้ามทำผิดในกาม และห้ามดื่มสุรา หากปฏิบัติได้ จะพบแต่ความสุขนั่นเองและช่วงนี้ เกิดโรคระบาดโควิด – 19 การจะเข้ามาในวัดจะต้องคัดกรองอย่างดี  

พระอธิการ ประพัส ปธาราษฎณ์ เจ้าอาวาสวัดถ้ำแสงเพชร เทศนาต่อไปว่า ถ้าเรามีความหมั่น ความขยันมีปัญญาแล้ว ย่อมหาทรัพย์ได้โดยง่าย สมกับโบราณภาษิตท่านกล่าวไว้ว่า ทรัพย์นี้มิไกล ใครปัญญาไว หาได้ไม่นาน ทั่วแคว้นแดนดิน มิสิ้นทุกสถาน ผู้ใดเกียจคร้านไม่พานพบ และก็แสดงให้เห็นว่า แม้เพียงปัญญาอย่างเดียวก็ย่อมสำเร็จ ถ้ามัวแต่ไปท่องตัว คาถา อุ อา กะ สะ ถ้าไม่ลงมือทำการทำงานด้วย ความขยันหมั่นเพียร รับรองว่า ไม่เป็นเศรษฐีแน่นอน ท่องแต่คาถาหัวใจเศรษฐี แต่ไม่ลงมือปฏิบัติ มีแต่จะทุกข์ลูกเดียวไม่ต้องสงสัย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน ประโยชน์อันเป็นไปในภพนี้ชาตินี้ คือ ปัจจุบันนี้ ได้แก่ ประโยชน์ทันตาเห็น ขอให้ญาติโยมพึงประพฤติบำเพ็ญธรรม 4 ประการนั้น ให้บริบูรณ์ในสันดานตน ก็จะบรรลุได้ทันตาเห็น ขอให้ประพฤติปฏิบัติเอา ส่วนประโยชน์ในภายหน้าก็มี 4 อย่างคือ 

สัทธาสัมปทา คือ ความเชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ เช่น เชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ความเชื่อท่านจัดไว้หลายประเภท เช่น สัทธาสัมปทา 2 คือ โลกีสัทธา คือความเชื่ออันเป็นไปในทางโลก 1. และโลกุตตรสัทธา ความเชื่ออันพ้นจากโลก 1. แต่สัทธาในสัมปรายิกัตถประโยชน์นี้ หมายเอา สัทธาญาณสัมปยุตต์ เพราะคำว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บอกชัดอยู่ในตัวแล้วว่า ดีและชั่ว ล้านแต่เกิดจากเหตุ คือการกระทำ สมกับพุทธภาษิตที่ว่า กัลป์ยาผณะการี กัลป์ยาณัง ปาปะการี จะ ปาปะกัง แปลว่า ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว เมื่อคนเรามีสัทธาต่อคำสอนของพระศาสดาแล้วนำไปปฏิบัติย่อมเกิดผลดีไพบูลย์สืบไป 

สีลสัมปทา ถึงพร้อมด้วยศีล คำว่า ศีล แปลว่า ปกติกาย ปกติวาจา ปกติใจ อันเป็นคุณธรรมเครื่องรักษากาย วาจา ใจ ให้เรียบร้อย คือ เมื่อเราได้สมาทานศีลไปแล้ว ไม่ประพฤติล่วงศีล 

จาคสัมปทา ถึงพร้อมด้วยการบริจาคทาน คำว่า ทาน มี 2 ประเภท คืออามิสทาน คือทานสิ่งของเงินทอง เครื่องใช้เครื่องบริโภคที่เป็นวัตถุ การให้โอกาทหรือการแสดงธรรมให้ฟัง แนะนำในทางดี เรียกว่า ธรรมทาน เมื่อคนเราอยู่ร่วมกันหมู่มาก ก็ย่อมมีการอาศัย ซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือทั้งทางกายทางวาจา และทางทรัพย์บ้าง ผู้ที่ไม่ตระหนี่แบ่งปัน สิ่งของให้คนอื่นย่อมเป็นที่รักของหมู่คณะ

ดังธรรมภาษิตที่ว่า ทะทัง ปิโย โหติ ภะชันตินัง พะหู แปลความว่า เป็นให้ย่อมเป็นที่รัก คนหมู่มากย่อมคบหาเขาดังนี้ บุคคลที่ได้รับความสุข มีโภคทรัพย์สมบูรณ์ในชาตินี้ ก็เพราะผลทานของเจาในชาติปางก่อน และทานของเขาในปัจจุบันชาตินี้ ก็จะส่งผลในภายหน้าต่อไป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า บุคลให้ทานเป็นต้นในปางก่อน ย่อมให้สุขในบัดนี้ เหมือนต้นไม้ที่ให้ปุ๋ยที่โคน แต่ให้ที่ยอดฉันนั้น 

ปัญญาสัมปทา คือถึงพร้อมด้วยปัญญา คือ รู้จักบุญและบาป คุณและโทษ ประโยชน์หรือมิใช่ประโยชน์ เป็นต้น

ปัญญานี้ แม้เกิดขึ้นกับบุคคลผู้ใดก็ทำให้บุคคลนั้นมีชีวิตจิตใจผ่องใส บุคคลผู้มีปัญญาย่อมเจริญด้วยลาภยศ โภคทรัพย์ ผู้ขาดปัญญาก็หาทรัพย์ไม่ได้ แม้มีทรัพย์สินมรดก ข้าวของอยู่ก็จะเสื่อมสิ้นไปและผู้ที่ลาโลกนี้แล้วไปสู่โลกหน้า คือ สุคติ ทุคติ ก็มาจากปัญญาของตนเอง ผู้ไร้ปัญญาย่อมปล่อยตนของตนจมลงไปในความมัวเมา ประมาท จะทำกรรมด้วยความโง่เขลาเบาปัญญา

ส่วนผู้มีปัญญา ย่อมทำตนให้เป็นสุขได้ ทั้งทำตนให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏได้ก็เพราะปัญญา บุคคลมีปัญญา มีศรัทธาในทางที่ถูก เรียกว่าสัทธาญาณสัมปยุตต์ ผู้มีปัญญาจะทำ จำพูด จะคิด ก็จะรู้ได้ว่า มีคุณหรือมีโทษ มีประโยชน์ หรือหาประโยชน์มิได้ จึงชื่อว่า ปัญญาเป็นคุณธรรมอันสำคัญ อันจะยังประโยชน์ภายหน้าให้สำเร็จ  

ท่านเจ้าอาวาสวัดถ้ำแสงเพชรล่าง เทศนาตอนท้ายว่า เป็นห่วงกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 มาก เพราะมีผู้คนติดเชื้อ เสียชีวิตไม่ลดลงเลย ก็ขอให้พุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย ให้มีสติยึดหลัก คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลัก ในการต่อสู้กับโรคโควิดและขอให้ปลอดภัยทุกคน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม’ โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 1, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/591786

'ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม' โอวาทธรรม 'หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม'

‘ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม’ โอวาทธรรม ‘หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม’

วันเสาร์ ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.29 น.

ต้นไม้บางชนิดมีรากลึก บางชนิดโค่นง่ายเพราะรากมันตื้นเหมือนอย่างเช่นคนปฏิบัติพระกรรมฐาน จิตใจไม่ลึก จิตใจมันหละหลวมเหลาะแหละ จิตใจมันเหลวไหลจึงล้มได้ง่าย

บ้านสร้างมาแล้ว ไม่ได้ตอกเสาเข็ม คานก็เล็กเราจะต่อตึกไปหลายๆ ชั้นก็คงจะไม่ได้ถ้าเราทำคานแน่นหนา ทำหลักฐานแน่นหนาตอกเข็มให้แน่นให้ลึกลงไปสามารถตอกสร้างตึกได้ถึง ๗ ชั้น ๑๐ ชั้น ๒๐ ชั้นได้ตามกำหนดนั้น ฉันใดก็ฉันนั้นการเจริญพระกรรมฐานก็เช่นเดียวกันดังกล่าวแล้วเป็นการฝังจิตให้แน่น ทำให้เกิดความอดทน อดกลั้นอดออม ประนีประนอมยอมความบุคคลนั้นจะได้มีหลักฐานแน่นอนที่สุด คือ การเจริญพระกรรมฐานทำให้ฐานะดี แน่นหนาอดทน ไม่โกรธคนง่ายและไม่เกลียดคนง่ายจะไม่ฝังใจเจ็บกับท่านผู้ใดเลย จะไม่ผูกความโกรธไว้ในใจต่อไปจะไม่อิจฉาริษยาแน่นอน มันฝังแน่นเหมือนเรือนที่เราปลูกไปเช่นนั้นเหมือนต้นไม้ที่มันเป็นแก่น มันจะมีรากลึกมาก เข้าในหลักพังเพยธรรมชาติ

…ทองคำต้องสู้ไฟ ไม้ใหญ่ต้องสู้ลม…

ท่านทั้งหลายเอ๋ย เอาทองเหลือง ทองแดงตะกั่ว มารวมกับทองคำแล้วท่านลองเอาน้ำกรดราดลงไปสิ มันจะเหลือแต่ทองบริสุทธิ์ฉันใดก็ฉันนั้น ทองคำเปรียบเหมือนความดี เหลือแต่ความดีเท่านั้นความชั่วเปรียบเหมือนทองแดง ทองเหลือง ต้องเผาด้วยน้ำกรด

เทียนที่ท่านจุดมันมีแสงสว่าง เพราะมันร้อนในตัวใช่ไหมความร้อนในตัวมันเผาให้เกิดแสงสว่างน้ำตาเทียนมันไหลเห็นชัดโดยธรรมชาติยิ่งเผาน้ำตาเทียนยิ่งหลั่งไหลออกมาโยมลองไปเห็นธรรมชาติที่อาตมาพูด ธรรมชาติหรือไม่ถ้าไส้มันใหญ่ เทียนมันใหญ่มันก็จะเผาหนักทำให้เกิดแสงสว่างมากขึ้นแต่ถ้าไส้เป็น ๓ ไส้เล็กๆมันก็ไม่สามารถเผาให้มันเกิดความร้อนในตัวให้มันเกิดแสงสว่างได้เช่นเดียวกัน ฉันใดก็ฉันนั้น

เรามาเจริญพระกรรมฐาน ต้องการให้เกิดแสงสว่างเผาโลภะ โทสะ โมหะ เผากิเลส มันเหือดแห้งคือ ราคะ โทสะ โมหะ กามคุณ ๕ มันสยบลงไปเมื่อใดปัญญาก็จะเกิดขึ้นเหมือนเทียนฉันนั้น

ท่านทั้งหลายเอ๋ย โปรดพิจารณาโดยธรรมชาติอันนี้เถิดท่านจะเกิดปัญญา ท่านจะรอบรู้ในกองการสังขารของท่านที่จะต้องเผากิเลสเป็นเหตุให้เกิดแสงสว่างนั้น คือ ตัวปัญญาเหมือนท่านฝังรากจิตให้มันลึก ท่านจะไม่โค่นท่านจะแผ่กิ่งก้านสาขาให้คนอื่นมีร่มเงาอาศัยได้ถ้ารากท่านสั้น จิตใจท่านต่ำท่านจะไม่ได้เป็นที่พึ่งของใครเขาได้เลยเป็นที่พึ่งพาให้กับลูกก็ไม่ได้เป็นที่พึ่งพาให้กับญาติพี่น้องก็ไม่ได้เหมือนต้นตาลที่ไม่มีกิ่งก้านสาขาเลี้ยงลูกโตเหมือนต้นตาล เลี้ยงลูกโตด้วยข้าวสุกหาความสนุกให้กับสังคมแล้วมันจะใช้ได้หรือ

ต้นไม้ธรรมชาตินี่แหละหนอถ้ามันฝังรากลึกโยมโปรดรดน้ำพรวนดินเถิดมันจะออกดอกออกใบให้เราผลิดอกออกผลให้เขาขายออกสู่ตลาดอย่างงาม เหมือนจิตใจของเราหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ หมั่นตั้งสติปัฏฐาน ๔ เจริญกุศลภาวนาเรียกว่า รดน้ำใส่ปุ๋ย ต้นไม้ท่านจะงดงามท่านจะมีปัญญาใช่หรือไม่ ท่านคิดดูตรงนี้ได้หรือไม่

ท่านจะไปเอาญาณ ๑๖ นั่ง ๗ วัน จะเดินระยะ ๖ แล้วให้ได้ญาณ ๑๖ เป็นพระโสดา โสดีก็ยังไม่ได้จะเป็นโสดาไปทำไมแค่ตรงนี้ยังสกปรก จิตใจยังลามก หาความสกปรก เศร้าหมองใจใจก็ไม่เสบย ขาดความสบาย มีทั้งรักทั้งแค้น ทั้งแน่นในทรวงทั้งหึงทั้งหวงหนักหน่วงในหัวใจ ไม่มีรักด้วยเมตตาเลยรักกันด้วยกามคุณ หน้าตาสวยๆ ดี ก็จะรักกันดีจนตายรักกันอย่างไรเล่า มหานิยมคือเมตตา แปลว่า ความปรารถนาดีลูกมีวิชาความรู้เป็นการนำวิชาการ นำแนวทางความคิดได้แล้วก็นำทางปัญญาได้ ท่านถึงจะได้ความรู้ความคิดความมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดสามารถปฏิบัติการงานขยันถูกต้อง

การเจริญพระกรรมฐาน เป็นการตัดสินใจได้ถูกต้องแนวสติปัญญาแนวความคิด เป็นการตัดสินใจได้ดีมากที่ท่านเจริญพระกรรมฐานนั้นท่านจะเสียใจต่อเมื่อท่านไร้สาระ ขาดสติสัมปชัญญะ ลดละภาวนาแล้วท่านจะเสียใจ ท่านจะตัดสินใจผิดชีวิตท่านจะแร้นแค้นชีวิตท่านจะไม่มีแบบไม่มีแปลนและแผนผังชีวิตท่านจะอเนจอนาถ น่าเสียดายที่เกิดมาในสากลโลกมนุษย์นี้โดยธรรมชาติแท้ๆ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,906,628 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี
ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน
DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย
ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง
นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร
รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI เช็กชื่อเรือทำน้ำมัน 57 ล้านลิตรล่องหน
งัดพรก.กำหนดค่ากลั่น ติดดาบอนุทิน สั่งกบง.หั่นต้นทุนทิพย์
สุขสมรวย รมต.ป้ายแดง เข้าทำเนียบฯ ถือฤกษ์สะดวก พร้อมทำทุกหน้าที่หาก นายกฯ มอบหมาย

Recent Posts

  • นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย
  • ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ
  • ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก
  • วันวิชิต เผยตัวละครลับ! กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง
  • ศาลอาญายกคำร้อง! ไม่ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน คดีชุมนุม 19 กันยาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d