Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Tag Archives: ธรรมะ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

คำสอนพระพุทธเจ้า ‘สอนให้ช่วยตัวเอง พึ่งตัวเอง สอนตัวเองได้ไม่ต้องไปพึ่งใคร’ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 30, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/591321

คำสอนพระพุทธเจ้า 'สอนให้ช่วยตัวเอง พึ่งตัวเอง สอนตัวเองได้ไม่ต้องไปพึ่งใคร' : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

คำสอนพระพุทธเจ้า ‘สอนให้ช่วยตัวเอง พึ่งตัวเอง สอนตัวเองได้ไม่ต้องไปพึ่งใคร’ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันพฤหัสบดี ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

พระองค์ท่านสอนคนจนกระทั่งตาย ข้างทางเดินระหว่างต้นรังทั้งคู่ ก่อนที่จะตาย คือ เข้าสู่ปรินิพพานของพระองค์นั้น พระองค์ยังหันพระพักตร์มาสู่พระอานนท์ศรีอนุชา หนฺททานิ ภิกขฺเว อามนฺตยามิโว ขยวย ธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถาติ พี่น้องที่รักโปรดได้นึกถึงปัจฉิมโอวาทข้อนี้ไว้

พระพุทธเจ้าของเรานั้นสอนคนกระทั่งตาย ตายแล้วยังสอนอีกนะว่า “อานนท์ศรีอนุชา โปรดเอาไปสอนสังขารของข้าพเจ้ากำลังเสื่อมกำลังโทรมแล้วอันรูปธรรม นามธรรม เข้าสู่ปรินิพพานขอพระอานนท์ศรีอนุชาโปรดได้สอนพุทธศาสนิกชนต้องต่อสู้ต่อไปจนชีวิตหาไม่”

“ข้าพเจ้าเป็นจักรพรรดิ เป็นโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ มีแก้วแหวนเงินทองมากมายก่ายกอง เหลือจะนับคณาได้แต่ข้าพเจ้าเสียสละมาเพื่อชาวโลกต้องการให้ชาวโลกทั้งหมดนี้ได้แก้ปัญหาทุกข์และได้พ้นไปเสียจากกองทุกข์นานาประการร่างกายสังขารก็ไม่มีประโยชน์เท่าใดแล้ว”

พี่น้องที่รัก เราเลี้ยงสังขารมาใช้งานใช่ไหม เลี้ยงช้าง ม้า วัว ควาย ต้องการใช้งานใช่ไหมแต่อยากจะให้ข้อคิดเจริญพรถามท่านว่าท่านเลี้ยงสังขารไว้ทำอะไรเลี้ยงมาสร้างปัญหา มาสร้างทุกข์ด้วยกันทั้งนั้นไม่มีโอกาสจะเลี้ยงสังขารให้เป็นประโยชน์แก่ตนเลย ไม่สามารถจะนำสังขารสร้างความดีให้แก่ตนเลย เลี้ยงสังขารต้องหมดข้าวปลาอาหารเสียทรัพยากรชีวิตอีกทั้งยังเสียเวลาด้วย

พี่น้องทั้งหลายเอ๋ย ถ้าท่านถึงธรรมะเมื่อใด ท่านจะคิดว่าชีวิตของท่านมีค่ามากเวลาของท่านจะมีประโยชน์มาก ถ้าท่านทั้งหลายคิดว่าชีวิตไม่มีค่าอะไรเลยเกิดมาไม่มีค่า เวลาของท่านเอาไปชอปปิ้งไปนั่งคุยนินทากัน เสียเวลาการมิใช่น้อยทุกคนโปรดได้คิด การศึกษาธรรมะต้องคิดไม่ใช่เพื่อความสนุก ท่านจะทุกข์ถนัดท่านต้องเอาไปคิดกัน ไปสร้างความดีให้แก่ตนและครอบครัวจึงจะเป็นการถูกต้องมาก

ไม่ใช่ท่านไม่มีความรู้ ท่านเป็นผู้ทรงความรู้ทั้งนั้น เรียนจบหลักสูตรมาทั้งนั้น อายุอานามก็มากพอสมควรแต่ท่านอย่ามากแต่อายุเลยขอให้มากด้วยความดีที่สะสม อบรมไว้มานานด้วยการทำงานด้วยความตั้งใจของท่านเดี๋ยวนี้บางคนเดินทางผิดพลาดกันมากเอาผีเอาเจ้ามาเป็นที่พึ่งถ้าท่านเดินทางผิดพลาดท่านมีความประมาท ท่านจะแก้ตัวไม่ได้ชีวิตของท่านจะไม่มีค่าเลย

อาตมาตรึกตรองตลอดเวลาทั้งลมหายใจเข้าออกว่า หายใจเข้าไม่ออก หายใจออกไม่เข้าเราก็ต้องตาย ตายแล้วได้อะไรไปบ้าง คิดบ้างไหมถ้าชีวิตมีค่า เวลาของท่านจะมีประโยชน์มาก

อาตมาดีใจที่ท่านอุตส่าห์เสียเวลาศึกษาธรรมะให้ได้คิดได้มีสติปัญญาตามอัตภาพของท่าน ไม่ใช่ว่าท่านจะไม่มีความรู้ในพระพุทธศาสนานะท่านมีความรู้แจ้งด้วยกันทุกคนแต่อาจขาดสติ ขาดความคิด มีความประมาทถ้ามีความประมาทในชีวิตแล้วท่านจะได้อะไรถ้าท่านเป็นญาติกับพระศาสนาแล้วท่านจะหอมหวนทวนลมจิตใจเข้มแข็งอดทนจนชีวิตหาไม่จึงจะมีประโยชน์แก่ท่านมิใช่น้อยหลักศาสนาที่ท่านจะยึดถือเป็นประโยชน์ตรงไหนท่านจะยึดถืออะไร เดี๋ยวนี้ชาวพุทธแท้มี 10 เปอร์เซ็นต์ อีก 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นพุทธแบบฟอร์ม เพราะรู้ไม่จริง

ถ้าท่านรู้จริงนะ ท่านคิดได้ตามที่อาตมากล่าว เดี๋ยวนี้เสียดายเหลือเกิน คนรู้มากเยอะ รู้จริงๆ หายาก รู้มากหาง่าย รู้จริงต้องลงมือทำ รู้จำต้องลงมือท่อง รู้แจ้งต้องลงมือคิดประดิษฐ์สร้างสรรค์ริเริ่มดำเนินหน้าที่ มิรอรีแต่ประการใด หากท่านยังนิ่งดูดาย เป็นชาวพุทธซังกะตาย ไปหาผีเจ้าเข้าทรงกันเยอะ ไปไหว้ผีกันเป็นแถวหมด แต่ไม่หมายความถึงผีปู่ย่าตายาย ซึ่งควรไหว้เพื่อแสดงกตัญญูกตเวที

อาตมาแสดงความเศร้าสลดใจกับพุทธศาสนิกชน ที่ไม่มีแก่นแท้เลย เปลือกก็ไม่มีด้วยต้นไม้ต้องอาศัยเปลือกฉันใดเปลือกก็ต้องอาศัยแก่นฉันนั้นเปลือกของต้นไม้ที่เปรียบเหมือนศาสนาพิธีก็ยังไม่ค่อยรู้กันอาราธนาศีลก็ไม่เป็น อาราธนาธรรมก็ไม่เป็นเดี๋ยวนี้เด็กรุ่นใหม่เขาเก่งเขาอบรมพุทธศาสนาวันอาทิตย์เลยต้องไปบอกนักเรียนให้มาอาราธนาศีลแทนเวลามีงานมีการ 

คนดีต้องการไปหาของดีคนชั่วจิตใจมั่วซั่วและต่ำช้า ชอบไปหาของชั่วด้วยกันคบอันธพาลไม่พัก ออกมาในลักษณะการอย่างนี้จะว่ากันไม่ได้หรอก พระพุทธเจ้าไม่เคยว่าใคร ท่านให้แต่ของดีไม่เคยรับกิเลสของใครมาไว้ในใจท่านพระสงฆ์องค์เจ้าก็เช่นเดียวกันท่านคงไม่รับกิเลสของใครแต่อาจจะรับไทยทานเป็นการส่วนกุศลเอาไปบำรุงพระพุทธศาสนาก็จะเป็นได้ ถ้าจะไปรับเรื่องของชาวบ้านมาให้หมดแล้วก็คงไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า คำสอนของพระพุทธเจ้าไม่ใช่รับเรื่องปัญหาของคน ท่านสอนคนให้แก้ปัญหาและคนก็นำเอาปัญหามาให้พระไม่รู้จักจะช่วยตัวเอง 

คำสอนพระพุทธเจ้าแต่ละบทพระคาถา “สอนให้ช่วยตัวเองได้ สอนให้พึ่งตัวเองได้ สอนให้สอนตัวเองได้ไม่ต้องไปพึ่งใคร”

ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำความดีต้องมีอุปสรรคคือมีศัตรูในใจมันมาปิดบังอำพรางบุญ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 29, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/591058

ทำความดีต้องมีอุปสรรคคือมีศัตรูในใจมันมาปิดบังอำพรางบุญ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

ทำความดีต้องมีอุปสรรคคือมีศัตรูในใจมันมาปิดบังอำพรางบุญ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันพุธ ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.13 น.

ขอเจริญพรว่า ทำความดี น่ะยาก ต้องใช้เวลามากทำความดีนั้นต้องมีอุปสรรคคือมีศัตรูในใจมันมาปิดบังอำพรางบุญมีแต่กรรมบัง มันไม่อยากให้สร้างความดีมันมาแย้งกับเราคือศัตรูในใจไม่อยากจะสร้างความดีกับเขา ตรงนี้น่าคิดมากคนที่สร้างความชั่วน่ะมันไม่มีศัตรูเลย ไม่มีอุปสรรคด้วยเหมือนไหลไปตามน้ำ สบาย ไม่มีใครขัดคอแต่ประการใดแต่ถ้ามาสร้างความดี ท่านมีศัตรูทีเดียวมันมาแย้ง มันมาเป็นมารให้เราไม่สร้างความดีท่านทั้งหลายโปรดตีความก่อนไม่หมายความว่าสร้างความดีแล้วจะสบายอยู่เย็นเป็นสุข…ไม่ใช่ต้องการสบาย ต้องการอยู่เย็นเป็นสุข กินสบายนอนสบาย นั่นกำลังชั่วแล้ว กำลังทำความชั่ว

แต่หลักที่อาตมาจะชี้แจงนั้นสร้างความดีต้องลงทุนความลำบากได้ทุกวิถีทางสร้างความชั่วชอบลงทุนความสบายเอาปูนหมายหัวคนนั้นไว้ก่อน กินสบาย นอนสบายไม่เอางานเอาการแต่ประการใด ตรงนั้นน่าคิดพิจารณาเอามาพิจารณาคน พระเอกนางเอกในเรื่องละครชีวิตไม่เคยมีความสบายเลยตลอดลาโรงของชีวิตละคร มีแต่ความยากความลำบากที่ต้องระหกระเหิน ต้องใช้อุดมการณ์ อุดมคติมากมาย

ข้อสอง มารไม่มี บารมีไม่เกิด ประเสริฐไม่ได้ถ้ามารมีต่อสู้มาร ขอฝากพี่น้องกรรมฐานไว้ทุกคนมีความหมายเพราะเหตุใดจะสร้างความดีมันมีศัตรูมากมายเหลือเกินเรามีบุญแต่กรรมบัง ไม่อยากให้สร้างความดีมาปิดบังอำพรางเรา เรามานั่งกรรมฐานเอาแต่ความสบายวันนี้นั่งสบายไม่มีเวทนาจิตฟุ้งซ่าน ท่านคิดไหมว่าท่านจะได้ ครูไม่มาสอนท่านแล้วว่างเปล่า นั่งสบาย ใจก็ลอยออกไปชมวิวทิวทัศน์ถือว่าได้ญาณ ถือว่าได้ผลงาน นั่นแหละถือว่าเลวไม่ได้อะไรเลย เพราะครูไม่มาสอนครูเวทนาก็ไม่ได้มาสอน ครูฟุ้งซ่านก็ไม่ได้มาสอนออกมาอย่างนี้นะ แต่ท่านตีความผิดกันทั้งนั้นเข้าใจว่านั่งสบายวันยังค่ำ ไม่เมื่อยไม่ปวดคิดว่าท่านได้ฌานได้ญาณ คิดว่าได้สมาธิไม่ได้เลยนะ ไม่ได้อะไรเลยตรงกันข้ามกับมารอันนี้ ถ้าเรามานั่ง ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกเดี๋ยวก็ปวด เดี๋ยวก็ฟุ้งซ่าน เดี๋ยวก็เสียใจ เดี๋ยวก็ดีใจนั่นแหละครูมาสอน ต้องเรียนต้องเรียนตำรานั้นให้ได้เรียกว่า สมถะ

สมถะ แปละว่าต้องศึกษา แสวงหาความรู้ถ้ารู้จริงเมื่อไร พบของจริง ได้ของจริง ของแท้ แน่นอนแล้วจึงจะเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นวิปัสสนาขอฝากท่านไปตีความให้มันชัดเจนกว่านี้หน่อยจิตมีอุปาทาน จิตยึดเวทนา ยึดมากปวดมาก ยึดน้อยปวดน้อยถ้ายึดมาหนักเข้ามันก็ปวดจนน้ำตาจะร่วงนั่นแหละการศึกษาแสวงหาความรู้ เรียกว่า สมถะกำหนดจิตได้ต่อสู้กับเวทนาพอทราบความจริงของเวทนาแล้วมันบังคับบัญชาไม่ได้

เวทนาแปลว่าบังคับไม่ได้ บัญชาไม่ได้ ไม่มีตัวตนแต่มันปวดที่ไหน ปวดที่ขา ขานี่คืออะไร สังขารปรุงแต่งอาศัยรูปอยู่ ณ บัดนี้ มันจึงปวดดังที่กล่าวมาพอศึกษาให้เข้าใจของหลักธรรม ปวดหนอๆๆๆศึกษาหนักเข้าไปเป็นสมถะจับจุดมุ่งหมายได้ก็แตกโป้ง รูปนามขันธ์ ๕ เป็นอารมณ์ก็เรียกว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา พบตรงนั้นเมื่อไรจิตก็ไม่เป็นอุปาทานยึดมั่นอีกต่อไปตรงนั้นแหละมันจะไม่ปวดต่อไปมันปวดเพราะจิตใจไปยึด แต่จำเป็นต้องยึดเหมือนโยมขึ้นบันได มีอยู่ ๙ ขั้นก้าวขั้นที่ ๑ ก็ต้องเกาะ ก้าวขั้นที่ ๒ มือก็ปล่อยอย่างนี้นะ ก้าวขึ้นไปอีกก็ปล่อยอีกต้องก้าวไปถึงขั้นสุดท้ายเลยนะ ถึงจะปล่อยได้ก้าวต้องมีที่เกาะ เกาะต้องมีที่เก็บตรงนี้ลึกซึ้งมาก แต่เราไม่สามารถจะตีปัญหาอันนี้ได้เราไม่มีโอกาส เราจึงเห็นว่ายาก

ที่อาตมาพูดไว้เมื่อวันก่อนว่ายากแท้แต่เราไม่เคย ถ้าเคยแล้วมันง่ายแท้เพราะทุกอย่างต้องฝึก เรียกว่า สมถะถ้าท่านทำงานเรียนวิชาการเสร็จแล้วไม่ได้ฝึกรับรองจะไม่ได้ผล ทุกอย่างต้องฝึกหมดที่อาตมากล่าวไว้แล้วเป็นเวลานานแข่งเรือแข่งแพแข่งได้ แข่งวาสนาแข่งไม่ได้มีแรงจะไปจ้ำเรือ แต่เสียใจด้วย ท่านพายเรือไม่เป็นลงเรือก็จะล่มแล้วนี่หรือจะไปอวดรู้ อวดดี จะไปแข่งเรือ ใช่หรือไม่ไม่ฝึกการพายเรือ จะมีแรงยังไงก็จ้ำไม่ไปมันก็หมุนไปทางโน้น หมุนไปทางนี้นี่แหละจุดมุ่งหมายอันนี้ต้องฝึก ต้องหัด ต้องดัดนิสัยจิตใจก็จะเข้าสู่จุดมุ่งหมายอันนั้นเป็นประการสำคัญ

ปวดหนอ ต้องศึกษา อย่าเลิก ทักษะแปละว่าอะไรหรือเกิดความคิดใหม่ๆ เรื่องเก่ามาคิดให้ทันสมัยประยุกต์ปริทรรศน์ให้เกิดวิปัสสนาญาณ เป็นผลงานของชีวิตประจำจิตประจำใจ ประจำถิ่น ประจำฐาน ประจำครอบครัวจะมีความสุขในตัวเอง ออกมาในทำนองนี้เป็นต้น

ทำอะไรทำให้จริงเถอะ ทำจริงจะได้ผลภายใน ๗ วันมีตัวอย่างที่วัดนี้ ถ้าทำไม่จริง จิ้มๆ จ้ำๆ ไม่ได้อะไร จะได้บาปนะอย่าหมิ่นประมาทต่อกรรมฐานอย่าไปว่าหนอๆ แหนๆ ไม่ได้เรื่องได้ราวระวังนะ “หนอ” มีราคาหลายล้านนะ“หนอ” เป็นคำภาษาไทย แปลมาจากภาษาบาลีว่า “วต”ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ไม่วุ่นวายหนอ เชิญมาได้ทุกเวลามีหลักอยู่ แต่จะไม่ขอกล่าวให้ยืดยาวออกไป“หนอ” เป็นตัวรั้งจิตให้มีสติดีเราหายใจยาวๆ เข้าไว้ อย่าหายใจสั้นคนเราหายใจสั้นมีทิฏฐิมาก โมโหเก่งพองหนอ ยุบหนอให้มันยาวๆ หน่อยได้ไหมพองหนอ ไม่ทันหนอมันก็ยุบ ยุบยังไม่ทันหนอมันก็พองเลยเอาพอง-ยุบ พอง-ยุบ ไม่ต้องได้อะไรกันแล้วไปกันใหญ่แล้วมักง่าย มักได้ เลยเอาดีไม่ได้ เพราะขาดมรรคแปดถ้าคนขาดศีล สมาธิ ปัญญา จะมักง่ายทันที มักได้ด้วยไม่เอาเหนือเอาใต้แต่ประการใดออกมาในรูปแบบลักษณาการอย่างนี้

มาสร้างความดีก็ต้องละความชั่ว สร้างความดีก็ต้องละบาปมาทำบุญยังมีบาปในใจมากอีก รับรองไปไม่รอดไปทอดกฐินกี่โครมก็ไม่ได้ผลเสียเปล่าโดยปราศจากประโยชน์ไม่ได้บุญได้กุศลไปทำทำไมตรงนี้เป็นจุดหมายสำคัญอันหนึ่งน่าจะเป็นที่พึ่งของเราชาวพุทธไปได้แล้ว แต่ไม่เอากันไปเอาสิ่งที่นอกตัว ขยันนอกหน้าที่การงานได้ที่จริงไม่ชอบไปชอบที่ไม่จริง ที่ได้ไม่เอาไปเอาที่ไม่ได้ไม่มีการสร้างความสุขความเจริญในชีวิตของตนอันนี้สำคัญมากน่าจะเข้าใจ

ข้อนี้อาตมาเป็นห่วงโยมเหลือเกินต้องทำให้มันถูกจุด ตั้งอกตั้งใจถ้าตั้งใจทำงานมีงานทำเยอะถ้าคนขยันงานเหลือมือ คนขี้เกียจไม่มีงานทำคนขี้เกียจเป็นคนประเภทโมหะพวกไร้ปัญญาขี้เกียจที่สุดไม่อยากเอางานเอาการแต่ประการใดบ้านรกรุงรังอย่างรังไก่รังกา แต่ไม่มีงานทำคนประเภทโมหะไม่ควรจะฝากงานให้บ้านของตัวเองยังสกปรก ที่กินยังไม่สะอาด ยังไม่ดีที่ถ่ายก็ยังไม่ดีด้วย สวนรกรุงรัง ก็มาถางสวนให้มันเตียนปลูกต้นไม้ให้งอกงามเข้าซิ ถึงจะเรียกว่าคนทำงานคนมีธรรมะเป็นคนขยันคนปฏิบัติธรรมมีแต่ความขยันหมั่นเพียรไม่มีขี้เกียจเลยคนมีคุณธรรมมีค่าสูงมากถ้าจิตใจมีคุณธรรม มีคุณค่าของจิตผลงานก็ตามขึ้นมา ชีวิตมีค่า เวลาก็มีประโยชน์เกิดขึ้น

เรามาปฏิบัติธรรมกันต้องให้ถึงธรรมะอย่าลดละภาวนาไว้ตลอดรายการมีสติสัมปชัญญะรวมรวมเข้าไว้ก่อนถ้าคนมีสติสัมปชัญญะสวยน่ารักจริงๆ จะเดิน จะยืน จะนั่งจะนอน จะเหลียวซ้ายแลขวา จะคู้เหยียด เหยียดขามีระบบ มีระเบียบ เพียบด้วยวินัย มันจะบอกออกมาชัดจะควบคุมตัวเองได้

ขอบคุณลานธรรมจักร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อานิสงส์ที่เราเจริญพระกัมมัฏฐาน : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 28, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/590845

อานิสงส์ที่เราเจริญพระกัมมัฏฐาน : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

อานิสงส์ที่เราเจริญพระกัมมัฏฐาน : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันอังคาร ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.06 น.

อานิสงส์ที่เราเจริญพระกัมมัฏฐาน เราได้ของเราเองไม่ใช่คนอื่นได้ กัมมัฏฐานทำคนให้ฉลาด ให้หลักความจริงใจ รู้จักชีวิตประจำวันว่า ควรทำอะไร ไม่ใช่ไปนั่งเพียงสวรรค์นิพพาน นั่งให้ญาณ ๑๖ เกิด 

กัมมัฏฐานทำให้คนรู้จักปรมัตธรรม ไม่หลงติดอยู่ในบัญญัติธรรม บัญญัติอารมณ์ เพราะฉะนั้นอารมณ์ดี อารมณ์ร้ายสำคัญมาก ทำคนให้มีศีลธรรมและวัฒนธรรม อันดีงาม ทำคนให้รักใคร่กันสนิทสนมกลมเกลียวกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

เราทำกัมมัฏฐานนี้ แผ่เมตตาให้ศัตรูกลายเป็นมิตร ทำคนให้เมตตากรุณากัน และยินดีเมื่อคนอื่นเขาได้ดี ทำคนให้เป็นคน ให้ดีกว่าคน ให้เป็นพระใจประเสริฐ ทำคนไม่ให้เบียดเบียนกัน เว้นจากการเอารัดเอาเปรียบกัน ทำคนให้รู้จักตนเอง และรู้จักปกครองตนเอง ปกครองครอบครัวด้วย และทำให้เราเป็นผู้ว่านอนสอนง่าย ไม่มีมานะ ทิฏฐิถือตัว ใครจะตักเตือนว่ากล่าว ก็จะไม่โกรธ ทำคนให้เป็นผู้หนักแน่น มีกตัญญูกตเวทิตาธรรม ทำคนให้มีกายวาจาใจบริสุทธิ์ เหมือนทองคำธรรมชาติที่หล่อหลอม ทำคนให้ได้รับความสุข 

กัมมัฏฐาน ทำให้เดินทางถูกต้อง ทำคนให้บรรลุมรรคผลนิพพานเป็นประโยสารสามารถป้องกันภัยทางอบายภูมิได้ คือ เปรตนรก อสูรกาย สัตว์เดรัชฉาน ไม่ต้องไปในภูมินั้นอีกต่อไปเป็นปัจจัยให้ได้พบมรรคผลนิพพานในชาติต่อไป ทำกิเลส คือ โลภะ โทสะ โมหะ ให้เบาบางลง ทำให้มีใจสุขุมเยือกเย็น ทำให้เป็นผู้มีสติรอบคอบ ทำให้ความจำดีขึ้น ทำให้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ หายไป ทำให้ความเชื่อความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยดียิ่งขึ้น

ความดีนั้นไม่ใช่จะได้มาอย่างง่ายดาย จะเอาเงินทองไปซื้อก็ไม่ได้ และทำแทนให้กันก็ไม่ได้ ความดีนั้นกว่าจะได้มาแสนจะยาก ต้องทำด้วยความลำบากยากเย็นเข็ญใจ ชีวิตมนุษย์ มันขื่นขมไปหมด ไม่มีอะไรหวาน เป็นของดีที่หาได้ยาก ต่างคนต่างหามา เพราะฉะนั้นบุญบารมีของแต่ละคนจึงไม่เท่ากัน

ขอบคุณลานธรรมจักร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อานิสงส์แห่งความมีศรัทธาตั้งใจแน่วแน่สวดมนต์ภาวนาทำให้หายจากโรคได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 27, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/590632

อานิสงส์แห่งความมีศรัทธาตั้งใจแน่วแน่สวดมนต์ภาวนาทำให้หายจากโรคได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

อานิสงส์แห่งความมีศรัทธาตั้งใจแน่วแน่สวดมนต์ภาวนาทำให้หายจากโรคได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.16 น.

วันนี้อาตมาจะเล่าอานิสงส์แห่งความมีศรัทธา ตั้งใจแน่วแน่ในการสวดมนต์เจริญกุศลภาวนา ทำให้หายจากโรคได้ ท่านทั้งหลายจำไว้อย่างหนึ่งว่า ถ้าคนเข้าถึงธรรมเมื่อใดจะหายจากโรคแน่ ๆ 

เมื่อวานได้รับจดหมายจากหนองคายฉบับหนึ่ง มาจากโยม กุศล นามแก้ว ป่วยเป็นโรคหัวใจรั่วจะตายอยู่แล้ว ทำพืชไร่อยู่ที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เลี้ยงสัตว์ไว้ด้วย มีเหยี่ยวกามารบกวน ขโมยก็มาลักของ เขานั่งกรรมฐาน สวดมนต์ช่วยตัวเอง ไม่ต้องให้คนอื่นช่วย ไม่ต้องให้พระช่วย โรคหัวใจนี่ทำอะไรก็เหนื่อย หาคิดอะไรขึ้นมาละก็ตายเลย หรือถ้าโกรธก็ตายเลย เขาสวดมนต์เจริญกุศลภาวนาอยู่ ๙ เดือน ขณะนี้โรคหายไป ๙๐% แล้ว ยังเหลืออีก ๑๐% จึงจะเป็นปกติ หมอบอกหายได้อย่างไร มีแต่จะตายเท่านั้น

การสวดมนต์นั้นสวดเพื่ออะไร สวดเพื่อต้องการให้มีสติ ช่วยตัวเองได้ คนที่มาที่นี่มีแต่มาให้พระช่วย ไม่ช่วยตัวเองเลย ไม่สนใจปฏิบัติกรรมฐาน มากันเพื่อจะปฏิบัติแลกเหมือนแบบพ่อค้าแม่ค้า ไม่ได้ผลสักราย โยมกุศล นี่ตั้งใจจริงโรคหายไปเลย เขาขอหนังสือสวดมนต์มหาเมตตาใหญ่ วันนี้ส่งไปให้เขาแล้ว ต้องช่วยตัวเอง ต้องพึ่งตัวเอง ต้องสอนตัวเอง

ที่จังหวัดอุทัยธานี มีลุงคนหนึ่งเป็นโรคมะเร็ง หมอบอกว่า ถ้าผ่าแล้วจะอยู่ได้ ๓ ปี ถ้าไม่ผ่าต้องตายปีนี้ จะเอาอย่างไรก็เลือกเอา จงตัดสินใจเสีย ลุงคนนั้นก็คิดว่า คนเรายังไงก็ตาย หมอก็ต้องตาย ปู่ย่าตายายตายทั้งนั้น ก็เลยบอกว่า เอาล่ะ ผมยังไม่ผ่า หนีมาปฏิบัติกรรมฐานที่วัดนี้ อาตมาก็ไม่รู้ ปฏิบัติกรรมฐานได้ ๗ วัน ก็กลับไปหาหมอ หมอตรวจแล้วมะเร็งหายไปเลย ต้องช่วยตัวเองอย่างนี้ซิ มากันที่ที่ร้อยละ ๙๐ มาให้พระช่วยให้แผ่เมตตาทั้งนั้น แต่ตัวเองไม่ช่วยตนเองเลย

หนังสือมหาเมตตาใหญ่นี้มีมานานแล้ว ไม่มีคนสนใจ เป็นบทสวดมนต์ของเทวดาที่ต้นพิกุล มาสอนแม่ชีก้อนทอง ปานเณร ให้สวดมนต์ที่ศาลาหลังเก่า แม่ชีอ่านหนังสือไม่ออก ตายอายุ ๙๐ กว่าปี มาอาศัยศาลาอยู่ที่วัดนี้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๐ สมัยนั้นยังไม่มีสำนักชี เทวดามาชวนสวดมนต์ตอน ๒๔ นาฬิกา เทวดาถูกสาปจากสรวงสวรรค์ ผิดประเวณีนางฟ้านางสวรรค์ ได้รับโทษ ๑๐๐ ปี หลวงสมานวนกิจ อธิบดีกรมป่าไม้บอกว่า ต้นนี้อายุพันกว่าปี ต้นลูกยังอยู่ข้างโบสถ์ เมื่อครบกำหนด ๑๐๐ ปี เวลา ๙.๔๕ นาฬิกา ต้นพิกุลโค่นทันทีไม่ต้องมีลมเลย หมดอายุเทวดา

อาตมาได้ตำราจากเทวดาไว้เยอะ เพราะจดเข้าไว้ ให้แม่ชีถามว่าเทวดาชวนสวดมนต์ทุกบ้านไหม ได้คำตอบว่า “ไม่ทุกบ้านหรอก ถ้าบ้านไหนตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระไว้สะอาด ปูผ้าขาวไว้ และเจ้าของบ้านสวดมนต์ทุกวัน เทวดาจะลงบ้านนี้เลย ถ้าบ้านไหนเอาเด็กไปนอนห้องพระ ห้องพระสกปรก เทวดาจะไม่เข้าบ้านนั้น”

ขอฝากไว้ด้วย ถ้าเชื่อก็เอาไป ถ้าไม่เชื่อไม่ต้องเอาไป บางแห่งห้องพระสกปรกเหลือเกิน ระวังนะทำใจสกปรกสัตว์นรกมาเกิดบ้านนั้น เถียงพ่อเถียงแม่คำไม่ตกฟาก ฟ้องร้องกันวุ่นวายเป็นกฎแห่งกรรม บ้านไหนทำใจสะอาด นักปราชญ์มาเกิด คนบริวารดีก็เข้ามาประเสริฐในบ้านนั้น ท่านทั้งหลายจงไปตีความ ไม่ใช่พูดให้ท่านเชื่อ ไม่ใช่พูดให้ท่านมีความรู้ แต่อาตมาพูดให้ท่านไปคิดกันบ้าง มีความคิดกันบ้างไหม บางคนไม่มีความคิดเลยนะ จะเอาบุญตะพึด บุญอะไรก็ไม่รู้ ยังไม่รู้ว่าบุญคืออะไร แล้วท่านจะได้อะไรหรือ

เทวดาบอกว่า บ้านใครมีพระพุทธรูป ไม่ต้องไปปลุกเสกท่านหรอก เราหมั่นสวดมนต์ไหว้พระ เทพจะสิงในองค์พระ อาตมาได้ตำราเลย หลวงพ่อโสธร ที่แปดริ้วมีเทวดารักษาถึง ๑๖ พระองค์ จึงได้เงินทองมากมายเป็นพันล้าน แต่วันหลวงพ่อพุทธชินราช วัดพระนอนจักรสีห์ วัดไชโย วัดบ้านแหลม วัดไร่ขิง มีเพียง ๑๐ องค์เท่านั้น ที่สิงสถิตอยู่ในองค์พระ ไม่ใช่ทองเหลืองศักดิ์สิทธิ์นะ เทพเขารักษาองค์พระ 

อาตมาก็ถามว่า “คนล่ะมีเทวดารักษาไหม” เขาตอบว่า “มีทุกคน” ถ้าคนไหนจิตใจดีเทวดาบัณฑิตรักษา ถ้าจิตใจเลวเทวดาพาลรักษา บ้านนั้นเถียงกันไม่พัก ยุให้รำตำให้รั่วไปเลย ถ้าญาติโยมกลับมาสวดมนต์ไหว้พระเสมอ เทวดาพาลจะออกจากจิตใจของโยมไป เทวดาบัณฑิตก็จะมาอาศัยอยู่ จะสร้างความดีในการงานของท่าน จะสร้างความดีสู่สถานการณ์เป็นต้น

โยมกุศลทำไร่ไว้เยอะ มีทั้งพืชไร่ และสัตว์เลี้ยง มีสัตว์มากวน คนก็เบียดเบียนลักข้าวของ และมีโรคภัยไข้เจ็บ เขาบอกว่า ตั้งแต่สวดมนต์ เจริญกุศลภาวนาทุกวันตลอดมา โรคหัวใจรั่วผมหายแล้ว ๙๐% คนเคยเบียดเบียนจะมาทำร้ายผม กลับมาเป็นมิตรหมด สัตว์ร้ายที่เคยมากวนพืชไร่ไม่มีมากวนเลย เขาบอกมาอย่างนี้

อาตมาก็ขออนุโมทนากับเขา เพราะเขาเป็นโรคร้ายและหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ มันหายปับ เกิดขนลุกซู่ขึ้นมา เกิดปีติยินดี เลยบอกให้หมอทราบว่า ได้สวดมนต์และเจริญกุศลภาวนา คนร้ายที่เคยมาลักของที่บ้านเขาก็เลิกเลย ไม่มาลักอีกต่อไปจนบัดนี้ นี่อานิสงส์ ขอฝากให้ไปคิดนะ ไม่ใช่ฝากให้ไปทำ คิดได้ก็ทำ คิดไม่ได้อย่าไปทำให้มันเสียเวลา เพราะโยมไม่มีศรัทธาอย่าทำ ไม่มีจิตเป็นกุศลอย่าทำนะ ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน

เวลาแผ่เมตตานะโยมนะ ถ้าเรานั่งกรรมฐานและแผ่เมตตาให้ศัตรูมาเป็นมิตร ให้ชีวิตเราสดชื่นต่อไป จะมีประโยชน์เหลือเกิน เป็นเรื่องสด ๆ ร้อน ๆ ที่เกิดขึ้น มีอะไรแปลก ๆ ไม่มีอะไรดีเท่า พาหุงมหากา คนไม่สวดกันเอง สวดต้องการให้มีสติดี สวดต้องการให้รำลึกเหตุการณ์ในชีวิตได้ สวดแล้วโรคภัยไข้เจ็บหาย ถ้าจำเป็นจะต้องตายจะได้ไม่ต้องทรมาน จะได้รู้ว่าเขาเอาวอช่อฟ้ามารับเราไปสวรรค์ เราจะได้รีบเดินทางไป ลูกเต้าจะได้ไม่กังวลกับพ่อแม่ที่ล้มหายตายจากไป เรื่องที่ถูกต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าญาติโยมเข้าใจก็ได้ผลสมคาดปรารถนาทุกประการ ด้วย อันนี้มีความหมายให้ญาติโยมได้เข้าใจด้วย

วันนี้ไปทำบุญร้อยวันที่กรุงเทพฯ เขาคุ้นเคยกับอาตมามา ๓๐ กว่าปีแล้ว ไม่เคยนั่งกรรมฐานเลย ชวนก็ไม่เอา ตอนนี้ต้องบังคับแล้ว เพราะรู้ว่าเขาหมดอายุแล้ว จะต้องตายแน่ ๆ เขาเป็นโรคปวดหลังทรมานเหลือเกิน ปวดเวลาบ่าย ๓ โมงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน เขาถามว่าเป็นเพราะอะไร หลวงพ่อทราบไหม อาตมาก็บอกให้มานั่งกรรมฐานเอาเอง ลูกก็มือสั่นหงิก ๆ เลย

คุณสุกฤช ชนสัมพันธ์กุล เป็นคนจีนไม่เคยนั่งกรรมฐาน ไม่เคยช่วยตัวเอง อาตมาต้องโทร.ไปเรียกมา ต้องการจะช่วยเขาโดยด่วน เพราะลูกสาวเขาจะแต่งงาน เขาจะตายก่อน ประเพณีจีน ถ้าพ่อแม่ตาย ต้องหยุดการแต่งงาน ๓ ปี ปัญหาก็คือถ้าเขาตาย ลูกจะไม่ได้แต่งงาน ๓ ปี อาจจะเกิดแปรผันไปแต่งกับคนอื่นได้ ผลสุดท้ายเขาก็มาอยู่ปฏิบัติ หายสบาย เดินได้ พอถึงเวลาแผ่เมตตาเสียปวดหลังก็หายไป ปรากฏนิมิตออกมาว่าตีแมวหลังหัก แถมเลี้ยงนกพิราบอีกตัวละ ๔ – ๕ แสน เอาไว้สำหรับแข่งกัน ไปซื้อมาจากไต้หวัน

ตอนจะตายนี่บอกให้เลิก เอาไปปล่อยให้หมด ปล่อยมันก็ตาย ต้องไปให้คนที่เขาเลี้ยงไว้จัดการต่อไป นกแข่งราคามันแพงเขาไม่ฆ่ากันหรอก ปล่อยตายเอง เขาก็จัดการ นี่แหละนั่งกรรมฐานรู้กฎแห่งกรรมได้ ว่าตีแมวหลังหัก ตีตอนบ่าย ๓ โมง หมอตรวจแล้วบอกไม่มีอะไร ตรวจหลายโรงพยาบาล แล้วปวดได้อย่างไร นี่โรคกรรมจำไว้ หมอตรวจไม่พบโรคหรอก

หมอตรวจไม่พบโรคแล้วรักษาไม่ได้ หมอเขาบอกหัวใจก็ดี เลือดลมก็ดี ความดันก็ดีด้วย ไม่มีอะไรทำไมถึงปวดได้ ได้แต่ฉีดยากันปวดไว้เท่านั้นเอง พอถึง ๓ โมงเย็นก็ต้องฉีดยา ตีแมวตอนนั้น ตัวเองก็เลยมาปวดตอนนั้น ชัดเจนแล้ว

แมวหลังหักแล้วก็ไปสั่นกว่าจะตาย เลยติดมาถึงลูก ลูกมือสั่นเลย เขียนหนังสือก็ไม่ค่อยจะได้แล้ว เลยบอกให้ลูกมานั่งกรรมฐาน แผ่เมตตา จะยังเวลาให้อยู่ได้ เขาก็เลยมาอยู่กรรมฐาน กลับไปบ้านแต่งงานลูกสาวเสร็จเรียบร้อย ก็เดินได้ อารมณ์ดี ใจสบาย เพราะได้กรรมฐานไป ได้สติ ได้หนทางไป ยังดีกว่าไม่ได้หนทางเลย

เหลืออีก ๓ วัน เขาต้องตายแน่ เพราะขอเวลาไว้ ๑๕ วันเท่านั้น ต่ออายุมาได้ ๑๕ วัน อยู่ต่อไม่ได้แล้ว เขาได้จัดการแบ่งสมบัติให้ลูกไปประกอบอาชีพการงาน จัดเสร็จแล้วเขาก็ลาตาย มันก็แน่นหน้าอก และได้แผ่เมตตาให้แมว แล้วเอาไปโรงพยาบาล ไม่ต้องมีเวทนาเลย พอถึงเวทนาก็ขอลาหลับสนิทไปเลย เขามารับขึ้นวอช่อฟ้าไป นี่ดีมาก ตายอย่างนี้ดีกว่าไปตายโอยอายที่โรงพยาบาล เอาสายออกซิเจนใส่จมูกให้ยุ่งไป นี่เขาไม่ต้อง

ท่านทั้งหลายโปรดพิจารณาอย่าประมาทในชีวิตของท่าน อย่าคิดว่าไม่ตายนะ ต้องตายแน่ สาวก็ตายได้ เด็กก็ตายได้ บางคนไม่ทันร้อง ตายในท้องก็มากมาย ถ้าไม่คิดหรือคิดไม่ได้ก็ตามใจโยมเถอะ ไม่ว่ากันหรอก

คนเรามีเวรกรรมด้วยกันทั้งนั้น ไม่ทราบว่าจะแก้ไขได้แค่ไหน ไม่มีอะไรดีเท่าการเจริญกรรมฐาน ดีที่สุด ทำให้ลูกดีได้ แผ่เมตตาไปอย่าวุ่นวายเลย คนที่วุ่นวายคือคนขาดสตินะ คนไม่มีสติสัมปชัญญะทำอะไรไม่ได้ผล ทำอะไรไม่สำเร็จ มันอยู่ตรงนี้ คนที่ทำกรรมฐานได้ ดูง่าย ๆ จะมีแต่เมตตาและมีแต่ความขยัน ไม่ขี้เกียจ อยู่บ้านท่านอย่าดูดาย ปั้นวัวปั้นควายขยันตลอดไป นี่กรรมฐาน

การเจริญกรรมฐานสามารถจะแผ่เมตตาช่วยคนอื่นได้ เขาส่งข่าวมาจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นายแพทย์ประสงค์ อายุมากแล้ว ภรรยาฝันว่าเทวทูตจะเอาตัวไป เทวทูตบอกให้มานั่งกรรมฐานที่วัดอัมพวัน เขาต้องนั่งเครื่องบินมาจากกรุงปารีสมาขออยู่ ๑๕ วัน ต้นเดือนกรกฎาคม มาทั้งสามีภรรยาและลูก เขายังอุตส่าห์เสียค่าเครื่องบินมานั่งกรรมฐาน วันนี้จะยังไม่เล่า ให้เขามาเล่าของเขาเอง 

เวลาเดินจงกรมทำให้ได้ เวลามีเวทนากำหนดเวทนาก่อนปวดตรงไหนกำหนดตรงนั้น บางคนปวดศีรษะมา ๗ – ๘ ปีแล้วมานั่งกรรมฐานก็ไม่ได้กำหนดที่ปวดเลย ใช้ไม่ได้

อริยสัจ ๔ มีทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ก็แก้ที่ทุกข์ก่อน มันทุกข์ที่ปวดศีรษะเราก็นึกมโนภาพ หลับตาเอาสติตั้งไว้ที่ศีรษะ กำหนดว่า ปวดหนอ ปวดหนอ ตายให้ตาย เดี๋ยวมันจะระเบิดขึ้นไป เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป หายปวดศีรษะเลย

พอหายแล้วมันจะบอกว่าทำกรรมอะไรไว้ เดี๋ยวนิมิตจะบอกออกมาเมื่อตอนเป็นเด็ก ๆ ทุบหัวปลาทั้งนั้น ทุบหัวปลาขายด้วยซิมันมีบาปมาถึงปวดศีรษะอย่างนี้ แต่ไม่ถึงกับเป็นโรคประสาทเพียงแต่ปวดศีรษะไม่พัก ทำให้เสียงาน เวลาเจ็บไข้ไม่สบายทำให้เสียงาน

อโรคยา ปรมา ลาภา คนไหนไม่มีโรค คนนั้นมีลาภถ้าสามวันดีสี่วันไข้ต้องเข้าโรงพยาบาลโยมจะไปหาเงินได้หรือ อย่างนี้มีความหมายมาก

คัดลอกจากหนังสือ กฎแห่งกรรม – ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ ๘ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมกำลังสั่นคลอนว่า ‘ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/590170

ความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมกำลังสั่นคลอนว่า'ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว' : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

ความเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมกำลังสั่นคลอนว่า’ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว’ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันเสาร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.02 น.

พูดถึงกฎแห่งกรรมและหลักธรรมในยุคสมัยนี้ เขาไม่เชื่อเลย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เขาก็จะไม่เชื่อแล้ว อาตมาก็ได้กฎหลักกรรมนี้ไว้ว่า ในปัจจุบัน ความเชื่อของคนไทยในเรื่องกรรมนั้นหรือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว กำลังสั่นคลอนไม่มีใครเชื่อถือว่ากรรมดี กรรมชั่ว ไม่เชื่อแล้วในสังคมของคนไทยเป็นอย่างนั้นจริง ๆของเมืองไทย เราก็จะเห็นว่าคนหลายคนที่อาตมาประสบกับคนหลายคนที่ประกอบกรรมชั่วเป็นผู้ทุจริตประพฤติผิดศีลธรรมกลับมีอำนาจวาสนาและมีทรัพย์สมบัติมากมีคนเคารพยกย่องนับถือ

ในขณะเดียวกัน คนซึ่งอยู่ในศีลธรรมกลับเป็นคนยากจน และมีความยากลำบากถูกหัวเราะเยาะ ดูถูก กลั่นแกล้งทำให้คนเริ่มสงสัยในเรื่องหลักกรรมและบางคนก็ไม่ยอมเชื่อในเรื่องนี้ถึงกับมีคนเขียนเป็นคำกลอนว่า “คนทำดีได้ดีมีที่ไหน คนทำชั่วได้ดีมีถมไป” ด้วยความเห็นใจบรรดาครูทั้งหลายที่จะต้องอบรมและสอนเยาวชนให้เป็นผู้มีศีลธรรมให้มีความเชื่อถือในเรื่องกรรมและด้วยความวิตกกังวลอยู่ที่ครูเดี๋ยวนี้ครูวิตกกังวลบ่นกับอาตมาว่า “หลวงพ่อ เขาไม่เชื่อค่ะกรรมนี้ไม่มีใครเชื่อแล้ว คนไทยและเยาวชนสมัยนี้”

*เรากำลังประสบทิฏฐิที่ผิด

พระอรรถกถาจารย์ได้กล่าวถึงอันตรายที่เกิดแก่สัตว์โลกว่ามี ๕ อย่างว่าตามหลักกรรมนี้ทำให้คนเกิดอันตรายในปัจจุบันนี้มากมาย ขอฝากไว้ในที่นี้เสียเลย

๑. กิเลสันตราย อันตรายเกิดแต่กิเลสเช่น มีความโลภ ความโกรธ ความหลงตายตามถนนหนทางมีมากมาย ตายอย่างน่าเสียดาย

๒. กัมมันตราย อันตรายที่เกิดจากกรรมชั่วที่ทำให้ปัจจุบันนั้น เกิดอันตรายในปัจจุบันไม่ต้องไปเอาในชาติหน้าเห็นทันตาเลยกลางถนนหนทางนี่

๓. วิปากัมมันตราย อันตรายกันเกิดจากวิบากกรรมคือผลที่กรรมที่ทำไว้ในครั้งอดีตออกมาประสบในขณะนี้ในปัจจุบันนั่นเองท่านพี่น้องที่รัก อย่าคิดค่าจะไปเอาในชาติหน้าทำบุญแล้วก็จะได้บุญในชาติหน้าทำบาปแล้วจะได้บาปในชาติหน้าชาตินี้เห็นทันตา แน่นอนที่สุด

๔. ทิฏฐิอันตราย อันตรายกันเกิดจากทิฏฐิที่ผิดคิดผิด คิดไม่ถูกต้องทำอะไรไม่มีตามคลองธรรม เป็นมิจฉาชีพไม่เป็นสัมมาทิฏฐิแต่ประการใดเกิดอันตรายในปัจจุบันนี้แน่นอน

๕. อริโยปวาอันตราย อันตรายเกิดจากการจ้วงจาบผู้มีบุญคุณ ผู้ทรงศีลทรงธรรมเช่น พระสงฆ์องค์เจ้า เป็นต้นแล้วก็จ้วงจาบกับครูบาอาจารย์ที่สอนหนังสือเป็นอันตรายในปัจจุบันนี้ จ้วงจากกับคุณพ่อคุณแม่เป็นอันตรายในปัจจุบันนี้แน่นอน

ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล-ตอกเสาเข็มเจดีย์บูรพาจารย์วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด #SootinClaimon.Com

Posted on July 25, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/590160

พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล-ตอกเสาเข็มเจดีย์บูรพาจารย์วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด

พิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคล-ตอกเสาเข็มเจดีย์บูรพาจารย์วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด

วันเสาร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 18.23 น.

รองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดประธานจุดเทียนชัยในพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลและตอกเสาเข็ม “เสาเอก” เจดีย์บูรพาจารย์วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด 

วันที่ 24 ก.ค.64 เมื่อเวลา 09.39 น. ที่เขตพุทธาวาส วัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด พระสุขุมวาทเวที รองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ดเดินทางมาเป็นประธานในพิธีอธิษฐานจิตวัตถุมงคลฯและตอกเสาเข็ม “เสาเอก” เจดีบูรพาจารย์พระครูธวัชสันติคุณ (สมาน ธัมมรักขิโต) พระครูปลัดวชิรโสภณญาณ (ศิลา สิริจันโท) และบูรพาจารย์ทั่วโลก โดยมีนายพรทัศนัย ไวนิยมพงศ์ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ดร.อรุณทิพย์ สุวรรณนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลมะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ศิษยานุศิษย์ พี่น้องประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพียงภายใต้มาตรการป้องกัน ควบคุมโรคระบาดโควิด-19อย่างเข้มข้น

พระครูปริยัติวรศาสน์ (พระมหาชำนิ) เจ้าอาวาสวัดสันติวิหาร ต.ธงธานี อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า การสร้างเจดีย์บูรพาจารย์องค์นี้ทางวัดสันติวิหาร พร้อมกับญาติโยมมีความประสงค์จะสร้างไว้เป็นที่บรรจุอัฐิธาตุของพระบูรพาจารย์ทุกสายทั่วโลก ผู้หนักในการปฏิบัติเคร่งครัดพระวินัยไว้เป็นที่กราบไว้สักการบูชาในฐานะเป็นครุฏฐานียบุคคลของพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป เพื่อโน้วน้าวจิตใจมิให้ประมาทและหมั่นทำแต่ความดี

โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้ ทางวัดจัดขึ้นเป็นการภายในมีผู้มาร่วมงานไม่เกิน 50 คนปฎิบัติตามมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ของทางรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งคัด ขอบคุณและอนุโมทนากับทุกคนที่มีส่วนร่วมในบุญนี้สาธุ” พระมหาชำนิ กล่าว

วาระนี้ได้รับความเมตตาจากพระครูปลัดวชิรโสภณญาณ (ศิลา สิริจันโท) วัดโพธิ์ศรีสะอาด ต.เชียงเครือ อ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ (ท่านเคยร่วมพัฒนาวัดสันติวิหารฯ ในอดีต) เกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้เข้มขลังด้านความมีเมตตาบารมีแก่มนุษย์และสัตว์โลกเดินทางมาร่วมพิธีอธิฐานจิตวัตถุมงคลที่ท่านดำริให้จัดสร้างเช่น ตำนานพระสังกัจจายน์พิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็ก-ตำนานตะกรุดห้อยคอสุนัข รุ่น 1 วัดสันติวิหาร 101 และยังมีวัตถุมงคลอีหลายรุ่นที่จัดสร้างขึ้นในวาระนี้ เช่นเหรียญตอกเสาเข็ม-หลวงปู่ทวด-หลวงปู่เทพโลกอุดร-พระศรีอริยเมตไตรย-เหรียญดวงเศรษฐีใหญ่หลวงพ่อสมาน-สมเด็จปรกโพธิ์มหาลาภมหาศิลา-ล็อกเก็ต2หน้าบูรพาจารย์เป็นต้น 

ทั้งนี้ เพื่อให้ศรัทธาพี่น้องประชาชนทั้งใกล้และไกลได้ร่วมทำบุญเช่า/บูชาตามกำลังศรัทธาและความเหมาะสมเพื่อนำปัจจัยที่ได้เป็นทุนในการจัดสร้าง เจดีย์บูรพาจารย์ให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของผู้สร้างต่อไป นอกจากนี้ พระครูปลัดวชิรโสภณญาณ (ศิลา สิริจันโท) ยังได้เป็นประธานในพิธี ตอกเสาเข็ม “เสาเอก”และเบิกเนตรรูปหล่อเหมือนเท่าองค์จริงของท่านเอง โดยการจัดสร้างของ ดร.อรุณทิพย์ สุวรรณนันท์ นายกเทศมนตรีตำบลมะอึ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่สร้างแล้วนำมาถวายให้กับวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดเพื่อประดิษฐ์ฐานยังเจดีย์บูรพาจารย์ฯและหลวงปู่ท่านยังเมตตาตั้งชื่อรูปหล่อเหมือนเท่าองค์จริงของท่านว่า “หลวงปู่หิน” วัดสันติวิหารร้อยเอ็ดอีกด้วย

อนึ่ง วัตถุมงคลหลายรุ่นที่ทางวัดสันติวิหารจัดสร้างจะอยู่ในพรรษา (เข้าพรรษา) ที่วัดสันติวิหารร้อยเอ็ด3เดือนปลุกเษกต่ออีก9วาระเพื่อความเป็นสิริมงคลและเข้มขลังอีกด้วย สำหรับสายบุญสายศรัทธาที่ต้องการร่วมทำบุญเช่า/บูชาวัตถุมงคลของวัดสันติวิหารร้อยเอ็ดในวาระนี้ทุกท่านสามารถโทรสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 089-576-3551 คุณธนกร 099-055-6595 คุณสราวุธ และ087-864-4400 คุณโกสิทธิ์ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่าน สาธุ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การแก้อาถรรพ์ของชีวิต รดน้ำมนต์ เสกเป่า ล้างอาถรรพ์ให้ชีวิตไม่ได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 24, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/589989

การแก้อาถรรพ์ของชีวิต รดน้ำมนต์ เสกเป่า ล้างอาถรรพ์ให้ชีวิตไม่ได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

การแก้อาถรรพ์ของชีวิต รดน้ำมนต์ เสกเป่า ล้างอาถรรพ์ให้ชีวิตไม่ได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันศุกร์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

ความยากจน ความโง่ ตระกูลต่ำ อายุสั้น มีโรคมาก ไร้บริวาร ขี้เหร่ เป็นผู้หญิงบัณเฑาะก์ เป็นใบ้บ้า ตาบอด หูหนวก ทรัพย์วิบัติ การเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน เปรต อสูรกาย สัตว์นรก ล้วนเชื่อว่าเป็น “อาถรรพ์” ตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา

บริจาคทาน แก้อาถรรพ์ข้อยากจน
การรับฟัง แก้อาถรรพ์ข้อโง่เขลา
การอ่อนน้อม แก้การเกิดในตระกูลต่ำ
การรักษาศีล แก้อายุสั้น (ศีลข้อ ๑)
การไม่เบียดเบียนสัตว์ แก้การมีโรคมาก
การสงเคราะห์สัตว์ แก้การไร้บริวาร
การรักษาศีลไม่ขี้โกรธ แก้การเกิดเป็นคนขี้เหร่
การรักษาศีลข้อ ๒ แก้ทรัพย์วิบัติ
การรักษาศีลข้อ ๓ แก้การเกิดเป็นผู้หญิงบัณเฑาะก์
การรักษาศีลข้อ ๔ แก้ตาบอด หูหนวก ไม่มีคนเชื่อถือ
การรักษาศีลข้อ ๕ แก้เป็นใบบ้า มีสติปัญญาดี

การรดน้ำมนต์ เสกเป่า ล้างอาถรรพ์ให้ชีวิตไม่ได้
การบำเพ็ญบารมีเท่านั้น จึงแก้อาถรรพ์ให้ชีวิตได้

ขอบคุณลานธรรมจักร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทวดากับการสวดมนต์ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วันอัมพวัน #SootinClaimon.Com

Posted on July 23, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/589678

เทวดากับการสวดมนต์ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วันอัมพวัน

เทวดากับการสวดมนต์ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วันอัมพวัน

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.21 น.

เทวดากับการสวดมนต์ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม) คัดลอกจากหนังสือ กฎแห่งกรรม-ธรรมปฏิบัติ เล่มที่ ๕ 

“หลวงพ่อครับ กระผมอยากทราบความคิดเห็นของหลวงพ่อ ที่มีต่อเทวดาที่เขาสวดชุมนุมเทวดานั้น จะมีจริงหรือไม่” 

หลวงพ่อจรัญ ท่านตอบในทันทีว่า “อาตมาเชื่อ ทำไมจึงเชื่อ อาตมาจะเล่าให้ฟัง” แต่เดิมนั้นอาตมาไม่เคยเชื่อเรื่องเทวดา เพราะอาตมาไม่เคยสัมผัสนี่ แล้วอาตมาจะไปเชื่ออย่างไร ในเมื่อแม่ชีก้อนทอง ปานเณร อายุ ๘๗ ปี มาบอกกับอาตมาว่า เทวดามาสอนสวดมนต์

แม่ชีมาเรียนกรรมฐาน อาตมาสอนให้เดินจงกรม ให้พิจารณาเห็นหนอ แต่แม่ชีเดินจงกรมแล้วไปคิดถึงเทวดา ไปเพ่งเทวดาเข้า เทวดาก็มา แกก็เก็บเงียบไว้ แต่แล้วในที่สุดแกก็เก็บไม่ไหวต้องการให้มีใครสักคนได้รับรู้เอาไว้ แกจึงมาบอกอาตมาว่า “หลวงพ่อ ดิฉันเห็นเทวดาเจ้าค่ะ มาสอนสวดมนต์ให้ด้วยเจ้าค่ะ”

“เทวดาที่ไหนกับแม่ชีเอ๊ย อาตมาไม่เชื่อหรอก” แต่แม่ชีก็ว่าไม่ได้โกหก อาตมาถามว่า “เทวดามาตอนไหนเล่า”

แม่ชีบอกว่า “พอดิฉันได้ยินนาฬิกาตี ๑๒ เป็นเวลาเที่ยงคืนเทวดาก็ปรากฏให้ดิฉันเห็น ไม่ได้มาเปล่านะคะ มาสอนให้ดิฉันสวดมนต์บทเมตตาใหญ่ ดิฉันจึงสวดได้” 

อาตมาก็บอกให้แม่ชีไปถามเทวดาว่าอยู่ที่ไหน วันรุ่งขึ้นแม่ชีก็มาเล่าให้ฟังว่า เทวดาอยู่ที่ต้นพิกุล ต้นพิกุลที่ว่านี่ อาตมาถามผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้ เช่น หลวงสมานวนกิจ อธิบดีกรมป่าไม้ มาที่นี่ ในตอนที่แม่ชีเห็นเทวดาประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๐ หลวงสมานฯ ว่า อายุกว่า ๑,๐๐๐ ปี เทวดาบอกแม่ชีว่า เดิมอยู่บนสวรรค์ แล้วละเมิดกฎต่อนางฟ้าจึงถูกให้ลงมาอาศัยวิมานต้นพิกุลอยู่จนกว่าจะหมดกรรม แล้วก็บอกวันเวลาเอาไว้ชัดเจน อาตมาก็จดไว้แล้วก็เป็นจริง พอถึงเวลาก็เหมือนที่เทวดาให้สังเกตสังกา

อาตมาก็ให้แม่ชีไปถามเทวดาว่า ไปชวนมนุษย์สวดมนต์ทุกบ้านหรือไม่ เพราะอาตมาเริ่มจะเชื่อ เพราะบทเมตตาใหญ่ที่แม่ชีสวดนี่ อาตมาไปหาที่ไหนๆ ก็ไม่เจอ จนกระทั่งไปรู้ว่า สมเด็จพระสังฆราช (แพ) วัดสุทัศน์ฯ ได้นำเอาไปต่อท้ายพุทธมนต์พุทธาภิเษก และตำรับนั้นไปตกอยู่กับพระครูลมูล วัดสุทัศน์ฯ พระครูลมูลนี้เป็นศิษย์สมเด็จพระสังฆราช (แพ) นะ ทำสมเด็จเนื้อผงดีมากนะ มีละก็เก็บเอาไว้ให้ดีเชียว

อาตมาไปขอตำรับมาตรวจสอบที่วัด ท่านพระครูลมูลบอกว่าไม่ได้ๆ ตำรับนี้ของอาจารย์ อาตมาให้ใครยืมไม่ได้ อาตมาก็บอกว่าไม่ได้เอาไปเลย แต่จะเอาไปสอบทานอะไรหน่อย แล้วก็เล่าความจริงให้ท่านฟัง ท่านก็ใจอ่อนบอกว่า เอ้าเอาไปเถอะให้ยืมเจ็ดวัน แล้วเอามาส่งคืนนะ

อาตมาก็เอามาเป็นตัวขอมทั้งนั้น อาตมาก็บอกแม่ชีว่า มาท่องให้อาตมาฟังหน่อย แม่ชีก็เริ่มท่อง ก็แกอายุ ๘๗ แล้วนี่นะ ก็ยานคางกว่าจะหลุดออกมาได้ตามประสาคนแก่ 

โยมเชื่อไหมล่ะว่า แม่ชีก้อนทองคนนี้เป็นคนไม่รู้หนังสือ อ่านหนังสือไม่ออก ตัวขอมยิ่งไม่กระดิกใหญ่ แล้วเมตตาใหญ่ที่แกท่อง อาตมาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน แกท่องด้วยความมั่นใจ อาตมาสอบกับต้นฉบับขอมของท่านพระครูลมูล ปรากฏว่าไงรู้ไหมโยม 

“ตั้งแต่ตัวแรกจนตัวสุดท้ายไม่มีผิดเลย”

อาตมาถามว่าเทวดาไปชวนคนสวดมนต์ทุกบ้านหรือเปล่า 

เทวดาบอกกับแม่ชีมาว่า “เปล่า บ้านไหนจัดที่บูชามีโต๊ะหมู่ มีพระพุทธรูปตั้งไว้ แล้วเจ้าของบ้านสวดมนต์ เทวดาก็มาร่วมสวดมนต์ด้วย พระพุทธรูปเหล่านั้นที่ไม่ได้เข้าพิธีอะไร เช่ามาบูชาจากเสาชิงช้า หากเจ้าของบ้านเอามาสวดมนต์ไหว้พระทุกวันด้วยใจศรัทธา เทวดามาสวดมนต์ หนักเข้าก็เลยเข้าสิงรักษาองค์พระเอาไว้ ก็เลยศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ ทำให้เกิดสิริมงคลในครัวเรือน”

หลวงพ่อพระพุทธโสธรนั้น คนกราบไหว้บูชากันมากเลยมีเทวดามารักษา ๑๖ องค์ ทำให้เกิดอภินิหารนานาประการ พระพุทธรูปสำคัญๆ ก็มีเทวดารักษาทั้งนั้นแหละ 

เทวดาท่านว่าอย่างนั้น และเทวดาก็ว่าบ้านไหนมีพระพุทธรูปแค่ตั้งโชว์ เทวดาก็ไม่ไปสวดมนต์ เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยทำวัตรสวดมนต์ เทวดาก็ไม่มา ผ่านเลยไปเลย มาไม่ลงมาสวดมนต์ คนเราก็มีเทวดารักษา คนดีมีศีลธรรม เทวดาที่เป็นบัณฑิตรักษา ถ้าคนชั่วขี้เหล้าเมายาทำชั่ว เทวดาพาลพวกมิจฉาทิฐิก็มารักษา

อาตมาถามต่อไปว่าแล้ว “เวลาพระ สัคเค กาเม จะ รูเป เทวดาลงมาหรือไม่”

เทวดาว่า “รีบลงมา เทวดาบัณฑิตมาก่อน พอเห็นเจ้าภาพกินเหล้าเมาหงำกันในงานบุญก็เบ้หน้าแล้วกลับ เทวดาพาลก็เข้ามาแทนที่ เลยเกิดเรื่องเกิดราวตูมตามนั่นแหละ”

ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดแม่อาจต้องเสียชีวิต : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 22, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/589420

วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดแม่อาจต้องเสียชีวิต : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันเกิดของลูกคือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดแม่อาจต้องเสียชีวิต : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันพุธ ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

วันเกิดเราก็คล้ายวันตายแม่
อุ้มท้องแก่กว่าจะคลอดรอดหลุดพ้น
จากเด็กน้อยจนเติบใหญ่ได้เป็นคน
เติบโตจนถึงวันนี้มีเพราะใคร

แม่เจ็บจวนขาดใจในวันนั้น
กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีวิตแล้วก็หลงเหลิงระเริงใจ
ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา

ทำไมเราเข้าใจว่าเป็นวันเกิด
เปลี่ยนเป็นวันผู้ให้กำเนิดจะดีกว่า
สิ่งอวยพรที่สลอนหน้ากันมา
ควรจะมอบให้มารดาผู้มีคุณ

เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดเรา
ดีที่สุดควรคุกเข่ากราบเท้าแม่
รำลึกถึงผู้มีคุณอบอุ่นแด
อย่ามัวแต่จัดงานประจานตน

ท่านโปรดจำไว้วันเกิดของลูก คือวันตายของแม่ เพราะวันที่ลูกเกิดแม่อาจต้องเสียชีวิตการออกศึกสงครามเป็นการเสี่ยงชีวิต สำหรับคนเป็นพ่อฉันใดการคลอดลูกก็เป็นการเสี่ยงตายสำหรับคนเป็นแม่ฉันนั้น ในสมัยโบราณที่วิทยาการต่างๆ ยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนสมัยนี้อัตราการตายเพราะคลอดลูกมีสูงมากคนโบราณเขาจึงกล่าวว่าวันเกิดของลูก คือวันตายของแม่

เมื่อคลอดลูกแล้ว “แม่” ก็ยังต้องประคบประหงมเลี้ยงดูให้ดื่มเลือดในอกเป็นอาหาร ยามที่ลูกเจ็บป่วยก็อมยาพ่นฝนยาทารักษากันไปตามมีตามเกิดแม่เฝ้ากล่อมเกลี้ยงเลี้ยงลูกจนเติบใหญ่กระทั่งลูกแต่งงานมีเหย้ามีเรือนไปแล้วแม่ก็ยังเฝ้าห่วงใยรักใคร่ไม่จืดจาง

ตั้งแต่อาตมาคอหัก หายใจทางสะดือได้พองหนอยุบหนอคิดถึงแม่ทุกลมหายใจอาตมาเห็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสของคนเป็นแม่ก็ตอนที่เป็นหมอตำแยทำคลอดให้ผู้หญิงคนหนึ่งแม้ว่าเรื่องราวจะผ่านพ้นมาห้าสิบกว่าปีก็ยังจำภาพเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ติดตาติดใจมากระทั่งทุกวันนี้

สมัยนั้นอาตมาอายุสิบหก แต่ยังไม่ประสีประสาอะไรยังเปลือยกายกระโดดน้ำตูมๆ กับเพื่อนอย่างสนุกสนานแต่เด็กสมัยนี้อายุสิบหกเป็นหนุ่มกันแล้วตอนนั้นอาศัยอยู่กับยาย ลำบากลำบนมาก ต้องหาเงินเรียนเองตื่นตั้งแต่ตีสามหาบของไปขายที่ตลาดบางขามห่างจากบ้านไป ๑๔ กิโลเมตร

ถึงตลาดตี ๔ กว่าๆ ก็นั่งขายของซึ่งเป็นพวกผักสวนครัวที่ช่วยกันปลูกกับยาย พอตีห้าก็ขายหมดบางวันขายไม่ค่อยดีก็ไปหมดเอา ๗ โมงเช้าจากนั้นก็หาบกระจาดเปล่ากลับบ้านหิวข้าวก็ต้องอดทนเพราะยายสั่งไม่ให้ซื้อเขากินให้กลับมากินบ้านเรา ยายว่าซื้อเขากินมันแพงจานละตั้งสามสตางค์ สู้กลับมากินข้าวที่บ้านไม่ได้อาตมาก็จำเป็นต้องเชื่อยาย บางทีกว่าจะถึงบ้านหิวแทบลมจับ

อยู่มาวันหนึ่งขณะที่อาตมาหาบกระจาดเปล่ากลับบ้านก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งกลางทางเขากำลังท้องแก่จะเดินทางไปคลอดลูกที่บ้านแม่ของเขาที่ต้องเดินทางไปคลอดบ้านแม่ เพราะเขาอยู่กับพ่อผัวแม่ผัวซึ่งรังเกียจว่าเขาจน และไม่ยอมช่วยเหลือเกื้อกูลแต่ประการใด

เดินทางไปได้ครึ่งทางก็เกิดปวดท้องนอนครวญครางอยู่ใต้ต้นไทรพอเห็นอาตมาเดินผ่านมา เขาก็ดีใจร้องบอกกับอาตมาให้ช่วยเขาด้วยเขาปวดท้องใจจะขาดอยู่แล้ว ช่วยเอาลูกออกให้ทีอาตมาถึงจะอายุสิบหก แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเขาออกลูกกันอย่างไรผู้ใหญ่เขาเคยพูดให้ฟังว่าเขาออกลูกทางปากบางคนก็บอกออกทางสะดือ บางคนก็ว่าออกทางก้นอาตมาก็เชื่อนึกว่าเป็นอย่างนี้จริงๆ ที่แท้ก็ถูกผู้ใหญ่หลอกเพิ่งมารู้ความจริงตอนทำคลอดครั้งนี้นั่นแหละ

ผู้หญิงคนนั้นเขาก็ร้องใหญ่บอกปวดมาก แล้วก็เป็นลูกท้องแรกจึงยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องการคลอดลูกมาก่อนได้ยินเขาร้องโอยๆ อาตมาก็ทำอะไรไม่ถูกเลยถามว่าจะให้ช่วยอย่างไรเขาก็บอกช่วยดึงเด็กออกจากท้องให้เขาที มันกำลังจะออกแล้ว

อาตมาก็ยังงงอยู่เลย นึกถึงเทวดา ก็นึกตามประสาเด็กๆไม่รู้ว่าเทวดามีจริงหรือเปล่า แต่ยายเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆก็คิดว่าคงจะมีมั้ง เลยประนมมือบอกรุกขเทวดาประจำต้นไทรให้ช่วยแล้วก็ร่ายคาถาชุมนุมเทวดาที่ยายเคยสอนจนจำได้ขึ้นใจ

พอว่าคาถาจบ เทวดาเข้าสิงอาตมาเลย ที่รู้ว่าเทวดาเข้าสิงเพราะท่านมากระซิบข้างหูว่า “ดึงเด็กออกมา ดึงเด็กออก” อาตมาถาม “ดึงยังไง เด็กอยู่ที่ไหน” เทวดาบอก “อยู่ในท้อง เอามือล้วงเข้าไปในผ้านุ่งก็จะเจอหัวเด็ก”

อาตมาก็ทำตามดึงพรวดสุดแรงเลยเสียงผู้หญิงร้องกรี๊ดและสลบเหมือดไปอาตมาก็ตกใจเพราะเห็นไส้ยาวๆ ติดตัวเด็กออกมาคิดว่า เราคงดึงไส้ผู้หญิงคนนั้นออกมาหมดท้องกระมังเขาคงต้องตายแน่ๆ จะทำยังไงดีหนอเสียงเทวดากระซิบข้างหูว่า “ไม่ตายหรอก แค่สลบไปเท่านั้น ไปจัดการตัดสายรกให้เด็กก่อนที่เธอเห็นนั้นแหละเรียกว่า สายรก ไม่ใช่ไส้เขาหรอก”

อาตมาก็ถามว่า “เอาอะไรตัดล่ะ มีดพร้าก็ไม่มี” เทวดาบอก “เอาเล็บของเธอนั่นแหละ จิกแน่นๆแล้วดึง มันจะขาดเอง”

สมัยนั้นหนุ่มรุ่นๆ เขานิยมไว้เล็บยาวกันเรียกว่า แฟชั่น อาตมาก็ไว้กับเขา คือ เขาจะไว้เล็บข้างละสองนิ้วนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วก้อย อาตมาก็ทำตามที่เทวดาบอกพอรกขาดเลือดพุ่งเลย เด็กส่งเสียงร้องอุแว้ๆ ลั่นป่าเทวดาบอกอีกว่า “ไปเอาฝุ่นมาโรงตรงแผล”อาตมาก็กอบฝุ่นโรยลงไป ปรากฏว่าเลือดหยุดไหลแต่เด็กไม่หยุดร้อง

เทวดาก็กระซิบข้างหูอีกว่า “ดูดเลือดที่คั่งในปากออกมา”อาตมาก็เอามือง้างปากเด็ก ดูดเลือดและเสมหะออกแล้วบ้วนทิ้งไม่ได้นึกรังเกียจ เพราะกลัวเด็กจะตายเทวดาบอกอีกว่า “เอากระบอกไปตักน้ำมาหยอดปาก”พอดีมีกระบอกไม้ไผ่อันหนึ่งแขวนอยู่ที่กิ่งไทรไม่ทราบเหมือนกันว่าใครนำไปแขวนไว้

ข้างๆ ต้นไทรมีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งอาตมาจึงหยิบกระบอกเดินไปตักน้ำมาหยอดใส่ปากเด็กเจ้าหนูหยุดร้องไห้เลยดูดหยดน้ำจากนิ้วมืออาตมาเสียงดับจุ๊บๆ เป็นภาพที่ซึ้งใจอาตมามาจนทุกวันนี้ได้เห็นสัญชาตญาณการดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชีวิตก็ตอนที่เจ้าหนูดูดน้ำจากนิ้วมือนี่แหละ

พอได้น้ำเจ้าหนูก็หยุดร้อง ส่วนแม่นั้นสักพักเข้าก็ฟื้นถามว่า“ลูกเป็นหญิงหรือผู้ชาย” พอรู้ว่าได้ลูกชายเขาก็ดีใจอาตมาก็เลยช่วยพากลับบ้านทั้งแม่ทั้งลูกปัจจุบันผู้หญิงคนนั้นเป็นเจ้าของตลาดท่าแค ลพบุรี ร่ำรวยมาก

นี่แหละที่ทำให้อาตมาเห็นใจคนเป็นแม่แล้วก็รักแม่มาตั้งแต่บัดนั้น อาตมาสงสารลูกผู้หญิงมากเห็นคนท้องเดินมาก็จะแผ่เมตตาขอให้เขาคลอดง่ายเพราะเราเห็นว่า การคลอดลูกยากนั้นเป็นการเสี่ยงชีวิตเหมือนการออกศึกสงครามทีเดียว

พ่อแม่เลี้ยงลูกเปรียบเสมือนปลูกต้นไม้ปลูกอย่างมีระเบียบแบบแผนต้นไม้ก็จะขึ้นอย่างมีระเบียบสวยงามตามแบบตามแผนที่วางไว้ถ้าปลูกอย่างไม่มีระเบียบ ปลูกตรงโน้นต้นหนึ่ง ตรงนี้ต้นหนึ่งนึกจะปลูกตรงไหนก็ปลูกเกะกะเต็มไปหมดมองดูรกรุงรัง หาความสวยงามไม่ได้ถ้าเป็นอย่างนี้จะไปโทษต้นไม้ว่ามันขึ้นไม่เป็นระเบียบจะถูกหรือจะต้องโทษคนปลูก เพราะคนปลูกไม่มีระเบียบต้นไม้จึงขึ้นอย่างไม่มีระเบียบ

ความรักของแม่มีหลายรูปแบบ มีแม่คนหนึ่งมาบอก“หลวงพ่อ เจ้าคะ ดิฉันเลี้ยงลูกมานี่ลูกมันไม่เอาไหนเลยมาฝากบวช ๗ วัน” บอกเสร็จออกไปสักครู่กลับมาอีกกำชับอีกว่า “สอนลูกฉันให้ดีๆ นะ”ออกไปอีกกลับมาย้ำอีกทีว่า “ช่วยสอนลูกฉันให้ดีๆ นะ”อาตมาก็ต้องเรียกเข้ามานั่งๆ มาเดี๋ยวให้คติธรรม

“นี่โยมน่ะเป็นแม่เขาใช่ไหม”…“ใช่เจ้าค่ะ” “โยมสอนลูกมาตั้ง ๒๐ ปี เอาดีไม่ได้แล้วจะมาให้อาตมาสอน ๗ วัน จะดีหรือ”อย่างนี้ต้องเรียกว่า จะมากไป สอนลูกไม่เอาไหนไม่ใช่ลูกไม่ดีนะ ตัวแม่ไม่ดี ไม่เคยสอนลูกสวดมนต์ไหว้พระเลย

อยากให้ลูกดีต้องสอนให้ลูกสวดมนต์ลูกจะมีระเบียบวินัย โตขึ้นไม่เถียงพ่อเถียงแม่เมื่ออยู่วัยศึกษาก็รับผิดชอบสูงแม้ไปศึกษายังต่างประเทศลูกจะวางตัวดีพ่อแม่ไม่ต้องคอยติดตามทุกฝีก้าวทุกระยะ

อีกรายเป็นแม่ปริญญาโท มาให้อาตมาช่วยเป่าหัวให้ลูกชายหน่อยจะสอบเข้ามหาวิทยาลัย อาตมาบอก “เจริญพร ขอตั้งสติสักนาที”คิดหนอ เห็นหนอ แม่คนนี้หนอเป่าให้ไม่ได้หนอเป่าแล้วเสียลมจากคอเราหนอ

เมื่อคืนนี้แม่เอาหนังมาดูถึงตอนตี ๒ นี่หรือจะให้เป่าหัวเป่าแทบตายก็ไม่ได้เรื่อง จึงบอกไปว่า “หนู…หลวงพ่อเป่าไม่ได้เมื่อคืนดูหนังอะไรกัน” ลูกชายบอก“จริงหลวงพ่อ ตี ๒ ผมง่วง ยังดึงผมหยิกผมให้ลุกมาดูด้วย”

นี่นะแม่นะแม่อย่างนี้จะให้สอบเข้าได้อย่างไรอย่างนี้พระเป่าหัวก็เป็นพระโง่ เพี้ยงดีๆ ยังไงเป่าแล้วดีเป่าแล้วรวย แต่ขี้เกียจสะบัด อย่างนี้ช่วยไม่ได้ถ้าไม่ช่วยตัวเองก่อน

ขอฝากไว้คนที่เป็น “แม่” นั้น ต้องทำให้ถูกต้องถูกบทหมดจดเหมาะเจาะอยู่ที่ “แม่”ส่วนพ่อมีความสำคัญไม่เท่าแม่พ่อเปรียบเสมือนพระอาทิตย์ที่ให้ความอบอุ่นส่วนแม่เปรียบเสมือนพระจันทร์หากพ่อเล่นการพนันไม่เอาไหนไม่เป็นไร

แม่นั้นสำคัญมาก แม่จะต้องรักษาลูกไว้ แม่ที่ดีต้องเป็นแม่แบบแม่แผน แม่แปลน แม่บันได แม่บ้านแม่เรือน แม่เคหศาสตร์แม่แผนผัง แม่กุญแจ อยู่ตรงนี้ลูกจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับแม่เป็นหลักให้ลูก ไม่ใช่พ่อ

ถึงพ่อแสนดี แม่ฉุยแฉกแตกราน สุรุ่ยสุร่ายไม่เอาไหนไม่รู้จักเก็บงำทำให้ดี ไม่เป็นแบบที่ดีของลูก รับรองบ้านเจ๊งแน่ๆถ้าพ่อดีแม่ดีเปรียบเสมือนอาคารแน่นลูกดีมีปัญญาเหมือนมีเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงประดับบ้าน

ฉะนั้น พ่อแม่เท่านั้นที่ทำความดีให้กับลูกทำถูกให้กับหลานเป็นกฎแห่งกรรมจากการกระทำของพ่อแม่ทำให้ลูกชอบ พูดให้ลูกเชื่อ ตามใจในสิ่งที่ถูกทำตัวอย่างให้ลูกดู สร้างความดีให้ลูกเห็นโบราณท่านว่าไว้ อย่าอยู่ว่างอย่าห่างผู้ใหญ่ ลูกจะหลงทางได้ง่าย

อีกเรื่องต้องเรียกว่า “หนามแหลมใครเสี้ยม มะนาวกลมเกลี้ยงใครไปกลึง”

เรื่องมีอยู่ว่า มีเด็กประถม ๔ คนหนึ่งเดี๋ยวนี้เป็นด๊อกเตอร์อยู่สหรัฐอเมริกาพ่อกินเหล้า สูบกัญชายาฝิ่น ชอบเล่นการพนันตีไก่อยู่ที่บางระจัน สิงห์บุรี แม่ก็หาหวยตามวัดอาตมาดูหนูคนนี้แล้วบอก ต้องเป็นใหญ่เป็นโตแน่ๆจดไว้เป็นกฎแห่งกรรม ติดตามดูแลโดยต่อเนื่องอาตมาประสบมาเราก็ต้องจดต้องจำ

ก็จดชื่อไว้ถามวันเกิดวันอะไรบอกเด็กไปว่าหลวงพ่อจะสอนจะให้ตังค์ไป ๑๐๐ บาทถามว่าเขาเกิดวันอะไร เขาบอกวันเกิดวันอังคารหลวงพ่อสอนเด็กคนนี้ครั้งเดียวจำได้บอกวันเกิดหนูซื้อขนม ๒ ห่อเรียกพ่อแม่มาคู่กันแล้วกราบนะ ลูกนะพ่อก็เมา แม่ก็บอกเดี๋ยวจะรีบไปวัดลูกก็บอกเดี๋ยว ความผิดอันใดที่ลูกพลั้งเผลอด้วยกาย วาจา ใจ ที่คิดไม่ดีต่อคุณพ่อคุณแม่ขอให้คุณพ่อคุณแม่อโหสิกรรมให้แล้วล้างเท้าให้พ่อแม่ ลูกไม่มีสตางค์ลูกซื้อขนมมา ๒ ห่อ ให้แม่ก่อน ๑ ห่อเพราะแม่อุ้มท้องมาแล้วจึงให้พ่ออีก ๑ ห่อ

ลูกขอปฏิญาณตนว่า ลูกขอเป็นลูกที่ดีต่อพ่อแม่แล้วจะเป็นศิษย์ที่ดีของครูบาอาจารย์ลูกจะไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวังแล้วลูกจะเรียนหนังสือให้เก่งให้ก้าวหน้าพ่อฟังแล้วน้ำตาร่วง สร่างเมาเลย ส่วนแม่ร้องไห้ลูกไปโรงเรียนแล้ว พ่อแม่ก็สำนึกได้บอกลูกมันปฏิญาณตนเป็นคนดีแล้วเรายังทำตัวอย่างไม่ดีให้ลูกดูอีกหรือ

ตกลงพ่อแม่ก็ปฏิญาณตนกันพ่อก็บอกข้าจะเลิกสูบกัญชา เลิกกินเหล้าและข้างฝ่ายแม่ก็เลิกหาหวยตามวัดลูกจบปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปต่อด๊อกเตอร์ที่สหรัฐอเมริกาได้ดีแล้วเขาก็ไม่ลืมวัดอัมพวัน ไม่ลืมอาตมายังมาทำบุญถวายข้าวสารทีละ ๕๐ กระสอบ

อาตมาไม่สอนใครไปสู่สวรรค์ นิพพานแต่สอนพระกรรมฐานให้ระลึกชาติได้ ระลึกบุญคุณคนได้นึกถึงพ่อแม่ นึกถึงตัวเอง และสงสารตัวเองจะได้ทำแต่สิ่งดีๆ แค่นี้พอก่อนบางคนลืมพ่อลืมแม่ อย่าลืมนะการเถียงพ่อเถียงแม่ไม่ดีขอบิณฑบาตสอนลูกสอนหลานอย่าเถียงพ่อแม่อย่าคิดไม่ดีกับพ่อแม่ ไม่งั้นจะก้าวหน้าได้อย่างไรก้าวถอยหลังเลย ดำน้ำไม่โผล่

หนี้บุญคุณอันยิ่งใหญ่เหลือจะนับจะประมาณนั้นคือ หนี้พระคุณของบิดามารดาคำพังเพยเปรียบเทียบสั่งสอนมาสองพันกว่าปีแล้วว่าจะเอาท้องฟ้าหรือแผ่นดินมาเป็นกระดาษเอาเขาพระสุเมรุมาศมาเป็นปากกาจะเอาน้ำมหาสมุทรมาเป็นน้ำหมึกก็ไม่สามารถจะจารึกพระคุณของบิดามารดาไว้ได้เพราะน้ำในมหาสมุทรจะเหือดแห้งหมดก่อนที่จะจารึกพระคุณบิดามารดาได้จบสิ้น

คนอื่นที่เป็นเพื่อนที่รักหรือยอดหัวใจก็ยังมีโทษแก่ตัวเรารักเราไม่จริงเหมือนบิดามารดา เขาพึ่งเราได้ เขาจึงมารักเรา

นี่แหละท่านทั้งหลายเอ๋ย เป็นหนี้บุญคุณพ่อแม่มากมายยังจะไปทวงนาทวงไร่ ทวงตึกรามมาเป็นของเราอีกหรือตัวเองก็พึ่งตัวเองไม่ได้ ช่วยตัวเองไม่ได้สอนตัวเองไม่ได้แล้ว เป็นคนอัปรีย์จัญไรในโลกมนุษย์ไปทวงหนี้พ่อแม่ พ่อแม่ให้แล้วเรียนสำเร็จแล้วยังช่วยตัวเองไม่ได้มีหนี้ติดค้างรับรองทำมาหากินไม่ขึ้น

คนไม่ทำกิจวัตร ไม่ปฏิบัติหน้าที่ เล่นการพนันแปลว่า คนนั้นเกลียดตัวเอง กินเหล้าเมาสุรา เล่นการพนันเที่ยวสรวลเสเฮฮากันโต้รุ่ง พ่อแม่ก็เสียใจ ยังไปว่าพ่อแม่ไปทวงหนี้ เอาทรัพย์สมบัติพ่อแม่มาฉุยแฉกแตกรานนี่คือ ลูกสะสมหนี้ ไม่ยอมใช้หนี้

เดี๋ยวนี้ตัวเราไม่สงสารแล้วกินเหล้าเข้าไปทรัพย์สมบัติพ่อแม่ให้มาก็ขายแจกจ่ายไปหมด ไม่มีเหลือเลยตัวเองก็จะขายตัวกิน ขายตัวเองเขาก็ไม่เอาอีกเพราะขี้เกียจเช่นนี้ ขอฝากท่านเป็นข้อคิด

พ่อแม่นั้นมีบุญคุณต่อเรามาก ในมาตาปิตุคุณสูตรพระพุทธองค์แสดงไว้ว่า ลูกจะให้แม่นั่งบนบ่าขวาให้พ่อนั่งบนบ่าซ้าย ถ่ายอุจจาระปัสสาวะรดลงไปบนบ่าลูกลูกเป็นผู้เช็ดให้ หาอาหารมาป้อนให้กระทั่งจนท่านตายหรือกระทั่งลูกตายไปก็ไม่สามารถจะตอบแทนพระคุณค่าป้อนข้าวป้อนน้ำนมที่ท่านได้ถนอมกล่อมเกลี้ยงบำรุงเลี้ยงมาอย่างดีได้

ทำอย่างไรให้ได้ชื่อว่าได้ทดแทนบุญคุณพ่อแม่อย่างเลิศที่สุดสรุปคือ ถ้าพ่อแม่เป็นมิจฉาทิฏฐิแล้วลูกสามารถชักจูงพ่อแม่ให้กลับเป็นสัมมาทิฏฐิได้นั้นถือว่าได้ทดแทนบุญคุณอย่างเลิศเช่น พ่อแม่มีความเห็นผิด เป็นต้นว่าไม่เชื่อเรื่องบาปบุญคุณโทษแล้วลูกสามารถชักจูงชี้แจงให้ท่านมีความเห็นที่ถูกต้องเชื่อว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว บุญบาปมีจริงถ้าทำอย่างนี้ได้ถือว่าทดแทนบุญคุณอย่างเลิศที่สุด

วิธีใช้หนี้พ่อแม่ไม่ยากเลยลูกทั้งหลายเอ๋ยจงสร้างความดีให้กับตัวเองและก็เป็นการใช้หนี้ตัวเองนี่เป็นเรื่องสำคัญตัวเราพ่อให้หัวใจแม่ให้น้ำเลือดน้ำเหลืองแล้วอยู่ในตัวเราจะไปแสวงหาพ่อที่ไหนจะไปแสวงหาแม่ที่ไหนอีกเล่า

บางคนรังเกียจ “แม่” ว่าแก่เฒ่าไม่สวยไม่งามพอตัวเองแก่ก็เลยถูกลูกหลานรังเกียจจึงเป็นกงกรรมกงเกวียนยืดเยื้อกันต่อไปอีกใครที่คุณแม่ล่วงลับไปแล้วก็ให้หมั่นทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ท่านและถ้าจะทำบุญด้วยการมาเจริญพระกรรมฐานแล้วอุทิศส่วนกุศลไปการทำเช่นนี้ถือว่าได้บุญมากที่สุดทั้งฝ่ายผู้ให้และผู้รับ

ถ้าไม่มี “แม่” เราทุกคนก็ไม่ได้เกิดอันนี้เป็นความจริงที่ไม่ต้องพิสูจน์ผู้ใดก็ตามที่คุณแม่ยังมีชีวิตก็ให้กลับไปหาแม่ไปกราบเท้าขอศีลขอพรจากท่าน จะได้มั่งมีศรีสุขส่วนคนที่เคยทำไม่ดีไว้กับท่านก็นำเทียนแพไปกราบขออโหสิกรรมล้างเท้าให้ท่านด้วยเป็นการขอขมาลาโทษ

โอ้ผู้ใดใครเล่าจะเท่าแม่พระคุณแม่เหนือใครไปทุกสิ่งลูกนึกเทียบเปรียบสิ่งใดไม่ได้จริงช่างใหญ่ยิ่งยากแสนจะแทนคุณ

ขอบคุณลานธรรมจักร

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘มารดาบิดา’ เป็นผู้มีพระคุณมากมายสุดที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณจะทดแทนให้สิ้นสุดได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม #SootinClaimon.Com

Posted on July 21, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/589139

'มารดาบิดา' เป็นผู้มีพระคุณมากมายสุดที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณจะทดแทนให้สิ้นสุดได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

‘มารดาบิดา’ เป็นผู้มีพระคุณมากมายสุดที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณจะทดแทนให้สิ้นสุดได้ : หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

วันอังคาร ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 19.30 น.

มารดา บิดา เป็นบุคคลที่รู้จักกันทั่วโลก คนเราเกิดมาเห็นโลกอันกว้างใหญ่นี้ได้ เพราะมารดาบิดาเป็นผู้ให้กำเนิดเป็นผู้ให้อวัยวะทุกส่วนของร่างกายแก่ลูกซ้ำมารดาบิดายังบำเพ็ญตนเป็นยอดนักบุญสำหรับชีวิตของลูกอีกด้วยเป็นผู้เสียสละความสุขของตนเองทุกๆ อย่างเฝ้าทะนุถนอมเอาใจใส่ลูกทุกเวลาทำทุกอย่าง เพื่อความผาสุขของลูกลูกต้องการปรารถนาสิ่งใด อันเป็นสิ่งที่ไม่เหลือวิสัยก็พยายามจัดหาให้ทุกอย่าง เป็นผู้ใกล้ชิดลูกยิ่งกว่าใครๆ ทุกคนจึงรู้จักมารดาบิดาดี

ส่วนลูกส่วนมากหารู้จักและซึ้งถึงพระคุณของผู้เป็นมารดาบิดาไม่คงรู้จักแต่เพียงว่าชายผู้ให้กำเนิดแก่คนเรียกว่า บิดาหญิงผู้ให้กำเนิดแก่ตนเรียกว่า มารดา เท่านั้นแท้จริงแล้ว ท่านผู้ให้กำเนิดทั้งสองนั้น เป็นผู้มีพระคุณมากมายสุดที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณจะทดแทนพระคุณให้สิ้นสุดได้

เพราะเหตุนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นนาถของโลกทรงซึ้งถึงพระคุณของผู้เป็นมารดาบิดาผู้อนุเคราะห์บุตรว่าเป็นพระพรหม เป็นบุรพเทวดาเป็นบุรพาจารย์ เป็นอาหุเนยยบุคคล ของบุตรดังนี้

มารดา บิดา เป็นผู้ที่มั่นคงในพรหมวิหารธรรมโดยไม่ยอมทิ้ง เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ในลูกของตน ย่อมมีเมตตารักใคร่ในลูก ปรารถนาจะเห็นลูกของตนปราศจากโรคภัยเบียดเบียน มีความสุข ร่าเริง แจ่มใส มีกรุณา สงสาร เมื่อลูกของตนต้องประสบความทุกข์ คิดแต่จะช่วยให้พ้นจากความทุกข์ความเดือดร้อน มีความสุขความเจริญ เมื่อเห็นว่าลูกของตนมีความสุข สามารถเลี้ยงและปกครองตนเองและครอบครัวให้มีความสุขได้ ก็พลอยมีมุทิตายินดีด้วย ไม่อิจฉาริษยาในความสุขของลูก เมื่อเห็นลูกต้องประสบทุกข์เดือดร้อน ก็ไม่ซ้ำเติม วางจิตมัธยัสถ์เป็นกลางเสมอ มารดาบิดา จึงเป็นดุจท้าวมหาพรหมที่ไม่เคยละภาวนา ๔ ในหมู่สัตว์ จึงได้รับนามบัญญัติว่าเป็น “พระพรหมของลูก”

มารดา บิดา เป็นผู้พิทักษ์รักษาลูกก่อนเทวดาทั้งปวง นับตั้งแต่ลูกในครรภ์ เมื่อลูกเกิดมาแล้ว ก็เอาใจใส่ดูแล แม้บางคราวลูกทุบตีตน เพราะไม่รู้เดียงสา แทนที่มารดาบิดาจะเกลียดและโกรธ กลับยกโทษให้และยังเพิ่มความรักใคร่ในลูกของตนเสียอีก ไม่คำนึงถึงความผิดใดๆ ของลูกทั้งสิ้น บางครั้งลูกทำผิด มารดาบิดาก็ดุว่ากล่าวหรือลงโทษ แต่ด้วยใจริงแล้ว ไม่ปรารถนาจะให้ลูกของตนเดือดร้อน ทำไปด้วยความรักความหวังดี ปรารถนาให้ลูกของตนมีความสุขความเจริญ มารดาบิดาจึงชื่อว่าเป็นเทวดา คือ ผู้ประเสริฐสุดสำหรับลูก ท่านไม่พยายามที่จะทำความชั่วให้ปรากฏแก่ลูก เกรงลูกจะถือเอาแนวปฏิบัติสร้างตนในทางที่ผิด เมื่อลูกรู้จักคุณแล้ว ทำปฏิการะตอบแทน จึงเป็นบุญเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะเหตุที่ท่านทั้งสองบำเพ็ญตน เป็นเหมือนพระวิสุทธิเทพผู้ประเสริฐ ซึ่งท่านไม่ปรารภถึงความผิดใดๆ ที่พวกคนพาลก่อขึ้น มุ่งแต่ให้พวกเขามีความสุขความเจริญฝ่ายเดียว คุณความดีของมารดาบิดาข้อนี้เอง ท่านจึงได้นามว่า “บุรพเทวดาของลูก”

มารดา บิดา เป็นทั้งครูอาจารย์ก่อนกว่าครูอาจารย์อื่นๆ เป็นผู้แนะนำอบรมสั่งสอนให้ลูกรู้จักกิน นอน พูด ทำ รู้จักดีชั่ว ควรไม่ควร เป็นทั้งผู้สอนและผู้ฝึกหัดให้ทุกอย่าง ท่านจึงสงเคราะห์มารดาบิดาว่าเป็นบุรพทิศในทิศ ๖ คุณความดีข้อนี้เอง ท่านจึงได้นามว่า “บุรพาจารย์ของลูก”

มารดา บิดา เป็นผู้มีพระคุณหลายประการดังกล่าวมาแล้ว เป็นทั้งผู้ให้กำเนิด เป็นทั้งผู้เลี้ยงดูให้อุปการะและสั่งสอน จนเป็นผู้สมควรอย่างยิ่งที่ลูกผู้กตัญญูรู้คุณ จะพึงนำสักการะ มีอาหารและผ้าผ่อนท่อนสไบ เป็นต้น มาบูชาเป็นการตอบแทนพระคุณท่าน เพราะเมื่อสักการะบูชาท่านแล้ว ย่อมได้ผลานิสงส์มาก เหมือนได้สักการะบูชาแด่พระอรหันต์ขีณาสพ ท่านจึงได้นามว่าเป็น “อาหุเนยยบุคคลของลูก”

มารดา บิดา เป็นทั้งผู้สร้าง และผู้อุปถัมภ์ เป็นผู้ให้กำเนิดแก่ลูกแล้ว ก็ต้องรับภาระเป็นผู้อนุเคราะห์เลี้ยงดูอีก ไม่ทอดทิ้ง พยายามที่จะเสกสรรปั้นแต่งลูกของตนให้เป็นคนดี เพราะเหตุนี้เอง พระมหามุนีศาสดาจารย์ จึงตรัสแก่คฤหบดีบุตรชื่อ สิคาลกะว่า ดูกร คฤหบดีบุตร มารดาบิดาพึงอนุเคราะห์บุตรของตนโดยสถาน ๕ คือ 
๑. ป้องกันบุตรธิดามิให้ทำความชั่ว 
๒. ส่งเสริมให้ตั้งอยู่ในความดี 
๓. ให้ศึกษาศิลปวิทยา 
๔. หาคู่ครองที่สมควรให้ 
๕. มอบทรัพย์ให้ในสมัย

เพราะมารดาบิดา มีพระคุณอันใหญ่หลวงดังกล่าวมานี้ผู้เป็นลูกจึงต้องคำนึงระลึกถึงเสมอ และหาทางตอบแทนพระคุณ แม้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทรงสนองพระคุณของพระชนนีเพื่อชดใช้ค่าข้าวป้อนและค่าน้ำนม โดยเสด็จไปจำพรรษา ณ ดาวดึงส์พิภพ แล้วทรงแสดงพระอภิธรรมโปรดจึงเป็นเนตติแบบอย่างอันดี สำหรับพุทธบริษัทผู้เคารพนับถือในพระองค์จึงพึงปฏิบัติตาม ถ้าหวังจะบำเพ็ญตนเป็นลูกที่ดี จึงเป็นการสมควรแล้ว ที่จะหาทางสนองพระคุณท่าน ตามฐานะและโอกาส ด้วยการเลี้ยงดูท่านให้ได้รับความสุข เป็นการแสดงกตัญญูกตเวทิตาธรรมต่อท่านผู้ดำรงอยู่ในฐานะบุพการี ผู้ทำอุปการให้แก่ตนก่อน ข้อนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแก่คฤหบดีบุตร ชื่อ สิคาลกะว่า ดูกร คฤหบดีบุตร เมื่อมารดาบิดา ได้อนุเคราะห์บุตรธิดาโดยสถาน ๕ แล้ว บุตรธิดาพึงปฏิการะตอบแทนโดยสถาน ๕ เช่นเดียวกัน คือ
๑. ท่านเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงท่านตอบ
๒. ช่วยทำกิจของท่าน ไม่ดูดาย
๓. ดำรงวงศ์สกุล ไม่ให้เสื่อม
๔. ประพฤติตนให้เป็นคนควรได้รับมรดก
๕. เมื่อท่านล่วงลับไป ทำบุญอุทิศให้แก่ท่าน

ทั้ง ๕ สถานนี้ สถานต้นเป็นข้อที่ผู้เป็นลูกควรทำ เพราะเราเจริญเติบโตได้ก็อาศัยที่ท่านมีเมตตาจิตให้การเลี้ยงดู เมื่อท่านแก่เฒ่าลงจึงเป็นหน้าที่ที่ลูกจะพึงเลี้ยงดูท่านเป็นการตอบแทน เป็นการชดใช้หรือทดแทนพระคุณท่านที่ทำไว้ก่อน มีภาษิตบทหนึ่งสำหรับเตือนใจผู้เป็นลูก ให้ทดแทนพระคุณท่านด้วยการเลี้ยงดูว่า อันทิศเบื้องหน้า บิดามารดาพึ่งอาศัยอย่าได้ดูถูก หมั่นปลูกอาลัย หมั่นเลี้ยงท่านไป ตราบม้วยชีวาการเลี้ยงท่านนั้น ท่านแสดงไว้ ๒ ประการ คือ
๑. การเลี้ยงภายนอก ได้แก่ การอุปฐากอย่างต่ำ
๒. การเลี้ยงภายใน ได้แก่ การอุปฐากอย่างสูง

การเลี้ยงภายนอกนั้น ได้แก่ การจัดหาข้าวปลาอาหาร และผ้าผ่อนท่อนสไบให้แก่ท่าน เป็นการเลี้ยงและให้ความสุขทางกายแก่ท่าน อันนับว่า เป็นอามิสบูชา เป็นส่วนการอุปฐากอย่างต่ำ

ส่วนการเลี้ยงดูภายในนั้น ได้แก่ การเลี้ยงดูน้ำใจท่าน โดยเป็นผู้เชื่อฟังตั้งอยู่ในคำสั่งสอนไม่ขัดข้องทั้งเป็นผู้หาโอกาส ทำให้ท่านเป็นผู้มีจิตใจ เป็นผู้เจริญด้วยคุณธรรม หาทางนำท่านผู้ไม่มีศรัทธาให้มีศรัทธา ผู้ไม่มีศีลให้มีศีล ผู้ไม่มีจาคะการบริจาค ให้มีจาคะการบริจาค ผู้ไม่มีปัญญาให้มีปัญญา ดังพระสารีบุตรเถระเจ้าแนะนำมารดาผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ ให้เป็นสัมมาทิฏฐิ นับว่าเป็นปฏิบัติบูชา เป็นส่วนแห่งการอุปฐากอย่างสูง

ลูกบางคนเลี้ยงมารดาบิดา เพราะเห็นแก่ทรัพย์สมบัติ ไม่คำนึงถึงพระคุณเป็นส่วนใหญ่ การทำเช่นนั้นไม่ชื่อว่าเป็นการสนองพระคุณท่าน อันเป็นส่วนกตัญญูกตเวทีเลย หากมารดาบิดาไม่มีทรัพย์สมบัติแล้ว ลูกก็ไม่เลี้ยงดูนำพาปล่อยให้เป็นอยู่ตามยถากรรม ลูกเช่นว่านี้เป็นลูกอกตัญญู ไม่รู้จักคุณ

เพราะเหตุนั้นการเลี้ยงดูท่าน จึงเป็นหลักอันสำคัญที่ลูกผู้กตัญญูกตเวทีจะพึงทำ เพราะเป็นเหตุนำมงคลคือความเจริญมาให้ ดังพระศาสดาตรัสไว้ในมงคลสูตรว่า ” มาตาปิตุอุปฏฐานํ เอตมฺมํคลมุตฺตมํ การเลี้ยงดูมารดาบิดา เป็นมงคลอย่างสูงสุด พระพุทธเจ้าทรงยกย่องและสรรเสริญผู้เลี้ยงมารดาบิดาไว้มาก แม้ภิกษุผู้บวชในพระธรรมวินัย ก็ยังทรงอนุญาตให้เลี้ยงมารดาบิดาได้ เที่ยวบิณฑบาตได้อาหารมา แม้ตนเองมิยังไม่ได้ฉันก็ให้แก่มารดาบิดาได้ ไม่ชื่อว่าทำศรัทธาไทยของทายกให้เสียไป ทั้งไม่มีโทษทางพระวินัยด้วย การช่วยเหลือทำกิจการงานของท่านนั้น เป็นหน้าที่ที่ลูกจะพึงกระทำ เพราะเป็นการผ่อนแรงท่าน ที่ตรากตรำหาเลี้ยงเรามา ไม่ทำตนเป็นคนดูดาย เอาแต่เที่ยวเตร่หาความสนุกสนาน ปล่อยให้ท่านทั้งสองทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำไปตามลำพัง อย่างน้อยผู้เป็นลูกต้องนึกบ้างว่า มารดาบิดาของลูกทุกคน เมื่อมีลูกก็ย่อมปรารถนาหวังพึ่งพาอาศัยบ้าง”

โบราณภาษิตบทหนึ่งกล่าวไว้ว่า “มีลูกเหมือนปลูกต้นโพธิ์ เมื่อใหญ่เมื่อโตจะได้อาศัย ยามเจ็บไข้จะได้ฝากไข้ ยามตายจะได้ฝากผี เวลาดีๆ เอาไว้ใช้สอย” ฉะนั้น จึงเป็นหน้าที่ที่ลูกไม่พึงละเลย ในการช่วยเหลือทำกิจการงานของท่าน ส่วนการประพฤติตนเป็นคนดี เมื่อรักษาวงศ์สกุลของตนไม่ให้เสียหาย และการประพฤติตนให้เป็นคนสมควรรับ และปกครองทรัพย์มรดกของท่านนั้น ก็ล้วนเป็นหลักสำคัญทั้งนั้น นอกจากจะเป็นการทำตนให้เจริญแล้ว ยังเป็นการทำให้ท่านพอใจและเกิดความสุข อันเป็นการเลี้ยงน้ำใจท่านด้วย 

ส่วนประการหลังนั้น เป็นการสนองพระคุณครั้งสุดท้าย แม้จะเป็นการทำลับหลังก็ตาม ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นว่า ตนเป็นลูกกตัญญูกตเวที ไปลืมความดีที่ท่านทำไว้แก่ตน ขวนขวายที่จะทำตอบแทนในเมื่อมีโอกาส เป็นการประกาศให้ทราบว่าเป็นคนหน้าคบหาสมาคม แม้ฝ่ายหนึ่งล่วงลับไปแล้ว ก็ยังระลึกถึงและหาทางสนองคุณ ฉะนั้นเมื่อมารดาบิดาล่วงลับไปจึงเป็นหน้าที่ที่ลูกต้องทำบุญอุทิศให้โดยแท้ ถ้าอยากเป็นลูกดี ก็ควรนึกถึงภาษิตเตือนใจบทหนึ่งที่ว่า 
“ลูกไม่ดี มีเท่าไร ไม่คุ้ม
ดุจลูกตุ้ม แกว่งไกว ไพร่สถุล
แต่ลูกดี มีหลัก รู้จักคุณ
หมั่นทำบุญ อุทิศให้ เมื่อวายปราณ”

การทดแทนพระคุณมารดาบิดานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ในมาตาปิตุคุณสูตรทุตนิบาต อังคุตตรนิกาย ความว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าว การทำตอบแทนได้ง่ายแก่ท่านทั้งสองท่านทั้งสองนั้นคือใคร? คือมารดาบิดา บุตรพึงประคับประคองมารดาบิดาด้วยบ่าขวาบิดาด้วยบ่าซ้าย เขามีชีวิตอยู่ถึง ๑๐๐ ปี และเขาพึงบำรุงมารดาบิดานั้น ด้วยการอบกลิ่น การนวด การให้อาบน้ำ และการดัด และท่านทั้งสองนั้นพึงถ่ายอุจจาระปัสสาวะรดบนบ่าทั้งสอง นั่นแหละภิกษุทั้งหลาย อนึ่งบุตรพึงสถาปนามารดาบิดาไว้ ในราชสมบัติอันเป็นอิสราธิปัตย์แห่งแผ่นดินใหญ่นี้อันมีรัตนะ ๗ ประการมากมาย กิจอย่างนั้นยังไม่เป็นอันบุตรทำแล้วหรือทำตอบแล้วแก่มารดาบิดานั้นเลย ข้อนั้นเป็นเพราะเหตุไร? ภิกษุทั้งหลาย เพราะมารดาบิดา เป็นผู้มีอุปการะมาก เป็นผู้บำรุงเลี้ยงแสดงโลกนี้แก่บุตรทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลายก็บุตรใดและยังมารดาบิดาผู้ไม่มีศรัทธาให้ดำรงมั่นอยู่ในศรัทธายังมารดาบิดาที่ทุศีลให้สมาทานดำรงมั่นอยู่ในศีล ยังมารดาบิดาตระหนี่เหนียวแน่น ให้ดำรงมั่นอยู่ในจาคะ ยังมารดาบิดาผู้ไร้ปัญญา ให้สมาทานดำรงมั่นอยู่ในปัญญา ภิกษุทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้มีประมาณเท่านี้แหละ กิจนั้นจึงชื่อว่า เป็นอันบุตรทำแล้ว ทำตอบแทนแล้ว ทำยิ่งแล้วแก่มารดาบิดา ดังนี้ เมื่อลูกทำได้ดังแสดงมานี้ จึงชื่อว่าเป็นการทดแทนพระคุณท่าน เป็นเหตุให้บุตรได้รับผลานิสงส์หลายประการคือ
๑. เป็นมงคล คือมีความสุขความเจริญแก่ชีวิต
๒. เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์
๓. เป็นเหตุให้ปฏิบัตินั้นพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

เพื่อจะแสดงอานิสงส์ของบุตรเพื่อเลี้ยงมารดาบิดานั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องพญานกแขกเต้า บรมโพธิสัตว์ เป็นอุทาหรณ์ ความว่า ” ดังได้ยินมาแต่กาลก่อน พระบรมโพธิสัตว์ เสวยพระชาติเป็นพญานกแขกเต้า อาศัยอยู่ป่าไม้งิ้ว แถบไหล่เขา วันหนึ่งพาบริวารไปหาอาหารยังป่าหิมพานต์ เพื่อเลี้ยงมารดาบิดาของตน ครั้งนั้นมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่าโกสิยะพราหมณ์ อาศัยอยู่ในสาลิยะคาม พราหมณ์ได้ใช้บริวารไปหว่านข้าวสาลี ในเนื้อที่ประมาณ ๗๐๐๐ ไร่ แล้วให้บริวารอยู่รักษา พระโพธิสัตว์ก็พาบริวารไปลงในนาของโกสิยะพราหมณ์ ฝูงนกแขกเต้าทั้งหลาย กินอิ่มแล้วบินมาแต่ปากเปล่า ส่วนพระโพธิสัตว์เจ้ากินแล้วก็คาบรวงข้าวมาเลี้ยงมารดาบิดาทุกๆ วัน บุรุษที่รักษานาข้าวสาลี จึงไปบอกแก่โกสิยะพราหมณ์ พราหมณ์ก็สั่งให้จับพญานกแขกเต้าทั้งเป็น อย่าฆ่าให้ตาย บุรุษผู้รักษานาก็ทำบ่วงแล้วดักพระโพธิสัตว์ จับพระโพธิสัตว์ได้ มัดมาให้แก่พราหมณ์ พราหมณ์จึงไต่ถามว่า ดูกรท่านผู้เป็นปักษี ท่านมาคาบรวงข้าวสาลีของเราไปทุกๆ วัน ท่านมีความโกรธเคืองเราหรือๆ ท่านนำไปใส่ยุ้งใส่ฉางไว้เป็นประการใด “

พระโพธิสัตว์จึงแจ้งว่า เรามิได้โกรธเคืองท่าน ยุ้งฉางสำหรับใส่ก็ไม่มี เรานำข้าวสาลีของท่านไปเพราะเหตุ ๓ ประการ คือ
๑. เอาไปใช้หนี้เก่า
๒. เอาไปฝังไว้
๓. เอาไปให้เขายืม

พราหมณ์จึงถามว่า เอาไปใช้หนี้เก่าก็ดี เอาไปฝังไว้ก็ดี เอาไปให้เขายืมก็ดี ท่านทำอย่างไร? พระโพธิสัตว์บอกว่า “เอาไปใช้หนี้เก่า” นั้นคือเอาไปเลี้ยงมารดาบิดาที่ชราหากินไม่ได้ท่านเลี้ยงเรามาไว้เติบใหญ่เหมือนหนึ่งเป็นเจ้าหนี้เราควรเลี้ยงดูท่านเหมือนเป็นลูกหนี้ เพราะฉะนั้น เราจึงคาบรวมข้าวสาลีไปให้แก่มารดาบิดาทุกวัน “เอาไปฝังไว้” นั้นคือไปให้นกทั้งหลายที่เจ็บไข้ และมีขนปีกยังอ่อนหากินไม่ได้ ให้เป็นทานการกุศล “เอาไปให้เขายืม” นั้นคือเอาไปให้ลูกยังอยู่ในรังยังหากินไม่ได้ นานไปเขาโตใหญ่ เขาจะเลี้ยงเราเมื่อแก่ชรา

พราหมณ์ทราบดังนั้น มีความโสมนัสยินดี บอกแก่พระโพธิสัตว์ว่า นับแต่นี้ไป เราจะมอบนาข้าวสาลีให้ท่าน จงพาบริวารมากินเถิด แล้วแก้เชือกที่มัดเท้าออกให้ ฝ่ายพระโพธิสัตว์ก็รู้จักประมาณ รับเอาเพียงเนื้อที่ ๘ ไร่เท่านั้น แล้วให้โอวาทแก่พราหมณ์ ให้ตั้งอยู่ในธรรมสุจริต ลงพราหมณ์ไปสู่ป่าไม้งิ้วอันเป็นที่อยู่แห่งตน

เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การเลี้ยงมารดาบิดานั้น เป็นมงคล คือ เป็นความดีสำหรับผู้ปฏิบัติ ดังเช่นพระยานกแขกเต้า ได้รับนาข้าวสาลีจากพราหมณ์ ไม่ต้องเดือดร้อนอีกต่อไป เป็นที่สรรเสริญของนักปราชญ์ คือ ผู้รู้ ดังเช่นพญานกแขกเต้าได้รับการสรรเสริญจากโกสิยะพราหมณ์ เป็นเหตุทำตนให้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เหมือนพญานกแขกเต้าได้รับอิสระ พ้นจากเครื่องพันธนาการของพราหมณ์

เพราะฉะนั้น เราทั้งหลายหญิงชายที่เกิดมาจงอย่าได้ประมาท จงปฏิบัติมารดาบิดาให้มีความสุข ทั้งส่วนที่เป็นอามิสบูชา และปฏิบัติบูชา เพราะเหตุว่ามารดาบิดา เป็นผู้มีคุณมากจะเอาแผ่นดินและน้ำ ท้องฟ้าอากาศและเขาสุเมรุราชมาชั่งด้วยคุณมารดาบิดาเบากว่า และยังชื่อว่าผู้ปฏิบัติย่อมได้รับประโยชน์ทั้งชาตินี้และชาติหน้าด้วย

แข่งบุญวาสนาเราแข่งกันไม่ได้ ภาษิตท่านกล่าวไว้ว่า ยามบุญมากาไก่กลายเป็นหงษ์ ยามบุญลงหงษ์เป็นกาหน้าฉงน น้ำไม่เซาะเกาะไม่พังพึงวังวน วิสัยผลที่จะผลิตเพราะเหตุมี หรือดังคำพังเพยที่กล่าวว่า เวลาบุญมา ปัญญาก็ช่วย ที่ป่วยก็หาย ที่หน่ายก็รัก เวลาบุญไม่มา ปัญญาก็ไม่ช่วย ที่ป่วยก็หนัก ที่รักก็หน่าย สิ่งทั้งหมดที่มันปรากฏการณ์อยู่แก่ตัวเราในปัจจุบัน มันเป็นผลที่ไหลมาจาเหตุจากภพก่อนทั้งนั้น สมดังคำพระอัสสชิเถระกล่าวแก่อุปติสสะมาณพว่า “เยธมฺมาเหตุปพฺพวา เตสํ เหตุงฺ ตถาคตโต ธรรมทั้งหลายย่อมไหลมาจากเหตุ คือ มีเหตุเป็นแดนเกิด” 

ขอบคุณลานธรรมจักร 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,906,697 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
นายกฯ วางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก วันจักรี
ไม่มีออมมือชำแหละนโยบายรัฐ อรรถกร ลั่น กล้าธรรม จัดเต็มฝ่ายค้าน
อนุทิน เปิดหัว ครม.นัดพิเศษ สั่งลุยงานวันแรก ย้ำทำเพื่อประชาชน
DBD ขนทัพ 40 แบรนด์ดัง บุกหาดใหญ่ สร้างเจ้าของกิจการ ฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้หลังอุทกภัย
ทรัมป์แถลงความคืบหน้าสงครามอิหร่าน ขู่ “จัดการอิหร่านได้ในคืนเดียว” กดดันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ตะลึงทั้งงาน! โอปอล สุชาตา งามดั่งนางในตำนาน กลางงานพนมรุ้ง
นายกฯอนุทินให้คำมั่น พาประเทศพ้นวิกฤตพลังงาน เดินหน้าคนละครึ่ง-สินเชื่อเกษตรกร
รมว.ยุติธรรม สั่ง DSI เช็กชื่อเรือทำน้ำมัน 57 ล้านลิตรล่องหน
งัดพรก.กำหนดค่ากลั่น ติดดาบอนุทิน สั่งกบง.หั่นต้นทุนทิพย์

Recent Posts

  • นายกฯ มั่นใจสงกรานต์ น้ำมันไม่ขาด ขอปชช.ปรับตัว หวั่นสถานการณ์ตะวันออกกลาง กลับมาเลวร้าย
  • ทรงศักดิ์ รับท้าทายคุม สทนช. แก้น้ำท่วม-แล้ง บอกโชคดี นั่งรองนายกฯ ได้ทำงานใกล้ชิดนายกฯ
  • ทรงศักดิ์ มั่นใจ รบ.หนู อยู่ครบ 4 ปี ไม่กังวลฝ่ายค้านแปลงเวทีแถลงนโยบายเป็นศึกซักฟอก
  • วันวิชิต เผยตัวละครลับ! กุญแจดอกสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ-อิหร่านหยุดยิง
  • ศาลอาญายกคำร้อง! ไม่ให้ประกันตัว ไผ่ ดาวดิน คดีชุมนุม 19 กันยาฯ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d