เบียดแคม (เรือ) ซีฟู้ด หรอยใกล้เล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กรกฎาคม 2560 เวลา 11:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/503164

เบียดแคม (เรือ) ซีฟู้ด หรอยใกล้เล

เรื่อง/ภาพ พาแลง

มีโอกาสแวะไปที่ร้านเบียดแคม (เรือ) ซีฟู้ด ที่ติดกับทะเลบางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร ตามคำบอกกล่าวของคนในพื้นที่ว่าเป็นร้านอาหารทะเล บรรยากาศดี ลมเย็น และวิวสวยระดับท็อป คำร่ำลือว่าอาหารสด สะอาด ราคาไม่แรง แม้จะเป็นร้านที่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองชุมพร แต่ก็เดินทางไม่ยาก และถ้าหากใครเดินทางด้วยเครื่องบินแล้ว ร้านนี้อยู่ใกล้สนามบินชุมพรนิดเดียว

เห็นชื่อร้านว่าเบียดแคม (เรือ) ซีฟู้ด หลายคนอาจจะสะดุ้ง แต่ชื่อนี้จากข้อมูลทราบมาว่านำร้านประมูลท่าเรือของทางราชการที่รกร้างมาปรับปรุงเป็นร้านอาหาร ทำเลของที่นี่จึงติดกับสะพานท่าเทียบเรือหาดบางสน บรรยากาศร้านยื่นออกไปในทะเล เมื่อเดินเข้าไปนั่งในร้านต้องถึงกับร้อง ว้าว! สวยมาก บรรยากาศชนะเลิศ สมกับที่ชื่อเบียดแคม (เรือ) เพราะมันคือท่าเรือสำหรับซื้อขายอาหารทะเลเลยทีเดียว

ร้านแบ่งเป็นสองโซนชัดเจน คือ ส่วนหน้าลานจอดรถ จะเป็นพื้นที่ของคนรักอาหารปิ้งย่าง จุดเด่นคือ สามารถกินปิ้งย่างในร้านโล่งๆ บรรยากาศริมทะเล ราคาสามัญชนมาก และส่วนที่สองคือเดินตามแนวสะพานที่ทอดยาวไปในทะเลยื่นออกไปจากฝั่งประมาณ 30 เมตร สัมผัสบรรยากาศทะเล รวมแล้วมีโต๊ะประมาณ 30 โต๊ะ เรียกว่ามาเป็นหมู่คณะได้สบายๆ สามารถมานั่งรับลมชมทะเล ชมปลากันได้เพลินๆ มาช่วงแดดร่มลมตก มาชมแสงท้องฟ้าสะท้อนทะเล

เมื่อเลือกโต๊ะเพื่อเสพวิวรอบร้านเรียบร้อยก็ได้เวลาของอาหาร ซึ่งอาหารที่นี่โดยรวมแล้วรสชาติดี จานไหนที่ควรเผ็ดก็รสเผ็ดจัดจ้าน อย่างเอ็นหอยผัดฉ่า หรือกุ้งผัดพริกเกลือที่กินกับข้าวสวยร้อนๆ แล้วเอาอยู่ หรืออาหารจานยำก็กลมกล่อม โดยเฉพาะเมนูแนะนำของร้านอย่างยำเบียดแคม (เรือ) ที่นำกุ้ง ปลาหมึก ปู ไปทอด ก่อนนำมาคลุกเคล้ากับน้ำยำรสเปรี้ยวหวานเผ็ดผสมผสานลงตัว และกุ้งอบเกลือ ที่กุ้งสดหวานและอร่อยมาก มีน้ำราดเป็นต้นหอมผัดเนยราดทำให้เนื้อกุ้งไม่แห้งและยังหวานชุ่มชื่น เป็นจานเรียกน้ำย่อยก่อนจานหลักจะพาเหรดมา ทั้งยำไข่ปลาหมึก และปลากะพงทอดน้ำปลา และอาหารพื้นบ้านทางภาคใต้ ปลากรายทอดกระเทียม แกงเหลือง และใบเหลียงผัดไข่ที่หอมและอร่อยมาก จนต้องสั่งจานที่สอง

ใครเดินทางมาชุมพรและอยากกินอาหารทะเลในบรรยากาศดีๆ ชมทะเล ภูเขา ก่อนพระอาทิตย์จะตก เป็นร้านอาหารที่อิ่มท้อง อิ่มตา ในราคาสบายกระเป๋า ร้านอยู่ห่างจากตัวเมืองชุมพรประมาณ 20 กว่ากิโลเมตร เดินทางมาตามถนนสาย 4004 ชุมพร ร้านอยู่สะพานท่าเทียบเรือหาดบางสน ใกล้สนามบินชุมพร ก่อนถึงประมาณ 4 กิโลเมตร ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 08-0143-2600 หรือ Facebook.com/beadcamseafood.chumphon/

 

ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 กรกฎาคม 2560 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/503163

ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

เรื่อง/ภาพ นพรัตน์ กิ่งแก้ว

ปัจจุบันร้านอาหารผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดทั่วเมือง จ.สุรินทร์ แต่เนื่องจากเศรษฐกิจย่ำแย่ใครมีเงินสายป่านยาวก็สามารถพยุงธุรกิจให้อยู่รอดได้ หรือมีสูตรเด็ดเคล็ดลับ รสชาติอร่อย ไม่เหมือนใคร ก็สามารถดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการแน่นร้านทุกวัน เช่นเดียวกับ ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา ตั้งอยู่บริเวณ 5 แยกโรงพยาบาลสุรินทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารเต็มร้านทุกวัน

รัตติกาล ยิ่งใหญ่ เจ้าของร้าน ป้าพิมพ์ปลาเผา บอกว่า ร้านป้าพิมพ์ เป็นชื่อคุณแม่คือ คุณแม่พิมพ์ ยิ่งใหญ่ อายุ 65 ปี ปัจจุบันเปิดให้บริการมาแล้วกว่า 30 ปี แต่คุณแม่ได้ยกกิจการให้ลูกชาย 3 คน ซึ่งมีทั้งหมด 3 สาขา ยังคงเมนูเด็ดปลาเผาสมุนไพรเผาเกลือ เสิร์ฟพร้อมกับชุดน้ำจิ้มรสเด็ด ผักสด มะเขือยาวเผา และยังมีเมนูอาหารอื่นๆ ไว้ให้บริการ หรือ รับประทานพร้อมกับปลาเผา เข้ากันได้อย่างดี เช่น ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่อบโอ่ง เป็นอีกเมนูที่ขาดไม่ได้เลย

รัตติกาล บอกอีกว่า ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-22.00 น. สำหรับราคาขายปลาเผา ขึ้นอยู่กับขนาดของตัวปลา และ ชุดอาหารที่รับประทานพร้อมปลาเผา ราคาเริ่มต้นที่ 130 บาท แพงสุดประมาณ 160 บาท โดยใช้สูตรเด็ดเคล็ดลับ คือ การยัดต้นตะไคร้ ข่า และใบมะกรูด ส่วนปลานิลจะสั่งซื้อจากผู้เลี้ยงปลากระชัง จาก จ.อุบลราชธานี

“เริ่มต้นเดิมที ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา เป็นธุรกิจในครอบครัวของสามี แม่สามีทำมานานกว่า 20 ปี ก่อนจะขยายเป็น 3 สาขา คือ ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ ที่บริเวณห้าแยกโรงพยาบาลสุรินทร์ และถนนศรีธนามิตร ต.ในเมือง ซึ่งแต่ละร้านจะขายอาหารสูตรดั้งเดิม”

ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา ถือว่าเป็นร้านขายปลาเผาสมุนไพรเจ้าตำรับเมืองสุรินทร์ ซึ่งเมนูยอดฮิตของชาวบ้านท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียง หากใครที่ชื่นชอบเมนูปลาเผาสมุนไพรเพื่อสุขภาพ เดินทางผ่านเมืองสุรินทร์ อยากลิ้มรสชาติความอร่อยของเมนูปลาเผาเชิญแวะรับประทานได้ที่ร้านป้าพิมพ์ปลาเผา ตั้งอยู่บริเวณ 5 แยกโรงพยาบาลสุรินทร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์

 

พิซซ่าเกาะลันตา พิซเซอเรีย มีดีที่ชีส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 กรกฎาคม 2560 เวลา 08:03 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/503354

พิซซ่าเกาะลันตา พิซเซอเรีย มีดีที่ชีส

โดย…สิทธิปูทะเลย์

 ชอบพิซซ่า ชอบชีส เพื่อนบอกให้ไปกินพิซซ่าร้านหนึ่งเชิงสะพานปิ่นเกล้า เพื่อนบอกมีร้านเดียวหาง่าย หลังเดินด้อมๆ มองๆ แทบจะเดินเลยร้าน ก็เห็นคนเดินหายเข้าไปหลายกลุ่ม มองตามจึงสะดุดตาที่เตาอบพิซซ่าขนาดใหญ่ พร้อมชื่อร้านที่สลัวเลอะเลือน แต่ยังพออ่านออกว่า พิซซ่าเกาะลันตา พิซเซอเรีย

จานแรกเริ่มที่ซีซาร์สลัดเรียกน้ำย่อย พร้อมซุปเห็ด ผักสลัดแน่นอนต้องกรุบกรอบ โรยหน้าด้วยแฮมทอดแห้งๆ ชีสสไลด์บางๆ รสชาติดีทีเดียว ส่วนซุปเห็ดร้อนๆ กลิ่นหอมแตะจมูก แต่สำหรับรสชาติยังไม่ค่อยเข้มข้นเหมือนร้านสลัดผักชื่อดัง อาจเพราะซุปเห็ดวันนั้นไม่ค่อยเข้มข้น ทำเสียอารมณ์เล็กน้อย

 ส่วนเมนูพิซซ่า มีพิซซ่าสารพัดหน้า เพิ่มชีส ขอบชีส มากินเพิ่มความอวบอิ่มกันหนึ่งถาดใหญ่ ซึ่งเมนูพิซซ่าต้องบอกว่าสำหรับชีส อร่อยจริง หอมกลิ่นชีส ให้ชีสเยอะ เครื่องเยอะ แต่แป้งค่อนข้างแข็ง เลยกระด้างไปนิด แต่พอรับประทานรวมๆ แล้วก็ถือว่าอร่อยพอใช้ได้ จานนี้แนะนำว่ามาถึงให้สั่งเลยเพราะต้องใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพราะอบเตาถ่านทำให้ต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็คุ้มกับการคอยเพราะชีสอร่อยจริง

แต่เมนูที่ชอบและขอชมว่าอร่อย คือ ผักโขมอบชีสและลาซานญ่าเนื้อ ที่มาเสิร์ฟพร้อมชีสเดือดปุดๆ ควันฉุย หอมละมุนละไม ซึ่งผักโขมอบชีสนี้อิฉันเลิฟมาก ไปรับประทานร้านไหนก็ชอบสั่ง ยอมรับร้านนี้อร่อยจริง ผักผัดได้สุกพอดี รสของชีสไม่เค็มเกิน มีกลิ่นหวานติดปลายลิ้นนิดๆ อร่อยจริง

 ส่วนลาซานญ่าเรียกว่าอร่อยมาก ชีสเยอะ หอม ใส่เนื้อผัดรสชาติดี แป้งก็อร่อย ตักมาแต่ละคำรอให้ไอร้อนๆ จางสักนิดแล้วค่อยกิน อืม…อร่อยล้ำ สองจานนี้ให้ 5 ดาวเลย

ร้านพิซซ่าแห่งนี้หาไม่ยาก เชิงสะพานปิ่นเกล้าฝั่งหอศิลป ถนนเจ้าฟ้า ตรอกโรงไหม ร้านอยู่ริมถนน แต่ที่ลำบากคือที่จอดรถ ซึ่งส่วนมากจะจอดที่วัดชนะสงครามและเดินตัดซอยหลังวัดมาเรื่อยๆ หรือจะเดินทางหน้าเลาะมาเชิงสะพานปิ่นเกล้าก็ไม่ไกล บรรยากาศดี ห้องน้ำห้องท่าสะอาดสมกับเป็นร้านอาหารระดับอินเตอร์

ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 11.30-22.30 น. สอบถามโทร. 08-1439-8474

 

 

กาแฟดีๆ …ก้นครัว Cherry Cube Cold Brew

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 กรกฎาคม 2560 เวลา 16:20 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/503168

กาแฟดีๆ ...ก้นครัว Cherry Cube Cold Brew

เรื่อง สีวลี ตรีวิศวเวทย์ภาพ Cookool Studio

คนชอบกลิ่นกาแฟจะรู้กันว่าเมล็ดกาแฟแต่ละพันธุ์มีความพิเศษเฉพาะตัวและความพิเศษไม่ว่าจะเป็นความหอม สี กลิ่น รส และ “บอดี้” ของกาแฟนั้นจะแสดงออกมาได้ชัดเจนขึ้นอยู่กับวิธีของการคั่วเป็นสำคัญ

กาแฟบางชนิดเหมาะสำหรับคั่วเข้มๆ จะได้กลิ่นหอมมากกว่าคั่วอ่อน ส่งกลิ่นให้เกิดเป็นน้ำตาลไหม้คาราเมล หรือหอมกลิ่นถั่ว กาแฟบางชนิดเหมาะสำหรับคั่วกลางๆ ไปจนถึงอ่อน เพราะจะได้กลิ่นที่หอม โดยไม่ได้ความขมจัด กลิ่นคั่วแรงจนไปบดบังลักษณะเฉพาะตัวของกลิ่น อย่างล่าสุดผู้เขียนได้รับเมล็ดกาแฟมาจาก Panama ได้ข่าวและได้อ่านสมบัติของกาแฟชนิดนี้มาว่าเป็นกาแฟปลูกในเทือกเขาสูงกว่า 1,400 เมตรขึ้นไป แถมในแต่ละจุดยังมีลักษณะอากาศเฉพาะตัวที่เรียกว่า Microclimate อยู่ในป่าชื้นที่มีร่มเงาแต่มีแดดสม่ำเสมอ ส่งผลให้กาแฟที่ได้มีกลิ่นหอมจากกรดต่างๆ ที่สะสมอยู่ในเมล็ด นี่คือเหตุของกลิ่นหอมๆ ที่เขาว่ากันว่าเป็นเลิศของคอกาแฟ

จุดเด่นของกาแฟปานามาที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นทำให้นักคั่วกาแฟ นิยมคั่วสูงสุดแค่แบบ Medium Roast หรือคั่วกลาง ไปจนถึงคั่วอ่อน เห็นได้ชัดจากเมล็ดกาแฟที่เมื่อเปิดถุงมาดู เห็นเมล็ดเป็นสีน้ำตาลด้านๆ ไม่มีความเงาของน้ำมันออกมาแบบกาแฟคั่วเข้มเลย

กาแฟปานามาจึงเหมาะกับ “ขาดริป” คือ ใครชอบกาแฟแบบดริป หรือรินน้ำผ่านกาแฟบดจะต้องติดใจกับความหอมของกาแฟจากปานามาเพราะกลิ่นหอมพิเศษ และการคั่วที่เข้ากันได้ดีกับวิธี ชงแบบนี้ แน่นอนว่าผู้เขียนตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงเช้าวันใหม่ เพื่อจะได้ชงกาแฟปานามาชิม

 

อ่านดูจากฉลากและไปเปิดคู่มือกาแฟพบว่าเมล็ดกาแฟปานามาที่ได้มานั้นเป็น “ขั้นเทพ” ของเมล็ดกาแฟ เพราะ Panama Geisha นั้นเมล็ดพันธุ์เขาดีอยู่แล้วมี ต้นกำเนิดจากเอธิโอเปีย แถมยังเป็นล็อตที่เก็บตอนใกล้วัน San Jose ซึ่งเป็นเทพประจำย่านที่ปลูกกาแฟพันธ์ุนี้ เมล็ดกาแฟมีลักษณะเมล็ดใหญ่มองดูคล้ายเรือ บดแล้วชงผ่านน้ำร้อน กลิ่นหอมรัญจวนใจ สีของน้ำกาแฟห้วงแรกต้องบอกว่าสีอมแดงนิดๆ มีกลิ่นหวานน่าดื่มมากจนทำให้ ผู้เขียนคิดถึงเชอร์รี่สด สุกๆ หวานๆ แถมมีกลิ่นหอมที่อมเปรี้ยวน้อยมากๆ ต่างจากกาแฟคั่วอ่อนทั่วไป

ไม่ช้ากาแฟพันธุ์ดีนี้ก็หมดสต๊อก ที่บ้านไป ฉบับนี้จึงอยากทำกาแฟเย็นขึ้นมาสักแก้ว ที่มีความหอมหวานของ เชอร์รี่ลงไปผสมด้วย ไอเดียมาจาก ร้านกาแฟฮิปแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่นที่เขาเสิร์ฟกาแฟกึ่งค็อกเทลหอมกลิ่นเชอร์รี่ แรงด้วยความหอมของแอลกอฮอล์และหอมด้วย กลิ่นของกาแฟคั่วเข้มสักหน่อยและเหล้ากาแฟ

ไม่น่าเชื่อว่ากาแฟเข้ากันได้ดีกับ เชอร์รี่อย่างไม่น่าเชื่อ เหตุนี้ผู้เขียนจึงลองหาน้ำเชอร์รี่แบบกล่องยูเอชทีที่มีขายตามร้านนำมาทำเป็นน้ำแข็ง เพราะกาแฟเย็นที่อร่อย น้ำแข็งต้องอร่อยด้วย เติมกลิ่นวานิลาลงในกาแฟนิดๆ เพื่อให้ละมุนขึ้น ทันทีที่ดื่มกาแฟเย็นเชอร์รี่ จะได้ความหอมของกาแฟที่ขมน้อยๆ เข้ากันได้ดีกับความหอม หวานอมเปรี้ยวของน้ำเชอร์รี่

สำหรับผู้เขียนไม่ชอบกาแฟหวานนัก เลยเลี่ยงอาศัยความหวานของน้ำเชอร์รี่ไปแทน ส่วนใครชอบหวานเติมน้ำเชื่อมหน่อย เชื่อว่ากาแฟเย็นหอมกลิ่นเชอร์รี่น่าจะกลายเป็นยาชูใจในยามร้อนได้ ไม่ยาก

 

Cherry Cube Cold Brew

ส่วนผสม

– กาแฟเม็ด 50 กรัม

– น้ำสะอาด 200 มล.

– กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา

– น้ำเชอร์รี่ ประมาณ 250 มล.

– เชอร์รี่สด แกะเม็ดกลางออกในปริมาณตามชอบ

– น้ำเชื่อมตามชอบ (อัตราส่วนของน้ำเชื่อม 1:1 ตามน้ำหนัก)

วิธีทำ

– ทำน้ำแข็งจากน้ำเชอร์รี่ โดยรินน้ำเชอร์รี่ใส่ลงในทำน้ำแข็ง แช่ช่องแข็งไว้จนกว่าจะแข็งตัว

– บดกาแฟด้วยเครื่องบดให้มีความละเอียดประมาณทรายหยาบๆ

– ตั้งน้ำร้อนให้เดือด ในขณะที่รอน้ำร้อนเดือด เตรียมกระดาษกรองและชุดกาแฟดริปให้พร้อม เมื่อกาแฟเรียบร้อยแล้ว เทน้ำเดือดให้กระดาษกรองชุ่มน้ำตักกาแฟบดใส่ลงในกรวยกระดาษกรอง ค่อยรินน้ำร้อนลงไปทีละน้อยจนครบ 250 มล. ภายในเวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 นาที รอให้กาแฟเย็นสนิทจึงเติมกลิ่นวานิลลาลงไป

– เมื่อต้องการเสิร์ฟ แกะน้ำแข็งเชอร์รี่ใส่ลงในแก้วเสิร์ฟ ค่อยๆ รินกาแฟที่เย็นสนิทแล้วลงใส่แก้ว โดยแบ่งเป็น 2 เสิร์ฟ ใส่ลูกเชอร์รี่สดลงไป เสิร์ฟพร้อมน้ำเชื่อมใส่ตามชอบ

 

 

เกาะกระแสความนิยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 กรกฎาคม 2560 เวลา 08:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/502022

เกาะกระแสความนิยม

โดย…ชินวัฒน์ สิงหะ

 ใครจะคิดว่า ทุเรียนที่ไม่ได้มีดกดื่นและเป็นผลไม้ประจำถิ่นภาคกลาง จะไปโผล่มาเป็นวัตถุดิบอันแสนอร่อยที่ร้านแมงปอคอฟฟี่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เปิดตัว “เค้ก-เครปทุเรียน” เพื่อให้ตรงตามกระแสความนิยมและความต้องการของตลาด หวังช่วยกระตุ้นยอดขาย ควบคู่กับขนมเค้กรสอื่นๆ

ปรากฏว่าลูกค้าผู้ชื่นชอบรับประทานทุเรียนสั่งซื้อแต่ละวันจนทำแทบไม่ทัน

 ใน 1 ปีจะสามารถทำได้แค่ช่วงฤดูที่ทุเรียนออกเท่านั้น ทุเรียนซึ่งทางร้านนำมาทำจะเป็นพันธุ์หมอนทอง โดยจะคัดทุเรียนที่มีคุณภาพดีเท่านั้นมาทำให้ลูกค้าลิ้มลอง

พรสวรรค์ เอกภาพันธ์ หรือกิ๊ฟ เจ้าของร้านแมงปอคอฟฟี่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก บอกว่า ทุเรียนได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งผลไม้ มีหลายพันธุ์ แต่ที่ทางร้านนำมาทำเค้กและเครปจะเป็นพันธุ์หมอนทอง เพราะมีเนื้อมากและกลิ่นไม่แรงมากนัก

 ทางร้านจะคัดทุเรียนที่มีคุณภาพดีเท่านั้นมาทำให้ลูกค้าทาน ซึ่งเมื่อนำเนื้อครีมมีส่วนผสมของเนื้อทุเรียนหมอนทอง จึงทำให้มีความหอมของทุเรียนและมีความนุ่มลิ้นมาก

พรสวรรค์ บอกอีกว่า ปกติเป็นคนที่ชื่นชอบรับประทานทุเรียนอยู่แล้ว ก็เลยคิดว่า 1 ปีทุเรียนให้ผลผลิตครั้งเดียว ดังนั้นน่าจะทำอะไรได้หลายอย่าง เดิมๆ ที่เห็นมีแต่ทุเรียนทอด หรือทุเรียนกวน ก็เลยคิดว่าน่าจะมาเป็นรูปแบบของเค้ก หรือเบเกอรี่ ก็เลยลองทำทานเอง ปรากฏว่าเข้ากันได้ดี ถ้าเอามาทำเป็นเครปพับ หรือเครปเค้ก เลยลองทำขาย ปรากฏว่ากระแสตอบรับดี

 “ปัจจุบันผลิตขายทั้งหน้าร้าน และเปิดออร์เดอร์ผ่านโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก และแฟนเพจ มีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางร้านจะมีบริการส่งในเขตเมืองในช่วงเย็น หากไกลก็จะคิดตามระยะทาง การผลิต จะทำวันต่อวันเท่านั้น และจนกว่าจะหมดฤดูของทุเรียน” พรสวรรค์ กล่าว

 สำหรับลูกค้าที่สนใจอยากจะลิ้มรสชาติของเครปพับหมอนทอง เครปเค้กหมอนทอง สามารถหาซื้อได้ที่ร้าน ตั้งอยู่เยื้องโรงแรมอมรินทร์ลากูน หรือสามารถสั่งทางอินบ็อกซ์ของทางร้าน ชื่อ แมลงปอ Cafe’ (Gift cake homemade) โทร.08-8812-1288 ร้านเปิดเวลา 09.00-19.00 น. หยุดทุกวันพุธ

 

กาแฟดีๆ…ก้นครัว Cold Orange Drip

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 กรกฎาคม 2560 เวลา 12:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/501954

กาแฟดีๆ...ก้นครัว Cold Orange Drip

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

เริ่มต้นมาจากความชอบดื่มกาแฟแบบ “ดริป” หรือกาแฟที่ใช้วิธีค่อยๆ รินน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 94-96 องศาเซลเซียส ผ่านเมล็ดกาแฟบดที่อยู่ในกระดาษกรอง รินช้าสักหน่อย สังเกตความเร็วของน้ำด้านบนที่ออกมาจากกาต้มน้ำร้อนให้สัมพันธ์กับความเร็วของกาแฟที่ค่อยๆ ไหลรินจากปลายของกรวยกาแฟ ที่ผ่านกระดาษกรองลงมาในแก้ว ผู้เขียนชอบการชงกาแฟแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนที่เขาจะฮิตเป็นวิถีฮิปสเตอร์แบบในปัจจุบัน ถ้าใครชอบกาแฟที่มีความใสแต่มีกลิ่นหอม วิธีดริปจึงจะเหมาะที่สุดในความเห็นส่วนตัว นอกเสียจากว่าอยากจะดื่มกาแฟเย็นถึงจะหันไปหาเครื่องชงแบบเอสเปรสโซ่ เพื่อให้ได้หยดกาแฟที่เข้มข้นจนเติมได้ทั้งนมและน้ำตาล

คนรักกาแฟดริป ต้องนิยมกาแฟที่คั่วไม่เข้มมาก ชอบความหอมแบบเฉพาะตัวของเมล็ดกาแฟแต่ละพันธ์ุจะยิ่ง “ฟิน” กับกาแฟชนิดนี้ เพราะถ้าคั่วเข้มไปอาจจะได้เพียงแค่ความขมและความหอม ภาษาของผู้เขียนขอใช้คำว่า ถ้าคั่วอ่อนๆ ไปจนถึงปานกลาง เมื่อ Brew ออกมานอกจากความหอมและขมไม่มาก ยังได้ความหวานชุ่มคอ กลิ่นที่ค่อยๆ กำซาบออกมาจากเมล็ดกาแฟบดชวนให้คิดถึงกลิ่นหอมต่างๆ คล้ายส้มบ้าง เชอร์รี่บ้าง บางครั้งคล้ายโกโก้ มีบางพันธุ์ให้ความหอมคล้ายคาราเมลและเครื่องเทศ นี่แหละเสน่ห์ของกาแฟดริปที่ชอบ โดยเฉพาะคนชอบกาแฟดำ อยากให้ลองดื่มกาแฟดริป เพราะยิ่งเพิ่มอรรถรสในการดื่มมากยิ่งขึ้นไปอีก

 

ปกติดื่มกาแฟดริปแบบร้อน วันก่อนตะเกียงอุ่นกาแฟให้ร้อนตลอดเวลาดับไปเสียก่อนที่กาแฟจะหมด ทำให้กาแฟชืดไปไม่หอมอร่อยแล้ว พอดิบพอดีกับกาแฟที่ชงนั้นมีกลิ่นหอมในลำคอคล้ายกลิ่นดอกส้ม พานให้นึกไปถึงกาแฟเย็นร้านหนึ่งที่เคยไปชิมมา เขาเสิร์ฟกาแฟดำกับน้ำแข็งและส้มสด 1 เสี้ยว ดื่มแล้วชื่นใจคลายความล้าของสมองไปได้เยอะ จึงปรี่ไปที่ตู้เย็นฝานผิวส้มบางๆ ลงในแก้ว ตามด้วยน้ำแข็ง 2-3 ก้อน คล้ายเสิร์ฟวิสกี้ออนเดอะร็อก ตามด้วยส้มผ่าเสี้ยวสักนิดไม่ได้กะให้มีน้ำส้มลงไปผสม

ว่าแล้วก็รินกาแฟที่เย็นชืดลงไป จิบดูแล้วรู้สึกเสมือนว่ากาแฟชืดในกานั้นถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่เลย ยิ่งได้เหล้าส้มเหยาะลงไปหน่อยเพื่อจงใจเพิ่มความหอมไม่หวังความเมา ยิ่งกลายเป็นเพิ่มความกิ๊บเก๋ให้เครื่องดื่มกาแฟเย็นแก้วนี้ หลายคนชิมแล้วร้องขอน้ำเชื่อมอีกนิดอยากให้มีความคล้ายค็อกเทลสักหน่อยก็อร่อยเพิ่มขึ้นไปอีก

อันที่จริงสูตรนี้มาจากกาแฟเหลือในเช้าวันหนึ่ง หากคุณผู้อ่านอยากปรุงกาแฟแก้วนี้ที่บ้าน ต้องชงขึ้นมาใหม่ผู้เขียนมีวิธีคร่าวๆ ให้ อาจจะชงกาแฟไว้ใส่ขวดแช่เย็นสำหรับรอเวลาจะเหมาะกว่า เพราะอุณหภูมิที่เย็นยะเยือกของกาแฟจะได้ไม่ถูกเจือจางด้วยน้ำแข็งไปได้ง่าย เมื่อเทียบกับกาแฟที่ยังมีอุณหภูมิ

 

Cold Orange Drip Coffee

ส่วนผสม

กาแฟเม็ด 45 กรัม

น้ำสะอาด 250 มล.

ส้มสดหั่นเสี้ยว 2 เสี้ยว

ผิวส้ม ฝานบางๆ เป็นเส้น 2-3 ชิ้น/แก้ว

เหล้าส้ม 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 15 มล.หรือตามชอบ)

น้ำเชื่อมตามชอบ (อัตราส่วนของน้ำเชื่อม 1:1 ตามน้ำหนัก)

วิธีทำ

บดกาแฟด้วยเครื่องบดให้มีความละเอียดประมาณทรายหยาบๆ

ตั้งน้ำร้อนให้เดือด ในขณะที่รอน้ำร้อนเดือด เตรียมกระดาษกรองและชุดกาแฟดริปให้พร้อม เมื่อกาแฟเรียบร้อยแล้ว เทน้ำเดือดให้กระดาษกรองชุ่มน้ำ ตักกาแฟบดใส่ลงในกรวยกระดาษกรอง ค่อยรินน้ำร้อนลงไปทีละน้อยจนครบ 250 มล. ภายในเวลาไม่ต่ำกว่า 3-4 นาที รอให้กาแฟเย็นสนิท

ฝานผิวส้มใส่ในแก้ว เติมน้ำแข็งลงไปพร้อมกับส้มสักเสี้ยว เทเหล้าส้มลงไป จากนั้นเมื่อพร้อมเสิร์ฟค่อยๆ รินกาแฟที่เย็นสนิทแล้วลงใส่แก้ว โดยแบ่งเป็น 2 เสิร์ฟ

 

ร้านลาบอันซีนเชียงใหม่ รสชาติอร่อย บรรยากาศชายทุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 กรกฎาคม 2560 เวลา 11:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/500717

ร้านลาบอันซีนเชียงใหม่ รสชาติอร่อย บรรยากาศชายทุ่ง

เรื่อง…ชีวิน ศรัทธา

กลยุทธ์ทางการตลาดที่แปลกแหวกแนว กลายเป็นจุดขายจนฮิตติดลมบน โดยเฉพาะหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน เมื่อมีเวลาว่างต้องแวะเวียนไปรับประทานอาหารที่ร้านลาบชนบทอันซีนเชียงใหม่ ชื่อ “ร้านเมียด่ายังมาอยู่” บริหารงานโดย กานต์ ทิพย์จักร ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านม่วงโตน หมู่ 6 ต.แม่ฮ้อยเงิน อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ หรืออยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 30 กิโลเมตร ท่ามกลางบรรยากาศชายทุ่งลมเย็นล้อมรอบด้วยภูเขาเขียวขจีอากาศเย็นสบาย

กานต์ บอกว่า ทางร้านเปิดให้บริการมานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นร้านลาบและอาหารภาคเหนือสูตรโบราณขนานแท้ แต่เดิมชื่อ “ร้านโค้งเสน่ห์” เพราะอยู่ทางมุมโค้งเป็นร้านลาบเหนือแบบพื้นบ้านทั่วๆ ไป แต่เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีชายสูงวัยเข้ามานั่งรับประทานลาบในร้าน และนั่งนานไม่ยอมกลับ จนกระทั่งภรรยาต้องมาตามหลายรอบก็ไม่ยอมกลับ จึงถูกภรรยาดุด่า แต่วันต่อมาก็ยังมานั่งรับประทานอีก จึงคิดว่าร้านนี้ควรจะเปลี่ยนชื่อเสียใหม่จากร้านโค้งเสน่ห์ มาเป็น “ร้านเมียด่ายังมาอยู่” ซึ่งพอเปลี่ยนชื่อได้ไม่นาน มีลูกค้านำไปโพสต์ลงในโลก โซเชียล ทางเฟซบุ๊ก กลายเป็นจุดสนใจและเรียกลูกค้าแห่มาใช้บริการเป็นจำนวนมาก

“ทางร้านจึงได้จ้างพนักงานที่เป็นหญิงชาวบ้านจำนวนหลายคน เพื่อมาเสิร์ฟให้ลูกค้า ซึ่งลูกค้าที่อยู่ทางไกลต้องโทรมาจองโต๊ะล่วงหน้า จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่วไปในเวลานี้ แต่เราต้องรักษาคุณภาพของอาหาร รสชาติอร่อยสูตรโบราณขนาดแท้ ราคาไม่แพง ชามใหญ่แค่ 50 บาทเท่านั้น ด้วยการที่ทางร้านไม่เอาเปรียบลูกค้า จึงมีการบอกปากต่อปากและมีการโพสต์ลงโซเชียล ยิ่งทำให้ลูกค้ารู้จักร้านอย่างแพร่หลายในขณะนี้”

กานต์ บอกอีกว่า เมนูเด็ดมีให้เลือกรับประทานหลากหลายเมนู เช่น ลาบหมู ลาบควายทั้งดิบและสุก มีเนื้อย่าง แกงอ่อม หลู่ ส้าเนื้อดิบ ส้มตำ ต้มแซ่บ ส่วนผู้ที่ชื่นชอบของหวานก็มีเมนูหวานคาวนานาชนิดให้สั่งรับประทาน

ร้านเมียด่ายังมาอยู่ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. ทุกวัน สำรองโต๊ะล่วงหน้าโทร.08-7175-1528

 

ครัวยุพิน ทะเลกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

01 กรกฎาคม 2560 เวลา 10:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/500830

ครัวยุพิน ทะเลกรุงเทพฯ

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

 ช่วงนี้เราจะเห็นภาพว่อนทั่วหน้าวอลล์เฟซบุ๊ก ฮิตสุดๆ หนีไม่พ้น ภาพทะเลกรุงเทพฯ ทะเลกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้หมายถึง ทะเลย่านบางขุนเทียน แต่ในฤดูฝนที่มาเร็ว ตกแรง เราจึงเห็นทะเลกรุงเทพฯ เป็นหย่อมๆ ทั้งทะเลกรุงเทพฯ รัชดา ทะเลกรุงเทพ ฯลฯ

ทว่าครานี้จะพาเที่ยวทะเลกรุงเทพฯ จริงๆ ย่านถนนบางขุนเทียนเพื่อไปชิมอาหารทะเล ในถนนเส้นนี้จะมีร้านอาหารทะเลมากมายให้เราจอดรถเข้าไปชิม อาหารทะเลสดๆ รสชาติถูกปาก แต่ว่าจะอร่อยมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับร้านที่เราจะเลือกเข้าไปใช้บริการนั่นเอง

พาเข้าไปลองชิมร้าน ‘ครัวยุพิน’ ร้านนี้ห่างจากถนนพระราม 2 มุ่งตรงเข้าสู่ถนนที่มุ่งไปชายทะเลบางขุนเทียน ซึ่งมีระยะห่างประมาณ 13 กิโลเมตร

 เราจะเห็นร้านอาหารและหมู่ศาลาที่ยื่นลงไปในบึง น้ำ ไม่ว่าจะไปทานตอนเที่ยง หรือตอนเย็นยังได้รับกระแสลมพัดที่เย็นสบาย ไม่ร้อน มีให้เลือกทั้งนั่งบนโต๊ะปกติ หรือจะนั่งพื้น มีโต๊ะนั่งสไตล์ญี่ปุ่นให้ลูกค้าเลือกกันตามสบายใจชอบ

สำหรับเมนูอาหารมีหลากหลายให้เลือก ทั้งแกงส้ม ต้ม ยำ กุ้งเผา ปลาเผา ปลาหมึกย่าง ปลาหมึกทอด จะเลือกเมนูไหน ก็ดูกระเป๋าตัวเองกันไป

 หากอยากจะทานกุ้งแม่น้ำย่าง สนนราคากิโลฯ ละ 1,500 บาท งานนี้ผู้เขียนขอผ่านละกัน ไปสั่งปลาหมึกไข่ย่างจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด ซึ่งถือว่ารสชาติอร่อยดี หมึกสดๆ ไข่เต็มพุง ทานแล้วหนุบหนับๆ จานนี้ราคา 240 บาท ได้ปลาหมึกมา 1 ตัวใหญ่ๆ ถัดมาเป็นปลากะพงทอดน้ำปลา ทอดได้ดี กรอบนุ่ม ปลาสด จานนี้ราคาตามน้ำหนัก ซึ่งอยู่ที่ราวๆ 350 บาท

ถ้ารสชาติอาหารที่สั่งถูกใจก็สั่งไปเรื่อยๆๆๆ เมนูแกงส้มผักรวม หน่อไม้ดอง ไข่ปลาริวกิว แล้วแต่จะเลือกว่าใส่ผักอะไร ผู้เขียนเลือกแกงส้มผักรวม น้ำแกงส้มแบบรสชาติคนกรุงเทพฯ หวานเปรี้ยว หม้อนี้บอกเพียงว่า พอทานได้ เพราะให้เปรียบเทียบกับแกงส้มแบบปักษ์ใต้จะได้กันคนละรสชาติ มาเป็นหม้อไฟ 1 หม้อ 300 บาท

 ต่อด้วยออส่วนหอยนางรม มีให้เลือกว่าจะกรอบหรือนุ่ม ไม่แพง กระทะละ 100 บาท ปูผัดผงกะหรี่ เลือกเฉพาะเนื้อปู จานละ 450 บาท เด็ดสุดๆ สำหรับร้านนี้ให้เลย กุ้งแช่น้ำปลา ส้มตำทะเล รสชาติจัดจ้าน ราคาไม่แพง สั่งไปโลดๆ

นอกจากนี้ ยังมีหอยแครงลวกสั่งทั้งลวกแบบสุกและลวกแบบสดๆ คือยังมีเลือดสดๆ หวานอร่อยหอยแครงตัวเล็กแบบดั้งเดิม ถือว่าเยี่ยม ต่อด้วยหอยหวานเผา

 สรุปสำหรับวันหยุดที่ผ่านมา กับการไปเที่ยวทะเลกรุงเทพฯ ที่บางขุนเทียน ทานมื้อบ่ายๆ ที่ครัวยุพิน ถือว่า อร่อย!!!

 

แซ่บๆ แสบทรวง ก๋วยเตี๋ยวบก สูตรแม่นุช

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 มิถุนายน 2560 เวลา 15:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/500755

แซ่บๆ แสบทรวง ก๋วยเตี๋ยวบก สูตรแม่นุช

วิถีชีวิตแบบติดโซเชียลเน็ตเวิร์กมีผลให้ผู้เขียนได้สูตร “ก๋วยเตี๋ยวบก” ของเราในฉบับนี้มาจากคุณนีรนุช ปัทมสูตร หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “แม่นุช” ผลจากการติดตามหน้าเฟซบุ๊กของ “ข้าวตู” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่นุช พบว่าสำรับอาหารที่บ้านของเพื่อนช่างน่ากิน เดี๋ยวๆ มีเมนูใหม่ๆ น่าสนใจไม่ซ้ำกับบ้านอื่นๆ เลย ที่สำคัญแต่ละเมนูมีเสน่ห์ของส่วนผสม หรือกรรมวิธีแตกต่างจากบ้านอื่นเขา เลยตะล่อมขอสูตรจากเพื่อนพร้อมรบกวนสัมภาษณ์แม่นุชให้เผยถึงเคล็ดลับในฉบับนี้

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

อย่างสูตรก๋วยเตี๋ยวบกในฉบับนี้ ต้องบอกเลยว่าหน้าตาอาจเหมือนก๋วยเตี๋ยวบกสูตรอื่นๆ แต่เมื่อทดลองสูตรทำชิมกัน พวกเราตกใจกับส่วนผสมสุดอลังการที่แม่นุชสรรหามาผสมรวมกันไว้ในจานนี้ เอาเฉพาะตระกูลเนื้อสัตว์ต้องบอกเลยว่ามีถึง 6 อย่าง ยกล้อกันมาลงในจานอย่างพร้อมเพรียง

ขนาดแม่นุชออกตัวว่าเพิ่งมาเริ่มทำกับข้าวเป็นภายหลัง โดยอาศัยประสบการณ์ในการรับประทานมาสร้างฝีมือในการปรุง แต่รายละเอียดแม่นุชไม่ปล่อยผ่านเลย แม้กระทั่งเนื้อหมูสับในเครื่องยังปรุงรสด้วย “สามเกลอ” รวนให้หอมฟุ้งปรุงรสให้กลมกล่อมเสียก่อน หรืออกไก่ต้มสุกต้องเติมซีอิ๊วขาวให้หอมๆ มีไก่ฉีกแล้วแม่นุชขอใส่ไก่อบชานอ้อยลงไปด้วย ทำให้ได้กลิ่น Smoky นิดๆ เวลากัดโดนแต่ละคำ

สำหรับตระกูลผักในก๋วยเตี๋ยวบกของเราแม่นุชคัดมาจากความชอบส่วนตัวด้วย อย่างขึ้นฉ่ายมีความโดดเด่นตรงความหอมกรอบอันเป็นเอกลักษณ์ แม่นุชแนะนำให้ตัดเป็นท่อนๆ แล้วบากหัวท้ายเป็นกากบาท แช่น้ำเย็นเจี๊ยบไว้ กลายเป็นความละเมียดที่ทำให้ก๋วยเตี๋ยวบกแม่นุชน่ารับประทานมากขึ้น นอกจากผักพื้นๆ อย่างผักกาดหอม แม่นุชขอเสริมทัพผักด้วยกะหล่ำปลีสีม่วงเพราะทั้งสีสวย กรอบอร่อยยังเต็มไปด้วยสารแอนติออกซิแดนท์ ขาดไม่ได้ต้องมีพร้อมทั้งโหระพา สะระแหน่เด็ดเป็นใบๆ จะได้รับประทานง่ายๆ แม้แต่ถั่วงอกแม่นุชยังเด็ดหางไปเสียเกลี้ยง ดูโทรทัศน์ไปด้วย เด็ดไปด้วยจนกลายเป็นก๋วยเตี๋ยวบกฝีมือละเมียดที่ผู้เขียนต้องยกนิ้วให้ในความใส่ใจในรายละเอียด เรียกว่ามองเห็นเลยว่าเพื่อนเราได้รายละเอียดขนาดนี้มาจากแม่นุชนั่นเอง

สำหรับน้ำราดก๋วยเตี๋ยวบกนั้น แม่นุชเล่าให้ฟังว่าสูตรนี้ไม่ขอเรียกว่า “ยำ” เพราะมีความเป็นก๋วยเตี๋ยวมากกว่าทั้งจากกระเทียมเจียวที่ช่วยให้หอมอร่อยแล้ว ยังโรยตังฉ่ายสร้างเสน่ห์เนื้อสัมผัสคล้ายกับในก๋วยเตี๋ยวจริงๆ ยังมีน้ำราดที่คล้ายๆ กับการปรุงก๋วยเตี๋ยวแห้ง เพื่อรับประทาน มีน้ำปลา น้ำตาลทรายและน้ำส้มสายชู ปรุงแล้วโรยด้วยพริกป่น

สูตรน้ำราดก๋วยเตี๋ยวบกของแม่นุช จึงเลือกใช้พริกป่นแต่งความเผ็ดจี๊ดๆ ส่วนใครชอบรสจัดยิ่งขึ้นไปอีก แม่นุชรับรองว่าซอยพริกขี้หนู บีบมะนาวลงไปเพิ่มก็ยิ่งได้รสชาติ ไม่ผิดเพราะอะไรที่ทำให้อร่อยแม่นุชบอกให้จัดไปอย่าให้ขาด สูตรนี้อนุญาตให้ไม่ต้องเคี่ยวให้เดือดในหม้อ ใครถนัดใช้ไมโครเวฟแม่นุชก็อนุโลม เพราะจะสะดวกแบบไหนก็ได้ทั้งนั้น ยิ่งมีน้ำกระเทียมดองลงไปด้วยนิดยิ่งอร่อยขึ้น ขอเพียงอย่างเดียวถ้าจะให้อร่อยถึงเครื่อง ต้องใช้น้ำส้มสายชูหมัก ยี่ห้อโปรดของแม่นุชคือน้ำส้มของชายทะเลจันทร์เพ็ญ อันนี้เด็ดสุด

ก๋วยเตี๋ยวบกเครื่องแน่นขนาดนี้แม่นุชบอกว่าต้องทำให้คนที่รักกันจริงหรือเป็นวันที่สมาชิกมากันพร้อมหน้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการซื้อกับข้าว เตรียมเครื่องให้พร้อม วันไหนใครโชคดีได้ไปซ้อมละครหรือประชุมบ้านแม่นุช รับรองว่าต้องมีเมนูเด็ดนี้ไว้ต้อนรับ เพราะเตรียมไว้ได้ล่วงหน้า ใครจะรับประทานตอนไหนไม่มีเสียรส หั่นผักนานาชนิดรอไว้ในตู้เย็นก็ยิ่งช่วยยืดอายุให้ผักกรอบไว้พร้อมรอสมาชิกเลย

ก๋วยเตี๋ยวบก สูตรแม่นุช

ส่วนผสมผักเคียง(ปริมาณตามชอบ)

กะหล่ำปลีม่วง ซอยเป็นเส้นบางๆ แช่น้ำเย็น

แตงกวา เลาะเอาส่วนเม็ดออก ซอยเป็นชิ้นบางๆ

ถั่วงอก เด็ดหัวหางแช่น้ำเย็น

ขึ้นฉ่าย หั่นเป็นท่อนขนาด 1/2 นิ้ว และบากสี่ส่วนหัว

ท้ายแช่น้ำเย็นให้บานและกรอบ

โหระพา เด็ดเป็นใบๆ

สะระแหน่ เด็ดเป็นใบๆ

ผักกาดหอม เด็ดเป็นใบๆ พอดี

ส่วนผสมเนื้อสัตว์

อกไก่ต้มให้สุก ฉีกฝอย 2 อก

หมูสับ 2 ขีด

กุ้งต้มหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ 10-14 ตัว

ไก่อบชานอ้อย หั่นเต๋า 1 อก

กุ้งแห้งทอดกรอบ 1 ขีด

ไข่เจียว ซอยบางๆ ประมาณ 2-3 ฟอง

วิธีทำ

สำหรับหมูสับ : ตั้งหม้อหรือกระทะขนาดเล็กให้ร้อนรวนหมูสับกับรากผักชี กระเทียม พริกไทย ปรุงรสด้วยน้ำปลารวนจนสุก

สำหรับไก่ต้ม : ต้มอกไก่ในน้ำเดือดเบาๆ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวให้หอมและติดรสเค็มปะแล่ม รอให้เย็นฉีกเป็นเส้น

สำหรับกุ้ง : ลวกทั้งเปลือกหรือแกะเปลือก ผ่าหลังแล้วลวกตามชอบ

ส่วนผสมเครื่องเคียง(ปริมาณตามชอบ)

ถั่วลิสงทอด

กระเทียมเจียว พร้อมน้ำมัน

เส้นใหญ่ นึ่งให้นุ่ม

มะนาว หั่นเป็นชิ้นพร้อมบีบ

พริกขี้หนู ซอยบางๆ

ส่วนผสมน้ำราดก๋วยเตี๋ยวบก

น้ำปลา ครึ่งถ้วย

น้ำตาลทราย 3 ส่วน 4 ถ้วย

น้ำส้มสายชู 3 ส่วน 4 ถ้วย

พริกป่น คั่วหอม 1 ช้อนโต๊ะ

ตังฉ่าย 4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

เคี่ยวน้ำปลา น้ำตาลทรายและน้ำส้มสายชูให้เดือดยกลงจากเตา เติมตั้งฉ่ายลงไปพร้อมพริกป่น รอให้เย็นสนิทวิธีรับประทาน

แบบก๋วยเตี๋ยวบก ในแต่ละจานอาจมีสัดส่วนผสมแตกต่างกันไปตามความชอบ หยิบเส้นก๋วยเตี๋ยวใส่ชามพร้อมผักต่างๆ ที่ชอบ โรยเนื้อสัตว์ลงบนเส้นก๋วยเตี๋ยว ตามด้วยเครื่องเคียงอื่นๆ ราดน้ำราดในปริมาณที่ชอบ คลุกเคล้าเบาๆ รับประทานได้เลย

แบบเมี่ยงก๋วยเตี๋ยว ตัดเส้นก๋วยเตี๋ยวให้มีขนาดพอดีคำ วางผักแต่ละชนิดในปริมาณเล็กน้อยตามด้วยเนื้อสัตว์ที่ชอบ ราดน้ำจิ้มแล้วรวบรับประทานเป็นคำๆ

 

ตี๋เป็ดปักกิ่ง อร่อยจริงต้องลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 มิถุนายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499611

ตี๋เป็ดปักกิ่ง อร่อยจริงต้องลอง

โดย…ชายโย

ระหว่างกำลังเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีสถานีพหลโยธิน กลิ่นหอมของก๋วยเตี๋ยวดึงจมูกเราให้หยุดอยู่หน้าร้านตี๋เป็ดปักกิ่ง ใกล้กับศูนย์การค้ายูเนี่ยนมอลล์ ใต้สะพานลอยข้ามไปยังเซ็นทรัลลาดพร้าว

ตัวร้านตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ขนาด 1 คูหาเล็กๆ มีโต๊ะรองรับลูกค้าประมาณ 6 โต๊ะ ร้านเปิดอยู่ 2 ช่วงเวลา คือ 06.00-15.00 น. ช่วงเวลานี้จะขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดและหมูแดง ปิดร้าน 1 ชั่วโมง

พอถึงเวลา 16.00 น. ก็จะเริ่มขายหมูตุ๋น หากใครหลงไปช่วงเวลานี้ ก็จะไม่เหลือเป็ดให้รับประทานกันแล้ว แต่ว่ากันว่าหมูตุ๋นของร้านนี้ก็อร่อยเหมือนกัน

เมนูเด่นประจำร้านนี้ก็คือ เป็ดย่างหนังกรอบล่อนออกมาจากเนื้อ หอมเครื่องเทศ เนื้อเป็ดชุ่มฉ่ำ น้ำพอประมาณ น้ำราดกลมกล่อม ไม่หวานเกินไป เราแนะนำให้ลองสั่งเมนูข้าวหน้าเป็ด และบะหมี่เป็ดแห้งเพื่อสัมผัสกับรสชาติที่ลือชื่อที่สุดของร้าน

อีกเมนูที่เราสั่งก็คือ บะหมี่เกี๊ยวน้ำหมูแดง บะหมี่ของร้านนี้จะใช้บะหมี่เส้นเล็กเกรด มีความหอมและเหนียวนุ่มอร่อย ในขณะเดียวกันเกี๊ยวหมูเนื้อแน่นออกทางหนึบนุ่มได้รสชาติ รับประทานพร้อมกับน้ำก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ จัดว่าอร่อยแบบไม่ต้องปรุงก็ยังได้

ใครที่สนใจรับประทานเฉพาะเป็ดย่างสามารถสั่งเป็นจานละ 100 บาท หรือจะสั่งทั้งตัวอยู่ที่ประมาณ 400 กว่าบาท แต่เท่าที่เราดูก็เห็นมีลูกค้าแน่นเกือบตลอดทั้งวัน ประมาณบ่าย 2 ของก็เริ่มหมดแล้ว โดยเฉพาะเป็ดย่างที่มีลูกค้ามาซื้อแบบทั้งตัวคราวละ 2-3 ตัวกลับไป แสดงว่าของเขาดีจริง

สำหรับร้านนี้จะเหลือก็เพียงแค่ช่วงเวลาเย็น ที่เราต้องหาโอกาสกลับไปลองรับประทานหมูตุ๋นของเขาสักครั้ง ว่าจะอร่อยสู้เป็ดย่างได้หรือไม่ สนใจสอบถามเส้นทางและรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร. 08-9124-4259