ภัตตาคารเชียงการีลา อาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มิถุนายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499610

ภัตตาคารเชียงการีลา อาหารจีนกวางตุ้งต้นตำรับ

โดย…อณุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ถ้าหากคุณผู้อ่านนึกอยากกินอาหารจีนขึ้นมา รับรองได้ว่าต้องมีภัตตาคารเชียงการีลาอยู่ในความคิดของคุณด้วย เพราะภัตตาคารอาหารจีนกวางตุ้งผสมซีฟู้ดแห่งนี้ เปิดมานานเกือบ 50 ปี ครองใจคนไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน อยู่ในย่านธุรกิจเก่าแก่บนถนนเยาวราช โดยสาขานี้เป็นสาขาแรก

เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 48 ปี จึงได้มีชุดเมนูพิเศษในราคาพิเศษสำหรับรับประทานได้ 10 ท่าน อาหาร 10 ชนิด ลด 40% เป็นชุด A ราคา 9,999 บาท กับชุด B ราคา 5,999 บาท เฉพาะที่สาขาเยาวราชเท่านั้น ที่มีทั้งกุ้งและปลา รวมทั้งของหวานครบชุดอิ่มอร่อยได้ทั้งครอบครัว 1 โต๊ะสามารถรับประทานได้อิ่มอร่อยครบทั้งครอบครัว

วันนี้มีเมนูระดับไฮไลต์มาแนะนำคุณผู้อ่าน คือ 1.ชุดออร์เดิร์ฟ 4 อย่าง (ประกอบด้วยกระเพาะปลาผัดแห้ง ซี่โครงหมูฮ่องเต้ แปะก๊วยคั่วพริกเกลือ และปลาเงินทอด) 2.พระกระโดดกำแพง 3.เนื้อปลาเก๋าผัดซอส XO 4.บะหมี่ราดหน้าหัวกุ้งมังกร 5.แปะก๊วยรังนกมะพร้าวอ่อน

อาหารแต่ละจานใหญ่รับประทานได้นับสิบคน มีน้ำเก๊กฮวยเย็นเสิร์ฟให้ชื่นใจ หรือจะเป็นชาจีนร้อนๆ หอมๆ ช่วยละลายไขมันและแก้เลี่ยนได้เป็นอย่างดี ของหวานที่ขึ้นชื่ออีกอย่างก็คือ แปะก๊วยพุทราทอดกับขนมเกล็ดมังกร

นอกจากนั้น ยังมีบ๊ะจ่างแต้จิ๋วไส้หวาน-เค็ม และไส้เป๋าฮื้อ มาให้ได้ลองชิมกันอีกด้วย รสชาติดีนุ่มนวลละมุนลิ้นจริงๆ ถ้าใครที่ชอบรับประทานบ๊ะจ่าง มีให้เลือกถึง 6 ไส้

วิทวัส มังคลาด ผู้จัดการร้าน บอกว่ารสชาติอาหารที่นี่เป็นกวางตุ้งแบบขนานแท้ เชฟใหญ่มีประสบการณ์ทำงานในฮ่องกงมาหลายสิบปี อาหารทะเลนำเข้ามาสดๆ ไม่ว่าจะเป็นหอยนางรมส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ปลาไข่สดใหม่ ซึ่งมีบริการตลอดทั้งปี

หากไม่ชอบรับประทานอาหารชุด ก็มีเมนูตามปกติ หรือจะเลือกอร่อยแบบเบาๆ เป็นชุดติ่มซำ ถ้าหากว่าชอบเมนูดั้งเดิมแบบเป็ดปักกิ่ง หมูหัน ซี่โครงหมูฮ่องเต้ กระเพาะปลาน้ำแดง หม้อไฟต่างๆ ยังคงมีอยู่ตามปกติ

“เรามีเมนูทั้งหมดกว่า 200 รายการ และจะเปลี่ยนเมนูย่อยๆ ทุก 3-4 เดือน ส่วนเมนูหลักกว่า 50 รายการยังคงมีอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ก็จะมีเมนูตามเทศกาลต่างๆ เช่น บ๊ะจ่าง ขนมไหว้พระจันทร์ หรือโอกาสพิเศษวันพ่อ วันแม่ ก็จะมีรายการโปรโมชั่นเข้ามาเพิ่มเรื่อยๆ อาหารจีนไม่ได้แพงอย่างที่คิด มา 5-6 ท่านหารกันคนละไม่กี่ร้อย นักท่องเที่ยวต่างชาติก็มารับประทานกันมากขึ้น ของเราไม่ได้รับทัวร์นะ แต่นักท่องเที่ยวมากันเป็นครอบครัวทั้งจีน ฝรั่ง นี่เริ่มนิยมมากันเยอะขึ้น”

ร้านเปิดบริการ 2 รอบ คือ มื้อกลางวัน เริ่ม 11.00-14.30 น. และรอบ 17.00-22.00 น. ทั้งหมด 3 ชั้น ชั้น 1 จุได้ 60 ที่นั่ง ชั้น 2 จุได้ 150 ที่นั่ง ชั้น 3 เป็นห้องวีไอพี เมนูจะเริ่มตั้งแต่ราคา 80 บาท จนถึง 2,000 บาท

การตกแต่งเป็นไชนีสสไตล์ โทนขาว ดำ ทอง มีที่จอดรถด้านหลังสะดวกสบาย เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด สามารถสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-224-5933

 

อร่อยเด็ด ภูเก็ต ทาวน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มิถุนายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499603

อร่อยเด็ด ภูเก็ต ทาวน์

โดย…ลีโอ เคน ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

พูดถึงสำรับอาหารใต้หลายคนคงฝังใจกับรสชาติอันจัดจ้านเหลือประมาณ ซึ่งแต่ละถิ่นที่ล้วนหนักมือและคงรสเด็ดเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้ว ก็เห็นจะมีสำรับอาหารจากภูเก็ตนี่ล่ะที่ลดทอนความจัดจ้านลงมาบ้าง นั่นอาจเป็นเพราะที่ จ.ภูเก็ต มีชาวจีนฮกเกี้ยนเข้ามาตั้งถิ่นฐาน บวกกับเป็นเมืองท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ความจัดจ้านจึงถูกลดทอนลงไป แต่ยังคงความอร่อยแบบสำรับใต้เอาไว้อย่างครบรสเช่นกัน

ภูเก็ต ทาวน์ (Phuket Town) ร้านอาหารแห่งใหม่ย่านทองหล่อ ที่ย้ายจากร้านเดิมแล้วมาอยู่ในทำเลใหม่คือสุดซอยทองหล่อ 4 ที่ยังคงเน้นเสิร์ฟอาหารใต้แบบฉบับของภูเก็ตโฮมเมด ที่เขากินกันในครัวเรือนจริงๆ ที่สำคัญ ยังคงเลือกใช้วัตถุดิบพื้นถิ่นจากภูเก็ตและพังงา รวมทั้งอีกหลายจังหวัดของภาคใต้เป็นส่วนใหญ่ อาทิ เครื่องแกง ผักพื้นบ้าน และกะปิชั้นเลิศจาก จ.ระนอง

บรรยากาศร้านได้รีโนเวตบ้านเก่า 2 ชั้น ที่ยังคงโครงสร้างเดิมๆ เอาไว้ ทว่าเน้นบรรยากาศความเป็นอยู่ของเมืองภูเก็ต แฝงกลิ่นอายแบบจีนเข้ามาร่วมแจม ไม่ว่าจะเป็นการเพนต์ภาพของทะเล ภาพเมือง และผู้คนที่เป็นจุดเด่นของ จ.ภูเก็ต

นอกจากนี้ บริเวณด้านนอกของร้านยังตกแต่งเหมือนนั่งอยู่ที่ภูเก็ต ด้วยพรรณไม้ร่มรื่นและรถสองแถวรถวิ่งประจำทางพื้นถิ่นของ จ.ภูเก็ต จอดอยู่หน้าร้านอีกด้วย

เมื่อมาถึงร้านนี้ แน่ล่ะเราจะได้ลิ้มรสอาหารใต้ฉบับภูเก็ต ที่มีบางเมนูเป็นอาหารขึ้นชื่อของชาวจีนฮกเกี้ยนให้ได้ลิ้มลองกัน ซึ่งแต่ละเมนูนั้นถูกถ่ายทอดมาจากคุณแม่ของเจ้าของร้านที่เป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิด จึงการันตีได้ว่าจะอร่อยแบบไม่มีผิดเพี้ยนกันเลยทีเดียว

เริ่มรู้จักภูเก็ตผ่านเมนูนี้เลยครับ ขนมจีนน้ำยาปูภูเก็ต ขนมจีน และเครื่องเคียง ที่เสิร์ฟมาคู่กับน้ำยาปูรสชาติเข้มข้น กินแกมกับผักพื้นถิ่นอย่างยอดมะม่วงหิมพานต์ และเพิ่มรสชาติด้วยสับปะรดท้องถิ่นของภูเก็ต ที่ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานตัดกับรสชาติของน้ำยาปูได้อย่างลงตัว

หรือจะเป็นเมนูออร์เดิร์ฟที่ใครมาเป็นต้องสั่ง ลูกชิ้นปลาลวกภูเก็ต เมนูง่ายๆ แต่รสชาติประทับใจ เนื้อปลาทะเลล้วนๆ นำไปลวกกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้าน

ต่อด้วยเมนูที่ห้ามพลาด สะตอผัดกะปิกุ้ง สะตอที่ผัดคลุกเคล้ากับกะปิชั้นดีจาก จ.ระนอง พร้อมกุ้งตัวโต หอมกลิ่นกะปิลอยฟุ้งเรียกน้ำย่อยได้ดีชะมัด

เมนูคู่สำรับอาหารใต้ที่ควรเรียกหา น้ำพริกกุ้งสดใช้กะปิอย่างดี กุ้งขาวลวกโขลกกับน้ำพริกกะปิ กินกับผักพื้นบ้าน

ปลาทรายทอดขมิ้น ปลาทรายปลาขึ้นชื่อของภูเก็ต ที่นำมาคลุกขมิ้นและปรุงรส แล้วนำมาทอดจนกรอบหอม สีสันน่ารับประทานและสามารถกินได้ทั้งตัวได้แคลเซียมไปเต็มๆ

หมี่ฮกเกี้ยนซีฟู้ด เส้นหมี่ของจีนฮกเกี้ยนที่นุ่มลิ้น คล้ายๆ ก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงรสมาแล้ว พร้อมด้วยปลาหมึก กุ้ง ปู อร่อยไปอีกแบบ

ตบท้ายด้วย คั่วกลิ้งหมูสับภูเก็ต อาหารใต้แท้ๆ ที่รสชาติจัดจ้านไม่ลดราวาศอก กินกับผักพื้นถิ่น เป็นการตบท้ายมื้อที่ช่วยให้หายคิดถึงภูเก็ตกันเลยล่ะครับ

ภูเก็ต ทาวน์ สุดซอยทองหล่อ 4 เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-23.00 น. โทร. 02-714-9402

 

แซ่บๆ นัวๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มิถุนายน 2560 เวลา 08:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499653

แซ่บๆ นัวๆ

โดย…สิทธิปูทะเลย์

 เพื่อนอยากกินส้มตำ แต่โจทย์คือไม่เอาร้านประจำข้างสถานที่ทำงานแล้ว เพราะทานเกือบทุกวัน ประเด็นคือจะไปร้านไหนดีให้เพื่อนเลือก เพื่อนได้ที จิ้มมาเลยไปร้านนี้ “ลาบกาฬสินธุ์” แถวแยกพิชัย ถนนสายอาหารการกินของเหล่าคนมีสี แต่งานนี้ไม่ได้ไปหาเรื่องนะเจ้าคะ เราไปหาลาบอร่อยๆ ทานกัน

ร้านความสะอาดประมาณร้านส้มตำทั่วไป ไม่ถึงขั้นสะอาดแบบร้านอาหาร 5 ดาว 6 ดาว ที่นั่งที่กินพอโอเค เหมาะสำหรับคอเหล้า มีทั้งในร้านและนอกร้านริมฟุตปาธ ที่จะเริ่มกางโต๊ะตอนค่ำๆ

จานแรกที่สั่งคือ ลาบหมู น้ำตกหมู และตำถั่ว เมนูแนะนำมาจานแรกคือ ตำถั่ว สั่งอะไรได้อย่างนั้น ตำถั่วปลาร้า เผ็ดน้ำตาลไม่ใส่ เจ๊ตำมาเลย ได้ตามนั้น เผ็ดแซ่บน้ำตาจะไหล แต่สำหรับอิฉันทานเผ็ดได้แบบสบายๆ

 ลาบหมูจานถัดมาก็อร่อยสมชื่อ รวนได้แห้งดีไม่แฉะแบบร้านอื่นๆ ที่ลาบแทบจะมีเป็นต้มจืดหมูสับ ที่ร้านนี้เขาทำไม่ให้เสียชื่อร้าน หมูสับแบบเนื้อปนมัน รวนหมูพอสุกคลุกข้าวคั่วหอมๆ และพริกป่น เติมรสเปรี้ยว เค็ม เผ็ด ราดหน้าด้วยพริกแห้งทอดเป็นจานกับข้าวเหนียวร้อนๆ แก้เผ็ดจากส้มตำหรือตำถั่วได้ดี แกล้มด้วยผักสด

แต่ที่อิฉันชอบคือต้มแซ่บค่ะ มันร้อน หอม รสดี ซดคล่องคอ มีทั้งหมูและเนื้อแล้วแต่จะนิยมกัน หอมผักชีฝรั่ง และกลิ่นสมุนไพรแบบข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดมาเต็มๆ

เพื่อนอิฉันคอเนื้อ เลยสั่งเนื้อแดดเดียว หมูแดดเดียว ก็ใช้ได้ นุ่ม ไม่เหนียวเข็ดฟัน รสชาติกำลังดี ไม่เค็ม สองจานเลยค่ะ สำหรับ 3 คน เพราะอร่อยกำลังดี ที่ร้านอื่นแบบจะเหนียวไป ทานแล้วเหมือนเรากำลังวิ่งยังไงก็ไม่รู้ ต้องอึดกัดสู้กับมัน ถึงได้ลิ้มรส หุ…หุ…ไม่กินดีกว่า แต่ร้านนี้โอเคนะคะ

 นอกจากนั้นยังมีหลากเมนูค่ะ ทั้งกุ้ง หอย ปลา หรือจิ้มจุ่มหมู เนื้อ ร้านนี้มีหลายเมนูให้เลือกค่ะ

ร้านหาไม่ยาก อยู่ถนนอำนวยสงคราม สามแยกพิชัย เขตดุสิต โทร. 08-0629-8780 และ  08-2221-5195 เปิดตั้งแต่ 15.00 น.เป็นต้นไปค่ะ

 

 

เอกลักษณ์ในกลิ่นรส เค้กทุเรียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มิถุนายน 2560 เวลา 16:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499607

เอกลักษณ์ในกลิ่นรส เค้กทุเรียน

โดย…เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

ในฤดูแห่งทุเรียน โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เอาใจแฟนคลับผู้หลงรักในรสชาติกลิ่นอายอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นของผลไม้ชนิดนี้ โดยได้นำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูของหวานอันเย้ายวนชวนน้ำลายสอ ตามความตั้งใจที่จะนำผลไม้ท้องถิ่นตามฤดูกาลมาประกอบเป็นอาหาร

วัตถุดิบสำคัญคือ ทุเรียนหมอนทอง คัดมาเป็นพิเศษจากสวนระยองและจันทบุรี ส่งตรงเข้าครัวของหวานซึ่งดูแลโดยเชฟสยาม ฉิมอยู่ หัวหน้าพ่อครัวใหญ่แผนกเบเกอรี่และทีมงาน เพื่อนำมาปรุงเป็นขนมแสนอร่อย ตัวแทนของทีมคือ เชฟขวัญเรือน เจริญสุข หัวหน้าพ่อครัวแผนกเบเกอรี่ มาช่วยเล่าเรื่องราวของแต่ละเมนูให้ฟัง … ยิ่งฟังก็ยิ่งอยากกิน

เค้กสำหรับฤดูกาลทุเรียนปีนี้ ตัวแรกที่ทางโรงแรมภูมิใจนำเสนอคือ “ทุเรียน บัตเตอร์ ครัมเบิ้ล” เป็นขนมหวานผสมผสานความหอมหวานของทุเรียนเข้ากับความเข้มข้นของเนยและอัลมอนด์ นอกเหนือจากความกรุบกรอบของครัมเบิ้ลและทุเรียนกรอบที่โรยหน้ามา

เมนูนี้ต้องเลือกทุเรียนห่าม สุกไม่มาก เนื้อจะได้ไม่เละ รสชาติไม่หวานเกินไป และกลิ่นไม่แรงด้วย เพราะยิ่งถ้านำไปตีกลิ่นของทุเรียนก็จะยิ่งออก พอนำไปอบจากกลิ่นจัดๆ ก็จะออกกลางๆ ไม่ฉุนมาก ในขนมจะมีเนื้อของทุเรียนอยู่ด้านล่าง เคี้ยวลงไปก็จะสัมผัสได้ถึงชิ้นทุเรียนที่ตั้งใจไม่ทำให้ละเอียดเกินไป ในส่วนของครัมเบิ้ล ถ้าใช้ซินนามอนผสมเหมือนสูตรทั่วไป รสชาติจะไปตัดกับทุเรียนอย่างเด่นชัด จึงเติม
วานิลลาเข้าไปเพื่อให้เข้ากับกลิ่นรสทุเรียน ตกแต่งหน้าเค้กด้วยทุเรียนกรอบ มีสตรอเบอร์รี่แต่งหน้ามาด้วย เพื่อรับประทานตัดเลี่ยน

ส่วน “วานิลลาโรลครีมทุเรียน” เป็นเค้กโรลชิ้นโตๆ เนื้อเค้กวานิลลาหนานุ่ม หวานกลมกล่อมของบัตเตอร์ครีมทุเรียนสูตรพิเศษ

ตัวโรลนั้นใช้นมข้นจืดเป็นส่วนผสมแทนนมสด เพราะจะได้เนื้อขนมที่นุ่มนวล และหอม เวลาม้วนจะใช้ครีมทุเรียนมาปั่นกับพาสทรีครีมซึ่งมีกลิ่นของวานิลลาอยู่แล้ว พอมาผสมกับทุเรียนก็ยิ่งหอมหวาน ก่อนนำมาผสมกับวิปครีม กลายเป็นครีมทุเรียนซึ่งใช้ทาระหว่างชั้นของเนื้อเค้ก ระหว่างชั้นยังมีราสพ์เบอร์รี่แยมสลับเพื่อให้รสเปรี้ยวนิดๆ เป็นการตัดรสกับครีม ทั้งยังทำให้รสของทุเรียนโดดเด่นขึ้นมา

นอกจากพาสทรีคือ บรรดาเค้กทั้งหลายแล้ว แผนกเบเกอร์คือ ขนมปังขนมอบก็ส่ง “เดนนิสทุเรียน” เข้าประกวด ด้วยแรงบันดาลใจจากข้าวเหนียวทุเรียน ทำให้ขนมปังทุเรียนนี้มีมะพร้าวมาให้รับประทานคู่กัน สำหรับมะพร้าวขูดเป็นเส้นก่อนนำไปเชื่อมเพื่อรักษากลิ่นรสและไม่เสียง่าย ส่วนไส้ของเดนนิสนั้นเป็นครีมทุเรียนเข้มข้น ทำจากเนื้อทุเรียนกับพาสทรีครีม ส่วนเนื้อเดนนิสนั้นใช้แป้งครัวซองต์มาทำซึ่งทำให้กรอบมากกว่า ได้รสชาติของเนยมากกว่า

อีกหนึ่งเมนูซึ่งไม่ทำเสิร์ฟเป็นประจำคือ “พุดดิ้งทุเรียนและมะพร้าว” เป็นเมนูสุดพิเศษซึ่งใครอยากลองก็ไป “รีเควส” ดู

เมนูนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากข้าวเหนียวทุเรียน โดยตัวพุดดิ้งนั้นผสมด้วยน้ำกะทิ ครีม นม และน้ำตาลผสมรวมกัน แล้วก็ใส่เจลาติน โดยมีเนื้อมะพร้าวอ่อนหั่นผสมลงไปด้วย หลังจากนั้นตกแต่งด้วยทุเรียนสดไล่เป็นชั้นๆ ราดด้วยซอสทุเรียน ให้รสชาติทุเรียนมากๆ

ทุเรียนที่นำมาทำขนมจะคัดเลือกลูกสุกแบบกรอบนอก หนึบใน เป็นทุเรียนซึ่งไม่โดนฝนมาก เพราะจะมีรสเปรี้ยวส่งผลต่อรสชาติขนม อีกทั้งยังทำให้เนื้อไม่แน่น เพราะมีน้ำผสมเยอะ เวลาตีแล้วทำให้น้ำออกมาเยอะ ขนมจะมีเนื้อสัมผัสแห้งแข็ง

เมนูเค้กทุเรียนให้บริการทุกวันจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. ณ เดอะ วัน บาย เรเนซองส์ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-125-5010 หมดจากหน้าเค้กทุเรียนแล้วเดือน ก.ค.-ส.ค.นี้มีของหวานจากเบอร์รี่ให้เลือกลอง

แฟนคลับผู้หลงใหลในรสชาติทุเรียน ขอเชิญมาเปิดประสบการณ์ใหม่

 

ร้านยายน้อย ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสูตรโบราณแท้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มิถุนายน 2560 เวลา 15:37 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499599

ร้านยายน้อย ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยสูตรโบราณแท้

โดย…ภูเบศวร์ ฝ้ายเทศ

สุโขทัย เมืองมรดกโลก มีประเพณี วัฒนธรรม โบราณสถานเก่าแก่กว่า 700 ปี เช่น อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย และงานประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ มนตร์เสน่ห์ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเข้ามาชมสัมผัสแล้วยังมีเมนูอาหารขึ้นชื่อ โด่งดังจนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำจังหวัดก็คือ “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย” และ “ผัดไทย” สูตรโบราณ ซึ่งแต่ละร้านก็มีสูตรความอร่อยแตกต่างกันไป

หนึ่งในนั้นคือ ร้าน “ยายน้อย” หรือสายบัว พูลล้น ซึ่งยึดอาชีพทำก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย และผัดไทย ขายมานานกว่า 40 ปี ร้านแห่งนี้ตั้งอยู่เลขที่ 107/4 ริมถนนสายสนามบินสุโขทัย หมู่ 6 ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ภายในบริเวณของร้านมีสถานที่จอดรถสะดวกสบาย ภายในร้านตกแต่งเรียบง่าย นั่งสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสวน

ยายน้อย บอกว่า แม้ว่าปัจจุบันจะมีอายุมากถึง 83 ปีแล้ว แต่ก็ยังสามารถยืนทำก๋วยเตี๋ยวให้ลูกค้าได้กินทุกวัน แถมยังบอกว่าจะยืนทำไปจนถึง 100 ปี เพื่อยืนยันความเป็นสูตรโบราณรสชาติอร่อยจริง

สำหรับก๋วยเตี๋ยวขึ้นชื่อของร้านนี้ นอกจากก๋วยเตี๋ยวต้มยำสุโขทัยใส่ถั่วฝักยาว สูตรยายน้อย อร่อยถูกปากแบบไม่ต้องปรุงราคาชามละ 30 บาท แล้วก็ยังมีผัดไทยโบราณ ที่เน้นใช้น้ำมะขามเปียกกับน้ำตาลปี๊บตัดกันจนได้รสชาติ ราคาไม่แพงตั้งแต่ 25-30 บาท รับประกันความอร่อยโดยยายน้อย

หากนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านริมถนนสายสนามบินสุโขทัย มีเวลาว่างอยากรับประทานก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย สูตรโบราณ ฝีมือยายน้อย ก็เชิญแวะรับประทานได้ ร้านยายน้อย เปิดเวลาประมาณ 10.30-14.30 น. ทุกวัน

 

เเซ่บๆ เเสบทรวง ยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้แบบจีน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 มิถุนายน 2560 เวลา 11:02 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499565

เเซ่บๆ เเสบทรวง ยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้แบบจีน

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ผู้เขียนเริ่มต้นเขียนสูตรนี้จากความบังเอิญในขณะทดลองมั่วสูตร แกะสูตรไปมาของน้ำจิ้มไชก๊วยหรือที่เราคนไทยเรียกติดปากว่า ขนมกุยช่าย ด้วยความที่น้ำจิ้มกุยช่ายต้องมีรสเปรี้ยว เค็มตามด้วยหวาน ผู้เขียนเลยเริ่มหาความเปรี้ยวนอกเหนือไปจากน้ำส้มสายชูธรรมดามาทดลองใช้เป็น Black Vinegar หรือที่เราเรียกว่า จิ๊กโฉ่ว ด้วยความที่จิ๊กโฉ่วได้จากการหมักข้าวเหนียว ข้าวฟ่าง หรืออาจเติมข้าวบาร์เลย์ลงไปด้วย สัดส่วนของวัตถุดิบที่แตกต่างกัน จึงส่งผลให้กลิ่นของจิ๊กโฉ่วแต่ละเจ้า แต่ละยี่ห้อมีความเปรี้ยว หอม และออกหวานนิดๆ แตกต่างกันออกไป ผู้เขียนถือเป็นเสน่ห์ที่น่าค้นหาของเครื่องปรุงรสเปรี้ยวชนิดนี้

ทดลองผสมไปมา ชิมแล้วชิมเล่าผลของการปรับสูตรไปมาแทนที่จะได้น้ำจิ้มขนมกุยช่าย ลิ้นกลับรู้สึกไปถึง “ยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้แบบจีน” อาหารจานหนึ่งที่ไม่ได้รับประทานนานมากแล้ว หากินจาก
ร้านทั่วๆ ไปได้ยากขึ้น กลายเป็นเมนูที่เลือนลางจากอาหารปัจจุบันไป

ยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้ที่คุ้นเคยทั่วไป เป็นยำสไตล์ไทยๆ ที่กลายเป็นเห็นมากขึ้นในร้านอาหาร เหมือนว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหากไม่อยากกินยำวุ้นเส้น เพราะจะมีส่วนผสมคล้ายคลึงกัน ยำน้ำใสที่มีน้ำปลา มะนาว และน้ำตาลทราย รวมทั้งพริกขี้หนูโขลกหยาบๆ มีผักเคียงทั้งหอมใหญ่ ขึ้นฉ่าย มะเขือเทศ ต้นหอม ใส่ทั้งหมูสับ หรือจะเครื่องทะเล อย่างปลาหมึกสด กุ้งลวก ต่างจากรูปแบบที่ผู้เขียนอยากแนะนำให้คุณผู้อ่านได้รู้สึกและทดลองปรุงรับประทาน

ที่มาของยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้แบบจีนนั้น ผู้เขียนเดาว่ามาจากร้านอาหารจีนที่มีพริกผัดแบบเซี่ยงไฮ้ ดัดแปลงกับส่วนผสมเครื่องปรุงที่มีอยู่ในร้านอาหารจีน ทั้ง ซีอิ๊ว จิ๊กโฉ่ว รวมทั้งพริกผัดเซี่ยงไฮ้ ทำหน้าที่เป็นน้ำยำที่มีทั้งความเค็ม เปรี้ยว เผ็ดครบรส เข้ากับเส้นเซี่ยงไฮ้ที่ลวกมาดึ๋งดั๋ง ขนาบมาด้วยหมูที่ต้มมาด้วยไฟอ่อนๆ พอสุกแล่บางเฉียบด้วยปังตอที่ลับมาคมกริบ

เวลาไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ต เดี๋ยวนี้เห็นมีก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้สดขายโดยชั่งตามน้ำหนักขาย แบบนี้จะสะดวกนักเชียว ลวกในน้ำเดือดพอสุก เท่านี้ก็ได้เส้นก๋วยเตี๋ยวมารอในจาน หาเส้นสดไม่ได้ยังมีเส้นเซี่ยงไฮ้แห้งที่ขายเป็นห่อ แช่น้ำให้นุ่มสัก 5 นาที ลวกให้นุ่มแค่ 2-3 นาทีก็สุก รับประกันว่ามีติดบ้านไว้ไม่เสียเวลาหาของกินยุ่งยากเลย

สำหรับหมูแล่บาง ต้นตำรับเลือกใช้เป็นส่วนสะโพก ต้มให้สุกโดยใช้ไฟอ่อนๆ ก่อนแล่ให้บาง ถ้าเป็นส่วนสะโพกเนื้อหมูจะดูหยาบกว่าส่วนสันนอก ผู้เขียนขอบอกเคล็ดลับไว้นิดว่าใช้ไฟอ่อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ค่อยๆ ให้หมูสุกไปเรื่อยๆ อย่างใจเย็น หมูจะไม่นุ่มแล่ได้ง่ายแถมยังไม่แห้งแข็ง

น้ำยำสูตรนี้อาศัยความเปรี้ยวจากจิ๊กโฉ่วล้วนๆ จึงได้ความหอมพิเศษกว่ายำจานอื่นๆ ยิ่งมีขิง กระเทียมและต้นหอมผัดกับน้ำมันงา ผัดมาให้นุ่มหอมมาเป็นตัวตั้งต้น ใครชอบเผ็ดๆ ใส่พริกป่นลงผัดตั้งแต่ขั้นตอนนี้ หากต้องชั่งใจสักนิดเพราะจะเผ็ดมาอีกเยอะ จากนั้นปรุงรสหอมๆ ด้วยเหล้าจีน จิ๊กโฉ่ว ซีอิ๊วขาวและน้ำมันหอย เพียงเท่านี้ก็พร้อมกับราดลงบนเส้นเซี่ยงไฮ้และเนื้อหมูแล่บาง

ผู้เขียนเห็นว่าตำรับยำเซี่ยงไฮ้จานนี้ไม่มีผักและร้านอาหารจีนนิยมเสิร์ฟกับผักกาดแก้ว เลยอยากแนะนำว่าน้ำยำสูตรนี้ราดลงบนผักแล้วรับประทานกับหมูแล่บางก็กลายเป็นอาหารโลว์คาร์บได้เลย

ยำเส้นเซี่ยงไฮ้นี้อร่อยที่สุด คือ ทำน้ำยำมาร้อนๆ แล้วราดลงบนเครื่องเคราเสิร์ฟทันทีจะอร่อยที่สุด

ยำก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้แบบจีน ส่วนผสม (สำหรับ 2 ที่)

เส้นก๋วยเตี๋ยวเซี่ยงไฮ้แบบแห้ง 100 กรัม

เนื้อหมูส่วนสันนอก 200 กรัม

ผักกาดแก้ว ซอยบางหรือฉีกเป็นชิ้น 100 กรัม

ผักชีสำหรับโรยหน้า

ส่วนผสมน้ำราด

พริกป่น 1/4 ช้อนชา

น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

ขิงแก่ หั่นเต๋าเล็กๆ 4 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอม ซอยขนาดเล็ก 4 ช้อนโต๊ะ

กระเทียม สับละเอียด 2 ช้อนชา

เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

จิ๊กโฉ่ว 6 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ

พริกแดงจินดา สับหยาบๆ สำหรับตกแต่งและเพิ่มความเผ็ด

วิธีทำ

ตั้งน้ำสะอาดให้เดือดในหม้อขนาดเล็ก เติมเกลือป่นลงไปประมาณ 1/2 ช้อนชา แล้วค่อยๆ หย่อนเนื้อหมูส่วนสะโพกลงไป หรี่ไฟให้เดือดเบาที่สุด ใช้เวลาสำหรับชิ้นขนาด 200 กรัมที่ตัดแต่งเป็นทรงยาวๆ ประมาณ 10-15 นาที ตักขึ้นมาแช่น้ำเย็นให้คล้ายความร้อน รอให้เย็นสนิทก่อนหั่นเป็นชิ้นบางๆ

ทำน้ำราดโดยเริ่มจากการเจียวพริกป่นกับน้ำมันพืช ตักออกมาพักไว้ ให้หมดกระทะ สำหรับน้ำมันที่เหลือในกระทะผัดขิงแก่ กระเทียมและต้นหอมที่พักไว้ให้หอมที่ไฟอ่อน อย่าให้เกรียม ฉ่าด้วยเหล้าจีนแล้วเติมเครื่องปรุงรสลงไปตั้งแต่จิ๊กโฉ่ว น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาว ปรับรสตามชอบ แล้วยกลงจากเตารอให้เย็นสักนิด ราดน้ำมันงาและพริกแดงลงไป

ลวกเส้นเซี่ยงไฮ้ในหม้อที่เพิ่งต้มหมู สะเด็ดน้ำให้แห้งที่สุดแล้วตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดแก้ว เรียงเนื้อหมูที่หั่นไว้บางๆ ลงไป แล้วราดด้วยน้ำราดที่ปรุงรสไว้แล้ว โรยหน้าด้วยผักชี เสิร์ฟได้เลย

 

 

ร้านอร่อย สืบทอดตำนานในยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 มิถุนายน 2560 เวลา 14:47 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/499143

ร้านอร่อย สืบทอดตำนานในยุคดิจิทัล

โดย…พสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ทำให้ทุกฟันเฟืองในโลกธุรกิจต้องหมุนตามและรับมือให้ทัน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นเพียงธุรกิจที่รอวันตาย หรืออยู่ได้แต่ไม่ยั่งยืน ความน่าสนใจคือ ในขณะที่ทุกธุรกิจพยายามวิ่งเข้าหาดิจิทัลแบบไม่ลืมหูลืมตา แล้วธุรกิจร้านอาหารที่ไม่ใช่เชฟดัง หรือร้านที่อิมพอร์ตจากต่างประเทศ แต่เป็นการส่งต่อตำนานความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น จะรักษามนต์เสน่ห์และความขลังของแบรนด์ตัวเองไว้อย่างไร


“เรือนเพชรสุกี้” แบรนด์เดิม เพิ่มเติมคือความทันสมัย

ถึงจะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2511 แต่ชื่อของ “เรือนเพชรสุกี้” ร้านสุกี้สไตล์ไหหลำ ที่มีน้ำซุปรสกลมกล่อม หมักเนื้อด้วยเต้าเจี้ยวและซอสสูตรพิเศษ พร้อมน้ำจิ้มสุกี้เต้าหู้ยี้เป็นซิกเนเจอร์ เรียกว่าไปกินที่ไหนก็เจอแบบนี้ ยังคงเป็นหนึ่งในร้านอาหารในตำนานที่ถูกอกถูกใจนักชิมทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่

เกือบ 50 ปีมาแล้ว ที่เรือนเพชรสุกี้ สาขาแรกปักหลักให้บริการความอร่อยอยู่ที่ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อส่งต่อตำนานความอร่อยนี้ให้แข็งแรงตราบนานเท่านาน โอ๊ต-พงศ์ธรรศ เลิศธนพันธุ์ หนึ่งในทายาทรุ่นที่ 3 ที่เข้ามาช่วยดูแลกิจการในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท เรือนเพชรสุกี้ บอกว่า ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหันมาใช้ชีวิตในศูนย์การค้ามากขึ้น กลายเป็นแรงผลักดันให้ธุรกิจร้านอาหารต้องปรับตัว

ถึงที่ผ่านมา แม้เศรษฐกิจไทยจะไม่เอื้อ จนหลายธุรกิจโอดโอยเรื่องยอดขาย เช่นเดียวกับร้านสุกี้เรือนเพชร ที่เพื่อจะให้ธุรกิจเติบโตจึงต้องปรับตัวให้ทันกับโลกธุรกิจ เพื่อรักษากลุ่มลูกค้าเดิม และขยายฐานลูกค้าใหม่ โดยที่ยังคงรักษามาตรฐานที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกค้าไว้

“หนึ่งในกลยุทธ์ที่เรานำมาใช้คือ แทนที่จะรอลูกค้ามาหาเราที่ถนนเพชรบุรีฯ ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่ ที่จอดรถ และสภาพการจราจรที่ติดขัด เราตัดสินใจพาตัวเองเข้าไปหาลูกค้า เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าที่ไม่ได้อยู่ในเมืองมากขึ้น ด้วยการเปิดร้านในห้าง โดยประเดิมสาขาแรกที่เซ็นทรัลบางนา เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว และในปีนี้ยังมีแผนเปิดในห้างอีก 1 สาขา แต่ขออุบไว้ก่อนว่าจะเป็นที่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือจากนี้เราตั้งเป้าจะขยายสาขาในห้างให้ได้
ปีละ 1 สาขา”

เท่านั้นยังไม่พอ ในฐานะผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคดิจิทัล เขายังคิดไปไกลกว่านั้น ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ในร้าน โดยเริ่มจากระบบหลังบ้าน ตั้งแต่การรับออร์เดอร์ของพนักงาน แทนที่จะใช้กระดาษปากกาเหมือนเก่า เปลี่ยนมาใช้แท็บเล็ต เพื่อให้ออร์เดอร์อาหารส่งเข้าครัวโดยตรง ลดการผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ทั้งยังสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้

“นอกจากจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ปรับปรุงระบบรับออร์เดอร์ ด้วยความที่สาขาเพชรบุรีฯ เราอยู่ตรงข้ามกับโรงแรมที่มีแขกที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนเยอะ บางครั้งนักท่องเที่ยวที่มาร้านเราจะติดปัญหาเวลาจ่ายค่าอาหาร ด้วยความที่ผมไปเรียนอยู่ที่จีน 2 ปี จึงเห็นช่องทางว่าสมัยนี้คนจีนนิยมจ่ายเงินผ่าน We Chat และ Alipay เลยลองศึกษาและนำระบบการจ่ายเงินนี้มาใช้ที่ร้าน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าและทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนตัดสินใจง่ายขึ้นที่จะเข้ามาใช้บริการที่ร้านเรา”

ในยุคที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นลมหายใจของคนยุคนี้ โอ๊ตยังเลือกใช้ช่องทางการตลาดทั้ง ไลน์แอด (Line@) และเฟซบุ๊ก (Facebook) เป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดใหม่ๆ ในการสื่อสารกับลูกค้า โดยมีผลพลอยได้คือ ช่วยปรับลุคให้แบรนด์ดูมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

“ที่ร้านเรามีไลน์แอด (@ruenpetchsuki) เป็นช่องทางในการทำการตลาด ผมมองว่าเป็นช่องทางในการโฆษณารูปแบบหนึ่ง แต่ข้อระวังคือ ต้องมีศิลปะในการสื่อสาร จะทำยังไงไม่ให้สิ่งที่เราสื่อสารออกไปรบกวนลูกค้ามากเกินไป สิ่งที่ผมชอบในไลน์แอดมากๆ คือ ทำให้ลูกค้าส่งฟีดแบ็กกลับมาถึงเราได้โดยตรง

ผมเชื่อว่าทุกธุรกิจต่อให้ทำมานานขนาดไหนก็ไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นเวลาลูกค้ามีฟีดแบ็กอะไรมาถึงเรา เราจะนำมาปรับปรุงแก้ไขทันที และเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่เร่งรีบ เวลาน้อยลง เราก็ยังเป็นส่วนหนึ่งในบริการไลน์แมน (Line Man) เช่นกัน”

สำหรับเป้าหมายต่อไปจากนี้ ผู้บริหารหนุ่มอนาคตไกล กล่าวว่า อยากให้ทุกคนที่มาถึงกรุงเทพฯ แล้วนึกถึงสุกี้ ต้องมีชื่อของเรือนเพชรสุกี้เป็นแบรนด์ในใจ

รสดีเด็ด ร้านตำนานย่านสยามสแควร์

ย่านสยามมีร้านอาหารและร้านขนมอัดแน่นอยู่ตามซอกซอยต่างๆ มากมาย ไม่รวมบรรดาร้านรวงที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่เชื่อว่าถ้าถามถึงร้านในตำนานที่เป็นซิกเนเจอร์ของสยามสแควร์ต้องมีชื่อของ รสดีเด็ด ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเก่าที่ยืนยงมาจะครบ 50 ปี ในอีก 2 ปีข้างหน้าแน่นอน

การเดินทางของรสดีเด็ดตั้งแต่รุ่นบุกเบิก ต้องบอกว่าสู้ชีวิตมาไม่น้อย เจี๊ยบ-พัสวี ภัทรพุทธากร เจ้าของร้านทายาทรุ่นที่ 2 เล่าว่า รสดีเด็ดสาขาแรกในสยามอยู่ที่ซอย 2 จนกระทั่งเจอวิกฤตโรงหนังลิโด้ไฟไหม้ก็เริ่มซบเซาลงเรื่อยๆ จนกระทั่งคุณแม่ได้ยินข่าวว่าจะมีห้างใหม่มาเปิดคือมาบุญครอง จึงไปจองพื้นที่และโยกย้ายไปเปิดตรงโบนันซ่า

อย่างไรก็ตาม แม้วันนี้สยามสแควร์จะยังคงเป็นย่านช็อปปิ้งครองใจวัยรุ่น แต่หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ธุรกิจจึงต้องมีการปรับตัว หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะเกิดขึ้นคือ เมื่อรสดีเด็ดสาขาเดิมกำลังจะหมดสัญญา ทายาทรุ่นที่ 2 จึงตัดสินใจย้ายกลับมาถิ่นเก่าที่ซอย 2 อีกครั้ง พร้อมปัดฝุ่นทำคอนเซ็ปต์ร้านใหม่ที่ฮิปและโดนใจวัยรุ่นกว่าเดิม โดยใช้ชื่อร้านใหม่ว่า “ร้านเจี๊ยบรสดีเด็ด” แต่ยังราคาก๋วยเตี๋ยวที่ชามละ 50 บาท เหมือนเดิม

“หัวใจของการปรับตัวคือ ต้องตีโจทย์แบรนด์ให้ถูกก่อน ทุกวันนี้ทุกอย่างเป็นแฟชั่น เป็นศิลปะ ไลฟ์สไตล์ลูกค้าเปลี่ยน ทุกคนชอบถ่ายภาพ เพราะฉะนั้นเราเลยมีไอเดียว่าถ้าจะทำร้านใหม่ โดยคำนึงถึงสี รูปแบบ รูปลักษณ์ที่ออกมา โดยร้านใหม่เราเลือกใช้โทนดำ แดงและทอง เพราะด้วยความที่ครอบครัวเราไปฮ่องกงบ่อย จนสังเกตว่าร้านอาหารที่นั่นนิยมใช้สีดำ เพื่อให้อาหารดูเด่น เราเลยนำไอเดียนี้มาใช้ เพราะคิดว่าสีดำน่าจะเป็นพลังแห่งทรัพย์ ส่วนสีทองเป็นสีของโชคลาภ และสีแดงเป็นสีของความลุ่มหลงในเสน่ห์อันเย้ายวน”

นอกจากสไตล์การแต่งร้านใหม่แล้ว เรายังเพิ่มเติมคุณภาพของบริการเข้าไปด้วย “ยอมรับนะคะว่าแต่ก่อนอาจจะหยิ่ง (ยิ้ม) เพราะมั่นใจว่าอาหารเราอร่อย แต่พอยุคสมัยเปลี่ยน คู่แข่งเยอะ เราต้องกลับมาให้ความสำคัญเรื่องบริการด้วย” พัสวี กล่าว

ขณะที่ เจเจ-สมเกียรติ ภัทรพุทธากร ลูกชาย ซึ่งเข้ามาช่วยสานต่อธุรกิจ กล่าวว่า สมัยก่อนลูกค้าเรียก เขาไม่เคยไป ให้ลูกน้องไป “แต่เดี๋ยวนี้ผมลงไปดูแลลูกค้าเอง ไปรับออร์เดอร์ เสิร์ฟด้วยตัวเองเลย”

สำหรับความท้าทายในการสืบทอดร้านอาหารในตำนานในยุคดิจิทัล เจเจ บอกว่า ด้วยความที่จบมาในสายภาพยนตร์ จึงคิดจะนำความรู้ที่เรียนมา ทำหนังที่บอกเล่าเรื่องราวที่พบเจอในร้านรสดีเด็ดในมุมที่น่าสนใจ อาจจะใส่มุขที่ครอบครัวเราใช้เรียกเมนูหมี่ต่างๆ ลงไปสร้างสีสัน อย่าง หมี่มั่ว หมายถึงเส้นหมี่ทุกอย่าง หรือหมี่บริสุทธิ์ เส้นหมี่ที่ไม่ใส่ผักลงไป เป็นต้น

ในอนาคตนอกจากจะฝันไกลๆ ว่าอยากมีร้านอาหารที่ฮ่องกง ยังมีแผนจะให้ร้านสาขาใหม่นี้ครบวงจรมากขึ้น อย่างชั้น 2 อาจจะนำวัตถุดิบจากโครงการหลวงมาพัฒนาเป็นร้านอาหาร ส่วนชั้น 3 อาจจะทำให้เป็นห้องเรียนทำอาหารคลาสเล็กๆ จำกัดจำนวนไม่เกิน 12 คน ด้วย

 

บ้านเชฟแบงค์@อินทร์บุรี ราคาริมทางมาตรฐานโรงแรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มิถุนายน 2560 เวลา 13:36 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/498962

บ้านเชฟแบงค์@อินทร์บุรี ราคาริมทางมาตรฐานโรงแรม

โดย…วันเพ็ญ พุทธานนท์

เพราะต้องเดินทางกลับบ้านที่ จ.นครสวรรค์ บ่อยครั้ง เลยมีโอกาสซอกแซกมองหาร้านอาหารอร่อยๆ ระหว่างการเดินทาง แล้วก็ได้ลองชิมร้านอาหารที่ธรรมดา ราคาห้องแถวแต่มาตรฐานไม่แพ้โรงแรมนั่นก็คือ ร้านบ้านเชฟแบงค์@อินทร์บุรี ที่เราจะพาไปแนะนำกันวันนี้

มาดูการเดินทางกันก่อน ร้านบ้านเชฟแบงค์ ตั้งอยู่ที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ขาขึ้นจากกรุงเทพฯ ผ่านแยกสิงห์บุรีแล้วขับขึ้นมาเรื่อยจนเจอแยกอินทร์บุรีเลี้ยวซ้ายเข้าไปโลดประมาณ 300 เมตร จะเห็นป้าย “บ้านเชฟแบงค์ ข้าวผัดปูฟิวชั่น” เด่นเป็นสง่า

เมื่อเข้าไปในร้านจะเห็นที่นั่งมีให้เลือกทั้งชนิดนั่งเก้าอี้ หรือจะชิลๆ กับบนพื้นยกสูง ร้านจัดได้โล่ง กว้างขวาง นั่งสบาย ตกแต่งแอบย้อนยุคเล็กๆ ด้วยของแต่งร้านยุคเก่าบางส่วน ด้านหลังเป็นพื้นที่ว่างสำหรับจอดรถทำให้มีลมพัดเกือบตลอดเวลา

เข้าเรื่องเมนูกันดีกว่า ร้านนี้มีเมนูหลากหลายให้เลือกทั้งของทอดทานเล่น เมนูข้าวนานาชนิด เมนูเส้นไปจนถึงของหวานน้ำแข็งเกล็ดหิมะ ราคาอาหารที่นี่เริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น

แต่เมนูเด็ดที่ไปแล้วห้ามพลาดก็ตามชื่อร้านเลย ข้าวผัดปู และเมนูเย็นตาโฟต้มยำ“ชามยักษ์” ที่ต้องเน้นชามยักษ์เพราะขนาดยักษ์จริงๆ ทานได้ตั้งแต่ 3-5 คนขึ้นไปเลยทีเดียว ในราคาเพียง 300 บาท เห็นลูกค้าสั่งมาทานด้วยกันแล้วอดรู้สึกสนุกสนานไปด้วยไม่ได้

ที่สำคัญคือ รสชาติ ที่ทดลองสั่งมาทานในวันนั้นคือ ข้าวผัดปูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านข้าวกะเพราปลาหมึก และยำหมูยอ ที่เชฟแบงค์เล่าว่า ทำเอง รสชาติจึงอร่อยแตกต่างจากที่อื่นตามแบบฉบับเชฟแบงค์ ซึ่งก็…อร่อยจริง…แถมการจัดจานยังสวยงามสมกับสโลแกนราคาเริ่มต้น 40 บาท มาตรฐานโรงแรมจริงๆ

เชฟแบงค์เล่าว่า แรงบันดาลใจในการทำอาหารและสร้างสรรค์อาหารเมนูต่างๆ มาจากความชอบและได้รับการปลูกฝังจากคุณแม่ที่มีฝีมือทำอาหารระดับที่เป็นแม่ครัวประจำตำบลก็ว่าได้ เพราะในต่างจังหวัด เมื่อวัดในชุมชนมีงานบุญหรือต้องทำอาหารเลี้ยงคนที่ทำบุญในเทศกาลสำคัญ เช่น งานประจำปีของวัด งานทอดกฐิน ทอดผ้าป่า บรรดาคนมีฝีมือด้านทำอาหารในชุมชนนั้นจะมาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันทำครัว ซึ่งแม่ของเชฟแบงค์เป็นหนึ่งในแม่ครัวฝีมือระดับพระกาฬที่จะไปช่วยทุกครั้งที่มีโอกาส (ปัจจุบันแม่เชฟแบงค์เสียชีวิตแล้ว)

จากประสบการณ์ที่คลุกคลีในครัว เป็นลูกมือทำอาหารกับแม่มาตั้งแต่เด็ก จนกลายเป็นดีเอ็นเอเฉพาะตัว เชฟแบงค์สั่งสมประสบการณ์จากร้านอาหารดังไปจนถึงระดับเชฟโรงแรมในกรุงเทพฯ จนฝีมือเป็นที่ยอมรับ จึงตัดสินใจกลับบ้านและเปิดร้านเชฟแบงค์ร้านแรกที่ จ.ชัยนาท ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก

จนกระทั่งร้านที่ จ.ชัยนาท หมดสัญญาประกอบกับพื้นที่คับแคบไม่พอรองรับลูกค้าและไม่มีที่จอดรถ ประกอบกับเพื่อนมีที่ดินว่างที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ชวนไปเปิดร้าน จึงตัดสินใจย้ายมาเปิดร้านทำเลใหม่ที่นี่แทน และทุกวันนี้ยังมีลูกค้าจากชัยนาทตามมาทานถึงร้านที่สิงห์บุรีอีกด้วย

ถึงจะเป็นร้านที่ดูธรรมดา แต่รูปลักษณ์และรสชาติเขาไม่ธรรมดาจริงๆ มีโอกาสผ่านไปสัญญากับตัวเองว่า“ต้องโดนซ้ำ” แน่นอน

 

 

แซ่บๆ แสบทรวง ลาบซี่โครงแก้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 มิถุนายน 2560 เวลา 14:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/498801

แซ่บๆ แสบทรวง ลาบซี่โครงแก้ว

ลาบจานนี้รับรองว่าถูกใจคุณพ่อบ้านหรือขากับแกล้ม เพราะเป็นอาหารกินเล่นที่อร่อยและทำได้ง่ายไม่ยากเย็น ใส่ใจในรายละเอียดของพริกแห้งคั่วก็ยิ่งทำให้แซ่บแสบทรวงได้ยิ่งขึ้นไปอีก

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

“ลาบ” นอกจากจะเป็นอาหารในวันมงคลเพราะชื่อเสียงที่พ้องกับคำว่า “ลาภ” แล้ว เชื่อว่าคออาหารแซ่บคงต้องเอ่ยปากสั่งคู่กันทุกครั้งที่มีส้มตำอยู่ด้วยกัน เป็นอาหารจานโปรตีนที่ทั้งอร่อยและโลว์คาร์บ เผลอๆ ถ้าเบื่อส้มตำ กินลาบคู่กับผักสดเป็นอาหารจานเดียวยังไหว เพราะอยู่ท้องได้โปรตีน นับเป็นอาหาร “ลีน” ไขมันต่ำได้ เพราะเอกลักษณ์ของลาบที่เรารู้จัก คือ เป็นเนื้อสัตว์รวนให้สุก ปราศจากน้ำมัน ไขมันนอกเหนือจากที่มีอยู่ในอาหาร

ผู้เขียนไปลาวครั้งไหน ถ้ามีโอกาสจะหา “ลาบ” รับประทานเสมอ ชอบเสน่ห์ของผักเล็กผักน้อย บรรดาผักสมุนไพรที่หั่นฝอยๆ ลาบมาพร้อมกับเนื้อสัตว์ในจาน ผักสมุนไพร ที่ลาวปลูกตามธรรมชาติไม่มีใครใช้ปุ๋ยเคมี ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง ต้นหอม จะโตแบบไม่สูงใหญ่แต่ได้ใจที่ความหอมอร่อยที่แตกต่าง เรียกว่ารับประทานแล้วสดชื่นทุกครั้ง ลาบที่อร่อยๆ ต้องยกให้ “ลาบงัว” เนื้อวัวที่ซอยมาบางเฉียบรวนพอสุกแล้วลาบ หรือ “ลาบปลาน้ำโขง” ที่เป็นปลาน้ำจืดสดๆ สับแต่เนื้อพอหยาบๆ รวนให้สุกแล้วลาบมากับพริกสดซอยละเอียด ต่างจากลาบแบบที่เราคุ้นเคยซึ่งใช้พริกแห้งคั่วป่น

ทริปล่าสุดประทับใจที่ได้รับประทาน “ลาบ” อร่อยจนถือเป็น “ลาภปาก” คือตอนไปแถว อ.จอมทอง ลาบปลาเพี้ยะของจอมทองอร่อยจนเป็นเอกลักษณ์ ที่อร่อยเพราะเขาใส่พริกคั่วป่นสูตรเฉพาะที่หอมซ่า เผ็ดอร่อยจนกลายเป็นเอกลักษณ์ว่าลาบปลาอร่อยต้องไปถึงจอมทอง จ.เชียงใหม่

พูดถึงลาบหลากหลายชนิดมักจะเป็นเนื้อสัตว์ที่ผ่านการรวนจนสุก แม้ว่าอาจจะเติมน้ำลงไปเล็กน้อยในขั้นตอนของการรวนให้สุก แต่ถือเป็นการทำให้อาหารสุกด้วยไอน้ำในอาหารเป็นหลัก ยังมีลาบอีกจานที่ผู้เขียนไปชิมมาจากร้านอาหารส้มตำสุดไฮโซ Cafe Chilli ที่สยามพารากอน ลาบจานนี้แตกต่างจากลาบทั่วไป เพราะเขาใช้ซี่โครงแก้ว หรือซี่โครงช่วงกระดูกอ่อนๆ ซอยเป็นชิ้นเล็กๆ หมักจนเข้าเนื้อแล้วทอดให้เหลืองกรอบนอกนุ่มใน จนกลายเป็นลาบรสอร่อยที่มีความแตกต่างจากทั่วไปที่รับประทาน

ฉบับนี้จึงขอนำสูตรที่แกะจนสำเร็จ เคล็ดลับไม่มากมายเลือกกระดูกอ่อนที่อ่อนจริงๆ หรือที่ร้านขายหมูที่คุ้นเคยเขาเรียกว่า ซี่โครงแก้ว เพราะกระดูกอ่อนช่วงนี้อ่อนจนเคี้ยวได้ตลอดทั้งชิ้นจริงๆ จนกรุบกรอบคล้ายแก้วเลยว่ากันแบบนั้นตามแม่ค้าบอกมา เสียเวลานิดหน่อยตรงต้องซอยให้เป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ 2-3 ซม. แนะนำให้ใช้เวลาหมักสักหน่อย เพื่อให้ทุกคำที่เคี้ยวอร่อยถึงขีดสุด

ซี่โครงแก้วที่หมักได้ที่แล้ว ทอดให้สุกเหลืองโดยใช้น้ำมันท่วม อย่าลืมเสียเวลาสะเด็ดน้ำมันสักนิดจะได้อร่อยได้โดยไม่รู้สึกผิด คลายความร้อนสักหน่อยแล้วใส่ลงกะละมังผสมเคล้ากับเครื่องลาบที่เตรียมไว้ ลาบซี่โครงอ่อนทอดรสจัดจากความเป็นอาหารทอด ผู้เขียน “บ้า” สมุนไพรขอแนะนำให้หั่นสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นผักชีฝรั่ง ต้นหอม หอมแดง อย่าให้บางฝอยมากจนเกินไป จึงจะสมน้ำสมเนื้อเวลาเคี้ยวมากกว่าสมุนไพรซอยบางๆ ในลาบแบบรวนสุกที่เป็นเนื้อนุ่มนิ่มกว่า

ลาบซี่โครงแก้ว

ส่วนผสม

ซี่โครงอ่อน หรือซี่โครงแก้ว 300 กรัม
แป้งชุบทอด 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
น้ำมันพืชสำหรับทอด 2 ถ้วย

ส่วนผสมสำหรับลาบ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
พริกป่นคั่ว 1/2 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
ต้นหอม ซอยหนา 1/2 ซม. 2 ช้อนโต๊ะ
หอมแดง ซอยบาง 1 ช้อนโต๊ะ
ผักชีฝรั่ง ซอยหนา 1/2 ซม. 1 ช้อนโต๊ะ
ใบมะกรูด ซอยบาง 2-3 ใบ
ข้าวคั่วเหลืองโขลกละเอียด 2 ช้อนชา

วิธีทำ

• ใช้มีดคมๆ ซอยซี่โครงหมูอ่อนให้เป็นชิ้นเล็กๆ เคี้ยวง่ายๆ กะประมาณ 1-2 ซม. หมักซอสปรุงรสและน้ำตาลไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง
เมื่อพร้อมทอดแล้วตั้งน้ำมันในหม้อก้นลึก หรือกระทะก้นลึก จากนั้นคลุกแป้งให้ทั่ว ค่อยๆ ทอดทีละน้อยจนสุกเหลือง ตักขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน
• ผสมน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา และน้ำมะนาวให้เข้ากันเสียก่อน จากนั้นปรุงรสด้วยเครื่องปรุงลาบทั้งหมด
ตักซี่โครงหมูที่ทอดไว้แล้วใส่หม้อ คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จานเสิร์ฟกับผักสดนานาชนิด <br

เตี๋ยวตาล๋อ ต้มยำมันกุ้งสดซีฟู้ดรสจี๊ดจ๊าด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 มิถุนายน 2560 เวลา 12:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/498365

เตี๋ยวตาล๋อ ต้มยำมันกุ้งสดซีฟู้ดรสจี๊ดจ๊าด

โดย…เมธี เมืองแก้ว

เมืองตรัง มีร้านอาหารอร่อยชื่อดังมากมาย ร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีชื่อเก๋ไก๋ปนภาษาใต้ว่า “ร้านเตี๋ยวตาล๋อ” มีความหมายในทำนองที่ว่า เห็นแล้วต้องแปลกใจ หรือตะลึง เพราะมันเยอะมากและยังเป็นแนวก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันกุ้งสดซีฟู้ดเจ้าแรกของจังหวัดตรัง เป็นอีกร้านหนึ่งที่นักท่องเที่ยวมาเมืองตรังแล้วต้องแวะ เพราะรสชาติอร่อยไม่เหมือนใคร

ร้านแห่งนี้บริหารงานโดย ธีรวุฒิ ยิ่งขจร หนุ่มกันตัง วัย 32 ปี ที่หนีความวุ่นวายกรุงเทพมหานคร กลับถิ่นบ้านเกิดเปิดร้านเตี๋ยวตาล๋อมาตั้งแต่ปี 2557 หรือ 3 ปีที่แล้ว

ธีรวุฒิ บอกว่า คุณแม่เปิดร้านขายอาหารปักษ์ใต้ มีสูตรเด็ดมากมาย ประกอบกับส่วนตัวชื่นชอบปรุงอาหารอยู่แล้ว จึงคิดค้นสูตรเด็ดขายก๋วยเตี๋ยวต้มยำมันกุ้งสดซีฟู้ด ด้วยการนำกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ จากแม่น้ำตรัง และอีกหลายแหล่งน้ำในภาคใต้ มาเป็นพระเอกชูโรง

ขณะเดียวกันนำวัตถุดิบอีกหลายอย่างมาจากท้องทะเลอันดามัน อาทิ หอยแมลงภู่ หอยเชลล์ ปลาหมึก ปู ทำให้ลูกค้าที่มาทานเกิดความประทับใจ พร้อมทั้งปรุงต้มยำให้ออกมาแบบปักษ์ใต้ นั่นคือ รสชาติกลางๆ ไม่เค็ม ไม่เผ็ดจนเกินไป นอกจากจะใส่น้ำพริกเผา และนมข้น ตามสูตรทั่วไปแล้ว ยังใส่มันกุ้งสดด้วย ทำให้น้ำซุปออกมาหวานมันเข้มข้นแบบธรรมชาติ และมีเนื้อกรุบๆ ของมันกุ้งปนอยู่ด้วย ส่วนเส้นก็สามารถใช้ได้ทุกอย่าง ทั้งเส้นเหลือง เส้นหมี่ เส้นเล็ก เส้นใหญ่ หรือเส้นมาม่า โดยที่ไม่มีผลต่อรสชาติ

ธีรวุฒิ บอกอีกว่า ปัจจุบันทางร้านได้คิดค้นก๋วยเตี๋ยวสูตรเด็ดทั้งหมด 9 เมนู ได้แก่ สุกี้ตาล่อหมู สุกี้ตาล่อทะเล เตี๋ยวสุกร เตี๋ยวสุกรจัมโบ้ (ต้มยำ/น้ำใส) เตี๋ยวเล้าสุกร (ต้มยำ/น้ำใส) เตี๋ยวม้าเร็ว จอมกระบี่เดียวดาย ยกทัพทะเลเดือด และเตี๋ยวตาล๋อ ซึ่งเป็นเมนูยอดฮิตที่สุดเพราะเป็นการรวมของอาหารทะเลสดๆ แบบเต็มอิ่ม ทั้งกุ้งหอยปูปลา แถมยังมีไข่เป็ดมะตูมอีก 1 ฟองด้วย รวมทั้งใส่น้ำเห็ด 3 อย่าง ได้แก่ เห็ดเข็ม เห็ดเข็มทอง และเห็ดชิเมจิ เพื่อปรุงให้รสชาติออกมาแซ่บและกลมกล่อมยิ่งขึ้น

ในอนาคตทางร้านกำลังคิดค้นเมนูใหม่ๆ รวมทั้งเพิ่มที่นั่งให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้นด้วย สำหรับราคาก๋วยเตี๋ยวมีตั้งแต่ชามละ 60-499 บาท

ร้าน “เตี๋ยวตาล๋อ” ตั้งอยู่เลขที่ 56/3 ถนนรัษฎา ตรงข้ามสนามกีฬาเทศบาลนครตรัง หรือ ธ.ก.ส.ตรัง เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-19.30 น. สั่งจองเมนูล่วงหน้าได้ที่ 09-1912-6052 หรือ FB : เตี๋ยว ตา ล่อ ณ ตรัง