ซูชิ เด็น ตัวจริงเรื่องซูชิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2560 เวลา 14:47 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/497385

ซูชิ เด็น ตัวจริงเรื่องซูชิ

โดย…ยู่ยู้ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ซูชิ เด็น คืออีกหนึ่งร้านคุณภาพที่คออาหารญี่ปุ่นไม่ควรพลาด เพราะมาพร้อมเมนูอาหารญี่ปุ่นที่หลากหลาย พร้อมตอบโจทย์ไม่ว่าคุณจะเป็นคอซูชิ หรือหลงรักในเมนูข้าวหน้าต่างๆ สไตล์ญี่ปุ่น รวมทั้งโรล มากิ หรือเมนูเส้น ก็มีครบจบในร้านเดียว

ด้วยบรรยากาศร้านสไตล์ญี่ปุ่นแบบโมเดิร์น ดูโปร่งโล่งสบาย ชวนอบอุ่นด้วยโทนสีน้ำตาล และการเลือกใช้วัสดุอย่างไม้ ทำให้ซูชิ เด็น ดูน่านั่งตั้งแต่แรกเห็น ที่สำคัญยังมาพร้อมลูกเล่นอย่างสายพานเสิร์ฟอาหารถึงโต๊ะที่ลูกค้าต่างติดอกติดใจ โดยสาขาเซ็นทรัล พลาซา บางนา แห่งนี้ เป็นเพียง 1 ใน 2 สาขาที่ลูกค้ามาแล้วไม่ต้องลุ้น หรือเลือกว่าจะได้โต๊ะที่สายพานวิ่งผ่านหรือไม่ เพราะออกแบบมาแล้วให้ทุกโต๊ะสามารถเลือกเมนูซูชิบนสายพานที่ปรุงสดใหม่จากเชฟได้เอง โดยไม่ต้องห่วงว่าซูชิจะถูกทิ้งไว้นานจนคุณภาพไม่เหมือนเก่า เพราะมีเชฟคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ถ้าพบว่าซูชิเปลี่ยนสี ไม่ได้คุณภาพ จะกำจัดทิ้งทันที

สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่มาดูเมนูแล้วต้องสั่งคือ สารพัดเมนูซูชิแบบพรีเมียมที่คัดมาแล้วว่าไม่ซ้ำกับเมนูบนสายพาน ถ้ามาเป็นก๊วน คุ้มสุดๆ ต้องไม่พลาด Minato Set เป็นการรวมพลของซูชิยอดนิยม 7 คำกำลังพอดี นำทีมมาโดยซูชิหน้าครีบปลาตาเดียว ปลาทูน่า ปลาฮามาจิ โอโทโร่ ปลาหมึก ปลาไหล และไข่ปลาแซลมอน กินฟินๆ อร่อยหมดถาดไม่รู้ตัว

ถัดมาที่อยากให้ลองคือ Engawa Delight Roll โรลครีบปลาตาเดียว มาพร้อมไข่ปลาแซลมอนและไข่อิบิโกะให้จุใจในจานเดียว ถัดมาคือโรลปลาแซลมอนห่อข้าวหน้าปลาไหล อีกเมนูยอดฮิตที่นำทั้งปลาแซลมอนและปลาไหลมาอยู่ด้วยกัน ท็อปปิ้งด้านบนด้วยไข่อิบิโกะ ราดด้วยซอสปลาไหลเข้มข้นสูตรพิเศษของทางร้าน สำหรับเมนูนี้ลูกค้าสามารถเลือกอร่อยได้ 2 รสสัมผัส ระหว่างแซลมอนสดหรือนำไปย่าง

แต่ถ้าชอบรสจัดจ้านขึ้นมาอีกนิด แนะนำโรลยอดนิยมอย่าง Spicy Salmon Roll โรลแซลมอนรสเด็ดที่ให้ลูกค้าได้อร่อยเต็มคำกับแซลมอนที่สอดไส้มาในโรลไม่พอ ยังท็อปมาด้านบนโรลอีก ราดด้วยน้ำซอสสูตรพิเศษที่ให้รสจัดจ้านนิดๆ รับรองว่าถูกปากคนไทย ดื่มด่ำกับเมนูของคาวมาหลายเมนู ถึงเวลาเมนูสุขภาพอย่างสลัดได้ออกโรง มาถึงซูชิ เด็น ขอแนะนำสลัดปูนิ่มทอดกรอบ นอกจากจะได้รสชาติไม่รู้ลืมจากน้ำสลัดสูตรพิเศษของทางร้านแล้ว ยังได้เทกซ์เจอร์ของวุ้นเส้นกรอบที่ใส่มาในสลัดชามโตด้วย

ปิดท้ายมื้ออร่อยด้วย เมนูทางเลือกสำหรับใครที่อาจจะอยากเปลี่ยนใจจากซูชิมาลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นอื่นๆ บ้าง พลาดไม่ได้กับหอยเชลล์ผัดซอสรสเผ็ด ถ้าสั่งพร้อมเซตข้าว สลัด น้ำซุป เมนูเดียวก็อิ่มท้อง ทีเด็ดอยู่ที่หอยเชลล์ตัวโตผัดกับน้ำซอสสูตรพิเศษที่รสชาติเข้มข้น ให้รสเผ็ดหวานลงตัว กินกับข้าวสวยร้อนๆ ก็ฟินอย่าบอกใคร

เสร็จแล้วล้างปากด้วยเมนูของหวานยอดนิยมอย่างซูชิ เด็น พาร์เฟต์ ถ้วยเดียวได้ทั้งไอศกรีมรสชาเขียวเข้มข้น เสริมทัพด้วยเทกซ์เจอร์กรุบๆ กรอบๆ ของคอนเฟลกซ์ ท็อปด้านบนด้วยถั่วแดง โมจิ และวิปปิ้งครีม อร่อยเพลินจนหมดถ้วย

พบกับความอร่อยที่จะทำให้มื้อนี้พิเศษกว่ามื้อไหนๆ ได้แล้วที่ซูชิ เด็น สาขาเซ็นทรัล พลาซา บางนา ชั้น 5 ร้านเปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เปิด 10.30-21.30 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 10.00-21.30 น. โทร. 02-399-2373 เฟซบุ๊ก Sushiden

 

เมี่ยงปูแกะน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ @ ร้านส้มตำ กาแฟ สมุทรสาคร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2560 เวลา 14:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/497384

เมี่ยงปูแกะน้ำจิ้มซีฟู้ดแซ่บ @ ร้านส้มตำ กาแฟ สมุทรสาคร

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา

สมุทรสาครอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ หากชื่นชอบเมนูอาหารประเภททะเล ต้องนึกถึงจังหวัดแห่งนี้เป็นอันดับแรก เพราะเมนูอาหารทะเลสดๆ มีให้เลือกรับประทานมากมาย หากนักท่องเที่ยวแวะเวียนผ่านไปเที่ยว จ.สมุทรสาคร ขอแนะนำไปลองรับประทานอาหารที่ร้าน “ส้มตำ กาแฟ” ตั้งอยู่ ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายในสไตล์โอเพ่นแอร์ ที่รายล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ดูร่มรื่น

ร้านแห่งนี้บริหารงานโดย ภูมิ ดีประทีป และมนัญพร สุริยะพันธ์ สองสามีภรรยาที่ผันตัวเองจากมนุษย์เงินเดือน มองหาทำเลใกล้ๆ บ้านเปิดร้านอาหารและร้านกาแฟ ทำธุรกิจแบบครอบครัว ทั้งเข้าครัวปรุงอาหารเองและเสิร์ฟอาหารเองเพื่อประหยัดต้นทุน โดยเมนูเด็ดของร้านต้องเมี่ยงเนื้อปูแกะ เนื้อแน่นพอดีคำ เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ขาว ผักสดๆ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดวัตถุดิบทุกอย่างล้วนคัดสรรมาอย่างดี รับประกันความสดใหม่ที่เลือกทำแบบออร์เดอร์ต่อออร์เดอร์

อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด เมนูน้ำพริกไข่ปู รสชาติอร่อยจัดจ้านที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เสิร์ฟพร้อมกับผักสดแช่เย็นๆ เช่น มะเขือ แตงกวา และถั่วพูสด ต่อด้วยเมนูหอยนิวซีแลนด์กะเพราทรงเครื่องกระทะร้อนๆ ซึ่งทางร้านได้นำหอยนิวซีแลนด์คัดขนาดใหญ่พิเศษผัดกับซอสสูตรเฉพาะ รสเข้มข้น พร้อมเสิร์ฟบนกระทะร้อนๆ ส่วนผู้ชื่นชอบมีเมนูส้มตำมีให้เลือกทั้งส้มตำไทยและอีสาน ล้วนเป็นเมนูเพื่อสุขภาพได้รสชาติเข้มข้น

แต่ที่พลาดไม่ได้คือ เมนูยอดฮิตต้อง “กุ้งเผา” จานเด็ดที่ใครหลายๆ คนชอบกิน เพราะนำกุ้งสดๆ ตัวใหญ่ๆ เอาไปเผา เนื้อเหนียวหนุบหนับ หวานกรอบ โดยนำกุ้งมาย่างบนเตาถ่านไฟแรงๆ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ด กุ้งเผาเผามาแบบกำลังดี เนื้อกุ้งพอสุก ยังมีความหวาน เนื้อเด้ง หัวกุ้งมีมันเยิ้มๆ ให้กินคู่กับน้ำจิ้มเข้ากันดีมากๆ

ผู้ที่ชื่นชอบเมนูต้มยำ ทางร้านมีเมนูต้มยำปลาคังหม้อไฟ ที่นำปลาคังธรรมชาติมา ตัวใหญ่อวบอ้วนนำมาแล่เอาแต่เนื้อล้วนๆ หั่นมาเป็นชิ้นหนาพอคำ จากนั้นนำไปต้มในน้ำร้อนพร้อมเครื่องปรุงสมุนไพรไทย เสิร์ฟมาในหม้อไฟเดือดพล่าน ความอร่อยอยู่ที่เนื้อปลาคังสดหวาน ไม่มีกลิ่นคาว น้ำแกงรสจัดจ้านตักกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยแซบเว่อร์จนเหงื่อซึม สำหรับราคาอาหารมีเมนูให้เลือกมากมายตั้งแต่ราคา 169 บาท ไปจนถึงราคา 360 บาท

“เรื่องสำคัญที่สุดของการทำธุรกิจร้านอาหารซีฟู้ด คือการรู้จักพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา และการไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาที่เจอ และที่ขาดไม่ได้คือ ธุรกิจนี้จำเป็นต้องคำนึงถึงความสดใหม่ของอาหารเป็นสำคัญ และคิดถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศให้มาก” ภูมิ ดีประทีป ยึดอุดมคติในการบริหารจัดการร้านแห่งนี้

ร้านส้มตำ กาแฟ ตั้งอยู่ซอยวัดสวนส้ม ต.บางกระเจ้า อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ถ้ามาจากเส้นพระราม 2 เข้ามาแค่ 1 กิโลเมตร ร้านติดถนนทางขวาเลยร้านสะดวกซื้อมานิดเดียว หรือเข้าทางนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ร้านอยู่ปากทางซอย 21 ร้านเปิดบริการ 10.00-22.00 น. หรือสั่งจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่โทร. 09-8824-2082, 09-0286-9663

 

แซ่บๆ แสบทรวง ยำเนื้อสดขนมจีนไหหลำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 มิถุนายน 2560 เวลา 10:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/497344

แซ่บๆ แสบทรวง ยำเนื้อสดขนมจีนไหหลำ

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

บ้านเก่าตอนเด็กๆ ของผู้เขียนอยู่หลังโรงงิ้วใกล้ตลาดคลองสาน จุดเด่นของย่านนั้นในสมัยสัก 30-40 ปีที่แล้ว น่าจะเป็นชุมชนชาวจีนไหหลำที่หนาแน่นเอาการ เพราะไม่ไกลจากบ้านก็มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อไหหลำให้รับประทาน แถมเดินไปถึงตลาดมีร้านขายขนมหวาน บะหมี่หวานและโบ๊กเกี้ย รวมทั้งเต้าทึงพร้อมเครื่องนานาชนิด เป็นความสุขที่สุดเมื่อเดินไปถึงตลาดตอนเย็น

จุดเด่นของก๋วยเตี๋ยวเนื้อไหหลำ “ร้านโต้ว” ที่ผู้เขียนจำได้คือ เนื้อตุ๋นที่มีรสชาติเค็มหวานในน้ำซุปสีน้ำตาลอ่อนๆ ที่เครื่องยาจีนจางๆ จนไม่เป็นปัญหาสำหรับเด็กเล็กๆ อย่างผู้เขียน ที่ชอบที่สุดคือเนื้อสดที่แล่มาบางเฉียบลวกแล้วเด้งเป็นสีชมพูนุ่มน่ากินจะเลือกเส้นอะไรก็ตามใจมีทั้งเส้นใหญ่และเล็กในก๋วยเตี๋ยวจะไม่มีถั่วงอกอะไรให้วุ่นวาย มีเพียงแค่ผักกาดดองแบบเปรี้ยวที่ซอย โรยด้วยต้นหอมและงาขาวเท่านั้น ที่เด็ดที่เด็กชอบกินเค็มอย่างผู้เขียนชอบคือ ก๋วยเตี๋ยวไหหลำต้องมีเต้าหู้ยี้ราดๆ ลงไปด้วย ช่วยชูรสให้น้ำซุปอร่อยเด็ด ยิ่งเห็นผู้ใหญ่เขาคีบผ้าขี้ริ้วบางๆ จิ้มน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้ หรือกะปิไหหลำแล้วยิ่งอยากจะรีบโตเสียวันพรุ่งนี้เลยจะได้ลิ้มรสน้ำจิ้มกะปิแบบไหหลำกับเขาด้วย

พอโตมาเพิ่งมารู้ว่านอกจากก๋วยเตี๋ยวไหหลำแล้วยังมีขนมจีนไหหลำด้วย เส้นอวบหนาดูคล้ายๆ กับเกี้ยมอี๋แต่ยาวเฟื้อยเหมือนก๋วยเตี๋ยวหรือขนมจีนนั่นแหละ รับประทานเหมือนกวยจั๊บหรือก๋วยเตี๋ยวหมูโบราณน้ำใสต่างตรงที่มีผักกาดดองเปรี้ยวซอยมาในน้ำซุป มีหมูหรือเนื้อแล่ชิ้นบางลวกมาพอสุก บางเจ้ามีเครื่องในด้วย ทีเด็ดต้องยกให้เนื้อตุ๋นแบบไหหลำที่อยู่ในน้ำข้นขลุกขลิกราดลงมาด้านบนของขนมจีนไหหลำ

มากินขนมจีนไหหลำเจ้าประจำแถวๆ ซอยลูกหลวงที่เปิดเฉพาะในช่วงเย็น หรือจะไปกินช่วงกลางวันแถวถนนมหรรณพก็อร่อยไกลเคียงกัน ทั้งสองร้านมีขนมจีนไหหลำน้ำใสและแบบเนื้อตุ๋นน้ำข้น แต่ถ้าชอบรสจัดจ้านสั่งเป็นขนมจีนไหหลำแห้งแล้วราดด้วยน้ำจิ้มกะปิหรือที่เรียกว่า เกี้ยมโก๊ย แบบนี้จะได้ซึ่งรสชาติของความจัดจ้านเหมาะสำหรับฤดูนี้ที่เดี๋ยวฝนตกเดี๋ยวแดดออก

ผู้เขียนบังเอิญผ่านไปเจอคุณป้าท่านหนึ่งขายเส้นขนมจีนไหหลำสดอยู่แถวตลาดบางรัก เห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะซื้อมาทดลองทำยำขนมจีนไหหลำน้ำจิ้มกะปิดูเสียเลย สำหรับสูตรน้ำจิ้มขออนุญาตบอกไว้ในฉบับนี้ว่าอาจจะไม่เหมือนต้นตำรับไหหลำเสียทีเดียว เพราะเกี้ยมโก๊ยแบบต้นตำรับโบราณนั้นต้องหมักในไห แถมยังมีพวกกากน้ำตาลธรรมชาติเพื่อทำให้เกิดกลิ่นหอมและรสกลมกล่อม

สำหรับ “เกี้ยมโก๊ย” สไตล์บ้านๆ ของเรา ผู้เขียนขอใช้วิธีในการแกะสูตรตามความเข้าใจ พร้อมกับใช้วัตถุดิบเครื่องปรุงต่างๆ ที่หาได้ไม่ยากในครัวของเรา จะว่าไปแล้วสูตรน้ำจิ้มกะปินั้นออกจะมีความคล้ายน้ำพริกกะปิบ้านเราอยู่มาก มีเพิ่มเติมตรงใส่เต้าหู้ยี้สีแดงลงไปด้วยเพื่อเพิ่มความหอม คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า ของหมักดองสูตรธรรมชาติมักจะมีรสชาติ “อูมามิ” อยู่ด้วยแล้ว เหตุนี้เองจึงทำให้ยิ่งเอาเนื้อลวกจิ้มเกี้ยมโก๊ยแล้วยิ่งหยุดไม่ได้ ต้องรีบคีบเส้นฉ่ำๆ ตามเข้าไปอีก

ขนมจีนไหหลำนั้นจะกินหมูก็ได้ จะกินเนื้อก็อร่อย ใครชอบเนื้อสดส่วนไหนเลือกได้ตามต้องการ สำหรับเนื้อหมูส่วนสะโพกแล่บางๆ หมักสักหน่อยก็ดี หากไม่อยากหมักนานๆ หันมาใช้เป็นส่วนสันในจะนุ่มกว่า ราคาสูงได้ทั้งเนื้อวัวและเนื้อหมู ถ้าถนัดรับประทานเนื้อวัวแล้วละก็ แนะนำเป็นส่วนใบพายจะอร่อยนุ่ม หอมที่สุด ยิ่งได้แบบแล่บางๆ สไตล์ “ชาบู ชาบู” ญี่ปุ่นด้วยแล้วละก็ จะยิ่ง “ฟิน” มากขึ้น

เดี๋ยวนี้หาซื้อผักกาดดองเปรี้ยวง่ายขึ้น ไม่ต้องเดินไปถึงตลาดสด ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่มีผักกาดดองเปรี้ยวในซองพลาสติกสุญญากาศสะดวกขึ้นมาก แนะนำให้ล้างทำความสะอาดสักรอบหนึ่งก่อน ลวกพร้อมกับเส้นขนมจีนไหหลำก็ได้จะได้กลิ่นรสที่ละมุนมากขึ้น

สิ่งที่ช่วยชูรสให้ยำขนมจีนไหหลำน้ำจิ้มกะปิอร่อยยิ่งขึ้นไปอีก คือความพอเหมาะ พอเจาะของปริมาณเครื่องโรยด้านบน ไม่ว่าจะเป็นต้นหอมที่หั่นหนาสักนิดจะได้เคี้ยวโดนทุกคำ อย่าลืมงาขาวที่คั่วอย่างตั้งใจที่ไฟอ่อนเป็นเวลานานหน่อยจะได้พองและหอมทุกเม็ด รับรองว่าจะกลายเป็นสูตรเด็ดประจำบ้านแน่นอน

ยำเนื้อสดขนมจีนไหหลำน้ำจิ้มกะปิ (สำหรับ 2 ที่)

ส่วนผสม น้ำจิ้มกะปิ

กระเทียมไทย กลีบเล็ก 7-10 กลีบ (ปอกเปลือกไม่ต้องเกลี้ยงมาก)

พริกจินดาแดง 2 เม็ด

หอมแดง ซอยบางๆ 1 หัว

กระเทียมดอง 1 หัว

กะปิสีอ่อนเผาไฟพอหอม 1 ช้อนโต๊ะ

เต้าหู้ยี้แดง 1 ก้อน

น้ำเต้าหู้ยี้แดง 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

น้ำกระเทียมดอง 2 ช้อนชา

เหล้าจีน 1 ช้อนชา

วิธีทำ

โขลกพริกแดง กระเทียมทั้งสองชนิด หอมแดงให้แหลก เติมกะปิลงไปโขลกตามด้วยเต้าหู้ยี้ ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงทั้งหมด ชิมและปรับรสตามชอบ

ส่วนผสม หมักเนื้อ

เนื้อวัวส่วนสันใน หรือจะเป็นส่วนลูกมะพร้าว ใบพาย

ก็ได้ 2 ขีด หรือเนื้อหมูส่วนสะโพก

แป้งมัน 1/2 ช้อนชา

ผงฟู 1/4 ช้อนชา

น้ำปลา 1 ช้อนชา

น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

แล่เนื้อให้มีความหนาประมาณ 1-2 มิล โดยหั่น Against Grain ขวางเส้นใยเนื้อ ห้ามขนานเด็ดขาดเพราะจะทำให้เหนียวไม่น่ากิน

หมักส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน พักไว้ 2 ชั่วโมงส่วนผสม เครื่องยำผักกาดดองแบบเปรี้ยว ซอยบางทั้งใบและก้าน 1/2 ถ้วยเส้นเกี๋ยมอี๋ 1/2 ถ้วยต้นหอม หั่นยาวประมาณ 6-7 มิล 2 ช้อนโต๊ะงาขาวคั่วใหม่ โขลกน้อยๆ บุบๆ พอให้หอมและผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

สำหรับผักกาดดอง ล้างให้สะอาดและลวกก่อน 1 รอบแล้วซอยเป็นเส้นบาง ทั้งใบและก้าน

ลวกเส้นเกี๋ยมอี๋หรือเส้นก๋วยเตี๋ยวไหหลำให้สุก ใส่จานไว้และผักกาดดอง วางลงไป

ลวกเนื้อที่หมักในน้ำเดือด ลวกพอสุก สะเด็ดน้ำวางลงไป

ราดน้ำจิ้ม โรยด้วยงาขาวคั่ว ต้นหอมและผักชี

 

ครัว(พอ)เพียงสรัส อิ่มอร่อยในราคาพอดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 พฤษภาคม 2560 เวลา 18:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/496695

ครัว(พอ)เพียงสรัส อิ่มอร่อยในราคาพอดี

โดย…จะเรียม สำรวจ

ท่ามกลางศูนย์การค้าหรูขนาดใหญ่และโรงแรม 5 ดาวที่ตั้งอยู่เรียงรายในย่านถนนพระราม 1 ใครจะรู้ว่าจะมีร้านอาหารที่บรรยากาศดี สะอาด และราคาไม่แพงเปิดให้บริการอยู่ภายใต้ชื่อ สรัสปทุม เพื่อครัว(พอ)เพียง สรัส เป็นร้านในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างโรงเรียนวัดปทุมวนาราม หันหน้าชนกับโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ พอดิบพอดี

ครัว(พอ)เพียง สรัส จัดตั้งขึ้นภายใต้โครงการสรัสปทุม ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเพื่อสนองแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพพื้นฐานให้แก่บุคคลทั่วไป

รัตนา สนั่นเอื้อ ผู้อำนวยการสถานศึกษาโรงเรียนวัดปทุมวนารามฯ เล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเปิดร้านอาหาร ครัว(พอ)เพียง สรัส พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นอาคารสอนอาชีพให้กับนักเรียนและบุคคลทั่วไป โดยในส่วนของวิชาชีพที่ได้จัดสอนให้กับนักเรียนจะมีด้วยกัน 7 สายงาน อาทิ งานไฟฟ้า งานอาหาร งานประดิษฐ์ งานศิลปะ งานผ้า และงานเกษตร

ส่วนงานที่ทำการเปิดสอนให้กับบุคคลทั่วไปในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ จะเป็นในส่วนของงานดอกไม้และงานอาหาร แต่หลังจากจำนวนผู้เรียนเริ่มลดลง เช่นเดียวกับกลุ่มวิทยากร จึงทำให้โรงงานวัดปทุมวนารามมีแนวคิดที่จะปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าวเป็นร้านอาหารที่รับประทานง่ายๆ เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าคนทำงานในย่านนั้นที่ต้องการรับประทานอาหารดีมีคุณภาพและราคาไม่แพง

สำหรับเมนูอาหารที่ครัว(พอ)เพียง สรัส ปรุงมาจำหน่ายในแต่ละวันจะมีด้วยกัน 5 เมนู สลับสับเปลี่ยนกันไปตามความต้องการของลูกค้า แต่เมนูหลักที่ทุกวันต้องมี คือ ไข่พะโล้ เพราะเป็นเมนูรับประทานง่ายและได้รับความนิยม

นอกจากนี้ บางวันยังจะมีเมนูพิเศษปรุงออกมาจำหน่าย เช่น ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน หลนปลาอินทรี ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวคลุกกะปิ แต่ถ้าใครเบื่อข้าวก็มีเมนูเส้นอย่างก๋วยเตี๋ยวต้มยำให้บริการอีกด้วย

หลังจากรับประทานอาหารคาวเสร็จ ในด้านของเมนูของหวานก็จะมีสับเปลี่ยนกันไปเช่นกันวันละ 1 เมนู เช่น กล้วยบวดชี ลอดช่องน้ำกะทิ ขนมถ้วย มันแกงบวด และฟักทองแกงบวด เป็นต้น

หากใครคอแห้งก็จะมีเมนูเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรให้บริการวันละ 1 รายการ ซึ่งจะสลับสับเปลี่ยนกันไปตามความต้องการของลูกค้า เช่น น้ำตะไคร้ น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเก๊กฮวย และน้ำลำไย เป็นต้น

แต่ถ้าใครกลัวหิวช่วงระหว่างทำงานทางครัว(พอ)เพียง สรัส ก็มีเมนูขนมไทยวางจำหน่ายให้ได้ซื้อติดไม้ติดมือกลับไป เช่น ขนมโก๋ ขนมผิง ขนมท้องม้วน ขนมกล้วย ขนมต้ม ขนมทองนพคุณ และขนมทองชมพูนุช เป็นต้น โดยในส่วนของขนมตระกูลทอง ได้ตั้งชื่อขนมตามรายชื่อขนมตามสุนัขทรงเลี้ยงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งในส่วนของเมนูขนมไทยจะเป็นขนมที่มีแหล่งผลิตส่งขายที่เดียวกับร้านภูฟ้า

ในส่วนของราคาอาหาร หากสั่งราดข้าว 1 อย่าง ราคาจะอยู่ที่ 30 บาท 2 อย่าง 40 บาท และ 3 อย่าง 50 บาท หากซื้อใส่ถุงราคา 35 บาท ส่วนราคาของหวานอยู่ที่ถ้วยละ 20 บาท ขนมไทยราคากล่องละ 35-40 บาท

ใครแวะผ่านไปแถวนั้นอยากชิมอาหารรสชาติดี ราคาประหยัด ก็แวะเวียนไปได้ โดยครัว(พอ)เพียง สรัส จะเปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 07.00-14.00 น. งานนี้การันตีความอร่อยโดยคุณครูคลังปัญญาอาวุโสและแม่ครัวของโรงเรียนวัดปทุมวนาราม

 

แซ่บๆ แสบทรวง ลาบก๋วยเตี๋ยวห่อเป็ดย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

26 พฤษภาคม 2560 เวลา 17:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/496545

แซ่บๆ แสบทรวง ลาบก๋วยเตี๋ยวห่อเป็ดย่าง

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หลายๆ ครั้งที่มีเป็ดย่างมาจากการไหว้ตามประเพณีจีน ไม่รู้จะเอาไปลงเอยที่อาหารจานไหน จะทำเป็นข้าวหน้าเป็ด บะหมี่เป็ด หรือคั่วเค็ม ก็อาจจะเหมือนเดิมไปเสียทุกครั้ง ฉบับนี้จึงขอนำมาปรุงเป็นอาหารจานแซ่บ โดยใช้เป็นส่วนผสมในลาบเป็ดเสียเลย

ไอเดียมาจากไปการเก็บเล็กผสมน้อยจากร้านอาหารร้านหนึ่งที่เขามีก๋วยเตี๋ยวห่อลาบหมู กินแล้วเอาของเขามาเพิ่มเติมขึ้นอีกตามความชอบส่วนตัว ยิ่งมีเป็ดย่างมาจากการไหว้บรรพบุรุษช่วงเชงเม้งที่ผ่านมาแช่ไว้ในช่องแช่แข็งที่บ้าน มีแค่ครึ่งตัวเพราะแบ่งกันมาหลายๆ บ้าน เลยนำมาลอกหนังบางส่วนเอาไปเจียวให้หอมฟุ้ง ส่วนหนังเป็ดนี่เรียกว่าเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของมันเป็ดและเครื่องเทศที่ทำเป็ดย่าง เอาส่วนเนื้อและหนังบางส่วนสับๆ หยาบๆ คั่วพร้อมหนังเป็ดที่เจียวไว้ กลิ่นโชยจนต่อมน้ำลายเริ่มทำงานจากนั้นโรยด้วยใบมะกรูดให้หอมยิ่งตอนเจอความร้อนในกระทะยิ่งกระตุ้นให้กลิ่นหอมๆ ฟุ้งออกมา

เครื่องลาบจดออกมาเป็นสูตรแล้วดูยุ่งยาก คุณผู้อ่านอย่าเพิ่งถอดใจจริงๆ แล้วหัวใจของลาบความอร่อยอยู่ที่ผักโรยต่างๆ ที่ช่วยให้ลาบหอมอร่อยและได้รสชาติมากขึ้น ทั้งต้นหอม ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง หอมแดง ที่บ้านผู้เขียนมักจะมีข้าวคั่วที่คั่วจนเหลืองกับสมุนไพรอย่างตะไคร้ ใบมะกรูดติดบ้านไว้อยู่แล้ว ถึงเวลาแค่เอาไปคั่วอีกครั้งให้หอมแล้วโขลกหยาบๆ ให้ยังพอกรุบๆ ข้าวคั่วที่ดีต้องคั่วจนเหลืองและเบา แบบนี้ถึงจะถือเป็น “ลาภปาก” เวลาที่จกลาบเป็ดย่างของเราจึงได้ความหอมของข้าวคั่วใหม่ๆ ยิ่งมาเจอพริกกะเหรี่ยงที่คั่วโดยคนกะเหรี่ยงแท้ๆ เผ็ดลืมกันไปเลย

ด้วยความที่เป็ดย่างมีไม่มากเพราะเป็นการล้างตู้เย็น อยากกินให้อิ่มและได้เนื้อๆ หนังๆ เลยเอามาห่อกับก๋วยเตี๋ยวแบบก๋วยเตี๋ยวบกหรือก๋วยเตี๋ยวลุยสวน เสริมผักลงในม้วนก๋วยเตี๋ยวที่ม้วนให้เป็นแท่งๆ ทั้งโหระพา ผักกาดหอม ผักสลัดต่างๆ จะเพิ่มผักชีฝรั่งลงไปด้วยก็หอมดี ทำให้ลาบเป็ดย่างของเราดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น

สำหรับคนที่ชอบรสจัดจ้านให้แซ่บแสบทรวงนั้น ขอให้ “ลาบ” ให้เข้มข้นไว้ก่อน เพราะเมื่อรับประทานเป็นก๋วยเตี๋ยวห่อกับผักนานาชนิดแล้วอาจจะจืดไปได้ แต่ถ้ายังไงก็ไม่สะใจ แนะนำให้ราดด้วยน้ำจิ้มของเราที่ทำแบบแจ่วอีสานเพิ่มเติมลงไปด้วย หากยังแสบทรวงไม่พอจะกัด “ลูกโดด” หรือพริกทอดให้เคี้ยวมันๆ ลงไปอีกรับรองว่าเด็ดถูกใจ

ลาบก๋วยเตี๋ยวห่อเป็ดย่าง

ส่วนผสม สำหรับก๋วยเตี๋ยวห่อ

เป็ดย่าง สับหยาบๆ พร้อมหนัง 2 ขีด

ใบมะกรูด ซอยบางๆ 4 ใบ

ผักกาดหอม หรือผักไฮโดรโปนิกที่ชอบ

ผักชีฝรั่ง เด็ดเป็นก้านๆ ล้างทำความสะอาด

ใบโหระพา เด็ดเป็นใบๆ

แผ่นก๋วยเตี๋ยว 3 ขีด

ส่วนผสม น้ำปรุงลาบ

น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2-4 ช้อนชา (ปรับได้ตามชอบ)

พริกป่น หรือพริกคั่วโขลก 1/2 ช้อนชา

ข้าวคั่วใหม่ๆ โขลกละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

ต้นหอม ซอยบาง 1 ช้อนโต๊ะ

ผักชีฝรั่ง ซอยบาง 1 ช้อนชา

หอมแดง ซอยบาง 3 หัว

วิธีทำ

สำหรับน้ำปรุงลาบ : ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน แบ่งครึ่งหนึ่งใส่ถ้วยน้ำจิ้ม และอีกครึ่งหนึ่งสำหรับนำไปเคล้าเป็นลาบ

ในหม้อขนาดเล็ก ตั้งไฟให้ร้อน คั่วเป็ดย่างที่สับหยาบๆ ไว้ให้หอมเติมใบมะกรูดซอยบางๆ ลงไป ยกลงจากเตาแล้วเติมน้ำลาบที่แบ่งไว้ลงไปเคล้าให้เข้ากัน

ห่อก๋วยเตี๋ยว : ตัดแผ่นก๋วยเตี๋ยวให้มีขนาดเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส 7×7 นิ้ว หั่นด้านมุมเข้าหาตัว

วางผักกาดหอมลงบนแผ่นก๋วยเตี๋ยวให้ค่อนมาทางด้านล่างตามด้วยผักชีฝรั่ง ใบโหระพา จากนั้นตักลาบเป็ดย่างที่คลุกเคล้าไว้แล้วลงไปประมาณ 4-5 ช้อนโต๊ะ จับมุมที่ใกล้ตัวม้วนขึ้นมาประมาณ 2 ทบ พับมุมขวาและซ้ายเข้ามา ม้วนขึ้นมาให้สุดมุมด้านบน จะได้เป็นลักษณะคล้ายเปาะเปี๊ยะ

หั่นเป็นคำๆ เสิร์ฟคู่กับน้ำปรุงลาบและผักสดพริกขี้หั่นแห้งทอด

 

ตะลอนชิมสุดแดนตะวันออก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 พฤษภาคม 2560 เวลา 11:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495760

ตะลอนชิมสุดแดนตะวันออก

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

 พาผู้อ่านเดินทาง กินเที่ยวตามฤดูกาล ช่วงเดือนนี้พลาดไม่ได้ ต้องท่องเที่ยวไปในดินแดนทิศตะวันออกของประเทศ ครานี้มุ่งตรง จ.จันทบุรี และเลยไปสุดดินแดนภาคตะวันออก ณ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

เหตุที่เลือกไปเส้นทางนี้ เพราะความสะดวกสบายในการเดินทาง มอเตอร์เวย์ยิงยาวๆ ออกไป จ.จันทบุรี เลย ใช้เวลาไม่นานเราก็ถึง อ.ขลุง ในยามมื้อกลางวันพอดี เมื่อผ่านมาถึงขลุง ร้านอาหารที่ไม่ควรพลาด คือ ฟาร์มปูนิ่ม

จุดเด่นของการเดินทางไปร้านฟาร์มปูนิ่ม คือ เราจะต้องไปรอเรือของทางร้าน ที่จะคอยไว้บริการลูกค้า เพราะร้านฟาร์มปูนิ่ม จะต้องนั่งเรือออกไปในแม่น้ำ ผ่านปากน้ำและป่าโกงกาง ซึ่งให้บรรยากาศที่สวยงาม สงบ สบายใจและใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งเราใช้เวลานั่งเรือประมาณ 15 นาที ก็จะถึงร้าน

 ฟาร์มปูนิ่ม เปิดให้บริการมานานแล้ว จะแวะไปชิมมากี่ปี รสชาติยังคงเดิม อร่อย ใช้เวลาในการรอไม่นานเราก็มีอาหารมาวางบนโต๊ะ

สำหรับเมนูมีมากมายแต่จะพลาดไม่ได้ คือ ปูนิ่ม นั่นเอง เพราะปูนิ่มคือวัตถุดิบขึ้นชื่อของร้านนี้ ครานี้เลือกจะสั่ง ปูนิ่มผัดฉ่า เพราะต้องการความเผ็ดร้อน หอมกระชายและใบกะเพรา เมนูนี้ถือว่าผ่าน อร่อย ไม่จืดชืด หากใครไม่ชอบเผ็ดก็มี ปูนิ่มทอดกระเทียมพริกไทย กรอบๆ ก็จะอร่อยไปอีกแบบนี้

ส่วนเมนูที่ 2 ที่เลือกสั่งคือ ปลากะพงทอดน้ำปลา เราเลือกไซส์ขนาดน้ำหนัก 1 กิโลฯ กว่า นิดๆ ไม่ใหญ่มาก เนื้อปลาหวานๆ ร้านจะทอดกรอบๆ สามารถทานได้หมดทั้งตัว ราดด้วยน้ำจิ้มทะเลแซ่บๆ ฟินทีเดียว

 เมนูสุดท้ายที่เราเลือกที่ร้านนี้คือ ไข่เจียวกุ้ง เขาทอดได้ฟูๆ น่าทานมาก หวานเนื้อกุ้ง ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ดหรือซอสพริกแล้วแต่ชอบ แต่ผู้เขียนชอบทานคู่น้ำจิ้มซีฟู้ด เพราะแซ่บถูกปากดี

สนนราคาที่เราจ่ายไป ณ ร้านฟาร์มปูนิ่ม ในมื้อกลางวัน อยู่ที่ 795 บาท กับการทาน 4 คน ถือว่าไม่แพง แลกกับบรรยากาศที่ได้รับ

ถัดไปเรามุ่งหน้าสู่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ดินแดนสุดตะวันออกของประเทศที่ติดกับประเทศกัมพูชา ทางด้านเกาะกง เป้าหมายในการไปครั้งนี้คือ หมู่บ้านประมงที่บ้านคลองจาก เพื่อเสาะหากะปิชั้นเยี่ยมที่นี่ บอกเลยว่า อร่อย รสชาติแท้ๆ เนื้อแห้ง สีสวย เมื่อมาถึงเราก็จะต้องหาเมนูกะปิซินะ ดังนั้น มื้อค่ำที่คลองใหญ่เราเลือกที่จะนั่งทานอาหารที่ภูทะเลรีสอร์ท ซึ่งมีทั้งที่พักและร้านอาหารไว้บริการลูกค้า หรือมาทานและไปพักคืนที่อื่น

 เมนูที่เลือกก็คือ น้ำพริกกะปิ ผักลวก พร้อมด้วยไข่เจียวชะอม บอกเลยว่าอร่อย น้ำพริกกะปิล้วนๆ รสชาติเข้มข้นหนักแน่น หอมกะปิ แนมด้วยผักลวกจานใหญ่ และยังมีเมนูต้มยำทะเล และผัดฉ่ารวมมิตร ไข่เจียวปู ทุกๆ เมนูบอกได้คำเดียว อร่อยมาก

อย่าลืมในช่วงฤดูผลไม้มาเยือน โดยเฉพาะ ทุเรียน มังคุด เมื่อขับรถไปทางภาคตะวันออก แนะนำให้แวะไปเยือนและชิมของอร่อย

 

สูตรเด็ดรสสุดยอด เฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤษภาคม 2560 เวลา 17:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495583

สูตรเด็ดรสสุดยอด เฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น

โดย…กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

จากอากงถึงรุ่นหลาน สูตรอาหารได้ถูกสืบทอดต่อกันมาจนกลายเป็นเมนูเด็ดของร้าน “เฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น” โดยรสมือของหลานชาย อ๊อก-โชคชัย วงศ์รัตนรักษ์ วัย 29 ปี ที่ได้ถอยรถฟู้ดทรัคมาเปิดขายหน้าบ้านในซอยจันทน์ 11 จึงทำให้น้ำซุปและไก่ตุ๋นรสเด็ดกลับมาสร้างความอร่อยให้ผู้คนอีกครั้ง

จานแรกเฮียอ๊อกขอแนะนำ บะหมี่ไก่ตุ๋น ที่ใช้ส่วนน่องไก่เป็นส่วนประกอบหลัก โดยเขาจะนำไก่ไปคั่วแบบไม่ใช้น้ำมันก่อนเพื่อให้เกิดความหอม แล้วค่อยนำไปตุ๋นไฟอ่อนๆ หม้อเดียวกับโป๊ยกั้ก อบเชย และรากผักชี ตุ๋นใช้เวลา 4 ชม. พร้อมความใส่ใจคอยดูไม่ให้ไก่เละจนเกินไปตลอดเวลา เสิร์ฟพร้อมบะหมี่เส้นแบนที่กินแล้วจะอร่อยกว่า ผักกวางตุ้งลวก และไข่เป็ดยางมะตูมเยิ้มๆ ครบคุณค่าทางอาหารและรสชาติตามตำรับอากง

อีกเมนูคือ ข้าวหมูตุ๋น ที่ผ่านกระบวนการตุ๋นเหมือนจานก่อนหน้า แต่จะตุ๋นนานถึง 6 ชม. ให้เนื้อนุ่ม ไม่เหนียวและไม่เปื่อยไป โดยเฮียอ๊อกใช้ทั้งเนื้อหมูตุ๋นและซี่โครงหมูตุ๋น ที่ใครอยู่สายนี้จะทราบกันดีว่าซี่โครงตุ๋นจะเด็ดกว่าและแพงกว่าเนื้อล้วน แต่เฮียเขารู้ใจเพราะในชามจะเสิร์ฟทั้งซี่โครงและเนื้อหมูพร้อมเครื่องเคียง

หากใครต้องการกินไก่ทุกชนิดต้องสั่งเมนู เกาเหลาไก่ตุ๋น ที่มาพร้อมน่องไก่ ข้อไก่ และตีนไก่ รับประกันความนุ่มและรสชาติเข้มจากซุปที่ตุ๋นเข้าเนื้อ นอกจากนี้บรรยากาศร้านยังบ่งบอกตัวตนของเฮีย เพราะล้วนตกแต่งด้วยของสะสมสไตล์เรโทร

ในอนาคตเฮียอ๊อกจะซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและเลือกสรรข้าวคุณภาพดีด้วยตัวเอง เช่นเดียวกับวัตถุดิบอย่างน่องไก่ที่เลือกเองจากตลาดทุกวัน และที่สำคัญคือทุกเมนูไม่ใส่ผงชูรส

ร้านเฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น ตั้งอยู่ท้ายซอยจันทน์ 11 เปิดวันจันทร์-เสาร์ เวลา 10.00-19.00 น. อาหารราคาเริ่มต้นที่ 45 บาท โทร. 09-2629-6462 หรือติดตามได้ที่เพจเฟซบุ๊กเฮียอ๊อกบะหมี่ไก่ตุ๋น

 

ศิริชัยไก่ย่าง ต้นตำรับไก่หมุนที่คุ้นเคย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤษภาคม 2560 เวลา 16:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495579

ศิริชัยไก่ย่าง ต้นตำรับไก่หมุนที่คุ้นเคย

โดย…วันพรรษา อภิรัฐนานนท์   ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ศิริชัยไก่ย่าง ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2469 อีกเพียง 9 ปีก็จะครบ 100 ปีเต็ม ไม่ง่ายเลยที่ร้านอาหารร้านหนึ่งจะมีอายุยืนยาวได้เพียงนี้ อะไรหนอคือเคล็ดลับความยั่งยืนของร้านอาหารที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งด้านความอร่อย โดยเฉพาะไก่หมุนที่ต้องให้เครดิตว่าคือเจ้าแรกและเจ้าเดียวของประเทศมานานก่อนจะมีไก่หมุนยุคหลังๆ เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด

สาขาแรกคือมักกะสัน ต่อมาย้ายมาที่ปากทางลาดพร้าวและลาดพร้าว 42 ผู้บุกเบิกคนแรกคือ “เตี่ยพก” และลูกชาย มนู โดย มนู ผู้นี้เองที่คิดค้นสูตรไก่หมุน จนกลายเป็นไก่ย่างเลื่องชื่อ ต้นตำรับความอร่อยของไก่ตัวเล็กเนื้อนุ่มแต่หนังบางกรอบ

ไก่ย่างศิริชัยใช้ไก่อ่อน โดยคัดไก่ตัวเล็กอายุไม่เกิน 45 วัน น้ำหนักไม่เกิน 7 ขีด ไก่หมัก 15 นาทีเต็มด้วยซีอิ๊วหมักสูตรพิเศษของร้าน ที่มีส่วนผสมครบเครื่องทั้งเครื่องยาไทย เครื่องยาจีน น้ำผึ้งและบรั่นดีอีกนิดหน่อย ยัดไส้กระเทียมไทยบดทั้งสดและดอง

เคล็ดลับยังอยู่ที่กระบวนการย่าง คนย่างอาศัยต้องมีประสบการณ์และพิถีพิถันใส่ใจ ตามสูตรแล้วต้องหมุน 30 นาทีเต็ม หากยังไม่จะถึงสามสิบนาทีเลย กลิ่นก็หอมโชยไปถึงไหนๆ คนมากินศิริชัยฯ ตั้งใจมากินไก่ย่างรสเลิศ แถมด้วยน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของร้าน ที่รสชาติไม่เหมือนน้ำจิ้มตลาด ความอร่อยยกให้เป็นหนึ่ง

ซิกเนเจอร์ของร้านไม่ได้มีเฉพาะไก่ หากมีอาหารไทย จีน และอีสานอีกกว่า 100 รายการ มาแล้วต้องกิน นอกเหนือจากไก่ย่างแล้วคือ ขาหมูหมั่นโถว ที่นี่ตีแป้งหมักแป้งเอง กัดเข้าไปแค่คำแรกก็รู้ถึงความนุ่มเนียนแตกต่าง ส่วนขาหมูก็ได้รสได้ที่ จานถัดมาแกงเขียวหวานโรตี รสกลมกล่อมแบบคนแกงเป็น กะทิสดแตกมันเข้มข้น

อย่าลืมสั่งมากินด้วยกันกับไก่ คือส้มตำรสเด็ด เผ็ดหรือต้องการแบบไหนสั่งได้ มีหลายเมนูส้มตำให้เลือกชนิดว่าหลากหลาย แถมด้วยหมูร้องไห้ หมูสะเต๊ะนุ่มเหนียว และปลาดุกทอดกรอบผัดเผ็ด ทุกเมนูอร่อยและไม่แพงเลย ราคาตั้งแต่ 60-350 บาท ได้แก่พวกจานปลา ที่นี่มีกะพงตัวใหญ่ เนื้อนุ่มหวานสำหรับใครอยากกินนึ่งมะนาว นึ่งบ๊วยนึ่งซีอิ๊วทำได้หมด

ขาประจำส่วนใหญ่เป็นรุ่นเก๋าที่คุ้นเคยในรสชาติอาหาร วางใจในกันและกันมานาน หลายครอบครัวกินกันต่อมาเป็นรุ่นๆ ปัจจุบันยังเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานที่ตามมากิน หลายคนนิยมมากินที่ร้านอาหารขนานแท้และดั้งเดิม หรือจะสังสรรค์กับเพื่อนร่วมรุ่นก็มีห้องจัดเลี้ยงรับรองให้เป็นส่วนตัวด้วย

อย่างไรก็ตาม ยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ศิริชัยไก่ย่างก็ปรับตัวตามยุคสมัย โดยปัจจุบันมีทั้งเว็บไซต์ แอดไลน์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากลิ้มลองเมนู รวมทั้งแอพของอูเบอร์อีท ซึ่งได้รับความนิยมมาก ปีหน้าศิริชัยไก่ย่างเตรียมปรับปรุงร้านใหม่ ตกแต่งทันสมัยในแนวโมเดิร์น เน้นการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ บุฟเฟ่ต์

ศิริชัยไก่ย่าง เปิด 10.00-21.30 น.ของทุกวัน เบอร์โทร. 02-513-1431 ขอยกให้เป็นอีกหนึ่งของสุดยอดโต๊ะ Share ที่มีอายุเกือบ 100 ปีแล้ว!

 

รวมพลคนรัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤษภาคม 2560 เวลา 16:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495578

รวมพลคนรัก

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล

แคว็กๆ ก๊าบๆ ใครเลิฟ “เป็ด” ขยับมาทางนี้ Culinary Masterpiece Collection โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ แนะนำ Foie Gras & Duck Feast ทุกๆ วันอังคาร เวลา 18.00-23.00 น. ที่เชฟประจำห้อง
อาหารวูว์ รังสรรค์เมนูฟัวกราส์และนานาเมนูเป็ด อันเป็นที่ชื่นชอบ

คนเราเริ่มรับประทานเป็ดกับมาตั้งแต่ก่อนคริสต์ศตวรรษ ว่ากันว่าเริ่มมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ย้อนไปตั้งแต่ราชวงศ์ฉิน หรือสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้นู่นเลย ในเบื้องแรกอาจจะเป็นการล่าเป็ดป่าในธรรมชาติมาปรุงเป็นอาหารอันโอชะ ต่อมาอีกไม่นานคนจีนก็จับเป็ดมาเป็นสัตว์เลี้ยง เพื่อที่จะรับประทานเนื้อและไข่ของเป็ด เมื่อราวๆ 3,000 ปีก่อน

เชื่อว่า มาร์โคโปโล นักสำรวจชาวอิตาเลียน เป็นคนที่นำวัฒนธรรมการกินเป็ดมายังอิตาลี โดยจากการทำวิจัยของมหาวิทยาเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ พบบันทึกเรื่องการรับประทานเป็ดในอิตาลีในศตวรรษที่ 1 ซึ่งจากจุดนี้ทำให้วัฒนธรรมการรับประทานเป็ดแผ่ขยายไปทั่วโลก

จะว่าไปแล้ว เนื้อเป็ดเป็นเนื้อของสัตว์ปีกที่มนุษย์เราเริ่มรับประทานเป็นสิ่งแรก ก่อนเนื้อห่าน เนื้อนก และเนื้อไก่เสียอีก วัฒนธรรมกินเป็ดจากจีนแผ่ขยายมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จนปัจจุบันกลายเป็นศูนย์กลางแห่งอาหารจานเป็ด รวมทั้งศูนย์กลางของการผลิตเนื้อเป็ดป้อนสู่ตลาดโลกด้วย

ในจีน จานเด็ดหนีไม่พ้นเป็ดปักกิ่ง ที่มีวิธีการกินแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ขณะที่การบริโภคเป็ดในเมืองไทยมักจะเกิดขึ้นในโอกาสพิเศษ อาจด้วยเพราะราคาค่อนข้างสูงกว่าเนื้อสัตว์ปีกบ้านๆ อย่างไก่ ที่นิยมกันคือ เป็ดย่าง เป็ดพะโล้ หรือนำมาทำเป็นเมนูไทยแท้ๆ อย่างแกงเผ็ดเป็ดย่าง แกงเขียวหวานเป็ด

ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ ล้วนมีจานเด็ดจากเป็ดกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เวียดนาม มาเลเชีย สิงคโปร์ อินโดนีเชีย หรือฟิลิปปินส์ (ที่นิยมกินไข่เป็ดที่มีตัวอ่อนอยู่ด้านในเสียด้วย)

เมนูเป็ดในเอเชียที่ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากจีน อาจจะไม่ได้แปลกแหวกแนวไปจากประเทศออริจิ (นัล) สักเท่าไร ต้องไปดูเมนูเป็ดของยุโรป ที่หลังจากเรียนรู้ว่าการบริโภคเป็ดนั้นมันแสนจะโอชะขนาดไหน พวกเขาก็คิดค้นสร้างสรรค์เป็นเมนูสุดเวอร์วังอลังการมากมาย

จากสมัยอริสโตเติล ที่รู้จักแต่ไก่และห่าน มาถึงยุคหลังมาร์โคโปโล ที่พาเป็ดจากจีนกลับบ้านในอิตาลี จากเป็ดป่ากลายมาเป็นเป็ดเลี้ยงในบ้าน ซึ่งเพิ่มการขุนไขมันเข้าไปในเนื้อหนังมังสา (ไม่ต้องบินอพยพย้ายถิ่นแล้วนี่นา) เมนูง่ายๆ อย่างเป็ดอบที่ยัดไส้ด้วยสมุนไพรประจำถิ่นแล้วนำไปอบทั้งตัว เป็นเมนูดั้งเดิม ที่ไม่ได้ใส่ไอเดียอะไรเข้าไปมาก หากอาศัยการบอกเล่า ครูพักลักจำที่มาร์โคโปโลบอกกล่าวประสบการณ์ของเขา มาบวกกับวัตถุดิบที่มี

เวลาผ่านไปกระทั่งศตวรรษที่ 15-16 หรือในช่วงฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ก็เริ่มมีการพัฒนาเมนูเป็ดในยุโรปและตะวันออกกลางขึ้นเป็นระยะๆ ตามรสนิยมการรับประทาน รวมทั้งวัตถุดิบที่มีในแต่ละท้องถิ่น อย่างในอังกฤษนิยมรับประทานเป็ดอบกับซอสเชอร์รี แกล้มถั่วลันเตาต้ม ส่วนในอิหร่านรับประทานเป็ดตุ๋นคู่กับวอลนัท และซอสทับทิม ด้านโปแลนด์กินเป็ดแกล้มกระหล่ำแดงดอง ขณะที่ฝรั่งเศสอกเป็ดอบแบบหนังกรอบเนื้อนุ่ม เสิร์ฟพร้อมซอสส้ม (Canard a l’Orange) กลายเป็นเมนูออริจินัลสไตล์เมืองน้ำหอม

ฝรั่งเศสยังสร้างสรรค์เมนูเป็ดขึ้นมาเป็นเมนูคลาสสิกอีกมากมาย อย่างเช่น เป็ดกงฟีต์ (Duck Confit) หรือเป็ดตุ๋นในน้ำมัน อันเป็นหนึ่งในการปรุงอาหารแบบช้าๆ (Slow Cook) ผลที่ได้คือ หนังเป็ดด้านนอกจะกรอบ ในขณะที่เนื้อจะนุ่มชุ่มฉ่ำ โดยปกติจะอาศัยส่วนน่องติดสะโพกในการปรุง

ข้ามมาที่ทวีปอเมริกา ดินแดนที่มีเป็ดมากมายหลายพันธุ์ที่สุดในโลก และจากงานวิจัยชิ้นเดิม ยังเชื่ออีกว่า คนในอเมริกาใต้นั้นน่าจะเริ่มวัฒนธรรมการับประทานเป็ดมาไม่น้อยกว่าชาวจีนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการย่างให้หนังข้างนอกกรอบ เนื้อข้างในเหนียวนุ่มนั้นเป็นสิ่งที่ทำกันมานานแล้วในเป็ดท้องถิ่นของที่นี่ โดยเมื่อชาวยุโรปเข้ามาถึง จึงเริ่มมีการอบ ต้ม และตุ๋น เพิ่มขึ้นตามมา

การบริโภคเป็ด ทำได้โดยนานาสารพัดรูปแบบ ทั้งปรุงรับประทานทั้งตัว อย่างเป็ดปักกิ่ง เป็ดย่าง เป็ดอบ ซึ่งจะต้องมีกลเม็ดในการปรุงไม่ให้เนื้อข้างในแห้งเกินไปจะไม่อร่อย กินเฉพาะขาและปีก เป็นส่วนที่ไม่ได้สุกง่ายๆ เหมาะสำหรับการนำไปต้มตุ๋น อย่างพะโล้ หรือสตู

เป็ดสามารถนำมาทำเป็นไส้กรอกได้ (ไส้เป็ดอร่อยอย่าบอกใคร) โดยไม่ต้องอาศัยไขมันอย่างอื่นเข้ามาเสริม เพราะเป็ดมีมันเยอะอยู่ในตัวแล้ว ผสมผสานกับสมุนไพร ปรุงรส ยัดไส้ อย่างสูตรของผู้ผลิตอาหารจากเป็ดชื่อดังในฝรั่งเศส ดาร์ตาญอง (D’Artagnan) มีการปรุงรสด้วยบรั่นดีฝรั่งเศส ผสมผสานกับเนื้อหมูให้เข้มข้นขึ้นด้วย

ไขมันเป็ดก็เป็นสิ่งที่คนบางส่วนนิยมนำมาปรุงอาหาร ไม่ว่าจะใช้ในการปรุงซุป สตู หรือนำมาทอดครัมบ์ (ขนมปังกรอบ) จะช่วยเพิ่มกลิ่นรสที่แตกต่าง นอกจากนี้ยังมีความสำคัญในการทำมาปรุงเป็ดกงฟีต์ ที่อาศัยไขมันของเป็ดเองในการตุ๋นน่องติดสะโพกให้ได้หนังกรอบ

ในส่วนของอกเป็ด เป็นเนื้อส่วนที่สุกง่าย นิยมอบแบบรวดเร็ว เสิร์ฟแบบหนังกรอบแต่เนื้อยังฉ่ำแดงแบบมีเดียมแรร์ เลือกเสิร์ฟกับซอสได้หลายอย่าง ทั้งซอสส้มแบบฝรั่งเศส ซอสเชอร์รี่แบบอังกฤษ หรือซอสทับทิมแบบตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ตับเป็ด ยังมีรสชาติอร่อยจนกลายเป็นเมนูหรู อย่าง ฟัวกราส์ (Foie Gras) ที่กลายเป็นประเด็นทางสังคมอยู่บ่อยๆ เมื่อมีการนำเสนอภาพการบังคับให้เป็ดกินอาหารเพื่อให้ได้ตับขนาดใหญ่ จนปัจจุบันมีกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านการ
กระทำดังกล่าวของฟาร์มเลี้ยงเป็ดเพื่อผลิตตับขาย ขณะเดียวกันก็มีกลุ่มเกษตรกรที่เลี้ยงเป็ดเพื่อผลิตฟัวกราส์แบบยั่งยืน คือเลี้ยงตามธรรมชาติ (ไม่บังคับกินอาหาร) เอง ก็รวมตัวกับเพื่อสร้างตราการันตีด้วยเช่นกัน

สำหรับ Culinary Masterpiece Collection โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ นำเสนอเมนูเรียกน้ำย่อย 9 รายการ เช่น ซุปใสเป็ดและฟัวกราส์, เป็ดทาร์ทาร์, เปาะเปี๊ยะเป็ดทอด, ตับเป็ดปาเต้กับพอร์ตไวน์เจลลี ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังมีเมนูหลัก ตั้งแต่เป็ดอบทั้วตัว เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งและผักอบ (สำหรับ 2 ที่) เป็ดกงฟีต์, อกเป็ดราดซอสเชอร์รี่ซินนามอน, เบอร์เกอร์เป็ดรอสสินี่ (เนื้อเป็ดสับแต่งหน้าด้วยฟัวกราส์ย่าง) ซอสเห็ดทรัฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งทอด

ปิดท้ายด้วยของหวาน เบลเยียมวาฟเฟิลสอดไส้ฟัวกราส์ไอศกรีม (ราคาท่านละ 1,750 บาท++) ไปชิมกันได้ทุกวันอังคาร โทร.02-207-7777 หรืออีเมล fb.bangkok@stregis.com

 

สุดท้ายเราก็อยู่ที่… โนแวร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 พฤษภาคม 2560 เวลา 15:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/495570

สุดท้ายเราก็อยู่ที่... โนแวร์

โดย…ลีโอ เคน ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เวลานัดเพื่อนฝูง หรือก๊วนที่สนิท เคยมีอารมณ์แบบนี้กันบ้างไหมครับ ว่าค่ำนี้เราจะไปที่ไหนดี แต่สุดท้ายเราก็มานั่งจ่อมอยู่ร้านที่คุ้นเคยร้านเดิม ร้านที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องมีพิธีรีตอง แต่บรรยากาศต้องดี ที่สำคัญเมนูต้องถูกปาก และค่ำคืนนี้พบก็เจอร้านที่ตอบอารมณ์เช่นนั้นจนได้

โนแวร์ (No-where) หรือว่า นาวเฮียร์ (Now-Here) รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่ย่านเอกมัย ที่เพิ่งเปิดตัวต้อนรับผู้ที่ต้องการสังสรรค์กันแบบง่ายๆ ไม่ต้องพิถีพิถันกับการแต่งกายได้ไม่นาน ก็เริ่มมัดใจใครต่อใครได้อย่างไม่ต้องสงสัย ร้านนี้เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนหลากหลายสาขาอาชีพแต่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ อยากทำบาร์และร้านอาหารที่แหวกแนวไปจากกระแสเดิมๆ อยากให้ที่นี่เป็นรูฟท็อปแฮงเอาต์ที่มาได้ทุกวัน เสมือนมาเที่ยวที่บ้านเพื่อน

เมื่อเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศภายในร้าน ทุกคนคงจะสะดุดตากับบันไดที่ตั้งอยู่กลางร้าน ซึ่งเจ้าบันไดนี้เองเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเดินทางอันไม่สิ้นสุด แล้วยังกลายเป็นส่

วนหนึ่งขององค์ประกอบร้าน ที่เป็นทั้งเคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะ ที่นั่ง ชั้นวาง ตลอดจนกลายเป็นของแต่งร้านชิ้นเท่ไปเลย การตกแต่งโดยรวมจะให้กลิ่นอายของห้องนั่งเล่น ที่เต็มไปด้วยความสดชื่นจากต้นไม้นานา ทั้งงานปูน งานไม้ งานเหล็ก จับมาเล่นกันอย่างมีชั้นเชิงและสนุกสนาน ยังเพิ่มเติมความเป็นส่วนตัวด้วยมุมเอาต์ดอร์ ที่แอบเก๋ด้วยกระถางที่ปลูกพืชสวนครัว รวมถึงที่นั่งปูนเปลือยอาบมันอันยาวที่ให้นั่งคิดเพลินไปถึงไหนต่อไหน

รูฟท็อปบาร์แห่งนี้ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังโชว์เด่นด้วยอาหารและเครื่องดื่ม สำหรับอาหารของที่นี่ จะเสิร์ฟเมนูสไตล์ Eurasian Homemade ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างอาหารตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นเมนูใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และน่าลิ้มลองที่สุด ที่สำคัญหลายเมนูยังออกแบบมาให้เข้ากับเครื่องดื่ม ซึ่งต่างช่วยขับรสชาติซึ่งกันและกัน

ค่ำนี้เราเริ่มกล่อมท้องด้วย Moo-Ping Pate หมูปิ้งบดกับอิงลิชมัฟฟิน หมูปิ้งบดในสไตล์ปาเต้ แบบครัวฝรั่งเศสโรยถั่วพิสทาชิโอ เสิร์ฟคู่กับอิงลิชมัฟฟิน และอาจาด

ต่อด้วย Salmon Beet แซลมอนทาร์ทาร์ในซอสบีทรูททับทิม ท็อปด้วยครีมซอส และเสิร์ฟคู่กับแป้งปาปาดัมจากอินเดีย ความอร่อยที่ลงตัว

ตบท้ายด้วยเมนูที่ผมชื่นชอบเป็นพิเศษกับสีสันและรสชาติ Harissa Pork Ribs ซี่โครงหมูบาร์บีคิวในซอสฮาริซา ซอสพริกสไตล์แอฟริกัน ด้วยการนำซี่โครงหมูไปหมักในซอสฮาริสา จนเข้าเนื้อนำมากริลล์จนหอม เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงอย่างข้าวโพดคลุกซอสกระเทียม อร่อยเนียนๆ ไป

สำหรับเครื่องดื่มก็มีให้เลือกสรรค์หลายดีกรี แต่อยากจะแนะนำค็อกเทลสีสวยซิกเนเจอร์ของร้าน อย่าง Julep of Nowhere ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Shrimp and Chorizo Pasta นำน้ำมันจากโชริโซ ผ่านกระบวนการ fat-washed กับเบอร์เบิน

อีกสักแก้ว Mediterranean Sangria ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากซางเกรีย ในประเทศสเปน โดยใช้ไวน์ขาวในการหมักกับผลไม้แทนไวน์แดง เครื่องดื่มชนิดนี้เหมาะกับอากาศร้อนๆ ในประเทศไทยเป็นยิ่งนัก

แก้วนี้ก็ไม่ควรพลาด Mexicano di Florence ที่มีพริกชี้ฟ้าเป็นส่วนผสมหลักในการทำ รสชาติเข้มผสมกันจนให้ความแปลกใหม่ที่ลงตัว

เสียงเพลงสไตล์เฮาส์ และอิเลกทริกไลท์ ขับกล่อมผสานยิ่งช่วยสร้างความสำราญให้กับค่ำคืนนี้ นัดคราวต่อไปผมว่าที่นี่ก็เหมาะที่สุดแล้วละครับ

ร้านโนแวร์ ชั้น 6 ทา ซิตี้ ลอฟต์ โฮเทล (Tha City Loft Hotel) ซอยเอกมัย 6 เปิดบริการทุกวัน (หยุดวันจันทร์) เวลา 17.00-24.00 น. โทร.09-4516-6663