‘Thamna-ทำนา’ อาหารมังฯ อร่อยเท่ ไม่บาป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2560 เวลา 11:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/492478

‘Thamna-ทำนา’ อาหารมังฯ อร่อยเท่ ไม่บาป

โดย…สิทธิปูทะเลย์

มีร้านมังสวิรัติเก๋ๆ อร่อยๆ มาฝาก ต้องขอบอกว่าให้ลืมภาพอาหารมังสวิรัติที่ภาพลักษณ์มีแต่ผักเขียวๆออกไปก่อน จากนั้นสองมือล้วงกระเป๋า สองเท้าก้าวตามข้าพเจ้ามา เพราะหลังจากนี้เราจะอิ่มเอมกับสารพัดเมนูที่แสนงาม

ร้านนี้เรียกว่าเป็นม้านอกสายตาของกลุ่มก๊วนอิฉันมากๆ เนื่องจากนิยมมาทำบุญที่วัดเอี่ยมวรนุช แยกแบงก์ชาติ หรือธนาคารแห่งประเทศไทยมานาน กลุ่มก๊วนมักจะทานแต่ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ละแวกเทเวศร์บ้าง ตลาดบางลำพู ไม่เคยจะรู้ว่ามีร้านเก๋ๆ นี้ซ่อนอยู่ริมถนน จนกระทั่งมีผู้ใหญ่ใจดีชวนไปทาน

พวกเราเริ่มจานเรียกน้ำย่อยด้วยส้มตำ จากกลุ่มนิยมปลาร้า วันนี้งด เป็นส้มตำไทยใส่ถั่ว รสชาติออกเปรี้ยวหวาน แต่กรุบกรอบด้วยถั่ว อืม… ไม่เข้าทางเพราะไม่เผ็ดตามความคุ้นเคย แต่หลายคนบอกอร่อย จานนี้ถือเป็นตามใจชอบ แต่ไม่ผ่านสำหรับอิฉันเพราะชืดเกินไป

แต่จานนี้สิเด็ด สลัดผักย่าง สารพัดผัดสีสวยย่างมาหอมกลิ่นจรุงใจมาเลย ทั้งซูกินี มะเขือม่วง แครอต รากบัว มะเขือเทศ ฟักทอง หอมใหญ่ เสริมโปรตีนด้วยเห็ดฟางเห็ดหอมสด เห็ดออรินจิย่าง จานจัดสวยงามราดด้วยน้ำสลัดงาสูตรของร้าน อร่อยและหอมกลิ่นผักย่างตั้งแต่เริ่มถือจานมาเสิร์ฟ นุ่มละมุนลิ้นจริงๆ อร่อยจริง คนชอบผักรับรองถูกใจจานนี้

อีกจานแสนปลื้ม เพราะนอกจากจัดจานสวย สีอาหารงาม ด้วยโทนขาว-เขียว เพราะก้อนเต้าหู้ญี่ปุ่นสีขาวนวลที่วางมาบนผักสลัดเขียวอ่อนแล้ว ราดด้วยน้ำสลัดครีมสูตรของร้าน สำทับด้วยสาหร่ายสีเขียว โรยด้วยงาขาว-ดำคั่วหอม หอมๆ แค่เสพด้วยตาก็อิ่มไปถึงใจ แต่จะอิ่มเอมยิ่งขึ้นหากลองทาน เต้าหู้เย็นนุ่มลิ้น หวานนิดมันหน่อยด้วยน้ำสลัดครีมอร่อยจริง จานนี้สั่งมา 2 จาน เพราะอร่อยจริงอร่อยจัง

อาหารฝรั่งแบบมังฯ ก็มี ลาซานญาผักโขม หอมมันอร่อยสไตล์ลาซานญา เป็นเมนูธรรมดา แต่ชีสอร่อยใช้ได้ อีกจานแนะนำคือเห็ดชุบแป้งทอด ที่ทอดสไตล์ญี่ปุ่น ตามด้วยขนมปังฝรั่งเศสหั่นชิ้นหนาแต่งหน้าด้วยเห็ดและชีส ทานเล่นๆ เพลินๆไม่ต้องคิดมาก

ใครไม่อิ่มให้สั่งจานนี้ ข้าวกล้องหอมนิลทานกับแกงขี้เหล็กรสกลมกล่อม เผ็ดเล็กน้อยให้พอสมชื่อแกง แกล้มด้วยเห็ดสวรรค์ที่ทำจากเห็ดนางฟ้ารสหวานเค็ม แก้เผ็ด เป็นจานอร่อยที่สำหรับทานคนเดียวก็อร่อยอิ่มตื้อกันทีเดียว

สำหรับร้านนี้หาไม่ยากค่ะ อยู่ริมถนนสามเสนระหว่างซอยสามเสน 3 และ 5 ติดกับวัดสามพระยา ตรงข้ามวัดเอี่ยมวรนุชร้านนี้คนมาทานเยอะเกือบทุกวัน ปิดทุกวันอาทิตย์ เปิด 11.00-21.00 น. โทร.02-282-4979 แต่สำหรับวันพระคนจะเยอะลองแวะทานดูละกันค่ะ งดเนื้อสัตว์สัก 1 มื้อเผื่อติดใจจะได้มีโอกาสลด ละ เลิก เนื้อกันในที่สุด

 

แซ่บๆ แสบทรวง หอยนางรมชะอมทอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 เมษายน 2560 เวลา 18:33 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/492350

แซ่บๆ แสบทรวง หอยนางรมชะอมทอด

อากาศช่วงนี้ต้องบอกว่าเปลี่ยนไป ก้อนเมฆหนาแน่นจนครึ้มฟ้าครึ้มฝนในช่วงเดือน เม.ย. เดี๋ยวจะร้อน เดี๋ยวจะฝน เดาใจได้ยากจนทำให้ความอยากอาหารเปลี่ยนไป

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หน้าร้อนปีก่อน ความร้อนสม่ำเสมอจนต้องทำเป็นซีรี่่ส์อาหารต้านร้อน นำเอาความรู้ของคนโบราณช่างสังเกต ที่พออากาศร้อนอบอ้าวส่งผลให้ความอยากอาหารลดลง อาหารในช่วงฤดูร้อนที่คนโบราณท่านเฟ้นหามาจะช่วยให้เจริญอาหาร เสริมเกลือแร่ สร้างสมดุลให้กับร่างกาย หรืออาจมีส่วนผสมที่ช่วยให้ร่างกายเย็นขึ้น เช่น ข้าวแช่ที่รับประทานแล้วชื่นใจ ช่วยคลายร้อน หรือจะเป็นปลาแห้งแตงโม ที่เต็มไปด้วยโพแทสเซียมและความชุ่มฉ่ำน้ำของเนื้อแตงโม

อีกกลุ่มอาหารต้านร้อน คือ อาหารจานยำ ยำง่ายๆ ที่ช่วยให้เปรี้ยวปากอยากอาหารมากขึ้น ความเปรี้ยวที่มีวิตามิน เกลือแร่ในผักผลไม้ ช่วยให้สดชื่น แถมด้วยอาหารยำๆ ตำๆ ยังเบาๆ ย่อยง่ายไม่เหลือให้อืดเฟ้อจนร่างกายหนักๆ ยามที่อากาศร้อน

ผู้เขียนนึกไปถึงอาหารจานหนึ่งในช่วงปลายฤดูร้อนปีก่อนที่ได้ไปกินมาจากแถวหาดปราณบุรี ร้านนี้อยู่ในโซนป่าพรุของเขาสามร้อยยอด ขับเข้าไปลึก แต่คุ้มค่าเพราะบรรยากาศบริสุทธิ์ติดกับลำธารน้ำกร่อยที่หล่อเลี้ยงป่าชายเลน จานอร่อยของร้านนี้ คือ ยำหอยนางรมทรงเครื่องที่ขนาดพอดีคำ

 

แม้ว่าในช่วงหน้าร้อนจะไม่ควรรับประทานอาหารทะเลดิบๆ แต่ด้วยความที่เชื่อใจในคุณภาพอาหารทะเลของชาวปราณฯ ที่คัดหอยนางรมตัวเล็กๆ แต่สดหวาน วางลงบนยอดกระถิน รองด้วยคะน้าใบโต มีหอมเจียวและน้ำพริกเผาน้อยๆ อยู่ด้วย เวลาจะรับประทานแค่ตักน้ำจิ้มซีฟู้ดพริกตำหยอดลงไป รวบใบคะน้าแล้วเอาเข้าปาก กลับมาแล้วยังคิดถึงความอร่อยของหอยนางรมสดๆ ทรงเครื่องสไตล์ปราณบุรีอยู่ จนได้มาเดินตลาดเห็นหอยนางรมสดๆ ในกระปุกเลยได้ไอเดียมาทดลองทำเองที่บ้าน

หอยนางรมซื้อมาจากตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ แล้วนำมาล้างในน้ำสะอาดใส่เกลือป่นและน้ำแข็ง ช่วยลดกลิ่นและทำให้สะอาดขึ้นมาอีกนิดหนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากอาหารเป็นพิษไปได้บ้าง

อยู่ในเมืองกรุงจะหากระถินยากเย็น เลยทดลองทำตามแบบที่ตัวเองชอบ โดยเอาชะอมเด็ดใบแล้วชุบแป้งทอดจนกรอบ รองด้วยใบคะน้าอ่อนๆ แทนที่จะเป็นใบใหญ่ เพราะอยากได้เคี้ยวมันๆ แต่ไม่ขม ตามด้วยหอยนางรมสดๆ หอมเจียว น้ำพริกเผาแบบต้นตำรับเป๊ะๆ โขลกหรือปั่นน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรเด็ดของตัวเอง ทดลองชิมแล้วอร่อยจนเปิดเผยสูตรได้ กลายเป็นอาหารกินเล่นช่วงนี้ที่ทำได้ไม่ยาก แถมยังง่ายที่จะติดใจ สำหรับใครไม่รับประทานหอยดิบ แนะนำเป็นกุ้งลวกหรือปลาหมึกก็อร่อยได้ไม่แพ้กัน

 

หอยนางรมชะอมทอด

ส่วนผสมชะอมชุบแป้งทอด

ชะอม เด็ดเอาแต่ยอด 2 ถ้วย

แป้งชุบทอด 1 ถ้วย

น้ำมันสำหรับทอด

ส่วนผสมน้ำยำ

หอมแดง 4 ลูก

กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ

รากผักชี 1 ราก

ก้านผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ

พริกขี้หนู 4-6 เม็ด

น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 7 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บ 3.5 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสมในยำ

น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ

หอยนางรมสด 16-20 ตัว

ใบคะน้าล้างให้สะอาด

หอมเจียวกรอบๆ

วิธีทำ

เริ่มจากทำน้ำยำ : ละลายน้ำตาลปี๊บด้วยความร้อน จากนั้นผสมน้ำปลา น้ำมะนาว พักไว้ จากนั้นโขลกหรือปั่นส่วนผสมน้ำยำทั้งหมดเข้าด้วยกัน

ตั้งกระทะให้ร้อน เคล้าชะอมที่เด็ดไว้กับแป้งชุบแป้งทอดแบบแห้ง จากนั้นแป้งที่เหลือผสมกับน้ำเย็นให้ไม่ข้นมาก จากนั้นทอดชะอมทีละน้อย คนให้กระจายตัว ตักขึ้นมาพักไว้บนตะแกรงสะเด็ดน้ำมันพักให้คลายความร้อนชะอมจะกรอบขึ้น

ตักชะอมใส่จาน วางใบคะน้า เรียงหอยนางรม แล้วราดน้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำพริกเผา โรยด้วยหอมเจียวเสิร์ฟเป็นคำๆ

 

ตะลิงปลิงเปรี้ยวจี๊ด ปรุงอาหารได้จี๊ดจ๊าด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

25 เมษายน 2560 เวลา 10:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491180

ตะลิงปลิงเปรี้ยวจี๊ด ปรุงอาหารได้จี๊ดจ๊าด

โดย…เมธี เมืองแก้ว

ชาวชุมชนบ่อสีเสียด ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ร่วมใจกันอนุรักษ์ “ต้นตะลิงปลิง” ไม้ผลชื่อดังของภาคใต้ พร้อมทั้งยังคงนำมารับประทาน และปรุงเป็นอาหารหลากหลายชนิด เพื่อมิให้สูญหายไป

ชาวชุมชนหมู่ 6 บ้านบ่อสีเสียด ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ยังคงร่วมใจกันอนุรักษ์ต้นตะลิงปลิง หรือที่มีชื่อท้องถิ่นเรียกกันอีกมากมาย อาทิ มูงมัง ที่เกาะสมุย, ลิงปลิง ที่ จ.ระนอง, บลีมิง ที่ จ.นราธิวาส รวมทั้งเรียกว่า หลิงปลิง หรือมะเฟืองตรน ในหลายจังหวัดของภาคใต้ โดยเป็นไม้ผลประจำถิ่น ซึ่งในอดีตเคยมีการปลูกกันทั่วไปแทบทุกบ้าน แต่ในช่วงระยะหลังกลับมีจำนวนน้อยลงไปมาก อันเนื่องมาจากความนิยมที่ลดลงในการนำผลตะลิงปลิงไปบริโภค หรือนำส่วนต่างๆ ไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น

ตะลิงปลิง ถือเป็นพืชร่วมวงศ์กับมะเฟือง แต่จะแตกต่างกันอย่างชัดเจนตรงขนาดของผล โดยผลมะเฟือง จะมีขนาดใหญ่กว่าผลตะลิงปลิง ขณะที่เนื้อข้างในผลจะเหลว มีรสเปรี้ยว และมีเมล็ดเล็กๆ สีขาว ซึ่งสามารถรับประทานได้ โดยชาวใต้จะรู้จักตะลิงปลิง ในแง่ของสรรพคุณทางสมุนไพรที่มีมากมายนับ 20 ชนิด เช่น ช่วยลดไข้ ขับเหงื่อ ละลายเสมหะ แต่ที่น่าสนใจและเป็นภูมิปัญญาพื้นบ้านด้านอาหารที่กำลังจะสูญหายไปก็คือ การนำผลมารับประทานแบบสดๆ และปรุงเป็นอาหารได้อย่างหลากหลายชนิด

เมนูยอดฮิตของตะลิงปลิง ได้แก่ ตะลิงปลิงจิ้มพริกเกลือ ซึ่งจะให้รสชาติเปรี้ยวอมหวาน แบบกินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเบื่อ หรือยำตะลิงปลิงปลาทูสมุนไพร โดยมีส่วนผสมคล้ายยำทั่วไป คือ หอมแดง มะกรูด พริกชี้ฟ้า ตะไคร้ และกุ้งแห้ง เพียงแค่จะไม่ใส่ขิง หรือมะนาว เช่นเดียวกับน้ำพริกตะลิงปลิงกุ้งสด ก็เป็นอีกเมนูที่น่าลิ้มลอง โดยมีส่วนผสมเหมือนน้ำพริกทั่วไป คือ พริกแดง หอมแดง และกะปิ แต่ทั้งสองเมนูจะมี
จุดเด่นตรงที่มีการใส่ตะลิงปลิง ลงไปเพื่อให้ความเปรี้ยว นอกจากนั้นก็ยังมีแกงส้มตะลิงปลิง อีกหนึ่งในเมนูชื่อดังด้วย

ห่วง สมาธิ อายุ 68 ปี ชาวชุมชนหมู่ 6 บ้านบ่อสีเสียด กล่าวว่า ตะลิงปลิง ที่เหมาะต่อการนำมารับประทานแบบสดๆ และปรุงเป็นอาหารนั้น จะเป็นผลที่แก่จัด แต่ถ้าเป็นผลสุกจะให้รสชาติที่เฝื่อนๆ ออกไป โดยมักจะออกผลดกในช่วงหน้าร้อน และสามารถเก็บไปขายในตลาดท้องถิ่นได้ โดยปีนี้มีราคาพุ่งขึ้นจากกิโลกรัมละ 25 บาท เป็น 30 บาท เนื่องจากปีก่อนได้รับผลกระทบจากภัยแล้งจัด

อย่างไรก็ตาม ตะลิงปลิงนับเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย ดูแลรักษาง่าย เพียงแค่ 3 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว และเก็บผลขายได้ต่อเนื่องไปยาวนาน

 

ญี่ปุ่นสไตล์อินเตอร์ โคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 เมษายน 2560 เวลา 10:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491178

ญี่ปุ่นสไตล์อินเตอร์ โคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์

โดย…คาเอรุ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เพิ่งเปิดให้บริการเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่แกะกล่อง สำหรับ โคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์ (Kozy Japanese Restaurant) ในคอมมูนิตี้มอลล์สไตล์อังกฤษ พิคคาเดลี่ แบงค็อก (ระหว่างซอยอ่อนนุช 37 และ 39) เปิดให้บริการอาหารญี่ปุ่นสไตล์อินเตอร์ ด้วยความที่เชฟใหญ่และหนึ่งในหุ้นส่วนร้าน อย่างเชฟสมเกียรติ พิรุณสุนทร มีประสบการณ์มากมายสั่งสมจากร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ

เชฟสมเกียรติ เล่าว่า สมัยก่อนไปเปิดประสบการณ์ตัวเองที่ต่างประเทศ ก็ทำงานเป็นเชฟในร้านอาหารญี่ปุ่นในกรุงเทพฯ “ตอนนู้นแถวสุขุมวิทยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นไม่ถึงสิบร้านเลยครับ พอมีโอกาสไปต่างประเทศผมก็รับไว้ เท่าที่ทำมาก็ย้ายมาหลายประเทศครับ”

ผลงานล่าสุดของเชฟก่อนจะมาร่วมกับหุ้นส่วนเชฟชาวอาทิตย์อุทัย เปิดร้านโคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์ นี้ ก็ได้แก่ร้านอาหารญี่ปุ่นสุดฮิป อย่างซูม่า ดูไบ ที่เขาบอกว่าได้ปรุงอาหารญี่ปุ่นถวายกษัตริย์ของดูไบที่ทรงเป็นลูกค้าประจำอยู่บ่อยครั้ง

โคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์ ตกแต่งในสไตล์มินิมัลลิสม์ญี่ปุ่นแบบเรียบง่าย ด้วยการเน้นเฟอร์นิเจอร์ไม้ดูแล้วนวลตาน่าสบายสมชื่อโคซี่ ในส่วนของเก้าอี้บุนวมนั่งสบาย ก็คุมโทนในสีสันเอิร์ทโทนไม่ให้หลุดธีม

ร้านแบ่งเป็นส่วนของเก้าอี้นั่งทั่วไปในส่วนรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นที่นั่งส่วนใหญ่ มีห้องส่วนตัวที่กั้นพื้นที่ไว้กับโต๊ะตัวใหญ่สีขาวนั่งได้ราว 10-12 คน ขณะที่มีส่วนที่นั่งหน้าเคาน์เตอร์ของซูชิบาร์เอาไว้นั่งชมการปั้นซูชิ มากิ และแล่ซาชิมิของเชฟกันอย่างใกล้ชิด โดยมีให้บริการแบบโอมากาเสะ (กรุณาจองล่วงหน้า) ที่บริเวณนี้ด้วย

อาหารของโคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์ เป็นแนวที่เชฟสมเกียรติ บอกว่า เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ เป็นสไตล์อินเตอร์ ไม่ใช่อาหารญี่ปุ่นสไตล์ดั้งเดิม คือนอกจากเน้นวัตถุดิบต่างๆ ที่สดใหม่แล้ว ยังเน้นเมนูอาหารแนวสร้างสรรค์หลากหลายสไตล์ โดยมีตั้งแต่ซาชิมิ ซูชิ มากิ โรลล์ ราเม็ง ยากิโซบะ เซตอาหารกลางวัน ข้าวหน้าต่างๆ ไปจนถึงสเต๊ก ของหวาน นอกจากนี้ยังเน้นของเครื่องดื่มผสมแบบเก๋ๆ อย่างค็อกเทลอีกด้วย

วันนี้มาเริ่มต้นเบาๆ ด้วยโคซี่สลัด (Kozy Salad) สลัดผักสดๆ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับปลาดิบ 3 อย่าง ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาฮามาจิ และปลาทูน่า (ส่วนอากามิ) ราดด้วยน้ำสลัดงาสไตล์ญี่ปุ่น จานแสนสดชื่นที่ได้ความหวานและมันจากเนื้อปลาสดๆ เพิ่มขึ้นมา

ตามด้วยอีกจานหวานมัน แซลมอนทาร์ทาร์ (Salmon Tartare) แซลมอนดิบหั่นเต๋า คลุกเคล้ากับซอสทาร์ทาร์และไข่กุ้ง เสิร์ฟบนแผ่นแป้งที่ทำเป็นรูปทรงเหมือนใบไม้ ด้านแซลมอน โวลเคโน (Salmon Volcano) เป็นมากิ หรือข้าวปั้นแบบม้วนสอดไส้ปูสดๆ ที่ปรุงในสไตล์เครปเค้กแบบอเมริกัน แต่งหน้าด้วยแซลมอนสับคลุกซอสทาร์ทาร์แล้วพ่นไฟให้สุก จานนี้ต่อให้อิ่มแล้วก็ยังอดไม่ได้ที่คีบชิ้นที่ 2 ที่ 3 เข้าปากอย่างต่อเนื่อง

แซลมอนเทริยากิ (Salmon Teriyaki) ก็เป็นจานเด็ดของร้านที่คนรักแซลมอนอย่าได้พลาด ซอสไม่ข้นหวานเกินไป ปลาย่างแบบสุกพอดีๆ ไม่แห้งแข็ง

ก่อนไปถึงของหวาน มาลองชุดอาหารกลางวันดูสักหน่อย มีให้เลือกทั้งชุดแซลมอนย่างเตาถ่าน (Grilled Salmon Plate) ที่มีให้เลือกว่าจะย่างเกลือหรือราดซอสเทริยากิ ชุดสเต๊กเนื้อย่างเตาถ่าน (Grilled Beef Rib Eye Plate) ที่ใช้เนื้อริบอายจากออสเตรเลียมาย่างเสิร์ฟ ชุดสเต๊กหมูสันนอกย่างเตาถ่าน (Grilled Pork Loin Plate) และชุดปลาดิบสองชนิดราดซอสทรัฟเฟิล พอนซึ (Salmon and Yellowtail Carpaccio with Truffle Ponzu) แต่ละชุดมาพร้อมข้าวญี่ปุ่น สลัดผัก ซุป ผัดผัก+ไข่หวาน แล้วก็กิมจิ (ไข่หวานกับกิมจิแบบโฮมเมดอร่อยมาก ขอบอก)

ของหวานที่นี่ไม่ใช่เอะอะก็ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดงแบบไก่กา ทว่าเขาสร้างสรรค์เป็น มัทฉะ อัฟโฟกาโต (Matcha Affogato) ชาเขียวมัทฉะสุดเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลาและถั่วแดงกวน นอกจากนี้ยังมีขนมหวานเก๋ๆ อย่างพานาคอตตา (Panna Cotta with Cream) แล้วก็ช็อกโกแลตลาวา (Fondant de Chocolat) แสนอร่อยอีกด้วย

ในส่วนของค็อกเทลก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมาร์ตินี่องุ่นที่เสิร์ฟมาพร้อมเจลโลองุ่น (แทนมะกอก) หรือเบอร์รี่ เจลลี่ สาเก เครื่องดื่มสาเกแนวซ่าๆ มีผลเบอร์รี่สดๆ และเจลลี่ให้เคี้ยวเพลินๆ ในขณะที่สายไวน์ก็มีไลน์ลิสต์จากทั่วโลก ทั้งฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหรัฐให้เลือกตามรสนิยม

โคซี่ เจแปนนิส เรสเทอรองต์ อยู่ในคอมมูนิตี้มอลล์สไตล์อังกฤษ พิคคาเดลี่ แบงค็อก (ระหว่างซอยอ่อนนุช 37 และ 39) เปิดให้บริการทุกวันระหว่างเวลา 12.00-24.00 น. โทร. 02-073-5737 เว็บไซต์ http://www.kozyrestaurant.com หรือ Facebook.com/kozybkk

พิเศษ! ช่วงเปิดร้านใหม่ นำหน้าหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ไปโชว์ (ฉบับ E-Paper ก็ได้นะ) หรือบอกว่าอ่านจาก “กินดื่ม” โพสต์ทูเดย์ เชฟสมเกียรติลดให้เลย 30% (เฉพาะค่าอาหารนะจ๊ะ)

 

ล็อบสเตอร์ แอนด์ ออยสเตอร์ ปิ้งย่างสไตล์นอก เสิร์ฟได้ถึงบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 เมษายน 2560 เวลา 11:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491390

ล็อบสเตอร์ แอนด์ ออยสเตอร์ ปิ้งย่างสไตล์นอก เสิร์ฟได้ถึงบ้าน

โดย…โชคชัย สีนิลแท้

 ใครที่เคยรู้จักหรือได้เคยไปลิ้มลองซีฟู้ดสไตล์ปิ้งย่างที่ร้านล็อบสเตอร์ แอนด์ ออยสเตอร์ ที่เคยตั้งอยู่ในโครงการเฟสติวัล วอล์ก ถนนประเสริฐมนูกิจ อาจจะสงสัยว่าร้านหายไปไหน หลังจากได้ปิดให้บริการในรูปแบบร้านถาวร เนื่องจากสัญญาเช่าพื้นที่เดิมนั้นหมดลง

เวลานี้ยังไม่มีแผนเตรียมเปิดสาขาประจำที่ไหน แต่หันมาเปิดให้บริการใหม่ในรูปแบบป๊อปอัพ เรสเตอรองต์ (Pop-up Restaurant) หรือเปิดเป็นช่วงระยะเวลานาน 1-2 เดือน รวมไปถึงการให้บริการในรูปแบบเชฟเทเบิ้ล (Chef Table) หรือให้บริการปรุงอาหารถึงสถานที่ที่ลูกค้าต้องการ

โดยเชฟชื่อดัง มาริอาน บาราเน็ค ที่เป็นต้นตำรับของร้านอาหารปิ้งย่างซีฟู้ดรสเลิศแบบโฮมเมดสไตล์อังกฤษ จนได้ฉายา ‘King of Grill Thailand’ จากรายการเชฟกระทะเหล็ก

 ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารนั้นรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะแนวล็อบสเตอร์ที่นับวันจะหาทานกันได้ค่อนข้างง่าย แต่ก็ใช่ว่ารสชาตินั้นจะอร่อยเหมือนกัน

อย่างการได้เข้าไปเปิดร้านรูปแบบป๊อปอัพเรสเตอรองต์ในพื้นที่เมอร์เซเดส มี บ็อกซ์ สไตลิช ลีฟวิ่ง สเปซ กลางเมือง ที่นำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ๆ จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายทั้งกลุ่มที่เป็นลูกค้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และบุคคลทั่วไป ด้วยการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดผ่านอาหาร ศิลปะ และดนตรี มาให้กับผู้บริโภค ที่ลานสยามดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า เพื่อมอบเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่เดือน ธ.ค.-ม.ค.ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นได้ไปเปิดให้บริการในรูปแบบดังกล่าวในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ชิดลม ให้คนรักซีฟู้ดได้ลิ้มลอง ที่ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7 ระยะเวลา 1 เดือน ถึง 31 มี.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นในช่วงปลายเดือน เม.ย. ทางร้านได้เตรียมแผนจะเปิดให้บริการรูปแบบป๊อปอัพ

 ขณะเดียวกันก็มีเมนูอาหารใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรับกับช่วงหน้าร้อน อาทิ เมนูซัมเมอร์ออยสเตอร์ มีสูตรเด็ดอยู่ที่ซอสที่ทานกับออยสเตอร์สด สลัดเย็น ส่วนเมนูซิกเนเจอร์นั้น ได้แก่ ล็อบสเตอร์ย่างหรือรมควัน เสิร์ฟพร้อมซอสเนยกระเทียมพริกกับมันบดและสลัด ล็อบสเตอร์โรลแบบสไปซี่ และออยสเตอร์พันธุ์พรีเมียมเสิร์ฟแบบสด หรือเสิร์ฟกับแชมเปญเบลอบลองท์ซอส ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ซอส

นอกจากนี้ ยังมีเมนูปูฮอกไกโด ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะรับประทานเป็นแบบย่างหรือนึ่ง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่น้ำจิ้มที่ปรับให้เข้ากับรสชาติที่ถูกปากคนไทย และยังมีเมนูให้ลูกค้าเลือกกว่า 50 รายการ

อาหารทุกเมนู เชฟมาริอานเน้นรสชาติวัตถุดิบเป็นหลักจนทำให้เป็นที่รู้จักโดยลูกค้าบอกต่อๆ กันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม lobster & Oyster หรือจะโทรจองล่วงหน้าก็ได้ที่เบอร์โทร. 09-3545-1469

 

 

ฮงเส็งโภชนา 60 ปีแห่งความภาคภูมิใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2560 เวลา 11:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491171

ฮงเส็งโภชนา 60 ปีแห่งความภาคภูมิใจ

โดย…วราภรณ์ ภาพ : ร้านฮงเส็ง / กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

ฮงเส็งโภชนา (ริมน้ำ) ท่าน้ำปากเกร็ด คือ ร้านอาหารเก่าแก่ยาวนานกว่า 60 ปี เป็นที่รู้จักดีของแฟนคลับที่นิยมรับประทานของอร่อย ปัจจุบันทายาทรุ่นที่ 2 เข้ามาดูแลธุรกิจต่อแล้วนั่นคือ หมวย-สีนวล สิริกรวงศ์ ที่ช่วยงานของเตี่ยมาตั้งแต่อายุเพียง 10 กว่าขวบเท่านั้น ดังนั้นฝีมือการถ่ายทอดรสมือการทำอาหารเธอจึงเรียนรู้เอาไว้ทั้งหมด โดยลูกค้าที่แวะเวียนมาที่ฮงเส็งมีทุกระดับ เรียกว่าบางครอบครัวกินตั้งแต่ตนเองเป็นเด็ก ปัจจุบันเติบโตเป็นเจ้าคนนายคนแล้วก็ยังพาลูกหลานมารับประทานเมนูเด็ดที่ร้าน แต่ละเมนูสีนวลบอกว่าเน้นบริหารร้านแบบครอบครัว ที่อาหารมีรสชาติอร่อยเพราะเน้นคุณภาพ โดยมีสีนวลยึดตำแหน่งแม่ครัวใหญ่ ดูแลความเรียบร้อยทั้งร้าน มีลูกๆ หลานๆ มาช่วยกันเสิร์ฟ

สำหรับเมนูเด็ดสีนวลแนะนำว่า ใครมาก็ต้องสั่งรับประทาน ได้แก่ เมนู “กุ้งแม่น้ำเผา” ที่เน้นคุณภาพกุ้งทุกตัวต้องสด โดยเธอซื้อแบบกุ้งคัดไม่ได้ซื้อแบบเหมารวม มีกุ้งมาขายให้ถึงที่ร้านเลย เมื่อกุ้งสดแล้วได้กินกับน้ำจิ้มรสเด็ดที่มีส่วนผสมของมะนาวที่ต้องสดใหม่เด็ดมาจากต้น รสชาติจึงเด็ดแซบซ่า เมนู “ลูกชิ้นปลากรายผัดขี้เมา” ที่เมนูนี้รสชาติดีเพราะเธอเน้นปลาต้องสด เมื่อได้ปลากรายสดๆ มาแล้วทำการนวดจนเนื้อมีลักษณะเหนียวนุ่ม โดยเน้นเนื้อปลาแท้ๆ ไม่ผสม กินแล้วจึงให้ความรู้สึกหนึบๆ อร่อยมีรสชาติเผ็ดถูกใจ อีก 1 เมนูแนะนำให้ชิม คือ “เนื้อปูผัดผงกะหรี่” ที่ร้านนี้สีนวลย้ำว่าเธอผัดไม่เหมือนคนอื่น ร้านอื่นอาจผัดโดยมีน้ำมันเยิ้มๆ แฉะๆ เคล็ดลับเพราะใส่น้ำมันไม่ต้องเยอะ

เมนู “ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียมพริกไทย” หรือ “ปลาเนื้ออ่อนราดพริกสามรส” หากมาก็ห้ามพลาด เคล็ดลับอยู่ตรงการทอดปลาให้กรอบ ราดด้วยกระเทียมพริกไทย หากเป็นเมนูราดพริกสามรส ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้านที่ปรุงขึ้นวันต่อวัน โดยไม่มีการใช้น้ำจิ้มไก่มาราดเด็ดขาด จึงได้รสชาติเปรี้ยวหวานเค็มนิดๆ เมนู “มะระผัดปลาอินทรีเค็ม” เคล็ดลับอยู่ตรงเอามะระไปลวกน้ำเกลือจึงทำให้มะระมีรสชาติไม่ขม

สำหรับพิกัดและบรรยากาศของฮงเส็งโภชนา (ริมน้ำ) ตัวร้านเป็นอาคารไม้เก่าแก่แบบจีนโบราณตั้งอยู่บริเวณท่าน้ำปากเกร็ด เมื่อเดินเข้าไปนั่งในร้านจะเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาสุดสายตา ลมพัดผ่านแบบสบายๆ ทั้งยังเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านในละแวกนั้น อาหารเน้นรสชาติแบบไทยๆ รสชาติจัดจ้าน ใครไปไม่ถูกเมื่อขับรถมาถึง 5 แยกปากเกร็ดให้ขับตรงมุ่งหน้าเข้าไปหัวถนนตลาดปากเกร็ดซึ่งเป็นย่านชุมชนรถจอแจ ให้สังเกตด้านขวามือจะมีป้ายบอกชื่อร้าน เดินเข้าไปประมาณ 10 เมตร จะพบร้านฮงเส็งซ่อนตัวอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสามารถจอดรถได้ในบริเวณใต้สะพานพระรามสี่ หากไปไม่ถูกโทรสอบถามได้ที่ 02-583-8631, 02-583-7654

สีนวลแนะว่าหากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ ควรโทรจองก่อนล่วงหน้าสักนิด เพราะร้านจุคนได้ประมาณ 70 คนเท่านั้นเอง แนะอีกนิดร้านฮงเส็งเปิดทุกวันโดยวันจันทร์เปิดเวลา 10.30-14.00 น. วันอังคาร-ศุกร์เปิดเวลา 10.30-14.30 น. ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์เปิด 10.30-16.00 น.เท่านั้น  ใครแวะมาเที่ยวเกาะเกร็ด หรือ จ.นนทบุรีห้ามพลาดของดีเมืองนนท์ร้านนี้เชียว

 

เซ็นเตอร์พอยท์ เสิร์ฟหลากรสอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491172

เซ็นเตอร์พอยท์ เสิร์ฟหลากรสอร่อย

โดย…คีตะ

พวกเธอๆ วันนี้เราจะพาไปตะลุยชิมใน “เมืองหลวงของวัยรุ่น” ซึ่งนั่นก็คือสยามสแควร์! โดยวันนี้เราจะเจาะไปเฉพาะจุดที่ศูนย์การค้า “เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์” เมื่อมาถึงแล้วก็ต้อง “โอ้ …ว๊าว” จะกินอะไรกันดีล่ะ เพราะว่ามีอาหารคาวหวานมากมาย โชคดีที่มีเจ้าถิ่นให้คำปรึกษาแนะนำมาแล้วว่า มาแล้วต้องชิมร้านนี้!

เริ่มต้นกันที่หน้าศูนย์การค้าฝั่งสยามสแควร์ เราจะเห็นคนเข้าแถวยาวๆ เพื่อรอซื้อขนม นั่นหมายความว่าเรามาถึงร้าน “เซย์ชีส” (Say Chiizu) แล้ว

ร้านนี้ต้องมา เพราะในเฟซบุ๊กมีเพื่อนๆ หลายคนโพสต์รูปขนมปังไส้ชีสยาวยืดบนเฟซบุ๊กแล้วก็อยากลองดูบ้าง ด้วยชื่อร้านที่ออกเสียงชีสแบบชาวญี่ปุ่นขนาดนี้ก็แน่นอนอยู่แล้วว่า ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับเจแปน

ร้านนี้เขามีทีเด็ดคือ ขนมปังฮอกไกโดชีสโทส (Hokkaido Cheese Toast) โดยนำวัตถุดิบเข้ามาจากเกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตนมเนยชั้นเยี่ยมแห่งหนึ่งของโลก ขนมปังไส้ชีสของร้านนี้มี 3 รสชาติ คือ รสออริจินัลชีส ช็อกโกแลตชีส และชาร์โคลชีส ช่วงนี้มีเมนูใหม่แนะนำคือ มัชชะอัลมอนด์ชีส นูเทลลาอัลมอนด์ชีส และไวท์ช็อกโกแลตอัลมอนด์ชีส

ร้านนี้คนรักชีสต้องมาโดนให้ได้สักครั้งหนึ่ง แนะนำให้ซื้อแล้วก็กินตอนร้อนๆ ขณะที่ชีสยืดยาววว จะได้อร่อยเต็มสูตร เคี้ยวเพลิน แพ็กเกจจิ้งใส่ขนมปังเป็นรูปหมีน่ารักเข้าไปอีก อย่างนี้ต้องถ่ายรูป อ้าว …เซย์ชีส! ถ่ายแล้วก็อย่าเก็บไว้ดูคนเดียวส่งเข้าไปประกวดที่เฟซบุ๊ก @saychiizutoast กันนะมีรางวัลรออยู่

คนชอบของหวานก็ไปกันต่อที่ร้าน “ซูการ์!” (Xugar!) ร้านนี้เขามีขนมประจำชาติสเปนนั่นก็คือ ชูโรส (Churros) หรืออาจจะเรียกกันให้เห็นภาพชัดเจนว่า “ปาท่องโก๋สเปน” ก็ได้

ซูการ์! เรียกตัวเองว่าเป็น “แฮนด์คราฟต์ ชูโรส” ซึ่งรับประกันว่าได้รสชาติสเปนแท้ๆ แน่นอน เพราะว่าเชฟมาจากแดนกระทิงดุ ไม่เพียงมีชูโรสแบบออริจินัลให้ได้ชิม ยังมีเมนูสร้างสรรค์ขึ้นใหม่มากมาย อย่างที่อาจจะไม่เคยรับประทานที่ไหนมาก่อน ด้วยการนำไอศกรีม ช็อกโกแลต ชาเขียว นูเทลลา ฯลฯ ทั้งยังมีนานาท็อปปิ้ง เช่น ผลไม้มาเพิ่มเติมให้กับชูโรสของเราได้ตามใจอย่างเช่น เมนูที่เรียกว่า เบอร์รีมูน ก็จะมีชูโรสมาพร้อมกับไอศกรีมโยเกิร์ต ราดบลูเบอร์รี่ซอส และ บลูเบอร์รี่สด เป็นต้น

หน้าตาของชูโรสร้านนี้ก็อลังการชวนตื่นตะลึงเรียกได้ว่า น่ารักจนไม่อยากกิน แต่ต้องกินนะ เพราะมันอร่อยจนต้องเลียนิ้วกินให้เกลี้ยงอย่าให้เหลือเลย

จากญี่ปุ่นมาสเปนตอนนี้ก็ลัดเลาะออกไปเกาหลีบ้าง “บงกูซ” (Bon Gousse) เป็นร้านบับเบอร์เกอร์! ครั้งแรกก็งงๆ ว่า มันคืออะไร เมื่อได้ลองก็จะพบว่าเป็นเบอร์เกอร์ข้าวสไตล์เกาหลีนั่นเอง

ในหมู่คนเกาหลีแล้ว บับเบอร์เกอร์เป็นอาหารจานด่วนสุดป๊อป เบอร์เกอร์แดนโสมนี้ก็มีไส้ต่างๆ ให้เลือกรับประทานกันตามใจชอบ ใครชอบข้าวมากหรือน้อยก็สั่งปริมาณได้อีก ที่ทางร้านภูมิใจเสนอคือ ทูน่ากิมจิ แฮม และชีส ใครชอบไก่ให้สั่ง ทัลคาลบี้ หรือสายเนื้อเลือกบลูโกกิ ส่วนหมูคือ เจยุก เลือกได้ว่าจะกินกับกิมจิ ชิลลี หรืออื่นๆ นอกจากเบอร์เกอร์แล้วยังมีสแน็กอย่างเช่น ไก่คาราเกะ ต็อกบกกี ฯลฯ ไว้เสิร์ฟอีก

เบอร์เกอร์ข้าวร้านนี้จะเสิร์ฟในถ้วย ข้าวกับเครื่องจะมาด้วยกัน เวลากินก็ให้คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วใช้ช้อนตักกินแล้วฟินแบบที่เห็นคนเกาหลีกินข้าวในซีรี่ส์เลย

ใครมา เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ แล้วอยากได้อะไรดีๆ ติดไม้ติดมือไปฝากคนที่บ้านก็ควรแวะ “เนเชอรัล ริช” (Natural Rich) ร้านสำหรับคนรักสุขภาพ ซึ่งได้เลือกสรรอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม จากผู้ผลิตที่ให้ความสำคัญกับวิธีการผลิต วัตถุดิบ ซึ่งดีและมีประโยชน์ เช่น เลือกแป้งโฮลวีตแทนแป้งขาว หรือใช้วัตถุดิบแบบออร์แกนิก ไม่ใส่วัตถุกันเสีย เป็นต้น

ชิมกันไปประมาณหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่อิ่มกันใช่ไหม จึงต้องส่งท้ายแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบที่ “ต้มตุ๋นชาบู” ร้านชาบูแบบไทยๆ ที่มีดีตรงน้ำซุป เขามีให้เลือก 3 แบบ คือ ซุปปรองดอง ซึ่งเป็นซุปใส ทำจากข้าวโพดและหัวหอม อีกหนึ่งเรียกว่า ซุปสุกี้อ่อนโยน เป็นซุปปลาผสมกับสาหร่าย และซุปขาวเนียน ทำจากนมผสมกับกระดูกหมู เลือกรับประทานกับหมู เนื้อ ปลาหมึก หรือแม้แต่กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ก็มีให้เลือก จะรับประทานแบบบุฟเฟ่ต์ได้ไม่อั้น หรือจะสั่งแบบอะลาคาร์ตเน้นๆ เฉพาะเมนูที่ชอบก็ได้ ร้านนี้บรรยากาศเหมาะสำหรับการนัดเพื่อนฝูงกลุ่มใหญ่มาพบปะสังสรรค์และรับประทานกันให้เต็มอิ่ม

เอาเป็นว่า ครั้งหน้าเวลาหิว ไม่ว่าจะคาวหรือหวานก็แวะมา เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ ที่นี่มีอาหารอร่อยครบรสชาติไทย ญี่ปุ่น เกาหลี สเปน ฯลฯ รอคอยให้มาชิม

 

ตำลึงทอง รสเด็ดย่านสนามหลวง 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2560 เวลา 07:14 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491170

ตำลึงทอง รสเด็ดย่านสนามหลวง 2

โดย…พาแลง

หลายคนบอกว่าถ้ามาเที่ยวสนามหลวง 2 ต้องแวะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำและผัดไทยร้าน “ตำลึงทอง” ให้ได้ เพราะเป็นร้านดังในย่านนี้ และในช่วงวันหยุดที่ผ่านมาก็มีโอกาสแวะไปแถวสนามหลวง 2 พอดี จึงได้แวะลองชิม พิสูจน์กันหน่อยว่าจะอร่อยล้ำสมคำร่ำลือแค่ไหน

ร้านตำลึงทอง เปิดมาหลายปีแล้ว เป็นที่คุ้นเคยของคนย่านนี้เป็นอย่างดี ตั้งอยู่บนถนนบางแวก ช่วงระหว่างถนนทวีวัฒนากับถนนพุทธมณฑลสาย 3 ใกล้ตลาดธนบุรี หรือสนามหลวง 2 ป้ายหน้าร้านสีเหลืองสดใสสังเกตง่าย ร้านมีที่จอดรถด้านหลังร้าน แต่ถ้าเต็มสามารถจอดริมถนนได้อีกต้องดูตามช่วงเวลา บรรยากาศบ้านไม้ ใช้ไม้เก่า หน้าต่าง ประตู โต๊ะ เก้าอี้ ใช้ไม้แท้ ให้บรรยากาศเหมือนนั่งกินข้าวแบบเป็นกันเอง มีหลายโต๊ะและแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ โซนพัดลม และมีโซนติดเครื่องปรับอากาศ

ร้านตำลึงทองขายอาหารหลายอย่าง มีเมนูหลากหลายตั้งแต่ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย สเต๊ก อาหารไทยจานเดียว แต่เมนูที่ยกให้เป็นจานขึ้นชื่อของที่นี่ที่ใครมาก็ต้องสั่งก็คือ เต้าหู้ทอด จานธรรมดาๆ แต่ไม่เหมือนที่ไหน เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่เรียกว่าห้ามพลาด ร้านนี้ทำให้เมนูหน้าตาธรรมดาๆ ให้รสสัมผัสที่กรอบนอกนุ่มใน เนื้อเต้าหู้เนียนละมุนลิ้น ต้องกินขณะที่เต้าหู้อุ่นๆ จะอร่อยเป็นพิเศษ มาพร้อมน้ำจิ้มรสออกหวานนิดๆ มองไปโต๊ะไหนก็มีมากกว่าหนึ่งจาน ส่วนจานเด็ดต่อมาคือผัดไทยกุ้งสด ซึ่งพาแลงไม่ได้สั่ง แต่ลองสั่งเมนูเส้นอย่างอื่นมาแทนคือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ และผัดขี้เมาเส้นใหญ่ ส่วนเมนูข้าวก็จัดข้าวผัดคะน้าปลาเค็ม

ในวันที่คนเยอะ เมนูที่ได้กินเร็วที่สุดคือ ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเมนูขึ้นชื่อคือก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสชาติดี น้ำซุปกลมกล่อม รสออกหวาน เค็มนิดๆ เผ็ดหน่อยๆ ไม่จัดจ้านเท่าไหร่ ชามเล็กตามราคาแต่ไม่เล็กมาก สำหรับคนที่สั่งมากกว่าหนึ่งอย่าง ลองชามเดียวก็เอาอยู่ จานถัดมาคือผัดขี้เมาเส้นใหญ่ รสชาติจัดจ้านกลางๆ ขณะที่ข้าวผัดคะน้าปลาเค็มที่เห็นหน้าตาจืดๆ แต่รสชาติจัดจ้านจัดเต็มมาก เรียกว่าแค่บีบมะนาวก็ชูรสจานนี้ได้อยู่หมัดแบบไม่ต้องพึ่งพริกน้ำปลา

และถึงเวลาของหวานของมื้อนี้ เราดับร้อนของรสชาติอาหารด้วยความสดชื่นจากเฉาก๊วยและลูกตาลลอยแก้ว หวานกำลังดีเย็นชื่นใจ ส่วนใครชอบไอศกรีมกะทิที่นี่ก็มี และยังมีเมนูขายดีหน้าร้อนอย่างเต้าฮวยน้ำมะพร้าวด้วย หากแวะมาแถวพุทธมณฑลลองชิมอาหารร้านอาหารแนะนำร้านนี้ ตำลึงทอง สนามหลวง 2 เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-20.00 น. สอบถามโทร.08-1899-4210

 

เเซ่บๆ เเสบทรวง ส้มตำผักหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 เมษายน 2560 เวลา 06:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/491185

เเซ่บๆ เเสบทรวง ส้มตำผักหวาน

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ยามที่เบื่ออาหารไม่นึกอยากรับประทานอาหารจานไหน อาจมีบางครั้งที่ใจอาจนึกถึงส้มตำ จะเป็นส้มตำชนิดไหนก็เเล้วเเต่ลิ้นคุ้นเคย อร่อยหมดไม่ว่าจะเป็นตำไทย ตำปู ใส่ปลาร้า หรือจะเผ็ดมากน้อยเเค่ไหน ส่วนผสมเเละรสชาติของส้มตำช่วยให้เจริญอาหารขึ้น เพียงเเค่คิดถึงกลิ่นหอมๆ ของน้ำมะนาว น้ำปลาดี เเละน้ำตาลปี๊บที่เคล้าเข้ากันกับกระเทียมไทยเเละพริกขี้หนูเล่นเอาน้ำลายสอ

จริงอยู่ที่ส่วนผสมของน้ำปรุงส้มตำคล้ายกับยำอีกหลายเมนู ทั้งน้ำปลา น้ำมะนาว เเละน้ำตาลปี๊บ เพิ่มกระเทียม พริก เเต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยให้เกิดความลงตัวเเตกต่างจากเมนูยำเเละตำทั่วไป เเถมยังเเตกเเขนงออกไปอีกเยอะเเยะ เพียงเเค่เเต่งเติมส่วนผสมลงไป ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลาร้า ปูเค็ม บ้างก็กะปิ เเบบที่เข้าถึงง่ายๆ เข้าถึงหัวใจคนได้ทุกเชื้อชาติ ไม่กินยากจนเกินไป อย่างส้มตำไทยที่มีถั่วฝักยาว มะเขือเทศสีดา โขลกถั่วลิสงเเละกุ้งเเห้งลงไปเพื่อให้เคี้ยวมันกลมกล่อมยิ่งขึ้น เรียกว่าถ้ามีส่วนผสมตามนี้ สามารถชิมเเล้วบอกว่าเป็นส้มตำไทยได้ในระดับหนึ่งเเน่

เทรนด์การกินส้มตำเป็นที่นิยมอย่างปฏิเสธไม่ได้ เราจึงเห็นส้มตำข้างถนนราคาตั้งเเต่ถุงละ 20-30 บาทไปจนถึงส้มตำจานละ 200-300 บาท ส่วนผสมหลักอาจไม่ได้ต่างจากกันมากอาจจะมีเพิ่มส่วนผสมอื่นๆ อย่างส้มตำปลาเเซลมอนสดใส่ไข่ปลาเเซลมอน เเปลกเเต่ก็อร่อยเข้ากันดี หรือจะเป็นส้มตำหมูกรอบ ส้มตำคอหมูย่างไปถึงส้มตำล็อบสเตอร์ที่ “กริลล์” มาสุกเเบบพอดี

นอกจากส้มตำจะอร่อยได้ด้วยมะละกอในส้มตำเเล้ว เชื่อหรือไม่ว่าน้ำปรุงส้มตำยังเข้ากับผักได้อีกหลายชนิด ทั้งผักดิบอย่างถั่วฝักยาว ผักสลัด ไปจนถึงผักลวกสุกอย่างข้าวโพดหวาน พอสุกอย่างที่ผู้เขียนอยากนำเสนอในฉบับนี้เป็นส้มตำผักหวานที่อร่อยเเละสดชื่น เหมาะสำหรับฤดูร้อนที่อาหารย่อยยาก เน้นรับประทานอาหารเบาๆ

บางครั้งจะทำส้มตำสักจานที่บ้าน ถ้าจะไปหามะละกอดิบเพื่อตำส้มตำสักจานก็เริ่มขี้เกียจ ไหนจะต้องไปหามะละกอดิบ ไหนจะต้องมาสับหรือขูดเป็นเส้น ใจอยากกินส้มตำเลยเริ่มมองหาผักในบ้านพบว่ามีผักหวานสำหรับเอาไว้ทำเเกงจืดหรือไข่เจียวที่ซื้อติดตู้เย็นเอาไว้

ทดลองเอามาลวกในน้ำเกลือเดือดๆ เเช่น้ำเย็นทันทีเพื่อให้ผักหวานยังคงความกรอบหวานเเละสีเขียวสดน่ากิน บีบน้ำออกให้หมาดๆ จะได้ไม่ทำให้น้ำปรุงส้มตำจืดชืด ตำพริกเเละกระเทียม ถ้าชอบหอมๆ เเนะนำกระเทียมไทยทั้งเปลือกบางๆ ลงในครกเลย เเต่ถ้ากลัวปากเหม็นเเต่ยังได้กลิ่นหอมของกระเทียมใช้เป็นกระเทียมกลีบใหญ่ก็ได้เหมือนกัน ใส่พริกขี้หนูทั้งก้านนี่เเหละที่เขาว่าจะทำให้หอมขึ้น เคล็ดลับจากเเม่ค้าส้มตำ ที่นี้ก็ถึงเวลากุ้งเเห้งที่เลือกใช้ได้ตามชอบทั้งเเบบกุ้งเนื้อหรือกุ้งเปลือก

ลีลาของเเม่ค้าส้มตำที่เราแอบมองดู ขุดเอามาใช้ให้หมด ไม่ว่าจะเป็นการเฉือนมะเขือเทศสีดาลงครก โขลกไปพร้อมกับถั่วฝักยาว ส้มตำจะอร่อยต้องเฟ้นหาน้ำตาลปี๊บหอมๆ จะใช้น้ำตาลทรายก็ได้ เเต่ความหอมจะผิดกันลิบลับ ใช้น้ำปลายี่ห้อที่ชอบเเละน้ำมะนาวคั้นใหม่ๆ ใช้ช้อนหรือสากบี้ๆจนได้น้ำปรุงส้มตำที่ปรับรสได้ตามชอบ

อ้อถ้าคุณผู้อ่านไม่มีครกใบเล็ก อย่างครกดินใบจ้อยหรือครกหินอ่างศิลาขนาดเล็กๆ อย่างของผู้เขียน จะใช้เป็นชามคล้ายกับฝรั่งเขาเคล้าสลัดก็ยังไหว เพียงเเค่ปรุงน้ำส้มตำด้วยวิธีบี้ในชาม เเค่นี้ตักราดลงบนผักหวาน อาจลวกกุ้งสดพอสุก หรือจะผ่าไข่เค็มสักฟองลงไปให้ส้มตำผักหวานของเราเข้มข้นขึ้น ได้เป็นส้มตำผักหวานจานอร่อย ที่กินบ่อยๆ ได้ไม่ยุ่งยากเกินไป

ส้มตำผักหวาน

สำหรับผักหวาน

ผักหวาน เด็ดเป็นยอดไว้ 3 ถ้วย

เกลือป่น สำหรับลวกผัก

น้ำสะอาดสำหรับลวก เเละน้ำเเข็งสำหรับช็อกผัก

น้ำปรุงส้มตำ

กระเทียมไทย 3-4 กลีบ

พริกขี้หนูสวน 2-6 เม็ด

ถั่วฝักยาวหั่นเป็นท่อน 4-6 ท่อน

กุ้งเเห้ง 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลปี๊บอย่างดี 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

ถั่วลิสง 3-4 ช้อนโต๊ะ

ไข่เค็ม ผ่าครึ่งเสิร์ฟ

วิธีทำ

ตั้งน้ำให้เดือด เติมเกลือป่นลงไป เตรียมกะละมังน้ำเเข็งเเละน้ำสะอาดไว้ลวกผักในน้ำเกลือเเล้วช็อกในน้ำเย็นลอยน้ำเเข็ง

สะเด็ดน้ำออกจากผักหวานใส่จานไว้

ในครกโขลกกระเทียม พริกให้เเหลก เติมถั่วฝักยาวเเละกุ้งเเห้งลงไปโขลกเบาๆ

ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา เเละน้ำมะนาว ปรับรสตามชอบ

ใส่ผักหวานที่สะเด็ดน้ำไว้ลงไปเคล้าในครกเบาๆ หรือตักน้ำส้มตำราด

ลงบนผักหวานที่ลวกโรยถั่วลิสงเเล้วเสิร์ฟพร้อมกับไข่เค็ม หรืออาจเพิ่มกุ้งสดลวกสุกเพื่อเป็นอาหารเบาๆ

 

‘พัฟฟิน’ ร้านอาหารญี่ปุ่น เกรดพรีเมียม ราคามิตรภาพ ที่ต้องลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 เมษายน 2560 เวลา 11:27 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/490243

‘พัฟฟิน’ ร้านอาหารญี่ปุ่น เกรดพรีเมียม ราคามิตรภาพ ที่ต้องลอง

โดย…วิรวินท์ ศรีโหมด

อาหารญี่ปุ่น ในเมืองไทยวันนี้ไม่ได้หารับประทานยากเหมือนเมื่อสัก 10 ปีก่อน เพราะมีร้านให้เลือกชิมเกือบทุกถนนในกรุงเทพฯ หรือแม้แต่ตลาดนัดกลางคืนก็มีมากมาย  แต่ทว่าร้านไหนจะรสชาติอร่อยถูกปาก คงเป็นเรื่องที่ต้องลองกันเอาเอง แต่ถ้าไปเจอร้านที่ใช้วัตถุดิบไม่สด คุณภาพไม่ดีมาทำ แบบว่าเนื้อปลามีกลิ่นหรือเปื่อยยุ่ย ก็อาจทำให้บรรดาเหล่านักชิมหมดอารมณ์เสียความรู้สึกกันไปทีเดียว

แต่อาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Puffin Beer & japanese Bistro ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 71 ใกล้กับโรงเรียนสตรีวิทยา 2  กฤตชัย แหละเหล่าปราชญ์ ผู้จัดการและเป็นหนึ่งในเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นพัฟฟิน กล้ารับประกันว่าวัตถุดิบทุกอย่างที่เลือกนำมาใช้ในร้านมีมาตรฐานระดับคุณภาพพรีเมียมทั้งรสชาติและหน้าตาอาหาร ที่สำคัญราคาไม่สูงมากจนเกินไป เพราะอยากให้ลูกค้าได้ลองรับประทานเมนูอาหารญี่ปุ่นที่มีเกือบ 200 ชนิดอย่างทั่วถึง ตามสโลแกนร้านที่ว่า อาหารต้องกินได้ด้วยตาและอร่อยได้ด้วยปาก

สำหรับเมนูอาหารญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อของร้าน จะเป็นเมนูปลาแซลมอนเพราะปลาที่นำมาทำ ซาซิมิ ซูชิ หรือเมนูเย็นเกือบทุกรายการจะมีความสดมาก นอกจากนั้นภายในร้านยังมีเมนู ซูชิโรล แก้มปลาบุรีที่หายาก เมนูสลัดที่หลากหลาย หัวปลาต้มซีอิ๊วที่เลือกใช้หัวปลาขนาดใหญ่ และมีเมนูเนื้อแองกาวะ หรือครีบปลาตาเดียว กุ้งล็อบสเตอร์ หอยนางรม หรือถ้าหากลูกค้าอยากรับประทานเมนูอะไรพิเศษ สามารถสั่งจองได้เพราะทางร้านทำได้ทุกเมนูในคุณภาพรสชาติที่อร่อย

กฤตชัย มั่นใจว่า จุดเด่นอาหารญี่ปุ่นของทางร้านคือการตั้งใจเลือกใช้วัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารสดจริงๆ โดยส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเชฟจะเป็นผู้ไปเลือกวัตถุดิบตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ถ้าหากบริษัทผู้นำเข้ารายใดขายของไม่สดทางร้านจะไม่เลือกใช้ เพราะคิดว่าต้องรักษาคุณภาพให้ได้มาตรฐาน

อย่างเช่น เนื้อปลาแซลมอน ที่ร้านจะนำมาใช้ในเมนูเย็นเพียง 2-3 วัน หลังจากนั้นจะนำปลาขึ้นเข้าครัวร้อนทันที เพราะหากนำมาใช้นานเกินกว่านี้ อาจทำให้วัตถุดิบไม่คงความสด และหากนำของไม่สดมาขาย ก็จะทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกซึ่งเป็นเรื่องที่ทางร้านใส่ใจมาก

“ผมคิดว่าเสน่ห์ของร้านนอกจากขึ้นชื่อว่าเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ พร้อมใส่ใจในเรื่องหน้าตาของอาหาร จนทำให้ลูกค้าติดใจ ที่สำคัญทางร้านจะขายในราคาที่ไม่สูงจนเกินไป และมักจัดกิจกรรมโปรโมชั่นทุกๆ เดือน เพราะอยากให้ลูกค้าได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย รวมถึงอยากจำหน่ายออกให้เร็วๆ ไม่อยากเก็บไว้นาน จึงยอมขายในราคาที่ไม่แพงเหมาะสม โดยผ่านการปรุงจากเชฟที่มีประสบการณ์จากร้านอาหารญี่ปุ่น 7-10 ปี” กฤตชัย กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจอยากลองชิมอาหารญี่ปุ่นสดๆ และได้คุณภาพพรีเมียมในราคาไม่สูงจนเกินไป สามารถแวะเวียนไปชิมได้ ร้านตั้งอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 71 ใกล้กับโรงเรียนสตรีวิทยา 2  เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 15.30-24.00 น. แต่ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ จะเปิด 11.00 น. สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-932-9229 หรือผ่านเฟซบุ๊กร้าน ทั้งนี้เจ้าของร้านฝากมาว่า ถ้าหากลูกค้าแจ้งกับพนักงานว่า อ่านมาจากบทความนี้ของโพสต์ทูเดย์เจ้าของร้านยินดีลดราคาให้ 10% ทุกเมนูทันที ยกเว้นเฉพาะสินค้าโปรโมชั่น