ฉันท์-ยุพา ทีรูม ร่มรื่นโรแมนติก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2560 เวลา 11:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/486646

ฉันท์-ยุพา ทีรูม ร่มรื่นโรแมนติก

โดย…พาแลง ภาพ กิจจา อภิชนรุจเรข

หากกำลังมองหาร้านนั่งเย็นสบาย ร่มรื่น เพื่อให้ได้บรรยากาศเพื่อการดื่มชา บ้านเก่าสไตล์โคโลเนียลสร้างประมาณปี 2497 ตกแต่งใหม่ให้โรแมนติก แวดล้อมด้วยสวนสวยสไตล์อังกฤษ ในสุขุมวิท 10 ที่ร้านฉันท์ แอนด์ ยุพา ทีรูม (Chan & Yupa Tearoom) ซึ่งตั้งชื่อร้านตามชื่อเจ้าของบ้านเดิม บ้านประดับและก่อด้วยหินแกรนิต ส่วนพื้นบ้านใช้ไม้สักที่ใช้คัดสรรมาอย่างดี

 

หลังจากคุณตาฉันท์และคุณยายยุพาเสียชีวิต บ้านหลังนี้จึงไม่มีใครอยู่อาศัยเป็นเวลานาน เวลาต่อมาจึงมีการซ่อมแซมและเปิดบ้านให้เป็นร้านน้ำชา โดยช่วงแรกยังขายเฉพาะชุดจิบชายามบ่าย คือ เวลา 12.00-18.00 น. สไตล์การตกแต่งจึงเป็นแบบย้อนยุค ให้ความโรแมนติกด้วยม่านสีขาว ผ้าปูโต๊ะลูกไม้ เก้าอี้หวายเบาะและหมอนสีหวาน ของประดับตกแต่งเป็นเครื่องใช้เก่า มีกรอบรูปของคุณตาฉันท์และคุณยายยุพาแขวนไว้ด้วย ให้กลิ่นอายเหมือนนั่งจิบชาอยู่ที่บ้าน และให้บ้านยังคงมีชีวิตชีวาเช่นเดียวกันกับสมัยที่คุณตาคุณยายยังมีชีวิตอยู่

 

หลังจากเปิดมาระยะหนึ่งได้ผลตอบรับที่ดี จึงเริ่มเพิ่มเมนูอาหารเข้ามา โดยส่วนมากเป็นอาหารนานาชาติ แต่มีการปรับเพิ่มเมนูมากขึ้น มีทั้งฟิวชั่น เซตอาหารเช้า ซึ่งเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยการใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล

ประเดิมด้วยชุดน้ำชาที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน เซตแรกเป็นชาเอิร์ลเกรย์วานิลลา เซตน้ำชาที่เหมาะกับคุณผู้ชาย จะได้กลิ่นหอมของชาและรสชาที่ชุ่มคอ เพิ่มความสดชื่นให้ยามบ่าย ส่วนเซตสำหรับคุณผู้หญิงเป็นชาชุด Love Tea ที่ร้านได้เบลนด์ชาหลายชนิดเข้าด้วยกัน จนเกิดเอกลักษณ์เฉพาะ มีลูกเล่นด้วยการเสิร์ฟพร้อมนาฬิกาทราย สามารถกำหนดความเข้มของชาได้ด้วยตัวคุณเอง พร้อมขนมนานาชนิด มีทั้งพาย พัฟ สลัดโรล สโคน มาการง ชีสเค้ก ฯลฯ หรือถ้าหากคุณไม่ดื่มชา ที่นี่ยังมีกาแฟร้อนให้เลือกดื่มด้วย

 

สำหรับเมนูหน้าร้อนนี้ ร้านฉันท์-ยุพา เตรียมเมนูผัดไทยมาดัดแปลงให้รสชาติให้เป็นเอกลักษณ์ของร้าน ด้วยชื่อผัดไทยซอยสิบ โดดเด่นด้วยเส้นพาสต้าเฟตตูชินี่ (Fettuccine) เส้นพาสต้าของอิตาลีที่มีลักษณะแบน เหนียวนุ่ม ชุ่มฉ่ำเวลานำมาผัดและเคล้ากับเครื่องผัดไทย ให้ความรู้สึกคล้ายกับเส้นจันท์ แต่เหนียวนุ่มกว่า บวกกับเครื่องเคียงผักสดนานาชนิด รสเข้มข้น เปรี้ยวอมหวานออกเผ็ดหน่อยๆ คลุกเคล้าเครื่องเคียงมากถึง 10 ชนิด อย่างกุ้งแห้งตัวโต เต้าหู้เหลืองทอด เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผักกุยช่ายฝอย หอมเจียว ยอดต้นทานตะวัน พริกชี้ฟ้า ไข่เจียวฝอย มะม่วงมันซอย และเด็ดสุดตรงกุ้งแชบ๊วยตัวโตทอดวางตรงกลาง เรียกได้ว่าเป็นผัดไทยฟิวชั่นแต่ยังคงรสชาติความเป็นผัดไทยไว้

 

จานถัดมา เป็นเมนูที่ทำขึ้นเพื่อเอาใจคนรักอาหารญี่ปุ่น คือ ข้าวผัดปลาทูน่าอโวคาโด (Maguro With Avocado Fried Rice) ใช้ข้าวญี่ปุ่นนำไปผัดกับซอสเทริยากิ แล้วใส่ถั่วเอดามาเมะ (ถั่วแระญี่ปุ่น) ตกแต่งด้วยทูน่าสด อโวคาโดหั่นเต๋า ไข่แซลมอน ราดด้วยซอสวาซาบิ โรยด้วยงา และตกแต่งด้วยต้นไควาเระ ได้รสชาติญี่ปุ่นแบบฟิวชั่น มีความเผ็ดแต่ไม่ฉุนจากวาซาบิ ได้รสเค็มนิดๆ จากไข่ปลาแซลมอน และความนุ่มฉ่ำจากอโวคาโด ที่สำคัญได้สุขภาพแบบเน้นๆ

 

สำหรับความสดชื่นจากเครื่องดื่มเย็นๆ หลังอาหาร เริ่มจาก Triple Zest Soda เครื่องดื่มที่เติมความสดชื่น ใช้เสาวรสสดเป็นพระเอก และนำมาผสมกับมะนาวได้ความเปรี้ยว และเพิ่มความหวานด้วยองุ่น และรสเผ็ดซ่าของขิงและโซดาเข้าไป บอกเลยว่าจี๊ดจ๊าดสดชื่นผิดกับอากาศภายนอกแน่นอน หรือเครื่องดื่มดับร้อนอีกหนึ่งตัวนำมะม่วงและมะยงชิด พระเอกของหน้าร้อน Apricot Vanilla Tea /Fresh Mango & Fresh Marian plum ชาแอพริคอตเย็นๆ ใส่เนื้อมะม่วงและมะยงชิดสดๆ ให้รสสัมผัสที่หอมกลิ่นชาขึ้นจมูก รสหวานอมเปรี้ยว ได้เคี้ยวเนื้อมะม่วงและมะยงชิดไปพร้อมๆ กัน

 

ร้านฉันท์-ยุพา ทีรูม มีเซตน้ำชาให้เลือกหลากหลายชนิด ด้วยบรรยากาศและรสชาติอาหารให้ความเป็นกันเองและเชื่อว่าต้องกลับมาอีก ร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 10 เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) วันอังคาร-ศุกร์ เวลา 09.00-18.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 07.00-18.00 น. โทร.02-252-6601 แฟนเพจ facebook : ChanYupa.Tearoom

 

ก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัวเมืองชัยนาท ตำนาน 60 ปีแห่งความอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2560 เวลา 10:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/486643

ก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัวเมืองชัยนาท ตำนาน 60 ปีแห่งความอร่อย

โดย…ชูเดช สีหะวงษ์

จุดหมายสำคัญของชาวพุทธ ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องเดินทางไปวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เพื่อกราบรูปหล่อหลวงปู่ศุข เกจิอาจารย์ชื่อดังของไทย แต่ที่พลาดไม่ได้เมื่อเดินทางมาที่นี่ต้องรับประทานก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัวหน้าวัด ที่ได้ชื่อว่าเจ้าตำนานความอร่อย 60 ปี เพราะชาวบ้านที่นี่การันตีรสชาติอร่อยเด็ดมาก ทำให้ในแต่ละวันลูกค้าแน่นร้าน

ร้านก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัวรสเด็ดแห่งนี้ ตั้งอยู่บริเวณที่หน้าวัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ นี่เอง บริหารงานโดย ผกามาศ เมฆพัฒน์ บอกว่า เปิดขายก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัวมาตั้งแต่สมัยคุณแม่ นานกว่า 60 ปี จะเรียกว่าเป็นร้านที่อยู่คู่กับวัดปากคลองมะขามเฒ่ามายาวนานเลยก็ว่าได้

สำหรับเมนูหลักที่สร้างชื่อเสียงให้กับทางร้าน คือ ก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัว ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น และแซ่บแห้งเนื้อรวม ที่ทุกคนมาที่ร้านจะต้องสั่งรับประทาน ซึ่งเคล็ดลับความอร่อยของที่นี่ คือ จะให้ความสำคัญกับความสดใหม่ของวัตถุดิบ ตั้งแต่เลือกซื้อเนื้อคุณภาพดี ใหม่สดทุกวัน ผัก เครื่องปรุงรสต่างๆ เช่น พริก จะคั่วป่นแบบวันต่อวัน รวมทั้งพริกดองน้ำส้มสายชูที่จะไม่นำของค้างคืนมาใช้ซ้ำเด็ดขาด ทำให้รสชาติที่ออกมาในแต่ละวันเป็นที่ถูกปากของลูกค้า ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร้านเปิดมาได้ยาวนานถึง 60 ปี

“หลังคุณแม่เสียชีวิตก็สืบทอดกิจการมาเป็นรุ่นที่ 2 ซึ่งรายได้จากการขายก๋วยเตี๋ยวทำให้ความเป็นอยู่ของครอบครัวมีฐานะดีขึ้น แม้ไม่ร่ำรวยแต่ภูมิใจได้ทำก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆ ให้ประชาชนได้รับประทาน ราคาไม่แพง”

แม้ว่าปัจจุบันราคาวัตถุดิบประเภทเนื้อวัวจะแพงขึ้น แต่ผกามาศยังคงขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัว ชามละ 35 บาท พิเศษ 40 บาท ส่วนลวกจิ้มและแซ่บแห้งเนื้อขายเพียงจานละ 50 บาท ผู้ที่ผ่านมาไหว้พระทำบุญที่วัดปากคลองมะขามเฒ่ามีเวลาว่างลองแวะมาพิสูจน์ความอร่อยของ ”ก๋วยเตี๋ยวลิ้นวัววัดปากคลอง” กันได้ ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.

 

What’s for pudding? พุดดิ้งเต้าหู้สด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 มีนาคม 2560 เวลา 10:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/486639

What’s for pudding? พุดดิ้งเต้าหู้สด

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ต้องยอมรับว่านอกจากร้านอาหารไทยแล้ว ในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ๆ เต็มไปด้วยร้านอาหารญี่ปุ่นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไปแถวๆ ย่านสุขุมวิทเกือบทุกซอยต้องมีร้านอาหารญี่ปุ่นสักร้านหนึ่งให้ได้ลองแวะเวียนไปชิม

วันก่อนผู้เขียนเดินหลงเข้าไปในตึก Nihonmura ตรงซอยทองหล่อ 13 กะว่าจะหาร้านอาหารญี่ปุ่นใหม่ๆ กินเป็นอาหารเที่ยงสักหน่อย เดินวนไปจนถึงชั้น 3 หลายๆ ร้านดูเงียบคนไม่พลุกพล่าน แต่เมื่อไปถึงชั้นบนสุดกลับพบร้านหนึ่งที่มีลูกค้าเดินเข้าออกตลอดเวลาเลยทดลองเดินเข้าไปดู ทันทีที่ประตูเลื่อนเปิดออกพบชาวญี่ปุ่นและพนักงานคนไทยออกมาต้อนรับเสียงใส สุดจะสดชื่นเป็นภาษาญี่ปุ่น รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังเดินทะลุประตูไปที่ไหนก็ได้ของโดเรมอน มาถึงประเทศญี่ปุ่นพอดี

ร้านที่ว่านี้ชื่อ Umenohana แปลตรงตัวว่า ดอกบ๊วยแสนงาม ร้านนี้เขามาจากเกาะคิวชิวทางใต้ของประเทศญี่ปุ่น เด่นที่สุดต้องยกให้อาหารจานปู แต่ที่ต้องยอมรับว่าอยากรับประทานมากๆ คือ เต้าหู้นานาชนิดที่ทางร้านอิมพอร์ตถั่วเหลืองเข้ามาเองจากญี่ปุ่น เชื่อว่าปราศจากสารอันตรายและ GMO ที่กลัวกันนักหนาเมื่อจะรับประทานอาหารที่ทำจากถั่วเหลืองจากประเทศที่เจริญแล้ว น้องพนักงานแนะนำอาหารจานเด็ดเป็น Fuku Fuku Tofu เต้าหู้ตุ๋นด้วยไอน้ำประมาณ 20 นาทีจะได้เต้าหู้ตุ๋นนุ่มๆ รับประทานคู่กับซอส ในระหว่างที่รออยู่นั้นเลยสั่ง Hikiake Yuba ซึ่งเป็นน้ำเต้าหู้หอมกรุ่นมาในถาด Double boil ค่อยๆ ให้ความร้อนจากน้ำเดือดส่งผ่านไปยังน้ำเต้าหู้ รอสักแป๊บแผ่นฟองเต้าหู้จะค่อยๆ ขึ้นเป็นฟิล์มหนาขึ้น จึงใช้ตะเกียบค่อยๆ คีบฟองเต้าหู้สดขึ้นมา ต้องบอกว่าอร่อยจนรอคอยฟองเต้าหู้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาเกือบไม่ไหว

ผู้เขียนเป็นสาวกเต้าหู้เลยขอตบท้ายมื้อเต้าหู้ของเราด้วยเต้าหู้อีกเช่นกัน ขอลองชิม Tofu Pudding ที่อยู่ในชามแก้วขนาดกำลังพอดี เนื้อเต้าหู้พุดดิ้งดูนุ่มนิ่ม นวลเนียน มีผงคินาโกะหรือถั่วเหลืองคั่วที่โม่มาเป็นผงละเอียด หอมฟุ้งชวนให้อยากจะเริ่มละเลียดสักคำ ตักเข้าปากแล้วลิ้นจะพึงพอใจกว่านี้ถ้าพุดดิ้งจืดกว่านี้อีกนิด เพราะน้ำเชื่อม Kuromitsu น้ำเชื่อมสีดำจากน้ำตาลอ้อยเพิ่มความหวานมาอีกมากโขอยู่ แต่ก็เป็นการจบมื้อเต้าหู้ที่แสนจะมีความสุขในการกิน สอบถามความอร่อยจากน้องพนักงาน เขาบอกว่าถั่วเหลืองเป็นพันธุ์พิเศษนำเข้ามายังไม่พอ ทางร้านทำน้ำนมถั่วเหลืองเองสดใหม่ทุกวันเพราะมีโรงงานอยู่แถวๆ นนทบุรีนี่เอง

ระหว่างทางกลับบ้าน ยังคิดถึงความอร่อยของพุดดิ้งเต้าหู้ถ้วยน้อยอยู่ ในใจคิดว่าทบทวนรสชาติแล้วพบว่ามันเป็นพุดดิ้งชนิดที่เป็น Gelatin Pudding แช่เย็น ไม่น่าจะยากอะไรกลับมารีบแกะสูตรทันที ทดลองซื้อน้ำเต้าหู้ยี่ห้อดังๆ มาทดลองสูตรหลายขวด พบว่าถ้าเราดื่มน้ำเต้าหู้ยี่ห้อไหนเข้มข้นและอร่อยที่สุดในใจเราให้เลือกยี่ห้อนั้นมาใช้

รอบแรกในการแกะสูตรใช้เพียงแค่น้ำเต้าหู้เปล่าๆ เนื้อพุดดิ้งเต้าหู้ที่ได้ค่อนข้างเบาไม่ค่อยได้รสเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองนัก ผู้เขียนจึงทดลองเพิ่มความหอมของเต้าหู้อีกครั้งโดยทดลองซื้อเต้าหู้ญี่ปุ่นแบบนิ่มหรือที่เรียกว่า Kinugoshi Tofu หรือเต้าหู้ญี่ปุ่นแบบนิ่ม นำมาปั่นผสมกับน้ำเต้าหู้ อุ่นให้พอร้อนๆ อย่าให้เดือดพล่านเพราะจะทำให้กลิ่นรสของน้ำเต้าหู้เปลี่ยนไปจากการแปรสภาพของโปรตีนในถั่วเหลืองที่ไม่ถูกกับความร้อนจัดๆ เลือกให้ความหวานด้วยน้ำตาลทรายสักเล็กน้อยพอให้หวานปะแล่ม กินเปล่าก็อร่อยหรือจะเพิ่มน้ำเชื่อมน้ำตาลอ้อยอีกนิดหน่อยให้พอหอมก็ทำได้ไม่ต้องกลัวหวานไป

น้ำเชื่อมน้ำตาลอ้อยหรือ Kuromitsu นั้นทำมาจากอ้อย เป็นน้ำเชื่อมข้นๆ หวานๆ จากกากน้ำตาลจึงมีกลิ่นหอมและความข้นที่เฉพาะตัว หาซื้อยากสักหน่อยในบ้านเราจึงอยากแนะนำวิธีทำง่ายๆ คือ ใช้น้ำตาลอ้อยบ้านเรานี่แหละเคี่ยวไฟอ่อนๆ กับน้ำสะอาดโดยไม่คนเด็ดขาดจนเหนียวข้นขึ้น วิธีง่ายที่พอจะทดแทนกันได้

เต้าหู้พุดดิ้งอาจเพิ่มรสชาติให้หลากหลายขึ้นมาอีกนิดโดยโรยผงถั่วเหลืองคั่วโม่ละเอียดหรือที่เรียกว่า Kinako หาซื้อได้ยากอีกเช่นกัน น้องฟู้ดสไตลิสต์ที่ Cookool Studio ทดลองเอานมถั่วเหลืองผง 100% ของโครงการหลวงมาคั่วไฟอ่อนในกระทะไปเรื่อยๆ ออกมาคล้ายๆ อยู่แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว

ผู้เขียนทดลองเอาผงมัทฉะมาโรยหน้า ปรากฏว่าอร่อยล้ำไม่เบา คุณผู้อ่านอย่ายอมแพ้ ทดลองหา Topping ให้เต้าหู้พุดดิ้งที่ชื่นชอบเองเลยดีกว่า

Tofu Pudding

ส่วนผสม

น้ำเต้าหู้รสจืด 750 ถ้วย

เต้าหู้แบบนิ่ม 350 กรัม

น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

เจลาตินแผ่นสั้น 9 แผ่น

(หรือแผ่นยาว 4.5 แผ่น)

วิธีทำ

แช่เจลาตินในน้ำเย็นจนนุ่ม

นำน้ำเต้าหู้และเต้าหู้นิ่มผสมกันในหม้อ ตั้งไฟให้เดือดเบาๆ เติมน้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลายยกลงจากเตา ปั่นให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

สะเด็ดน้ำออกจากแผ่นเจลาติน เติมลงในน้ำเต้าหู้อุ่นๆ คนให้แผ่นเจลาตินละลาย

ตักใส่พิมพ์ที่เตรียมไว้ แช่เย็นประมาณ 3-4 ชั่วโมงจนกว่าพุดดิ้งจะคงตัว

รับประทานพร้อมกับ : ผงคินาโกะ ผงชาเขียวมัทฉะ และน้ำเชื่อม

(น้ำเชื่อมจากน้ำตาลอ้อย อัตราส่วนน้ำเชื่อม น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะน้ำสะอาด 3 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟให้เดือดยกลง)

 

แจ่วฮ้อน อภิรมย์ แซ่บ…เด็ดที่น้ำจิ้ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

18 มีนาคม 2560 เวลา 16:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485810

แจ่วฮ้อน อภิรมย์ แซ่บ...เด็ดที่น้ำจิ้ม

โดย…จักรพันธ์ นาทันริ ขอนแก่น

“แจ่วฮ้อน” อีกหนึ่งเมนูสุดฮิตของชาวอีสาน ทุกร้านต่างงัดเมนูเด็ด สูตรเด็ด แข่งขันด้านการตลาดเรียกลูกค้ามาใช้บริการ เช่นเดียวกับ แจ่วฮ้อน อภิรมย์ จ.ขอนแก่น เปี่ยมด้วยคุณภาพ โภชนาการ ราคาไม่แพง รสชาติถูกปากเพราะมีสูตรเด็ดที่น้ำจิ้มต้นตำรับ

มานพ แสงมี เจ้าของสูตรน้ำจิ้มแจ่วฮ้อน อภิรมย์ บอกว่า ที่มาของน้ำจิ้มแจ่วฮ้อน นั่นก็คือการที่คนอีสานล้วนต่างที่จะต้องการรับประทานอาหารอีสานพื้นบ้าน หลายคนที่ไปทำงานในต่างจังหวัด เมื่อกลับบ้านต่างก็นำปลาร้า แจ่วบอง หรือข้าวสาร กลับไปทุกครั้งเพื่อให้รับประทานอาหารอีสานที่ถูกปาก ซึ่งในช่วงที่เข้าไปทำงานโรงงานที่ภาคตะวันออกมีแนวคิดว่าทำแจ่วฮ้อน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูอาหารอีสานชื่อดัง แต่รสชาติที่ทำต่างกัน ไม่ถูกปากคนอีสาน เมื่อได้กลับมาบ้านเกิดที่ จ.ขอนแก่น จึงนำแนวคิดที่จะทำน้ำจิ้มแจ่วฮ้อนขึ้นมา จุดนี้จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ร่วมทำกันกับเพื่อน 4 คน

“แรกๆ ก็ตระเวนชิมแจ่วฮ้อนตามร้านต่างๆ ทั่วภาคอีสาน เพราะผมชอบรับประทานแจ่วฮ้อนอยู่ด้วย พอกลับมาก็มาคิดค้นสูตรเด็ดตามที่ร้านดังๆ เขาทำกัน ลองผิดลองถูกมาแล้วหลายหม้อ จนวันหนึ่งได้รสชาติเริ่มคงที่และนำออกไปแจกจ่ายให้กับญาติพี่น้องหรือเพื่อนๆ ได้รับประทานกัน ต่างก็บอกว่ารสชาติถูกปาก จึงเริ่มทำน้ำจิ้มแจ่วฮ้อนจำหน่ายก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยการบรรจุขวดขาย ในราคาขวดละ 25 บาท โดยในแต่ละขวดมีสัดส่วนของส่วนผสมที่ลงตัวมาก คือในแต่ละหม้อที่เราทำน้ำจิ้มนั้นจะประกอบด้วย น้ำสะอาด หอมแดง ซอสปรุงรส กระเทียม น้ำตาล ใบมะกรูด พริกป่น และข้าวคั่ว มาปรุงในรสชาติที่เป็นสูตรเฉพาะของอภิรมย์ ซึ่งในการรับประทานนั้นสูตรเด็ดของเรา ยอมรับว่าอยู่ที่น้ำจิ้มจริงๆ เพราะในแต่ละขวดเรามีการเขียนวิธีในการรับประทานไว้ด้วย คือเริ่มจากการตั้งหม้อแล้วจากนั้นเทน้ำจิ้มลงไป พอร้อนได้มีที่ผักและเนื้อสัตว์ลงไปตามใจชอบ คลุกเคล้าให้เข้ากัน และเติมน้ำลงไปเพียงเท่านี้ทุกคนก็จะได้สัมผัสถึงความอร่อยของแจ่วฮ้อน อภิรมย์กันแล้ว”

จากจุดเริ่มต้นในการทำน้ำจิ้มแจ่วฮ้อนจำหน่าย วันนี้ มานพมีโรงงานขนาดกลางเพื่อผลิตน้ำจิ้มแจ่วฮ้อนส่งจำหน่ายตามความต้องการของลูกค้า ซึ่งแผนการตลาดจะเน้นทั้งร้านค้าส่ง และค้าปลีก โดยกระจายไปตามร้านอาหาร มีบ้างที่วางจำหน่ายตามตลาดนัดหรือจำหน่ายในตลาดสด รวมทั้งการจำหน่ายสินค้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากลูกค้าที่มียอดสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมาก เพราะรสชาติอร่อย สะอาด ถูกสุขลักษณะ ราคาไม่แพง ที่สำคัญคือวิธีการรับประทานให้อร่อยนั้นต้องเป็นไปตามที่กำหนดเท่านั้น จึงทำให้ลูกค้าที่มาเลือกซื้อสินค้าต่างพากันซื้อไปเก็บไว้ในตู้เย็น หากต้องการรับประทานแจ่วฮ้อนก็สามารถแกะขวดเทลงในกระทะก็สามารถที่จะรับประทานแจ่วฮ้อนได้ทันที

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบแจ่วฮ้อน หรือผู้ที่แวะเวียนผ่านไป-มา ที่ จ.ขอนแก่น อยากลองลิ้มชิมรสชาติแจ่วฮ้อน อภิรมย์ สูตรเด็ดที่ไม่เหมือนใคร สามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่ 09-7319-7397 ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00-21.00 น.

 

ส.บ.ล. สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร ความอร่อยแชร์กันด้วยความไว้วางใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

7 มีนาคม 2560 เวลา 17:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485657

ส.บ.ล. สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร ความอร่อยแชร์กันด้วยความไว้วางใจ

โดย…ปอย ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

วังบูรพาเปลี่ยนแปลงไปเยอะ หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลาอย่างน่าใจหาย แต่ร้านนี้ยังอยู่เคียงคู่นับเป็นอีกหนึ่งในตำนานของอาหารร้านเด็ดย่านนี้ “ส.บ.ล.สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร” เจ้าตำรับอาหารจีนแต้จิ๋วอายุยาวนานกว่า 50 ปี เจ้าของร้านเดิม คือ จุ่ยลิ้ม แซ่เจี่ย ชาวจีนซัวเถา หอบเสื่อผืนหมอนใบข้ามน้ำข้ามทะเลมาสร้างเนื้อสร้างตัวในเมืองไทย

เมื่อเปลี่ยนชื่อนามสกุลเป็นชาวไทย ก็ใช่ชื่อว่า เจริญ ปิยะนุวัฒน์ชัย บุกเบิกภัตตาคารอาหารแต้จิ๋วขึ้นที่นี่ เมื่อปี 2497 เวลานั้นวังบูรพาถ้าเปรียบไปก็ประมาณแถวสยามสแควร์ พารากอน โรงหนังผุดขึ้นถึง 3 โรง โรงหนังแกรนด์ คิงส์ และควีนส์ ความเจริญมาพร้อมคึกคักสว่างไสวเงินหมุนเวียน

จากรุ่นพ่อมาสู่รุ่นลูก “เฮียเคี้ยง” วรัตถ์ ปิยะนุวัฒน์ชัย เจ้าของกิจการเล่าย้อนให้ฟังว่า ห้างเมอร์รี่คิงส์วังบูรพา หรูหราอลังการที่สุดแล้วยุคนั้น ในรุ่นพ่อไม่ได้เป็นภัตตาคาร แต่ค้าขายข้าวมันไก่ ออส่วน สุกี้แต้จิ๋ว โด่งดังมาก

“สุกี้แต้จิ๋วที่วันนี้ยังขายกันอยู่ก็มีไม่กี่เจ้าแล้วครับ สุกี้เรือนเพชร สุกี้เอียวไถ่ พ่อเล่าให้ฟังดังมาก ผู้หลักผู้ใหญ่ตอนนั้นใครๆ ก็ต้องไป ทำงานต่างจังหวัดนานๆ ก็มาซื้อน้ำสุกี้ใส่ขวดติดไปด้วย

จากร้านอาหารแต้จิ๋วพ่อก็อยากยกระดับให้เป็นภัตตาคาร เยาวราช สำเพ็ง วังบูรพา ธุรกิจคึกคักเงินหมุนเวียนดีมาก พ่อค้าพ่อขายมีเงินครับ ในช่วงนั้นเศรษฐกิจเจริญกำลังเติบโตขึ้นได้เรื่อยๆ กินโต๊ะแชร์ก็เริ่มนิยมพร้อมๆ กับเริ่มภัตตาคารด้วยครับ มีหลายวงมาก คนนิยมกินแชร์กันที่ ส.บ.ล.สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร ใครได้ร่วมวงนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงก็ถือว่าเครดิตดีไปด้วย

ลูกค้าหลัก คือ พ่อค้านักธุรกิจตั้งแต่วังบูรพาไปจนถึงย่านเยาวราช สำเพ็ง วรจักร ไปจนพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่เวิ้งนาครเขษม ก็มากินกับผม เวลานี้หายไปเยอะแล้วนะครับ เวิ้งถูกนายทุนใหญ่ซื้อไปแล้ว คนเก่าแก่ก็หายไปกันเยอะเลยครับ ยุคสมัยเปลี่ยนไป แต่ก่อนเรากินแชร์ด้วยความไว้วางใจ ช่วยเหลือกัน ปรึกษาพูดคุยกันทางธุรกิจ แต่คนยุคนี้กินแชร์เพื่อการสังสรรค์แค่หาของอร่อยกินด้วยกัน” เฮียเคี้ยง บอกพร้อมรอยยิ้มมุมปากเมื่อพูดถึงอดีตวันวาน

หากสิ่งที่อยู่คู่เป็นเมนูซิกเนจอร์ ส.บ.ล.สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร คือ สิ่งที่รุ่นพ่อสั่งสมไว้ ความซื่อสัตย์เรื่องคุณภาพอาหารมาเป็นอันดับแรก ความสะอาดคือเรื่องต่อมา วัตถุดิบทั้งอาหารและผักสดที่ร้านใส่ใจในความเป๊ะ ล้างตั้งแต่ด่างทับทิม สรุปให้มั่นใจในความคลีนอีกครั้ง ล้างด้วยน้ำโอโซน

ใครมาก็ต้องสั่ง ปลิงทะเลผัดแห้ง หมูหัน ก้ามปูอบ ก๋วยเตี๋ยวหลอด ขนมจีบแต้จิ๋ว สร้างสมชื่อเสียงมากว่า 6 ทศวรรษ

“ก้ามปูเนื้อติดตัวเป็นๆ มาอบเพื่อความสดหวาน ปลาเต๋าโต้ยต้องคัดมา เอาตัวโตๆ ให้ลูกค้าชี้เลือกในตู้ปลาทะเล ความสดไม่จำเป็นต้องใช้ผงชูรส อาหารแต้จิ๋วหน้าตาอาจไม่สวยเท่าอาหารกว้างตุ้งในฮ่องกงที่เน้นการกิน ทั้งอาหารตา จมูก ปาก แต้จิ๋วอาหารจัดจานธรรมดาๆ นะครับ แต่พอขึ้นเข้าปากก็กลิ่นหอมขึ้นจมูกไม่แพ้กัน คนจีนเรากินอาหารด้วยโสตสัมผัส 3 อย่างนี้ครับ”

ออส่วนหอยนางรม เฮียเคี้ยงยกมาเสิร์ฟตัวสดขาวอวบอ้วน แป้งกรอบ หอยเชลล์อบกระเทียมเน้นตัวใหญ่ขาวอวบไม่แพ้กัน กุ้งแช่บ๊วยอบซอสเอกซ์โอ ปลาหิมะนึ่งเต๋าซี่ เนื้อปลาสดมาก เนื้อขาวจั๊วะ ชิมแล้วหวานมากคุณภาพสมราคา ทุกจานที่มาเสิรฟ์จานใหญ่มาก

“ออส่วนสมัยก่อนเรียกออรัว แต้จิ๋วเน้นแป้งกรอบบาง คนมากินที่ร้านก็ต้องลุยสั่งเมนูเด็ดๆ ของร้านก่อน หมูหัน หูฉลามผัดแห้ง เป๋าฮื้อเจี๋ยนคะน้า ขนมจีบ ลิ้นเป็ด ขาหมูเย็น ก๋วยเตี๋ยวหลอด กั้งกระเทียม คนไทยคุ้นเคยกับเมนูเหล่านี้กันแล้วนะครับ แต่ผมก็ครีเอทคิดจานใหม่ๆ ขึ้นมาเรื่อยๆ อาหารจีนมีข้อเสีย คือ นึ่งซ้ำสอง ผัดซ้ำสองไม่อร่อยแล้ว แต่เพื่อการต่อยอดค้าขายอาหาร ผมกำลังรวบรวมอาหารจานเดียวง่ายๆ 12 อย่าง ให้โทรสั่งเดลิเวอรี่ เช่น ข้าวผัดคะน้าไชโป๊ว หรือก๋วยเตี๋ยวหลอดจัดใส่กล่องแยกน้ำ 2 อย่างที่ใส่ไมโครเวฟอุ่นร้อนได้

สำหรับจานนี้ ลิ้นเป็ดน้ำตก ห่อกลับบ้านได้เลย เป็นเมนูคิดขึ้นมาใหม่ให้รสจัดขึ้น แต่ก็เป็นความเผ็ดในแบบจีนแต้จิ๋ว ลิ้นเป็ดคลุกถั่วน้ำมันงา พริกป่น กรุบกรอบแซ่บ

หลายเมนูที่เคยโด่งดังของ ส.บ.ล. ผมก็นำกลับมาใหม่ หอยนางรมอบหม้อดิน ผมเพิ่งสั่ง ฟิน เดอ แคลร์ จากฝรั่งเศส ลองทำดู ตอนนี้ก็แถมให้ลูกค้าช่วยๆ กันชิมก่อนครับ สรุปถ้ารสดีลงตัวก็ทำขายเลย ล็อบสเตอร์ผัดแล้วนำไปอบยอดน้ำซุป ก็เป็นอีกเมนูใหม่ครับ แล้วถ้าใครอยากกินกับสลัด ก็ทำให้ได้ครับ ใส่เป๋าฮื้อเข้าไปด้วย”

เฮียเคี้ยง วรัตถ์ บอกอีกไม่นานรถไฟใต้ดินจะมาถึงแล้ว ย่านนี้ก็จะมีสถานี MRT ตกแต่งสไตล์จีนสวยที่สุดถึง 3 สถานี คือ สนามไชย วังบูรพา วัดเล่งเน่ยยี่ ความทันสมัยสะดวกสบายเข้ามาถึงย่านเก่าแก่ การก้าวเดินไปด้วยกัน “ส.บ.ล.สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร” พร้อมเสมอกับการครีเอทเมนูใหม่ๆ เป็นปัจจัยให้ภัตตาคารอยู่ยั่งยืนยง ด้วยความเข้าใจว่าอาหารนั้นตีคู่มากับสังคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่แปรเปลี่ยนไปเสมอ

ส.บ.ล.สมบูรณ์ลาภภัตตาคาร ตั้งอยู่ติดเมก้า วังบูรพา (เมอร์รี่คิงส์เก่า) โทร.02-225-9079 เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. จอดรถได้ที่โรงหนังควีนส์เก่า

 

ครัว ป.ปลา ร้านอร่อยริมทางหล่มสัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มีนาคม 2560 เวลา 16:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485654

ครัว ป.ปลา ร้านอร่อยริมทางหล่มสัก

โดย…ชายโย

ก่อนเส้นทางขึ้นไปที่เที่ยวภูทับเบิก มีร้านอาหารริมทางที่เต็มไปด้วยผู้คนแวะเวียนเข้าไปรับประทานทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว เป็นร้านขายอาหารไทยท้องถิ่นนำเสนอเมนูเด่นเด็ดอย่าง แกงคั่วหอยขม ลาบเห็ดโคนกุ้ง ต้มยำปลา และต้มยำไก่ยอดมะพร้าวอ่อน ร้านตั้งอยู่บนทางหลวงสาย 12 ห่างจากสี่แยกพ่อขุนผาเมืองไปทางด้านพิษณุโลกประมาณ 2.5 กิโลเมตร อยู่ทางด้านซ้ายมือ

ครัว ป.ปลา เป็นร้านอาหารขนาดกลาง ที่มีพื้นที่จอดรถพอสมควร สามารถรองรับลูกค้าโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินทางขึ้นไปที่ภูทับเบิกได้เป็นอย่างดี เมนูแรกที่เราสั่ง ก็คือ เป็นแกงคั่วหอยขม รสชาติเข้มข้นกำลังดี ส่วนลาบเห็ดโคนกุ้งสดนั้นก็จัดว่าสดและแซ่บ แต่ที่แซ่บกว่า ก็คือ ต้มยำปลานั้นมาแบบจี๊ดจ๊าด ปลาเนื้อแน่น ซดน้ำกันเพลินๆ เผ็ดๆ

หรือจะลองเมนูทอดของร้านนี้ก็ถือว่าอร่อยตามมาตรฐาน เพราะดูแล้วร้านจะเด่นพวกเมนูลาบ กับยำ หมูทอดแดดเดียวรับประทานกับข้าวเหนียวนุ่มๆ อร่อยเข้ากัน ปิดท้ายที่เมนูผัดผักนั้นก็จัดว่าดีงาม ผักสดกรอบอร่อยและดีต่อสุขภาพ

ไม่เพียงแต่จะขายอาหารเท่านั้น ทางร้านก็มีกาแฟ ป.ปลา เป็นกาแฟสดราคาไม่แรง รสชาติก็ใช้ได้ เข้ากันดีกับบรรยากาศเขียวๆ โดยรอบ สนใจลองสอบถามทางไปร้านได้ที่เบอร์ 08-7842-3985 ร้านเปิดปิดเวลา 09.00-21.00 น. เปิดเกือบตลอดวันอย่างนี้ยังไงก็ต้องได้รับประทานอาหารอร่อยร้านนี้แน่นอนครับ

 

เที่ยวกินถึงถิ่น ‘ของดีเมืองจันท์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มีนาคม 2560 เวลา 16:50 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485653

เที่ยวกินถึงถิ่น 'ของดีเมืองจันท์'

โดย…ปอย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

พอเอ่ยคำว่า “ของดีเมืองจันท์” คนฟังร้อยทั้งร้อยก็นึกถึงผลไม้ทุเรียนมาก่อนเลย เงาะ มังคุด สุดยอดราชาและราชินีผลไม้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ แต่เพิ่งเข้าสู่ฤดูร้อนช่วงนี้ผลไม้ยังไม่ออกมาให้ใครกินง่ายๆ เจ้าภาพต้องมีทีเด็ดโชว์ของดี  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนไปร่วมทริป “กินอาหารถิ่น ตามหาวัตถุพื้นบ้านจันทบุรี” แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อชวนไปเที่ยวเมืองคลาสสิกในภาคตะวันออกของไทย

ททท.พาไปหาของอร่อยๆ ของดีถิ่นแถวนี้กินกันแบบกระหน่ำสองวันจัดเต็ม ชูแนวคิดจันทบุรีเป็นแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ ไม่แค่อุดมไปด้วยผลไม้ แต่สมบูรณ์ไปทั้งอาหารทะเล สมุนไพร-เครื่องเทศ หน้าตาแปลกๆ ชื่อแปลกๆ ก็มีเฉพาะที่ถิ่นนี้ ใครต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวง ท่องเที่ยวกับครอบครัวและเพื่อนฝูงขับรถก็ไม่ไกลนักขับชิลๆ ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ตะลุยกินอาหารถิ่นของดีของเด็ดเมืองจันท์รับรองอร่อยต้องฝันถึง

ข้าวกับน้ำพริกกะเกลือ

“ชุมชนริมน้ำจันทบูร” เป็นจุดแรก ชิม และชมบ้านเรือนริมน้ำเก่าสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมโบราณ บ้านพัก ร้านค้าร้านอาหาร กลมกลืนไปกับบรรยากาศบ้านไม้เก่าๆ บ่งบอกได้ว่าคนในชุมชนรักษ์ภูมิใจบ้านเกิดของพวกเขามากมาย อาหารถิ่นสะท้อนชัดทั้งอัตลักษณ์ ความเป็นมา และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ได้ดี

เมนูแรกก๋วยเตี๋ยวทะเล ข้าวคลุกพริกเกลือ เริ่มต้นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิก นั่งชิลริมแม่น้ำที่คนเมืองจันท์เรียกขานกันว่า “แม่น้ำจันทบูร” ก๋วยเตี๋ยวทะเลหลายๆ คนน่าจะคุ้นแล้วกับกั้งตัวโตๆ ที่ลอยคอเสนอตัวให้คนมากิน แต่กับอีกเมนูชื่อแปลกที่บรรดาเจ้าถิ่นภูมิใจนักหนา “ข้าวคลุกพริกเกลือ” หลายคนฟังแล้วงง แต่คนภาคตะวันออกไม่งง สี่รัก คุณประภากร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดจันทบุรี รับแขกพาตะลอมชิมบอกก็คือน้ำจิ้มซีฟู้ดนั่นแหละ แต่เรียกชื่อนี้เพราะคนภาคนี้จะตำเกลือทะเลกับพริกขี้หนูสดลงไปก่อน ตามด้วยน้ำปลาดี หิวๆ ขึ้นมาก็คลุกข้าวสวยร้อนๆ แค่ไข่ต้มยางมะตูมใบเดียว ข้าวอาจหมดหม้อไม่รู้ตัว

แต่ยี่ห้อเศรษฐีเมืองจันท์ก็ต้องประโคมกั้งต้ม กุ้ง ปู ปลาหมึกลงไปให้ครบครัน ความจริงใจสไตล์อาหารบ้านๆ ก็ไม่ต้องจัดจานอะไรให้สวยงาม มีอะไรก็ใส่ๆ ลงไป แถมหูหมูต้มแนมเข้าไปอีก โอ๊ย…จะสมบูรณ์พูนสุขอะไรเช่นนั้น

ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา สี่รัก นายกสมาคมฯ ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวของ จ.จันทบุรี เติบโตขึ้นกว่า 60% มีรายได้ภาคการท่องเที่ยว 5,000-6,000 ล้านบาท/ปี สถิตินักท่องเที่ยวของจันทบุรีราวปีละ 1.8 ล้านคน ส่วนใหญ่ชอบเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูผลไม้ แต่ในช่วงนี้เงาะ ทุเรียน ยังออกมาไม่เยอะ อาหารท้องถิ่นก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือก

เป้าหมายต่อไปพาไปเดินตลาดสด ตามหาวัตถุดิบผักและสมุนไพรของดีที่นี่มีอะไรให้ดูเพียบ “ตลาดเจริญสุข” เน้นสินค้าเกษตรอินทรีย์และผักพื้นบ้าน เช่น หน่อกระวาน ถ้าใครเคยกินต้มไก่ใส่หน่อกระวาน คงติดใจความหอมสดชื่นที่ต้มข่าไก่ไม่มี คนภาคตะวันออกต้มใส่กะทิเหมือนกันแต่ไม่ใส่น้ำมะนาว หั่นระกำเปรี้ยวใส่ลงไปแทนสร้างเอกลักษณ์อาหารไม่ซ้ำที่ไหน อาหารอีกอย่างที่คนเขียนก็เป็นสาวภาคตะวันออกเห็นแล้วไหลทั้งน้ำตาด้วยความคิดถึง ทั้งน้ำลายไหลอยากกินที่สุด “ก๋วยเตี๋ยวผัดปู” เส้นจันท์ผัดซอสมะขามสีแดงๆ ได้กินในงานทำบุญทำเลี้ยงแขกมาร่วมงานเยอะๆ แต่ก็ไม่เคยเหลือติดก้นหม้อแม่ค้าตักขายถุงละ 20 บาทอิ่มอร่อยหายคิดถึง

แกงหมูชะมวง อาหารขึ้นชื่อหลายคนคงรอว่าทำไมไม่พูดถึงสักที มาถึงถิ่นได้กินแน่ๆ อยู่แล้ว แต่คราวนี้เจ้าถิ่นจัดมาเก๋ไก๋กว่าเดิม โรงแรมสุดฮิปแห่งใหม่ใน อ.เมือง จ.จันทบุรี โรงแรมบลูแรพบิท จัดมุมเบเกอรี่ใช้อาหารท้องถิ่นที่ใครก็ติดใจหม้อนี้ ทำ “ชะมวงโทสต์” และอีกชิ้นควรสั่ง “เค้กทุเรียนคอตตอนชีสเค้ก” ครีมเค้กนิ่มนวลแทบไม่ได้กลิ่นทุเรียนเลยสักนิด กินกับน้ำผลไม้จะธรรมดาได้ที่ไหน “น้ำส้มจี๊ด” คนจันท์คนระยองเรียกส้มลูกจิ๋วชนิดนี้ว่า “ส้มกะปรี๊ด” เพราะมันเปรี้ยวปรี๊ดสุดๆ เมื่อนำมาผสมน้ำผึ้งโซดาก็เรียกความสดชื่นยามบ่ายได้ดีนักแล

การนำอาหารท้องถิ่นมาปรุงให้เป็นจานใหม่ทันสมัยขึ้น เป็นแนวคิดที่นักธุรกิจรุ่นใหม่เมืองจันท์ช่วยกันคิด ช่วยกันสร้างสรรค์ เป็นการรวมใจพัฒนาจังหวัดนี้ด้วยพื้นฐานเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ มื้อดินเนอร์กับเชฟหนุ่มสุดหล่อชาวเมืองจันท์ ยิ่งสื่อถึงเอกลักษณ์อาหารคุณภาพดีของจังหวัดได้เกินร้อย

อาหารจันทบูรสู่สากล

งานกาลาดินเนอร์ “Prime Night@Chan” จัดขึ้น ณ สวนสาธารณะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำเสนอเมนูโต๊ะจันท์ รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบท้องถิ่น โดย “เชฟปิง” สุรกิจ เข็มแก้ว เชฟคนดังชาวจันทบุรี จึงคุ้นเคยวัตถุดิบต่างๆ ที่นำมาปรุงดีอยู่แล้ว สไตล์เชฟทำอาหารแนว Innovative Thai Cuisine นำวัตถุดิบอาหารที่เราคุ้นเคยมาปรุงใหม่ให้น่าตื่นเต้น

อาหารทั้งหมด 4 คอร์ส เชฟต้อนรับแขกมาเยือนด้วยความสดชื่นด้วยน้ำผลไม้และเจลผลไม้ในขวดเล็กๆ แปลกตา เชฟปิงแนะนำน้ำสละมีกลิ่นหอมทอนกลิ่นทุเรียนลงได้ดี คนกลัวกลิ่นก็กระดกซดได้ ไม่ต้องกลัว หอมละมุนจริงๆ คอร์สแรกรวมของกินเล่น (Snack) น้ำพริกปูไข่ น้ำพริกระกำ มากับข้าวเกรียบซอสผัดปู คอร์สสองคือแอพพิไทเซอร์ พริกเกลือส้มจี๊ด เชฟทำน้ำจิ้มพริกเกลือถ้วยที่คนจันท์คุ้นลิ้นปรุงใหม่กับหน่อกระวานน้ำตาลมะพร้าว ปรุงเป็นเนื้อเจลกินกับหอยเชลล์ฮอกไกโด ความแซ่บจี๊ดคงอยู่ครบ

“เชฟปิง” สุรกิจ เข็มแก้ว

หมูชะมวงมาในคอร์สสามเมนดิส เชฟใช้หมูดำตุ๋นในระบบสุญญากาศ (Sous Vide) เนื้อชุ่มฉ่ำกว่าเดิมที่ใช้การเคี่ยวตุ๋นจนเปื่อย ไซส์ดิสเป็นทุเรียนมันบดที่ต้องบอก (อีกแล้ว) ว่าคนกลัวทุเรียนอย่ากลัว จบคอร์สด้วยของหวาน กรานิต้าส้มฉุนกินคู่กับขนมมัศกอด วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวจันทบุรี สื่อผ่านเมนูอาหารสุดล้ำโดยเชฟรุ่นใหม่โชว์การพัฒนาไม่หยุดยั้ง

เจ้าภาพ ททท. ย้ำให้หนักเรื่องความอุดมสมบูรณ์ จบทริปนี้ด้วยเซตซีฟู้ดปูปลากุ้งหอยมาเต็ม โดยเฉพาะหอยนางรมยักษ์ตัวเท่าฝ่ามือ ที่ฟาร์มลุงทม บ้านท่าแฉลบ สดไม่สด ลุงทมยกพวงหอยจากทะเล
อ่าวไทยงัดกาบให้ชิมความสดกรุบกริบ กินกี่ตัวก็ได้เลยบริการแบบบุฟเฟ่ต์ ล้างปากจบทริปพาไปกินขนมในชุมชนอายุร้อยกว่าปี หมู่บ้านหนองบัว ลองชิม “ขนมแปลก” ของดีชุมชน เดินเที่ยวชมบ้านไม้โบราณไปในถนนแสนสงบ “ตังเมใส่กระป๋องนมข้นหวาน” นี่อร่อยหนึบหนับระลึกชาติได้เลย

 

 

จัมพ์ แฮงก์เอาต์ คาเฟ ความสุขที่ต้องมาซ้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มีนาคม 2560 เวลา 12:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485614

จัมพ์ แฮงก์เอาต์ คาเฟ ความสุขที่ต้องมาซ้ำ

โดย…จัมพ์ แฮงก์เอาต์ คาเฟ ความสุขที่ต้องมาซ้ำ

ค่ำคืนวันศุกร์ รถมักติด แต่ทุกอย่างไม่แน่นอน เมื่อถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ไหลลื่นราวกับวันหยุดเทศกาล การเผื่อเวลาให้ถึงที่หมายยามพลบค่ำจึงคลาดเคลื่อน เมื่อมาถึงไวกว่ากำหนด เราจึงได้ทันสัมผัสบรรยากาศของร้านจัมพ์ แฮงก์เอาต์ คาเฟ (Jump Hang Out Cafe) ในอีกอารมณ์หนึ่ง

สถานที่แฮงเอาต์น้องใหม่ ย่านทาวน์อินทาวน์ หุ้นส่วนร้านแต่ละคนนั้นก็เป็นน้องใหม่ในสายนี้ แต่ฝีมือประสบการณ์เก๋าในสายอื่น ไม่ว่าจะเป็นโปรดิวเซอร์รายการทีวี ครีเอทีฟ สถาปนิก นักร้อง ฯลฯ เรียกว่าลงขันกันสร้างสถานที่นั่งดื่ม คุยถูกคอในบรรยากาศถูกใจ แถมยังมีดนตรีสดให้ฟังเพราะๆ ซีเล็คเต็ด บาย “เอ็ดดี้ ออโต้บาห์น” (อัธพนธ์ มกรานนท์)

มาที่นี่ได้หลายประสบการณ์การดื่มและอารมณ์ของสถานที่ เพราะในช่วงการทำงานของพระอาทิตย์ ร้านจะบริการเครื่องดื่ม ชา กาแฟ มีขนมอบกรอบ เค้กน่ากิน และอาหารจานเดียวง่ายๆ เช่น สปาเกตตี ข้าวหมูกระเทียม แต่พอเปลี่ยนผลัด เป็นหน้าที่ของพระจันทร์ เจ้าของร้านก็ได้ทีประหยัดไฟ (ฮา) ปิดไฟไปหลายดวง หลายมุม เพื่อให้ได้แสงนวล ต้องบอกว่าไลติ้งที่นี่ก็ได้หุ้นส่วนร้านดีกรีสถาปนิกส่องแล้วส่องอีก รับรองจะนั่งมุมไหน จะเซลฟี่ หรือเล็งโต๊ะอื่นก็ดูดีไปหมด

การมาถึงร้านก่อนราตรี ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศโปร่งโล่ง แสงสว่างจากข้างนอกทำงานเผื่อมายังภายในร้าน (ช่วยประหยัดไฟได้อีก) แต่พอความมืดเริ่มเข้ามาทักทายทีละนิดๆ นั้นละ บรรยากาศก็เปลี่ยนราวกับต่างที่ (เชิญเก็บแก้วกาแฟไปค่ะ)

เครื่องบดเมล็ดกาแฟ ที่เคยตั้งเป็นจุดเด่นบนเคาน์เตอร์ยาวขนานกับขนาดร้าน ที่ปูด้วยกระเบื้องวินเทจ ถูกเก็บให้พ้นหูพ้นตา แสงไฟส่องสว่างเปลี่ยนโฟกัสไปที่ตู้แช่เย็น ซึ่งมีขวดเครื่องดื่มต่างสัญชาติวางเรียงราย ทั้ง ไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ เบลเยียม เยอรมัน ลาว ฯลฯ เรียกว่าเป็นร้านที่เอาใจคอเบียร์ขนานแท้ โดย อภิมาน นอบไทย หนึ่งในหุ้นส่วน ผู้ดูแลทุกอย่างในร้าน รวมถึงเป็นพ่อครัวด้วย พิจารณาคัดสรรเครื่องดื่มจากความชอบของตัวเองเป็นหลัก อีกทั้งเพิ่มความแตกต่างหลากหลาย เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้า

ด้านอาหารนั้นเป็นกับแกล้มง่ายๆ แต่รสชาติมัดใจลูกค้า เช่น ขาหมูเยอรมัน ปีกไก่ทอดเกลือ ได้ความเค็มกำลังดี แถมกรอบนอกนุ่มในไม่มีน้ำมันเยิ้มมากวนรสชาติ เมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน คือ จัมพ์ สลัด ทีเด็ดอยู่ที่หมูแดดเดียวหมักได้รสกลมกล่อม เนื้อสัมผัสไม่เหนียว กินคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เพิ่มรสชาติให้กับผักได้รสดีขึ้นด้วย

ร้านเพิ่งเปิดมาประมาณ 4 เดือน ลูกค้ามีทั้งขาจรและขาประจำที่มาหลงเสน่ห์ของจัมพ์ แฮงก์เอาต์ คาเฟ ร้านตกแต่งแนวอินดัสเตรียล คิตช์ (Industrial Kitch) ซึ่งนิยามและออกแบบโดยหุ้นส่วนผู้เป็นสถาปนิก ธีรพัฒน์ จิตรามัยกุล เพดานเน้นโทนดำ มีโคมไฟห้อย เปลือยให้เห็นการเดินเส้นของสายไฟอย่างโรงงาน ของตกแต่งในร้านเป็นจำพวก หนังสือ แผ่นเสียง ข้าวของเครื่องครัว ที่นำมาจัดวางโดยไม่ได้กังวลว่าจะแมตช์กันหรือไม่ หากแต่มันมีความหมาย ที่สื่อถึงตัวตน ความชอบของหุ้นส่วนร้านแต่ละคน

ดูๆ ไปแล้วก็มีเสน่ห์ดึงดูดเช่นเดียวกับเจ้ากระต่ายในดวงจันทร์สีเหลือง ซึ่งอภิมานวาดสดๆ บนผนังร้าน เขาเล่าว่า ก่อนมาทำร้านเป็นโปรดิวเซอร์รายการเกี่ยวกับฮวงจุ้ยมา 15 ปี กระต่ายเหมาะกับการเป็นสัญลักษณ์เรื่องของร้านค้า ความร่ำรวย กระต่ายจึงทำท่ากระโดด ซึ่งเป็นกิมมิก สอดคล้องกับความหมายว่า จัมพ์ ชื่อร้านด้วย ส่วนพระจันทร์สีเหลืองก็เป็นสีคอร์ปอเรตร้าน

เจ้ากระต่ายในดวงจันทร์สีเหลือง ยังเป็นฉากหลังของดนตรีบำบัด ที่ทางร้านเลือกนักร้องนักดนตรีคุณภาพมาขับกล่อมเพิ่มบรรยากาศให้ผ่อนคลาย ในช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. เป็นแนวดนตรีอเมริกันโฟล์กและฟิงเกอร์สไตล์ ส่วนเวลาอื่นๆ เปิดเพลงแนวสมูทแจ๊ซ บอสซา อินดี้

ทางร้านมีสโลแกนด้วยว่า “เข็นครกขึ้นภูเขา ไม่อยากเหงาให้มา Jump” มาแล้วจะหายเหงาหรือไม่ ต้องพิสูจน์กันเอาเอง

จัมพ์ แฮงก์เอาต์ คาเฟ ตั้งอยู่ในโครงการ ต้นซุง อเวนิว ถนนศรีวรา เปิดบริการเวลา 10.19-23.45 น. (ช่วงเย็นเปิดเวลา 18.00 น. เป็นต้นไป) หยุดวันพุธ ร้านจุได้ 30 ที่นั่ง โทร. 09-6946-1962

 

เลิฟมี เทนเดอร์ อา ลา เพลนชา รสละมุนลิ้น กลิ่นอายฝรั่งเศส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มีนาคม 2560 เวลา 12:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485612

เลิฟมี เทนเดอร์ อา ลา เพลนชา รสละมุนลิ้น กลิ่นอายฝรั่งเศส

โดย…พาแลง ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ได้เวลามาเช็กอินที่ เลิฟมี เทนเดอร์ อา ลา เพลนชา (Love me tender a la plancha) ร้านอาหารฝรั่งเศสเปิดใหม่ในซอยสุขุมวิท 39 ที่โดดเด่นตั้งแต่รูปแบบอาคารสีโอลด์โรส ให้ความรู้สึกเหมือนมาอยู่ตอนใต้ของฝรั่งเศส ร้านแบ่งเป็นสองส่วน ด้านในใช้โครงสร้างที่เป็นอิฐ ใช้ไม้สีเบจ โต๊ะแบบ Bistro style ที่มีส่วนเว้าส่วนโค้ง ของตกแต่งเป็นสัญลักษณ์ของโพรวองซ์ อาศัยแสงธรรมชาติจากด้านนอกให้บรรยากาศที่อบอุ่น ขณะที่ด้านนอกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติของแถบชานเมืองในฝรั่งเศส มีสวนเล็กๆ ที่ตรงกลางเป็นน้ำพุ ตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส ดูอบอุ่น เป็นกันเองและสุดร่มรื่น

คอนเซ็ปต์ของร้านคือบริการอาหารพื้นบ้านฝรั่งเศสต้นตำรับในราคาที่สมเหตุสมผล อิ่มอร่อย จับต้องได้ ซึ่งทางร้านใช้วัตถุดิบที่มีความสด มาปรุงแบบซู-วีด (Sous-Vide) ให้ได้ความนุ่ม และจุดเด่นคือคุณประโยชน์ของอาหารยังอยู่ครบและจะยังคงทำให้อาหารสดเหมือนใหม่ คุณภาพเดิมทุกประเภท

นอกจาก การซู-วีดแล้วที่นี่ยังมีดีที่ซอส คอนเซ็ปต์เสิร์ฟบนกระทะร้อน รับประทานโดยไม่จำเป็นต้องตักใส่จาน แต่โดยนิสัยแบบแชร์แบบบ้านเรา การเสิร์ฟบนกระทะร้อนก็สามารถตักแบ่งใส่จานได้เช่นกัน เริ่มต้นอร่อยด้วยเมนูเบาๆ อย่างสลัด Nicoise de Provence House Salad สลัดทูน่านิซวส เมนูท้องถิ่นประจำเมืองนีซ ในจานมีทั้งถั่วเขียวฝรั่งเศส ที่ปัจจุบันโครงการหลวงสามารถปลูกได้แล้ว มะเขือเทศ ทูน่า และแอนโชวี่ คลุกเคล้าด้วยบัลซามิก วีนิก้า และน้ำมันมะกอก เรียกความสดชื่นได้ดี

ถัดมาเป็นซุปร้อนๆ ที่ต้องยกให้ Mixed Mushroom Soup with Truffle Oil ซุปเห็ดทรัฟเฟิลใสสไตล์ของทางร้าน แม้รสสัมผัสจะไม่ข้น แต่รสชาติไม่จืดชืด กลมกล่อมด้วยเห็ดหลากหลายชนิด กลิ่นทรัฟเฟิลเตะจมูก ต่อด้วย Bouillabaisse with Rouille ซุปบุยยาเบส เมนูซีฟู้ดที่ใส่เครื่องซีฟู้ดทั้ง กุ้ง ปลาหมึก ปลา หอยแมลงภู่ และหอยตลับ เสิร์ฟพร้อมขนมปังรูยที่ช่วยตัดเลี่ยนด้วยกลิ่นกระเทียม

สำหรับคนรักเนื้อ ที่นี่มีให้เลือกตั้งแต่เนื้อแดง อย่างเนื้อวัวและเนื้อแกะ แต่สำหรับอาหารฝรั่งเศสจะไม่พูดถึงหมูเลยก็เป็นไปไม่ได้ เมนูยอดฮิตจึงหนีไม่พ้น ซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิว BBQ Pork Spare Ribs เสิร์ฟบนกระทะร้อน เคียงมาด้วยเฟรนช์ฟรายส์ ตัวซี่โครงหอมกลิ่นรมควัน เนื้อเปื่อย ซอสเข้มข้นอร่อยเข้าเนื้อ ส่วนเมนูแกะ ต้องลองเมนูซี่โครงแกะ Rack of Lamb Sous-Vide ที่เนื้อแกะบ่มด้วยเครื่องเทศนานาชนิด เสิรฟ์พร้อมซอสเดมิกลาซ และผักรวมย่าง รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม

คุณสาวๆ ทั้งหลายที่มีพื้นที่พิเศษในตัวสำหรับเมนูของหวาน เลิฟมี เทนเดอร์ ภูมิในเสนอ Creme Brulee ครีมบรูเล่ ที่ทั้งหอม หวาน และนุ่มนวล แบบที่คุณจะต้องบอกว่า ไม่เคยได้กลิ่นคาราเมลแบบนี้ที่ไหนเลยในเมืองไทย

อีกหนึ่งเมนูที่แต่ละวันมีจำนวนจำกัด ต้องสั่งจองล่วงหน้าคือ Apple Tarte Tartin with Vanilla Ice Cream ทาร์ตแอปเปิ้ลที่สัมผัสความอร่อยแบบสดใหม่ ใช้เวลาอบ 15 นาที ได้กลิ่นหอมสุดหอม และรสสัมผัสกรอบและเนื้อด้านในชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลลา รวมกันแล้วรสชาติดีมาก

สำหรับเครื่องดื่มที่นี่มีทั้งไวน์แดงและไวน์ขาว ขณะเดียวกันก็มีม็อกเทลที่เพิ่มความสดชื่นด้วย Summer Tea กลิ่นหอมๆ ของชาบวกรสหวานจากน้ำผึ้ง และรสเปรี้ยวจากเลมอน ก็ลดความร้อนของอากาศไปได้นิดหน่อย หรือจะลอง Strawberry Italian Soda  สตรอเบอร์รี่โซดา รสหวานอมเปรี้ยวที่ได้เคี้ยวเนื้อสัมผัสของสตรอเบอร์รี่เพลินๆ ด้วย

เปิดประสบการณ์ใหม่กับอาหารรูปแบบซู-วีด แต่รสชาติโฮมมี่แบบฝรั่งเศสที่ เลิฟมี เทนเดอร์ อา ลา เพลนชา เปิดให้บริการทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) มื้อกลางวัน เวลา 11.00-14.30 น. และมื้อเย็น 17.30-22.00 น. โทร. 09-7067-6350

 

หมี่หน่ำเหลี่ยวเมืองตรัง เมนูอาหารท้องถิ่น ต้องห้าม…พลาด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

17 มีนาคม 2560 เวลา 11:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/485609

หมี่หน่ำเหลี่ยวเมืองตรัง เมนูอาหารท้องถิ่น ต้องห้าม...พลาด

โดย…เมธี เมืองแก้ว

หมี่หน่ำเหลี่ยว หรือหลอหมี่ ซึ่งมีความหมายว่า หมี่ลวก มีลักษณะเหมือน Lor Mee ของชาวจีนฮกเกี้ยนในประเทศมาเลเซีย ดูคล้ายราดหน้า แต่ไม่ใส่คะน้า หรือคล้ายโกยซีหมี่ แต่ไม่ใส่หน่อไม้และต้นหอม เป็นอาหารของชาวจีนกวางตุ้งและฮกเกี้ยนที่อาศัยอยู่ในเมืองตรัง คิดค้นกันมายาวนานจนเป็นหนึ่งเดียวกว่า 50 ปีแล้ว

ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ยกให้เป็น 1 ในเมนูอาหารท้องถิ่น 12 เมืองต้องห้าม…พลาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวว่า มีความอร่อย รสชาติแบบดั้งเดิม และถูกสุขลักษณะ

หมี่ชนิดนี้ ถือเป็นหมี่มงคล ซึ่งชาวตรังนิยมนำมาใช้ในพิธีไหว้เจ้าที่สำคัญ รวมทั้งในวันส่งศพของชาวจีน เสมือนกับการส่งผู้ตายไปสู่สวรรค์ แต่กว่าที่จะปรุงออกมาได้อร่อยนั้น ต้องใช้ทั้งความพิถีพิถันและระยะเวลามากพอสมควร เฉพาะวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสก็มีมากมายเกือบ 20 ชนิด อาทิ หมี่เหลือง เนื้อหมู เนื้อไก่ ตับหมู เนื้อปู กุ้งแห้ง ไข่ไก่ กะหล่ำปลี ข้าวโพดอ่อน แป้งมัน แป้งข้าวโพด เห็ดหอม หอมเจียว ต้นหอม กระเทียม ซี่อิ้วขาว ซี่อิ้วดำ น้ำมันหอย โดยเฉพาะหมี่เหลือง ซึ่งจะมีเส้นเล็กกว่าทั่วไปและผลิตที่ตรังเท่านั้น

การทำหมี่หน่ำเหลี่ยว จะเริ่มจากการลวกเส้นหมี่เหลืองด้วยน้ำเดือดให้พอสุก แล้วนำไปใส่ไว้ในจานวางไว้ ก่อนโรยหน้าด้วยต้นหอมซอย จากนั้นนำเนื้อหมู 3 ชั้น และเนื้อไก่ ที่สไลซ์บางๆ รวมทั้งกุ้งแห้ง มาผัดรวมกับกระเทียมสับ แล้วใส่ผักต่างๆ ลงไปพร้อมกับเครื่องปรุงรส เช่น ซี่อิ้วดำ น้ำมันหอย จนทุกอย่างสุกได้ที่ ก่อนที่จะนำไปปรุงต่อด้วยน้ำสต๊อก ที่ได้มาจากการต้มซี่โครงไก่ กระดูกหมูส่วนขาตั้ง และเห็ดหอมที่หั่นบางๆ เป็นระยะเวลานาน 4-5 ชั่วโมง จนมีความเปื่อยของเนื้อ และความหวานของน้ำซุปออกมา

จากนั้นใช้ไฟอ่อนๆ ต้มต่อไปอีกราว 1 ชั่วโมง พร้อมใส่เครื่องปรุงรสอื่นๆ ที่เหลือ เช่น ซี่อิ้วขาว แป้งมัน แป้งข้าวโพด ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะทำให้ได้เนื้อที่นุ่ม ขณะที่ผักก็ยังคงมีสภาพที่สด และมีรูปทรงไม่เปลี่ยน หลังจากนั้นนำไข่ไก่มาตีแบบไข่เจียว แล้วเทลงไปในหม้อผ่านกระชอน ซึ่งจะทำให้เนื้อไข่ออกมาเป็นเส้นบางๆ และปิดท้ายด้วยการใส่เนื้อปู ก่อนยกขึ้นมาเสิร์ฟ ด้วยการตักน้ำซุปราดลงไปบนเส้นหมี่เหลืองที่ลวกมาแล้วก่อนหน้านี้ ก็จะได้เมนูชื่อดังที่มีความหอมอร่อยแบบสูตรต้นตำรับโบราณเมืองตรัง

สำหรับหมี่หน่ำเหลี่ยวจะนิยมกินคู่กับพริกชี้ฟ้าแดง ใส่น้ำส้มสายชู เพื่อให้รสชาติออกมาเปรี้ยวเผ็ดนิดๆ นอกจากจะสามารถลองลิ้มชิมรสได้ในพิธีไหว้เจ้า หรือวันส่งศพของชาวจีนแล้ว ททท.ยังแนะนำให้แวะไปสั่งได้ที่ 2 ร้านอาหารชื่อดังของ จ.ตรัง เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว คือ ร้านสีฟ้า ไลฟ์สไตล์ฟู้ด ปากซอย 3 ถนนพัทลุง และร้านยำป้าหลุย โดยขายในราคาจานละ 65 บาท ซึ่งรับรองได้ว่านอกจากจะเต็มอิ่มแล้ว ยังคุ้มค่าสำหรับการเดินทางมาถึงเมืองตรังด้วย เพราะหาที่ไหนไม่ได้จริงๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานตรัง โทร.075-215-867, 075-211-058