เปิดแล้ว ‘มูเกนได สเต๊กเฮาส์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478327

เปิดแล้ว ‘มูเกนได สเต๊กเฮาส์’

โดย…พุสดี

กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มูเกนได จัดงานฉลองเปิดร้านมูเกนได สเต๊กเฮาส์ (Mugendai Steakhouse) ร้านกริลล์สเต๊กและเทปปันยากิระดับพรีเมียมสไตล์โมเดิร์นเจแปนนิส ท่ามกลางบรรยากาศแสนอันอบอุ่น

งานนี้ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้นักชิมต่างพาเหรดร่วมแสดงความยินดี และร่วมซิตดาวน์ ลันช์ เมนูพิเศษจาก จุนอิชิ โยชิดะ เชฟมิชลินสตาร์เทปปันยากิหนึ่งเดียวของปี 2559 ที่บินตรงจากโตเกียวมาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก เพื่อครีเอทเมนูแสนอร่อย ณ มูเกนได สเต๊กเฮาส์ ชั้นจี สยามพารากอน

กมลสุทธิ์ กล่าวถึงความพิเศษของมูเกนได สเต๊กเฮาส์ ว่าตั้งใจให้เป็นร้านอาหารแหล่งรวมเนื้อระดับพรีเมียมจากทั่วโลก สำหรับผู้ชื่นชอบสเต๊กและอาหารในรูปแบบเทปปันยากิ จุดเด่นของร้านคือ การผสมผสานวัฒนธรรมญี่ปุ่นและตะวันตกเข้าด้วยกัน ด้วยการนำทรัฟเฟิลซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอาหารฝรั่งเศสมาเป็นส่วนประกอบในเมนู

สำหรับซิตดาวน์ ลันช์สุดพิเศษในวันงาน เริ่มต้นความอร่อยกับเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Charcoaled Crust Shark Fin หูฉลามขนาดพิเศษส่งตรงมาจากญี่ปุ่น นำไปชุบเกล็ดขนมปังชาโคลสูตรลับเฉพาะ แล้วนำไปทอดจนกรอบนอกนุ่มใน

 

ต่อด้วย Grilled Award-Winning 40 months-Kitauchi Premium Beef เมนูซิกเนเจอร์จากเชฟโยชิดะ ที่เลือกใช้เนื้อสายพันธ์ุเดียวกับวางุจากฟาร์มอิตะอุจิ ซึ่งเป็นฟาร์มที่ได้รับรางวัลเนื้อวัวคุณภาพดีของประเทศญี่ปุ่น โดยนำเนื้อไปย่างบนเตาเทปปันทั้ง 6 ด้าน และพักไว้ด้านละครึ่งชั่วโมงเพื่อให้เนื้อนุ่มจากด้านใน กินคู่กับเกลือจากโอกินาวา ซอสกระเทียม ซอสบ๊วย เสิร์ฟพร้อมมันหวานจากญี่ปุ่น

จานถัดมา คือ Consomme Rice, Black Truffle Beef curry ข้าวแกงกะหรี่สูตรพิเศษ ซึ่งใช้เครื่องเทศกว่า 30 ชนิดจากทั่วโลก ตัวซอสใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 5 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมข้าวที่นำไปหุงจากซุปเนื้อวัวกินคู่กับเนื้อวางุคัดอย่างดีจากฟาร์มอิตะอุจิ ท็อปด้วยแบล็กทรัฟเฟิลจากฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมกับซุปหอยตลับและผักดองสูตรเฉพาะ

สำหรับคอซีฟู้ดเสิร์ฟ Shirauo Salad สลัดปลาเงินทอดกรอบกินคู่กับผักสดๆ ชูรสด้วยน้ำสลัดครีมงา ต่อด้วย Gindara Teriyaki Donburi ข้าวหน้าปลาจินดาระย่างเกลือหอมกรุ่นกลิ่นควันไฟ เพราะย่างด้วยเตาถ่านสไตล์ญี่ปุ่นขนาดแท้ ปิดท้ายความพิเศษของอาหารกลางวันมื้อนี้ด้วยของหวานสไตล์ญี่ปุ่น

 

เที่ยว ชิม ช็อป ชิล ตลาดเดอะคอนเทนเนอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478326

เที่ยว ชิม ช็อป ชิล ตลาดเดอะคอนเทนเนอร์

โดย…เมธี เมืองแก้ว

แม้เดิมที จ.ตรัง จะมีตลาดแนวกลางคืนอยู่หลายแห่งแล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเปิดแค่บางวัน หรือมีสถานที่ค่อนข้างแคบ จึงยังไม่สนองตอบความต้องการของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวได้ ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการสร้างตลาดแห่งใหม่ขึ้นบริเวณสามแยกพรศิริกุล ในเขตเทศบาลนครตรัง ให้ครบสมบูรณ์แบบเหมือนกับตลาดที่กรุงเทพมหานคร หรือในเมืองใหญ่ ที่ให้บริการทุกวัน ภายในสถานที่ที่กว้างขวาง และมีสินค้าหลากหลาย โดยเฉพาะร้านอาหาร ซึ่งเน้นความปลอดภัยด้านสุขภาพเป็นสำคัญแม้ตลาด “เดอะคอนเทนเนอร์วอล์กกิ้ง สตรีท” จะเพิ่งเปิดตัวมาไม่กี่เดือน แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวกลับให้การตอบรับเกินความคาดหมาย เนื่องจากมีเอกลักษณ์เป็นหนึ่งเดียวของเมืองตรังที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่มีความหลากหลาย ไม่ซ้ำกัน และบรรยากาศที่สวยงาม จึงเหมาะสำหรับการเป็นสถานที่พักผ่อนของคนทุกเพศทุกวัย สถานที่จอดรถที่กว้างขวาง ไม่แออัด รวมทั้งมีการแบ่งแยกโซนการจำหน่ายสินค้าอย่างชัดเจน และเป็นระเบียบ

 

ตลาดแห่งนี้นำทีมบริหารโดย ธภัทร กุลแก้วน่วม ซึ่งใส่ใจความต้องการ รวมไปถึงสุขภาพของผู้บริโภค ด้วยนโยบายปลอดจากการใช้โฟมในการบรรจุอาหาร 100% และรณรงค์การใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง กระดาษชานอ้อย ถึงแม้พ่อค้าแม่ค้าจะต้องมีต้นทุนที่สูงขึ้นก็ตาม อาจกล่าวได้ว่าเป็นตลาดแห่งเดียวและแห่งแรกของเมืองตรังที่สามารถทำได้เช่นนี้ ดังนั้นลูกค้าจึงมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ทุกวันนี้จึงกลายเป็นสถานที่แห่งใหม่ที่ทุกคนจะต้องหาโอกาสเดินทางมามาช็อป ชิม อาหารราคาอร่อยถูกปาก ไม่แพงอย่างที่คิด

ทีมงานผู้บริหาร บอกว่า ได้พยายามที่สร้างตลาด “เดอะคอนเทนเนอร์ วอล์กกิ้ง สตรีท” ให้ครบสมบูรณ์แบบเหมือนกับตลาดไนท์บาซ่า ที่กรุงเทพฯ หรือในเมืองใหญ่ๆ โดยล่าสุดมีพ่อค้าแม่ค้าแล้วประมาณ 250 แผง แยกเป็นประเภทอาหารประมาณ 150-180 แผง หรือราวๆ 70% ส่วนที่เหลือจะเป็นประเภทเสื้อผ้า เครื่องประดับ งานศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ฯลฯ อย่างไรก็ตามได้เว้นพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับเป็นลานจัดกิจกรรมอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งให้ผู้คนได้เข้ามานั่งพักผ่อน หรือรับประทานอาหารร่วมกัน

 

สลิล โตทับเที่ยง หนึ่งในชาวตรังที่พาครอบครัวมาเที่ยวตลาดแห่งนี้หลายครั้ง บอกว่า รู้สึกติดใจตรงที่ความสวยงาม สะอาด และมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากมีการจัดตลาดได้ลงตัว มีที่สำหรับนั่งพักผ่อน และมุมถ่ายรูป แถมยังมีที่จอดรถสะดวกสบายกว้างขวาง ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย ส่วนอาหารก็มีความหลากหลาย รสชาติอร่อย และมีการรณรงค์ใช้วัสดุธรรมชาติในการบรรจุด้วย แถมยังมีราคาไม่แพง ตั้งแต่ 5 บาท ไปจนถึง 100 กว่าบาท ในจำพวกอาหารทะเล

ตลาด “เดอะคอนเทนเนอร์ วอล์กกิ้ง สตรีท” เปิดให้บริการทุกวัน โดยวันจันทร์-พฤหัสบดี จะเปิดในเวลา 17.00-22.00 น. ส่วนวันศุกร์-อาทิตย์ จะเปิดในเวลา 17.00-23.00 น. โทร. 08-9730-6522

 

เรียกพลังให้เช้าวันใหม่ @เออร์ลี่ เบิร์ด เก็ทส์ คอฟฟี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:34 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478325

เรียกพลังให้เช้าวันใหม่ @เออร์ลี่ เบิร์ด เก็ทส์ คอฟฟี่

โดย…พุสดี

เพราะยามเช้า คือ เวลาทองแห่งของการเริ่มต้น เพื่อให้ทุกวันของคุณออกสตาร์ทแบบไม่สะดุด เออร์ลี่ เบิร์ด เก็ทส์ คอฟฟี่ (Early Bird Gets Coffee) คาเฟ่แสนน่ารักแห่งใหม่ย่านงามวงศ์วาน ที่เห็นแล้วชวนให้ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น คือ อีกหนึ่งทางเลือกที่จะเติมพลังในเช้าวันใหม่ให้กับทุกคน ด้วยเมนูแสนอร่อยสไตล์ฟิวชั่น และขนมหวานในสไตล์โฮมเมด ณ บ้านหลังงามสีขาวในบรรยากาศแสนอบอุ่น

เมื่อเข้ามาด้านในเรือนสีขาว จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเป็นวินเทจ ด้วยโครงสร้างของบ้านเก่าสองชั้นที่เจ้าของบ้านอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี เพิ่มความทันสมัยด้วยการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นวินเทจ ด้านหน้าเป็นสวนหย่อมขนาดย่อม พร้อมด้วยเรือนรับรองหลังเล็กสองชั้นไว้รองรับลูกค้าที่มองหา สถานที่จัดประชุมแบบส่วนตัว หรือถ้าอยากนั่งชิลกับกลุ่มเพื่อนสามารถเลือกนั่งที่ดาดฟ้าชั้นสอง ที่พร้อมมอบความสนุกสนานส่วนตัวในอีกรูปแบบหนึ่ง

ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินกับมุมต่างๆ ในร้าน ที่มองไปทางไหนก็น่ารักไปหมด กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยออกมาเตะจมูก ชวนให้เริ่มท้องร้องเบาๆ สำหรับเมนูซิกเนเจอร์ที่มาแล้วห้ามพลาด คือ India Little Birdie Pizza พิซซ่าหน้าเนื้อไก่ ทีเด็ดอยู่ที่กลิ่นเครื่องเทศหอมเบาๆ ผสมกลิ่นชีส อร่อยถูกใจทั้งสายที่ชอบเครื่องเทศและมือใหม่หัดลิ้มรสเครื่องเทศ เมนูนี้ถึงจะดูเป็นเมนูเพิ่มน้ำหนักแต่ความจริงแล้วกินได้แบบไร้กังวลเรื่องแคลอรี เพราะใช้แป้งบางสูตรพิเศษผ่านการอบอย่างอย่างพิถีพิถัน

จานถัดมา Alfredo Pasta ทีเด็ดอยู่ที่เส้นพาสต้าที่ลวกอย่างพิถีพิถันจนได้ที่ คลุกเคล้ากับครีมซอสสูตรลับเฉพาะของทางร้าน เพิ่มความอร่อยด้วยเนื้ออกไก่นุ่มๆ และเห็ด ต่อด้วยเมนูข้าวแบบไทยสไตล์

 

เมนูที่ต้องยกนิ้วให้ คือ ข้าวผัดกากหมู ปลากะพงทอด ซอสเลมอนและใบไธม์ เสิร์ฟคู่กับสลัด เมนูนี้เจ้าของกระซิบว่าหาไม่ได้ที่ไหน เพราะเป็นสูตรลับเฉพาะของทางร้านเท่านั้น อีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้เช่นกัน คือ Big Bird Scoth Egg (Salmon) ไฮไลต์อยู่ที่ไข่ฟองโตๆ ลาวาเยิ้มๆ เสิร์ฟคู่กับแซลมอน พร้อมผักออร์แกนิก ถูกใจคนรักสุขภาพ

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ที่เชฟการันตีความอร่อยว่าหวานฉ่ำละมุนลิ้นทุกเมนู เพราะนอกจากจะบรรจงอบขนมทุกชิ้นเองแล้ว ยังตกแต่งพร้อมเสิร์ฟแบบจานต่อจาน ที่แนะนำคือ Bread Pudding ขนมปังอบอุ่นๆ เสิร์ฟคู่กับไอศครีมวานิลลาโฮมเมดและเจลาโต ราดด้วยมิกซ์เบอร์รี่ซอส ถัดมาคือ French Toast ขนมปังโฮมเมดเสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลลาและผลไม้หลากสีสัน ท็อปด้วยเมเปิ้ลไซรัปหอมละมุน

นอกจากนี้ ยังมีสารพัดเมนูเครื่องดื่มให้เลือกชิม นำทีมมาโดย Chocolate Cookie Frappe และ Rose Lemon แต่ถ้าอยากเรียกความสดชื่นแนะนำ Cold Brew กาแฟสกัดเย็นกับน้ำแข็งบอลสีน้ำเงินสวยระยิบระยับสะดุดตา

ใครที่อยากให้รางวัลตัวเอง ด้วยการเริ่มต้นเช้าวันใหม่แบบสดใสกว่าที่เคย อย่าพลาดแวะมาเติมพลังที่ เออร์ลี่ เบิร์ด เก็ทส์ คอฟฟี่ คาเฟสุดชิก จากหน้าปากซอยงามวงศ์วาน 25 ขับมาไม่ไกลถึงแยกที่ 3 เลี้ยวซ้ายตรงเข้าไป จะสะดุดตากับเรือนไม้สีขาวหลังใหญ่ที่ดูโปร่งสะอาดตา ร้านเปิดให้บริการวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) เวลา 08.00-21.00 น. จอดรถได้บริเวณด้านหน้าร้าน โทร.08-3881-2555, 02-064-9881

 

สวัสดีปีระกา กินดีมีมงคล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:18 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478323

สวัสดีปีระกา กินดีมีมงคล

โดย…ปณิฏา สุวรรณปาล

ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นไปในทิศทางใด ถึงเวลาคราตรุษจีน การกินแบบอู้ฟู่ อิ่มหนำสำราญ อาหารหน้าตาดูดี ต้องมาเป็นอันดับต้นๆ เป็นเรื่อง a must ขาดไม่ได้

มื้อแห่งการรวมตัวของครอบครัวจีนจะต้องเป็นมื้อมงคล อาหารตามธรรมเนียมแห่งการเฉลิมฉลอง ที่ทุกจานล้วนแฝงไปด้วยความหมาย โดยส่วนใหญ่มักจะประกอบด้วยอาหารทะเลชนิดต่างๆ รวมทั้งอาหารที่มีลักษณะเป็นกลุ่มเป็นก้อน เป็นเส้นยาวๆ หรือประกอบด้วยหลายๆ ชั้น ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ครอบครัวที่กลับมารับประทานอาหารร่วมกันประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง เฟื่องฟู สำเร็จ มั่นคง มีโชคมีลาภ มีความก้าวหน้า และอื่นๆ อีกมากมายที่เต็มไปด้วยความดีงาม

อาหารมงคลจานที่มีกุ้งเป็นส่วนประกอบ หมายถึง ความมีชีวิตชีวาและสิ่งน่าปีติยินดี ส่วนหอยนางรมแห้ง หมายถึงสิ่งดีๆ ทุกอย่างกำลังจะเข้ามาในชีวิต สลัดปลาดิบ ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ปลาแซลมอนในการปรุง (มีส่วนผสมตั้งแต่ ส้มโอแกะ มันฝรั่งหั่นเส้นทอด เผือกหั่นเส้นทอด มะละกอดิบหั่นเส้น มันแกว หั่นเส้น งาคั่ว ถั่วทอดบด แครอตหั่นเส้น แมงกะพรุน ปรุงรส เรียกว่า หยี่ซั้ง) ก็เชื่อว่าจะทำให้ในปีนั้นมีแต่ความโชคดีและเจริญรุ่งเรือง

ขณะที่อาหารที่มีลักษณะเป็นก้อนๆ ต้มในน้ำซุปลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเกี๊ยวน้ำ บัวลอย ฯลฯ ก็เป็นตัวแทนของโชคลาภดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับครอบครัว นอกจากนี้ยังมีอาหารที่มีลักษณะเหมือนเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาหร่ายเส้นผม ก็หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง เฟื่องฟู

ไม่ใช่แค่เพียงหน้าตา ลักษณะรูปร่างของอาหาร หากเสียงที่ใช้เรียกชื่ออาหารแต่ละชนิด ก็มีส่วนในความเป็น “มงคล” ด้วย เช่น เม็ดบัว ในภาษากวางตุ้งที่ออกเสียงว่าเหลียนซี เหมือนคำว่า โชคกำลังพุ่งและดวงกำลังดี เช่นเดียวกับคำว่า ส้มโอ ที่เสียงในภาษาจีนเหมือนคำว่า มั่งมี โดยในการรับประทานหยี่ซั้ง ต้องมีการแกะส้มโอออกมาทีละกลีบเล็กๆ ก่อนจะนำมาคลุกให้เข้ากันเป็นสลัดหรือยำ ก็เปรียบประหนึ่งสมาชิกครอบครัวที่กระจัดกระจายไป ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง การช่วยกันคลุกให้สูงๆ ก็หมายถึงการจะช่วยส่งเสริมกันให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไป ฯลฯ

“จานหยี่ซั้งนี้ไม่ได้เกิดในฮ่องกงนะครับ แต่เป็นยอดเชฟในสิงคโปร์เป็นคนคิดขึ้นมา ในราวทศวรรษที่ 1950 คือ 70-80 ปีที่แล้ว กลายเป็นจานยอดฮิตขึ้นมา” แพทริก อึง ที่ปรึกษาธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม ภัตตาคารอาหารจีนหม่าน ฟู่ หยวน กล่าวด้วยว่า เมนูนี้มงคลจากทั้งชื่อและส่วนผสม โดยชื่อ “หยี่ซั้ง” พ้องเสียงกับคำว่า โชคดีและเจริญรุ่งเรืองในภาษาจีน

 

“ตอนเราจะกินก็มีธรรมเนียมที่เป็นมงคล อย่างการที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวถือตะเกียบแล้วช่วยกันคลุกเคล้าอาหารในจานเข้าด้วยกันพร้อมกับพูดขอพร หรือกล่าวถ้อยคำมงคล ระหว่างการคลุกเคล้ายิ่งคีบอาหารสูงเท่าใดยิ่งโชคดีเท่านั้น เป็นช่วงเวลาที่สนุกที่ทุกคนในครอบครัว ได้ทำอะไรร่วมกันและมีความหมายที่ดี

สมัยนี้ในสิงคโปร์ ไม่เพียงร้านอาหารจีนเท่านั้นที่เสิร์ฟหยี่ซั้ง ร้านอาหารญี่ปุ่น ฝรั่ง ก็มีเสิร์ฟด้วย ซึ่งราคาสูงมาก แต่คนก็จองกันเต็ม เพราะเป็นธรรมเนียมที่ต้องรับประทานอาหารมงคลในวันตรุษจีน เวลาพนักงานมาเสิร์ฟก็จะต้องพูดแต่สิ่งที่ดีๆ พนักงานพวกนี้ต้องได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อที่จะมีคำดีๆ ที่เป็นมงคลพรั่งพรูออกมาจากปากครับ เช่นเดียวกับตอนที่เราคลุกหยี่ซั้งให้เข้ากัน และให้สูงๆ เราก็ต้องกล่าวแต่สิ่งที่ดีๆ เช่นกัน” แพทริกเล่า

อาหารมงคลวันตรุษจีนอีกจานที่แพทริกแนะนำ ได้แก่ หม้อจักรพรรดิหม่านฟู่ หยวน หรือพุนชอย (Poon Choi) อาหารจีนฮักกา (จีนแคะ) ที่มีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง ประกอบด้วยวัตถุดิบระดับเอกอุ 16 ชนิดที่คัดสรรจากแหล่งผลิตดีที่สุด ตั้งแต่ เป๋าฮื้อจากชิลี ปลิงทะเลจากฟิลิปปินส์ กระเพาะปลาสดชิ้นโตจากแอฟริกาใต้ หอยเชลล์ญี่ปุ่น กุ้งแม่น้ำไทย ฯลฯ นำมาตุ๋นในน้ำซุปกระดูกหมูปรุงแบบน้ำแดง

“จานนี้มีตำนานว่าแต่ละบ้านส่วนใหญ่จะไม่มีภาชนะขนาดใหญ่สำหรับการปรุงอาหาร พอเทศกาลตรุษ แต่ละคนจึงต่างคนต่างปรุงอาหารคนละอย่าง แล้วนำมารวมกันในภาชนะรวมของหมู่บ้าน กลายเป็นจานที่หลากหลายและได้แชร์กันรับประทาน” แพทริกเล่า

แน่นอนว่าตรุษจีนต้องกิน “ชุนเจี๊ยะ” หรือเปาะเปี๊ยะ ที่พ้องเสียงกับคำว่า ปีใหม่ ในภาษาจีน นอกจากนี้รูปร่างของเปาะเปี๊ยะที่นำไปทอดจนสุกกรอบเหลืองทอง ยังมีลักษณะคล้ายทองคำแท่ง ทำให้กลายเป็นเป็นอาหารมงคลสำหรับปีใหม่ไปโดยปริยาย

ที่หม่าน ฟู่ หยวน สวนแห่งความสุข จะได้รับประทานเปาะเปี๊ยะทอดที่ไม่เหมือนใคร เนื่องจากเดอะ เดลิช บ้านใกล้เรือนเคียงกันมีส้มตำไทยแสนอร่อย เชฟจีนที่นี่จึงเกิดไอเดียนำมาเป็นไส้เปาะเปี๊ยะรสชาติอร่อยไม่ซ้ำใคร เช่นเดียวกับก๋วยเตี๋ยวหลอดเปาะเปี๊ยะเป็ดกรอบ เปาะเปี๊ยะสอดไส้เนื้อเป็ดห่อด้วยก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่รอบนอก ได้รสชาติและเทกซ์เจอร์หลากหลาย นุ่มนอก กรอบใน ฉ่ำด้วยรสเป็ดเป็นการปิดท้ายคำ

ตรุษจีนทั้งที กินธรรมดาไม่ได้ ต้องอิ่มหนำให้เต็มที่ แพทริก ขอแนะนำอีกหนึ่งอาหารมงคล เป็ดยัดไส้ข้าวเหนียว ผสมกุนเชียงและเป๋าฮื้อ จานนี้เชฟนำไปตุ๋นด้วยกรรมวิธีเฉพาะนานชั่วโมงครึ่ง ก่อนจะนำไปทอดให้ได้หนังกรอบ เนื้อข้างในนุ่มๆ ก่อนจะกินต้องผ่าตัวเป็ดออกมา เพื่อที่จะกินไปพร้อมข้าวเหนียวที่ยัดไส้อยู่ข้างใน ใครชอบบ๊ะจ่างน่าจะฟินมากๆ กับเมนูนี้ ส่วนเป็ดนั้นกรอบนอกนุ่มใน อร่อยเคี้ยวเพลิน

ใครยังไม่ฟิน จะสั่งเป็ดอบใบชา อาหารซิกเนเจอร์ของที่นี่ เป็ดขนาดน้ำหนัก 2.8 ถึง 3 กิโลกรัม ย่างให้หนังกรอบ แล้วนำไปรมควันในกระทะจีนด้วยใบชาผสมข้าว น้ำตาลทรายแดง พริกไทย ข้าวโพด ซึ่งเพิ่มความพิเศษรับตรุษจีน เป็นเฟลมเบ้เป็ดอบใบชา (Flambe Signature Tea Smoked Duck) คือหั่นเนื้อเป็ดเป็นชิ้นๆ เรียงมาในจาน ล้อมรอบด้วยโป๊ยกั๊ก อบเชย แล้วนำมาเสิร์ฟพร้อมเธียเตอร์ ด้วยการจุดไฟที่เครื่องเทศตอนมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ช่วยเพิ่มความหอมของส่วนผสมต่างๆ ในเป็ดยิ่งขึ้น

 

 

นอกจากนี้ ยังมีเมนูติ่มซำที่เสิร์ฟเฉพาะช่วงตรุษจีนนี้เท่านั้น อย่างฮะเก๋าทองกุ้งใหญ่ ที่ใช้กุ้งตัวใหญ่ทั้งตัว และแต่งหน้าฮะเก๋าด้วยผงทองคำแท้ชนิดกินได้ ทั้งสวยทั้งเป็นมงคล ส่วนขนมจีบสาหร่ายเส้นผม รังนกและเก๋ากี้ ก็เต็มไปด้วยส่วนผสมที่มีความหมายสำหรับปีใหม่จีนทั้งสิ้น

พิเศ้ษ-พิเศษ ทาร์ตเป๋าฮื้อสุดเก๋ แบบที่มีเสิร์ฟในร้านมิชลินชื่อดังแห่งฮ่องกง ตรุษจีนนี้มีเสิร์ฟกันที่ หม่าน ฟู่ หยวน ด้วยจ้า เป็นทาร์ตเป๋าฮื้อและเยื่อไผ่ (Baked Abalone and Bamboo Pith Tart) ทาร์ต
กรอบๆ หวานๆ มันๆ เค็มๆ กับหอยเป๋าฮื้อที่ลักษณะเหมือนก้อนทองคำสุดเลอค่า รองด้วยเยื่อไผ่ขนาดพอดีคำ

สำหรับโปรโมชั่นเซตอาหารเสริมสิริมงคล ที่ห้องอาหารจีน หม่าน ฟู่ หยวน มีให้เลือก 3 เซต คือ แพลทินัม เซตเมนู ราคา 9,500 บาท++ สำหรับ 5 ท่าน หรือ 18,500 บาท++ สำหรับ 10 ท่าน ประกอบด้วย สลัดแซลมอน, หูฉลามเนื้อปูและมันปู, ผัดหอยเชลล์อเมริกา เห็ดชิเมจิและผักตามฤดูกาลกับเอ็กซ์โอซอส, ปลาเก๋านึ่งสไตล์ฮ่องกง, เฟลมเบ้เป็ดอบใบชา, เป๋าฮื้อก้อน หอยนางรมแห้ง สาหร่ายเส้นผม เห็ดหอมและกังป๋วยน้ำแดง, หมูกรอบซอสเปรี้ยวและเปาะเปี๊ยะกุ้งผสมผลไม้ทอด, เส้นหมี่ วุ้นเส้นผัดโบราณ, บัวลอยน้ำถั่วแดง และขนมมงคลปีใหม่เจี๋ยน

โกลด์ เซตเมนู ราคา 15,500 บาท++ สำหรับ 5 ท่าน ประกอบด้วย สลัดปลาแซลมอน, ไก่ดำตุ๋นกับตังถั่งเช่าและกระเพาะปลา, หม้อจักรพรรดิ หม่าน ฟู่ หยวน, ปลาหิมะสกอตแลนด์นึ่งเต้าโซ่ว, เป็ดยัดไส้ข้าวเหนียว และชาอัลมอนด์ หรือซิลเวอร์ เซตเมนู ราคา 4,500 บาท++ สำหรับ 1 ท่าน ประกอบด้วย บาร์บีคิวรวมมิตร, พระกระโดดกำแพง, ปลาหิมะนึ่งกระเทียม, บะหมี่กุ้งเม่น้ำ, รังนกตุ๋นน้ำตาลกรวด และขนมมงคลปีใหม่เจี๋ยน

วันนี้ ถึง 31 ม.ค.นี้  ที่ห้องอาหารหม่านฟู่ หยวน ราชพฤกษ์คลับ โทร. 02-955-0403

 

อร่อยยาวๆ ที่ ร้านแม่สาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:11 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478322

อร่อยยาวๆ ที่ ร้านแม่สาว

โดย…พี่เวส ภาพ สาว

วันนี้ตามล่าร้านเด็ดลุยยาวมาถึงซอยปรีดี พนมยงค์ 42 หรือสุขุมวิท ซอย 71 แยก 42 เพื่อจะได้มาลิ้มรสความอร่อยของข้าวขาหมูที่ร้านขาหมูแม่สาว บอกให้เลยว่า ร้านนี้เขาเป็นขาหมูสูตรต้นตำรับของ
จีน รสชาติทั้งกลมกล่อม เนื้อนุ่ม แถมยังหอมเครื่องเทศจีนอีกต่างหากและเห็นอร่อยแบบนี้มาจากสูตรดั้งเดิมโดยเฉพาะ ไม่ได้อร่อยจากการใส่ผงชูรสกันหรอกนะครับ

เจ้าของร้านใจดี บอกว่า ขาหมูร้านนี้คัดสรรมาอย่างดี ขาโตๆ นำมาล้างให้สะอาด ผึ่งให้สะเด็ดน้ำก่อนนำไปต้มด้วยเครื่องเทศ อบเชย โป๊ยกั๊ก และเก๋ากี้ ปรุงรสชาติให้เค็มนำหวานตาม ตุ๋นจนเนื้อนุ่มหลุดจากกระดูก เรียกว่าถ้าใครชอบอร่อยแบบคากิงานนี้ไม่ผิดหวังเพราะร่อนไปจนถึงปลายเท้า

นอกจากข้าวขาหมูที่ถูกลิ้นยังมีเมนูพิเศษของร้าน อย่าง “ข้าวขาหมูกะเพรากรอบรสจัด” ความอร่อยอยู่ที่น้ำซุปขาหมูที่นำมาผัดกับกะเพราและเนื้อขาหมู โรยหน้าด้วยใบกะเพราทอดกรอบ รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้านได้ใจ

ที่ร้านยังมีน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ ทำเองหลังบ้านมาไว้บริการ และมีเมนูยำ ข้าวผัด ส้มตำ และเมนูตามสั่งอื่นๆ ล้วนอร่อยเด็ดทั้งนั้น

พิเศษถ้าแวะมาวันนี้-28 ก.พ. 2560 ที่ร้านแถมเมนูขนมหวานฟรี 1 ถ้วย สำหรับทุกท่าน

ร้านตั้งอยู่ซอยปรีดี พนมยงค์ 42 ถนนสุขุมวิท 71 (เข้ามาจากปากซอยปรีดี พนมยงค์ 42 ประมาณ 50 เมตร ตึกแถวห้องที่ 10 อยู่ซ้ายมือ) เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โทร.09-2462-6292

 

อิ่มไม่ต้องยั้ง @บังเกอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478023

อิ่มไม่ต้องยั้ง @บังเกอร์

โดย…ซิตี้กาย ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

บังเกอร์ (Bunker) บาร์แห่งใหม่ดีไซน์ไม่ซ้ำใคร เข้ากับคอนเซ็ปต์ร้านที่แปลว่า ที่หลบภัย โดยการรีโนเวตมาจากตึกแถว 2 คูหา ให้กลายเป็นร้านอาหารสุดเท่ที่มีถึง 3 ชั้นด้วยกัน โดยแต่ละชั้นซ่อนความดิบอยู่ทุกมุมมอง โดยการใช้ผนังปูนเปลือยกับอิฐ ผสานกับเฟอร์นิเจอร์รูปทรงเท่ที่สั่งทำขึ้นเฉพาะ พร้อมกับเก้าอี้ไม้สักกับเบาะหนังสีสันสดใสและเพิ่มลูกเล่นด้วยโคมไฟดีไซน์เก๋ๆ ให้บรรยากาศย้อนยุคนิดๆ เรียกว่าในแต่ละมุมแฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์

ชั้นล่างจะเป็นส่วนของบาร์ที่มีบาร์เทนเดอร์ชื่อดังคอยรังสรรค์เมนูค็อกเทลมัดใจ ถัดขึ้นมาที่ชั้น 2 จะพบกับครัวเปิดขนาดใหญ่ ถ้าเลือกนั่งชั้นนี้ก็จะมองลงไปเห็นบรรยากาศบาร์ด้านล่างและสามารถชมเชฟทำอาหารกันจานต่อจานเป็นการเรียกน้ำย่อยไปในตัว ส่วนบนชั้น 3 ของร้านเหมาะกับการดินเนอร์พร้อมนั่งชมวิวในบรรยากาศแบบเอาต์ดอร์ที่ใครมาเยือนต่างก็ไม่พลาดมุมนี้

สำหรับเมนูที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารสไตล์ Contemporary American Cuisine ที่เป็นการใช้เทคนิคการทำอาหารแนวใหม่บวกกับการผสมผสานวัตถุดิบท้องถิ่นและวัตถุดิบสไตล์เอเชีย โดยผ่านการรังสรรค์จากเชฟใหญ่ ทิม บัตเลอร์ ที่หลายคนคุ้นเคย

เริ่มต้นเมนูแรกด้วย Kanpachi Crudo เนื้อปลา Kanpachi จากญี่ปุ่นแล้วนำไปต้มกับกะทิผสมกับ Leche de Tigre ที่มีรสชาติออกเปรี้ยว แล้วตกแต่งด้วย Cilantro พืชตระกูลผักชี ต่อด้วย Cured Foie Gras Torchon ตับห่านชิ้นกำลังดี เสิร์ฟมาพร้อมกับมะยงชิดรสหวาน และมะม่วงแผ่นบางรสเผ็ดนิดๆ ที่มาตัดกับรสมันๆ ของตับห่านได้อย่างดี โรยด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์

เมนูนี้ก็น่าสน Haramasa Tartar ปลาฮิรามาซะ ราดด้วยโคโคนัทมิลค์ ท็อปด้วยมันแก้วญี่ปุ่น หรือจะเป็น Wagyu Beef Filet เนื้อวากิวนำไปซูวีแล้วนำไปเซีย เสิร์ฟพร้อมผักกวางตุ้ง ผัก Radish แล้วคลุกกับซอสญี่ปุ่น

ตบท้ายด้วย Locally Grown ผักออร์แกนิก 20 ชนิด นำมาปรุงแบบสลัดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน อร่อยแบบเนียนๆ

บังเกอร์ อยู่สุดซอยสาทร 12 เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.30-23.00 น. โทร.02-234-7749 และ 09-2563-9991 เว็บไซต์ www.bunkerbkk.com

 

ดินเนอร์มื้อพิเศษไม่ซ้ำวัน Culinary Masterpiece Collection

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 19:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/478324

ดินเนอร์มื้อพิเศษไม่ซ้ำวัน Culinary Masterpiece Collection

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ แนะนำรายการพิเศษ Culinary Masterpiece Collection สำหรับช่วงเวลาดินเนอร์ นำเสนอผ่านธีมอาหารในแต่ละวัน ดื่มด่ำกับท่ามกลางบรรยากาศพลบค่ำอันหรูหราในแบบคลาสสิก ด้วยทัศนียภาพของกรุงเทพฯ และความเขียวขจีของสนามกอล์ฟราชกรีฑาสโมสร จากมุมมองชั้น 12 ของห้องอาหารวูว์ ได้ทุกวันจันทร์-เสาร์

Crack A Crab ทุกวันจันทร์ เวลา 18.00-21.00 น. รังสรรค์โดยเชฟคาซซิดี เซน ชาวสิงคโปร์ โชว์ฝีมือการปรุงอาหารแบบต้นตำรับให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบเมนูปูได้ประทับใจ กลมกล่อมกับ 3 เมนูยอดนิยม อาทิ ปูผัดซอสสิงคโปร์ปูผัดพริกไทยดำ ปูผัดไข่เค็ม เสิร์ฟพร้อมกับส้มตำและข้าวผัดปู ราคาเซตละ 1,850 บาท++

Tuesday – A La Carte (Personalised Set Menus) ทุกวันอังคาร เวลา 18.00-22.00 น. คัดสรรเมนูดินเนอร์อันเป็นที่ชื่นชอบ ตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อย เมนูจานหลัก และเมนูของหวาน อาทิ สลัดทูน่ากับอโวคาโด เทอรีนไก่ ปลาทูฟิชในซุปหอยลาย ขาแกะ เนื้อวางุกริลเสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบดและผักย่าง และอีกอื่นๆ อีกมากมาย ราคาท่านละ 1,250 บาท++ สำหรับ 2 คอร์ส และ 1,550 บาท++ สำหรับ 3 คอร์ส

Surf & Turf ทุกวันพุธและเสาร์ เวลา 18.00-21.00 น. การผสมกันอย่างลงตัวระหว่างเนื้อสัตว์และอาหารทะเล รวมทั้งกุ้งล็อบสเตอร์ หอยนางรม ก้ามปูยักษ์ หอยเชลล์ เนื้อปลาสไลด์ อาหารจานร้อน สเต๊กเนื้อสันนอกพันธุ์แบล็กแองกัสจากออสเตรเลีย ขาแกะ สลัดซีซาร์ ซุปซีฟู้ด ราคาท่านละ 1,900 บาท++

 

Thai Street Food Buffet ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.00-22.00 น. คัดสรรเมนูอาหารจากสตรีทฟู้ดของไทย อันเป็นที่ชื่นชอบ มาถ่ายทอดเรื่องราวและความเป็นมาของอาหารไทย และกรุงเทพมหานคร เมืองที่มีอาหารริมทาง (Street Food)ที่ดีที่สุดเมืองหนึ่งของโลก อาทิ ลูกชิ้นปิ้ง สะเต๊ะ ยำต่างๆ ผัดไทย ผัดกะเพราต้มยำ ก๋วยเตี๋ยว หมูและเนื้อแดดเดียวกับข้าวเหนียวนึ่ง ฯลฯ ราคาท่านละ1,450 บาท++ รวมเครื่องดื่มแบบไม่จำกัดอาทิ ชาเย็น นมเย็น น้ำบ๊วยโซดา และน้ำแดงโซดา

Let’s Meat ทุกวันศุกร์ เวลา 18.00-22.00 น. หลากหลายเมนูเนื้อนำเข้า ปรุงอย่างละเมียดละไม เสิร์ฟอย่างไม่จำกัดบนกระทะจานร้อน อาทิ สเต๊กเนื้อสันนอกพันธุ์แบล็กแองกัสจากออสเตรเลีย สเต๊กเนื้อสันสะโพกจากออสเตรเลีย สเต๊กสันสะโพกไก่หมักเครื่องเทศ สเต๊กสันในแกะ สเต๊กหมูคุโรบูตะ ฯลฯ เสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงและซอส อย่างมันบด เห็ดผัดเนย ผักโขมผัดซอสครีม ซอสพริกไทยดำ ซอสไวน์แดง และซอสครีมเห็ด ฯลฯ ราคาท่านละ2,100 บาท++

สำรองที่นั่งโทร.02-207-7777 หรืออีเมล fb.bangkok@stregis.com

 

Cold Sandwiches แซนด์วิชสลัดปูอโวคาโด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 มกราคม 2560 เวลา 10:24 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/477917

Cold Sandwiches แซนด์วิชสลัดปูอโวคาโด

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

แซนด์วิชในฉบับนี้ เคยได้ไปชิมจากชุด Afternoon Tea เจ้าอร่อยที่อังกฤษ พยายามละเลียดรสชาติแซนด์วิชรสดีจากชิ้นจ้อยๆ ในชุด เพื่อแกะเป็นสูตรออกมา รสชาติของแซนด์วิชปูชิ้นจ้อยๆ ส่วนผสมไม่ได้ยุ่งยากอะไร ออกจะ “Simple” ด้วยซ้ำ ความอร่อยจึงน่าจะมาจากเนื้อปูที่สดแน่น ไม่มีกลิ่นคาว และมาจากการปรุงรสให้จัดจ้านด้วยส่วนผสมง่ายๆ ด้วยเกลือ น้ำมะนาว และพริกไทยดำ

ส่วนผสมแรก ต้องเฟ้นหาเนื้อปูสดๆ จะเลือกเป็นเนื้อปูก้อน หรือจะเป็นนิ้วก้อยปูจากก้ามปู เลือกจากเจ้าที่ไว้ใจได้และขายดีสักหน่อย เพราะเขาจะรับมาจากเรือออกไปหาปูม้า นึ่งและแกะเป็นก้อนส่งมาที่กรุงเทพฯ แบบวันต่อวัน ถ้าเป็นตลาดใหญ่ๆ อาจไปแผงขายอาหารทะเลและสั่งเนื้อปูก้อนมา หากเป็นที่ซุูเปอร์มาร์เก็ตตอนนี้ จะเป็นเนื้อปูพาสเจอไรซ์บรรจุในกระปุกพลาสติก แบบนั้นก็ใช้ได้ อาจจะไม่สดหวานเท่าเจ้าประจำที่ตลาด อ.ต.ก. ที่ผู้เขียนชอบไปสั่งมา เพราะเจ้าที่ตลาดเขาจะมีหลายขนาด และสดไว้ใจได้เกือบทุกครั้ง

เมื่อได้เนื้อปูมาแล้ว ผู้เขียนมักจะเอามานึ่งอีกรอบ แล้วใส่ถุงแช่น้ำแข็ง เพื่อเป็นการช็อกเนื้อปูให้เย็นลงทันที เพื่อให้สลัดปูของผู้เขียนเก็บได้นานยิ่งขึ้น หากนึ่งแล้วปล่อยให้เย็นเองอาจใช้เวลานาน อาจทำให้เนื้อปูมีกลิ่นและเสียได้เร็วขึ้น จึงขอแนะนำให้ช็อกน้ำแข็งโดยใส่ไว้ในถุง จะช่วยให้เนื้อปูไม่อมน้ำ

 

เมื่อเนื้อปูก้อนเย็นสนิทแล้ว ที่นี้ก็มาถึงเวลาปรุงรสมายองเนสให้เข้มข้นด้วยส่วนผสมง่ายๆ ที่ช่วยให้สลัดปูอร่อยขึ้น อย่างหัวหอมใหญ่สับ เซเลอรี่ที่จะช่วยเพิ่มความหอมหวาน กรุบกรอบเวลาเคี้ยวโดน สมุนไพรง่ายๆ ที่ใช้ทั้งฝรั่งและไทย อย่างต้นหอม ผักชีลาวที่จะเพิ่มความอร่อยให้สลัดปูกินแล้วสดชื่นขึ้น

ถ้ามีผงเครื่องเทศรวมที่เรียกว่า Old Bay Seasoning ที่มีส่วนผสมของปาปริก้า กระวาน กานพลู มัสตาร์ด ซึ่งที่ว่ามาทั้งหมดเข้ากันดีกับเนื้อปูและอาหารทะเลอื่นๆ เครื่องเทศนี้คิดค้นขึ้นโดยชาวเยอรมันที่ย้ายมาอยู่แถวชายฝั่งแมริแลนด์ ของสหรัฐ เหยาะเข้าไปสักหน่อยจะช่วยให้อร่อยขึ้น หากไม่มี
ไม่ต้องกังวล ว่างเมื่อไหร่ไปหาซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ได้

สลัดปูจะเข้มข้นมันๆ หากมีอโวคาโดมาช่วยเสริมทัพ แทนที่จะทาเนยสดลงบนขนมปัง แนะนำว่าลองเอาอโวคาโดฝานบางๆ เรียงบนขนมปัง ก่อนจะโปะสลัดปูลงไปช่วยให้แซนด์วิชปูอร่อยขึ้นและได้ประโยชน์ของอโวคาโดเพิ่มความมันๆ ให้กันแซนด์วิชเย็นของเราได้อย่างเป็นธรรมชาติ

สลัดปูอโวคาโดสูตรนี้ อร่อยได้อีกแบบคือ รับประทานคู่กับผักสลัด เป็นสลัดปูอโวคาโดก็อร่อยไปอีกแบบ แต่ข้อด้อยอาจจะอยู่ที่ส่วนผสมเนื้อปูที่ไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพื่อความปลอดภัยควรรับประทานวันต่อวันจะอร่อยที่สุด หากจำเป็นต้องเก็บไว้ แนะนำให้ไม่เกิน 2-3 วัน สำคัญที่ต้องช็อกปูที่นึ่งด้วยน้ำเย็นจัดจะช่วยได้

แซนด์วิชปูอโวคาโด

ส่วนผสม (สำหรับสลัดปู)

เนื้อปูต้มสุก 1 ถ้วย

มายองเนส 1/2 ถ้วย

เซเลอรี่ สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่ สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ

มะเขือเทศ เอาแต่ส่วนเนื้อ หั่นเต๋า 2 ช้อนชา

ผักชีลาว 1/2 ช้อนชา

ต้นหอม ซอยละเอียด 1/2 ช้อนชา

เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา

ปาปริก้า 1/8 ช้อนชา

น้ำมะนาว 1 ช้อนชา

ถ้ามี Old Bay Seasoning แนะนำให้ใส่ลงไป 1/4 ช้อนชา

ส่วนผสม

(สำหรับแซนด์วิช)

อโวคาโดสุก ขนมปังแซนด์วิช

วิธีทำ

ผสมมายองเนสกับเครื่องปรุงรสทั้งหมด ตั้งแต่มายองเนส เซเลอรี่ หอมใหญ่ มะเขือเทศ ผักชีลาว ต้มหอม ปรุงรสด้วย น้ำมะนาว เกลือและพริกไทยป่น คนให้เพื่อให้กระจายตัวได้ดี เคล้าให้เข้ากัน ชิมรสให้เข้มข้น

เติมเนื้อปูต้มสุกลงไปเคล้ากับมายองเนสปรุงรสเบาๆ เพื่อให้เนื้อปูยังเป็นก้อนๆ ฉ่ำๆ อยู่

ตักไส้สลัดปูป้ายลงบนขนมปัง ประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น วางอโวคาโดลงไปอีกชั้นแล้วประกบด้วยขนมปังอีกแผ่น ใช้มีดเลื่อยตัดแซนด์วิชเป็นขนาดที่ต้องการ และห่อฟิล์มห่ออาหาร แช่เย็นไว้จนกว่าจะรับประทาน เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อปูเสียง่ายและอโวคาโดดำคล้ำไป

อีกวิธีหนึ่ง : เคล้าอโวคาโดที่หั่นเต๋าไว้แล้วกับสลัดปู

 

จิบกาแฟห้วยห้อม แลวิวหลักล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 มกราคม 2560 เวลา 11:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/476947

จิบกาแฟห้วยห้อม แลวิวหลักล้าน

โดย…ยินดี ภาพ : ฤตวิรุฬห์

Eat & Drink ฉบับนี้ขอพาผู้อ่านไปจิบกาแฟแสนหอมกรุ่น มองวิวหลักล้าน @บ้านห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านที่อยู่สูงเสียดฟ้า สูงกว่าระดับน้ำทะเลเกินกว่า 1,000 เมตร

ฤดูหนาวอากาศเย็นเฉียบ แต่ด้วยกาแฟที่หอมกรุ่น รสชาติเยี่ยม ทำให้ผู้ไปเยือนอบอุ่นและยิ่งอบอุ่นเมื่อเจอเจ้าของบ้านอย่าง “สุทธิพงษ์ นักรบไพร” หนุ่มน้อยวัย 24 ปี ชาวเขาปะเกอกะเญอผู้นำโลกยุคใหม่เข้าสู่หมู่บ้าน จากการรวมกลุ่มชาวบ้าน รวมผลผลิตเมล็ดกาแฟ ผ่านการคั่ว บด บรรจุถุงในแบรนด์กาแฟ “ห้วยห้อม” ขายส่งออนไลน์ ส่งไปรษณีย์ถึงมือคอกาแฟทั่วทุกที่ที่ติดใจในรสกาแฟ

 

กาแฟห้วยห้อมเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น เพราะด้วยพื้นที่สูงบนเทือกเขา การปลูกกาแฟพันธุ์อราบิกา จึงให้ผลผลิตและรสชาติที่ดีมาก และที่นี่คือแหล่งผลิตกาแฟที่ถูกนำส่งให้แบรนด์ดังคือ สตาร์บัคที่นำไปคั่วและบดด้วยกรรมวิธีของสตาร์บัค

ขณะเดียวกัน การรวมกลุ่มของชาวบ้านที่มีประธานกลุ่มคือ มะลิวัลย์ นักรบไพร บุตรสาวลุงตาเลอะ ชาวเขาปะเกอกะเญอ ที่เป็นรุ่นบุกเบิกในการปลูกกาแฟ ตั้งแต่คราที่พ่อหลวงเสด็จประพาสต้นบนดอยและเป็นแม่ของสุทธิพงษ์ ที่ปลูกและจำหน่ายกาแฟทั้งขายตรงผ่านโลกออนไลน์ พัฒนาเป็นหน้าร้านให้ลูกค้าและผู้คนที่ดั้นด้นเข้าไปสืบค้นแหล่งที่มาของกาแฟรสชาติดี ได้จิบรับลมหนาว มองวิวหลังบ้านซึ่งเป็นพื้นที่ราบกลางหุบเขา ฤดูทำนาก็มองทุ่งข้าว หมดหน้านาก็ปลูกผัก บอกเลยว่าเพลินตา สุขใจในรสกาแฟเป็นที่สุด

 

สุทธิพงษ์ เล่าว่า ที่บ้านปลูกกาแฟมาตั้งแต่รุ่นตาและทำมาเรื่อยจนทุกวันนี้ที่รวมผลผลิตคั่ว บด ส่งลูกค้าและมีขายที่บ้าน ซึ่งเป็นเหมือนแหล่งรวมของชุมชน และยามฤดูท่องเที่ยวขอเปิดเป็นโฮมเสตย์ให้ลูกค้า หรือนักท่องเที่ยวมาพัก เรียนรู้และลิ้มรสกาแฟ แห่งบ้านห้วยห้อม ซึ่งผู้เขียนเองก็เป็นลูกค้า กาแฟห้วยห้อมมาหลายปีแล้ว บอกได้เลยว่า กาแฟห้วยห้อมรสชาติดี เข้ม หอมกรุ่น อราบิกา 100% จริงๆ

สำหรับราคาขายจะขายกิโลกรัมละ 450 บาท ครึ่งกิโลกรัมขาย 250 และ 250 กรัม ขาย 150 บาท ฟรีค่าส่ง ส่วนที่บ้านก็ราคาตามปกติทั่วไป แต่ได้บรรยากาศที่สวยงาม สงบใจที่สุด

หากใครว่างอยากลิ้มรสกาแฟ ณ แหล่งผลิตก็แวะไปได้ที่บ้านห้วยห้อม สุทธิพงษ์ บอกว่าบ้านผมนอนคืนละหลัก 100 แต่ได้วิวหลักล้าน ได้ลิ้มรสกาแฟหอมกรุ่น

 

 

 

แฮฟ อะ ฮัก ฟิวชั่นฟาร์ม เชียงใหม่ อาหารฝรั่งกลางทุ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

20 มกราคม 2560 เวลา 17:08 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/476773

แฮฟ อะ ฮัก ฟิวชั่นฟาร์ม เชียงใหม่ อาหารฝรั่งกลางทุ่ง

โดย…ลีโอ เคน

อากาศกำลังดี การเดินทางไปเยือนถิ่นเหนือที่มีอากาศเย็นกำลังดี ถือว่าเป็นการให้รางวัลกับชีวิตอย่างหนึ่ง ยิ่งถ้ามีโอกาสออกนอกเมือง แล้วได้ไปนั่งกินอาหารอร่อยท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามก็ยิ่งถือว่าเป็นการเติมกำไรให้กับชีวิต

เฉกเช่นครั้งนี้มีโอกาสได้เดินทางไปเชียงใหม่ หลบความวุ่นวายในเมือง แล้วไปนั่งชิล รับอากาศเย็นสบายกลางทุ่งที่ร้าน แฮฟ อะ ฮัก ฟิวชั่นฟาร์ม เชียงใหม่ (Have-A-Hug Fusion Farm Chiangmai) ยิ่งเหมือนเติมพลังให้กับชีวิตที่พร้อมจะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่รออยู่ข้างหน้า

ฮัก ภาษาเหนือแปลว่า รัก ภาษาอังกฤษแปลว่า กอด ที่นี่จึงเป็นเสมือนพื้นที่เริ่มต้นมาจากความรักของคนในครอบครัว โดยเจ้าของร้าน ภูริดล และปริณัย พิมสาร สองสามีภรรยา เจ้าของสตูดิโอศิลปินนักปั้นและนักวาด ที่ร่วมกันก่อร่างสร้างสิ่งอันเป็นที่รักขึ้นมาในบริเวณบ้านของตัวเอง บนพื้นที่เกือบ 4 ไร่ ที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศแสนสดชื่นของทุ่งนา และกลิ่นอายแบบสตูดิโองานปั้นดินเผา งานวาดภาพที่เขารัก

 

ด้านหนึ่งสร้างเป็นพื้นที่ทำงานปั้นเซรามิก แกลเลอรี่ ส่วนอีกด้านหนึ่งเนรมิตเป็นร้านอาหารในบรรยากาศบ้านริมทุ่งนาที่ประดับประดาด้วยงานศิลปะ พร้อมแปลงปลูกผักที่ล้วนนำมาประกอบเป็นเมนูอาหารจานเด่น โดยมีเพื่อนอีกสองคน ที่มีความถนัดด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ อีกคนถนัดด้านการทำอาหารมาร่วมงานกันรังสรรค์เมนูอาหารฝรั่งกลางทุ่งที่รสชาติถูกใจ

บรรยากาศร้านโดยรวมของร้านเป็นโรงนา หรือหลองข้าว แบบชาวเหนือ มีทางเดินเข้าร้านเป็นสะพานไม้ไผ่ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย มีมุมให้เลือกนั่งรับลมริมทุ่งที่โอบล้อม

สำหรับเมนูอาหารของที่นี่เป็นอาหารฟิวชั่น ที่เป็นแบบ Slow Food ผสมผสานระหว่างความเป็นไทยและฝรั่งเข้าด้วยกัน ทางร้านให้คอนเซ็ปต์อาหารไว้ว่า ใช่ว่าจะมาเที่ยวทุ่งนา แล้วจะมีแต่อาหารบ้านๆ เท่านั้น ที่นี่เรามีแนวทางการนำเสนอที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งเชฟที่นี่ก็ยังมีดีกรีนักเรียนนอก ดังนั้นจึงไม่แปลกว่าที่ร้านนี้จะมีอาหารฝรั่ง รวมถึงกาแฟและสมูทตี้ผลไม้สดจากท้องถิ่น และเบเกอรี่กว่า 10 ชนิดที่อบใหม่ๆ จากเตาทุกวัน ที่ขึ้นชื่อก็จะเป็นเค้กมะพร้าวอ่อน เค้กส้ม พายมะพร้าว เค้กมะม่วง ชีสเค้ก เค้กช็อกโกแลต

 

อากาศเย็นสบายอย่างนี้ เราเริ่มต้นเบาๆ กับยำต้นอ่อนทานตะวันกุ้งสด ต้นทานตะวันสดๆ ในน้ำยำรสชาติไม่จัดจ้านนัก มาพร้อมกุ้งสดที่ช่วยกระตุ้นต่อมลิ้นให้รับรส ต่อด้วยข้าวผัดขี้เมาทะเล ข้าวผัดคลุกกับเครื่องเคราจากท้องทะเล ออกจัดจ้านพอประมาณ ได้น้ำปลาและพริกขี้หนูซอย ยิ่งช่วยให้เจริญอาหาร

อีกเมนูเบาๆ แต่อร่อยครบรส อย่าง สลัดไก่ย่าง ไก่ย่างกำลังนุ่มฉ่ำ มาพร้อมกับผักสลัดที่ทางร้านปลูกเอง เพิ่มรสชาติด้วยน้ำสลัดสไตล์โฮมเมด อร่อยหลายเชียวล่ะ

ตบท้ายด้วย พิซซ่าโฮมเมดเมนูเด่นที่มีให้ลิ้มรสกลางทุ่ง เมนูซิกเนเจอร์ของร้าน พิซซ่าที่อบด้วยเตาถ่านกลิ่นหอมลอยฟุ้ง ไม่หนาไม่บางจนเกินไป ขอบนอกกรอบ ข้างในนุ่ม อุดมไปด้วยเครื่องเคราจากพิซซ่าทั่วไป

 

อย่าลืมตบท้ายด้วยของหวานสไตล์โฮมเมด ที่นี่เขาจะทำขนมกันแบบวันต่อวัน อยากให้ลอง เครปเค้กมะพร้าว มะพร้าวอ่อนกับเค้กเนื้อนุ่ม ทั้งหอมทั้งอร่อย ผสานด้วยความมันของกะทิ หรือจะเป็นบราวนี่ช็อกโกแลต เนื้อเค้กก็นุ่ม ช็อกโกแลตก็เข้มข้นหวานกำลังดี

แฮฟ อะ ฮัก ฟิวชั่นฟาร์ม เชียงใหม่ อยู่ที่ อ.สันทราย ใกล้มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น. โทร.08-9632-8817 เฟซบุ๊ก HaveAHugFusionFarmChiangmai