มื้อเด็ดเห็ดสด เห็ดภูฏานทอดซีอิ๊ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

16 กันยายน 2559 เวลา 11:41 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/454826

มื้อเด็ดเห็ดสด เห็ดภูฏานทอดซีอิ๊ว

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

งานอดิเรกล่าสุดของสไตลิสต์สาวประจำ Cookool Studio คือนอกจากจะปลูกสะระแหน่ หรือใบมินต์นานาพันธุ์มะกรูดใบงามๆ สำหรับใช้ทำงานจัดแต่งอาหาร เธอยังเอาเห็ดมาเพาะที่ชั้นดาดฟ้าของสตูดิโอของเรา เห็ดที่เธอนิยม ณ ตอนนี้คือเห็ดนางฟ้าภูฏาน สอบถามได้ความว่าที่บ้านเธอเพาะเห็ดเล่นๆ แต่กลายเป็นจริงจังมาได้เพราะปริมาณผลผลิตเห็ดที่ซื้อมาเพาะเล่นๆ ออกดอกเป็นจริงเป็นจังเสียจนกลายเป็นรายได้ขำๆ

เห็ดนางฟ้าภูฏานได้ชื่อนี้ขึ้นมาเพราะต้นกำเนิดของเห็ดมาจากป่าแถบเทือกเขาหิมาลัย แล้วนำเอาเชื้อมาเพาะพันธุ์ในวุ้นอาหาร จนสามารถขยายสายพันธุ์เป็นเห็ดเพาะได้ในถุงเพาะลักษณะของเห็ดนางฟ้าภูฏาน คล้ายกับเห็ดเป๋าฮื้อจากขนาดดอกเห็ดที่แผ่ออกไปกว้างเป็นทรงกลม แต่ก็มีลักษณะริ้วเห็ดใต้ร่มคล้ายกับเห็ดนางฟ้า รวมทั้งสีสันยังเป็นสีสว่างไม่คล้ำนี่แหละ เป็นเอกลักษณ์ที่รวมไว้ในเห็ดภูฏาน ที่ได้ชื่อว่าเนื้อหนาสีสวยดอกใหญ่น่ารับประทาน เอามาทำอะไรก็อร่อยได้เนื้อได้หนัง

ผู้เขียนเลยได้รับเห็ดนางฟ้าภูฏานสดๆ ชนิดบิมาจากถุงเพาะแล้วนำมาปรุงทันทีอยู่บ่อยๆ เลยเป็นที่มาของตอนล่าสุดนี้ ที่รวมเอามื้อเด็ดจากเห็ดสดๆ มารวมกันอาหารจากเห็ดดีตรงที่แคลอรี่น้อย จากไขมันต่ำถึงจะมีคาร์โบไฮเดรตแต่ก็อยู่ในรูปของเส้นใยอาหารที่ช่วยให้อิ่มท้องพูดง่ายๆ คือใครกำลังจำกัดแคลอรี่อาหารจากเห็ดเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว

 

สำหรับสูตรแรกเห็ดนางฟ้าภูฏานทอดซีอิ๊ว อาจไม่ใช่เพื่อสุขภาพเสียทีเดียว แต่ทำแล้วกินอร่อยเคี้ยวหนุบหนับ รับประทานเป็นกับแกล้ม หรือคู่กับข้าวต้มก็เหมาะ ผู้เขียนได้ไอเดียมาจากตอนไปเที่ยวดอยแม่สลอง อาหารจานเด็ดนอกจากอาหารจีนสไตล์ยูนนาน อย่างขาหมูหมั่นโถวแล้ว ยังมีจานเด็ดที่หลายคนติดใจ เห็ดหอมทอดซีอิ๊วกินเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะเห็ดที่ทอดจนเหลืองเคี้ยวแล้วหวานนิดๆ เค็มๆ หน่อยๆ อร่อยเพลิน

วิธีทำแสนจะง่าย ตั้งกระทะเติมน้ำมันแล้วทอดเห็ดจนเหลือง เห็ดจะหดลงไปบ้างนั้นเป็นเรื่องปกติ ทอดจนเหลืองสวยตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันโรยซีอิ๊วที่ผสมไว้ให้ทั่วแล้วคั่วไปมา ใครมีขวดสเปรย์เติมซอสแล้วพ่นลงบนเห็ดที่ทอดมาแล้ว จะยิ่งทำให้รสชาติทั่วถึงยิ่งขึ้น

เพิ่มรสชาติให้หอมอร่อยยิ่งขึ้น โดยทอดเห็ดพร้อมๆ กับตะไคร้และใบมะกรูด ทอดรับประทานพร้อมกัน เป็นเห็ดทอดซีอิ๊วหอมสมุนไพรให้จี๊ดจ๊าดยิ่งขึ้น เพิ่มมะนาวสักเสี้ยวแกล้มพริกแดงทอดยิ่งอร่อยเหาะ

เห็ดทอดซีอิ๊วแบบนี้ ไม่กรอบกร๊วบจนแห้งเก็บได้นาน เพราะยังมีความชื้นจากในเห็ดอยู่ เหมาะสำหรับกินร้อนๆ หลังจากทอดเสร็จใครอยากได้เห็ดทอดกรอบเบา แนะนำให้ตากเห็ดให้แห้งสักแดดสองแดด พอทอดแล้วจะเบากรอบยิ่งขึ้น

เห็ดภูฏานทอดซีอิ๊ว

ส่วนผสม

– เห็ดนางฟ้า 100 กรัม

– น้ำมันพืชสำหรับทอด 1 ลิตร

– ซอสปรุงรส 1.5 ช้อนชา

– ซีอิ๊วขาว 1.5 ช้อนชา

– น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

– พริกไทยขาวป่น 2-3 เหยาะ

– ใบมะกรูด 7-8 ใบ

– ตะไคร้ 2-3 ต้น

วิธีทำ

ผสมซอสปรุงรสซีอิ๊วขาวและน้ำตาลเข้าด้วยกัน

ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนจัดหรี่ไฟลงที่ไฟกลางทอดเห็ดไปเรื่อยๆ จนเหลืองตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันทอดสลับกับตะไคร้และใบมะกรูด

ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำมันใส่กะละมังราดซอสที่ผสมไว้ลงไปแล้วสะบัดกะละมังให้ซอสเคลือบเห็ดให้ทั่วตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมกับ

 

ลำปาง ไม่จืดจางอาหารอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 กันยายน 2559 เวลา 11:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453719

ลำปาง ไม่จืดจางอาหารอร่อย

โดย…อามุโย่

ลําปางเป็นเมืองเล็กๆ แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนให้เรากลับมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เราได้ไกด์ท้องถิ่นแนะนำร้านอาหารที่ชาวลำปางรู้จักกันดีก็คือร้าน เฮง เฮง หัวปลาหม้อไฟ ร้านนี้ตอนเช้าขายโจ๊กและต้มเลือดหมู ตกเย็นจะขายหัวปลาหม้อไฟ 2 ร้านในที่เดียว ซึ่งเรามาครั้งนี้จะเน้นไปที่เมนูเพื่อสุขภาพโจ๊กจิงจูฉ่าย โจ๊กใส่สมุนไพรจีนบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ช่วยให้เลือดลมเดินดีเดินสะดวก รับประทานทุกวันร่างกายจะสดชื่น ฟิตปั๋ง แข็งแรง

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่สี่แยกเวียงทอง อ.เมือง จ.ลำปาง ใกล้กับโรงแรมเวียงทอง สอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์โทร. 08-1724-2921 ขายตั้งแต่เช้าตรู่ประมาณ 6 โมงเช้า พอเรามาถึงร้านโจ๊กและต้มเลือดหมูใส่จิงจูฉ่ายก็ส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน โจ๊กหมูที่นี่ ใช้หมูหมักรสกลมกล่อม ปั้นลูกขนาดกำลังดี

 

เนื้อโจ๊กเสิร์ฟมาแบบเนียนๆ ร้อนๆ หอมกรุ่นมีผักจิงจูฉ่าย กลิ่นคล้ายๆ ใบตั้งโอ๋ แต่สรรพคุณทางยาจีนถือว่าเป็นยาเย็น มีรสขม โซเดียมน้อยช่วยฟอกโลหิต เหมาะสำหรับคนที่เป็นโรคไต ชาวจีนนิยมใส่ในเกาเหลาเลือดหมู เพราะช่วยดับกลิ่นคาวเลือดได้ดี เราลองรับประทานทั้งโจ๊กและต้มเลือดหมู รสชาติหอม กลมกล่อม หวานเค็มมันแบบธรรมชาติกำลังดี

ในเมืองไทยหาร้านที่เน้นผักชนิดนี้ได้ค่อนข้างน้อย แต่จะพบมากในร้านโจ๊กทางภาคเหนือที่นิยมนำผักสมุนไพรต่างๆ มาใส่ในเกาเหลาเลือดหมู และโจ๊กรับประทานตอนเช้าๆ เช่นที่จ.เชียงราย ก็มีร้านสหรสที่ใส่จิงจูฉ่ายนี้เช่นเดียวกัน แต่ที่ร้านนี้จะใช้ผักที่ปลูกเองมีเป็นสวนเลย สำหรับนำมาประกอบอาหารที่ร้านโดยเฉพาะเพราะหาซื้อทั่วไปได้ยากแต่แว่วๆ มาว่าโครงการหลวงดอยคำก็มีการปลูกผักชนิดนี้จำหน่ายในหมวดสินค้าสมุนไพรแล้ว

 

สำหรับอาหารและบรรยากาศโดยรวม รสชาติอร่อยถูกปาก ร้านสะอาดน่านั่งรับประทานมีเพลงเพราะๆ เปิดให้ฟังคลายอารมณ์ตอนเช้าที่นี่ยังมีบรรยากาศสภากาแฟตอนเช้าให้เราได้เห็นอยู่บ้าง

ส่วนมื้อกลางวันอีกร้านที่ไกด์ท้องถิ่นแนะนำก็คือร้านนิยมโอชา หรือก๋วยเตี๋ยวปู่โย่งประวัติความเป็นมาว่ากันว่า เริ่มจากคุณปู่เจ้าของร้านเป็นชาวจีนอพยพมาจากเมืองจีนเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว เริ่มทำงานจากรับจ้างทั่วไปจนมาเริ่มทำก๋วยเตี๋ยวขายเมื่อราวปี พ.ศ. 2499 โดยเช่าร้านเล็กๆ ริมถนนบุญวาทย์ ต่อมาได้ย้ายร้านมาตั้งอยู่หน้าวัดเมืองศาสน์ เพราะมีจุดเด่นของร้านนี้อยู่ที่ความอร่อยของลูกชิ้นรสชาติกลมกล่อมของน้ำซุปและบริการเป็นกันเองจนทำให้เป็นที่ชื่นชอบของชาวลำปางอยู่ไม่น้อย

สังเกตได้จากช่วงเวลากลางวันนั้นลูกค้าแน่นร้านตลอดจนของหมด สอบถามก็ได้ความว่าขายดีมากขนาดต้องทำวันละเป็นร้อยกิโลกรัมให้เพียงพอกับลูกค้าที่เดินทางมารับประทานที่ร้านโดยเฉพาะ ร้านตั้งอยู่ใกล้วัดเมืองศาสน์ เปิดตั้งแต่เช้าอีกเหมือนกัน หากสนใจโทรสอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์  054-218-251

เมืองลำปางอาจจะเป็นเมืองเล็กๆ ก็จริงแต่ร้านอาหารนั้นบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดาเป็นจังหวัดที่มาแล้วไม่เคยผิดหวังเรื่องรสชาติอาหารมีร้านอาหารอร่อยหลายร้านให้เราได้เลือกรับประทานซึ่งผมบอกได้เลยว่าในชีวิตควรได้ลองมารับประทานอาหารจากร้านดังของชาวลำปางสักครั้งเรื่องรสชาติอาจจะอร่อยเหมือนๆกันแต่บรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์นั้นต้องมารับประทานที่นี่ที่เดียว

 

ฝนแรก แตกหน่อ กระเพาะปลาน้ำเเดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กันยายน 2559 เวลา 18:16 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453619

ฝนแรก แตกหน่อ กระเพาะปลาน้ำเเดง

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ณ Cookool Studio เรานั่งคุยกันเรื่องอาหารเพื่อรวบรวมข้อมูล อภิปรายกันถึงอาหารที่มี “หน่อไม้รวก” อันดับหนึ่งที่ทุกคนคิดถึงคือ กระเพาะปลาน้ำแดง ยิ่งเป็นต้นตำรับแบบที่อาแปะหาบหรือเข็นมาขายในหม้อทองเหลืองใบใหญ่ ที่นับวันยิ่งมีให้เห็นน้อยลงไปทุกที

จะหากระเพาะปลาเจ้าอร่อย ต้องไปย่านที่เคยเป็นชุมชนชาวจีนอาศัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าพ่อเสือ บนถนนเจริญกรุงมีอยู่หลายเจ้า ทั้งหน้าเก่าและเจ้าใหม่ที่อร่อยเด็ด เดาว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะส่วนผสมต่างๆ ที่เป็นวัตถุดิบนั้นเป็นของดีสไตล์ครัวจีน ไม่ว่าจะเป็นกระเพาะปลาแห้ง ซีอิ๊วเพิ่มกลิ่นหอม อาจจะต่างกันที่ชนิดของหน่อไม้ที่ต้นตำรับแบบจีนเป็นหน่อไม้ของไผ่ใหญ่ อย่างหน่อไม้ไผ่ตง ส่วนกระเพาะปลาครัวไทยเน้นเป็นหน่อไม้รวก หน่อไม้ชนิดไหนก็อร่อยได้ เพราะหน่อไม้ มีลักษณะของเนื้อสัมผัสที่เคี่ยวแล้วเพิ่มความหอมให้น้ำซุป จากเส้นใยคาร์โบไฮเดรตต่างๆ ที่สลายออกมาเป็นน้ำตาลและยิ่งเคี่ยวยิ่งนุ่มหวาน ซับเอารสชาติน้ำซุปไว้ได้ดี

เคล็ดลับในการทำกระเพาะปลาให้อร่อย นอกจากต้องไม่ขี้เหนียวในการเคี่ยวน้ำซุปกับโครงไก่ส่วนต่างๆ ของไก่ทั้งน่อง ปีก สะโพก ที่ช่วยให้กระเพาะปลาน้ำแดงมีน้ำซุปหวานอร่อย ใครอยากใส่ตับไก่ หรือเลือดหมูต้ม แนะนำให้ลวกไว้ในขั้นตอนหนึ่ง แล้วเติมลงในน้ำซุปเคี่ยวรอไว้ก่อนปรุงเป็นกระเพาะปลาน้ำแดงจะช่วยไม่ทำให้เสียรสชาติของน้ำซุปไป

 

นอกจากนั้น หน่อไม้ที่ใส่ลงไปมีผลต่อรสชาติโดยตรง ยิ่งล้างหน่องไม้ให้สะอาด ต้มให้หมดความขม สำหรับหน่อไม้สดๆ หรือหากเป็นหน่อไม้รวกที่ผ่านกระบวนการถนอมอาหารเป็นหน่อไม้รวกในปี๊บ ต้องนำมาล้างให้สะอาดหลายๆ น้ำจนหมดกลิ่น แล้วยังต้องนำมาลวกน้ำเดือดหลายๆ ครั้ง เพื่อล้างเอากลิ่นที่ซึมอยู่ในเนื้อหน่อไม้ออกให้หมด หากเผอเรอขั้นตอนนี้ไป มีหวังว่าหน่อไม้เพียงไม่กี่หน่อที่มีกลิ่นฉุนนั้น จะทำให้กระเพาะปลาแสนแพงทั้งหม้อ หมดความอร่อยไปได้เลย

กระเพาะปลาน้ำแดงที่อร่อย ผู้เขียนให้คะแนนชิ้นหน่อไม้ที่ไม่เล็กจนเกินไป ควรมีขนาดใหญ่เคี้ยวถนัดสักหน่อย หากชิ้นเล็กเกินไป เวลารับประทานจะไม่ค่อยได้อรรถรสของหน่อไม้ เพราะรสชาติและเนื้อสัมผัสของน้ำแดงที่ข้นหนืด รวมไปถึงเครื่องเคราต่างๆ ที่ตักเข้าปากพร้อมๆ กันจะกลบหน่อไม้ไปเสียได้

สำหรับกระเพาะปลาสูตรนี้ ผู้เขียนทำเองตามความชอบถือเป็นสูตรประจำตัวที่ใช้บ่อยเวลาทำอาหารประเภทน้ำแดง จุดเด่นอยู่ที่กลิ่นขิงที่เจียวจนเหลืองหอม ปราศจากรสเผ็ดที่เจืออยู่ในน้ำแดง ช่วยให้รับประทานแล้วชื่นใจ กระเพาะปลาน้ำแดง อาจดูยุ่งยากสักหน่อย เหมาะสำหรับปรุงในวันที่ต้องการโชว์ฝีมือและมีสมาชิกมาช่วยกันปรุงหลายๆ คน

อย่าลืมหาจิ๊กโฉ่ว ปรุงพริกน้ำส้มมารอไว้ ทำไว้หม้อใหญ่ เตรียมชามมารอไว้ ตักใส่ชามเหยาะพริกไทยตามด้วยผักชี หรือจะลวกเส้นหมี่ไว้ให้หนักท้องหน่อยก็เข้ากัน

กระเพาะปลาน้ำแดง (สำหรับ 3-4 ที่)

ส่วนผสม

– กระเพาะปลาแห้ง 200 กรัม

– ขิงแก่ หั่นแว่น หรือบุบพอแตก 1 แง่งเล็ก

– หน่อไม้รวก หั่นแฉลบ 4-5 หน่อ

– น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

– เห็ดหอมสด 10 ดอก

– เหล้าจีน 2 ช้อนโต๊ะ

– น้ำมันหอย 4 ช้อนโต๊ะ

– ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

– ซีอิ๊วขาว 5-6 ช้อนโต๊ะ

– ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ

– สะโพกไก่ ถอดกระดูก 4 ชิ้น

– น้ำตาลกรวด 1 ช้อนโต๊ะ

– น้ำสต๊อกไก่ 8 ถ้วย

– รากผักชี 2 ราก

– เกลือป่น 1 ช้อนชา

– แป้งท้าวยายม่อม 5 ช้อนโต๊ะ

– น้ำสะอาด สำหรับละลายแป้งท้าวยายม่อม 5 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

แช่กระเพาะปลาในน้ำให้นุ่ม เมื่อนุ่มแล้วพยายามล้างกระเพาะปลาในน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อล้างเอาน้ำมันออกให้ได้มากที่สุด ลวกกระเพาะปลาในน้ำเดือด ใช้ทัพพีกดให้กระเพาะปลา ให้คายความมันออกมา ล้างน้ำเย็น แล้วต้มใหม่เพื่อล้างความมันออกไปประมาณ 2-3 ครั้ง

ล้างหน่อไม้รวก หลายๆ น้ำเพื่อลดกลิ่นต้มในน้ำสะอาดสัก 2-3 น้ำล้างด้วยน้ำเย็นทุกครั้งก่อนตั้งไฟต้มใหม่ เพื่อกำจัดกลิ่นและลดความเสี่ยงต่อสารไซยาไนด์รวมทั้งเชื้อแบคทีเรียที่อาจติดมา

ตั้งหม้อ หรือกระทะใบใหญ่ให้ร้อน เติมน้ำมันพืชลงไป ใส่เห็ดหอมลงไปผัดให้เหลือง ใส่เนื้อไก่ที่หั่นพอดีคำผัดให้พอสุกเติมเหล้าจนี ลงไป พรอ้ มเครื่องปรงุ ทั้งหมดตั้งแต่ซอสชนิดต่างๆ รากผักชี เกลือ น้ำตาลกรวด และเกลือป่น

เติมน้ำสต๊อกลงไป เร่งไฟให้เดือดแล้วปรับเป็นไฟอ่อนเคี่ยวประมาณ 40 นาทีจึงเติมกระเพาะปลาที่ล้างจนสะอาดบีบน้ำออกให้หมาด พร้อมด้วยหน่อไม้รวกลงไปเคี่ยวต่อไปอีก 10-15 นาทีที่ไฟอ่อน

ผสมแป้งท้าวยายม่อมกับน้ำสะอาดเทลงในหม้อที่ คนไปเรื่อยๆ จนเดือด สังเกตว่าแป้งจะสุกข้นขึ้น ปิดไฟยกลงจากเตาพร้อมเสิร์ฟ

 

‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ดภูซาง’ เน้น ‘สมุนไพร-หมูหมัก-ผักพื้นบ้าน’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กันยายน 2559 เวลา 17:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453615

‘ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ดภูซาง’ เน้น ‘สมุนไพร-หมูหมัก-ผักพื้นบ้าน’

โดย…อักษรา ปิ่นนราสกุล

ก๋วยเตี๋ยว อาหารประเภทเส้นที่หารับประทานได้สะดวกในทุกพื้นที่ทั่วโลก แต่สิ่งที่แตกต่างคือรสชาติ ความอร่อยของน้ำซุป ที่จะแข่งขันกันให้จัดว่า “เด็ด” หรือไม่เด็ดมากน้อยเพียงใด นักลิ้มรสเส้นทั้งหลายคือผู้ที่ตัดสินได้ดีที่สุด

แต่ละพื้นที่มักจะมีร้านอาหารประเภท “ก๋วยเตี๋ยว” ที่โดดเด่น ขึ้นชื่อ และเป็นหน้าตาต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง เพราะการนึกถึงความอร่อยแต่ละมื้อไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคิดได้ในบัดดล

“ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ดภูซาง” ตั้งอยู่ที่ 101 หมู่ 9 ต.เชียงแรง อ.ภูซาง จ.พะเยา เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น-เนื้อตุ๋น ที่นับว่าสร้างชื่อเสียงของความอร่อยจนเป็นที่ประทับใจลูกค้าที่มาเยือนครั้งแรกแล้วต้องติดใจมาอีกในครั้งต่อๆ ไป

บนถนนสายสบบง-บ้านฮวก เลี้ยวจากป้อมยามกาญจนาสามแยกโรงเรียนภูซางวิทยาคม เข้ามาเรื่อยๆ จนก่อนถึงที่ว่าการอำเภอภูซางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เป็นพื้นที่เมืองขยายตัวใจกลางภูซาง ริมถนนด้านใต้ ร้านก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดภูซางเปิดต้อนรับผู้มาเยือนตั้งแต่เช้า กลิ่นน้ำซุปที่หอมยวนยั่วให้น้ำลายสอ ความสะอาด โล่ง โปร่งสบายของร้าน เสียงน้ำไหลทำให้เย็นใจแม้ท่ามกลางอากาศร้อน ชวนให้เข้าไปเยือนยิ่งนัก

เช้านี้ลูกค้าจากต่างประเทศมาทานแต่เช้า (จากเมืองคอบ แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว) เนื่องจากช่วงนี้มีการทำถนนในเมืองคอบ โดยบริษัทเอกชนของไทยเข้าไปดำเนินการ จึงไม่แปลกที่จะมีทั้งลูกค้าที่เป็นคนไทยและเพื่อนบ้านแวะเวียนมาทุกวัน เพราะร้านหาง่าย ทานได้มากกว่าก๋วยเตี๋ยว

 

“อนันตชัย กันทะเนตร” หนุ่มเจ้าของร้านและกุ๊กมือหนึ่ง ที่ออกมาต้อนรับและทักทายลูกค้าด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมมิตรภาพ ขณะที่ “ณัฐฐานิต กันทะเนตร” ภรรยาที่เคียงข้าง ทำหน้าที่ช่วยรับรายการอาหารและให้บริการลูกค้า แนะนำรายการอาหารอย่างไม่เร่งรีบ

“อนันตชัย” เล่าที่มาของร้านว่า “เปิดมาได้ 2 ปี 3 เดือนแล้ว ก่อนหน้าเปิดที่บ้านฮวก ต.ภูซาง อ.ภูซาง ทางขึ้นไปจุดผ่านแดนถาวรข้ามไป สปป.ลาว แต่เนื่องจากลูกค้าไม่ค่อยคึกคัก จึงได้หยุดไประยะหนึ่งแล้วหาทำเลที่เหมาะสม จนกระทั่งมาพบทำเลพื้นที่บริเวณอาคารพาณิชย์สร้างใหม่ใกล้กับที่ว่าการอำเภอภูซาง จึงได้ใช้ที่แห่งนี้เป็นทำเล ใช้สองห้องของอาคารพาณิชย์เปิดเป็นร้านก๋วยเตี๋ยว

สูตรที่ใช้ยังเป็นสูตรเดิม คือ หมูและเนื้อตุ๋นด้วยสมุนไพรยาจีน ซึ่งเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย ใช้ตุ๋นหมูและเนื้อนานกว่า 1 วันจนได้ที่ หมูและเนื้ออ่อนนุ่ม กระดูกอ่อนที่แข็งๆ ก็สามารถทานได้แม้แต่ผู้สูงอายุ ไส้ เครื่องใน ทำความสะอาดจนไม่มีกลิ่นคาว ต้มและตุ๋นจนเปื่อยยุ่ยแต่ไม่เสียรูปทรง หอมสมุนไพร

เนื้อหมูสั่งตรงจากฟาร์มด้วยบรรจุภัณฑ์ที่สดและสะอาด นำมาหมักด้วยส่วนผสมที่ลงตัว เนื้อวัว เป็นเนื้อจากโคขุนที่นำเข้าจากต่างประเทศ คัดแต่คุณภาพล้วนๆ

ผักสดจะหาซื้อในตลาดท้องถิ่น เป็นผักสดพื้นบ้าน บางส่วนก็ปลูกเองหลังบ้าน เพราะต้องการกระจายเงินให้แก่คนในท้องถิ่น เราอยู่ได้ ผู้อื่นอยู่ได้ เราอยู่ด้วยกันอย่างเอื้อเฟื้อต่อกัน”

ทั้งสองได้ย้ำว่า ทุกรายการอาหารเน้นความสด สะอาด และมีส่วนผสมของสมุนไพร “ส่วนผักสดที่ทานกับก๋วยเตี๋ยวชาวบ้านก็ผลิตและปลูกกันเองในพื้นที่ เราจ่ายตลาดเอง ได้เลือกของที่มั่นใจว่าปลอดภัยสำหรับลูกค้าอย่างแน่นอน

 

รายการอาหารที่แนะนำ ต้องบอกว่าขอแนะนำทุกรายการ ทั้งก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ลูกชิ้น เนื้อสด เนื้อเปื่อย เครื่องใน กระดูกหมูตุ๋น ก๋วยเตี๋ยวหมู เกาเหลา จบรายการอาหารคาวแล้ว ก็มีรายการอาหารหวาน เช่น ลอดช่องใบเตย ทับทิมกรอบ หอมน้ำกะทิสด”

ไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยที่ใครๆ จะต้องมาลิ้มลอง บางรายถึงกับเหมารถยนต์มากันเป็นคณะเพื่อมาทานก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ ทางสาธารณสุขอำเภอภูซางยังได้มอบป้ายประกาศรับรองเป็นร้าน “อาหารสะอาด รสชาติอร่อย” หรือ “Clean Food Good Taste” ด้วย จะทานที่ร้านหรือสั่งกลับบ้านไปฝากคนที่เรารักได้ทุกมื้อ นอกจากนี้ร้านยังเปิดให้ลูกค้าติชมผ่านทางเฟซบุ๊ก ร่วมให้คะแนนกับความอร่อยของร้าน

“อนันตชัย” เปิดเผยว่า “ร้านเปิดตั้งแต่ 08.00-16.00 น. หรือจนกว่าจะขายหมด เพื่อไม่ให้มีของเหลือสำหรับวันต่อไป เนื่องจากวันต่อไปคือของใหม่ทั้งหมด ไม่มีของค้างคืนเด็ดขาด จึงเป็นที่ประทับใจของลูกค้าทุกคนที่เข้ามาใช้บริการ

อนาคตเราอยากทำก๋วยเตี๋ยวตำลึง เพราะผักตำลึงเป็นผักใบเขียวพื้นบ้านที่หาได้ง่ายและมีประโยชน์ต่อร่างกาย และอยากเปิดอาหารตามสั่ง เพื่อให้บริการลูกค้าที่ต้องการมากกว่าก๋วยเตี๋ยว เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค แต่ยังเน้นเรื่องพืชสมุนไพรเป็นหลักในการประกอบอาหาร

เพราะเราเน้นคุณภาพเพื่อให้เป็นที่ยอมรับและเป็นที่รับแขกของภูซาง ให้มีร้านอาหารสะอาด อร่อย และเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค”

นอกจากนี้ ยังได้ขยายสาขาไปเปิดที่ อ.เมือง จ.พะเยา โดยอนันตชัยมอบให้น้องชายเป็นผู้บริหาร เป็นอีกสาขาหนึ่งของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ดภูซาง

 

อัลโต้ คอฟฟี่ โรสเตอร์ส ปักหมุดเพื่อคอกาแฟ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กันยายน 2559 เวลา 17:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453613

อัลโต้ คอฟฟี่ โรสเตอร์ส ปักหมุดเพื่อคอกาแฟ

โดย…พาแลง ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

อากาศร้อนๆ ช่วงบ่ายทำให้อยากมาเดินเล่นเย็นๆ ที่สวนเพลิน มาร์เก็ต คอมมูนิตี้มอลล์ คอนเซ็ปต์เส้นทางรถไฟสายเก่าบนถนนพระราม 4

ด้านหน้าทางเข้า พาให้มาเจอกาแฟร้านสวย อัลโต้ คอฟฟี่ โรสเตอร์ส (Alto Coffee Roasters) มองแค่เพียงหน้าร้าน ก็ถูกสเปกเข้าอย่างจัง แม้ว่าท้องจะตึงมาแล้ว บรรยากาศก็ยังเชื้อชวนให้เข้าไปแวะเสียหน่อย ด้วยสไตล์การตกแต่งร้านที่น่ามองและบรรยากาศเป็นกันเองเพิ่มให้ร้านน่านั่ง ด้วยสีเอิร์ธโทนดูแล้วสบายผ่อนคลาย ประกอบกับกลิ่นหอมของกาแฟที่ช่างแสนยั่วยวนเกินปฏิเสธ พื้นที่ร้านที่ไม่กว้างมาก ด้านในจึงวางโต๊ะได้ไม่มากนัก แต่ด้วยการจัดวางโต๊ะ เก้าอี้ ทำให้ด้านในไม่อึดอัด ขณะเดียวกันคุณก็สามารถเลือกที่นั่งด้านนอกได้

 

หากใครไม่รีบร้อนก็จะเห็นว่าคาเฟ่แห่งนี้อบอวลด้วยกาแฟในทุกอณู สำหรับคนรักกาแฟเมื่อเข้ามาจะรู้สึกว่ากำลังโอบล้อมด้วยกาแฟนานาพันธุ์ จากความสูงหลากหลายระดับ สิ่งของการตกแต่งจึงจำลองอุปกรณ์ชงกาแฟในแบบต่างๆ ถุงปุ๋ยบรรจุกาแฟ แก้วกาแฟขนาดต่างๆ ขณะที่โต๊ะที่นั่งก็เป็นเฟอร์นิเจอร์ไม้สีน้ำตาลโทนสีเดียวกับเมล็ดกาแฟ มีเคาน์เตอร์ชงเครื่องดื่มแบบเปิด ทำให้ได้กลิ่นยั่วใจ

จุดเริ่มต้นของอัลโต้ คอฟฟี่ โรสเตอร์แห่งนี้ เนื่องจากเจ้าของร้านมีโรงคั่วกาแฟ จึงมีความเชี่ยวชาญในเรื่องเมล็ดกาแฟ สามารถกำหนดและคัดสรรรสชาติกาแฟได้ตามต้องการ ดังนั้นการได้มาที่ร้านนี้ของคอกาแฟทั้งหลายนอกจากคุณจะได้สัมผัสกาแฟรสเข้มข้นแล้ว ยังมีเมล็ดกาแฟและเครื่องบดกาแฟขนาดกะทัดรัด ให้ซื้อกลับไปบดเองที่บ้านได้ด้วย โดยทางร้านกำหนดสัดส่วนที่พอเหมาะสำหรับสูตรต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้วขณะเดียวกันก็มีโซนจำหน่ายเมล็ดกาแฟหลากสายพันธุ์ พร้อมกับคำแนะนำดีๆจากบาริสต้า

 

แต่หากต้องการละเลียดกาแฟที่ร้าน ขอแนะนำ Cold Brew กาแฟดำแก้วนี้ถือเป็นพระเอก ที่อัลโต้ คอฟฟี่ โรสเตอร์สกัดด้วยน้ำเย็น ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง ค่อยๆ เบลนด์ออกมาอย่างช้าๆ เหมาะกับคอกาแฟที่ชอบดื่มกาแฟดำ ให้รสแตกต่างจากอเมริกาโน่ที่เคยชิน คนที่ไม่คุ้นอาจจะบอกว่าเปรี้ยว แต่สำหรับผู้ที่ดื่มและชื่นชอบกาแฟเข้มๆ จะบอกว่าทั้งรสทั้งกลิ่นของแก้วนี้ไม่หนักอย่างที่คิด

แก้วต่อมาคือ Caffe Tiramisu เป็นกาแฟแยกชั้น สูตรแปลกที่แม้จะได้รสเข้มข้นด้วยรสชาติกาแฟ แต่ขณะเดียวกันก็ได้รสนม แต่เมื่อดื่มไปสักพักหนึ่งจะรู้สึกเหมือนว่ากำลังรับประทานขนมทิรามิสุอยู่ทีเดียว

 

สำหรับสาวๆ ที่ไม่คุ้นเคยกับกาแฟดำ ต้องลองสั่ง Cha-Puccino เป็นการผสมผสานกาแฟกับชาไทยที่เบลนด์มาให้รสกลมกล่อมลงตัว หรือจะเป็น Iced Caffe Latte ที่หอมมาก รสเข้ม แม้เป็นเพียง
ลาเต้ยังเลิศเพียงนี้ หากเป็นเอสเปรสโซ่ช็อตจะเยี่ยมสักแค่ไหน หรือจะเป็น Black Forest Chocolate เข้มข้นด้วยรสช็อกโกแลตที่สาวๆ ต้องไม่พลาด

หลังจากก้มหน้าก้มตาเลือกของหวานเพื่อมาแกล้มเครื่องดื่ม สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่า ต้องลอง Signature Cheesecake และก็ไม่ผิดหวัง ด้วยเนื้อเนียนละมุนของเค้ก ละเลียดจนอยากต่ออีกชิ้น แต่ต้องตัดใจเพื่อชิมอีกหนึ่งเมนูคือ Chocolate Island ที่เหมาะกับคนที่ชอบช็อกโกแลตแต่กลัวอ้วน เพราะเมนูนี้ไม่มีแป้ง แต่เป็นดาร์กช็อกโกแลตคุณภาพดีรสชาติเข้มข้น เสิร์ฟพร้อมวิปครีมและสตรอเบอร์รี่สด

ได้ลองชิมหลายเมนู ต้องยกให้เป็นหนึ่งในร้านกาแฟที่ชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ทั้งในรสชาติรวมถึงการแต่งร้านเลยทีเดียว

อัลโต้ คอฟฟี่ โรสเตอรส์ สาขาสวนเพลินมาร์เก็ต ถนนพระราม 4 เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 07.30-21.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-21.00 น. โทร. 09-1605-9456 แฟนเพจ Facebook.com/AltoCoffee

 

หม่าน ฟู่ หยวน คิทเช่น ครั้งหนึ่งต้องลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กันยายน 2559 เวลา 17:22 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453603

หม่าน ฟู่ หยวน คิทเช่น ครั้งหนึ่งต้องลอง

โดย…ซิตี้ กาย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

หม่าน ฟู่ หยวน (Man Fu Yuan) เป็นอีกหนึ่งร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งที่นักชิมไม่อยากพลาด เพราะต้นตำรับเลื่องชื่ออยู่ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล สิงคโปร์ มาเปิดสาขาแรกที่เมืองไทย ณ สโมสรราชพฤกษ์ ก็ยกต้นตำรับมาทั้งเมนูอาหาร รสชาติ และความหรูหรา และเพิ่งเปิดสาขา 2 หม่าน ฟู่ หยวน คิทเช่น (Man Fu Yuan Kitchen) ณ ห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์

พื้นที่ของร้านแม้เล็กลงกว่าสาขาอื่น แต่ยังกว้างขวาง โอ่โถง และโอ่อ่าตามสไตล์การตกแต่งร้านแบบต้นตำรับ เล่นสีขาว ม่วง ฟ้า ประดับด้วยของตกแต่งจีนโบราณเรียบหรูด้วยโต๊ะ เก้าอี้ โซฟาหนัง และเก้าอี้บุนวมผ้ากำมะหยี่ การจัดสรรที่นั่งก็แยกเป็นสัดส่วน

ขณะที่เมนูอาหารก็ลดจำนวนลง พร้อมราคาที่ย่อมเยาลงด้วยนิดๆ ทว่ายังคงรสชาติและคุณภาพเดิม โดยพระเอกของร้านยังเป็นติ่มซำ ซึ่งที่นี่มีบริการสดใหม่ตลอดทั้งวัน แถมยังมีเซตน้ำชายามบ่ายเสิร์ฟคู่กับติ่มซำให้เลือก 2 เซต สำหรับ 2 ท่าน และ 2-4 ท่าน

นอกจากติ่มซำ ฮะเก๋าแป้งบาง สอดไส้กุ้งตัวใหญ่ ขนมจีบหมูผสมกุ้งเนื้อเด้งเน้นๆ ที่ครองใจขาประจำแล้วยังมีเมนูน่าลอง อย่างหมูกรอบสไตล์ฮ่องกงที่แทบจะหาชั้นมันไม่เจอ หนังก็กรอบมาก จิ้มมัสตาร์ดได้รสเผ็ดและกลิ่นฉุนนิดๆ เป็ดอบใบชาหม่าน ฟู่ หยวน ซิกเนเจอร์ของร้าน คัดเป็ดขนาดพิเศษเพื่อให้ได้เนื้อนุ่ม หมักกับเครื่องเทศหลายชนิดและตากให้แห้งก่อนนำไปย่าง ทีเด็ดอยู่ที่ก่อนเสิร์ฟนำมารมควันกับชาสูตรพิเศษของทางร้าน ได้กลิ่นหอมอ่อนจากใบชา

กุ้งห่อทอง ที่ใช้แป้งฟีโล (Filo) ห่อหลายชั้น ทำให้บางกรอบ ไม่ต้องจิ้มกับซอสใดๆ ก็กลมกล่อมเพราะเนื้อกุ้งหมักมาได้ที่ ยังมีเมนูลูกผสมอย่าง ทาร์ตหมูแดงอบ แป้งเนื้ออ่อนแทบละลายในปาก ตามด้วยไส้หมูแดงอบน้ำผึ้งตัวเด่นของร้าน

ปิดท้ายด้วยของหวาน มันญี่ปุ่นสอดไส้คัสตาร์ดลาวา ทอดจนผิวข้างนอกฟูกรอบ เนื้อลาวาเหลว ใช้คัสตาร์ดชนิดเดียวกันกับซาลาเปาลาวา แต่เนื้อคัสตาร์ดข้นน้อยกว่า

หม่าน ฟู่ หยวน คิทเช่น ชั้น 8 ดิ เอ็มควอเทียร์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-003-6240

 

รสเด็ดก๋วยเตี๋ยวเป็ด 8 เซียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กันยายน 2559 เวลา 17:16 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453598

รสเด็ดก๋วยเตี๋ยวเป็ด 8 เซียน

โดย…พี่เวส

วันนี้พี่เวสขออร่อยแถวบ้าน ซอยลาดพร้าว 101 เพราะไม่อยากได้ขึ้นชื่อว่าใกล้เกลือกินด่างนะครับ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด 8 เซียน เฮียแก้วเจ้าของร้านใจดี เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวขายอาหารและเคยไปเรียนด้านเชฟ เคยทำงานในโรงแรมอยู่พักใหญ่ก่อนจะมาเปิดร้านเป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากก๋วยเตี๋ยวไก่ พอเห็นว่าในซอยมีขายกันเยอะไม่อยากแข่งกับใคร จึงเปลี่ยนมาขายก๋วยเตี๋ยวเป็ดแทน โดยมีเมนูเพิ่มเติมมาอีก 7 เมนูที่ล้วนมีรสเด็ด จึงเป็นที่มาของคำว่า 8 เซียน ขายมาได้กว่า 10 ปีเข้าไปแล้ว

 

ทุกวันนี้เขยิบร้านขึ้นมาอีกหน่อย เหลือขายเพียงแค่ 3 เมนู คือ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดพะโล้ ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น แล้วก็ข้าวหน้าเป็ด ที่ยังคงรสเด็ดเอาไว้เหมือนเดิม เฮียเล่าว่าที่ร้านจะใช้เป็ดพันธุ์เชอร์รี่ที่เนื้อจะแน่นและนุ่มกว่า มีทั้งเป็ดตัวผู้และตัวเมีย ต้มในเครื่องตุ๋นพะโล้กว่า 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับไซส์ของเป็ด แล้วก็มีส่วนที่ตุ๋นที่ต้องเคี่ยวในสมุนไพรจีนเพิ่มอีกชั่วโมง เนื้อจะนุ่มและรุ่ยกว่า แถมยังหอมเครื่องพะโล้และสมุนไพรจีนแบบเต็มๆ เป็ดไม่มีกลิ่นสาบให้ระคายลิ้น เสิร์ฟมาทั้งเนื้อ ทั้งปีก คอ ขา เครื่องใน ใส่มาแบบไม่ยั้ง เรียกว่าอร่อยจนลืมอิ่มกันเลยล่ะ

ทีเด็ดอีกประการคือใครมากินที่ร้านนี้จะอารมณ์ดีกลับไปทุกคน เพราะเฮียแก้วจะเปิดบทคำสอนของพระพุทธเจ้าให้ฟัง ถ้าใครสนใจหรือทุกข์ร้อน เฮียแก้วก็พร้อมจะบอกเล่าบทสอนของพระพุทธเจ้าให้ฟังอย่างเพลินทีเดียวล่ะครับ

ก๋วยเตี๋ยวเป็ด 8 เซียน ซอยลาดพร้าว 101 เข้ามาร้านจะอยู่ทางขวามือ เลยร้านชาบูหน้าหม้อเข้ามา แถวธนาคารกรุงเทพ ร้านเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น. โทร. 09-5332-6263

 

ล็อบสเตอร์ตะวันออก ล็อบสเตอร์ตะวันตก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 กันยายน 2559 เวลา 17:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/453595

ล็อบสเตอร์ตะวันออก ล็อบสเตอร์ตะวันตก

โดย…เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

หนึ่งในอาหารเลิศรสที่ผู้คนรักและรู้สึกว่าพิเศษมากๆ นั่นต้องมี “ล็อบสเตอร์” รวมอยู่ด้วย

ล็อบสเตอร์ (Lobster) เป็นสัตว์น้ำที่มีหลากหลายสายพันธ์ุ โดยที่กุ้งมังกรที่คนไทยรู้จักกันก็นับเป็นหนึ่งประเภทของล็อบสเตอร์ สายพันธ์ุของล็อบสเตอร์นั้นก็มักจะมีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามถิ่นที่อยู่อาศัยขนาดและรูปแบบการเลี้ยง สำหรับนักชิมจำนวนหนึ่งแคนาเดียนล็อบสเตอร์นั้นนับเป็นสุดยอด

วันนี้เราจะพาไปรับประทานแคนาเดียนล็อบสเตอร์ที่ปรุงรสชาติได้ทั้งแบบตะวันออกและตะวันตก ใน “ล็อบสเตอร์ซันเดย์บรันช์บุฟเฟ่ต์” ของโรงแรมสยาม เเอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพ ซึ่งเคยจัดมาแล้ว และได้รับการตอบรับอย่างดี จึงนำกลับมาอีกครั้งตามเสียงเรียกร้องของ “ล็อบสเตอร์เลิฟเวอร์”

 

ล็อบสเตอร์ที่เสิร์ฟในโปรโมชั่นซันเดย์บรันช์นี้เป็นพันธุ์แคนาเดียน นำเข้าจากบอสตัน ขึ้นเครื่องมาเสิร์ฟสดใหม่ทุกวัน เชฟจิลล์ พอยทิวิน์ หัวหน้าพ่อครัวของ สยาม เเอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพ บอกว่า ล็อบสเตอร์ที่เลือกมานั้นเนื้อหวานเป็นพิเศษ เพราะว่าคัดมาเฉพาะตัวเมียล้วนๆ! และอาหารภายใต้การดูแลโดย เชฟจิลล์ ชาวฝรั่งเศส มีความเด็ดขาดจัดจ้านในรสชาติอย่างมาก

ในส่วนของไลน์บุฟเฟ่ต์นั้นมีหลากหลายสิ่งให้เลือกสรร ที่ไม่อยู่ในไลน์ก็มีให้สั่งปรุงสดใหม่มาเสิร์ฟทั้งตะวันออกและตะวันตก ทั้งหมดมี Grilled Lobster หรือกุ้งมังกรย่างเป็นพระเอก

ฝ่ายตะวันตกนำทัพด้วย เนื้อล็อบสเตอร์แตร์มีดอร์(Lobster Meat Thermidor in Country Style Bread) เมนูล็อบสเตอร์นี้เป็นอาหารฝรั่งเศส ปรุงโดยนำเนื้อออกจากเปลือกมาปรุงซอสส่วนผสมต่างๆ ก่อนจะนำกลับใส่เปลือก ก่อนเติมแต่งหน้า ด้วยชีส ครีม ไข่ และนำไปอบ แต่บางสูตรก็ปรับมาคือ นำเนื้อออกมาปรุงแล้วก็ใส่ในภาชนะอื่นๆ ก่อนอบ บางครั้งก็นำไปใส่ในขนมปังแล้วอบก็มี อบแล้วชีสก็จะเยิ้มและมีสีน้ำตาลเพราะโดนความร้อนเล็กน้อยน่ารับประทานเป็นที่สุด

เรื่องราวของแตร์มีดอร์นั้น ว่ากันว่าเมื่อราว 120 ปีที่แล้ว เชฟ Auguste Escoffier แห่ง Maison Maire ภัตตาคารในกรุงปารีส สร้างสรรค์เมนูกุ้งนี้เสิร์ฟลูกค้า ก่อนเจ้าของร้านจะตั้งชื่อให้ว่า กุ้งแตร์มีดอร์ (Homard Thermidor หรือ Lobster Thermidor) เหตุเพราะร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับโรงละครกอเมดีฟร็องแซซ ซึ่งตอนนั้นละครเรื่อง Thermidor ของ วิกตอเรียง ซาร์ดู เปิดแสดงอยู่ และโด่งดังมากๆ ชื่อละครจึงถูกนำมาตั้งเป็นชื่อเมนูสุดพิเศษนี้

นอกจากนี้ ยังมีล็อบสเตอร์ย่างที่ชักชวนหอย หมึก กุ้งมาเป็นเพื่อนกันเต็มจาน โดยเลือกได้ว่าจะรับเป็นซอสเนยและเคเปอร์ (Butter Caper Sauce) หรือซอสสไตล์อิตาเลียนรสจัดจ้านอย่างอาร์รับเบียต้า (Arrabbiata Sauce) ก็ดี

อย่างซอสอาร์รับเบียต้านี้ มีชื่อเรียกเล่นว่า Angry Sauce ที่ได้ชื่อนี้มาเพราะว่าความเผ็ดร้อนจากเครื่องปรุงที่เป็นซอสมะเขือเทศ พริก กระเทียม ฯลฯ สีของซอสก็ออกแดงๆ รสค่อนข้างจัดมากกว่าอาหารยุโรปทั่วไป รับประทานแล้วเลือดลมขึ้นหน้าจนแดง คนเลยนึกว่า ไปโกรธใครมา บางครั้งซอสแบบนี้ก็นำไปทำเป็นพาสต้าใส่เส้นต่างๆ เข้าไปแล้วเรียก Angry Pasta สูตรดั้งเดิมของแองกี้พาสต้านี้มาจากลาซิโอ ก่อนจะเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปทั่วโลก

 

ฝ่ายตะวันออกต้องไม่พลาดกับเมนูผัดไทยล็อบสเตอร์ ซึ่งต้องบอกว่า เป็นผัดไทยที่ถึงเครื่องถึงรสจริงๆ ตามมาคือ ฉู่ฉี่ล็อบสเตอร์ อีกจานเป็นไทย-จีนคือ ล็อบสเตอร์ผัดผงกะหรี่ รวมทั้งก๋วยเตี๋ยวล็อบสเตอร์ แนะนำให้สั่งเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสชาติเด็ดขาดมากๆ ทุกเมนูปรุงแบบจานต่อจาน

นอกจากเมนูอะลาคาร์ต ยังมีมุมพิเศษต่างๆ ให้เลือกรับประทานกันเพลิน ไม่ว่าจะ พิซซ่าล็อบสเตอร์ ซาชิมิล็อบสเตอร์ซึ่งสดมากๆ ส่วนล็อบสเตอร์พาสต้าก็มีมากมายหลากหลายเส้นและซอสให้เลือก อีกหนึ่งเมนูที่อยากให้ลองคือ ซุปข้นล็อบสเตอร์ (Lobster Bisque) เห็นเขาเสิร์ฟมาพอร์ชั่นเล็กๆ ก็อย่าเพิ่งไปดูแคลนต่อว่า เพราะว่าเนื้อซุป (สีชมพูนิดๆ) นั้นเข้มข้นดีงามมากๆ ถึงจะถ้วยเล็กๆ แต่ก็ “ฟิน” ไปถึงไหนๆ ได้ แต่ถ้าใครต้องการเพิ่มก็จัดไปไม่ว่ากัน

รับประทานของคาวไปกันแล้วก็ต้องเผื่อท้องไว้สำหรับของหวานซึ่งปรุงจากล็อบสเตอร์ด้วย!?

 

อ่านไม่ผิดหรอกค่ะ ของหวานจริงๆ ทั้งไอศกรีมล็อบสเตอร์ และเครมบรูเล่ล็อบสเตอร์ ทั้งสองมีล็อบสเตอร์เป็นส่วนผสม แล้วมันจะใช่เหรอค่ะ ก่อนจะชิมก็ลังเล เอ๊ะ… จะ “Disgusting” หรือ “Delicious” แต่เมื่อได้ลองแล้วก็ต้องบอกว่า “ใช่” เมนูแรกนั้นทำให้ได้สัมผัสกลิ่นรสล็อบสเตอร์เพียงบางเบานุ่มนวล ขณะที่ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสอย่างเครมบรูเล่นั้น นอกจากจะหวานหอมมันแล้วยังเพิ่มเนื้อสัมผัสของล็อบสเตอร์กรุบๆ อยู่ข้างใน ถ้าต้องการประสบการณ์ที่แตกต่างต้องลอง เปิดใจให้กว้างแล้วชิมดู จะรู้ว่า อร่อย (อย่างนี้ก็ได้เหรอ…)

สำหรับคนรักล็อบสเตอร์แล้ว วันอาทิตย์จะกลายเป็นวันสำคัญและมีความสุข เมื่อหันซ้ายก็เจอล็อบสเตอร์ตะวันออก หันขวาก็เจอล็อบสเตอร์ตะวันตก

ล็อบสเตอร์ซันเดย์บรันช์บุฟเฟ่ต์ของห้องอาหารพี เอช วัน (PH1) ชั้น G โรงแรม สยาม เเอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพ ในราคา 1,800 บาท/ท่าน รวมอาหาร ซอฟต์ดริงก์ น้ำดื่ม และชากาแฟ หรือจ่ายเพิ่ม 499 บาท เพื่อดื่มไวน์และเบียร์แบบไม่จำกัด ใครไม่อยากรับประทานบุฟเฟ่ต์ก็สามารถสั่งเฉพาะที่เป็นอะลาคาร์ตได้ตามใจเลือก อิ่มอร่อยในโปรโมชั่นนี้ได้ทุกวันอาทิตย์เวลา 12.00-14.30 น. สอบถามเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทร.02-217-3000 หรืออีเมล fbrsvn@siamatsiam.com

และทำไมล็อบสเตอร์ถึงเป็นหนึ่งในอาหารเลิศรสซึ่งผู้คนรักและรู้สึกว่าพิเศษมากๆ คำตอบอาจจะอยู่ที่นี่

 

ดาราเทวี เค็กช็อป เดอะ แกรนด์ พระราม 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 กันยายน 2559 เวลา 11:06 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/452349

ดาราเทวี เค็กช็อป เดอะ แกรนด์ พระราม 9

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

กินคาวเสร็จจักต้องกินหวาน ถึงจะถือว่าการกินในมื้อนั้นๆ ครบอรรถรส ดังนั้นเจ้าถิ่นกินดื่มฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปสัมผัสความหวาน จากร้าน ดาราเทวีเค้กช็อป ร้านหรูและดัง @ เชียงใหม่ ที่หากใครเดินทางไปเชียงใหม่แล้วไม่ได้เข้าไปลิ้มรสความหวานที่นี่ถือว่าไปไม่ถึง!!!

ครานี้เราไม่ต้องไปถึงเชียงใหม่แล้วเพราะ “ดาราเทวีเค้กช็อป” ย่อส่วนทั้งในรูปแบบของร้าน เมนูเค้ก และมาการงที่เลื่องชื่อ รวมถึงเครื่องดื่มต่างๆ มาให้บริการในย่านกลางเมือง ที่อาคารเดอะ ไนน์พระราม 9 ตึก A ชั้น G ผู้ที่นิยมและอยากลิ้มรส เค้ก มาการง และเอแคลร์ รสชาติต่างๆ สามารถไปใช้บริการได้ ซึ่งเปิดร้านให้บริการเมื่อวันที่8 ส.ค.ที่่ผ่านมา

 

มาการงที่นำมาให้ผู้ที่หลงใหลในขนมหวาน ที่ดาราเทวี ร้านเค้กช็อป สาขาตึกเดอะ ไนน์ พระราม 9 มี 15 รสชาติ จากที่เชียงใหม่มีทั้งหมด 30 รสชาติ ส่งตรงมาจากเชียงใหม่ และดาราเทวีเค้กช็อปสาขานี้มีโต๊ะไว้ให้นั่ง 7 โต๊ะ สามารถให้ลูกค้าที่เข้ามาบริการนั่งทานขนมชนิดต่างๆ ได้แบบสบายๆ ในบรรยากาศคลาสสิกสวยงามมาก

ครั้งนี้ผู้เขียนมีโอกาสได้ทานมาการงรสตับห่าน ครั้งแรกที่ได้รับคำบอกกล่าวว่ามีรสตับห่าน อึ้งนิดหนึ่งมันใช่หรือแต่เมื่อได้ชิมเข้าไป บอกเลยมันเลิศมาก คำแรกที่กัดเข้าไปจะรับรู้รสหอมกระเทียมพริกไทยแต่ไม่ได้แรงและโดดจนไป เมื่อเคี้ยวไปคำสุดท้ายความมันความหอมของตับห่านก็โชว์ออกมา บอกเลยอร่อยมาก ถัดมาคือ รสทุเรียน เช่นกัน ความหวานหอมอร่อยของทุเรียนหมอนทองโดดเด่นขึ้นมาเลย และยังมีรสข้าวเหนียวมะม่วงที่หอมข้าวเหนียวมูน หอมกะทิ เมื่อผ่านการพัฒนาสูตรโดยเชฟจากฝรั่งเศส ของร้านแล้วบอกเลยว่า รู้แล้วทำไมมาการงของดาราเทวีจึงโด่งดังและเป็นที่ร่ำลือ

 

นอกจากนี้ ยังมีเมนู เอแคลร์ ที่รูปร่างแปลกจากที่คุ้นเคยที่จะเห็นกลมๆ นิ่มๆ แต่เอแคลร์ของดาราเวทีจะรียาว กรอบนุ่ม ได้ชิม3 รสชาติมีสตรอเบอร์รี่หวานหอม แต่ชอบสุดน่าจะเป็นเอแคลร์ที่มีส่วนผสมของแม่โขงและกาแฟหอมอร่อย

การรับประทานขนมแสนอร่อยที่นี้แบบลงตัวและเพื่อความฟินให้มากขึ้นไปอีกจะต้องทานคู่กับชาหรือกาแฟ ที่บอกเลยว่ารสชาติเยี่ยม เดิมคิดเสมอว่า ขนมหวานๆ จะต้องตัดกับกาแฟรสเข้มข้นเพื่อความลงตัว แต่ไม่ใช่อีกละ เมื่อมีโอกาสได้ทานขนมหวานๆ ชาขึ้นชื่อของที่ร้าน คือ ดาราเทวีแบล็กที บอกเลยเยี่ยมสุดๆ เพราะชานี้ทำมาจากผลไม้ที่มีมะม่วง เสาวรส และส้มเป็นส่วนประกอบซึ่งกลิ่นของผลไม้ทั้ง 3 ชนิดโดดเด่นขึ้นมา หอม โล่งมากๆ และยังมี “กรีนที” ทำจากเก๊กฮวย-มะลิ หอมรวยริน เมื่อจิบไปคู่กับมาการง คำเดียว ฟินค่ะ!!

 

ว่างๆ หรือผ่านไปก็ต้องแวะเข้าไปใช้บริการไม่ต้องกังวลเรื่องราคา เพราะราคานี้ทุกคนเข้าถึงได้ บรรยากาศในร้านสวยหรู สบายตาและสบายใจ

สำคัญหากอยากมีรูปสวยๆ โลดแล่นในโลกออนไลน์และเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของดาราเทวี อย่าลืมนุ่งซิ่นไปนะคะ รับรองสวยเวอร์วังอลังการสุดๆ

 

ครัวแจ้ซีฟู้ด ศรีราชา รสชาติพื้นบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

02 กันยายน 2559 เวลา 16:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/452236

ครัวแจ้ซีฟู้ด ศรีราชา รสชาติพื้นบ้าน

โดย…พงศ์พัทธ์ วงศ์ยะลา

 

อาหารทะเลสดใหม่รสชาติพื้นบ้าน มัดใจเหล่านักชิมชาวไทยและต่างชาติ “ครัวแจ้ซีฟู้ด” อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เป็นที่รู้จักมานานกว่า 10 ปี เมนูแต่ละจานอร่อยถูกปากไม่แพงอย่างที่คิด

ครัวแจ้ซีฟู้ด บริหารงานโดย สุนันท์ แซ่คัง ซึ่งเมนูซีฟู้ดแต่ละจานจะเน้นอาหารทะเลสดใหม่ของท้องถิ่นมาปรุงแต่งเป็นเมนูอาหารจานเด็ด ด้วยสูตรพิเศษที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเองโดยเฉพาะ มีหลากหลายเมนูให้เลือกรับประทาน เช่น ปลาอินทรีทอดน้ำปลา เน้นชิ้นใหญ่เป็นพิเศษ ปลาอินทรีตัวใหญ่ๆ แล่หนาๆ ลงไปทอดในน้ำมันจนเป็นสีเหลืองทอง เนื้อในสีขาว กินคู่กับน้ำปลาพริกที่บีบมะนาวซอยหอม กระเทียม

หมึกผัดไข่เค็มเน้นใช้หมึกสด นำมาหั่นแล้วบั้ง นำไปผัดกับไข่แดงเค็ม ใส่หอมใหญ่ พริกชี้ฟ้า และต้นหอม ผัดออกมาร้อนๆ ได้ความเด้งของเนื้อหมึก เคล้ากับความมันและเค็มนิดๆ จากไข่แดงเค็ม

 

ต้มยำปลาทูสด ใส่ปลาทูจนล้นหม้อไฟ น้ำซุปใส หอมพริกขี้หนูสวนกับใบกะเพรา ปลาทูสดเนื้อแน่น รสมัน ซดน้ำซุปร้อนๆ เปรี้ยวหอมมะนาว ตัดกับเค็ม มีหวานแถมท้ายปลายลิ้น

อีกเมนูที่ไม่ควรพลาด ฉู่ฉี่ปลาทูสด กลิ่นหอมกรุ่นชวนน่าลิ้มลอง เป็นเมนูลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพเมนูนี้อร่อยครบรส พริกแกงหอมทำแบบขลุกขลิกเหมือนแกงกะทิน้ำน้อยๆ แต่ข้นอร่อย รสชาติเครื่องเทศแบบไทยๆ รับรองทำให้ใครกินก็ต้องติดใจทุกราย

เช่นเดียวกับแกงป่าปลาเห็ดโคน อีกเมนูขึ้นชื่อของร้าน ลูกค้าไม่ควรพลาด เพราะอร่อยเลิศรสถูกปาก ปรุงจากปลาน้ำเค็ม เนื้อขาว ที่โขลกด้วยพริกกะเหรี่ยงกับพริกขี้หนูสวนกับเกลือเข้าด้วยกันให้ละเอียด ใส่ข่า ตะไคร้ ผิวมะกรูด พริกไทย และกระเทียม โขลกต่อจนละเอียดเข้ากันแล้วใส่กะปิ

 

ขณะที่เมนูยอดฮิตอีกหนึ่งเมนูสำหรับเด็กๆ นั่นก็คือ ทอดมันกุ้ง ที่มีส่วนผสมของเนื้อกุ้งล้วนๆ นำไปทอดร้อนๆ ให้หอมเหลืองอร่อย เสิร์ฟกับน้ำจิ้มบ๊วยหวานๆ ส่วนท่านที่ชื่นชอบอาหารภาคใต้ สะตอผัดกุ้ง ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทางร้านคัดสรรสะตอเกรดเอเนื้อแน่น กุ้งแชบ๊วยตัวโตเนื้อแน่นหวาน เคี้ยวเต็มปากเต็มคำและกะปิชั้นดีคัดพิเศษ ผัดปรุงรสออกมาให้รสเค็ม เผ็ดนำนิดๆ คลุกข้าวกินอร่อยอย่าบอกใครเชียว

นอกจากนี้ ยังมีเมนูอาหารอร่อยที่น่าลองลิ้มอีกมากมาย อาทิ ปลาลิ้นหมาทอดกระเทียม ปูผัดผงกะหรี่ ยำกุ้งฟู ยำผักกูดทะเล กระเพาะปลา กะพงทอดน้ำปลา ฉูฉี่ปลาเนื้ออ่อน ทะเลลวกจิ้ม เมนูอาหารของที่นี่มีให้เลือกสั่งมาลิ้มลองอย่างมากมาย และยังมีเมนูใหม่ๆ หมุนเวียนมาให้ชิมอยู่เสมอ

ร้านแจ้ซีฟู้ด ศรีราชา เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น. การเดินทางก็สะดวกโดยใช้เส้นทางอัสสัมชัญ-หนองค้อ ผ่านแยกอัสสัมชัญมาประมาณ 6-7 กม. ร้านแจ้ซีฟู้ดจะอยู่ขวามือ โทร. 08-1000-2900, 08-1377-5926