ฝนแรก แตกหน่อ หมกปลาช่อนหน่อไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

19 สิงหาคม 2559 เวลา 11:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/449402

ฝนแรก แตกหน่อ หมกปลาช่อนหน่อไม้

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หน้าฝนปีนี้เริ่มช้ากว่าทุกปี ผู้เขียนไม่ใช่คนที่ถนัดเรื่องฟ้าฝนหรอก แต่รับทราบได้จากพี่น้อยหน่า ผู้มีบ้านอยู่แถบนครนายก บ้านพี่เป็นเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตสวนครัว อยากได้อะไรหยิบเด็ดได้เสมอจากสวน พี่สาวท่านนี้เป็น “สปอนเซอร์” หลักส่งหน่อไม้รวกต้มพร้อมกินมาให้ผู้เขียนทุกปี ปีไหนฝนมาเร็ว จะได้รับถุงหน่อไม้ต้มส่งมาเร็วหน่อย ปีนี้ลืมๆ ไปแล้ว ได้รับโทรศัพท์มาแต่เช้าช่วงต้นเดือน ส.ค. พี่น้อยหน่าส่งหน่อไม้ต้มตั้งแต่ตีห้า มาถึงบ้านผู้เขียนยังอุ่นๆ อยู่เลย เธอบอกว่า เธอไปขุด ปอกและต้มเองกับมือ

หน่อไม้ที่ว่านี้เป็นหน่อไม้ที่เรียกตามภาษาคุ้นเคยคือ หน่อไม้รวก สำหรับชาวบ้านอย่างเราๆ เรียกหน่อไม้รวก เมื่อขุดจากกอไผ่ที่มีลำขนาดเล็ก สอบถามจากคนบ้านนาได้ความว่า ไผ่รวกมักปลูกกันตามบ้านเพราะได้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ถ้าปลูกเยอะๆ หน่อยเป็นแนวกันลมได้ดี แถมประโยชน์จากไม้ไผ่ ใครๆ ก็รู้ว่าเด่นเรื่องลำไผ่ที่นำมาทำได้สารพัด ทั้งปลูกสร้างง่ายๆ อย่างแคร่ จักสาน เรื่อยไปถึงเชื้อเพลิงง่ายๆ ภายในบ้าน

ที่สำคัญ ทุกครั้งที่ฝนลงจนดินแฉะเมื่อใด มองเห็นกาบห่อหน่อสีเขียวเหลือบม่วงผุดขึ้นจากพื้นดิน นั่นแหละ หน่อไม้รวก อาหารอันโอชะประจำฤดูฝน ที่หลายคนติดใจและตั้งตารอคอย หน่อไม้รวกที่ต้มจนเหลืองอร่าม อร่อยแม้แต่กินเปล่าๆ จะเอาไปจิ้มน้ำพริก เรียกว่า ต้ม ยำ ทำแกงอะไรอร่อยไปเสียหมด เพราะหน่อไม้ใหม่ๆ อร่อยกว่าหน่อไม้ดอง หน่อไม้ปี๊บเป็นไหนๆ

กรรมวิธีการทำหน่อไม้ ไม่ใช่ง่ายๆ ใครให้คุณมา ต้องนึกขอบพระคุณเขาให้มากเชียว เพราะนอกจากต้องไปขุดด้วยเสียมขนาดเล็ก ก้มๆ เงยๆ อยู่อย่างนั้นเป็นนานสองนานกว่าจะได้ทีละหน่อสองหน่อ จากนั้นต้องนำมาทำความสะอาด ลอกกาบหุ้มหน่อออกพร้อมโยนลงหม้อต้มไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง

 

ขั้นตอนการต้มนี่แหละสำคัญนัก เพราะโทษใดๆ ของหน่อไม้ที่คุณเคยได้ยินมา ถูกลดทอนกำจัดไปเบื้องต้นจากขั้นตอนของการต้มนี่แหละ เพราะสารพิษที่มีอยู่ในหน่อไม้สด เรียกว่า ไซยาไนด์ จะถูกกำจัดไปได้จากหน่อไม้ทันทีที่ต้ม สารนี้ชื่อฟังดูน่ากลัวเพราะมีฤทธิ์ถึงตายได้หากรับประทานในปริมาณที่มากๆ เมื่อต้มจนสุกแล้ว สารนี้จะถูกกำจัดไปได้ด้วยความร้อนและเวลา ยิ่งต้มเปลี่ยนน้ำสัก 2-3 ครั้ง ยิ่งมั่นใจได้ว่าสารไซยาไนด์หมดไป สังเกตจากความฝาดเฝื่อนและความขมในหน่อไม้ลดลงไปด้วย นี่คือสาเหตุที่เราอาจเคยได้ยินว่า ชาวอีสานนิยมเผาหน่อไม้ เพื่อกำจัดความขม ยังได้ความสะดวกในการกำจัดขนไผ่ที่อยู่ตามกาบใบ ลอกได้ง่าย ลดความอันตรายพิษหน่อไม้แถมยังทุ่นเวลาในการต้มไปได้เยอะ นี่แหละภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกิดจากความช่างสังเกต

เวลาได้หน่อไม้จากพี่น้อยหน่ามา ถือเป็นประเพณีที่ผู้เขียนปฏิบัติ คือจะต้องนำ 1 ถุง มาจัดการทำเป็นหมกหน่อไม้ อาจจะรสชาติไม่ถึงใจเท่ากับพื้นบ้าน แต่เป็นรสชาติที่รับประทานได้ทั้งครอบครัว ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ ในเวอร์ชั่นไม่ใส่พริก เครื่องหมกง่ายๆ ที่ทำได้เองที่บ้านจากตะกร้าหอมแดง กระเทียมไทยที่มีอยู่

จะให้อร่อยหอมถึงใจ ต้องขอแอบใส่ “น้ำปลาร้า” เป็นเครื่องชูรส ใครไม่ถนัดข้ามไปได้แล้วเพิ่มเติมเป็นน้ำปลาหรือเกลือป่นแทน หมกปลาช่อนถือเป็นอาหารไขมันต่ำ กึ่งเพื่อสุขภาพนิดๆ ที่คนพื้นบ้านกินกันมานมนานสูตรนี้นอกจากจะเป็นหมกปลาช่อน ยังดัดแปลงเป็นเนื้อสัตว์ได้หลากหลายชนิด ทั้งเนื้อไก่ส่วนสะโพกสับติดกระดูกก็อร่อย หรือจะเป็นถอดกระดูกก็รับประทานได้ง่าย

สำหรับหน่อไม้ หากไม่มีหน่อไม้รวกสด แนะนำเป็นหน่อไม้ลวกซอยเส้นในน้ำเกลือที่ขายตามตลาดที่เราเรียกกันว่าหน่อไม้ปี๊บนำมาต้มหลายๆ น้ำ ยิ่งเปลี่ยนน้ำบ่อยและหลายครั้ง ยิ่งลดกลิ่นฉุนของหน่อไม้ไปได้เยอะ ต้องต้มจนหมดกลิ่น ถึงจะหมกออกมาได้หอมอร่อยไม่เพี้ยนกลิ่นเครื่องสมุนไพร

เครื่องหมกนั้นจะโขลกด้วยครก หรือจะปั่นด้วยเครื่องได้ทั้งนั้น ไม่ยากเย็นอะไร จะห่อใบตองก็ยิ่งหอมอร่อย นึ่งให้สุกทั่วถึงกันด้วยลังถึง หรือจะใส่ชามเข้าไมโครเวฟก็แล้วแต่ถนัด หมกหน่อไม้ปลาช่อน รับประทานได้กับข้าวเหนียว ข้าวสวยหรือจะเป็นข้าวกล้องก็เข้ากัน หมกหน่อไม้สูตรนี้หวานฉ่ำด้วยเครื่องสมุนไพรและหน่อไม้รวกใหม่ๆ หอมอร่อยต้องขอบคุณพี่สาวที่นึกถึง ส่งหน่อไม้แตกหน่อจากฝนฉ่ำมาให้ปรุงของอร่อยถึงบ้าน

 

หมกปลาช่อนหน่อไม้

ส่วนผสม

– หอมแดง 3-4 หัว

– ตะไคร้ 3 ต้น

– ข่า 4-5 แว่น

– ข้าวเหนียวแช่น้ำ 1 ช้อนโต๊ะ

– เกลือป่น เกลือทะเล 1/4 ช้อนชา

– ปลาช่อนนา 7 ขีด (หั่นชิ้น)

– หน่อไม้ หั่นเป็นชิ้น 2-3 หน่อ

– พริกขี้หนู 5-6 เม็ด

– กระเทียมกลีบเล็ก 10 กลีบ

– หอมแดงลูกเล็กๆ 5-6 หัว

– ใบแมงลัก 1-2 กิ่ง เด็ดใบ

– ใบมะกรูดฉีก 2-3 ใบ

– ต้นหอมหั่นท่อน 1-2 ต้น

– น้ำปลาดี 3 ช้อนโต๊ะ

– น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

– น้ำปลาร้า 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

ถ้าปลาช่อนยังไม่ได้หั่นชิ้นมาจากร้าน แนะนำให้ล้างด้วยเกลือป่นให้หมดเมือก ก่อนล้างน้ำสะอาดอีกครั้ง หั่นเป็นท่อนๆ

โขลกเครื่องหมกให้เข้ากันเป็นเนื้อหยาบหรือละเอียดตามชอบ ตักขึ้นมาใส่ชามไว้

ในครกใบเดิม บุบพริกขี้หนู กระเทียม หอมแดงให้พอแตกเติมลงในชามเครื่องหมกที่โขลกไว้ เติมน้ำปลา น้ำตาลทรายน้ำปลาร้าลงไป คนให้เข้ากัน

ใส่เนื้อปลาช่อนที่หั่นไว้ลงในชามเครื่อง ใส่เครื่องเคราที่เหลือ ทั้งต้นหอม ใบแมงลัก มะกรูด และหน่อไม้

สำหรับหมกแบบชาม : เติมน้ำสะอาดลงไปเล็กน้อยในชามประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นนึ่งในรังถึงน้ำเดือดไฟแรง

สำหรับหมกใบตอง : เตรียมใบตอง ในลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซ้อนกัน 2 ชิ้น จากนั้นตักส่วนผสมที่เคล้าไว้ลงกึ่งกลางใบตอง พับด้านข้างขึ้นจากซ้ายและขวามาสู่กึ่งกลางแล้วรวบด้านล่างและด้านบนเข้าหากัน กลัดด้วยไม้กลัดหรือรัดด้วยเชือกเส้นใยธรรมชาติ นึ่งในลังถึงที่มีน้ำเดือดจัดประมาณ 8-10 นาที ขึ้นกับขนาดห่อ

 

ภูผาหงษ์ วิวโรแมนติก อาหารอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 สิงหาคม 2559 เวลา 11:17 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448400

ภูผาหงษ์ วิวโรแมนติก อาหารอร่อย

โดย…อักษรา ปิ่นนราสกุล

ท่ามกลางแมกไม้และขุนเขาในวันที่อากาศสบายๆ มีร้านอาหารให้หลบมุม หนีห่างจากความพลุกพล่าน พาครอบครัวมานั่งรับประทานที่ร้านภูผาหงษ์ ตั้งอยู่บนเนินเขาดอยจอมทอง ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา นอกจากจะทำให้อิ่มกายแล้ว ยังทำให้อิ่มใจไปพร้อมๆ กัน โดยร้านอาหารแห่งนี้ตกแต่งสไตล์แบบศิลปะไทยใหญ่ เจ้าของร้านประทับใจศิลปะไทยใหญ่ที่ได้ไปสัมผัสมาจาก จ.แม่ฮ่องสอน นำมาปรับแต่งให้เข้ากับพื้นที่และบริบทใน จ.พะเยา ได้อย่างลงตัว

จตุรงค์ เจียมวิจิตรกร เจ้าของร้านภูผาหงษ์บอกว่า ชื่นชอบเรื่องประวัติศาสตร์ของเมืองพะเยา ที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 900 ปี ในอดีตใช้ชื่อ “ผายาว” หมายถึงมีหน้าผาที่ยาว โดยเฉพาะในพื้นที่เนินเขาของดอยจอมทองที่ตั้งของร้านแห่งนี้ หน้าผาแห่งนี้มีตำนานของบ่อสิบสอง ที่เป็นบ่อหินอยู่บนโขดหินสูง ที่มีน้ำขังตลอดปีไม่เหือดแห้ง กำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ จ.พะเยา

 

เนินเขาแห่งนี้ยังมีชื่อภูผาหงษ์ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้าน เพราะร้านตั้งอยู่บนเนินเขาอันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หนึ่งของเมืองพะเยา จะเห็นได้ว่าหลักฐานทางภูมิศาสตร์ของเนินเขาแห่งนี้ที่เป็นหินทรายยังมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งหน้าผาที่สามารถแกะสลักพระพุทธรูปหินทรายขนาดใหญ่ได้ หินทรายที่จมอยู่กับพื้นดินมีให้เห็นภายในบริเวณร้าน ซึ่งทางร้านไม่ได้มีการเคลื่อนย้าย
หรือทำลายหลักฐานทางประวัติศาสตร์เหล่านี้แต่อย่างใด

เมื่อลูกค้าที่มาใช้บริการร้านภูผาหงษ์จะได้สัมผัสความเป็นธรรมชาติ และในอนาคตทางร้านกำลังทำแผ่นพับที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับภูผาหงษ์ให้ลูกค้าได้อ่าน โดยความโดดเด่นของร้านคือบรรยากาศของธรรมชาติที่ตอนเช้าได้สัมผัสกับพระอาทิตย์ขึ้นทางด้านทิศตะวันออก ยามเย็นก็จะเห็นพระอาทิตย์อัสดงได้อีกบรรยากาศ

 

เมื่ออิ่มใจกับบรรยากาศรอบร้าน ก็ยังอิ่มกายกับอาหารที่มีให้บริการอีกด้วย

สินี เจียมวิจิตรกร ภรรยาคู่ชีวิตของจตุรงค์ บอกว่า ลูกค้าส่วนใหญ่ที่มาใช้บริการจะเป็นคนทำงาน นักธุรกิจที่ต้องมานั่งหารือเรื่องงาน หรือพักผ่อนในมุมสงบๆ ไม่มีคนพลุกพล่าน อาหารที่ทางร้านให้บริการมีทั้งอาหารไทย ต่างประเทศ เบเกอรี่ และเครื่องดื่มโดยเฉพาะเครื่องดื่มสมุนไพรที่เป็นเมนูแนะนำ คือ สับปะรดปั่นผสมโหระพา ทำให้ดีต่อสุขภาพส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมสั่งเพราะหอมหวาน อาหารประเภทปลาที่มาจากปลานิล จะสั่งวัตถุดิบจากบ่อปลาในพื้นที่ อ.เมือง จ.พะเยา ทั้งหมด เนื่องจากราคาถูกกว่าสั่งจากนอกพื้นที่ เพราะการขนส่งระยะทางใกล้ อีกทั้งได้ช่วยเหลือกลุ่มผู้เลี้ยงปลานิลด้วย

 

อาหารจานเดียวที่ลูกค้าชื่นชอบ คือ ผัดกะเพราไข่ดาว แม้จะเป็นรายการอาหารจานเดียวง่ายๆ แต่รสชาติเป็นที่ประทับใจลูกค้า เพราะการให้บริการไม่จำเป็นต้องเน้นรายการอาหารที่หนักเกินไป สามารถมานั่งคุยภายใต้บรรยากาศและเสิร์ฟด้วยเบเกอรี่กับน้ำผลไม้ปั่นเพื่อสุขภาพก็ยิ่งดี

อนาคตกำลังจะเปิดเป็นร้านเบเกอรี่และกาแฟสด พร้อมทั้งจัดสถานที่ให้บริการกางเต็นท์แก่นักท่องเที่ยว อยู่ในแผนงานที่กำลังจะขยายต่อยอด ลูกค้าส่วนใหญ่รู้จักร้านผ่านการบอกต่อ และอีกช่องทางหนึ่งคือเฟซบุ๊ก “ภูผาหงษ์” เบอร์โทรติดต่อสำรองที่นั่งหรือใช้บริการทางร้าน 08-4151-3788 เปิดให้บริการ 09.00-22.00 น. ทุกวัน

 

 

 

 

พากินกุ้งมังกร Phuket Lobster Festival 2016

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2559 เวลา 14:15 น….. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448199

พากินกุ้งมังกร Phuket Lobster Festival 2016

โดย…อชัถยา ชื่นนิรันดร์

มหกรรมเจ้าถิ่นพากินกุ้งมังกร Phuket Lobster Festival 2016 ผู้จัดงานได้รวบรวมร้านค้า ร้านอาหารในโรงแรมต่างๆ ทั่วเกาะภูเก็ต 35 ร้าน มารังสรรค์ Signature Menu ของแต่ละแห่ง โดยการนำเอากุ้งมังกร 7 สีของภูเก็ต ซึ่งมีลักษณะโดดเด่น คือ เนื้อกุ้งที่ใส กรอบ ไม่มีกลิ่นคาว นำมาเป็นวัตถุดิบหลักในการปรุง เสิร์ฟให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชิมกันอย่างจุใจตลอดเดือน ส.ค.นี้

จำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผวจ.ภูเก็ต กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้กุ้งมังกรภูเก็ตเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ตลอดทั้งปลุกกระแสการกินกุ้งมังกรในท้องถิ่น เพราะกุ้งมังกรถือเป็นของดีของภูเก็ตมายาวนาน รวมทั้งสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งมังกรให้สนใจหันมาเลี้ยงกุ้งมังกรมากขึ้น

 

“เพื่อให้สอดคล้องกับที่ภูเก็ตได้รับการยกย่องจากยูเนสโกว่าเป็นเมืองแห่งอาหารโลก ดังนั้นอยากให้ชาวไทยและชาวต่างชาติมารับประทานกุ้งมังกร สุดยอดเมนูเด็ดโดยเชฟชั้นครูจากร้านอาหารชั้นนำของภูเก็ต พร้อมรับส่วนลดราคาพิเศษ” จำเริญ กล่าว

วีระชัย ปรานวีระไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคี ภูเก็ต (วิสาหกิจเพื่อสังคม) กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ นอกจากจะสร้างรายได้ให้กับชุมชนผู้เลี้ยงกุ้งมังกร จ.ภูเก็ต และแถบอันดามันแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์กุ้งมังกรที่สามารถนำไปปรุงอาหารหลากหลายเมนู ทั้งอาหารไทย อาหารฝรั่ง อาหารพื้นบ้าน เป็นต้น

 

“การผลิตกุ้งมังกรสามารถผลิตได้ 10 ต่อ 1 ในช่วงไฮซีซั่น บางส่วนนำเข้ามาจากจังหวัดต่างๆ ในแถบทะเลอันดามัน เราได้ร่วมกับประมง ผลิต ศึกษาวิจัยพันธุ์กุ้งมังกร และผลิตได้ในชุมชน ตอนนี้อยู่ในช่วงวิจัยพัฒนาและบางส่วนนำมาจากพังงาและระนอง การจัดงานตลอดเดือน ส.ค.นี้ ตั้งเป้ายอดขายกุ้งมังกรไม่ต่ำกว่า 3 ตัน คิดมูลค่า 4.5 ล้านบาท” วีระชัย กล่าว

อโนมา วงษ์ใหญ่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากได้ตั้งบริษัท ประชารัฐฯ ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวดีขึ้น โดยจะจัดโครงการท่องเที่ยวแบบโลคัลทัวริสม์ ต่อยอดรายได้ให้เอกชน ชุมชน ร่วมกันส่งเสริมซึ่งกันและกัน คาดการจัดงานเจ้าถิ่นพากินกุ้งมังกรตลอดเดือน ส.ค.นี้ เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท

 

เมซซาลูน่า จานโมเดิร์นสุดอร่อยแกล้มวิวกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2559 เวลา 13:59 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448197

เมซซาลูน่า จานโมเดิร์นสุดอร่อยแกล้มวิวกรุงเทพฯ

โดย…คาเอรุ

เมซซาลูน่า (Mezzaluna) เปิดมาหลายปีดีดักแล้วก็จริง ทว่าหลังจากเพิ่งได้เชฟคนใหม่แกะกล่องจากญี่ปุ่น เชฟเรียวกิ คาวาซากิ ก็เรียกได้ว่าเปลี่ยนโฉมหน้าของอาหารจานเดิมๆ ไปเสียหมดสิ้น กลายเป็นอาหารฝรั่งเศสสุดโมเดิร์น ที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่นตามสัญชาติของเชฟเอาไว้ให้เป็นเสน่ห์ที่แตกต่าง

เรียกได้ว่า เมซซาลูน่า เป็นร้านอาหารหรูที่ตั้งอยู่ในระดับสูงที่สุดของเดอะ โดม ทาวเวอร์ คลับ อาคารเลอบัว ถนนสีลม ณ ชั้นที่ 65 ท่ามกลางวิวพาโนรามาของกรุงเทพฯ ยามเย็นย่ำค่ำ ร้านตกแต่งแบบเรียบง่ายแต่หรูหรา ในห้องอาหารรูปทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวตามความหมายของชื่อร้าน การออกแบบสี แสง เสียง และสไตล์ ได้รับการคิดมาแล้วว่าต้องการจะมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้มาเยือน

 

เมซซาลูน่า เลือกใช้สีธรรมชาติของเฟอร์นิเจอร์และพื้นพรม เพื่อที่จะตัดกับสีสันของอาหารและภาชนะที่พร้อมปรุงสดใหม่ออกมาจัดวางบนโต๊ะรับประทานอาหาร ครัวเปิดที่แสดงให้เห็นการทำงานของเชฟในครัว ยังคงเป็นเสน่ห์ของเมซซาลูน่า ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการรับประทานแต่อย่างใด

อาหารของที่นี่ เสิร์ฟในรูปแบบของเทสติ้งเมนู มีให้เลือกแบบ 4 คอร์ส หรือ 7 คอร์ส พร้อมไวน์แพริ่งรสชาติที่เข้ากันมาให้เสร็จสรรพเรียบร้อย โดยการทำงานร่วมกันของเชฟเรียวกิ และซอมเมอลิเยร์ จะมาเพิ่มประสบการณ์การรับประทานให้สุดๆ ต้องเลือก 7 คอร์สเมนู ที่เชฟบอกว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ ตามแต่วัตถุดิบที่หาได้ในวันนั้นๆ

 

เริ่มต้นคอร์สแรกแบบจี๊ดใจกันเลย กับ Hachimantai Salmon (Rainbow Trout) Confit in extra virgin olive oil ปลาเรนโบว์เทราต์ ตุ๋นในน้ำมันมะกอก ตกแต่งด้วยไข่ปลาแซลมอน เบบีเฟนเนล ส้มยูซู จานนี้เสิร์ฟมาพร้อมไวน์ขาวเชอแนง บล็อง ปี 2013 จากโอบิกวา (Obikwa) เวสเทิร์นเคป แอฟริกาใต้

ตามติดมาด้วย Hamo (Conger Pike) Mousseline ที่มีส่วนผสมหลากหลายอีกเช่นเคย ทั้งหอยกาบ ราวิโอลีและคอนซอมเมเห็ดชองแทรล ตกแต่งด้วยอิดามาเมะ และสาหร่ายซาลิคอร์เนีย เสิร์ฟพร้อมไวน์ขาวจากริโอฆา เฟาส์ติโน 7 (Faustino VII) ปี 2012 จากวินยาร์ดโบเดกาส เฟาส์ติโน ประเทศสเปน

 

Gambe Rosso (Mediterranean Red Shrimp) Poached in ginger butter กุ้งแดงจากเมดิเตอร์เรเนียน เคี่ยวในเนยขิง เสริมรสชาติด้วยหอยเม่น พันนาคอตตาข้าวโพด โฟมรสป๊อปคอร์น และเครื่องแกง แพริ่งมากับไวน์ชาร์ดอนเนย์ เชนเตนาริโอ รีเสอร์เว (Centenario Reserve) ปี 2010 ของกราฟินยา (Graffigna) ซานฮวน อาร์เจนตินา

มาถึงจานปลา Ayu (Sweetfish) Bread crusted เชฟเรียวกิใช้ปลาอายุ เสิร์ฟมาบนครัสต์ขนมปัง ตกแต่งรสชาติด้วยแตงกวา แคนตาลูป โหระพา และแอสพารากัสป่า เสิร์ฟคู่ไวน์วิยอนเยร์ (Viognier) ปี 2013 ของยาลุมบา (Yalumba) จากอีเดน วัลลีย์ เซาท์ ออสเตรเลีย

 

สำหรับจานสัตว์ปีก เชฟเสิร์ฟ Dombes Duck Roasted breast and leg confit เป็ด 2 ส่วน ปรุง 2 แบบ คือ ส่วนอกใช้การอบ และขานำไปตุ๋นในน้ำมัน (กงฟีต์) เติมรสด้วยรากไม้หมักเกลือ ถั่วเขียวอาริโกต์ แวรต์ ผงเบคอน และแบล็กทรัฟเฟิลฤดูหนาวจากออสเตรเลีย เสิร์ฟกับไวน์คิยันติ คลาสสิโก ปี 2014 จากกาสเตลโล บันฟิ (Castello Banfi) อิตาลี

ไฮไลต์ของงานต้องจานนี้เลย Niigata Murakami Wagyu Beef A5 Grilled over white bincho charcoal เนื้อมูราคามิ เอ 5 ซึ่งผลิตออกขายเพียงปีละ 1,000 ตัวเท่านั้น อร่อยนุ่มแบบละลายในปาก เสริมรสชาติด้วยครัสต์แบล็กโอลีฟ เบบีออคโทปุส อาร์ติโชกดองสไตล์โปรวองซ์ และพริกปิกิลโย เสิร์ฟคู่ไวน์บอร์กโดซ์ คลารองแดลล์ รูจ ปี 2011 จากโอต์-บริยง ฝรั่งเศส

 

ปิดท้ายด้วยของหวานจานสวย Mango-Coconut ที่เสิร์ฟมะม่วงในรูปแบบของเจลลี่ มาพร้อมซอร์เบต์มะพร้าวผสมรัม แล้วยังมีพุดดิ้งข้าวโคชิฮิคาริ เกล็ดมะพร้าว และเมล็ดแพสชั่นฟรุตอีกด้วย

ขณะที่เทสติ้งเมนู 4 คอร์สจะประกอบด้วย จานสแน็ก อมูสบุช คอร์สที่ 1 คอร์สที่ 2 ไบลนด์ คอร์ส แล้วก็เมนคอร์ส ซึ่งบางจานก็เหมือนกับในชุด 7 คอร์ส เรียกว่าน่าลองไม่แพ้กัน

สังเกตว่าอาหารของเชฟเรียวกิ คาวาซากิ นอกจากจะผสมผสานหลากหลายรสชาติของตะวันตกและตะวันออก ผ่านการปรุงแบบคลาสสิกผสมสมัยใหม่แล้ว ในแต่ละจานยังมีรสชาติและรสสัมผัสที่ซับซ้อนและหลากหลาย น่าลิ้มลองและค้นหาอีกด้วย

เมซซาลูน่า อยู่ที่ชั้น 65 เดอะ โดม ทาวเวอร์ คลับ อาคารเลอบัว ถนนสีลม เปิดให้บริการเฉพาะมื้อค่ำ วันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 18.00-01.00 น. (ปิดรับออร์เดอร์ เวลา 22.30 น.) การแต่งกาย ลำลองแบบสุภาพ (งดเสื้อยืด/กางเกงยีนส์/รองเท้าแตะ) ควรจองที่นั่งล่วงหน้า โทร. 02-624-9555 รายละเอียดเพิ่มเติม www.lebua.com/mezzaluna

 

สิงหา พาแม่อิ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2559 เวลา 13:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448192

สิงหา พาแม่อิ่ม

โดย…สาโรจน์ มีวงษ์สม

ต้อนรับวันแม่ด้วยการพาท่านอิ่มตลอดเดือน ส.ค. จะอิ่มที่ไหนดีเราจัดสรรมาให้ท่านได้เลือกบอกรักคุณแม่สุดที่รักของท่านเอาไว้ให้ครบครันแล้วครับ

มอบรักแด่แม่ จาก จิม ทอมป์สัน

จิม ทอมป์สัน เรสเตอรองท์ ให้ลูกๆ ได้ตอบแทนความรักให้คุณแม่กับเมนูพิเศษ “ชุดขนมจีนซาวน้ำ” ที่คงตำรับความอร่อยแบบโบราณ ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ คือ เส้นขนมจีนสด จัดเป็นคำๆ เครื่องแจงลอน ที่มีสูตรลับเฉพาะอยู่ที่การปรุง “เนื้อปลากรายสด” เข้ากับ “หัวกะทิ” คั้นสดใหม่ พร้อมด้วยเครื่องเคียงหรือเครื่องซาวน้ำ พร้อมเมนูสุขภาพ ตบท้ายด้วยของว่างสไตล์ไทย และชาสมุนไพรชั้นเลิศ

“ชุดขนมจีนซาวน้ำ” จำหน่ายในราคาชุดละ 490 บาท (ขนมจีนซาวน้ำ จานเดี่ยว ราคา 250 บาท) โดยผู้สนใจสามารถสั่งจองหรือสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ที่ จิม ทอมป์สัน เรสเตอรองท์ แอนด์ ไวน์ บาร์ พิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 โทร. 02-612-3601 และจิม ทอมป์สัน เรสเตอรองท์ แอนด์ เลานจ์ ถนนสุรวงศ์ โทร. 02-235-8932 ระหว่างวันที่ 1 ส.ค.วันที่ 30 ก.ย.นี้

มอบความหวานให้แม่ที่ดาราเทวี

โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความสุขแด่คุณแม่ทุกท่านในวันพิเศษด้วยความอร่อยหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร อาทิ

ชุดเมนูอาหารฝรั่งเศสสุดหรู 5 คอร์ส จากฝีมือเชฟสเตฟาน ให้คุณอิ่มอร่อยกับเมนูตับห่าน ล็อบสเตอร์และมากมาย ในราคาพิเศษเพียง 2,500 บาทสุทธิต่อท่าน พร้อมไวน์ Processo จากประเทศอิตาลี คนละ 1 แก้ว

ชุดเมนูอาหารจีนสุดพิเศษ 7 เมนู ที่ห้องอาหารฟูเจี้ยน ในราคาเพียง 1,200 บาท/ท่าน

อิ่มอร่อยแบบไม่อั้นกับบุฟเฟ่ต์อาหารญี่ปุ่น เพิ่มเมนูซาชิมิปลาทูน่าครีบน้ำเงิน โอเด้งลูกชิ้นปลาญี่ปุ่น ข้าวหน้าปลาดิบรวมพิเศษ ทุกเมนูสดใหม่พร้อมคุณภาพส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ที่ห้องอาหารเรน ในราคาเพียง 1,500 บาท/ท่านพร้อมสิทธิพิเศษทุกความอร่อยกับ “คุณแม่ทานฟรี” เมื่อเฉลิมฉลองกับคนในครอบครัวตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไป โทร. 053-888-888

ซิมพลี ดับเบิ้ลยู เปิดตัวเค้กสุดชิกรับวันแม่

คาเฟ่ชา Simply W (ซิมพลี ดับเบิ้ลยู) ขอเป็นสื่อกลางส่งความรักแด่คุณแม่ทุกคน ด้วยเค้กดีไซน์ใหม่สูตรฝรั่งเศส สีสันสดใสไม่ซ้ำใคร “Miracle Love Mix Berries Cake” ซึ่งเชฟได้แรงบันดาลใจจากการระลึกถึงความรักลึกซึ้งและพระคุณของแม่ จึงเหมาะเป็นของขวัญมอบให้กับคนสำคัญที่คุณรัก โดยได้ครีเอทเค้กรูปทรงกลมสีแดงเข้ม สอดไส้ด้วยครีมวานิลลาหอมละมุน ผสานความเปรี้ยวสดชื่นจาก Mix Berries 4 ชนิด บลูเบอร์รี่, แบล็กเบอร์รี่, สตรอเบอร์รี่, ราสพ์เบอร์รี่ และเคลือบตัวเค้กด้วย Red Chocolate Glaze และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษ ทางร้านขอแนะนำโปรโมชั่นดีๆ เมื่อซื้อเค้กเป็นเซตคู่ ราคาเพียง 280 บาท มาร่วมพิสูจน์ความอร่อยด้วยตัวคุณเอง ได้ที่ร้าน Simply W (ซิมพลี ดับเบิ้ลยู) ทั้ง 5 สาขาในกรุงเทพฯ โทร. 02-911-0046-7 ต่อ 231, 239

บอกรักแม่ด้วยเค้กสุดพิเศษ จากซิงก์ เบเกอรี่

ซิงก์ เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมแสดง ความรักในช่วงเทศกาลวันแม่ ด้วยการเชิญชวนลูกๆ มอบเค้กสุดพิเศษหรือพวงมาลัยคัพเค้กแสนน่ารัก กับเนื้อเค้กนุ่มละมุนลิ้น กลิ่นหอมกรุ่น รสชาติหวานกำลังดี แทนคำบอกรัก เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญสร้างความประทับใจในโอกาสสุดพิเศษนี้ ราคาเพียง 650++ บาท/เค้ก 1 ปอนด์ ส่วนคัพเค้กราคาชิ้นละ 60++ บาท เท่านั้น โทร. 02-100-1234 ต่อ 6485

พาแม่อิ่มที่ห้องอาหารเรือนต้น

ห้องอาหารเรือนต้น คอฟฟี่ช็อป เอาใจคนชอบรับประทานเนื้อ มาชิมเมนู “เนื้อสันในกับกุ้งลายเสือย่างซอส” เนื้อสันในนำเข้าคุณภาพเยี่ยมและกุ้งลายเสือที่เลือกสรรมาอย่างดี นำมาย่างให้สุกตามชอบราดด้วยซอสเนยหรือซอสไวน์แดง ได้รสชาติหวาน นุ่ม เสิร์ฟคู่กับหน่อไม้ฝรั่ง แครอต และมันฝรั่งอบ รสชาติเข้ากัน เชิญมาสัมผัสกันได้ตลอดเดือน ส.ค.นี้

พิเศษสุดเฉพาะวันแม่ 12 สิงหานี้ ตั้งแต่เวลา 11.30-14.30 น. ขอชวนมาตื่นตาตื่นใจอิ่มอร่อยไม่มียั้งกับบุฟเฟ่ต์สารพันเมนูเด่น เมนูดังทั้งคาวหวาน นานาชาติ ถูกใจถูกปากทุกคนในครอบครัว กับราคาสุดประหยัด พร้อมรับโปรโมชั่น มา 6 จ่าย 5 คุ้มจริงๆ ณ ห้องอาหารเรือนต้น โรงแรมมณเฑียร กรุงเทพ ถนนสุรวงศ์ โทร. 02-233-7060 ต่อ 5103

บอกรักแม่ ฉบับเพนนินซูลา

โรงแรมเพนนินซูลา กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกท่านพาคุณแม่มาร่วมฉลองในวันพิเศษของท่าน โดยจัดเตรียมเมนูพิเศษต่างๆ ไว้ให้คุณแม่เลือกสรรทั้งในแบบที่ท่านโปรดปราน ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำ ณ ห้องอาหารริเวอร์ คาเฟ่ แอนด์ เทอเรซ หรืออาหารจีนตำรับกวางตุ้งที่จัดเตรียมอย่างพิถีพิถันเฉพาะสำหรับโอกาสพิเศษ โดยคุณแม่รับประทานฟรี โทร. 02-020-2888

สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ชวนอิ่มอร่อยฉลองวันแม่

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ขอเชิญทุกครอบครัวร่วมเฉลิมฉลองวันแม่อย่างอบอุ่น พร้อมอิ่มเอมไปกับบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวัน ณ ห้องอาหารบราสเซอรี ยูโรป้า เพลิดเพลินไปกับมุมอาหารทะเลสดใหม่นานาชนิด อาทิ ก้ามปูหิมะ กุ้งกุลาดำ หอยนางรม หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ ซูชิ และซาชิมิ นอกเหนือจากอาหารจานหลักที่รังสรรค์ขึ้นอย่างพิถีพิถันจานต่อจาน และเลือกสั่งได้อย่างไม่จำกัด ปิดท้ายมื้อกลางวันสุดพิเศษด้วยของหวานแสนอร่อยนานาชนิด บุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อกลางวันสำหรับเทศกาลวันแม่ ราคา 2,000 บาท++ สำหรับอาหารบุฟเฟ่ต์ พร้อมเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์ และราคา 1,000 บาท++ สำหรับเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี อภินันทนาการสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เมื่อเข้ารับบริการพร้อมผู้ใหญ่ สุดพิเศษสำหรับคุณแม่คนพิเศษ รับประทานฟรี* พร้อมรับของที่ระลึกแทนความรัก โทร. 02-162 9000

คุณแม่กินฟรี ณ โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ

โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ เชิญชวนทุกคนมาร่วมบอกรักคุณแม่ในวันสำคัญ ด้วยอาหารไทยรสเลิศสูตรต้นตำรับ ณ ห้องอาหารมิสสยาม พิเศษ! สำหรับคุณแม่รับประทานฟรีทันที “บุฟเฟ่ต์อาหารไทยพร้อมหลากหลายเมนูอาหารต้อนรับหน้าฝน” ที่มีการรวบรวมอาหารไทยแท้หากินยาก ครบเครื่อง รสชาติจัดจ้าน เผ็ดร้อน อาทิ ต้มส้มปลากระบอก ปลาช่อนแดดเดียว แกงส้มผักรวมกุ้งแม่น้ำ แกงเห็ดใบย่านาง พร้อมด้วยน้ำพริก-น้ำยา รวมไปถึงซุปต่างๆ ที่ได้รับการปรุงแบบสดใหม่

ให้บริการวันศุกร์ที่ 12 ส.ค.ศกนี้ พิเศษ! โปรโมชั่นวันแม่แห่งชาติ เมื่อมาครบ 4 ท่าน คุณแม่รับประทานฟรี! พร้อมภาพถ่ายครอบครัวเป็นที่ระลึก ณ ห้องอาหารมิสสยาม โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ โทร. 02-217-0777

 

ฮิลตัน พัทยา ชวนแม่สัมผัสสุดยอดบุฟเฟ่ต์บรันช์วิวทะเลโรงแรมฮิลตัน พัทยา ขอเชิญคุณแม่และครอบครัวร่วมฉลองวันแม่สากลที่ห้องอาหารเอดจ์ นำเสนอบุฟเฟ่ต์บรันช์นานาชาติที่คัดสรรเมนูไฮไลต์จากหลายทวีปทั้งจากเอเชียและยุโรป อาทิ อาหารทะเลสดๆ และแบบปิ้งย่าง สลัดบาร์ เมนูนำเข้าอย่างหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์และหอยนางรมสดๆ เนื้อวัวคุณภาพระดับพรีเมียมในรสชาติไทยและปิ้งย่าง และตระการตากับโซนขนมหวานที่มีมาให้เลือกสรร พร้อมเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศวิวทะเลของเมืองพัทยา

พิเศษเฉพาะโอกาสนี้! คุณแม่จะได้รับบัตรส่วนลด 20% ทำสปาทรีตเมนต์ที่เอโฟเรีย สปา เมื่อกินบุฟเฟ่ต์สำหรับผู้ใหญ่ตั้งแต่ 4 ท่านขึ้นไปต่อโต๊ะ

บุฟเฟ่ต์บรันช์นานาชาติ ราคาสุทธิท่านละ 1,400 บาท สำหรับคุณหนูๆ อายุ 10 ปี หรือต่ำกว่าทานฟรี พร้อมสนุกกับมุมหรรษาของเด็กๆ

เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. ณ ห้องอาหารเอดจ์ ชั้น 14 โรงแรมฮิลตัน พัทยา สำรองที่นั่งหรือสอบถามเพิ่มเติม โทร. 038-253-000

โอลีฟ เอาใจคุณแม่

โอลีฟ (Olive) ร้านอาหารกรีกที่ผสมผสานกับความเป็นเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างลงตัว ในโอกาสวันแม่ปีนี้จัดโปรโมชั่นพิเศษเอาใจทั้งคุณแม่คุณลูก ด้วยอาหารชุด แฟมิลี่ แวลู เซต (Family Value Set) ด้วยราคาเพียง 1,499 บาท ซึ่งเทียบเท่ากับการ “ไป 4 ท่านจ่ายเพียง 3 ท่าน” ตั้งแต่วันที่ 12-14 ส.ค. 2559 เฉพาะสาขาเอกมัย ซอย 12 สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-713-1112 หรือ 02-713-1133

บาวาร์ชิส่งความสุขวันแม่ รับประทานฟรี

ร้านอาหารบาวาร์ชิ ร้านอาหารอินเดียอันดับหนึ่งของคนกรุงเทพฯ ในโอกาสเทศกาลวันแม่ปีนี้ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ “คุณแม่รับประทานอาหารฟรี” เพียงแค่ลูกพาคุณแม่มารับประทานที่ร้าน คุณแม่จะได้สิทธิรับประทานฟรีทันที ตั้งแต่วันที่ 12-14 ส.ค. 2559 นี้ ที่ร้านบาร์วาชิ ชั้นบี โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ชิดลม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 02-656-0102-3

 

รสเด็ดต้องลอง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายซ้ง รสเยี่ยม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2559 เวลา 12:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448181

รสเด็ดต้องลอง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายซ้ง รสเยี่ยม

โดย…พี่เวส

สาวกคนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อคงรู้จักร้านนี้กันเป็นอย่างดี ก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายซ้ง รสเยี่ยม ที่เปิดเอาใจย่านเหม่งจ๋ายมากว่า 10 ปีแล้ว มาถึงวันนี้ขยายสาขามาให้ลิ้มลองกันถึงซอยลาดพร้าว 101 (ใกล้แยก 48) โดยสาวปิคนิคและหนุ่มโอม ลูกเขยคนเก่ง สองสามีภรรยา ที่รับถ่ายทอดวิชาการทำก๋วยเตี๋ยวให้ถูกปากถูกใจมากว่า 3 ปี จนช่ำชอง บวกกับที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อเป็นทุนเดิม จนกระทั่งมาเปิดร้านใหม่แห่งนี้

 

พี่เวสมีโอกาสพาเวสป้าคู่ใจมาลิ้มลองกันถึงที่ ในฐานะคนรักก๋วยเตี๋ยวเนื้อคนหนึ่งบอกตรงๆ เลยว่ากินแล้วรสชาติไม่ผิดหวังจริงๆ น้ำซุปของเขาเข้มข้นได้ใจ ซึ่งหนุ่มโอมพ่อค้าใจดีเล่าให้ฟังว่ารสชาติของน้ำซุปที่เข้มข้นออกหวานนั้น ใช้กระดูกและเนื้อวัวล้วนๆ ผสานกับเครื่องตุ๋นยาจีน จึงทำให้กลมกล่อมและออกหวานโดยไม่ได้ใช้ผงชูรสปรุงเพิ่มแต่อย่างใด

 

สิ่งที่พิเศษอีกอย่างที่นี่จะขนทัพเนื้อมาเอาใจแบบไม่อั้น ทั้งเนื้อที่แน่นนุ่ม ทางร้านจะเน้นแต่เนื้อน่องซึ่งจะอร่อยและหนึบกว่า ตามมาด้วยเนื้อสด ตับ เอ็น ม้าม ไส้ ขอบกระด้ง ริ้ว ยกเว้นก็แต่หัวใจ เรียกว่าอร่อยแบบครบทุกรสชาติของก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำดีจริงๆ

ร้านเปิดให้ลิ้มรสความอร่อยทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-23.00 น.  โทร. 08-1696-9918

 

คาโกะโนยะ บุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2559 เวลา 12:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448179

คาโกะโนยะ บุฟเฟ่ต์ระดับพรีเมียม

โดย…ซิตี้กาย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

คาโกะโนยะ  (Kagonoya) ชาบู-ชาบูต้นตำรับจากญี่ปุ่น เป็นร้านที่จำลองมาจากร้านโรงเตี๊ยมญี่ปุ่นโบราณอันเป็นที่พักของนักเดินทาง เปิดให้บริการในญี่ปุ่นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1990 และมีสาขาตามหัวเมืองใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นอย่างโตเกียว โอซากา เกียวโต และโกเบ รวมทั้งมาเปิดความอร่อยที่เมืองไทยถึงวันนี้มีด้วยกันถึง 8 สาขาแล้วครับ

 

คาโกโนยะ ร้านนี้เปิดอยู่ที่ชั้น 2 มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ ซึ่งเป็นสาขาแรก ร้านแบ่งเป็น 2 ชั้น บรรยากาศโดยรวมสะท้อนความเป็นโรงเตี๊ยมตามแบบฉบับของญี่ปุ่นเอาไว้ชัดเจน

เมนูของร้านเน้นความเป็นบุฟเฟ่ต์ชาบูชาบูแบบพรีเมียม ที่มีให้เลือกอิ่มอร่อยไว้ 3 ระดับ แต่ละคอร์สมีให้เลือกอิ่มอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อ เบเคอน หมู กุ้งแม่น้ำ หอยแมลงภู่จากนิวซีแลนด์ ปลาหมึก แซลมอน ซูชิ ซาซิมิหน้าต่างๆ รวมไปถึงสลัด อย่างสลัดซีฟู้ด สลัดปูอัด เทมปุระ เต้าหู้ ฯลฯ แล้วอย่าลืมตบท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีม พิเศษอีกอย่างถ้าสั่งคอร์สใหญ่จะเพิ่มเนื้อชั้นดีจากออสเตรเลียให้ลิ้มลองด้วย

 

ไม่นับรวมถึงผักนานาชนิด อย่าง หน่อไม้ฝรั่ง ฟักทอง มันหวาน ข้าวโพดอ่อน ชีส และเห็ดครับ แค่เห็นก็ตาลายกันทีเดียว

ด้านน้ำซุปที่นี่จะมีให้เลือก 6 แบบครับ ซุปสาหร่าย ซุปแกงกะหรี่ ซุปโซบะ โชยุ ซุปไก่ แต่ถ้าต้องการซุปสุกียากี้ และซุปกิมจิ อ่อยังมีอีกหนึ่งน้ำซุปที่เพิ่มเติมมาเอาใจคนบ้านเรา คือ น้ำซุปต้มยำ ที่รสชาติจัดจ้านถึงเครื่องจริงๆ เพิ่มเติมความอร่อยด้วยน้ำจิ้มที่มีให้เลือกอีกหลายรสชาติ เรียกว่าเพลิดเพลินจนลืมเวลาทีเดียวล่ะครับ

 

ร้านคาโกะโนยะ ชั้น 2 มาร์เก็ตเพลส ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. โทร. 02-392-5189

 

Jap Sweet, Treat แบบไทย Red Bean Semifreddo

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 สิงหาคม 2559 เวลา 11:01 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/448168

Jap Sweet, Treat แบบไทย Red Bean Semifreddo

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

 

คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า แทบทุกเชื้อชาติในโลกใบนี้ล้วนแล้วแต่มีขนมหวานที่ทำจากถั่ว จะเป็นถั่วชนิดไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าในแถบนั้นมีถั่วชนิดไหนมาก มีทั้งแบบถั่วเปลือกแข็ง (กลุ่ม Nut) ถั่วในฝัก (กลุ่ม Bean) ยิ่งเป็นประเทศในแถบเอเชียไล่มาจากตั้งตุรกี ดินแดนเปอร์เซีย มาจนถึงอินเดีย เมียนมา ไทย จีน ไปจนสุดขอบเอเชีย ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น มีขนมหวานที่ทำจากถั่วแทบทั้งสิ้น

ถือได้ว่าขนมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์บันทึกไว้ ยังมีลักษณะคล้ายถั่วกวนจากการนำเอาเมล็ดธัญพืช ที่ไม่แน่ชัดว่าเป็นอะไร มากวนและบด บ้างก็ว่าเป็นขนมปังหรือขนมเค้กชนิดแรกของโลกก็ว่าไปนู่น

ที่ถั่วกวนกลายเป็นขนมหวานที่มีอายุยาวนานมาจนถึงปัจจุบัน น่าจะมาจากความเรียบง่ายตั้งแต่การหาวัตถุดิบอย่างเมล็ดถั่ว ที่เก็บได้นาน มีให้ใช้ได้ตลอดทั้งปีเพราะเป็นเมล็ดแห้ง ผู้เขียนคิดว่ามาจากประโยชน์ที่คนโบราณเขาเล็งเห็นแล้วว่า ทำได้ง่าย มีคุณค่าทางอาหาร วางไว้ให้คนทุกวัยรับประทานได้ ไม่ผิดนัก ขนมจากถั่วทำได้ง่าย ทำได้หลากหลายรูปแบบ ในซีรี่ส์การเขียนชุดนี้ ผู้เขียนเริ่มจากถั่วแดงกวนง่ายๆ ยังแตกออกเป็นขนมญี่ปุ่น จากวัตถุดิบไทยๆ ได้หลายรูปแบบ จึงไม่แปลกที่ขนมจากถั่วจะมาแบบเงียบๆ ได้อย่างยาวนาน

ขนมดั้งเดิมของคนญี่ปุ่น เขาแซวกันด้วยอารมณ์ขำขันว่ามีอยู่แค่ 2 อย่างเท่านั้น คือ ถั่วห่อแป้ง หรือไม่ก็แป้งห่อถั่ว ที่แปลกคือความเรียบง่ายแบบนี้ เขารับประทานกันยาวนานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน อาจเปลี่ยนแปลงไปแค่รูปแบบของหีบห่อที่ทันสมัยขึ้น มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่าง Modified Atmosphere Packaging ที่เรียกว่า MAP มาประยุกต์ใช้ง่ายๆ เช่น สารดูดความชื้น สารดูดออกซิเจน เพิ่มแก๊สที่ไม่เป็นอันตรายบางชนิดเข้าสู่หีบห่อ เพื่อยืดอายุขนมให้เก็บได้นานขึ้น เอื้อต่อการวางขาย จึงไม่แปลกที่ขนมญี่ปุ่นโบราณๆ ธรรมดาอย่างถั่วแดงกวนยังคงอยู่ต่อเนื่องจากถึงปัจจุบัน ไม่เชย แม้เรียบง่าย แต่ขายได้ราคาและอยู่ในความนิยมเสมอ

เราว่ากันด้วยถั่วแดงกวนมาในฉบับแรก ผู้เขียนขอเรียกตามฝรั่งว่า Red Bean Jam ฟังดูเพราะและดูน่ารับประทานกว่าคำว่า Red Bean Paste เราใช้ถั่วแดงนางที่ปลูกได้ในเมืองไทยนี่แหละ ต้มให้สุกเปื่อย เคี่ยวให้งวดน้ำแห้ง แล้วเติมน้ำตาลทรายลงไปพอประมาณ ให้รสชาติตรงตามสมัยนิยมที่ไม่หวานจัดและยังคงกลิ่นรสหอมๆ ของถั่วแดงไว้ ไม่ผ่านความร้อนจนเกินจำเป็นจนเสียรูปลักษณ์เนื้อสัมผัสของถั่วแดงไป

 

แยมถั่วแดงที่ว่านี้ เนื้อจะหยาบสักนิดแต่ยังคงมีส่วนที่แหลกละเอียดอยู่บ้าง ทำให้แยมถั่วแดงมีความน่าสนใจในเรื่องของเนื้อสัมผัส ถ้าละเอียดเกินไปก็ไม่อร่อย กินแล้วแน่นๆ ติดเพดานปาก ถ้ายังเหลือเมล็ดถั่วดูเปี่ยมคุณค่าทางอาหารมากกว่า

ฉบับนี้ผู้เขียนนำเอาแยมถั่วแดง มาประยุกต์เป็นขนมหวานแบบกึ่งตะวันตก อยากจะทำเป็นไอศกรีมถั่วแดงแบบง่ายๆ โดยอาศัยหลักการ Semifreddo หวานเย็นผสมนมสไตล์อิตาเลียน

การทำ Semifreddo มีหลักการง่ายนิดเดียวคือ อาศัยวิปปิ้งครีมที่ตีจนขึ้นฟู ตะล่อมกับส่วนผสมที่ต้องการ อร่อยเลิศสไตล์อิตาเลียนเขามี Nocciola หรือ Pistache ที่เอาถั่วพราลีนของเฮเซลนัท หรือพิสตาชิโอ บดให้ละเอียด ตะล่อมกับครีมที่ตีจนขึ้นฟู แช่เย็นจนคงตัวแล้วตัดเป็นชิ้นๆ ได้เป็นลักษณะ “ไอติมตัด” แบบฝรั่ง

เช่นเดียวกัน เราใช้แยมถั่วแดงของเราแทนพราลีน ตะล่อมกับวิปครีมแล้วแช่เย็น ผู้เขียนขอเติมความหวานด้วยนมข้นหวาน อาศัยหลักการเชื่อมโยงรสชาติจากน้ำแข็งไสใส่ถั่วแดง ราดนมข้นที่นิยมรับประทานกันเป็นของหวาน รสชาติที่ได้จึงหอมหวานมันเข้ากับถั่วแดง

หวานเย็นถั่วแดงของเรา สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับภาชนะที่ขึ้นรูปขนม อาจทำเป็นสไตล์ไอติมตัด ถ้าใช้พิมพ์ยาวขนาดใหญ่ รอให้เซตตัวในตู้เย็นก่อนตัดเป็นชิ้นๆ หรือจะเป็นถ้วยขนาดพอดีๆ แม้แต่แก้วขนาดเล็กเสิร์ฟแบบไม่ถอดจากพิมพ์ก็สามารถทำได้

ถ้าติดตามสูตรจากฉบับก่อนๆ จะได้ส่วนประกอบที่จัดจานเสิร์ฟได้กุ๊กกิ๊กขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแป้งดังโงะก้อนกลม วุ้นถั่วแดง เรียกได้ว่าเปลี่ยนบรรยากาศทำขนมญี่ปุ่นง่ายๆ ด้วยวัตถุดิบในประเทศทั้งหมด

Red Bean Semifreddo

ส่วนผสมสำหรับ 10 เสิร์ฟ (ถ้วยขนาดเล็ก)

แยมถั่วแดง Anko แบบหยาบ

ส่วนผสม

– ถั่วแดงนาง เม็ดเล็ก 500 กรัม

– น้ำสะอาด 4-5 ลิตร

– น้ำตาลทราย 350 กรัม

– เกลือป่น 1 ส่วน 4 ช้อนชา

วิธีทำ

แช่ถั่วแดงที่ล้างสะอาดแล้วไว้ข้ามคืน ปิดฝาไว้

วันรุ่งขึ้น ล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำใส่ลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วม รอให้เดือดหรี่ไฟลง หมั่นคนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้นอนก้น

เมื่อถั่วแดงนุ่มเปื่อยดีแล้ว น้ำควรจะเสมอระดับถั่วแดง เติมน้ำตาลทรายลงไปแล้วเคี่ยวต่อจนงวดและถั่วแดงเกาะกัน รอให้เย็นสนิท ก่อนเก็บในภาชนะปิดสนิทในตู้เย็น

Semifreddo

ส่วนผสม

– ถั่วแดงกวน Anko 300 กรัม

– นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ

– วิปครีม 2 ถ้วย

วิธีทำ

ตีวิปครีมให้ขึ้นฟู เป็นริ้ว จากนั้นเติมนมข้นหวานลงไป

ตะล่อมวิปครีมที่ตั้งยอดอ่อนกับถั่วแดงกวน โดยแบ่งวิปครีมเป็น 3 ส่วนเติมส่วนแรกลงไปตะล่อมให้ถั่วแดงนุ่มกระจายตัวก่อน จึงค่อยตะล่อมเข้ากับวิปครีมอีก 2 ส่วน เพื่อให้วิปครีมไม่แตกตัว

เพื่อให้ง่ายในการถอดออกจากพิมพ์อาจเตรียมพิมพ์โดยรองด้วยฟิล์มถนอมอาหารเสียก่อน จึงตักส่วนผสมใส่พิมพ์ที่ต้องการ

แช่เย็นไว้ 4-6 ชั่วโมงขึ้นกับขนาดของพิมพ์ เพื่อให้ขนมแข็งตัวคงรูปร่าง

 

ต๋อง เต็ม โต๊ะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 สิงหาคม 2559 เวลา 12:18 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/447115

ต๋อง เต็ม โต๊ะ

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

เจ้าถิ่นกินดื่มฉบับนี้พาท่านผู้อ่าน แวะไปแอ่วเชียงใหม่ คราวนี้ เราแวะ ย่านถนนนิมมานเหมินทร์ ไม่ได้ไปนานเปลี่ยนแปลงไปมากมาย คับคั่งไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ แต่คราวนี้มีโอกาสแวะทานอาหาร “ร้านต๋อง เต็ม โต๊ะ” จัดว่าเป็นร้านอาหาร บรรยากาศน่านั่ง เมนูมีความหลากหลาย ทั้งเมนูที่เป็นอาหารพื้นเมือง เมนูตามฤดูกาล ซึ่งช่วงจังหวะที่เดินทางยังเป็นช่วงต้นฝน จึงมีเมนูเห็ดที่ขึ้นชื่อ และ 1 ปีจะมีให้รับประทานเพียง 1 ครั้งเท่านั้น และเห็ดที่ว่านี้ก็คือ เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ นั่นเอง

เมื่อเดินเข้าร้านผู้เขียนก็ไม่พลาดที่จะสั่งเมนูเห็ดถอบ ซึ่งโดยเมนูแรกที่เลือกคือเห็ดถอบแกงมะขาม ในความหมายคือแกงแบบใส่กะทิ เพราะเคยทานแกงเห็ดถอบใส่กะทิและกุ้งเยี่ยมมากๆ แต่ที่ร้าน แกงยอดมะขามเห็ดถอบจะเป็นแบบแกงต้ม ใส่น้ำปลาร้านิดหน่อย และใส่เห็ดกับยอดมะขาม เท่านั้น รสชาติถือว่าใช้ได้ เหมาะกับการเดินทาง ที่เหนื่อย ได้ซดน้ำแกงเห็ดมะขาม ชามนี้ทำให้รู้สึกโล่ง คล่องคอดี

 

ถัดมาเป็นเห็ดถอบจิ้มกับน้ำพริกข่า อร่อยไปในอีกรสชาติหนึ่ง เนื้อเห็ดอ่อนกรุบกรอบ จิ้มกับพริกข่าเผ็ดซ่าแซบดี

นอกจากเมนูเห็ดแล้วในร้านยังมีอาหารพื้นเมือง เหนือ คือ จานรวม น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกฮ่อง แคปหมู ทานคู่กับผักต้ม ให้รสชาติอาหารเมืองเหนือดี

 

พลาดไม่ได้ที่จะต้องสั่งคือลาบคั่ว ซึ่งลาบทางเหนือจะต่างจากลาบของภาคอีสาน เพราะลาบคั่วจะมี มะแขว่น เป็นพระเอกชูรส หอมซ่าๆ บอกเลยว่าอร่อยมาก และยังมีเมนู แกงแคไก่ เผ็ดจัดจ้านดี มีผักแกงแคคือแกงผักรวมแต่จะมีผักพื้นบ้านที่ใช้สำหรับแกงแคโดยเฉพาะ มีใบชะพลู ชะอม ซึ่งให้รสชาติหอม เผ็ด บอกเลยเมนูนี้ชอบมาก

นอกจากนี้ ยังมีเมนูแกงผักหวานปลากรอบย่าง หอมปลากรอบมาก ซดกันคล่องคอเลยทีเดียว

 

อย่าลืมหากใครขึ้นไปเชียงใหม่ อย่าลืมแวะไปชิม หากอยากไปเจอร้านที่อบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนกินอยู่กับบ้าน ก็อย่าลืมแวะไป ต๋อง เต็ม โต๊ะ

ถนนนิมมานเหมินทร์

รับรองไม่ผิดหวัง ได้รับประทานอาหารพื้นเมือง หนำใจ

 

 

ทัคคาลบี้ แซ่บแบบเกาหลีที่เมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

05 สิงหาคม 2559 เวลา 17:43 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/447011

ทัคคาลบี้ แซ่บแบบเกาหลีที่เมืองไทย

โดย…พาแลง

เปลี่ยนสไตล์การกินอาหารแบบเดิมๆ มาลิ้มลองรสชาติอาหารเกาหลีสัญชาติไทย พร้อมกระชับความสัมพันธ์ในโต๊ะอาหารให้ใกล้กันมากขึ้นที่ ทัคคาลบี้ (Dak Galbi) ที่เพิ่งเปิดตัวร้านน้องใหม่ลำดับที่ 11 ที่ชั้น 4 เทอร์มินอล ทเวนตี้วัน (Terminal 21) ที่โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์โคเรียน โมเดิร์น วินเทจ โดยจำลองบรรยากาศคาเฟ่ของเกาหลีมาไว้ใจกลางกรุง ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองประหนึ่งนั่งรับประทานอยู่ที่กรุงโซลกันทีเดียว

 

เริ่มใกล้ชิดกันด้วยเมนูไฮไลต์ของร้านอย่าง เมนูเนื้อผัดซอสคาลบี้ วัตถุดิบหลักนำเข้าจากแดนกิมจิ มีให้เลือกหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว ไก่ หมู เบคอน และซีฟู้ด พร้อมผักสดทั้งกะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ เห็ดเข็มทอง เห็ดออรินจิ ต้นหอมญี่ปุ่น และมันฝรั่ง ฯลฯ ผัดในซอสเผ็ดเกาหลีที่เลือกความเผ็ดได้ 2 ระดับ คือ เผ็ดต้นตำรับ และเผ็ดน้อย ก่อนปรับรสชาติให้กลมกล่อมถูกปากคนไทยมากขึ้น

เพิ่มดีกรีความอร่อยไปอีกขั้นด้วยข้าว วุ้นเส้นเกาหลี เส้นท็อกไส้ชีส ไส้กรอก ฯลฯ เลือกได้ตามสไตล์คนกิน ส่วนชีสเลิฟเวอร์ ไม่ควรพลาดฟองดูและลาวา สไตล์ ด้วยมอซซาเรลล่าชีสเต็มปากเต็มคำ นอกจากนี้ที่ทัคคาลบี้ยังมีอีกสารพันเมนูน่าลิ้มลอง เช่น บูลโกกิ อีกหนึ่งซอสยอดนิยมจากเกาหลี เสิร์ฟพร้อมเนื้อหมูหมักที่ผสมผสานความอร่อยระหว่างความหวานของน้ำผึ้งและความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำ หรือจะเป็นกิมจิ จิเกะ ซุปกิมจิที่ผ่านกระบวนการตุ๋น พร้อมด้วยสันคอหมูชิ้นโต เสิร์ฟในหม้อร้อนๆ เพิ่มดีกรีความแซ่บตามแบบฉบับเกาหลี

เสน่ห์ของทัคคาลบี้อีกอย่างหนึ่งคือ มี Dak Galbi Boy มาผัดส่วนผสมต่างๆ ให้ที่โต๊ะ ต่างจากร้านอื่นที่ปรุงเสร็จมาให้จากในครัว ซึ่งข้อดีของการมีพนักงานมาคลุกเคล้าส่วนผสมให้นั้น ทำให้ได้พูดคุยกับพนักงานที่จะคอยอธิบายเมนูต่างๆ ให้รู้จักมากยิ่งขึ้น

สัมผัสประสบการณ์สุดสนุกและชวนกันมาคลุกเคล้าความสนิทให้ร้อนแรงขึ้นได้ที่ทัคคาลบี้ สาขาเทอร์มินอล ทเวนตี้วัน ชั้น 4 โทร. 02-115-0591 พร้อมติดตามเรื่องราวความอร่อยได้ทาง Facebook.com/DakGalbiThailand และ www.dakgalbithailand.com

ทัคคาลบี้มอบสิทธิส่วนลดให้ลูกค้าที่มารับประทานอาหารตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป เพียงสั่งเซตเมนูรายการใดก็ได้ จากนั้นถ่ายรูปโพสต์ลง Facebook หรือ Instagram พร้อมแฮชแท็ก “#รวมกันลดหมู่” จะได้รับสิทธิส่วนลด 50% ทันที สำหรับเมนู Add Ons ไม่จำกัดจำนวน วันนี้-15 ส.ค.เท่านั้น