สูตรน้ำสลัดโฮมเมด Angel Dressing

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 มิถุนายน 2559 เวลา 10:09 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/436650

สูตรน้ำสลัดโฮมเมด Angel Dressing

โดย..สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

สำหรับสูตรน้ำสลัดในฉบับนี้ ผู้เขียนขอมาจากลูกสาวทั้งสองคนเพื่อนำมาลงไว้ในตอน A Well Dressed Bowl ที่ต้องเอ่ยปากขอจากเด็กๆ เพราะทั้งสองสาวเป็นผู้ร่วมปรุงสูตรนี้จนลงตัว และบรรจุขวดขายนำเงินมาสมทบทุนช่วยสร้างห้องสมุด และเบาะนั่งเรียนให้แก่โรงเรียนบนดอยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ลุล่วงไปจนมีเงินบริจาครวมแล้วถึง 9 หมื่นบาท

เด็กๆ ภูมิใจกับรสชาติและรูปลักษณ์ของน้ำสลัดนี้มาก ตั้งชื่อว่า Angel Dressing ด้วยเพราะน้ำสลัดมีสีชมพูอ่อนๆ สวยน่ารับประทาน แถมยังตรงกับคอนเซ็ปต์การกุศล ที่อยากเป็นนางฟ้าคอยช่วยเหลือเพื่อนเด็กๆ เท่าที่เด็กจะทำได้ ทำต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 5 แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนสนับสนุนให้ลูกๆ ทำในแบบที่เราทำได้ และคงทำต่อไป ในตอนแรกเด็กๆ อิดออดเล็กน้อยที่จะนำสูตรมาเปิดเผย เพราะอยากเก็บไว้เป็นสูตรลับเฉพาะของพวกเขา จนอธิบายว่า ไม่ต้องกังวล เราทำเพื่อนำเงินไปบริจาคไม่ได้คิดทำเพื่อกำไรส่วนตัว สูตรนี้มีที่มาที่ไป ขออนุญาตนำมาเผยแพร่เพราะรสชาติเป็นที่ถูกใจของหลายๆ คน

สูตรน้ำสลัดเป็นสลัดน้ำข้น มีมายองเนสเป็นพื้นฐาน เติมซอสมะเขือเทศจนคล้ายกับ Thousand Island Dressing ปรุงรสเพิ่มเติมไปให้จัดจ้านด้วยส่วนผสมมากมาย ชิมรสแล้วเหมือนกับน้ำสลัดของพวก Crab Louis หรือ Shrimo Louis ถึงจะเข้มข้นด้วยมายองเนส แต่รสชาติสดชื่น ไม่หนักจนเกินไป

 

เคล็ดลับของรสชาติอยู่ที่สมุนไพรสดที่สับใส่ลงไป ทั้งผักชีลาว พาร์สลีย์ ให้สีเขียวสวยๆ ทำให้น้ำสลัดดูมีรายละเอียดเพิ่มความน่าทาน ส่วนสีชมพูมาจากสีของซอสมะเขือเทศที่เติมลงไป ใครชอบยี่ห้อไหนไม่จำกัด สีสันที่ผสมออกมาอาจต่างกันเล็กน้อย แต่ความอร่อยใกล้เคียง

กลิ่นหอมในน้ำสลัดนางฟ้า ถ้าเป็นสูตรโฮมเมดที่บ้านเราจะใช้น้ำมะนาวเขียว หรือน้ำมะนาวเหลืองช่วยให้รสชาติสดชื่นขึ้น ถ้าไม่สะดวกสามารถเลือกเป็นน้ำส้มสายชูได้เลย จะได้รสชาติที่จัดจ้านขึ้น มีซอสไก่งวงหรือวูสเตอร์ซอสเป็นเคล็ดลับความอร่อย ส่วนความเค็มมาจากซอสปรุงรสที่จะช่วยให้กลิ่นหอม และมาจากเกลือป่นส่วนหนึ่งที่เติมลงไป แต่งความหวานด้วยน้ำตาลทรายเล็กน้อยจึงจะเป็นที่ถูกปาก

ผักสลัดที่เหมาะกับสูตรนี้เลือกได้หลากหลาย ทั้งผักสลัดแบบใบแข็ง ใบนิ่ม ถือว่าอเนกประสงค์ อร่อยได้ทั้งผักสด ผักลวก และผักต้ม เรียกว่า มีอะไรก็อร่อยไปกับเขาได้หมด แถมยังเข้ากับเนื้อสัตว์ได้ทั้งหมู เนื้อ ไก่ และจำพวกอาหารทะเล มีขวดเดียวทิ้งไว้ในตู้เย็น เป็นประโยชน์มากๆ เลือกรับประทานได้ตั้งแต่มื้อเช้าถึงมื้อเย็น ขออนุญาตไม่พูดถึงข้อมูลอ้างอิงเรื่องแคลอรีเพราะพื้นฐานเป็นมายองเนส อาจมีแคลอรีสูงสักหน่อย แต่ด้วยรสชาติจัดจ้าน ใช้ปริมาณน้อยๆ ไม่อ้วนมาก

อีกเช่นกัน น้ำสลัดโฮมเมด ต้องเก็บไว้ในตู้เย็น เก็บได้เกือบสองอาทิตย์ ถ้าส่วนผสมใหม่ๆ และใช้มายองเนสสำเร็จรูปจะเก็บได้ปลอดภัยกว่ามายองเนสทำเองจากไข่ดิบค่ะ

 

Angel Dressing

ส่วนผสม

มายองเนส แนะนำแบบ Real Mayonnaise 100 กรัม

ปาปริก้า 3 เหยาะ

ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะพูน

น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ

กระเทียมสับละเอียด 2 ช้อนชา

น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะพูน

หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะพูน

ไธม์ 1/4 ช้อนชา

แตงกวาดองแบบหวานสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะพูน

พริกไทยดำบดใหม่ๆ 1/4 ช้อนชา

ผักชีลาวสับละเอียด ครึ่งช้อนชา

ผงกะหรี่ 1/2 ช้อนชา

พาร์สลีย์สับละเอียด ครึ่งช้อนชา

ซอสปรุงรส 1/2 ช้อนชา

ซอสวูสเตอร์เชียร์ ครึ่งช้อนชา

เกลือ 1/4 กรัม

ผักที่แนะนำ

ผักกาดโรเมนหรือคอส

ผักกาดบิบส์

มะเขือเทศจิ๋ว

ถั่วแขกลวกหั่นท่อน

ผักลวกหลากหลายชนิด เช่น บร็อกโคลี่ แครอต ผักโขม หรือแม้แต่ฟักทองต้มสุกและถั่วนานาชนิด

วิธีทำ

ปั่นหรือคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ใส่ภาชนะปิดสนิทเก็บไว้ในตู้เย็นและเขย่าขวดทุกครั้งก่อนเคล้ากับผักสลัด

 

ร้านไล้ ลูกชิ้นปลา ต้มยำแซ่บจี๊ดจ๊าด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

04 มิถุนายน 2559 เวลา 09:57 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435633

ร้านไล้ ลูกชิ้นปลา ต้มยำแซ่บจี๊ดจ๊าด

โดย…สายลม

ถ้าใครเดินทางมาทำบุญหรือปฏิบัติธรรมที่สวนแสงธรรมของหลวงตามหาบัว ถนนพุทธมณฑลสาย 3 หรือจะมาเดินช็อปปิ้งต้นไม้กันที่ตลาดนัดสนามหลวง2 ธนบุรี ต้องไม่พลาดที่จะแวะชิมลิ้มลองก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา “ร้านไล้” ที่ย้ายมาจากพุทธมณฑลสาย 2

ทางร้านมีก๋วยเตี๋ยวเส้นต่างๆ บะหมี่เส้นเหนียวนุ่ม ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้งรสชาติอร่อยไม่มีกลิ่นคาว หรือเย็นตาโฟที่เคี่ยวน้ำโฟเอง มีทั้งก๋วยเตี๋ยวน้ำหรือแห้งให้ชิมได้ตามชอบ โดยมีจุดเด่นที่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ รสแซ่บจัดจ้าน ที่จะลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวคลุกกระเทียมเจียวหอมๆ ที่เจียวใหม่ทุกวัน แล้วราดด้วยน้ำต้มยำ โดยใช้มะนาวสด ปรุงน้ำยำชามต่อชาม ราดไปบนเส้นก๋วยเตี๋ยวพอน้ำขลุกขลิก ที่ให้รสชาติจัดจ้านเข้มข้น มีทั้งต้มยำแห้งและน้ำ

 

มีอีกเมนูที่ไม่ธรรมดา คือ “ไต่ราว” เป็นเกาเหลาเย็นตาโฟแห้ง เสิร์ฟพร้อมเส้นบะหมี่เหลืองทอดกรอบ เวลาทานคลุกเคล้าให้เข้ากัน จะได้ความกรุบกรอบอร่อยเคี้ยวเพลินๆ หรือใครชอบรสชาติจัดจ้าน สามารถสั่งเป็นยำไต่ราวเพิ่มได้ ทางร้านก็จะปรุงยำเพิ่มรสแซ่บให้อีก

เด็ดสุดน่าจะเป็นเกาเหลาต้มยำกระดูกเล้ง กระดูกเล้งที่ทางร้านนำมาต้มทำน้ำซุปรสชาติกลมกล่อมนั่นแหละ นำมาทำเป็นเกาเหลาต้มยำ เมนูนี้ต้องรีบมาสักหน่อย เพราะช่วงบ่ายก็เกลี้ยงหม้อแล้ว

 

นอกจากก๋วยเตี๋ยวแล้ว ร้านไล้ยังมีเกาเหลาเลือดหมูและอาหารตามสั่งเกี๊ยวกรอบทานเล่น เมนูกะเพราที่นี่ก็เด็ด เพราะเป็นผัดกะเพราที่ใส่แต่กะเพรารสชาติจัดจ้าน แม่ครัวแอบกระซิบว่ากะเพราเป็นกะเพราปลอดสารพิษที่ปลูกเองในสวนที่บ้านด้วย และยังสามารถสั่งกาแฟร้าน Ange De Cafe’ กาแฟจากดอยช้างมาทานได้ด้วย

สำหรับราคาเริ่มต้นที่ชามละ 35 บาท ต้มยำ 40 บาท อิ่มกำลังดี แต่หากใครต้องการอะไรเพิ่มเป็นพิเศษก็สั่งตามสะดวก ทางร้านพร้อมให้บริการอยู่แล้ว ใครได้ชิมรับรองไม่ผิดหวัง

ร้านเปิด 09.00-19.00 น. อาหารตามสั่งมีถึงเวลา 15.00 น. หยุดทุกวันพุธ การเดินทางไปร้านให้เข้าถนนพุทธมณฑลสาย 3 อยู่ในโครงการ The Trio Avenue ติดกับรั้วสวนแสงธรรม ก่อนถึงโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด เข้ามาในโครงการอยู่ซ้ายมือด้านหน้าของโครงการ ถ้าใครไปไม่ถูกโทรถามได้ที่ 08-1554-4331, 08-2159-1619

 

 

 

เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น โคโค่ วากิว ศรีสะเกษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มิถุนายน 2559 เวลา 17:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435543

เนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่น โคโค่ วากิว ศรีสะเกษ

โดย…เสนาะ วรรักษ์

เนื้อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น เป็นเมนูยอดฮิตติดลมบนในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมานานแล้ว จากความนิยมอย่างแพร่หลายดังกล่าวทำให้กลุ่มนักธุรกิจสบโอกาสขยายสาขาไปจับกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดกันอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับ ที่ จ.ศรีสะเกษ มีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดให้บริการหลายสาขาด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้น คือ ร้านโคโค่ วากิว หนุ่มนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่แต่งงานกับภรรยาเป็นชาวศรีสะเกษ ซึ่งเปิดให้บริการมาได้ประมาณ 1 ปีแล้ว กระแสตอบรับจากลูกค้าล้นหลาม

ร้านเนื้อย่างสไตล์ญี่ปุ่นแห่งนี้บริหารงานโดย อรรถพันธ์ โรจน์ธีรวนิช ผู้จัดการ ตั้งอยู่กิโล 0 สามแยกถนนขุขันธ์-อ.ขุขันธ์ ตกแต่งร้านเก๋ไก๋ลักษณะเป็นซุ้มอาหาร อาคารถาวร มีบริเวณที่จอดรถกว้างขวาง ด้านหลังติดกับห้วยน้ำคำ ทำให้ลูกค้าที่มานั่งที่ร้านแล้วได้รับโอโซนอากาศบริสุทธิ์กลิ่นอายลูกทุ่ง

อรรถพันธ์ บอกว่า เนื้อย่างญี่ปุ่นเป็นสูตรขนาดแท้ดั้งเดิม มีเมนูให้เลือกรับประทานหลากหลาย เช่น เนื้อวัวญี่ปุ่นที่สั่งตรงจากจังหวัดนางาโนะ เนื้อวัว ออสเตรีย เนื้อแกะนิวซีแลนด์ เนื้อวัวไทยบราห์มัน เนื้อหมู ซีฟู้ดครบชุด ผักปลอดสารพิษ ที่ขาดไม่ได้คือเมนูพิเศษ ไข่ตุ๋น

อรรถพันธ์ บอกอีกว่า หากลูกค้าที่ไม่อยากรับประทานเนื้อวัว ทางร้าน

ก็มีเมนูให้เลือกสั่งรับประทานอีกหลายรายการ ประกอบด้วย เนื่องหนู สันคอ สันใน หมูรวม เบคอน สันคอ ราคาย่อมเยาชุดละ 140 บาทเท่านั้น ซึ่งถูกกว่าร้านบนห้างถึง 3 เท่าตัว

ผู้ที่ชื่นชอบรับประทานเนื้อวัวออสเตรียก็มีเมนู สันคอ เสือร้องไห้ ริบอาย (สันแหลม) จำหน่ายชุดละ 200-260 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาดังกล่าวไม่แพงอย่างที่คิด หากแวะเวียนผ่านมายังภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง หรืออีสานใต้ ก็อย่าลืมมารับประทานเนื้อย่างร้านโคโค่ วากิว ศรีสะเกษ รสชาติอร่อยสไตล์ญี่ปุ่นขนานแท้ ตั้งอยู่กิโล 0 สามแยกถนนขุขันธ์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

 

อินทู เดอะ วู้ดส์ อร่อยชวนฝันในป่าแห่งเทพนิยาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มิถุนายน 2559 เวลา 17:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435541

อินทู เดอะ วู้ดส์ อร่อยชวนฝันในป่าแห่งเทพนิยาย

โดย…พาแลง ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

หลังจากประสบความสำเร็จจากสาขาแรกที่เชียงใหม่ คาเฟ่คอนเซ็ปต์ชวนฝันแบบป่าในเทพนิยายที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากละครเวทีและหนัง Lost In The Woods, Into The Woods จึงเป็นที่มาของชื่อร้านอินทู เดอะ วู้ดส์ (Into the Woods) ก็ถูกยกมาเปิดสาขาที่สองในกรุงเทพฯ ในซอยปทุมวันรีสอร์ท ใกล้สถานีรถไฟฟ้าพญาไท จนกลายเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของคนรักบรรยากาศแบบไม้ๆ และอาหารรสชาติสุดครีเอทีฟ

คาแรกเตอร์ของสาขาที่สองยังเน้นกลิ่นอายความเป็นป่าที่สไตล์และโทนสีแตกต่างจากเชียงใหม่ แต่วัสดุหลักในการตกแต่งใช้ไม้สักเป็นหลัก โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ ทำขึ้นมาใหม่ เก้าอี้ชิงช้าจากเชือกเถาวัลย์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในป่าจริงและเพิ่มลูกเล่นด้วยดีไซน์ของเก้าอี้หูกระต่าย แพะ แกะ และกวาง เพิ่มบรรยากาศให้ขรึมมีเสน่ห์น่าค้นหาด้วยโทนสีที่เข้มขึ้น แบ่งสัดส่วนที่นั่งชัดเจน โดยจะมีทั้งโซนด้านนอก ส่วนด้านในเพิ่มพื้นที่พื้นยกจำลองบรรยากาศคล้ายกับห้องนอนของเวนดี้ ในเรื่อง Peterpan ซึ่งมุมเตาผิงเป็นมุมยอดนิยมสำหรับสาวๆ ที่ชอบถ่ายรูป

 

เมนูอาหารของที่นี่เน้นเป็นอาหารจานเดียวทานง่ายแต่เน้นความคิดสร้างสรรค์ อย่างเมนูสปาเกตตีซอสครีมคาโบน่าร่า ที่นอกจากรสกลมกล่อมของซอสครีมแล้วยังเพิ่มลูกเล่นให้เมนูด้วยไข่แดงสดเยิ้ม แต่ถ้าใครชอบเมนูข้าวต้องลองสั่งข้าวหมูสับคั่วพริกแห้ง ให้รสเผ็ดนิดๆ ส่วนขนมหวานซิกเนเจอร์ของที่นี่ยังมีให้ชิมอยู่โรลเค้กที่มีให้เลือกทั้งรสชาเขียวโรลไส้ครีมวานิลลา ส้มโรลไส้ครีมโยเกิร์ต ช็อกโกแลตโรลไส้ครีมบานาน่า และเรดเวลเวทโรลไส้ครีมชีส แต่เมนูพิเศษที่ให้รสชาติที่แตกต่างและกลมกล่อมคือ Waffle Spicy Honey วาฟเฟิลเนื้อนุ่มเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวนิลลา ราดด้วยน้ำผึ้งป่าที่ผสมผงพริก เรียกว่าจานนี้ได้ทั้งรสและกลิ่นที่หวาน เย็น เผ็ด แนะนำให้เป็นเมนูน่าลองประจำร้าน

 

เคาน์เตอร์เครื่องดื่มของที่นี่เป็นแบบเปิดทำให้เราได้กลิ่นชาและกาแฟเด่นชัดมาก ที่นี่ ใช้เมล็ดพันธุ์อาราบิก้าจากเชียงใหม่ คั่วกลาง ส่วนชาจะใช้ชาเป็นชาโชติชา ดื่มร้อนๆ กับเมนูขนมเข้ากันได้มากทีเดียว ส่วนกาแฟทางร้านแนะนำ Into The Woods เป็นลาเต้ร้อนผสมน้ำผึ้งป่า ให้รสหวานและมีกลิ่นหอมกว่าน้ำผึ้งทั่วไป

ไปสัมผัสบรรยากาศป่าในเมืองที่ อินทู เดอะ วู้ดส์ เดินทางสะดวกใกล้ BTS พญาไท เปิดทุกวันตั้งแต่ 09.00-22.00 น. โทร. 09-6551-6636 เฟซบุ๊ก: intothewoodscafebkk

 

โซดา ซ่า…อร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มิถุนายน 2559 เวลา 17:15 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435537

โซดา ซ่า...อร่อย

โดย…เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ เพลย์กราวด์ บาร์ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี (สีลม)

เมื่อพูดถึงโซดา เราๆ ท่านๆ ก็จะนึกถึงน้ำใสๆ มีฟอง รสซ่าๆ ส่วนใหญ่ใช้ผสมวิสกี้หรือไม่ก็น้ำเขียวดื่ม แต่พอไปเจอของนอกเข้า เห็นเขามีทั้งโซดาวอเตอร์ คลับโซดา ทั้งยังมีโทนิกอีก ขณะที่บางที
น้ำอัดลมอย่างโค้ก เป๊ปซี่ เอส ฯลฯ ก็ถูกเรียกว่าโซดาอีกด้วย แล้วมันต่างกันยังไงล่ะ

เอาเป็นว่า คลับ โซดา (Club Soda) น้ำโซดา (Soda Water) สปาร์กลิ้ง วอเตอร์ (Sparkling Water) เซลต์เซอร์ วอเตอร์ (Seltzer water) หรือฟิซซี่ วอเตอร์ (Fizzy Water) ทั้งหมดก็คือ คาร์บอเนต วอเตอร์ (Carbonated Water) โดยพื้นฐานคือเป็นน้ำอัดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ บางตัวก็จะใส่โซเดียมลงไปด้วย ต่อมาก็มีการพัฒนาใส่น้ำตาล หรือแต่งกลิ่นต่างๆ

กำเนิดของโซดานั้นมาจากการพยายามทำให้น้ำธรรมดามีรสเหมือนน้ำแร่ซึ่งซ่าและมีฟองโดยธรรมชาติเพราะน้ำแร่ที่ผสมอยู่ (ปัจจุบันมีน้ำแร่บางเจ้าที่อัดก๊าซไม่ธรรมชาติเข้าไประหว่างการผลิตด้วย) แรกเริ่มเดิมทีนั้น เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์อย่างเช่น เบียร์ ไวน์ และแชมเปญเองก็มี “คาร์บอเนต” ในขั้นตอนของการหมักอยู่แล้ว แต่พอถึงศตวรรษที่ 16 ก็มีการคิดค้นสปาร์กลิ้งไวน์ขึ้นมา และในศตวรรษที่ 17 นักเคมีก็คิดค้นวิธีการเติมคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในน้ำกลายเป็นโซดา วอเตอร์ ผู้ผลิตเครื่องดื่มโซดาออกจำหน่ายเป็นเจ้าแรกของโลกก็คือ ชเวปส์ ตอนแรกบริษัทตั้งอยู่ที่เจนีวา ก่อนจะย้ายไปลอนดอน

เพราะว่าเครื่องดื่มอัดก๊าซบางสูตรบางเจ้ามีเกลือ (โซเดียม) เป็นส่วนผสมนี่เอง ที่ทำให้ในสหรัฐเรียกว่าโซดา ส่วนเซลต์เซอร์ วอเตอร์ คือน้ำธรรมดาที่อัดก๊าซ แต่ไม่ใส่เกลือ (โซเดียม) ได้ชื่อมาจากเมืองในเยอรมนีที่มีชื่อในเรื่องน้ำแร่ธรรมชาติ ผลิตออกมาเพื่อเป็นตัวเลือกสำหรับคนที่ต้องการดื่มน้ำที่มีรสชาติคล้ายน้ำแร่ในราคาที่ถูกกว่า

 

คลับ โซดา (Club Soda) นั้นก็คล้ายกับเซลต์เซอร์ แต่พยายามที่จะแต่งเติมส่วนผสมอื่นๆ ให้รสออกมาเหมือนน้ำแร่ (ขณะที่เซลต์เซอร์ไม่ได้ปรุงแต่ง) ในส่วนผสมนั้นจะพบว่ามีโพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต และโพแทสเซียม ซัลเฟต อยู่ด้วย แต่จริงๆ แล้วเราจะพบความแตกต่างในน้ำซ่าพวกนี้น้อยมาก สำหรับชื่อของคลับ โซดานั้น ก็ได้มาตั้งแต่เจ้าแรกจากไอร์แลนด์ที่ผลิตออกมาขายตั้งแต่ศตวรรษที่ 18

ส่วนโทนิก (Tonic) นั้นแตกต่างออกไป เป็นเครื่องดื่มรสขมนิดๆ เพราะว่าผสมควินินลงไป เหมาะกับการผสมกับจิน และไม่เหมือนน้ำโซดาประเภทอื่น เพราะว่าโทนิกเป็นน้ำที่มีแคลอรี

การกำเนิดของน้ำโซดานี่ทำให้การดื่มของมนุษยชาติเปลี่ยนไป หลังจากที่ดื่มเพียวกันมานานนมก็ต้องมีน้ำซ่าๆ มาผสม ก่อนจะกลายเป็น “มิกเซอร์” ที่ขาดไม่ได้

เครื่องดื่มผสมโซดาปริมาณเล็กน้อย มักจะมีคำว่า สแปลช (Splash) อยู่ในชื่อ เมื่อนึกถึงเครื่องดื่ม “ซ่าๆ” อีกหนึ่งคำที่ผุดขึ้นมาคือ “ฟิซซ์” (Fizz) ซึ่งเราจะได้ยินและเห็นบ่อยในชื่อของเครื่องดื่ม ทั้งค็อกเทลและม็อกเทล ในตำราของคนทำค็อกเทลนั้น คำว่า ฟิซซ์ นั้นมาจากเสียงฟองฟูฟ่อง สะท้อนแสดงถึงก๊าซ เครื่องดื่มที่มีชื่อเรียกว่า ฟิซซ์ นี้ก็อาจจะผสมด้วยโซดา หรืออาจจะเป็นน้ำอัดลม หรือแม้แต่แชมเปญก็ได้

ในระยะหลังเราได้พบเห็นเมนูเครื่องดื่มที่เรียกว่า “โซดา” ออกมาขายมากขึ้น เป็นอะไรที่ฮิตมากจริงๆ เครื่องดื่มผสมโซดาทั้งหลายนี่ให้ความสดชื่น เหมาะกับอากาศบ้านเรา ทั้งยังอร่อย และสามารถเพิ่มคุณค่าได้ด้วยการใส่น้ำหรือผลไม้สดลงไป คนดื่มก็จะได้คุณค่าทางโภชนาการจากผลไม้เหล่านั้น ผลไม้ที่นำมาผสมนั้นมีมากมายหลาย ไม่ว่าจะมะนาว องุ่น ลิ้นจี่ สับปะรด กล้วย เสาวรส องุ่น บลูเบอร์รี่ ฯลฯ นอกจากนั้นอาจจะมี นม โยเกิร์ต ไอศกรีม ฯลฯ มาเป็นส่วนผสมได้อีก แล้วแต่สูตรใคร

หนึ่งในเครื่องดื่ม “ซอฟต์ดริงค์” ยอดนิยมซึ่งผสมด้วยโซดา เรียกว่า “อิตาเลียน โซดา” ซึ่งผสมง่ายๆ ด้วยโซดากับน้ำเชื่อมน้ำหวาน (ไซรัป) แต่งรสด้วยผลไม้ ไม่ว่าจะเชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ฯลฯ บางสูตรก็จะนำรสชาติของของหวานมาแต่งปรุงเป็นเครื่องดื่ม แต่งด้วยเครื่องเทศ และเครื่องดื่มอื่นๆ อาทิ อมาเรตโต้ ชาอินเดีย (ไช) ช็อกโกแลต เป็นต้น

 

เมื่อเครื่องดื่มอิตาเลียน โซดา บางสูตรมีครีมเติมเข้าไปด้วยก็จะเรียกว่า “อิตาเลียน ครีม โซดา” (Italian Cream Soda) ซึ่งมีอีกชื่อหนึ่งว่า “เครโมซา” (Cremosa) หรือ “เฟรนช์ โซดา” (French Soda) ก็เรียก

หนึ่งในผู้ทำให้อิตาเลียน โซดา แพร่หลายคือ โตรานี ผู้ผลิตไซรัปและเครื่องดื่มของครอบครัวชาวอิตาลี ซึ่งไปลงหลักปักฐานอยู่ที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐ ตั้งแต่ปี 1925 พวกเขาได้นำสูตรอิตาเลียน โซดาแบบคลาสสิกจากเมืองลูคาบ้านเกิดไปเผยแพร่ ก่อนจะทำไซรัปออกมาขายเป็นเรื่องราว และยังคงดำเนินกิจการมาถึงวันนี้ ในขณะเดียวกันทางนิวยอร์กเองก็เคลมว่า พวกเขาเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการคิดค้นอิตาเลียน โซดาด้วยเช่นกัน

เพื่อพิสูจน์ความซ่าและอร่อยของเมนูเครื่องดื่มจากโซดา ไปลองดื่ม “นิวยอร์ก โซดา” จากเพลย์กราวด์ บาร์ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี (สีลม)ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับอากาศร้อนๆ เป็นเครื่องดื่มเย็นๆ ซ่าๆ ที่ขายตลอดเดือน มิ.ย.นี้

เริ่มที่แก้วแรกคือ Minty Fizz โซดารสมินต์ ส่วนผสมหลักคือ น้ำเชื่อมรสมินต์ นอกจากนั้นก็ยังมีเลมอนหั่นซีก และโซดาอีกแก้วเป็นน้ำสีชมพูหอมหวานด้วยรสลิ้นจี่และกลิ่นดอกกุหลาบ เรียกว่า Lychee Rose Breeze ผสมจากน้ำเชื่อมกลิ่น-รสกุหลาบ ตามด้วยน้ำเชื่อมเกรนาดีนสีแดง เนื้อลิ้นจี่สดบดละเอียด และโซดา มีผลลิ้นจี่สดตกแต่งแก้วสวยๆ แก้วต่อมาหวานนุ่มๆ มีกลิ่นเฉพาะตัว Peach Please ใช้พีชพูเรซึ่งเป็นกึ่งของเหลวกับของข้นคล้ายซอส หรือไซรัปกลิ่น-รสพีชผสมกับน้ำแอปเปิ้ลและโซดา ตบท้ายด้วยแก้วนี้ที่แปลกต่าง Tea Collins เป็นโซดารสคล้ายชามะนาว ซึ่งเกิดจากการนำชาเอิร์ลเกรย์มาผสมกับน้ำมะนาว น้ำเชื่อม และโซดา

ใครอยากอร่อยๆ ซ่าๆ ก็แวะชิมที่เพลย์กราวด์ บาร์ ชั้นจี ณ โรงแรมพูลแมน กรุงเทพ จี (สีลม) เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-238-1991

อากาศร้อนๆ แบบนี้ ถ้าได้เครื่องดื่มผสมโซดาซ่าๆ อร่อยๆ สักหนึ่งแก้วละก็ อาจจะไม่ถึงสวรรค์ แต่ก็ใกล้เคียง บอกเลย

 

ร้านลุง อิ่มอร่อยทูอินวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มิถุนายน 2559 เวลา 17:05 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435535

ร้านลุง อิ่มอร่อยทูอินวัน

โดย…สมแขก

แถวเส้นถนนอรุณอมรินทร์ ถ้านึกอยากกินก๋วยเตี๋ยวเรือขึ้นมาให้นึกถึงร้านลุง ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ตรงข้ามวัดเครือวัลย์วรวิหาร ใกล้หอประชุมกองทัพเรือ ซึ่งร้านลุงจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน

ร้านลุง ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา เปิดมานานหลายสิบปี แต่ลูกค้าไม่เคยขาดสาย มีอาหารหลายอย่างให้เลือกกินนอกเหนือจากก๋วยเตี๋ยว เพราะที่นี่เป็นร้านอาหารที่ขายอาหารสองแบบ คือช่วงกลางวันขายก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยาและช่วงเย็นจะขายข้าวต้มราคาประหยัดสบายกระเป๋า แม้ว่าจะมีคนเยอะแต่บรรยากาศร้านแบบเปิดโล่ง และมีที่นั่งค่อนข้างเยอะก็ไม่ได้ทำให้ร้านดูอึดอัด

 

ถ้าจะไปกินก๋วยเตี๋ยวร้านนี้ ต้องไปก่อนเที่ยงหรือเลยเที่ยงวันไปแล้วเล็กน้อย เพราะคนจะเยอะมาก นอกจากก๋วยเตี๋ยว ร้านนี้ยังมีหมูสะเต๊ะและลูกชิ้นปิ้ง รสเด็ดในราคาไม่แพงให้สั่งด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ
มีให้เลือกทั้ง หมูและเนื้อน้ำตก รสชาติก๋วยเตี๋ยวเรือเข้มข้นใช้ได้ แต่ก๋วยเตี๋ยวชามไม่ใหญ่ หากใครกลัวไม่อิ่มอาจจะต้องสั่งเพิ่มอีกหนึ่งชาม ราคาชามละ20 บาท ถ้าสั่งพิเศษ 30 บาท

 

ก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำ ก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำใส ชามละ 30 บาท พิเศษ 35 บาท รสชาติต้มยำเข้มข้นไม่ต้องปรุงเพิ่ม หอมถั่วลิสงคั่วที่โรยหน้าก๋วยเตี๋ยว เพิ่มรสหวานธรรมชาติให้กับน้ำซุปได้ดี และระหว่างรอก๋วยเตี๋ยวก็สั่งหมูสะเต๊ะเรียกน้ำย่อยไม้ละ 5 บาท หนึ่งชุดมี 10 ไม้ เป็นหมูเนื้อแดงไม่ติดมันเนื้อนุ่มไม่แห้ง ไม้ใหญ่ อร่อย น้ำจิ้มออกมันๆ ดีค่ะ ชอบ อาจาดออกเปรี้ยวหวานทานคู่กันเพลินไปเลย ลูกชิ้นปิ้งไม้ละ 10 บาท ลูกชิ้นลูกเล็กแต่เนื้อหนึบๆ เด้งในปากเวลาเคี้ยว น้ำจิ้มรสเด็ดออกเปรี้ยวหวาน อร่อยมาก

 

ก๋วยเตี๋ยวจะขายช่วงเวลา 10.00-16.00 น. หลังจากนั้นเวลา 17.00-01.00 น. จะเป็นช่วงข้าวต้มและอาหารตามสั่ง อย่างต้มยำอยุธยาน้ำใสใส่เครื่องมาเต็มชามรสเปรี้ยวแซ่บ มีเนื้อปลาและพุงปลามาให้ด้วย หรือจะเป็นปลาทอดผัดพริก ปลาสลิดทอดมากรอบๆ ราดกับน้ำยำรสชาติจัดจ้าน โทร. 02-465-1125 หรือ 08-1924-7247

 

อร่อยอย่างคลาสสิก @เดอะ แคปปิตอล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มิถุนายน 2559 เวลา 16:55 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435532

อร่อยอย่างคลาสสิก @เดอะ แคปปิตอล

โดย…ซิตี้กาย ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

บรรยากาศร้านอาหารโทนสีดำอันโมเดิร์นของร้านเดอะ แคปปิตอล ในเครือวอเตอร์ ไลบรารี ที่อาคารเอ็มไพร์ ทาวเวอร์ ชั้น 3 สาทรใต้ ชวนให้ผมนึกถึงฉากร้านอาหารในภาพยนตร์เรื่อง The Godfather เพียงแต่ว่าสิ่งที่ทำให้ผมกำลังนั่งรอไม่ใช่ ดอน วีโต เจ้าพ่อมาเฟีย แต่กำลังรออาหารอิตาเลียนที่เสกสรรปรุงแต่งจากฝีมือเชฟที่คร่ำหวอดในวงการอาหารอิตาเลียนมากว่า 10 ปี ในบรรยากาศของร้านอาหารในสหรัฐยุคเซเวนตีส์ ทุกอย่างดูคลาสสิกเคร่งขรึม ทว่าให้ความรู้สึกผ่อนคลายอยู่ในที

พาสต้าล็อบสเตอร์เป็นเมนูจานแรกถูกนำมาวางที่โต๊ะ ล็อบสเตอร์ไซส์ยักษ์เต็มจานทำเอาตาลุกวาว ที่น่าปลื้มไม่แพ้กันก็คือกลิ่นหอมๆ ของพาสต้า ที่ให้เส้นเหนียวนุ่มรสชาติอร่อยกลมกล่อม สมกับเป็นเมนูใหม่ที่เป็นซิกเนเจอร์ ดิช ของเดอะ แคปปิตอล ที่ลูกค้าไม่ควรพลาด

ความอร่อยยังมีอีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเมนู เดอะ แคปปิตอล ฟีสต์ (TheCapital Feast) เมนคอร์สที่ให้เราเลือกระหว่างกุ้งล็อบสเตอร์กับเนื้อเทนเดอลอยน์นำเข้าจากออสเตรเลียย่าง รับประทานคู่กับกระเทียมและเฟรนช์ฟรายส์ หรือผักสลัดอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจุดเด่นของเมนูนี้อยู่ที่การย่างด้วยถ่านขาวญี่ปุ่น ซึ่งให้ความร้อนและกลิ่นอายเฉพาะตัวเสริมรสชาติอาหารให้อร่อยยิ่งขึ้น

เมนูสุดพิเศษในกลุ่มเมนูเชฟส์ สเปเชียล อย่าง บีฟ รอสสินี เนื้อเทนเดอร์ลอยน์ย่าง หนานุ่มชุ่มหอมอยู่ด้านบนชั้นผักโขมและมีฟัวกราส์วางปิดหน้า และราดซอสไวน์แดงผสมเห็ดทรัฟเฟิล ที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมอร่อยเฉพาะตัว รสชาติอร่อยเข้มข้น

หากคุณกำลังมองหาร้านอาหารสำหรับคนพิเศษในวันพิเศษ ร้านเดอะ แคปปิตอล คือหนึ่งในตัวเลือกที่เราอยากแนะนำ ร้านเปิด 2 ช่วง มื้อกลางวันเวลา 11.30-14.00 น. และมื้อค่ำเวลา 17.00-22.00 น. โทร. 06-1852-5451 และ09-4726-7777

 

A Well Dressed Bowl Sesame Miso Dressing สูตรน้ำสลัดงาขาวไข่แดงมิโซะ หอมกลิ่นเสน่ห์เฉพาะตัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

03 มิถุนายน 2559 เวลา 11:58 …. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/435425

A Well Dressed Bowl Sesame Miso Dressing สูตรน้ำสลัดงาขาวไข่แดงมิโซะ หอมกลิ่นเสน่ห์เฉพาะตัว

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

งาขาว วัตถุดิบอาหารเม็ดเล็กจ้อยแต่ทรงพลังทางในด้านความสามารถในการสื่อสารทางด้านอาหารอย่างแท้จริง ถ้าคุณผู้อ่านยังไม่เชื่อลองจินตนาการถึงภาพหมูย่างหรือเนื้อย่างสักหนึ่งชิ้น เราอาจยังบ่งบอก จำแนกรสชาติ หรือสัญชาติของอาหารจานนั้นไม่ได้เท่าไหร่นัก แต่หากอีกนาทีถัดมา มีงาขาวโรยอยู่ด้านบนแล้วละก็ สามารถเดาได้คร่าวๆ เลยว่า หมูย่างหรือเนื้อย่างจานนี้ ต้องมีความเป็นเอเชียอยู่แน่นอนผู้เขียนในฐานะที่ทำงานในด้าน Food Styling และถ่ายภาพอาหารมา ต้องขอยกให้งาขาวเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์เล็กๆ ที่บ่งบอกความเป็นอาหารของซีก “ตะวันออก” หรือสไตล์ Oriental ได้อย่างง่ายที่สุดและลงทุนต่ำที่สุดเลยก็ว่าได้ ถ้าเมื่อไหร่มีงานเอเชียๆ ทั้งอาหารจีน เกาหลี หรือญี่ปุ่น ต้องจัดให้มีงาขาวเป็น “พร็อพ” ตกแต่งอาหารไว้ใกล้ๆ มือเลย

ที่เป็นเช่นนี้คงเป็นเพราะงาขาวถูกใช้เป็นวัตถุดิบที่ใช้ในอาหารหลายๆ จาน จนติดตาคนทั่วโลก ไม่เพียงแต่ให้อาหารดูสวยงามน่ากิน ยามเมื่อมีเม็ดเล็กๆ สีครีมๆ โรยอยู่ด้านบน ตัดกับสีเขียวๆ ของต้นหอมหรือสาหร่ายทะเลที่มักร่วมตกแต่งอยู่ด้วย งาขาวที่คั่วจะเมล็ดพองสีเข้มขึ้น ยังช่วยให้งาขาวมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากน้ำมันที่อยู่ในเมล็ด นี่แหละเสน่ห์ของงาขาว

วัตถุดิบในการทำน้ำสลัดใน Well Dressed Bowl ของเรา ที่ผู้เขียนใช้บ่อยที่สุดก็คือ งาขาวนี่เอง นอกจากชอบในกลิ่นหอมๆ และรายละเอียดของเม็ดงาที่ทำให้สลัดดูน่ากินขึ้นแล้วด้วยนั้น ผู้เขียนยังชอบในความหลากหลายของรสชาติที่เมล็ดงาเม็ดเล็กๆ ช่วยทำให้น้ำสลัดมีได้หลายรสชาติ หลายสูตรที่ล้วนแล้วแต่ลงตัวทั้งนั้น

 

หนึ่งในสูตรที่ถือได้ว่าทำบ่อยที่สุด คือ Sesame Miso Dressing ทำได้ง่ายมากๆ และน่าแปลกใจที่ต้นทุนของน้ำสลัดนี้ไม่ได้สูงอะไรนัก แต่เมื่อน้ำสลัดทำสำเร็จกลับถูกขายเป็นขวดๆในราคาที่สูงเอาการคงเป็นเพราะรสชาติและหน้าตาที่ดู “Hi-End” ขึ้น

เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากแนะนำสำหรับสูตรนี้คือ ต้องใจเย็นๆ คั่วงาขาวให้พองหอม เมล็ดงาสีเข้มขึ้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ จึงจะให้รสชาติน้ำสลัดสูตรนี้อร่อยขึ้นได้ ผู้เขียนเองเคยใจร้อน คั่วงายังไม่หอมดีแล้วนำมาปรุงเป็นน้ำสลัด รับรู้รสชาติที่แตกต่างได้ชัดเจนว่าไม่หอมอร่อยนัก การคั่วงาจึงถือเป็นรายละเอียดสำคัญ

สูตรนี้มีความเค็มจาก 2 ส่วน คือ มิโซะและโชยุ ต้องจัดสมดุลรสชาติให้ดี อย่าให้โชยุเยอะเกินไปจนแย่งซีนมิโซะที่ใช้ ชนิดของมิโซะที่เลือกมาก็สำคัญไม่แพ้ส่วนผสมอื่นๆ แนะนำให้เลือกเป็นมิโซะชนิดสีอ่อน ที่เรียกว่า Shiro Miso ซึ่งจะให้กลิ่นหอมๆ มิโซะ ไม่เค็มจนเกินไป แถมออกรสหวานนิดๆ แต่ถ้ามิโซะสีน้ำตาลเข้มๆ อาจใช้ในปริมาณน้อยลงจากในสูตร หรืออาจต้องไปเพิ่มน้ำตาลทรายและน้ำส้มสายชูจากข้าวเพิ่มเติมไปอีก

สำหรับชนิดของผักที่เข้าคู่กับน้ำสลัดได้เป็นอย่างดีคือ กลุ่มผักสลัดใบนิ่มๆ หรือใบกรอบๆ ได้ทั้งหมด ถ้าเป็นผักสลัดใบกรอบ สีเข้มๆ อย่าง Cos อาจต้องใช้น้ำสลัดเยอะขึ้นนิดนึงถึงจะอร่อย ผู้เขียนชอบใส่กระเจี๊ยบสด ไช้เท้าซอยลงไปด้วยเพราะเข้ากับน้ำสลัดสูตรนี้ได้เป็นอย่างดี แถมยังให้ประโยชน์ครบถือเป็นอีกหนึ่ง Well Dressed Bowl เลย

Sesame Miso Dressing

สำหรับน้ำสลัดสูตรนี้มีส่วนผสมของไข่แดงดิบ แนะนำให้เลือกไข่ไก่สดๆ และเมื่อปรุงเป็นน้ำสลัดแล้วควรเก็บไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา

ส่วนผสม

งาขาว 20 กรัม

มิโซะ 3 ช้อนโต๊ะ

น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ

ซีอิ๊วญี่ปุ่น 2 ช้อนโต๊ะ

น้ำส้มสายชูจากข้าว 120 กรัม

ไข่แดง 1 ฟอง

น้ำมันสลัด 30 กรัม

วิธีทำ

คั่วงาขาวในกระทะ หม้อ หรือกระทะเคลือบขนาดเล็กๆ จะได้คนได้ง่ายๆ คั่วที่ไฟอ่อนอย่างใจเย็นๆ จนงาขาวเปลี่ยนจากสีครีมเป็นสีน้ำตาล

ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในโถปั่นน้ำผลไม้ หรือโถปั่นละเอียดชนิดที่ใช้ ปั่นส่วนผสมทุกอย่างให้เนียนเข้ากัน ปรับรสตามชอบ

ส่ขวดปิดฝาให้แน่น แช่เย็นไว้จนกว่าจะใช้

 

พิซซ่า ละมุน ที่ ‘Wine Connection’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

28 พฤษภาคม 2559 เวลา 09:21 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/434411

พิซซ่า ละมุน ที่ ‘Wine Connection’

โดย…สิทธิ ปูทะเลย์

เพื่อนๆ น้องๆ ชวนไปทานพิซซ่า ด้วยคำชวนว่า อร่อยไม่แพงอย่างที่คิด ในฐานะที่ผู้เขียนเคยอ้วนเพราะหลงรสความอร่อยของเจ้าขนมในถาดไม้กลมมาก่อนหน้านี้ ก่อนจะเลิกราไป(ไม่กี่เดือน) จึงเห็นควรไปทดลองร้านนี้(ซะหน่อย) … และหลังจากนั้นก็แวะซ้ำไปอีกหนึ่งครั้งในรอบ 3 เดือน

ร้าน “Wine Connection” ที่ K-Village หลังห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ถนนพระรามที่ 4 ซอยสุขุมวิท 26 ตรงข้ามโลตัสพระราม 4 เป็นร้านอาหารสไตล์อิตาเลี่ยน บรรยากาศนั่งสบาย จัดแต่งได้น่านั่ง และพนักงานบริการดี ดูจากภายนอกอาจคิดว่าอาหารน่าจะราคาแพง แต่หลังเข้าไปนั่งดูรายการอาหารแล้ว ยังเป็นราคาที่พอจะจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 150  บาทขึ้นไป  แต่ที่สำคัญอาหารรสชาติดี ต่างจากบางร้านที่เริ่มดังแล้วไม่คุมคุณภาพอาหาร จนผู้เขียนเลิกไปทาน ซึ่งต้องออกตัวก่อนว่า แต่ละครั้งที่นำมาเขียน คือไปทานเอง เสียเงินเอง ไม่เคยโทรไปขอสัมภาษณ์ และให้ร้านจัดอาหารพิเศษมาให้เพื่อการถ่ายภาพ ดังนั้นแต่ละเรื่องคือเหตุการณ์ จริง ล้วนๆ อิ…อิ…

 

จานแนะนำ  แน่นอนว่า  พิซซ่า สารพัดหน้า ตามแต่ความชอบ ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 160 บาท/ถาด ขนาด  8 ชิ้น  แป้งบาง เครื่องเยอะ ชีสอร่อย  อันนี้ต้องบอกว่าผู้เขียนชอบชีสมาก ปกติไปกินที่ไหนต้องขอเพิ่มชีส แต่หลังจากกินที่นี่มาแล้วก่อนหน้า มาครั้งนี้เลยไม่สั่งเพิ่มชีส เพราะที่ร้านเขาใส่ให้กำลังดี  จัดหน้าตาสวย ไม่เละเทะแบบสุกเอาเผากินแบบบางร้าน ที่คนจัดหน้าสักแต่ใส่เครื่องให้ครบ พอตัดแบ่งแล้ว บางชิ้น เครื่องเคราไม่ครบ (ซะงั้น)

อีกจานที่สั่งมา เพราะเกรงว่ากินพิซซ่า อย่างเดียวจะไม่อิ่ม คือสเต๊กหมู พอร์คชอป  200 กว่าบาท ชิ้นใหญ่อิ่มตื้อ เจ้าค่ะ  …หลังรับประทานแล้ว ขอบอกเลย จานนี้ต่อไปสั่งซ้ำแน่ เพราะเนื้อหมูย่างได้อร่อยชุ่มฉ่ำ กำลังดี ไม่แห้งเหมือนสเต๊กร้านอื่น  ผักเครื่องเคียงก็อร่อย เช่น มันฝรั่งทอด ที่ปกติอิฉันไม่ชอบ ที่ไหนใส่มา ลองชิมชิ้นเดียว แต่ในจานนี้ อร่อยดี… หั่นเป็นชิ้นทั้งเปลือก ทอดโรยเกลือนิดหน่อย ทานแกล้มอร่อยดี

ส่วนสปาเก็ตตี เนื่องจากอิฉันเป็นพวกชอบอาหารเส้น  ฉะนั้นกินมาหลายเจ้า หลายร้าน ตั้งแต่ราคา 25 บาท 35 บาท  ยันหลายร้อยบาท ขอยกให้ที่ได้คะแนนเกือบ  5  ดาว อร่อยจริงๆ เครื่องผัดอร่อยจริง  ก่อนหน้าน้องๆ ทานสปาเก็ตตีผัดใส่ซอสโหระพา ชื่อเขาจะเขียนแบบฝรั่ง (เพสโต)  แต่อิฉันเรียกโหระพา ก็ว่าหอมอร่อยโรยน้ำมันมะกอกนิดก็เรียกรสขึ้นมาอีกหน่อย แต่วันก่อนทานแบบเผ็ด พนักงานยกมาเสิร์ฟ ควันฉุย ใช้ส้อมพันเส้น ควันยังฉุยติดเส้นขึ้นมาเลย พอกินปุ๊บ อิฉันติดใจเลย เครื่องปรุงจัดจ้านมาก ความมัน เค็ม เผ็ดพอเหมาะพอสม กลมกล่อมเคล้าเส้นอ่ะ บางร้าน เส้นไปทางเครื่องไปทาง…ถูกใจๆ ครั้งต่อไป  สั่งอีกแน่จานนี้

สำหรับคอไวน์… อิ…อิ… แนะนำไม่ได้เจ้าค่ะ เพราะอิฉันไม่มีความรู้ด้านนี้ แถมไม่ดื่มอีกต่างหาก เป็นกลุ่มคนประเภท จิบ… ชิม… เท่านั้น … ไม่เชี่ยวชาญ เจ้าค่ะ

 

ต้มเลือดหมูอากง อร่อย…ฝีมือกุ๊กเมืองนอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

27 พฤษภาคม 2559 เวลา 17:23 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/434318

ต้มเลือดหมูอากง อร่อย...ฝีมือกุ๊กเมืองนอก

โดย…เสนาะ วรรักษ์

หากท่านผู้อ่านเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองลำดวน จ.ศรีสะเกษ ผ่านถนนโชคชัย-เดชอุดม ตรงหลักกิโลเมตรที่ 326 อ.กันทรลักษ์ หิวท้องร้องก็อย่าลืมแวะร้านอากงซุปเปอร์เกาเหลาเลือดหมู แค่สั่งต้มเลือดหมูกับข้าวเปล่าก็อิ่มสบายท้อง เพราะต้มเลือดหมูที่สั่งแต่ละถ้วยจะหั่นชิ้นใหญ่ๆ ประกอบด้วย เนื้อหมู เครื่องในหมู เลือด ตับ และ ผักขึ้นฉ่าย เสิร์ฟพร้อมน้ำต้มกระดูกหมูสูตรจีนโบราณขนานแท้ ไม่ใส่ผงชูรส

ร้านแห่งนี้บริหารงานโดยสุพล ศศิรัตน์กุล ซึ่งพื้นเพเป็นชาวกรุงเทพฯ แต่กำเนิด อดีตเคยไปทำงานเป็นกุ๊กอยู่ร้านอาหารไทยที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลียหลายสิบปี แต่เบื่อหน่ายเมืองนอกจึงตัดสินใจกลับประเทศไทยมาเปิดร้านอากงซุปเปอร์เกาเหลาเลือดหมู ที่ จ.ศรีสะเกษ มาแล้ว 3 ปี สาเหตุที่มาเปิดที่นี่เพราะเป็นลูกเขยชาวเมืองลำดวน

สุพล บอกว่า หากเดินทางมาจาก จ.นครราชสีมา เข้าเขต อ.กันทรลักษ์ ก็ขับรถมาเรื่อยๆ พอถึงสี่แยก ศรีสะเกษ-กันทรลักษ์ วิ่งตรงไปทางเส้นเดชอุดม เข้าเขต ต.ตระกาจ อ.กันทรลักษ์ ผ่านสะพานห้วยตามาย ประมาณ 2 กม. ขวามือเป็นโรงเรียนประชาสามัคคี มองไปเห็นป้ายข้างทาง ซ้ายมือจะเป็นสวนทุเรียนที่มีชื่อเสียงของ จ.ศรีสะเกษ เรียกว่า บ้านซำตารมย์ ร้านอากงมีเมนูซุปเปอร์เกาเหลาเลือดหมู นอกจากมีเมนูเด็ดต้มเลือดหมูแล้วยังมีอาหารตามสั่งทุกอย่าง อาหารที่ขึ้นชื่อ คือ ข้าวขาหมู กินแล้วติดใจขอบอก

สุพล บอกอีกว่า เคล็ดลับข้าวขาหมู สูตรเจ้าตำรับจีนโบราณขนานแท้ โดยใส่เหล้าจนผสมกับต้มขาหมูด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูพิเศษ ต้มยำหัวปลาแซลมอน จระเข้ผัดเผ็ด ซึ่งแต่ละวันจะมีนักเดินทางผ่านถนนสายนี้ไป จ.อุบลราชธานี แวะมารับประทานไม่ขาดสาย หลังจากรับประทานอาหารอิ่มท้องแล้ว หากมีเวลาว่างก็สามารถแวะเวียนซื้อ เงาะ ทุเรียน มังคุด ข้าวโพด เป็นของฝากญาติมิตรในราคาย่อมเยา