บะหมี่ชากังราว ร้านดังเมืองกำแพงเพชร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 พฤษภาคม 2559 เวลา 17:35 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/431817

บะหมี่ชากังราว ร้านดังเมืองกำแพงเพชร

โดย…ชายโย

เมื่อเอ่ยคำว่า ชากังราว บ้างก็นึกถึง จ.กำแพงเพชร บ้างก็นึกถึงเฉาก๊วยชากังราว แต่วันนี้มากำแพงเพชร ถ้าไม่ได้กินบะหมี่ชากังราว ก็เรียกได้ว่าพลาดร้านอาหารอร่อยประจำจังหวัดไปอย่างน่าเสียดาย

ร้านบะหมี่ชากังราว เป็นร้านอาหารที่เปิดมายาวนานกว่า 60 ปี มีเอกลักษณ์ความอร่อยด้วยเส้นบะหมี่ทำมือ ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนราชดำเนิน 1 ปากซอย 9 อ.เมือง จ.กำแพงเพชร (สอบถามเส้นทาง โทร. 055-712-446) บรรยากาศภายในร้านเป็นแบบตึกแถว 1 คูหา เปิดขายช่วง 09.00-15.00 น.ทุกวัน แนะนำให้เดินทางมาก่อนเวลาเที่ยงหรือหลังเที่ยงไปแล้วสัก 1 ชม. เพราะลูกค้าค่อนข้างเยอะ และไม่มีที่จอดรถ

เมนูเด่นของร้านคือบะหมี่น้ำต้มยำ ในชามมีเส้นบะหมี่มีเหลืองอ่อนนุ่มน้ำซุปหอมกลมกล่อม เนื้อหมู ถั่วฝักยาวฝาน โรยด้วยผักชีฝรั่งโรยหน้า ก่อนรับประทานก็เติมถั่วงอกบีบน้ำมะนาวปรุงรสตามความชอบแค่นี้ก็อร่อยสุดๆ เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม หอม รสชาติเข้ากันดีกับน้ำซุปกลมกล่อม มีความคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอยู่บ้างแต่ต่างกันที่ไม่ใส่ผักบางอย่างลงไปเท่านั้น

อาจจะเป็นเพราะเป็นก๋วยเตี๋ยวสูตรพื้นบ้านที่แพร่หลายในเขตภาคเหนือตอนล่าง จึงมีความคล้ายกันอยู่บ้าง ถามว่าสูตรไหนอร่อยกว่า ก็ต้องบอกว่าอร่อยกันคนละแบบ มีเสน่ห์กันคนละอย่าง กับราคาชามละ 30-35 บาท ก็ถือว่าใช้ได้ เป็นอีกร้านที่อยากจะบอกว่ามาเถอะอร่อยแบบไม่เสียดายเงิน

 

เครื่องทองแดงใช้ก็ดีแขวนก็สวย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 พฤษภาคม 2559 เวลา 11:28 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/431676

เครื่องทองแดงใช้ก็ดีแขวนก็สวย

โดย…สุธน สุขพิศิษฐ์

เมื่อ 4 อาทิตย์ที่แล้วผมชวนให้ใช้ของในครัวแบบย้อนยุค ครั้งนี้เปลี่ยนแนวเป็นของทันสมัยบ้าง เป็นเครื่องทองแดงครับ ถ้านึกไม่ออกลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของ Williams-Sonoma ซึ่งเป็นเว็บที่ขายของใช้ในบ้านที่ทันสมัยเลิศ และมีโชว์รูมกระจายอยู่ทุกเมืองสำคัญของอเมริกา นอกจากจะลานตากับของใช้ต่างๆ แล้ว จะเห็นหม้อ กระทะที่ทำด้วยทองแดง หลายๆ แบบหลายๆ ขนาด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของฝรั่งเศส น่าใช้ครับแต่แพงระเบิด แค่หม้อใบเดียว ราคาตั้งแต่ 200-350 เหรียญสหรัฐ เครื่องทองแดงมันมีข้อดีตรงที่มันให้ความร้อนได้เร็ว แต่ก็มีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่ตัวหม้อ กระทะ นั้นเป็นทองแดง แต่มือจับเป็นทองเหลือง เวลามันอยู่บนเตามันร้อนต้องใช้ถุงมือกันความร้อนจับ แล้วอีกอย่างต้องคอยขัดไม่ให้มันหมอง แต่ถึงจะมีดีมีเสียอย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าหลายคนคงอยากได้ เพราะมันสวยดูโก้กว่าเครื่องสเตนเลส

ความจริงเครื่องใช้ประเภททองแดง ทองเหลือง นั้นมันไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ชาวเอเชียก็ใช้มาเก่าแก่ เมืองไทยเองในสมัยก่อนไม่ได้ใช้เครื่องทองแดง แต่ใช้เครื่องทองเหลือง เป็นการทำด้วยมือโดยช่างชาวจีน ซึ่งถ้าลองมองย้อนหลังแล้ว มีมากมาย อย่าง ขันน้ำ พานรอง ช้อน ส้อม ทัพพี เชี่ยนหมาก ชุดขายกาแฟโบราณทั้งหม้อต้มน้ำ กระบวย หรือก้านถุงผ้าชงกาแฟทุกอย่างเป็นทองเหลืองหมด หม้อก๋วยเตี๋ยวโดยเฉพาะก๋วยเตี๋ยวแคะ ที่ลักษณะเหมือนหาบ มีช่องกระจกใส่ลูกชิ้นต่างๆ หาบตือฮวนที่มีครอบกระจกหุ้มด้วยทองเหลืองโชว์ตือฮวน หม้อนึ่งที่เรียกว่าลังถึงก็ทองเหลือง ยังเห็นร้านขายขนมจีบในถนนแปลงนามที่ขายดิบขายดีก็ยังใช้อยู่ หม้อไฟสมัยก่อนก็ทองเหลือง แตรบีบทองเหลืองของก๋วยเตี๋ยวเรือ กระดิ่ง กระทะทองเหลืองนี่ทุกบ้านต้องมี พูดถึงกระทะทองเหลืองเมื่อหลายปีก่อนผมเดินหาของกินตอนกลางคืนที่เยาวราช เจอแผงขายก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ในซอยอิสรานุภาพ ผัดก๋วยเตี๋ยวทีละชามด้วยกระทะทองเหลืองดูน่ากิน ใช่แล้วมือเก่าแน่ๆ แต่ Dogs no eat เพราะกระทะทองเหลืองแท้ๆ ที่ชวนให้กิน ภายหลังเครื่องทองเหลืองโดนเครื่องอะลูมิเนียม สเตนเลส สำเร็จโทษไปเรียบร้อย

 

ผมมาหลงใหลเครื่องทองแดงครั้งแรกเมื่อ 28 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเมืองจีนเพิ่งเปิดประเทศไม่นาน ผมกับเพื่อนไม่กี่คนไปยูนนาน เพื่อไปดูทะเลสาบเอ่อไห่หรือสมัยก่อนไทยจะเรียกว่า หนองแส ซึ่งนักประวัติศาสตร์รุ่นพ่อหลายคนเชื่อตามฝรั่งว่า คนไทยหรือคนไตเคยอยู่ที่นั่นแล้วอพยพมาตามแม่น้ำหวงเหอ มาอยู่ที่แหลมทองนี่แหละ แต่ผมว่าคงไม่ใช่ ใครจะทิ้งที่อันอุดมสมบูรณ์อย่างนั้นมาทำพระแสงอะไร

กลุ่มผมไปลงเครื่องบินที่คุนหมิง เมืองที่เล็ก มืด ทึมๆ สกปรก นั่งรถบัสโขยกเขยกไปตามถนน Burma Road กว่าจะไปถึงตาลี่ใช้เวลาถึง 2 วัน ระหว่างทางแวะพักก้นกบที่หมู่บ้านอะไรจำไม่ได้แล้ว มีชาวบ้านเอาหม้อ กาต้มน้ำทองแดง อย่างละใบตีด้วยมือเอามาวางขาย ผมซื้อกาต้มน้ำใบใหญ่มา ซึ่งถ้าผมขายเต้าฮวย เอากาน้ำมาต้มน้ำขิง จะสบายมาก ซื้อมาเป็นเงิน 100 กว่าบาท ตอนนั้นเงินหยวนหยวนละ 2 บาท นั่นเป็นเครื่องทองแดงชิ้นแรก

ยังไปอีกตอนนี้เลยไปถึงลี่เจียง เจอแหล่งจั๋งหนับ ตรงหลังเมืองเก่าเป็นตลาดสด มีแผงขายของเยอะแยะ และมีแผงขายเครื่องทองแดงที่ตีด้วยมือ หม้อไฟ กระทะ หม้อสารพัดแบบ นี่ถ้าไปเมืองจีนด้วยรถปิกอัพคงซื้อหมด และมารู้ว่าเมืองลี่เจียงนี่เป็นเมืองทำเครื่องทองแดงด้วยมือ ส่งขายไปตามเมืองต่างๆ ในยูนนาน เห็นว่าตอนนี้ลี่เจียงเป็นเมืองท่องเที่ยวการทำเครื่องทองแดงก็น้อยลง

แต่กระทะทองแดงของจีนนั้น การใช้งานคนไทยอาจจะไม่ถนัด คนจีนจะใช้กระทะใบเล็กและก้นเป็นหลุม ก้นไม่แบนเหมือนที่เราๆ ใช้กัน แถมมือจับของเขาตั้งตรงชี้เด่ ใช้วิธียกขึ้นลงแนวตั้ง ไม่เหมือนการจับทั่วไปที่เป็นแนวราบ พูดง่ายๆ ใช้ยากหน่อย ซื้อมาแล้วต้องไปจ้างช่างตีก้นให้แบน แล้วพับมือจับให้เป็นแนวราบแล้วใส่ด้ามไม้

ผมนั้นเหมือนผีเครื่องใช้ทองแดงเข้าสิง ไปเมืองนอกชอบเดินตาม Flea Market หรือตามร้านขายของใช้แล้ว เจอเครื่องทองแดงแบบฝรั่งก็ซื้อไม่ลังเล เคยกัดฟันซื้อใหม่ๆ บ้างเหมือนกัน

สำหรับมือใหม่ตอนนี้ง่ายแล้วครับ เพราะของเก่าจากญี่ปุ่นมาเยอะมาก มีทั้งมือแรก มือสอง มือสาม เป็นเครื่องทองแดงแบบครึ่งตัว คือทำเลียนแบบของเก่าครับ เขาทำลายหม้อ กระทะ เหมือนตีด้วยมือ ที่จริงปั๊มด้วยโรงงานทั้งสิ้น แล้วเนื้อที่เป็นทองแดงนั้นเป็นการชุบด้วยทองแดง จะไม่หนาด้วย ใช้บ่อยหน่อยเริ่มเห็นเนื้อในที่เป็นสเตนเลส แล้วอีกอย่างเครื่องทองแดงญี่ปุ่นนั้นมักมีฝา ดันทะลึ่งเป็นฝาแก้ว ผิดจากของฝรั่ง แต่พูดถึงใช้งานสะดวก ราคาไม่แพง เจอแล้วตะครุบไว้ก่อน เดี๋ยวนี้เริ่มมีคนนิยมมากขึ้นแล้ว ราคาเลยสูงขึ้นเรื่อยๆ

เครื่องทองแดงของญี่ปุ่น แขวนหรือตั้งบนชั้นในครัวก็ดี เป็นเฟอร์นิเจอร์ของครัวได้เหมือนกัน ลองดูครับ แต่อย่าโลภมากเหมือนผม ตอนนี้เป็นสมบัติบ้าในครัวไปแล้ว สวัสดีครับ

 

A Well Dressed Bowl น้ำสลัดง่ายๆ อาหารคลายร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:39 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/431664

A Well Dressed Bowl น้ำสลัดง่ายๆ อาหารคลายร้อน

โดย…สวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

หากคุณผู้อ่านเป็นแฟนประจำคอลัมน์ตั้งแต่ M-cuisine ผ่านมาสู่ Heart Eat หน้าร้อนปีก่อนเรานำเสนออาหารต้านร้อนที่ให้คุณสมบัติรับประทานแล้วคลายร้อนไปบ้าง หรือรับประทานแล้วไม่หนักร่างกาย ย่อยง่ายสบายตัว ยิ่งเผาผลาญได้ง่าย ยิ่งส่งผลให้ร่างกายไม่สะสมความร้อน อุณหภูมิร่างกายก็จะไม่สูงมากนักจนน่าอึดอัดในช่วงฤดูร้อนแบบนี้

ผู้เขียนคิดไปถึงเมนูสลัดง่ายๆ ชามสลัดแช่เย็นไว้ ใส่ผักเขียวนานาชนิด โรยด้วยมะเขือเทศหวานฉ่ำ ราดน้ำสลัดที่รสชาติเบาๆ แต่จัดจ้านเปรี้ยวอมหวาน เพื่อให้เจริญอาหาร เลยได้ไอเดีย “Series” ใหม่ในฉบับนี้เป็น  ที่มีเครื่องปรุงไม่ยุ่งยาก ปรุงใส่ขวดแช่เย็นไว้ หยิบมาใช้ได้ทุกเวลาที่หิว แต่ไม่อยากให้ร่างกายต้องผ่านกระบวนการย่อยอันหนักหน่วง

ตอนแรกของ a well dressed bowl ขอนำเอาสูตรประจำบ้านอีกหนึ่งสูตรที่ทำกินเองเป็นประจำ ไอเดียต้องขอบอกว่าไม่ได้คิดเอง อาศัยไปชิมมาจาก Phillip Wain คลับดูแลสุขภาพของสุภาพสตรี มี Corner อาหารเพื่อสุขภาพ หากต้องการรับประทานสลัดง่ายๆ เขามีน้ำสลัดให้เลือก 2-3 ชนิดทุกวัน สูตรที่อร่อยสุดเป็นน้ำสลัดญี่ปุ่นที่มีส่วนผสมหลักเป็นโชยุ น้ำส้มสายชู ออกเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ จากน้ำตาลทรายพอปะแล่ม ส่วนผสมที่ให้รสชาติญี่ปุ่นคือ สาหร่ายโนริ รับประทานกับผักแล้วเข้ากันดี หอมอร่อย

 

อีกครั้งที่ได้ชิมน้ำสลัดรสชาติใกล้เคียงกันคือที่ Mandarin Oriental Tokyo เขามีสลัดผักให้เลือกหลากหลาย มี green leaves ทั้ง green oak, bibbs และ mizuna เลือกตักกระเจี๊ยบเขียวลวกกับไชเท้าขูดเส้น มะเขือเทศหวานๆ และมีน้ำสลัด Wafu Dressing หรือน้ำสลัดสไตล์ญี่ปุ่นที่หอมกลิ่น White Truffle ผู้เขียนเลยได้ไอเดีย หยิบสูตรนั้นมาผสมสูตรนี้ เอาทั้งความอร่อยของสาหร่ายญี่ปุ่นย่าง หรือโนริ บวกกับความหอมของทรัฟเฟิลขาวมาไว้ด้วยกัน

สูตรง่ายของ Wafu Dressing อยู่ที่โชยุ น้ำส้มสายชูจากข้าวที่ให้รสเบา ไม่หวานแหลมเท่ากับน้ำส้มสายชูกลั่น โรยน้ำตาลให้หวานนิดๆ จะอร่อยกว่า ปรับรสชาติให้นุ่มนวลขึ้น ที่นี้มาถึงน้ำมันที่เราต้องหาซื้อ Truffle Oil ที่มักจะมี “Base” เป็นน้ำมันมะกอกแล้วแต่งกลิ่นด้วยทรัฟเฟิล หาซื้อได้ตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ขวดขนาดเล็กสุดราคาอยู่หลักร้อยกลางๆ ใช้ครั้งเดียวหมดขวดขนาดจ้อย ได้น้ำสลัดเก็บไว้รับประทานหลายวัน ไม่ต้องไปยุ่งยากหาเห็ดทรัฟเฟิลสดๆ ในหน้าร้อนแบบนี้ เพราะกลิ่นหอมๆ จากน้ำมันทรัฟเฟิล เพียงพอแล้วที่จะให้น้ำสลัดสูตรนี้เข้มข้นน่ากิน จะเลือกเป็นน้ำมันทรัฟเฟิลขาวหรือดำ อร่อยได้ทั้งนั้น สำหรับผู้เขียนชอบทรัฟเฟิลขาวมากกว่า

เราเพิ่มสาหร่ายโนริและงาขาวคั่วเข้ามาในสูตร ด้วยกลิ่นหอมของงาขาวคั่วแล้ว เมล็ดงาขาวที่โปรยปรายอยู่ในน้ำสลัดสูตรนี้ ยังช่วยให้ดูน่ารับประทานเพราะสีสันที่ตัดกันขาวดำ ส่วนสาหร่ายโนริเดี๋ยวนี้หาไม่ยาก เลือกเอาแบบที่เป็นของทานเล่นเป็นห่อๆ ใช้ได้เหมือนกัน บอกไว้นิดว่า คุณภาพสาหร่ายที่ดีๆ รับประทานเปล่าๆ อร่อย ยิ่งทำให้น้ำสลัดสูตรนี้หอมยิ่งขึ้น จึงต้องเฟ้นหาคุณภาพดีๆ สักหน่อย

น้ำสลัด Seaweed Truffle ในฉบับนี้เหมาะสำหรับผักสลัดถุงๆ ที่พร้อมรับประทานเกือบทุกแบบ พูดง่ายๆ คือ น้ำสลัดนี้เหมาะสำหรับผักสลัดใบบางๆ แต่ก็เข้ากันได้กับผักทุกชนิด จึงเป็นอีกหนึ่งสูตรที่มีติดบ้านไว้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง

Seaweed Truffle Dressing

(สำหรับการใช้ราดประมาณ 10-15 ชามสลัดขนาดกำลังพอดีอิ่ม)

ส่วนผสม

– ซีอิ๊วญี่ปุ่น 1/2 ถ้วย (ประมาณ 110 กรัม)

– น้ำส้มสายชูจากข้าว 1/2 ถ้วย (ประมาณ 100 กรัม)

– น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 65 กรัม)

– น้ำมันทรัฟเฟิลขาว 1/2 ถ้วย (ประมาณ 100 กรัม)

– สาหร่ายญี่ปุ่น (โนริย่าง) 4 แผ่น (ประมาณ 10-15 กรัม)

– งาขาวคั่วใหม่ 1 ช้อนชา

– พริกไทยดำบดใหม่ 10 แครก (ประมาณ 1/2 ช้อนชา)

– ผักสลัดที่แนะนำ : ผักสลัดรวมแบบใบนิ่ม ไควาเระถั่วแระญี่ปุ่น มะเขือเทศจิ๋ว ฯลฯ

วิธีทำ

นำน้ำส้มสายชูผสมน้ำตาลทรายตั้งไฟให้เดือด คนให้น้ำตาลละลายพักไว้ให้เย็นสนิท แล้วผสมซีอิ๊วญี่ปุ่น น้ำมันทรัฟเฟิลขาว พริกไทยดำ

สำหรับสาหร่ายสามารถทำได้ 2 วิธี

– เติมสาหร่ายลงไปเลย เพื่อให้กลิ่นของสาหร่ายหอมอบอวลในน้ำสลัดเมื่อสาหร่ายนุ่มขึ้นจากส่วนผสมของเหลวอื่นๆ

– เวลาจะรับประทาน จึงค่อยเติมลงในน้ำสลัด เพราะยังคงความกรอบของงาและสาหร่ายไว้ได้อยู่บ้าง

หากต้องการเก็บน้ำสลัดนี้ ใส่ขวดฝาปิดสนิท เก็บไว้ได้ในตู้เย็น 7-10 วัน และควรเขย่าขวดทุกครั้งก่อนเทใช้

 

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ปลาทองโภชนา แซ่บจริงถึงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 พฤษภาคม 2559 เวลา 18:54 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430637

ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ปลาทองโภชนา แซ่บจริงถึงใจ

โดย…แมงโก้หวาน

ปลาทองโภชนา ชื่อนี้คุ้นหูไหมเอ่ย

เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปลาที่รสชาติอร่อยขึ้นชื่อมากที่สุดบนถนนนนทรี ทางไปสำนักงานเขตยานนาวา ถ้ามาจากตลาดรุ่งเจริญ ร้านจะอยู่ซ้ายมือก่อนถึงซอยที่จะออกไปโลตัส พระราม 3 เจ้าของร้านคือ “วี-กวี หมี่ผึ้ง” กับ “เพ็ญ-อุไร หมี่ผึ้ง” สองสามีภรรยาที่ผันอาชีพจากหนุ่มสาวโรงงานมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวปลาแล้วประสบความสำเร็จดังที่เห็น

ลักษณะร้านเป็นตึกแถวสองชั้น มีชื่อเสียงมาเกือบๆ 15 ปี (9 ก.ค.นี้ครบ 15 ปี) แค่เปิดร้านวันแรกลูกค้าที่มากินก็ติดใจในความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวและเมนูอื่นๆ ของร้านแล้ว จากนั้นปลาทองโภชนาก็เริ่มสร้างชื่อขึ้นมาเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ถ้าใครมาแถวนนทรี สาธุประดิษฐ์ ยานนาวา พระราม 3 ถ้านึกอยากกินก๋วยเตี๋ยวปลาอร่อยๆ ถามใครก็จะแนะนำมาชิมที่ปลาทองโภชนา

 

ที่นี่มีเมนูให้เลือกสั่งมากมายและอร่อยเลิศทั้งนั้น อาทิ ก๋วยเตี๋ยวปลา ก๋วยเตี๋ยวทะเลยำ ต้มยำปลา ต้มยำรวมมิตร ปลาลวก ลวกรวมทะเล ยำปลา ยำรวมทะเล ข้าวต้มปลา ข้าวต้มรวมทะเล ยำวุ้นเส้น ต้มยำหัวปลา เกาเหลาหัวปลา เป็นต้น ใครที่ชอบกินปลาและของทะเลรับรองว่าติดใจ

ราคาไม่แพงแต่อย่างใดเมื่อเทียบกับรสชาติความอร่อย ราคาส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ 40-60 บาท แต่ไม่ต้องห่วงเรื่องราคา เพราะทางร้านมีป้ายแสดงรายการอาหารพร้อมราคาเสร็จสรรพชัดเจน อยากกินอะไร อยากลองเมนูไหน ยืนดูรายการก่อนแล้วค่อยสั่ง กินแล้วจะติดใจและมากินใหม่แน่นอน

ความพิเศษของปลาทองโภชนา นอกจากความอร่อยที่ถูกปากลูกค้าแล้ว วัตถุดิบก็ใช้ที่สดใหม่และสะอาด ทั้งปลาและของทะเล สั่งตรงจากโรงงานที่มหาชัย เจ้าของพิถีพิถันมากในการคัดสรรเพื่อเอามาปรุงให้กับลูกค้า ถ้าเห็นไม่สดก็จะไม่รับและขอเปลี่ยนใหม่ทันที

 

“วัตถุดิบสำคัญมาก ของที่ไม่สดเราไม่ขายแน่นอน เราอยากให้ลูกค้าได้กินของที่สดและมีคุณภาพ คือไม่ต้องอะไรมาก ให้นึกถึงเวลาเราไปกินอาหารที่ร้านอื่นๆ แล้วถ้าไปเจอของที่ไม่สดหรือมีกลิ่น เราก็ไม่อยากกินเหมือนกัน ฉะนั้นเราใส่ใจเรื่องนี้มาก ขนาดเราไม่กินแล้วลูกค้าจะกินได้อย่างไร วัตถุดิบจึงต้องสดและสะอาด” อุไรยืนยัน

อันของกินเมื่อไม่ชิมไหนจะรู้รส เลยเลือกเมนูเด็ดของร้านซึ่งมีหลากหลายเมนู แต่ขอเลือก ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กต้มยำรวมมิตร และปลาลวกจิ้มอีกหนึ่งจานพร้อมน้ำจิ้มเด็ดดวง ทั้งสองอย่างไม่ต้องพรรณนาอะไรมาก แค่เห็นมาวางอยู่ตรงหน้าก็แทบอดใจไม่ไหว

เริ่มจากก๋วยเตี๋ยวสีสันยั่วยวนตามาก เส้นเล็กเหนียวนุ่มมาในน้ำต้มยำข้นหอมสมุนไพร รสชาติเข้มข้นกลมกล่อมเผ็ด เปรี้ยวเค็ม หวานถึงใจจริง เนื้อปลาสดอร่อยไม่คาวกุ้งตัวใหญ่สีสันสวยงาม กินกับปลาลวก (ปลากะพง) ที่หั่นเป็นชิ้นๆ วางด้วยตังฉ่าย โรยกระเทียมเจียวอร่อยหอมๆ หน้าตาน่ากิน จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดสูตรพิเศษของทางร้าน เด็ดขาดจริงๆ

 

ใครที่ผ่านมาแถวถนนนนทรี เซ็นทรัล โลตัส พระราม 3 และสาธุประดิษฐ์ ลองไปชิมดู ถือเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวปลาที่ขึ้นชื่อที่สุดแล้วในย่านดังกล่าว ช่วงเที่ยงวันลูกค้าจะแน่นมากเป็นปกติ บางครั้งอาจต้องรอนิด ส่วนเวลานอกจากนั้นสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย แต่ลูกค้าไม่ขาดสาย และขายดีหมดทุกวัน

ไม่มีรับจองโต๊ะ แต่สั่งล่วงหน้าได้ ใครมาก่อนนั่งก่อน หรือจะสั่งไปกินที่ออฟฟิศ ที่บ้านก็ได้ เพียงแต่ต้องจ่ายค่ามอเตอร์ไซค์เองที่หมายเลข 02-681-2452, 08-9891-6358, 08-9891-6359 เปิดทุกวันตั้งแต่ 08.00-20.00 น.

 

ร้านกินกุ้งกัน ทุกเมนูอร่อย…ถูกปาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤษภาคม 2559 เวลา 16:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430507

ร้านกินกุ้งกัน ทุกเมนูอร่อย...ถูกปาก

โดย…อชัถยา ชื่นนิรันดร์

กุ้งคัดสรรอย่างดีมาจากฟาร์มในจังหวัดแถบอันดามัน เกรดระดับพรีเมียม นำมาปรุงเป็นเมนูอาหารต่างๆ มากมาย ภายในร้าน “กินกุ้งกัน” เพื่อตอบโจทย์สำหรับคนชอบกินกุ้งโดยเฉพาะ

ร้านกินกุ้งกัน บริหารงานโดย วรศักดิ์ หิโตปกรณ์ เจ้าของร้านกินกุ้งกัน บอกว่า การเปิดร้านกินกุ้งกัน สืบเนื่องจากตัวเองเป็นเกษตรกร มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การเลี้ยงกุ้งกุลาดำเกรดพรีเมียม แบบวิถีธรรมชาติมาตั้งแต่ปี 2534 ซึ่งฟาร์มกุ้งไม่ใช้สารเคมีในการเลี้ยง แต่เลี้ยงโดยทำเป็นสปาให้กุ้ง เพื่อไม่เกิดความเครียดจึงเป็นกุ้งอารมณ์ดี ทำให้ได้กุ้งดีๆ เนื้อเด้ง ขนาดของกุ้ง ที่นำมาทำเมนูอาหารใช้ขนาด 30 ตัว/กิโลกรัม วัตถุดิบเกรดเอมีคุณภาพในราคาที่แตะต้องได้ เพราะส่วนใหญ่กุ้งที่จับได้จะส่งออกไปต่างประเทศ จีน ญี่ปุ่น และแถบเอเชีย

 

“เรามีเชฟรวม 4 คน มาปรุงอาหาร เมนูต่างๆ ที่หลากหลายภายในร้าน เน้นที่สุดคือเมนูกุ้ง มั่นใจได้ในความสด สะอาด อร่อย มีคุณภาพของความอร่อยทุกเมนู”

ขณะที่ อัศวิน การีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนร้านกินกุ้งกัน บอกว่า กุ้งที่เลี้ยงไว้ในฟาร์มกุ้งมีความสดสุดๆ ผ่านกระบวนการฟอกทำความสะอาด ทำให้ได้เนื้อกุ้งที่สะอาด ด้วยวัตถุดิบกุ้งที่ผ่านกระบวนการพิเศษ หาไม่ได้จากร้านอาหารทะเลทั่วไป

 

“เมื่อกุ้งสุก ดมจะมีกลิ่นหอมผสมกลิ่นน้ำทะเลอ่อนๆ เมื่อกัดลงไปที่เนื้อกุ้ง เนื้อกุ้งจะเด้ง ตึง มีความต้านฟัน ตามความสดแบบธรรมชาต ิแตกต่างกับกุ้งแก้วที่ถูกทำให้ตัวใสเด้ง เลียนแบบความสดธรรมชาติ หลังจากเริ่มเคี้ยวใช้ลิ้นสัมผัส จะลิ้มรสชาติความหวานของน้ำที่อยู่ข้างในตัวกุ้ง หวานสดธรรมชาติแท้ของกุ้งสด ไม่มีการใช้ผงชูรส”

ไม่ว่าจะนำมาปรุงแบบนึ่ง อบ ทอด ปิ้ง ย่าง หรือกินกับซอสซีฟู้ด 4 ชนิด ซอสซีฟู้ด ตัวเอกของร้านใช้มะนาวสด กลิ่นพริกกระเทียม ขึ้นจมูกแซ่บสะใจ ซอสกระเทียมพริกไทย ซอสมะขามจี๊ด ซอสแจ่วแซ่บ รสชาติของเนื้อกุ้งที่สดอร่อยจะยังคงติดลิ้นอยู่ดี

 

เมนูแนะนำ ได้แก่ กุ้งนึ่งกระเทียม กุ้งน้ำแดง สลัดยำไทยกุ้ง โป๊ะแตก ผัดไทยกุ้งสด ต้มยำกุ้ง และที่พลาดไม่ได้ คือ ซาชิมิกุ้งกับวาซาบิ ถ้าได้ลิ้มรสแล้วจะอร่อย ติดลิ้นลืมไม่ลงเลยทีเดียว ราคาอาหารตั้งแต่ 100-600 บาท เครื่องดื่มมีให้เลือกหลายประเภท น้ำเปล่า น้ำอัดลม ม็อกเทล (ไม่ผสมแอลกอฮอล์)

ทางร้านรองรับจำนวนลูกค้าได้ 70 ที่นั่ง เปิดบริการเวลา 11.00-23.00 น. ทุกวัน ร้านตั้งอยู่ที่ 2/22 ถนนดีบุก ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต (ระหว่างร้านหนังสือเส้งโห กับศูนย์การค้าไลม์ไลท์อเวนิวภูเก็ต) โทร.076-684-992 เฟซบุ๊ก ghin-goong-gun

 

ปักหมุดคนรักขนมหวาน @ชูก้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤษภาคม 2559 เวลา 16:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430504

ปักหมุดคนรักขนมหวาน @ชูก้า

โดย…พาแลง ภาพ ขจรเลิศ ฮกซุ่นเฮง

เมื่อครอบครัวของนักทำขนมกับหุ้นส่วนที่มีโรงงานผลิตน้ำตาล น้ำเชื่อม และฟองดองท์ไอซิ่งรวมตัวกัน จึงทำให้เกิดบาร์ขนมหวานที่น่าสนใจชื่อร้านชูก้า (Shugaa) ขึ้น ด้านล่างของอาคาร The Residence @61 ตกแต่งด้วยสีพาสเทลสวยหวาน สะดุดตาด้วยบาร์ขนาดใหญ่ทำจากหินอ่อนสีขาวละลานตาด้วยขนมหวาน ด้านหลังมีแก้วและขวดโหลสีสันสดใสจัดวางอยู่

เฟอร์นิเจอร์และของประดับอื่นๆ ทั้งโคมไฟรูปร่างแปลกตา บันไดที่ออกแบบมาให้คล้ายผลึกใสเรียงต่อกัน ดีไซน์ออกมาให้คล้ายผลึกน้ำตาลล้อไปกับชื่อและคอนเซ็ปต์ของร้าน ส่วนบริเวณชั้นสองเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปและสอนทำฟองดองท์ DIY ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของร้านนี้

 

แม้จะออกตัวว่าเป็นดีเซิร์ทบาร์ แต่เมนูอาหารมีทั้งคาวหวานหลากหลายให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นบรันช์ เมนคอร์ส เมนูพาสต้า ไปจนถึงน้ำสมูทตี้ที่ให้ความสดชื่นกับหน้าร้อนด้วย และยังมีขนมเค้กน่ารักๆ เป็นชิ้นๆ ให้ได้เลือกทานตบท้ายมื้อกันด้วย

เริ่มจากบรันช์เบาๆ สำหรับใครที่เริ่มหิวด้วย Smoked Salmon Benedict ครัวซองต์สอดไส้ด้วยแซลมอนรมควัน Egg Benedict หน่อไม้ฝรั่งและเบคอนรมควันกรอบ ราดด้วยซอสฮอลแลนเดซ ออนท็อปด้วยคาเวียร์เล็กน้อย และเสิร์ฟพร้อมผักสลัด ต่อมาเป็นเมนูนุ่มแต่หนักคือ Papkle หมูสันในเนื้อนุ่มเคียงคู่มากับซอสแอปเปิ้ล และมันฝรั่งบดผสมกับวอลนัทและแครนเบอร์รี่

 

ด้านของหวาน เราขอแนะนำขนมชื่อเดียวกับร้านคือ Shugaa ซึ่งเชฟได้สร้างสรรค์นำวัตถุดิบต่างๆ มาจัดวางลงบนจานไม้ ซึ่งประกอบด้วย เค้กชาเขียวนุ่มราดซอสเกาลัดญี่ปุ่นทานคู่ไอศกรีมโฮมเมดรสชาเขียวที่วางลงบนชาโคลครัมเบิล ตกแต่งด้วยถั่วแดงกวนและมูสเมลอน ซึ่งจะทำแบบจานต่อจาน

ระหว่างมื้อก็ดับกระหายด้วยเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ Shugria ที่ดัดแปลงเครื่องดื่มแบบสเปนให้เป็นเครื่องดื่มประจำร้าน จะได้กลิ่นหอมของซินนามอน และสดชื่นไปกับส่วนผสมต่างๆ ทั้งน้ำกระเจี๊ยบ น้ำองุ่น เลมอนและโซดา และแอบเพลินกับเนื้อแอปเปิ้ลหั่นเต๋าเล็กๆ เพิ่มเทกซ์เจอร์ในแก้วด้วย นอกจากนั้นยังมี Shugaa Dome เค้กสุดพิเศษที่บรรจุอยู่ในโดมแก้ว ตกแต่งด้วยตุ๊กตาปั้นที่ทำมาจาก Fondant Icing ซึ่งสามารถทานได้ทั้งหมด และเหมาะจะให้เป็นของขวัญสำหรับคนพิเศษ

 

ใครสนใจอยากเรียนทำฟองดองท์เค้กที่ร้านนี้ พิเศษสุดสำหรับผู้อ่านกินดื่ม ชูก้า มอบส่วนลด 10% สำหรับเวิร์กช็อปปั้นเค้กน้ำตาลให้ 20 รางวัล หมดเขต วันที่ 31 พ.ค.นี้ สนใจสอบถามที่ร้านชูก้า ที่อาคาร The Residence@61 สุขุมวิท 61 เปิดบริการ ตั้งแต่วลา 11.00-20.00 น. โทร. 02-381-5940 เฟซบุ๊ก ShugaaDessertBar อินสตาแกรม Shugaa_DessertBar และไลน์ @Shugaa_DessertBar

 

 

 

 

 

อร่อย … ดี … ชาสมุนไพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤษภาคม 2559 เวลา 15:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430501

อร่อย ... ดี ... ชาสมุนไพร

โดย…เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ Tichaa by HARNN

ในช่วงที่อากาศร้อนสุดๆ แบบนี้ หลายคนอาจจะมีอาการคล้ายๆ กันคือ ไม่ค่อยอยากจะรับประทานอาหารเป็นชิ้นเป็นอัน อยากแต่ดื่มน้ำ ยิ่งถ้าได้น้ำรสหวานๆ ด้วยก็ยิ่งดีมาก และจากประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมา พบว่าเมื่อฤดูร้อนจากไปมักทิ้งน้ำหนักส่วนเกินไว้ให้ เหตุก็เพราะน้ำหวานทั้งหลายนั่นล่ะ แค่น้ำหนักขึ้นไม่เท่าไหร่ แต่โรคภัยต่างๆ ที่เป็นเพื่อนสนิทของความอ้วนที่อาจจะตามมานี่สิ ฤดูร้อนปีนี้เลยตั้งใจจะดื่มอะไรดีๆ ที่ไม่ใช่แค่หวานๆ เย็นๆ

สัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน “ทีเทสติ้ง” ของ Tichaa by HARNN (ธิชา บาย หาญ) และได้ทำความรู้จักกับเฮอร์บัล ที (Herbal Tea) หรือชาสมุนไพร ซึ่งภาษาฝรั่งเศสใช้ว่า ทิซาน (Tisane)

ทิซานเป็นเครื่องดื่มซึ่งมีรูปแบบและวิธีการบริโภคเช่นเดียวกับชา (เครื่องดื่มที่ได้จากใบ Camellia Sinensis หรือ Thea Sinensis) แต่ชาสมุนไพรนั้นเป็นผลิตผลที่ได้จากพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ไม่ใช่ Camellia Sinensis สมุนไพรเหล่านี้นอกจากมีกลิ่นรสที่ดีแล้ว ยังมีสรรพคุณซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ แก้หวัด ช่วยระบาย เป็นต้น ชาสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นอกจากจะอร่อยแล้ว กลิ่นยังเป็นอโรมาสร้างบรรยากาศดีๆ และคลายเครียดได้เหมือนกัน

 

ในบ้านเรานั้นพืชหรือส่วนต่างๆ ของพืชที่อนุญาตให้เป็นชาสมุนไพรตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า มีทั้งหมด 16 อย่าง คือ ผลมะตูม ดอกกระเจี๊ยบ เหง้าขิง เหง้าข่า เหง้าและต้นตะไคร้แกง ใบหม่อน ดอกคำฝอย ใบบัวบก ใบเตยหอม ดอกเก๊กฮวย ผลหล่อฮังก้วย เห็ดหลินจือ ผลมะขามป้อม ใบและต้นเจี่ยวกู้หลาน เถาวัลย์เปรียง และใบหญ้าหวาน

สำหรับชาสมุนไพรของธิชานั้นใช้ใบหม่อน หรือมัลเบอร์รี่ (Mulberry) เป็นหลัก นอกจากนี้ก็ยังมีตะไคร้ กระเจี๊ยบ ขิง และดอกอัญชัน ชาสมุนไพรของเขายังผสมกลิ่นรสน่าสนใจอย่างใบเตย ข้าวคั่ว (มีทั้งข้าวขาว แดง และดำ) หรือจะเป็นผลไม้และดอกไม้ เช่น มะตูม เก๊กฮวย ฯลฯ ลงไปด้วย ทีเด็ดที่จัดเป็นซิกเนเจอร์คือชาสมุนไพรอบควันเทียน ซึ่งนำเทคนิคการอบควันเทียนตามแบบฉบับขนมไทยโบราณมาใช้ ให้รสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีทั้งอบควันเทียนกลิ่นมะลิ กลิ่นกระดังงา และกลิ่นมะกรูดให้เลือก

วิธีการดื่มชาสมุนไพรให้ได้อรรถรส ผู้เชี่ยวชาญจากธิชา บอกว่า เริ่มต้นจากการชง โดยให้เติมใบชา 1-2 ช้อนชาลงในกาชา  รินน้ำร้อนประมาณ 200–250 มล. อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดคือระหว่าง  71-93 องศาเซลเซียส ให้ใบชาค่อยๆ ปล่อยรสชาติและกลิ่นหอมประมาณ 3-5 นาที หลังจากนั้นก็เสิร์ฟได้

 

การชงชาสมุนไพรควรใช้ภาชนะที่เป็นแก้วหรือเซรามิก ไม่ควรใช้โลหะ เพราะสารจากโลหะอาจจะติดมากับเครื่องดื่มเป็นอันตรายต่อร่างกาย ชาสมุนไพรนั้นมีหลากรสและกลิ่น เราสามารถนำไปผสมเองเป็นสูตรของเราได้ด้วย เรียกได้ว่าชอบอะไรหรืออยากได้ประโยชน์จากตัวไหนก็ใส่ลงไปชงด้วยกัน

ใครชอบวิถีสโลว์ไลฟ์ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการปลูกสมุนไพรไว้รอบบ้าน แล้วเด็ดใบสดหรือนำไปตากแห้งก่อนนำมาชง แต่คนเมืองอย่างเราๆ ท่านๆ การทำชาสมุนไพรไว้ดื่มเอง แค่คิดก็ไม่ง่ายแล้ว ซื้อแบบสำเร็จจะเป็นไปได้มากกว่า เทคนิคในการเลือกซื้อคือ ควรเลือกชาแบบเป็นใบ เพราะจะรักษาคุณประโยชน์ตามธรรมชาติและคุณค่าของน้ำมันหอมระเหยในใบชาเอาไว้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ควรดูแหล่งผลิตและผู้ผลิต หากปลูกแบบออร์แกนิก ไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง และเก็บเกี่ยวด้วยมือก็ยิ่งดีขึ้นไปอีก

เพื่อให้เหมาะกับอากาศร้อนทะลุ 40 องศาเซลเซียสอย่างในยามนี้ ชาสมุนไพรสามารถนำไปผสมเป็นเครื่องดื่มเย็น ถ้าอยากเติมความหวานก็อาจจะเลือกเป็นน้ำผึ้งธรรมชาติน่าจะได้คุณค่าทางอาหารมากกว่า แต่ถ้าเลือกไม่ได้ก็ใช้น้ำตาลหรือไซรัปแต่น้อย เพราะว่าชาสมุนไพรนั้นปราศจากกาเฟอีนจึงดื่มได้ทุกเพศทุกวัย ทุกวันทุกเวลา ไม่ต้องกลัวตาค้างหรือนอนไม่หลับ และประโยชน์จากชาสมุนไพรนั้นจะได้รับอย่างเต็มที่ถ้าหากดื่มเป็นประจำ

ในโอกาสนี้ ทางธิชาก็มอบสูตรลับเครื่องดื่มเย็นๆ ซึ่งชงจากชาสมุนไพรมาให้ 2 เมนู เพื่อเป็นตัวอย่างหรือให้ไอเดียสำหรับคนที่อยากชงดื่มเอง แต่ถ้าใครอยู่ใกล้ๆ หรือไปเที่ยวเชียงใหม่ก็แวะไปดื่มชาแกล้มขนมและอาหารหลากเมนูได้ที่ Tichaa Tea Room by HARNN ซอยนิมมานเหมินท์17 www.tichaatearoom.com โทร.09-2269-2776 (ส่วนชาสมุนไพรธิชานั้นมีจำหน่ายที่ HARNN ทุกสาขาทั่วประเทศ)

แก้วแรกเป็นค็อกเทลเรียกว่า เยลโลว์ เอ็มเพรสส์ (Yellow Empress) ส่วนผสมประกอบด้วย Tichaa White Mulberry Tisane (ชาใบหม่อนออร์แกนิกผสมขิง) 60 มล. Monin Peach 15 มล. และ Monkey Shoulder Whisky 30 มล. วิธีทำเริ่มต้นจากชงชาใบหม่อนออร์แกนิกผสมขิงกับน้ำร้อน จากนั้นผสมส่วนผสมทั้งหมดในแก้วชงค็อกเทล เติมน้ำแข็ง เขย่าให้เข้ากัน รินใส่แก้ว ตกแต่งด้วยผิวส้ม และก้านอบเชย

อีกหนึ่งเมนูเป็นม็อกเทลชื่อ Tichaa Pink Jasmine (ธิชา พิงค์ จัสมิน) ประกอบด้วย Tichaa Candle Scented White Mulberry Tisane (ชาใบหม่อนอบควันเทียนกลิ่นมะลิ) 90 มล. นมสด 60 มล. Monin Bubble Gum 30 มล. Monin Grenadine 5 มล. วิธีทำคือ ชงชาใบหม่อนอบควันเทียนกลิ่นมะลิกับน้ำร้อน จากนั้นผสมส่วนผสมทั้งหมดในแก้วชงค็อกเทล เติมน้ำแข็ง เขย่าให้เข้ากัน รินเครื่องดื่มลงในแก้ว ตกแต่งด้วยเชอร์รี่ หรือสตรอเบอร์รี่สด

ด้วยชาสมุนไพรทำให้เราสร้างสรรค์เครื่องดื่มแก้วพิเศษของตัวเองได้ไม่ยาก แถมยังอร่อยและดี (ต่อสุขภาพ) อีกต่างหาก

 

โยชิโนยะ อร่อยง่ายสไตล์ข้าวหน้าญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤษภาคม 2559 เวลา 15:48 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430500

โยชิโนยะ อร่อยง่ายสไตล์ข้าวหน้าญี่ปุ่น

โดย…ซิตี้กาย ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

เปิดตำนานความอร่อยของข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่นจากร้านโยชิโนยะ ที่คงความอร่อยมายาวนานกว่า 100 ปี เปิดให้บริการมากถึง 1,700 สาขาทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยร้านโยชิโนยะเปิดให้บริการแล้ว 18 สาขา และล่าสุดกับการปรับโฉมใหม่ที่แฟนพันธุ์แท้ข้าวหน้าญี่ปุ่นจะได้พบก็คือ บรรยากาศร้านที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่มีการตกแต่งใหม่ เน้นการออกแบบให้โปร่งสบาย กว้างขวางด้วยกระจกบานใหญ่ เฟอร์นิเจอร์เน้นสีเบจที่กลมกลืนกับโคมไฟสีขาวเพิ่มบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นมากขึ้น สาขาแรกที่มีการปรับโฉมคือสาขาศูนย์การค้าเมกาบางนา

 

โยชิโนยะมีเมนูให้เลือกรับประทานมากกว่า 30 เมนู แต่ที่ห้ามพลาดและได้รับความนิยมสูงสุด คือข้าวหน้าเนื้อที่คัดสรรเนื้อวัตถุดิบคุณภาพ เนื้อติดมันเล็กน้อยนำมาสไลซ์หมัก นำมาต้มหรือย่างกับซอสปรุงตามสูตรของร้านรับประทานคู่กับข้าวญี่ปุ่นยิ่งละมุนลิ้นก็จะได้รสสัมผัสที่ต่างออกไป ส่วนเมนูที่สะดวก อิ่มท้องก็ยังมีข้าวหน้าหมูที่มาเป็นเซตคู่กับไข่ออนเซน ซุปมิโซะ และเครื่องดื่ม เนื้อหมูนุ่มและมีรสชาติหวานเค็มลงตัวเพราะผ่านกรรมวิธีที่ใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบและการปรุง ส่วนใครที่ชอบรสจัดจ้านแนะนำข้าวหน้าหมูย่างรสเผ็ด รสชาติไม่เผ็ดโดด เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ขายดี

 

ไม่เพียงเท่านี้ที่โยชิโนยะยังมีเมนูพิเศษวนเวียนมาให้ลิ้มรสความอร่อยทุก 3 เดือนด้วย หากอยากอิ่มอร่อยกับข้าวหน้าญี่ปุ่นโยชิโนยะ สาขาเมกาบางนา เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ติดตามโปรโมชั่นต่างๆ ของร้านโยชิโนยะทุกสาขาที่เพจทางเฟซบุ๊ก Yoshinoya Thailand

 

Merry Marion ริค็อตตาเเพนเค้ก กับมะยงชิดท็อฟฟี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤษภาคม 2559 เวลา 11:19 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430400

Merry Marion ริค็อตตาเเพนเค้ก กับมะยงชิดท็อฟฟี่

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

สูตรอาหารอร่อยสำหรับมะยงชิดในช่วงฤดูร้อนได้มาถึงตอนสุดท้าย พร้อมกับการวายของผลไม้รสหวานอมเปรี้ยว เนื้อนุ่ม กลิ่นหอมจางๆ ที่รับประทานสดๆ แช่เย็นเจี๊ยบ แสนจะสดชื่น กว่าจะได้รับประทานอีกครั้ง คงต้องรอเป็นช่วงเวลาเดียวกันนี้ในปีหน้า

ขอปิดท้ายฤดูกาลด้วยสูตรแพนเค้กใหม่ล่าสุดที่ผู้เขียนทดลองทำเพื่อรับประทานคู่กับมะยงชิด อ่านสูตร ค้นคว้าการนำมะยงไปใช้ในอาหารและขนม โดยเกาะเอาลักษณะเฉพาะตัวที่คล้ายคลึงกับลูกพีชบ้าง เนคทารีนบ้าง เลยทดลองนำมาเสิร์ฟกับแพนเค้กดู ผลปรากฏว่า เมื่อใช้สูตรแพนเค้กที่หอมกลิ่นเนยสดมากๆ กลับไม่ค่อยเข้ากันนัก เนื้อของแพนเค้กหนักกว่ารสชาติของมะยง กลบจุดเด่นไป เลยทดลองหาสูตรแพนเค้กที่เนื้อเบาขึ้นมาลงตัวที่สูตรนี้ Ricotta Pancake ที่กำลังเป็นที่นิยมในร้านอาหารเช้าในอเมริกาหลายร้าน

จุดเด่นของ Ricotta Pancake อาศัยปริมาณโปรตีนในนมและไขมันไม่สูงนัก ส่งผลให้เนื้อแพนเค้กเบาแต่ยังคงความนุ่มหอมไว้ได้ แคลอรีต่ำกว่าแพนเค้กทั่วไป แต่ให้โปรตีนสูงขึ้น ถูกใจคนรักสุขภาพแต่ยังอยากรับประทานแพนเค้ก ริค็อตตาแพนเค้ก เข้ากับผลไม้นานาชนิดที่เติมแต่งลงไป ทั้งบลูเบอร์รี่ แอปเปิ้ล กล้วยหอม หรือมะม่วง ด้วย “Texture” หรือเนื้อสัมผัสของแพนเค้กคล้ายฟองน้ำนุ่มๆ

 

Ricotta Cheese หาซื้อได้ง่ายขึ้นตามซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ หรืออาจทดแทนได้ด้วย Cottage Cheese ที่มีขายในกระปุกคล้ายโยเกิร์ต วิธีการนำมาใช้มีเคล็ดลับเล็กน้อย คือ เทชีสที่แฉะๆ มีน้ำเยอะๆ ลงบนกระชอนตาถี่ๆ แล้วพักไว้ในตู้เย็นสัก 2-3 ชั่วโมง เพื่อสะเด็ดน้ำออกไปให้เยอะที่สุดเสียก่อน แพนเค้กจะได้ไม่แฉะจนเกินไป

กลิ่นของมะยงชิด อาจไปตีกับน้ำเชื่อมเมเปิ้ลที่มักเสิร์ฟคู่มากับแพนเค้ก เพราะหอมด้วยกันทั้งคู่ พาลจะเสียของได้ ผู้เขียนจึงขอเลือกซอส Toffee ที่หอมน้ำตาลทรายแดงและคาราเมลจางๆ ที่สำคัญทำไม่ยาก เสิร์ฟอร่อยทั้งแบบอุ่นๆ หรือจะรอให้เย็นเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้องคล้ายๆ Pancake syrup ทั่วไป

สำหรับคุณผู้อ่านที่ชอบรับประทานมะยงชิดหวานๆ แล้วมาเจอมะยงชิดเปรี้ยวๆ สูตรนี้จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เรารับประทานมะยงชิดที่ซื้อมาราคาสูงๆ แต่รสชาติไม่ถูกใจได้ดีขึ้น โดยการใช้แพนเค้กและซอสท็อฟฟี่เป็นตัวเสริมไป

ใกล้หมดหน้ามะยงชิดแล้ว ถ้าซื้อมะยงชิดไม่ได้ ลองดูสูตรนี้แล้วปรับคู่กับผลไม้ประจำหน้าร้อนได้อีกหลายชนิด ทั้งมะม่วงสุก หรือใครชอบทุเรียนก้านยาวนุ่มกำลังดี แพนเค้กสูตรนี้กับวิปครีมเย็นๆ เข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

Ricotta Pancake

ส่วนผสม

– แป้งอเนกประสงค์ 110 กรัม

– ผงฟู 3 กรัม (1/2 ช้อนชา)

– เกลือ 1 ส่วน 8 ช้อนชา

– ไข่แดง 2 ฟอง

– นมจืด 3/4 ถ้วย

– กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

– Ricotta 1 ถ้วย

– ไข่ขาว 2 ฟอง

– น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ

– เนยสำหรับทอดแพนเค้ก

วิธีทำ

ร่อนแป้ง ผงฟู เกลือเข้าด้วยกัน

ผสมไข่แดง นมจืด กลิ่นวานิลลา และ Ricotta Cheese เข้าด้วยกัน

เทส่วนผสมของเหลวลงในแป้ง คนพอให้เข้ากัน

ตีไข่ขาวให้เป็นฟอง เติมน้ำตาลลงไปทีละน้อย จนส่วนผสมเป็นโฟมละเอียด

ตะล่อมไข่ขาวลงในส่วนผสมแป้งที่ผสมไว้

ตั้งกระทะเคลือบให้ร้อน ปรับเป็นไฟกลาง ทาเนยให้ทั่ว ตักส่วนผสมประมาณ

1/2 ถ้วยลงบนกระทะ จี่แพนเค้กทีละด้าน เมื่อด้านบนสุก จึงกลับอีกด้านลงจี่ให้สุก

Toffee Sauce

ส่วนผสม

– น้ำตาลทรายแดง 100 กรัม

– วิปปิ้งครีม 1 ถ้วย

– เนยจืด 90 กรัม

– น้ำเชื่อม Golden Syrup 2 ช้อนโต๊ะ

– เกลือ/14 ช้อนชา

วิธีทำ

ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกัน ตั้งไฟพอเดือด ยกลงจากเตา เสิร์ฟได้ทั้งอุ่นๆ หรือและที่อุณหภูมิห้องตามชอบ

เสิร์ฟพร้อมกับมะยงชิดที่ปอกเปลือก คว้านเม็ดออก และวิปครีม

 

บะหมี่เกี๊ยวยูนนาน รสเด็ดหมู่บ้านอรุโณทัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

06 พฤษภาคม 2559 เวลา 10:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/430392

บะหมี่เกี๊ยวยูนนาน รสเด็ดหมู่บ้านอรุโณทัย

โดย…พาแลง

จากตัวเมือง อ.เชียงดาว มุ่งตรงไปทางดอยอ่างขาง หากเลือกใช้เส้นทางผ่านหมู่บ้านชายแดนที่ชื่อว่าหมู่บ้านอรุโณทัย ที่แปลว่าแสงแห่งอรุณ ใครที่ขับรถจะไปอ่างขางต้องตกหลุมรักหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้เป็นแน่ เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่ซุ้มประตูหมู่บ้าน เหมือนได้ข้ามไปเที่ยวเมืองจีนย่อมๆ เลยทีเดียว เพราะนอกจากบ้านเรือน ผู้คน ตลอดจนภาษาก็ล้วนเป็นภาษาจีน เป็นสีสันหนึ่งของการเดินทางที่พลาดไม่ได้

และที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งก็คือ การแวะพักกินอาหาร ซึ่งร้านแนะนำของที่นี่ เป็นร้านบะหมี่ยูนนานที่อยากให้ลองมาชิม ที่หมู่บ้านนี้มีเจ้าเด็ดสองร้านคือ “ร้านต้าหยง” และ “ร้านภิรมย์” ซึ่งวันที่เราแวะไปเป็นวันแข่งกีฬาประจำปีของชาวยูนนาน เราจึงเลือกร้านที่สะดวก ดวงไปตกที่ร้านภิรมย์ บะหมี่เกี๊ยวยูนนาน

นอกจากความอร่อยที่เจ้าถิ่นการันตีแล้ว เมนูอาหารของที่นี่มีทั้งภาษาไทยและจีน ความอร่อยไม่ต้องพูดถึงเพราะเปิดให้บริการมานานกว่า 30 ปี มีเอกลักษณ์อย่างมาก เส้นทำเอง มีเมนูให้ลองชิมทั้ง บะหมี่น้ำ เกี๊ยวน้ำ บะหมี่แห้ง เกี๊ยวซ่า

ประเดิมด้วยการสั่งบะหมี่เกี๊ยวน้ำยูนนาน บะหมี่เกี๊ยวน้ำ เส้นบะหมี่ยูนนานเส้นเล็กเหนียวนุ่ม เส้นไม่แตกเละและมีกลิ่น แผ่นเกี๊ยวบางหอมเนื้อแป้งเป็นพิเศษ ส่วนน้ำซุปก็เข้มข้นแทบไม่ต้องปรุง ถ้าชอบกินบะหมี่เกี๊ยวแบบแห้งกับผักดองยูนนานก็มีน้ำซุปต้มกระดูกกลั้วคอไม่ต้องเติมพริกน้ำส้มก็อร่อยเด็ด

ทีเด็ดที่ต้องสั่งซ้ำหากมีเวลาก็คือเกี๊ยวซ่าร้อนๆ แบบไม่หวงไส้ แป้งบางกรอบเข้ากับน้ำจิ้มสูตรพิเศษที่รสพอดี หรือรับประทานแบบไม่ต้องจิ้มรสชาติก็อร่อยยกนิ้วให้ คุ้มค่าเพราะราคาไม่แพง ใครผ่านมาทางนี้แวะชิมกันได้ ร้านเปิดตั้งแต่ 09.30 น. โทร. 053-405-570 หรือ 08-0849-7963