ป้าเพ็งจันทร์ ขนมจีนในตำนานใต้สะพานหัวไทร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

30 เมษายน 2559 เวลา 10:25 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429460

ป้าเพ็งจันทร์ ขนมจีนในตำนานใต้สะพานหัวไทร

โดย…ยินดี ฤตวิรุฬห์

เจ้าถิ่นกินดื่มฉบับนี้พาท่านผู้อ่านล่องใต้อีกซักครา ครั้งนี้เลียบถนนชายทะเลถนนเส้นปากพนัง-หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ดูร่องรอยคลื่นซัดฝั่งที่รุนแรงขึ้นทุกปี ริมทะเลมีเสากังหันลมเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งถ่ายรูปที่สวยงามของผู้คนทั้งในพื้นที่และต่างถิ่น

แม้การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นมากมาย การสัญจรทางเรือในอดีตไม่มีแล้ว เพราะถนนเข้ามามีบทบาทแทนในถิ่นบ้านเกิด แต่ยังมีความดั้งเดิม มีร้านขนมจีนดั้งเดิม ยังคงณ ที่เดิม ใต้สะพานหัวไทร ซึ่งขนมจีนร้านนี้เปิดและขายมาตั้งแต่ปี 2522 จำได้ทุกครั้งที่ผู้เขียนเดินทางเข้าอำเภอด้วยเรือหางยาว ซึ่งจากที่ท่าขึ้นที่ใต้สะพานหัวไทร เดินมานิดหนึ่งก็จะถึงร้านขนมจีน “ป้าเพ็งจันทร์”

วันนี้ร้านขนมจีนยังคงอยู่ แต่เปลี่ยนมือจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก คือพี่ทิพย์ที่เข้ามาสืบทอดกิจการร้านขนมจีน และยังคงเป็นที่กล่าวขานถึงอยู่ทุกวันนี้ ใครไป ใครกลับบ้านถ้าหากไม่เข้าอำเภอไปทานขนมจีนป้าเพ็งจันทร์ อาจบอกว่าไปไม่ถึงหัวไทรนั่นเอง

 

คนรุ่นใหม่สมัยนี้อาจจะคุ้นชื่อร้านขนมจีนพี่ทิพย์ใต้สะพานแทน แต่สูตรและรสชาติน้ำแกงขนมจีนนั้นยังคงเป็นแบบดั้งเดิม ยังคงอร่อยเหมือนเดิม ผักยังคงมีมากมายให้ลูกค้าได้ทานคู่กับขนมจีน

ขนมจีนร้านพี่ทิพย์วันนี้มีน้ำแกงหรือน้ำยาให้ลูกค้าได้เลือกหลายน้ำแกง ขึ้นอยู่กับว่าจะชอบแบบไหน เช่น น้ำเคยหรือน้ำแกงเผ็ดที่เข้มข้น เผ็ดสมชื่อ พิเศษกว่าน้ำแกงเผ็ดในภาคอื่นๆ ตรงที่น้ำแกงเผ็ดหรือน้ำเคยนี้จะใช้กะปิปลา หรือเคยปลาล้วนๆ (เคยปลาเป็นกะปิที่นิยมและคุ้นลิ้นของคนในลุ่มน้ำปากพนัง-หัวไทร) เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุง และใช้ปลาสดที่ผ่านการต้มและนำมาตำหรือปั่นรวมกับพริกแกง เช่น ปลาแดง ปลาน้ำดอกไม้ เป็นต้น หากใครไม่อยากทานเผ็ดมากก็ผสมด้วยน้ำแกงกะทิเข้าไป ซึ่งแกงกะทิก็จะเข้มหอมกะทิสด ให้ความมันผสมกันได้อย่างลงตัว และยังมีน้ำพริกหวานแบบคนกรุง มีแกงเขียวหวานไก่ ให้ลูกค้าได้เลือกชิม

จุดเด่นที่ใครเข้ามาร้านแล้วต้องจำได้และมีความพิเศษของร้านขนมจีนพี่ทิพย์หรือเดิมคือร้านป้าเพ็งจันทร์นั้นคือ ยำมะขามอ่อน ที่จะใช้น้ำตาลปี๊บเคี่ยวกับน้ำปลาจนเหนียวข้นและราดบนมะขามอ่อนซอยละเอียด และมะม่วงเบาสับละเอียด ซึ่งจะเปรี้ยวหวานเมื่อตักราดลงบนจานขนมจีน แล้วจะทำให้การรับประทานขนมจีนอร่อยขึ้น

 

ผักสดนั้นมีให้เลือกมากมาย ทั้งผักตามฤดูกาล และผักทั่วไป เช่น แตงกวา มะเขือ ที่น่าสนใจคือยอดหมุย ที่จะหอมมันยอดมะม่วงหิมพานต์ อดีตที่ลำน้ำคลองหัวไทรสมบูรณ์จะมีดอกลำพูไว้ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย และบางทีก็จะมีลูกจากอ่อนไว้ให้แนมกับขนมจีน และขาดไม่ได้คือลูกเนียงอ่อนที่ให้รสฝาดกลิ่นแรงแบบสะตอ

หากลูกค้าไม่นิยมขนมจีนก็มีข้าวราดแกง ข้าวยำไว้บริการลูกค้า ซึ่งราคาขนมจีนนั้นถือว่าย่อมเยามาก คือจานละ 20 บาท ไม่ว่าจะราดน้ำแกงอะไร ข้าวยำ 20 บาท ขณะที่ข้าวราดแกงจานละ 25 บาท เท่านั้นเองกินจนครบทุกเมนู อิ่มแปล้ เชื่อได้ว่าเงินที่จ่ายไปไม่ถึง 100 บาท

หากใครผ่านไปอย่าลืมนะ แวะชิมได้ขนมจีนป้าเพ็งจันทร์เมื่อวันวาน แต่วันนี้คือ ขนมจีนพี่ทิพย์ ลูกสาวป้าที่มาสืบทอดกิจการขนมจีน ที่ยังคงรอให้เรากลับไปลิ้มลอง

 

ซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์อร่อยเต็มโต๊ะ @แหลมเกตุ เฮาส์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2559 เวลา 14:07 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429239

ซีฟู้ดบุฟเฟ่ต์อร่อยเต็มโต๊ะ @แหลมเกตุ เฮาส์

โดย…ยู่ยู้ ภาพ ทวีชัย ธวัชนปกรณ์

ซีฟู้ดเลิฟเวอร์ทั้งหลาย คงคุ้นชื่อกับร้านอาหารชื่อไทยอย่าง “แหลมเกตุ” มานาน เพราะสร้างชื่อในฐานะร้านอาหารซีฟู้ดส่งตรงสดใหม่จากทะเลตั้งแต่ร้านแรกอยู่ที่เกาะลอย มาวันนี้ ถึงแม้แหลมเกตุสาขาแรกไม่อยู่แล้ว แต่ตำนานความอร่อยยังถูกส่งต่อมาจากรุ่นสู่รุ่น ล่าสุดกลับมาเอาใจคนเมืองด้วยสาขาน้องใหม่ใจกลางเมืองในซอยพหลโยธิน 7 อย่างแหลมเกตุ เฮาส์

 

สำหรับลูกค้าใหม่ ก่อนแวะมาแหลมเกตุ เฮาส์ แนะนำให้ศึกษากติกาของร้านสักเล็กน้อย จะได้ไม่มาเก้อ เพราะบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลที่นี่จะเปิดเพียงวันละ 4 รอบ เริ่มรอบแรกเวลา 11.30-13.00 น. รอบต่อมา 13.30-15.00 น. จากนั้นเปิดอีกครั้งในช่วงเย็นเวลา 17.30-19.00 น. และ 19.30-21.00 น. ก่อนมาให้โทรจองก่อน เพราะถ้าวัดดวงวอล์กอินเข้ามาอาจจะเสียเที่ยวได้ โทรจองแล้วให้มาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย จะมีพนักงานสาวสวยใส่ชุดกระโปรงยาวสีสดใสออกมารอต้อนรับ

 

แหลมเกตุ เฮาส์ เนรมิตบ้านเก่าสุดคลาสสิก ให้ดูร่มรื่นด้วยสวนสวยสไตล์อังกฤษ ภายในร้านตกแต่งเหมือนห้องกินข้าวขนาดใหญ่ จุได้ 70 คน เมื่อหาที่นั่งที่ถูกใจได้แล้ว วินาทีแห่งความอร่อยก็เริ่มต้นขึ้น โดยลูกค้าสามารถเลือกเมนูอาหารทะเลที่ปรุงสดใหม่ได้ถึง 23 เมนู ทั้งอาหารรสจัดจ้าน อย่าง ต้มยำทะเลน้ำข้น แกงเหลืองไหลบัวปลาดอลลี่ คั่วกลิ้งทะเล หรืออาหารจานด่วนอย่าง ผักตามฤดูกาลผัดกุ้ง ปีกไก่ทอด กะหล่ำปลีน้ำปลา ข้าวผัดก้ามปู เป็นต้น

 

ถ้าเป็นสาวกอาหารทะเล รับรองได้จุใจกับกองทัพซีฟู้ด อย่างหอยนางรมสดตัวโต ที่รับประกันความสด เพราะเจ้าของมีฟาร์มหอยนางรมเอง เมนูเนื้อปลาลวกจิ้ม ทะเลลวกจิ้ม กุ้งอบเกลือ ทุกเมนูรับประกันคุณภาพได้ เพราะเจ้าของร้านเลือกใช้วัตถุดิบจากศรีราชาทั้งหมด

 

สำหรับใครที่เห็นเมนูละลานตาแล้วเลือกไม่ถูก อย่าพลาดซิกเนเจอร์ อย่างหอยนางรมที่เสิร์ฟมาพร้อมหอมเจียว น้ำพริกเผา กระถิน และน้ำจิ้มซีฟู้ด ถัดมาคือ น้ำพริกปู เสิร์ฟมาในครกอ่างศิลา เข้มข้นด้วยไข่ปู เสิร์ฟกับผักเคียง ต่อด้วยหมึกผัดไข่เค็ม ทีเด็ดอยู่ที่การใช้เนยแทนน้ำมัน เพื่อให้ได้ความหอมของเนย ส่วนความมันใช้จากน้ำมันของน้ำพริกเผา ขณะที่ไข่เค็มเลือกใช้เฉพาะส่วนที่เป็นไข่แดงได้รสเข้มข้นกลมกล่อม

 

อย่าลืมแบ่งท้องไว้สำหรับของหวาน นอกจากไอศกรีมโฮมเมดรสมะนาวและชาไทยแล้ว พลาดไม่ได้กับโรตี ที่ยกเอาเจ้าดังย่านอารีย์มาไว้ที่ร้าน การันตีความอร่อย จนหยุดไม่ได้

 

ร้านแหลมเกตุ เฮาส์ ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 7 ตรงเข้ามาแล้วเลี้ยวเข้าซอยอารีย์ 4 ฝั่งใต้ ตรงเข้ามาประมาณ 50 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือ เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร เวลา 11.30-22.00 น. โทร.08-0000-4444 หรือ 08-4959-5959

 

แกงส้มไหลบัวกุ้งสด ครัวคุณก้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2559 เวลา 13:53 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429236

แกงส้มไหลบัวกุ้งสด ครัวคุณก้อย

โดย…พงศพัทธ์ วงศ์ยะลา

เดินทางจาก กทม.มาเพียง 1 ชั่วโมงก็มาถึงถนนรังสิต-นครนายก จ.ปทุมธานี ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ทั้งวัดโบสถ์ หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ ตลาดเก่าร้อยปีระแหง ตลาดน้ำคลองรังสิต ที่ขึ้นชื่อ รวมไปถึงร้านอาหารอร่อย โดยวันนี้จะพาท่านผู้อ่านมารู้จักกับร้านอาหารครัวคุณก้อยที่ตกแต่งสวยเก๋ในสไตล์ฟิวชั่นคลาสสิก พร้อมเมนูไทยๆ รสชาติเลิศรส แบ่งออกเป็น 2 โซน โซนแรกเป็นคอฟฟี่ช็อปและเบเกอรี่โฮมเมด ส่วนโซนที่สองเป็นโซนร้านอาหารไทยที่เลือกใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ แต่ราคาไม่แพงอย่างที่คิด

ร้านแห่งนี้บริหารงานโดย ก้อย หรือ พรพิมล ธรรมสาร อดีตนักร้องนำของวงโอเวชั่นที่โด่งดังในปี 2530-2532 ซึ่งเปิดร้านมานานหลายปีแล้ว โดยเมนูเด็ดมีหลากหลายให้เลือกรับประทาน ซึ่งเมนูเด็ดสุดของร้านต้อง “แกงส้มไหลบัวกุ้งสด” เป็นเมนูสุดฮิตอีกอย่างที่ลูกค้าสั่งมาลิ้มลองแล้วไม่ผิดหวังเพราะแกงส้มไหลบัวกุ้งสดที่นี่จะนำน้ำพริกแกงส้มต้มเคี่ยวกับน้ำซุปจนเดือดพล่าน ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา และน้ำตาลปึกเล็กน้อย จนรสชาติออกเปรี้ยวนำ เค็ม และหวาน ใส่ไหลบัวที่หั่นเป็นท่อนๆ พอดีคำ และกุ้งสดแกะเปลือก

 

เสิร์ฟใส่ชามมาขณะยังร้อนกรุ่น ความอร่อยอยู่ที่น้ำแกงส้มเข้มข้นครบรส กุ้งสดเนื้อแน่น ไหลบัวเคี้ยวกินได้กรอบกรุบ ซึ่งไหลบัวนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของรากบัวที่อยู่ใต้น้ำ ความอร่อยอยู่ที่ความกรอบกรุบของไหลบัว บวกกับน้ำแกงรสจัดจ้าน และกุ้งสดเนื้อหวาน ตักราดกินกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนลืมอิ่ม ตามด้วยเมนูยอดฮิต ปลากะพงทอดน้ำปลา สูตรเฉพาะของร้าน ปลากะพงตัวใหญ่ทอดสีเหลืองกรอบ เคียงคู่มาด้วยผัดมะเขือยาว เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มมะม่วงและน้ำจิ้มซีฟู้ดกรอบอร่อยยกนิ้วให้เลยครับ

พล่าหมูมะเขือเปราะ เป็นเมนูสุขภาพอีกเมนูที่ต้องแนะนำ ซึ่งเหมาะกับผู้มีปัญหาความดันโลหิตสูง และผู้เป็นเบาหวาน เนื่องจากมะเขือเปราะมีสรรพคุณบำรุงหัวใจลดความดันในเลือด และลดประมาณน้ำตาลในเลือดอีกด้วยรสชาติมันแซ่บมาพร้อมกับประโยชน์เลยทีเดียว

ตามมาด้วยทอดมันปลากราย เมนูยอดนิยมที่อยู่คู่ร้านอาหารมาช้านานทอดมันรสชาติไม่เหมือนใคร เนื้อปลากราย นำมาปรุงรสแล้วนวด จนได้เนื้อที่เหนียวนุ่มได้ที่ แล้วทอดในน้ำมันร้อนๆ จะได้เป็นทอดมัน พองฟู ไม่อมน้ำมัน จิ้มน้ำจิ้ม 3 รส มันช่างอร่อยล้ำเกินบรรยายซะจริงๆ

ห่อหมกทะเลผัดแห้ง อร่อยแรง รสเข้มข้นโดนใจ ซึ่งแทนที่จะใช้วิธีนึ่ง ก็เปลี่ยนมาใช้การผัดในกระทะแทน ตัดปัญหาการหาใบตอง เสร็จแล้วเปิดฝาโรยใบมะกรูดซอยและใบโหระพา คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกรอบ ปิดไฟ ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟแล้วโรยหน้าเพิ่มสีสันด้วยพริกชี้ฟ้าแดงซอยแต่รสชาติของห่อหมกจานนี้ก็ยังอร่อยถูกปากเหมือนเดิม

เมนูหมูทอด ถือเป็นเมนูง่ายๆ ที่หลายๆ คนชื่นชอบเมนูนี้คือ “หมูกรอบคั่วเกลือ” ที่จะหมักกับเครื่องปรุงต่างๆ คั่วเกลือจนได้ที่ ก่อนจะนำไปทอดจนสุกเหลืองดี ลองชิมแล้วเนื้อหมูนุ่มๆ ข้างนอกกรอบนิดๆ หอมน่ารับประทานมาก

น้ำพริกลงเรือปลาดุกฟู เป็นอีกหนึ่งในเมนูน้ำพริกที่หลายๆ ท่านติดใจ เพราะอร่อยรับประทานง่าย น้ำพริกลงเรือ เป็นน้ำพริกกะปิชนิดหนึ่งในตำรับอาหารชาววัง ที่มีรสชาติเปรี้ยวเค็มเผ็ดหวานอย่างกลมกลืน รับประทานเคียงกับทั้งผักต้มและผักสดจุดเด่นของน้ำพริกลงเรือปลาดุกฟูร้านครัวคุณก้อยนี้คือ มีการนำปลาดุกฟู และหมูหวาน มาเป็นเครื่องเคียงพร้อมผักเพื่อให้มีรสชาติกล่อมๆและอร่อยขึ้นอีกด้วย

 

ข้าวซอยไก่ หนึ่งในอาหารพื้นบ้านล้านนาที่น่ารับประทานมาก คุณก้อยบอกว่าการที่คุณก้อยเป็นคนเหนือเรื่องข้าวซอยไม่ต้องห่วงสูตรทางเหนือมาเองลำแต้ๆกา…!!!ความอร่อยของข้าวซอย เห็นทีจะอยู่ที่น้ำแกงเป็นหลักครับ แน่นอนว่าน้ำแกงรสรำแบบนี้ต้องมาจากเครื่องแกงอร่อยๆสูตรเฉพาะของร้านนี้ ยังมีเมนูอื่นๆอีกมากมาย เช่น เมนูปลากะพงนึ่งมะนาว เพราะปลาที่นี่สดมาก เนื้อหวาน ส่วนน้ำราดนี่มาทั้งเปรี้ยว เค็ม ออกตัดหวานนิดๆ เผ็ดกลางๆ ส่วนเมนูอื่นๆก็จะมีกุ้งแช่น้ำปลา ยำก้านคะน้า ยำถั่วพู ยำคอหมูย่าง ผัดกะปิสะตอกับกุ้ง ไส้กรอกอีสาน

ใครผ่านมาแถวนี้ลองแวะชิมดูนะครับ ร้านครัวคุณก้อย ตั้งอยู่ คลอง 10 ธัญบุรี เส้นรังสิต-นครนายก ซ้ายมือ ติดถนนใหญ่ ร้านครัวคุณก้อยเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11:00-22.00 หรือสอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์ 02-546-1062 ใครผ่านมาต้องลองแวะรับประทานอาหารไทย อย่างแกงส้มไหลบัวกุ้งสด แล้วคุณจะต้องสั่งใส่ถุงกลับบ้านอย่างแน่นอน ผมการันตี อร่อยสุดๆ

 

สเปน ยูนีก ความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2559 เวลา 12:12 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429225

สเปน ยูนีก ความอร่อยอันเป็นเอกลักษณ์

โดย…สาโรจน์ มีวงษ์สม ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ทุกวันนี้อาหารสเปนกลายเป็นที่กล่าวขานถึงความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดของบรรดาเชฟรุ่นใหม่ ซึ่งนำเอารสชาติดั้งเดิมมาตีความใหม่ ใส่ความเป็นโมเดิร์นลงไป หรือไม่ก็ใส่ความยูนีกที่แสดงถึงตัวตนเข้าไป จนกลายเป็นเมนูจานใหม่ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

อันที่จริงแล้วอาหารสเปนก็คล้ายกับอาหารของหลายประเทศที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นถิ่น ทว่ายังคงเอกลักษณ์ที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไว้ อย่างเช่น Paella หรือข้าวผัดสเปน ที่คนรู้จักกันดี ทั้งที่จริงแล้วเป็นของวาเลนเซีย ทั้งนี้ก็เป็นผลพวงมาจากอาหารสเปนดั้งเดิมที่ลงตัวด้วยรสชาติและเครื่องปรุงพื้นถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารทะเล และกรรมวิธีการทำแบบชาวละติน

เฉกเช่น เชฟแดเนียล บุเชอร์ หนุ่มเยอรมนี วัย 33 ปี ที่ย้ายจากโรงแรมพลาซ่า แอทธินี มาเป็นเชฟใหญ่ประจำร้าน โอสิโต้ (Osito) ในย่านตึกมหาทุน เพลินจิต อย่างเป็นทางการ ซึ่งเขาหลงใหลในรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารสเปน และลงมือทำอย่างตั้งใจ อาหารของที่นี่จะมีส่วนผสมของอาหารสเปนหลายอย่าง เชฟแดเนียลจะครีเอทอาหารด้วยความละเอียดอ่อนทีละขั้นตอน จึงทำให้รสชาติมีความซับซ้อนแต่ก็ไม่ได้เข้าถึงยากจนเกินไป

 

สิ่งที่พิเศษคือเชฟแดเนียลยังได้พลิกแพลงอาหารอาหารสเปนแบบดั้งเดิมให้มีความสนุกสนานมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำวัตถุดิบท้องถิ่นไทยๆ มาใช้เพื่อความสดใหม่ แต่ยังเน้นรสชาติแบบสเปนตามต้นตำรับไว้เช่นเดิม ด้วยการทวิสต์แต่ละจานด้วยการใช้วัตถุดิบออร์แกนิกท้องถิ่นให้มากขึ้น เพื่อสุขภาพและรสชาติที่หลากหลาย ซึ่งนอกจากวัตถุดิบพวกเนื้อสัตว์และ Charcuterie (โคลด์คัตที่ทำจากเนื้อหมู) ที่จำเป็นต้องนำเข้าแล้ว เชฟยังใส่ใจคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติตามระบบเกษตรกรรมยั่งยืน (Sustainble Agriculture) เพื่อสนับสนุนการทำเกษตรกรรมที่ถูกต้อง

“ผมเกิดและโตขึ้นมาในฟาร์ม จึงใส่ใจกับรายละเอียด และพิถีพิถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบธรรมชาติมากเป็นพิเศษครับ ผมคิดว่าวัตถุดิบธรรมชาติที่เราบริโภคกันทุกวันนี้ ผลิตขึ้นมาทั้งถูกและผิดวิธี ซึ่งผลผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมักจะมีต้นทุนสูงกว่า แต่ในฐานะที่เราเป็นเชฟ นอกจากปรุงอาหารแล้ว อีกหน้าที่เราคือการซื้อผลผลิตจากเขาเพราะว่าเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าไม่มีคนช่วยสนับสนุน เขาก็จะหันไปทำสิ่งที่ผิดเหมือนๆ กันหมด ผมจึงยินดีที่จะใช้วัตถุดิบที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าต้นทุนของเราจะสูงกว่า”

เชฟแดเนียลกล่าวย้ำถึงความตั้งใจ และสัมผัสได้ถึงความสนุกสนานกับการหยิบเอาวัตถุดิบพื้นถิ่นมารังสรรค์เป็นเมนูจานใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ

 

“ผมจะรู้สึกสนุกสนานทุกครั้งเมื่อนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาใช้ในเมนูแต่ละจาน ไม่ว่าจะเป็นผักออร์แกนิก ไข่ไก่จากฟาร์ม หรือกระทั่งพวกปลา หอย และปลาหมึกจากท้องทะเลไทย ทำให้เราได้ความสดใหม่อยู่เสมอ เมนูแต่ละจานก็จะโดดเด่นไม่ซ้ำกัน และแตกต่างกันตามช่วงฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่าฤดูกาลนั้นๆ อะไรจะออกใหม่มาให้เราได้นำมาสร้างสรรค์”

เขาจะเกิดแรงบันดาลใจในทุกครั้งที่เขาได้วัตถุดิบใหม่ๆ มารังสรรค์เมนู

“ในความรู้สึกของผม ผมว่าบรรดาวัตถุดิบที่เกษตรกรใส่ใจ มันจุดประกายให้กับผมในฐานะเชฟนะครับ และถ้าเราใส่ใจ ฟาร์มที่มีความตั้งใจเหล่านี้ก็จะไม่ถูกลืมมันเป็นการช่วยเหลือกัน ทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่เพื่อตามหาวัตถุดิบใหม่ๆ ทั้งที่เชียงใหม่ เชียงราย โครงการหลวง ผมจะรู้สึกตื่นเต้น และเห็นถึงความตั้งใจของพวกเขา ผมว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวเรามันดีที่สุดอยู่แล้วครับ และวัตถุดิบเหล่านี้เองที่เป็นตัวจุดประกายเชฟไม่ให้หยุดนิ่ง”

 

ในทุกวันเชฟแดเนียลจะรังสรรค์เมนูอาหารสเปนในแบบฉบับของตัวเอง โดยอาอาศัยรสชาติแปลกใหม่จากวัตถุดิบที่เขาเลือกสรรค์มาใช้ในแต่ฤดูกาล จนกลายเป็นอาหารสเปนในแบบฉบับของตนเองที่ใครที่เคยมาสัมผัสต่างชื่นชม และประทับใจกับอาหารสเปนจานใหม่ที่สัมผัสได้ถึงโดยง่ายและรู้สึกคุ้นชิน

เมนูแรกที่เชฟแดเนียลรังสรรค์ให้เราวันนี้ ก็คือ Alme Jas La Conserva อาหารกระป๋องยอดนิยมของสเปน ถูกพลิกแพลงมาเป็นของสดจากทะเลด้วยหอยตลับ และปลาหมึกจากทะเลไทยผัดกับกระเทียม ไวน์ขาว มะเขือเทศ พริกแดง ให้สัมผัสที่สดชื่นกว่าอาหารกระป๋องหลายเท่า แต่ยังคงรสชาติเดิมของอาหารกระป๋องแบบสเปนเอาไว้อย่างครบรส

ต่อด้วย Pintxo พิชโช่ อาหารเป็นคำๆ ของกินเล่นของสเปน ที่แตกต่างกันในเรื่องของรสชาติในแต่ละหน้าที่ท็อปด้านบนไม่เหมือนกัน ทั้งหมดมี 9 หน้าให้เลือกลิ้มลอง เริ่มจากนำขนมปังไปอบแล้วท็อปด้านบนด้วยไข่กับไส้กรอกของสเปน ต่อด้วยเห็ดแชมปิยอง ราดด้วยมายองเนส ยัดไส้ด้วยเลมอนกับซอสกระเทียม อีกหน้าท็อปด้วยแมงโก้ชีส เพิ่มรสชาติด้วยมะกอกเขียว หน้าต่อมากาบ้าชีสกับไอเบอร์โก้ ราดด้วยซอสเลมอนอีกที หรือจะท็อปด้วยแอนโชวี่ กับพริกหวานย่าง อร่อยเนียนๆ หน้านี้ก็อร่อย ขนมปังท็อปด้วยโลโม่หมูหมักแบบสเปน พร้อมใส่กากกาแฟเอสเปรสโซ่ ราดด้วยซอสสูตรพิเศษออกรสชาติเผ็ดนิดๆ รวมถึงท็อปด้วยปลาเค้านำไปสโมก ปรุงรสด้วยหอมแดง พาสลีย์ ท็อปด้านบนอีกทีด้วยเลมอน

 

เมนูต่อมา Arroz Negro ข้าวผัดสเปนเมนูขึ้นชื่อ เป็นข้าวผัดซีฟู้ดจานใหญ่ที่มาพร้อมกับปลาหมึก และหอยตลับจากฝั่งทะเลไทย เริ่มต้นจากการนำข้าวผัดไปผัดกับหมึกจากน้ำปลาหมึก หอมหัวใหญ่ กระเทียม น้ำมันมะกอก ปรุงรสด้วยเกลือ ส่วนหอยตลับกับปลาหมึก นำไปอบกับซอส เสิร์ฟมาบนกระทะแบบสเปน สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมไหม้ของกระทะ รสชาติอร่อยกลมกล่อมทีเดียว

ตบท้ายด้วยเมนูสตูไก่ “Pollo con Chorizo” น่องไก่ออร์แกนิกตุ๋นก่อนนำมาผัดกับสแปนิชชอริโซ่ (ไส้กรอกสเปน) มะกอก และมันฝรั่งทอด เนื้อไก่ยุ่ยและรับรสซอสกำลังได้ที่ เรียกว่าอร่อยเพลินกันเลยทีเดียว

สัมผัสความเป็นยูนีกของอาหารสเปน ที่แสนคุ้นชินด้วยวัตถุดิบพื้นถิ่นเหล่านี้ได้ที่ Osito อาคารมหาทุนพลาซ่า ถนนเพลินจิต เปิดบริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 10.30-24.00 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-24.00 น. โทร.02-650-4399 หรือ facebook.com/OsitoBKK

 

เปปเปอร์ ลันช์ เสิร์ฟร้อน อร่อยสไตล์คุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2559 เวลา 12:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429224

เปปเปอร์ ลันช์ เสิร์ฟร้อน อร่อยสไตล์คุณ

โดย…ซิตี้กาย ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

เปปเปอร์ ลันช์ ร้านอาหารญี่ปุ่น ที่ได้รับความนิยมมากในญี่ปุ่น และอีกกว่า 12 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งในไทยก็ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กัน โดยเห็นได้จากจำนวนสาขา ปัจจุบันมีมากถึง 18 สาขาแล้ว (เข้าไปดูข้อมูลของแต่ละสาขาได้ที่ www.pepperlunchthailand.com)

 

มาถึงที่แล้วต้องไม่พลาดเมนู เดอะ ไจแอนท์ สเต๊กเนื้อระดับพรีเมียมที่นำเข้าจากออสเตรเลีย นำมากริลบนจานร้อนหลอมละลายให้เนื้อสุก ทำให้ได้รสชาติของเนื้อได้อย่างนุ่มชุ่มลิ้น เมนูต่อมาที่ต้องห้ามพลาด สุกี้ยากี้เนื้อ ที่ซึ่งใช้เนื้อจากสหรัฐ นำมาสไลซ์ แล้วคลุกเคล้าเข้ากับซอสสุกี้สไตล์ญี่ปุ่น ตัดรสชาติด้วยไข่ไก่ที่นำมาเสิร์ฟในจานร้อน ก็หอมมันไปอีกแบบ

 

เมนูขายดีที่ต้องบอกต่อ ต้องเมนูนี้ ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ ที่เน้นเนื้อจากสหรัฐแบบเนื้อๆ เน้นๆ กินพร้อมข้าวญี่ปุ่นที่ท็อปด้วยข้าวโพดอบหวานกรอบ เนยสูตรเฉพาะ และพริกไทยบดสดใหม่ โดยมีซอสสูตรเฉพาะ 2 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นซอสคาราคูชิที่ออกเค็ม กับซอสอามาคูชิที่ออกหวาน ชอบรสไหนก็เลือกรสนั้นได้เลย

 

ใกล้สาขาไหนก็ไปสาขานั้น แต่ถ้าถามโดยส่วนตัวของซิตี้กาย สะดวกที่จะไปสาขาสยามสแควร์วันมากที่สุด ซึ่งสาขานี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-044-8741

 

ส้มตำไก่ย่างทิพรส แซบถึงรสถึงใจ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2559 เวลา 11:49 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429220

ส้มตำไก่ย่างทิพรส แซบถึงรสถึงใจ

โดย…แมงโก้หวาน

พอพูดถึงไก่ย่าง เราก็จะนึกถึงส้มตำ หรือถ้าพูดถึงส้มตำก็จะคิดถึงไก่ย่างเช่นเดียวกัน (ฮ่าๆๆ) ร้านส้มตำไก่ย่างที่อร่อยและขึ้นชื่อมีหลายร้าน ซึ่งต่างก็มีเอกลักษณ์และจุดเด่นที่เป็นจุดขายของตัวเอง อย่าง ร้านทิพรส อยู่บนถนนสาธุประดิษฐ์ ระหว่างซอย 54-56 ตรงข้ามธนาคารกสิกรไทย สาขาท่าน้ำสาธุประดิษฐ์ ก็เป็นร้านไก่ย่างส้มตำที่ขึ้นชื่อในย่านถนนสาธุประดิษฐ์

ร้านนี้ไม่ได้ขายแค่ไก่ย่างส้มตำเท่านั้น ยังมีเมนูให้เลือกสั่งเพียบ เช่น ปลาดุกย่าง คอหมูย่าง ลิ้นย่าง ตับย่าง เนื้อย่าง ตำไทย ตำไทยใส่ปู ตำไทยไข่เค็ม ตำลาว ตำซั่ว ต้มแซบกระดูกหมูอ่อน ต้มแซบไข่อ่อน ต้มแซบเนื้อ ต้มแซบกุ้งและปลาหมึก ต้มยำกุ้งและปลาหมึก ต้มยำเนื้อตุ๋น ลาบเป็ด ลาบไก่ ลาบหมู ลาบวุ้นเส้น ลาบเนื้อ ลาบปลาดุก ยำปลาดุกฟู ยำคอหมูย่าง ยำหมูยอ ยำรวมมิตร ยำยอดมะพร้าว เยอะแยะไปหมด รวมประเภททอดและน้ำตกอีกด้วย

เมนูเด็ดที่ขึ้นชื่อมากคงต้องยกให้ ส้มตำ+ไก่ย่าง โดยเฉพาะไก่ตัวใหญ่ น่องใหญ่ เนื้อแน่น นุ่นกรอบ รสชาติไก่อร่อยเพราะหมักได้เข้าเนื้อดี มีกระเทียมโรยหน้า ย่างออกมาหน้าตาน่ากิน ส่วนส้มตำขึ้นกับความชอบ ตำไทยก็ไม่เลวกินกับไก่ย่างแซบทุกคำ รสออกเปรี้ยวหวานพอดีถูกปาก หอมกลิ่นมะนาวแท้ๆ กุ้งแห้งเป็นตัวๆ สีสันเห็นแล้วแทบอดใจไม่อยู่

ความอร่อยและความสะอาด “รสริน บัวประชุม” เจ้าของร้านการันตีเปิดมา 20 กว่าปีลูกค้ารู้จักดี ถ้าใครผ่านมาแถวประดิษฐ์ก็อย่าลืมแวะไปชิม ราคามาตรฐาน ไก่ย่างตัวละ 190 บาท ครึ่งตัว 100 บาท ส่วนตำไทย 45 บาท โทร. 02-294-1566, 02-294-6819

 

Merry Marion มะยงชิดพุดดิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

29 เมษายน 2559 เวลา 11:13 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/429213

Merry Marion มะยงชิดพุดดิ้ง

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ราวอาทิตย์ก่อน ร้านผลไม้เจ้าประจำโทรมาเรียกผู้เขียนให้รับซื้อมะยงชิดล็อตสุดท้ายของสวนที่เขาผูกขาดไว้ ได้มาลูกสวยผิวเนียนก็จริง แต่รสชาติสู้ช่วงต้นฤดูกาลไม่ได้ ทั้งความหวานและความหนาของเนื้อ จึงถือเป็นการปิดฉากเทศกาลรับประทานมะยงชิดที่บ้านเรา ถึงแม้ว่าอาจยังพอมีให้เลือกซื้อประปรายบ้างช่วงนี้ แต่รสชาติคงรับประกันไม่ได้ว่าจะหวานหอมขนาดไหน

จากการพูดคุยกับเพื่อนของผู้เขียนผู้มีสวนมะยงเป็นของตัวเอง พบว่ามีหลายข้อที่ “มะยงชิด” มีความเฉพาะตัว แตกต่างจากผลไม้ตามฤดูกาลอื่นๆ เช่น หารับประทานนอกฤดูได้ยาก เพราะไม่ได้ออกดอกผลตลอดทั้งปี เป็นผลไม้ที่เก็บก่อนเวลาเพื่อนำมาบ่มไม่ได้เลย รสชาติจะผิดเพี้ยนไปทันที ดังนั้นเกษตรกรเจ้าของสวนต้องช่างสังเกตและมีความชำนาญพอ ทั้งยังต้องนัดแนะการขนส่งให้ตรงตามเวลา เพราะหลังจากเด็ดจากต้นแบบ “ติดขั้ว” แล้ว มีเวลาคัดขนาดจริงๆ จังๆ แค่ 1-2 วัน หลังจากนั้นต้องส่งถึงมือผู้บริโภคให้เร็วที่สุด รวมทั้งหมดต้องไม่เกิน 7 วันหลังจากเก็บจากต้น เพื่อให้สุกกำลังเหมาะ รสชาติหวานหอม รับประทานแล้วให้ความสดชื่นอย่างที่แฟนๆ มะยงชิดรอคอย นี่จึงเป็นเหตุให้ผลผลิตที่อร่อยๆ กลายเป็นของหายาก ราคาอาจสูงไปถึงกิโลกรัมละ 500-600 บาทได้ไม่ยาก และถ้าเก็บมาไม่ดี ไม่ได้ขนาดและรสชาติ ราคาอาจตกมาเหลือแค่โลละร้อยเดียว ถือว่าท้าทายอย่างมาก

อีกข้อจำกัดหนึ่งที่มะยงชิดมีผลผลิตรูปแบบอื่นๆ น้อยกว่าผลไม้อีกหลายต่อหลายชนิด ที่ผู้เขียนสังเกตเห็นในมุมมองของคนชอบรับประทานมะยง และชอบขนม ข้อหนึ่งที่ชัดเจนคือ มะยงชิด อร่อยที่สุดเมื่อรับประทานสดๆ แช่เย็นๆ จะอร่อยด้วยรสชาติของตัวผลไม้เอง หากปอกทิ้งไว้ข้ามคืน ต่อให้มะยงสุกพอดีกินแค่ไหน รุ่งขึ้นมีความเสี่ยงที่เนื้อมะยงจะเละไปได้ คล้ายๆ ว่าเอนไซม์ในเนื้อมะยงจะย่อยสลายเนื้อเยื่อของตัวเอง ทำให้คายน้ำออกมา กลิ่นรสน้อยลง และเละไปในที่สุด

ครั้นจะนำมาแปรรูป กวน หรือทำแห้งในรูปแบบที่ต้องผ่านความร้อน น่าโชคร้ายที่มะยงจะสูญเสียกลิ่นรสความสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไป กินไปก็เดาไม่ได้ว่าทำมาจากมะยง พอจะหันมาหาความเย็นในการยืดอายุมะยง ก็อีกนั่นแหละ ต้องทำใจเรื่องความเละให้ได้

ฉบับนี้จึงเป็นอีกตอนที่ผู้เขียนคัดเลือกเอาสูตรที่ลองชิมเองแล้ว “คอมะยง” น่าจะรักในรสชาติของมะยงชิดที่กลายมาเป็นเมนูอื่นๆ ได้อีกโดยไม่เสียเอกลักษณ์มากนัก สำหรับตอนนี้เป็นมะยงชิดพุดดิ้งที่เราใช้สูตรพื้นฐานเป็นพุดดิ้งนมสด แล้วเติมเนื้อมะยงลงไป แล้วทำให้พุดดิ้ง “เชตตัว” ด้วยเจลาติน เป็นทางเลือกที่จะใช้มะยงที่รสชาติติดเปรี้ยว หรือใช้เนื้อมะยงที่เละนิดๆ มาทำได้

สูตรนี้เรายังมีทางเลือกสำหรับมะยงชิดที่เละ หรือเก็บด้วยวิธีใช้ความเย็นถนอมอาหารไว้ด้วยการแช่แข็ง โดยเอาเนื้อมะยงมาทำเป็นซอส ใช้วิธีกวนแป้งให้สุกแล้วจึงเติมมะยงลงไปให้เดือด เพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในเนื้อมะยงเสียก่อน เพื่อให้ซอสข้น รสอร่อย ไม่กร่อยเมื่อเก็บไว้ในตู้เย็น เสิร์ฟเย็นๆ เป็นขนมในช่วงรับลมร้อนแบบนี้ได้ไม่ยากจนเกินไป ที่สำคัญ หากคุณเป็นแฟนพันธุ์แท้มะยงชิด คงเป็นอีกสูตรที่น่าจะชื่นชอบ สำหรับฉบับปิดท้ายฤดูกาลมะยงชิดของเราจะเป็นอะไร ฝากติดตามในสัปดาห์หน้าค่ะ

 

สำหรับพุดดิ้ง

ส่วนผสม

นมสด 1.5 ถ้วย

นมข้นจืด 1 ส่วน 4 ถ้วย

ครีมสด 1 ส่วน 2 ถ้วย

น้ำตาลทราย 3 ช้อนโต๊ะ

เจลาติน ขนาดแผ่น 4 นิ้ว 8 แผ่น

มะยงชิด คว้านเมล็ด 4 ลูก

มะยงชิด สุกพอดีกิน 4-5 ลูก สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

แช่เจลาตินในน้ำเย็นให้นุ่ม ประมาณ 5 นาที พอนุ่มแล้วให้สะเด็ดน้ำพักไว้

อุ่นนมสด นมข้นจืด และครีมสดให้ร้อน เติมน้ำตาลทรายลงไปคนให้ละลาย รอให้เดือดเบาๆ ยกลงจากเตา

เติมเจลาตินลงไปละลาย รอให้ส่วนผสมเย็นลงเท่าอุณหภูมิห้อง แล้วจึงปั่นมะยงสุกลงในส่วนผสม หรือเติมมะยงชิดหั่นลงไป

นำเข้าตู้เย็น ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนส่วนผสมคงตัว

นำพิมพ์แช่น้ำอุ่นก่อนค่อยๆ แซะลงมาใส่จานเสิร์ฟ เสิร์ฟพร้อมกับมะยงชิดสดซอสมะยงชิด

ส่วนผสม

น้ำสะอาด 1 ถ้วย

น้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ

แป้งกวนไส้ 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น 1 ส่วน 8 ช้อน

ชามะยงชิด งอมๆ 8 ลูก

วิธีทำ

ตั้งน้ำตาลและน้ำสะอาดให้เดือด เติมแป้งกวนไส้ผสมน้ำเปล่าลงไป คนให้เดือด 2 นาทีเติมเนื้อมะยงชิดและเกลือป่นลงไป รอให้เดือดอีกครั้งจึงยกลงจากเตา ปั่นส่วนผสมให้เข้ากันเป็นซอสมะยงชิด รีบทำให้เย็นลงอย่างรวดเร็วเพื่อคงรสชาติไว้ให้ดีที่สุดและยังช่วยให้เก็บได้นานขึ้นในตู้เย็นด้วย

 

เจ๊ฝน…มีดีที่ซุป สตรีทฟู้ดสมาคมแต้จิ๋ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 เมษายน 2559 เวลา 11:04 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/428168

เจ๊ฝน...มีดีที่ซุป สตรีทฟู้ดสมาคมแต้จิ๋ว

โดย…ฉัตรชัย ธนจินดาเลิศ

หากพูดถึงย่านใจกลางเมืองของกรุงเทพฯ อย่างบริเวณถนนจันทน์แล้ว นอกจากจะมีผู้คนและชุมชนเก่าแก่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแล้ว ก็ยังมีของกินรสอร่อยแทรกอยู่ตามข้างทางมากมาย

วันนี้จึงมาแนะนำอาหารง่ายๆ ข้างถนนหรือสตรีทฟู้ด อย่างเกาเหลาเลือดหมูและก๋วยเตี๋ยว ซึ่งดูภายนอกเหมือนจะธรรมดา แต่พอได้ลิ้มรสคำแรกเข้าไปแล้วเผลอแป๊บเดียวก็เกลี้ยงชามทีเดียว

 

พูดถึงร้านนี้ต้องบอกว่าไม่ได้มีชื่ออย่างเป็นทางการ  แต่ตัวร้านตั้งอยู่หน้า “สมาคมแต้จิ๋ว” ที่อยู่ภายในซอยเย็นจิต ถนนจันทน์ ซึ่งคนละแวกนั้นเรียกว่า “ร้านเจ๊ฝน” โดยเธอจะเป็นผู้หาวัตถุดิบในการปรุงอาหารด้วยตัวเอง เพื่อให้อาหารแต่ละจานออกมาดีที่สุด อย่างต้มเลือดหมู ที่พวกเครื่องในเป็นส่วนประกอบก็ต้องสดและล้างให้สะอาด จะได้ไม่มีกลิ่นคาวออกมาให้แตะจมูกและรสชาติออกมาเยี่ยม

แต่สิ่งที่พิเศษอีกอย่างและแตกต่างจากร้านต้มเลือดหมูทั่วไป คือ ทางร้านจะมีให้ลูกค้าเลือกได้ว่า จะใส่ผักกาดหอม ผักตำลึง ตามแบบสูตรทั่วไปแล้ว ลูกค้าสามารถจะเลือกใส่ผัก “จิงจูไฉ่” ที่ถือเป็นพืชสมุนไพรชั้นเยี่ยมก็ได้ ซึ่งจิงจูไฉ่นี้นอกจากจะช่วยดับกลิ่นคาวของเครื่องในแล้ว ก็ยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย แต่ก็ต้องแลกกับรสขมเล็กน้อย

 

หากพูดถึง “จิงจูไฉ่” นั้น เป็นผักที่มีต้นกำเนิดมาจากจีน แต่ได้นำเข้ามาปลูกในไทยนานแล้ว และนำมาใส่ต้มเลือดหมูให้เราได้กินถึงตอนนี้ ถือได้ว่าเป็นพืชผักสมุนไพรที่มีประโยชน์ ช่วยปรับสมดุลและขับลมภายในร่างกายได้เป็นอย่างดี

สิ่งสำคัญที่เป็นเคล็ดลับอีกอย่างของเจ๊ฝน คือ น้ำซุปที่ทั้งหวานและเข้มข้นซดคล่องคอดีทีเดียว เพราะทางร้านเล่นใช้เอียเล้งหรือกระดูกสันหลังหมูมาทำน้ำซุป และยังใช้น้ำซุปจากการต้มเนื้อหมูสดสำหรับทำหมูหยองมาผสมลงไปด้วย บวกกับการใส่เครื่องเทศต่างๆ เข้าไปด้วย ยิ่งทำให้น้ำซุปมีความหอมเข้าไปอีก

 

หรือไม่ ถ้าใครอยากชิมก๋วยเตี๋ยวประเภทต่างๆ จะก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำแห้ง ก็ยังมีให้เลือกอีกตามสบาย ร้านจะเปิดวันธรรมดาตั้งแต่เช้าจนถึงสายๆ

ถ้าใครผ่านไปผ่านมาแถวถนนจันทน์ ก็ลองแวะชิมดูได้ รับรองรสชาติเกินธรรมดา

 

ลูกชิ้นเชฟ สะอาด…ถูกหลักอนามัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 เมษายน 2559 เวลา 16:50 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/428061

ลูกชิ้นเชฟ สะอาด...ถูกหลักอนามัย

โดย…เสถียร ท้วมจันทร์

ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำรายรับไม่พอกับรายจ่ายทำให้หลายคนต้องปรับกลยุทธ์การดำรงชีวิตเพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับ ชัยพร แก้วประเสริฐ หรือนุ้ย หนุ่มเมืองขุนแผน จ.สุพรรณบุรี จากที่เคยยึดอาชีพขายปลาหมึกย่างอยู่ที่บริเวณหน้าวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ริมถนนมาลัยแมนหน้าปั๊มชื่อดัง อ.เมืองสุพรรณบุรี ต้องปรับแผนการตลาดให้สอดคล้องกับปัจจุบัน ตลอดทั้งสร้างจุดเด่นเป็นจุดขายสินค้า

ชัยพร กล่าวว่า จากที่ยึดอาชีพทำงานประจำควบคู่กับขายปลาหมึกย่างเลี้ยงครอบครัวมานานกว่า 10 ปี แต่หลังเจอปัญหาเรื่องสถานที่ขายและปัญหาการเก็บปลาหมึกที่ต้องสดใหม่สะอาด เพื่อให้ถูกปากกับผู้ชื่นชอบบริโภคปลาหมึก จึงหันมาขายลูกชิ้นทอดแทน เพราะลูกชิ้นสามารถทำง่ายกว่า ลูกค้าหลากหลายมากกว่า ก็เลยตัดสินใจต่อรถพ่วงข้างมาขอเช่าที่หน้าปั๊มน้ำมันดังกล่าวเพื่อขายลูกชิ้นทอด

 

ชัยพร บอกอีกว่า การขายลูกชิ้นทอดแม้ว่าจะไม่ยุ่งยาก แต่ต้องหาจุดขายเรียกลูกค้ามาอุดหนุน ดังนั้นจึงสร้างจุดเด่นขึ้นมาด้วยการแต่งชุดเชฟหลากสีทุกวัน ทำให้ลูกค้าเห็นแล้วต้องแวะมาดูพร้อมกับซื้อลูกชิ้นไปกินด้วย

“ทุกวันนี้ลูกค้ามักจะขอถ่ายภาพบ้าง ถ่ายร้านบ้างเป็นประจำเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำ ยอดขายก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมต้องลาออกจากงานมาขายลูกชิ้นอย่างเดียว จนทุกวันนี้ก็ขายมานานกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผมมุ่งมั่นพัฒนาอาชีพจนลูกค้าติดอกติดใจทั้งเรื่องของความสะอาด เรื่องของความสดใหม่และวิธีการทอดลูกชิ้น จะไม่ยอมให้น้ำมันร้อนจัด จนส่งผลให้ลูกค้าเกิดมะเร็งจากการทอดลูกชิ้นได้”

 

ที่ผ่านมา แม้ว่าหลายคนไม่สนใจใช้น้ำมันร้อนจัด ซึ่งก็พยายามศึกษามาในเรื่องของการทอดลูกชิ้น การทำน้ำจิ้มที่ต้องสด ใหม่ สะอาด ทุกวันเพราะลูกค้าก็เหมือนญาติ เหมือนเพื่อน เหมือนลูกเหมือนหลานที่ต้องการเพียงมอบสิ่งดีๆ เหล่านี้ให้กับลูกค้า ทุกวันนี้ลูกค้าจึงเข้ามาอุดหนุนกันอย่างต่อเนื่อง ความอร่อย สะอาดถูกหลักอนามัยเท่านั้นที่จะตอบแทนลูกค้าได้

 

หลบร้อนไปกระแทกเหงื่อ @ ส้มตำ วิลล่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 เมษายน 2559 เวลา 16:45 น…. อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/travel/restaurant/428058

หลบร้อนไปกระแทกเหงื่อ @ ส้มตำ วิลล่า

โดย…ลีโอ เคน / ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

อากาศร้อนอย่างนี้ หัวใจก็อยากหาที่ผ่อนคลาย สิ่งหนึ่งที่คิดได้ก็คือเอาร่างอันเหนื่อยล้าไปพักผ่อนยังทะเล พร้อมกินอาหารรสแซ่บเป็นการขับเหงื่อกันสักหน่อย ถ้าปรารถนาเราตรงกัน ผมขอแนะนำให้บึ่งรถมาเล่นน้ำทะเลที่พัทยา พร้อมกับรับประทานอาหารรสแซ่บเพื่อกระแทกเหงื่อกันครับ

ส้มตำ วิลล่า (Somtum Villa) ร้านอาหารไทย-อีสาน ยกระดับด้วยบรรยากาศแบบโบสถ์เก่าของยุโรป ที่ตกแต่งสอดรับกับของจักสานบ้านเราได้อย่างลงตัว พร้อมกับโต๊ะเก้าอี้ไม้ และหวายทรงโก้ และยังแวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น เย็นสบาย ช่วยกันขับขานให้น่านั่งนานๆ เมนูของทางร้านนอกจากอาอาหารอีสานรสเด็ด ยังเน้นเสิร์ฟอาหารใต้แบบต้นตำรับ และยังมีน้ำดื่มสมุนไพรเอาไว้คลายร้อยกันกว่า 40 เมนูทีเดียว

เมนูแรกขอแนะนำ ยำใบบัวบก สูตรเมียนมา ที่มีเครื่องยำ อย่าง หอม พริก น้ำปลา มะนาว มะเขือเทศ เคล็ดลับอยู่ที่หอมเจียวและน้ำยำ พร้อมใบบัวบกที่ช่วยแก้ร้อนใน บำรุงสมอง รสชาติเป็นแบบสูตรเมียนมาแท้ๆ จะไม่หวาน ออกแนวเค็มนิดๆ นึกว่าจะออกขมแต่เวลากินกับไม่ขมค่อนข้างเซอร์ไพรส์  ไก่เหลืองคอมปาณย์ เป็นสูตรของทางร้านเอง โดยใช้ขมิ้นผสมน้ำหมัก ใช้ไก่เอสเพียวเกรด มีทั้งเนื้อสะโพก เนื้อปีก เนื้ออก ลูกค้าชอบส่วนไหนสั่งได้ หมักเสร็จ 30 นาที แล้วปิ้งด้วยเตาถ่าน หอมกรุ่นได้ใจ

ที่ขาดเสียมิได้ ส้มตำหนองคาย เอกลักษณ์คือส้มตำปูปลาร้ารสแซ่บ เพิ่มความสนุกด้วยกุ้งฝอย เม็ดกระถิน ให้รสชาติแซ่บๆ ผสานกับความมันของเม็ดกระถินที่มีเนื้อเทกซ์เจอร์ของกุ้งกรุบๆ หรือจะเป็น ส้มตำวิลล่า เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ส้มตำไทยท็อปด้วยปลาแซลมอนแช่เย็นสไลซ์์ พร้อมกุ้งลายเสื้อใหญ่  สัมผัสได้ถึงความกรอบของมะละกอ เพราะทางร้านจะใช้วิธีน็อกด้วยน้ำแข็ง ส่วนถั่วที่ใช้จะเป็นมะม่วงหิมพานต์ ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ด อร่อยไปอีกแบบ

คอหมูย่างของร้านนี้ก็เด็ด ใช้สูตรหมักเฉพาะของทางร้าน แล้วนำไปย่างด้วยเตาถ่าน โรยด้วยข้าวคั่วที่ทางร้านคั่วเอง หอมข้าวคั่ว อร่อยฟินเวอร์ทีเด็ดอีกอย่างคือ น้ำจิ้มแจ่ว ที่ทางร้านทำเอง พริกแห้งป่นเอง เพื่อความเสถียรความเผ็ดทางร้านจึงใช้พริก 3 ชนิดมาเบลนด์กัน มาปรุง พร้อมใส่ข้าวคั่ว ยิ่งช่วยให้เมนูเด่นยิ่งอร่อยยิ่งขึ้น

ส้มตำวิลล่าตั้งอยู่ในโครงการ อะลาคอมปาณย์ ถนนสุขุมวิท ตรงข้ามอัยการพัทยา ก่อนถึงสี่แยกห้วยใหญ่ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00-20.00 น. โทร. 09-1783-8772