คุ้นลิ้น ระนอง ครองใจลูกค้าเสมอ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

24 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521137

คุ้นลิ้น ระนอง ครองใจลูกค้าเสมอ

ไม่แปลกใจที่ร้านอาหารคุ้นลิ้น ระนอง จะดังไกลและเป็นที่จดจำของลูกค้ามา 20 กว่าปี ยิ่งหลังๆ มานี้ออกรายการโทรทัศน์หลายช่อง ล่าสุดรายการโทรทัศน์จากประเทศญี่ปุ่น ก็เดินทางมาถ่ายทำเทคนิคการปรุงเมนูอาหารของทางร้าน ขณะที่สื่อสิ่งพิมพ์และออนไลน์ก็ไม่พลาดเช่นกัน 

 

ว่ากันว่า การที่ร้านคุ้นลิ้นครองใจลูกค้านั้น อย่างแรกเพราะรสชาติอาหารอร่อยชิวหาสมชื่อคุ้นลิ้น อีกทั้งเมนูหลากหลาย มีทั้งอาหารพื้นบ้านพื้นเมืองของระนองและซีฟู้ด อีกอย่างที่ถูกใจลูกค้าคงเป็นลูกเล่นต่างๆ ที่ทางร้านครีเอทออกมาโดนใจลูกค้า เริ่มจากเดินเข้ามาในร้านถ้าสังเกตจะเห็นตุ๊กตาไล่ฝนสีสันต่างๆ ผูกอยู่ในร้าน หรือเวลาสั่งอาหารก็มีเมนูเซียมซีให้เขย่ากันสนุกมือพร้อมรอยยิ้มของลูกค้า ซึ่งไอเดียมาจาก “สมโชค วงศ์ภิวัฒนา” เจ้าของร้าน ที่หัวครีเอทสุดๆ สมกับจบด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 

 

“ลูกค้ามาร้านจะได้รับแจกตุ๊กตาไล่ฝนคนละหนึ่งตัว แล้วให้เขียนอะไรก็ได้ในตุ๊กตา อาจเป็นคำอวยอวยพร หรืออะไรก็ได้ เสร็จแล้วเอามาผูกในที่ที่เราเตรียมให้ ไอเดียได้จากผมเห็นว่าระนองฝนตกเยอะที่สุดในประเทศก็เลยทำขึ้นมา เหตุผลก็อยากให้ลูกค้ารับประทานอาหารอร่อยๆ แล้วมีความสุขและสนุกไปด้วย

 

 

เมนูเซียมซีก็เป็นไอเดียที่ลูกค้าชอบ บางครั้งลูกค้าไม่รู้จะสั่งอะไรเมนูเซียมซีตอบโจทย์ตรงนี้ จะเขย่าหรือหยิบเซียมซีขึ้นมาก็สุดแต่ หรือถ้าไม่ใช้เซียมซีก็เลือกสั่งได้เลย นอกจากนี้แล้วเราจะให้แม่ครัว พนักงานออกมาแดนซ์เป็นรอบๆ เพื่อให้พวกเขาได้ผ่อนคลายขณะเดียวกันก็สร้างความสุขให้ลูกค้าด้วย แต่ช่วงเดือน ต.ค.งดกิจกรรมนี้เพราะเป็นช่วงที่พวกเราคนไทยน้อมแสดงความอาลัยต่อในหลวงรัชกาลที่ 9”

 

อีกปัจจัยที่ดึงดูดลูกค้าคือร้านตั้งอยู่ในบริเวณสวนสาธารณะรักษะวารินสวนป่ากลางเมืองของระนอง ซึ่งชื่อรักษะวาริน สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เป็นผู้พระราชทานเมื่อคราวเสด็จฯ เยือนระนองในปี 2510 ในสวนจะมีบ่อน้ำร้อนเกิดเองตามธรรมชาติ 3 บ่อ ซึ่งมีแร่ธาตุสำคัญและเป็นแหล่งเดียวในไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนสามารถดื่มได้ 

 

“คุ้นลิ้นเป็นร้านอาหารเดียวที่อยู่ในบริเวณสวนและใกล้บ่อน้ำร้อน นอกนั้น 5-6 ร้านเป็นร้านขายของฝากและสปา ลูกค้ามากินอาหารที่ร้านแล้วมักจะไปแช่น้ำร้อนกันเพื่อผ่อนคลาย สำหรับเมนูมีหลากหลาย อาทิ แกงส้มไข่ปลาริวกิวซึ่งไข่ปลาริวกิวจะแพงกว่าตัวปลา ปลาลุมพุกลุยสวนคนจีนจะนิยม ซึ่งเมนูนี้รายการทีวีญี่ปุ่นมาถ่ายทำเพราะต้องใช้เวลาทำ 1 วัน 1 คืนในการหมัก จนก้างทุกชิ้นสลายไป

 

นอกจากนี้ มีเมนูปลาทูทอดกะปิ กุ้งแม่น้ำซอสมะขาม น้ำพริกไข่ปู ยำผักเหลียงผักขึ้นชื่อของระนอง ผักเหลียงอบชีส เป็นต้น รวมทั้งเมนูเครื่องดื่มอีกมากมาย” สมโชคเล่าถึงเมนูอร่อยของร้าน 

ร้านอาหารคุ้นลิ้น ระนอง ตั้งอยู่ถนนชลระอุ ต.เขานิเวศน์ อ.เมืองระนอง เปิดบริการทุกวันตั้งแต่ เวลา 08.00-21.00 น. โทร. 077-822-863, 08-1892-3455

 

Devine เต็มอิ่มแบบสายสุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

23 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521136

Devine เต็มอิ่มแบบสายสุขภาพ

แนะนำให้เริ่มทำความรู้จัก Tamaric Seabass (ไซส์ S 350/M 450 บาท) ปลากะพงย่างขมิ้น หยิบประโยชน์จากสมุนไพร ใช้เกลือพริกไทยมาปรุงรส ย่างไฟให้สุกกำลังดี เคียงด้วยบร็อกโคลี่ เบบี้แครอท และหน่อไม้ฝรั่ง

หากใครว่าอาหารเพื่อสุขภาพไม่อร่อย คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เมื่อได้ทำความรู้จักกับ ‘Devine (ดีไวน์)’ ห้องอาหารใน รร.ธัญญปุระ สปอร์ตรีสอร์ท จ.ภูเก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์เวลเนสสปา ศูนย์รวมนักกีฬา คนรักสุขภาพ และคนทั่วไปที่ชื่นชอบอาหารเพื่อสุขภาพ เสิร์ฟทั้ง Raw Food, Clean Food, Healthy Food ซึ่งจะมีนักโภชนาการคอยให้คำแนะนำ คำนวณปริมาณแคลอรี ระบุสัดส่วนเครื่องปรุงแต่ละชนิดอย่างเหมาะสม

Minillion Salmon (ไซส์ S 350/M 550 บาท) แซลมอนย่างลูกแพร์ เคียงด้วยหน่อไม้ฝรั่ง แครอท หอมแดง พร้อมแซลมอนย่างให้สุกกลางๆ เติมรสชาติด้วยซอสซัลซ่าเบสลูกแพร์

เพิ่มดีกรีความเฮลท์ตี้กับ Raw Food ที่ไม่ใช้เนื้อสัตว์ ต้องลอง Sucini Lasanga (ไซส์ S 310/M 350 บาท) ใช้ส่วนผสมของมะเขือเทศอบแห้ง ซูชินี่สไลซ์ มายองเนสปั่นฟรีซจนแข็ง และใบร็อกเก็ตปรุงเป็นเพรสโต้ วางซ้อนกันจนได้เลเยอร์ของลาซานญ่า ท็อปด้วยผักคะน้าซอย ราดน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกเล็กน้อย ตกแต่งด้วยมะเขือเทศเชอร์รี่ปรุงเป็นซัลซ่า

สำหรับไฮไลท์ยกให้ Giant Mushroom (320-370 บาท) เบอร์เกอร์เพื่อคนรักสุขภาพ ใช้เห็ดหอมชิตาเกะคัดไซส์ใหญ่พิเศษอบแห้งแทนขนมปังเบอร์เกอร์ สอดไส้ด้วยเพรสโต้ซอส และผักอีกหลายชนิด

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ปิดท้ายด้วยหลากเมนูของหวาน ที่ขอบอกว่าหน้าตาดีแถมเฮลท์ตี้สุดๆ สายรักสุขภาพคนไหนเห็นแล้วอยากลอง ถ้ามีโอกาสไปภูเก็ตเมื่อไรต้องแวะไป ห้องอาหารดีไวน์ เปิดทุกวัน เวลา 06.30-22.00 น. โทร. 076-336-0000

ราคาต่อหัวประมาณ 350-550 บาท

 

Coro Harvest สดจากฟาร์มออร์แกนิคราชบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

22 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521135

Coro Harvest สดจากฟาร์มออร์แกนิคราชบุรี

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

มาถึงกรุงเทพฯ แล้ว กับฟาร์มออร์แกนิคชื่อดัง Coro Field ของ จ.ราชบุรี ที่โด่งดังในเรื่องเมลอนญี่ปุ่น มะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ ผักสลัด มันม่วงหวาน ที่พืชทุกชนิดปลูกด้วยน้ำแร่ โดยได้มาเปิดร้านอาหารภายใต้ชื่อ ‘Coro Harvest’ ร้านอาหารแห่งแรกในประเทศไทยที่มีฟาร์มครบวงจรเป็นของตัวเอง ภายใต้แนวคิด Everyday Farm Food ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูฟิวชั่นสุขภาพดี

ในบรรยากาศร้านที่คงความมีกลิ่นอายฟาร์มเล็กๆ โดยได้จำลอง Coro Field ฟาร์มมาไว้กลางกรุงให้ดูอบอุ่น โดยเน้นที่โครงเหล็กที่ใช้ในการเพาะปลูกมาตกแต่ง พร้อมด้วยเพิ่มโซนสีเขียวของต้นไม้ให้สบายตายิ่งขึ้น

เริ่มต้นที่ มันม่วงหวานทอดซอส 3 ฤดู (145 บาท) มันม่วงรสหวานจากเกษตรอินทรีย์ราชบุรี เป็นสแน็คกินเล่นกรอบนอกนุ่มใน มาพร้อมซอสแมงโก้มาโย สไปซี่ และทาทาซอส เมลอนคัตสึโอะ (145 บาท) หวานปนคาวกับเมลอนสด โรยหน้าด้วยปลาคัตสึโอะแห้งราดซอสบัลซามิก กับซอสพอนสึ มีความหวานสดชื่นจากเมลอน สลัดผักออร์แกนิคมะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ (135 บาท) ผักสดๆ เจริญเติบโตด้วยน้ำแร่ เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ คลุกเคล้าน้ำสลัดทำเอง

โรตีน้ำพริกอ่องมะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ (175 บาท) โรตีแป้งบางกรอบทอดเสร็จใหม่ๆ กินคู่กับน้ำพริกเน้นไปที่มะเขือเทศสดจากฟาร์ม ได้รสชาติคนภาคกลางหวานเปรี้ยว สปาเก็ตตี้มะเขือเทศเชอร์รี่ฮอลแลนด์ไก่สับ (175 บาท) เส้นสปาเก็ตตี้ทำจากเมลอน ราดด้วยซอสมะเขือเทศสุดเข้มข้น

ตบท้ายด้วยของหวานกับ มันม่วงลาวา ไอศกรีม(195 บาท) ขนมปังมันม่วงไส้ลาวา เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมันม่วงอร่อยเข้มข้น เต้าฮวยโฮมเมดมันม่วงหวาน (135 บาท) เป็นสไตล์สูตรฮ่องกงโฮมเมด หนึบหนับกับมันม่วงเชื่อม โมจิมันม่วง ท็อปด้านบนด้วยเม็ดบุกนมสด ไอศกรีมโทมิเมลอนโยเกิร์ต (115 บาท) สมูทตี้โทมิเมลอนสด และนมข้าว (125 บาท)

แวะมาลิ้มลองกันได้ ร้านอยู่ชั้น G เอสพลานาด รัชดาภิเษก เปิดบริการเวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-660-9341

ราคาต่อหัวประมาณ 300-500 บาท

 

สุนทรียรสจากดินแดนอาทิตย์อุทัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521134

สุนทรียรสจากดินแดนอาทิตย์อุทัย

ส่งตรงความอร่อยระดับตำนานพร้อมกับชื่อเสียงตลอด 6 ทศวรรษ มาถึงเมืองไทยแล้ว ‘Châteraisé (ชาเตอเรเซ่)’ ร้านพาทิสเซอรียอดนิยมจากญี่ปุ่น ที่สร้างสรรค์ของหวาน ขนมโบราณ เค้ก และเบเกอรี่อร่อยล้ำ ด้วยความพิถีพิถันตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ร้านนี้จัดเป็นหนึ่งในลิสต์เรื่องกินที่คนบินไปญี่ปุ่นต้องแวะ นอกจากความอร่อยแล้ว ยังขึ้นชื่อเรื่องการสรรหาวัตถุดิบชั้นเลิศทั่วญี่ปุ่น อาทิ ถั่วแดงเม็ดสวยจากฮอกไกโดต้มในน้ำแร่บริสุทธิ์จากเทือกเขาเจแปนเซาท์แอลป์ นมสดพาสเจอไรซ์อุณหภูมิต่ำจากนางาโนะ ข้าวสวยหอมกรุ่นจากยามานาชิ ด้วยแนวคิด “วัตถุดิบที่ดีนำมาซึ่งส่วนผสมที่ดี เพื่อขนมหวานรสชาติดี”

เริ่มที่ของขึ้นชื่อ Legendary Fresh Cream Cake (140 บาท) และ เฟรชเชอร์ 3 ชั้น (135 บาท) เค้กครีมสดซิกเนเจอร์เนื้อนุ่มฟูด้วยวัตถุดิบธรรมชาติไร้การปรุงแต่ง ได้สัมผัสละมุนลิ้น เด็ดด้วยครีมสดรสหวานมัน แทรกแยมสตรอเบอร์รี่เพิ่มเลเวลหอมหวาน ท็อปหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่สดลูกโต

ห้ามพลาด Double Fantasy ชูครีมคุณภาพคับชิ้น อัดแน่นด้วยครีมนมฮอกไกโดดูโอกับครีมคัสตาร์ดเข้มข้น ตามด้วย Mochi Cream Cake Strawberry ไดฟุกุสูตรพิเศษสอดไส้ครีมสด คัสตาร์ด และถั่วแดงเนื้อนุ่ม พร้อมด้วยซอสสตรอเบอร์รี่รสชาติหวานฉ่ำ ส่วนคนควบคุมน้ำหนักชอบหวานน้อยอร่อยมากต้อง พายนโปเลียน (165 บาท) หนึบด้วยแป้งพายสูตรเฉพาะ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ยังมี เค้กขอนไม้ Baumkuchen (เริ่มต้น 55 บาท) บรรจงย่างทีละชั้น เพื่อโอกาสสำคัญหรือวันครอบครัว แทนความหมายดีๆ และความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ชิมขนมญี่ปุ่นโบราณ Bun Filled Chestnut ถั่วแดงผสมเกาลัดบดสอดไส้เกาลัดเต็มเม็ด กินคู่กาแฟหอมๆ อย่าง ลาเต้ร้อนครีมสดฮอกไกโด หรือ ลาเต้นมสดเย็น (110 บาท) อร่อยจนต้องสั่งเพิ่ม

สัมผัสสุนทรียรสแห่งความหอมละมุนกับขนมกว่า 100 รายการ ได้ที่ วะโชกุ แกลเลอรี่ ชั้น 5 อิเซตัน เปิดทุกวัน เวลา 10.30-21.30 น. โทร. 02-255-9898-9

ราคาต่อหัวประมาณ 100 บาท

 

‘ณ ฉลอง ‘ อาหารปักษ์ใต้แท้ ครบเครื่องสมุนไพร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

21 ตุลาคม 2560 เวลา 10:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/521287

'ณ ฉลอง ' อาหารปักษ์ใต้แท้ ครบเครื่องสมุนไพร

โดย แม่จำปูน

อากาศปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ต้องลองมองหาอาหารสูตรสมุนไพรกินไล่หวัดกันเสียหน่อย เลยทำให้นึกถึงอาหารร้าน ณ ฉลอง อยู่ตรงซอยสุขุมวิท 24 ที่เพื่อนชวนไปลองวันก่อน

การันตีได้ถึงความครบเครื่องครบรส ตรงตามสูตรอาหารปักษ์ใต้ที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น เพราะไปกันเป็นสิบคน เลยได้จัดไปหลายเมนู จนน้ำหูน้ำตาไหล ถึงต้องแอบไปถามพนักงานว่า “แม่ครัวแก่มากมั้ย” คำตอบคือ สูตรอาหารทั้งหมดมาจาก “สูตรแม่หลวย” ที่ยกครัวปักษ์ใต้มาไว้ที่สุขุมวิท 24

เมนูเด็ดๆ ต้องไม่พลาด ขนมจีนน้ำยาปูใบชะพลูสูตรปักษ์ใต้แท้ หอมใบชะพลู ไม่ถึงกับเผ็ดมาก อีกจากที่ได้ชิมคือ แกงส้มปลากะพงยอดมะพร้าว จานนี้ขยับความเผ็ดขึ้นมาอีกหน่อย เป็นอีกจานที่จัดเต็มในเรื่องเครื่องเทศ มีอีกเมนูที่ปักหมุดไว้ว่าต้องลองครั้งหน้าคือ แกงส้มปลากะพงไข่ปลาริวกิว ได้ข่าวว่า ไข่ปลาสดๆ มันเคี้ยวแล้วกรุบๆ เพลินๆ แถมไม่คาวอีกด้วย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ส่วนเมนูผัดๆ ที่ขาดไม่ได้คือ คั่วกลิ้ง เห็นหน้าตาแบบนี้ บอกเลยว่า อัดแน่นครบเครื่องสมุนไพร ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยสด

อีกจานที่ชอบมากคือ ผัดสามเกลอ ชอบที่มีกระเทียมโทนดองอย่างดี เอามาผัดให้เข้ากับวุ้นเส้น ไข่ ชะอม และกุ้งตัวเด้ง มีสะตอเป็นลูกโดด พอเข้าปากแล้วกรุบๆ กรับๆ ได้รสชาติหวานๆ จากกระเทียมโทนดอง ถ้าไม่เกรงใจเพื่อนว่าจะสั่งเพิ่มอีกจานเลย

อีกเมนู ที่เอามาเบรกความเผ็ดร้อนคือ ปลาจาระเม็ดทอดราดซีอิ๊วหวาน ปลาตัวโต เนื้อแน่นๆ ราดซอสซีอิ๊วสูตรแม่หลวย หวานนัวๆ แต่ไม่หวานแหลม เมนูทั้งหมดนี้กินกับข้าวสวยร้อนๆ ทำให้เจริญอาหารยิ่งนัก

ตบท้ายที่ของหวาน เราสั่ง มะพร้าวยกล้อ หรือ Cococoffee อาจจะเป็นเพราะเป็นคนที่ชอบดื่มกาแฟเลยเอานิ้วจิ้มไปที่เมนูนี้แบบไม่ลังเล

ได้ข้อสรุปว่า เราเลือกถูกแล้ว เพราะขนมหวานเมนูนี้ เหมือนได้กินกาแฟ แต่เปลี่ยนจากนมมาเป็นมะพร้าวน้ำหอมแทน เปลี่ยนอรรถรสในการดื่มกาแฟไปอีกแบบหนึ่งเลย

มาที่เรื่องการแต่งร้าน บอกเลยว่าร้าน ณ ฉลอง แห่งนี้ บรรยากาศดีมาก เหมาะแก่การนั่งชิว ข้างในร้านตกแต่งตามสถาปัตยกรรมของภูเก็ตในอดีต ที่เรียกว่า ชิโนโปรตุกีส

ตัวร้านหลบเข้ามาจากถนนใหญ่ ถ้าเดินจากปากซอย ที่อยู่ข้างห้างเอ็มโพเรียม ก็ประมาณ 500 เมตร ไม่ทันเหนื่อยก็ถึงร้านแล้ว

ใครที่มารถไฟฟ้าบีทีเอส ลงป้ายพร้อมพงษ์ แล้วเดินมาก็สะดวกดี ถ้าเอารถมาก็มีบริการไปหาที่จอดให้ไม่ต้องกังวลเรื่องหาที่จอดรถยาก

…………ล้อมกรอบ………..

ณ ฉลอง ซอยสุขุมวิท 24 มีที่จอดรถเปิดจันทร์-ศุกร์ 11.00-24.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08.00-24.00 น.โทร. 09-1454-6254INBOX : m.me/nachalong24IG : @nachalong24

 

Pot Ministry รวมความอร่อยของอาหาร 4 ภาค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

15 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519799

Pot Ministry รวมความอร่อยของอาหาร 4 ภาค

ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ใครที่ชอบกินเมนูหม้อไฟ และอยากได้รสชาติของน้ำซุปที่แปลกใหม่ หลากหลาย ต้องไม่พลาดมาลองชิมที่ร้าน ‘Pot Ministry’ ที่อยู่บนชั้น 4 ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นร้านที่รวมอาหารไทยแท้รสเด็ดจากทั้ง 4 ภาค ทั้งเหนือ อีสาน กลาง ใต้ มาไว้ในที่เดียวกัน

ตัวร้านเน้นโทนสีขาว-ดำ ออกแนวขรึมๆ เท่ๆ แต่บรรยากาศโปร่ง โล่ง นั่งสบาย ไม่อึดอัด เริ่มต้นมื้อนี้ด้วยเครื่องดื่มเรียกความสดชื่นกันก่อน ที่ยกขบวนมาทั้ง ชาเย็นลิ้นจี่ (150 บาท) น้ำกระเจี๊ยบน้ำผึ้ง (150 บาท) และแบล็กเบอร์รี่เลมอนโซดา (150 บาท) ได้ทั้งความเปรี้ยว หวาน และซ่า

ตามต่อกับของว่างเรียกน้ำย่อย App เมือง (350 บาท) ที่ได้รวบรวมของขึ้นชื่อของภาคเหนือมาไว้ในจานเดียว ทั้งข้าวเกรียบ หมูยอ แหนมหม้อ ไส้อั่ว แคบหมู เสิร์ฟพร้อมกับน้ำพริกอ่อง และน้ำพริกหนุ่มที่ร้านตำเอง

มาถึงเมนูพระเอกของร้าน เกาเหลาหม้อไฟในสไตล์ไทย 4 ภาค ที่มีน้ำซุปให้เลือกทั้งแบบภาคเหนือ อีสาน ใต้ กลาง เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเด็ดเฉพาะตัวของแต่ละภาค มาคราวนี้ได้ลองเกาเหลาหม้อไฟภาคกลาง (950 บาท) ที่เป็นน้ำซุปแบบก๋วยเตี๋ยวเรือ หอมกลิ่นสมุนไพรไทย หวานน้ำซุปกระดูกหมู สั่งมาพร้อมกับเซตหมูคุโรบูตะ ที่มีทั้งสันคอหมูคุโรบูตะ ซี่โครงอ่อนตุ๋น หมูตุ๋น ลูกชิ้นหมู ตับหมู และผักสด เสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มแจ่ว น้ำจิ้มซีฟู้ด และน้ำจิ้มรสชาติออกหวานแบบภาคกลาง หรือถ้าไม่สั่งเป็นเซตจะเลือกสั่งเป็นอย่างๆ ไปก็ได้

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ตอนนี้ร้านยังมีเมนูพิเศษใหม่ เป็นข้าวอบหน้าต่างๆ แบบฉบับเฉพาะตัวคือ ข้าวอบคั่วพริกเกลือ และข้าวอบคั่วกระเทียม ที่มีให้ลิ้มลองหลากหลายแบบ อาทิ ข้าวอบหมูกรอบคั่วพริกเกลือ (250 บาท) หมูกรอบชิ้นโตโรยหน้ามาด้วยพริกเกลือได้รสสัมผัสกรุบกรอบ ข้าวอบไข่ข้นกุ้ง ปูอัด และไข่กุ้ง (180 บาท) และปิดท้ายด้วย มาม่าหม้อต้มยำทะเล (180 บาท) มาม่าต้มยำรสแซ่บ ใส่กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่ และไข่ต้มยางมะตูม

ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. โทร. 02-129-4398 &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 200-300 บาท

 

สุขภาพดีได้กับร้าน Jamba Juice

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519798

สุขภาพดีได้กับร้าน Jamba Juice

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ

สำหรับคนรักสุขภาพ ชวนมาพบกับแบรนด์ดังจากแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ‘Jamba Juice’ ที่ได้ขนสูตรแบบต้นตำรับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยที่ห้างสยามพารากอน ภายใต้แนวคิด “Blend In The Good” หรือการผสมผสานในสิ่งที่ดี ตกแต่งร้านด้วยโทนสีเขียวผสมผสานกับสีสดใส เพื่อมอบความสุขและสิ่งดีๆ จากธรรมชาติ

ไม่รอช้าสั่งความสดใหม่ของเมนูสมูทตี้มาลอง Strawberry Dream (110 บาท ขนาด 12 ออนซ์) รสชาตินี้เอาใจคนไทยโดยเฉพาะมีขายเฉพาะที่ไทยเท่านั้น โดยมีส่วนผสมของสตรอเบอร์รี่ กล้วย ผสมด้วยนมถั่วเหลือง ให้ความกลมกล่อม รสชาติถูกปาก หอมหวานกำลังดี อร่อยและอิ่มท้อง Banana Berry (110 บาท) มีส่วนผสมของกล้วย บลูเบอร์รี่ แอปเปิล และสตรอเบอร์รี่

อีกหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือกลุ่มของเมนู Super Food Smoothie ที่เพิ่มคุณประโยชน์ด้วยการเติม Boosts ในเมนูต่างๆ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์โดยเฉพาะหนุ่มสาวคนรุ่นใหม่วัยทำงาน ที่ต้องใช้ชีวิตแบบแอ็คทีฟ และต้องการพลังงานมาเสริมสร้างสุขภาพในด้านต่างๆ ในเวลาที่เร่งรีบ เมนูแนะนำ ได้แก่ Green Gataway (130 บาท) ที่มีส่วนผสมของมะม่วง เสาวรส ผักโขม โยเกิร์ตไร้ไขมัน และเมล็ดเจีย รสชาติหอมหวาน อร่อย ถึงแม้จะเป็นเมนูสีเขียวเหมือนน้ำผัก แต่เด็กๆ ที่ไม่กินผักถ้าได้ลองคงชื่นชอบ หรือจะสั่งเป็น Mango Yogurt Blend (130 บาท) ก็สดชื่น

ยังมีในส่วนของน้ำผลไม้คั้นสดอย่าง Orange Cooler (140 บาท) และ Watermelon Apple (140 บาท) เย็นชื่นใจใครต้องการแคลอรีต่ำ พลังงานสูงต้องสั่งหมวด Energy Bowls มีส่วนของผลไม้ โยเกิร์ต และกราโนล่า เช่น Berry Acai Bowl และ Chunky Strawberry Bowl (180 บาท) เป็นต้น

ทุกเมนูยังสามารถเพิ่มท็อปปิ้งอย่าง เวย์โปรตีน เมล็ดเจีย โปรตีนถั่วเหลืองได้ ในราคา 25 บาท

ร้านอยู่ที่ชั้น G ห้างสยามพารากอน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. &O5532;

ราคาต่อหัวประมาณ 130 บาท

 

อร่อย เลิศหรู @ คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

14 ตุลาคม 2560 เวลา 09:44 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/520122

อร่อย เลิศหรู @ คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต

โดย  อชัถยา ชื่นนิรันดร์

ชื่อเสียงของมิสเตอร์จิม ทอมป์สัน เป็นที่เลื่องลือด้านความยอดเยี่ยมในการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกคน เขามักใช้เวลายามเย็นในการต้อนรับและจัดเลี้ยงอาหารแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลก ซึ่งภายในบ้านที่เต็มไปด้วยของสะสมและชิ้นงานศิลปะเลอค่า

ปัจจุบัน ร้านอาหารชั้นเลิศภายใต้แบรนด์ จิม ทอมป์สัน เปิดให้บริการหลายสาขาทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมทั้งต่างจังหวัด

ล่าสุดบุกตลาดภูเก็ตภายใต้แบรนด์ “คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต” ยังคงเน้นการนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารไทยเป็นพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศของร้านที่ประดับตกแต่งด้วยผืนผ้าไหมจากจิม ทอมป์สัน อย่างสวยงาม

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ประพา รัตนานุกูล ผู้จัดการร้านอาหาร คาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต บอกว่า ร้านแห่งนี้เปิดบริการให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอาหารชั้นเลิศในบรรยากาศอันงดงาม

“ภายในพื้นที่สุดพิเศษที่โอบล้อมด้วยผืนผ้าไหม จิม ทอมป์สัน โดดเด่นด้วยเฉดสีเขียวของผืนผ้าลวดลายป่าทรอปิคอลภายในกรอบไม้สักสีน้ำตาลธรรมชาติ วางสลับกระจกที่บรรจงสร้างสรรค์อย่างประณีต และเพิ่มความสว่างด้วยโคมไฟดีไซน์พิเศษให้แสงและเงาช่วยเพิ่มบรรยากาศอันสุนทรีย์”

นอกจากนี้ เพิ่มลูกเล่นในการประดับตกแต่งฝาผนังด้านหลังด้วยตะกร้อหวาย และต้นไม้เขตร้อนนานาพันธุ์ที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับพื้นหินชนวนสีเทา เพื่อมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารเลิศรสพร้อมบรรยากาศเปี่ยมรสนิยมให้ลูกค้า

สำหรับเมนูที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ได้แก่ ปลากะพงทอด ยำมะม่วง ข้าวผัดสับปะรด ทอดมันปู แกงคั่วปูใบชะพลู แกงเขียวหวานเนื้อปู ข้าวมันไก่ นักท่องเที่ยวชาวจีนชื่นชอบมาก

ในเมนูเซตข้าวมันไก่ ในเซตนี้จะมีชาไทยและผลไม้รวมด้วย ส่วนอาหารที่ใช้ชื่อจิม ทอมป์สันในเมนู ได้แก่ เบอร์เกอร์บีฟ จิม ทอมป์สัน เอาเนื้อมาหมักเอง เสิร์ฟพร้อมเฟรนช์ฟรายส์ ยังมี แซลมอนแซนด์วิช ดัดแปลงเอาใบตองมาห่อ และมีฟิชเบอร์เกอร์ ฯลฯ

เครื่องดื่ม จิม ทอมป์สัน คูลเลอร์ เป็นค็อกเทลผสมเหล้า ยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ น้ำใบมะกรูดคูลเลอร์ น้ำดอกอัญชัน สมูทตี้ ที่ขายดีคือแมงโก้แทงโก้ มะม่วงใส่โยเกิร์ตผสมน้ำเชื่อม ซึ่งรสชาติอาหารของทางร้าน เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา ในสาขาที่ภูเก็ตมีเมนูอาหารมากกว่า 40 รายการให้เลือกรับประทาน และในช่วงงานเทศกาลเจ มีเมนูอาหารเจเสิร์ฟให้กับลูกค้าด้วย

ประพา บอกอีกว่าจุดเด่นเอกลักษณ์การตกแต่งอาหารจะนำดอกไม้ที่รับประทานได้มาวางตกแต่งอาหาร เช่น กลีบกุหลาบ อัญชัน เป็นต้น ราคาอาหารเฉลี่ย 350-500 บาท สำหรับ 2 จานหลัก รับประทาน 2 ท่าน ไม่รวมเครื่องดื่ม

สำหรับจำนวนที่นั่งมีทั้งหมด 30 ที่นั่ง รับบริการสำรองที่นั่งล่วงหน้า บริการจัดงานเลี้ยง กิจกรรมพิเศษขององค์กร กิจกรรมพิเศษในรูปแบบอื่นๆ เปิดให้บริการทุกวัน ระหว่างเวลา 11.00-22.00 น. ปิดรับออร์เดอร์ในเวลา 21.30 น. โดยคาเฟ่ นายน์ จิม ทอมป์สัน ภูเก็ต ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่สะดวกต่อการเดินทาง บริเวณด้านหน้าของศูนย์การค้าจังซีลอน ภูเก็ต ที่เปรียบได้กับโอเอซิสสุดผ่อนคลายในป่าตอง ห้องที่ 1104/2 ชั้นจี ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต

สำรองที่นั่งได้ทางโทรศัพท์ 076-366-681

 

จากยอดดอย สู่บ้านเรา มื้อเช้ากับวัตถุดิบจากโครงการหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 13:52 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519943

จากยอดดอย สู่บ้านเรา มื้อเช้ากับวัตถุดิบจากโครงการหลวง

โดย สีวลี ตรีวิศวเวทย์ภาพ Cookool Studio

เดินทั่วร้านโครงการหลวงทุกครั้ง อดไม่ได้ที่จะหยิบสินค้ามาเต็มตะกร้า ทั้งผักสดๆ ที่เข้าสายๆ วันพฤหัสบดีจะเยอะเป็นพิเศษ ข้อมูลนี้แต่ละสาขาอาจต่างกันออกไปใกล้สาขาไหนลองถามดู ชอบที่สุดและขาดไม่ได้ทุกครั้งที่เจอคือ กีวีเหลืองที่ผู้เขียนซื้อเป็นประจำทุกครั้ง ต้องบอกเลยว่ากีวีฟรุตสีเหลืองพันธุ์ Yellow Joy กินแล้ว “จอย” สมกับชื่อเขาเพราะรสหวานกว่ากีวีเหลืองของนอก แต่ราคาสบายกระเป๋ากว่าเยอะ บางรุ่นต้องบอกเลยว่าไม่มีอมเปรี้ยวเลย มีแต่หวานล้วนๆ แช่เย็นๆ แล้วผ่าครึ่งใช้ช้อนชาขนาดเล็กตักคว้านเป็นคำๆ อร่อยและได้ประโยชน์วิตามินซีเต็มๆ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ากีวีนั้นมีวิตามินซีสูง รับประทานแล้วสดชื่น เหมาะสำหรับปลุกให้ร่างกายตื่นตัวยามเช้าเป็นที่สุด

มองไปที่ตู้แช่เย็นเหลือบไปเห็นเนื้อหมูขนาดคล้ายๆ ส่วนสันนอกหรือพอร์กช็อป หั่นหนาสัก 3 ส่วน 4 นิ้วคู่กันในแพ็กสุญญากาศ สอบถามทางร้านดูได้ความว่าเป็นหมูจินหัวรมควัน หมูชนิดนี้มีสายพันธุ์มาจากจีน คล้ายๆ กับหมูดำของสเปน ชาวจีนนิยมเอาส่วนสะโพกมาทำเป็นแฮมด้วยสูตรพิเศษและความหอมของเนื้อหมูพันธุ์นี้ทำให้ได้แฮมที่เอามาทำอาหารจีนหลากหลายอย่าง

ที่เด็ดสุดคือ ใช้ต้มน้ำซุปให้หวานอร่อย หมูพันธุ์นี้เป็นของขวัญที่ทางรัฐบาลจีนทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางฯเจ้าพระบรมราชินีนาถเมื่อปี 2542 ตั้งแต่นั้นมาก็มีการพัฒนาสายพันธุ์เรื่อยมาจนเลี้ยงสำเร็จได้ในโครงการหลวง และกลายมาเป็นหมูรมควัน แฮมรมควันบรรจุถุงอยู่ในร้านโครงการหลวงทุกวันนี้ เห็นไหมเรียกว่ามาร้านเดียวมีครบทุกหมวดหมู่จริงๆ

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

คราวนี้ผู้เขียนลองซื้อหมูรมควันกลับมาด้วย กะว่าจะทำเป็นอาหารเช้าแบบฝรั่งสักหน่อย ซึ่งปกติแล้วอาหารเช้าแบบที่เราคุ้นเคยต้องมีไข่และแฮม มักจะเป็นแฮมที่เรียกว่า Processed Ham คือเอาเศษเนื้อหมูมาอัดเป็นก้อนๆ หั่นบางๆ แบบนี้นิยมในอาหารเช้าอเมริกันที่เราคุ้นเคย แต่ถ้าเป็นสไตล์อังกฤษหรือ English Breakfast เขามันจะใช้แฮมแบบที่ทำจากเนื้อหมูส่วนนั้นๆ ไม่มีการอัดเป็นก้อนๆ เพราะมีคุณภาพสูงกว่า อร่อยกว่า ได้กลิ่นหอมกว่าเพราะยังมีความเป็นเนื้อหมูอยู่เยอะ เอามาจี่ในกระทะใส่น้ำมันนิดเดียวพอให้หอมๆ เหลืองๆ

ในกระทะเดียวกันนี่แหละใช้ผัดผักโขมก้านขาวมาผัดกับน้ำมันมะกอก กระเทียมนิดหน่อย โยนมะเขือเทศราชินีสีเหลืองที่มักซื้อไว้ใส่สลัดลงไป ปรุงรสง่ายๆ ด้วยเกลือ พริกไทย ความหอมของหมูรมควันช่วยให้ผักโขมก้านขาวผัดกระเทียมอร่อยขึ้นอีกเยอะเลย

จะให้ครบถ้วนอาหารเช้าสไตล์ฝรั่งต้องมีขนมปัง ก็ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะร้านโครงการหลวงยังมีขนมปังจากโครงการหลวงเองให้เลือกซื้อ ขายดีที่สุดน่าจะเป็นขนมปังแผ่นสีเหลืองที่มีส่วนผสมของฟักทอง ถ้าใครไม่เคยเจอในร้านโครงการหลวงก็ไม่แปลกเพราะขายดีมากและขาประจำมักจะมาซื้อติดบ้านไว้จนกลายเป็นสินค้าขายดีของร้านไป ต้องไปรอบเช้าหน่อยถึงจะมีให้เลือกเยอะ ตั้งแต่ขนมปังแผ่น ขนมปังแถวจิ๋วๆ ที่แปะยี่ห้อ “ดี อร่อย” เห็นเขาเรียกว่าขนมปังมินิ มีรสผักโขมปวยเล้ง รสกาแฟ โฮลวีท ขนาดกำลังเหมาะที่เหมามาให้ครบ ทุกรสชาติ ปิ้งให้ร้อนๆ ในกระทะจะกรอบนอกนุ่มใน จะทาเนย หรือจะปาดด้วยผลิตภัณฑ์ ทาขนมปังก็อร่อยทั้งนั้น

 

Osha Cafe โอชะรสไทยในสไตล์โมเดิร์น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519797

Osha Cafe โอชะรสไทยในสไตล์โมเดิร์น


ภาพ : สุนันท์ ล้อสมทรัพย์

ภาคภูมิใจกับอาหารไทยให้เต็มที่ เมื่อรสชาติดีๆ ถูกจัดใส่จานเสิร์ฟแบบโมเดิร์น ที่ร้าน ‘Osha Café’ ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ โกดัง 10 หลังจากโด่งดังเป็นพลุแตกในซานฟรานซิสโก ที่สาขานี้ตกแต่งในสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ แล้วเลือกเฟอร์นิเจอร์สีพาสเทลมาแต่งแต้มสีสันดูมีชีวิตชีวา เมนูอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ด้วยปรัชญาการปรุงอาหารแบบ The Best Authentic Thai Taste with Modern Twist ผสานการรังสรรค์โดย เชฟปู-ปูริดา ธีระพงษ์ สุดยอด Corporate และการคัดเลือกวัตถุดิบที่ดีที่สุด จึงออกมาเป็นเมนูที่มีความหลากหลายทางรสชาติและรสสัมผัส มีความโมเดิร์นแต่ยังคงรสชาติต้นตำรับไทย เนรมิตได้ทั้งสตรีทฟู้ดยอดนิยมตลอดจนอาหารไทย 4 ภาค

เริ่มด้วยเมนูขึ้นชื่อ โอชาปูจ๋า (280 บาท) ฟองเต้าหู้อัดแน่นด้วยเนื้อปูและกุ้ง ทอดกรอบๆ น้ำจิ้มบ๊วยที่เพิ่มความหอมด้วยส้มซ่าซึ่งหากินได้ยาก ต่อด้วยเมนูที่เชฟแนะนำ ก๋วยเตี๋ยวโอชา (220 บาท) ดัดแปลงจากอาหารไทยโบราณ ใช้เส้นใหญ่เหนียวนุ่มผัดกับพริกแกงและไข่จนหอม ท็อปปลาดอลลี่ โรยปลาฟู กินคู่ถั่วฝักยาวสไลซ์

ชอบซีฟู้ดสั่งหม้อไฟเครื่องแน่น โป๊ะแตกทะเล (650 บาท) กุ้ง หอย ปู ปลา ยกมาป็นแถบ เพิ่มรสเผ็ดร้อนด้วยสมุนไพร ข่าและกะเพรา เบาลงด้วย กุ้งอบวุ้นเส้น (590 บาท) เหนียวๆ นุ่มๆ รสจัดจ้าน

ยังไม่พอต่อที่ ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน (350 บาท) ซี่โครงหมูอบเคลือบน้ำซอส หรือจะเป็นจานสุดประณีต พริกขิงปลาฟูไข่เค็ม (250 บาท) น้ำพริกรสหวานนำ เค็มตาม ไม่เน้นเผ็ด ถูกใจเด็กและต่างชาติ เสิร์ฟมาพร้อมปลาฟู ผักแนมทั้งสดและลวก ยังมี ยำส้มโอไก่ฉีก (220 บาท) สดชื่นแบบรสไทย

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ของหวานแนะนำ ทับทิมกรอบในน้ำกะทิอบควันเทียน และ ไอศกรีมมะพร้าวอ่อนทรงเครื่อง (150 บาท) ขาดไม่ได้สำหรับเครื่องดื่ม อาทิ Violet Tea น้ำสมุนไพรสีสวย Ware House No.10 ค็อกเทลประจำของโกดังหมายเลข 10 และยังมี Jazzmine ม็อกเทลดอกมะลิ ให้เลือกตามรสนิยม

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 17.00-24.00 น. โทร. 02-046-9441

ราคาต่อหัวประมาณ 500-1,000 บาท