อร่อยพุงกาง กับบุฟเฟ่ต์สไตล์ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/423491

25 มีนาคม 2559 เวลา 16:45 น

อร่อยพุงกาง กับบุฟเฟ่ต์สไตล์ญี่ปุ่น

โดย…พุงกลม

วันนี้ขอเอาใจคนชอบรับประทานชาบูแบบบุฟเฟ่ต์กันหน่อย กับร้านสไตล์ญี่ปุ่นจ๋า ที่มาตั้งฐานที่มั่นความอร่อยอยู่ที่ จ.ชลบุรี นามว่าร้าน “พุงกาง ชาบู” ที่หากใครได้แวะลิ้มลองแล้วจะต้องร้อง “อู้หู” อย่างแน่นอน

ร้าน “พุงกาง ชาบู” เปิดมาได้เกือบ 2 ปี จากจุดเริ่มต้นที่เจ้าของร้านนี้เป็นคนชอบกินชาบูมากๆ จึงอยากทำร้านชาบูญี่ปุ่นแบบที่ครบเครื่องที่สุด เรียกได้ว่าอร่อยแบบปากต่อปากจนคนแน่นร้านทุกวัน เพราะเมนูที่นี่เขามีจุดเด่น คือ “น้ำซุปดำ” และ “น้ำซุปปลา” ที่หอมหวานชวนรับประทาน รวมไปถึงทีเด็ดที่น้ำจิ้มสูตรเฉพาะของทางร้านอย่างน้ำจิ้มพอนซึและน้ำจิ้มงาขาว ที่นำสูตรข้ามมาไกลจากประเทศญี่ปุ่น และมาดัดแปลงรสชาติเพื่อให้ถูกปากกับคนไทย

นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำเป็นเนื้อหมูที่คัดสรรคุณภาพมาอย่างดีถึง 4 อย่าง มีทั้งสันคอหมู หมู 3 ชั้น สันนอกมันน้อย และเบคอนรมควัน

สำหรับเนื้อวัวจัดเป็นพระเอกของร้านที่ห้ามพลาด มีทั้งสันคอวัว และเสือร้องไห้ ที่นำเข้าจากประเทศออสเตรเลีย และเมนูเนื้อหนอก ที่คัดสรรมาจากเนื้อวัวไทยพรีเมียม ที่นำมาแล่บางเฉียบจนมองทะลุอีกฝั่งได้ และมีเมนูให้เลือกมากกว่า 40 ชนิด ในราคา 329 บาท/ท่าน

พุงกาง ชาบู อยู่ที่บ้านสวน-พระยาสัจจา 9 (ฝั่งตรงข้ามสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 13 ชลบุรี) ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.30-20.30 น. โทร. 08-1649-4940

Pizza Toast หอมอร่อยจากชีสมอซซาเรลลาเยิ้มและซอสขาวที่ฉ่ำกำลังพอดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/423348

25 มีนาคม 2559 เวลา 10:57 น

Pizza Toast หอมอร่อยจากชีสมอซซาเรลลาเยิ้มและซอสขาวที่ฉ่ำกำลังพอดี

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

ขนมปังแผ่นยังทำอะไรได้มากกว่าแค่เป็นขนมปังปิ้งทาเนย หรือสอดไส้แซนด์วิชเท่านั้น ซีรี่ส์เล็กๆ ของเราในช่วงนี้จึงเป็นไอเดียของการนำขนมปังแผ่นมาทำเป็นอาหารจานใหม่ที่ไม่ยากจนเกินไปและใช้เวลาไม่นาน ตามคอนเซ็ปต์ Bread Ready Instantly กันเลย

ผู้เขียนนำเสนอสูตรของ Pizza Toast หรือขนมปังแผ่นแทนแป้งพิซซ่า ทาซอสพิซซ่าง่ายๆ ที่ทำจากซอสมะเขือเทศ ใส่หัวหอมใหญ่สับละเอียด โรยผงออริกาโน ทาลงบนขนมปัง โรยด้วยชีส ตามด้วยแฮม ไส้กรอก และเห็ด อบจนชีสเยิ้ม ขนมปังยังกรอบไปด้วย กลายเป็นพิซซ่าโทสต์ง่ายๆ ที่ใช้เวลาไม่นาน เป็นอาหารเช้าในเวลาอันรวดเร็ว คล้ายกับหยิบจับอะไรมาได้ก็จัดแต่งเป็นพิซซ่าได้ จึงเรียกชื่อตอนนั้นว่า Grab & Go Pizza Toast

 

ฉบับนี้ขอนำเสนอไอเดีย Pizza Toast อีกครั้ง แตกต่างกันที่ไม่ได้ใช้ซอสพิซซ่าแดงด้วยซอสมะเขือเทศ อิตาเลียนเขาก็มี Pizza สไตล์นี้ เรียกหัวข้อรวมๆ ว่า Pizza Bianca หรือพิซซ่าขาว ใช้เป็นมาสคาโปเน่ชีสโรยออริกาโนแทนซอสพิซซ่า แต่ของเราเป็นซอสขาวที่ทำขึ้นเองง่ายๆ โรยหน้าด้วยทูน่ากระป๋องและชีส ออกมาคล้ายๆ กับ Tuna Casserole หรือเมนูทูน่าครีมซอส แบบดั้งเดิม แทนที่จะเสียเวลาทำแป้งพายโปะหน้าก่อนเข้าอบ เรากลับด้านเอาฐานเป็นขนมปังราดหน้าด้วยซอสขาว ทูน่า และชีส อบให้ขนมปังกรอบกัดเข้าไปชีสยืดก่อนที่จะเจอซอสขาวครีมเข้มข้น

ซอสขาวสามารถทำไว้ได้ล่วงหน้า โดยผัดหอมให้นุ่ม เติมแป้งสาลีลงไปผัดให้แป้งสุก เป็น Roux ที่จะช่วยทำให้นมจืดที่เติมลงไปข้นขึ้นกลายเป็น Bechamel หรือซอสขาวที่เราเรียกกันติดปาก แช่เย็นไว้โดยมีเคล็ดลับอยู่ที่ต้องแนบแผ่นฟิล์มพลาสติกถนอมอาหารให้สนิทกับซอส เพื่อไม่ให้เกิดเป็นฟิล์มแห้งอยู่บนซอส

เมื่อพร้อมจะลงมือกิน คนซอสให้เหลวเข้ากัน สูตรนี้ใช้เวลาอบไม่นาน พร้อมกันเมื่อไหร่ค่อยเริ่มละเลงซอสลงบนขนมปัง เบ็ดเสร็จได้ Tuna Casserole Toast ภายในเวลาไม่เกิน 10 นาที

สูตรนี้ต้องรับประทานร้อนๆ จึงจะได้ความอร่อยจากชีสมอซซาเรลลาเยิ้มและซอสขาวที่ฉ่ำกำลังพอดี และขนมปังกรอบเหลืองด้านล่าง ขนมปังแซนด์วิชแผ่นบางจะได้ความกรอบของขนมปัง แต่ถ้าชอบกรอบนอกนุ่มใน แนะนำให้เลือกเป็นขนมปังแผ่นหนาจะอร่อยขึ้น

Tuna Casserole Toast (สำหรับ 4 ที่)

ส่วนผสม

ขนมปังแผ่นหนา แบบหัวกะโหลก หรือขนมปังเเซนด์วิช 4 แผ่น

เนยจืด 2 ช้อนโต๊ะ

หอมใหญ่ สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

แป้งอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต๊ะ

นมจืด 2 ถ้วย

เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

พริกไทยดำขาว 1/4 ช้อนชา

ลูกจันทน์ป่น 1 เหยาะ

ทูน่ากระป๋อง (บีบเอาน้ำหมาด) 1 กระป๋อง

ชีสมอซซาเรลลา ขูด 1 ถ้วย

ออริกาโนแห้ง แบบป่น 1/2 ช้อนชา

มะเขือเทศราชินี หั่นเป็นแว่น สำหรับเพิ่มรสชาติและตกแต่ง

ตกแต่งด้วยพาร์สลีย์สับละเอียด หรือต้นหอมซอส

วิธีทำ

ตั้งอุณหภูมิเตาอบไว้ที่ 200 องศาเซลเซียส เตรียมถาดอบ ถ้าจะให้กรอบทั่วทั้งแผ่น แนะนำเป็นวางบนตะแกรงก่อนรองด้วยถาดอบอีกครั้ง

เริ่มทำซอสขาว โดยผัดหอมใหญ่กับเนยจืดให้นุ่ม เติมแป้งอเนกประสงค์ลงไปผัดให้แป้งสุก

เติมนมจืดลงไปคนเร็วๆ ที่ไฟกลาง เพื่อให้แป้งสุกและข้นขึ้นกลายเป็นส่วนของซอสขาว

ปรุงรสซอสขาวด้วยเกลือ พริกไทยดำ ลูกจันทน์ป่น ชิมปรับให้รสชาติชัดเจน

วางขนมปังลงบน ทาซอสขาวให้ทั่ว โดยให้มีปริมาณตามความชอบ ถ้าชอบชุ่มฉ่ำซอสให้ทาเยอะหน่อยได้

โรยออริกาโนลงบนซอสขาว ตักทูน่าเกลี่ยลงบนซอสขาวในปริมาณตามชอบ ประมาณแผ่นละ 2 ช้อนโต๊ะ

โรยชีสให้ทั่วทั้งแผ่น ตกแต่งด้วยมะเขือเทศ

นำเข้าเตาอบที่ 200 C ใช้เวลาประมาณ 5-8 นาที หรือจนชีสละลายและขนมปังกรอบ ใช้พายตักขึ้นใส่จาน โรยพาร์สลีย์สับ หรือต้นหอมซอย เสิร์ฟทันที

‘ข้าวผัดกากหมู’… ของดี ณ ฮีพ อนุสาวรีย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422399

19 มีนาคม 2559 เวลา 11:15 น.

โดย…แม่จำปูน

ย่านใจกลางกรุงเทพฯ อย่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นที่รู้กันดีว่าถ้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนรถจะติดสาหัส วันนี้จึงขอแนะนำร้านอาหารอร่อยตั้งอยู่ในวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพหลโยธินได้ ร้านนี้มีชื่อว่า HEAP หรือ ฮีพ สาขาอนุสาวรีย์ ใครที่เบื่อรถติดแวะมาชิมอาหารร้านนี้ได้รับรองไม่ผิดหวัง

ปกติร้านฮีพ จะเปิดตั้งแต่กลางวันยันกลางคืน ส่วนวันนี้จะแนะนำร้านกาแฟด้านหน้าที่เปิดให้บริการในช่วงกลางวัน ซึ่งจะเปิดตั้งแต่ 11.00-21.00 น. เมนูเด็ดที่ชิมแล้วคิดถึงแม่ คือ ข้าวผัดกากหมู เป็นเมนูง่ายๆ ก้นครัว แต่สมัยนี้จะหากากหมูกินก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะคนไม่นิยมกินน้ำมันหมู

ทั้งๆ ที่เริ่มมีบทวิจัยออกมาค้านว่าร่างกายมนุษย์มีระบบการย่อย และกำจัดน้ำมันหมูออกจากร่างกายได้ดีกว่า

 

นอกเรื่องไปไกล ย้อนมาที่ข้าวผัดกากหมู กันต่อ ด้วยเพราะอาศัยความกล้าที่มีมาแต่เกิด เลยไปถามเคล็ดลับจากพ่อครัวว่า ทำไม กากหมูที่เอามาผัดข้าวผัด ทำไมถึงกรอบอร่อย ที่สำคัญไม่มันย่อง แบบกากหมูทั่วๆ ไป เลยได้ความว่า เขาเอาคอหมูสามชั้นแบบที่ติดเนื้อเยอะหน่อยเอามาทอดเพื่อเจียวเอาน้ำมันออก ก็จะได้กากหมูที่มีลักษณะคล้ายๆ หมูกรอบ

นอกจากนี้ ทางร้านใช้ข้าวหอมมะลิใหม่ที่ส่งตรงมาจากจังหวัดบุรีรัมย์ เอามาผัดในกะทะเหล็กเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่ เมื่อเอากากหมูร้อนๆ มาคลุกเคล้าชั่งเข้ากันดีจริงๆ สั่งมากินทีไรพอเคี้ยวข้าวเข้าปาก ต้องนั่งน้ำตาซึมเพราะนึกถึงฝีมือแม่ทุกที

 

อีกเมนูเด็ดที่อยากแนะนำคือ ผัดไทยห่อไข่ ดูภายนอกก็ผัดไทยห่อไข่ธรรมดา แต่พอได้ชิมถึงรู้ว่าจานนี้เด็ด เพราะรสชาติเปรี้ยว หวาน ของผัดไทยเข้ากันดี เลยแว้บไปถามพ่อครัวคนเดิมได้ความว่า ทางร้านใช้วิธีการเคี่ยวน้ำมะขามกับน้ำตาลปี๊บอย่างดีแล้วใส่ซอสมะเขือเทศเพื่อเพิ่มสีสัน ที่สำคัญไม่ใส่น้ำปลาแต่จะใส่เกลือแทน ทำเป็นซอสปรุงรสผัดไทย ผัดกี่จานและกี่จานก็ได้รสชาตินี้

นอกจากนี้ ที่ร้านนี้ยังมีชา กาแฟ ให้เลือกรับประทานบอกเลยว่าร้านนี้เหมาะสำหรับนั่งชิล แถมอาหารอร่อย ใครไปไม่ถูกให้มองหาป้ายรถเมล์ในวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพหลโยธิน ร้านฮีพ จะอยู่หลังป้ายรถเมล์ จุดสังเกตคือวินรถตู้ไปบางบัวทอง หรือโทรสอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์ 02-354-8292

 

อาหารเช้าเก๋ๆ Egg Benedict

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422312

18 มีนาคม 2559 เวลา 18:42 น

อาหารเช้าเก๋ๆ  Egg Benedict

โดย…สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio

เทรนด์อาหารยอดฮิตช่วงนี้ คงจะหนีไม่พ้นอาหารเช้าเก๋ๆ ที่เหล่าผู้คนต่างแห่แหนไปจ่ายค่าอาหารราคาไม่ใช่น้อยๆ ตามคาเฟ่ต่างๆ ที่นอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังได้ “อัพ” รูปลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กอีกด้วย

ฉบับนี้ Bready Instantly จึงอยากนำสูตรอาหารเช้ายอดนิยม ที่ผู้เขียนเห็นรูปบ่อยๆ ตามกระแสมารวมไว้ใน Bready Instantly ของเรา ด้วยคอนเซ็ปต์ที่ต้องการ คือ ขนมปังแผ่นง่ายๆ ดัดแปลงเพิ่มมูลค่าให้กลายเป็นเมนูใหม่ขึ้นมา ที่สำคัญต้องหน้าตาดูเฉียบ กินที่บ้านก็ต้องเก๋ไก๋ตามกระแสสังคม

อาหารเช้าเก๋ๆ ที่ว่า ต้องมีขนมปังสไตล์ Country Bread มีครัสต์หรือขอบขนมปังหนา จะได้กรอบหอมเวลาปิ้งเพิ่มจนกรอบ ที่ขาดไม่ได้คือ ไข่ลวกนอกเปลือก หรือ Poached Egg วางลงไป ความน่ากินอยู่ที่เวลาเจาะไข่แดงให้เยิ้มลงมาสู่สารพันที่อยู่ในจาน เรียกคะแนนน้ำย่อยไปได้เยอะสำหรับคนที่ปลื้มความฉ่ำเยิ้มของไข่ที่สุกมาพอดี

ที่จริงเมนูอาหารเช้าสไตล์นี้มีมานานแล้ว อย่าง Egg Benedict ไข่ลวกนอกเปลือกบนอิงลิชมัฟฟินเเละเเฮมเเผ่นพิเศษที่เรียกว่า Canadian Bacon ราดด้วยซอสฮอลลองเดสที่เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีกด้วยเนยและไข่แดงที่ปรุงเป็นซอส เรียกว่า เช้าเดียวก็ได้แคลอรีเกือบเพียงพอได้ทั้งวัน ยังมีอีกเวอร์ชั่นที่ใกล้เคียงกัน คือ Egg Florentine ที่เก่าแก่จากตระกูล Medicis แห่งเมืองฟลอเรนซ์ที่เบาๆ ขึ้นมาอีกนิด เพราะเปลี่ยนจากเนื้อสัตว์เป็นผักโขมผัดกระเทียม

 

ยุคนี้จึงเป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพราะอาหารเช้าแคลอรีเยอะๆ แลกกับความเก๋อาจจะไม่คุ้มความอ้วนแล้ว ไข่ลวกนอกเปลือกบนขนมปังจำเป็นต้องปรับลดแคลอรีแต่ไม่ออมความอร่อย แทนที่ซอสเข้มข้นเนยและไข่แดงด้วยอโวคาโดบดปรุงรสให้เข้มข้นคล้ายกับ Guacamole ของเม็กซิกันป้ายลงบนขนมปัง ช่วยให้ลิ้นละมุนไปได้คล้ายกับครีมซอสเข้มข้น แม้ว่าแคลอรีจะลดลงไปเยอะเอาการ แต่ความอร่อยอยู่ครบ

Avocado Spread สำหรับทาขนมปังแบบนี้ มีสูตรหลากหลาย หลักๆ ต้องมีเกลือเพื่อให้ความเค็ม ไม่ใช้ซอสใดๆ เพราะจะทำให้สีสันของอโวคาโดสวยน้อยลงไป ที่สำคัญต้องมีความเป็นกรดจากความเปรี้ยวธรรมชาติของน้ำมะนาว ไม่ว่าจะเป็นมะนาวเหลือง หรือมะนาวเขียว ต้องมาพอที่จะรักษาสีสันไม่ให้อโวคาโดดำคล้ำไป ความเปรี้ยวที่พอเหมาะจะช่วยให้รสชาติของอาหารจานนี้สดชื่นขึ้นด้วยเป็นของแถม

โดยปกติอโวคาโดสเปรดแบบต้นตำรับแบบกวากาโมเล่ มีเพียงแค่สับหอมใหญ่ ใส่ผักชีซอยและมะเขือเทศก็เรียบร้อย ปรุงรสด้วยเกลือ มะนาว และพริกไทย เรารู้ส่วนผสมแบบต้นตำรับแล้วถ้าอยากดัดแปลงก็ไม่ยากเลย อาศัยว่าเข้ารสชาติที่แท้จริงของอโวคาโด อยากจะเพิ่มความมันอาจเหยาะน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์หอมๆ ลงไป หรือถ้าอยากให้มีความมัน อาจขูดชีสหรือบิชีสนุ่ม ลงไปเพิ่มเติม รักษาน้ำหนักแต่ไม่หนีความอร่อย เลือกเป็น Cottage หรือ Ricotta Cheese ก็เยี่ยม

สูตรนี้เป็นสูตรง่ายๆ คุณผู้อ่านอยากเพิ่มเติมอะไรลงไป ทดลองเพิ่มได้ตามชอบ ถ้าอยากปรับเป็นอาหารเบาๆ เสิร์ฟอโวคาโด สเปรดกับเนื้อสัตว์เบาๆ อย่างปลา กุ้ง แซลมอนรมควัน หรือเนื้อปูก็เข้ากัน รับประกันแบบไร้แป้งสามารถจับมาเข้าคู่กับสลัดได้ ถือว่าเป็นเมนูอเนกประสงค์อีกสูตรที่ควรมีติดบ้านไว้

Poached Egg on Avocado Toast

(สำหรับ 2 ที่)

ส่วนผสม

ขนมปังแผ่นหนา 2 แผ่น

อโวคาโด 1 ลูก

หอมใหญ่สับละเอียด 1 ช้อนชา

กระเทียม สับละเอียด ครึ่งช้อนชา

น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา

มะเขือเทศ หั่นเต๋า 2 ช้อนโต๊ะ

เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา

มะนาวเหลือง หรือมะนาวเขียว 2 ช้อนชา

ไข่ลวกนอกเปลือก หรือ Poached Egg 2 ฟอง

ขนมปังชนิดที่เป็น Multigrain 2-3

แผ่นผักสลัดที่ชอบ และโรยชีสแบบ soft cheese ที่ชอบ

แนะนำเป็น Feta หรือ Cottage Cheese

วิธีทำ

* เคล้าอโวคาโดกับส่วนผสมทั้งหมด

* ปิ้งขนมปังให้กรอบเหลือง

* ป้ายอโวคาโดลงบนขนมปัง

* วางไข่ต้มลง โรยเกลือและพริกไทยดำ เพิ่มเล็กน้อย โรยชีส พร้อมเสิร์ฟ

* พร้อมเสิร์ฟทันที อาจเสิร์ฟแบบไร้ขนมปังแล้วเพิ่มสลัด เนื้อปูก้อนต้มสุก หรือแซลมอนรมควันลงไปได้ตามชอบเพื่อเป็นอาหารเบาๆ

เลม่อนกราสส์ อร่อยรสชาติแบบพื้นเมืองภูเก็ต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422310

18 มีนาคม 2559 เวลา 18:29 น

เลม่อนกราสส์ อร่อยรสชาติแบบพื้นเมืองภูเก็ต

โดย…อชัถยา ชื่นนิรันดร์

มาท่องเที่ยวเมืองภูเก็ต อย่างสนุกสนานเพลิดเพลินใจแล้ว หากมีเวลาว่างแวะช็อปปิ้งที่ศูนย์การค้าไลม์ไลต์ อเวนิว ภูเก็ต เสร็จสรรพก่อนกลับที่พักหรือกลับบ้านก็อย่าลืมไปลองรับประทานอาหารที่ร้านเลม่อนกราสส์ ไทย ควิซีน (Lemongrass Thai Cuisine) ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าของศูนย์การค้า รับรองอาหารอร่อย สะอาด รสชาติถูกปากที่ยังคงความเป็นอาหารพื้นเมืองภูเก็ต

พาณี โกยสมบูรณ์ ผู้บริหารศูนย์การค้าไลม์ไลต์ อเวนิว ภูเก็ต และผู้บริหารร้านอาหารเลม่อนกราสส์ ไทย ควิซีน บอกว่า เปิดร้านเลม่อนกราสส์มานาน 10 ปีแล้ว ใช้ชื่อนี้เพราะว่ามีความหมายดี แปลว่า ตะไคร้ เป็นพืชสมุนไพรไทยที่ดีต่อสุขภาพผู้บริโภค โดยมีหลากหลายเมนูเด็ดให้สั่งรับประทาน เช่น ยำตะไคร้ น้ำตะไคร้ ปลาหลงวัง ปลาลุยสวน เป็นต้น ล้วนมีสมุนไพร ตะไคร้ ใส่ลงไปในเมนูอาหารต่างๆ

กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะมาเป็นครอบครัว และกลุ่มวัยทำงาน รวมทั้งนักท่องเที่ยวเข้ามาอุดหนุนกัน และขาประจำ โดยเมนูอาหารที่นิยมสั่งรับประทาน ได้แก่ ฟอนไหม หมูตกครก ทอดมันกุ้ง กุ้งกรุบกรอบ ซี่โครงหมูรมควัน ห่อหมกขนมครก ขาหมูทอดเลม่อนกราสส์

ขณะที่อาหารว่าง ได้แก่ เปาะเปี๊ยะทอด ขนมปังหน้าหมู หมี่กรอบ ถุงทอง เปาะเปี๊ยะปู ข้าวตังหน้าตั้ง เมี่ยงคะน้า ส่วนของอร่อย ได้แก่ ผัดผักเหมียงใส่ไข่ น้ำพริกกุ้งสด หมูคั่วเกลือ น้ำพริกกุ้งเสียบ ไก่ห่อใบเตย ต้มโคล้งกุ้งเสียบ สปาเกตตีปลาเค็ม สปาเกตตีขี้เมา ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ฯลฯ ส่วนของหวาน ได้แก่ ผลไม้รวม กล้วยบวชชี กล้วยทอด เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำตะไคร้ ชามะนาว น้ำส้ม น้ำมะนาว น้ำผึ้งมะนาว น้ำมะนาวโซดา น้ำผลไม้ปั่น ชา กาแฟ ไวน์ เบียร์ น้ำมะพร้าวสด สำหรับเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของร้าน ได้แก่ แกงจืดขาหมูถั่ว เป็นสูตรโบราณมีที่เดียว

 

“ร้านของเราจะมีเมนูใหม่ที่เลือกสรรปรุงให้ลูกค้ารับประทาน และจะมีเพิ่มเมนูอาหารพื้นเมืองเข้ามาเพื่อเป็นอีกทางเลือก สำหรับลูกค้าคนไทยที่มาใช้บริการ โดยเฉพาะ ห่อหมกขนมครก ส้มตำยอดมะพร้าว หมูคั่วเกลือผัดพริกขิง แกงส้มกุ้งชะอมชุบไข่ ขนมจีนแกงปู เป็นเมนูยอดนิยม ส่วนลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่นิยมสั่ง ฟอนไหม ผัดไทย แกงเขียวหวาน”

พาณี กล่าวอีกว่า การคัดสรรวัตถุดิบนำมาปรุงอาหารนั้นจะเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพเกรดเอ มีรสชาติเฉพาะของร้าน เป็นสูตรของคนภูเก็ตที่เน้นใส่ใจในการปรุงอาหาร สูตรอาหารที่นำมาปรุงให้กับลูกค้า เป็นสูตรสมัยคุณยายโดยทางบ้านใช้ปรุงกินกันแล้วอร่อย จึงนำมาปรุงให้ลูกค้ารับประทานด้วย โดยมีแม่ครัวเป็นคนภาคใต้ ที่สามารถปรุงอาหารได้หลายประเภท ถูกใจคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยว

ร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์น พรั่งพร้อมด้วยโต๊ะเก้าอี้ล้ำยุคให้เลือกนั่งรับประทานอาหารหลากหลาย ประดับประดาด้วยต้นไม้นานาชาติเพื่อให้เกิดความสบายตาสบายใจ เหมือนนั่งในสวน คลอเคล้าไปด้วยเสียงเพลงที่แสนไพเราะ

เลม่อนกราสส์ ไทย ควิซีน เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-24.00 น. รับจัดเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ ตั้งแต่ 30-100 คน โทร. 076-682-999 เฟซบุ๊กแฟนเพจ Lemongrass Thai Cuisine

โซ อาเซียน คาเฟ แอนด์ เรสเทอรองต์ รวมอาหารอาเซียนไว้ที่นี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422308

18 มีนาคม 2559 เวลา 18:20 น

โซ อาเซียน คาเฟ แอนด์ เรสเทอรองต์ รวมอาหารอาเซียนไว้ที่นี่

โดย…คาเอรุ

ประชาคมอาเซียน หรือเออีซี 10 ประเทศ อย่าง เมียนมา ลาว เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา บรูไน และไทย เพิ่งจะรวมตัวกันอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ว่ากันว่า เดี๋ยวนี้การจะทำความรู้จักใครสักคนหนึ่ง ต้องดูว่า คนคนนั้นชอบกินอะไร ดังนั้น หากอยากทำความรู้จักเพื่อนบ้านในกลุ่มเออีซี ลองไปดูกันซิว่าเขารับประทานอะไรกัน

ไม่มีร้านไหนจะตั้งชื่อได้โจ่งแจ้งชัดเจนขนาดนี้อีกแล้ว มาที่ โซ อาเซียน คาเฟ แอนด์ เรสเทอรองต์ รับรองว่า ได้ส่อง ชิม ชม และศึกษาอาหารเด็ดๆ ของประชาคมอาเซียนได้ทั้งภูมิภาคแน่ๆ

ทางร้านบอกว่าได้คัดสรรอาหารอาเซียนจานเด่นๆ มารวมไว้ในหนึ่งเดียว เพื่อให้ลูกค้าสามารถมาสัมผัสประสบการณ์การรับประทานแบบประเทศเพื่อนบ้าน อาหารอาเซียนยอดนิยมจากหลากหลายประเทศ เรียงรายในเมนูให้ได้อร่อยไปกับรสชาติในแบบที่คุ้นเคยบ้าง แปลกใหม่บ้าง ที่สำคัญคือได้มีการปรับรสชาติให้เข้ากับลิ้นของคนไทย

ไม่ว่าจะเป็น อาหารเวียดนาม อย่าง เปาะเปี๊ยะญวน หรืออาหารไทยหารับประทานยาก อย่าง ต้มจิ๋วโบราณ ซึ่งที่นี่อาศัยเนื้อไก่แทนเนื้อวัว หล่าเพ็ด หรือยำสลัดใบชา จานนี้จากเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา หน้าตาเหมือนเมี่ยงคำ เรินดัง ตัวแทนจากอินโดนีเซีย หน้าตาคุ้นๆ เหมือนข้าวเหนียวไก่ย่าง แต่รสชาติเป็นแบบเครื่องเทศของอินโดฯ อีกจาน สลัด กาโด กาโด เป็นของอินโดนีเซีย อารมณ์คล้ายสลัดแขก คือน้ำสลัดมีส่วนผสมของถั่วคล้ายน้ำราดสะเต๊ะ ฯลฯ

เมนูเด็ดของร้านอยู่ที่ของหวาน ที่ผสมผสานระหว่างความสมัยใหม่กับรสชาติแบบอาเซียนลงไป ไม่ว่าจะเป็น โทสต์ไอศกรีมชาเย็นเมอแรงค์ ซึ่งหน้าตาเหมือนฮันนี่โทสต์ แต่ใส่รสชาติของชาไทยลงไปเป็นตัวหลัก ส่วนกล้วยทอดโวเคโน่ เสิร์ฟมาพร้อมไอศกรีมไรซ์เบอร์รี่ อารมณ์แบบกล้วยชุบแป้งทอดของเวียดนาม แต่นำเสนอแบบตะวันตก ด้วยการเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมที่มีรสชาติแนวเอเชีย

โซ อาเซียน คาเฟ แอนด์ เรสเทอรองต์ ตกแต่งร้านแบบเน้นรูปแบบความเป็นอาเซียนสมัยใหม่ ลวดลายโบราณ เครื่องเรือนและเครื่องประดับไม้แบบร่วมสมัย จัดวางได้อย่างลงตัวน่านั่ง นับว่าเป็นปฐมบทของการไปค้นหาทำความรู้จักประเทศเพื่อนบ้านเราได้เป็นอย่างดี

 

โซ อาเซียน คาเฟ แอนด์ เรสเทอรองต์ อยู่ที่ ชั้น 1 เดอะ สตรีท รัชดา เปิดให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (หลัง 4 ทุ่ม เสิร์ฟแต่ขนมในตู้และเครื่องดื่ม) โทร. 02-121-1909

เล่าถึงกาแฟ… ในวันนี้… และอนาคต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422303

18 มีนาคม 2559 เวลา 18:04 น.

เล่าถึงกาแฟ... ในวันนี้... และอนาคต

โดย…ตุลย์ จตุรภัทร-ศศิธร จำปาเทศ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ผ่านพ้นงานมหกรรมกาแฟ ไทยแลนด์ คอฟฟี่ เฟส 2016 ที่จัดขึ้น ณ เพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปได้ไม่นาน ถึงงานจบ แต่กลิ่นหอมของกาแฟยังคงอยู่ และวันนี้ เราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับสองกูรูด้านกาแฟ นั่นคือ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย อภิชา แย้มเกษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซาลอตโต้ และอุปนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย ชาตรี ตรีเลิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเบอร์รี่ ที่จะมาบอกเล่าถึงกาแฟในวันนี้ และในอนาคตให้เราได้รับรู้กัน

“เมื่อพูดถึงการบริโภคกาแฟในบ้านเรา คนไทยดื่มกาแฟมากกว่าที่ผลิตได้ อีกทั้งเรายังส่งออกบ้างบางส่วน มันจึงไม่พอใช้โดยธรรมชาติ ยิ่งรูปแบบการขายกาแฟได้เปลี่ยนแปลงไป โดยขายร่วมกับธุรกิจอื่นๆ เช่น ร้านหนังสือ โฮสเทล โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขนม ฯลฯ อีกทั้งยังได้นำกาแฟไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และทางความสวยงาม ยิ่งทำให้การเพาะปลูกกาแฟมีเพิ่มมากขึ้น ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น”

ในส่วนของการเพาะปลูกกาแฟในประเทศไทย คอกาแฟคงรู้ดีว่าสายพันธุ์อราบิกา มักนิยมปลูกทางภาคเหนือ บนเขาที่มีอากาศเย็น ไม่ว่าจะเป็น เชียงใหม่เชียงราย ลำปาง แม่ฮ่องสอน และน่าน ส่วนสายพันธุ์โรบัสต้า มักนิยมปลูกทางภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นชุมพร หรือระนอง แต่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหน หากปลูกใต้ร่มไม้ใหญ่จะได้ผลผลิตที่ดี

“พื้นที่ปลูกที่ต่างกัน มีสภาพอากาศที่ต่างกัน ถือได้ว่ามีความสำคัญต่อสายพันธ์ุ ถามว่า ปัจจัยเหล่านี้ทำให้รสชาติของสองสายพันธุ์นี้แตกต่างกันอย่างไร สายพันธุ์อราบิกาจะมีรสชาตินุ่มละมุนกว่า กลิ่นหอมกว่า ปริมาณกาเฟอีนต่อเมล็ดน้อยกว่า ส่วนโรบัสต้าจะมีรสชาติที่กระด้างกว่า บอดี้ที่ดีกว่า หนักแน่นกว่า อาจจะมีติดรสขมฝาดบ้าง มีความเปรี้ยวต่ำกว่า ดังนั้น สองสายพันธุ์นี้จะมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน แต่ถ้าพูดถึงปริมาณการใช้ในตลาดโลก อราบิกาใช้มากกว่า เนื่องจากมีปริมาณถึง 80% ของการซื้อขายมวลรวมทั่วโลก ส่วนโรบัสต้ามีการใช้ต่ำกว่า และส่วนใหญ่มีการใช้ในกาแฟสำเร็จรูปมากกว่า”

 

เมื่อประเทศไทยสามารถเพาะปลูกกาแฟเองได้ ร้านกาแฟส่วนใหญ่ (95%) จะใช้เมล็ดกาแฟที่ปลูกในเมืองไทย มีส่วนน้อยที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่ใช้เมล็ดกาแฟที่นำเข้าจากต่างประเทศ ที่เป็นอย่างนี้เพราะภาษีนำเข้าของบ้านเราสูงถึง 90% สูงเป็นอันดับ 2 ของโลกนั่นเอง

กูรูทั้งสองท่านได้บอกเล่าให้เราฟังว่า อุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยจะเติบโตได้มากกว่านี้ ผู้คนที่อยู่ในโลกของกาแฟ ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคต้องขับเคลื่อนด้วยความรู้ในเรื่องของกาแฟไปพร้อมๆ กัน “ในส่วนของผู้บริโภค ถ้ามีความรู้และดื่มเป็น ก็จะเลือกกาแฟที่ตนเองชอบได้ เลือกรสชาติที่ตนเองต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟที่เปรี้ยว กาแฟที่มีกรดผลไม้ กาแฟที่มีการคั่วอ่อน ฯลฯ หากไม่มีความรู้และดื่มไม่เป็น ก็ไม่อาจสัมผัสรสชาติของกาแฟที่มีคุณภาพได้ ซึ่งน่าเสียดายมากๆ หากต้องเป็นอย่างนั้น”

นอกจากนี้ กูรูทั้งสองท่านยังเผยอีกว่า ในส่วนของเกษตกรผู้เพาะปลูก เกษตรกรโดยส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและไม่เคยดื่มกาแฟเลย “หากเขาเหล่านี้เป็นเกษตรกรที่เป็นนักดื่มและนักชิมด้วยจะดีมาก เพราะจะทำให้เกษตรกรสามารถรู้ว่าจะพัฒนากาแฟของเขาให้มีคุณภาพที่ดีได้อย่างไร เมื่อเขารู้ว่ากาแฟของเขามีคุณภาพที่ดี เขาจะไม่ถูกกดขี่ข่มเหงเรื่องราคา และเขาสามารถรู้ได้ว่าเขาควรขายให้ใคร เขาสามารถเลือกผู้ซื้อได้ ในส่วนนี้คนคั่วก็เช่นเดียวกัน ต้องรู้ว่าจะคั่วกาแฟให้รสชาติดีได้อย่างไร ก็ต้องเป็นนักดื่มนักชิม คนขายก็ด้วย”

 

ไม่ว่าอย่างไร โลกของคนปลูก คนคั่ว คนขาย คนดื่มกาแฟ ย่อมต้องมีจุดเริ่มต้นเสมอ จากอดีต เรามักนำกาแฟทั่วไปมาคั่ว ผสมกับข้าวโพด เม็ดมะขาม ใส่งา ใส่น้ำตาล นำมาเคี่ยว จนกลายเป็นกาแฟแบบโบราณที่ใช้ถุงผ้าชง จากนั้นก็มีการใส่นมข้นหวาน ใส่น้ำตาล เพื่อให้มีความหวาน

“ต่อมาเราก็ดื่มกาแฟผ่านเครื่องเอสเปรสโซ่ แมชีน ที่ทำให้เราได้กาแฟแบบเข้มข้น ต่อมาเราก็มีวิธีการดื่มแบบดริปด้วยน้ำร้อน หยดผ่านกรอง และค่อนข้างใช้เวลา ซึ่งการดื่มกาแฟในรูปแบบนี้ค่อนข้างใช้กาแฟที่มีคุณภาพสูง ปัจจุบันนี้คือการนำเอากาแฟไปสกัดแบบเย็น ใช้เวลาสกัดประมาณ 12-24 ชั่วโมง เพื่อให้ได้กาแฟรสชาติที่มีความเปรี้ยวต่ำ”

ทั้งคู่เผยด้วยว่า เริ่มต้นจากการดื่มกาแฟเย็น พอดื่มไปเรื่อยๆ ก็เริ่มรู้สึกว่ามันหวานเกินไป จากนั้นจึงเริ่มต้นดื่มกาแฟร้อนที่ใส่นม ต่อมาก็เหลือเพียงกาแฟดำธรรมดา ที่รู้สึกได้ถึงรสชาติของกาแฟจริงๆ

“ที่มีงานวิจัยที่บอกว่าคนดื่มกาแฟวันละ 4 แก้วจะดีต่อร่างกาย เราต้องดูว่าเขาดื่มกาแฟในรูปแบบไหน ถ้าดื่มกาแฟเอสเปรสโซ่ 4 ช็อตถือเป็นเรื่องปกติ คนอิตาลีดื่ม 5-6 ช็อต/วัน เพราะเอสเปรสโซ่มีกาเฟอีนค่อนข้างน้อย สกัดเร็ว การดื่มเอสเปรสโซ่ในปริมาณที่เยอะก็เพื่อให้ได้ปริมาณกาเฟอีนที่ร่างกายต้องการ ซึ่งร่างกายแต่ละคนมีการรับกาเฟอีนได้ไม่เท่ากัน”

เมื่อเราตั้งคำถามว่า ปัจจุบันนี้ราคาของกาแฟโดยส่วนใหญ่ค่อนข้างมีราคาแพง ทั้งๆ ที่ก็เป็นกาแฟที่ปลูกในเมืองไทย สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นของชีวิตไหม กูรูทั้งสองท่านเผยว่า อยากให้เรามองว่าราคากาแฟต่อแก้วมันมาจากอะไร

 

“ถ้าเป็นกาแฟที่มาจากสายพันธุ์ที่หายาก มีการทำที่พิถีพิถันมากจากประเทศไกลๆ หรือของไทยเองที่มาจากผู้ปลูกที่ตั้งใจมากๆ พอคิดอย่างนี้ราคาอาจจะแพงแล้ว แต่ขณะเดียวกันบางที่ที่ไม่ได้ใช้กาแฟคุณภาพสูง แต่มีการทำร้านให้มีความสวยงาม หรือตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่บวกเข้าไปในราคาต่อแก้ว ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง มันเป็นเรื่องของการผลิตที่ทำให้มีรสชาติดีเป็นพิเศษ มีเรื่องราวด้วย การที่ตั้งราคาสูงก็เป็นความพึงพอใจของผู้บริโภคที่อยากจะทดลองเสพ แต่ถ้ามันไม่ดีจริง มันจะอยู่ได้ไม่นาน ราคามันก็จะลง เพราะไม่ได้รับการตอบรับ แต่ถ้ามันดีจริง ก็จะมีคนแสวงหาเอามาบริโภคอยู่นั่นเอง”

สำหรับคนที่ชอบดื่มกาแฟอยู่เป็นประจำและอยากลองชิมกาแฟเพื่อให้ได้รู้รสชาติของกาแฟที่แท้จริง กูรูทั้งสองท่านได้แนะนำไว้ว่า ให้ดื่มกาแฟที่เราชอบก่อน แล้วค่อยลดส่วนผสมอื่นๆ ลง เช่น นม น้ำเชื่อม ความหวานที่ทำให้เกิดรสชาติอื่นๆ ในกาแฟ พอลดๆ ลงก็จะเจอรสชาติกาแฟที่แท้จริงมากขึ้น ได้สัมผัสรสชาติของกาแฟจากสายพันธุ์นั้นๆ มากขึ้น

“คนไทยเราติดรสหวานกับรสจัด รสจัดในที่นี้คือจัดในทุกๆ ด้านทั้งเรื่องเค็มจัด เปรี้ยวจัด มันจัด ขมจัด เราก็ดื่ม แล้วเราเอาหวานจัดมากลบ เราเลยได้รสกาแฟที่ทุกอย่างมันเข้มข้น แต่คนไทยในระยะหลังๆ ก็เริ่มดื่มกาแฟที่หวานน้อยลง เริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ถือว่าเราคนไทยเริ่มเดินมาถูกทางแล้วครับ (ยิ้ม)”

ถึงเวลาไปกินอาหารทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422301

18 มีนาคม 2559 เวลา 17:54 น.

ถึงเวลาไปกินอาหารทะเล

โดย…สุธน สุขพิศิษฐ์

ไปที่ไหนก็กินของที่นั่น ไปเชียงรายใครชวนกินอาหารทะเลยังลังเล แต่ถ้าไปนั่งริมทะเลแล้วกินแกงโฮะ ไส้อั่ว แหนมเนือง น่าเสียดายเวลาของการกินเสียไปมื้อหนึ่ง ตอนนี้เป็นหน้าเที่ยวทะเลแล้ว ก็ต้องกินอาหารทะเลอย่างเดียว หลายคนเมื่อรู้ตัวว่าจะไปทะเลแล้วก็เตรียมหาชื่อร้านอาหารทะเลตามที่มีคนแนะนำไว้ตามสื่อต่างๆ หลายคนอาจจะไปหาเอาข้างหน้า สนุกที่ได้ค้นหาแต่อาจจะเสี่ยงอยู่บ้าง อาจจะไปเจอร้านบรรจงฟันซีฟู้ด หรือสาหัสอาหารทะเลเจ้าเก่า ไม่อร่อยแล้วกระเป๋ายังฉีกเป็นริ้วๆ ผมจะแนะนำตามแบบของผม ซึ่งผมทำอย่างนี้มาตลอด คือหาเอาข้างหน้า แต่ตั้งหลักนิดๆ

ผมเชื่ออย่างหัวชนฝาว่า อาหารทะเลนั้นต้องสดอย่างเดียว แล้วไม่ต้องทำอะไรมาก กินรสชาติของตัวมันเองก็อร่อยแล้ว ไม่ต้องประโคมเครื่องปรุงมากลบเนื้อแท้ของกุ้ง หอย ปู ปลา นอกเสียว่าบางอย่างมีความจำเป็นจริงๆ

ไปไหนผมต้องเล็งหรือหาที่จอดเรือประมงขนาดเล็กหรือประมงชายฝั่งไว้ก่อน มีวิธีสังเกตง่ายๆ ถ้ามีหัวเขายื่นไปในทะเล แล้วเป็นอ่าว มีคลองติดหัวเขา ร้อยทั้งร้อย เรือประมงจะจอดตรงนั้น เพราะมันเป็นทำเล หลบลม หลบคลื่น แถวบางเก่า ชะอำ เขาเต่าหัวหิน เขากะโหลก ปราณบุรี สามร้อยยอดมีตลอดแนว เรือประมงจะเข้าตั้งแต่เช้าถึงสาย มีทั้งเรือกุ้ง ปลา ปูม้า และปลาหมึก แล้วแต่ว่าย่านไหนจับอะไร ถ้าเรือปูม้าจะเข้าตอน 9 โมงเช้า ก็นั่งคอยเลย ช้าเดี๋ยวยี่ปั๊วเจ้าประจำมาเอาไปหมด นั่งดูเขาแกะปูจากอวนก็ได้ อยากกินขนาดไหน ราคาเท่าไหร่ ก็ตัดสินใจเลย ไม่ต้องต่อ ไม่ต้องบอกว่าแพง เดี๋ยวเขาไม่ขายให้

ปูม้านั้นรู้แล้วว่าต้องนึ่งอย่างเดียว ซื้อแล้วหาร้านอาหารตามสั่งง่ายๆ กินกับข้าวเขาสองอย่าง จ้างนึ่งปูม้าให้ด้วย จากที่มันถูกแกะจากอวนยังดิ้นกระแด่วๆ มานอนเรียงสีแดงเต็มชาม รับรองเพื่อนกิน แกะกินไม่พูดไม่จากัน ใครแกะได้เร็ว ได้มาก ก็กำไร ปกติทุกเรือปูจะมีปลาติดอวนมาด้วย ส่วนใหญ่เป็นปลาลิ้นหมาก็ทอด มีปลาทูก็ย่าง มีปลาทรายก็ทอด หรือต้มยำ หรือแกงป่า ส่วนน้ำจิ้มเป็นน้ำปลาพริก บีบมะนาว กระเทียมหั่นหน่อย เหลือเฟือแล้ว

อาจจะไม่ใช้วิธีซื้อแล้ววิ่งไปหาร้านทำก็ได้ ก็ลองมองแถวที่จอดเรือประมงนั้น อาจจะมีเพิงขายอาหารตามสั่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านเมียคนประมง นั่นไม่ต้องไปไหนไกลเลย ร้านนั้นแหละ มีปูก็นึ่งมา ถ้าไม่มีปู ถามว่ามีอะไร ถ้ามีปลาข้างหลือง ปลาสีกุน ก็ทอดมา ถ้ามีปลาหมึกถามว่าผัดผงกะหรี่ได้ไหม ถ้าไม่มีผงกะหรี่ ก็ทอดกระเทียมหรือย่างมา ถ้ามีปลาดุกทะเล มันจำเป็นต้องผัดฉ่า แกงป่า ทำอย่างอื่นไม่เหมาะ กินไปจะปลื้มไป เพราะสดอร่อย ยังมีบรรยากาศริมทะเล ถึงจะเป็นเพิงง่ายๆ ก็ไม่มีที่ไหนสมบูรณ์แบบเท่าอย่างนั้น

การมองหาที่เรือประมงจอดนั้น ถ้าเป็นสะพานปลามีเรือประมงใหญ่ๆ จอด นั่นลำบากหน่อย เรือเขาผูกกับยี่ปั๊วเจ้าประจำไม่ขายปลีกให้ใคร แถมพูดกันไม่รู้เรื่องเป็นเมียนมาทั้งนั้น แล้วเจ๊ยี่ปั๊วนั้นแกไม่สนใจคนแปลกหน้ามาซื้อปลีก ไม่ขายแล้วยังหาว่าพวกเราๆ เกะกะอีกต่างหาก

 

ไปทะเลบางที่อาจจะไม่เจอทำเลอย่างที่ว่า อาจจะเจอร้านอาหารทะเล ร้านนี้บ้าง ร้านโน้นบ้าง ลองวิ่งดูหลายๆ ร้านก่อน ยกตัวอย่างแถวทะเลจันทบุรี จากแหลมสิงห์ ถึงเจ้าหลาว รีสอร์ทริมทะเลเยอะแยะ แล้วร้านอาหารทะเลก็เพียบ ร้านอาหารทะเลหลายร้านดูโอ่โถงดี แต่ระวังหัวแบะไว้ก่อน ดูรายการอาหารและราคาก่อน แพงไม่ว่าของไม่สดมันน่าเจ็บใจ

เมื่อวิ่งดูแล้วถ้าเห็นร้านไหนติดป้ายขายอาหารทะเล น้ำแข็ง เครื่องดื่ม บางที่ก็ไม่มีป้าย แต่หน้าร้านมีถังน้ำแข็งสีฟ้า สีแดงขนาดใหญ่ๆ ส่วนใหญ่จะตั้งระเกะระกะ ภายในอาจจะมีโต๊ะ เก้าอี้ไม่กี่ชุด นั่นเป็นยี่ปั๊วรับซื้อของทะเลจากชาวประมง การมีโต๊ะ เก้าอี้ คือทำเป็นร้านอาหารด้วย นั่นยิ่งดีอาจจะแพงกว่าไปซื้อจากเรือประมงโดยตรง ถือว่าซื้อความสด นั่นเป็นวิธีที่ผมทำมาตลอดตอนไปทะเล

ผมมันเป็นคนทำกิน ฉะนั้นกินริมทะเลแล้วยังต้องซื้อกลับบ้านเอามาทำกินอีกด้วย จึงมีคูเลอร์ติดไว้เสมอ เจออะไรซื้อหมด ปลากะมงพร้าว ปลากะพง ปลาสีกุน ปลาทราย ปลาลิ้นหมา หรือกั้ง การจะทำอะไรกินนั้นว่ากันทีหลัง เวลาซื้อนั้นทำตัวเหมือนเสี่ย เขาว่าเท่าไหร่ก็ไม่ต่อ เพราะรู้ราคาในกรุงเทพฯ มันคนละโลก เวลาไปตลาดสามย่าน ตลาด อ.ต.ก. จะกลายเป็นยาจกซื้อไม่ลง จะรู้เลยที่ซื้อมานั้นมันถูกเทียบกันไม่ได้เลย

ไปทะเลก็ต้องกินอาหารทะเล จะทำแบบผมบ้างก็ได้ ไม่ว่ากันครับ

ร้านกระบี่เงิน อร่อยสะท้านยุทธจักร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422300

18 มีนาคม 2559 เวลา 17:51 น

ร้านกระบี่เงิน อร่อยสะท้านยุทธจักร

โดย…ชายโย ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ผ่านไปบนถนนพัฒนาการ ปากซอยพัฒนาการ 50 ตรงข้ามลอนดอนสตรีท เจอป้ายสะดุดตา กระบี่เงิน เป็นร้านหม้อไฟ เนื้อตุ๋น หมูตุ๋น ซึ่งบรรยากาศในร้านตกแต่งราวกับเข้าไปอยู่โรงเตี๊ยมในนวนิยายยุทธจักรกำลังภายใน

จักรกฤษณ์ อุทโยภาส เจ้าของร้าน อดีตเคยเป็นผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่ง แต่มีความชอบเรื่องอาหาร ร่วมกับเพื่อนสถาปนิกหนุ่ม มาร่วมกันรังสรรค์หม้อไฟ รสเด็ด และบรรยากาศชิลๆ สบายๆ สังสรรค์ ด้วยฝีมือของทั้งสองคน

สูตรตุ๋นยาจีนของกระบี่เงิน เป็นสูตรที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ ให้มีความหอมของยาจีนมากขึ้น รสชาติตุ๋นยาจีนจึงหอมและชุ่มคอและยังมีน้ำจิ้มสูตรเด็ดให้เลือก ทั้งรสชาติแซ่บจัดจ้าน ไปจนถึงรสนุ่มนวลชวนรับประทาน

 

เมนูเครื่องดื่มแนะนำของร้านนี้คือ เจี่ยบ๊วย รสชาติกลมกล่อม ไม่แพ้น้ำบ๊วย สนนราคาไม่แพงแก้วละ 20-30 บาท

ลูกค้าที่มาร้านกระบี่เงิน กินอิ่ม ชิมบรรยากาศแล้ว สบายกระเป๋าราคาเบาๆ แต่รสชาติขึ้นเหลาเนื้อตุ๋น-หมูตุ๋น ชุดเล็ก 135 บาท มาหมู่คณะชุดใหญ่ 235 บาท

เมนูอื่นๆ ที่น่าลิ้มลอง ได้แก่ ผักประลองยุทธ์ เกาเหลาแห้งรสแซ่บ ข้าวอบ บะหมี่ยำเสฉวน เหนียวนุ่มยำกับซอสเผ็ด คู่ซี่โครงหมูอ่อนตุ๋น และอีกหลายๆ เมนู ที่ร้านกระบี่เงิน โดยเฉพาะคนชอบรับประทานอาหารจีนมาร้านนี้แล้วรับรองจะติดใจ ขออย่างเดียวอย่าไปพังร้านเหมือนในหนังจีนกำลังภายในก็พอ

อาหารใต้รสเด็ด คั่วกลิ้ง+ผักสด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

http://www.posttoday.com/travel/restaurant/422298

18 มีนาคม 2559 เวลา 17:44 น

อาหารใต้รสเด็ด คั่วกลิ้ง+ผักสด

โดย…ซิตี้กาย ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

อาหารใต้สไตล์โฮมเมด สูตรเด็ดจาก อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ที่ร้านคั่วกลิ้ง+ผักสด ที่ปัจจุบันมี 3 สาขาแล้ว แต่วันนี้จะพาไปชิมที่สาขาแรก ซอยทองหล่อ 5 ตรงข้ามสถานทูตเคนยา

พื้นที่ภายในร้านเล็กกะทัดรัด มีมุมเหมือนนั่งอยู่บ้านให้เลือกมากมาย รวมทั้งมุมสวนหย่อมเล็กๆ น่ารักๆ ที่หลังบ้าน

 

เมนูอาหารที่พลาดไม่ได้ คือเมนูที่นำมาเป็นชื่อร้าน คั่วกลิ้งกับผักสด ที่ใช้กระดูกหมูอ่อนมาปรุง ได้รสสัมผัสกรุบกรอบ จัดจ้านด้วยเครื่องแกงที่ทางร้านทำขึ้นมาเอง ตามมาด้วย ใบเหลียงผัดกุ้งเสียบ ที่ผัดคลุกเคล้าเข้ากับกระเทียมสไลซ์ ต่อด้วย แกงปูใบชะพลู ที่ใช้ปูจากตราดและสุราษฎร์ธานี กินกับเส้นหมี่ลวกตามแบบชาวใต้ อร่อยไปอีกแบบ

 

มาที่กุ้งแม่น้ำทอดพริกขี้หนู รสเด็ดอย่าบอกใคร ส่วนคนที่ชอบสะตอ ต้องเมนูสะตอผัดกุ้ง หรือจะเป็นแกงเหลืองปลา ที่ใช้ปลากะพงทะเล และรสชาติ
แซ่บจี๊ดใช่เล่น

ร้านคั่วกลิ้ง+ผักสด เปิดบริการทุกวัน 2 ช่วงเวลา คือ 11.00-14.30 น. (ครัวปิด 14.00 น.) และ 17.30-21.30 น. (ครัวปิด 21.00 น.) โทร. 02-185-3977 และ 08-6053-7779