ร้าน 5 แยก อร่อยเบอร์นี้ต้องลอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519936

ร้าน 5 แยก อร่อยเบอร์นี้ต้องลอง

โดย ชายโย

ร้านอาหารอร่อยที่เหมาะสำหรับดินเนอร์กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงหลังเลิกงานนั้นหายาก แต่เราเจออยู่ร้านหนึ่งชื่อว่า ร้าน 5 แยก เป็นร้านเปิดใหม่ใกล้กับ 5 แยกวัชรพล หากเดินทางจากถนนรามอินทราผ่านศูนย์การค้าเพลินนารีมอลล์มุ่งหน้าสู่ 5 แยกวัชรพล ร้านจะอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงเนเบอร์เซ็นเตอร์ มีที่จอดรถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 10 คัน

จุดเด่นของร้านนี้คือเมนูอาหารที่ทางร้านคัดสรรให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าทุกเพศทุกวัย จากประสบการณ์ของเจ้าของร้านมากกว่า 10 ปี การันตีว่ารู้ใจลูกค้าสุดๆ ตัวร้านจึงรับได้ทั้งลูกค้าที่มาเป็นครอบครัวใหญ่หรือกลุ่มเพื่อนๆ หลังเลิกงาน ซึ่งระหว่างเรานั่งรอเมนูอาหารตั้งแต่เปิดร้านก็เห็นได้ชัดว่าลูกค้าในย่านวัชรพล สายไหม รามอินทรา พาครอบครัวมาดินเนอร์กันเสียเป็นส่วนใหญ่

เริ่มเมนูกันที่ปลาหมึกผัดไข่เค็ม เมนูนี้จัดว่าเด็ด เนื้อปลาหมึกนุ่มๆ ผัดเคล้ากับไข่เค็มให้รสชาติเค็มมันกำลังดีรับประทานกับข้าวผัดปูหอมๆ อร่อยเข้ากันสุดๆ แต่อย่าเพิ่งสุดความฟินที่เมนูแรก เพราะอีกเมนูคือ ไก่ทอดตะไคร้กรอบ ของร้าน 5 แยกก็มอบประสบการณ์การรับประทานตะไคร้กรอบในแบบที่หารับประทานได้ยากเช่นกัน ตะไคร้ซอยเป็นเส้นยาวทอดจนสุกกรอบส่งกลิ่นหอมรับประทานพร้อมไก่ทอดกรอบกรุบกรับเข้ากันอย่างยอดเยี่ยม

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

เดี๋ยวจะกรอบกันเกินไป คะน้าหมูนุ่ม รสชาติของหมูหมักนุ่มๆ ผสมกับเห็ดหอมช่วยชูกลิ่นกับผักคะน้าผัดน้ำมันหอย รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ กลายเป็นเมนูโปรดของเด็กๆ ที่ต้องสั่งกันทุกโต๊ะ มีชวนคุณพ่อคุณแม่มาซ้ำกันอีกรอบ

ปิดท้ายเมนูอร่อยเฉพาะร้าน 5 แยกที่แนะนำให้ลองก็คือปลากะพง 2 ใจ ถ้าเถียงกันไม่ลงตัวว่าอยากจะรับประทานปลากะพงทอดกระเทียม หรือปลากะพงทอดยำสมุนไพร ปลากะพง 2 ใจตอบโจทย์ความอร่อยของทุกคนได้ดีมาก แต่ยังมีเมนูอาหารอื่นๆ อีกร่วมร้อยเมนู ตั้งแต่ส้มตำ จนไปถึงขาหมูเยอรมัน

ที่สำคัญราคาไม่แรง บรรยากาศดีและมีดนตรียุค 90 เสริมให้บรรยากาศน่านั่งเข้าไปอีก สนใจมาลองความอร่อยด้วยตัวเองติดต่อร้านได้ที่เบอร์โทร. 09-5772-9959 ร้านเปิดตั้งแต่เวลา 18.00-02.00 น. บอกได้เลยว่าร้านนี้ลองแล้วจะติดใจ

 

กินไหนดี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:38 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519972

กินไหนดี

โดย แบมบี bambi5789@gmail.com

เดอะคิทเช่นเทเบิ้ล โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ (โทร. 02-344-4210 อีเมล : bf.wbangkok@whotels.com) ดับเบิ้ลยู ดาส บรันช์ (W Does Brunch) ทุกวันเสาร์แรกและวันเสาร์ที่ 3 ของเดือน บริการอาหารชั้นเลิศและเครื่องดื่มนานาชนิดจากมิกโซโลจิสต์ พร้อมดนตรีจากดีเจ และการผสมผสานแฟชั่นเข้ากับอาหาร กับการตกแต่งที่ซ่อนลูกเล่นจากดีไซเนอร์ที่ผลัดเปลี่ยนกันไปทุกๆ 3 เดือน (เดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ พบกับแบรนด์ ปรี บูติก สปอร์ตแวร์) บริการเวลา 12.30-16.30 น.

ห้องอาหารควิซีน อันปลั๊ก โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (โทร. 02-680-9999) ตลอดเดือน ต.ค.-ธ.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 18.00-22.30 น. ฉลองครบรอบ 10 ปีกับโปรโมชั่น 10 ปี กับ 10 ซีฟู้ด และ 10 บาร์บีคิว ให้ได้เลือกอร่อยอย่างไม่อั้นตลอดมื้อค่ำ พบกับ 10 ไฮไลต์อลังการอาหารทะเล อาทิ กั้งทะเล หอยนางรมฟิน เดอ แคลร์ ปูหิมะ กุ้งก้ามแดง ฯลฯ กับอีก 10 เมนูบาร์บีคิว ไม่ว่าจะเป็น เนื้อโพนยางคำ โคเนื้อลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส 3 สายพันธุ์ เนื้อออสเตรเลีย เนื้อหมูคุโรบุตะ เนื้อออสเตรเลียอาซาโด้ และหมูหัน เป็นต้น พร้อมอาหารอร่อยๆ จากทั่วทุกมุมโลก และข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง มาใช้แทนข้าวขาวอีกด้วย ราคาท่านละ 1,010 บาทถ้วน

ห้องอาหารฝรั่งเศส โรงแรมดาราเทวี เชียงใหม่ (โทร. 053-888-888 อีเมล : enquiry@dharadhevi.com) ชุดเมนูรสเลิศ 5 คอร์ส ปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ และผักสดจากโครงการหลวง อย่าง สลัดทูน่า, ซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศสใส่ชีสเอ็มเมนทอล, ราวิโอลีกุ้งล็อบสเตอร์ในซอสกะทิผสมตะไคร้ และหมูคิงตัวย่างราดซอสมัสตาร์ด ตบท้ายด้วยของหวานสูตรพิเศษพร้อมจิบชาร้อน หรือกาแฟร้อน ในราคา 1,800 บาท++ ต่อท่าน

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ห้องอาหารแซฟฟรอน โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพ (โทร. 02-679-1200) ตลอดเดือน ต.ค.นี้ กับเซตเมนู 5 จานสุดพิเศษ ที่ปรุงจากผลิตภัณฑ์โครงการตามพระราชดำริ ออกมาเป็นอาหารไทยตำรับอาหารดั้งเดิม รวมถึงวิวตระการตาของกรุงเทพมหานคร บริการทุกวัน เวลา 18.00-22.30 น.

วอเตอร์ ไลบรารี แบรสเซอรี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี (โทร. 09-4703-7777 Facebook : waterlibrarybrasserie) เมนูอาหารต้นตำรับฝรั่งเศสหารับประทานยาก ได้แก่ เมนูสลัดลียงเนส จากเมืองลียง ที่มีมัสตาร์ดเป็นเอกลักษณ์ โปะหน้าด้วยโพชด์ เอ้ก, ตับห่านทอดพร้อมลูกพลัมจากโครงการหลวง บีตรูต และซอสสับปะรด, โก๊ต เดอ เบิฟ สเต๊กเนื้อ พร้อมมันบดต้นตำรับฝรั่งเศสที่ผสมชีส 3 ชนิด ฯลฯ บริการทั้งแบบอะลาคาร์ต และเซตเมนู (3 คอร์ส 990 บาท++, 4 คอร์ส 1,200 บาท++

เดอะ เบเกอรี่ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน (โทร. 02-650-8800 ต่อ เดอะ เบเกอรี่ อีเมล : fb.bangkok@lemeridien.com) จิบชายามบ่ายไปกับ “Royal Afternoon Tea” ชุดน้ำชาสุดหรูพร้อมของว่างแสนอร่อย ที่รังสรรค์ด้วยผลิตผลจากโครงการหลวง ประกอบไปด้วย เมนูพิเศษ 3 ชนิด อย่าง แครอตเค้ก, คาราเมลคอร์น ฟินองซิเยร์, เค้กเสาวรสบีตรูตเจลลี่ เสิร์ฟพร้อมชารอนเนอเฟลด์ชั้นดีหนึ่งกา รวมทั้งของว่างทั้งคาวและหวานอีกหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็น มินิคัพเค้กเรดเวลเว็ท, เนื้อปูสไตล์มิโมซ่า ฯลฯ ราคา 1,200 บาท++ สำหรับ 2 ท่าน บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 14.00-17.00 น.

ร้านแมนดาริน โอเรียนเต็ล ช็อป ทุกสาขา (โทร. 02-659-9000 อีเมล : mobkk-restaurants@mohg.com) โครงการ Breast Cancer Charity 2017 รายได้สมทบทุนการสร้าง “บ้านพิงพัก” (Pink Park Village) มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ตลอดเดือน ต.ค.นี้ ซื้อเค้กครีมสตรอเบอร์รี่ สอดไส้เจลลี่กระเจี๊ยบ (Creme Fraiche, Strawberry & Hibiscus) มูลค่า 130 บาท++ ทุกๆ ชิ้น หักรายได้ 35 บาท มอบให้กับมูลนิธิฯ

ซิงก์เบเกอรี่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ (โทร. 02-100-6255 อีเมล : diningcgcw@chr.co.th) มิลค์เชกหลากหลายรสชาติ และไอศกรีมเจลาโตอิตาเลียโน ไอศกรีมอิตาเลียนสไตล์โฮมเมด อาทิ สตรอเบอร์รี่มิลค์เชก, มะม่วงมิลค์เชก, ทีรามิสุ ฯลฯ ในราคา 180 บาท++ต่อแก้ว ไอศกรีมเจลาโต รสโยเกิร์ต, กีวี่, มะม่วง และพีช, รัมเรซิ่น ฯลฯ เสิร์ฟในโคนวาฟเฟิล, ถ้วย หรือขนมปังบริยอช ให้เลือกตามต้องการ ในราคาเริ่มต้น 70 บาท

 

แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกัน ห้องอาหารไทยสวนบัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

13 ตุลาคม 2560 เวลา 10:10 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/519965

แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกัน ห้องอาหารไทยสวนบัว

โดย ปอย ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

หากนับนิ้วความยาวนานห้องอาหารไทยสวนบัว วันนี้ยืนหยัดยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ร้านอาหารไทยต้นตำรับ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2526 ห้องอาหารเอกลักษณ์เรือนไม้ทรงไทย ตระหง่านท่ามกลางธรรมชาติสวนสวยในโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ออกแบบโปร่งโล่งสบายตา กรุกระจกใสบานใหญ่ล้อมรอบแทนกำแพงสูง

มีพื้นที่เอาต์ดอร์ให้นั่งกินอาหารแสนสบายท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติงดงาม ชมวิวสวนสวยร่มครึ้มริมสระว่ายน้ำ หลายคนจดจำได้ดีกับภาพร้านหนึ่งในตำนานของกรุงเทพฯ

สวนบัว สั่งสมชื่อเสียงความอร่อยด้วยเมนูที่ทุกคนต้องสั่ง ไก่ห่อใบเตย แกงเผ็ดเป็ดย่าง ข้าวตังหน้าตั้ง คือเมนูยอดฮิต พร้อมเสิร์ฟให้ได้ลิ้มลองความอร่อยด้วยความเป็นมิตร พนักงานเสิร์ฟเก่าแก่อยู่คู่กับร้าน “พี่แจ๋ว” เล่าประวัติร้านให้ฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มาแล้วต้องไม่พลาด ยิ่งในกลุ่มฝรั่งนักท่องเที่ยว ในสมัยนั้นเป็นโรงแรม 5 ดาวที่ใกล้สนามบินดอนเมืองที่สุด คนกินอาหารไทย มีทั้งไทย ทั้งฝรั่งคึกคัก

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

มาถึงวันนี้จากเรือนไม้ห้องอาหารไทย สวนบัวโฉมใหม่ รังสรรค์ทุกเมนูจานอร่อยโดยเชฟหนุ่มคนรุ่นใหม่ เชฟปอ สันติภาพ เพชรว่าว เชฟเรียนรู้สูตรอาหารตำรับชาววัง มีโอกาสได้ร่วมงานกับครูอาหารไทย พิมณิภา ณรงค์พันธ์ ต้นตระกูลเคยเป็นข้าราชบริพารถวายงานรับใช้อยู่ในพระราชวังดุสิต

อาหารไทยแต่ละเมนู เชฟปอ สร้างสรรค์ปรุงอาหารรสชาติไทยแท้ดั้งเดิม ผสมผสานให้ลงตัวกับการนำเสนอในรูปแบบทันสมัย ตกแต่งลงบนจานพิถีพิถัน ไม่ทิ้งฝีมือการแกะสลักประณีตบรรจงโชว์เอกลักษณ์ไทย

แนะนำของกินเล่นเรียกน้ำย่อยกันก่อน เชฟปอ บอกต้องจานนี้เลย เมี่ยงกุ้งฟูกลีบบัว เลือกดอกบัวออร์แกนิกเพื่อความสบายใจของคนกินรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพ หน้าตาอาหารจานแรกสวยสีชมพูกลีบบัวหวาน มีกุ้งแม่น้ำตัวโตโชว์ก้ามชวนให้ตื่นเต้น ต้องขอเซลฟี่โชว์อาหารทางออนไลน์สไตล์คนสมัยนี้

“ไม่ใช่ว่าแกะสลักงามโบราณทุกๆ จานนะครับ ปรับหน้าตาให้ไอเดียสมัยใหม่ขึ้นด้วย จานที่เรียกว่าเมนูในตำนานก็ยังมีให้สั่งครบครับ แกงเผ็ดเป็ดย่าง สวนบัวเป็นร้านที่สมาชิกครอบครัวเพื่อกลุ่มเพื่อนๆ ล้อมวงกินข้าวอย่างอบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา ทุกคนได้เพลิดเพลินกับความอร่อยหลากหลายของรสชาติอาหาร แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกัน นี่คือเอกลักษณ์อาหารไทยของเราเลยนะครับ

นักท่องเที่ยวฝรั่งต้องสั่งแน่ๆ ไก่ห่อใบเตย กินง่ายครับ หรือปลากะพงทอดสมุนไพร กุ้งแม่น้ำซอสมะขาม สองเมนูนี้ก็เป็นเมนูยอดฮิตสั่งกันทุกชาติทุกภาษา”

เมนูดั้งเดิมยังอยู่กันครบไม่ขาดตกบกพร่อง เพิ่มเติมก็คือการเน้นเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทุกๆ สิ่ง เชฟปอ บอกนี่คือความพิถีพิถันของการปรุงอาหารให้เป็นตำรับไทยแท้

“อย่างเช่นกุ้งแม่น้ำซอสมะขาม ผมเลือกใช้น้ำตาลมะพร้าวจากอัมพวา กลิ่นหอมแท้กว่าถิ่นอื่น ยำชะครามเนื้อปู ก็ไปเลือกวัตถุดิบใบชะครามจาก จ.สมุทรสาคร เลือกของดีที่สุดของท้องถิ่นนั้นครับ ข้าวสวยใช้ข้าวสังข์หยด จ.พัทลุง เมนูอาหารไทยต้องถึงเครื่องตามแบบฉบับไทยแท้ กะปิคั่วคลองโคน ต้มจิ๋วเนื้อวากิวแบบโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 กุ้งโสร่งกับซอสมะม่วง แกงพะแนงเนื้อโคกำแพงแสน แกงคั่วหอยหวานภูเก็ตใส่ใบชะพลู ก็มีให้สั่งครบทั้ง 4 ภาคเลยครับ”

เชฟปอได้ให้คำปฏิญาณ ขอทำงานสืบสานอาหารไทยตำรับดั้งเดิมไม่ให้สูญหาย และยินดีเผยแพร่ความรู้ในเรื่องอาหารไทยต้นตำรับส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่ โดยเปิดคอร์สสอนอาหารไทยที่มีทั้งคนไทยและต่างชาติมาเรียนกันคึกคัก ถือเป็นการทำงานเพื่อตอบแทนคุณแผ่นดิน

“ในเดือน ธ.ค.ปีนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผมนำเสนอพระกระยาหารโปรดของในหลวงรัชกาลที่ 9 อ้างอิงข้อความส่วนหนึ่งมาจากหนังสือใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับลัดดาซุบซิบ อาหารไทยบนโต๊ะเสวยเครื่องกลางวัน เช่น หลนปลากุเลา ผัดพริกขิงปลาฟู กล้วยหักมุกเชื่อม

ผมนำ 3 เมนูนี้มาไว้ให้สั่งกันด้วยครับ ผมทำเมนูพิเศษขึ้นสื่อให้เห็นว่า พระกระยาหารพระเจ้าแผ่นดินในแต่ละมื้อไม่ได้วิเศษเลอเลิศ แต่ก็เป็นอาหารธรรมดาๆ อย่างที่พวกเราก็เคยกินทุกคนนะครับ”

เชฟปอภูมิใจนำเสนออาหารชุดสุดพิเศษ ด้วยเอกลักษณ์ไทยแท้ให้ได้แบ่งปันมื้ออร่อยร่วมกันตามชอบใจ แต่ละเมนูอาหารคัดสรรล้วนมีที่มาความอร่อย เชฟปอ พร้อมเล่าให้ทุกคนฟังถึงที่มาที่ไปอาหารแต่ละจานด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ห้องอาหารสวนบัว จำนวนที่นั่งอิน

ดอร์ 70 ที่นั่ง เอาต์ดอร์ 50 ที่นั่ง ห้องส่วนตัว 2 ห้อง เปิดให้บริการทุกวัน มื้อกลางวัน 11.30-14.30 น. มื้อค่ำ 18.00-22.30 น. สำรองที่นั่งโทร. 02-541-1234 ต่อ 4151

 

ร้านยกยอตรัง หรอยจังฮู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

12 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518767

ร้านยกยอตรัง หรอยจังฮู้

อารี ส่งเสริม เจ้าของร้านยกยอ เล่าว่า เมื่อ 40 ปีที่แล้ว บริเวณหาดปากเมงต่างไปจากยุคนี้อย่างสิ้นเชิง แต่หลังจากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะถนนหนทางก็ทำให้เกิดความสะดวก จนกลายเป็นประตูสู่แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.ตรัง ทั้งเกาะแก่งและชายหาดต่างๆ มีธุรกิจด้านการท่องเที่ยวขึ้นเป็นจำนวนมาก รวมทั้งร้านอาหาร แต่ร้านยกยอก็ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างดี จากเดิมที่มีเพียง 30 ที่นั่ง ก็ขยับขยายเพิ่มขึ้นจนเป็น 250 ที่นั่งแล้ว จนสามารถรองรับกลุ่มทัวร์ทั้งไทยเทศได้แบบสบายๆ

หาดปากเมง ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม อ.สิเกา จ.ตรัง มีลักษณะเป็นชายหาดรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวยาวประมาณ 5 กิโลเมตร รวมทั้งยังมีความสวยงาม สงบเงียบ และมีป่าสนตามธรรมชาติ จึงเป็นจุดที่มักจะมีผู้คนเดินทางมาพักผ่อนกัน โดยเฉพาะการมานั่งรับประทานอาหาร ซึ่งหนึ่งในร้านอาหารดังที่อยู่คู่กับชายหาดแห่งนี้มายาวนาน จนถือเป็นแห่งแรกที่ก่อกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2523 นั่นก็คือ ร้านยกยอ

จุดเด่นของร้านคือ การบริการอาหารทะเลสดๆ จากท้องทะเลอันดามัน ไม่ว่าจะมาจากท่าเรือปากเมง ท่าเรือควนตุ้งกู หรือท่าเรืออื่นๆ ในฝั่งทะเลตรัง เพื่อนำมาปรุงอย่างสะอาด ถูกหลักอนามัย และมีรสชาติอร่อย ด้วยราคายุติธรรม ควบคู่กับการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าที่เป็นแบบกันเอง ท่ามกลาง 2 บรรยากาศ คือ จะนั่งรับประทานอาหารริมชายหาดปากเมง หรือจะนั่งทานในร้านก็ได้ตามความสะดวก

เมนูที่ขึ้นชื่อของร้านยกยอมีมากมายหลายชนิด อาทิ ยำยกยอ ปลาทอดขมิ้น หมึกไข่นึ่งมะนาว แกงส้มยอดมะพร้าว อันดามันผัดฉ่า ห่อหมกทะเลนึ่ง ปูนิ่มผัดพริกไทยดำ หมี่แกงกะทิกรรเชียงปู ทะเลผัดขี้เมา หอยตะเภาผัดพริกเผา ยำไข่แมงดา นอกจากนั้นยังรับจัดเลี้ยงทั้งในและนอกสถานที่ รับทำอาหารกล่อง รับจัดทัวร์ท่องทะเลตรัง นำเที่ยวถ้ำมรกต เกาะเชือก เกาะม้า เกาะกระดาน เกาะมุก เกาะรอก

หนึ่งในหลายเมนูเด็ดที่จะแนะนำให้ลูกค้ารับประทานก็คือ หลนกรรเชียงปูปูม้าสดๆ นำมาต้มนานประมาณ 10 นาที ก่อนแกะเอาเฉพาะเนื้อกรรเชียง จากนั้นเทกะทิใส่หม้อแล้วนำขึ้นตั้งไฟกลางๆ รอให้กะทิเดือด แล้วใส่หอมแดงซอยลงไป ต่อจากนั้นใส่พริกชี้ฟ้าและพริกขี้หนู ก่อนปรุงด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปีบ และเกลือป่น แล้วคนให้เข้ากัน โดยให้มีรสหวานนำจากนั้นใส่เนื้อปูกรรเชียงลงไป พร้อมกับเร่งให้เดือดอีกครั้ง ก่อนใส่ตะไคร้ซอยและเด็ดใบมะกรูดใส่ แล้วดับไฟทันที

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ความอร่อยของหลนกรรเชียงปู นอกจากจะมาจากเนื้อปูม้าสดๆ แห่งอันดามันแล้ว ยังมาจากกะทิที่คั้นใหม่ๆ สดๆ แบบวันต่อวันด้วย และจะไม่ใช้กะทิกล่องโดยเด็ดขาด เมื่อปรุงรสอย่างพิถีพิถัน แล้วยกไปเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ จึงกลายเป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะหาทานได้ยาก อีกทั้งยังมีราคาไม่แพงด้วยนั่นคือ ชุดละ 250 บาท พร้อมผักหนอ หรือผักเคียง อาทิ แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะระ ผักกาดขาว

ร้านยกยอ เปิดให้บริการทุกวัน ริมถนนเลียบหาดปากเมง ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. โทร. 075-274-014 หรือ 08-6267-3959 &O5532;

 

ลิ้มรสมือเชฟดาวรุ่ง @ ห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

11 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518766

ลิ้มรสมือเชฟดาวรุ่ง @ ห้องอาหาร ซาเวลเบิร์ก

ริค บอกว่า เฮงค์ เป็นเชฟที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นับถือของคนในประเทศเนเธอร์แลนด์ “นอกเหนือจากที่ผมจะได้มีโอกาสทำงานกับเฮงค์ แต่ยังเป็นโอกาสที่ผมจะได้เรียนรู้จากเขาอีกด้วย

เผยโฉมซูส์เชฟดาวรุ่งคนใหม่ ริค ดินเจน (Rick Dingen) ของห้องอาหารซาเวลเบิร์ก (Savelberg Bangkok) มาสักระยะหนึ่ง แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปลองลิ้มชิมรสมือเชฟหนุ่มผู้ช่วยของเชฟระดับมิชลินสตาร์ เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก เมื่อเร็วๆ นี้เอง

มันเป็นความฝันของผมตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กผมไม่ต้องการอะไรมากไปกว่า การได้ทำงานในครัวอย่างใกล้ชิดกับเชฟที่มีความสามารถที่ผมจะได้เรียนรู้จากเขาได้”

ริค กล่าวด้วยว่า เวลาทำงานเขาตั้งใจทำให้ดีที่สุดเสมอ “ผมเริ่มทำงานครั้งแรกในร้านขายแซนด์วิชในเนเธอร์แลนด์ จากนั้นผมก็ไต่เต้าไปเรื่อยๆ ไปทำงานในห้องอาหารที่ดีกว่า จนในที่สุดผมได้ทำงานในห้องอาหารระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว และยังเป็นห้องอาหารที่ได้รับรางวัลห้องอาหารที่ดีที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ และผมกำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะไปอยู่จุดนั้นบ้าง”

ที่ซาเวลเบิร์ก ริค ได้รังสรรค์เมนูในสไตล์ฝรั่งเศสร่วมสมัย เขาตั้งเป้าจะคว้ามิชลินสตาร์ให้ได้ภายใน 5 ปี ซึ่งการได้ทำงานภายใต้การดูแลของเชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก ความฝันนี้ก็ไม่น่าจะไกลเกินเอื้อม

googletag.cmd.push(function() { googletag.display(‘div-gpt-ad-1511154358428-0’); });

ลองไปชิมเมนูที่เชฟริค ดินเจน รังสรรค์กันเริ่มจากเมนู Amuse Bouche ประกอบด้วย ชิ้นเล็กชิ้นน้อย 3 อย่าง คือ แตงโมที่ชุ่มไปด้วยซางเกรีย (Watermelon with sangria, citrus marmalade and pata nerga) ต่อด้วยทาโก้ตับห่าน Taco with foie gras, banana and macadamia) ปิดท้ายแบบสวยๆ ด้วย ไข่มุกไส้ปูชิ้นงาม(Pearl with crab and apple gel,celery and ginger foam)

ต่อด้วยจานเรียกน้ำย่อย เสิร์ฟมาในภาชนะรูปไข่สุดหรูเป็น A Faberge Egg with Caviar ที่บรรจุRoyal Oscietra Caviar ไว้ 15 กรัม สดชื่นกันต่อด้วยจาน ล็อบสเตอร์ (Lobster) ที่ผสานส่วนผสมอย่างผักดอง มะกอก ส้มยูซุ และฟัวกราส์

จานต่อมาเป็นหอยนางรม (Oyster)ปรุงรสด้วยโฟมเสาวรส ขณะที่เมนูหอยเชลล์(Scallops) เชฟนำมาจี่กระทะ เสริมรสด้วยน้ำสต๊อกซีฟู้ด ซอสฮอลแลนเดส แต่งหน้าด้วยผักสลัด

จานเด็ดที่มาร้านซาเวลเบิร์กแล้วพลาดไม่ได้เด็ดขาด ก็คือปลาเทอร์โบต์ (Turbot)ที่กริลมาอย่างได้ที่และสวยงามในสไตล์เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด ซอสชีสเอปวส เซเลรี และเห็ดชองเตอเรล

จานหลักของวันนี้ เชฟริค เสิร์ฟเนื้อไก่(Poulet) กับซอสทารากอน เสริมรสด้วยถั่วขาว เจลลี่มะเขือเทศ และพาร์เมซานชีส เสร็จแล้วมาล้างปากก่อนรับประทานของหวาน ด้วยชีสสัญชาติฮอลแลนด์ ที่เสิร์ฟมาพร้อมขนมปังรสถั่ว ครีมบรูเล น้ำผึ้ง และน้ำเชื่อมแอปเปิ้ล

ของหวานแสนสวย เชฟตั้งชื่อว่า Cherry นางเอกของจานคือ เชอร์รี่เชื่อมที่เข้ากับเฮเซลนัทและช็อกโกแลต เสริมรสด้วยมะนาว บัลซามิก และมินต์ ปิดท้ายแบบฟินๆ ด้วย เปอตีต์ ฟูร์ (Petite Four) แสนอร่อย

ห้องอาหารซาเวลเบิร์ก ตั้งอยู่ที่โอเรียนทัลเรสสิเดนซ์ บริการเมนูอะลาคาร์ต ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ รวมทั้งเซตเมนู อย่างเซตเมนูมื้อกลางวัน ราคา 990 บาท++ สำหรับ 2 คอร์สและ 1,600 บาท++ สำหรับ 3 คอร์ส

สำหรับเมนูเซตทั่วไป มีให้เลือกทั้งเซต 4 คอร์ส ราคา 3,000 บาท++ 6 คอร์ส ราคา 3,700 บาท++ และ 8 คอร์ส ราคา 5,000 บาท++ พร้อมซอมเมอลิเยร์คอยให้บริการแพริ่งไวน์เข้ากับมื้ออาหารด้วย

ห้องอาหารซาเวลเบิร์ก เปิดบริการทุกวันมื้อกลางวัน เวลา 12.00-14.00 น. และมื้อค่ำ 18.00-22.00 น. โทร. 02-252-8001 Facebook.com/Savelberg Thailand &O5532;

 

ห้องอาหารไดนาสตี้ นำความอร่อยสู่ใจกลางเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

10 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น….. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518763

ห้องอาหารไดนาสตี้ นำความอร่อยสู่ใจกลางเมือง

ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ ณ ที่ใหม่ยังคงคอนเซ็ปต์ในการเสิร์ฟอาหารจีนกวางตุ้งรสชาติดั้งเดิม โดยถอดแบบห้องอาหารจีนในตำนานชื่อเดียวกัน ซึ่งเปิดเมื่อปี 2526 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว มาเลย

เปิดสาขาแรก ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ต้อนรับนักธุรกิจ ครอบครัว และบรรดาคนรักอาหารจีนมานานหลายสิบปี วันนี้ห้องอาหารไดนาสตี้ขยับขยายสู่ใจกลางธุรกิจของกรุงเทพฯ ให้เหล่าเออร์บันนิสต้าที่ชื่นชอบการรับประทานอาหารจีน ได้อิ่มหนำสำราญกัน ณ ชั้น 24 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์เซ็นทรัลเวิลด์

ณ ชั้น 24 ของโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ บรรยากาศแตกต่างจากร้านฉบับออริจินัลตรงที่รอบๆ ข้างจะได้วิวตึกระฟ้าทิวทัศน์ของกรุงเทพมหานครแบบ 180 องศา รองรับได้ถึง 200 ที่นั่ง ทั้งยังมีบริการห้องวีไอพีส่วนตัว 5 ห้อง สำหรับแขกที่ต้องการความเป็นส่วนตัว หรือเลี้ยงสังสรรค์เฉพาะกลุ่ม ภายในตกแต่งแบบเอเชียร่วมสมัยมีความแตกต่างของทั้งสองธาตุ ไฟ และน้ำ เส้นโค้ง ตู้ปลาอควาเรียม ภาพโปร่งแสง

 

 

ที่นี่ได้เชฟก้องซุ่น แซ่เลียง ผู้มีความชำนาญและเชี่ยวชาญด้านการทำอาหารจีนกวางตุ้ง โดยเฉพาะการใช้ส่วนผสมที่มีความสดใหม่ และความพิถีพิถันในการปรุงอย่างมืออาชีพ มีการตกแต่งอาหารให้หรูหรา สวยงาม ประหนึ่งราวกับอาหารจีนที่ดีที่สุด ค้นพบความอร่อยและรสชาติระดับตำนานอาหารจีนกวางตุ้งดั้งเดิม และเมนูสุดประณีตในยุคจักรพรรดิ

อาหารจีนกวางตุ้งฝีมือเชฟก้องซุ่นแซ่เลียง มีทั้งเมนูอะลาคาร์ตถึง 102 เมนู ไม่ว่าจะเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย อย่างสลัดกุ้ง ไดนาสตี้ ไก่แช่เหล้าแมงกะพรุนยำ ลิ้นเป็ดพะโล้ ซาซิมิกุ้งล็อบสเตอร์ และหมูหัน หรือจะเลือกเมนูจานเด็ดประจำห้องอาหารจีนไดนาสตี้ อย่างกุ้งมังกรผัดกระเทียม ผัดเต้าซี่ ผัดเสฉวน หรือผัดซอสเอ็กซ์โอ ขาห่านอบหม้อดิน หมูผัดซอสเอ็กซ์โอ เนื้อปลาเก๋าแดงผัดเปรี้ยวหวาน ข้าวผัดเศรษฐี รังนกแปะก๊วยกะทิตุ๋นในมะพร้าวอ่อนและอีกมากมาย

 

 

เมนูห้ามพลาดคือ เป๋าฮื้อสุดพิเศษ ประกอบด้วย สเต๊กเป๋าฮื้อเม็กซิกัน เป๋าฮื้อสด แผ่นขาห่านอบหม้อดิน เป๋าฮื้อสดทั้งตัวน้ำแดง เป๋าฮื้อออสเตรเลียน้ำมันหอยเห็ดหอม

มาที่ห้องอาหารจีน อะไรจะฟินเท่า รับประทานบุฟเฟ่ต์ติ่มซำแบบอิ่มไม่อั้น ทั้งของ นึ่ง ของทอด ของหวาน ของคาว ที่ยกขบวนมาให้อร่อยแบบพุงกางกว่า 60 รายการ อาทิ ขนมจีบแซลมอนนึ่งกระเทียมกับคาเวียร์ ปลาหิมะยัดไส้กุ้งนึ่งไข่ปลาคาเวียร์ เกี๊ยวกุ้งมังกรกับเห็ดชิเมจิตุ๋นยาจีน ปลาแซลมอนนึ่งเห็ดอิโนกิ ขนมจีบเนื้อปูนึ่งเห็ดชิเมจิ ขนมจีบหอยเชลล์ออสเตรเลีย ฮะเก๋าปลาทอง ผักหางหงส์ยัดไส้แมงกะพรุนนึ่ง กรรเชียงปูนึ่ง ก๋วยเตี๋ยวหลอดปูอลาสกา ขนมจีบปูนึ่งเห็ดชิเมจิ เปาะเปี๊ยะรังนกทอดไส้กุ้ง เผือกทอดไส้หอยเชลล์อลาสกา เปาะเปี๊ยะมะม่วงทอดไส้กุ้ง ฮ่อยจ๊อเซี่ยงไฮ้กุ้งทอด กู๋ไช่ทอดไส้หอยเชลล์อลาสกา และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย

 

 

อูย ฟังชื่อแล้วต้องน้ำลายสอ แถมพกด้วยความซูฮก ที่แต่ละเมนูสร้างสรรค์ด้วยสุดยอดส่วนผสมที่เพิ่มความหรูหราให้กับติ่มซำแต่ละชิ้น ซึ่งแตกต่างจากร้านอาหารจีนทั่วๆ ไปอีกต่างหาก โดยแต่ละชิ้นทำสดๆ ใหม่ๆ ทุกวันกันเลย (ราคาบุฟเฟ่ต์ติ่มซำมื้อกลางวัน 850 บาท++/ท่าน)

ห้องอาหารจีนไดนาสตี้เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. สำหรับมื้อกลางวันและเวลา 18.00-22.30 น. สำหรับมื้อค่ำ โทร. 02-100-6255 หรืออีเมล : diningcgcw@chr.co.th &O5532;

 

มื้อนี้สุขภาพดี @ ดิไวน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

09 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518759

มื้อนี้สุขภาพดี @ ดิไวน์

ห้องอาหารแห่งนี้ เปิดให้บริการแต่เช้าตรู่ด้วยเมนูขนมปังอบสดใหม่จากเตา พร้อมกับสารพัดเมนูไข่ตามต้องการ แถมยังมีผลไม้และผักสดไร้สารพิษให้ลิ้มลองอีกต่างหาก

มีโอกาสบินลัดฟ้ามาถึงภูเก็ต นับเป็นโอกาสดียิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นทริปเดินทางที่สนุกสนานแล้ว ยังรู้สึกมีสุขภาดีขึ้นเมื่อได้มาลิ้มลองอาหารจานสุขภาพที่ ห้องอาหาร ดิไวน์ (Divine) โรงแรม ธัญญปุระ รีสอร์ทสุขภาพและกีฬา จ.ภูเก็ต

เนื่องจากเป็นศูนย์สุขภาพและกีฬาในแต่ละเมนูจะถูกรังสรรค์ด้วยด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศจนออกมาเป็นเมนูที่อร่อย และยังเน้นถึงคุณค่าทางโภชนาการเพื่อคนรักการออกกำลังกายแบบเต็มๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งอาหารไทย อาหารเอเชีย อาหารตะวันตก อาหารเจ มังสวิรัติ รอว์ฟู้ด หรือแม้กระทั่งอาหารด่าง (Alkaline Food) และอาหารบำรุงสมอง

 

เชฟอ๊อด-สุริศร์ พลับทอง รองเชฟใหญ่ของโรงแรม ธัญญปุระ รีสอร์ทสุขภาพและกีฬา จ.ภูเก็ต โรงแรมที่มุ่งเสริมสร้างสมดุลในการใช้ชีวิต ที่ได้รับความไว้วางใจจากนักกีฬาทุกระดับ พูดถึงอาหารที่ร้านให้ฟังอย่างน่าสนใจว่า

“เมนูของที่นี่เน้นถึงคุณค่าของโภชนาการ เพราะเป็นเมนูต้อนรับนักกีฬา หรือผู้ที่ดูแลสุขภาพมาเข้าพัก เราจะเลือกใช้วัตถุดิบปลอดสารพิษ อย่างพืชผักของโครงการหลวงและยังมีเมนูเจ เมนูรอว์ฟู้ดซึ่งเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังให้กับชีวิต เป็นการปรับสมดุลให้กับร่างกาย” 

นอกจากจะมีเมนูสุขภาพให้ลิ้มลองแล้ว ที่นี่ยังเปิดคอร์สอบรมการทำเมนูสุขภาพอย่าง รอว์ฟู้ด ให้กับผู้สนใจอีกด้วย

 

วันนี้เรามาเริ่มต้นสุขภาพดีด้วยซูกินีลาซานญ่า (Zucchini Lasagna) ซูกินี พืชผักซึ่งประกอบไปด้วย วิตามินเอแมกนีเซียม โฟเลต โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสนอกจากนี้พืชกลุ่มนี้ยังมีกรดไขมันโอเมก้าสูง ซิงก์ ไนอาซินและโปรตีนสูง

วิธีทำเริ่มต้นไล่เป็นชั้นเริ่มจากชั้นล่างซันดรายโปเตโต้ ต่อด้วยซูกินีสไลซ์ ราดด้วยซอสเพสโตร็อกเก็ตสูตรเฉพาะทางร้าน ปรุงรสด้วยเกลือหิมาลายัน น้ำมะนาว และมายองเนสสด ท็อปด้วยผักคะน้าซอย และตกแต่งจานด้วยมะเขือเทศ และเชอร์รี่

เมนูถัดมาไจแอนต์มัชรูมเบอร์เกอร์ (Giant Mushroom Burger) เมนูนี้อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์จากวิตามินเอ ซี ดี บี 6 วิตามินบีรวมแมกนีเซียม แมงกานีส และโพแทสเซียม วิธีการทำคือใช้เห็ดหอมชิตาเกะอบแห้งนำมาทำแป้ง ส่วนไส้เบอร์เกอร์ทำจากมันหวาน เมล็ดฟักทอง พริกจาลาปิโนและเกลือ นำมาคลุกเคล้ากัน ออนท็อปด้วยอโวคาโด ผิวส้มแต่งด้วยผักอัลฟาฟ่า แล้วเสิร์ฟพร้อมด้วยผักอบแห้ง

 

ต่อด้วยอโวคาโดเซวิเช่ (Avocado Ceviche) นำผักโขม คะน้าสับ อัลมอนด์สับวอลนัตสับ แมกคาเดเมียสับ พร้อมด้วยน้ำมันเมล็ดเฮ็ม น้ำมันแอปริคอต น้ำมะนาว ออร์แกนิกแครนเบอร์รี่แห้ง คลุกเคล้าจนเข้ากัน ปรุงรสด้วยซอสมะนาว ตกแต่งด้วยอโวคาโด และมะเขือเทศ

เมนูนี้ก็น่าสนใจ ภูเก็ตแทงจี้สลัด (Phuket Tangy Salad) ทำจากทับทิมซึ่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีและโพแทสเซียมสูง ช่วยในการบำรุงผิวพรรณ เริ่มต้นด้วยการนำสับปะรด กะหล่ำปลี ซูกินี บีตรูต แครอต อโวคาโด หั่นสไลซ์แล้วนำมาคลุกเคล้ากัน นำไปวางบนจาน ตกแต่งด้วยอโวคาโด อัลฟาฟ่า และต้นอ่อนทานตะวันปรุงรสด้วยซอโชยุบรากก์ น้ำผึ้ง เกลือหิมาลายันน้ำมะนาว และโคโคนัทเคอร์รี่ซอส นำไปราดจะให้รสชาติมันเค็มออกเปรี้ยวนิดๆ

ตบท้ายด้วยรอว์โอ๊ตพิซซ่า (Raw Oat Pizza) นำเมล็ดแฟลกซ์มาตีให้เข้ากัน แล้วนำไปอบด้วยอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส ประมาณ 6-8 ชั่วโมง จะเป็นแผ่นนำมาตัด ใส่หน้าซึ่งมีด้วยกัน 6 หน้า ด้วยซูซินี แครอต ฟักทอง บีตรูต บักวีต และเมล็ดทานตะวัน อร่อยและดีต่อสุขภาพทุกหน้าขอบอก

ดิไวน์ ธัญญปุระ รีสอร์ทสุขภาพและกีฬา จ.ภูเก็ต เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 06.30-22.30 น. โทร. 076-336-000 ต่อ 3512 

 

ไออุ่น สุกี้ยูนนาน อร่อยพุงกาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

08 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518755

ไออุ่น สุกี้ยูนนาน อร่อยพุงกาง

ช่วงนี้ได้ยินข่าวว่าทางภาคเหนืออากาศเริ่มหนาวแล้ว อากาศหนาวเย็นทำให้นึกถึงอาหารที่ให้ความอบอุ่นกับร่างกาย ถ้าได้อยู่หน้าเตาแล้วกินสุกี้หม้อไฟคงจะสำราญและอบอุ่นไม่ใช่น้อย และหนที่ได้ไปเยือนดอยแม่สลองเมื่อไม่นานมานี้ ก็มีโอกาสได้ไปตามรอยสุกี้ร้านเด็ดที่ใครไปก็ต้องยกนิ้วให้ทั้งเรื่องความให้ใหญ่ให้เยอะ และความสดอร่อยของผัก นั่นก็คือร้าน ไออุ่น สุกี้ยูนนานจากตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าไปทางดอยแม่สลอง ร้านอยู่ก่อนถึงดอยแม่สลองนอก ใกล้กับบ้านหอมหมื่นลี้

 

 

 

การจัดโต๊ะของร้านไออุ่น จะออกสไตล์จีน คือ เป็นโต๊ะกลมขนาดใหญ่ ทำให้ดูแล้วเหมาะที่จะเป็นร้านสำหรับมาเป็นกลุ่มใหญ่ เมนูเด่นของร้านไออุ่นคือสุกี้ยูนนาน ซึ่งจะแตกต่างจากสุกี้ทั่วไปตรงที่ มีส่วนผสมของฟองเต้าหู้ไข่ม้วน เผือก ไก่ดำ หน่อไม้แห้ง น้ำซุป เสิร์ฟมาแบบเต็มหม้อ นอกจากสิ่งที่อยู่ในหม้อแล้วยังมีผักที่เป็นเครื่องเคียงอีกหลายชนิด ปลอดสารพิษกินสดๆ ยังกรอบหวาน (ผักเบบี้คอสผักยอดถั่วลันเตา ผักกวางตุ้ง ตั้งโอ๋ ตังกุยผักฮ่องเต้ ผักกาดขาว เห็ดเข็มทอง ผักแขนงคะน้าดอย)

 

 

เครื่องเคราอื่นๆ ที่เพิ่มอรรถรสและทำให้มื้อนี้สนุกมากขึ้น ก็มีทั้ง มันอาลู เผือก หมูน้ำค้างเส้นบุก หมูผสมกับไข่แล้วชุบแป้งทอดหมูสดและหมูชิ้น ส่วนน้ำจิ้มทางร้านจัดมาเป็นน้ำจิ้มสุกี้ธรรมดา และพริกหมาล่าที่ให้รสเผ็ด วิธีผสมน้ำจิ้มก็คือถ้ากินเผ็ดก็ใส่พริกหมาล่าผสมกับน้ำจิ้มสุกี้เยอะหน่อย แล้วจากนั้นก็บีบมะนาวคนให้เข้ากัน เป็นอันว่าพร้อมกิน สุกี้ยูนนาน ชุดเล็กสุด ราคา 500 บาท ชุดนี้ล้อมวงประมาณ 3 คนอิ่มกำลังดี แต่สำหรับชุดใหญ่ชุดละ 2,000 บาทเหมาะที่จะกินด้วยกันหลายๆ คน สนุกด้วย อร่อยอีกต่างหาก

 

 

ร้านนี้นอกจากจะมีสุกี้แล้ว ยังมีเมนูอื่นๆ ที่เสิร์ฟมาเต็มโต๊ะ สำหรับนักกินสายแข็ง ต้องยอมแพ้ให้กับขาหมู-หมั่นโถว ที่คากิชุ่มฉ่ำกินกับหมั่นโถวนึ่งร้อนๆ ให้ความอบอุ่นได้ดีในหน้าหนาว เมนูเอกลักษณ์ที่ไปทางไหนก็เจอก็คือไก่ดำ เมื่อนำมาผัดขิงก็ให้รสชาติที่อร่อยไปอีกแบบ ขณะที่ผัดยอดมะระหวาน และปลาราดพริกสไตล์ยูนนานก็ทำให้มื้อนี้ไม่ได้มีแต่ของเผ็ดร้อน

ใครที่แวะมา แนะนำให้มากันเป็นกลุ่มจะคุ้มและสนุกกว่ามาเป็นคู่ เพราะจะได้มีเพื่อนเมาท์เพื่อนอิ่ม เดินพุงกางออกจากร้านไปหลายๆ คน ร้านเปิดทุกวัน เวลา 09.00-20.00 น. ถ้าไม่มีโอกาสไปที่ จ.เชียงราย ไออุ่น สุกี้ยูนนานมาเปิดสาขาที่กรุงเทพฯ ให้ได้ตามไปลองแล้วอยู่ที่ลาดกระบังนี่เอง โทร. 08-9894-4580 หรือ 08-1828-4797 &O5532;

 

อีสานรสเด็ด นิตยาไก่ย่าง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 ตุลาคม 2560 เวลา 11:00 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518752

อีสานรสเด็ด นิตยาไก่ย่าง

ย้อนไปเมื่อ 18 ปีก่อน ร้านนิตยาไก่ย่าง เกิดขึ้นสาขาแรก ณ ถนนรัตนาธิเบศร์ โดย รวีรัตน์ ลักษณวิสิษฐ์ เจ้าตำรับไก่บ้านย่างรสอร่อย และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากๆ จนสาขาแรกที่จุคนได้เพียง 70 ที่นั่ง เริ่มเล็กไป จึงขยับขยายมาสาขาที่สองตรงสะพานพระนั่งเกล้า สถานที่ใหม่ใหญ่กว่าเดิม จุคนได้ราว 270 ที่นั่ง พร้อมกับสาขาแรกที่ปิดไป ร้านสาขาสองนี้จึงกลายเป็นร้านแรกที่ยังคงเปิดอยู่

ปัจจุบันนิตยาไก่ย่างขยายสาขาไปมากกว่า 12 สาขา ยึดพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลักเพื่อรักษาไว้ซึ่งมาตรฐานของรสชาติอาหาร

ภเดช กันตจินดา ผู้บริหารร้านนิตยาไก่ย่าง ทายาทคนโตของรวีรัตน์ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำร้านและการตั้งชื่อแบรนด์ของคุณแม่ว่า นำชื่อนิตยา มาจากชื่อของพี่สาว ซึ่งเรียกได้ง่ายกว่า และเป็นผู้สอนสั่งเรื่องการขยันทำมาหาเลี้ยงชีพ และที่เลือกทำร้านไก่ย่างและอาหารอีสาน เพราะคุณแม่ของเขาชื่นชอบมากเป็นพิเศษ

 

 

 

“คุณแม่ชอบทำไก่ย่างรับประทาน แต่ท่านเป็นคนจังหวัดนนท์ และมีเชื้อสายจีนด้วย แต่ชอบกินและชอบทำอาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ต้มโคล้งอาหารอีสานในร้านทั้งหมดคุณแม่คิดสูตรเอง จึงได้รสชาติออกมาไม่อีสานแท้ๆ แต่ปรับให้มีรสชาติกลางๆ ไม่เผ็ดมาก ไม่ได้ใส่ปลาร้าเป็นต่อนๆ แถมยังปรุงสุก เพื่อให้คนเมืองอย่างเช่น คนนนทบุรีและคนกรุงเทพฯ ได้กินของถูกหลักอนามัย กินได้รสชาติกลางๆ”

ด้วยคุณแม่มีเสน่ห์ปลายจวัก รสชาติของอาหารจึงหายห่วง แต่ละสูตรคุณแม่ของเขาถือตะหลิวผัดทำเองทั้งหมด กว่าจะได้เมนูที่ลงตัวในแต่ละจานกว่า 170 เมนู สาขาแรกที่คุณแม่ของเขาบุกเบิกเป็นเพียงร้านตึกแถวเล็กๆ อยู่ลึกเข้าไปจากถนนใหญ่ จึงรองรับลูกค้าไม่ได้เต็มที่ คุณแม่ของเขาจึงเฟ้นหาโลเกชั่นใหม่บนถนนเส้นเดียวกัน แล้วปั้นรูปไก่ตัวใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าที่สาขา 2 เพื่อให้ผู้คนสะดุดตา สาเหตุที่ต้องขยับขยายร้านเพราะมีนักชิมชื่อดัง ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์มารับประทานแล้วชื่นชอบมากตั้งแต่สาขาแรกชื่อเสียงของนิตยาไก่ย่างยิ่งขจรขจายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ดังนั้นร้านเล็กๆ จึงไม่เพียงพอแล้ว

 

 

สำหรับเมนูขึ้นชื่อของนิตยาไก่ย่างไม่ว่าสาขาไหนก็คือ “ไก่ย่าง” อร่อยตรงใช้ไก่บ้านเนื้อพอประมาณ ไขมันน้อย นำไก่มาหมักกับเครื่องเทศหมักแบบจัดเต็ม เช่น กระเทียม รากผักชี พริกไทย เป็นต้น เสิร์ฟพร้อมกระเทียมเจียวเพิ่มความอร่อย และน้ำจิ้มรสหวานกับแจ่วรสชาติกลมกล่อม

“เมนูส้มตำไข่เค็ม” เสน่ห์อยู่ตรงสามารถควบคุมในการดองไข่เค็มให้มีรสชาติดี เวลาปรุงนำไข่เค็มมาคลุกกับน้ำส้มตำทำให้มีรสชาตินัวไปหมด “ห่อหมกหน่อไม้” ทางร้านเลือกหน่อไม้เกรดส่งออก หน่อไม้จึงมีความนุ่มไม่มีเสี้ยน “แกงลาวเห็ดเผาะไข่มดแดง” ซึ่งหากินยากมากๆ เห็ดเผาะหนึบนิดๆ รสชาติอร่อย   

 

 

เส้นทางนิตยาไก่ย่างสาขารัตนาธิเบศร์ ขับตรงมาจากแคราย ร้านจะอยู่ทางด้านซ้ายก่อนถึงสะพานพระนั่งเกล้า มีสัญลักษณ์ไก่ย่างอยู่หน้าร้าน มีที่จอดรถรองรับจำนวนมาก โทร. 02-969-7518-9 เปิดทุกวัน เวลา 10.30-21.30 น. ควรโทรมาจองก่อนล่วงหน้า ในช่วงเที่ยงและเย็น ส่วนเสาร์อาทิตย์ทั้งวันก็ควรโทรมาจองด้วยเช่นกัน &O5532;

 

เปปเปอร์ ลันช์ เสิร์ฟร้อนอร่อยสไตล์คุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

07 ตุลาคม 2560 เวลา 09:58 น…. อ่านต่อได้ที่ : https://www.posttoday.com/travel/restaurant/518921

เปปเปอร์ ลันช์ เสิร์ฟร้อนอร่อยสไตล์คุณ

โดย อรวรรณ จารุวัฒนะถาวร

 อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมของผู้บริโภคชาวไทยซึ่งก็มีหลากหลายประเภทและหลายแบรนด์ ครั้งนี้ขอเอาใจนักชิมที่ชอบอาหารจานร้อนกันบ้าง โดยเฉพาะคนที่ชอบเนื้อวัวยิ่งไม่ควรพลาด

 เปปเปอร์ ลันช์ (Pepper Lunch) เมนูบนจานร้อนลิขสิทธิ์เฉพาะจากญี่ปุ่น บริหารงานโดย บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป แบรนด์ที่หลายท่านเคยลองลิ้มกันมาแล้ว แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยบอกเลยว่า มีโอกาสไปสัมผัสรสชาติกัน

สำหรับร้านที่แนะนำคือ สาขาสยามสแควร์วัน ชั้น 5 ย่าน ช็อป ชิม ของชาวกรุง

 ความเด่นโดดเริ่มตั้งแต่ก้าวเข้าร้านกันเลยทีเดียว เพราะภายในร้านตกแต่งเรียบง่ายมีความเป็นธรรมชาติ แต่ดูทันสมัยโดยใช้วัสดุที่ทำจากไม้และหินอ่อนบริเวณเคาน์เตอร์ เพื่อเติมเต็มการให้บริการอย่างเป็นกันเอง

บริเวณที่นั่งทานอาหาร ผนังร้านตกแต่งด้วยอิฐ 3 มิติ และภาพวาดสเกตช์ โต๊ะและที่นั่งได้ถูกปรับให้เหมาะสมเพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย

 ส่วนภายนอกตกแต่งด้วยกรอบกระจกที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งสไตล์ญี่ปุ่น และกลมกลืนไปกับโทนสีดำที่ดูทันสมัยโดดเด่นและแตกต่างจากร้านทั่วๆ ไป

สำหรับเมนูอาหารที่นี่มีให้เลือกทั้งเมนูข้าว เมนูเส้น และสเต๊ก ที่มีมากกว่า 40 รายการ ซึ่งที่นี่จะใช้เนื้อนำเข้าจากสหรัฐและเนื้อสเต๊กจากออสเตรเลียปรุงสดใหม่ ด้วยเครื่องปรุงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางร้าน ทุกท่านสามารถปรุงเมนูจานโปรดได้ตามความชอบ ด้วยซอสสูตรพิเศษ 2 สูตร คือ ซอสคาราคูชิ (รสชาติออกเค็ม) และซอสอามาคูชิ (รสชาติออกหวาน) ที่ส่งตรงมาจากญี่ปุ่น4

 สำหรับเมนูแนะนำถือว่าเป็นเมนูเด็ดที่ต้องลอง เช่น ข้าวเปปเปอร์จัมโบ้เนื้อ สุกียากี้หมู พาสต้าซีฟู้ด เดอะไจแอนด์ พรีเมียมสเต๊กบาร์บีคิวเนื้อและแฮมเบิร์ก ฯลฯ

ที่สำคัญคือทุกเมนูอร่อยจะเสิร์ฟบนจานร้อนที่สามารถคงรักษาความร้อนที่พอเหมาะได้นานถึง 20 นาที ทำให้สามารถอุ่นอร่อยไปกับเมนูอาหารจานโปรดได้จนถึงคำสุดท้าย

เปปเปอร์ ลันช์ เหมาะกับผู้บริโภคทุกกลุ่มทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน และกลุ่มครอบครัวที่ทุกคนสามารถมานั่งกินนั่งชิล ในราคาที่ควักกระเป๋าจ่ายกันได้แบบสบายใจ

ปัจจุบันร้านเปปเปอร์ ลันช์ มีถึง 28 สาขา ก็ลองไปสัมผัสความอร่อยกับอาหารที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมกันเลยจ้า